Crossfit Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/crossfit/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 04 Sep 2026 13:28:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เจาะบทเรียนธุรกิจ Wellness จาก โค้ชกี้ ชนากานต์: ทำอย่างไรให้รอดแบบไม่หลอกตัวเอง https://thestandard.co/the_secret_sauce/coach-kee-wellness-business-tips/ Fri, 28 Aug 2026 03:49:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1247502 ภาพ โค้ชกี้ ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ Wellness

การวิ่งบนลู่ 3 ชั่วโมงจนร่างกายพัง เคยเป็นราคาที่ โค้ชก […]

The post เจาะบทเรียนธุรกิจ Wellness จาก โค้ชกี้ ชนากานต์: ทำอย่างไรให้รอดแบบไม่หลอกตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ โค้ชกี้ ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจ Wellness

การวิ่งบนลู่ 3 ชั่วโมงจนร่างกายพัง เคยเป็นราคาที่ โค้ชกี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ เทรนเนอร์แห่ง BASE Bangkok ต้องจ่ายให้กับความเชื่อสุขภาพผิดๆ เมื่อสิบปีก่อน ประสบการณ์ลองผิดลองถูกเปลี่ยนอดีตสายสุขภาพคลั่งผอม ให้กลายเป็น ACE Certified Fitness Coach และผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้าวิ่งมัลติแบรนด์ที่กำลังเติบโตก้าวกระโดด

 

วันนี้ โค้ชกี้มองว่าหัวใจสำคัญของการสร้างธุรกิจในอุตสาหกรรม Wellness ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามกระแสฉาบฉวย แต่คือการสร้าง Authenticity ความเป็นออริจินัล การคำนวณโครงสร้างการเงินหลังบ้านให้รอด และการบริหารพลังงานชีวิตที่ไม่หลอกตัวเอง

 

ทำไมการเกาะกระแส Wellness ถึงอาจกลายเป็นกับดักผู้ประกอบการ

 

กระแสกีฬาอย่าง CrossFit หรือ HYROX อาจสร้างปรากฏการณ์ตั๋วขายหมดใน 10 นาที แต่ประวัติศาสตร์บอกเราว่ากีฬากระแสมักมีวงจรเติบโตและถดถอยภายใน 2-3 ปี หากผู้ประกอบการนำ identity ทั้งหมดของยิมไปผูกไว้กับกีฬาชนิดเดียว วันที่กระแสหายไป ธุรกิจก็อาจล้มลงไปพร้อมกัน

 

“ถ้าใครอยากเปิดยิมเพื่อคิดว่าจะมาเกาะกระแส ให้สร้างคอนเซปต์ของตัวเองเลย ให้กระแสเป็นแค่ add-ons แต่ไม่ให้เป็น core identity ของธุรกิจ” โค้ชกี้ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจ เพราะการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากเทรนด์ แต่มาจากคุณค่าหลักที่แท้จริง

 

นอกจากเรื่องยิม สิ่งนี้ยังสะท้อนถึงตลาดอาหารเสริมที่เคลมสรรพคุณเกินความจำเป็น และแบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกายที่คัดลอกดีไซน์คนอื่น โค้ชกี้เตือนสติผู้ประกอบการว่า “อยากสร้างธุรกิจก็อย่าหลอกคน อยากให้เวลาเราโต ให้คนจำเราที่เป็นเรา สุดท้ายมันคือ Originality คือการไม่ไปลอกใครมา” ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจการสื่อสารที่เธอตอกย้ำว่า “กี้ไม่ได้ทำให้คอนเทนต์ดูเรียล แต่คอนเทนต์มันมาจากสิ่งที่กี้เป็นจริงๆ มันเลยดูเรียลไปของมันเอง” การตลาดที่ขาดความจริงใจอาจเรียกร้องความสนใจได้สั้นๆ แต่จะไม่สามารถสร้างฐานลูกค้าที่จงรักภักดีได้ในระยะยาว

 

จากบทเรียนกำไร 8% ต้องปรับหลังบ้านอย่างไรให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้

 

ความชอบและความเชี่ยวชาญในสินค้าไม่ได้การันตีว่าเราจะบริหารธุรกิจเป็น ในช่วงเริ่มต้นทำร้านเสื้อผ้าออกกำลังกาย ‘RYA Athletics’ ความตั้งใจที่อยากให้คนไทยได้ใช้ของดีราคาถูก ทำให้ให้ตัวเลขกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายเหลือน้อยมาก สต็อกสินค้ากองจมทุน ปัญหาหลังบ้านล้นมือจนหุ้นส่วนทุกคนต้องสลับกันมานั่งเฝ้าหน้าร้านเอง

 

“หักกำไรออกมาทั้งหมดเหลือประมาณ 8% คือมันจะมีโอกาสโตมั้ยล่ะ เราจะมาทำด้วยใจไม่ได้ นี่ไม่ใช่การกุศล”

 

โค้ชกี้เล่าถึงจุดเปลี่ยนที่ต้องตัดอารมณ์ออกแล้วหันมาใช้ Data Analytics วิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า การยอมรับความจริงช่วยลดสต็อกค้างได้อย่างแม่นยำ พร้อมปรับปรุงโครงสร้างราคาใหม่เพื่อให้ธุรกิจมี Profit Margin ที่กว้างพอสำหรับจ้างพนักงานบริหารจัดการแทน

 

บริหารเวลาอย่างไรในวันที่งานและชีวิตส่วนตัวต้องวิ่งไปพร้อมกัน

 

“กี้ไม่เชื่อเรื่องคำว่าทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน การใช้เวลาตรงเนี้ยมันไม่เหมือนกันเลย”

 

โค้ชกี้สะท้อนมุมมองตรงไปตรงมาว่าการบริหารชีวิตจึงไม่ใช่การฝืนจัดตารางให้เป๊ะทุกนาที แต่เป็นการ Set Priority ให้เหมาะกับจังหวะชีวิต

 

ช่วงที่ต้องลุยโปรเจกต์ธุรกิจ งานต้องมาก่อน การออกกำลังกายอาจลดปริมาณลงบ้าง แต่ยังรักษาความต่อเนื่องไว้ผ่านการปรับเวลาตื่นให้เช้าขึ้น และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพักผ่อน

 

“ไม่ว่าเวลาทำงานจะสำคัญแค่ไหน เวลาในการ recovery สำคัญยิ่งกว่า” โค้ชกี้ทิ้งท้ายไว้อย่างเตือนสติ ไม่ปล่อยให้แนวคิดการทำงานหนักตลอดเวลาเข้ามาทำลายสุขภาพจิตและสุขภาพกาย

 

ถอดคีย์เวิร์ดความสำเร็จสไตล์ โค้ชกี้ ชนากานต์:

 

🔸 Authenticity: ทำธุรกิจจากสิ่งที่รัก ใช้งานจริง และสื่อสารตรงไปตรงมา ไม่ก็อปปี้ไอเดียใคร และที่สำคัญคือ

 

🔸 Data-Led Decision: เช็กความต้องการของตลาดด้วยข้อมูล ตัดสินค้าจมทุน และปรับโครงสร้างกำไรให้ธุรกิจอยู่รอด

 

🔸 Core Value First: ให้กระแสเป็นแค่ add-ons สร้างตัวตนหลักของแบรนด์ให้ชัดก่อนจะหยิบจับเทรนด์มาทำเป็นสินค้าเสริม

 

🔸 Energy Management: บริหารพลังงานตามจังหวะชีวิต และไม่ลืมวันพักผ่อน” ไม่ว่างานจะสำคัญแค่ไหน เวลา recovery สำคัญยิ่งกว่า”

 

มาถอดรหัสการสร้าง Core Identity ของแบรนด์ เทคนิคบริหารหลังบ้าน และอินไซต์ผู้บริโภคสายสุขภาพที่นำไปใช้ได้ทันที กับ โค้ชกี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ ได้เต็มๆ บนเวที “Longevity Lab On Stage: ลูกค้ามองหาอะไร ทำธุรกิจ Wellness อย่างไรให้สำเร็จ” ในงาน The Secret Sauce Summit 2026

 

ซื้อบัตรได้ที่ https://bit.ly/45RXFyI

The post เจาะบทเรียนธุรกิจ Wellness จาก โค้ชกี้ ชนากานต์: ทำอย่างไรให้รอดแบบไม่หลอกตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาที่ต้องจ่ายของการออกกำลังกายอย่างหนัก (เกินไป) https://thestandard.co/heavy-exercise-cost-injuries/ Wed, 05 Aug 2026 03:41:29 +0000 https://thestandard.co/heavy-exercise-cost-injuries/ ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป

แม้การออกกำลังกายจะเป็นส่วนสำคัญในเทรนด์รักสุขภาพที่กำล […]

The post ราคาที่ต้องจ่ายของการออกกำลังกายอย่างหนัก (เกินไป) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป

แม้การออกกำลังกายจะเป็นส่วนสำคัญในเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ แต่การออกกำลังกายที่หนักหน่วงเกินไป อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกัน และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจที่ THE STANDARD SPORT นำมาฝากกัน

 

ภาพ: Lars Baron / Getty Images

 

ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 1ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 2ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 3ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 5ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 6ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 7ชายวัยกลางคนแสดงอาการปวดขาจากการออกกำลังกายหนักเกินไป 8

The post ราคาที่ต้องจ่ายของการออกกำลังกายอย่างหนัก (เกินไป) appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แนวคิดจาก AMOTTI ที่ใช้ได้ทั้งในยิมและชีวิตจริง https://thestandard.co/life/amotti-mindset-gym-life/ Sat, 25 Jul 2026 01:00:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1234834 AMOTTI นักกีฬา CrossFit และแนวคิดเพื่อชีวิตจริง

หลายคนรู้จัก AMOTTI (คิม แจฮง) ในฐานะนักกีฬา CrossFit ผ […]

The post 5 แนวคิดจาก AMOTTI ที่ใช้ได้ทั้งในยิมและชีวิตจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMOTTI นักกีฬา CrossFit และแนวคิดเพื่อชีวิตจริง

หลายคนรู้จัก AMOTTI (คิม แจฮง) ในฐานะนักกีฬา CrossFit ผู้คว้าแชมป์จากรายการ Physical: 100 ซีซั่น 2 และ Physical: Asia ด้วยความอึด แกร่ง และวินัยในการออกกำลังกายที่หลายคนยกให้เป็นต้นแบบ

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

ล่าสุดเขาเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมงาน lululemon TRAINING GROUND  BANGKOK เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และยังได้มานำคลาสเวิร์กเอาต์สุดเดือดให้กับผู้เข้าร่วมงาน  

 

AMOTTI (คิม แจฮง) AMOTTI (คิม แจฮง) AMOTTI (คิม แจฮง)

 

การได้พูดคุยกับ AMOTTI ในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นอีกด้านของเขา คนที่ไม่ได้ยึดติดกับชัยชนะ สถิติ หรือการเป็นที่หนึ่ง แต่เลือกเล่าถึงวันที่ไม่อยากออกกำลังกาย การลุกขึ้นอีกครั้งหลังเคยคิดว่าชีวิตนักกีฬาอาจจบลง และการค้นพบว่าหลังผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่ สิ่งที่มีความหมายที่สุดอาจไม่ใช่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว…แต่คือการที่ยังได้ทำในสิ่งที่รัก

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

แม้บทสนทนาจะเริ่มต้นจากเรื่องการออกกำลังกาย แต่เราเชื่อว่า 5 แนวคิดจาก AMOTTI จะช่วยเติมแรงใจให้กับทุกคนที่กำลังพยายามก้าวไปสู่เป้าหมายของตัวเอง

 

1. จงสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองลงมือ

หลายคนอาจคิดว่าคนที่มีวินัยคือคนที่ตื่นมาแล้วอยากออกกำลังกายทุกวัน แต่ AMOTTI ยอมรับว่า เขาเองก็มีวันที่ไม่อยากซ้อมเหมือนกัน

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“ผมไม่ค่อยชอบออกกำลังกายคนเดียว เพราะมีกลุ่มเพื่อนที่ซ้อมด้วยกัน ถ้าผมไม่ไป พวกเขาก็ยังซ้อมกันต่อ ผมจะรู้สึกเหมือนตัวเองตามหลัง เลยพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองต้องไปซ้อม และเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น”

 

แม้ในวันที่ไม่อยากเริ่มต้น เขาก็ไม่ปล่อยให้อารมณ์เป็นตัวตัดสิน แต่เลือกลงมือก่อน แล้วปล่อยให้จังหวะของการลงมือพาเขาไปต่อ

 

2. การได้ทำในสิ่งที่รัก อาจสำคัญกว่าความสำเร็จ

เมื่อถูกถามว่า ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่อยากทำให้ดีขึ้นอีกไหม คำตอบของ AMOTTI ไม่ใช่การคว้าแชมป์เพิ่ม แต่เป็นการรักษาความสุขในการออกกำลังกายเอาไว้

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“ตอนนี้ผมมีความสุขกับการออกกำลังกายมาก แต่ก็คิดว่าสักวันหนึ่งอาจมีวันที่ไม่รู้สึกสนุกแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากรักษาไว้ คือการได้ออกกำลังกายอย่างมีความสุข ได้สนุกกับเพื่อนๆ และรักษาบรรยากาศแบบนี้ต่อไป”

 

สำหรับเขา ความสำเร็จอาจไม่ใช่การไปให้ไกลกว่าเดิม แต่คือการยังได้ทำสิ่งที่รัก และยังมีความสุขกับมันในทุกวัน

 

3. ปลายทาง…ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด

อาการบาดเจ็บครั้งใหญ่เคยทำให้ AMOTTI คิดว่า ตัวเองอาจเดินไม่ได้อีก และอาจต้องยุติเส้นทางการเป็นนักกีฬา แต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ เขากลับค้นพบมุมมองใหม่ที่มีต่อความสำเร็จ

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“ตอนนั้นผมคิดว่าคงเดินไม่ได้แล้ว และคงออกกำลังกายไม่ได้อีก แต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นมา ผมรู้ว่าตัวเองทำได้มากกว่าที่คิด จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ ผมกลับให้ความสำคัญกับระหว่างทางมากขึ้น รวมถึงรู้สึกมีความสุขที่ยังได้ออกกำลังกาย”

 

ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเลิกยึดติดกับผลลัพธ์ และหันมาเห็นคุณค่าของทุกก้าวระหว่างทาง

 

4. ความแข็งแกร่ง เริ่มต้นที่จิตใจ

AMOTTI มีอยู่ 2 ประโยคที่เขานึกถึงอยู่เสมอ คือ “ไม่มีร่างกายที่อ่อนแอ มีเพียงจิตใจที่อ่อนแอ” และ “ความเจ็บปวดที่ฆ่าคุณไม่ได้ จะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น”

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

สำหรับ AMOTTI ประโยคเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำคมที่ฟังแล้วฮึกเหิม แต่เป็นหลักคิดที่ช่วยเตือนใจให้ก้าวต่อไปในวันที่ต้องเผชิญความท้าทาย เพราะความแข็งแกร่งเริ่มต้นจากจิตใจที่ไม่ยอมแพ้

 

5. คู่แข่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘ตัวเราเมื่อวาน’

สำหรับ AMOTTI การแข่งขันที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่น แต่คือการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวัน

 

AMOTTI (คิม แจฮง)

 

“แทนที่จะคิดว่าต้องชนะใครหรือเก่งกว่าใคร ผมคิดว่าการพยายามเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานนิดหนึ่งน่าจะดีกว่า และนั่นทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น โดยไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น”

 

การเติบโตที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากการเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่คือการค่อยๆ เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเมื่อวาน

 

ภาพ: พัทธ์ธีรา ธนาเศรษฐอังกูล, lululemon

The post 5 แนวคิดจาก AMOTTI ที่ใช้ได้ทั้งในยิมและชีวิตจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว https://thestandard.co/life/warrix-run-hub-hybrid-training/ Fri, 12 Jun 2026 07:15:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1217614 ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง

หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาไ […]

The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง

หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความอึดตอนวิ่งและรักความสะใจเวลาได้ยกเวตหนักๆ และกำลังมองหาที่ฝึกแบบ Hybrid ที่ทั้งไพรเวต เสิร์ฟอุปกรณ์ครบครัน มีสเปซให้ใช้แบบไม่ต้องแย่งใคร ล่าสุดเราไปเจอพื้นที่แห่งใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ทุกข้อกับ Warrix Run Hub Performance Training Studio ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 1

 

ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่มีแค่เรื่องของการเทรนเพื่อเค้นสมรรถภาพร่างกายของเราให้สุดเท่านั้น แต่ยังรวบตึงศาสตร์กายภาพบำบัดและเวชกรรมมาดูแลแบบองค์รวม ชนิดที่ว่าฟิตได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 2

 

What is it?

 

Performance Training Studio แห่งนี้ขยายความสำเร็จมาจาก Warrix Health (สาขาสเตเดียมวัน) พร้อมไฮไลต์อย่างโซน Hybrid Training ที่จัดเต็มอุปกรณ์สาย Functional ครบครันทุกสเตชัน ไม่ว่าจะเป็น Wall Ball, SkiErg, RowErg ไปจนถึง Sled Push/Pull จะไว้ฝึกสำหรับลงแข่ง HYROX หรือ CrossFit ก็ตอบโจทย์

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 3ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 4

 

ในส่วนของ Facility และอุปกรณ์ในโซน Performance Training ก็จัดเตรียมไว้ให้แบบครบจบในที่เดียว และด้วยความเป็นไพรเวตยิมสำหรับการเทรนนิ่งส่วนตัวโดยเฉพาะ จึงหมดห่วงเรื่องการยืนรอหรือต้องแย่งใช้อุปกรณ์กับใครเหมือนยิมระบบสมาชิกทั่วไป

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 5

 

ส่วนสายวิ่งที่นี่ก็มีไม้เด็ดอย่าง Motion Metrix เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ฟอร์มการวิ่งแบบเจาะลึก เพื่อช่วยปรับท่าวิ่งให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บระยะยาว

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 6

 

และยังมีโซนคลินิกกายภาพบำบัดและเวชกรรมที่ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและนักกายภาพบำบัดคอยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การรักษา Office Syndrome ของคนเมือง, การฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อให้พร้อมกลับมาลงสนาม, กายภาพบำบัดผู้สูงอายุเพื่อฝึกความสมดุลและลดความเสี่ยงในการล้ม ไปจนถึงโปรแกรมเพิ่มความสูงสำหรับเด็กและโปรแกรมจัดการน้ำหนักเฉพาะบุคคลแบบปลอดภัย

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 7ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 8

 

Try

 

ด่านแรกที่คุณจะได้เจอไม่ใช่เครื่องเล่นเวตหนาๆ แต่เป็นการเข้าเช็กสภาพร่างกายโดยรวมกับนักกายภาพบำบัดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อประเมินโครงสร้างและข้อจำกัดต่างๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วิเคราะห์บาลานซ์ของร่างกายในท่าทางพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่ายืน การทำสควอต เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนไหนกำลังทำงานผิดเพี้ยนไปบ้าง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 9ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 10

 

เมื่อตรวจเช็กจนครบและเห็นภาพรวมแล้ว นักกายภาพก็จะมาช่วยไกด์ท่า Mobility Exercise เฉพาะบุคคลให้เราได้ลองฝึก เพื่อแกะปมลดความตึงสะสมตามจุดต่างๆ และเรายังสามารถเก็บเทคนิคเหล่านี้ไปฝึกต่อเองที่บ้านได้อีกด้วย

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 11ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 12

 

เมื่อเคลียร์ร่างกายให้มั่นใจแล้วก็ไปต่อกับไฮไลต์สำคัญอย่างการทดสอบวิ่งกับ Motion Metrix ซึ่งมีทริกเล็กๆ ในการเตรียมตัวคือ แนะนำให้สวมกางเกงขาสั้นสีดำ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของกล้องและตัวเครื่อง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 13ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 14

 

สำหรับการทดสอบจะเริ่มต้นด้วยการวิ่งบนลู่วิ่งที่ความเร็วระดับ 9 เป็นเวลาเกือบ 10 นาที จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแปลผลอย่างละเอียดร่วมชั่วโมง ซึ่งตัวระบบ AI จะช่วยถอดรหัสการเคลื่อนไหวออกมาได้แม่นยำและเห็นภาพชัดเจน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 15

 

อย่างตัวนักเขียนเองพบว่ามีอาการ Overstride (ก้าวยาวเกินไป) ทำให้ขาตึงตอนลงเท้าจนเกิดแรงกระแทกสะท้อนกลับย้อนเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเสี่ยงต่อการตึงและบาดเจ็บที่หน้าแข้งได้ง่าย

 

วิธีแก้เบื้องต้นคือต้องซอยเท้าให้เร็วขึ้นและลงเท้าให้ใกล้ตัวมากขึ้น รวมถึงเสริมท่า Squat หรือ Deadlift เพื่อเพิ่มแรงสปริงตัว และลดเวลาที่เท้าแช่บนพื้นให้น้อยลง

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 16ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 17

 

หลังจากเห็น Data ร่างกายชัดเจนทุกมิติแล้ว ผลวิเคราะห์ทั้งหมดจะถูกส่งไม้ต่อให้ทีม Personal Training ทว่าจุดเริ่มต้นที่ดีของการเทรนนิ่งที่นี่คือการ ‘พูดคุย’ เพื่อทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ที่ทำอยู่เป็นประจำ ตลอดจน Pain Point ที่เจอ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับร่างกายเราที่สุดในระยะยาว

 

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 18

 

เมื่อมีความเข้าใจตรงกัน เทรนเนอร์จะเริ่มจากการประเมินฟอร์มและเช็กความยืดหยุ่นพื้นฐานของเราก่อน เพื่อดูว่าร่างกายในขณะเคลื่อนไหวจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะนำพาสิ่งที่คุยกันเข้าสู่พาร์ตการเทรน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 19

 

 

ข้อดีของการมีเทรนเนอร์ประกบที่นี่ คือการช่วยให้เราโฟกัสกล้ามเนื้อได้ถูกจุดกว่าเดิมมาก บางท่าเราคิดว่าทำถูกต้องแล้ว แต่พอเทรนเนอร์เข้ามาช่วยปรับมุมกระดูก จัดฟอร์มนิดเดียว หรือบอกให้เกร็งเพิ่มอีกเล็กน้อย ความรู้สึกตอนกล้ามเนื้อทำงานคือต่างกันลิบลับ แถมยังมีคนคอยเซฟและคอยพุช (Push) ขีดจำกัดให้เราก้าวข้ามเซฟโซนไปในจุดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะไหว ซึ่งถ้าเล่นเองคนเดียวอาจทำได้ยาก

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 21

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 22

 

หากใครที่อยากเน้นฝึกโปรแกรม Hybrid แบบเข้มข้นจัดเต็มตลอดหนึ่งชั่วโมง ที่นี่ก็มีดีไซน์โปรแกรมสำหรับสาย Hybrid โดยเฉพาะรองรับเช่นกัน เรียกว่าได้ปลดปล่อยพลังและท้าทายความแข็งแรงอย่างสาแก่ใจแน่นอน

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 23

 

Result

 

จากเดิมที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว การได้มาเจอ Process ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่นักกายภาพ เทรนเนอร์ ไปจนถึง AI สแกนฟอร์มวิ่ง ทำให้เราได้รู้จักร่างกายตัวเองในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อน และช่วยให้วางแผนพัฒนาตัวเองได้ถูกจุดทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

 

ภาพรวมภายใน Warrix Run Hub แสดงอุปกรณ์ Hybrid Training และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์การวิ่ง 24

 

Good For

 

Warrix Run Hub เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยิมสาย Performance ที่ตอบโจทย์มากสำหรับใครที่อยากเทรนแบบเข้มข้น ได้ความเป็นส่วนตัว และเซฟร่างกายไปพร้อมๆ กันผ่านการตรวจเช็กเชิงลึกเพื่อป้องกันโอกาสเจ็บในระยะยาว

 

ที่สำคัญคือที่นี่รองรับคนได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่คนทำงานที่อยากฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ไปจนถึงคนที่ต้องการดูแลรูปร่างและสุขภาพแบบจริงจัง

 


Open: ทุกวัน 8.00-21.00 น.

Address: ชั้น G, Queen Sirikit National Convention Center

Tel: 08 3031 7742

Budget:

  • Physiotherapy (ตรวจร่างกายเบื้องต้น): 700 บาท/ 30 นาที
  • Performance Training: เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/ 60 นาที
  • Hybrid Training: เริ่มต้นที่ 2,000 บาท/ 60 นาที
  • Motion Metrix 3,500 บาท/ 60 นาที

Facebook: https://www.facebook.com/warrixhealth/?locale=th_TH

Instagram: https://www.instagram.com/warrixhealth/

Map: https://maps.app.goo.gl/dMMx7yvoghLat83N9

The post ‘Warrix Run Hub’ ยิมสาย Hybrid ที่รวมกายภาพบำบัดและ AI วิเคราะห์วิ่งไว้ในที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/life/amotti-lululemon-training-ground-bangkok/ Wed, 27 May 2026 11:03:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1211593 Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND

แฟนรายการ Physical: 100 เตรียมวอร์มร่างกาย​และหัวใจกันใ […]

The post กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND

แฟนรายการ Physical: 100 เตรียมวอร์มร่างกาย​และหัวใจกันให้ดี เพราะ Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์สุดแกร่งจากซีซั่น 2 เตรียมบุกกรุงเทพฯ เพื่อปลุกพลังอะดรีนาลีนในงาน lululemon TRAINING GROUND วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ณ ชั้น 14 อาคาร EM TOWER, EMSPHERE

 

Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND 1

 

หลังสร้างกระแสมาแล้วที่สิงคโปร์ ครั้งนี้ lululemon TRAINING GROUND เตรียมยกประสบการณ์การเทรนนิ่งสุดเดือดมาให้สายฟิตได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ผ่านคลาสที่ออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของผู้เข้าร่วมออกมาแบบไม่มีลิมิต

 

Amotti นักกีฬาครอสฟิตและแชมป์ Physical: 100 ซีซั่น 2 ร่วมกิจกรรม lululemon TRAINING GROUND 2

 

นอกจาก Amotti แล้ว ภายในงานยังรวมตัวเหล่า lululemon Ambassadors และเทรนเนอร์ระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นโค้ชน้ำมนต์-พิชญุตม์ ทองกำเหนิด, Daniel Gardiner, Aoii, โค้ชแจง-สุกัญญา พอทเทิน, โค้ชกี้-ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์, Mark Cleaver และ โค้ชภพ-ไตรภพ เหล่าอุดม มาร่วมสร้างประสบการณ์การเทรนนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอด 2 วันเต็ม พร้อมเผยคอลเล็กชันใหม่ล่าสุด บริการ customise สุดพิเศษ และกิจกรรมให้คนคอเดียวกันได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย

 

สำหรับบัตร Early Bird จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 2 มิถุนายน 2569 ก่อนเปิดจำหน่ายทั่วไปวันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรมอบให้กับมูลนิธิสติซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาด้านสาธารณสุขและการศึกษาให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส

 

รายละเอียดการซื้อบัตรสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่: https://www.lululemon.com.hk/en-th/c/story/gear-up-to-train-your-way

 

The post กรุงเทพฯ กำลังจะมี Amotti! เตรียมเวิร์กเอาต์กับเจ้าตัวที่งาน lululemon TRAINING GROUND 18-19 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Spartan Race’ ดึงลิขสิทธิ์กีฬา DEKA ฟิตเนสชาเลนจ์ 10 โซนระดับโลก มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ และภูมิภาคอาเซียนครั้งแรก ตอกย้ำปรากฎการณ์ Sport Disruption ในไทย [Advertorial] https://thestandard.co/spartan-race-deka-fit-bangkok-asean/ Mon, 18 May 2026 02:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1206006 ‘Spartan Race’ ดึงลิขสิทธิ์กีฬา DEKA

สายฟิตเตรียมตัวให้พร้อมท้าทายกับทุกลิมิตของตัวเองกับการ […]

The post ‘Spartan Race’ ดึงลิขสิทธิ์กีฬา DEKA ฟิตเนสชาเลนจ์ 10 โซนระดับโลก มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ และภูมิภาคอาเซียนครั้งแรก ตอกย้ำปรากฎการณ์ Sport Disruption ในไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Spartan Race’ ดึงลิขสิทธิ์กีฬา DEKA

สายฟิตเตรียมตัวให้พร้อมท้าทายกับทุกลิมิตของตัวเองกับการแข่งขัน ‘DEKA FIT Bangkok 2026’ กับ 10 สุดยอดฟิตเนสโซนแห่งตำนานนักรบ Sparta 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2569 ที่สยามพารากอน

 

DEKA FIT (Decathlon Fitness Racing) คือการแข่งขันฟิตเนสแบบผสมผสาน (Hybrid Fitness) และการออกกำลังกายที่เน้นการใช้งานของกล้ามเนื้อ (Fitness Racing) โดยมีเป้าหมายเพื่อผสานกีฬาความทนทานเข้ากับการฝึกความแข็งแรงของร่างกาย ด้วยการวัดความฟิตผ่าน 10 สถานีการแข่งขันที่ครอบคลุมทุกมิติของร่างกาย ออกแบบมาให้เหมาะกับคนทุกระดับความสามารถ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงนักกีฬาระดับอาชีพ บนความเชื่อที่ว่า “เราทุกคนคือนักกีฬา”

 

DEKA คือหนึ่งในแบรนด์ลิขสิทธิ์ภายใต้ Spartan Race จากประเทศสหรัฐอเมริกา และถือเป็น Global Brand มาเกือบ 20 ปีทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2007

 

การเปิดตัว DEKA FIT ครั้งแรกใน กรุงเทพฯ และภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นการปักหมุดการลงทุนแบรนด์ DEKA ไปอีก 3 ปีข้างหน้า ถือเป็นการปรับกลยุทธ์สู่ตลาด Indoor Sports ในรูปแบบ Fitness Racing อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ 

 

สิ่งที่ทำให้ DEKA FIT ต่างจากการแข่งขันทดสอบสมรรถนะร่างกายอื่นๆ นอกจากผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้ ‘DEKA Mark’ ซึ่งเป็นคะแนนมาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์วัดระดับความฟิต DEKA สร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงยิมท้องถิ่นเข้ากับแบรนด์ระดับโลก เปลี่ยนให้ทุกวันเป็นวันฝึกซ้อมที่มีเป้าหมาย และวันหยุดสุดสัปดาห์คือวันแข่งขัน ทำให้ผู้คนในชุมชนมีส่วนร่วมตลอด 365 วัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายเป็นครั้งแรก หรือเป็นนักกีฬาระดับแนวหน้า ก็สามารถเข้าร่วมและแข่งขันเคียงข้างกันได้ในมาตรฐานเดียวกัน



ภายใต้กติกาการแข่งขันที่เข้าใจง่าย แต่สุดจะท้าทาย เพราะคุณต้องฝ่าด่านทดสอบมาตรฐานทั้ง 10 ด่าน สลับกับการวิ่ง 500 เมตร ในทุกฐาน (รวม 5 กิโลเมตร) ใครจบไวสุด คือผู้ชนะ โดยด่านทั้ง 10 จะมีการกำหนดน้ำหนักอุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุและเพศของผู้เข้าแข่งขัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการวัดความฟิตของร่างกาย

 

ด่านทดสอบมาตรฐานทั้ง 10 ด่าน ของ DEKA ประกอบไปด้วย

  • ZONE 1: RAM Alternating reverse lunge ทำท่าลันจ์แบกน้ำหนักก้าวถอยหลังสลับข้างด้วย RAM
  • ZONE 2: Row 500m กรรเชียงบก มุ่งเป้าไปที่กลุ่มกล้ามเนื้อส่วนล่างและแกนกลางลำตัว
  • ZONE 3: 20 Box Jump/Step Over ก้าวขึ้นหรือกระโดดข้ามกล่อง 20 ครั้ง มุ่งสร้างกล้ามเนื้อส่วนล่างและแกนกลางลำตัว
  • ZONE 4: 25 Med Ball Sit-Up ซิทอัพทุ่มบอล 25 ครั้ง ท้าทายความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน และความยืดหยุ่นของข้อต่อหัวไหล่  
  • ZONE 5: 500M Ski Erg สกีบก 500 เมตร พิสูจน์ความยืดหยุ่นของหัวไหล่ ความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน ล่าง และแกนกลางลำตัว
  • ZONE 6: 100M Farmer’s Carry เดินถือดัมเบล 100 เมตร ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ต้องใช้ความแข็งแรงทั่วร่าง การทรงตัว และการประสานงานของร่างกาย
  • ZONE 7: 25C Air Bike ปั่นจักรยานลม จนกว่าคุณจะเผาผลาญได้ถึง 25 แคลอรี
  • ZONE 8: 20 Dead Ball Wall Over ยกลูกบอลข้ามกำแพง 20 ครั้ง ใช้ข้อต่อทุกส่วนในร่างกาย เพื่อให้มั่นใจว่ากล้ามเนื้อทุกกลุ่มถูกบริหาร
  • ZONE 9: 100M Tank Push/Pull เข็นและลากเลื่อนน้ำหนัก 100 เมตร ใช้ร่างกายทุกส่วนด้วยการเคลื่อนไหวแบบผลักไปข้างหน้าและลากกลับมา
  • ZONE 10: 20 RAM Burpees ยกแท่งน้ำหนัก 20 ครั้ง ปิดท้ายด้วยท่าไม้ตายสปาร์ตัน ฝึกความแข็งแรงที่ครอบคลุมที่สุดในลำดับทั้งหมด

 

สำหรับ Spartan Race ถือเป็นผู้บุกเบิกกระแสการออกกำลังกายสไตล์ Fitness Racing และการแข่งวิ่งวิบาก (OCR) ในประเทศไทย มีฐานแฟนคลับชาวไทยกว่า 200,000 คน โดยมีการร่วมมือกับยิมมากกว่า 40 แห่งทั้งในประเทศและทั่วโลก ภายใต้การดูแลของแบรนด์ DEKA FIT ได้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการทดสอบสมรรถภาพทางกาย (Fitness Racing) ชั้นนำระดับโลก

 

ในแต่ละปี Spartan Race ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านกิจกรรมชุมชนและอีเวนต์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ภารกิจของแบรนด์คือการทำให้ฟิตเนสกลายเป็นวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีภายในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย

 

ทั้งนี้ Spartan Race มอบสิทธิ์ให้กับ Runrio Thailand เป็นผู้ดูแลอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป

 

สำหรับกลยุทธ์ของ DEKA Fit ปี 2026 นอกจากจะเพิ่มจำนวนงานในตลาดหลัก ยังเตรียมพร้อมเปิดตัวในตลาดใหม่ ได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์

 

‘DEKA FIT Bangkok 2026’ เปิดรับสมัคร 25 พฤษภาคม 2569 ลงสนามพร้อมรบกับตัวคุณเอง 31 ตุลามคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ พารากอนฮอลล์

 


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วม “DEKA Thailand” สามารถสมัครและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้จัดงาน

ทั้งทางเว็บไซต์  spartan.com/th ›

  • Facebook: Spartan Race Thailand
  • Instagram: spartanracethailand
  • Facebook: Spartan DEKA Thailand
  • Instagram: deka.thailand

 

The post ‘Spartan Race’ ดึงลิขสิทธิ์กีฬา DEKA ฟิตเนสชาเลนจ์ 10 โซนระดับโลก มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ และภูมิภาคอาเซียนครั้งแรก ตอกย้ำปรากฎการณ์ Sport Disruption ในไทย [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
HYROX ขึ้นแท่นกีฬาโตเร็วสุดในโลก ดันรายได้แตะ 4.5 พันล้านบาท ชูโมเดลเปลี่ยนคนไปยิมให้เป็น ‘ร็อกสตาร์’ ที่แบรนด์รุมจีบ https://thestandard.co/hyrox-sport-global-growth/ Sun, 29 Mar 2026 12:57:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1192567 ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว

เวลานี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ‘HYROX’!   ประเด็นสำคั […]

The post HYROX ขึ้นแท่นกีฬาโตเร็วสุดในโลก ดันรายได้แตะ 4.5 พันล้านบาท ชูโมเดลเปลี่ยนคนไปยิมให้เป็น ‘ร็อกสตาร์’ ที่แบรนด์รุมจีบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว

เวลานี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ‘HYROX’!

 

 
 

หรือถ้าไม่รู้จัก เคยได้ยินผ่านๆแต่ไม่รู้ว่าอะไร บางทีนี่อาจเป็นช่วงจังหวะเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะทำความรู้จักและเข้าใจไปกับการแข่งขันกีฬาที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับคนรักกีฬาในประเทศไทย จากความสำเร็จเกินความคาดหมายในอีเวนต์ ‘HYROX THAILAND 2026’ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

 

เพราะ HYROX ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬาและการรวมตัวของคนบ้าพลังเท่านั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือ Ecosystem ทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่ผ่านแนวคิดและการออกแบบมาอย่างดีในทุกมิติ ที่เชื่อว่าเวลานี้ไม่ใช่แค่เหล่าผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเท่านั้นที่อยากจะกระโดดเข้ามาอยู่ในวงการนี้

 

แต่แบรนด์และธุรกิจต่างๆก็กำลังแอบมองดูอยู่ (นะจ๊ะ) ปรากฏการณ์การรวมตัวกันแบบนัดหมายของมวลกล้ามเนื้อมหาศาลจากนักกีฬานับหมื่นคน

 

HYROX เกินห้ามใจ

 

ภาพของเหล่านักกีฬานับหมื่นคนไม่นับกองเชียร์อีกมากมายที่มาร่วมชมและเชียร์แบบเกาะติดขอบสนามที่ BITEC บางนา ในระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคมที่ผ่านมากลายเป็นภาพที่สร้างความสนใจและการรับรู้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างมาก

 

เพราะมันแทบจะทำให้ฟีดโซเชียลมีเดียของทุกคนมีภาพของเหล่านักกีฬากล้ามโตปรากฏขึ้นตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาชนิดไม่สามารถหลบหรือหลีกเลี่ยงได้ และมันน่าจะทำให้หลายคนนอกจากจะหายสงสัยแล้วยังอาจจะสนใจ HYROX มากขึ้นตามไปด้วย

 

ความจริงการแข่ง HYROX ในประเทศไทยในปีนี้จัดเป็นปีที่ 2 แล้ว หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างดีในปี 2025 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการจัดการแข่งขัน ซึ่งในปีนี้ถือว่าความสำเร็จนั้นเกินความคาดหมายไปไกลมาก เพราะมีจำนวนผู้สมัครมากถึง 17,500 คน จากการแข่งขัน 3 ประเภทคือ เดี่ยว, ทีม และผลัด

 

ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว 1
  
ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว 2
 

โดยไฮไลต์ที่ทำให้เป็นที่สนใจคือการที่เหล่าศิลปิน ดารา นักแสดง และบุคคลมีชื่อเสียงในหลากหลายวงการที่เข้าร่วมแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ณเดช คูกิมิยะ, หมาก-ปริญ, เจมส์-จิรายุ, ญาญ่า อุรัศยา, คิมเบอร์ลี่, แอน ทองประสม และชมพู่ อารียา ไปจนถึงบุคคลในแวดวงธุรกิจอย่าง เก่ง–สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ผู้ก่อตั้งบริษัท RGB72 และ โจ้-ฉวีวรรณ คงโชคสมัย แห่ง Creative Talk เข้าร่วมการแข่งขันด้วย

 

กระแสที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ HYROX กลายเป็นไวรัลในชั่วพริบตา และทำให้เชื่อได้ว่าการแข่งครั้งต่อไปในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่มากขึ้นไปกว่านี้อีก เพราะมีคนที่เริ่มสนใจและอยากเข้าร่วมการแข่งขันชนิดนี้ด้วย

 

เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพราะคนไทยบ้าตามกระแสอะไร

 

ในทางตรงกันข้ามกระแสของ HYROX เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก

 

จุดกำเนิดกีฬาคนพันธุ์ ROX

 
 ความจริงแล้ว HYROX ไม่ได้เป็นกีฬาที่เก่าแก่อะไร เพราะกีฬาชนิดนี้เพิ่งถูกคิดค้นและเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 หรือยังไม่ถึง 10 ปีเต็มเลย

 

จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอยางมาจากแนวคิดของ 2 ผู้ร่วมก่อตั้งอย่างคริสเตียน เทิตซ์เคอ (Christian Toetzke) และมอริตซ์ เฟือร์สเทอ (Moritz Fürste) ที่อยากสร้างกีฬาชนิดใหม่ที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และทุกคนเข้าแข่งขันได้

 

จากแนวคิดของเทิตซ์เคอ ซึ่งมีประสบการณ์ในฐานะนักจัดการแข่งขันกีฦาระดับโลกมากมาย ทั้งไตรกีฬา, มาราธอน และการแข่งจักรยานถูกนำมาประกอบร่างให้เป็นความจริงโดยเฟือร์สเทอ ซึ่งเป็นนักกีฬาฮอคกี้ตัวจริงระดับเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัยและแชมป์โลกอีก 1 สมัย

 

ความตั้งใจแรกคือมันจะเป็นการแข่งฟิตเนสแบบมาราธอน (Marathon of Fitness) แม้ว่าจริงๆแล้วฟิตเนสจะไม่ใช่กีฬาก็ตาม แต่เฟือร์สเทอพบข้อมูลว่าในบ้านเกิดของเขาที่เยอรมนี มีคน 52 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่าฟิตเนสเป็นกีฬา

 

สิ่งที่คนเหล่านี้ขาดไปคือพวกเขาไม่มีสนามกีฬาที่จะใช้แข่งขัน ดังนั้นจึงเป็นงานของพวกเขาที่จะต้องออกแบบการแข่งขันกีฬาให้สำหรับคนที่ไปฟิตเนสเป็นประจำ ฝึกซ้อมเป็นประจำ ให้ได้มีสนามแข่งขันที่จะทดสอบความแข็งแกร่ง ความอึด ความถึกของร่างกาย และที่สำคัญคือพละกำลังของจิตใจ

 

คำตอบคือการแข่งที่เรียบง่าย

 

วิ่ง 1 กิโลเมตร แล้วเข้าฐานออกกำลังกาย 8 ฐานสลับกันไป ซึ่งก็การออกกำลังกายพื้นฐานที่มีอยู่จริงในฟิตเนสแทบทุกแห่งไม่ว่าจะเป็น SkiErg 1,000 ม., Sled pull 50 ม., Sled push 50 ม., Burpee broad jumps 80 ม., Rowing 1,000 ม., Farmers carry 200 ม., Sandbag Lunges 100 ม. และ Wall balls 100 ครั้ง

 

ที่ทำแบบนี้เพราะทั้งสองอยากให้ HYROX เป็นกีฬาสำหรับทุกคน (A Sport for Everybody) ไม่เหมือน CrossFit ที่มีความซับซ้อนและเข้าถึงได้ยากกว่าแม้ว่าอาจจะดูคล้ายกัน และมันเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ HYROX มาแรงกว่า

 
ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว 3
 

อีกเหตุผลที่สำคัญคือไม่ว่าคุณจะแข่งที่ไหนก็ตาม จะแข่งที่กรุงเทพฯ, โตเกียว หรือนิวยอร์ค ก็สามารถแข่งกับนักกีฬาจากทั่วโลกได้ด้วย เพราะการแข่งทุกที่อยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกันหมด เราสามารถวัดกับนักกีฬาทุกคนได้ หรือต่อให้ไม่อยากจะแข่งกับคนอื่น แข่งกับตัวเองก็ได้เหมือนกันว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจไหม ดีขึ้นหรือแย่ลง

 

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คิดมาอย่างดีแล้ว

 

เพราะทุกคนต่างมีความเป็น ‘ร็อกสตาร์’ ในตัวเอง

 

สิ่งที่พวกเขาอาจจะไม่ทันได้คิดคือในเวลาไม่กี่ปีมันกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลกกีฬาที่มาแรงอย่างน่าตกใจ

 

จากตลาดหลักในยุโรปและอเมริกาเหนือ HYROX เดินทางมาถึงเอเชียแปซิฟิก และกลายเป็นกีฬาฮิตเหมือนเพลงฮิตที่ทุกคนอยากร้องตามทันที

 

ปัจจุบัน HYROX กลายเป็นกีฬาที่เติบโตได้เร็วที่สุดในโลกในปัจจุบัน โดยในปี 2025 มีการจัดการแข่งขันถึง 83 รายการจาก 11 ประเทศทั่วโลก มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งมากถึง 650,000 คน และสร้างรายได้มหาศาลถึงกว่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.5 พันล้านบาท)

 

และจากการสังเกตปรากฏการณ์ความสำเร็จในการแข่งที่กรุงเทพฯแล้ว ตัวเลขทั้งจำนวนรายการแข่งขันและจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

โดยจุดหนึ่งที่ถือเป็น ‘ไม้ตาย’ คือการเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่เหล่านักกีฬาระดับ Elite หรือคนดังเท่านั้น แต่เป็นเพราะเป็นการแข่งที่เปิดกว้างสำหรับใครก็ได้ (ที่อยู่ใต้กติกา) นั่นคือ UGC (User generated content) ที่ยอดเยี่ยมและเข้าถึงทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

 

ภาพของนักกีฬาที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนถึงขีดสุด เหงื่อไหลเต็มกาย แต่สีหน้ายังมีรอยยิ้มของความสุข เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกว่า HYROX เป็นกีฬาที่เท่ คูล และมันชวนให้อยากจะลองร่วมแข่งขันดูสักครั้ง ไม่นับผลพลอยได้ของการลงแข่งที่หมายถึงการฝึกซ้อมอย่างหนักต่อเนื่อง ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีรูปร่างที่ดีขึ้นตามธรรมชาติ

 

ยิ่งเรามีโอกาสจะเห็นเพื่อน คนรู้จัก เข้าร่วมแข่งขัน มากขึ้นเท่าไร ก็หมายถึงความสนใจที่อยากจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยในโอกาสต่อไปมากขึ้นเท่านั้น

 

เรื่องนี้ตรงกับความหมายของคำว่า HYROX มาจากคำว่า ‘Hybrid + Rockstar’ ที่สื่อให้ชวนคิดต่อได้ว่าเราต่างเป็น ‘ร็อกสตาร์’ ในแบบของตัวเอง

 

แต่ในวงการแล้วคนที่เล่น HYROX จะเรียกตัวเองว่า Evangelist

 
ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว 4
 

ความลับของ HYROX

 

อย่างไรก็ดีนอกเหนือจากความสำเร็จในเชิงของเกมกีฬา (ที่แม้จะไม่เชิงเป็นกีฬาตามความเข้าใจแบบดั้งเดิมเสียทีเดียว) HYROX ยังเป็นโมเดลธุรกิจที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

เริ่มจากโมเดลของการแแข่งขันที่เหมือนยากแต่เรียบง่าย โดยที่เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันคือ HYROX เองที่มีการอุปกรณ์ในการเตรียมสถานที่แข่งเป็นชุดเอาไว้อยู่แล้วในมาตรฐานเดียวกันและสามารถเดินทางไปเซ็ตอัพสถานที่ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 36-48 ชั่วโมง

 

การเปิดรับสมัครที่มีจำนวนจำกัด ทำให้ยิ่งกระแสนิยมแรงขึ้นเท่าไร HYROX ก็ยิ่งขายบัตรเข้าร่วมแข่งหมดได้ไวมากขึ้นเท่านั้น ทั้งๆที่ค่าสมัครในการเข้าร่วมแข่งไม่ถูกเลย เช่น ในกรุงเทพฯเองสนนราคาค่าสมัครในประเภทเดี่ยว (หน้างาน) สูงกว่า 4,000 บาท

 

Demand มีสูงกว่า supply ยิ่งทำให้ HYROX เป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการไปอีกนาน โดยที่ยังมีการจัดแบ่งประเภทการแข่งขันย่อยเพื่อรองรับนักกีฬา (ลูกค้า) หลากหลายกลุ่ม ไม่ได้สงวนเฉพาะนักกีฬาในระดับ Elite เท่านั้นแต่เป็นใครก็ได้ แบบนี้ถือว่าเป็นวิธี Customer Segmentation ที่ยอดเยี่ยม

 

การจะเข้าร่วม HYROX จะผ่าน Customer Journey ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ทุกคนจะได้ออกเดินทางไปด้วยกันจากจุดเริ่มต้นของคนไม่เอาไหน สู่การเป็นร็อกสตาร์ เป็นนักกีฬาที่แข็งแกร่งในแบบของตัวเอง โดยที่นักกีฬาแต่ละคนจะช่วยกันทำให้เกิด Community ตามขึ้นมาด้วย เพราะจะเป็นการรวมตัวกันของคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน

 

ยิ่ง Community เข้มแข็งมากเท่าไร HYROX ก็ยิ่งเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้นเท่านั้น

 

นอกเหนือจากนี้ยังมีการนำเรื่องการนำข้อมูลมาใช้ในเชิงกลยุทธ์ (Data-Driven Strategy) ที่เก็บข้อมูลของผู้สมัคร ข้อมูลการแข่งขัน และอื่นๆมาช่วยปรับปรุงให้ HYROX ดีขึ้นตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าไปเรื่อยๆ

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ HYROX กลายเป็นปรากฏการณ์ และที่สำคัญที่สุดคือมันกำลังทำให้ทั้งองคาพยพได้รับอานิสงก์ตามไปด้วย

 
ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว 5
 

สนามกีฬาใหม่สุดมันของแบรนด์

 

ตั้งแต่จบการแข่งขัน HYROX THAILAND 2026 บนหน้าฟีดของผู้เขียนเจอกับโฆษณาบนโซเชียลมีเดียหลายชิ้นที่มาในแนวทางคล้ายๆกัน

 

“อยากลงแข่งไหม? มาฝึก HYROX ที่นี่สิ”

 

ส่วนใหญ่คือฟิตเนสต่างๆที่หันมาใช้ HYROX เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดและมั่นใจได้ว่าได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะสิ่งนี้เป็น ‘เทรนด์’ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะกีฬาชนิดนี้ได้เปลี่ยนแปลง Perception ของโลกฟิตเนสไปอีกด้านหนึ่ง

 

ขณะเดียวกันมันก็เป็นโอกาสของแบรนด์กีฬาที่จะกระโจนเข้ามาร่วมกันเบ่งพลังในวงการนี้ด้วย

 

นอกจากแบรนด์ชุดแรกที่เข้าถึง HYROX ในฐานะสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการก่อนอย่าง PUMA ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ทั้งชุดสำหรับแข่งขันสุดเท่โดยเฉพาะและรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อเล่น HYROX โดยตรงในหลายรุ่นยังมี Red Bull ที่กระโจนเข้ามาสนับสนุนวงการนี้ด้วย

 

แต่ยังมีที่ว่างอีกมากมายที่แบรนด์ต่างๆสามารถมองเห็นโอกาส ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่งขัน รองเท้า ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ถุงมือหรืออุปกรณ์ซัพพอร์ต สู่เครื่องดื่มให้พลังงาน หรือแม้แต่ Wearable จากค่ายเทคโนโลยีที่สามารถหาช่องเข้าสู่ตลาดนี้ได้ด้วยเช่นกัน

 

โดยที่อย่าลืมว่าตลาดนี้แม้จะยังไม่ถึงกับใหญ่มาก แต่เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงมาก

 

เพราะต้นทุนของการเข้าแข่ง HYROX นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ค่าสมัครที่ค่อนข้างสูง แต่ยังต้องผ่านการฝึกฝนในฟิตเนส ซึ่งก็มีทั้งค่าสมาชิก ค่าเทรนเนอร์ ไปจนถึงกรณีที่ฝึกจริงจังอาจจะมีค่าเข้าชั้นเรียนด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องแต่งกาย รองเท้า หรือแม้แต่เครื่องสำอางก์ที่ติดทนนานสำหรับสาวๆที่เข้าร่วมแข่งขัน

 

ยันการถ่ายภาพนักกีฬาที่สามารถทำเงินได้มหาศาลเช่นกัน เช่น ในการแข่งที่กรุงเทพฯ หากใครอยากได้ภาพจากตากล้องอย่างเป็นทางการของการแข่งขันสามารถซื้อภาพของตัวเองได้ในราคา 1,400 บาท ไม่ต่างอะไรจากงานแข่งวิ่งเลย

 
ภาพรวมการแข่งขัน HYROX ที่แสดงถึงความนิยมและการเติบโตของกีฬาดังกล่าว 6
 

HYROX ในวันพรุ่งนี้

 

คำถามที่น่าสนใจคือโอเค HYROX ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ แต่วันพรุ่งนี้ของกีฬาชนิดนี้จะเป็นอย่างไร?

 

จากทิศทางแล้วอย่างน้อยในปี 2026 โลกของ HYROX จะขยายตัว โดยมีการประเมินว่าจะทำรายได้จากการจัดแข่งทั่วโลกมากถึง 215-220 ล้านดอลลาร์ และจะมีจำนวนนักกีฬาเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านคน

 

โดยตัวเลขรายได้จะมาจากค่าสมัคร (Entry fee) และของที่ระลึก (Merchandise) 25 เปอร์เซ็นต์, 30 เปอร์เซ็นต์จากการโค้ช, 20 เปอร์เซ็นต์จากการขายลิขสิทธิ์ให้แก่ยิมต่างๆ, 15 เปอร์เซ็นต์จากค่าสมัครสมาชิกดิจิทัล และอีก 10 เปอร์เซ็นต์จากสปอนเซอร์ โดยที่ยังไม่นับรายได้ส่วนอื่นๆ

 

ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ HYROX จะยังติดลมบนและเติบโตต่อไปอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากคนที่หันมาเล่นกีฬาฟิตเนสชนิดนี้อยู่เดิมแล้วยังมีคนอีกจำนวนมากที่สนใจอยากจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยในอนาคต

 

คนเหล่านี้อาจจะเริ่มต้นจาก ‘อยากลองสักครั้ง’ แต่มันมีแนวโน้มจะกลายเป็น ‘อยากทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป’ ไม่ต่างอะไรจากการแข่งวิ่งทั้งมาราธอน หรือวิ่งเทรลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในทั่วโลก

 

HYROX ยังได้เปรียบกีฬาชนิดออกกำลังที่คล้ายกันอย่าง CrossFit หรือ Spartan ตรงที่ให้ความรู้สึกว่าเข้าถึงผู้คนวงกว้างได้ง่ายกว่าและไกลกว่า แต่ก็มีโอกาสที่คนเหล่านี้เมื่อผ่านสนาม HYROX แล้วอาจจะอยากไปลองกีฬาชนิดอื่นด้วยเช่นกันเพื่อค้นหาความท้าทายใหม่ๆ

 

แต่ขั้นต่ำที่สุด HYROX ได้มอบสิ่งที่ดีและมีความหมายอย่างมากให้แก่โลกใบนี้

 

สิ่งนั้นคือแรงบันดาลใจในการที่ทำให้ใครหลายคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่

 

สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถใช้ตัวเลขสถิติใดประเมินค่าได้ มันมีค่าและความหมายมากมายเกินกว่านั้น

 

ภาพ : ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ / THE STANDARD LIFE

อ้างอิง:

The post HYROX ขึ้นแท่นกีฬาโตเร็วสุดในโลก ดันรายได้แตะ 4.5 พันล้านบาท ชูโมเดลเปลี่ยนคนไปยิมให้เป็น ‘ร็อกสตาร์’ ที่แบรนด์รุมจีบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ CrossFit ประกาศลาออกแล้ว หลังทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จน Reebok และยิมทั่วโลกประกาศตัดความสัมพันธ์ https://thestandard.co/ceo-announced-resignation-after-tweet-floyd-19/ Wed, 10 Jun 2020 06:24:12 +0000 https://thestandard.co/?p=370799

เกร็ก กลาสแมน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทและรูปแบบการออกก […]

The post ซีอีโอ CrossFit ประกาศลาออกแล้ว หลังทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จน Reebok และยิมทั่วโลกประกาศตัดความสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกร็ก กลาสแมน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทและรูปแบบการออกกำลังกายที่เรียกว่า CrossFit ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งแล้ว หลังเขาทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จนเกิดกระแสต่อต้าน นำไปสู่การที่ Reebok แบรนด์กีฬาชื่อดัง และยิมต่างๆ กว่า 1,200 ยิมจากทั่วโลก ตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับบริษัท CrossFit 

 

กลาสแมนประกาศเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหาร หนึ่งวันหลังจากที่บริษัทของเขาถูกกระแสวิจารณ์อย่างหนัก จากการที่กลาสแมนทวีตข้อความเกี่ยวกับทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ภายใต้ข้อความเดียวกันว่า ‘FLOYD-19’ จากการรีพลายข้อความที่ว่า ‘การเหยียดสีผิวคือปัญหาสาธารณสุขอย่างหนึ่ง’ 

 

นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาของเขากับเจ้าของยิม CrossFit เกี่ยวกับการเหยียดสีผิวผ่านการประชุมใน Zoom ซึ่งภายหลังได้หลุดมาสู่สื่อมวลชนว่า 

 

“เราไม่แสดงความเสียใจกับ จอร์จ ฟลอยด์ ผมไม่คิดว่าเราหรือเจ้าหน้าที่ของเราทำ” กลาสแมนกล่าวผ่าน Zoom ในคลิปที่ทาง The New York Times ได้รับและนำมาเผยแพร่ 

 

“คุณบอกผมได้ไหมว่า ทำไมเราถึงต้องแสดงความเสียใจให้กับเขา? หรือมันเป็นเพียงเพราะสิ่งที่คนขาวต้องทำ? ผมเข้าใจแรงกดดันนั้น แต่มอบเหตุผลอื่นให้กับผมหน่อย” 

 

ตำแหน่งของกลาสแมนจะถูกทดแทนโดย เดฟ คาสโตร อีกหนึ่งผู้บริหารในองค์กร CrossFit โดยเขาได้โพสต์ข้อความก่อนลงจากตำแหน่งว่า “ผมสร้างปัญหาให้กับชุมชน CrossFit และทำร้ายสมาชิกหลายคนโดยไม่ได้ตั้งใจ” 

 

สำหรับ CrossFit คือหนึ่งในแบรนด์ฟิตเนสที่โด่งดังที่สุด โดยตอนนี้มีรายงายว่า ในสหรัฐอเมริกามียิมพันธมิตรกว่า 6,000 ยิม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2000 โดย CrossFit ได้ออกแบบรูปแบบการออกกำลังกายที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งและความฟิตในรูปแบบที่คล้ายกับการฝึกทหาร 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post ซีอีโอ CrossFit ประกาศลาออกแล้ว หลังทวีตข้อความ ‘FLOYD-19’ จน Reebok และยิมทั่วโลกประกาศตัดความสัมพันธ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reebok และยิมจากทั่วโลก ประกาศตัดสัมพันธ์กับ CrossFit หลังซีอีโอทวีตข้อความว่า ‘FLOYD-19’ https://thestandard.co/greg-glassman-brands-cut-ties-over-crossfit-ceos-george-floyd-tweet/ Tue, 09 Jun 2020 04:43:22 +0000 https://thestandard.co/?p=370500

ฟิตเนสแบรนด์ แบรนด์กีฬา เช่น Reebok และยิมต่างๆ จากทั่ว […]

The post Reebok และยิมจากทั่วโลก ประกาศตัดสัมพันธ์กับ CrossFit หลังซีอีโอทวีตข้อความว่า ‘FLOYD-19’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฟิตเนสแบรนด์ แบรนด์กีฬา เช่น Reebok และยิมต่างๆ จากทั่วโลก 227 ยิมทั่วโลก ซึ่งรวมถึง Training Ground ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับ CrossFit บริษัทผู้ก่อตั้งรูปแบบการออกกำลังกาย CrossFit 

 

หลังจาก เกร็ก กลาสแมน ซีอีโอของบริษัท ได้ทวีตตอบทวิตเตอร์ Health Metrics and Evaluation ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ที่โพสต์ข้อความ ‘การเหยียดสีผิวคือปัญหาสาธารณสุข’ ว่า ‘FLOYD-19’ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเล่นตลกกับชื่อของผู้เสียชีวิตคือ จอร์จ ฟลอยด์

 

นอกจากนี้สื่อต่างประเทศยังรายงานอีกว่า กลาสแมนได้ตอบอีเมลเพื่อนร่วมงานว่า ‘มีอาการประสาทหลอน’ จากการตั้งคำถามว่า ทำไม CrossFit ถึงตัดสินใจไม่กล่าวอะไรถึงการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ จากการกระทำเกินกว่าเหตุของตำรวจในมินนีแอโปลิส 

 

หลังจากที่กลาสแมนได้ทวีตข้อความดังกล่าว สื่อต่างประเทศรายงานว่า ยิม 227 แห่งทั่วโลก รวมถึง Training Ground ในซอยสุขุมวิท 69 กรุงเทพมหานคร ได้ออกมาประกาศระงับความสัมพันธ์กับบริษัท CrossFit จนกว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในสำนักงานใหญ่ 

 

ซึ่งทาง Training Ground ในไทยได้เผยว่า ทางยิมจะเลิกใช้ชื่อ CrossFit ทั้งหมดภายในยิมและในการทำคอนเทนต์ต่างๆ ของยิมในโลกออนไลน์ พร้อมกับประกาศจุดยืนชัดเจนในการต่อต้านการเหยียดสีผิว รวมถึงได้เรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหารของบริษัท CrossFit ซึ่งหากไม่มีความเปลี่ยนแปลงก็จะขอยกเลิกทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ CrossFit อย่างถาวร 

 

นอกจากนี้แบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Reebok ได้ออกแถลงการณ์ตัดความสัมพันธ์กับ CrossFit เช่นเดียวกัน 

 

“เมื่อไม่นานมานี้เราได้พูดคุยเจรจาเกี่ยวกับสัญญาข้อตกลงกันใหม่ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับสำนักงานใหญ่ของ CrossFit” Reebok กล่าวผ่านแถลงการณ์ของบริษัท 

 

ภายหลังกลาสแมนได้ออกมาขอโทษ และกล่าวว่า CrossFit จะไม่ยืนหยัดคู่กับการเหยียดสีผิว และเผยว่า เขาได้พยายามที่จะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับมาตรการล็อกดาวน์ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

“ผมในฐานะตัวแทนของ CrossFit สำนักงานใหญ่ และชุมชนของ CrossFit จะไม่ยืนหยัดคู่กับการเหยียดสีผิว ผมได้ทำผิดไปจากคำพูดที่ผมเลือกใช้เมื่อวานนี้ ผมรู้สึกเศร้าสลดและเสียใจจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเพราะคำพูดดังกล่าว มันเป็นข้อผิดพลาด ไม่ใช่การเหยียดสีผิว แต่คือข้อผิดพลาด

 

“ฟลอยด์คือฮีโร่ในชุมชนคนผิวดำ และไม่ใช่เพียงแค่เหยื่อ ผมควรที่จะใส่ใจกับเรื่องนี้มากกว่านี้ และการที่ผมไม่ใส่ใจ ผมก็ต้องขอโทษด้วย 

 

“ผมพยายามที่จะแสดงจุดยืนต่อ Health Metrics and Evaluation ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน จากมาตรการของพวกเขาที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คนในช่วงล็อกดาวน์ และตอนที่ผมเห็นพวกเขาประกาศรูปแบบการแก้ปัญหาวิกฤตการเหยียดสีผิวของพวกเขา ผมก็โมโหมากและเสียการควบคุมอารมณ์ ซึ่งการตัดสินใจใช้ชื่อ จอร์จ ฟลอยด์ ในรูปแบบนั้น ถือเป็นอะไรที่ผิด” 

 

สำหรับบริษัท CrossFit คือผู้ก่อตั้งรูปแบบการออกกำลังกาย CrossFit โดย เกร็ก กลาสแมน ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์รูปแบบและชื่อ โดยยิมจากทั่วโลกที่สนใจนำรูปแบบนี้มาใช้ ต้องจ่ายเงินให้กับบริษัท CrossFit เพื่อขออนุญาตใช้ทั้งชื่อและรูปแบบได้

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post Reebok และยิมจากทั่วโลก ประกาศตัดสัมพันธ์กับ CrossFit หลังซีอีโอทวีตข้อความว่า ‘FLOYD-19’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจ Training Ground ยิม Crossfit ที่ค้นพบหนทางใหม่ในการออกกำลังกายแบบรักษาระยะห่างอย่างมีประสิทธิภาพ https://thestandard.co/crossfit-gym-training-ground/ Thu, 28 May 2020 01:58:07 +0000 https://thestandard.co/?p=367500

Training Ground เป็นหนึ่งในยิมออกกำลังกายในรูปแบบของ Cr […]

The post สำรวจ Training Ground ยิม Crossfit ที่ค้นพบหนทางใหม่ในการออกกำลังกายแบบรักษาระยะห่างอย่างมีประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Training Ground เป็นหนึ่งในยิมออกกำลังกายในรูปแบบของ Crossfit ที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

 

โดย Training Ground ได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยมาตรการการฆ่าเชื้อและรักษาระยะห่างระหว่างการออกกำลังกาย 

 

รอน ฮาร์วีย์ จูเนียร์ ผู้ก่อตั้งและโค้ช Training Ground ได้เล่าถึงมาตรการตั้งแต่กลับมาเปิดว่า ทุกคนที่เข้ามาพื้นที่ยิมต้องผ่านการตรวจอุณหภูมิ ทำความสะอาดทั้งมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และพ่นสเปรย์ทำความสะอาดพื้นรองเท้า ก่อนที่จะเข้ามาหยิบขวดน้ำยาทำความสะอาดและผ้าคนละหนึ่งชุด

 

โดยในพื้นที่โกดังเปิดนี้จะจัดพื้นที่เป็นกรอบการออกกำลังกายช่องละ 15 ตารางเมตรต่อสมาชิก 1 คน โดยแต่ละคนจะใช้พื้นและอุปกรณ์ที่จัดไว้ให้อยู่ช่องของตัวเองตลอดการออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งยิมสามารถรับลูกค้าได้ประมาณ 16 คนต่อ 1 คลาส ซึ่งจะมีตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึงคลาสสุดท้ายตอน 20.00 น. 

 

ซึ่งทุกครั้งที่มีการใช้งานเสร็จในแต่ละคลาส ผู้ที่ใช้จะต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ รวมถึงพื้นที่ของตนเอง เพื่อคนใช้กลุ่มต่อไป 

 

“ตอนที่เกิดการล็อกดาวน์ เราก็ปิดการ รายได้ก็หายไปทั้งหมด จนเราปรับมาให้บริการลูกค้าด้วยการสอนออนไลน์ และปล่อยเช่าอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่เรากลับมาเปิดให้บริการ โชคดีที่ลูกค้าส่วนใหญ่ของเรากลับมามากกว่า 90% และเรามีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สนใจมาเข้าร่วมมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา” รอนเผยถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาของ Training Ground 

 

“สถานการณ์ตอนเปิดก็เหมือนกับปีใหม่ที่หลายคนตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสร้างตัวเองใหม่แบบ New Year New You ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ใช้โอกาสนี้เริ่มต้นใหม่และมองหายิมที่จะฝึกซ้อมอย่างจริงแบบมีมาตรการรองรับอย่างเข้มงวด”

 

รอนยังได้เผยว่า การปรับตัวหลังช่วงล็อกดาวน์ ถือว่ายิมได้เร่งเอาแผนการออกกำลังกายสำหรับลูกค้า ที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้เวลาออกกำลังกายได้ดีขึ้นกว่าเก่า 

 

“เราก็พิจารณาแผนตั้งแต่ก่อนล็อกดาวน์​ ซึ่งแผนดังกล่าวมีรูปแบบคล้ายกับสิ่งที่เห็นในวันนี้ ทั้งการตีกรอบแบ่งช่องให้กับผู้ออกกำลังกายและแบ่งอุปกรณ์ให้แต่ละคน แต่เรายังไม่กล้าที่จะนำแผนนี้มาใช้ เพราะมันเป็นสิ่งที่แปลกจากเดิมจาก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราจึงตัดสินใจนำแผนนี้มาใช้ 

 

“ซึ่งตั้งแต่เราเริ่มต้นนำมาใช้ การออกกำลังกายก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสมาชิกหลายคนพอใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น” 

 

 


 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum 

 

The post สำรวจ Training Ground ยิม Crossfit ที่ค้นพบหนทางใหม่ในการออกกำลังกายแบบรักษาระยะห่างอย่างมีประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>