เรือสินค้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เรือสินค้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 01 Jul 2026 01:54:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กต. เผยยินดี เรือสัญชาติไทยและเรือที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการไทย 10 ลำ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย https://thestandard.co/thai-ships-hormuz-safe-exit/ Wed, 01 Jul 2026 01:54:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1225358 ภาพเรือสินค้ากำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่แถลงการณ์วานนี้ (30 มิถุนายน […]

The post กต. เผยยินดี เรือสัญชาติไทยและเรือที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการไทย 10 ลำ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือสินค้ากำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่แถลงการณ์วานนี้ (30 มิถุนายน) เกี่ยวกับความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์เรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้าง ซึ่งตกค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซมาอย่างต่อเนื่อง รวมจำนวน 11 ลำ นับตั้งแต่มีการประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

 

ล่าสุด เรือสัญชาติไทยและเรือที่ผู้ประกอบการไทยว่าจ้างจำนวน 10 ลำ สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว โดยปัจจุบันคงเหลือเรือของผู้ประกอบการไทยเพียง 1 ลำ คือ เรือหัทยา นารี ซึ่งอยู่ระหว่างรอรับสินค้าและมีแผนจะเดินทางออกจากพื้นที่ในโอกาสแรก

 

โดยกระทรวงการต่างประเทศแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อประสานและติดตามสถานการณ์ รวมทั้งสนับสนุนการอำนวยความสะดวกให้เรือที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือเรือลำสุดท้ายที่ยังตกค้างอยู่ จนกว่าเรือดังกล่าวจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

The post กต. เผยยินดี เรือสัญชาติไทยและเรือที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการไทย 10 ลำ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันนอร์ พบอุปทูตอิหร่าน ขออำนวยความสะดวกเรือสินค้าไทย 2 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำไทยเป็นกลาง https://thestandard.co/wannor-iran-ships-hormuz/ Mon, 18 May 2026 08:31:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1208470 วันมูฮัมหมัดนอร์ มาทา และ เมะดี ซาเระ อุปทูตอิหร่าน ระหว่างการหารือที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (18 พฤษภาคม) เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วันม […]

The post วันนอร์ พบอุปทูตอิหร่าน ขออำนวยความสะดวกเรือสินค้าไทย 2 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำไทยเป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันมูฮัมหมัดนอร์ มาทา และ เมะดี ซาเระ อุปทูตอิหร่าน ระหว่างการหารือที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (18 พฤษภาคม) เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล วันมูฮัมหมัดนอร์ มาทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ เมะดี ซาเระ อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เข้าพบ

 

ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น วันมูฮัมหมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ทางอุปทูตได้เข้ามาขอบคุณทั้งตนและผู้นำของไทย ที่ได้แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียผู้นำสูงสุดของประเทศอิหร่านที่ผ่านมา รวมถึงขอบคุณประเทศไทยที่ยังคงเป็นมิตรที่ดี และให้กำลังใจกับอิหร่านในช่วงที่เผชิญปัญหาสงคราม

 

วันมูฮัมหมัดนอร์ยังย้ำกับอุปทูตอิหร่านว่า ไทยมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องความเป็นกลาง ไม่สนับสนุนการรุกราน และปฏิบัติตามพันธกรณี กฎกติกา มติขององค์กรระหว่างประเทศและสหประชาชาติ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ยืนยันในแนวทางเดียวกัน พร้อมหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับคู่ขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็ว เนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะคู่ขัดแย้ง แต่ยังสร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและราคาพลังงาน

 

นอกจากนี้ ตนได้หารือกับอุปทูตว่า ขณะนี้ยังมีเรือสินค้าของไทยอีก 2 ลำ ที่ยังไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ตนขอความช่วยเหลือจากอิหร่านในการอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าไทยสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้โดยเร็ว ซึ่งทางอุปทูตอิหร่านระบุว่า ไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากไทยไม่ได้เป็นประเทศคู่ขัดแย้ง และพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้กลับมาอย่างปลอดภัยโดยเร็ว

 

ส่วนการพบกันครั้งนี้ ไม่ได้มีความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจมองว่าไทยเอนเอียงหรือไม่ วันมูฮัมหมัดนอร์ ยืนยันว่า ประเทศไทยสนับสนุนนโยบายที่มุ่งรักษาสันติภาพของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่สนับสนุนให้เกิดสงคราม เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด พร้อมยืนยันจุดยืนความเป็นกลาง และการปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อนานาชาติและองค์การระหว่างประเทศ อีกทั้งไทยกับอิหร่านยังมีความสัมพันธ์กันมายาวนานหลายร้อยปี

 

เมื่อถามว่า ทางอุปทูตอิหร่านได้ชี้แจงสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ วันมูฮัมหมัดนอร์กล่าวว่า ขณะนี้การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก และหวังว่าจะมีการลงนามข้อตกลงเกิดขึ้น แม้ยังไม่ทราบกรอบเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากกระบวนการยังไม่สิ้นสุด แต่เชื่อว่าน่าจะมีข่าวดีมากกว่าข่าวร้าย

 

พร้อมระบุว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และในเร็ว ๆ นี้ ประธานสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายในการเจรจาต่าง ๆ ก็จะเดินทางเยือนจีนเช่นกัน จึงมองว่าทุกอย่างมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดี พร้อมหวังว่าวิกฤตด้านพลังงานและเศรษฐกิจจะคลี่คลายโดยเร็ว

 

เมื่อถามถึงการขยายความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศไทย วันมูฮัมหมัดนอร์กล่าวว่า อิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน ซึ่งรวมถึงด้านพลังงาน เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นคู่ค้าที่สำคัญ และไทยยังส่งออกข้าวไปยังอิหร่านในปริมาณมาก โดยยืนยันว่าอิหร่านพร้อมให้ความร่วมมือทุกประการกับประเทศไทย รวมถึงด้านพลังงาน ซึ่งจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา

The post วันนอร์ พบอุปทูตอิหร่าน ขออำนวยความสะดวกเรือสินค้าไทย 2 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำไทยเป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ยึดเรือสินค้าอิหร่าน เตหะรานขู่แก้แค้น หวั่นเจรจาสันติภาพล่ม https://thestandard.co/us-iran-ship-seizure-peace-talks/ Mon, 20 Apr 2026 02:54:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1198952 ภาพเรือสินค้าอิหร่าน ทูสกา ที่ถูกกองทัพสหรัฐฯ ควบคุม

สหรัฐอเมริกายึดเรือขนส่งสินค้าอิหร่านที่พยายามฝ่าปฏิบัต […]

The post สหรัฐฯ ยึดเรือสินค้าอิหร่าน เตหะรานขู่แก้แค้น หวั่นเจรจาสันติภาพล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือสินค้าอิหร่าน ทูสกา ที่ถูกกองทัพสหรัฐฯ ควบคุม

สหรัฐอเมริกายึดเรือขนส่งสินค้าอิหร่านที่พยายามฝ่าปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรือของกองทัพอเมริกัน ขณะที่เตหะรานประกาศว่าจะตอบโต้ ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจนำไปสู่ความล้มเหลวของข้อตกลงหยุดยิงและการเจรจาสันติภาพ

 

 
 

เกิดอะไรขึ้นกับเรือขนส่งสินค้าอิหร่าน?

 

เมื่อคืนนี้ (19 เมษายน) กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้ยิงทูสกา (Touska) เรือสินค้าติดธงอิหร่านที่กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ บันดาร์ อับบาส (Bandar Abbas) หลังลูกเรือปฏิเสธคำเตือนของเรือพิฆาตสหรัฐฯ ที่สั่งให้หยุดเรือ

 

“เราควบคุมเรือของพวกเขาไว้ได้ทั้งหมด และกำลังตรวจสอบว่ามีอะไรอยู่บนเรือบ้าง!” ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social พร้อมยังเสริมว่า กองทัพสหรัฐฯ หยุดเรือลำดังกล่าวด้วยการยิงขีปนาวุธจนได้รับความเสียหาย ขณะที่หน่วยนาวิกโยธินได้ควบคุมเรือลำดังกล่าว และทำการตรวจสอบว่า มีสิ่งใดอยู่ในเรือบ้าง

 

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศว่า จะตอบโต้สหรัฐฯ และแก้แค้นการกระทำสหรัฐฯ ที่เข้าข่ายโจรสลัดเร็วๆ นี้ พร้อมระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทูสกาคือเรือที่เดินทางมาจากประเทศจีน

 

ทั้งนี้ โมฮัมหมัดเรซา อาเรฟ รองประธานาธิบดีอิหร่านโพสต์ข้อความโจมตีสหรัฐฯ ว่า ไม่มีประเทศไหนสามารถจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน แต่กลับคาดหวังว่า จะได้รับความปลอดภัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมย้ำว่า ทางเลือกดังกล่าวชัดเจน คือ ระหว่างการมีตลาดน้ำมันเสรีกับทุกฝ่ายเสี่ยงเสียต้นทุนมหาศาล

 

ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าพุ่งขึ้นประมาณ 7% สู่ระดับ 96.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ดัชนี S&P 500 ล่วงหน้าร่วงลงประมาณ 0.9% ในการซื้อขายช่วงเช้าที่เอเชีย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อสถานการณ์สงครามที่ไม่แน่นอน

 

สหรัฐฯ อาจใช้ ‘เหลี่ยมทางกฎหมาย’ อ้างการยึดเรือติดธงอิหร่าน

 

ทั้งนี้ ดอนัลด์ รอธเวลล์ (Donald Rothwell) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า พิกัดของเรือทูสกาในตอนที่กองทัพสหรัฐฯ ยิงใส่ เป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินว่า การยึดเรือลำนี้มีความชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่

 

รอธเวลล์อธิบายว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอ่าวโอมาน ซึ่งอยู่นอกอ่าวเปอร์เซีย และไม่ได้อยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ คำถามที่ตามมา คือ ระยะยิงอยู่ใกล้อิหร่านแค่ไหน และเรือลำนี้อยู่ในเขตน่านน้ำอิหร่านหรือไม่

 

“พิกัดที่ตั้งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการยืนยันความชอบธรรมต่อการกระทำที่สหรัฐฯ ได้ทำลงไปในครั้งนี้” รอธเวลล์ระบุว่า สหรัฐฯ อาจอ้างความชอบธรรมว่า การยึดเรือนี้คือส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตร

 

การเจรจาสันติภาพยังไร้ความคืบหน้า

 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ จะเดินทางไปปากีสถานเพื่อเจรจาสันติภาพรอบสอง นำโดย เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ ทว่าในเวลาต่อมา ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ ABC News และ MS Now ว่า แวนซ์จะไม่เดินทางไป เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย

 

ส่วน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าบ้าง แต่ยังคงมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นนิวเคลียร์และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

 

สำหรับทางด้านปากีสถาน มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเจรจา โดย C-17 เครื่องบินขนส่งสหรัฐฯ 2 ลำจอดที่ฐานทัพอากาศเมื่อวันที่ 19 เมษายน ขณะที่ทางการยังสั่งให้ระงับการขนส่งสาธารณะและรถบรรทุกผ่านตัวเมือง อีกทั้งยังวางลวดหนามที่โรงแรมเซเรนา สถานที่เจรจา และแจ้งให้แขกทุกคนออกจากที่พัก

 

อนึ่ง Al Jazeera รายงานว่า อิหร่านอาจใช้เงื่อนไขยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในการเจรจาสันติภาพครั้งนี้​ โดยล่าสุด ผู้นำปากีสถานได้ต่อสายหาประธานาธิบดีอิหร่านเพื่อโน้มน้าวให้เข้าร่วมการเจรจา แต่อิหร่านยังไม่เชื่อมั่น โดยเชื่อว่า อาจเป็นกลลวงของสหรัฐฯ และอิสราเอลเหมือนเหตุการณ์ในอดีต

 

ภาพ: CENTCOM via REUTERS

 

อ้างอิง:

 

The post สหรัฐฯ ยึดเรือสินค้าอิหร่าน เตหะรานขู่แก้แค้น หวั่นเจรจาสันติภาพล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 ลูกเรือไทยเรือ Mayuree Naree ถึงสุวรรณภูมิปลอดภัย บริษัทเจ้าของเรือ ย้ำภารกิจค้นหา 3 ผู้สูญหายยังดำเนินต่อ https://thestandard.co/20-mayuree-naree-safe-return/ Mon, 16 Mar 2026 03:21:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1187959 ลูกเรือไทย 20 รายของเรือ Mayuree Naree เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ลูกเรือชาวไทยทั้ง 20 รายของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกั […]

The post 20 ลูกเรือไทยเรือ Mayuree Naree ถึงสุวรรณภูมิปลอดภัย บริษัทเจ้าของเรือ ย้ำภารกิจค้นหา 3 ผู้สูญหายยังดำเนินต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกเรือไทย 20 รายของเรือ Mayuree Naree เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ลูกเรือชาวไทยทั้ง 20 รายของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เจ้าของเรือ มยุรี นารี (M.V. Mayuree Naree) ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อช่วงเช้า (16 มีนาคม) ที่ผ่านมาโดยมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเดินทางไปรอรับที่สนามบิน พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของลูกเรืออย่างใกล้ชิด

 

การเดินทางกลับครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์เรือสินค้าของบริษัทถูกโจมตีในทะเลแดง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ก่อนที่ลูกเรือจะได้รับการช่วยเหลือและนำตัวขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย โดยการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทย หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เกิดเหตุ ตลอดจนหน่วยงานด้านการเดินเรือและความปลอดภัยทางทะเลระหว่างประเทศ

 

ตลอดกระบวนการดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงและการเดินเรือ ได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของลูกเรือเป็นไปอย่างราบรื่น

 

ภายหลังเดินทางถึงประเทศไทยแล้วบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า จะดำเนินการดูแลสวัสดิภาพของลูกเรือทันที โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการประเมินสภาพจิตใจโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจของลูกเรือหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวปฏิบัติด้านสวัสดิการของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของพนักงาน

 

บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้องในหลายประเทศ ที่ร่วมกันสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในกระบวนการช่วยเหลือและนำลูกเรือกลับประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของภารกิจในครั้งนี้

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ยังไม่สิ้นสุด โดย PSL ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการค้นหาลูกเรืออีก 3 คนที่ยังคงสูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและความชัดเจนเกี่ยวกับชะตากรรมของลูกเรือทั้งสามรายต่อไป

 

ลูกเรือไทย 20 รายของเรือ Mayuree Naree เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1ลูกเรือไทย 20 รายของเรือ Mayuree Naree เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2ลูกเรือไทย 20 รายของเรือ Mayuree Naree เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3ลูกเรือไทย 20 รายของเรือ Mayuree Naree เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4

The post 20 ลูกเรือไทยเรือ Mayuree Naree ถึงสุวรรณภูมิปลอดภัย บริษัทเจ้าของเรือ ย้ำภารกิจค้นหา 3 ผู้สูญหายยังดำเนินต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือแถลง เรือสินค้าไทย ‘มยุรีนารี’ ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เร่งประสานทางการโอมานช่วยลูกเรือ https://thestandard.co/thai-ship-attack-hormuz-strait-crew/ Wed, 11 Mar 2026 10:38:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1186554 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงข่าวกรณีเรือสินค้าไทย 'มยุรีนารี' ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่ กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พ […]

The post กองทัพเรือแถลง เรือสินค้าไทย ‘มยุรีนารี’ ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เร่งประสานทางการโอมานช่วยลูกเรือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงข่าวกรณีเรือสินค้าไทย 'มยุรีนารี' ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่ กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผย ถึงสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล โดยระบุว่า ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานเบื้องต้นเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ ว่าเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกองสัญชาติไทยชื่อ มยุรีนารี (Mayuree Naree) ถูกโจมตีขณะกำลังเดินเรือผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)

 

สำหรับเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าว มีขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน และเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันเดียวกัน ก่อนจะเผชิญเหตุถูกโจมตีในเวลาต่อมา

 

ภายหลังรับทราบรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้เร่งดำเนินการประสานงานขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ โดยสั่งการให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือที่ประจำการอยู่ ณ กองกำลังทางทะเลร่วม (Combined Maritime Forces หรือ CMF) ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อบูรณาการขอความช่วยเหลือในพื้นที่ทันที

 

ด้านความคืบหน้าล่าสุด กองทัพเรือโอมานได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยได้แล้วจำนวน 20 นาย โดยได้นำตัวลูกเรือกลุ่มแรกขึ้นฝั่งเพื่อดูแลความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ เมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน ขณะเดียวกันกำลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือที่เหลืออีก 3 นาย ส่วนสาเหตุและรูปแบบของการโจมตีในครั้งนี้ ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ยืนยันว่าจะเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งรัดการประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือลูกเรือชาวไทยทั้ง 23 ชีวิต เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยสูงสุด โดยจะมีการแจ้งความคืบหน้าของสถานการณ์ให้สาธารณชนและสื่อมวลชนรับทราบในระยะต่อไป

The post กองทัพเรือแถลง เรือสินค้าไทย ‘มยุรีนารี’ ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เร่งประสานทางการโอมานช่วยลูกเรือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง AOT อำนวยความสะดวก – การบินไทยไม่กระทบ https://thestandard.co/piphat-airlines-stranded-tourists-aot/ Mon, 02 Mar 2026 07:53:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1183433 พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าว

วันนี้ (2 มีนาคม) เวลา 13.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน […]

The post พิพัฒน์เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง AOT อำนวยความสะดวก – การบินไทยไม่กระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าว

วันนี้ (2 มีนาคม) เวลา 13.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการดูแลผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย ที่ไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศตะวันออกกลางได้ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง สายการบินมีการดูแลอยู่ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้คอยอำนวยความสะดวกให้ ในส่วนนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง

 

เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้สายการบินทุกสายเป็นผู้ดูแลอยู่ใช่หรือไม่ พิพัฒน์ กล่าวว่า สายการบินทุกสายที่ผู้โดยสารซื้อตั๋วไว้ได้มีการดูแลอยู่ แต่ส่วนใหญ่ขณะนี้เลือกที่จะเดินทางกลับเข้ามาในเมือง เชื่อว่าคงไม่มีอะไร แต่หากมี ขอให้รอนายกรัฐมนตรีแถลงจะดีกว่า

 

เมื่อถามถึงการปิดน่านฟ้าพื้นที่ตะวันออกกลาง มีการติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างไร และจะต้องมีการบินอ้อมหรือไม่ พิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องบินอ้อมขึ้น ยกเว้นประเทศที่ปิดน่านฟ้า ซึ่งเราไม่สามารถเดินทางผ่านไปได้ แต่สำหรับสายการบิน โดยเฉพาะการบินไทย เราไม่ได้ติดขัดในส่วนนี้ เพราะเที่ยวบินของการบินไทยที่บินไปตะวันออกกลางมีน้อยอยู่แล้ว

 

เมื่อถามถึงการเดินเรือสินค้า หากต้องเดินทางอ้อมจะต้องมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้น จะมีการประสานเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างไร พิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของเรือสินค้าต้องรออีกหน่อย แต่ถ้าเป็นเรื่องของพลังงานที่เรือจะต้องเดินผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีปัญหาบ้าง ขึ้นอยู่กับสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ยืดเยื้อ ขอให้รอนายกรัฐมนตรีแถลงทีเดียว

The post พิพัฒน์เผย สายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง AOT อำนวยความสะดวก – การบินไทยไม่กระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ยืนยันผู้โดยสารตกค้างเหตุปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางไร้ปัญหา ชี้การบินไทยกระทบน้อย https://thestandard.co/pipat-passengers-stranded-middle-east-thai-airways/ Mon, 02 Mar 2026 07:20:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1183415 พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวถึงสถานการณ์ผู้โดยสารตกค้างจากเหตุการณ์ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี […]

The post พิพัฒน์ยืนยันผู้โดยสารตกค้างเหตุปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางไร้ปัญหา ชี้การบินไทยกระทบน้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวถึงสถานการณ์ผู้โดยสารตกค้างจากเหตุการณ์ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มีนาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการดูแลผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย ที่ไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศตะวันออกกลางได้ ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตกค้างทางสายการบิน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ได้คอยอำนวยความสะดวกให้ ในส่วนนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง

 

พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สายการบินทุกสายที่ผู้โดยสารซื้อตั๋วไว้มีการดูแลอยู่ แต่ส่วนใหญ่ขณะนี้เลือกที่จะเดินทางกลับเข้ามาในเมือง เชื่อว่าคงไม่มีอะไร แต่หากมีขอให้รอนายกรัฐมนตรีแถลงจะดีกว่า

 

เมื่อถามถึงการปิดน่านฟ้าพื้นที่ตะวันออกกลาง มีการติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างไร และจะต้องมีการบินอ้อมหรือไม่ พิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องบินอ้อมขึ้น เพราะเราไม่สามารถที่จะเดินทางผ่านไปได้ แต่สำหรับสายการบินไทย เราไม่ได้ติดขัดในส่วนนี้ เพราะเที่ยวบินของการบินไทยที่บินไปตะวันออกกลางมีน้อยอยู่แล้ว

 

ส่วนการเดินเรือสินค้า หากต้องเดินทางอ้อมจะต้องมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้น จะมีการประสานเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างไร พิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องของเรือสินค้าต้องรออีกหน่อย แต่ถ้าเป็นเรื่องของพลังงานที่เรือจะต้องเดินผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็มีปัญหาบ้าง ขึ้นอยู่กับสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ขอให้รอนายกรัฐมนตรีแถลงทีเดียว

The post พิพัฒน์ยืนยันผู้โดยสารตกค้างเหตุปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางไร้ปัญหา ชี้การบินไทยกระทบน้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมอุตสาหกรรมผลิตเรือคอนเทนเนอร์ถึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สหรัฐฯ อยากได้คืนไม่แพ้รถยนต์ ชิป เหล็ก และยา https://thestandard.co/container-ship-industry-back-on-us-radar/ Sat, 19 Apr 2025 07:45:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1066021

หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าบังคับเก็บภาษีเรือสินค้า […]

The post ทำไมอุตสาหกรรมผลิตเรือคอนเทนเนอร์ถึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สหรัฐฯ อยากได้คืนไม่แพ้รถยนต์ ชิป เหล็ก และยา appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าบังคับเก็บภาษีเรือสินค้าจีนที่จอดท่าเรือสหรัฐฯ ภายใต้แผนของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยเรือทุกลำที่สร้างและเป็นเจ้าของโดยจีน ที่มาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือในสหรัฐฯ จะถูกเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณสินค้าที่ขนส่ง 

 

นับเป็นการคุกคามเส้นทางขนส่งสินค้าทั่วโลกและยกระดับสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งที่ผ่านมาจีนผลิตเรือมากถึง 75-80% ของกองเรือ ในช่วงการบริหารของไบเดน 

 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง กรณี ‘อุตสาหกรรมผลิตเรือคอนเทนเนอร์ ถึงเป็นอีกตลาดที่สหรัฐฯ อยากได้คืน’ ผ่าน Facebook ส่วนตัว  

 

ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า USTR สหรัฐฯ มองว่า “เรือและการขนส่งทางเรือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงของสหรัฐฯ ตลอดจนต่อการขนส่งสินค้าสหรัฐฯ ต้องลดความเสี่ยงด้านการขนส่งสินค้าทางทะเลที่มีต่อ Supply Chain ต้องช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการสหรัฐฯ กลับมาผลิตเรืออีกครั้ง”

 

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกนโยบายเก็บภาษีการเข้าท่าฉบับใหม่ออกมา มุ่งเป้าไปที่เรือคอนเทนเนอร์ที่ผลิตโดยจีน และที่บริหารโดยบริษัทจีน เพื่อลดความยิ่งใหญ่ทางตลาด (Market Dominance) ของจีนในเรื่องนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ กังวลใจมากเรื่องนี้ ก็เพราะจีนมีส่วนแบ่งตลาดการผลิตเรือคอนเทนเนอร์ประมาณ 50% ของโลกในแต่ละปี

 

ส่วนสหรัฐฯ เคยมีส่วนแบ่งประมาณ 5% ก่อนปี ปัจจุบันเหลือประมาณ 0.2%เคยผลิตมากกว่า 70 ลำต่อปี เป็นเบอร์ 1 ของโลก ล่าสุดเหลือน้อยกว่า 5 ลำต่อปี เป็นเบอร์ 19 ของโลก ขณะที่จีนผลิตประมาณ 1,700 ลำต่อปี 

 

รายละเอียดของค่า Fees ที่จะคิดกับเรือต่างๆ ที่มาเทียบท่าสหรัฐฯ หลังจากช่วง 180 วันผ่านไปแล้ว ที่จะทยอยเพิ่มขึ้นใน 3 ปีข้างหน้า 

 

จะเห็นว่าจาก 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อ Net Ton เป็น 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อ Net Ton สำหรับเรือที่ผลิตโดยจีน ที่เป็นของบริษัทเดินเรือจีน

 

จาก 18 ดอลลาร์สหรัฐต่อ Net Ton เป็น 33 ดอลลาร์สหรัฐต่อ Net Ton สำหรับเรือผลิตโดยจีนที่เป็นของบริษัทเดินเรือประเทศอื่นๆ

 

แม้รายละเอียดการคิดค่าธรรมเนียมค่อนข้างซับซ้อน แต่เป้าหมายชัดเจน จีนและเรือที่จีนผลิต รวมทั้งอยากให้สหรัฐฯ กลับมาสร้างเรือแบบนี้อีกครั้ง 

 

ดร.กอบศักดิ์ ระบุอีกว่า เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ยาก ยากที่ประเทศหนึ่งจะผลิตทุกอย่างให้กับตนเอง เพราะตอนนี้ สหรัฐฯ อยากผลิตทุกอย่าง รถยนต์ ชิป เหล็ก ยา 

 

ปกติแล้วในทางเศรษฐกิจ ประเทศหนึ่งจะผลิตสินค้าบางกลุ่ม แล้วอาศัยการค้าในการแลกสินค้าอย่างอื่น เหมือนกับคนที่เก่งในด้านใดด้านหนึ่ง แล้วนำรายได้ที่ได้มา ซื้อสินค้าที่คนอื่นผลิตมาอุปโภคบริโภค

 

ถ้าคนคนหนึ่งต้องผลิตทุกอย่างใช้เอง ชีวิตก็จะไม่ง่าย ต้นทุนต่างๆ ก็จะมาก

 

นอกจากนี้การที่สหรัฐฯ ลดการผลิตด้านเรือเดินทะเลลงมาเรื่อยๆ คงมาจากต้นทุนทางเศรษฐกิจที่แข่งขันไม่ได้ บางส่วนมาจากต้นทุนที่แพงขึ้นในสหรัฐฯ บางส่วนอาจจะมาจากการสนับสนุนในการผลิตของประเทศอื่นๆ ทำให้ ซื้อมาใช้คุ้มที่สุดการจะย้อนทวนเข็มนาฬิกาเรื่องนี้ คงไม่ง่าย

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มีเพียง 4 ปี ที่จะต้องสะสมความชำนาญอีกรอบ ลงทุนสร้างและผลิต โดยเรือใหญ่ 1 ลำ ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการต่อ 

 

ดร.กอบศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตในตอนท้ายว่า สหรัฐฯ จะสำเร็จในเรื่องนี้หรือไม่ 

 

เพราะท้ายที่สุดคงต้องเลือกเอาเพียงบางอุตสาหกรรมที่จำเป็นจริงๆ ไว้ในสหรัฐฯ และบางส่วน ไว้ที่ประเทศพันธมิตรที่สหรัฐเชื่อใจ หรือไม่ อย่างไร

 

ภาพ: Gary Hershorn / Getty images 

อ้างอิง:

The post ทำไมอุตสาหกรรมผลิตเรือคอนเทนเนอร์ถึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สหรัฐฯ อยากได้คืนไม่แพ้รถยนต์ ชิป เหล็ก และยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนกดดันอิหร่านยับยั้งฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง เตือนกระทบสัมพันธ์ทางการค้า https://thestandard.co/china-pressures-iran-to-restrain-houthis/ Fri, 26 Jan 2024 03:46:39 +0000 https://thestandard.co/?p=892380

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานพิเศษ อ้างอิงข้อมูลจากแห […]

The post จีนกดดันอิหร่านยับยั้งฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง เตือนกระทบสัมพันธ์ทางการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานพิเศษ อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวชาวอิหร่านและนักการทูต ว่าทางการจีนได้ขอให้อิหร่านช่วยควบคุมหรือจำกัดกลุ่มฮูตีจากการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง โดยเตือนว่าอาจเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างจีนกับอิหร่าน

 

“โดยพื้นฐานแล้ว หากผลประโยชน์ของเราได้รับความเสียหายในทางใดทางหนึ่ง มันจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเรากับเตหะราน ดังนั้นจงบอกกลุ่มฮูตีให้แสดงความยับยั้งชั่งใจ” ส่วนหนึ่งของข้อความจากจีนที่ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่อิหร่าน ซึ่งไม่เปิดเผยตัวตน

 

การหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือในทะเลแดงและการค้าระหว่างจีนและอิหร่านเกิดขึ้นในการประชุมหลายครั้งเมื่อไม่นานนี้ ทั้งในกรุงปักกิ่งและกรุงเตหะราน

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนไม่ได้ระบุชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและอิหร่านจะกระทบอย่างไร หากผลประโยชน์ของจีนได้รับความเสียหายจากการโจมตีเรือของกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

 

คู่ค้ารายใหญ่ของอิหร่าน

 

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน โดยเฉพาะน้ำมันดิบ ซึ่งบริษัทกลั่นน้ำมันของจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบที่อิหร่านส่งออกในปีที่แล้วมากกว่า 90% เนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้ลูกค้ารายอื่นๆ หายไป โดยบริษัทจีนก็ได้กำไรจากส่วนลดจำนวนมาก

 

อย่างไรก็ตาม น้ำมันดิบจากอิหร่านคิดเป็นเพียง 10% ของน้ำมันดิบที่จีนนำเข้า โดยจีนยังมีซัพพลายเออร์อีกหลายรายที่อาจช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันได้

 

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่านยังระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งแสดงความชัดเจนว่าจะ ‘ผิดหวังอย่างมาก’ กับเตหะราน หากเรือลำใดๆ ก็ตามที่เชื่อมโยงกับจีนถูกโจมตี หรือผลประโยชน์ของประเทศได้รับผลกระทบในทางใดทางหนึ่ง

 

พันธมิตรตะวันออกกลาง

 

แต่ในขณะที่จีนมีความสำคัญต่ออิหร่าน อิหร่านเองก็มีพันธมิตรที่ต้องสนับสนุน ทั้งในฉนวนกาซา เลบานอน ซีเรีย และอิรัก รวมถึงกลุ่มฮูตีในเยเมน ตลอดจนพันธมิตรระดับภูมิภาค ซึ่งการจัดลำดับความสำคัญของพันธมิตรเหล่านี้ก็มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของอิหร่านในประเด็นต่างๆ รวมถึงกรณีการโจมตีเรือของฮูตีในทะเลแดง

 

ทั้งนี้ Reuters ได้สอบถามไปทางกระทรวงการต่างประเทศจีนเกี่ยวกับกรณีการประชุมระหว่างจีนกับอิหร่านในประเด็นดังกล่าว และได้รับคำตอบว่า “จีนเป็นมิตรแท้กับประเทศในตะวันออกกลาง และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค”

 

“เราสนับสนุนประเทศในตะวันออกกลางในการเสริมสร้างความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของพวกเขา รวมทั้งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค”

 

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านไม่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ ส่วนทางโฆษกของกลุ่มฮูตีก็ยืนยันว่าจนถึงตอนนี้อิหร่านยังไม่ได้ส่งข้อความหรือคำเตือนใดๆ จากจีนเกี่ยวกับการยับยั้งหรือจำกัดการโจมตีเรือในทะเลแดง

 

“พวกเขาจะไม่แจ้งให้เราทราบถึงคำขอดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออิหร่านระบุจุดยืนในการสนับสนุนเยเมน โดยประณามการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษต่อเยเมน และถือว่าจุดยืนของเยเมนนั้นมีเกียรติและมีความรับผิดชอบ”

 

ภาพ: Houthi Movement via Getty Images

อ้างอิง:

The post จีนกดดันอิหร่านยับยั้งฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง เตือนกระทบสัมพันธ์ทางการค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มฮูตีประกาศพร้อมตอบโต้ หลังสหรัฐฯ โจมตีครั้งใหม่ในชั่วข้ามคืน https://thestandard.co/houthi-threatened-strong-response/ Sun, 14 Jan 2024 06:45:10 +0000 https://thestandard.co/?p=887605

กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนขู่ว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงและ […]

The post กลุ่มฮูตีประกาศพร้อมตอบโต้ หลังสหรัฐฯ โจมตีครั้งใหม่ในชั่วข้ามคืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนขู่ว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงและมีประสิทธิภาพ หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีเยเมนอีกครั้งในชั่วข้ามคืน ในขณะที่วอชิงตันเองก็ให้คำมั่นว่าจะปกป้องการขนส่งทางเรือในทะเลแดงต่อไป หากกลุ่มกบฏซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังไม่หยุดพฤติกรรมโจมตีเรือ

 

สหรัฐฯ ได้เปิดฉากการโจมตีระลอกใหม่ต่อกลุ่มกบฏฮูตีในช่วงเช้าของวันเสาร์ (13 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กยิงจากเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีคาร์นีย์พุ่งเป้าโจมตีไปที่เรดาร์ ‘เพื่อลดความสามารถของกลุ่มฮูตีในการโจมตีเรือเดินทะเล รวมถึงเรือพาณิชย์’ โดยการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐฯ และอังกฤษเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายสิบครั้งถล่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน เพื่อตอบโต้โดยตรงต่อการที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง 

 

กลุ่มฮูตีกล่าวว่า นักรบ 5 คนเสียชีวิตในการโจมตีครั้งแรก อย่างไรก็ดี นัสรุลดีน อาเมอร์ โฆษกของกลุ่มฮูตี กล่าวกับ Al Jazeera ว่า การโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผลให้มีการบาดเจ็บหรือความเสียหายร้ายแรง

 

โมฮัมเหม็ด อับดุลซาลาม โฆษกฮูตีอีกคน กล่าวกับ Reuters ว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถของกลุ่มฮูตีในการป้องกันไม่ให้เรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลแล่นผ่านทะเลแดงและทะเลอาหรับ 

 

ด้านเพนตากอนระบุเมื่อวันศุกร์ว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอังกฤษ ‘ได้ผลดี’ ขณะที่ จอห์น เคอร์บี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า การโจมตีครั้งแรกส่งผลกระทบต่อความสามารถของกลุ่มฮูตีในการจัดเก็บ ยิง และนำทางขีปนาวุธหรือโดรน ซึ่งกลุ่มฮูตีใช้เพื่อคุกคามการขนส่ง 

 

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้ส่งข้อความส่วนตัวถึงอิหร่านเกี่ยวกับการโจมตีของกลุ่มฮูตี แต่ไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด โดยบอกกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า “เราส่งข้อความเป็นการส่วนตัว และเรามั่นใจว่าเราเตรียมพร้อมมาอย่างดี”

 

ลั่นจะปกป้องปาเลสไตน์ต่อไป

 

โมฮัมเหม็ด ซาเม เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเยเมนในกรุงซานา กล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอังกฤษเป็นการกระทำที่ ‘รุกรานอย่างรุนแรง’ และถือเป็นก้าวใหม่ของสงครามที่เยเมนต้องเผชิญมานานถึง 10 ปี

 

ขณะที่ ฮุสเซน กับซี เจ้าหน้าที่รัฐบาลเยเมน กล่าวว่า การสนับสนุนชาวปาเลสไตน์เป็น ‘หน้าที่ทางศาสนาและศีลธรรม’

 

“จุดยืนของเราไม่เปลี่ยนแปลง เราจะยังคงยืนหยัดร่วมกับพี่น้องของเราในปาเลสไตน์และฉนวนกาซาจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และจนกว่าดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมดจะได้รับการปลดปล่อย ไม่ใช่แค่ในฉนวนกาซา” เขากล่าว

 

ทั้งนี้ กลุ่มกบฏฮูตีกล่าวว่า ปฏิบัติการทางทะเลของกลุ่มมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ภายใต้การปิดล้อมโจมตีและการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า การโจมตีของสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่กลุ่มฮูตี และสหรัฐฯ ไม่สนใจที่จะทำสงครามกับเยเมนแต่อย่างใด 

 

ยกระดับความตึงเครียด

 

สถานีโทรทัศน์ Al-Masirah ของกลุ่มฮูตีรายงานว่า ประชาชนหลายแสนคนออกมาชุมนุมกันในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เมื่อวันศุกร์ และตะโกนข้อความประณามอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา

 

การโจมตีเรือขนส่งสินค้าโดยกลุ่มฮูตี รวมถึงปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอังกฤษ ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งซึ่งแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลาง นับตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธฮามาสและอิสราเอลเข้าสู่สงคราม โดยมีพันธมิตรของอิหร่านเข้าร่วมการต่อสู้จากเลบานอน ซีเรีย และอิรัก

 

ฮันส์ กรุนด์เบิร์ก ทูตพิเศษของสหประชาชาติประจำเยเมน เรียกร้องให้ ‘ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง’ ใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด และเตือนถึงสถานการณ์ที่ล่อแหลมเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้

 

ทั้งนี้ การโจมตีของกลุ่มฮูตีส่งผลให้เรือพาณิชย์ต้องใช้เส้นทางขนส่งที่ยาวกว่าและมีราคาแพงกว่า ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่อัตราค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์สำหรับเส้นทางทั่วโลกบางเส้นทางเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้

 

ภาพ: MOHAMMED HUWAIS / AFP

อ้างอิง:

The post กลุ่มฮูตีประกาศพร้อมตอบโต้ หลังสหรัฐฯ โจมตีครั้งใหม่ในชั่วข้ามคืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ โจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนต่อเนื่อง หลังไบเดนประกาศเดินหน้ากดดันให้หยุดโจมตีเรือสินค้า https://thestandard.co/usa-more-strikes-yemens-houthi/ Sun, 14 Jan 2024 03:25:55 +0000 https://thestandard.co/?p=887556

สหรัฐอเมริกาเดินหน้าโจมตีกองกำลังฮูตีของเยเมนอีกระลอก ห […]

The post สหรัฐฯ โจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนต่อเนื่อง หลังไบเดนประกาศเดินหน้ากดดันให้หยุดโจมตีเรือสินค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

สหรัฐอเมริกาเดินหน้าโจมตีกองกำลังฮูตีของเยเมนอีกระลอก หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการปกป้องการขนส่งสินค้าในทะเลแดงต่อไป หากกลุ่มกบฏซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังไม่หยุด ‘พฤติกรรมอุกอาจ’

 

การโจมตีครั้งล่าสุดในวันเสาร์ (13 มกราคม) เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐฯ และอังกฤษเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลายสิบครั้งถล่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน เพื่อตอบโต้โดยตรงต่อการที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง

 

สำหรับปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ยิงจากเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี Carney พุ่งเป้าโจมตีเรดาร์ของกลุ่มฮูตี “เพื่อลดความสามารถของกลุ่มฮูตีในการโจมตีเรือเดินทะเล รวมถึงเรือพาณิชย์” กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านทาง X 

 

พร้อมโจมตีต่อ หากฮูตียังไม่หยุด

 

สถานีโทรทัศน์ Al-Masirah ของขบวนการฮูตีรายงานว่า สหรัฐฯ และอังกฤษกำลังตั้งเป้าโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน โดยเครื่องบินรบ เรือ และเรือดำน้ำของสหรัฐฯ และอังกฤษได้ยิงขีปนาวุธถล่มเป้าหมายทั่วเยเมนที่กลุ่มกบฏฮูตีควบคุมอยู่ 

 

แม้ว่าผู้นำกลุ่มฮูตีประกาศลั่นว่าจะตอบโต้ แต่ไบเดนออกโรงเตือนเมื่อวันศุกร์ว่า เขาอาจสั่งให้กองทัพปฏิบัติการเพิ่มเติมได้ หากกลุ่มกบฏไม่หยุดโจมตีเรือสินค้าและเรือทหารในน่านน้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

“เราจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเราจะตอบสนองต่อกลุ่มฮูตี หากพวกเขายังคงพฤติกรรมอุกอาจเช่นนี้” ไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในรัฐเพนซิลเวเนียเมื่อวันศุกร์

 

ภาพ: Photo by Satellite image ©2024 Maxar Technologies / AFP

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ โจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนต่อเนื่อง หลังไบเดนประกาศเดินหน้ากดดันให้หยุดโจมตีเรือสินค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-อังกฤษ โจมตีทางอากาศถล่มกบฏฮูตีในเยเมน ตอบโต้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง https://thestandard.co/us-and-uk-strikes-houthi-yemen/ Fri, 12 Jan 2024 03:04:52 +0000 https://thestandard.co/?p=886849

กองทัพสหรัฐฯ และอังกฤษ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้ […]

The post สหรัฐฯ-อังกฤษ โจมตีทางอากาศถล่มกบฏฮูตีในเยเมน ตอบโต้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กองทัพสหรัฐฯ และอังกฤษ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินรบและขีปนาวุธ ถล่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนมากกว่า 12 จุด รวมทั้งในกรุงซานา (Sanaa) และเมืองฮูดัยดะห์ (Hudaydah) เมืองท่าหลักติดทะเลแดงของเยเมน 

 

โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงภายหลังว่าการโจมตีดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลีย, บาห์เรน, แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ และเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการที่กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง 

 

“การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการโจมตีของฮูตีต่อเรือเดินทะเลระหว่างประเทศในทะเลแดงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การโจมตีเหล่านี้เป็นอันตรายต่อบุคลากรสหรัฐฯ พลเรือน ทหารเรือ และพันธมิตรของเรา เป็นอันตรายต่อการค้า และคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือ” ไบเดนกล่าว พร้อมยืนยันว่าเขา ‘ไม่ลังเล’ ที่จะกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เพื่อปกป้องผู้คนและการไหลเวียนของการค้าเสรี

 

เบื้องต้นมีรายงานว่า สหรัฐฯ ใช้เครื่องบินรบและขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ยิงจากเรือรบในการโจมตีครั้งนี้ ส่วนอังกฤษส่งเครื่องบินขับไล่ Typhoon 4 ลำ ทิ้งระเบิดเป้าหมาย 2 จุด

 

ขณะที่ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ ระบุว่า ปฏิบัติการร่วมทางทหารที่เกิดขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อขัดขวางและลดระดับขีดความสามารถของกลุ่มฮูตี โดยมุ่งเน้นการโจมตีไปที่โดรน เรือขีปนาวุธครูซ เรดาร์ชายฝั่ง และระบบตรวจจับทางอากาศของฮูตี 

 

โดยเจ้าหน้าที่เพนตากอนเผยว่า ออสตินได้มีการหารือกับไบเดน 2 ครั้ง ในช่วง 72 ชั่วโมงก่อนปฏิบัติการ และติดตามปฏิบัติการโจมตีที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์จากโรงพยาบาล ซึ่งเขาอยู่ระหว่างการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

ด้าน ริซี ซูนัค นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงว่ากองทัพอากาศอังกฤษได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายต่อกลุ่มฮูตี โดยกล่าวโทษกลุ่มฮูตีสำหรับ “การโจมตีที่เป็นอันตรายและบั่นทอนเสถียรภาพการขนส่งเชิงพาณิชย์ในทะเลแดง คุกคามเรือของสหราชอาณาจักรและเรือระหว่างประเทศอื่นๆ และทำให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในเส้นทางการค้าที่สำคัญ และทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น”

 

ซูนัคยืนยันว่าปฏิบัติการร่วมที่เกิดขึ้น เป็นการป้องกันตนเองอย่างจำกัด จำเป็นและเหมาะสมของอังกฤษและสหรัฐฯ เพื่อลดระดับความสามารถทางทหารของฮูตี และปกป้องการขนส่งทั่วโลก 

 

ซึ่งกองทัพเรืออังกฤษจะยังคงลาดตระเวนในทะเลแดงต่อไป โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการข้ามชาติ เพื่อยับยั้งการรุกรานของกลุ่มฮูตี

 

“สหราชอาณาจักรจะยืนหยัดเพื่อเสรีภาพในการเดินเรือ และการไหลเวียนของการค้าอย่างเสรีเสมอ เราขอเรียกร้องให้พวกเขาหยุดการโจมตีและดำเนินการเพื่อลดความขัดแย้ง” ซูนัคกล่าว

 

ทางด้าน ฮุสเซน อัล-อิซซี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของกลุ่มฮูตี ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ Al-Masirah ของเยเมน โดยประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงต่อสหรัฐฯ และอังกฤษ

 

“ประเทศของเราตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างดุเดือดครั้งใหญ่โดยเรือ เรือดำน้ำ และเครื่องบินรบของอเมริกาและอังกฤษ พวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะจ่ายราคาอันแสนสาหัส และต้องรับผลที่ตามมาอันเลวร้ายทั้งหมดจากการรุกรานอันโจ่งแจ้งนี้”

 

ฮูตีไม่หยุดโจมตีเรือสินค้าทะเลแดง

 

กลุ่มกบฏฮูตีซึ่งคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในเยเมนและได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ปฏิเสธที่จะสนใจข้อเรียกร้องจากองค์การสหประชาชาติและนานาประเทศ ให้หยุดการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อเรือสินค้าและเรือต่างๆ ที่เดินเรือในทะเลแดง โดยสหรัฐฯ ได้เตือนถึงผลที่ตามมาหากกลุ่มฮูตีไม่หยุดการกระทำ

 

ที่ผ่านมากลุ่มฮูตีประกาศว่าการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงเป็นไปเพื่อสนับสนุนการสู้รบของกลุ่มฮามาส และยืนยันว่าจะไม่หยุดจนกว่าอิสราเอลจะยุติการโจมตีฉนวนกาซา

 

จนถึงวันนี้ กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือทั้งหมด 27 ลำ ซึ่งขัดขวางการค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางสำคัญระหว่างยุโรปและเอเชีย ซึ่งคิดเป็นประมาณ 15% ของปริมาณการขนส่งสินค้าทั่วโลก

 

โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีมากกว่า 20 ประเทศตกลงเข้าร่วมในปฏิบัติการร่วมนำโดยสหรัฐฯ ที่เรียกว่า Operation Prosperity Guardian เพื่อปกป้องการจราจรเชิงพาณิชย์ในทะเลแดง อย่างไรก็ตาม การโจมตีของสหรัฐฯ และอังกฤษ นั้นเกิดขึ้นนอกเหนือปฏิบัติการร่วมดังกล่าว

 

ภาพ: UK MOD / Handout via Reuters 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ-อังกฤษ โจมตีทางอากาศถล่มกบฏฮูตีในเยเมน ตอบโต้โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮูตีโจมตีเมืองท่าอิสราเอล-เรือสินค้าในทะเลแดงต่อเนื่อง ประชาคมโลกตอบสนองอย่างไร https://thestandard.co/houthi-attacked-israel-red-sea-cargo-ship/ Wed, 27 Dec 2023 08:30:20 +0000 https://thestandard.co/?p=881672 ฮูตี

กลุ่มกองกำลังฮูตีในเยเมนยังคงเดินหน้าโจมตีเรือบรรทุกสิน […]

The post ฮูตีโจมตีเมืองท่าอิสราเอล-เรือสินค้าในทะเลแดงต่อเนื่อง ประชาคมโลกตอบสนองอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮูตี

กลุ่มกองกำลังฮูตีในเยเมนยังคงเดินหน้าโจมตีเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นผ่านทะเลแดง เพื่อเรียกร้องให้กองทัพอิสราเอลยุติการทำสงครามในฉนวนกาซาโดยทันที แต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายนี้จะยังไม่ได้รับการตอบสนอง กลุ่มฮูตีจึงพยายามหาทางเพิ่มแรงกดดันต่อกองทัพอิสราเอลให้มากยิ่งขึ้น 

 

ฮูตีโจมตีใคร และที่ไหน

 

กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้ใช้โดรนโจมตีเรือสินค้า MSC United VIII หลังปฏิเสธสัญญาณเตือน 3 ครั้ง ซึ่งเรือลำนี้กำลังเดินเรือจากท่าเรือคิงอับดุลเลาะห์ในซาอุดีอาระเบีย มุ่งหน้าไปยังการาจี เมืองท่าที่สำคัญของปากีสถาน ผ่านทะเลแดง เมื่อวานนี้ (26 ธันวาคม) โดยลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ขณะที่เรือสินค้าลำดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายหนัก และยังคงสามารถแล่นเรือต่อไปได้ 

 

เบื้องต้นบริษัท MSC Mediterranean เจ้าของเรือสินค้าลำนี้ เปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังพิจารณาการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ แม้อาจมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้กลุ่มกองกำลังร่วมทางทะเล ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้การนำของกองทัพเรือสหรัฐฯ รับทราบแล้ว

 

นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังเพิ่มแรงกดดันให้แก่กองทัพอิสราเอลด้วยการใช้โดรนโจมตีท่าเรือไอลัต (Eilat) ของอิสราเอล รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในปาเลสไตน์ที่ถูกกองกำลังอิสราเอลควบคุมอยู่ในขณะนี้อีกด้วย 

 

สงครามกำลังขยายตัวหรือไม่

 

หลายฝ่ายเฝ้าจับตาว่าสงครามอิสราเอล-ฮามาสอาจกำลังขยายตัว หลังมีสัญญาณบ่งชี้หลายประการ นอกจากการโจมตีเรือสินค้าของกลุ่มฮูตีในแถบทะเลแดงและอ่าวเอเดนแล้ว ยังมีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นในซีเรีย โดยกองทัพอิสราเอลโจมตีใส่กองกำลังติดอาวุธ จนทำให้ผู้นำอาวุโสของกลุ่มดังกล่าวในซีเรียเสียชีวิต 

 

ขณะที่บริเวณชายแดนเลบานอน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้โจมตีใส่โบสถ์หลังหนึ่ง เป็นเหตุให้ทหารอิสราเอลบาดเจ็บ 9 นาย และมีพลเรือนบาดเจ็บอีก 1 คน ส่วนในอินเดียก็เกิดเหตุระเบิดใกล้กับสถานทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลีขึ้น โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

 

โยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า “ขณะนี้อิสราเอลกำลังอยู่ในสงครามหลายแนวรบ และกำลังตกอยู่ภายใต้การโจมตีจาก 7 พื้นที่สำคัญ ทั้งในกาซา, เลบานอน, ซีเรีย, จูเดียและซามาเรีย (เวสต์แบงก์), อิรัก, เยเมน และอิหร่าน”

 

ประชาคมโลกตอบสนองอย่างไร

 

เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรได้จัดตั้งกองกำลังแนวร่วมทางทะเลขึ้นบริเวณทะเลแดง เพื่อปกป้องการขนส่งเชิงพาณิชย์จากการโจมตีของกลุ่มกองกำลังฮูตี โดยกองกำลังแนวร่วมนี้จะเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเล เพื่อป้องปรามการโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต 

 

ขณะที่ รอน เดอร์เมอร์ รัฐมนตรีด้านยุทธศาสตร์ของอิสราเอล ได้เดินทางเข้าพบกับ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พร้อมด้วย เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวานนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับสงคราม การปล่อยตัวประกัน และการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดง

 

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามที่จะกดดันให้อิสราเอลลดขนาดของสงครามลง เน้นโจมตีกลุ่มฮามาสให้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงที่จะทำให้พลเรือนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงแนะนำให้อิสราเอลยุติการโจมตีฉนวนกาซา ‘ตามอำเภอใจ’ เพราะสิ่งนี้อาจทำให้เสียงสนับสนุนอิสราเอลในประชาคมโลกลดน้อยลง 

 

ด้าน เซอิฟ มากังโก โฆษกสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เผยว่า “เรากังวลอย่างยิ่ง หลังกองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศและทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ของฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 คน นับตั้งแต่วันคริสต์มาสอีฟเป็นต้นมา” พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ “กองทัพอิสราเอลต้องใช้มาตรการทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อปกป้องชีวิตพลเรือน โดยการประกาศเตือนหรือการออกคำสั่งให้อพยพนั้นไม่ได้มีส่วนช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากพันธกรณีที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ”

 

จนถึงขณะนี้กองทัพอิสราเอลยังคงมุ่งมั่นที่จะกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธฮามาสในฉนวนกาซา และสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีกลุ่มติดอาวุธใดในฉนวนกาซาสั่นคลอนความมั่นคงของอิสราเอลได้อีก ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากประชาคมโลกให้ยุติสงครามโดยทันที หลังสงครามความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาสดำเนินมานานกว่า 11 สัปดาห์แล้ว 

 

หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า จากสถานการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาสที่ดูจะยืดเยื้อออกไปอีกหลายเดือน ประกอบกับแนวโน้มที่สงครามอาจจะขยายตัวออกจากฉนวนกาซา เราเห็นบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มฮูตีในเยเมน และเราเห็นบทบาทของตะวันตกที่ได้จัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจในการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง คำถามสำคัญคือ เหตุโจมตีในทะเลแดงจะขยายตัวเป็นสงครามใหญ่หรือไม่ ทิศทางและแนวโน้มของสงครามอิสราเอล-ฮามาสหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร อาจต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ภาพ: Amr Abdallah Dalsh / File Photo / Reuters

อ้างอิง:

The post ฮูตีโจมตีเมืองท่าอิสราเอล-เรือสินค้าในทะเลแดงต่อเนื่อง ประชาคมโลกตอบสนองอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงตอบโต้อิสราเอล น่ากังวลแค่ไหน https://thestandard.co/houthi-yemen/ Thu, 21 Dec 2023 01:33:20 +0000 https://thestandard.co/?p=879265 กลุ่มฮูตีในเยเมน

กลุ่มกองกำลังติดอาวุธฮูตี (Houthi) ในเยเมน ประกาศใช้โดร […]

The post กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงตอบโต้อิสราเอล น่ากังวลแค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มฮูตีในเยเมน

กลุ่มกองกำลังติดอาวุธฮูตี (Houthi) ในเยเมน ประกาศใช้โดรนและมิสไซล์โจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านอ่าวเอเดนและทะเลแดง เพื่อตอบโต้กองทัพอิสราเอลที่กำลังทำสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา จนเป็นเหตุให้มีพลเรือนชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยหลายฝ่ายเชื่อว่า การโจมตีของกลุ่มฮูตีครั้งนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากอิหร่านอีกด้วย

 

  • กลุ่มฮูตีคือใคร 

 

ฮูตีเป็นกลุ่มมุสลิมชีอะห์ที่มีอิทธิพลอยู่ทางภาคเหนือของเยเมน หรือรู้จักกันในชื่อ ‘อันซารัลเลาะห์’ ซึ่งแปลว่า ‘พรรคของพระเจ้า’ หรือ ‘กลุ่มผู้สนับสนุนพระเจ้า’ มีบทบาทในช่วงปฏิวัติอาหรับสปริงเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน ที่มีความพยายามจะโค่นล้มบรรดาผู้นำเผด็จการของหลายชาติอาหรับจากกระแสลุกฮือของคนภายในประเทศนั้นๆ เยเมนก็เช่นเดียวกัน มีความพยายามที่จะแย่งชิงอำนาจนำ และฮูตีก็เป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งในสงครามกลางเมืองเยเมนที่ดำเนินมานานกว่าทศวรรษนับตั้งแต่นั้น 

 

กลุ่มฮูตีถูกมองว่าได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ในขณะที่กลุ่มอำนาจเก่าที่คุมพื้นที่บริเวณเมืองหลวงและทางตอนใต้ของเยเมนจะได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย สงครามภายในเยเมนยืดเยื้อและรุนแรงจนทำให้สหประชาชาติกังวลว่า เยเมนจะกลายเป็นประเทศที่ประสบวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ 

 

โดยกลุ่มฮูตีแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมและสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา จึงเรียกร้องให้กองทัพอิสราเอลยุติการทำสงครามในฉนวนกาซาโดยทันที

 

  • เกิดอะไรขึ้นที่ทะเลแดง

 

กลุ่มฮูตีใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกสินค้า MSC CLARA สัญชาติปานามา และเรือ Swan Atlantic สัญชาตินอร์เวย์ ขณะกำลังแล่นอยู่ในทะเลแดง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยฮูตีอ้างว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เรือบรรทุกสินค้าทั้งสองลำไม่ตอบกลับการติดต่อของกลุ่มฮูตี เบื้องต้นเรือสินค้าทั้งสองลำไม่ได้รับความเสียหายรุนแรงจนถึงขั้นแล่นเรือต่อไปไม่ได้ 

 

โดยฮูตีชี้ว่า การโจมตีเรือสินค้าครั้งนี้เป็นไปเพื่อประท้วงปฏิบัติการทางทหารของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซา ทั้งยังประกาศว่าจะเดินหน้าโจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านเส้นทางนี้ โดยเฉพาะเรือที่จอดแวะที่เมืองท่าสำคัญของอิสราเอล จนกว่ากองทัพอิสราเอลจะยุติสงครามและการใช้กำลังความรุนแรงในฉนวนกาซา พร้อมแนะให้เรือต่างๆ เลี่ยงการแล่นเรือผ่านทะเลแดง

 

  • ท่าทีของชาติมหาอำนาจ

 

ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา ประกาศจัดตั้งกองกำลังผสม ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ ‘Operation Prosperity Guardian’ ซึ่งเป็นปฏิบัติการร่วมของ 10 ประเทศพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นบริเวณทะเลแดงและอ่าวเอเดน หลังเกิดเหตุกลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านเส้นทางดังกล่าว 

 

นอกจากสหรัฐฯ แล้ว ยังมีสหราชอาณาจักร, แคนาดา, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, สเปน, บาห์เรน และเซเชลส์ เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ รวมถึงยังมีอีกหลายประเทศที่มีแนวโน้มจะเข้าร่วมด้วย แต่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อต่อสาธารณะ 

 

  • การโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงส่งผลกระทบอย่างไร

 

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า เสถียรภาพบริเวณทะเลแดงขณะนี้กำลังถูกสั่นคลอน โดยกลุ่มฮูตียืนยันว่า จะโจมตีเรือเป้าหมายที่เป็นเรือบรรทุกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล ไม่ใช่เรือทุกลำที่จะโดนโจมตี เพื่อกดดันให้อิสราเอลหยุดยิงในฉนวนกาซา”

 

ดร.มาโนชญ์ ยังอ้างถึง The Times of Israel และ Reuters ที่เคยรายงานข่าวเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า อิสราเอลได้เซ็นสัมปทานให้กับบริษัทพลังงานของสหราชอาณาจักร รวมถึงอีกหลายประเทศในยุโรปเรียบร้อยแล้ว โดยให้สามารถเข้ามาสำรวจและขุดเจาะก๊าซธรรมชาติบริเวณฉนวนกาซาได้ พอเกิดสถานการณ์ที่สั่นคลอนเสถียรภาพในพื้นที่แถบนี้ เราจึงเห็นสหราชอาณาจักร รวมถึงอีกหลายชาติตะวันตกขยับเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองในพื้นที่บริเวณนี้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ดร.มาโนชญ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า “สหรัฐฯ ไม่ยอมที่จะปฏิบัติการโดยลำพัง แต่พยายามที่จะดึงเอาพันธมิตรของตัวเองเข้ามายังพื้นที่แถบนี้ด้วย ทั้งๆ ที่เยเมนเป็นประเทศขนาดเล็ก แม้จะมีความแข็งแกร่งและมีเทคโนโลยีทางอาวุธสูง แต่ถ้าเทียบกับสหรัฐฯ แล้ว ยังถือว่าเทียบชั้นกันไม่ได้ โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ จัดตั้งกองกำลังผสมเป็นเพราะ 

 

1) สหรัฐฯ อาจไม่แน่ใจว่า อาวุธที่กลุ่มฮูตีในเยเมนมีอยู่ มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน จะสามารถโจมตีเรือของสหรัฐฯ รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ภายในตะวันออกกลางได้หรือไม่ เพราะในขณะนี้ฮูตีครอบครองมิสไซล์ที่สามารถยิงไปถึงอิสราเอลได้ เพราะฉะนั้น การร่วมมือกับพันธมิตรอาจจะเป็นการป้องปรามกลุ่มฮูตีในเยเมนว่า ถ้ากระทำการใดๆ ที่ร้ายแรง อาจต้องเผชิญสงครามกับอีกหลายประเทศ

 

2) การจัดตั้งกองกำลังร่วมกับพันธมิตรยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงอิหร่าน ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและให้การสนับสนุนกลุ่มฮูตี รวมถึงกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เพื่อป้องปรามไม่ให้อิหร่านกระทำการใดๆ ที่อาจจะมีส่วนทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงยิ่งขึ้น

 

และถ้าเราสังเกตประเทศที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้จะพบว่า พันธมิตรของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคอื่น ขณะที่บรรดากลุ่มประเทศอาหรับที่ร่ำรวยอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต อาจไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประเทศของตนเอง โดยเฉพาะการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศ” 

 

ดร.มาโนชญ์ ยังแสดงความเห็นอีกว่า “การที่สหรัฐฯ ตั้งกองกำลังผสมขึ้นมา เท่ากับว่าสหรัฐฯ ได้ดึงเอาตัวแสดงอีกหลายตัวเข้ามาร่วมด้วย ถ้าสมมติว่ามีการยิงถล่มกัน เรือของสมาชิกกองกำลังชาติใดชาติหนึ่งถูกโจมตี สถานการณ์ก็อาจจะลุกลามบานปลายขึ้น จนอาจกลายเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรถล่มกลุ่มฮูตีในเยเมน และอาจลากโยงไปถึงปมขัดแย้งกับอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลเองก็มีแนวโน้มที่อาจจะบุกเลบานอน อันเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราจึงเห็นถึงสัญญาณบางอย่างที่อาจจะยกระดับไปเป็นสงครามภูมิภาคได้ อยู่ที่ว่าหลังจากนี้การเจรจาหยุดยิงถาวรจะเกิดขึ้นได้หรือไม่”

 

นอกจากนี้ การโจมตีเรือสินค้าที่เกิดขึ้น ยังทำให้บริษัทเดินเรือและขนส่งสินค้าจำนวนมากเลี่ยงที่จะเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว และอาจจำเป็นต้องไปใช้เส้นทางที่ไกลขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโลก โดยข้อมูลหอการค้าระหว่างประเทศระบุว่า สินค้าที่มีการซื้อขายทั่วโลกมากกว่า 80% ขนส่งผ่านเรือเดินทะเล ส่งผลให้มูลค่าการค้าทางเรือต่อปีสูงถึง 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 16% ของ GDP โลก ขณะที่เส้นทางเดินเรือแถบทะเลแดงนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลที่มีสัดส่วนการค้าสูงถึงราว 12% ของการค้าโลก

 

ภาพ: Hyotographics / Shutterstock

อ้างอิง:

The post กลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงตอบโต้อิสราเอล น่ากังวลแค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญี่ปุ่นประณามกลุ่มกบฏฮูตีปล้นเรือสินค้าในทะเลแดง https://thestandard.co/japan-condemns-yemens-houthi/ Mon, 20 Nov 2023 09:28:22 +0000 https://thestandard.co/?p=867711 เรือสินค้าญี่ปุ่น

ฮิโรคาสุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถ […]

The post ญี่ปุ่นประณามกลุ่มกบฏฮูตีปล้นเรือสินค้าในทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือสินค้าญี่ปุ่น

ฮิโรคาสุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงประณามการกระทำของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ที่ก่อเหตุปล้นเรือสินค้า Galaxy Leader ที่ดำเนินการโดยบริษัท Nippon Yusen ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าของญี่ปุ่น

 

โฆษกกองทัพของกลุ่มฮูตีอ้างสาเหตุในการปล้นเรือ โดยเชื่อว่าเรือสินค้าลำนี้เป็นของอิสราเอล และได้นำเรือไปไว้ที่ท่าเรือในเยเมนแล้ว

 

ขณะที่โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธและยืนยันว่าเป็นเรือที่ดำเนินการโดย Nippon Yusen ซึ่งล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อให้กลุ่มกบฏฮูตียอมปล่อยเรือสินค้าลำนี้พร้อมลูกเรือซึ่งคาดว่ามีทั้งหมด 22 คน 

 

“ปัจจุบันกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น กำลังรวบรวมข้อมูลและทำงานร่วมกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อการปล่อยตัวเรือและลูกเรือโดยเร็ว” มัตสึโนะระบุ

 

ทั้งนี้ เจ้าของเรือ Galaxy Leader คาดว่าเป็นชาวอังกฤษ ส่วนลูกเรือทั้งหมดนั้นมีทั้งชาวบัลแกเรียและฟิลิปปินส์ แต่ไม่มีชาวญี่ปุ่น โดยบริษัท Nippon Yusen เปิดเผยว่า เรือถูกกลุ่มฮูตียึดไว้ที่บริเวณนอกชายฝั่งเยเมน ระหว่างกำลังเดินทางไปอินเดีย

 

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวโทษอิหร่านซึ่งให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏฮูตีว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นเรือสินค้าของญี่ปุ่น และยืนยันว่าทั้งเรือและลูกเรือนั้นไม่ใช่ชาวอิสราเอล พร้อมประณามว่า “เป็นการโจมตีเรือระหว่างประเทศโดยอิหร่าน”

 

สถานการณ์ขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่ที่อิสราเอลเปิดฉากทำสงครามบุกฉนวนกาซา ตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม

 

โดยทั้งกลุ่มฮามาสและฮูตีต่างได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มฮูตีเคยขู่ว่า จะกำหนดเป้าหมายเรืออิสราเอลทุกลำที่อยู่ในน่านน้ำเยเมน เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 1.3 หมื่นคน ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์

 

ภาพ: Owen Foley/Handout via Reuters

อ้างอิง:

The post ญี่ปุ่นประณามกลุ่มกบฏฮูตีปล้นเรือสินค้าในทะเลแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มเมืองท่ายูเครน หลังถอนตัวข้อตกลงส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ https://thestandard.co/russia-bombards-ukraine-ports/ Fri, 21 Jul 2023 07:28:47 +0000 https://thestandard.co/?p=820134 รัสเซีย

รัสเซียยังคงเดินหน้าการโจมตีทางอากาศด้วยโดรนและขีปนาวุธ […]

The post รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มเมืองท่ายูเครน หลังถอนตัวข้อตกลงส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัสเซีย

รัสเซียยังคงเดินหน้าการโจมตีทางอากาศด้วยโดรนและขีปนาวุธ ถล่มเป้าหมายหลายเมืองทางตอนใต้ของยูเครนวานนี้ (20 กรกฎาคม) รวมถึงมิโคลาเยฟ (Mykolaiv) และท่าเรือในเมืองโอเดสซา (Odesa) ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญติดทะเลดำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บเกือบ 30 ราย อาคารบ้านเรือนหลายหลัง รวมถึงสถานกงสุลจีนในโอเดสซาได้รับความเสียหาย

 

“ผู้รุกรานจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือ อาคารและที่พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย มันแสดงให้เห็นว่าศัตรูไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งใดเลย” โอเลห์ คีเปอร์ ผู้ว่าการภูมิภาคโอเดสซากล่าว

 

การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นต่อเนื่องเป็นคืนที่ 3 ภายหลังรัสเซียตัดสินใจถอนตัวออกจากข้อตกลงส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ (Black Sea Grain Initiative) ที่องค์การสหประชาชาติและตุรกีเป็นตัวกลางเจรจา เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขที่ดีกว่าสำหรับการส่งออกอาหารและปุ๋ยของตนเอง ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลจากนานาชาติต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารและราคาธัญพืชในตลาดโลก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ 

 

นอกจากนี้ รัสเซียยังได้ประกาศคำเตือนเรือสินค้าต่างๆ ในทะเลดำ ว่าอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตี โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า “จะพิจารณาเรือทุกลำในทะเลดำที่มุ่งหน้าไปยังท่าเรือยูเครนว่าเป็นเรือบรรทุกสินค้าทางทหาร” 

 

ขณะที่สหรัฐฯ ชี้ว่าท่าทีของรัสเซียเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเต็มใจที่จะใช้กำลังเพื่อกำหนดมาตรการปิดกั้นการส่งออกธัญพืชของยูเครน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบ ทำให้ราคาอาหารทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมประชุมฉุกเฉินในวันนี้ (21 กรกฎาคม) เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากการถอนตัวจากข้อตกลงของรัสเซีย 

 

ทางด้านรัฐบาลเคียฟคาดหวังที่จะกลับมาส่งออกธัญพืชได้โดยที่รัสเซียไม่มีส่วนร่วม แต่หลังจากที่มอสโกถอนตัวจากข้อตกลงเมื่อวันจันทร์ (17 กรกฎาคม) จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีเรือลำใดกล้าแล่นออกจากท่าเรือ และบริษัทประกันต่างตั้งข้อสงสัยว่าจะรับประกันนโยบายการค้าในเขตสงครามได้หรือไม่

 

ภาพ: State Emergency Service of Ukraine / Pavlo Petrov / Handout / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:

The post รัสเซียเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มเมืองท่ายูเครน หลังถอนตัวข้อตกลงส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้เรือสินค้าที่บรรทุกรถหรู ยังลอยเคว้งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก https://thestandard.co/cargo-ship-fire-in-the-middle-of-atlantic-ocean/ Fri, 18 Feb 2022 07:40:21 +0000 https://thestandard.co/?p=595919 ไฟไหม้เรือสินค้าที่บรรทุกรถหรู ยังลอยเคว้งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

เรือสินค้า Felicity Ace ที่บรรทุกรถยนต์หรูจำนวนมากถูกทิ […]

The post ไฟไหม้เรือสินค้าที่บรรทุกรถหรู ยังลอยเคว้งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้เรือสินค้าที่บรรทุกรถหรู ยังลอยเคว้งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

เรือสินค้า Felicity Ace ที่บรรทุกรถยนต์หรูจำนวนมากถูกทิ้งลอยเคว้งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก หลังไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วเมื่อวันพุธ (16 กุมภาพันธ์) ที่ผ่านมา จนลูกเรือต้องสละเรือเพื่อหนีเอาชีวิตรอด

 

เรือดังกล่าวมีความยาว 656 ฟุต บรรทุกรถหรูแบรนด์ดังอย่าง Porsche และ Volkswagen ออกเดินทางจากเมืองเอ็มเดนในเยอรมนีเพื่อไปจุดหมายปลายทางในเดวิสวิลล์ รัฐโรดไอส์แลนด์ของสหรัฐฯ แต่ระหว่างทางเกิดไฟลุกไหม้ ห่างจากหมู่เกาะอะโซร์ส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโปรตุเกสราว 90 ไมล์ทะเล

 

แถลงการณ์จากกองทัพเรือโปรตุเกสระบุว่า ลูกเรือทั้ง 22 คนตัดสินใจสละเรือ เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยและถูกส่งไปยังโรงแรมท้องถิ่นแล้ว นอกจากนี้ทางการยังยืนยันว่าไม่พบแหล่งมลพิษจากไฟที่ไหม้บนเรือแต่อย่างใด

 

เรือสินค้า Felicity Ace จดทะเบียนในปานามา ดำเนินงานโดยบริษัทเดินเรือ Mitsui O.S.K. Lines (MOL) ของญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าของเรือเตรียมลากจูงเรือดังกล่าวเข้าฝั่งแล้ว

 

ด้าน Porsche ยืนยันกับ CNN ว่า มีรถจำนวนหนึ่งอยู่บนเรือสินค้าที่ไฟไหม้ และบรรดาดีลเลอร์ได้ติดต่อกับลูกค้าที่สั่งจองรถไว้แล้ว

 

นอกจาก Porsche แล้ว Volkswagen ก็มีลูกค้าที่รอรถยนต์อยู่เช่นกัน ซึ่งทางโฆษกของ Volkswagen ระบุว่า กำลังติดต่อกับบริษัทขนส่งดังกล่าวเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้

 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ยังไม่ทราบแน่ชัด โดยกองทัพเรือโปรตุเกสระบุวานนี้ (17 กุมภาพันธ์) ว่าไฟยังคงไหม้อยู่ ส่วนเรือตรวจการณ์ยังคงลอยอยู่ใกล้กับเรือสินค้าเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ภาพ: CNN

อ้างอิง:

The post ไฟไหม้เรือสินค้าที่บรรทุกรถหรู ยังลอยเคว้งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศรีลังกาเผยเรือ X-Press Pearl กำลังจมหลังไฟไหม้เกือบ 2 สัปดาห์ หวั่นน้ำมัน-สารเคมีนับร้อยตันรั่วลงทะเล https://thestandard.co/x-press-pearl-sri-lanka-030664/ Thu, 03 Jun 2021 05:15:21 +0000 https://thestandard.co/?p=496029 เรือ X-Press Pearl

ความคืบหน้ากรณีเรือสินค้า X-Press Pearl สัญชาติสิงคโปร์ […]

The post ศรีลังกาเผยเรือ X-Press Pearl กำลังจมหลังไฟไหม้เกือบ 2 สัปดาห์ หวั่นน้ำมัน-สารเคมีนับร้อยตันรั่วลงทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือ X-Press Pearl

ความคืบหน้ากรณีเรือสินค้า X-Press Pearl สัญชาติสิงคโปร์เกิดไฟไหม้กลางทะเล นอกชายฝั่งกรุงโคลัมโบนานเกือบ 2 สัปดาห์ ซึ่งแม้ล่าสุดจะสามารถดับไฟได้แล้ว แต่ปรากฏว่าเรือกำลังค่อยๆ จมลงทะเล ซึ่งก่อให้เกิดความหวั่นวิตกว่าสารเคมีและน้ำมันภายในเรือหลายร้อยตันอาจรั่วออกมา และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในทะเล

 

ที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดไฟไหม้เมื่อ 20 พฤษภาคม ทางกองทัพเรือศรีลังกาและเจ้าหน้าที่คุ้มกันชายฝั่งของอินเดีย ร่วมมือกันพยายามดับไฟและป้องกันไม่ให้เรือหักหรือจมลง

 

โดยเรือ X-Press Pearl นั้นบรรทุกสารเคมีเป็นพิษ เช่น กรดไนตริกที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง จำนวนกว่า 25 ตัน รวมถึงมีน้ำมันภายในเรือมากกว่า 350 ตัน ขณะที่ก่อนหน้านี้ ตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกเม็ดพลาสติกหลายตันได้ร่วงลงทะเลและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อระบบนิเวศทางทะเล

 

ทางด้านบริษัท X-Press Feeders ผู้ดำเนินงานเรือ X-Press Pearl ออกแถลงการณ์วานนี้ (2 มิถุนายน) ว่าส่วนท้ายของเรือนั้นแตะก้นทะเลแล้ว และส่วนหัวเรือก็กำลังจมลงอย่างช้าๆ ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่กู้เรือจะยังคงตรวจสอบสภาพเรือและเฝ้าระวังการรั่วไหลของน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

 

“เจ้าหน้าที่กู้เรือจะอยู่กับเรือเพื่อตรวจสอบสภาพของเรือและมลพิษทางน้ำมัน หากเกิดเหตุใดๆ ขึ้น สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นในทันทีคือการลดความเสียหายเพิ่มเติมต่อสิ่งแวดล้อม” บริษัท X-Press Feeders ระบุในแถลงการณ์

 

ภารกิจกู้เรือ X-Press Pearl ไม่ให้จมนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากคลื่นลมแรงในช่วงฤดูมรสุม ขณะที่กองทัพเรือศรีลังกาพยายามลากเรือไปยังบริเวณทะเลลึกก่อนที่เรือจะจม เพื่อลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดมลพิษทางทะเล แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเพราะส่วนท้ายของเรือเริ่มจมลง

 

ดร.อจันทา เปเรรา นักสิ่งแวดล้อมชาวศรีลังกา ระบุว่าการจมของเรือ X-Press Pearl อาจก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายมากที่สุดต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเลของศรีลังกา

 

“ด้วยสินค้าอันตราย ทั้งกรดไนตริกและสิ่งอื่นๆ เหล่านี้ รวมถึงน้ำมันภายในเรือ ถ้ามันจมลงจะทำลายพื้นที่ก้นทะเลทั้งหมด” เธอกล่าว

 

ขณะที่ทางการศรีลังกาหวั่นว่าภัยพิบัติในครั้งนี้อาจขยายใหญ่ขึ้น หากน้ำมันนั้นรั่วไหลไปถึงทะเลสาบเนกอมโบที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสัตว์น้ำและนกในพื้นที่ 

 

โดยหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลของศรีลังกา (MEPA) เตือนว่าการรั่วไหลของน้ำมันจำนวนมากจากเรือ X-Press Pearl จะส่งผลให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงต่อชายหาดหลายแห่งบริเวณแนวชายฝั่งตะวันตกระยะ 30 กิโลเมตร ระหว่างเมืองเนกอมโบและดิโกวิตาที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม

 

ขณะเดียวกันกระทรวงประมงของศรีลังกาได้สั่งห้ามเรือประมงและเรือต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ทะเลสาบเนกอมโบ พร้อมดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อป้องกันทะเลสาบและพื้นที่โดยรอบไม่ให้ได้รับความเสียหายจากเศษขยะพลาสติก สารเคมีหรือน้ำมันที่รั่วไหลจากเรือ

 

สำหรับสาเหตุที่ก่อให้เกิดไฟไหม้เรือ X-Press Pearl เกิดจากการรั่วไหลของกรดไนตริกจากตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างเดินทางออกจากอินเดียเพื่อมุ่งหน้าไปยังโคลัมโบ โดยบริษัทเจ้าของเรือเปิดเผยว่า ลูกเรือทราบถึงการรั่วไหลของกรดไนตริกตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม แต่ถูกปฏิเสธจากท่าเรือของอินเดียและกาตาร์ไม่ให้ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ที่เกิดการรั่วไหลลงจากเรือ ทำให้เรือต้องเดินทางต่อไปยังศรีลังกา และจอดอยู่นอกชายฝั่งกรุงโคลัมโบเพื่อรอเทียบท่า

 

ซึ่งการที่ทางการศรีลังกาและท่าเรือในกรุงโคลัมโบยอมอนุญาตให้เรือเข้าสู่น่านน้ำและจอดอยู่ใกล้ชายฝั่งจนเกิดไฟไหม้และภัยพิบัติต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความไม่พอใจอย่างมากจากประชาชน ขณะที่ทางการศรีลังกาได้เริ่มกระบวนการสอบสวนเพื่อเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีต่อบริษัทเจ้าของเรือและกัปตันเรือ X-Press Pearl แล้ว

 

ภาพ: Pushpa Kumara / Anadolu Agency via Getty Images

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ


อ้างอิง:

The post ศรีลังกาเผยเรือ X-Press Pearl กำลังจมหลังไฟไหม้เกือบ 2 สัปดาห์ หวั่นน้ำมัน-สารเคมีนับร้อยตันรั่วลงทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาวิกฤตระบบนิเวศทางทะเลศรีลังกา หลังเหตุไฟไหม้เรือสินค้านอกชายฝั่ง ทำขยะพลาสติกหลายตันเกลื่อนทะเล https://thestandard.co/sri-lanka-ecosystem-crisis-fire-cargo-ship/ Mon, 31 May 2021 08:51:39 +0000 https://thestandard.co/?p=494828 ศรีลังกา ไฟไหม้เรือสินค้า

กรณีเรือบรรทุกสินค้า X-Press Pearl สัญชาติสิงคโปร์ เกิด […]

The post จับตาวิกฤตระบบนิเวศทางทะเลศรีลังกา หลังเหตุไฟไหม้เรือสินค้านอกชายฝั่ง ทำขยะพลาสติกหลายตันเกลื่อนทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศรีลังกา ไฟไหม้เรือสินค้า

กรณีเรือบรรทุกสินค้า X-Press Pearl สัญชาติสิงคโปร์ เกิดไฟไหม้นอกชายฝั่งกรุงโคลัมโบของศรีลังกา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลายเป็นวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลครั้งใหญ่ที่น่าจับตามอง

 

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนประเมินว่าเหตุการณ์นี้อาจก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลของศรีลังการุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเรือลำนี้บรรทุกสารเคมีเป็นพิษอย่างกรดไนตริก โซดาไฟ ตลอดจนเม็ดพลาสติกและเครื่องสำอางจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 25 ตัน โดยตู้สินค้าหลายตู้ร่วงหล่นจากเรือ ส่งผลให้เม็ดพลาสติกขนาดเล็กจำนวนมหาศาลลอยปกคลุมไปทั่วผืนน้ำ 

 

จนถึงวันนี้ (31 พฤษภาคม) ทางการศรีลังกายังคงระดมเจ้าหน้าที่เร่งเก็บกวาดขยะพลาสติกที่ยังไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน และความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเลจะคงอยู่ไปอีกกี่ปี 

 

คำถามของเหตุการณ์นี้คือ ทำไมเรือถึงไฟไหม้อยู่กลางทะเลศรีลังกา จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร ผลกระทบที่ตามมารุนแรงแค่ไหน และศรีลังกาจะรับมืออย่างไรกับวิกฤตครั้งนี้ 

 

กรดไนตริกรั่ว ต้นตอไฟไหม้

 

  • เรือบรรทุกสินค้า X-Press Pearl สัญชาติสิงคโปร์ ความยาว 186 เมตร ที่ดำเนินงานโดยบริษัท X-Press Feeders ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองฮาซิรา รัฐคุชราตของอินเดีย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา มุ่งหน้าไปยังกรุงโคลัมโบของศรีลังกา โดยบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 1,486 ตู้ ซึ่งภายในมีทั้งสารเคมี เช่น กรดไนตริก โซดาไฟ เม็ดพลาสติกขนาดเล็กและเครื่องสำอาง น้ำหนักกว่า 25 ตัน 

 

  • ทิม ฮาร์ตโนลล์ ประธานกรรมการบริหารของ X-Press Pearl เปิดเผยว่า ลูกเรือพบการรั่วไหลของกรดไนตริกจากตู้คอนเทนเนอร์ในวันที่ 11 พฤษภาคม หลังออกเดินทางจากอินเดียและอยู่ในทะเลอาหรับ โดยกัปตันเรือได้แจ้งไปยังท่าเรือเมืองฮาซิรา ตามด้วยท่าเรือในเมืองฮามัดของกาตาร์ ซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกล เพื่อขอให้ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกกรดไนตริกลงจากเรือ แต่ถูกปฏิเสธจากทั้ง 2 ท่าเรือ โดยกาตาร์ระบุว่าไม่มีผู้เชี่ยวชาญจัดการกับกรดไนตริกที่รั่วไหล 

 

  • เรือเดินทางถึงโคลัมโบในคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้ทอดสมอจอดอยู่นอกชายฝั่งเพื่อรอเทียบท่า แต่ไม่มีการแจ้งเหตุฉุกเฉินในกรณีการรั่วไหลของกรดไนตริก

 

  • วันต่อมาทางตัวแทนของเรือได้ร้องขอให้มีการซ่อมตู้คอนเทนเนอร์บรรจุกรดไนตริก โดยนายท่าของโคลัมโบเผยว่ามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมช่วยเหลือ ก่อนจะเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

 

  • เหตุไฟไหม้รุนแรงมากขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม โดยกองทัพเรือศรีลังกาส่งเรือลาดตระเวน 2 ลำ พร้อมเครื่องบิน 1 ลำ ช่วยในการดับเพลิงและอพยพลูกเรือ ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่อินเดียส่งเรือบรรทุกหน่วยดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งไปช่วยรับมือสถานการณ์ 

 

  • ไฟยังคงไหม้ต่อเนื่องและเกิดการระเบิดขนาดใหญ่บนเรือในวันที่ 25 พฤษภาคม ลูกเรือทั้งหมด 25 คน ได้รับการอพยพออกจากเรืออย่างปลอดภัย แต่มีคอนเทนเนอร์หลายตู้ร่วงลงสู่ทะเล ขณะที่เปลวไฟที่โหมไหม้แรงขึ้น ทำให้หน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลของศรีลังกา (Marine Environmental Protection Authority: MEPA) ประกาศเตือนเหตุน้ำมันรั่วจากถังน้ำมันของเรือในระดับเทียร์ 2

 

  • MEPA แสดงความกังวลว่าน้ำมันภายในเรือ 378 ตัน อาจรั่วไหลลงสู่ทะเลมากกว่าครึ่ง และกำลังเก็บรวบรวมหลักฐานและประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากกรณีนี้ 

 

หายนะต่อระบบนิเวศทางทะเล

 

  • MEPA ชี้ว่า เศษขยะพลาสติกอาจเป็นตัวก่อมลพิษต่อชายหาดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจก่อความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเลไปอีกหลายปี และเตือนความเป็นไปได้ในการเกิดฝนกรดจากการระเหยของกรดไนตริก

 

  • 27 พฤษภาคม ทางการศรีลังการะบุว่า เศษขยะพลาสติกหลายตันยังลอยเต็มผืนน้ำและเกยตื้นชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง แม้จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกวาด พร้อมสั่งห้ามเรือประมงกว่า 5,600 ลำ เข้าทำประมงบริเวณแนวชายฝั่งระยะ 80 กิโลเมตร ใกล้จุดที่เรือ X-Press Pearl ลอยลำ ตั้งแต่เมืองโคลัมโบจนถึงเนกอมโบ โดยกังวลว่าอาจมีการปนเปื้อนของเศษพลาสติกหรือสารเคมีในสัตว์ทะเล

 

  • จุดที่ได้รับผลกระทบจากเศษขยะพลาสติกนั้นเป็นบริเวณชายหาดท่องเที่ยวยอดนิยม โดยทะเลในพื้นที่เป็นที่รู้จักของชาวประมงว่าเป็นแหล่งอาศัยของปูและกุ้งขนาดใหญ่

 

ดับไฟสำเร็จ – จ่อฟ้องบริษัทเจ้าของเรือ

 

  • บริษัท X-Press Feeders เปิดเผยในวันที่ 29 พฤษภาคม ว่าปฏิบัติการดับไฟไหม้เรือประสบความสำเร็จ โดยโครงสร้างของลำเรือยังไม่ได้รับความเสียหาย เช่นเดียวกับถังเก็บน้ำมัน และยืนยันว่าไม่มีน้ำมันรั่วลงทะเล สอดคล้องกับการยืนยันจากกองทัพเรือศรีลังกาที่ยังไม่พบคราบน้ำมันรั่วนับตั้งแต่เกิดเหตุ ขณะที่ทางบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือต่อทางการศรีลังกาในการสืบสวนสาเหตุไฟไหม้และการสืบสวนที่เกี่ยวข้อง

 

  • วานนี้ (30 พฤษภาคม) ทางการศรีลังกาได้เริ่มดำเนินการสืบสวนกรณีไฟไหม้เรือที่เกิดขึ้น และระบุว่าจะมีการฟ้องร้องบริษัทเจ้าของเรือ โดยเจ้าหน้าที่ของ MEPA ได้พบกับอัยการสูงสุด เพื่อหารือแผนดำเนินการฟ้องร้องผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย

 

ภาพ: Getty Images 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post จับตาวิกฤตระบบนิเวศทางทะเลศรีลังกา หลังเหตุไฟไหม้เรือสินค้านอกชายฝั่ง ทำขยะพลาสติกหลายตันเกลื่อนทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผยผลสอบเรือ Ever Given เกยตื้นคลองสุเอซ ชี้เป็นความผิดกัปตันเรือ https://thestandard.co/ever-given-case-point-out-captain-mistake/ Mon, 31 May 2021 05:53:18 +0000 https://thestandard.co/?p=494690 เรือ Ever Given

เมื่อวานนี้ (30 พฤษภาคม) องค์การคลองสุเอซ (SCA) ของอียิ […]

The post เผยผลสอบเรือ Ever Given เกยตื้นคลองสุเอซ ชี้เป็นความผิดกัปตันเรือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือ Ever Given

เมื่อวานนี้ (30 พฤษภาคม) องค์การคลองสุเอซ (SCA) ของอียิปต์ เปิดเผยว่า กัปตันเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ Ever Given เป็นผู้รับผิดชอบกรณีเรือเกยตื้นและปิดกั้นการสัญจรนาน 6 วัน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา


กัปตันอัล-ซายิด ชูอิชา หัวหน้าทีมสอบสวนของ SCA แถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ของ SCA ในเมืองอิสไมเลีย ระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะ “คำสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าของกัปตันในระยะเวลาอันสั้น”


เมื่อเดือนเมษายน ทางการอียิปต์ยึดเรือ Ever Given ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความยาวราว 400 เมตร และขนาดราว 200,000 ตัน หลังเรือยักษ์เกยตื้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม และปิดกั้นการสัญจรเป็นเวลา 6 วัน


“ข้อมูลจากกล่องดำของเรือพิสูจน์ว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของที่ปรึกษา SCA” ชูอิชากล่าว โดยข้อมูลจากกล่องดำชี้ว่ามีเรืออีกสามลำแล่นผ่านก่อนถึงกำหนดของเรือ Ever Given เพียงไม่นาน


เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม อียิปต์ยื่นข้อเสนอลดเงินชดเชยที่เรียกร้องจาก 916 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.86 หมื่นล้านบาท) เหลือ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.72 หมื่นล้านบาท) สำหรับเรือที่ถูกยึดไว้ หลังทราบมูลค่าทางการเงินโดยประมาณของสินค้า ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม ศาลเศรษฐกิจของอียิปต์ได้เลื่อนการพิจารณาคดีของเรือ Ever Given เพื่อเปิดทางการเจรจาเกี่ยวกับเงินชดเชยเพิ่มเติม


ทั้งนี้คลองสุเอซซึ่งเชื่อมระหว่างทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สูญเสียรายได้ 12-15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 374.88-468.45 ล้านบาท) ต่อวัน ระหว่างเกิดเหตุเรือ Ever Given ปิดกั้นการสัญจรข้างต้น


พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง: สำนักข่าวซินหัว

The post เผยผลสอบเรือ Ever Given เกยตื้นคลองสุเอซ ชี้เป็นความผิดกัปตันเรือ appeared first on THE STANDARD.

]]>