เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 https://thestandard.co/jeng-sooksek-imprisoned-udd-terrorism/ Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1167190 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดา […]

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

​ก่อนการอ่านคำพิพากษาบุตรสาวของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้ยื่นคำร้องแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปอีก 1 นัด โดยระบุว่ายศวริศมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

 

​อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้เคยอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษามาแล้ว 30 วันตามคำร้องขอ จึงมีคำสั่งให้นายประกันติดตามตัวจำเลยมาศาล มิฉะนั้นจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกัน

 

​ต่อมา บุตรสาวจึงได้ประสานนำตัวยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลอาญาด้วยรถแท็กซี่สาธารณะ โดยยศวริศปรากฏตัวในสภาพอิดโรย ต้องนั่งรถเข็นเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี โดยที่ข้อมือซ้ายยังมีป้ายชื่อผู้ป่วยและผ้าก๊อซปิดแผลเจาะสายน้ำเกลือติดอยู่

 

​ยศวริศได้แถลงต่อศาลด้วยตนเอง ขอความเมตตาเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าหากต้องเข้าเรือนจำในขณะที่อาการยังวิกฤต อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาจนถึงแก่ชีวิตได้ ทางคณะผู้พิพากษาจึงได้หารือกับผู้บริหารศาลอาญา ก่อนมีความเห็นให้ดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบขั้นตอน

 

​ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

 

​ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ยศวริศ ชูกล่อม (จำเลยที่ 7) และ สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ (จำเลยที่ 12) มีความผิดจริง โดยพฤติการณ์ของจำเลยเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในที่เกิดเหตุ และกระทำการข่มขืนจิตใจให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ และมิใช่เพียงการร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ตามที่ต่อสู้คดี ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 

​ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษดังนี้:

 

  • ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) จำเลยที่ 7: จำคุกรวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ จำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
  • สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ จำเลยที่ 12: พิพากษาลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต

 

​ภายหลังสิ้นสุดคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

 

​สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 กลุ่มแนวร่วม นปช. ได้จัดการชุมนุมต่อเนื่องเพื่อกดดันให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภาและยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยมีการเคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญ ทั้งบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์

 

​คำฟ้องระบุถึงพฤติการณ์ที่รุนแรง อาทิ การใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79, การสะสมกำลังพลและอาวุธสงคราม, และการฝึกกำลังคนเพื่อปฏิบัติการในลักษณะก่อการร้าย

 

เส้นทางการต่อสู้คดี:

 

  • ศาลชั้นต้น: พิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน
  • ศาลอุทธรณ์: เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 พิพากษาแก้ โดยลงโทษจำคุกยศวริศ และสุขเสก (ตามอัตราโทษข้างต้น) ส่วนจำเลยแกนนำคนอื่นๆ ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น
  • ศาลฎีกา: มีคำพิพากษาในวันนี้ (20 มกราคม 2569) ให้ยืนตามศาลอุทธรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความของจำเลยทั้งสอง

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมราชทัณฑ์ แจงสภาพ ‘ทนายตั้ม’ ยันร่างกายปกติดี มีเพียงโรคไขมันในเลือดสูง ปัดข่าวซูบผอม-จิตใจย่ำแย่หนัก https://thestandard.co/corrections-lawyer-tum-cholesterol/ Tue, 06 Jan 2026 10:45:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1161955 กรมราชทัณฑ์ แจงสภาพ ‘ทนายตั้ม’ ยันร่างกายปกติดี มีเพียงโรคไขมันในเลือดสูง ปัดข่าวซูบผอม-จิตใจย่ำแย่หนัก

วันนี้ (6 มกราคม) จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลช […]

The post กรมราชทัณฑ์ แจงสภาพ ‘ทนายตั้ม’ ยันร่างกายปกติดี มีเพียงโรคไขมันในเลือดสูง ปัดข่าวซูบผอม-จิตใจย่ำแย่หนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมราชทัณฑ์ แจงสภาพ ‘ทนายตั้ม’ ยันร่างกายปกติดี มีเพียงโรคไขมันในเลือดสูง ปัดข่าวซูบผอม-จิตใจย่ำแย่หนัก

วันนี้ (6 มกราคม) จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นสุขภาพของ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังในคดีฉ้อโกง โดยกระแสข่าวระบุว่า ษิทรามีสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปมาก มีลักษณะซูบผอม จิตใจอ่อนแอ และจำเป็นต้องพึ่งยากล่อมประสาทเพื่อช่วยในการนอนหลับนั้น

 

ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้:

 

1. สถานะและสุขภาพกาย: ษิทรา ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ปัจจุบันมีสถานะเป็นผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา จากการตรวจประเมินล่าสุดพบว่า สภาพร่างกายทั่วไปปกติดี ไม่ปรากฏอาการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงตามที่เป็นข่าว มีเพียงโรคประจำตัวเดิมคือ ไขมันในเลือดสูง ซึ่งได้รับการดูแลและจ่ายยาจากทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง

 

2. สุขภาพจิต: ในส่วนของสภาพจิตใจ พบว่ามี ภาวะความเครียดเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้ถูกคุมขัง โดยทางเรือนจำได้จัดให้มีจิตแพทย์คอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมและดูแลผู้ต้องขังทุกรายโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมผู้ต้องขัง (Standard Operating Procedures: SOPs) อย่างเคร่งครัด โดยเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งมีมาตรการดูแลครบถ้วนทั้งด้านสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การประเมินสุขภาพจิต รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและสวัสดิการ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ต้องขังได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

The post กรมราชทัณฑ์ แจงสภาพ ‘ทนายตั้ม’ ยันร่างกายปกติดี มีเพียงโรคไขมันในเลือดสูง ปัดข่าวซูบผอม-จิตใจย่ำแย่หนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มคนนอกคดีคุก VIP เผยมีอำนาจเรียกไต่สวนเพิ่มได้เอง https://thestandard.co/nacc-outsider-vip-prison/ Tue, 16 Dec 2025 06:03:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1155254 Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), this headline does not require any changes. There are no instances where a verb is immediately followed by a proper noun in a way that necessitates adding a space. The headline remains: ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มคนนอกคดีคุก VIP เผยมีอำนาจเรียกไต่สวนเพิ่มได้เอง

วันนี้ (16 ธันวาคม) ภายหลัง พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ […]

The post ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มคนนอกคดีคุก VIP เผยมีอำนาจเรียกไต่สวนเพิ่มได้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), this headline does not require any changes. There are no instances where a verb is immediately followed by a proper noun in a way that necessitates adding a space. The headline remains: ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มคนนอกคดีคุก VIP เผยมีอำนาจเรียกไต่สวนเพิ่มได้เอง

วันนี้ (16 ธันวาคม) ภายหลัง พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ช. เดินทางเข้าพบ พงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือและติดตามความคืบหน้าคดีสืบสวนคุกวีไอพี (VIP) ที่มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริต โดยใช้เวลาประชุมหารือราว 1 ชม.

 

พัฒนพงศ์เปิดเผยว่า วันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้ลงพื้นที่ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบสถานที่จุดเกิดเหตุและรวบรวมข้อเท็จจริง รวบรวมพยาน จึงทำให้ในวันนี้ต้องมาสอบถามความคืบหน้ากับปลัดกระทรวงยุติธรรมในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา หน่วยงานภายใต้สังกัด โดยเฉพาะเรื่องการสอบสวนวินัยของข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

ส่วนประเด็นเรื่องการสอบสวนทางอาญา จะเป็นในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการ ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานว่า คณะพนักงานสืบสวน DSI ได้มีการสรุปสำนวนการสืบสวนนำส่งให้แก่ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ ป.ป.ช. จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลที่ DSI ทำการสอบสวนมา ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนปากคำพยาน พฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอีกบ้าง และพยานหลักฐานเส้นทางการเงิน เพื่อที่ ป.ป.ช. จะได้รับไปดำเนินการสืบสวนต่อไป ไม่เพียงแต่ฐานความผิดอื่นเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหารายอื่นเพิ่มเติมด้วย

 

นอกจากนี้ ในที่ประชุม ยังได้หารือเรื่องการคุ้มครองพยานสำหรับผู้แจ้งเบาะแสในคดีอาญา และกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-Slapp Law) ว่าทาง ป.ป.ช. และกระทรวงยุติธรรม จะมีความร่วมมือคุ้มครองพยานในคดีอาญากันอย่างไรบ้าง เพื่อที่ให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพต่อไป

 

พัฒนพงศ์กล่าวอีกว่า เนื่องด้วยทางกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งว่า ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องวินัยของข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทางเราได้แจ้งว่า หากทางกระทรวงยุติธรรมดำเนินการพิจารณาเรื่องวินัยของข้าราชการที่ไปเกี่ยวข้องกับการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเสร็จสิ้นอย่างไร ทาง ป.ป.ช ขอข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการสืบสวนไต่สวนในส่วนของกฎหมาย ป.ป.ช. ต่อไปด้วย

 

ส่วนกรอบเวลาที่ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการตามขั้นตอนภายหลังรับสำนวนการสืบสวนจาก DSI นั้น ด้วยความที่สำนวนการสืบสวนของ DSI ที่ได้ดำเนินการไว้ ค่อนข้างมีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดในเรื่องของการตรวจค้นจู่โจมเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ซึ่งนำทีมโดยผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ และยังรวมถึงในส่วนของ ป.ป.ช. เอง ที่ได้ไปตรวจสถานที่จริงเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ดังนั้น ขั้นตอนต่อไป เมื่อเราตรวจสำนวนของ DSI เรียบร้อยแล้ว เราก็จะมีการเสนอไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. และจึงจะมีความเห็นว่าในคดีการสืบสวนดังกล่าว ป.ป.ช. จะรับไว้ตรวจสอบไต่สวนเองหรือไม่ แจ้งข้อกล่าวหาเองหรือไม่ หรือจะส่งกลับพนักงานสอบสวนDSI เพื่อสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะหากเรื่องใดที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไปมีส่วนเกี่ยว ตามกฎหมายของ ป.ป.ช. เราสามารถจะรับไว้ทำเองต่อไป หรือส่งสำนวนดังกล่าวกลับหน่วยงานต้นเรื่องให้รับไปดำเนินการก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

 

สำหรับข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ป.ป.ช. มีการเร่งรัดให้ DSI รีบสรุปสำนวนการสืบสวนส่งให้แก่ ป.ป.ช. ทั้งที่เนื้อหาภายในยังคงมีบุคคลอื่นที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอีกมากนั้น อาจทำให้สำนวนการสืบสวนดังกล่าวไม่สมบูรณ์หรือไม่ พัฒนพงศ์ชี้แจงว่า ตามกฎหมายของ ป.ป.ช. ได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานต้นเรื่อง จะต้องส่งสำนวนให้แก่ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน หากเรื่องดังกล่าวพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จึงยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเร่งรัด DSI ให้รีบสรุปสำนวนแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ ตามกรอบขั้นตอนแล้ว เมื่อรับสำนวนการสืบสวนมาจากDSI เราก็ต้องไปดูเนื้อหารายละเอียดภายใน และการที่เราเป็นระบบไต่สวน หากเราเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ต้องการประเด็นเพิ่มเติม เราก็สามารถเรียกพยานบุคคลมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมได้ หรือเรียกพยานหลักฐานพยานเอกสารเพิ่มเติมได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมันเป็นอำนาจที่ ป.ป.ช. ดำเนินการได้อยู่แล้ว

 

“ดังนั้น แม้ว่าตอนนี้ DSI จะมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐเพียง 2 ราย มายัง ป.ป.ช. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องตัดจบเท่านั้น เรายังสามารถไต่สวนเพิ่มเติมได้ ขยายผลเองได้ หากพบข้อเท็จจริงอันเป็นประจักษ์ว่ามีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในการกระทำความผิดดังกล่าว ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ตาม ป.ป.ช. ยังสามารถเรียกบุคคลนั้นๆ มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในภายหลังได้ด้วย รวมไปถึงกรณีผู้หญิงชาวต่างชาติที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในสถานที่เกิดเหตุ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักรไทย แต่อำนาจการสืบสวนไต่สวนของ ป.ป.ช. จะต้องมีการยืนยันตัวบุคคล เพื่อเชิญมาสอบสวนปากคำ และเมื่อพบการกระทำความผิด ป.ป.ช. ก็จะต้องแจ้งดำเนินคดีเป็นผู้ต้องหาเช่นเดียวกัน” พัฒนพงศ์กล่าว

 

นอกจากนี้ ถ้าหากบุคคลใดก็ตามตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ป.ป.ช. ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระยะเวลา 30 วันแล้วนั้น ตามขั้นตอนเราต้องสรุปสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ต่อไป

 

พัฒนพงศ์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีรายงานว่า DSI ได้มีการดำเนินคดี ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ 2 ราย เนื่องด้วยพบพยานหลักฐานการปล่อยปละละเลย และยังตรวจพบคราบอสุจิในพื้นที่เกิดเหตุนั้น เรื่องดังกล่าว ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งว่ารายงานผลจากสถาบันนิติฉบับสมบูรณ์ ยังไม่ได้มีการรายงานกลับมายังกระทรวงยุติธรรมแต่อย่างใด แต่อย่างใดก็ดี เราจะกลับไปดูเนื้อหาภายในสำนวนการสืบสวนของDSIที่ได้ส่งให้ไว้แล้ว ว่ามีการระบุพฤติการณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ระบุถึงพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง

 

พัฒนพงศ์กล่าวด้วยว่า กรณีที่สถานที่เกิดเหตุเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และไม่ใช่สถานที่สำหรับการเยี่ยมญาตินั้น หญิงชาวต่างชาติสองราย จะเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่เรือนจำหรือไม่นั้น เรื่องนี้คงต้องไปดูรายละเอียดการสรุปสำนวนการสืบสวนของ DSI ก่อน เพื่อดูว่ามีการระบุพฤติการณ์บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ซึ่งเรายังสามารถไปดูความผิดที่เกี่ยวเนื่องได้ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ฐานคดีทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ตามที่ตนได้ยืนยันไปแล้วว่าอำนาจของ ป.ป.ช. สามารถไต่สวน เรียกหาพยานหลักฐาน เรียกสอบสวนปากคำบุคคลเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง

 

สำหรับกรณีที่อดีต ผบ. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีการร้องขอความเป็นธรรมไปยัง ป.ป.ช. ว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งนั้น พัฒนพงศ์อธิบายว่า วันนี้เรามาประสานกับกระทรวงยุติธรรมในเรื่องคดีการสืบสวนเรื่องเรือนจำฯ ซึ่งเป็นคนละกรณีกันกับที่ผู้ถูกกล่าวหาร้องเรียนขอความเป็นธรรม แต่เราก็จะต้องไปดูรายละเอียดคำร้องของเขาก่อนว่า ร้องถึงผู้กระทำคือใครบ้าง ส่วนจะรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้หรือไม่ อาจต้องไปดูในชั้นการไต่สวนว่าจะรวมหรือแยกเป็นคดีคนละคดีกันหรือไม่ อย่างไร เพราะตัวกฎหมายกำหนดว่าต้องพิจารณาเป็นรายคน ซึ่งก็คงต้องดูประกอบกันทั้งคำร้องของผู้ถูกกล่าวหาที่อ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง และในส่วนของคดีการสืบสวนที่ DSI ดำเนินการไว้

 

พัฒนพงศ์ทิ้งท้ายว่า แม้ล่าสุดกระทรวงยุติธรรม จะมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 6 คน ให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น แต่ในตอนนี้เรายังไม่สามารถระบุสรุปได้ว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 รายนี้ถือว่ามีความผิดหรือไม่ โดย ป.ป.ช. ต้องกลับไปตรวจสอบในรายละเอียดสำนวนของ DSI ก่อนที่มีการกล่าวหาดำเนินคดีมา 2 ราย

 

“เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาตรงนี้ รวมทั้งบุคคลอื่น ๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของการดำเนินการทางวินัยกับอาญานั้น ป.ป.ช. สามารถทำคู่ขนานกันได้ โดยไม่ได้บอกว่าวินัยผิดแล้วอาญาจะต้องผิดไปด้วย แต่ถ้าเป็นการกระทำที่เป็นความผิดจริง เจ้าหน้าที่ของรัฐไปกระทำทุจริตหรือใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ป.ป.ช. ก็สามารถชี้มูลได้ทั้งทางอาญาและทางวินัยได้เช่นกัน” พัฒนพงศ์กล่าว

The post ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มคนนอกคดีคุก VIP เผยมีอำนาจเรียกไต่สวนเพิ่มได้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว. ยุติธรรมย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายปมคุก VVIP เผยมีข้อมูลเส้นทางการเงินอดีต ผบ. เรือนจำกรุงเทพฯ แล้ว https://thestandard.co/minister-justice-vvip-jail-financials/ Mon, 01 Dec 2025 06:06:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1150133 รมว. ยุติธรรมย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายปมคุก VVIP เผยมีข้อมูลเส้นทางการเงินอดีต ผบ. เรือนจำ กรุงเทพฯ แล้ว

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรี […]

The post รมว. ยุติธรรมย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายปมคุก VVIP เผยมีข้อมูลเส้นทางการเงินอดีต ผบ. เรือนจำกรุงเทพฯ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว. ยุติธรรมย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายปมคุก VVIP เผยมีข้อมูลเส้นทางการเงินอดีต ผบ. เรือนจำ กรุงเทพฯ แล้ว

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคุก VVIP ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากที่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มานพ ชมชื่น อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ บอกว่าถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด แต่เรื่องทั้งหมดเกิดจากการกลั่นแกล้งให้พ้นจากตำแหน่ง หลังจากที่มานพเบิกความในคดีสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อผู้บริหารในกระทรวงยุติธรรม

 

พล.ต.ต.รุทธพลระบุว่า ตนเองได้คุยกับอธิบดี กรมราชทัณฑ์ แล้วเมื่อเมื่อเช้านี้ และได้สั่งการไปให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะมีการย้ายหลายคนในเรือนจำ อาจทำให้ไม่พอใจ ก็ให้มีการสั่งสอบเลย ส่วนในรายละเอียดยังต้องรอ

 

“ผมมองเป็นคำกล่าวอ้าง แต่ก็ต้องพิสูจน์ ซึ่งผมดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งก็เห็นว่าเขาร้องไปหลายหน่วยแล้ว ต้องรอผลการตรวจสอบของแต่ละหน่วยด้วย ยืนยันว่า เราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” พล.ต.ท. รุทธพลกล่าว

 

ส่วนที่ตอนนี้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ 4 คน แล้วการตรวจสอบจะมีคนที่ต้องออกจากราชการไว้ก่อนอีกหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพลระบุว่า อยู่ที่พยานหลักฐานการกระทำผิดว่าจะหนักหรือเบา ไม่ถึงกับต้องให้ออกจากราชการทุกคน จะต้องพิจารณาว่าใครทำผิดมากน้อยแค่ไหน และให้ความเป็นธรรมทั้งหมด เพราะบางคนอาจจะมีความผิดที่น้อยมาก หรือบางคนอาจจะไม่มีเลย ยกตัวอย่าง 20 คนที่มีคำสั่งให้โยกย้ายไปอยู่ที่อื่น บางคนก็ไม่ได้ทำความผิด แต่ย้ายเพื่อไปทดแทนในส่วนของผู้ที่ย้ายออกเท่านั้น ส่วนเรื่องของการชี้แจงเป็นระเบียบของคณะกรรมการที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว

 

ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินของมานพ เรามีหมดแล้ว แต่อยู่ในสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมถึงมีข้อมูลกรณีใบลาชี้แจงการเข้าออกประเทศกี่ครั้งของอดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน

The post รมว. ยุติธรรมย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายปมคุก VVIP เผยมีข้อมูลเส้นทางการเงินอดีต ผบ. เรือนจำกรุงเทพฯ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ลุยตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมจีนเทา VVIP เร่งหาหลักฐานทำสำนวนคู่ขนาน DSI https://thestandard.co/nacc-investigates-bangkok-prison-vvip/ Fri, 28 Nov 2025 10:22:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1149162

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเล […]

The post ป.ป.ช. ลุยตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมจีนเทา VVIP เร่งหาหลักฐานทำสำนวนคู่ขนาน DSI appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กรณีผู้ต้องขังจีนเทา VVIP ได้สิทธิพิเศษ และร่วมประชุมหารือในการทำสำนวน

 

ภายหลังจากการประชุมและตรวจสอบภายในเรือนจำกว่า 1 ชั่วโมง พัฒนพงศ์ ระบุว่า ตนลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบภายในเรือนจำที่มีปัญหา เนื่องจากต้องเข้าตรวจสอบข้อมูล หาเจ้าหน้าที่รัฐหรือกรมราชทัณฑ์ว่ามีผู้ใดใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบหรือไม่ และจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่

 

การเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เพื่อดูกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ ที่ชุดจู่โจมเข้ามาปฏิบัติการในวันที่ 16 พฤศจิกายน รวมถึงมารับฟังคำชี้แจงจากกรมราชทัณฑ์ ซึ่งได้มีการดูสถานที่ตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการ การนำพาบุคคลภายนอกเข้ามาในเรือนจำ ว่าปรากฏตัวอยู่ที่จุดใด และกล้องวงจรปิดมีภาพอะไรบ้าง รวมไปถึงห้องที่มีการกล่าวอ้างว่า ผู้ต้องขังจีนเทาและผู้ต้องขังที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบใช้

 

เบื้องต้นทาง ป.ป.ช. มีข้อมูลน้อยมาก แต่จะทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งในครั้งนี้ไม่ต้องรอสำนวนจากพนักงานสอบสวน แต่ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อดูสถานที่จริงและให้เห็นข้อมูลว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร จากนั้นจะนำข้อมูลไปรายงานต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อประกอบการพิจารณาหรือทำคู่ขนานกับสำนวนจากตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

 

พัฒนพงศ์ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มีใบสั่งให้มาลงพื้นที่ แต่เป็นการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็ว ซึ่งทาง ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีลงมา

 

กรณีห้องลับจากการเข้าไปดู พัฒนพงศ์กล่าวว่า เป็นเพียงห้องรับรองของผู้บริหารที่สามารถมองเห็นทางเข้า-ออกได้อย่างชัดเจน ส่วนกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากเดินผ่านห้องลับ แล้วเห็นการกระทำผิดจะมีส่วนผิดด้วยหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบกัน โดย ป.ป.ช. จะใช้ระบบไต่สวน และสามารถตรวจสอบดูเส้นทางการเงินและทรัพย์สินเกี่ยวกับความร่ำรวยผิดปกติ แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่เป็นคดีพิเศษก็ตาม แต่ทาง DSI จะต้องส่งสำนวนการสืบสวนให้กับ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณาว่าจะให้ ป.ป.ช. รับคดีเองหรือไม่

 

ส่วนจะเรียกอดีต ผบ.เรือนจำฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำหรือไม่นั้น พัฒนพงศ์กล่าวว่า เบื้องต้นตอนนี้เป็นอำนาจของ DSI ในการสอบสวน เพื่อหาหลักฐานรวมถึงพยาน

 

ส่วนกรณีที่อดีต ผบ.เรือนจำฯ ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้มีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากพบว่ามีความร่ำรวยผิดปกตินั้น ในกรณีดังกล่าวต้องไปดูรายละเอียดที่มีการส่งมาในหนังสือก่อน เนื่องจากตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว แต่ถ้าหากมีรายละเอียดใดที่ต้องการเพิ่มเติมก็จะได้มีการตรวจสอบต่อไป

The post ป.ป.ช. ลุยตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมจีนเทา VVIP เร่งหาหลักฐานทำสำนวนคู่ขนาน DSI appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม สั่งให้ออก 4 เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมห้อง VVIP พบผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน https://thestandard.co/justice-minister-prison-vvip-misconduct/ Fri, 28 Nov 2025 05:49:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1148981 รมว.ยุติธรรม สั่งให้ออก 4 เจ้าหน้าที่ **เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ** ปมห้อง VVIP พบผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรี […]

The post รมว.ยุติธรรม สั่งให้ออก 4 เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมห้อง VVIP พบผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม สั่งให้ออก 4 เจ้าหน้าที่ **เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ** ปมห้อง VVIP พบผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประชุมร่วมกับ ไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์และคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีห้อง VVIP ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรับรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ รวมถึงหารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินการในส่วนคดีอาญา

 

พล.ต.ท. รุทธพล เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เบื้องต้นพบการกระทำผิดชัดเจนเรื่องของวินัยร้ายแรง และได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4 นาย เป็นผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องหา 1 คน และอีก 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรือนจำ ซึ่งรับรู้เรื่องการกระทำความผิดและไม่ดำเนินการตามระเบียบ ซึ่ง 4 นายนี้ก็อยู่ในจำนวน 20 คนที่ถูกสั่งย้ายไปก่อนหน้านี้ และมีพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานและอีกหลายๆ ส่วนที่จะยืนยันการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงได้

 

คณะทำงานจะหาพยานหลักฐานให้มากที่สุดก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป

 

ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เหลือ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากบางคนก็อาจอยู่ในสภาวะจำยอม จากการที่ผู้บัญชาการสั่งการ ตอนที่ตนเองเข้าไปตรวจเรือนจำวันแรก ก็มีเจ้าหน้าที่บางส่วนเขียนจดหมายน้อยแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นยัดใส่มือตนเอง ดังนั้น ใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด บางคนอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่อยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเท่านั้น บางคนอาจมีความผิดเล็กน้อยตามลำดับชั้น ดังนั้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

ส่วน DSI ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินไปได้ค่อนข้างมาก ตรวจสอบไปแล้วหลายชั้นจนถึงกลุ่มเครือญาติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีการสรุปรายงานอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน รวมไปถึงกระแสข่าวลือว่าหญิงชาวจีนทั้ง 2 คน ได้รับเงินค่าจ้าง 5 แสนบาทด้วย

The post รมว.ยุติธรรม สั่งให้ออก 4 เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมห้อง VVIP พบผิดวินัยร้ายแรงชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม ปัดตอบปมคุก VIP แห่งอื่น หลังสั่งลงโทษ ผบ. – เลขาเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ https://thestandard.co/moj-denies-vip-prison-elsewhere/ Tue, 25 Nov 2025 04:47:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1147181 รมว.ยุติธรรม ปัดตอบปมคุก VIP แห่งอื่น หลังสั่งลงโทษ ผบ. - เลขาเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว […]

The post รมว.ยุติธรรม ปัดตอบปมคุก VIP แห่งอื่น หลังสั่งลงโทษ ผบ. – เลขาเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม ปัดตอบปมคุก VIP แห่งอื่น หลังสั่งลงโทษ ผบ. - เลขาเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีห้องขังพิเศษระดับวีไอพี (VIP) ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยเปิดเผยมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดเบื้องต้นว่า ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการออกจากราชการไว้ก่อนจำนวน 2 ราย ได้แก่ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ เลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำ

 

พล.ต.ต.รุทธพล ระบุว่า ขณะนี้ได้ส่งรายละเอียดทั้งหมดให้คณะกรรมการสอบสวนเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ช่วงบ่าย จะมีการสรุปรายงานความคืบหน้าอีกครั้งเพื่อระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าจำนวนผู้เกี่ยวข้องจะเป็นไปตามที่ได้รับรายงานในเบื้องต้น โดยต้องยึดตามพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

 

เมื่อถามว่ามีข้าราชการตำแหน่งใหญ่กว่านี้เกี่ยวข้องหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า ไม่มี เนื่องจากหลักฐานเรื่องการก่อสร้างห้องพิเศษนั้นชัดเจนว่าสร้างเสร็จเมื่อใด ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้อยู่ในสำนวนการสืบสวนของดีเอสไอและคณะกรรมการแล้ว

 

ส่วนประเด็นเรื่องการเปิดเผยเส้นทางการเงินว่ามีการโอนไปให้ใครบ้างนั้น พล.ต.ต.รุทธพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนนี้มาได้ค่อนข้างมากแล้ว

 

เมื่อถามว่าในวันที่ 28 พฤศจิกายน จะมีการเปิดตัวละครเพิ่มเติมที่เป็นคนนอกหรือไม่ และห้องดังกล่าวสร้างขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้นานแค่ไหน รมว.ยุติธรรม ขอให้รอสรุปรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า “คุกวีไอพีมีที่อื่นอีกหรือไม่” พล.ต.ต.รุทธพล ยิ้มโดยไม่ตอบคำถาม ก่อนจะเดินขึ้นตึกบัญชาการไปทันที

The post รมว.ยุติธรรม ปัดตอบปมคุก VIP แห่งอื่น หลังสั่งลงโทษ ผบ. – เลขาเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม สั่งลงโทษ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ – เลขาฯ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากปมเอื้อผู้ต้องขังจีน https://thestandard.co/justice-suspends-chief-chinese-favor/ Mon, 24 Nov 2025 12:45:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1146962 รมว.ยุติธรรม สั่งลงโทษ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ - เลขาฯ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากปมเอื้อผู้ต้องขังจีน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรี […]

The post รมว.ยุติธรรม สั่งลงโทษ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ – เลขาฯ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากปมเอื้อผู้ต้องขังจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม สั่งลงโทษ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ - เลขาฯ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากปมเอื้อผู้ต้องขังจีน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้าสำคัญกรณีตรวจสอบเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังชาวจีน ล่าสุดมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว 2 ราย หลังพบพยานหลักฐานชัดเจน

 

​พล.ต.ท. รุทธพล เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมากและเริ่มปรากฏพยานหลักฐานที่ชัดเจน

 

โดยในวันนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ลงนามในคำสั่งให้ข้าราชการให้ออกจากราชการไว้ก่อนจำนวน 2 ราย ได้แก่:

 

  • ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานค
  • เลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน)

 


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ยึดตามพยานหลักฐานเป็นหลัก เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ไม่ใช่ประเด็นการเมืองภายในแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดระเบียบและเร่งรัดการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่สังคม

 

​พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวทิ้งท้าย เรื่องนี้ว่ากันตามพยานหลักฐาน ซึ่งมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ไม่ใช่ประเด็นการเมืองภายใน กระทรวงยุติธรรมของเราจึงให้ความสำคัญอย่างมากในการจัดระเบียบและเร่งรัดตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เชื่อว่าจะมีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตด้วย

The post รมว.ยุติธรรม สั่งลงโทษ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ – เลขาฯ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากปมเอื้อผู้ต้องขังจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI – นิติวิทย์ฯ – ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน https://thestandard.co/dsi-police-raid-bangkok-prison-evidence/ Mon, 24 Nov 2025 10:47:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1146912 DSI - นิติวิทย์ฯ - ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยุท […]

The post DSI – นิติวิทย์ฯ – ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI - นิติวิทย์ฯ - ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานว่า ขณะนี้กำลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งและสอบปากคำพยานหลักฐาน

 

ยุทธนา ระบุว่า ตนพร้อมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน แต่เนื่องจากสถานการณ์ข่าวพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จึงจะขอตอบในประเด็นที่สามารถเปิดเผยได้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติงานภายในเรือนจำ และได้ทำการ ปิดห้องผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงห้องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวน

 

ส่วนกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นมีการแยกห้องปฏิบัติการ ตนจึงยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนั้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดวันที่ผ่านมา พบความเคลื่อนไหวสำคัญดังนี้:

 

  • การปิดกั้นพื้นที่: เจ้าหน้าที่ได้นำเทปสีเหลืองมากันพื้นที่บริเวณประตูสำนักงานผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด
  • การขนย้ายเอกสาร: เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ได้ทยอยขนย้ายลังแฟ้มเอกสารจำนวนมากออกจากอาคารสำนักงานฯ ทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2
  • การเก็บหลักฐาน: มีการรวบรวมพยานวัตถุ และตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงตามจุดต่าง ๆ เช่น ประตู และหน้าต่าง ของสำนักงานฯ

 

นอกจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (DSI) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ในการตรวจค้นครั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จาก กรมสรรพากร และ ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) เข้าร่วมด้วย โดยพบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เดินทางออกจากอาคารสำนักงานผู้บัญชาการเรือนจำฯ ได้มีการนำเอกสารสำคัญจำนวนมากออกไปด้วยเช่นกัน

The post DSI – นิติวิทย์ฯ – ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ‘ทักษิณ’ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 – ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP https://thestandard.co/shinawatras-visit-thaksin-klong-prem/ Mon, 24 Nov 2025 05:48:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1146682 2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่ เรือนจำคลองเปรม แพทองธาร ชินว […]

The post 2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ‘ทักษิณ’ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 – ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่ เรือนจำคลองเปรม แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อม พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เข้าเยี่ยมทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดา

 

แพทองธาร เปิดเผยถึงสาเหตุการเข้าเยี่ยมในวันนี้ว่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติปกติของครอบครัว เนื่องจากเพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา ซึ่งตนได้กราบขอพรคุณแม่ไปแล้ว ปกติครอบครัวมักจะอยู่พร้อมหน้ากัน จึงตั้งใจนำพวงมาลัยมากราบและเยี่ยมเยียนทักษิณในวันนี้ด้วย

 

เมื่อถามถึงกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้อัยการยื่นอุทธรณ์คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของทักษิณ ซึ่งแพทองธาร ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ถามทางทนายแล้วกัน

 

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทักษิณได้รับทราบกระแสข่าวเรื่องห้องขังวีไอพี (VIP) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หรือไม่ แพทองธาร ตอบเพียงว่า ยังไม่ได้คุยก่อนที่จะตัดบทและเดินทางขึ้นรถกลับออกไปทันที

 

2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP 1
2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP 2
2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP 3
2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP 4
2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ทักษิณ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 - ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP 5

The post 2 พี่น้องชินวัตรเยี่ยม ‘ทักษิณ’ เรือนจำคลองเปรม ปัดตอบปมอัยการอุทธรณ์ ม.112 – ยังไม่คุยเรื่องคุก VIP appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีราชทัณฑ์สั่งย้ายด่วน ‘ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ จากเหตุค้นคุกเจอของต้องห้าม พบเอื้อ ‘จีนเทา’ https://thestandard.co/bangkok-prison-chief-aided-china/ Sun, 23 Nov 2025 11:35:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1146490 อธิบดีราชทัณฑ์สั่งย้ายด่วน ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ จากเหตุค้นคุกเจอของต้องห้าม พบเอื้อ จีนเทา

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) มีการเปิดเผยคำสั่งกรมราชทัณฑ์ สืบ […]

The post อธิบดีราชทัณฑ์สั่งย้ายด่วน ‘ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ จากเหตุค้นคุกเจอของต้องห้าม พบเอื้อ ‘จีนเทา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีราชทัณฑ์สั่งย้ายด่วน ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ จากเหตุค้นคุกเจอของต้องห้าม พบเอื้อ จีนเทา

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) มีการเปิดเผยคำสั่งกรมราชทัณฑ์ สืบเนื่องจากปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาทำให้พบพฤติการณ์ความไม่ชอบมาพากลหลายประการ

 

โดยเฉพาะประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องขัง ‘จีนเทา’ รวมถึงการตรวจพบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของที่ไม่อนุญาตให้ครอบครองภายในเรือนจำ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และมาตรา 73

 

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ลงนามในคำสั่งกรมราชทัณฑ์ที่ 1510/2568 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 โดยมีคำสั่งให้ย้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งสิ้น 20 ราย ออกจากพื้นที่เพื่อรอผลการสอบสวน

 

ประกอบด้วย:
1. มานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
2. กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าแดน:

  • ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง: ย้ายไป เรือนจำจังหวัดตราด
  • ผอ.ส่วนสวัสดิการผู้ต้องขัง: ย้ายไป เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
  • ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์: ย้ายไป เรือนจำจังหวัดชัยนาท
  • ผบ.แดน 8: ย้ายไป เรือนจำกลางนครปฐม
  • ผบ.แดน 6: ย้ายไป เรือนจำกลางชลบุรี
  • ผบ.แดน 4: ย้ายไป เรือนจำจังหวัดสระแก้ว

 

รายงานข่าวยังระบุว่า รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เหลือ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับชำนาญการซึ่งเป็น ทีมงานหน้าห้องคนสนิทของมานพ ชมชื่น รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้คุมที่ปฏิบัติหน้าที่ใน แดน 2, 4, 6 และ 8 ซึ่งเป็นแดนคุมขังกลุ่มผู้ต้องขังคดีจีนเทาโดยเฉพาะ

 

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที จนกว่ากระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้นและได้ข้อยุติ เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

The post อธิบดีราชทัณฑ์สั่งย้ายด่วน ‘ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ จากเหตุค้นคุกเจอของต้องห้าม พบเอื้อ ‘จีนเทา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมราชทัณฑ์ แจงข่าวลือนำนักโทษหญิงปรนนิบัติ เจ้าหน้าที่ – นักโทษชาย ‘ไม่เป็นความจริง’ https://thestandard.co/corrections-denies-inmate-servicing-rumor/ Sun, 23 Nov 2025 11:27:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1146482 กรมราชทัณฑ์ แจงข่าวลือนำนักโทษหญิง ปรนนิบัติ เจ้าหน้าที่ - นักโทษชาย ‘ไม่เป็นความจริง’

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่คำชี้แจง โดยระ […]

The post กรมราชทัณฑ์ แจงข่าวลือนำนักโทษหญิงปรนนิบัติ เจ้าหน้าที่ – นักโทษชาย ‘ไม่เป็นความจริง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมราชทัณฑ์ แจงข่าวลือนำนักโทษหญิง ปรนนิบัติ เจ้าหน้าที่ - นักโทษชาย ‘ไม่เป็นความจริง’

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่คำชี้แจง โดยระบุว่า ตามที่มีกระแสข่าว พาดพิงถึงการนำผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลาง ไปให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นั้น

 

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า เนื่องจากในปัจจุบันได้มีกระแสข่าวและภาพประกอบที่เกิดขึ้นจำนวนมากในโลกโซเชียล ล้วนแต่เป็นภาพที่เกินความจริง และไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์จริงแต่อย่างใด ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดกระแสสังคมในเชิงลบมากยิ่งขึ้น

 

รวมถึงกระแสข่าวที่เกี่ยวกับการนำผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลางไปให้บริการแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครนั้น ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ต้องขังคนใด กระทำการดังกล่าวอย่างแน่นอน รวมถึงเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อยู่ภายใต้กฎระเบียบ และกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว แต่สื่อมวลชนยังได้นำเสนอข่าว และภาพประกอบไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามที่ได้แถลงข่าวไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้

 

กรมราชทัณฑ์ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร หรือภาพที่ผิดไปจากความจริง อย่างรอบคอบ ถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และยึดมั่นในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ขององค์กรและประเทศชาติอย่างแท้จริง

The post กรมราชทัณฑ์ แจงข่าวลือนำนักโทษหญิงปรนนิบัติ เจ้าหน้าที่ – นักโทษชาย ‘ไม่เป็นความจริง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรมบอกรับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา แนะสอบเส้นทางการเงิน-อายัดทรัพย์เจ้าหน้าที่ ด้านวิโรจน์เชื่อมีนักการเมืองหนุนหลัง https://thestandard.co/vip-prison-gray-capital-investigation/ Sat, 22 Nov 2025 09:40:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1146195 โรมบอกรับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา แนะสอบเส้นทางการเงิน-อายัดทรัพย์เจ้าหน้าที่ ด้าน วิโรจน์เชื่อมีนักการเมืองหนุนหลัง

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ แ […]

The post โรมบอกรับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา แนะสอบเส้นทางการเงิน-อายัดทรัพย์เจ้าหน้าที่ ด้านวิโรจน์เชื่อมีนักการเมืองหนุนหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรมบอกรับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา แนะสอบเส้นทางการเงิน-อายัดทรัพย์เจ้าหน้าที่ ด้าน วิโรจน์เชื่อมีนักการเมืองหนุนหลัง

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องขังจีนเทา ว่า ตอนนี้ตนไม่แน่ใจว่าประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายตำรวจก็มีปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสีเทา แม้กระทั่งราชทัณฑ์ ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม

 

ทำให้เห็นว่าวันนี้ปัญหาใหญ่สำคัญของประเทศไทยคือกระบวนการยุติธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องทุจริต ถ้าไม่เร่งแก้ปัญหานี้ เราก็ไม่มีความพร้อมที่จะเข้าไปจัดการบรรดาทุนสีเทา ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลประกาศสงครามกับทุนสีเทาและสแกมเมอร์ เมื่อมาดูบรรดาขุนพลและเจ้าหน้าที่รัฐของเราไม่มีความพร้อม มีการทุจริตทั่วทุกหนแห่ง จากเรือนจำกลายเป็นสรวงสวรรค์ เป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

 

รังสิมันต์กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเคยอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทราบดีว่ามีการเลือกปฏิบัติ มีนักโทษบางคนได้สิทธิพิเศษ แต่ ณ วันนี้มันเกินเลยไปมาก ไม่ใช่แค่สิทธิพิเศษธรรมดา แต่เป็นในระดับ Platinum จนสามารถเอาผู้หญิงหรือนางแบบต่างชาติเข้ามาบริการในเรือนจำได้ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ต้องแก้ไข

 

รังสิมันต์กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าในคุก จากเดิมที่แย่อยู่แล้วก็แย่เข้าไปอีก ซึ่งส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้มีการสอบสวนไม่ใช่แค่ในเฉพาะเจ้าหน้าที่ชุดปัจจุบัน แต่เกิดขึ้นมาหลายยุค ต้องเอาเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่มาสอบทั้งหมด และนำไปสู่การอายัดทรัพย์ เพราะถือเป็นการกระทำที่เข้าความผิดมูลฐาน ควรใช้โอกาสนี้ในการล้างบางอย่างแท้จริง

 

ด้าน วิโรจน์ ลักษณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่ากลุ่มนักโทษดังกล่าวเป็นมาเฟียข้ามชาติ หรือกลุ่มจีนเทาที่เข้ามาทำธุรกิจฟอกเงิน สร้างอาณาจักรศูนย์เหรียญในไทย จนส่งผลกระทบให้ธุรกิจสุจริตของคนไทยอยู่ไม่ได้

 

วิโรจน์ระบุอีกว่า มาเฟียเหล่านี้เมื่อติดคุกแทนที่จะถูกลงโทษ กลับสามารถสร้างอาณาจักรในคุกได้อย่างสุขสบาย และอาจอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าผู้บริหารเรือนจำด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้ามีการสืบสวนสอบสวนขยายผลย้อนหลัง ก็ต้องย้อนตั้งแต่ในยุค คสช. ว่าทำไมจีนเทา มาเฟียข้ามชาติที่ชั่วช้าถึงไม่กลัวมาตรา 44

 

ทั้งนี้ เงินสกปรกจากแก๊งสแกมเมอร์ในไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 115,300 ล้านบาท ต่อปี และเงินเหล่านี้จำเป็นต้องถูกฟอกไปสร้างอาณาจักร เพื่อให้มีที่มาที่ไป ส่วนตัวมั่นใจว่าถ้าสืบดีๆ เป็นไปไม่ได้ที่ ผบ.เรือนจำจะให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น อาจมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะลำพัง ผบ.เรือนจำจะกล้าทำหรือไม่

 

วิโรจน์ระบุอีกว่า เรามี พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่สามารถใช้ในการขยายผลการสืบสวนติดตามเส้นเงิน และอายัดทรัพย์ของข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่แค่การตัดตอนจับเฉพาะผู้บัญชาการเรือนจำเท่านั้น และน่ากังวลว่า องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองทางการเมือง ที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของโลก การฟอกเงินของโลก จะติดบัญชีเทาและแบล็กลิสต์ให้กับกัมพูชาและไทย

 

“ถ้าเราตัดตอนเฉพาะแบบนี้ จับถึงคนไหนก็ตัดตอนที่คนนั้น เราจะสกัดกั้นทุนเทาข้ามชาติไม่ได้หรอก แสดงว่าประเทศเรามีกลไกปกป้องให้ทุนเทาข้ามชาติมาฟอกเงินได้ หากเป็นแบบนั้นชีวิตคนไทยจะแย่ กัมพูชาเป็นแหล่งสแกมเมอร์ ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงิน หากเปรียบสแกมเมอร์ที่กัมพูชาเป็นโจร เราคือคู่หูโจร ที่คอยเอาเงินจากโจรมาเก็บให้” วิโรจน์ระบุ

The post โรมบอกรับไม่ได้คุกวีไอพีเอื้อทุนเทา แนะสอบเส้นทางการเงิน-อายัดทรัพย์เจ้าหน้าที่ ด้านวิโรจน์เชื่อมีนักการเมืองหนุนหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI – ปปง. สอบสวนปมนางแบบจีน เข้าบริการนักโทษจีนในเรือนจำ ยอมรับวงจรปิดถูกลบ เจ้าหน้าที่เอี่ยว 7 ราย https://thestandard.co/model-chinese-prisoner-vip-dsi-money-trail/ Fri, 21 Nov 2025 12:18:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1145965 รมว.ยุติธรรม สั่ง **DSI - ปปง.** สอบสวนปม นางแบบจีน เข้าบริการนักโทษจีนในเรือนจำ **ยอมรับ** วงจรปิดถูกลบ เจ้าหน้าที่เอี่ยว 7 ราย

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว […]

The post รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI – ปปง. สอบสวนปมนางแบบจีน เข้าบริการนักโทษจีนในเรือนจำ ยอมรับวงจรปิดถูกลบ เจ้าหน้าที่เอี่ยว 7 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรม สั่ง **DSI - ปปง.** สอบสวนปม นางแบบจีน เข้าบริการนักโทษจีนในเรือนจำ **ยอมรับ** วงจรปิดถูกลบ เจ้าหน้าที่เอี่ยว 7 ราย

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้ากรณีอื้อฉาว ที่นางแบบชาวจีนเข้าไปในเขตหวงห้ามของเรือนจำเพื่อพบปะผู้ต้องขังกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยภายหลังการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้มีคำสั่งยกระดับการสอบสวนให้เข้มข้นขึ้น

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้สอบสวนไปแล้วบางส่วน โดยได้สั่งการให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาร่วมสืบสวนในคดีนี้ พร้อมประสานงานกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่ามีกระบวนการว่าจ้างหรือทุจริตหรือไม่

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบข้อเท็จจริง ดังนี้:

  • จุดเกิดเหตุ: ยืนยันว่า ไม่ใช่ ห้องทำงานของ ผบ.เรือนจำ (ซึ่งอยู่ชั้นบน) แต่เป็นห้องทำงานของผู้คุมที่มีการดัดแปลงสภาพ กั้นประตูคล้ายห้องรับรอง ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุ
  • ผู้ต้องขัง: เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังกลุ่มจีนเทา 2 ราย (จากที่มีอยู่ประมาณ 200 รายในเรือนจำ) ซึ่งขณะนี้รู้ตัวแล้วและได้สั่งย้ายไปขังยังเรือนจำใกล้เคียงแล้ว
  • เจ้าหน้าที่: พบผู้เกี่ยวข้องประมาณ 6-7 ราย ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประตูจนถึงจุดเกิดเหตุ
  • หลักฐาน CCTV: ภาพกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ ถูกลบ แต่เจ้าหน้าที่สามารถกู้คืนกลับมาได้บางส่วน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องขังเดินอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

สำหรับการสอบสวนนางแบบสาวชาวจีน 2 ราย พบว่าเดินทางเข้ามาผ่านช่องทางปกติของเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลากลางวัน โดยให้การว่ามาขอพบเจ้าหน้าที่ ณ จุดดังกล่าว และเชื่อว่าเป็นการเต็มใจมา ทั้งนี้ ทั้งคู่ยังคงปฏิเสธเรื่องการรับค่าตอบแทน

 

ในวันพรุ่งนี้ (22 พฤศจิกายน) เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.รุทธพล จะเดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ด้วยตนเอง พร้อมทั้งจะดำเนินการคัดกรองและสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 300 คน เพื่อขยายผลหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม และตรวจสอบรายละเอียดคดีของผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย

 

พล.ต.ท.รุทธพล ทิ้งท้ายว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมสังคายนาระบบราชทัณฑ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีนักโทษ VIP หรือเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ซึ่งหากตรวจพบที่ใดเพิ่มเติมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะถือเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม

The post รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI – ปปง. สอบสวนปมนางแบบจีน เข้าบริการนักโทษจีนในเรือนจำ ยอมรับวงจรปิดถูกลบ เจ้าหน้าที่เอี่ยว 7 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรมสั่งสอบย้อนหลัง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมคุก VIP เล็งสังคายนาระบบราชทัณฑ์ทั้งระบบ https://thestandard.co/justice-investigation-vip-prison-system/ Fri, 21 Nov 2025 05:30:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1145765 รมว.ยุติธรรมสั่งสอบย้อนหลัง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมคุก VIP เล็งสังคายนาระบบราชทัณฑ์ทั้งระบบ

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว […]

The post รมว.ยุติธรรมสั่งสอบย้อนหลัง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมคุก VIP เล็งสังคายนาระบบราชทัณฑ์ทั้งระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.ยุติธรรมสั่งสอบย้อนหลัง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมคุก VIP เล็งสังคายนาระบบราชทัณฑ์ทั้งระบบ

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังปรากฏข่าวฉาวเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องขังชาวจีน ทั้งการจัดเตรียมพื้นที่พิเศษและการจัดหาผู้หญิงมาให้บริการ

 

ระบุว่า ตนได้รับรายงานด้วยวาจาเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามข่าว ทั้งเรื่องการดัดแปลงห้องใต้บันได การพบถุงยางอนามัย และการนำหญิงสาวเข้ามาให้บริการผู้ต้องขังชาวจีนนั้นเป็นเรื่องจริง

 

รมว.ยุติธรรม กล่าวแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้ว่า ตลอดชีวิตการรับราชการจนเกษียณอายุ เพิ่งเคยพบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งส่วนตัวรู้สึกรับไม่ได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมอย่างรุนแรง และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงรับไม่ได้กับเรื่องนี้เช่นกัน

 

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด ทั้งในด้านพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยจะไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น ผู้เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัย นอกจากนี้ ยังสั่งการให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมย้อนหลังของผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ท่านนี้ด้วย ว่าการปฏิบัติงานในช่วงก่อนหน้านี้มีความไม่ชอบมาพากลอื่นใดอีกหรือไม่

 

สำหรับความคืบหน้าในการสอบสวน พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งสรุปผลการตรวจสอบเพื่อนำมารายงานในที่ประชุมกระทรวงยุติธรรมช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อติดตามผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิด และจะถือโอกาสนี้ในการปรับปรุงมาตรฐานและระบบเรือนจำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

 

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (22 พฤศจิกายน) เวลา 09.00 น. รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครด้วยตนเอง ส่วนประเด็นว่าจะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ภายในได้หรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรมจะตรวจสอบระเบียบข้อบังคับของกรมราชทัณฑ์ให้ชัดเจนก่อน

The post รมว.ยุติธรรมสั่งสอบย้อนหลัง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปมคุก VIP เล็งสังคายนาระบบราชทัณฑ์ทั้งระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยันไม่ละเว้นคนผิด ปมเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา บอกไม่ต้องกังวล รมว.ยุติธรรม ไม่เพิกเฉยแน่นอน https://thestandard.co/pm-on-grey-chinese-prison/ Fri, 21 Nov 2025 04:59:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1145751 นายกฯ ยันไม่ละเว้นคนผิด ปมเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา บอกไม่ต้องกังวล รมว.ยุติธรรม ไม่เพิกเฉยแน่นอน

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 11.1 […]

The post นายกฯ ยันไม่ละเว้นคนผิด ปมเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา บอกไม่ต้องกังวล รมว.ยุติธรรม ไม่เพิกเฉยแน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยันไม่ละเว้นคนผิด ปมเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา บอกไม่ต้องกังวล รมว.ยุติธรรม ไม่เพิกเฉยแน่นอน

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 11.15 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนักโทษจีนเทาได้มีการสั่งการอย่างไรไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องสั่งการให้เป็นไปตามระเบียบ พร้อมย้ำว่าใครทำผิด ก็ว่าไปตามผิด รอสำนวนทั้งหลายออกมา แต่ว่าใครทำผิดเราก็ไม่ละเว้นอยู่แล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากจะเน้นย้ำอะไรหรือไม่ เนื่องจากมีจีนเทาเข้าไปอยู่ในส่วนของราชการ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราก็ทำอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ส่งพวกหัวโจกกลับประเทศไปรับโทษที่ประเทศต้นทางหลายรายแล้ว รวมทั้งมีการยึดทรัพย์ ถอนสัญชาติ และทำทุกอย่าง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามกังวลหรือไม่ เมื่อมีจีนเทาเข้าไปเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการแล้วนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความผิดไปถึงไหนคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบถูกลงโทษชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นการจงใจเรื่องกฎระเบียบก็ต้องมีการดำเนินการ ไม่ต้องกังวลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่เพิกเฉยแน่นอน

The post นายกฯ ยันไม่ละเว้นคนผิด ปมเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เอื้อประโยชน์นักโทษจีนเทา บอกไม่ต้องกังวล รมว.ยุติธรรม ไม่เพิกเฉยแน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์ยอมรับพบสิ่งของต้องห้ามจำนวนมากในเรือนจำพิเศษฯ สั่งย้ายผู้ต้องขังจีนตัวการ https://thestandard.co/prison-contraband-chinese-transfer/ Fri, 21 Nov 2025 03:13:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1145719 ราชทัณฑ์ยอมรับพบสิ่งของต้องห้ามจำนวนมากใน เรือนจำพิเศษฯ สั่งย้าย ผู้ต้องขังจีนตัวการ

กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารข่าว เพื่อชี้แจงตามที่ได้มีการจู […]

The post ราชทัณฑ์ยอมรับพบสิ่งของต้องห้ามจำนวนมากในเรือนจำพิเศษฯ สั่งย้ายผู้ต้องขังจีนตัวการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์ยอมรับพบสิ่งของต้องห้ามจำนวนมากใน เรือนจำพิเศษฯ สั่งย้าย ผู้ต้องขังจีนตัวการ

กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารข่าว เพื่อชี้แจงตามที่ได้มีการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่บางส่วน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่นในเรือนจำ จึงมีผู้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ นั้น

 

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนเบื้องต้นว่า ได้มีการตรวจค้นเรือนจำดังกล่าวแล้ว พบว่ามีสิ่งของต้องห้าม และสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และมาตรา 73 นอกจากนี้ ยังพบสิ่งของเกินความจำเป็น เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ แอร์เคลื่อนที่ และอีกหลายรายการ

 

รวมถึงพบว่าผู้ต้องขังบางรายมีการครอบครองสิ่งของแบรนด์เนม และจากการตรวจค้นห้องเจ้าหน้าที่ยังพบกาแฟซองจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ใช้แทนการพนันของผู้ต้องขังชาวจีนบางรายในเรือนจำ

 

อนึ่ง กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการย้ายผู้ต้องขังชาวจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปยังเรือนจำที่เหมาะสม เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และจะเร่งรัดดำเนินการสอบสวนต่อไป

 

กรมราชทัณฑ์ ยังคงกำชับเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ ให้ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ด้วยความเสมอภาค อีกทั้ง เรือนจำฯ เป็นสถานที่ที่ควบคุมดูแลผู้กระทำผิดให้ได้รับความปลอดภัย ซึ่งดำเนินการเป็นไปตามหลักนิติธรรม และกฎหมายที่กำหนดไว้

The post ราชทัณฑ์ยอมรับพบสิ่งของต้องห้ามจำนวนมากในเรือนจำพิเศษฯ สั่งย้ายผู้ต้องขังจีนตัวการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปปม ‘คุก VIP’ เมื่อเรือนจำพิเศษ กลายเป็นพื้นที่พิเศษให้แก๊งจีนเทา https://thestandard.co/vip-prison-grey-chinese-gang/ Fri, 21 Nov 2025 00:40:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1145652 สรุปปม ‘คุก VIP’ เมื่อเรือนจำพิเศษ กลายเป็นพื้นที่พิเศษ ให้ แก๊งจีนเทา

เมื่อปฏิบัติการจู่โจมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทำให้สังคมได้ […]

The post สรุปปม ‘คุก VIP’ เมื่อเรือนจำพิเศษ กลายเป็นพื้นที่พิเศษให้แก๊งจีนเทา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปปม ‘คุก VIP’ เมื่อเรือนจำพิเศษ กลายเป็นพื้นที่พิเศษ ให้ แก๊งจีนเทา

เมื่อปฏิบัติการจู่โจมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทำให้สังคมได้พบความจริงที่สวนทางกับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุดที่ควรจะเป็น ทั้งห้องลับ, นางแบบสาว, และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับ ‘จีนเทา’ จนนำไปสู่คำสั่งย้ายฟ้าผ่า

 

ความคืบหน้าล่าสุดปม ‘คุก VIP’ จนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 มีดังนี้

 

การจู่โจมตรวจค้นและสิ่งที่ค้นพบ

 

วันดำเนินการ: การจู่โจมตรวจค้นโดยชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมราชทัณฑ์เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568

 

กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ต้องขังกลุ่มจีนเทา ซึ่งถูกคุมขังอยู่ใน 3 แดนของเรือนจำ

 

ที่มาของเบาะแส: การร้องเรียนจากผู้ต้องขังชาวไทยที่ไม่พอใจต่ออิทธิพลและอภิสิทธิ์ที่ผู้ต้องขังชาวจีนได้รับ
อุปสรรคก่อนหน้า: การส่งชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบก่อนหน้านี้มักประสบปัญหาข่าวรั่วไหล ทำให้ไม่พบการกระทำผิด

 

สิ่งที่ตรวจพบ:

  • สิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องใช้ไฟฟ้า ไมโครเวฟ, กาน้ำร้อน, และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น ‘ของบริจาค’
  • ของต้องห้าม ของมีคมและไฟแช็ก ซึ่งบ่งชี้ถึงการสูบบุหรี่ภายในเรือนจำ
  • การจ้างผู้รับใช้ ผู้ต้องขังจีนเทาใช้เงินจ้างผู้ต้องขังชาวไทยที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ให้มาทำหน้าที่ดูแลรับใช้

 

การให้บริการทางเพศและการใช้พื้นที่ลับ

 

การจัดหาหญิงสาว: ข้อมูลจากชุดจู่โจมระบุว่ามีการจ้างนางแบบสาวเดินทางมาจากประเทศจีนเพื่อให้บริการทางเพศแก่ผู้ต้องขัง โดยมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักล้านบาท

 

สถานที่: มีการใช้ห้องลับใต้บันได ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างประตู 1 และประตู 2 ของเรือนจำ เป็นสถานที่นัดพบ

 

ช่องทางการเข้า-ออก: มีการกล่าวหาว่าหญิงสาวถูกพาเข้าเรือนจำผ่านช่องทางพิเศษจากห้องทำงานของผู้บัญชาการเรือนจำซึ่งอยู่ชั้น 2 โดยไม่ต้องผ่านประตู 1 ที่เป็นทางเข้าปกติ

 

หลักฐาน: เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญ เช่น ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว และกระดาษทิชชูที่มีคราบอสุจิ เพื่อนำไปตรวจ DNA

 

ผลกระทบและการดำเนินการ

 

การโยกย้ายเจ้าหน้าที่:

  • พงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งย้าย มานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568
  • มีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ผู้คุมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมผู้ต้องขังใน 3 แดนดังกล่าวอีกมากกว่า 14 คน

 

การตั้งคณะกรรมการสอบสวน:

  • กรมราชทัณฑ์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้ ยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน
  • การสอบสวนจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เพื่อตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทุกรายที่เกี่ยวข้อง

 

มาตรการความมั่นคงเรือนจำไทย สวนทางกับเรื่องฉาวที่เกิด

 

กรมราชทัณฑ์ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน (SOPs) ที่เข้มงวดในการกำกับดูแลเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ รวมถึงเรือนจำพิเศษต่างๆ เพื่อรักษาระเบียบวินัย ป้องกันการหลบหนี และสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยมีสาระสำคัญดังนี้:

 

1. การตรวจค้นและสกัดกั้นสิ่งของต้องห้าม ถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุด โดยมีการตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของขาเข้าอย่างละเอียด หากเป็นบุคคลภายนอกต้องผ่านเครื่องเอ็กซเรย์หรือถอดรองเท้าตรวจสอบ สำหรับผู้ต้องขัง หากมีเหตุสงสัยว่าซุกซ่อนสิ่งของ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียดได้โดยต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงมีการสืบสวนหาข่าวทางลับเพื่อปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

 

2. การจำแนกและบริหารจัดการพฤติกรรมผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังใหม่ทุกคนต้องผ่านการประเมินสุขภาพกาย สุขภาพจิต และประวัติอาชญากรรม เพื่อแยกการควบคุมให้เหมาะสม

 

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือป่วย: จะถูกแยกขังเพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น
  • ผู้ที่ประพฤติตนดี: จะได้รับการพิจารณาเลื่อนชั้น ย้ายสู่แดนความมั่นคงต่ำ หรือ แดนลอง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว

 

3. การใช้กำลังและเครื่องพันธนาการ เจ้าหน้าที่จะใช้กำลังหรือเครื่องพันธนาการ (เช่น กุญแจมือ ตรวน) ได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นตามกฎหมายเท่านั้น เช่น เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือป้องกันอันตรายต่อชีวิต โดยต้องรายงานผู้บังคับบัญชาทันทีทุกครั้งที่มีการใช้มาตรการดังกล่าว

 

4. การควบคุมเมื่อออกทำงานสาธารณะ การนำผู้ต้องขังออกไปทำงานภายนอก (งานจ่ายนอก) มีระเบียบรัดกุม ผู้ต้องขังต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ ตัดผมและแต่งกายตามระเบียบ มีบัตรประจำตัวชัดเจน และต้องอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา บางกรณีอาจต้องมีการทำสัญญากับญาติเพื่อค้ำประกันค่าเสียหายหากเกิดการหลบหนี
แม้ที่ผ่านมาทางกรมราชทัณฑ์ และ เรือนจำ จะกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อความมั่นคง ปลอดภัยไว้อย่างละเอียด แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับปม ‘คุก VIP’ ได้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สวนทางกับมาตรฐานที่ควรจะเป็นมากเพียงใด

The post สรุปปม ‘คุก VIP’ เมื่อเรือนจำพิเศษ กลายเป็นพื้นที่พิเศษให้แก๊งจีนเทา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์สั่งย้าย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพบมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพล https://thestandard.co/prison-transfer-chinese-inmate-scandal/ Thu, 20 Nov 2025 01:09:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1145209 ราชทัณฑ์สั่งย้าย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพบมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพล

วานนี้ (19 พฤศจิกายน) กรณีการโยกย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพ […]

The post ราชทัณฑ์สั่งย้าย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพบมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์สั่งย้าย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพบมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพล

วานนี้ (19 พฤศจิกายน) กรณีการโยกย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อันเนื่องจากการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และพบว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดในเรือนจำฯ นั้น

 

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า จากการเข้าจู่โจมและตรวจค้นดังกล่าว พบว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุม และปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และย้ายผู้บัญชาการเรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์”

 

พร้อมกันนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรม เจ้าหน้าที่กองทัณฑวิทยา, เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานวินัยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายที่มีอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่นภายในเรือนจำฯ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จึงมีผู้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว

 

เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า ได้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็ว กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการจัดระเบียบเรือนจำตามนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยยึดหลักความโปร่งใส ยุติธรรม และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ พร้อมดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบการกระทำผิดจริง เพื่อรักษามาตรฐานการบริหารงานราชทัณฑ์ให้เป็นที่เชื่อมั่นของสังคมต่อไป

The post ราชทัณฑ์สั่งย้าย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพบมีเจ้าหน้าที่เอี่ยวผู้ต้องขังชาวจีนมีอิทธิพล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พินทองทา’ เข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ไม่ตอบปมยื่นอภัยโทษรอบสอง ทนายเผยสุขภาพดีขึ้นแต่ยังกังวลกระดูกต้นคอ https://thestandard.co/pintongta-thaksin-health-update/ Mon, 29 Sep 2025 06:08:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1124241

วันนี้ (29 กันยายน) เวลา 10.50 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเท […]

The post ‘พินทองทา’ เข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ไม่ตอบปมยื่นอภัยโทษรอบสอง ทนายเผยสุขภาพดีขึ้นแต่ยังกังวลกระดูกต้นคอ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) เวลา 10.50 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี และทนายความ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมบิดา โดยแพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้เดินทางมาด้วยเนื่องจากติดภารกิจ

 

ทันทีที่มาถึง พินทองทาและสามี ได้รับเสียงตะโกนให้กำลังใจ “เรารักทักษิณ” จากกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารออยู่ด้านหน้า ก่อนจะแวะถ่ายรูปร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง

 

ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามพินทองทาถึงกรณีที่ทักษิณยื่นขอ พระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย แต่ไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ เพียงแต่หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวก่อนจะเดินเข้าไปภายในเรือนจำฯ

 

หลังใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 40 นาที พินทองทาและสามีได้เดินทางกลับด้วย สีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นการขอพระราชทานอภัยโทษ ณัฐพงษ์ และพินทองทา ต่างเพียงหันมามองและส่งยิ้มให้เท่านั้น

 

ด้าน วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมว่า ทักษิณมีสุขภาพดีขึ้นและหน้าตาสดใสขึ้น แต่ยังมีอาการป่วยประจำตัวทั้งโรคความดันสูงและโรคหัวใจ รวมถึง อาการเกี่ยวกับกระดูกต้นคอ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเซนซิทีฟ และต้องระมัดระวังมากขึ้นในการทำกิจกรรมทั่วไป เนื่องจากไม่ได้อยู่ใกล้ชิดแพทย์เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม อาการป่วยยังไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก

 

ทนายความกล่าวว่า ทักษิณไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงการ ขอบคุณพี่น้องคนเสื้อแดงและประชาชน ที่เป็นห่วง โดยย้ำให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่มาจัดกิจกรรมให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย วิญญัติ ยอมรับว่าทักษิณได้ยื่นคำร้องจริง แต่ไม่ขอแสดงความเห็นในรายละเอียด และระบุว่า การยื่นเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งกระบวนการพิจารณาจะต้องใช้เวลาหลายวัน น่าจะนานกว่าครั้งที่แล้วและเป็นเรื่องของพระราชอำนาจและพระเมตตาที่มิอาจก้าวล่วงได้ ส่วนการยื่นขอครั้งที่ 2 สามารถทำได้หรือไม่นั้น ทนายความได้ปฏิเสธที่จะตอบและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป

The post ‘พินทองทา’ เข้าเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ไม่ตอบปมยื่นอภัยโทษรอบสอง ทนายเผยสุขภาพดีขึ้นแต่ยังกังวลกระดูกต้นคอ appeared first on THE STANDARD.

]]>