สุชาติ สวัสดิ์ศรี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุชาติ-สวัสดิ์ศรี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 03 Nov 2021 05:25:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลนัดไต่สวนถอนประกัน ‘4 แกนนำราษฎร’ กลุ่ม OctDem – นักวิชาการ เป็นนายประกัน อ่านแถลงการณ์ ธงชัย วินิจจะกูล ชี้ฝันถึงวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่อาชญากร https://thestandard.co/court-appoint-octdem-4-leaders/ Wed, 03 Nov 2021 05:25:17 +0000 https://thestandard.co/?p=555630 กลุ่ม OctDem

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) ตั้งแต่เเวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถนนร […]

The post ศาลนัดไต่สวนถอนประกัน ‘4 แกนนำราษฎร’ กลุ่ม OctDem – นักวิชาการ เป็นนายประกัน อ่านแถลงการณ์ ธงชัย วินิจจะกูล ชี้ฝันถึงวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่อาชญากร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่ม OctDem

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) ตั้งแต่เเวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำไต่สวนเพิกถอนประกันตัว 4 แกนนำราษฎร คดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อปี 2563 ซึ่งประกอบด้วย ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่, ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ และ อานนท์ นำภา ซึ่งภาณุพงศ์และอานนท์ถูกคุมขังอยู่จากคดีอื่น

 

ต่อมาในเวลา 10.00 น. กลุ่ม OctDem ร่วมกับ 18 อดีตผู้ต้องหา คดี ‘6 ตุลา 2519’ อดีตแกนนำนิสิตนักศึกษาและนักคิด นักเขียน นักวิชาการ ช่วง 14 ตุลาคม 2516 ถึง 6 ตุลาคม 2519 ร่วมกันไปเป็นนายประกันให้กับผู้ต้องหาการเมือง อาทิ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินอาวุโส, สุธรรม แสงปทุม อดีตแกนนำนักศึกษาและผู้ต้องหาคดี 6 ตุลา, จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ โดยมี กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และอดีตผู้นำนักศึกษา 6 ตุลาคม 2519 เป็นผู้ประสานงาน และได้มีการเตรียมหลักทรัพย์ของทางกลุ่มเพื่อมาใช้ในการประกันตัวในวันนี้อีกด้วย 

 

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันแถลงข่าวและอ่านคำแถลงของกลุ่มคนเดือนตุลาฝ่ายประชาธิปไตย ที่เขียนโดย ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นอดีตแกนนำนักศึกษาและผู้ต้องหาคดี 6 ตุลา 2519  คำแถลงระบุดังนี้ หรือความเป็นไทยคือการหลงยึดติดอดีตจนพร้อมจะขับไล่ไสส่งคนที่ใฝ่ฝันถึงวันที่ดีกว่าให้ออกไปพ้นสังคมไทย 

 

ความไม่ลงรอยกันของความฝันคนละชนิดเป็นธรรมดาของทุกสังคม แต่ผู้ทรงอำนาจของไทยมักกล่าวหาคนที่ปรารถนาวันพรุ่งที่ดีกว่า ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกหาว่าเป็นเจ้าที่เพี้ยน ถูกส่งเข้าคุก 17 ปีอย่างเทียนวรรณ หรือเข้าโรงเลี้ยงคนบ้าอย่าง ก.ศ.ร. กุหลาบ ถูกจับเป็นกบฏอย่างคณะ ร.ศ. 130 ถูกตามล้างทำลายชั่วชีวิตชั่วลูกหลานอย่างผู้นำคณะราษฎร หรือถูกดับชีวิตเพื่อกำราบให้หยุดฝันอย่างเพื่อนของเราเมื่อ 6 ตุลา

 

รัฐไทยไม่เรียนรู้สักทีว่าความใฝ่ฝันถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เป็นปกติวิสัยของคนทุกยุคสมัย ไม่มีทางหยุดยั้งได้เพราะเป็นธรรมดามนุษย์ แทนที่จะถกเถียงต่อสู้กันทางความคิดอย่างอารยชน กลับทำร้ายอย่างป่าเถื่อนและกำราบปราบปรามด้วยกฎหมายอย่างอยุติธรรม ทั้งๆ ที่ไม่ควรมีใครถูกทำร้าย สละชีวิต หรือสูญเสียเสรีภาพแม้แต่คนเดียว เพียงเพราะต่อสู้เพื่อความฝันของเขาอย่างสันติ 

 

รัฐยังคงกระทำผิดเช่นเดิมๆ กับเยาวชนคนหนุ่มสาว ณ วันนี้ ทั้งๆ ที่การประกาศฝันถึงวันพรุ่ง ไม่ใช่อาชญากรรม เมื่อคราวพวกเราอายุเพียงประมาณ 20 ปี เราใฝ่ฝันถึงสังคมนิยมจึงถูกฆ่าอย่างป่าเถื่อน เพื่อนเราหลายพันคนถูกผลักไสไปสู่ป่าเขา พวกเรา 18 คนถูกจับเข้าคุกโดยไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ และห้ามประกันตัวอยู่เกือบหนึ่งปี ครั้นคดีความขึ้นศาลทหารเพียงอีกปีเดียวก็พิสูจน์ว่าเราคือผู้บริสุทธิ์ แต่ผู้เข่นฆ่าในนามของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์กลับลอยนวลพ้นผิดไปเช่นเคย

 

เรารู้ดีว่าการติดคุกเพราะประเทศนี้ห้ามผู้คนคิดฝันนั้น ก่อให้เกิดแผลบาดลึกขนาดไหนต่อผู้คนทั้งสังคม เราจึงขอให้ผู้ทรงอำนาจในกระบวนการยุติธรรมโปรดตระหนักว่า ท่านมีโอกาสที่จะยุติความโหดร้ายป่าเถื่อนลงเสียที แล้วช่วยกันประคับประคองให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสันติและเจ็บปวดน้อยกว่านี้

 

ผู้ทรงอำนาจในทุกสถาบันหลักและในกระบวนการยุติธรรมควรมีสายตากว้างไกล อำนวยให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีผู้ถูกทำร้ายในนามของความยุติธรรมปลอมๆ อีกต่อไป ไม่ควรทิ้งหลักการเพียงเพื่อตอบสนองความหลงว่าตัวเองสูงส่ง หลงยึดมั่นในอำนาจ หรือเพราะความหวาดกลัว หาไม่แล้วความยุติธรรมบนแผ่นดินนี้ก็จบสิ้น เราจึงเรียกร้องต่อผู้ทรงอำนาจในสถาบันหลักของรัฐและในกระบวนการยุติธรรม โปรดอย่าทำผิดพลาดเช่นที่เคยทำมาอีกเลย เพราะผู้คนกำลังจะสิ้นความเคารพเชื่อถือในทุกสถาบันจนสุดจะกอบกู้ได้อีกต่อไป 

 

คนหนุ่มสาวในขณะนี้ไม่ได้ต้องการโค่นล้มสถาบันกษัตริย์หรือสถาบันหลักใดๆ เขาป่าวประกาศความฝันว่าทุกสถาบันต้องปรับตัว เขาวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่ออนาคตของคนทั้งประเทศ แต่ความซื่อตรงไม่มีสอพลอ กลับกลายเป็นการดูหมิ่น เป็นอาชญากรรมในสายตาของคนเขลาและคนหน้าไหว้หลังหลอกที่โหนเจ้าหาอำนาจ คนหนุ่มสาวที่ถูกกุมขังไม่ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขด้วยซ้ำไป เขาขอเพียงสิทธิประกันตัวด้วยถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ตามที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญ เขาขอเพียงได้ต่อสู้คดีอย่างยุติธรรม 

 

เพื่อยืนยันว่าการประกาศฝันถึงวันพรุ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่อาชญากรรม ใครที่ถือว่าความฝันของคนหนุ่มสาวเป็นภัยต่อความมั่นคง เท่ากับเขายอมรับว่าสถาบันหลักของไทยง่อนแง่นเต็มที แต่แทนที่จะปลูกศรัทธาให้กลับมาใหม่ กลับใช้อำนาจและกฎหมายเข้าปราบปรามอย่างป่าเถื่อน ดังนั้น หากยังทำเช่นนี้ต่อไปอีก ประวัติศาสตร์จะจารึกว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีส่วนสำคัญในอัตวินิบาตกรรมของสถาบันนั้น

 

อย่าให้ผู้คนโจษขานว่าตุลาการไทยไร้หลักกฎหมาย รับใช้อำนาจอยุติธรรมอย่างไร้อิสระ ไร้ศักดิ์ศรี และไร้น้ำยา เป็นแค่เครื่องใช้ไม้สอยของอำนาจไว้บังคับให้ราษฎรหมอบคลาน เป็นผู้ใหญ่ที่โหดร้ายรังแกเด็ก

 

ถ้าหากยังปฏิเสธสิทธิการประกันตัวของคนหนุ่มสาวเหล่านั้น โปรดระวังให้ดีว่าพวกเขาจะออกมาจากคุกในเร็ววัน พร้อมๆ กับการพังทลายของสถาบันหลักทั้งหลาย เพราะผู้คนสิ้นศรัทธากับสถาบันเหล่านั้นและกระบวนการยุติธรรม 

 

เพราะคนที่มิใช่ทาสมีธรรมชาติต้องยืนตัวตรง ความอดทนของเขาต่อการถูกบังคับให้หมอบคลานใกล้จะหมดแล้ว และถ้าจะเป็นเช่นนั้น อย่าโทษคนหนุ่มสาวว่ากระทำผิดซ้ำซาก เพราะผู้มีอำนาจเองต่างหากที่ดื้อรั้นกระทำผิดซ้ำซากอย่างไม่น่าเชื่อว่าท่านผู้ทรงเกียรติจะคิดสั้นๆ และใจมืดบอดถึงเพียงนั้น

 

กลุ่ม

The post ศาลนัดไต่สวนถอนประกัน ‘4 แกนนำราษฎร’ กลุ่ม OctDem – นักวิชาการ เป็นนายประกัน อ่านแถลงการณ์ ธงชัย วินิจจะกูล ชี้ฝันถึงวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่อาชญากร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ สวัสดิ์ศรี ฟ้องศาลปกครอง หลังถูกถอดศิลปินแห่งชาติ เรียกค่าเสียหายละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 1.12 ล้านบาท https://thestandard.co/suchat-sawatsi-sued-admincourt-after-put-out-from-national-artist-list/ Thu, 14 Oct 2021 05:59:19 +0000 https://thestandard.co/?p=547998 สุชาติ สวัสดิ์ศรี

วันนี้ (14 ตุลาคม) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครอง ถนนแ […]

The post สุชาติ สวัสดิ์ศรี ฟ้องศาลปกครอง หลังถูกถอดศิลปินแห่งชาติ เรียกค่าเสียหายละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 1.12 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ สวัสดิ์ศรี

วันนี้ (14 ตุลาคม) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติปี 2554 สาขาวรรณศิลป์ พร้อมด้วยทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอให้ศาลทบทวนตรวจสอบการใช้อำนาจและเพิกถอนมติของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่ยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติของสุชาติโดยมิชอบ โดยในวันนี้ มีผู้เดินทางมาร่วมมอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้สุชาติจำนวนหนึ่ง รวมถึง สุธรรม แสงประทุม ด้วย

 

สุชาติกล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาเพื่อทวงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเสรีภาพของการเป็นศิลปินของตนคืน และเพื่อยืนยันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้นไม่ใช่เรื่องเสื่อมเสีย รวมทั้งการเห็นต่างทางการเมืองก็ไม่ใช่อาชญากรรม พร้อมระบุว่า การมายื่นฟ้องเอาผิดคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะจำเลยที่ 1 และ 2 ในวันนี้ เป็นเพื่อร้องขอให้มีความชัดเจนโดยให้ทางศาลปกครองเป็นผู้พิจารณา 

 

สุชาติยังกล่าวเพิ่มเติมถึงมติเพิกถอนการเป็นศิลปินแห่งชาติของตนว่า มติดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้กับตนไปแล้วในรูปแบบของการสร้างความอับอายให้เกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นคำสั่งโดยมิชอบ เพราะตนไม่ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้า กว่าจะมีหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงตน เรื่องที่ถูกสั่งปลดก็ปรากฏในกระแสข่าวไปเป็นสิบวันแล้ว

 

ด้าน สุรชัย ตรงงาม ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า สาเหตุของการเดินทางมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองในวันนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ได้ทำการประชุมลับ ลงมติยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติของสุชาติ โดยกล่าวหาว่าได้ทำการโพสต์ข้อความที่เป็นประเด็นขัดแย้งในสังคมลงใน Facebook เป็นประจำ โดยมีถ้อยคำหรือภาพที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อวัฒนธรรมไทยและเสื่อมเสียต่อการเป็นศิลปินแห่งชาติ ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม 

 

สุรชัยระบุว่า มติดังกล่าวนั้นเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม ทั้งการลงมติโดยใช้วิธีประชุมลับ ไม่เปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ให้สิทธิ์สุชาติชี้แจ้งโต้แย้งก่อนการลงมติ ไม่แจ้งข้อเท็จจริงและเหตุผลในการลงมติให้ทราบอย่างชัดแจ้ง และการใช้ดุลยพินิจตีความข้อกฎหมายกำกวมตามอำเภอใจ ขัดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการรับรองคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ

 

ดังนั้นการมายื่นฟ้องในวันนี้มีจุดมุ่งหมายให้มีการยกเลิกมติเพิกถอนดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อการถูกละเมิดสิทธิในเกียรติยศชื่อเสียง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรงของสุชาติ รวม 1.12 ล้านบาท รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเป็นศิลปินแห่งชาติของสุชาติไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

 

สุรชัยกล่าวเสริมว่า การยื่นฟ้องคดีนี้เป็นไปเพื่อยืนยันว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ศิลปินและประชาชนทุกคนต้องได้รับการรับรองคุ้มครอง และการตีความสถานะอันล่วงละเมิดมิได้ของพระมหากษัตริย์ต้องสอดคล้องกับหลักการและคุณค่าอื่นในรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยโดยรวมด้วย อันจะเป็นผลดีต่อการสร้างสมดุลและรักษาไว้ทั้งคุณค่าของสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานและสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมประชาธิปไตยควบคู่กันไป

 

The post สุชาติ สวัสดิ์ศรี ฟ้องศาลปกครอง หลังถูกถอดศิลปินแห่งชาติ เรียกค่าเสียหายละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 1.12 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ฟ้องศาลปกครอง 14 ต.ค. นี้ ปม ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ ฐานถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ https://thestandard.co/suchat-sawatsi-sue-court-on-his-removal-from-the-national-artist/ Wed, 13 Oct 2021 12:09:14 +0000 https://thestandard.co/?p=547783 สุชาติ สวัสดิ์ศรี

วันพรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) สุชาติ สวัสดิ์ศรี เตรียมยื่นฟ้อ […]

The post ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ฟ้องศาลปกครอง 14 ต.ค. นี้ ปม ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ ฐานถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ สวัสดิ์ศรี

วันพรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) สุชาติ สวัสดิ์ศรี เตรียมยื่นฟ้องคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ต่อศาลปกครอง หลังถูกเพิกถอนมติยกเลิกการเป็นศิลปินแห่งชาติ กรณีกล่าวหาว่าโพสต์ Facebook หมิ่นเหม่สถาบันกษัตริย์ พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 1.12 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

ตามที่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2564 โดยมี วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ประชุมลับลงมติยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2554 โดยกล่าวหาว่าได้ทำการโพสต์ข้อความที่เป็นประเด็นขัดแย้งในสังคมลงใน Facebook เป็นประจำ

 

โดยมีถ้อยคำหรือภาพที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อวัฒนธรรมไทยและเสื่อมเสียต่อการเป็นศิลปินแห่งชาติ ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี ถือเป็นศิลปินคนแรกที่ถูกถอดถอนจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ หลังจากมีการแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 นั้น

 

ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. สุชาติ สวัสดิ์ศรี เจ้าของนามปากกา ‘สิงห์สนามหลวง’ และผลงานวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงอีกหลายชิ้น พร้อมด้วยทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจะเดินทางไปยื่นฟ้องคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรม ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ทบทวนตรวจสอบการใช้อำนาจและเพิกถอนมติของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่ยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติการเป็นศิลปินแห่งชาติของตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม ทั้งการลงมติโดยใช้วิธีประชุมลับ ไม่เปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ให้สิทธิสุชาติชี้แจงโต้แย้งก่อนการลงมติ ไม่แจ้งข้อเท็จจริงและเหตุผลในการลงมติให้ทราบอย่างชัดแจ้ง และการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ตีความข้อกฎหมายกำกวมตามอำเภอใจ และขัดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการรับรองคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

 

พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงวัฒนธรรม ชดใช้ค่าเสียหายต่อการถูกละเมิดสิทธิในเกียรติยศชื่อเสียง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง รวม 1,120,000 บาท และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการเป็นศิลปินแห่งชาติของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษา

The post ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ฟ้องศาลปกครอง 14 ต.ค. นี้ ปม ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ ฐานถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิษณุเผย กรณี ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดศิลปินแห่งชาติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ใน 1 เดือน ชี้ ไม่มีการตั้งธง https://thestandard.co/wissanu-krea-ngam-suchat-sawatsi-removed-from-the-national-artist-case/ Thu, 09 Sep 2021 06:46:51 +0000 https://thestandard.co/?p=534795 Suchat Sawatsi

วันนี้ (9 กันยายน) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าว […]

The post วิษณุเผย กรณี ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดศิลปินแห่งชาติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ใน 1 เดือน ชี้ ไม่มีการตั้งธง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Suchat Sawatsi

วันนี้ (9 กันยายน) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ส่งทนายฟ้องคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ หลังมีมติยกเลิกการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ สุชาติ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2554 โดยมองว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีธงไว้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร ซึ่งเป็นการพิจารณาโดยระบบเปิด และลงมติ 2 ใน 3 ตามกฎของกระทรวงข้อ 10 ซึ่งมีสิทธิที่จะอุทธรณ์เนื่องจากไม่เคยทำกับคนอื่น โดยขอให้อุทธรณ์แล้วชี้แจงมา โดยให้ระยะเวลามา 1 เดือน เพื่อจะได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากกรณีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดและยังไม่ได้ออกคำสั่งอะไร

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าคณะกรรมการมีธงต่อการพิจารณาอยู่แล้วนั้น วิษณุยืนยันว่าไม่มีการตั้งธงแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าศิลปินแห่งชาติสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ แต่ขออย่าทำให้เข้าข่ายในการประพฤติ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองธรรมดา และมีการนำหลักฐานมาแสดงอย่างชัดเจน คณะกรรมการจึงได้มีมติออกไป

 

วิษณุยอมรับว่า ไม่เคยเกิดกรณีการถอดศิลปินแห่งชาติในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ซึ่งระเบียบเคยเขียนเอาไว้ก่อนหน้านี้กว่า 10 ปีมาแล้วว่า ศิลปินแห่งชาติต้องมีสัญชาติไทย มีความประพฤติดี บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นศิลปินแห่งชาติแล้วรับเงิน 25,000 บาท นอนอยู่บ้าน เว้นแต่ชราภาพ ซึ่งเมื่อพบผู้ประพฤติตนผิด สุดท้ายก็ต้องมีการแก้กฎกระทรวง ตนไม่ขอพูดอะไรมาก เดี๋ยวศิลปินแห่งชาติรายดังกล่าวจะเสียหาย แต่อะไรที่เป็นความคิดความเห็นทั้งทางการเมือง ทางวิชาการ และทางศิลปะ ไม่มีใครไปว่าอะไร เนื่องจากไม่ใช่ความประพฤติ แต่ในบางเรื่องอาจเป็นปัญหา โดยตนไม่ขอเล่าว่าเรื่องอะไร ซึ่งขณะนี้รอเพียงให้สุชาติอุทธรณ์มาและจะพิจารณาต่อไป โดยตน รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงไม่ได้ออกเสียง

The post วิษณุเผย กรณี ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดศิลปินแห่งชาติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ใน 1 เดือน ชี้ ไม่มีการตั้งธง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิชาติพงศ์ออกจดหมายเปิดผนึกถึงวิษณุ-วธ. ปมปลดสุชาติจากศิลปินแห่งชาติ ชี้เป็นก้าวที่ตกต่ำ-ขอเปิดพื้นที่สาธารณะถกเถียง https://thestandard.co/apichatpong-wrote-letter-to-wissanu-on-suchat-issue/ Tue, 24 Aug 2021 06:53:14 +0000 https://thestandard.co/?p=528475 อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

วันนี้ (24 สิงหาคม) อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ เจ้ย […]

The post อภิชาติพงศ์ออกจดหมายเปิดผนึกถึงวิษณุ-วธ. ปมปลดสุชาติจากศิลปินแห่งชาติ ชี้เป็นก้าวที่ตกต่ำ-ขอเปิดพื้นที่สาธารณะถกเถียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

วันนี้ (24 สิงหาคม) อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ เจ้ย ศิลปินรางวัลศิลปาธรประจำปี 2548 สาขาภาพยนตร์ และมีผลงานที่ได้รับการยอมรับจากเวทีนานาชาติ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ประสพ เรียงเงิน รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

ผมติดต่อท่านมา ณ ที่นี้ เพื่อแจ้งความกังวลเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการฯ มีมติในการประชุมวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ยกเลิกการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2554

 

การดึงใครบางคนออกจากเกียรติที่รัฐเคยมอบให้เพราะเขาแสดงความคิดเห็นโดยชอบ ท่านได้ใช้อำนาจของท่านในทางที่ขัดกับหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ท่านปฏิเสธสิทธิของบุคคลที่จะคิดต่างโดยปราศจากการข่มขู่จากรัฐ เป็นแบบอย่างของการเกื้อหนุนการกำจัดหรือลงโทษผู้ที่เห็นต่าง ซึ่งนำไปสู่สงครามระหว่างประชาชนด้วยกันเอง ทำให้ความมั่นคงในชาติสั่นคลอน มติของท่านสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวซึ่งไม่ต่างจากรูปแบบการควบคุมความคิดประชาชนของรัฐเผด็จการในหลายประเทศ

 

การตัดสินใจของท่านถือเป็นก้าวที่ตกต่ำในการพัฒนาวัฒนธรรมของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าการพิจารณาในครั้งนี้ทำด้วยดุลยพินิจของท่านเอง ซึ่งเป็นผลมาจากทัศนคติส่วนตัวเกี่ยวกับคำว่า ‘ศิลปิน’ และ ‘เสรีภาพในการแสดงออก’ ว่ามีความหมายต่อท่านอย่างไร ซึ่งเราจะต้องหารือเกี่ยวกับบทบาทของรัฐที่เหมาะสมในสังคมประชาธิปไตย เกี่ยวกับสิ่งที่เราคาดหวังจากบุคลากรที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมผู้มีรายได้จากภาษีของประชาชน

 

แต่หากการตัดสินใจของท่านเกิดขึ้นเพราะมีการแทรกแซงจากอำนาจเบื้องบน นั่นหมายความว่าท่านเต็มใจที่จะปล่อยให้ความซื่อสัตย์ของท่านถูกบดขยี้ด้วยความกลัวและความขลาด ท่านถูกข่มขู่ให้ยอมจำนนและส่งมอบการข่มขู่นี้ไปยัง สุชาติ สวัสดิ์ศรี และต่อมายังสาธารณชน

 

จดหมายฉบับนี้เป็นเพียงมุมมองหนึ่ง หากคำนึงถึงหลักการและความหนักหนาของมตินี้แล้ว ควรจะมีการตั้งเวทีสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้อย่างจริงจัง ในขณะที่เราอยู่ท่ามกลางโรคระบาด ผมขอแนะนำให้ท่านเปิดพื้นที่ออนไลน์สำหรับการสนทนาสด ด้วยจิตวิญญาณของความโปร่งใสและหวังไปพร้อมกันว่าเราจะพัฒนาภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของเราให้ดียิ่งขึ้นไป ด้วยความเคารพในเสียงที่ต่างกันของเพื่อนมนุษย์

 

สำหรับ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นศิลปินรางวัลศิลปาธรประจำปี 2548 สาขาภาพยนตร์, ศิลปินเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Ordre des Arts et des Lettres ชั้น Commandeur ประเทศฝรั่งเศส 2560, ศิลปินรางวัล The Prince Claus Awards ประเทศเนเธอร์แลนด์ 2559, ศิลปินรางวัลฟุกุโอกะ สาขาศิลปะและวัฒนธรรม ประเทศญี่ปุ่น 2556 และศิลปินรางวัล Sharjah Biennial Prize สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2556

The post อภิชาติพงศ์ออกจดหมายเปิดผนึกถึงวิษณุ-วธ. ปมปลดสุชาติจากศิลปินแห่งชาติ ชี้เป็นก้าวที่ตกต่ำ-ขอเปิดพื้นที่สาธารณะถกเถียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ อ่านแถลงการณ์หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรียกร้องปล่อยตัวเพื่อนเราทันที https://thestandard.co/writers-artists-and-editors-read-the-statement-front-of-prison-release-friends/ Fri, 30 Oct 2020 05:41:11 +0000 https://thestandard.co/?p=414227 กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ อ่านแถลงการณ์หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรียกร้องปล่อยตัวเพื่อนเราทันที สุชาติ

วันนี้ (30 ตุลาคม) กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ น […]

The post กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ อ่านแถลงการณ์หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรียกร้องปล่อยตัวเพื่อนเราทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ อ่านแถลงการณ์หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรียกร้องปล่อยตัวเพื่อนเราทันที สุชาติ

วันนี้ (30 ตุลาคม) กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ นำโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ได้อ่านแถลงการณ์และบทกวี ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ ผู้ปราศรัย และผู้ร่วมชุมนุมที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหลายคน เช่น เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, อานนท์ นำภา, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, สุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือหมอลำแบงก์ และไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก โดยทั้งหมดส่วนใหญ่ถูกคุมขังมากกว่า 2 สัปดาห์แล้ว

 

สุชาติ อ่านแถลงการณ์ยืนยันถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ที่เป็นไปด้วยความสงบ และต้องการเสนอทางออกให้ประเทศที่มีปัญหามากมายในเชิงโครงสร้าง ซึ่งมีเผด็จการเป็นฐาน และแกนกลางปัญหาคือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกลุ่มศิลปินเห็นพ้องกับขบวนการคนรุ่นใหม่ที่เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออก รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

 

พร้อมกันนี้ยังย้ำถึงความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการปฏิรูปสถาบันฯ ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาถูกผู้มีอำนาจใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมือง

 

ขณะที่ทางกลุ่มได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง ซึ่งใช้คำว่า ‘ปล่อยเพื่อนเราทันที’ เพราะทุกคนถือเป็นอนาคตของประเทศชาติ ผู้มีอำนาจ ‘อย่าทำลายอนาคตให้ไม่มีอนาคต’ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจรัฐหยุดคุกคามประชาชน ซึ่งรวมถึงการต้องไม่รัฐประหารด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post กลุ่มนักเขียน ศิลปิน และบรรณาธิการ อ่านแถลงการณ์หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรียกร้องปล่อยตัวเพื่อนเราทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มนักเขียน ศิลปิน สื่อ และประชาชน ยื่นหนังสือขอธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้ชุมนุม 19 ก.ย. นี้ ย้ำต้องเป็นหลังอิงให้นักศึกษา https://thestandard.co/writers-artists-media-and-the-public-submits-a-request-for-tu/ Tue, 15 Sep 2020 08:24:30 +0000 https://thestandard.co/?p=396948

วันนี้ (15 กันยายน) สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ พร […]

The post กลุ่มนักเขียน ศิลปิน สื่อ และประชาชน ยื่นหนังสือขอธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้ชุมนุม 19 ก.ย. นี้ ย้ำต้องเป็นหลังอิงให้นักศึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กันยายน) สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ พร้อมตัวแทน ได้เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในนามนักเขียน บรรณาธิการ ศิลปิน สื่อมวลชน และประชาชนผู้เชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตย หรือในเพจ ‘WAY’ พร้อมรวบรวมรายชื่อ ประชาชน 1,964 รายชื่อ มอบให้กับอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมอบผ่านให้ ณัฐธยาน์ มิตรมูลพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองบริหารศูนย์ท่าพระจันทร์ มารับหนังสือแทน

 

ก่อนยื่นหนังสือ สุชาติอ่านแถลงการณ์ย้ำถึงข้อเรียกร้องทางการเมือง 3 ข้อ ได้แก่ “หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา และความฝันในการอยู่ร่วมกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงความเคลื่อนไหวให้ปฏิรูประบบการศึกษา ทั้งหมดนี้นอกจากจะไม่ได้มีเนื้อหาส่วนใดละเมิดกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงเจตจำนงของคนรุ่นใหม่ ความใฝ่ฝันที่จะเห็นสังคมดีขึ้นกว่าเดิม จึงเรียกร้องให้รัฐและผู้เห็นต่าง โต้แย้งด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง และเหตุผล หยุดให้ร้ายบิดเบือน ละเมิดเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ด้วยวิธีการและท่วงทำนองต่ำทราม

 

และขอเรียกร้องให้คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิจารณาทบทวน เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ได้แสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองอันเป็นเรื่องพื้นฐาน สนับสนุนระบบดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม แทนการปิดกั้นผลักไสให้ออกไปรับความเสี่ยงนอกรั้วมหาวิทยาลัย

 

สุชาติกล่าวว่า การชุมนุมของนักศึกษาดำเนินการภายใต้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่การที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตเป็นการผลักนักศึกษาให้ไปเผชิญกับอันตรายนอกมหาวิทยาลัย และเห็นว่ามหาวิทยาลัยต้องเป็นหลังอิงของคนที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าได้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิด แต่การคิดจนเลยเถิดไปถึงการมองว่านักศึกษาบิดเบือนและละเมิดรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความเห็นที่เลอะเลือน พร้อมยืนยันว่านักศึกษาไม่ได้เลอะเทอะ แต่มาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ การชุมนุมก็ปราศจากอาวุธ มหาวิทยาลัยจึงควรเป็นหลังอิงและดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงจะเป็นจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์อย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ที่ยืนยัน มาโดยตลอดว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว

 

ส่วนข้อกังวลโดยเฉพาะข้อเรียกร้องสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสถาบันฯ สุชาติเห็นว่านักศึกษาไม่ได้ล้มสถาบันฯ แต่ต้องการให้สถาบันฯ มีความงอกงามและสง่างามในโลกสมัยใหม่ เพราะฉะนั้นจึงใช้คำว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งหมายถึงการอยู่ใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง 

 

ส่วนกรณีที่ศิษย์เก่ามีความเห็นแตกต่างกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการจัดการชุมนุม ส่วนตัวเห็นว่าความขัดแย้งทางความคิดเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่ขอให้ใช้ตรรกะและเหตุผลใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและอดทนรับฟังซึ่งกันและกันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะไม่สูญเสียไปกว่านี้  

 

ทั้งนี้เห็นว่าธรรมศาสตร์ในยุคของตนเองและปัจจุบันอุดมการณ์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่ตัวบุคคลอาจจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วงระหว่างการเตรียมยื่นหนังสือ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงมาจากตึก ผ่านวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนออกไปทางด้านหลังตึกโดม ซึ่งตัวแทนที่มารับหนังสือชี้แจงว่าอธิการมีภารกิจจึงไม่สามารถมารับหนังสือด้วยตนเองได้

 

สำหรับแถลงการณ์ในนามนักเขียน บรรณาธิการ ศิลปิน สื่อมวลชน และประชาชนผู้เชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตย มีรายละเอียดระบุว่า

 

จากปรากฏการณ์ที่กลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเริ่มมีการส่งสัญญาณข่มขู่คุกคาม ทั้งจากรัฐและผู้คนเห็นต่างจำนวนหนึ่ง

 

ในฐานะที่เราต่างต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขอยู่ในสังคมเดียวกัน เราขอยืนยันหลักการ และยื่นข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

 

หนึ่ง เราขอยืนยันว่า ข้อเรียกร้องทางการเมือง 3 ข้อ ได้แก่ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา และความฝันในการอยู่ร่วมกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงความเคลื่อนไหวให้ปฏิรูประบบการศึกษา ทั้งหมดนี้นอกจากจะไม่ได้มีเนื้อหาส่วนใดละเมิดกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงเจตจำนงของคนรุ่นใหม่ ความใฝ่ฝันที่จะเห็นสังคมดีขึ้นกว่าเดิม เราขอเรียกร้องให้รัฐและผู้เห็นต่างโต้แย้งด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงและเหตุผล หยุดให้ร้ายบิดเบือน หยุดละเมิดเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ด้วยวิธีการและท่วงทำนองต่ำทราม

 

สอง ตามที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในการชุมนุมวันที่ 19 กันยายน 2563 โดยมิได้ระบุเหตุผลชัดเจนมากไปกว่าถ้อยคำกว้างๆ ว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มิได้ดำเนินการขออนุญาตตามเงื่อนไขมหาวิทยาลัย

 

ในฐานะที่เรามีความผูกพันกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในการจำหลักเป็นหลังพิง ให้ที่อยู่ที่ยืนกับผู้คนในระบอบประชาธิปไตย เราขอเรียกร้องให้คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิจารณาทบทวน เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ได้แสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองอันเป็นเรื่องพื้นฐาน สนับสนุนระบบดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม แทนการปิดกั้นผลักไส ให้ออกไปรับความเสี่ยงนอกรั้วมหาวิทยาลัย

 

สาม เราขอเรียกร้องสื่อมวลชน และขอความร่วมมือจากผู้สนใจติดตามข่าวสาร ให้ออกแรงช่วยกันตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ร่วมกันยับยั้ง แก้ไข ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ จากกลุ่มคนที่ประสงค์ให้เกิดการเผชิญหน้า ปรารถนาจะให้สถานการณ์รุนแรง เพื่อนำไปสู่การใช้เครื่องมือทางอำนาจนอกระบบ ไม่ว่าจะในรูปแบบการทำรัฐประหาร หรือการจัดตั้งรัฐบาลพิเศษ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะนำพาประเทศถอยหลังและตกต่ำยิ่งขึ้น

 

ด้วยความเชื่อมั่นในหลักสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค และประชาธิปไตย

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กลุ่มนักเขียน ศิลปิน สื่อ และประชาชน ยื่นหนังสือขอธรรมศาสตร์เปิดพื้นที่ให้ชุมนุม 19 ก.ย. นี้ ย้ำต้องเป็นหลังอิงให้นักศึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
บันทึกการตามหา ‘Standard’ หนังสือพิมพ์ที่รัชกาลที่ 9 เคยทรงงานเป็นช่างภาพ (ตอนที่ 1 เบาะแส) https://thestandard.co/kingrama9-standard-newspaper-1/ https://thestandard.co/kingrama9-standard-newspaper-1/#respond Wed, 11 Oct 2017 00:56:07 +0000 https://thestandard.co/?p=33880

     ครั้งแรกที่ได้ยินเกี่ยวกับหนังสือพิ […]

The post บันทึกการตามหา ‘Standard’ หนังสือพิมพ์ที่รัชกาลที่ 9 เคยทรงงานเป็นช่างภาพ (ตอนที่ 1 เบาะแส) appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ครั้งแรกที่ได้ยินเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ Standard ฉบับภาษาอังกฤษ ที่จัดทำขึ้นในสมัยต้นรัชกาลที่ 9 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 คือความบังเอิญที่เกิดขึ้นภายในงานเสวนา ‘วารสารฉบับ ‘ปฐมฤกษ์’ สมัยรัชกาลที่ 4 ถึงปัจจุบัน: ความเป็น ความตาย และแรงปรารถนาในโลกหนังสือ’ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560

     โดยภายในงานเสวนาได้มีปูชนียบุคคลของวงการหนังสือเก่า ตั้งแต่ สุชาติ สวัสดิ์ศรี นักเขียนรุ่นอาวุโส, ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักค้นคว้าและนักสะสมหนังสือต้นฉบับของประเทศไทย, เอนก นาวิกมูล เจ้าของบ้านพิพิธภัณฑ์, จำนงค์ ศรีนวล หนึ่งในผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการฝ่ายศิลป์คนแรกของนิตยสาร สารคดี และอีกหลายบุคลากรคนสำคัญของวงการหนังสือที่ได้รวมตัวกันเพื่อเสวนาหาทางออกให้กับวัฒนธรรมการอ่านและการเก็บรักษานิตยสารฉบับปฐมฤกษ์ให้คงอยู่กับสังคมไทยต่อไป

 

 

     แต่ในระหว่างที่ THE STANDARD ได้เข้าไปพูดคุยแนะนำตัวกับธงชัยและเอนกถึงวิวัฒนาการของนิตยสาร ก็มีคนพูดขึ้นมาว่า

     “Standard เหรอ คุณกำลังพูดถึง แสตนดาร์ด เยาวชน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคยเป็นผู้สื่อข่าวหรือเปล่า”

     คนที่พูดขึ้นมาคือ พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ นักวิชาการประวัติศาสตร์ที่ได้เดินทางมาร่วมงานเสวนาเชิงประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

     โดยหลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าหนังสือพิมพ์ฉบับที่ว่านั้นเป็นหนังสือพิมพ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดพิมพ์รายสัปดาห์เป็นภาษาอังกฤษ จัดทำโดย หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ อยุธยา ชายาในศาสตราจารย์พิเศษ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร พระโอรสในพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน บิดาแห่งการรถไฟไทย ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2489-2490 โดยเชื่อว่าฉบับที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นผู้สื่อข่าวคือ พ.ศ. 2489

     หลักฐานการมีอยู่ของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้คือพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เคยตรัสถึงการเป็นผู้สื่อข่าวให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้

     จากคำบอกเล่าในวันนั้น ตัวนักเขียนเองก็มีความตื่นเต้นและเชื่อว่ากำลังเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้รื้อฟื้นประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือนไปนาน โดยเฉพาะในส่วนที่ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคยทรงงานเป็นผู้สื่อข่าว

 

     จากการเริ่มต้นค้นคว้าหาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้พบว่ามีนักวิชาการท่านหนึ่งที่มีต้นฉบับอยู่ในมือ แต่ก็ไม่มีความประสงค์จะเปิดเผยต้นฉบับแต่อย่างใด ทำให้มีความหวังว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังมีผู้ที่เก็บสะสมไว้อยู่จริง แต่ก็ยังมีความลังเลว่าอาจจะไม่มีทางหาต้นฉบับได้เจอ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่าที่ได้ยินเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ก็ยังเป็นที่สงสัยอยู่ในใจของตัวนักเขียนเอง

 

หลักฐานแรก

 

ภาพ: เว็บไซต์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร

 

     จากความไม่มั่นใจถึงหลักฐานที่ผ่านมา เนื่องจากมีเพียงคำบอกเล่าจากที่ต่างๆ ทำให้ผู้เขียนมีความกังวลไม่น้อยว่าปลายทางของถนนเส้นนี้อาจจะเป็นทางตัน และไม่ได้ค้นพบสิ่งที่ต้องการหาตั้งแต่ตัดสินใจเดินทางออกมา

     แต่แล้วหลังจากค้นหาชื่อหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ อยุธยา ก็ได้พบเว็บไซต์ ‘มูลนิธิหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร’ และเมื่อเข้าไปที่ Biography เลื่อนไปถึงกิจกรรมสื่อสารมวลชนของหม่อมงามจิตต์ ก็พบว่าในระหว่างปี 1946-1968 หม่อมงามจิตต์ได้เป็นบรรณาธิการ (Editor) ของหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อว่า Standard

     ทั้งนี้ Standard เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับแรกของประเทศไทยที่จัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีจุดประสงค์ที่จะโปรโมตประเทศไทยด้วยภาพลักษณ์ที่ถูกต้องในสายตาชาวโลก

 

เริ่มต้นการเดินทางสำรวจหา Standard

     “หนังสือพิมพ์เหรอ โอ๊ย ยากมาก จะไปหาที่ไหน มีสักกี่คนกันที่เก็บ” เป็นคำแรกที่ได้ยินเมื่อโทรไปปรึกษารุ่นพี่ในวงการหนังสือเก่าคนหนึ่ง แต่ในความท้อแท้ก็ได้คำแนะนำให้ ‘ดำน้ำ’ โดยเปรียบเปรยว่าอาจจะไม่พบอะไร แต่การดำน้ำครั้งนี้อาจพบเจออะไรที่น่าสนใจระหว่างทาง

     รุ่นพี่คนนี้ชี้เป้าว่าผู้เขียนควรไปดำน้ำที่…

  1. หอสมุดแห่งชาติ
  2. สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หอสมุดกลาง)
  3. หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

     โดยไม่ได้การันตีว่าการค้นหาครั้งนี้จะประสบความสำเร็จแต่อย่างใด

 

 

     แต่ก่อนที่จะออกเดินทางสู่ห้องสมุดต่างๆ เสียงตามสายที่บอกเล่าว่าการตามหาหนังสือพิมพ์นี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ ได้นำทางผู้เขียนไปสู่สำนักพิมพ์ต้นฉบับของธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ที่จังหวัดนนทบุรี

     “อ๋อ Standard เหรอ ลองหาในกอง The Leader ดูสิ”

     The Leader ที่ว่านี้คือนิตยสารในสมัยเดียวกับ Standard โดยกองอยู่บนชั้นวางหนังสือที่มีฝุ่นจับ ตั้งอยู่ข้าง ‘ดรุณสาร’ อีกหนึ่งนิตยสารที่น่าสนใจมากเช่นกัน

     การค้นหาสิ่งที่ต้องการในกองนิตยสารที่มีอายุมากกว่าคนเจเนอเรชันเอ็กซ์ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อค้นฉบับแล้วฉบับเล่าก็ยังไม่พบเจอคำที่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘มาตรฐาน’ ในภาษาอังกฤษ จนสุดท้ายก็ยอมรับความจริงว่าในกองนิตยสารประวัติศาสตร์นี้อาจยังไม่มีประวัติศาสตร์หน้าที่ต้องการ

     จะทำอย่างไรในการหาเอกสารหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ไม่มีปรากฏอยู่ในอินเทอร์เน็ตหรือตามร้านหนังสือทั่วไป คือคำถามที่เกิดขึ้นในใจ

     สุดท้าย ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ผู้คร่ำหวอดในวงการเอกสารและนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญ ซึ่งเป็นกำลังใจในการ ‘ดำน้ำ’ หา Standard ต่อไป

     “คุณต้องอยากรู้มากๆ พอมีความอยากรู้ก็จะทำให้คุณพยายามทำทุกอย่างจนหาหนทางที่นำไปสู่จุดหมาย”

 

Line Apps ที่ไม่คิดว่าจะเป็นทางพบเจอ Standard

     ระหว่างที่กำลังค้นหา Standard ผ่านทางโลกออนไลน์ซึ่งมีข้อมูลมหาศาล แชตไลน์ในมือถือก็เด้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน พร้อมกับข้อความจากรุ่นพี่คนหนึ่งใน THE STANDARD ที่พบพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพลงหนังสือพิมพ์ Standard เป็นบทความจากหออัครศิลปิน ภายใต้หัวข้อ พระอัจฉริยภาพด้านทัศนศิลป์ (การถ่ายภาพ)

     ด้วยความที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดการถ่ายภาพ และทรงถ่ายภาพต่างๆ อยู่เป็นประจำ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เคยปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อราวปี พ.ศ. 2483 รวมถึงในหนังสือพิมพ์ Standard ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสด้วยพระอารมณ์ขันแก่ผู้ใกล้ชิดถึงการเป็นช่างภาพอาชีพของพระองค์ว่า “ฉันเป็นกษัตริย์ก็จริง แต่ฉันก็ยังมีอาชีพเป็นช่างภาพของหนังสือพิมพ์แสตนดาร์ด ได้เงินเดือนๆ ละ 100 บาท ตั้งหลายปีมาแล้ว จนบัดนี้ยังไม่เห็นเขาขึ้นเงินเดือนสักที เขาก็คงถวายเดือนละ 100 บาทอยู่เรื่อยมา”

 

ภาพ: หออัครศิลปิน

 

     มาถึงวันนี้ ความรู้สึกแปลกใจที่ได้รับคือความรู้สึกดีใจที่ได้เห็นคำว่า ‘หนังสือพิมพ์แสตนดาร์ด’ เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากประวัติย่อของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จากเว็บไซต์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ซึ่งเป็นการพิสูจน์หลักฐานชัดเจนยิ่งขึ้นว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มีอยู่จริง และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นผู้สื่อข่าวและทรงถ่ายภาพลง Standard ตามคำบอกเล่าจริง

     การค้นพบครั้งนี้เหมือนเป็นการแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง ให้ความรู้สึกเหมือนเข็มในถังน้ำมันถูกปริมาณน้ำมันดันจนไปถึงตัว ‘F’ ที่แปลว่า Full อีกครั้ง

     และพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปสู่เป้าหมาย ‘หอสมุดแห่งชาติ’

 

 

     วันที่ 4 ตุลาคม เป็นอีกวันที่ฝนโปรยลงมาที่หอสมุดแห่งชาติ ทำให้ผู้เขียนติดอยู่ในรถ แต่เวลาก็ไม่เสียเปล่า เพราะมีเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน ซึ่งขับร้องโดยเสียงอันทรงพลังของเชอร์รี่ เศวตนันทน์ ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก หรือที่รู้จักกันในนาม สวลี ผกาพันธุ์ ที่ไพเราะและเหมาะกับบรรยากาศยิ่งนัก

     พอจบเพลงพระราชนิพนธ์ ชุด สายฝน ของ Various Artists จึงสามารถก้าวออกจากรถได้ และเมื่อมองขึ้นไปเห็นอาคารสูงใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคลังข้อมูลที่รวบรวมประวัติศาสตร์สำคัญของชาติไทยด้วยความคาดหวังในใจว่า ถ้าหากหอสมุดแห่งชาติยังไม่มีต้นฉบับ Standard การค้นหาครั้งนี้อาจต้องจบลงที่คำบอกเล่าและหลักฐานจากเอกสารอ้างอิง

     ด้วยประสบการณ์การขุดค้นประวัติศาสตร์ที่ยังมีน้อยพอๆ กับข้อมูลในการค้นหา Standard ได้นำผู้เขียนเดินเข้าไปที่อาคารด้านหลัง ซึ่งเขียนว่า ‘หอจดหมายเหตุ’ หลังจากลงทะเบียนสมัครสมาชิกและรับบัตรประจำตัวตามขั้นตอนทั้งหมดเรียบร้อยแล้วก็ได้แจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุทราบ

     “อ๋อ ถ้านิตยสาร เอกสาร และหนังสือ ไม่ใช่ที่นี่นะคะ ต้องหอสมุดแห่งชาติ ด้านหน้าเลยค่ะ”

 

หอสมุดแห่งชาติ ความหวังสุดท้าย

     ที่ต้องใช้คำว่า ‘ความหวังสุดท้าย’ เพราะว่าเอกสารสำคัญ ข้อมูล รูปภาพต่างๆ มักจะจบลงที่การพบเจอในที่แห่งนี้ จึงถือเป็นความคาดหวังสูงสุดว่า ต้นฉบับ Standard จะจมอยู่ในกองหนังสือสักแห่งในอาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนแห่งนี้

     “มีหนังสือพิมพ์ชื่อ Standard ไหมครับ ที่เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ อยุธยา น่ะครับ”

     คำตอบแรกที่ได้คือ ที่นี่แทบไม่มีเอกสารหรือหนังสือพิมพ์เก่าที่เป็นภาษาอังกฤษ

     ความหวังเริ่มดับวูบลงพร้อมการให้กำลังใจจากเจ้าหน้าที่ว่า “ไว้รอหอสมุดเปิดเต็มตัววันที่ 12 ตุลาคม แล้วค่อยกลับมาหาใหม่นะคะ อาจจะมี”

     แต่ด้วยความหวังที่มี ผู้เขียนจึงถามไปว่า พอจะมีบันทึกเกี่ยวกับ ‘Standard’ บ้างไหม

     เจ้าหน้าที่ดึงสมุดเล่มสีชมพูที่เป็นสมุดจดบันทึกเอกสารทุกอย่างที่มีอยู่ในคลังของหอสมุดแห่งชาติ โดยเปิดไล่ตั้งแต่ ก ข …….. ว ศ ษ และกระดาษหน้าสีขาวก็หยุดลงที่ ส

     “สารคดี, สุภาพบุรุษ ของ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ …………….แสตนดาร์ด… แสตนดาร์ด อ๋อ นี่ไง ใช่ แสตนดาร์ด เยาวชน หรือเปล่าคะ”

     เวลาผ่านไป 15 นาที เจ้าหน้าที่ก็เดินลงมาพร้อมกับรถเข็นเหล็กสีเทา โดยขั้นบนสุดมีหนังสือเก่าขนาดใหญ่ 3 เล่ม

บนสันหนังสือมีคำอธิบายเขียนว่า ‘แสตนดาร์ด เยาวชน’

 

     อ่านต่อ บันทึกการตามหา ‘Standard’ หนังสือพิมพ์ที่รัชกาลที่ 9 เคยทรงงานเป็นช่างภาพ (ตอนที่ 2)

 

อ้างอิง:

  • มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
  • หอสมุดแห่งชาติ
  • ห้องสมุดต้นฉบับ
  • หออัครศิลปิน
  • หนังสือ จิตงามเหมือนชื่อคือหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร: ชีวประวัติและผลงาน 2458-2526 โดย ศรีสุรางค์ พูลทรัพย์
  • อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร
  • หนังสือ งามจิตต์ A Princess with a Heart of Gold โดย มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร
  • ทุกคนที่ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือตลอดการเดินทางตามหาต้นฉบับ Standard

The post บันทึกการตามหา ‘Standard’ หนังสือพิมพ์ที่รัชกาลที่ 9 เคยทรงงานเป็นช่างภาพ (ตอนที่ 1 เบาะแส) appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kingrama9-standard-newspaper-1/feed/ 0