ลิซ ทรัสส์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ลิซ-ทรัสส์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 01 Feb 2023 04:34:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เจเรมี ฮันต์ ถูกคาดหมายว่าจะได้นั่งเก้าอี้ รมว.คลัง ต่อในรัฐบาลชุดใหม่ของ ‘ริชิ ซูนัค’ https://thestandard.co/jeremy-hunt-2/ Tue, 25 Oct 2022 07:16:21 +0000 https://thestandard.co/?p=699727 เจเรมี ฮันต์

ริชิ ซูนัค ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ที่กำลังจะ […]

The post เจเรมี ฮันต์ ถูกคาดหมายว่าจะได้นั่งเก้าอี้ รมว.คลัง ต่อในรัฐบาลชุดใหม่ของ ‘ริชิ ซูนัค’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเรมี ฮันต์

ริชิ ซูนัค ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งแทน ลิซ ทรัสส์ ถูกคาดหมายว่าจะยังคงมอบหมายให้ เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีคลังในชุดปัจจุบัน ทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปในรัฐบาลชุดใหม่ของเขา เพื่อลดความตื่นตระหนกของตลาดและลดปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคอนุรักษ์นิยมไปพร้อมๆ กัน

 

สื่ออังกฤษวิเคราะห์ว่า หนึ่งในความท้าทายของซูนัคหลังจากก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแล้ว คือการตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีความสมดุลระหว่างกลุ่มคนในพรรคอนุรักษ์นิยมที่ให้การสนับสนุนเขา และกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้สนับสนุนเขาในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อลดความขัดแย้งภายในพรรค


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) ซูนัคได้มีการพูดถึงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ของเขาว่าจะเต็มไปด้วยคนเก่งที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และมีการคาดหมายว่าฮันต์จะได้ทำหน้าที่รัฐมนตรีคลังและวางแผนการใช้จ่ายของรัฐบาลต่อไป

 

ซูนัคในวัย 42 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีเชื้อสายเอเชียคนแรกของสหราชอาณาจักร และถือว่าอายุน้อยที่สุดในรอบ 200 ปี เขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. พรรคอนุรักษ์นิยมอย่างท่วมท้นให้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีต่อจาก ลิซ ทรัสส์ หลังจากที่คู่แข่งคนสำคัญสองคนอย่าง บอริส จอห์นสัน และ เพนนี มอร์ดอนต์ ถอนตัวจากการชิงชัย โดยเขามีกำหนดจะขึ้นรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันนี้ (25 ตุลาคม)

 

เป็นที่คาดหมายว่าซูนัคจะหลีกเลี่ยงการถอดรัฐมนตรีในยุคของทรัสส์ออกจากตำแหน่งทั้งหมด แต่จะคัดเลือกให้บางคนยังทำหน้าที่ต่อไป เนื่องจากนับจากต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงส่วนใหญ่ของอังกฤษมีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 ครั้ง

 

การแต่งตั้งให้ฮันต์กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง อาจส่งผลให้ เมล สไตรด์ และ สตีฟ บาร์คลีย์ สองผู้สนับสนุนคนสำคัญของซูนัคในพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเชื่อมโยงกับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ต้องไปรับบทบาทอื่นในรัฐบาล โดยคาดว่าสไตรด์จะไปทำหน้าที่หัวหน้าวิปรัฐบาลหรือเลขาธิการกระทรวงการคลัง ขณะที่บาร์คลีย์จะได้รับจำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุข

 

นอกจากนี้ ยังมีการคาดหมายว่ามอร์ดอนต์จะได้รับมอบหมายให้เข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่แทนที่ของ เจมส์ เคลเวอร์ลี ที่ออกมาสนับสนุน บอริส จอห์นสัน อย่างชัดเจนในช่วงก่อนหน้านี้

 

ขณะเดียวกันยังมีความเป็นไปได้ที่ ซูเอลลา บราเวอร์แมน อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยที่ลาออกจากตำแหน่งในยุคของทรัสส์ จะได้รับการทาบทามให้กลับมาดำรงตำแหน่งนี้อีกครั้งแทนที่ของ แกรนต์ แชปส์

 

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือระบุว่า เบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมปัจจุบันจะปฏิเสธการรับตำแหน่งเดิมในรัฐบาลของซูนัค เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการปรับเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศขึ้นเป็น 3% ของ GDP ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม วอลเลซได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว และยืนยันว่าเขาพร้อมจะทำหน้าที่เดิมต่อไปแม้งบประมาณจะถูกตัดก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post เจเรมี ฮันต์ ถูกคาดหมายว่าจะได้นั่งเก้าอี้ รมว.คลัง ต่อในรัฐบาลชุดใหม่ของ ‘ริชิ ซูนัค’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 5 อันดับนายกรัฐมนตรีหญิงที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในโลก* https://thestandard.co/female-prime-minister-short-term/ Sat, 22 Oct 2022 02:55:36 +0000 https://thestandard.co/?p=698580 นายกรัฐมนตรีหญิง

นี่คือ 5 อันดับนายกรัฐมนตรีหญิงที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุด […]

The post เปิด 5 อันดับนายกรัฐมนตรีหญิงที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในโลก* appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรีหญิง

นี่คือ 5 อันดับนายกรัฐมนตรีหญิงที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในโลก

 

โดย ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของสหราชอาณาจักร และผู้นำคนล่าสุดที่เพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหราชอาณาจักร หลังจากเพิ่งรับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 45 วัน 

 

สถิติดังกล่าวทำให้ทรัสส์แทนที่ จอร์จ คันนิง อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (12 เมษายน 1827 – 8 สิงหาคม 1827) ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 119 วัน และเธอยังเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในโลก* ในช่วงเวลานี้อีกด้วย 

 

ขณะที่ แอนเนลิ ยาตเตมากี นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของฟินแลนด์ เคยนั่งเก้าอี้บริหารประเทศในช่วงกลางปี 2003 ด้วยสถิติ 69 วัน ตามมาด้วย เคลาเดตต์ เวอร์เล นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเฮติ เป็นหัวหน้ารัฐบาลในสมัยของประธานาธิบดีฌอง-แบร์ทรองด์ อาริสตีด เมื่อปี 1995 ด้วยระยะเวลา 113 วัน

 

อันดับที่ 4 เป็นของ คิม แคมป์เบลล์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนเดียวของแคนาดา ที่เคยนั่งเก้าอี้บริหารประเทศเครือจักรภพอังกฤษนี้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 1993 ถึงปลายปีเดียวกัน รวมระยะเวลา 133 วัน ส่วนอันดับที่ 5 คือ มาเรีย เดอ ลูร์ดส์ ปินตาซิลโก นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนเดียวของโปรตุเกสในช่วงสงครามเย็น รวมระยะเวลา 156 วัน

 

รู้หรือไม่? ทวี บุณยเกตุ นายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของไทย (31 สิงหาคม 1945 – 17 กันยายน 1945) คือนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้วยระยะเวลาเพียง 18 วัน 

 

หมายเหตุ: *อันดับข้างต้น พิจารณาจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงของประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติเท่านั้น และไม่นับรวมผู้นำหญิงในตำแหน่งอื่นๆ อาทิ ประธานาธิบดี อีกทั้งระยะเวลาข้างต้น นับรวมตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ไปจนถึงวันประกาศลาออกหรือดำรงตำแหน่งเป็นวันสุดท้าย เสมือนเป็นอีก 1 วันเต็ม

 

รวบรวมและเผยแพร่: 22 ตุลาคม 2022

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

อ้างอิง:

The post เปิด 5 อันดับนายกรัฐมนตรีหญิงที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในโลก* appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ประมวลผลงานของ Liz Truss นายกฯ อังกฤษ 6 สัปดาห์ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-21102022-4/ Fri, 21 Oct 2022 07:10:38 +0000 https://thestandard.co/?p=698295 Liz Truss

ประมวลผลงานของ ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) ในตำแหน่งนายกรัฐม […]

The post ชมคลิป: ประมวลผลงานของ Liz Truss นายกฯ อังกฤษ 6 สัปดาห์ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Liz Truss
  • ประมวลผลงานของ ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ 45 วัน ก่อนลาออกเซ่นปมนำเศรษฐกิจผิดทาง

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ประมวลผลงานของ Liz Truss นายกฯ อังกฤษ 6 สัปดาห์ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลผลงาน ‘ลิซ ทรัสส์’ นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของอังกฤษ กับการทำหน้าที่เพียง 45 วัน https://thestandard.co/liz-truss-work/ Fri, 21 Oct 2022 04:26:58 +0000 https://thestandard.co/?p=698223 ลิซ ทรัสส์

หลังเผชิญหน้ากับมรสุมแรงต้านและสารพัดแรงกดดันอย่างต่อเน […]

The post ประมวลผลงาน ‘ลิซ ทรัสส์’ นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของอังกฤษ กับการทำหน้าที่เพียง 45 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิซ ทรัสส์

หลังเผชิญหน้ากับมรสุมแรงต้านและสารพัดแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดนายกรัฐมนตรี ลิซ ทรัสส์ แห่งอังกฤษ ได้ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคอนุรักษนิยมในวันที่ 20 ตุลาคม ส่งผลให้ทรัสส์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษโดยอัตโนมัติ

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนีมีขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่ทรัสส์เอ่ยขอโทษสำหรับความผิดพลาดในการประกาศมาตรการปรับลดภาษีวงเงิน 4.5 หมื่นล้านปอนด์ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน กระทั่งในสัปดาห์ที่แล้วทรัสส์ต้องสั่งปลดรัฐมนตรีคลัง เพื่อบรรเทากระแสต่อต้านจากหลายฝ่าย 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วทรัสส์ก็สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นผู้นำอังกฤษที่มีอายุงานที่สั้นที่สุด คือ 45 วัน หรือประมาณ 6 สัปดาห์ ซึ่งนักวิเคราะห์ของ The Economist เปรียบเทียบว่าเป็นระยะเวลาเทียบเท่ากับอายุของผักกาดหอมที่วางขายบนชั้นวางสินค้า 

 

สำนักข่าว Channel News Asia ของสิงคโปร์ได้รวบรวมผลงานทั้งหมดของทรัสส์หลังรับตำแหน่งผู้นำอังกฤษ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าผลงานเหล่านี้น่าจะเป็นความทรงจำเกี่ยวกับถนนดาวนิงที่ไม่งดงามนักสำหรับทรัสส์ 

 

เริ่มด้วยวันที่ 5 กันยายน ทรัสส์ชนะคะแนนโหวตจากสมาชิกพรรคอนุรักษนิยม ด้วย 81,326 เสียงต่อ 60,399 เสียง เบียด ริชิ ซูนัค ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังภายใต้นายกรัฐมนตรีคนก่อนอย่าง บอริส จอห์นสัน ได้สำเร็จ 

 

ในฐานะผู้นำคนใหม่ของพรรคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภา จึงทำให้ทรัสส์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ และวันถัดมาทรัสส์ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นการรับรองว่าทรัสส์เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ จากนั้นทรัสส์ได้แต่งตั้ง ควาซี ควาร์เต็ง เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

 

วันที่ 8 กันยายน ทรัสส์เปิดตัวโครงการจำกัดค่าไฟในครัวเรือน เพื่อรับมือกับผลกระทบด้านราคาพลังงาน อันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการใช้เงินจำนวนมหาศาล กระนั้นกระแสของความสนใจในโครงการและเสียงวิพากษ์ยังไม่มากนักในเวลานั้น เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งรัฐบาลอังกฤษประกาศระงับกิจการรัฐทั้งหมด เพื่อไว้อาลัยให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นเวลา 10 วัน 

 

วันที่ 23 กันยายน ควาร์เต็งประกาศ ‘งบประมาณขนาดเล็ก’ ซึ่งระบุรายละเอียดแนวทางรับมือราคาของโครงการพลังงานของอังกฤษในอีก 6 เดือนข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าถึง 6 หมื่นล้านปอนด์

 

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะเผยมาตรการระดมทุนควบคู่ไปด้วย ควาร์เต็งกลับประกาศแผนการกู้ยืมใหม่จำนวนมาก เพื่อใช้จ่ายสำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีขนานใหญ่ ควบคู่ไปกับการยกเลิกขีดจำกัดโบนัสของนายธนาคาร ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองในทันที และเรียกเสียงต่อต้านจากหลายฝ่าย อีกทั้งยังฉุดให้ค่าเงินปอนด์ดิ่งลงอย่างแรงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

วันที่ 25 กันยายน หรือ 2 วันถัดมา ควาร์เต็งยังเดินหน้าด้วยการให้คำมั่นว่าจะออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ทำให้ค่าเงินปอนด์ร่วงหนักแตะระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในวันถัดมาทันที ขณะที่บรรดาสื่อมวลชนพากันขนานนามแผนงบประมาณครั้งนี้ว่า ‘Kami-Kwasi’ ซึ่งเปรียบเหมือนแผนฆ่าตัวตายของควาร์เต็ง เพราะจุดชนวนให้เกิดความตึงเครียดระหว่างทรัสส์และควาร์เต็ง และยังทำให้บรรดาสมาชิกพรรคไม่พอใจอย่างมาก 

 

วันที่ 28 กันยายน ด้วยความวุ่นวายในตลาดตราสารหนี้ ทำให้กองทุนบำเหน็จบำนาญของอังกฤษตกอยู่ในสภาวะอันตรายทางการเงิน ธนาคารกลางอังกฤษจึงประกาศโครงการซื้อพันธบัตรของสหราชอาณาจักรระยะยาว ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งเบื้องต้นผลาญงบไปแล้ว 6.5 หมื่นล้านปอนด์ เพียงเพื่อ ‘ฟื้นฟูสภาพตลาดให้เป็นระเบียบ’ อีกครั้ง

 

วันที่ 29 กันยายน โพลสำรวจความเห็นของ YouGov พบว่า พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก มีคะแนนนิยม 33 คะแนน แซงหน้าพรรครัฐบาลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่พรรคได้รับความนิยมสูงสุดในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 

 

วันที่ 3 ตุลาคม กระแสต่อต้านจากหลายฝ่ายบีบให้ควาร์เต็งและทรัสส์ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง โดยยกเลิกมาตรการภาษีที่ประกาศไว้ 

 

วันที่ 5 ตุลาคม หรือ 2 วันถัดมา ทรัสส์ได้ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์และให้คำมั่นว่า ตนเองและคณะจะทำงานตามวาระเพื่อรักษาการเติบโตของประเทศอังกฤษในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม คำมั่นของเธอในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วน

 

ความเคลื่อนไหวข้างต้นส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเจ็บปวดให้กับครัวเรือนในสหราชอาณาจักรมากขึ้น เนื่องจากทำให้อัตราดอกเบี้ยจำนองบ้านพุ่งสูงมากขึ้นเช่นกัน 

 

วันที่ 14 ตุลาคม ควาร์เต็งลาออกจากตำแหน่ง และในวันเดียวกัน เจเรมี ฮันต์ อดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ก็ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทน 

 

วันที่ 19 ตุลาคม ซูเอลลา บราเวอร์แมน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษ ได้ยื่นหนังสือลาออก เนื่องจากทำผิดกฎระเบียบของรัฐบาล หลังส่งเอกสารราชการด้วยอีเมลส่วนตัว

 

วันที่ 20 ตุลาคม ทรัสส์ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลายเป็นประวัติศาสตร์ผู้นำอังกฤษที่มีอายุงานที่สั้นที่สุด คือ 45 วัน หรือประมาณ 6 สัปดาห์

 

‘หุ้น-ค่าเงินปอนด์’ พาเหรดขึ้นรับผู้นำยอมไขก๊อก

 

สถานีโทรทัศน์ Channel News Asia ของสิงคโปร์รายงานว่า ตลาดหุ้นลอนดอนและดัชนีค่าเงินปอนด์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ (20 ตุลาคม) ขานรับข่าวทรัสส์ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบกรณีออกมาตรการที่สร้างความปั่นป่วนให้กับอังกฤษ และกลายประเด็นร้อนทั่วโลกเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ 

 

โดยค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้นมากกว่า 1% ในช่วงสั้นๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.1336 ดอลลาร์ หลังจากทรัสส์ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยแม้ว่าการลาออกดังกล่าวจะทำให้อังกฤษว่างเว้นจากผู้นำประเทศในช่วงที่อังกฤษต้องเผชิญหน้ากับมรสุมหลายด้าน แต่การตัดสินใจของทรัสส์ก็ช่วยให้ตลาดกลับสู่ความสงบอีกครั้ง 

 

คาดภายในสัปดาห์หน้า มี ‘แคนดิเดตนายกฯ’

 

สถานีโทรทัศน์ BBC อังกฤษ รายงานความเป็นไปได้ของผู้นำคนใหม่ที่จะขึ้นมารับหน้าที่บริหารประเทศต่อจากทรัสส์ที่เพิ่งจะลาออกไป โดยพรรคอนุรักษนิยมมีเวลาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อหาตัวแทนพรรครับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษต่อไป 

 

ทั้งนี้ เมื่อคำนวนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดของพรรคที่มีอยู่ทั้งหมด 357 ราย ทางพรรคต้องการผู้สมัครชิงตำแหน่งไม่เกิน 3 คน โดยแต่ละคนต้องได้รับการเสนอชื่อจากสมาชิกพรรคเพื่อลงคะแนนโหวตต่อไป

 

ปัจจุบันมีผู้สมัครว่าที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษที่หลายฝ่ายมองว่ามีผลงานและความสามารถเข้าตา คือ ริชิ ซูนัค, เพนนี มอร์ดอนต์ และ บอริส จอห์นสัน

 

ริชิ ซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลังยุคอดีตนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน และผู้ท้าชิงของพรรคในรอบที่แล้วแต่ก็พ่ายให้กับทรัสส์ โดยนักวิเคราะห์มองว่ารอบนี้ซูนัคมีโอกาสสูงที่จะชนะ ด้วยผลงานและความสามารถด้านบริหารการเงินการคลังในช่วงที่ผ่านมา 

 

ขณะที่เพนนี มอร์ดอนต์ เริ่มเข้าตากรรมการจากการตอบคำถามแทนทรัสส์ในสภาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยครั้งที่แล้วมอร์ดอนต์ได้รับเสียงสนับสนุนให้เข้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคเช่นกัน แต่พ่ายในรอบรอง ซึ่งความสามารถในฐานะผู้นำของมอร์ดอนต์ไม่เป็นที่กังขาแต่อย่างใด จากผลงานการเป็นรัฐมนตรีกลาโหมหญิงคนแรกของอังกฤษ

 

ด้านบอรัส จอห์นสัน มีโอกาสได้กลับเข้ามารับตำแหน่งผู้นำประเทศอีกครั้ง แม้ว่าจะเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวในสภามากมาย รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ที่ทำให้จอห์นสันเข้าตากรรมการ น่าะเป็นฐานเสียงสนับสนุนภายในพรรคของจอห์นสันที่มีมาอย่างยาวนาน 

 

นอกจาก 3 คนที่เอ่ยมา ยังมี เบน วอลเลซ ซึ่งในการคัดเลือกผู้นำพรรคครั้งก่อน เจ้าตัวได้รับการเสนอชื่อจากจอห์นสันให้เข้ารับตำแหน่ง โดยผลงานที่ทำให้เจ้าตัวเป็นที่รู้จักในวงกว้างก็คือการเผชิญหน้ารับมือกับสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน

 

ขณะที่ผู้สมัครที่มีโอกาสก็คือ เคมิ บาเดนอช ที่มีผลงานโดดเด่นด้านเศษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ และ ซูเอลลา บราเวอร์แมน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย โดยผลงานโดดเด่นที่ทำให้เจ้าตัวได้รับการสนับสนุนคือการส่งเสริมผู้อพยพ

 

อ้างอิง:

The post ประมวลผลงาน ‘ลิซ ทรัสส์’ นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของอังกฤษ กับการทำหน้าที่เพียง 45 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: นายกฯ อังกฤษ ‘ลิซ ทรัสส์’ ลาออก เซ่นปมนำเศรษฐกิจผิดทาง | Morning Wealth 21 ตุลาคม 2565 https://thestandard.co/morning-wealth-21102022/ Fri, 21 Oct 2022 01:20:54 +0000 https://thestandard.co/?p=698126

เกาะติดประเด็นร้อน ‘ลิซ ทรัสส์’ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐม […]

The post ชมคลิป: นายกฯ อังกฤษ ‘ลิซ ทรัสส์’ ลาออก เซ่นปมนำเศรษฐกิจผิดทาง | Morning Wealth 21 ตุลาคม 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกาะติดประเด็นร้อน ‘ลิซ ทรัสส์’ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ หลังขึ้นรับตำแหน่งเพียง 44 วัน เซ่นปมนำเศรษฐกิจผิดทาง

 

บอร์ด กสทช. ถกเครียดดีล ‘TRUE-DTAC’ ยื้อเวลากว่า 12 ชั่วโมงเพื่อหาข้อสรุป รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

เจาะลึกประเด็นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นอินโดนีเซีย พูดคุยกับ เกษรี อายุตตะกะ CFP® ผู้อำนวยการกลยุทธ์การลงทุน SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: นายกฯ อังกฤษ ‘ลิซ ทรัสส์’ ลาออก เซ่นปมนำเศรษฐกิจผิดทาง | Morning Wealth 21 ตุลาคม 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิซ ทรัสส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ สหราชอาณาจักร หลังรับตำแหน่งเพียง 6 สัปดาห์ https://thestandard.co/liz-truss-resignation/ Thu, 20 Oct 2022 13:44:08 +0000 https://thestandard.co/?p=698024 ลิซ ทรัสส์

ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งสหราชอาณาจักร ประกาศลาออ […]

The post ลิซ ทรัสส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ สหราชอาณาจักร หลังรับตำแหน่งเพียง 6 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิซ ทรัสส์

ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งสหราชอาณาจักร ประกาศลาออกจากตำแหน่งในการแถลงที่หน้าทำเนียบดาวนิงวันนี้ (20 ตุลาคม) หลังเผชิญแรงกดดันจากสมาชิกพรรครัฐบาลคอนเซอร์เวทีฟจากการขับ ควาซี ควาร์เต็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากตำแหน่งไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และยกเลิกมาตรการปรับลดภาษีเกือบทั้งหมดที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนภายในสหราชอาณาจักร รวมถึงสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก

 

การลาออกของทรัสส์ทำให้เธอกลายเป็นนายกฯ สหราชอาณาจักร ที่รับตำแหน่งสั้นที่สุดเพียง 6 สัปดาห์ หลังได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคให้รับตำแหน่งแทน บอริส จอห์นสัน และกลายเป็นนายกฯ หญิงคนที่ 3 ของสหราชอาณาจักร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ขณะที่เธอยืนยันว่าได้กำหนดวิสัยทัศน์สำหรับเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรที่มีภาษีต่ำและมีอัตราการเติบโตสูง โดยจะใช้ประโยชน์จากเสรีภาพทางเศรษฐกิจในยุค Brexit พร้อมยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการตามอำนาจที่ได้รับจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และได้เข้ากราบทูลต่อสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้าพรรคแล้ว

 

“ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าพเจ้าไม่สามารถดำเนินการตามอำนาจซึ่งข้าพเจ้าได้รับเลือกจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟได้ ข้าพเจ้าจึงกราบทูลสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ว่า ข้าพเจ้าขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ” ทรัสส์กล่าว

 

ขณะที่เธอเปิดเผยว่า ได้หารือกับ เซอร์เกรแฮม เบรดี ประธานคณะกรรมการ 1922 หรือคณะกรรมการสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟแล้ว และเห็นพ้องที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ในสัปดาห์หน้า

 

“สิ่งนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่าเรายังคงอยู่บนเส้นทางที่จะส่งมอบแผนการเงินของเรา และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศและความมั่นคงของชาติ ฉันจะดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่ง”

 

ภาพ: Photo by Kirsty O’Connor / PA Images via Getty Images

อ้างอิง:

The post ลิซ ทรัสส์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกฯ สหราชอาณาจักร หลังรับตำแหน่งเพียง 6 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นหลังการเมืองอังกฤษส่อเค้าวุ่น กดดันให้ ลิซ ทรัสส์ ลาออก หลังเป็นนายกฯ ได้เพียง 1 เดือนเศษ https://thestandard.co/liz-truss-resignation-pressure/ Thu, 20 Oct 2022 05:14:25 +0000 https://thestandard.co/?p=697671 Liz Truss

วันนี้ (20 ตุลาคม) เกมการเมืองในสหราชอาณาจักรกำลังร้อนร […]

The post เกิดอะไรขึ้นหลังการเมืองอังกฤษส่อเค้าวุ่น กดดันให้ ลิซ ทรัสส์ ลาออก หลังเป็นนายกฯ ได้เพียง 1 เดือนเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Liz Truss

วันนี้ (20 ตุลาคม) เกมการเมืองในสหราชอาณาจักรกำลังร้อนระอุและส่อเค้าวุ่น มีกระแสกดดันจากทั้งภายในพรรคคอนเซอร์เวทีฟและภายนอกพรรคกดดันให้ ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรคนปัจจุบัน ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 1 เดือนเศษ ก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำประเทศ

 

เกิดอะไรขึ้นที่สหราชอาณาจักรในช่วงเวลานี้

 

การเมืองอังกฤษส่อเค้าวุ่น ภายหลังจากที่ทรัสส์ขับ ควาซี ควาร์เต็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลของเธอ พ้นจากตำแหน่งช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 38 วันเท่านั้น เซ่นกระแสแรงกดดันที่เธอตกเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง หลังประกาศนโยบายด้านการคลังและภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนภายในสหราชอาณาจักร 

 

ก่อนที่เธอจะแต่งตั้งให้ เจเรมี ฮันต์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร ในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังต่อจากควาร์เต็ง โดยฮันต์ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการปรับลดภาษีแทบทั้งหมดของทรัสส์ เพื่อลดความร้อนแรงและบรรเทาความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองและในตลาดการเงินการลงทุนที่เกิดขึ้น หลังจากที่เธอประกาศนโยบายด้านการคลังและภาษีไปก่อนหน้านี้

 

โดยทรัสส์ระบุว่า เธอจะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมจะนำพาพรรคคอนเซอร์เวทีฟเข้าสู่สนามเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ที่คาดว่าจะจัดขึ้นไม่เกินช่วงเดือนมกราคม 2025 โดยเธอยอมกลับลำ เปลี่ยนจุดยืนเกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับลดภาษีที่เธอผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

 

ทรัสย์ยอมรับว่า การบริหารประเทศของเธอตลอดช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมาอาจไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เธอตั้งใจไว้ แต่เธอก็ได้ปรับแก้ไขจุดบกพร่องและข้อผิดพลาดต่างๆ แล้ว

 

ทรัสส์เน้นย้ำว่า “ฉันคือนักสู้ ไม่ใช่พวกยอมแพ้หรือล้มเลิกอะไรง่ายๆ”

 

ความวุ่นยังไม่จบ หลังสมาชิกรัฐบาลในตำแหน่งสำคัญลาออก

 

นอกจากทรัสส์จะต้องเผชิญหน้ากับ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์ของสหราชอาณาจักร ในช่วงการตอบกระทู้ซักถามนายกรัฐมนตรีภายในรัฐสภาแล้ว ความร้อนแรงของการเมืองอังกฤษในช่วงเวลานี้ดูเหมือนจะยังไม่จบ หลังจากที่ ซูเอลลา บราเวอร์แมน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย สมาชิกคนสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยเธอระบุว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลทางการผ่านอุปกรณ์สื่อสารและอีเมลส่วนตัว 

 

แต่กระนั้นบราเวอร์แมนก็แสดงความกังวลถึงแนวทางในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ให้มีความคืบหน้าได้ อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นหลายสำนักอ้างว่า บราเวอร์แมนและทรัสส์ต่างมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการบริหารจัดการผู้อพยพในสหราชอาณาจักรที่บราเวอร์แมนเป็นผู้รับผิดชอบ จึงทำให้ทำบราเวอร์แมนกลายเป็นรัฐมนตรีคนที่ 2 ภายในไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลสหราชอาณาจักร ภายใต้การนำของทรัสส์ หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งได้เพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น ก่อนที่ทรัสส์จะแต่งตั้ง แกรนต์ ชาปปส์ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เข้ารับช่วงต่อแทน

 

อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่า เวนดี มอร์ตัน ผู้คุมเสียงในสภาผู้แทนราษฎร (Chief Whip) ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่มีหน้าที่สำคัญในการคุมเสียงของสมาชิกสภาจากสังกัดพรรคของตนให้เป็นไปในทิศทางที่ผู้นำพรรคต้องการนั้น ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งพร้อม เกร็ก วิตเทคเกอร์ รองผู้ช่วยของเธอ หลังจากที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมการจัดตั้งรัฐบาลทรัสส์ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งอาจยิ่งทำให้การเมืองอังกฤษวุ่นวายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจทรัสส์ในฐานะนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และกดดันให้เธอลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่บ้านเลขที่ 10 บนถนนดาวนิงจะยืนยันว่าทั้งมอร์ตันและวิตเทคเกอร์ยังคงอยู่ในตำแหน่งของพวกเขาต่อไป

 

ขณะที่ผลโหวตภายในสภา สมาชิกสภาจากพรรคเลเบอร์อ้างว่า สมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟล็อบบี้การลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาลทรัสส์ เป็นเหตุให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟชนะการลงคะแนนเสียง 326 เสียง ต่อเสียงคัดค้าน 240 เสียง แม้จะมีสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟราว 40 รายที่ไม่ได้ลงคะแนนเสียงในมติดังกล่าว และมีเสียงเรียกร้องให้ทรัสส์ลาออกจากตำแหน่งเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ

 

ความวุ่นวายและรอยร้าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของทรัสส์อาจไม่ฟังก์ชันอีกต่อไป ทรัสส์กำลังเผชิญหน้ากับชั่วโมงที่ยากลำบากเพิ่มมากขึ้น และนั่นอาจทำให้ทรัสส์ไม่สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรต่อจนครบวาระของบอริส จอห์นสันได้ในท้ายที่สุด

 

ทางด้าน นิโคลา สเตอร์เจียน มุขมนตรีสกอตแลนด์ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ แสดงความเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ทั้งหมดนี้คือความโกลาหลอย่างสิ้นเชิง สิ่งนี้ไม่สามารถไปต่อได้ พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ขึ้นในทันที


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ภาพ: Daniel Leal / AFP

อ้างอิง:

The post เกิดอะไรขึ้นหลังการเมืองอังกฤษส่อเค้าวุ่น กดดันให้ ลิซ ทรัสส์ ลาออก หลังเป็นนายกฯ ได้เพียง 1 เดือนเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิซ ทรัสส์ ‘ขอโทษ’ เหตุสั่นคลอนเสถียรภาพเศรษฐกิจ พร้อมรับแผนหั่นใช้จ่าย หวังรักษาดุลบัญชี https://thestandard.co/uk-pm-apologies-economic/ Wed, 19 Oct 2022 03:11:30 +0000 https://thestandard.co/?p=697076

ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวคำขอโทษต่ […]

The post ลิซ ทรัสส์ ‘ขอโทษ’ เหตุสั่นคลอนเสถียรภาพเศรษฐกิจ พร้อมรับแผนหั่นใช้จ่าย หวังรักษาดุลบัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวคำขอโทษต่อสาธารณชน กรณีที่ทำให้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศสั่นคลอน ก่อนให้คำมั่นที่จะปรับปรุง แก้ไข และเดินหน้านำพาเศรษฐกิจของอังกฤษให้ฟื้นกลับขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

 

คำขอโทษจากปากทรัสส์มีขึ้นหลังจากที่ผู้นำอังกฤษเผชิญแรงกดดันจากหลายฝ่าย เนื่องจากการประกาศมาตรการปรับลดภาษีวงเงิน 4.5 หมื่นล้านปอนด์ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก แถมยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน จนต้องตัดสินใจยกเลิกนโยบายดังกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ทรัสส์กล่าวว่า ตนเองขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและขอโทษต่อความผิดพลาดที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า แผนการปรับลดภาษีมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อจะช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ตนเองผลักดันในเรื่องดังกล่าวมากเกินไปและเร็วเกินไป 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้นำหญิงของอังกฤษยังคงยืนกรานที่จะอยู่ทำงานในตำแหน่งต่อไป โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าตนเองจะนำพรรคอนุรักษ์สู้ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้า รวมถึงย้ำว่า รัฐบาลจะมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการหันไปลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐเพิ่มเติม 

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของอังกฤษ ออกมาประกาศยกเลิกแผนภาษีของนายกรัฐมนตรีทรัสส์เกือบทั้งหมด ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านพลังงานด้วย โดยฮันต์ย้ำชัดเจนว่าจะไม่มีการลดค่าใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มเติมอีก

 

จากนั้นทรัสส์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในภายหลังเกี่ยวกับการที่รัฐมนตรีคลังอังกฤษยกเลิกแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของตนว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเป้าหมายของตนที่แต่งตั้งฮันต์ก็เพราะตนเองจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทาง และโดยส่วนตัวแล้วการไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติถือเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง และเป็นเรื่องถูกต้องที่อังกฤษจะต้องเปลี่ยนนโยบาย

 

รายงานข่าวระบุว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการยืดอกยอมรับผิด เอ่ยปากขอโทษ และเดินหน้าปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อฟื้นเศรษฐกิจอังฤษอย่างระมัดระวัง จะช่วยให้ทรัสส์รอดพ้นจากวิกฤตคะแนนตกต่ำและลดแรงกดดันจากบรรดาผู้ที่มีความเห็นต่างภายในพรรคอนุรักษนิยมได้หรือไม่ ซึ่งความเห็นของสมาชิกพรรคอาจส่งผลให้ทรัสส์พ่ายการเลือกตั้งสมัยหน้าได้

 

ขณะเดียวกันสถานการณ์ในตลาดยังคงอยู่ในสภาวะตึงเครียดและวิตกกังวล แม้จะมีข่าวยกเลิกมาตรการดังกล่าวแล้วก็ตาม ทำให้ยังคงมีกระแสกดดันให้ทรัสส์ลาออก แม้ว่าเพิ่งจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 6 สัปดาห์ 

 

ขณะเดียวกันผลสำรวจความเห็นล่าสุดจาก YouGov พบว่า สมาชิกพรรคอนุรักษนิยมมากกว่าครึ่งเห็นควรให้นายกรัฐมนตรีทรัสส์ประกาศลาออก และราว 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า อดีตนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ควรกลับมารับตำแหน่งผู้นำประเทศอีกครั้ง หลังจากที่ถูกบีบให้ลาออกเพราะข่าวลือ

 

ขณะที่สมาชิกพรรคบางส่วนมองว่า การที่ผู้นำออกมายอมรับความผิดพลาดและเอ่ยปากขอโทษต่อสภานั้น สะท้อนเจตจำนงของนายกรัฐมนตรีทรัสส์ที่ยังคงต้องการจะสู้ต่อไป 

 

และวานนี้ (18 ตุลาคม) หนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มจะชะลอการขายพันธบัตรรัฐบาลมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษมากขึ้น หลังอังกฤษยกเลิกแผนลดภาษีครั้งใหญ่

 

ก่อนหน้านี้ BOE เพิ่งชะลอแผนการขายพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 8.38 แสนล้านปอนด์ (9.5490 แสนล้านดอลลาร์) จากเดิมที่มีกำหนดเริ่มต้นขายในวันที่ 6 ตุลาคม โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษปรับตัวแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติม 0.36% สู่ระดับ 1.1398 ดอลลาร์ โดยใกล้เคียงระดับสูงสุดของวันจันทร์ (17 ตุลาคม) ที่ 1.144 ดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 

 

การตัดสินใจของฝ่ายบริหารธนาคารกลางอังกฤษมีขึ้นหลังจากที่เหล่าผู้บริหารคาดการณ์ว่า ตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษจะประสบปัญหาอย่างมากจากแผนลดภาษีในช่วงนี้

 

ไมเคิล โอ’เลียรี ผู้บริหาร Ryanair สายการบินสัญชาติอังกฤษ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอังกฤษในขณะนี้ว่า เป็นอุบัติเหตุรุนแรง โดยมีต้นตอมาจากตัดสินใจของประเทศในการลงคะแนนเสียงให้ออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในปี 2016

 

ด้าน ทอร์สเต็น เบลล์ หัวหน้า Resolution Foundation ซึ่งเป็นหน่วยงานด้าน Think Tank บอกกับ BBC Radio ว่า รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทรัสส์อาจจำเป็นต้องหาทางลดการใช้จ่ายสาธารณะประมาณ 30 แห่ง ส่วนการที่ฮันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กล่าวว่า การสนับสนุนครัวเรือนและธุรกิจต่างๆ จะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนเมษายนก่อนที่จะมีการพิจารณาอีกครั้ง กำลังบอกพวกเราว่า ครอบครัวอังกฤษอาจต้องเผชิญกับค่าพลังงานที่สูงถึง 5,000 ปอนด์ในปีหน้า และปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดในเวลานี้คือปัญหาเงินเฟ้อ

 

อ้างอิง: 

The post ลิซ ทรัสส์ ‘ขอโทษ’ เหตุสั่นคลอนเสถียรภาพเศรษฐกิจ พร้อมรับแผนหั่นใช้จ่าย หวังรักษาดุลบัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด เจเรมี ฮันต์ ยันเดินหน้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบุนโยบายภาษีของนายกฯ นั้น ‘ไกลและเร็วไป’ https://thestandard.co/jeremy-hunt-uk-tax-cuts/ Sun, 16 Oct 2022 06:09:53 +0000 https://thestandard.co/?p=696060 เจเรมี ฮันต์

เจเรมี ฮันต์ (Jeremy Hunt) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง […]

The post รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด เจเรมี ฮันต์ ยันเดินหน้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบุนโยบายภาษีของนายกฯ นั้น ‘ไกลและเร็วไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเรมี ฮันต์

เจเรมี ฮันต์ (Jeremy Hunt) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของสหราชอาณาจักร กล่าวยอมรับเมื่อเร็วๆ นี้ว่า รัฐบาลของ ลิซ ทรัสส์ ดำเนินนโยบายด้านภาษีที่ไกลและเร็วเกินไป พร้อมกับระบุว่าในอนาคตอันใกล้ภาษีจะต้องเพิ่มขึ้น และจะต้องลดการใช้จ่ายเพื่อฟื้นเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือ

 

ถ้อยแถลงดังกล่าวของ​ฮันต์มีขึ้นเมื่อค่ำวันเสาร์ (15 ตุลาคมตามเวลาอังกฤษ) โดยเขากล่าวว่า รัฐบาลต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชน และต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนทั้งเรื่องการใช้จ่ายและจัดเก็บภาษี ขณะเดียวกันเขายังให้คำมั่นว่า “สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจของเราคือการปกป้องและช่วยเหลือครอบครัว ธุรกิจ และผู้คนที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“โฟกัสของผมอยู่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมีเสถียรภาพ” ฮันต์กล่าว และเสริมว่า “แรงผลักดันในการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นถูกต้องแล้ว เพียงแต่ไกลและเร็วเกินไป”

 

ทั้งนี้ ฮันต์ได้รับเลือกให้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเข้ารับตำแหน่งที่เร่งด่วน เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ลิซ ทรัสส์ ล้มเหลวในการสร้างความมั่นใจให้กับตลาดด้วยการกลับลำมาใช้นโยบายลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ตามมาด้วยการตัดสินใจปลด ควาซี ควาร์เต็ง (Kwasi Kwarteng) พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งที่เพิ่งอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 38 วัน 

 

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันเสาร์ (15 ตุลาคม) นั้น ฮันต์ได้เปิดเผยความคิดของเขาเองว่า การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถทำได้โดยการลดภาษี และแม้ว่าทรัสส์จะส่งต่อแนวนโยบายกับฮันต์ว่า จะไม่มีการกลับลำนโยบายลดภาษีอย่างที่ควาร์เต็งประกาศเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ดูเหมือนฮันต์จะมีแนวทางของตัวเองอยู่แล้ว โดยเมื่อวันเสาร์เขากล่าวกับสำนักข่าว BBC ว่า เขาจะซื่อสัตย์ต่อประเทศอย่างเต็มที่เกี่ยวกับวิกฤตนี้ และจะลดค่าใช้จ่ายตามที่จำเป็น

 

อย่างไรก็ตาม ฮันต์ปฏิเสธที่จะบอกว่าผลประโยชน์ของครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่า ส่วนตัวแล้วเขาค่อนข้างอ่อนไหวต่อประเด็นปากท้องของผู้คน โดยเฉพาะประชาชนฐานราก จึงไม่อาจให้พันธสัญญาใดๆ ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

 

อ้างอิง:

 

The post รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด เจเรมี ฮันต์ ยันเดินหน้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระบุนโยบายภาษีของนายกฯ นั้น ‘ไกลและเร็วไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไบเดน’ ปัดเศรษฐกิจโลกตกต่ำไม่ได้มาจากดอลลาร์แข็ง แต่มาจากนโยบายที่ผิดพลาดของประเทศอื่น โดยเฉพาะนโยบาย ‘ลิซ ทรัสส์’ https://thestandard.co/biden-us-dollars-strength/ Sun, 16 Oct 2022 05:24:43 +0000 https://thestandard.co/?p=696055 เศรษฐกิจโลก

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะขึ้น […]

The post ‘ไบเดน’ ปัดเศรษฐกิจโลกตกต่ำไม่ได้มาจากดอลลาร์แข็ง แต่มาจากนโยบายที่ผิดพลาดของประเทศอื่น โดยเฉพาะนโยบาย ‘ลิซ ทรัสส์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐกิจโลก

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะควบคุมเงินเฟ้อได้ ทำให้ดอลลาร์น่าจะแข็งค่าไปอีกระยะหนึ่ง ล่าสุด ‘โจ ไบเดน’ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ไม่ใช่สาเหตุที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจโลก แต่เป็นเพราะการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของประเทศอื่นๆ พร้อมกล่าวว่า แผนการลดภาษีของ ‘ลิซ ทรัสส์’ ผู้นำอังกฤษ คือตัวอย่างของนโยบายที่ผิดพลาด

 

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโทษการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในส่วนอื่นๆ ของโลก คือปัจจัยที่ลากเศรษฐกิจโลกให้ตกต่ำ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


“ผมไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการแข็งค่าของดอลลาร์ ผมกังวลเกี่ยวกับส่วนอื่นๆ ของโลก โดยปัญหาคือ การขาดการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนโยบายที่ดีในประเทศอื่นๆ” ไบเดนกล่าว

 

ความเห็นของไบเดนตรงข้ามกับผู้นำระดับสูงจากประเทศอื่นๆ ซึ่งแสดงความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการแข็งค่าของดอลลาร์อาจกระตุ้นเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจของตน หลังจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นประมาณ 15% ในปีนี้ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อในสหรัฐฯ

 

ไบเดนชี้นโยบายของทรัสส์ คือ ‘ความผิดพลาด’

 

แต่เนื่องจาก Fed เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง ไบเดนจึงพยายามโยนความผิดไปยังส่วนอื่นๆ ของโลก โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 ตุลาคม) ไบเดนได้วิพากษ์วิจารณ์แผนการลดภาษีของ ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในตลาด

 

“ไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดว่าสิ่งนี้เป็นความผิดพลาด ผมคิดว่าความคิดที่จะลดภาษีให้กับคนรวยมากๆ นั้น ผมไม่เห็นด้วย” ไบเดนกล่าว

 

นโยบายของทรัสส์ ซึ่งรวมถึงการลดหย่อนภาษี ได้ฉุดให้เงินปอนด์อ่อนค่าอย่างหนัก และบีบบังคับให้ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (BoE) เข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตร หลังเผชิญแรงเทขายจนอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ 

 

ความวุ่นวายดังกล่าวได้คืบคลานเข้าสู่ตลาดโลกด้วย เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงค้นหาสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ที่แข็งค่ายังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศยากจนที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร เมื่อรวมกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในหลายประเทศ และภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่แพงขึ้น ทำให้อำนาจในการชำระค่าสินค้าของประเทศเหล่านั้นแย่ลง และทำให้วิกฤตอาหารโลกรุนแรงขึ้นไปอีก

 

ความคิดเห็นของไบเดนยังตรงข้ามกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยกดดัน Fed โดยบอกว่า ตนไม่ต้องการให้ดอลลาร์ที่แข็งค่าขัดขวางการค้ากับประเทศอื่น ขณะที่ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีสหรัฐคนก่อนๆ ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมามักเว้นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสกุลเงิน

 

ด้าน เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ว่า การต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อถือเป็นความสำคัญสูงสุดของฝ่ายบริหาร พร้อมย้ำว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดโดยตลาด (Market-Determined Exchange Rates) เป็นระบอบที่ดีที่สุดสำหรับดอลลาร์

 

อ้างอิง:

The post ‘ไบเดน’ ปัดเศรษฐกิจโลกตกต่ำไม่ได้มาจากดอลลาร์แข็ง แต่มาจากนโยบายที่ผิดพลาดของประเทศอื่น โดยเฉพาะนโยบาย ‘ลิซ ทรัสส์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก เจเรมี ฮันต์ อดีตผู้ชิงเก้าอี้นายกฯ สู่ รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด ท่ามกลางความท้าทาย Perfect Storm https://thestandard.co/jeremy-hunt/ Sat, 15 Oct 2022 05:19:52 +0000 https://thestandard.co/?p=695867 เจเรมี ฮันต์

รู้จัก เจเรมี ฮันต์ อดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหร […]

The post รู้จัก เจเรมี ฮันต์ อดีตผู้ชิงเก้าอี้นายกฯ สู่ รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด ท่ามกลางความท้าทาย Perfect Storm appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจเรมี ฮันต์

รู้จัก เจเรมี ฮันต์ อดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร สู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนที่ 4 ในรอบหลายเดือน ขวัญใจสมาชิกพรรคอนุรักษนิยม และผู้ที่ ลิซ ทรัสส์ คาดว่าจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเก้าอี้นายกฯ ของเธอได้ ท่ามกลางการเรียกร้องให้ทรัสส์ลงจากตำแหน่ง หลังจากเป็นผู้นำประเทศได้ไม่ถึง 2 เดือน

 

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ควาซี ควาร์เต็ง นับเป็นรัฐมนตรีคลังรายแรกๆ ที่ต้องเซ่นสังเวยการดำเนินนโยบายผิดพลาด ท่ามกลางมรสุม Perfect Storm ถือเป็นการตอกย้ำคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ว่า การดำเนินนโยบายการคลังในยุคนี้ควรสอดรับกับนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ที่กำลังมุ่งลดปริมาณเงินในระบบเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เมื่อวานนี้ (14 ตุลาคม) ควาซี ควาร์เต็ง รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่เขาประกาศมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่เมื่อเดือนกันยายน จนสร้างความปั่นป่วนในตลาดการเงิน ส่งผลให้เงินปอนด์ดิ่งลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เทียบดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนแห่เทขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของรัฐบาล

 

ทั้งนี้ ควาร์เต็งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังอังกฤษได้เพียง 38 วัน นับเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ

 

รู้จัก ‘เจเรมี ฮันต์’ รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด

 

เจเรมี ฮันต์ ถือเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ยาวนานคนหนึ่ง และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญหลายครั้ง เริ่มจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในช่วงปี 2010-2012 ภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน

 

ก่อนจะกลายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกฯ 2 คน ได้แก่ เดวิด คาเมรอน และ เทเรซา เมย์ ก่อนที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในช่วงปี 2018-2019

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากการลาออกของเมย์ ฮันต์ประสบความล้มเหลวในการรับเลือกเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยม โดยพ่ายแพ้ให้แก่ บอริส จอห์นสัน ในปี 2019 จากนั้นฮันต์จึงลดบทบาทของตัวเองไปพักหนึ่ง

 

โดยหลังความพ่ายแพ้ฮันต์เคยกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าสำหรับผม โอกาสเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และผมมีมันแล้วในปี 2019” คำพูดดังกล่าวดูเหมือนว่าฮันต์จะยอมรับว่าความทะเยอทะยานของเขาที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของการเมืองได้สิ้นสุดลงแล้ว

 

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฮันต์ยังสนับสนุน ริชิ ซูนัค ในการชิงตำแหน่งผู้นำพรรค และเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอังกฤษกับทรัสส์ จุดนี้ทำให้ฮันต์ถูกมองข้ามอีกครั้ง ในยามที่ทรัสส์คัดเลือกทีมรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงจากผู้ใกล้ชิดและผู้ที่สนับสนุนเธอ

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทรัสส์ได้เลือกฮันต์ให้เป็นรัฐมนตรีคลังคนที่ 4 ของสหราชอาณาจักรภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน โดยความรับผิดชอบหลักของฮันต์ตอนนี้คงจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตลาด หลังจากแผนเศรษฐกิจของควาร์เต็งก่อนหน้านี้ก่อให้เกิดความวุ่นวายในตลาด

 

การแต่งตั้งฮันต์ของทรัสส์ครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะลดแรงกดดันภายในพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งมีหลายคนได้แสดงความไม่พอใจกับผลงานของเธออย่างมาก ขณะที่ผลโพลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน มีคะแนนนำพรรคอนุรักษนิยมไป 30 คะแนนแล้ว

 

สมาชิกสภา ‘รักและเคารพ?’

 

เบอร์นาร์ด เจนกิน ส.ส. จากพรรคอนุรักษนิยม กล่าวบนทวิตเตอร์ว่า “การแต่งตั้งฮันต์เป็นนายกรัฐมนตรีดูจะเป็นทางเลือกที่ฉลาด เพราะเขาได้รับความไว้วางใจและเป็นที่เคารพทั่วทั้งรัฐสภา แต่ตอนนี้เราต้องใจเย็น การพูดถึงการถอดนายกฯ หรือเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไป จะไม่ทำให้ตลาดการเงินสงบลง”

 

ขณะที่ทรัสส์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ฮันต์เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาที่มีประสบการณ์และเป็นที่เคารพอย่างกว้างขวางที่สุด และฮันต์จะแบ่งปันความเชื่อมั่นและความทะเยอทะยานของดิฉันที่มีต่อประเทศของเรา”

 

แผนหั่นภาษีจะอยู่ต่อไปหรือไม่?

 

ฮันต์มีประวัติในการสนับสนุนนโยบายลดหย่อนภาษี และทรัสส์ก็กล่าวว่า เธอมองว่าฮันต์เป็นคนที่มีเป้าหมายเดียวกันกับเธอในการสร้างเศรษฐกิจที่มีการเติบโตสูงและเก็บภาษีต่ำ

 

คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทรัสส์ประกาศว่าเธอจะเก็บภาษีนิติบุคคลของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นตามแผนที่วางไว้ แต่ยกเลิกแผนการที่จะเก็บภาษีที่อัตรา 19% หลังจากได้รับการตอบสนองของตลาดในเชิงลบ

 

โดยย้อนกลับไปขณะที่ฮันต์ชิงตำแหน่งผู้นำพรรค ฮันต์เคยให้คำมั่นที่จะลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 15% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอังกฤษที่ซบเซา และยกเลิกการเก็บภาษีในอัตราธุรกิจ (Business Rates)

 

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทรัสส์กล่าวว่า เธอจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการลดภาษีเงินได้ แต่ฮันต์กล่าวว่า แผนการดังกล่าวยังรอได้ นอกจากนี้ เขายังสัญญาว่าจะเดินหน้าแผนการขึ้นภาษีเงินเดือน เพื่อเป็นทุนการใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นมาตรการที่ทรัสส์จะยกเลิก

 

ด้านนักวิจารณ์หลายคนมองว่าฮันต์คงจะยังประสบปัญหาเดียวกันกับ รมว.คลังคนก่อน นั่นคือ วิธีสร้างสมดุลระหว่างการลดภาษีหลายพันล้านปอนด์ไปพร้อมๆ กับการรักษาการใช้จ่ายของภาครัฐ

 

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kobsak Pootrakool ว่า ควาร์เต็งนับเป็นรัฐมนตรีคลังรายแรกๆ ที่ต้องเซ่นสังเวยนโยบายผิดพลาด ท่ามกลางมรสุม Perfect Storm และผู้นำอังกฤษได้ส่งสัญญาณให้แก่ตลาดแล้วว่า การดำเนินนโยบายการคลังด้วยการลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย ขณะที่ธนาคารกลางกำลังพยายามลดอัตราเงินเฟ้อ กำลังสิ้นสุด

 

“ท่านนายกรัฐมนตรีอังกฤษคงได้คิดแล้วว่า การจะต่อมาตรการโดยไม่จัดการกับต้นตอของปัญหาอาจจะไม่ใช่ทางออก ปัญหาอาจไม่จบ และจะเสียหายกันไปยิ่งกว่านี้ สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมเสียสละท่านรัฐมนตรีคลัง (หลังจากอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 38 วัน) ยอมสละแขน เพื่อรักษาชีวิต เพื่อจะได้ Set Zero ความผิดพลาด เริ่มต้นใหม่ ส่งสัญญาณกับตลาดว่า นโยบาย ‘โลกสวย’ ลดภาษี ช่วงแบงก์ชาติอังกฤษสู้ศึกเงินเฟ้อ ได้จากไปเรียบร้อยแล้ว” กอบศักดิ์กล่าว

 

อ้างอิง:

The post รู้จัก เจเรมี ฮันต์ อดีตผู้ชิงเก้าอี้นายกฯ สู่ รมว.คลังอังกฤษคนล่าสุด ท่ามกลางความท้าทาย Perfect Storm appeared first on THE STANDARD.

]]>
Deutsche Bank ชี้สหราชอาณาจักรเสี่ยงเผชิญ ‘วิกฤตเงินปอนด์’ เพิ่มขึ้น หลัง Liz Truss ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี https://thestandard.co/pound-crisis/ Wed, 07 Sep 2022 01:12:48 +0000 https://thestandard.co/?p=677340 Liz Truss

Deutsche Bank ชี้ความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตเงินปอนด์ แ […]

The post Deutsche Bank ชี้สหราชอาณาจักรเสี่ยงเผชิญ ‘วิกฤตเงินปอนด์’ เพิ่มขึ้น หลัง Liz Truss ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Liz Truss

Deutsche Bank ชี้ความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตเงินปอนด์ และการขาดดุลการชำระเงินกำลังเพิ่มขึ้น หลัง Liz Truss ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เนื่องจาก ผู้นำคนใหม่ของอังกฤษเคยแนะนำให้ยกเลิกพิธีสารว่าด้วยไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Protocol) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลง Post-Brexit ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนมากขึ้น จะทำให้ภาพเศรษฐกิจมหภาคและความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง 

 

หลายฝ่ายพากันจับตาการประกาศนโยบายของ Liz Truss นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากนโยบายของผู้นำหญิงคนใหม่นี้จะมีความสำคัญอย่างมาก หากสหราชอาณาจักรต้องการหลีกเลี่ยงวิกฤตทางเศรษฐกิจมหภาคที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตขาดดุลการชำระเงิน 

 

หลังจาก Liz Truss เอาชนะ Rishi Sunak ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำของพรรคอนุรักษนิยมต่อจาก Boris Johnson เงินปอนด์ก็แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 กันยายน) โดยซื้อขายอยู่ที่ต่ำกว่า 1.15 ดอลลาร์ต่อปอนด์ อย่างไรก็ตาม Shreyas Gopal นักกลยุทธ์ FX จาก Deutsche Bank เตือนว่า ทุกฝ่ายไม่ควรมองข้ามความเป็นไปได้ที่จะเกิด ‘วิกฤตเงินปอนด์สเตอร์ลิง’

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

โดย Deutsche Bank ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ด้วยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เงินปอนด์จึงต้องการเงินทุนไหลเข้าจำนวนมาก ซึ่งต้องมาจากการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นนักลงทุน และคาดการณ์เงินเฟ้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม Deutsche Bank มองว่า เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญสิ่งที่ตรงกันข้าม

 

ปัจจุบันสหราชอาณาจักรกำลังได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในกลุ่ม G10 และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การใช้นโยบายทางการคลังแบบขยายตัวอย่างไร้เป้าหมาย และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอังกฤษจะเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบาย ซึ่งอาจทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น จนในที่สุดอาจนำไปสู่ Fiscal Dominance ซึ่งเป็นภาวะที่ประเทศมีหนี้รัฐบาลสูง แต่ธนาคารกลางต้องคงเป้าหมายทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลล้มละลาย ซึ่งอาจทำให้ประเทศไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจอื่นๆ ได้ เช่น เงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการจ้างงาน เป็นต้น

 

โดยระหว่างการหาเสียง Liz Truss เคยกล่าวโทษธนาคารกลางที่ปล่อยให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี และมีรายงานว่า กำลังพิจารณาทบทวนอำนาจของธนาคารกลาง

 

นอกจากนี้ Liz Truss ยังเคยแนะนำให้ยกเลิกพิธีสารว่าด้วยไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Protocol) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลง Post-Brexit ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกระตุ้นให้มีการตอบโต้จากสหภาพยุโรป ทำให้ Shreyas Gopal มองว่า นโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนมากขึ้นจะทำให้ภาพเศรษฐกิจมหภาค และความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง 

 

Deutsche Bank ประมาณการว่า เงินปอนด์ที่ถ่วงน้ำหนักการค้า (Trade-Weighted Sterling) ซึ่งเป็นตัวชี้มูลค่าของเงินปอนด์เทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ อาจอ่อนค่าลงอีก 15% เพื่อทำให้การขาดดุลของสหราชอาณาจักรกลับสู่ค่าเฉลี่ย 10 ปี

 

Shreyas Gopal กล่าวอีกว่า แม้ว่าวิกฤตดุลการชำระเงินอาจฟังดูรุนแรง แต่สหราชอาณาจักรก็เคยเผชิญวิกฤตนี้มาก่อน จากการใช้จ่ายเงินคลังเชิงรุก วิกฤตด้านราคาพลังงาน และการอ่อนค่าของสเตอร์ลิง ส่งผลให้ในท้ายที่สุดสหราชอาณาจักรต้องขอเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 และแม้วันนี้ สหราชอาณาจักรยังคงรักษาแนวป้องกันหลักบางประการได้ อย่างไรก็ตาม Deutsche Bank ยังกังวลว่า ความเสี่ยงดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Deutsche Bank ชี้สหราชอาณาจักรเสี่ยงเผชิญ ‘วิกฤตเงินปอนด์’ เพิ่มขึ้น หลัง Liz Truss ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนรู้จัก ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของอังกฤษ จากผู้ต่อต้าน Thatcher สู่แกนนำพรรคอนุรักษ์นิยม https://thestandard.co/liz-truss/ Tue, 06 Sep 2022 08:10:22 +0000 https://thestandard.co/?p=677042 Liz Truss

นักวิเคราะห์พากันมองว่า ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) นายกรัฐม […]

The post ชวนรู้จัก ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของอังกฤษ จากผู้ต่อต้าน Thatcher สู่แกนนำพรรคอนุรักษ์นิยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Liz Truss

นักวิเคราะห์พากันมองว่า ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรและผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมเอียงขวาคนล่าสุด คือผู้สนับสนุนแนวคิด Reaganomics หรือแนวนโยบายเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งมุ่งตัดทอนรายจ่ายภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการคลังไปจนถึงลดภาษี เพื่อวิเคราะห์แนวทางการทำงาน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะว่าให้ย้อนดูประวัติการเมืองที่ผ่านมา รวมถึงนโยบายทางเศรษฐกิจระหว่างการหาเสียง ว่าเป็นอย่างไร

 

เมื่อ ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ หลังประสบชัยชนะในการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษเมื่อวานนี้ (5 กันยายน) ซึ่งผู้ชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษโดยอัตโนมัติ เนื่องจากทางพรรคครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


โดยรายงานระบุว่า ทางพรรคลงคะแนนให้ทรัสส์ที่ 57% ขณะที่โหวตให้คู่แข่งอย่าง ริชิ ซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลังอังกฤษที่ 42%

 

การชนะการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้ทรัสส์กลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของอังกฤษ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของอังกฤษในรอบ 6 ปี โดยทรัสส์จะเป็นนายกรัฐมนตรีจนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมกราคม 2025

 

นักวิเคราะห์มองว่า ทรัสส์คงมีเวลาอิ่มเอมกับชัยชนะไม่นานนัก เพราะมีปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องเร่งจัดการ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตค่าครองชีพในสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางคาดการณ์ที่ว่าราคาพลังงานเตรียมจะสูงขึ้นอีก

 

ย้อนดูประวัติการเมืองของ ลิซ ทรัสส์

แม้ว่าทรัสส์ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคอนุรักษ์นิยม แต่เธอกลับเกิดมาในครอบครัวฝ่ายซ้าย โดยพ่อของเธอเป็นศาสตราจารย์วิชาคณิตศาสตร์ และแม่เป็นพยาบาลที่มีความกระตือรือร้นต่อประเด็นทางสังคมและการเมือง เห็นได้จากการที่พาลูกสาวไปเดินขบวนสนับสนุนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 พร้อมร้องเพลงต่อต้าน มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษและอดีตผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม

 

นอกจากนี้ ช่วงวัยสาวของทรัสส์ เธอยังเป็นสมาชิกของพรรคกลางซ้ายอย่าง Liberal Democrats อีกด้วย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสนับสนุนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ในการประชุมพรรค

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกปลูกฝังแนวคิดฝ่ายซ้ายมาตั้งแต่เด็ก แต่หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาหลักสูตรปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ที่ออกซ์ฟอร์ด ทรัสส์กลับย้ายไปอยู่ที่พรรคอนุรักษ์นิยม พร้อมเดินหน้าทุ่มเทตัวเองสู่เส้นทางการเมือง แม้ล้มเหลวถึง 2 ครั้งในการเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาฝ่ายอนุรักษ์นิยม

 

แต่ในที่สุดในปี 2010 ทรัสส์ก็ประสบความสำเร็จในการเป็น ส.ส. ของเซาท์เวสต์นอร์โฟล์ก ซึ่งยังคงเป็นเขตเลือกตั้งของเธออยู่จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกประการหนึ่งในการไปถึงตำแหน่งนั้น เมื่อนักเคลื่อนไหวในพรรคท้องถิ่นพยายามจะยกเลิกการเลือกตั้ง เนื่องจากทรัสส์มีเรื่องอื้อฉาวเชิงชู้สาวในปี 2006 กับ ส.ส. ที่แต่งงานแล้ว แต่ก็รอดพ้นมาได้ เพราะทรัสส์ออกมาเปิดเผยชีวิตแต่งงานของตนเองกับสามีที่ยังรักใคร่กันดี และมีลูกสาววัยรุ่นเป็นโซ่ทองคล้องใจถึง 2 คน

 

หน้าที่การงานของทรัสส์เริ่มโดดเด่นในยุคอดีตนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ที่ เจ้าตัวได้ทำหน้าที่เป็นรองรัฐมตรีด้านการดูแลเด็กและการศึกษาในปี 2012 จากนั้นเป็นรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมในอีก 2 ปีต่อมา

 

ก่อนการลงประชามติเกี่ยวกับการถอนตัว หรือเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อในปี 2016 ทรัสส์ได้รณรงค์ให้สหราชอาณาจักร ‘อยู่ต่อ’ แต่ภายหลังทรัสส์กล่าวว่า เธอรู้สึกเสียใจกับจุดยืนดังกล่าวและสนับสนุนการถอนตัว (Brexit) ในรัฐบาลของบอริส จอห์นสัน เธอได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ และต่อมาจนถึงตอนนี้ก็ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ

 

แนวคิดด้านเศรษฐกิจของ ลิซ ทรัสส์

หลายฝ่ายมองว่า ทรัสส์เป็นแฟนตัวยงของ ‘Reaganomics’ หรือแนวนโยบายเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนของสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่เน้นการลดภาษี และลดกฎข้อบังคับทางราชการ (Deregulation) รวมถึงลดการใช้จ่ายของภาครัฐ และควบคุมปริมาณเงินอย่างเข้มงวด (Supply of Money)

 

ก่อนหน้านี้ เคยมีรายงานว่า ทรัสส์เข้าเยี่ยมชมสถาบันคลังสมองฝ่ายอนุรักษ์นิยมในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2018 เพื่อหารือเกี่ยวกับการผ่อนคลายการกำกับควบคุมและการลดภาษี ตามรอยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อดูว่าสหราชอาณาจักรจะสามารถเรียนรู้จากนโยบายเหล่านั้นได้หรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม สถาบันคลังสมองต่างๆ รวมถึง Heritage Foundation and American Enterprise Institute ไม่ได้ยืนยันกับ CNBC ว่าการประชุมดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริง

 

กระนั้น ลิซ ทรัสส์ ได้ยืนยันกับ CNBC ว่าเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2018 เธอได้เข้าร่วมการประชุมหลายครั้งในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการประชุมร่วมกับ American Legislative Exchange Council เพื่อหารือเกี่ยวกับ ‘เศรษฐศาสตร์ระดับรัฐ’ และเข้าร่วมโต๊ะกลม 2 โต๊ะ ได้แก่ Americans for Tax Reform เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษี และ Heritage Foundation Regulatory Reform

 

ระหว่างที่ทรัสส์ทำงานที่กระทรวงการคลัง เธอเคยต่อต้านระบบราชการและการแทรกแซงของรัฐในชีวิตของผู้คน เช่นเดียวกับการต่อต้านการใช้จ่ายของรัฐบาลที่สูงขึ้น โดยกล่าวว่านั่นหมายถึงการใช้ภาษีที่สูงขึ้น

 

นอกจากนี้ระหว่างการหาเสียงเธอให้คำมั่นว่าจะลดหย่อนภาษี รวมถึงการลดอัตราภาษีประกันภัยแห่งชาติเช่นกัน โดยสัญญาว่าจะไม่มีการขึ้นภาษีใหม่ และไม่มีการแบ่งสันปันส่วนพลังงาน (Energy Rationing)

 

โดยเธอยังมองว่า นอกจากลดการใช้จ่ายภาครัฐลงแล้ว สหราชอาณาจักรสามารถหารายได้เพิ่มจากการออกหนี้และขยายระยะเวลาครบกำหนดของพันธบัตรรัฐบาล

 

ทรัสส์ยังกระตือรือร้นที่จะแสดงให้เป็นมิตรกับธุรกิจ โดยให้สัญญาว่าจะยกเลิกการขึ้นภาษีนิติบุคคลที่วางแผนไว้จาก 19% เป็น 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2566

 

แนวทางจัดการปัญหาค่าไฟพุ่ง

โดยในการให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 กันยายน) ทรัสส์กล่าวว่า เธอจะประกาศแผนการจัดการกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของสหราชอาณาจักรภายใน 1 สัปดาห์หลังจากเข้ารับตำแหน่ง แม้ว่าเธอจะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ทรัสส์เปิดเผยว่า จะเสนองบประมาณฉุกเฉินในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรับตำแหน่ง เพื่อให้แน่ใจว่าการสนับสนุนจะดำเนินต่อไป

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับการปรับตัวสูงขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานโดยเฉลี่ยราว 80% ทำให้มีรายงานว่า รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของทรัสส์เตรียมจะประกาศนโยบายตรึงเพดานราคาค่าพลังงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน

 

นอกจากนี้ เธอได้ประกาศไปแล้วว่าเธอจะระงับการเก็บภาษีสีเขียวสำหรับค่าพลังงานชั่วคราว แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเธอจะต้องขุดลึกลงไปอีกเพื่อจัดการกับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นกับค่าพลังงานของอังกฤษที่คาดว่าจะสูงถึง 4,000 ดอลลาร์ต่อปีต่อครัวเรือนในปี 2566 หากไม่มีการดำเนินการ

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ชวนรู้จัก ลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของอังกฤษ จากผู้ต่อต้าน Thatcher สู่แกนนำพรรคอนุรักษ์นิยม appeared first on THE STANDARD.

]]>