LIFE | LIVING – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 17 Jan 2026 01:59:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 รู้จัก MRKREME ผ่าน THE FLUFFY GALAXY จักรวาลอาร์ตทอยเรโทรที่เริ่มจากตัวตนศิลปิน https://thestandard.co/life/mrkreme-the-fluffy-galaxy-art-exhibition-bangkok/ Sat, 17 Jan 2026 01:59:29 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1166145 mrkreme-the-fluffy-galaxy-art-exhibition-bangkok

กาแล็กซีย้อนยุคอุบัติขึ้นแล้ว …    ว่าแ […]

The post รู้จัก MRKREME ผ่าน THE FLUFFY GALAXY จักรวาลอาร์ตทอยเรโทรที่เริ่มจากตัวตนศิลปิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
mrkreme-the-fluffy-galaxy-art-exhibition-bangkok

กาแล็กซีย้อนยุคอุบัติขึ้นแล้ว … 

 

ว่าแล้วก็อยากจะชวนทุกคนขึ้นยานอวกาศพุ่งทะยานสู่จักรวาล MRKREME: THE FLUFFY GALAXY บุกตะลุยท่องนิทรรศการศิลปะสไตล์ Art Experience หลากหลายรูปแบบที่จับธีมเรโทรมายำรวมกับธีมจักวาลแห่งอนาคตได้อย่างสนุกสนานลงตัว แน่นอนว่าศิลปินเจ้าภาพในครั้งนี้ก็คือ MRKREME หรือ แอนดี้-วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ อาร์ตทอยอาร์ตทิสต์ชาวไทย-ฮ่องกงชื่อดังที่กำลังไปได้สวยในเวทีสากล โดยงานนี้เขายังได้ชวนผองเพื่อนปุกปุยทั้ง Mushkin, Corkin และ Rosado จากจักรวาล KOOKY WORLD มาร่วมขับยานอวกาศโลดแล่นไปในโลกแห่งจินตนาการครั้งนี้ด้วย กาแล็กซีอุบัติใหม่คราวนี้จะมีแรงดึงดูดเราสักแค่ไหนลองตามไปดูกัน

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

ทำไมถึงจับสองธีมที่ดูเหมือนคนละทิศคนละทางแต่มายำรวมกันได้สนุกสนานจนน่าสนใจ

 

แอนดี้: มันเริ่มต้นจากช่วงตามหาโลเคชันสำหรับจัดนิทรรศการครับ พอดีตอนมาเดินสำรวจที่นี่แล้วเราชอบอุโมงค์ตรงทางเชื่อมระหว่าง Central Embassy กับ Central Chidlom มาก ตอนเดินผ่านอยู่ดี ๆ ก็นึกว่าอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับ Time Machine จัง อยากจะเล่นกับมูฟเมนท์การขึ้นลงของบันไดเลื่อน แล้วก็อยากให้จุดนี้เป็นไฮไลท์หลักของงานด้วย

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

จากนั้นก็เลยพัฒนาไอเดียต่อจนกลายมาเป็นธีมกาแล็กซี ส่วนในเรื่องย้อนยุคถ้าใครตามผมก็จะรู้ว่าเราชอบอะไรที่เกี่ยวกับสไตล์เรโทร กลิ่นอายยุค 80-90 อยู่แล้ว รู้สึกว่ามันเป็นยุคที่มีเสน่ห์มาก แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์งานตลอดจนสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ของเราด้วย ด้วยความที่อินยุคนี้เป็นทุนเดิมและมันสะท้อนความเป็นตัวเราได้ดีด้วยก็เลยเอากลิ่นอายเรโทรเข้ามาผสมผสานกับไอเดียจักวาลจนเกิดเป็นธีม THE FLUFFY GALAXY นี้ขึ้นมาครับ

 

มีอะไรเป็นแรงดึงดูดใจที่อยากนำเสนอบ้าง

 

แอนดี้: ด้วยความที่อยากให้งานเป็นสไตล์ Art Experience ชวนมาสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ภายในงานก็เลยมีจุดให้สนุกมากมายหลากหลายรูปแบบมาก อย่างไฮไลท์ที่อยากนำเสนออันดับแรกเลยก็คือ THE FLUFFY WORMHOLE อุโมงค์รูหนอนทะลุมิติ (อุโมงค์ทางเชื่อมบริเวณชั้น 2) ที่นำคาแรกเตอร์ต่าง ๆ ของผมมาตกแต่งแนวสตรีทอาร์ทสีสันสดใสล้ำอนาคตเพื่อบอกเล่าเรื่องราวธีมงาน และเป็นเสมือนประตูเคลื่อนย้ายเวลานำเราเข้าสู่กาแล็กซีนี้ 

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

ต่อมาก็คือโถงโซน Art Tower (บริเวณ OPEN HOUSE ชั้น 6) ที่ด้านบนเป็นจุดจอดยานโดยทำเป็นประติมากรรมหัว Mushkin ยักษ์ในดีไซน์เดียวกับ Art Toy หลักของงานนี้ แล้วจุดนี้ยังเป็นเสมือนแลนด์มาร์กหลักของงานด้วยครับ ส่วนใต้ฐาน Art Tower นั้นก็จะเป็น UFO STATION & MERCH POP-UP ร้านจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์สุดพิเศษรวมถึง Art Toy คอลเลกชัน THE FLUFFY WORMHOLE ที่ดีไซน์เพื่องานนี้โดยเฉพาะด้วย นอกจากนี้บริเวณด้านข้างยังเป็นโซน PIXEL GALAXY ARCADE ที่ปลุกให้ตู้เกมยุคเก่ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง แถมเกมแต่ละตู้ยังสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นพิเศษด้วยการนำคาแรกเตอร์จาก KOOKY WORLD มาครีเอทให้กลายเป็นเกมต่าง ๆ ในสไตล์ดิจิตอลอาร์ต 8-bit ที่เล่นได้จริงด้วย รวมถึงการทำดนตรีประกอบเกมสไตล์ยุค 80 ขึ้นใหม่ เป็นความสนุกย้อนยุคที่แนะนำให้ทุกคนมาลองเล่นดูครับ

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดก็คือโซน Book Tower (บริเวณ OPEN HOUSE ชั้น 6) ครับ เป็นการแปลงโฉมชั้นวางหนังสือให้กลายเป็นโชว์เคสจักรวาล KOOKY WORLD กลิ่นอาย Nostalgic ย้อนวันวาน ซึ่งตรงนี้จะจัดวาง Lightbox ดีไซน์พิเศษสไตล์ดิจิตอลอาร์ต 8-bit สีสันสดใสผสมผสานกับตุ๊กตามอนสเตอร์ขนปุยหลากหลายดีไซน์ ตรงนี้เราอยากทำให้มันเหมือนเป็นการจัดชั้นหนังสือของเราที่บ้านที่สามารถตกแต่งได้สนุกตามใจ แล้วใต้ Book Tower ยังเป็น COSMIC APEX & SECRET LAB ฐานปฏิบัติการลับสำหรับนักสะสมสุดพิเศษที่มีสิทธิ์เข้าไปลุ้นหมุนวงล้อเพื่อเป็นเจ้าของ Art Toy ลิมิเต็ดอิดิชันสุดแรร์ที่มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้น 

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

จริง ๆ อยากจะบอกว่าที่เล่ามานี้แค่น้ำจิ้มส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ เพราะในงานยังมีอะไรน่าสนใจอีกมากมาย รวมถึงโซน ASTROFUR MARKET & GASHAPON CORNER ที่ผมชวนเพื่อน ๆ ครีเอเตอร์และศิลปินรุ่นใหม่หลายคนมาร่วมออกบูทสร้างสีสันบรรยากาศแบบอาร์ตมาร์เก็ตเล็ก ๆ กันด้วย อยากให้ลองแวะมากันดูครับ 

 

แนะนำอาร์ตทอยสุดพิเศษที่สร้างสรรค์เพื่องานนี้โดยเฉพาะให้เรารู้จักหน่อย

 

แอนดี้: ความพิเศษในงานนี้ก็คือ Art Toy คอลเลกชัน THE FLUFFY GALAXY ทั้ง 3 แบบที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะครับ ด้วยธีมอวกาศบวกกับสไตล์เรโทรก็เลยดีไซน์ให้คาแรกเตอร์แต่ละตัวกำลังนั่งอยู่บน UFO ยานอวกาศแบบย้อนยุค

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

แล้วด้วยเอกลักษณ์งานผมที่เป็นสไตล์ Pop Surrealism ก็เลยออกแบบให้มีสีสันสดใสมากมายหลายแบบ นอกจากนี้ฟิกเกอร์ทั้งสามตัวก็ยังใช้เป็น Key Visual หลักในการโปรโมทงานด้วย รวมถึงการตกแต่งดีเทลกราฟิกตามสถานที่ต่าง ๆ แล้ว Art Toy คอลเลกชันนี้ก็เปิดตัวครั้งแรกที่นี่และจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้นด้วยครับซึ่งจะมีทั้งเวอร์ชัน Special Edition และเวอร์ชัน Limited Edition ให้ได้เลือกสะสมกัน 

 

เคล็ดลับในการผลักดันให้อาร์ตทอยประสบความสำเร็จคืออะไร

 

แอนดี้: ถ้ามองในแง่ศิลปินผมมองว่ามันต้องเริ่มจากความต้องการของตัวเราก่อน รู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร ชอบอะไร แล้วก็อยากทำงานออกมาแนวไหน อยากจะพัฒนางานไปในทิศทางใด คือต้นทางมันต้องมาจากตัวคุณจริง ๆ ซึ่งถ้ามันมาจากจุดนี้มันจะพัฒนาต่อยอดได้ไม่ยากอยู่แล้ว

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

ตรงกันข้ามถ้าคุณไปเอาปลายทางมาจากคนอื่นการจะพัฒนางานของคุณมันก็จะยาก เพราะคุณจะไม่เข้าใจมันเลย แล้วสุดท้ายงานที่ออกมาก็จะไม่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สไตล์ซ้ำกับคนอื่น ไม่ได้สะท้อนถึงตัวตนคุณเลย ตรงนี้มันอาจทำให้งานเราไม่มีเสน่ห์และไม่น่าสนใจไปเลย ผมว่าความซื่อสัตย์กับตัวเองเป็นหัวใจสำคัญ แล้วนี่คือสิ่งที่จะทำให้งานเรามีความ Authenticity ที่มีความเป็นออริจินอลและไม่เหมือนใคร แล้วถ้ามุ่งมั่นตั้งใจจริง ๆ ความสำเร็จจะตามมาเอง

 

จักรวาลของอาร์ตทอยยังคงกว้างไกล ถึงแม้จะมีดาวฤกษ์เจิดจรัสมากมายแต่ก็ยังคงมีพื้นที่ให้ดาวดวงใหม่เปล่งประกายได้เสมอ สำหรับจักรวาลงาน MRKREME: THE FLUFFY GALAXY นี้เป็นการร่วมกันสร้างสรรค์ระหว่าง MRKREME จับมือกับ ARTXP และ OPEN HOUSE (Central Embassy) ได้อย่างน่าสนใจและมีแรงดึงดูดทรงพลังทีเดียว

 

บรรยากาศนิทรรศการศิลปะ MRKREME THE FLUFFY GALAXY และเหล่าคาแรกเตอร์ปุกปุย

 

ใครที่ชื่นชอบผลงานของ MRKREME และเป็นแฟนตัวยงของผองเพื่อนมอนสเตอร์แก๊งขนปุยจากจักรวาล KOOKY WORLD แนะนำว่าห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาดเลย สำหรับใครที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ Art Experience สุดพิเศษไม่เหมือนใครนี้ก็สามารถแวะไปเช็คอินงาน MRKREME: THE FLUFFY GALAXY กันได้ที่ Central Embassy ทั้งในโซนของอุโมงค์ทะลุมิติที่บริเวณทางเชื่อมชั้น 2 และโซนอีเวนท์หลักบริเวณ OPEN HOUSE ชั้น 6 ตั้งแต่วันนี้ – 1 มี.ค. 2569 นี้เท่านั้น

 

เรื่อง:  ธารา ราชกิจ

The post รู้จัก MRKREME ผ่าน THE FLUFFY GALAXY จักรวาลอาร์ตทอยเรโทรที่เริ่มจากตัวตนศิลปิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต https://thestandard.co/life/dear-my-toy/ Fri, 16 Jan 2026 04:52:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1165912 ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับ ความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต

ยังจำของเล่นชิ้นโปรดของคุณกันได้อยู่หรือเปล่า   เด […]

The post ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับ ความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต

ยังจำของเล่นชิ้นโปรดของคุณกันได้อยู่หรือเปล่า

 

เด็กกับของเล่นมักเป็นของคู่กัน แล้วเมื่อสิ่งนั้นกลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดก็ย่อมต้องมีเรื่องราวตลอดความทรงจำอยู่เบื้องหลังเสมอ ในวันที่เราเติบโตขึ้นหลายคนอาจหลงลืมของเล่นชิ้นโปรดของตัวเองไปแล้ว บางคนอาจจะเก็บใส่กล่องมิดชิดซ่อนอยู่ในห้องเก็บของอย่างถาวร แต่ในทางกลับกันหลายคนก็ยังคงเล่นกับมันจนถึงทุกวันนี้ บางชิ้นอาจพัฒนากลายไปเป็นของสะสมสุดรัก หรือไม่ก็กลายเป็นไอเท็มลับแห่งความโชคดี ตลอดจนเป็นสิ่งสร้างแรงบันดาลใจให้สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ

 

แล้วของเล่นชิ้นโปรดของคุณล่ะเป็นแบบไหน …

 

วันนี้เราเลยอยากชวนมาย้อนเวลากลับไปวัยเยาว์เพื่อทำความรู้จักตัวเองอีกครั้งในงาน Living Quality Playground ที่จะปลุกความทรงจำในวันวานเพื่อปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังสร้างชีวิตชีวาให้กับวันนี้ และพร้อมก้าวต่อไปข้างหน้ากันต่อด้วยรอยยิ้ม หนึ่งในพื้นที่แห่งความทรงจำที่เราอยากชวนคุณก้าวเข้าไปทำความรู้จักด้วยกันก็คือโซน Dear My Toy ของเล่นเล่าเรื่อง ซึ่งเราชวนสามอินฟลูเอนเซอร์อย่าง ยิปโซ – อริย์กันตา มหพฤกษ์พงศ์, เอมี่-ทิพย์วิภา กุลวัฒน์ธนาลัย และ กวินท์ ดูวาล (GAVIN:D) ย้อนวันวานไปหยิบของเล่นชิ้นโปรดของแต่ละคนเอามาเล่าเรื่องราวสู่กันฟัง

 

ของเล่นที่ทำให้เรารักคนอื่นมากขึ้น

 

เจ้าชายน้อย (The Little Prince) อาจเป็นนิทานเด็กสำหรับใครหลายคนแต่ขณะเดียวกันมันก็กลายเป็นหนังสือสอนแง่คิดชั้นดีของใครบางคนด้วยเช่นกัน สำหรับ ยิปโซ – อริย์กันตา มหพฤกษ์พงศ์ คุ้นเคยกับหนังสือเล่มนี้มาตั้งแต่เด็กทว่าเมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งในวันที่โตขึ้นเธอกลับค้นพบความหมายในนั้นที่เปลี่ยนไป ด้วยแง่คิดและมุมมองที่ปรับเปลี่ยนทำให้เธอกลับมาสนใจหนังสือเล่มนี้มากขึ้น เริ่มมีโอกาสได้อ่านหลากเวอร์ชันหลายภาษา จนในที่สุดเจ้าชายน้อยก็กลายมาเป็นของรักของสะสมที่มีคุณค่ามากมายหลายมิติกับชีวิต

 

ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับ ความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต 1

 

“ตอนแรกมันเป็นความชอบของเราคนเดียวเราก็เลยซื้อเองสะสมเอง แต่พอคนอื่นรู้ว่าเราชอบ รู้ว่าตรงนี้มีความหมายกับเรา ก็เลยชอบมีคนซื้อมาฝาก จากงานเดี่ยวตอนนี้ของสะสมเราก็เลยเหมือนเป็นงานกลุ่มไปแล้วค่ะ (หัวเราะ) แล้วที่เราเลือกเจ้าชายน้อยเวอร์ชันตัวต่อเลโก้ชิ้นนี้มาไม่ได้หมายความว่าชอบมันมากที่สุด แต่เราอยากเลือกชิ้นที่คนอื่นซื้อให้ก็เพื่อจะสื่อถึงว่ามันเป็นของสะสมที่ทำให้เราคิดถึงคนอื่น นึกถึงความรักความหวังดีของผู้คนรอบตัวที่มีให้เราเสมอ ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม” ยิปโซ – อริย์กันตา

 

ของเล่นที่สร้างแรงบันดาลใจ

 

เพราะการเดินทางเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ค้นพบเสน่ห์ของแม็กเน็ต แล้วแม็กเน็ตก็เป็นสิ่งบันทึกความทรงจำที่ทำให้เรานึกถึงเสน่ห์ของแต่ละเมืองที่เคยไปเยือน สำหรับ เอมี่-ทิพย์วิภา กุลวัฒน์ธนาลัย

 

ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับ ความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต 2

 

ทริปที่ผจญภัยด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกก็คือการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ นอกจากจะเป็นเสมือนการเริ่มหัดบินแล้วการก้าวออกไปท่องโลกครั้งแรกคราวนี้ก็เป็นเสมือนทริปแห่งโชคชะตาที่พาเธอไปเจอกับแม็กเน็ตตัวที่ชอบและกลายมาเป็นของสะสมชิ้นโปรดจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้กลายเป็นเครื่องบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า แถมยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากออกเดินทางท่องโลกเสมอ

 

“จริง ๆ ชอบแม็กเน็ตทุกชิ้นเลย เห็นทีไรก็จะนึกถึงความทรงจำแต่ละที่ได้ทุกที แต่ที่รักมากที่สุดตอนนี้ก็น่าจะเป็น ‘แม็กเน็ตเมืองเกียวโต’ ซึ่งเป็นตัวล่าสุดที่ได้มาเมื่อปลายปีที่แล้ว (2025) นี้เองค่ะ เคยไปญี่ปุ่นหลายครั้งแต่ทริปล่าสุดนี้เป็นครั้งแรกที่เคยไปเกียวโตเลย เราชอบบรรยากาศเมืองนี้มาก ชอบกลิ่นอายเมืองเก่าผสมเมืองใหม่ มองทางไหนก็สวยไปหมด ทุกอย่างในเมืองนี้มันดูน่ารักน่าหลงใหล แล้วแต่ละอย่างแต่ละที่ก็มีเรื่องราวและความหมายในตัวเอง ไวป์เมืองสนุกมาก มันทำให้เราสนุกกับการถ่ายคลิปด้วย แล้วเกียวโตก็ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาทำช่องท่องเที่ยวของตัวเองสักที” เอมี่-ทิพย์วิภา

 

ของเล่นที่ทำให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

ยุคหนึ่งตุ๊กตาสัตว์ Beanie Babies ตัวเล็กน่ารักที่มาพร้อมป้ายหัวใจลาย ty อันเป็นเอกลักษณ์เคยเป็นของสะสมยอดฮิตโด่งดังไปทั่วโลก แต่สำหรับวัยเด็กของ กวินท์ ดูวาล (GAVIN:D) ตุ๊กตาลิงที่เขาตัดสินใจซื้อด้วยตัวเองนี้มีค่ามากกว่าแค่การเป็นของเล่นชิ้นโปรด ทว่ามันคือเพื่อนที่ดีที่สุดที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาจนทำให้เด็กนักเรียนประจำในต่างแดนคนนี้คลายความรู้สึกโดดเดี่ยว

 

ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับ ความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต 3

 

“ตอนเด็ก ๆ ผมมีตุ๊กตา Beanie Babies หลายตัวเลยครับ ตอนนั้นภรรยาเก่าของคุณพ่อเป็นคนซื้อมาให้ แต่ตัวที่ตัดสินใจซื้อเองจริง ๆ ก็คือตุ๊กตาลิงตัวนี้ จำได้ว่าผมถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษตั้งแต่เด็ก ต้องไปใช้ชีวิตคนเดียวที่นั่น แล้วต้องบินจากเมืองไทยไปเองคนเดียวด้วย มันโดดเดี่ยวมากก็เลยตัดสินใจซื้อตุ๊กตาลิงมาเป็นเพื่อน คิดแค่ว่าเราอยากมีเพื่อนเดินทางไปด้วยกับเรา หลังจากนั้นก็เอาไปไหนมาไหนด้วยเสมอ กอดนอนทุกคืน คอยเป็นเพื่อนเราตลอดเวลา เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเลย ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทำให้เราเติบโตมาได้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้ อันที่จริงตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจคำว่าผูกพันกับตุ๊กตาเท่าไรจนกระทั่งถึงตอนที่เรามีลูกเป็นของตัวเองนี่แหละ เข้าใจเด็กเลยว่าบางทีเขาก็ต้องการอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเหมือนกัน” กวินท์ (GAVIN:D)

 

ของเล่นที่ทำให้ค้นพบตัวตน

 

รู้จักของเล่นชิ้นโปรดของทั้งสามท่านไปแล้วในงานนี้เราก็ยังอยากรู้จักของเล่นชิ้นโปรดของคุณด้วย ซึ่งกิจกรรมในโซน Dear My Toy นี้เราก็อยากชวนทุกคนมาปลุกความทรงจำไปกับของเล่นชิ้นโปรดและเรื่องราวที่น่าประทับใจของแต่ละคน รวมถึงสนุกไปกับของเล่นที่จะพาคุณกลับมาค้นหาตัวตนของตัวเราเองอีกครั้ง พร้อมปลุกความสดใสให้กลับมาเพื่อก้าวไปต่อข้างหน้าอย่างมีความสุข

 

งาน Living Quality Playground จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สายลม แสงแดด โฮมมี่ สตูดิโอ รับรองว่ามีกิจกรรมสนุกอีกมากมายรอให้คุณมารีบูทชีวิตใหม่ด้วยการเล่นไปด้วยกัน ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้ https://forms.gle/TgUr9NiuigELnYA86

The post ของชิ้นโปรดของ ยิปโซ เอมี่ และ กวินท์ กับความทรงจำที่เปลี่ยนชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนไป พาใจกลับดาว: นิทรรศการศิลปะเยียวยาหัวใจ สำหรับคนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยง 29-8 ก.พ.นี้ https://thestandard.co/life/across-the-rainbow-bridge/ Fri, 16 Jan 2026 03:45:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1165835 ชวนไป พาใจกลับ ดาว: นิทรรศการศิลปะเยียวยาหัวใจ สำหรับคนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยง 29-8 ก.พ.นี้

เมื่อการจากลา คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตในหัวใจ เราเลยอ […]

The post ชวนไป พาใจกลับดาว: นิทรรศการศิลปะเยียวยาหัวใจ สำหรับคนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยง 29-8 ก.พ.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนไป พาใจกลับ ดาว: นิทรรศการศิลปะเยียวยาหัวใจ สำหรับคนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยง 29-8 ก.พ.นี้

เมื่อการจากลา คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตในหัวใจ เราเลยอยากชวนไป นิทรรศการ พาใจกลับดาว พื้นที่อ่อนโยนสำหรับคนที่กำลังคิดถึงใครบางตัว

 

การสูญเสียสัตว์เลี้ยงเป็นความเจ็บปวดที่อธิบายได้ยาก เพราะพวกเขาไม่เคยเป็นแค่สัตว์ แต่คือเพื่อน คือครอบครัว และคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เติบโตมาพร้อมกับเรา ความเงียบหลังการจากลาจึงไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง ความรัก และคำถามที่ยังค้างอยู่ในใจ

 

พาใจกลับดาว

 

นิทรรศการ พาใจกลับดาว (Across the Rainbow Bridge) เกิดขึ้นจากความเข้าใจในความรู้สึกเหล่านี้ งานศิลปะชิ้นนี้ไม่ได้พยายามปลอบโยนให้ลืมความเศร้า แต่เลือกจะเปิดพื้นที่เล็ก ๆ ให้ผู้ชมได้กลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ได้อยู่กับความรู้สึกของการสูญเสียโดยไม่ต้องเร่งรีบ หรือกดมันไว้ข้างใน

 

แทนที่จะหลีกเลี่ยงความเศร้า นิทรรศการชวนให้เราค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน เพื่อมองเห็นว่าความเจ็บปวดก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต และการยอมรับการจากลา อาจเป็นการโอบกอดตัวเองในรูปแบบหนึ่ง

 

นิทรรศการจัดโดย Eyedropper Fill เปิดให้เข้าชมวันที่ 29 มกราคม 2569 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11:00-20:00 น. ที่ RCB Photographers’ Gallery ชั้น 2 River City Bangkok

The post ชวนไป พาใจกลับดาว: นิทรรศการศิลปะเยียวยาหัวใจ สำหรับคนที่เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยง 29-8 ก.พ.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม https://thestandard.co/life/bangkok-outdoor-cinema-4th-movies/ Wed, 14 Jan 2026 09:07:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1165151 Based on the Khaosod/Thairath spacing rule which dictates adding a space before proper nouns that *follow a verb*, there are no instances in this particular headline where this rule applies. * The proper noun ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ is preceded by the preposition กับ (with), not a verb. * The proper noun มกราคม (January) is preceded by the common noun เดือน (month), not a verb. Therefore, the reformatted headline remains the same as the original: **ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม**

นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชวนคนกรุงออกมาใช้เมืองแบบเ […]

The post ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the Khaosod/Thairath spacing rule which dictates adding a space before proper nouns that *follow a verb*, there are no instances in this particular headline where this rule applies. * The proper noun ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ is preceded by the preposition กับ (with), not a verb. * The proper noun มกราคม (January) is preceded by the common noun เดือน (month), not a verb. Therefore, the reformatted headline remains the same as the original: **ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม**

นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชวนคนกรุงออกมาใช้เมืองแบบเป็นสุขรับต้นปี กับ กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4

 

กลับมาอีกครั้งกับ ‘กรุงเทพกลางแปลง’ เทศกาลฉายหนังกลางแปลงกลางกรุง ที่มีเจ้าภาพเป็น สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์ และ happening mag ร่วมโดยนำหนังไทยและเทศเรื่องเยี่ยมมาให้ชมกันฟรีๆ ในทุกเสาร์–อาทิตย์ ตั้งแต่ 17 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. ตลอดทั้ง 3 สัปดาห์ ณ สามโลเคชั่นกลางกรุง ได้แก่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC), ศาลาเฉลิมธานี (โรงหนังนางเลิ้ง) และอัศวินภาพยนตร์

 

นอกจากชวนนั่งปูเสื่อดูหนังไทยทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย ภายในงานยังมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินหลากแนว ของอร่อยๆ จากร้านโลคัล และตลาดงานคราฟต์ให้เดินเล่นแบบเพลินๆ

 

งานนี้เข้าฟรีตลอดงาน หยิบเสื่อ ยากันยุง แล้วชวนเพื่อนออกมาดูหนังใต้ฟ้า ฟังเพลงสด และใช้คืนวันหยุดให้สนุกขึ้นอีกนิด ใครที่สนใจสามารถเช็คตารางหนังและวันฉายได้ตามด้านล่างเลย หรือติดตามได้ที่เพจ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

 

ตารางฉาย กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4

 

  1. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
  • ส. 17 ม.ค.หลานม่า
  • อา. 18 ม.ค.อนงค์ (ภาค 1)
  1. ศาลาเฉลิมธานี (โรงหนังนางเลิ้ง)
  • ส. 24 ม.ค.มือปืนสาละวิน 2
  • อา. 25 ม.ค.แม่นาคพระโขนง (ฉบับปรียา รุ่งเรือง)
    พิเศษ! พากย์สดโดย ดอกคำใต้–ศิวพร
  1. อัศวินภาพยนตร์
  • ส. 31 ม.ค.เรือนแพ (พ.ศ. 2504)
  • อา. 1 ก.พ.พระแท้ คนเก๊

 

Based on the Khaosod/Thairath spacing rule which dictates adding a space before proper nouns that *follow a verb*, there are no instances in this particular headline where this rule applies. * The proper noun ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ is preceded by the preposition กับ (with), not a verb. * The proper noun มกราคม (January) is preceded by the common noun เดือน (month), not a verb. Therefore, the reformatted headline remains the same as the original: **ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม** 1Based on the Khaosod/Thairath spacing rule which dictates adding a space before proper nouns that *follow a verb*, there are no instances in this particular headline where this rule applies. * The proper noun ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ is preceded by the preposition กับ (with), not a verb. * The proper noun มกราคม (January) is preceded by the common noun เดือน (month), not a verb. Therefore, the reformatted headline remains the same as the original: **ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม** 2Based on the Khaosod/Thairath spacing rule which dictates adding a space before proper nouns that *follow a verb*, there are no instances in this particular headline where this rule applies. * The proper noun ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ is preceded by the preposition กับ (with), not a verb. * The proper noun มกราคม (January) is preceded by the common noun เดือน (month), not a verb. Therefore, the reformatted headline remains the same as the original: **ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม** 3

The post ชวนปูเสื่อดูหนัง ฟังเพลงชิลๆ กับ ‘กรุงเทพกลางแปลง ครั้งที่ 4’ ตลอดเดือนมกราคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
From Fun To Found เมื่อการเล่นกลายเป็นเครื่องมือในการค้นพบตัวเอง https://thestandard.co/life/from-fun-to-found/ Tue, 13 Jan 2026 15:10:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1164930 From Fun To Found

นึกออกไหม? … คุณสนุกกับการเล่นครั้งสุดท้ายเมื่อไร […]

The post From Fun To Found เมื่อการเล่นกลายเป็นเครื่องมือในการค้นพบตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
From Fun To Found

นึกออกไหม? … คุณสนุกกับการเล่นครั้งสุดท้ายเมื่อไร

 

ความ “สนุก” และ “การเล่น” มักถูกผูกติดไว้อยู่กับวัยเด็ก เมื่อเรายิ่งโตขึ้นเท่าไรสิ่งเหล่านี้มักค่อยเลือนหายไปจากความทรงจำตามกาลเวลาเสมอ ทว่าความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะวัยไหน หากได้เล่นอย่างสนุกกับสิ่งที่ตนเองรัก การเล่นอย่างเพลิดเพลินนี่ล่ะคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราอยู่กับสิ่งนั้นได้ยาว และ ทำสิ่งนั้นได้ดี โชคดีว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่ไม่ใช่ว่าโตแล้วจะสนุกไม่ได้ เป็นผู้ใหญ่แล้วต้องหยุดเล่น เพราะอีกมุมหนึ่งสิ่งเหล่านี้อาจช่วยเยียวยาจิตใจ ผลักดันพัฒนาการ ตลอดจนพาให้วัยผู้ใหญ่ได้ค้นเจอตัวตนและได้ค้นพบทางที่ใช่ได้อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว

 

The headline From Fun To Found is in English. The Khaosod/Thairath spacing rule applies to Thai language headlines. First, I will translate the headline into Thai: จากความสนุก สู่การค้นพบ (Jaak Kwaam Sa-nuk Soo Gaan Kon-pop) *(Literally: From fun to discovery/being found)* Now, lets apply the rule: add a space before proper nouns that follow a verb. In the translated Thai headline: * จาก (from) - preposition/verb-like * ความสนุก (fun) - common noun * สู่ (to/towards) - preposition/verb-like * การค้นพบ (the discovery/found) - common noun phrase There are no proper nouns in this headline. Therefore, the specific spacing rule does not apply here. The headline remains written in standard Thai text with spaces only at natural sentence breaks (which are not present between ความสนุก and สู่การค้นพบ as they flow naturally). **Thai Headline (following the rule, which in this case means no additional spacing is needed):** จากความสนุกสู่การค้นพบ 1

 

กิจกรรมน่าสนใจที่เราอยากลองชวนมาเล่นด้วยกันนี้ก็คือ FROM FUN TO FOUND หนึ่งในไฮไลต์ของงาน Living Quality Playground ที่ชวนคุณเพลินไปกับการเรียนรู้ตัวตนและค้นหาคำตอบสำหรับก้าวต่อไป ภายในงานนี้เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นที่อยากชวนผู้ใหญ่ทุกคนย้อนกลับไปสนุกแบบวัยเด็กเพื่อสำรวจและค้นหาตัวเองอีกครั้ง

 

The headline From Fun To Found is in English. The Khaosod/Thairath spacing rule applies to Thai language headlines. First, I will translate the headline into Thai: จากความสนุก สู่การค้นพบ (Jaak Kwaam Sa-nuk Soo Gaan Kon-pop) *(Literally: From fun to discovery/being found)* Now, lets apply the rule: add a space before proper nouns that follow a verb. In the translated Thai headline: * จาก (from) - preposition/verb-like * ความสนุก (fun) - common noun * สู่ (to/towards) - preposition/verb-like * การค้นพบ (the discovery/found) - common noun phrase There are no proper nouns in this headline. Therefore, the specific spacing rule does not apply here. The headline remains written in standard Thai text with spaces only at natural sentence breaks (which are not present between ความสนุก and สู่การค้นพบ as they flow naturally). **Thai Headline (following the rule, which in this case means no additional spacing is needed):** จากความสนุกสู่การค้นพบ 2

 

โดยผู้ที่เป็นหัวเรือดูแลและสร้างสรรค์กิจกรรมในโซนนี้ก็คือ Studio Persona ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะบำบัดที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาเรียนรู้ตลอดจนพัฒนาจิตใจผ่านกิจกรรมชวนสนุกมากมาย

 

ในโซนนี้ผู้ใหญ่หัวใจเด็กทุกคนจะถูกชวนมาเล่นด้วยกันกับกิจกรรม Collage ออกแบบ Living Quality Mood Board สนุกกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสไตล์ คอลลาจ ที่จะปะติดปะต่อความชอบอันหลากหลาย ให้เกิดเป็นบอร์ดภาพเฉพาะตัวที่สะท้อนตัวตนและความฝันได้อย่างชัดเจน

 

The headline From Fun To Found is in English. The Khaosod/Thairath spacing rule applies to Thai language headlines. First, I will translate the headline into Thai: จากความสนุก สู่การค้นพบ (Jaak Kwaam Sa-nuk Soo Gaan Kon-pop) *(Literally: From fun to discovery/being found)* Now, lets apply the rule: add a space before proper nouns that follow a verb. In the translated Thai headline: * จาก (from) - preposition/verb-like * ความสนุก (fun) - common noun * สู่ (to/towards) - preposition/verb-like * การค้นพบ (the discovery/found) - common noun phrase There are no proper nouns in this headline. Therefore, the specific spacing rule does not apply here. The headline remains written in standard Thai text with spaces only at natural sentence breaks (which are not present between ความสนุก and สู่การค้นพบ as they flow naturally). **Thai Headline (following the rule, which in this case means no additional spacing is needed):** จากความสนุกสู่การค้นพบ 3

 

จากนั้นส่งต่อสู่กิจกรรม FOUND MEANING ชวนสนุกต่อกับการเลือกภาพที่ชอบมาแมตช์กับคำที่ใช่เพื่อต่อยอดไปสู่การค้นหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัว รวมถึงทำความรู้จักตัวเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย

 

หลังจากสนุกกับเวิร์กชอปต่างๆ กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะชวนทุกคนเข้าสู่วงคุยเพื่อร่วมแชร์ถึงแรงบันดาลใจตลอดจนเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ของแต่ละคน ก่อนที่จะส่งต่อสู่โซนสุดท้าย FOUND QUEST เพื่อค้นพบการ “เริ่มต้นใหม่” ในทางที่เราจะเลือกเพื่อให้ชีวิตก้าวต่อไปได้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถสร้าง Living Quality ตามแบบที่เราต้องการอย่างแท้จริง

 

The headline From Fun To Found is in English. The Khaosod/Thairath spacing rule applies to Thai language headlines. First, I will translate the headline into Thai: จากความสนุก สู่การค้นพบ (Jaak Kwaam Sa-nuk Soo Gaan Kon-pop) *(Literally: From fun to discovery/being found)* Now, lets apply the rule: add a space before proper nouns that follow a verb. In the translated Thai headline: * จาก (from) - preposition/verb-like * ความสนุก (fun) - common noun * สู่ (to/towards) - preposition/verb-like * การค้นพบ (the discovery/found) - common noun phrase There are no proper nouns in this headline. Therefore, the specific spacing rule does not apply here. The headline remains written in standard Thai text with spaces only at natural sentence breaks (which are not present between ความสนุก and สู่การค้นพบ as they flow naturally). **Thai Headline (following the rule, which in this case means no additional spacing is needed):** จากความสนุกสู่การค้นพบ 4

 

ความสนุกไม่ใช่เรื่องไร้สาระสำหรับผู้ใหญ่ บางทีการเล่นอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูทางออกให้กับเราได้อย่างไม่คาดคิด สำหรับงาน Living Quality Playground นี้ยังมีไฮไลต์น่าสนใจอีกมากมายที่จะชวนทุกคนมารีบูตชีวิตใหม่ ด้วยการเล่นพร้อมย้อนกลับไปปลุกความกล้าแบบวัยเด็กเพื่อช่วยเติมพลังให้กับชีวิตอีกครั้ง งานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สายลม แสงแดด โฮมมี่ สตูดิโอ ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่

https://forms.gle/TgUr9NiuigELnYA86

 

สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับคัดเลือกให้มาสนุกกันในคราวนี้ เรากำลังรอทุกคนมาเล่นสนุกด้วยกันให้เต็มที่ ส่วนใครที่พลาดโอกาส เราจะมาอัปเดตความสนุกให้ได้รู้กันแน่นอน

 

The headline From Fun To Found is in English. The Khaosod/Thairath spacing rule applies to Thai language headlines. First, I will translate the headline into Thai: จากความสนุก สู่การค้นพบ (Jaak Kwaam Sa-nuk Soo Gaan Kon-pop) *(Literally: From fun to discovery/being found)* Now, lets apply the rule: add a space before proper nouns that follow a verb. In the translated Thai headline: * จาก (from) - preposition/verb-like * ความสนุก (fun) - common noun * สู่ (to/towards) - preposition/verb-like * การค้นพบ (the discovery/found) - common noun phrase There are no proper nouns in this headline. Therefore, the specific spacing rule does not apply here. The headline remains written in standard Thai text with spaces only at natural sentence breaks (which are not present between ความสนุก and สู่การค้นพบ as they flow naturally). **Thai Headline (following the rule, which in this case means no additional spacing is needed):** จากความสนุกสู่การค้นพบ 5

 

สำหรับใครที่กำลังพบทางตันของชีวิต มองหนทางข้างหน้าไม่เห็น

 

หรือแม้แต่คิดว่าทางที่เลือกเดินมานี้มันผิด

 

เราอยากให้คุณลอง “เล่น” เพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ที่ดีขึ้นด้วยกัน

 

เพราะการเริ่มต้นใหม่ไม่มีคำว่าสายเกินไป

 

และไม่ว่าจะวัยไหน … ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

The post From Fun To Found เมื่อการเล่นกลายเป็นเครื่องมือในการค้นพบตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Living Quality Playground’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/living-quality-playground-agenda/ Fri, 09 Jan 2026 09:58:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1163365 ‘Living Quality Playground’ [ADVERTORIAL]

เพราะเราเชื่อว่าการดีไซน์ที่ดี ไม่ได้เริ่มจากพื้นที่ แต […]

The post ‘Living Quality Playground’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Living Quality Playground’ [ADVERTORIAL]

เพราะเราเชื่อว่าการดีไซน์ที่ดี ไม่ได้เริ่มจากพื้นที่ แต่เริ่มจากชีวิต ‘Living Quality Playground’ อีเวนต์ที่ชวนคุณทบทวนตัวเองผ่านการ ‘เล่นสนุก’ แบบตอนเด็ก พาย้อนกลับไปหาช่วงเวลาที่เคยมีความสุข ออกจากกรอบที่คุ้นเคย

และเปิดพื้นที่ให้คุณ ได้ค้นพบรูปแบบ Living Quality ที่ใช่ในแบบของคุณเอง

 

‘Living Quality Playground’ [ADVERTORIAL]

 

ไฮไลต์ของงานตลอดช่วงบ่าย พบกับ

 

Jump to Begin มุมถ่ายภาพที่ชวนกระโดดลงบนเตียงแบบสนุกสุดเหวี่ยง ปล่อยตัว ปล่อยใจ ออกจากกรอบเดิม พักจากความเหนื่อยล้า แล้วเริ่มต้นกับสิ่งใหม่แบบไม่ต้องคิดมาก

 

Free Paint โซนเพนต์โซฟาแบบ freestyle ให้คุณละเลงสีได้อย่างอิสระ ไม่มีถูกผิด
ไม่ต้องกลัวเลอะ แค่สนุกไปกับการสร้างสรรค์ เพื่อฉลองความเป็นตัวเองให้เต็มที่! พร้อมชมผลงานศิลปะจาก ยิปโซ-อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ ที่ถ่ายทอดพลังของการเล่นและการออกนอกกรอบในแบบของเธอ

 

Dear My Toy พื้นที่แชร์ของเล่นชิ้นโปรด เพื่อย้อนกลับไปหาความทรงจำ ความผูกพันและแรงบันดาลใจที่หล่อหลอมให้เติบโตมาเป็นตัวเองในวันนี้ ภายในโซนยังมีการจัดแสดงของเล่นชิ้นโปรดของยิปโซ กวิน และเอมี่
พาไปชมเรื่องราวและชี้ให้เห็นว่าของเล่นในวันนั้นยังส่งอิทธิพลต่อชีวิตอย่างไร

 

From Fun to Found กิจกรรม Art Therapy Workshop ร่วมกับ studio persona 

ที่จะทำให้ ‘การเล่น’ พาไปค้นพบสิ่งใหม่

ผ่านการดู จับ และสนุกกับ ‘Found Objects’ สิ่งของธรรมดาที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก

ความทรงจำ และเรื่องราวบางอย่างในชีวิต เพื่อค้นหา Living Quality ในแบบของคุณเอง

 

Living Quality Begins Quest กิจกรรมสุ่มรับชุดคำถามที่ชวนให้คุณฟังเสียงตัวเอง เพื่อให้การ ‘เริ่มต้นใหม่’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่สามารถกลับบ้านไปสร้าง Living Quality ในแบบของตัวเองได้ทันที

 

เข้าร่วมกิจกรรมฟรี จำนวน 11 สิทธิ์ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมด้วยได้คนละ 1 ท่าน จำกัดที่นั่ง 22 ท่านเท่านั้น (รวมผู้ติดตามแล้ว)

 

ลงทะเบียนได้ที่ลิงก์นี้ https://forms.gle/TgUr9NiuigELnYA86

📍 พบกันวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สายลม แสงแดด โฮมมี่ สตูดิโอ

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THE STANDARD LIFE

The post ‘Living Quality Playground’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก https://thestandard.co/life/art-sg-2026-singapore-art-week-guide/ Tue, 06 Jan 2026 05:41:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1161841 ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก

ART SG 2026 กลับมาแล้วในปีที่ 4 พร้อมยกระดับให้เป็นจุดห […]

The post ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก

ART SG 2026 กลับมาแล้วในปีที่ 4 พร้อมยกระดับให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของคนรักศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลก ปีนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นครั้งแรกที่จับมือกับ S.E.A. Focus จัดงานร่วมกันในพื้นที่เดียวที่ Marina Bay Sands ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Singapore Art Week ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 1

 

งานนี้รวมแกลเลอรีชั้นนำถึง 106 แห่งจากกว่า 30 ประเทศ ครอบคลุมทั้งศิลปินระดับโลก ศิลปินเอเชีย และศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเลยมองว่านี่ถือเป็นโอกาสดี ที่คนไทยสายอาร์ตจะได้สัมผัสภาพรวมวงการศิลปะร่วมสมัยในทริปเดียว

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 2

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 3

 

ไฮไลต์ปีนี้คือการเปิดตัว S.E.A. Focus ภายใต้แนวคิด “The Humane Agency” ที่เน้นบทบาทของศิลปินในฐานะผู้ขับเคลื่อนความเห็นอกเห็นใจและมนุษยธรรม ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการแสดง Performance Art ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ART SG ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Rockbund Art Museum จากเซี่ยงไฮ้ ผลงานเด่นจาก UBS Art Collection รวมถึงการจัดตั้ง ART SG FUTURES Prize เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่อีกด้วย

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 4

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 5

 

สำหรับคนไทยที่ชอบงานศิลปะ งานนี้ไม่ใช่แค่งานแฟร์ธรรมดา แต่คือประสบการณ์ครบครัน ทั้งการชมงาน ซื้อสะสม เรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายศิลปะระดับนานาชาติ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ สิงคโปร์จะกลายเป็นเมืองศิลปะทั่วทั้งประเทศ ใครสนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ www.artsg.com/tickets

The post ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ชวนคนกรุง ‘ตรวจการบ้าน’ ปีที่ผ่านมากรุงเทพฯ ได้อะไรกลับมาบ้าง https://thestandard.co/life/bma-invites-review-past-year/ Mon, 05 Jan 2026 11:46:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1161652 กทม. ชวน คนกรุง ‘ตรวจการบ้าน’ ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้อะไรกลับมาบ้าง

ตลอดปีที่ผ่านมา ชาวกรุงเทพฯ ต้องเผชิญทั้งปัญหาซ้ำซากและ […]

The post กทม. ชวนคนกรุง ‘ตรวจการบ้าน’ ปีที่ผ่านมากรุงเทพฯ ได้อะไรกลับมาบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ชวน คนกรุง ‘ตรวจการบ้าน’ ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้อะไรกลับมาบ้าง

ตลอดปีที่ผ่านมา ชาวกรุงเทพฯ ต้องเผชิญทั้งปัญหาซ้ำซากและโจทย์ใหม่ ตั้งแต่เรื่องแผ่นดินไหว ตึกถล่ม ดินทรุด ไปจนถึงปัญหาเดิมๆ อย่างรถติด ฝุ่น PM 2.5 ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณะ หรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ฯลฯ เพื่อผลักดันการบริหารเมืองให้เกิดความโปร่งใสและตรงไปตรงมา กทม. จึงเปิดแพลตฟอร์ม Open Policy Bangkok (openpolicy.bangkok.go.th) ชวนคนกรุงมา ‘ตรวจการบ้าน’ ทีมงานว่าปีที่ผ่านมาเมืองหลวงแห่งนี้ต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ทีมงานแก้ปัญหาอย่างไร และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกับชีวิตคนกรุงเทพฯ แค่ไหน

 

Open Policy Bangkok ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทุกอุปกรณ์ โดยเปิดมุมมองให้คนตรวจงานได้ 3 รูปแบบ ทั้งตามหลักนโยบายเมือง ตามพื้นที่เขต 50 เขตใกล้บ้าน หรือดูผ่านงบประมาณ 9 ด้าน 9 ดี ที่เปิดเผยการใช้เงินปี 2567–2568 อย่างโปร่งใส ซึ่งแต่ละหัวข้อรวบรวมข้อมูลการทำงานของ กทม. ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหา นโยบายและโครงการที่ลงมือทำจริง ไปจนถึงการถอดบทเรียนว่าสิ่งใดยังต้องปรับปรุง ไม่ได้เล่าเฉพาะความสำเร็จ แต่เปิดให้เห็นกระบวนการทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนติดตาม ตรวจสอบ และตั้งคำถามได้อย่างมีข้อมูล

 

ใครที่อยากตรวจสอบการทำงานของกรุงเทพมหานคร สามารถคลิกเข้าไปดูได้เลยที่ http://openpolicy.bangkok.go.th แล้วถ้าชอบไม่ชอบตรงไหน ก็อย่าลืมแสดงความคิดเห็นไปที่อีเมลของ กทม. [email protected] หรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ

 

ภาพ: Shutterstock

The post กทม. ชวนคนกรุง ‘ตรวจการบ้าน’ ปีที่ผ่านมากรุงเทพฯ ได้อะไรกลับมาบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนรับสุขแรกของปีกับเทศกาลดีต่อใจ ‘Bangkok Bestival 2026’ https://thestandard.co/life/bangkok-bestival-2026/ Fri, 02 Jan 2026 02:20:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1160876 ชวนรับสุขแรกของปีกับเทศกาลดีต่อใจ ‘Bangkok Bestival 2026’

ปีใหม่ทั้งทีต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ เราจึงอยากชวนคุณไปร […]

The post ชวนรับสุขแรกของปีกับเทศกาลดีต่อใจ ‘Bangkok Bestival 2026’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนรับสุขแรกของปีกับเทศกาลดีต่อใจ ‘Bangkok Bestival 2026’

ปีใหม่ทั้งทีต้องเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ เราจึงอยากชวนคุณไปรับพลังงานดีๆ กับเทศกาล ‘กรุงเทพดีต่อใจ’ หรือ ‘Bangkok Bestival 2026’ เทศกาลที่น่ารักๆ จากกรุงเทพมหานคร และภาคเอกชวนที่รวมกันสร้างพื้นที่แห่งรอยยิ้ม เปลี่ยน 4 สวนสาธารณะใจกลางเมืองให้กลายเป็นสำหรับครอบครัวได้พักกาย พักใจ เล่นสนุก และเรียนรู้ไปด้วยกัน

 

โดยภายในงานจะมีกิจกรรมฮีลกายฮีลใจที่ กทม. คัดสรรมาแล้วว่าสนุกและดีต่อสุขภาพ จำนวนกว่า 15 รายการ ตั้งแต่การทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมฟังธรรม โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) กิจกรรม Nature Walk เดินสำรวจสวนเบญจกิติ เรียนรู้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศจากรุกขกร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่าง ม้านั่งมีหู ที่เปิดรับฟังทุกความรู้สึกอย่างไม่ตัดสิน, ตลาดนัดชุมชน ‘มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต, ดนตรีในสวน ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกาย บำบัดใจ ก็มีคลาส ‘Yoga in the Park & Sound Bath’ และ Qigong in the Park ฯลฯ

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น Bangkok Bestival 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2569 ณ 4 สวนใหญ่ใจกลางเมือง สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ อุทยานเบญจสิริ และสวนปทุมวนานุรักษ์ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

ดูตารางกิจกรรมและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bangkokbestival

The post ชวนรับสุขแรกของปีกับเทศกาลดีต่อใจ ‘Bangkok Bestival 2026’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ https://thestandard.co/life/urban-lifestyle-trends-2025-recap/ Mon, 29 Dec 2025 08:40:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1159762 Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่

ต้องบอกว่าปี 2025 คือช่วงเวลาที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองค่อย […]

The post ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่

ต้องบอกว่าปี 2025 คือช่วงเวลาที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองค่อยๆ เปลี่ยนจากการไล่ตามความใหม่ ไปสู่การเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น

 

หลังผู้คนเริ่มฟังร่างกายและจิตใจของตัวเองอย่างจริงจัง เลือกสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาว ขอการพักจากโลกดิจิทัล หรือการกลับไปหาคอมมูนิตี้และพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน รวมถึงดึงดูดให้เราเข้าใกล้ธรรมชาติยิ่งขึ้น

 

แต่ในขณะเดียวกัน 2025 ก็เป็นปีที่มีสิ่งใหม่และปรากฏการณ์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมาของ AI, ย่านใหม่อย่างพระราม 4, Run Club หรือแม้แต่การมาของแบรนด์ระดับโลกมากมายในทุกมิติที่ตบเท้าเข้าเมืองไทย

 

และเหล่านี้คือ 25 ไฮไลท์สำคัญในโลกไลฟ์สไตล์ปี 2025 ที่เรารวบรวมมาฝาก

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 1

 

  • Run Club Era เมื่อการวิ่งกลาย Social Connection

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Run Club คือหนึ่งในโมเมนต์สำคัญในปี 2025 ที่ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ที่เกิดขึ้นในช่วงข้ามปี แต่ว่ามันจะเข้ามาเปลี่ยนนิยามของการวิ่ง จากกิจกรรมทางกายไปสู่ Social Connection ที่คนเริ่มเบื่อกับการพบปะสังสรรค์รูปแบบเดิมๆ

 

Run Club ในไทยเด่นชัดมาตั้งแต่ต้นปี หลังเริ่มมี Run Club เกิดขึ้นมากมาย จากนักวิ่งหลักสิบไปสู่หลักร้อย และหลายร้อยในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ปัจจุบันมีงานวิ่งแทบทุกวีคเอนด์ทั้งในสวนสาธารณะและซิตี้รัน ซึ่งแต่ละงานก็จะมีคาแร็กเตอร์และกิมมิกในการวิ่งที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายคลึงกันคือ Run Club จะเน้นสไตล์และความสนุก มากกว่าโปรแกรมการวิ่งที่เข้มข้น ทำให้ดึงดูดกลุ่มนักวิ่งหน้าใหม่และ Gen Z

 

สิ่งที่ทำให้ Run Club พิเศษคือได้สุขภาพจริง มีเพื่อนคอยเชียร์ กระตุ้นให้ลุกออกมาวิ่ง และได้ Social Connection กลับไปด้วย เพราะได้พูดคุยกันตอนวิ่ง รู้จักกันแบบไม่เครียด ไม่ฝืน เจอคนที่มีความชอบเหมือนๆ กัน

 

ปี 2025 จึงเป็นปีที่ Run Club เป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นกิจกรรมทางสังคมที่คนเมืองใช้ในการไปหาความสมดุล ได้เจอเพื่อน สร้างความสัมพันธ์ ดูแลกายและจิตใจไปพร้อมกัน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 2

 

  • Matcha & Tea Forever! วงการมัทฉะและชา เข้าแล้วไม่ออกเลย

 

ปีที่แล้วมาแรงพอตัว แต่ปีนี้ยังแรงขึ้นได้อีกจนกลายเป็นกระแสมัทฉะฟีเวอร์ที่ทำเอาทั้งผงชาและอุปกรณ์ราคาพุ่งจนฉุดไม่อยู่ เช่นเดียวกับร้านชาและมัทฉะเปิดใหม่ตลอดทั้งปี 2025 ที่มีทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอกเข้ามาเปิดตัวกันไม่หยุด ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนน่าจะตามไปชิมกันจนไม่หวาดไม่ไหวแล้ว

 

ทำให้จากเดิมที่ดูเหมือนมัทฉะและชาต่างๆ เป็นเพียงกระแสหรือตัวเลือกสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ ตอนนี้เครื่องดื่มชาทุกรูปแบบพิสูจน์แล้วว่าได้กลายเป็นตลาดใหม่ และกลายเป็นเครื่องดื่มประจำที่หลายคนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้เราว่าเป็นเรื่องดี เพราะคนชอบดื่มชาอย่างพวกเราจะได้มีชาคุณภาพดีและเมนูใหม่ๆ ให้ลองอยู่ตลอด

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 3

 

  • Coffee Party is a Thing! ปาร์ตี้กาแฟ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของสายเที่ยวที่รักสุขภาพ

 

ต่อไปนี้อาจหมดยุคของการปาร์ตี้จนหัวราน้ำแล้วก็ได้ เพราะคนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การเข้าสังคม และการพักผ่อนแบบเต็มอิ่มมากกว่า ทำให้จากเดิมที่อาจนัดกันไปแฮงเอาต์กันจนเช้า หลายคนจึงเปลี่ยนมาแฮงเอาต์กันตั้งแต่เช้าไปเลย แล้วเอาเวลาตอนกลางคืนไปนอนพักผ่อนเตรียมตื่นไปวิ่ง ไปทำงาน หรือตื่นมาใช้เวลากับตัวเองแบบไม่แฮงก์แทน

 

Coffee Party จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่ว่าวัยไหนก็ขอมีส่วนร่วม เพราะนอกจากความสนุกและได้เพื่อนใหม่ไม่ต่างกัน ทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์ให้เสียสุขภาพหรือทำลายกล้ามเนื้อด้วย

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 4

 

  • Digital Detox Living พักจากหน้าจอ เพื่อกลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง

 

ปีนี้เป็นปีที่คนไทยเริ่มยอมรับตรงๆ ว่าเหนื่อยกับการเชื่อมต่อ หลังจากใช้ชีวิตผ่านหน้าจอมานาน การพักจากโซเชียล ตั้งเวลาปิดการแจ้งเตือน หรือเลือกอยู่ในพื้นที่ไม่รีบร้อน กลายเป็นวิธีดูแลตัวเองแบบใหม่

 

โรงแรมหลายแห่งในไทยเริ่มเสนอ Digital Detox Package เก็บมือถือตอนเช็กอิน พาไปเดินป่า นั่งสมาธิ และอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องพึ่งพามือถือ หรือคาเฟ่หลายที่ในกรุงเทพฯ ก็มี ‘No Wi-Fi Zone’ ให้นั่งอ่านหนังสือ หรือพูดคุยกัน โดยไม่ต้องมีสัญญาณรบกวน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเล่น เช่น การจอย Book Club เพื่ออ่านหนังสือ การออกกำลังกาย เวิร์กช็อปจัดดอกไม้ หรือแม้แต่การเล่นการ์ดเกม

 

และสิ่งที่น่าสนใจคือทัศนคติของคนยุคนี้ก็เปลี่ยนไป ผู้คนจากหนีโลกดิจิทัลมาเป็น ‘ควบคุมการใช้มัน’ เพราะคนเริ่มเห็นคุณค่าของความเงียบ ความคิดที่ชัด ไม่วอกแวก และการอยู่กับปัจจุบัน มากกว่าการต้องคอยอัปเดตตลอดเวลา ซึ่งปีหน้าเราน่าจะได้เทรนด์ Disconnect ของคนเมืองมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 5

 

  • Rama IV, The New Lifestyle Axis พระราม 4 กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์

 

เรียกว่าเป็นปีทองของย่านพระราม 4 อย่างแท้จริง เพราะโปรเจกต์ใหญ่ๆ ตลอดถนนพระราม 4 เปิดทำการปีนี้ แถมยังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง เปลี่ยนย่านที่เงียบเหงาให้กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว เริ่มตั้งแต่ Dusit Central Park ที่ประเดิมด้วยการเปิดโรงแรมดุสิตธานี ก่อนเปิดห้างใหม่ Central Park และสวนลอยฟ้าดุสิตอรุณ ถัดมาอีกนิด One Bangkok กลุ่มอาคารมิกซ์ยูสที่ครบทั้งโรงแรมดัง The Ritz-Carlton, Andaz พร้อม 2 ห้างใหม่ The Storeys, Parade และ Post 1928 ที่กำลังเปิดอีกเร็วๆ นี้ ไหนการปรับปรุงสวนต่างๆ ของสวนลุมพินี และกระแส Run Club ที่ทำให้พระราม 4 กลายเป็นฮับของคนออกกำลังกายยามเช้า เรียกว่าเพียงปีเดียว พระราม 4 พลิกโฉมแบบหมดจด

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 6

 

  • Public Space พื้นที่เมืองที่ถูกใช้งานอย่างมีชีวิต

 

เราไม่รู้จะนิยามปรากฏการณ์เหล่านี้ว่าอะไรดี แต่ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีการใช้ Public Space คุ้มค่าและมีชีวิตชีวา ทั้งในแง่ของงานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งทำให้ภาพรวมของเมืองครึกครื้นน่าดู เช่น การมาของ KAWS Holidays ที่ทำให้สนามหลวงเราคึกคักอีกครั้ง การโปรโมตซีรีส์ Squid Game 3 ที่ทำให้คนกรุงแห่ไปลองกระโดดเชือกกันที่ลานคนเมือง หรือแม้แต่ล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่อง Jurassic World Rebirth สไปโนซอรัส โผล่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดอรุณฯ จนกลายเป็นไวรัลและบทสนทนาของทั้งเมือง

 

ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กรุงเทพฯ กำลังขยับจาก ‘เมืองที่คนแค่ใช้ชีวิตอยู่’ ไปสู่ ‘เมืองที่คนอยากออกมาใช้พื้นที่ร่วมกัน’ พื้นที่สาธารณะจึงไม่ใช่แค่ที่ผ่านทาง แต่คือพื้นที่แห่งประสบการณ์ ความทรงจำ และพลังสร้างสรรค์ ที่ทำให้เมืองกลับมาครึกครื้น มีชีวิต และน่ามองขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 7

 

  • Food ft. Fashion แบรนด์แฟชั่นเจาะวงการไลฟ์สไตล์ผ่านอาหาร

 

ในยุคสมัยนี้ การจะทำให้แบรนด์แฟชั่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนได้จริงๆ เห็นทีว่าคงหนีไม่พ้นการเปิดคาเฟ่หรือร้านอาหารที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้เวลา และสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับแบรนด์ได้จริงๆ เช่นเดียวกับการคอลแลบต่างๆ ที่ทำให้แบรนด์ดูน่าสนุกขึ้นด้วย

 

ตัวอย่างเช่นแบรนด์ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้คือ Gaggan at Louis Vuitton, Café DIOR by Mauro Colagreco, Marimekko Cafe, Café Kitsuné ก่อนในปีนี้พวกเราจะได้เห็นแบรนด์อื่นๆ บ้าง เช่น BOSS Café, Rally x Uno Coffee และ Ralph’s Coffee Bangkok จากแบรนด์ Ralph Lauren

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 8

 

  • Biophilic Design ปีที่บ้านเป็นพื้นที่ Retreat ใจฉบับส่วนตัว

 

ปีนี้เทรนด์ Biophilic Design หรือการนำธรรมชาติเข้ามาไว้ในบ้าน กลายเป็นแนวคิดหลักของการตกแต่งอินทีเรียร์อย่างเต็มตัว เมื่อชีวิตเมืองมีความเร่งรีบและเต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้น บ้านจึงต้องรีเซ็ตตัวเองให้กลายเป็น ‘Refuge’ หรือที่พักพิงที่ช่วยฟื้นพลังจากความอ่อนล้า

 

การผสานธรรมชาติผ่านแสงแดด พืชในร่ม และวัสดุธรรมชาติ ไม่ได้ทำไปเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่งานดีไซน์ยุคใหม่เน้นไปที่การลดความวิตกกังวลและส่งเสริม Mood ของผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เราจึงได้เห็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ไปจนถึงคอนโดใจกลางเมือง เริ่มขยับมาใช้ดีไซน์ที่เน้น Vertical Garden หรือการออกแบบช่องแสงที่คำนวณทิศทางลมธรรมชาติมาให้เสร็จสรรพ เพื่อสร้างสภาวะการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายที่สุด

 

เทรนด์นี้จึงเป็นเครื่องหมายของยุคใหม่ที่เชื่อมโยง Lifestyle, Sustainability และ Wellness เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปลี่ยนนิยามของบ้านให้เป็นสถานที่รักษาจิตใจที่สำคัญที่สุด

 

เอาเป็นว่าใครสนใจเทรนด์ไหน หรืออยากลองเริ่มต้นดูแลตัวเองแบบไหน ก็ลองเลือกสิ่งที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองดูได้เลย

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 9

 

  • Hotel Scene Heats Up โรงแรมดัง ทยอยเปิดตัวไม่ขาดสาย

 

เป็นอีกปีที่ซีนโรงแรมในกรุงเทพฯ หวือหวามาก ไม่ใช่ที่จำนวน แต่เป็นการมาของแบรนด์ดังที่ตัดสินใจเปิดตัวครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น voco Bangkok Surawong และ KROMO Bangkok ของบ้าน IHG การกลับมาแบบสมศักดิ์ศรีของ Dusit Thani Bangkok การลงหลักหลักปักฐานแรก Aman Bangkok โรงแรมหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีวนกลับไทยในรอบ 37 ปี หลังเปิด Aman แห่งแรกที่ภูเก็ต นั่นยังไม่รวมแบรนด์ดังย่านพระราม 4 The Ritz-Carlton, Bangkok, Andaz One Bangkok และอีกหลายแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Grand Central Point ที่ปีนี้เปิดที่เดียว 2-3 หมุดหมายปลายทางจนกลายเป็นโรงแรมหนึ่งในใจนักพักผ่อน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 10

 

  • AI Lifestyle ใช้ AI อย่างมีสติ เพื่อจัดการชีวิตรอบด้าน

 

เมื่อ AI ได้แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของพวกเราอย่างชัดเจน และไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานเท่านั้น แต่ผู้คนใช้ AI ในทุกมิติของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะงาน เงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพ เช่น ช่วยวางแผนมื้ออาหารประจำสัปดาห์ตามโปรตีนที่ต้องการ ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการนอนจาก Whoop แล้วแนะนำว่าควรปรับอะไรในชีวิต บางคนใช้ AI เป็นโค้ชส่วนตัวสร้างโปรแกรมวิ่งหรือการออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเอง หรือแม้แต่ใช้เพื่อทำหน้าที่นักจิตบำบัดได้อีกด้วย

 

ในขณะที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็หันมาใช้ AI ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ เช่น Headspace ที่มี AI แนะนำการทำสมาธิตามอารมณ์ในแต่ละวัน

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคนเริ่มใช้ AI ด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น เราเรียนรู้ที่จะตั้งคำถาม ใช้มันเป็นกระจกส่องพฤติกรรม และเลือกเฉพาะสิ่งที่ยกระดับคุณภาพชีวิตจริงๆ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 11

 

  • Community Reborn คอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนด้วยความหมาย

 

ท่ามกลางโลกที่เร็วและแยกตัว ปี 2025 กลายเป็นปีที่คนไทยหันกลับมาให้ความสำคัญกับคอมมูนิตี้จริงจัง มีกลุ่มอ่านหนังสือที่พบกันเป็นประจำ กลุ่มถ่ายภาพฟิล์มที่รวมตัวกันไปถ่ายรูป นี่ยังไม่รวม Run Club ที่แสดงให้เห็นถึงภาพคอมมูนิตี้ปีนี้ได้อย่างชัดเจน

 

จุดเปลี่ยนคือ Community ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแบรนด์อีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยความหมาย ผู้คนไม่ได้มองหาจำนวนสมาชิกที่ต้องเยอะเท่านั้นถึงจะดี แต่เลือกเข้าหาคอมมูที่เหมาะสมกับเขาจริงๆ สามารถมอบพื้นที่ปลอดภัย มีบทสนทนาที่ลึกและเข้าใจ ช่วยให้เขาเติบโตได้จริง

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 12

 

  • Thai Art on the Rise ศิลปะไทยเติบโต ขยายพื้นที่และบทสนทนา

 

นี่คือปีที่วงการศิลปะไทยขยับขยายทั้งพื้นที่และบทสนทนา เริ่มตั้งแต่ Bangkok Art Biennale ที่เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วเรื่อยมาจนถึงปีนี้ และกระจายงานศิลปะไปทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะวัดอรุณ วัดโพธิ์ ไปจนถึง BACC และ One Bangkok ที่ทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายขึ้น

 

ล่าสุดการมาของ Dib Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลกแห่งแรกของไทย ที่มีคอลเลกชันกว่า 1,000 ชิ้นจากศิลปินไทยและนานาชาติ ทั้งงานของ มณเฑียร บุญมา, Sho Shibuya และ Jame Turrell ในขณะที่ Bangkok Kunsthalle แม้จะเปิดมาตั้งแต่ปี 2024 แต่มาปีนี้ก็ยังมีนิทรรศการเวียนที่น่าสนใจมาลงอยู่เสมอ ส่วนนอกกรุงเทพฯ ตอนนี้ก็มี Khao Yai Art Forest ที่นำศิลปะร่วมสมัยไปผสานกับธรรมชาติของเขาใหญ่

 

รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐอย่าง CEA (Creative Economy Agency) และการเติบโตของนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่ทำให้งานศิลปะไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ งานยืนดูอีกต่อไป

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 13

 

  • ‘Longevity’ ยืนหนึ่งเทรนด์สุขภาพแห่งปี

 

ปีนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คำว่า Longevity เรียกว่าเป็นคีย์เวิร์ดสุขภาพที่มาแรงที่สุดของปี 2025 แต่นิยามของมันไม่ใช่แค่การอยากมีอายุยืน แต่คือการ ‘แก่อย่างมีคุณภาพ’ ด้วยการสร้างสุขภาพเชิงรุกให้ร่างกายพังช้าที่สุด

 

ความฮอตนี้ยืนยันได้ด้วยมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพโลกที่พุ่งทะลุ 7 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึงการเติบโตของบริการแบบ Personalized ที่ใช้ Data มาออกแบบแผนที่สุขภาพรายบุคคล ตั้งแต่ตรวจพันธุกรรม (Genetic Testing) ไปจนถึงวัดค่าความเสื่อมระดับเซลล์เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างแม่นยำ

 

อีกสิ่งที่ชัดเจนคือการเติบโตของ Wellness Retreat ที่มูลค่าแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว ผู้คนไม่ได้มองหาแค่ทริปพักผ่อน ทำสปาสวยๆ แต่ต้องการทริปฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม ทั้งเรื่องปรับการนอน ดีท็อกซ์ และบำบัดความเครียด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนในปีนี้กล้าจ่ายเพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีในระยะยาว

 

HYROX ปีแรกในไทยที่แรงเกินคาด!

 

ถ้าพูดถึงกีฬาที่เป็น Talk of the Town ประจำปี คงหนีไม่พ้น HYROX ที่ประเดิมสนามแรกในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม และสร้างปรากฏการณ์บัตร Sold Out ภายในไม่กี่ชั่วโมงจนผู้จัดต้องประกาศขยายวันเพิ่ม

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 14

 

{{LISTSTART}}T-Beauty เมื่อสกินแคร์ไทยขยับมาเป็นตัวจริงในใจคนรักสวยรักงาม
{{LISTEND}}

 

ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าสนใจมาก เมื่อ T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์บิวตี้จากแบรนด์ไทยโดดเด่นขึ้นมาจนน่าจับตามอง และในหลายมิติเริ่มแซงหน้ากระแส K-Beauty ไปแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผิวและสภาพอากาศเมืองร้อนได้อย่างแม่นยำ

 

ความนิยมนี้สะท้อนผ่านมูลค่าตลาดความงามในไทยที่ประเมินว่าสูงถึง 4.75 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยมีสกินแคร์เป็นหัวแรงหลักในการเติบโต อินไซต์ที่น่าสนใจคือแบรนด์ไทยยุคใหม่เริ่มใช้ Scientific Approach ที่เข้มข้นขึ้น มีการใช้ส่วนผสมท้องถิ่นระดับพรีเมียมมาผสานกับนวัตกรรมแล็บระดับโลก จนเกิดเป็นกระแส ‘Thai Pride’ ที่คนรุ่นใหม่กล้าการันตีคุณภาพให้กันแบบปากต่อปาก แบรนด์ไทยหลายรายจึงเติบโตรวดเร็วและกลายเป็นไอเทมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้อง ‘ซื้อกลับ’ เป็นของฝาก สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า T-Beauty ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมความงามที่ทรงพลัง มากกว่าแค่การเป็นสินค้าตามเทรนด์เหมือนปีก่อนๆ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 15

 

  • Green Space พื้นที่สีเขียวที่เพิ่มมากขึ้น

 

สำหรับคนกรุงเทพฯ ปีนี้เป็นปีที่พื้นที่สีเขียวกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ภาพในแผนผังเมือง แต่ประชาชนอย่างเราๆ สามารถไปใช้งานได้จริง ทั้งเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย หรือนั่งพักใจ และหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเปิดและขยายพื้นที่สีเขียวใหม่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น สวนดุสิตอรุณ บนโครงการ Dusit Central Park ที่เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง, การปรับปรุงพื้นที่เชื่อมต่อของสะพานเขียวที่ทำให้การเดินทางระหว่างสวนลุมพินี และสวนป่าฯ ปลอดภัยขึ้น ไหนจะศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่แปลงพื้นที่บนดาดฟ้าและอาคารจอดรถให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เชื่อมถึงกัน

 

นอกจากนี้ กทม. ยังมีสวนชุมชนขนาดเล็กตามแนวคิด ‘สวน 15 นาที’ กระจายตัวในหลายย่าน ทำให้การเข้าถึงธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลอีกต่อไป ปีนี้อาจยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางของเมืองสีเขียวในอุดมคติ แต่เป็นปีที่ทำให้เห็นชัดว่า กรุงเทพฯ กำลังขยับเข้าใกล้เมืองที่น่าอยู่ขึ้นทีละก้าวอย่างแท้จริง

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 16

 

  • Wellness × Beauty Tech ดูแลกายใจด้วยข้อมูล เลือกสิ่งที่ใช่ ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์

 

ปี 2025 เทคโนโลยีด้านสุขภาพและความงามก้าวจากแค่แเก็ดเจ็ต มาเป็นเครื่องมือที่คนใช้จริงๆ และไม่ได้มีแค่สมาร์ทวอทช์เท่านั้น ปีนี้เป็นปีของอุปกรณ์อย่างสายรัดข้อมืออัจฉริยะ Whoop หรือแหวนอัจฉริยะ Oura Ring ที่ติดตามการนอนหลับ ระดับความเครียด และการฟื้นฟูตัว

 

ขณะที่ฝั่งบิวตี้ความนิยมของ LED Mask เติบโตอย่างต่อเนื่อง กระแสความนิยมมาจากความต้องการดูแลผิวแบบ Non-Invasive ที่ทำเองได้ที่บ้าน คนรักผิวหันมาใช้ LED Mask มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวแบบรอบด้าน ทั้งลดริ้วรอย รักษาสิว เพิ่มความกระจ่างใส และกระตุ้นคอลลาเจน เทรนด์นี้สะท้อนพฤติกรรมใหม่ที่คนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีผิวที่ปลอดภัย ใช้ง่าย และเห็นผลระยะยาวมากขึ้น

 

เราคิดว่าจุดเด่นของปีนี้คือการเปลี่ยนจาก ‘ทำตามคนอื่น’ เป็น ‘เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับเรา’ ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่าอะไรเหมาะกับตัวเองจริงๆ แล้วใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ ซึ่งเราคาดว่าในปี 2026 จะเป็นปีที่คนต้องการเข้าใจร่างกายในระดับที่ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้น ด้วยการใช้ดาต้าเป็นตัวไดรฟ์อย่างแน่นอน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 17

 

  • Global Brand in Thailand เมืองไทยเต็มไปด้วยแบรนด์ดังจากต่างประเทศ

 

นับว่าเป็นปีทองของชาวกรุงเทพฯ เพราะในปีนี้มีร้านอาหารใหม่ๆ แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาแลนดิ้งในเมืองไทยไม่หยุดหย่อน ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นผลพลอยได้จากการมีศูนย์การค้าเปิดใหม่ในปีที่ผ่านมาด้วย

 

ส่วนแบรนด์ระดับโลกที่เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกก็อย่างเช่น Wingstop ร้านไก่ทอดชื่อดังจากอเมริกา, Gongcha แบรนด์ชาชื่อดังจากไต้หวัน, Chagee แบรนด์ชาชื่อดังจากประเทศจีน, SNOWS แบรนด์ขนมจากฮอกไกโด, Cheung Hing Kee เสี่ยวหลงเปาจากฮ่องกง, Tomita Ramen ราเม็งจุ่มเส้นอันดับ 1 จากญี่ปุ่น หรือ Hashtag B แบรนด์ทาร์ตไข่ชื่อดังจากฮ่องกง

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 18

 

  • HYROX ปีแรกในไทยที่แรงเกินคาด!

 

ความนิยมที่ถล่มทลายนี้เป็นเพราะ HYROX ตอบโจทย์คนวงกว้าง มันไม่ใช่แค่การวิ่งมาราธอนหรือการเพาะกาย แต่มันคือ Fitness Race ที่ผสมการวิ่ง 1 กม. สลับกับฐานวัดใจรวม 8 รอบ ผสานเข้ากับบรรยากาศ Sportainment ที่แสงสีเสียงจัดเต็มเหมือนมาดูคอนเสิร์ต คนที่ไปแข่งแล้วก็ติดใจ คนที่สมัครไม่ทันก็อยากไปปีหน้า ส่งผลให้ยิมทั่วไทยต้องแห่เปิดคลาสซ้อม HYROX กันเต็มเมือง

 

กระแสนี้ยังปลุกตลาดอุปกรณ์กีฬาให้คึกคัก อย่าง Puma (Global Partner) ที่ออกรองเท้ากลุ่ม Hybrid มากวาดตลาด หรือแม้กระทั่งเครื่อง Ski/Row จาก Concept2 ก็ได้กลายเป็นของสามัญประจำยิมที่ขาดไม่ได้ไปโดยปริยาย เรียกว่าการมาของ HYROX สร้างแรงสั่นสะเทือนแก่วงการฟิตเนสไทยไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 19

 

  • Pilates Reimagined: เมื่อประสบการณ์สำคัญไม่แพ้การยืดเหยียด

 

แม้พิลาทิสจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปี 2025 คือปีแห่งการอัปเกรดประสบการณ์ สตูดิโอผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดพร้อมโจทย์ใหญ่คือ ทำอย่างไรให้แตกต่าง? คำตอบคือ Variety of Experience ที่ฉีกกฎเดิมๆ ทิ้งไป

 

ยุคนี้สตูดิโอต้องงัดไอเดียมาสู้กันด้วยกิมมิกที่หลากหลาย เราจึงได้เห็นคลาสสไตล์ Beat Pilates ที่สาดแสงสีเสียงกระตุ้นฟีลเหมือนอยู่ในคลับ, การใช้เทคโนโลยี LED Mat เพิ่มการดูแลผิวไประหว่างเล่น หรือการผสมผสานไลฟ์สไตล์อย่าง Pilates & Matcha ที่ได้ยืดเหยียดไปจิบชาไป

 

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นในสวน เกิดเป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่ดึงคนรักสุขภาพมาเจอกันจนทำให้หลากหลายแบรนด์หันมาจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 20

 

  • Racket Sports: เทรนด์กีฬาหวดที่คอร์ตไม่เคยว่าง

 

ปี 2025 ต้องยกให้เป็นปีแห่งไม้หวดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘คอร์ตแตก’ ทั่วกรุงฯ ความแรงนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มีตัวเลขยืนยันชัดเจนจากรายงาน Garmin Connect Data Report 2025 ที่พบว่ายอดกิจกรรมกลุ่ม Racket Sports ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 67% โดยเฉพาะในเอเชียที่โตมากกว่า 2 เท่า สำหรับในไทยเองก็น่าตกใจไม่แพ้กัน เพราะกิจกรรม Badminton โตระเบิดถึง 116% และ Tennis พุ่งขึ้น 65% เรียกว่าเป็นปีที่คนไทยหยิบไม้ลงสนามกันเยอะที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

จุดเริ่มต้นความฮอตต้องยกเครดิตให้พี่ใหญ่อย่าง Tennis ที่ถูกปลุกกระแสด้วยเทรนด์ Quiet Luxury, อิทธิพลจากภาพยนตร์ฝั่งฮอลลีวูด รวมถึงเหล่าบรรดาแบรนด์หรูที่ลงมาเล่นตลาดนี้ จนทำให้ไม้ Tennis กลายเป็น ‘แอ็กเซสซอรี’ วัดฐานะทางสังคม

 

แต่สิ่งที่ทำให้กระแสนี้แมสจนฉุดไม่อยู่ คือการมาถึงของกีฬาน้องใหม่อย่าง Pickleball และ Padel ที่เข้ามาเติมเต็มในจุด ‘Low Skill, High Fun’ คือเน้นความสนุก เข้าถึงง่ายกว่า Tennis มาก ทำให้ภาพรวมสนามกีฬายุคนี้กลายร่างเป็น Social Club แห่งใหม่

 

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้แบรนด์แฟชั่นหันมาทำคอลเล็กชัน Court-to-Street ที่ใส่เล่นเสร็จเที่ยวต่อได้ รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาและคอมมูนิตี้มอลล์เองก็เริ่มเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นสนามแข่งเพื่อใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนรุ่นใหม่

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 21

 

  • Casual Dining Era ยุคของร้านอาหารสบายๆ แต่รสชาติไม่ธรรมดา

 

จากการที่เราได้คุยกับเชฟใหญ่ระดับโลกและคนทำอาหารหลายๆ คน ทุกคนเห็นด้วยว่าในปีนี้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการนั่งรับประทานอาหารน้อยลง ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือร้านไฟน์ไดนิ่งที่อาจไม่ได้รับความนิยมเท่าปีก่อนๆ

 

ในปีที่ผ่านมาพวกเราจึงได้เห็นเชฟหลายคนหันมาเปิดร้านใหม่ที่มีความ Casual มากขึ้น ไม่ต้องมีพิธีรีตอง เน้นเสิร์ฟอาหารคุณภาพที่ใช้วัตถุดิบดีไม่แพ้อาหารชั้นสูง ซึ่งร้านที่หลายคนให้ความสนใจและอยากแนะนำต่อ อาทิ Margo โดยเชฟวิลฟริด อดีตเอ็คเซคคิวทีฟเชฟของร้านไฟน์ไดนิ่ง Blue by Alain Ducasse, ข้าวสารเสก โดยเชฟแพมแห่งร้าน Potong, Soma Bangkok โดยเชฟชาลีแห่งร้าน Wana Yook และเชฟหนุ่ม แห่งร้าน Samuay and Sons หรือ ข้าวซอยปริญญ์ โดยเชฟปริญญ์ แห่งร้านสำรับ สำหรับไทย

 

เอาเป็นว่าใครเป็นแฟนคลับเชฟคนไหนก็ตามไปลองกันได้นะ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 22

 

{{LISTSTART}}Ice Bath Cold Therapy สู่เทรนด์สุขภาพคนเมือง
{{LISTEND}}

 

ต้องยอมรับว่าปีนี้เทรนด์ Ice Bath หรือการแช่น้ำเย็นจัด กลายเป็นหนึ่งในลิสต์กิจกรรมสุขภาพที่โดดเด่นที่สุดในไทย จากจุดเริ่มต้นในกลุ่มนักกีฬาและสายเวลเนส ตอนนี้ขยายวงกว้างมาสู่คนทั่วไปที่แสวงหาการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม อย่างเต็มตัว

 

เสน่ห์ที่ทำให้หลายคนยอมทิ้งตัวลงในน้ำอุณหภูมิเกือบติดลบ ไม่ได้มีแค่เรื่องการลดอักเสบหลังออกกำลังกายเท่านั้น แต่ในทางวิทยาศาสตร์ น้ำเย็นจัดช่วยกระตุ้นโดพามีนและปลุกระบบประสาทให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนมองว่านี่คือเครื่องมือฝึกสมาธิชั้นดี โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ตอนนี้เราเริ่มเห็นสตูดิโอ Wellness และยิมระดับ High-end หันมาติดตั้งอ่าง Cold Plunge กันเป็นมาตรฐานใหม่ เพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการรีเฟรชสมองจากภาวะ Decision Fatigue หรือความล้าจากการตัดสินใจมาตลอดทั้งวัน ยิ่งมีการแชร์ต่อผ่านคลิปและรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ ก็ยิ่งช่วยสร้างคอมมูนิตี้ให้เทรนด์นี้เติบโต จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้คนเมืองรีเซ็ตตัวเองได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 23

 

  • Superfood & Functional Food กินอาหารเพื่อประโยชน์

 

ปีนี้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วนอกจากการออกกำลังกาย อีกสิ่งที่มาควบคู่กันก็คือการกินอาหารที่หลายคนให้ความสำคัญมากไม่แพ้กัน เพราะไม่ใช่แค่ต้อง Healthy แต่สิ่งที่กินเข้าไปต้องมอบประโยชน์บางอย่างกับร่างกายด้วย

 

พวกเราจึงเห็นคำว่า Superfood และ Functional Food บ่อยขึ้นในปีที่ผ่านมา เพราะสองสิ่งนี้ไม่เพียงดีต่อสุขภาพ แต่ยังมาพร้อมประโยชน์หลายๆ อย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เช่น มัทฉะช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ ไข่ผำเป็นโปรตีนทางเลือกใหม่ สาหร่าย Sea moss ช่วยเรื่องผิวพรรณ หรือกิมจิเป็นโพรไบโอติกส์ธรรมชาติ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 24

 

  • Forest Bathing อาบป่า เดินป่า การกลับสู่ธรรมชาติที่บำบัดใจคนเมือง

 

การเดินป่าและกิจกรรม Forest Bathing หรือ ‘อาบป่า’ ได้กลายเป็นทางออกในการฮีลใจและได้เหงื่อแบบคูลๆ ของคนรุ่นใหม่ปีนี้ เราพบว่ากระแสความนิยมนี้ไม่ใช่แค่การแบกเป้ไปเดินป่าเพื่อท้าทายร่างกายตัวเองเท่านั้น แต่คือการได้คอนเน็กต์กับธรรมชาติอย่างมีสติ ได้ฟื้นฟูจิตใจที่เหนื่อยล้าจากโลกดิจิทัลไปในตัว

 

สำหรับศาสตร์ Shinrin-yoku จากญี่ปุ่น หัวใจสำคัญของศาสตร์นี้คือ ‘การดื่มด่ำกับบรรยากาศของป่าผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า’ เพื่อให้ธรรมชาติเยียวยาร่างกายและจิตใจที่เน้นการใช้เวลาท่ามกลางต้นไม้ เสียงนก และกลิ่นป่า เทรนด์นี้ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและเพิ่มภูมิต้านทานร่างกายได้จริง

 

ความน่าสนใจคือตอนนี้กลุ่มคนเมืองเริ่มมองหาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ ‘เข้าถึงง่าย’ แต่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เช่น พื้นที่เขาใหญ่ หรือป่าชุมชนใกล้กรุง ที่มีการจัดกิจกรรมเดินป่าแบบ Mindfulness โดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์คนที่อยากหนีโลกที่วุ่นวายแต่มีเวลาจำกัด เราจึงเห็นกลุ่มเวิร์กช็อปและทริปเดินป่าช่วงสุดสัปดาห์กลายเป็นพื้นที่รวมตัวใหม่ของกลุ่มเพื่อนและครอบครัว เป็นการชาร์จพลังที่ตอบโจทย์ Well-being ของคนยุคนี้ได้อย่างน่าสนุกทีเดียว

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 25

 

  • Thai Bars, Global Stage บาร์ไทยยืนหยัดได้ในเวทีโลก

 

ไม่มีปีไหนที่บาร์ไทยจะร้อง Chai-Yo ได้ดังเท่าปีนี้อีกแล้ว เพราะวงการบาร์บ้านเราถือว่าท็อปฟอร์มถึงขีดสุด และคว้ารางวัลระดับโลกมาได้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเวที Asia’s 50 Best Bars ที่ปีนี้บาร์ไทยติดลิสต์ Top 50 ถึง 7 บาร์ และ Extended List อีก 3 บาร์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาประเทศแถบเอเชียทั้งหมด แถมยังมีบาร์ไทยติดอันดับ Top 5 ถึง 2 แห่ง ส่งให้ไทยกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักดื่มในเอเชีย

 

ความสำเร็จยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะนี่คือครั้งแรกที่บาร์ไทยเข้าชิง Top 4 บนเวที Spirited Awards® 2025 สาขา Best New International Bar รางวัลที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘ออสการ์ของคนบาร์’ รวมถึงการปรากฏชื่อในลิสต์ระดับโลกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Top 500 Best Bars แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของปีนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนรางวัล แต่คือการที่บาร์ไทยเริ่มสร้าง ‘ลายเซ็นของตัวเอง’ ทั้งการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น การเล่าเรื่องวัฒนธรรมผ่านค็อกเทล ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ที่มีบริบทของความเป็นไทยในแบบร่วมสมัย

 

ปีนี้จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งรางวัล แต่คือปีที่โลกเริ่มมองเห็นว่าบาร์ไทยมีตัวตน มีเสียง และมีมาตรฐานในระดับเดียวกับบาร์ชั้นนำของโลกอย่างแท้จริง

 

 

ภาพ:  THE STANDARD TEAM, Courtesy of the Brands, Shutterstock

อ้างอิง:

The post ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติแบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก https://thestandard.co/life/oong-mindful-clothes-living-quality/ Wed, 24 Dec 2025 09:00:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1157492 เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก

ทั้งที่เสื้อผ้าแน่นตู้ แต่ทำไมยังรู้สึกว่า ‘ไม่มีอะไรจะ […]

The post เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติแบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก

ทั้งที่เสื้อผ้าแน่นตู้ แต่ทำไมยังรู้สึกว่า ‘ไม่มีอะไรจะใส่’ นั่นอาจเป็นเพราะคุณมี

 

เสื้อผ้ามากเกินความจำเป็น หรือไม่ตรงตามสไตล์ของตัวเองจริง ๆ

 

พฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้าตามเทรนด์ ตามคนรอบตัว หรือเพื่อสร้างการยอมรับ ทำให้เสื้อผ้าหลายชิ้นไม่เคยถูกหยิบมาใส่ บางชิ้นใส่เพียง 2-3 ครั้งก็ถูกพับเก็บไว้ลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า ขณะเดียวกันระบบการสั่งซื้อที่รวดเร็ว และกระบวนการผลิตที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณค่า ทำให้ Fast Fashion กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ทั้ง ๆ ที่เสื้อผ้าเพียงหนึ่งชิ้นต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้ทรัพยากรน้ำจำนวนมาก และปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล โดยข้อมูลจาก UNFCCC ระบุไว้ว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นปล่อยคาร์บอนมากกว่าอุตสาหกรรมการบินและการขนส่งทางเรือรวมกันเลยทีเดียว

 

ใน Eco-Curious: Habit Hacks ตอนนี้ เราจึงอยากชวนพูดคุยกับ ‘อุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี’ นักออกแบบที่ยืนหยัดบนแนวคิด Sustainable Fashion และเป็นผู้ขับเคลื่อนกลุ่ม Fashion Revolution Thailand ชวนทบทวนผลกระทบของการซื้อเสื้อผ้าต่อโลก แจกทริกการเลือกเสื้อผ้าและวิธีใช้อย่างคุ้มค่า เพื่อสร้าง Living Quality ของชีวิต

 

ผ่านการเลือกเสื้อผ้าที่มีความหมายต่อเราและโลก

 

ดูรายการเต็มได้ที่: LINK

 

เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 1เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 2

 

Who is ‘อุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี’

 

อุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี เป็นนักออกแบบที่หลายคนคุ้นตาในฐานะ ‘ผู้ขับเคลื่อนแนวคิด Sustainable Fashion’ ด้วยความจริงจังและแววตาที่มุ่งมั่น เธอเป็นหนึ่งในผู้ประสานงานของ Fashion Revolution Thailand และจัดกิจกรรมเพื่อชวนสังคมตั้งคำถามและเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องแฟชั่นมาโดยตลอด

 

จากประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมแฟชั่น อุ้งได้เห็นผลกระทบของการผลิตและการบริโภคเสื้อผ้าที่มาไวไปไว

 

จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามต่อเบื้องหลังของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น และนำไปสู่การเปลี่ยนบทบาทของเธอในวันนี้ จากนักออกแบบ สู่ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในวงการแฟชั่นอย่างจริงจัง

 

“พอเรียนจบ เราก็เริ่มทำงานเป็นนักออกแบบ ได้คลุกคลีอยู่ในวงการแฟชั่น และออกแบบเสื้อผ้าจำนวนมาก เราเห็นเสื้อผ้าที่เราทำออกไปกลายเป็น Overstock ถูกนำไปลดราคา หรือบางครั้งก็ถูกทิ้ง ทั้งที่เพิ่งวางขายได้ไม่นาน เราเห็นผลกระทบของ Fast Fashion ที่ส่งผลต่อคน สังคม และวิถีชีวิตในฐานะนักออกแบบ เราไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของ business model แบบนั้น เลยอยากหาวิธีที่ทำให้เราจะยังมีความสุขกับแฟชั่นได้ โดยไม่ต้องเร่งทั้งกระบวนการผลิตและการบริโภค”

 

เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 3เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 4

 

อุ้งค้นพบว่า ‘Slow Fashion’ คือการเริ่มตั้งคำถามว่า ใครเป็นคนทำเสื้อผ้าชิ้นนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้เราได้ฉุกคิดถึงกระบวนการผลิตที่ส่งผลต่อเรา สังคมและโลก

 

และยังช่วยเตือนสติให้เราเริ่มหันมาคิดก่อนเลือกซื้อเสื้อผ้าชิ้นถัดไป

 

“Fast Fashion คล้ายกับ Fast Food คือผลิตเร็ว ใช้เร็ว และทิ้งอย่างรวดเร็ว โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ผลิต ผู้ใช้ หรือสิ่งแวดล้อม ส่วน Slow Fashion คือการเริ่มตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้านี้ มีกระบวนการผลิตอย่างไร สิ่งเหล่านี้ทำให้การบริโภคของเราช้าลง น้อยลง คิดถึงที่มาที่ไปมากขึ้น ใช้ของได้นานขึ้น และเลือกใช้สิ่งที่ดีขึ้นในระยะยาวจริง ๆ”

 

Habit Hacks: ทริกจัดตู้ให้ปัง โลกไม่พัง

 

การรู้กระบวนการผลิตของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ทำให้เราค่อย ๆ มองข้ามความอยากได้ชั่วคราว ไปสู่ ‘ความต้องการของเราอย่างแท้จริง’ ช่วยให้เราไม่เสียเงินซื้อเสื้อผ้ามากเกินความจำเป็น และยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การยกระดับ Living Quality ที่ดีขึ้นในหลายมิติ

 

วิธีเริ่มต้นง่าย ๆ ที่อุ้งแนะนำ คือ ‘การจัดตู้เสื้อผ้า’ ลองเลือกเสื้อผ้าที่ชอบ ใส่บ่อย และจำเป็นจริง ๆ เพื่อทำความเข้าใจสไตล์ของตัวเอง ต่อมาให้ใช้วิธี Re-style ด้วยการนำเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วมา Mix and match ใหม่ ถ้าเสื้อผ้าเริ่มเก่าหรือชำรุด ให้ซ่อมแซมก่อนจะตัดสินใจซื้อใหม่

 

เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 5

 

หากจำเป็นต้องใช้เสื้อผ้าเพิ่มเติมจริง ๆ ลองใช้วิธีการแชร์ตู้เสื้อผ้า ยืมคนในครอบครัว แลกกับเพื่อน หรือเข้าร่วมกิจกรรมแชร์เสื้อผ้า ในกรณีที่จำเป็นต้องซื้อใหม่ อยากให้เริ่มจากการซื้อเสื้อผ้ามือสอง แต่ถ้ายังไม่มีแบบที่ถูกใจ ลองพลิกป้ายดูที่มาและกระบวนการผลิตก่อนตัดสินใจซื้อตัวใหม่ เลือกเส้นใยธรรมชาติเพราะปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์น้อยกว่าเส้นใยสังเคราะห์ และเลือกแบรนด์ท้องถิ่นที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดมลพิษจากการขนส่ง

 

เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 6เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 7เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 8

 

อุ้งมองว่าเป็นเรื่องดีที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมแฟชั่นก็เริ่มหันมาสนใจโลกมากขึ้น ยกตัวอย่างในยุโรป มีการออกกฎหมายว่าทุกแบรนด์ต้องทำ Digital Product Passport (DPP) เพื่อตรวจสอบที่มาของเสื้อผ้า เรียกว่าเป็น ‘Regenerative fashion’ ที่มองไกลกว่าความยั่งยืน ขยายสู่การฟื้นฟูทรัพยากรที่ถูกทำลายจากการผลิตด้วย

 

“เมื่อสิบปีก่อน คนจะโฟกัสกันที่ปัญหาขยะเสื้อผ้าซึ่งเป็นเรื่องปลายทาง แต่พอมาถึงวันนี้ เราเริ่มเห็นแบรนด์ใหญ่ ๆ หันมาพูดถึงปัญหาต้นทางมากขึ้น ตั้งแต่เส้นใยที่ใช้ ฝ้ายที่ปลูก วิธีการปลูก ไปจนถึงการดูแลดินและการจัดการน้ำ มันเป็นสัญญาณที่ดีว่าเรากำลังเริ่มมองอุตสาหกรรมแฟชั่นแบบ Holistic หรือมองกันแบบองค์รวมจริง ๆ”

 

เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติ แบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก 9

 

เมื่อเริ่มมองว่าเสื้อผ้าหนึ่งชิ้นมีคุณค่า เราจะพยายามรักษาให้นานที่สุดโดยอัตโนมัติ รวมถึงเลือกอย่างตั้งใจ ทำให้พลังงานและเงินที่เคยหมดไปกับการเลือกซื้อที่รวดเร็ว กลับคืนมาให้เราได้โฟกัสสิ่งที่จำเป็น ทำให้ชีวิตสงบ มีความสุขขึ้น และช่วยเสริมสร้าง Living Quality ที่ดีขึ้นในเวลาเดียวกัน

 

“เรามี Core value ที่ชัดเจน ทุกการเลือก การซื้อ และการใช้เงิน คือการโหวตว่าเราอยากสนับสนุนอะไร อยากเห็นธุรกิจแบบไหน สิ่งที่เคยสำคัญอย่างเทรนด์ กระแส หรือภาพลักษณ์ จะค่อย ๆ สำคัญน้อยลง เพราะเรามั่นคงจากข้างใน”

 

อุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี

The post เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างมีสติแบบ ‘อุ้ง’ เพื่อ Living Quality ที่ดีต่อเราและโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักหมุดเที่ยว! เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 https://thestandard.co/life/thai-2569-holiday-travel/ Mon, 22 Dec 2025 13:30:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1157048 ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569

เราเชื่อเสมอว่าการเดินทาง และการพักผ่อนที่สมดุลทำให้ร่า […]

The post ปักหมุดเที่ยว! เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569

เราเชื่อเสมอว่าการเดินทาง และการพักผ่อนที่สมดุลทำให้ร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ประเทศไทยเจอเหตุการณ์หนักหน่วงหลายเหตุการณ์ และเราก็เชื่อว่าปีนี้เป็นอีกปีที่ทุกคนทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าในแง่ของรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ

 

และไม่ว่าปี 2569 จะเป็นเช่นไร เราอยากให้คุณอย่าลืมพักผ่อน หาเวลาออกเดินทางไปพบประสบการณ์และโลกใหม่ๆ เพราะนอกจากจะฮีลใจและกายเราเองแล้ว ยังช่วยส่งเสริมไอเดียใหม่ๆ และสร้างโอกาสให้เราด้วย

 

จงใช้วันลาอย่างคุ้มค่า เพราะเราทุกคนล้วนต้องการการพักผ่อนและเวลาส่วนตัว เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรงและเติมเต็มแรงใจในการใช้ชีวิต

 

และนี่คือวันหยุด-วันควรลาทั้งปี 2569 เพื่อให้คุณวางแผนเที่ยวได้อย่างไม่มีสะดุด

 

ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 1ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 2ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 3ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 4ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 5ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 6ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 7ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 8ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 9ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 10ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 11ปักหมุดเที่ยว เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 12

The post ปักหมุดเที่ยว! เช็กปฏิทินวันหยุด-วันควรลา ปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 https://thestandard.co/life/interesting-designs-2025/ Sat, 20 Dec 2025 02:54:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1156447 รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025   ปี 2025 ถือเป็ […]

The post รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025

 

ปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่โลกของงานออกแบบคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีผลงานดีไซน์เจ๋ง ๆ แปลกใหม่ โผล่ออกมาให้เราได้ว้าวกันแบบไม่ขาดสาย ตั้งแต่งานดีไซน์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ไปจนถึงไอเดียเรียบง่ายแต่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น เครื่องใช้ ไปจนถึงวัสดุเพื่อสิ่งแวดล้อม

 

วันนี้เราเลยขอพาทุกคนไปสำรวจ รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 ซึ่งคัดสรรโดย Dezeen มีทั้งงานดีไซน์ที่น่าสนใจ แปลกตา และ สะท้อนทิศทางของโลกการออกแบบในปัจจุบัน ว่ามีชิ้นไหนน่าจับตามองบ้าง

 


 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 1

 

รถไฟฟ้าหน้าตาเรโทร Nissan R32EV

 

ใครจะคิดว่ารถสปอร์ตยุค 80 จะกลับมาเท่ได้อีกครั้งในเวอร์ชันไฟฟ้า! Nissan R32EV คือรถที่นำ Skyline GT-R รุ่นคลาสสิกมาปรับโฉมใหม่ให้เป็นรถไฟฟ้าล้วน แต่ยังคงเสน่ห์ความเหลี่ยมคมและดุดันแบบยุค 1980 เอาไว้ครบถ้วน เป็นงานดีไซน์ที่ผสมผสานอดีตกับอนาคตได้อย่างลงตัว จนทำให้หลายคนอยากเห็นมันถูกผลิตจริงสักวัน

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 2

 

แผงขายของโมดูลาร์เพื่อพ่อค้าแม่ค้า Umbrella Crate Stall

 

งานดีไซน์ดี ๆ บางทีไม่จำเป็นต้องหวือหวาเสมอไป Umbrella Crate Stall คือแผงขายของน้ำหนักเบาแบบโมดูลาร์ ที่ออกแบบมาเพื่อพ่อค้าแม่ค้าริมถนนในไนจีเรีย สามารถถอดประกอบ เคลื่อนย้าย และปรับขนาดได้ตามการใช้งาน เป็นตัวอย่างของงานออกแบบที่เรียบง่าย แต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและโครงสร้างเมืองได้อย่างแท้จริง

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 3

 

จานใส่มีตบอลโดยเฉพาะ จาก Gustaf Westman x IKEA

 

นี่คือไอเดียสนุก ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง จานสำหรับมีตบอลโดยเฉพาะ! จานพอร์ซเลนสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ทรงยาวใบนี้ มีร่องตรงกลางที่ออกแบบมาให้พอดพอดีกับมีตบอลโดยเฉพาะ แถมยังมาพร้อมคู่มือสไตล์ IKEA ที่ใช้งานได้จริง เป็นงานดีไซน์เล็ก ๆ ที่เติมสีสันให้ชีวิตประจำวันได้อย่างน่ารัก

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 4

 

วัสดุรักษ์โลก Carbon Cell

 

Carbon Cell คือวัสดุทดแทนโฟมโพลีสไตรีนที่ผลิตจากของเสียทางการเกษตร มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ และยังเป็นคาร์บอนเนกาทีฟอีกด้วย งานออกแบบชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นพลังของการทำงานข้ามศาสตร์ ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักออกแบบ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้โลกในอนาคต

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 5

 

แผงวงจรจากขนแกะ WoolTech

 

หนึ่งในงานดีไซน์ที่แปลกและสร้างสรรค์ที่สุดของปี WoolTech คือแผงวงจรไฟฟ้าที่ทำจากขนแกะ โดยใช้เลเซอร์สร้างเส้นนำไฟฟ้าแทนโลหะ งานออกแบบชีวภาพชิ้นนี้มีศักยภาพในการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นไอเดียที่ทั้งล้ำและรักษ์โลกไปพร้อมกัน

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 6

 

โคมไฟในสวนที่ใช้พลังงานจากดิน Soli

 

Soli คือโคมไฟกลางแจ้งที่ใช้พลังงานจากกระบวนการย่อยสลายในดิน ผ่านเทคโนโลยีเซลล์ เชื้อเพลิงจุลชีพ (MFC) ดีไซน์เรียบสะอาดตา แต่แฝงแนวคิดลึกซึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เหมาะกับการใช้งานในสวน ทางเดิน หรือพื้นที่กลางแจ้ง

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 7

 

เครื่องประดับเลโก้จาก Studio GOGO

 

ใครว่าเลโก้จะอยู่แค่ในกล่องของเล่น Studio GOGO นำเลโก้มาผสมกับเครื่องประดับ สร้างเป็นแหวนเงินที่สามารถต่อและเปลี่ยนชิ้นเลโก้ได้ตามใจชอบ เป็นงานดีไซน์ที่เน้นความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้อย่างแท้จริง

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 8

 

หูฟังประกอบเองได้ Kibu

 

Kibu คือหูฟังที่ออกแบบมาให้เด็ก ๆ สามารถประกอบ ซ่อม และถอดเองได้ ชิ้นส่วนทั้งหมดทำจากไบโอพลาสติกรีไซเคิล และไม่ต้องใช้กาวหรือสกรู นอกจากจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยปลูกฝังแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้กับผู้ใช้งานตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วย

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 9

 

ผู้ช่วยครัว AI สไตล์เรโทร Kitchen Cosmo

 

Kitchen Cosmo คืออุปกรณ์ครัว AI ที่ช่วยคิดเมนูจากวัตถุดิบในตู้เย็น มาพร้อมหน้าตาเรโทรที่ใช้ปุ่มและสวิตช์แทนหน้าจอสจอสัมผัส ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนเข้าครัว เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีที่พยายามทำให้ชีวิตง่ายขึ้น โดยไม่ลืมเรื่องการออกแบบที่ใช้งานได้จริง

 

รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 10

 

ถ้วยรางวัลที่คนพูดถึงมากที่สุด จาก Herzog & de Meuron

 

ปิดท้ายด้วยงานดีไซน์ที่เสียงแตกที่สุด ถ้วยรางวัลแก้วจาก Herzog & de Meuron สำหรับงาน Art Basel Awards ที่บางคนมองว่าสวยล้ำ บางคนมองว่าแปลกเกินไป แต่ไม่ว่าจะรักหรือไม่ งานชิ้นนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า “ดีไซน์” ยังสามารถจุดประกายบทสนทนาและมุมมองที่หลากหลายได้เสมอ

 

ภาพ: Dezeen

The post รวมลิสต์งานดีไซน์น่าสนใจในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนมาเลือกของขวัญ และเติมความสุขเล็กๆ ส่งท้ายปีที่ Onedertale Christmas Market https://thestandard.co/life/onedertale-christmas-market/ Sat, 20 Dec 2025 02:31:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1156426 ชวนมาเลือกของขวัญ และเติมความสุขเล็กๆ ส่งท้ายปีที่ Onedertale Christmas Market

ชวนมาเลือกของขวัญ และ เติมความสุขเล็ก ๆ ส่งท้ายปีที่ On […]

The post ชวนมาเลือกของขวัญ และเติมความสุขเล็กๆ ส่งท้ายปีที่ Onedertale Christmas Market appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนมาเลือกของขวัญ และเติมความสุขเล็กๆ ส่งท้ายปีที่ Onedertale Christmas Market

ชวนมาเลือกของขวัญ และ เติมความสุขเล็ก ๆ ส่งท้ายปีที่ Onedertale Christmas Market

 

ปลายปีนี้ใครกำลังมองหาที่เดินเล่นหาของขวัญท่ามกลางบรรยากาศคริสต์มาส Onedertale Christmas Market : Onederous 2025 คือหนึ่งในงานที่น่าแวะไปเช็กอิน จัดขึ้นที่ ชั้น G โซน The Storeys Square ที่ One Bangkok ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 เวลา 10.00 – 22.00 น. ภายในงานเป็นตลาดของขวัญและไลฟ์สไตล์ที่รวมร้านค้ากว่า 40 แบรนด์จากทั่วประเทศ ให้เลือกช้อปของใช้ งานคราฟต์ และของขวัญไอเดียดีสำหรับคนพิเศษ พร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกอย่างโฟโต้บูธธีมคริสต์มาส พื้นที่ศิลปะสำหรับเด็ก

 

นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปเพ้นต์เซรามิกจาก Yibdin Studio ในช่วงวันที่ 20 – 21 ธันวาคม, เวิร์กช็อปตั้งเป้าหมายปีใหม่กับ Masterpeace วันที่ 27 – 28 ธันวาคม และปิดท้ายด้วยเวิร์กช็อปจัดสวนขวดธีมคริสต์มาสจาก Tiny Tree Garden วันที่ 3 – 4 มกราคม เหมาะทั้งสำหรับมาเดินช้อป เติมแรงบันดาลใจ และใช้เวลาสบายๆ ส่งท้ายปีในบรรยากาศอบอุ่นใจกลางกรุงเทพฯ

 

รอบกิจกรรม: 14.00 น.-15.00 น.

 

ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/RsyrLbJAFoHjuZ7s9

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.onebangkok.com

The post ชวนมาเลือกของขวัญ และเติมความสุขเล็กๆ ส่งท้ายปีที่ Onedertale Christmas Market appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย https://thestandard.co/life/siam-paragon-dining-asia/ Fri, 19 Dec 2025 09:00:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1156382 ‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

‘สยามพารากอน’ เปิดตัว ‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ […]

The post ‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

‘สยามพารากอน’ เปิดตัว ‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ โลกใหม่แห่งปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ตอกย้ำการเป็น World-Class Food Destination ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในเอเชีย กว่า 700 ร้าน สร้าง Global Dining Attraction แห่งเอเชีย ดึงดูดนักชิมและผู้หลงใหลในศิลปะแห่งรสชาติจากทั่วทุกมุมโลก

 

มอบประสบการณ์ ‘Luxury Dining Experience’ ตั้งแต่ Michelin-Star Restaurants, Chef’s Tables, Global Flagship & First-in-Thailand, คาเฟ่สุดหรูและร้านเชฟชื่อดังระดับโลก (World-Renowned Restaurants) ที่แต่ละร้านออกแบบให้สะท้อนทั้งความหรูหรา เอกลักษณ์ และศิลปะในการรังสรรค์รสชาติอย่างพิถีพิถัน

 

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไทยร่วมสมัยระดับตำนาน ไปจนถึง Street Food ชื่อดังจาก Paragon Food Hall และ Gourmet Eats ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ให้ร่วมสมัยและครบครัน รวมไปถึง Organic & Health Food คาเฟ่และร้านขนมชื่อดังที่นำเสนอเมนูสุดครีเอทเพื่อสร้างมหานครแห่งรสชาติ (Culinary Metropolis) ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก

 

เปิดลิสต์ร้านคัดสรร ครบทุกมิติการกินดื่ม

 

‘Luxury Dining’ ยกระดับมาตรฐานวงการไดนิ่งของประเทศไทยสู่เวทีโลก อาทิ คาเฟ่ลักซ์ชูรีแบรนด์ดัง DG Caffè, Dolce & Gabbana ปักหมุดสยามพารากอนเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย, Bacha Coffee แบรนด์กาแฟเฮอริเทจจากโมร็อกโก เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว Chef’s Table และร้านลักซ์ชูรีไดนิ่งชั้นนำจากทั่วโลกอีกมากมายในปี 2569

 

‘Famous International Restaurants’ ปรากฏการณ์ร้านดังระดับโลกที่เลือกสยามพารากอนเป็นแลนด์มาร์กแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย อาทิ Ginza Bairin ร้านทงคัตสึชื่อดังจากโตเกียว, Gordon Ramsay Street Burger ร้านเบอร์เกอร์จากเชฟระดับโลก กอร์ดอน แรมซีย์, KuanZhai Panda ร้านอาหารจีนจากเฉิงตู, L’Antica Pizzeria Da Michelle ร้านพิซซ่าระดับตำนานแห่งเมืองเนเปิลส์, Soba House Konjiki Hototogisu ร้านราเมนระดับมิชลินสตาร์จากญี่ปุ่น, Tanyu Grilled Fish ร้านปลาย่างชื่อดังจากจีน, CONTE de TULEAR คาเฟ่ ไดนิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์สุดชิคจากเกาหลี และ Keep in Touch ร้านอาหารจีนและบาร์บีคิวชื่อดังจากประเทศจีน

 

Famous Local Food ยกระดับความอร่อยจากร้านดังของไทยสู่ประสบการณ์พรีเมียมครั้งแรกในศูนย์การค้า อาทิ Kampang Isan Artisan , Louisvanich Eatery , Sri’s Room by Sri Trat และ ไก่ย่างเสือใหญ่

 

พร้อมกันนี้ ยังมีร้านอาหารคอนเซ็ปต์ใหม่ อาทิ % Arabica , A Keen House, CHONGDEE TEAHOUSE, City fresh, Dean & Deluca , Distar Fresh, Domo Yakiniku, Fá Pla Tahn, Fatbro , FATT CHICKEN & SLIM PIG, FIKKA, Gelateria Kitokki, Gong Cha, Grow by getfresh, Henryfry , KANEKO HANNOSUKE , KRAZ , Kyo Roll En, Nicolo, On Roll Nori, Shabu Baru, Shersanctuary Tea Bar, Small Table, SMITH & Co. , SOT, Talay Jai, Uncle Boss, เตี๋ยวคอปเปอร์ คราฟท์ และ สรรพรส เป็นต้น

 

พร้อมเปิดตัวโซนใหม่ ‘EATELIER’ Dining Entertainment แห่งแรกของไทย ปฏิวัติประสบการณ์การกินดื่มให้กลายเป็น ‘Eat–Drink–Chill Hub’ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ภายใต้แนวคิด ‘Curation & Co-Creation’ แพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจที่รวมพลังของเชฟระดับดาวมิชลิน ศิลปิน นักแสดง และไอคอนในวงการบันเทิงทั้งไทยและเทศ มาร่วมกันรังสรรค์ประสบการณ์แห่งรสชาติแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เชื่อมโยงศิลปะ ดนตรี และการออกแบบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เติมเต็มอรรถรสแห่งการกิน–ดื่ม ด้วย Live Bands & DJs

 

พื้นที่ภายในตกแต่งผ่านความสนุกของ Fast Casual ที่สดใส สนุกสนาน ทันสมัย สู่ความละเมียดของ Fusion ที่สะท้อนความร่วมสมัยระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก จนมาถึงความประณีตของ Feast พื้นที่แห่งการสังสรรค์กับดีไซน์ที่หรูหรา โอบล้อมด้วยพลังแห่งความสุข

 

เปิดลิสต์ร้านเปิดใหม่ใน EATELIER อาทิ Blue Moon, Bubble Bar by Vessel, Crafture by Hobs, Fallabella Little Sister Kitchen, Hendrick’s Gin Bar, PICHÉ Wine Bar และ Hopsy Story

 

พบโปรโมชั่นสุดพิเศษ อร่อยดี(ล) Tasteaholic อร่อยแบบเหนือระดับ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.68-31 ธ.ค.68 รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 100 บาท* เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทขึ้นไป ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในสยามพารากอน

 

พิเศษเฉพาะร้านอาหาร ชั้น 4 โซน EATERLIER , ชั้น 5 และ ชั้น 5A ที่ร่วมรายการ รับทันที Siam Dining Gift Card มูลค่า 200 บาท* เมื่อทานครบ 2,000 บาทขึ้นไป หรือลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย รับสิทธิ์พิเศษเพียงทานและชำระผ่านบัตรครบ 1,500 บาทเท่านั้น** จำกัด 1 สิทธิ์/ ท่าน/ Tier/ วัน และสูงสุด 3 สิทธิ์/ ท่าน/ Tier/ ตลอดรายการ

 

ตรวจสอบร้านอาหารในศูนย์การค้าฯ ที่เข้าร่วมโครงการ คลิก>> https://app.onesiam.com/4qkcYcd

 

‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 1‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 2‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 3‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 4‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 5‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 6‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 7‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 8

The post ‘Siam Paragon Dining Phenomenon’ ปรากฏการณ์การกินดื่มเหนือระดับ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สร้าง Living Quality ผ่านการเติบโตไปพร้อมธรรมชาติ ในแบบของ ‘แม็กซีน’ https://thestandard.co/life/living-quality-maxine-inthiporn/ Wed, 17 Dec 2025 11:30:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1155461

การมีพื้นที่ธรรมชาติรอบบ้าน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ช่วยให […]

The post สร้าง Living Quality ผ่านการเติบโตไปพร้อมธรรมชาติ ในแบบของ ‘แม็กซีน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

การมีพื้นที่ธรรมชาติรอบบ้าน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ช่วยให้มี Living Quality ที่ดีมาก ทำให้มั่นใจในวัตถุดิบเพราะปลูกเอง มีความสุขที่ได้เห็นต้นไม้เติบโต และยังได้กลับ มาเชื่อมความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวอีกด้วย

แม็กซีน-อินทิพร แต้มสุขิน

 

ไม่ต้องนึกถึงป่า ภูเขา ทะเลหรือสถานที่ที่กว้างใหญ่ แค่กระบะหน้าบ้านเล็ก ๆ พื้นที่ข้างกำแพง หรือแม้แต่ระเบียงคอนโด ก็เพียงพอต่อการสร้างพื้นที่ธรรมชาติเพื่อฮีลใจของเรา

 

การทำแปลงผักสวนครัวเล็ก ๆ ปลูกต้นไม้หรือดอกไม้น่ารักที่ชอบ เฝ้ารอคอยการเติบโต ผลิบานและออกผลผลิตที่กินได้จริง คืออีกวิธีที่ช่วยให้ใจสงบ ลดความเครียด และเติมความสุขให้การใช้ชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง

 

Eco-Curious: Habit Hacks ตอนที่สองนี้ เราจึงอยากชวนไปพูดคุยกับ แม็กซีน-อินทิพร แต้มสุขิน ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น ‘มิสผัก’ จากภาพจำของการกินผักหลากหลายภายใต้รอยยิ้มสดใส

 

พาไปดูชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติ การปลูกผักสวนครัวกินเอง และเคล็ดลับการสร้างพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ รอบบ้าน ที่ง่าย สนุก และเต็มไปด้วยความสุข เธอค้นพบว่า การสร้างระบบนิเวศรอบบ้านให้หลากหลาย ไม่ใช่แค่ทำให้ได้กินผักปลอดสารพิษมากมาย ชมดอกไม้สวย ๆ ฟังเสียงสัตว์ฮีลใจ แต่ยังเป็นการสร้าง ‘Living Quality’ ให้ดีขึ้นผ่านการเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติที่สร้างได้ด้วยตัวเอง

 

ดูรายการเต็มได้ที่: https://www.instagram.com/reels/DSTvn-qDeHX/

 

 

Who is ‘แม็กซีน-อินทิพร แต้มสุขิน’

 

แม็กซีน-อินทิพร แต้มสุขิน คือครีเอเตอร์สายสุขภาพที่หลายคนรู้จักผ่านภาพจำของการกินผักใบเขียว

 

ตั้งแต่ผักยอดฮิต ไปจนถึงผักแปลกที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ความชอบนี้ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก แต่เกิดหลังจากอาการป่วยเพราะกินอาหารแบบเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน จนร่างกายส่งสัญญาณว่าไม่ไหว

 

“เมื่อก่อนเป็นคนที่กลัวอ้วน กินไก่ต้ม ไก่นึ่ง ปลานึ่ง กินแบบเดิมมานานมากจนป่วย สาเหตุเพราะเรากินทุกอย่างเหมือนเดิมทุกวัน จึงได้รับคำแนะนำว่าให้ลองกลับไปกินตามวิถีคนโบราณ คือกินผักตามฤดูกาล และกินให้หลากหลายมากขึ้น”

 

การเริ่มเปิดใจกินผักหลากหลายชนิด กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอขยับจากคนที่ ‘รักการกินผัก’ ไปสู่คนที่ ‘ปลูกผักกินเอง’ ในพื้นที่เล็ก ๆ ของบ้าน แม็กซีนเริ่มศึกษาการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ภายในครัวเรือนอย่างจริงจัง เพื่อให้พืช สัตว์ และแมลงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น ศัตรูพืชลดลง และสามารถปลูกผักหมุนเวียนตามฤดูกาลได้ดีกว่าเดิม

 

Habit Hacks: สร้างแปลงผักให้หลากหลาย บนพื้นที่เล็ก ๆ

 

ถ้าไม่มีพื้นที่มากมาย ควรเริ่มจากการปลูกอะไร และควรจัดสรรพื้นที่เล็ก ๆ อย่างไร ให้รองรับความหลากหลายทางชีวภาพ แม็กซีนแนะนำให้เริ่มจากพื้นฐานที่สุด คือ ‘เลือกปลูกผักที่เรากินและใช้ทำอาหารเป็นประจำ’

 

ข้อดีคือเราได้ใช้บ่อย คุ้มค่า และสามารถลด Food Waste ได้จริง เพราะเราเก็บผักมาใช้เท่าที่ต้องการได้ ไม่ต้องซื้อมาในปริมาณมากแล้วเหลือทิ้ง

 

 

เมื่อเลือกชนิดได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการจัดแปลงผัก แม็กซีนแนะนำให้ลองใช้วิธีที่เรียกว่า ‘Square Foot Gardening’ เป็นการจัดแปลงผักให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ด้วยการแบ่งพื้นที่เป็นตารางสี่เหลี่ยมขนาด 1×1 ฟุต โดยในหนึ่งช่องให้ปลูกผัก 1 ชนิด ซึ่งเท่ากับว่าถ้ามีพื้นที่ 4×4 ฟุต จะสามารถปลูกผักได้ถึง 16 ชนิด วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้เราได้กินผักหลายแบบหมุนเวียนกันตลอดปี

 

แต่ยังทำให้ดินมีจุลินทรีย์ที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ขึ้น ช่วยให้ผักเติบโตได้ดีโดยธรรมชาติ พอแปลงผักเริ่มลงตัวแล้ว หากยังมีพื้นที่เหลือ อาจต่อยอดไปสู่การปลูกพืชที่ใหญ่ขึ้น เช่น กล้วย หรือสมุนไพรต่าง ๆ รอบพื้นที่ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศรอบบ้าน

 

 

ไม่ว่าพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่ การเริ่มต้นสร้างพื้นที่ธรรมชาติรอบบ้าน เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน

 

การหว่านเมล็ด เฝ้าดูการเติบโต ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตเล็ก ๆ เป็นการฝึกจิตใจ ลดความเครียด และทำให้เห็นคุณค่าของการรอคอย ในขณะเดียวกัน ร่างกายก็ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยจากผักที่เราปลูกเอง บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ชวนใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น และความสัมพันธ์ในครอบครัวค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมต้นไม้ในสวน

 

ทั้งหมดนี้คือภาพของการใช้ชีวิตที่เติบโตไปพร้อมธรรมชาติ และเป็นรูปแบบของ Living Quality ที่เกิดขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราสร้างขึ้นด้วยตัวเองทุกวัน

The post สร้าง Living Quality ผ่านการเติบโตไปพร้อมธรรมชาติ ในแบบของ ‘แม็กซีน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy https://thestandard.co/life/fla-and-boo-sticky-monster-lab/ Wed, 17 Dec 2025 00:30:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1155535 พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์ STICKY MONSTER LAB หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่กำล […]

The post พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์ STICKY MONSTER LAB หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างรอยยิ้มที่ Central Embassy

 

สำหรับใครที่หลงใหลในเสน่ห์ของคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่ซ่อนอารมณ์ขี้เล่นเอาไว้ภายใต้ดีไซน์ เรียบเท่ ครั้งนี้คือโอกาสที่จะได้สัมผัสโลกของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะเราไม่ได้ชวนมาดูแค่งานอาร์ต แต่พามาคุยกับ 2 ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังคาแรกเตอร์สุดไอคอนิกจาก STICKY MONSTER LAB ที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก และ ตอนนี้พวกเขาก็เดินทางมาสร้าง “ความสุขรูปแบบใหม่” กลางกรุงเทพฯ กับงาน Central Embassy x STICKY MONSTER LAB – FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ที่เปิดเฟสใหม่อย่าง FUNNY LITTLE PLAYGROUND สนามเด็กเล่นขนาดยักษ์สำหรับทุกวัย พร้อม Pop-up Store ลิมิเต็ดครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Pop-up Café by SUPER MATCHA ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศเทศกาลแห่งการให้ได้อย่างลงตัว

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 1พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 2พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 3พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 4

 

ก่อนจะไปสัมผัสงานด้วยตัวเอง เราขอชวนคุณมานั่งคุยกับ คุณ Fla และ คุณ Boo สองศิลปินชาวเกาหลีใต้ถึงแนวคิดเบื้องหลัง การทำงาน และ เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในโลกมอนสเตอร์แสนซนนี้ไปพร้อมกัน

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 5

 

สิ่งที่แฟนคลับ STICKY MONSTER LAB พลาดไม่ได้ในงานนี้ ?

 

งาน Central Embassy x STICKY MONSTER LAB – FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ถือเป็นครั้งแรกที่ STICKY MONSTER LAB มาจัดแสดงให้แฟนๆ ชาวไทย ได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยทั้งคุณ Fla และ คุณ Boo ต่างพูดเหมือนกันว่าการจัดแสดงงานครั้งนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของ Redmon คาแรกเตอร์ซึ่งสื่อถึงความเหงา ได้โดน Elfmon คาแรกเตอร์ซึ่งสื่อถึงความสนุกมาขโมยถุงเท้าไป ทำให้แต่ละจุดของ Entral Embassy มีเรื่องราวเรียงต่อกันตั้งแต่บริเวณหน้าห้างขึ้นไปจนถึงชั้น 6 เลยทีเดียว

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 6พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 7

 

เรื่องราวการทำงานในครั้งนี้ทั้งสองคนได้แรงบันดาลใจจากอะไร ?

 

หลังจากที่ได้เดินสัมผัสความน่ารักของงานในครั้งนี้ เราก็ได้เกิดข้อสงสัยว่า การทำงานแต่ละครั้งของทั้งสองคน ทำงานกันยังไง และ เริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากอะไร การแบ่งหน้าที่คร่าวๆ ของทั้งสองคนคือ คุณ Fla จะดูแลงานที่เป็น 3D เป็นหลัก ส่วนงานที่เป็น 2D จะเป็นหน้าที่ของคุณ Boo แต่ถ้าแนวคิดหรือภาพรวมของงานจะเป็นการช่วยๆ กันออกไอเดีย

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 8พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 9

 

การทำงานในแต่ละครั้ง แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่มักมาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว

 

และ ทั้งสองคนก็บอกกับเราว่า “การทำงานในแต่ละครั้ง แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่มักมาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว” อย่างเช่นงานในครั้งนี้ ทั้ง 2 คนก็ได้แรงบันดาลใจจาก การมองเห็นถุงเท้าที่แขวนอยู่บนต้นคริสต์มาส หลังจากนั้นก็เป็นจินตนาการของทั้งคู่จนทำให้เกิดเรื่องราวของ Redmon ที่ถูก Elfmon มาแย่งถุงเท้าไป

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 10

 

ทำไม STICKY MONSTER LAB ถึงต้องหน้านิ่ง ?

 

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับของ STICKY MONSTER LAB น่าจะตกหลุมรักหน้าตาที่นิ่งเฉย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ แต่ก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องสร้างให้คาแรกเตอร์หน้านิ่งด้วย ? ซึ่งเรื่องนี้ คุณ Fla และ คุณ Boo ก็ได้ให้คำตอบว่าทั้ง 2 คนก็เป็น graphic designer กันทั้งคู่ จึงให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย เพื่อให้คนคิดตาม “การทำคาแรกเตอร์ให้ไร้อารมณ์ เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ตีความ และ รู้สึกไปกับงานของเรา” และ นั่นคือหนึ่งในจุดเด่นของ STICKY MONSTER LAB

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 11

 

การทำคาแรกเตอร์ให้ไร้อารมณ์เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ตีความและรู้สึกไปกับงานของเรา

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 12

 

ถ้าให้ออกแบบ MONSTER หนึ่งตัวที่สื่อถึงประเทศไทย จะออกมาเป็นแบบไหน ?

 

ไหนๆ ทั้งสองคนก็ได้เดินทางมาทำงานที่ไทยเป็นครั้งแรกทั้งที เราเลยอยากให้ทั้ง 2 คนได้คิดเล่นๆ ว่า “ถ้าต้องออกแบบ MONSTER หนึ่งตัวที่สื่อถึงประเทศไทยทั้ง 2 คนจะออกแบบให้เป็นยังไง ?” และ คำตอบคือทั้งสองคนคิดเหมือนกันเลยว่า ประเทศไทยมีเรื่องราวตำนานและเทพนิยายที่เยอะมาก และหลากหลายน่าติดตาม เลยคิดว่าการนำเทพนิยายของไทย มาปรับลุคให้เป็นสไตล์ STICKY MONSTER LAB ก็ดูเป็นความคิดที่น่าสนใจ

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 13พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 14

 

ความฝันในอนาคตของ STICKY MONSTER LAB ในอนาคตคืออะไร ?

 

ในวันนี้ที่เราได้มาสัมผัสกับงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ถือว่าเป็นการจัดแสดงงานที่สเกลค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว เราจึงอยากรู้ถึงความฝันขั้นต่อไปในอนาคตของทั้ง 2 คนว่า อยากพา STICKY MONSTER LAB เดินทางไปทำอะไรที่ตื่นเต้นอีกมั้ย ซึ่งทั้งคุณ Fla และ คุณ Boo ก็ได้บอกกับเราว่า “การจะกำหนดเป้าหมายอย่างหนึ่งว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรมันยาก เราก็เลยอยากจะเป็นแบบทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งนี้ไปได้นานๆ อย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเรา”

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 15พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 16พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 17

 

การจะกำหนดเป้าหมายอย่างหนึ่งว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรมันยาก เราก็เลยอยากจะเป็นแบบทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งนี้ไปได้นานๆ อย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเรา

 

สุดท้ายนี้ ถ้ามีเวลาลองแวะไปเดินเล่น ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศของ FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ที่ Central Embassy แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคาแรกเตอร์หน้านิ่งถึงทำให้คนยิ้มได้

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

The post พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน https://thestandard.co/life/book-club-new-meaning/ Tue, 16 Dec 2025 08:16:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1155354 Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน

จะว่าไปแล้ว Book Club ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรบนโลกนี้เลย ท […]

The post Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน

จะว่าไปแล้ว Book Club ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรบนโลกนี้เลย ทว่าชมรมนักอ่านกำลังกลับมาเป็นเทรนด์ฮิตในยุคปัจจุบันอีกครั้ง ทั้งยังสร้างสรรค์และพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย รวมถึงปรับเปลี่ยนสไตล์ให้เหมาะสมลงตัวกับวิถีชีวิตของคนยุคนี้ ตลอดจนเพิ่มโน่นเติมนี่เพื่อดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ๆ สนใจ

 

แต่อะไรที่อยู่เบื้องหลังการมาของเทรนด์หนอนหนังสือยุคใหม่นี้กันแน่

 

การกลับมาของหนอนหนังสือยุคใหม่

 

ปัจจัยที่กระตุ้นให้ Book Club กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในยุคนี้ต้องบอกว่าตัวจุดกระแสสำคัญน่าจะมาจากกระแส Social Detox (ล้างพิษโซเชียลมีเดีย) ซึ่งคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เริ่มเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตอยู่หน้าจอตลอดเวลา รวมถึงเสพติดโลกโซเชียลจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจกันมากมาย

 

หนึ่งในผู้จุดกระแสคนสำคัญนั้นอาจต้องยกให้ The Offline Club ในเนเธอร์แลนด์ ที่ช่วงปี 2021 หลังสร้างไวรัลและปลุกกระแสไปทั่วโลก จนทำให้เกิดกิจกรรมลักษณะนี้ตามมามากมาย โดยคลับจะชวนผู้คน (โดยเฉพาะคนเจนใหม่) มารวมตัวกันแล้วปิดโทรศัพท์เพื่อที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้ชีวิตรื่นรมย์ แน่นอนว่ากิจกรรมฮิตหนึ่งในนั้นก็คือ การหยิบเอาหนังสือเล่มโปรดมาอ่านนั่นเอง

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 1

 

จากวงคุยไม่กี่คนเริ่มกลายเป็นวงสนทนาที่ชวนอ่านเรื่องเดียวกัน แล้วมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นการผสมผสานการอ่านไปพร้อมกับการทำกิจกรรมอื่นๆ อาทิ อ่านแล้วเดินเที่ยว, อ่านแล้วเล่นดนตรี หรือ อ่านแล้วทำขนม เป็นต้น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้โลกของคลับคนรักการอ่านในยุคนี้สนุกขึ้น และนั่นเป็นเส้นทางพัฒนาที่ทำให้ Book Club กลายมาเป็นเทรนด์กิจกรรมยอดฮิตในยุคปัจจุบัน

 

มุมกลับที่ช่วยปลุกกระแสเช่นเดียวกัน

 

ถ้ากระแส Social Detox ทำให้คนหันกลับมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น ในมุมกลับกัน โลกโซเชียลตลอดจนเทคโนโลยีล้ำสมัยก็มีส่วนส่งเสริมให้เกิดการรักการอ่านตลอดจนต่อยอดกลายเป็น Book Club ในยุคนี้ด้วยเช่นกัน

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในกระแสฮิตที่สร้างคุณประโยชน์ด้านการอ่านได้มหาศาลก็คือวงการบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์ ที่ช่วงหนึ่งเทรนด์อ่านหนังสือเล่มโปรดตามไอดอล หรือศิลปินที่ชื่นชอบก็ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการอ่านมากขึ้น

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 2

 

และไม่ใช่แค่ศิลปินเท่านั้น ทว่าโพสต์บนโซเชียลมีเดียของผู้มีอิทธิพลหลากหลายวงการ ก็ทำให้อุตสาหกรรมหนังสือทั่วโลกที่กำลังซบเซากลับมาคึกคักกันได้อีกครั้ง การแชร์รีวิวหนังสือบนโลกออนไลน์พัฒนาสู่เทรนด์ใหม่อย่าง BookTok บน TikTok ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นมีส่วนไม่มากก็น้อย ที่ทำให้เทรนด์ของคนรักการอ่านกลับมาอีกครั้ง จนเกิดการรวมตัวกันของคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน และโซเชียลมีเดียก็กลายเป็นสื่อกลางในการเชื่อมสู่กิจกรรม Book Club ในยุคนี้ด้วยเช่นกัน

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 3

 

รวมถึงกระแสที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเปลือกหรือฉาบฉวย ทว่าหากวิเคราะห์ให้ลึกจริง ๆ แล้วมันมีส่วนดึงคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจหนังสือและการอ่านได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือการออกแบบและดีไซน์ ตั้งแต่ปกหนังสือ การจัดอาร์ต โปสเตอร์อีเวนต์ ไปจนถึงธีมและคอนเซ็ปต์ดีไซน์สำหรับงานสัปดาห์หนังสือฯ ในบ้านเรา การใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบ การให้ความสำคัญกับดีไซน์ ตลอดจนการสร้างสรรค์วิชวลให้โดดเด่น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ชักชวนคนรุ่นใหม่ให้ก้าวมาเปิดประตูสู่โลกการอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 4

 

ปรากฏการณ์ Book Club ในเมืองไทย

 

เมื่อคนอ่านหนังสือกันมากขึ้นก็เกิดความสนใจในเรื่องเดียวกันมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญของการรวมตัวในรูปแบบ Book Club หากมองในด้านกระแสการปฏิเสธเทคโนโลยีเริ่มเพิ่มมากขึ้น บวกกับกระแส Social Toxic ที่นับวันรุนแรงขึ้นเรื่อย สิ่งเหล่านี้ทำให้คนหวนกลับคืนสู่วิถีเรียบง่ายแบบวันวานที่มีความสุขได้โดยปราศจากเทคโนโลยี

 

ส่วนอีกด้านกระแสความใฝ่รู้ก็มาแรงไม่แพ้กัน กระแสการพัฒนาทักษะรอบด้าน รวมถึงกระแสของการกลับมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน (มนุษย์ต่อมนุษย์) มากขึ้น ก็ทำให้คนโหยหาการพบปะพูดคุยและทำความรู้จักกัน ทุกวันนี้จึงมีคลับหนอนหนังสือเกิดขึ้นทั่วโลกมากมาย และกระแสนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่ามันยังเป็นเพียง Subculture เล็กๆ แต่ก็กำลังไปได้สวยทีเดียว

 

และเหล่านี้คือคลับอ่านหนังสือในไทยที่เราเอามาฝากกัน

 

theWHOLESOME Hobbies Club : Booktroverts Series

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 5

Photo Credit: theCOMMONS

 

ถ้าพูดถึง Book Club ระดับครีมที่เป็นขวัญใจหนอนหนังสือบ้านเรา (ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ) และทำกิจกรรมได้ประสบความสำเร็จจนติดลมบนไปแล้วก็คือ theWHOLESOME Hobbies Club : Booktroverts Series ที่มีจุดมุ่งหมายเชื่อมโยงผู้คนที่รักการอ่านเข้าด้วยกัน (ทั้งหนอนหนังสือและนักอ่านมือสมัครเล่น) โดยในแต่ละเดือนผู้ที่เข้าร่วมจะอ่านหนังสือทั้งจากที่คลับหยิบมาแนะนำ หรือเป็นหนังสือเล่มโปรดก็ได้ เสร็จแล้วมานัดพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอร่อยกับอาหารว่างร่วมกันที่ theCOMMONS Thonglor (สามารถเลือกเข้าร่วมได้ทั้งรอบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เป็นเสมือนปาร์ตี้เล็ก ๆ ให้นักอ่านได้มาสนุกกัน กิจกรรมนี้ร่วมจัดโดยกลุ่ม READ ME AGAIN บุ๊กคลับของบัณฑิตคณะอักษรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาฯ

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.thecommonsbkk.com/thonglor/events/677b78e6a953fc227e3deaaa

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 6

Photo Credit: theCOMMONS

 

Bangkok Offline Reading Club

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 7

Photo Credit: BKKLITFEST

 

อีกหนึ่ง Book Club ที่กำลังเป็นกระแสและกิจกรรมสุดฮิปก็คือ Bangkok Offline Reading Club อันเป็นหนึ่งอีเวนต์ของ Offline Book Club series ที่จัดโดยทีม BKK Lit Fest ซึ่งเป็นกิจกรรมกลางแจ้งชวนเอกเขนกหมู่กลางสวนสาธารณะ มาปิดมือถือ แล้วโฟกัสที่การอ่านหนังสือไปด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมทุกคนจะต้องเตรียมเสื่อหรืออุปกรณ์ปูนั่ง พร้อมหนังสือเล่มโปรดมากันเอง โดยจะเป็นหนังสือเล่มหรือเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-reader) ก็ได้ จากนั้นก็มาอ่านด้วยกัน รวมถึงตอนท้ายอาจมีกิจกรรมกลุ่มสนทนากันด้วย เป็นมหกรรมการอ่านสุดชิลที่เจ๋งดีทีเดียว

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/bkklitfest/

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 8

Photo Credit: BKKLITFEST

 

คลับ Just Read

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 9

Photo Credit: Just Read

 

สายอ่านเพลินคุยชิลต้องลองมาแจม คลับ Just Read ดูเลย เป็นอีกหนึ่งคลับของไทยที่ได้รับความสนใจมากทีเดียว Book Club เจ้านี้จะจัดกิจกรรม “ชวนกันอ่านคลับ” ในทุกเดือน ตระเวนจัดไปตามร้านหนังสือต่าง ๆ ในย่านพระนคร กรุงเทพฯ แต่ละครั้งจะมีรูปแบบกิจกรรมผสมผสานต่างๆ กันไป อย่างเช่น อ่านแล้วไปเดินตามรอยแมว รวมถึงเกมเสริมแทรกต่างๆ ที่รับรองว่าสนุกไม่มีเบื่อแน่นอน รวมถึงได้พูดคุยและเปลี่ยนหนังสือชวนกันอ่านในธีมแต่ละครั้งด้วย

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/justread.co.th

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 10

Photo Credit: Just Read

 

เพจอ่านออกเสียง

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 11

Photo Credit: อ่านออกเสียง

 

สายอ่านจริงจังอาจจะเลิฟคลับนี้ เพราะ Book Club ของ เพจอ่านออกเสียง จะชวนกันอ่านหนังสือเล่มโจทย์แล้วมานั่งถกเถียงพูดคุยกัน เสวนาตั้งแต่เชิงวรรณกรรมไปจนถึงเชิงสังคม ออกรสหลากหลายมิติ สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ สนุกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สมกับปณิธานเพจที่ชักชวนมาอ่านออกเสียง ร่วมแลกเปลี่ยนเสียงแห่งความคิดเห็นกัน “เพราะเราเชื่อว่าเสียงทุกเสียงเท่ากันและสำคัญเสมอ”

 

เข้าไปดูได้ที่ที่ https://www.facebook.com/wereadaloud

 

Bangkok Book Club

 

Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน 12

Photo Credit: Bangkok Book Club

 

ส่วนใครเลิฟฟีล Book Club สายอินเตอร์ อ่าน-คุย-ปาร์ตี้ กลุ่มเล็กๆ สบายๆ แนะนำให้ลองไปแจมกับ Bangkok Book Club นี้ดู คลับเล็กๆ แต่มั่นคง มีกิจกรรมจัดสม่ำเสมอทุกเดือน มาพบเพื่อนใหม่ทั้งไทยและต่างชาติ มิตรภาพเฟรนด์ลี่ พูดคุยสบายๆ กิจกรรม Bangkok Book Club Meet นี้จะจัดกันเป็นประจำทุกเดือนที่โซนโต๊ะไม้ยาวบนศูนย์อาหารของ IKEA สาขาสุขุมวิท ใครสนใจก็ไปแจมกันได้เลย

 

เข้าไปดูได้ที่ https://www.instagram.com/BangkokBookClub/

The post Book Club ในความหมายใหม่: อ่าน เล่น คุย และใช้ชีวิตไปพร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) เนรมิต “The Enchanting Winter Garden” สวนแห่งความสุขเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2568 [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/gaysorn-village-the-enchanting-winter-garden/ Tue, 16 Dec 2025 06:30:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1155010

เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ขอเชิญทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลอง […]

The post เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) เนรมิต “The Enchanting Winter Garden” สวนแห่งความสุขเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2568 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ขอเชิญทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุขใจกลางย่านราชประสงค์กับแคมเปญ The Enchanting Winter Garden : Step into the Garden of Delights & Celebrate the Flourish Happiness  ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่เกษรวิลเลจตั้งใจรังสรรค์บรรยากาศของสวนสไตล์ยูโรเปียนคลาสสิคทั่วทั้ง 3 อาคาร พร้อมทั้งประสบการณ์แห่งความสุขมากมายส่งท้ายปี

 

 

โดยปีนี้เกษรวิลเลจได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของการจัดสวนในรูปแบบตะวันตกที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันวิจิตรตระการตา ผสมผสานเข้ากับเรื่องราวของเหล่าภูติ (GNOME) ตัวละครในเทพนิยายที่ทำหน้าที่คุ้มครองและดูแลสวนให้งอกงาม เกิดเป็นสวนแห่งจินตนาการที่เปล่งประกายด้วยแสงไฟและการตกแต่งสุดคลาสสิค ตั้งแต่เกษรอัมรินทร์ เกษรเซ็นเตอร์ จนถึงเกษรทาวเวอร์  พร้อมทั้งเหล่าภูติที่จะมาร่วมร่ายมนต์แห่งการเฉลิมฉลองทั่วทั้งวิลเลจในปีนี้

 

 

ภายใน The Enchanting Winter Garden ของเกษรวิลเลจประกอบไปด้วยสวนแห่งความสุขในธีมต่างๆ ได้แก่ 

 

 

The Garden of Joy ที่ Forum ชั้น G เกษรอัมรินทร์ 

 

Christmas Market ที่เต็มไปด้วยร้านของขวัญ ของตกแต่ง อาหารและเครื่องดื่มมากมายให้เลือกสรร ท่ามกลางบรรยากาศสวนสไตล์ยูโรเปียนคลาสสิคและแสงไฟระยิบระยับ พร้อมกับไฮไลท์สุดพิเศษประจำปีนี้ “The Blessing Chamber” Digital Art Experience ในบ้านของเหล่าภูติใต้ต้นคริสมาสต์ รวมไปถึง D.I.Y. Art & Craft Workshops ที่ให้คุณออกแบบของขวัญสุดพิเศษในแบบของคุณเอง 

 

 

The Glowing Garden ที่ ชั้น 2 เกษรเซ็นเตอร์

 

สวนแห่งความเปล่งประกาย ที่รวบรวมของขวัญและสินค้าจากแบรนด์ Beauty และ Wellness ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ เครื่องหอม เทียนหอม พร้อมกับกิจกรรม “The Selected Blend : Make a Mist” ที่ให้คุณรังสรรค์กลิ่นหอมในแบบฉบับของคุณ 

 

 

Midnight Bloom – NYE Countdown Gathering ที่ Gaysorn Urban Resort ชั้น 19 เกษรทาวเวอร์

 

มิวสิคปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟบนดาดฟ้าใจกลางเมือง พร้อมดีเจชั้นนำจากเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Burning Man, Coachella, Tomorrowland และ Wonderfruit ที่จะมามอบประสบการณ์ทางดนตรีในแบบไม่ซ้ำใคร

 

 

Countdown Collective ที่ RAYNUE ชั้น 3 เกษรอัมรินทร์ 

 

ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองบน Terrace แห่งย่านราชประสงค์ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม และดนตรีหลากสไตล์ ที่จะมาเติมเต็มคืนสิ้นปีอันแสนพิเศษของคุณ

 

 

นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูป เมนู Festive สำหรับสังสรรค์ และของขวัญมากมายจากร้านค้าต่างๆ ในเกษรวิลเลจที่พร้อมให้คุณเลือกสรรในช่วงเทศกาลแห่งความสุขสิ้นปีนี้ และพิเศษกว่าทุกๆปีกับกิจกรรม “Garden Blessing Hunt” เกมค้นหาเหล่าภูติประจำ The Enchanting Winter Garden เพื่อรับสิทธิ์ทำ Tote Bag ในลวดลายสุดพิเศษเฉพาะคริสมาสต์นี้ ที่บริเวณ The Garden of Joy ชั้น G เกษรอัมรินทร์

 

   

 

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/GaysornVillage, www.instagram.com/gaysornvillage/ และ www.gaysornvillage.com

The post เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) เนรมิต “The Enchanting Winter Garden” สวนแห่งความสุขเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2568 [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี https://thestandard.co/life/green-space-urban-living-quality/ Sun, 14 Dec 2025 08:30:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1153355 ‘ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี

เมืองเป็นศูนย์กลางความเจริญ ขณะเดียวกันก็เริ่มเป็นศูนย์ […]

The post ‘รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี

เมืองเป็นศูนย์กลางความเจริญ ขณะเดียวกันก็เริ่มเป็นศูนย์กลางของวิกฤตด้วย…เมืองเลยถูกมองว่าเป็นทั้ง ‘ปัญหา’ และ ‘ทางออก’ ในเวลาเดียวกัน เราจะทำอย่างไรให้การพัฒนาเมืองมันยั่งยืนมากขึ้น นี่คือที่มาของ UddC

 

รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล, ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC)

 

ในวันที่โลกเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม เมืองที่เราอาศัยอยู่ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของชีวิต แต่เป็นตัวที่กำหนด Living Quality ของเราทั้งร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงเวลาที่เราใช้ไปในแต่ละวันด้วย ทำไมคุณภาพชีวิตเราถึงถูกกำหนดด้วยเมือง เมืองที่ดีต้องมีหน้าตาเป็นเช่นไร และจะทำอย่างไรให้ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ ‘อยู่ดี’ และ ‘อยู่ได้’ ไปพร้อมกัน

 

Eco-Curious ตอนนี้ เราพาคุณไปคุยกับ ‘รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) นักออกแบบเมืองที่ทำงานกับคำถามใหญ่ระดับประเทศ ถึงแนวทางการพัฒนาเมืองและแนวคิดการออกแบบผังเมืองที่เชื่อมคนและพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่ม Living Quality ที่ดีในทุกวัน

 

‘ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี 1 

What is ‘UddC’?

 

หลายคนอาจไม่คุ้นหูชื่อ ‘ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC)’ แต่ที่นี่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 แล้ว ภายใต้การดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพันธกิจสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การออกแบบและวางผังเมือง การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลเมือง การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคีพัฒนา การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ และการฝึกอบรม

 

“ตอนนั้นโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Planetary Urbanism คือทั้งโลกกำลัง ‘กลายเป็นเมือง’ กระบวนการ Urbanization เกิดขึ้นทุกที่ทั้งวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยตรรกะของเมือง หรือ Urban Logic

 

“เมืองเลยกลายเป็นศูนย์กลางความเจริญ แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มกลายเป็นศูนย์กลางของวิกฤตด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพสาธารณะ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การจราจรติดขัด มลภาวะทางอากาศ ฯลฯ เพราะฉะนั้น เมืองเลยถูกมองว่าเป็นทั้งปัญหาและทางออกในเวลาเดียวกัน”

 

UddC ทำงานด้วยวิธีคิดใหม่ เน้นการวางผังเมืองในระดับ ‘ย่าน’ ซึ่งเป็นสเกลที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันมากที่สุด พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้เมืองถูกออกแบบบนความต้องการของผู้ใช้พื้นที่จริง บทบาทสำคัญอีกด้านของ UddC คือการสร้าง ‘นักเลงเมืองพันธุ์ใหม่’ ผู้เชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ที่เข้าใจเมืองในฐานะระบบซับซ้อน ไม่ใช่แค่พื้นที่กายภาพ แต่ยังช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ตั้งแต่การพัฒนาเมืองเดินได้ ไปจนถึงโมเดล ‘หย่อมป่า’ โปรเจกต์ออกแบบพื้นที่สีเขียว ที่ AP ให้ความสำคัญจนนำไปใช้ในหลายโครงการบ้าน เพื่อส่งมอบ Living Quality ภายในบ้าน และรอบๆ บ้าน จุดเด่นของหย่อมป่าคือการออกแบบพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กในบริเวณบ้านเอื้อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพจนเกิดเป็น ‘ถิ่นที่อยู่อาศัยย่อย’ คืน Living Quality ให้ผู้คนที่อยู่อาศัยอยู่ในบ้านไปจนถึงระดับย่าน

 

 

How sustainable is it?

 

“มาตรฐานของ WHO บอกว่า เมืองที่ดีควรมีพื้นที่สีเขียวหรือสวนสาธารณะอย่างน้อย 9 ตารางเมตรต่อคน และคนควรเข้าถึงสวนระดับละแวกบ้านได้ในระยะประมาณ 1 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินไม่เกิน 15 นาที

 

“กรุงเทพฯ เคยรายงานตัวเลขประมาณ 7.6 ตารางเมตรต่อคน ฟังดูใกล้เคียง 9 แต่ไปดูวิธีคำนวณ เขานับจากภาพถ่ายดาวเทียม เห็นพื้นที่สีเขียวตรงไหนก็นับหมด ไม่ว่าจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ถ้าเรานับเฉพาะ ‘สวนสาธารณะ’ และรวมประชากรกลางวันที่หลั่งไหลเข้ามาจากปริมณฑล ตัวเลขจะเหลือแค่ประมาณ 2.3 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน WHO เยอะมาก ปัญหาจริงๆ เลยไม่ใช่แค่ ‘มีเท่าไหร่’ แต่คืออยู่ตรงไหน เข้าถึงได้ไหม และใครได้ใช้”

 

หากมองผ่านเลนส์ความยั่งยืน UddC คือหนึ่งในหน่วยงานด้านเมืองที่ขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดในประเทศไทย เพราะการทำงานของ UddC ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาแบบปลายเหตุ แต่เริ่มตั้งแต่ ‘โครงสร้างของเมือง’ ที่กำหนดคุณภาพชีวิตและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว การเน้นวางผังในระดับย่านทำให้สามารถปรับเปลี่ยนระบบพื้นที่ การเดินเท้า ขนส่งมวลชน พื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นรากฐานของเมืองที่ยั่งยืนจริงๆ

 

‘ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี 3

 

UddC ใช้ข้อมูลเมือง (Urban Data) และเทคนิคมองอนาคต เพื่อทำให้การออกแบบตอบสนองโลกที่เปลี่ยนเร็ว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาของวันนี้ แต่เตรียมพร้อมสำหรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในทศวรรษหน้า พวกเขายังเป็นผู้ผลักดันแนวคิด ‘เมืองเดินได้ – เมืองเข้าถึงได้’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดคาร์บอนจากภาคการเดินทาง อันเป็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักของเมืองใหญ่

 

อีกมิติคือความยั่งยืนทางสังคม UddC มุ่งสร้างเมืองที่ทุกคนเข้าถึง Living Quality อย่างเท่าเทียม ไม่ว่ารายได้หรือสถานะทางสังคมจะเป็นอย่างไร ผ่านการออกแบบพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน และระบบทางเท้าที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างได้จริง

 

‘ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี 4

ผังเมืองกรุงเทพฯ ที่มีปัญหาหลายด้าน

 

‘ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี 5

ตัวอย่างโปรเจกต์ ‘กรุงเทพฯ เมืองเดินได้-เมืองเดินดี’

 

“เมื่อก่อนนิยามของเมืองที่ดีคือเมืองที่เติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนทุนและแรงงาน…แต่ทุกวันนี้เราอยู่ในยุค Anthropocene คือยุคที่มนุษย์สร้างแรงสั่นสะเทือนให้โลก เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งภูมิอากาศสุดขั้ว มลภาวะ และความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การเข้าถึง Living Quality ที่ดีกลายเป็นสิทธิของคนแค่บางกลุ่มที่มีกำลังซื้อ

 

“เพราะฉะนั้นเมืองที่ดีในยุคนี้อาจต้องเปลี่ยนจากการมองแค่ ‘โตแค่ไหน’ มาเป็น ‘ทุกคนอยู่รอดได้ไหม และอยู่รอดดีแค่ไหน’ เมืองที่ดีคือเมืองที่ทำให้คนส่วนใหญ่ในเมือง “เข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีได้” โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือใช้ทรัพยากรจนเกินพอดี”

 

ใครสนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจกต์ต่างๆ ของ UddC สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.UddC.net

The post ‘รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล’ พื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับ Living Quality ที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>