Fashion – THE STANDARD https://thestandard.co/category/culture/fashion/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 05 Jun 2026 01:15:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 THE LV BRIDE รวมดีเทลชุดแต่งงานของ ญาญ่า อุรัสยา โดย Nicolas Ghesquière https://thestandard.co/yaya-urassaya-louis-vuitton-wedding-dress/ Fri, 05 Jun 2026 01:15:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1214794 ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière

ส่งท้ายงานแต่งของ ญาญ่า อุรัสยา ที่เพิ่งเข้าประตูวิวาห์ […]

The post THE LV BRIDE รวมดีเทลชุดแต่งงานของ ญาญ่า อุรัสยา โดย Nicolas Ghesquière appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière

ส่งท้ายงานแต่งของ ญาญ่า อุรัสยา ที่เพิ่งเข้าประตูวิวาห์กับ ณเดชน์ คูกิมิยะ ไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งทางญาญ่าก็ไม่พลาดที่จะใส่ชุดเจ้าสาวที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้หญิงของ Louis Vuitton

 

ตัวชุดหลักๆ จะมีทั้งช่วงพิธีที่เป็นชุดสั่งตัดพิเศษที่เน้นงานปักลูกไม้สีขาวบนผ้าทูลแบบละเอียดอ่อน แฝงรายละเอียดการปักไข่มุกและคริสตัลที่ปักด้วยมือทั้งหมด รวมทั้งถุงมือ เวลผ้าไหมทูล ปักลวดลายเข้ากับชุด และชายกระโปรงลากยาว ให้กลิ่นอายย้อนยุคแบบที่ญาญ่าชอบสะสม

 

ส่วนช่วง After Party เลี้ยงฉลอง ญาญ่าได้เปลี่ยนมาใส่ชุดที่สั้นลง เป็นเดรสแขนยาว คอ Queen Anne แบบวินเทจ ที่ส่วนปลายชุดจะประดับดีเทลบาโรก ซึ่งชุดนี้ใช้เวลากว่า 400 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ และอีกกว่า 1,000 ชั่วโมงในการประกอบชิ้นงาน

 

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีฝั่งเครื่องประดับของ Louis Vuitton อย่างต่างหูรุ่น Idylle จาก Louis Vuitton High Jewelry Collection พร้อมลุคเจ้าสาวการแต่งหน้าด้วย La Beauté Louis Vuitton แบบครบสมกับเป็นเฮาส์แอมบาสเดอร์คนแรกจากประเทศไทย

 

ภาพ: Louis Vuitton

 

ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 1ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 2ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 3ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 4ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 5ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 6ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 7ญาญ่า อุรัสยา ในชุดแต่งงานจาก Louis Vuitton ที่ออกแบบโดย Nicolas Ghesquière 8

The post THE LV BRIDE รวมดีเทลชุดแต่งงานของ ญาญ่า อุรัสยา โดย Nicolas Ghesquière appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO เปิดตัวเสื้อยืด UT ลายกราฟิก ZO&FRIENDS ที่ G-DRAGON ร่วมดีไซน์ https://thestandard.co/uniqlo-ut-zofriends-g-dragon-design/ Thu, 04 Jun 2026 11:12:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1214632 ภาพเสื้อยืด UNIQLO UT คอลเล็กชัน ZO&FRIENDS ลายกราฟิกตัวการ์ตูนสีสันสดใส

UNIQLO UT ไลน์เสื้อยืดของแบรนด์ที่จับมือร่วมงานกับศิลปิ […]

The post UNIQLO เปิดตัวเสื้อยืด UT ลายกราฟิก ZO&FRIENDS ที่ G-DRAGON ร่วมดีไซน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเสื้อยืด UNIQLO UT คอลเล็กชัน ZO&FRIENDS ลายกราฟิกตัวการ์ตูนสีสันสดใส

UNIQLO UT ไลน์เสื้อยืดของแบรนด์ที่จับมือร่วมงานกับศิลปินมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ประกาศเตรียมเปิดตัวเสื้อยืดลายกราฟิก ZO&FRIENDS คาแร็กเตอร์ IP ยอดนิยมจากเกาหลีใต้ที่ G-DRAGON เป็นผู้ร่วมออกแบบกับทาง IPX หรือชื่อเดิมคือ LINE FRIENDS

 

เสื้อยืดคอลเล็กชันนี้มาพร้อมกับลายเหล่าคาแร็กเตอร์ที่เต็มไปด้วยสีสัน โดยดีไซน์ของเสื้อแต่ละตัวต่างก็ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันสดใสและความอบอุ่นของมิตรภาพออกมาอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการวางกราฟิกตัวการ์ตูนอย่างโดดเด่นด้วยสีสันสะดุดตาลงบนเสื้อยืดผ้าฝ้ายโทนสีอ่อน ซึ่งทำให้ไอเท็มในคอลเล็กชันนี้สามารถสวมใส่ได้จริงในทุกวัน และยังเป็นโปรดักต์ที่มีความเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ควรค่าแก่การสะสมอีกด้วย

 

แน่นอนว่าลายกราฟิกของคอลเล็กชันนี้ก็มีทั้งเจ้าแมวขี้เบื่อที่มีขนคล้ายปุยเมฆสีเทาอย่าง ZOA พร้อมด้วย A&NE ดอกเดซี่ที่สดใสร่าเริงและเปี่ยมไปด้วยเอเนอร์จี ผู้เป็นดั่งตัวแทนและสัญลักษณ์ของ G-DRAGON และ AKIZAKI ฟองสบู่เดาใจยากที่เกิดขึ้นจากรอยเท้าชวนฝันของ ZOA ซึ่งคาแรกเตอร์เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากความรู้สึก จินตนาการ และความครีเอทีฟของ G-DRAGON ศิลปินคนสำคัญที่ใช้เวลาในการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์เหล่านี้ร่วมกับ IPX นานถึง 2 ปี

 

คอลเล็กชัน ZO&FRIENDS UT จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ผ่านทางเว็บไซต์และร้านของ UNIQLO

 

ภาพ: UNIQLO / xxxibgdrgn
อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/6/uniqlo-ut-zofriends-g-dragon-collection-release-info

The post UNIQLO เปิดตัวเสื้อยืด UT ลายกราฟิก ZO&FRIENDS ที่ G-DRAGON ร่วมดีไซน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DIORIVIERA 2026 คอลเล็กชันฤดูพักผ่อนครั้งแรกของ Jonathan Anderson https://thestandard.co/dioriviera-jonathan-anderson-mens-collection-2/ Thu, 04 Jun 2026 08:44:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1214581 ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson

อีกหนึ่งคอลเล็กชันย่อยนอกจากรันเวย์หรือโอต์กูตูร์แล้ว ค […]

The post DIORIVIERA 2026 คอลเล็กชันฤดูพักผ่อนครั้งแรกของ Jonathan Anderson appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson

อีกหนึ่งคอลเล็กชันย่อยนอกจากรันเวย์หรือโอต์กูตูร์แล้ว คอลเล็กชัน Dioriviera เสื้อผ้ารีสอร์ตแวร์และไลฟ์สไตล์ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันประจำปีที่ลูกค้า Dior ตั้งตารอซื้อ ก่อนจะออกไปท่องเที่ยวฤดูร้อน

 

และในเดือนมิถุนายน 2026 นี้ เราก็ได้เห็น Dioriviera แรกจาก Jonathan Anderson กันแล้ว ซึ่งดีไซเนอร์ชาวไอร์แลนด์เหนือก็ไม่พลาดที่จะนำเอางานศิลปะมาใส่ในเสื้อผ้า พร้อมเปิดตัวสินค้าฝั่งผู้ชายเป็นครั้งแรกสำหรับคอลเล็กชันวันพักผ่อน

 

ไฮไลต์ครั้งนี้คือการร่วมงานกับ Christian Bérard ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับ ที่รู้จักกันในนาม Bebè จากภาพเขียนที่ดูสดใสไร้เดียงสา และเพื่อนเก่าของ Christian Dior ที่รู้จักกันตั้งแต่ยุค 1920

 

สินค้าครั้งนี้มีทั้งเสื้อลายทางที่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลฝรั่งเศส เสื้อผ้าเลานจ์แวร์ กระเป๋าใบใหญ่สำหรับลงชายหาด รวมไปถึงกางเกงขาสั้นว่ายน้ำของผู้ชาย เสื้อยืด เสื้อเชิ้ตลายพิมพ์ กระเป๋ารุ่นไอคอนอย่าง Lady Dior ไซส์สำหรับผู้ชาย และ Lady Dior แบบปักพิเศษลายผลงาน Christian Bérard ซึ่งทั้งหมดนี้เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยในไทยครั้งแรกที่ Dior Gold House

 

ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson 1ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson 2ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson 3ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson 4ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson 5ภาพคอลเล็กชัน Dioriviera 2026 โดย Jonathan Anderson 6

 

ภาพ : Dior

The post DIORIVIERA 2026 คอลเล็กชันฤดูพักผ่อนครั้งแรกของ Jonathan Anderson appeared first on THE STANDARD.

]]>
Richard Mille เปิดบูติกแห่งแรกในไทยที่โรงแรม Siam Kempinski https://thestandard.co/richard-mille-opens-thai-boutique/ Wed, 03 Jun 2026 07:56:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1214255 ภาพบรรยากาศภายในบูติก Richard Mille แห่งแรกในประเทศไทยที่โรงแรม Siam Kempinski Bangkok

Richard Mille เปิดบูติกแห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางกา […]

The post Richard Mille เปิดบูติกแห่งแรกในไทยที่โรงแรม Siam Kempinski appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายในบูติก Richard Mille แห่งแรกในประเทศไทยที่โรงแรม Siam Kempinski Bangkok

Richard Mille เปิดบูติกแห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายในโรงแรม Siam Kempinski Bangkok นับเป็นบูทีคแห่งที่ 13 ของแบรนด์ในเอเชีย และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยแบรนด์มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญที่มีความชื่นชอบในงานฝีมือชั้นสูงและนาฬิกาลักชัวรี

 

บูติกแห่งใหม่มีพื้นที่กว่า 3,000 ตารางฟุต ออกแบบภายใต้แนวคิดที่ผสานเอกลักษณ์ของ Richard Mille เข้ากับศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติของไทยในมุมมองร่วมสมัย พร้อมไฮไลต์อย่างพื้นที่สาธิตการประกอบนาฬิกาที่เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสความประณีตของงานฝีมือและเทคโนโลยีการผลิตเรือนเวลา

 

นอกจากนี้ บูติกยังได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้า ด้วยห้องรับรองและพื้นที่พักผ่อนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทย เพื่อมอบประสบการณ์ด้านการต้อนรับและไลฟ์สไตล์ ควบคู่ไปกับการนำเสนอโลกแห่งเรือนเวลาชั้นสูงของแบรนด์แก่ลูกค้าชาวไทยและนักเดินทางจากทั่วโลก

 

ภาพ: Richard Mille

The post Richard Mille เปิดบูติกแห่งแรกในไทยที่โรงแรม Siam Kempinski appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHANEL เตรียมนำแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Cruise 2027 มาจัดอีกรอบที่ซิดนีย์ https://thestandard.co/chanel-cruise-2027-show-sydney/ Wed, 03 Jun 2026 02:22:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1214082 ภาพนางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Cruise 2027

CHANEL เตรียมสร้างปรากฏการณ์ในวงการแฟชั่นอีกครั้งและขยา […]

The post CHANEL เตรียมนำแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Cruise 2027 มาจัดอีกรอบที่ซิดนีย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Cruise 2027

CHANEL เตรียมสร้างปรากฏการณ์ในวงการแฟชั่นอีกครั้งและขยาย “Blazymania” ไปทั่วทุกมุมโลกกับการประกาศจัดแฟชั่นโชว์ Cruise 2027 ในรูปแบบ Replica ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ หลังเผยโฉมครั้งแรกมาแล้วที่เมืองบียาริตส์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

โชว์ Cruise 2027 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ CHANEL จะได้จัดแฟชั่นโชว์แบบเต็มรูปแบบที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเมื่อปี 2025 ทางแบรนด์ก็เพิ่งเปิดสาขาที่ใหญ่ที่สุดกว่า 1,000 ตารางเมตรที่ถนน Market Street ของซิดนีย์

 

ซึ่งหากดูในเชิงฤดูกาลก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มากๆ เพราะในช่วงปลายปีที่เสื้อผ้าคอลเล็กชัน Cruise 2027 เตรียมเข้าร้านก็จะเป็นหน้าร้อนพอดีในแถบออสเตรเลีย บวกกับ CHANEL ก็มีหลายแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะ Margot Robbie, Nicole Kidman หรือจะ Jacob Elordi ในส่วนของน้ำหอม Bleu De Chanel ส่วนในแคมเปญกระเป๋า CHANEL 25 ปีล่าสุดก็มี Kylie Minogue นักร้องระดับตำนานจากออสเตรเลียมาร่วมด้วยที่นำเพลงและมิวสิกวิดีโอ Come Into My World ของเธอมาทำเวอร์ชันใหม่

 

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการประกาศว่าแฟชั่นโชว์ CHANEL Cruise 2027 จะจัดที่ไหนของซิดนีย์ แต่ก็มีหลายสถานที่สุดไอคอนิกให้เลือกที่เชื่อว่าจะตระการตาและไม่แพ้โชว์แรกที่บียาริตส์ ไม่ว่าจะเป็น อ่าวซิดนีย์ที่เห็นสะพานฮาร์เบอร์, ศูนย์ศิลปะ

 

Sydney Opera House หรือจะเป็น Bondi Beach ส่วนอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนต่อมา CHANEL ก็จะจัดโชว์ Métiers d’art 2027 คอลเล็กชันใหม่ของ Matthieu Blazy ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลีในวันที่ 2 ธันวาคม

 

ภาพ: CHANEL

The post CHANEL เตรียมนำแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Cruise 2027 มาจัดอีกรอบที่ซิดนีย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/ Tue, 02 Jun 2026 06:41:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1213799 ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น

Under Armour เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยการจับมือกับ Mari […]

The post UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น

Under Armour เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยการจับมือกับ Marine Serre แบรนด์แฟชั่นสัญชาติฝรั่งเศสชื่อดังเปิดตัวแคปซูลคอลเล็กชันร่วมกันเป็นครั้งแรก โดย Marine Serre ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากผลงานสปอร์ตแวร์ระดับไอคอนแห่งยุค 2000 และ ‘เบสเลเยอร์’ นวัตกรรมชิ้นเอกที่สร้างชื่อให้กับ Under Armour นำเสนอมุมมองใหม่สะท้อนให้เห็นว่ากีฬาเปรียบเสมือนภาษาสากลของร่างกาย

 

อีกไฮไลต์สำคัญคือการนำรองเท้ารุ่น UA Proto Speed II (ยูเอ โพรโต สปีด ทู) กลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2000 ตัวรองเท้ามีความโดดเด่นสะดุดตาด้วยการใช้วัสดุผ้าทอซ้อนกันเป็นเลเยอร์ เสริมด้วยแผ่นหนังที่ถูกจัดวางจนดูมีมิติราวกับงานประติมากรรม พร้อมตกแต่งด้วยโลโก้ซิลิโคน Under Armour x Marine Serre บริเวณปลายเท้าและส่วนบน ซึ่งการออกแบบนี้ไม่เพียงแต่สามารถรักษาดีเอ็นเอแห่งความทรงจำในวันวานไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังได้รับการตีความใหม่ผ่านมุมมองที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

 

แคปซูลคอลเล็กชันลิมิเต็ดเอดิชันนี้จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 5 มิถุนายน โดยจะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทางช่องทาง UA.com, marineserre.com ร้าน Marine Serre สาขาที่กำหนด และผ่านประสบการณ์ป๊อปอัปสโตร์แบบอิมเมอร์ซีฟในกรุงปารีส ระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน ณ ถนน Rue de Turenne 75003

 

“ตลอดเวลาที่ผ่านมากีฬาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันเสมอ ในการร่วมงานกับ Under Armour ฉันต้องการสำรวจความงดงามของการเคลื่อนไหวผ่านเครื่องแต่งกายที่ผสมผสานสมรรถนะ ความแม่นยำ และความงดงามเข้าด้วยกัน เริ่มต้นจากเบสเลเยอร์อยู่ใกล้ชิดร่างกายและประสบการณ์ของนักกีฬามากที่สุด” Marine Serre ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ กล่าว

 

ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 1ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 2ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 3ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 4ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 5ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 6ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 7ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 8ภาพแคปซูลคอลเล็กชัน Under Armour x Marine Serre ที่ผสมผสานสปอร์ตแวร์และแฟชั่น 9

 

ภาพ: Under Armour

 

The post UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
JIMMY CHOO SUMMER 2026 PARTY เฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีและสไตล์ ณ Soho House https://thestandard.co/jimmy-choo-summer-party-soho-house/ Mon, 01 Jun 2026 08:13:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1213461 ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้

Jimmy Choo จัดงาน Jimmy Choo Summer Party ณ Soho House […]

The post JIMMY CHOO SUMMER 2026 PARTY เฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีและสไตล์ ณ Soho House appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้

Jimmy Choo จัดงาน Jimmy Choo Summer Party ณ Soho House Bangkok โดยเรียนเชิญแขกคนสำคัญมาร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งเสียงดนตรี และเสน่ห์แห่งความร่วมสมัย ท่ามกลางพลังอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ

 

ภายในงานได้มีการแสดงทั้งของ Valentina Ploy และ JAYLERR หรือ เจเจ-กฤษณภูมิ

 

พิบูลสงคราม ซึ่งมาในลุคหมวก Yuki Hat สีดำ จับคู่กับรองเท้า Florent Trainers สีดำกลิตเตอร์ และเพิ่มความโดดเด่นด้วยชุดเครื่องประดับ Diamond สีเงินแอนทีก ท่ามกลางแขกคนสำคัญจากแวดวงแฟชั่นและครีเอทีฟในประเทศไทย

 

นอกจากนี้ยังมีเหล่าเซเลบริตี้และแขกคนสำคัญมาร่วมสร้างสีสันให้กับงานอย่างคับคั่ง นำโดย ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง ที่เผยเสน่ห์ความสดใสและสง่างามผ่านรองเท้า Liss สี Riviera Blue พร้อมเติมเต็มลุคด้วยเครื่องประดับ JC Cube Triple Ring รวมถึงกำไลและต่างหู Zandra ที่เข้าชุดกัน ขณะที่ บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ เลือกสวมรองเท้า Buff Fringe Loafers หนัง Box Calf สีดำ จับคู่กับสร้อย JC Diamond Fine Chain และกระเป๋า Camera Box ด้าน มีน-นิชคุณ ขจรบริรักษ์ ถ่ายทอดลุคของรองเท้าที่ผสานงานฝีมือหนังถักเข้ากับซิลูเอตสบายๆ ผ่านรองเท้า Eliot Slippers สีดำ พร้อมกระเป๋า Bar Holdall และคอมพลีตลุคด้วยเครื่องประดับ Diamond JC Chain

 

เพิ่มเสน่ห์แห่งความแกลมรับซัมเมอร์ด้วยลุคจาก จิงจิง-วริศรา ยู ที่ปรากฏตัวในรองเท้า Brigitte จับคู่กับกระเป๋า

 

ไอคอนิก Atelier Bon Bon ประดับคริสตัล Swarovski และเติมเต็มลุคด้วยเซตเครื่องประดับ Gold Metal Ribbon Pearl แบบครบชุด ปิดท้ายด้วย เอินเอิน-ฟาติมา เดชะวลีกุล ที่มาในรองเท้า Faiz สี Rose พร้อมสไตลิ่งคู่กับกระเป๋า Micro Bon Bon วัสดุผ้าซาตินสีชมพู เสริมลุคด้วยกำไล JC Pearl Cube Cuff และจี้ JC Pearl Cube Pendan

 

ภาพ: Jimmy Choo

 

ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 1ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 2ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 3ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 4ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 5ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 6ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 7ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 8ภาพบรรยากาศงาน Jimmy Choo Summer Party ที่ Soho House พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ 9

The post JIMMY CHOO SUMMER 2026 PARTY เฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีและสไตล์ ณ Soho House appeared first on THE STANDARD.

]]>
Golden Goose มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสแรกของปี 2026 https://thestandard.co/golden-goose-sales-q1-growth/ Mon, 01 Jun 2026 01:39:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1213287 รองเท้าสนีกเกอร์ Golden Goose

Golden Goose แบรนด์สนีเกอร์ เสื้อผ้า และแอ็กเซสซอรีสัญช […]

The post Golden Goose มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสแรกของปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองเท้าสนีกเกอร์ Golden Goose

Golden Goose แบรนด์สนีเกอร์ เสื้อผ้า และแอ็กเซสซอรีสัญชาติอิตาลี ที่ทางบริษัท HSG ของจีนเข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2025 ได้ออกมาเผยผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ และเห็นยอดขายในจำนวน 173.2 ล้านยูโร นับว่าเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน ซึ่งความสำเร็จนี้เป็นผลพวงจากการที่แบรนด์ใช้ช่องทาง Direct-to-Consumer ในการขายสินค้าเป็นหลักอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจแบรนด์ก็เติบโตขึ้นในพื้นที่หลายภูมิภาค

 

รายได้จากการขายสินค้าเฉพาะช่องทาง Direct-to-Consumer สูงขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2025 ส่งผลให้ขณะนี้รายได้จากช่องทางดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนถึง 81% ของรายได้ทั้งหมด จากที่เคยมีสัดส่วน 76% ในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว โดยปัจจัยที่ทำให้การขายสินค้าแบบ Direct-to-Consumer ของ Golden Goose ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือการเติบโตของยอดขาย Like-for-Like, การขยายพื้นที่ร้าน และ การปรับปรุงช่องทางบนแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ง่ายต่อการติดตามมากขึ้น

 

ทางด้านยอดขายจากการขายส่งนั้นลดลง 16% สืบเนื่องจากการปรับเปลี่ยนเวลาการจัดส่งสินค้าชั่วคราวในพื้นที่ EMEA (Europe, Middle East และ Africa) และ การที่สหรัฐอเมริกาใช้กลยุทธ์ลดระดับการทำธุรกิจออนไลน์กับเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตามถ้าหากมองดูรายได้โดยรวมทั้งหมดในไตรมาสแรกของปีตามภูมิศาสตร์แล้ว ทางเอเชียแปซิฟิกมียอดขายเพิ่มขึ้น 20%, อเมริกามียอดขายเพิ่มขึ้น 14% และ EMEA ก็มียอดขายเพิ่มขึ้น 6% ในขณะที่ EBITDA (กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และอื่นๆ) มีจำนวนอยู่ที่ 55.3 ล้านยูโร ด้วยผลกำไร 31.9%

 

หลายเดือนที่ผ่านมา Golden Goose เดินหน้าเปิดสาขาใหม่, สร้างกิจกรรมแบบ Immersive และใช้กลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดคาเฟ่ Younique Caffé ร้านแรกในยุโรปที่มิลาน การเปิดร้าน Frutteria Golden ธีมตลาดผลไม้สไตล์อิตาลีที่ห้าง Selfridges ในลอนดอน ไปจนถึงการกลับมาเปิดร้าน Beijing Taikoo Li South อันเป็นแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิกใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันก็กลายเป็นศูนย์รวมของสไตล์, วัฒนธรรม และการสร้างสรรค์ของ Golden Goose ไปโดยปริยาย

 

ภาพ: Golden Goose

 

อ้างอิง https://th.fashionnetwork.com/news/Golden-goose-powers-ahead-in-q1-with-revenue-up-10-ebitda-margin-at-31-9-direct-retail-leads-as-wholesale-slows,1835609.html

The post Golden Goose มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสแรกของปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT BELLA HADID ICONIC CANNES LOOKS ราชินีเทศกาลหนังเมืองคานส์ตัวจริง https://thestandard.co/7-things-we-love-about-bella-hadid-iconic-cannes-looks/ Sun, 31 May 2026 11:09:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1213146 ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์

นับตั้งแต่ก้าวแรกบนพรมแดงของเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 20 […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT BELLA HADID ICONIC CANNES LOOKS ราชินีเทศกาลหนังเมืองคานส์ตัวจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์

นับตั้งแต่ก้าวแรกบนพรมแดงของเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 2016 ชื่อของ Bella Hadid ถูกจารึกบนพรมแดงของเทศกาลภาพยนตร์นี้ทันที จากซูเปอร์โมเดลแห่งยุคกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดของงาน ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อเสียง หรือใบหน้าอันงดงามสุดไอคอนิก แต่เพราะทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว Bella มักมาพร้อมลุคที่สร้าง “โมเมนต์” ให้กับประวัติศาสตร์แฟชั่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเดรสผ่าลึกสุดไอคอนิก ซิลูเอตกูตูร์ที่ดูราวกับประติมากรรม หรือการใช้แฟชั่นเป็นพื้นที่ในการสื่อสารประเด็นทางสังคม ทุกลุคของเธอล้วนถูกพูดถึงไปทั่วโลกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จนได้รับฉายาจากสื่อแฟชั่นว่าเป็น “Queen of Cannes” ไปครอบครอง

 

 
 

ตลอดระยะเวลาเกือบสิบปีบนพรมแดงเมืองคานส์ Bella เสี่ยงดวงด้วยลุคอันเป็นที่จดจำ และถูกพูดถึง เธอเข้าใจดีว่าพรมแดงแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับความสวยงาม แต่คือเวทีของภาพจำ วัฒนธรรมป๊อป และแฟชั่นระดับโลก นอกจากความสวยงามแล้วนั้น Bella ยังใช้เทศกาลภาพยนตร์นี้เป็นกระบอกเสียงสื่อสารให้คนทั่วโลกได้เข้าใจถึงสิ่งที่เธอยึดมั่นอีกด้วย เพื่อเป็นการปิดจบเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อย่างสมบูรณ์ เราขอลิสต์ลุคสร้างอิมแพกต์ที่สุดของ Bella Hadid บนพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์นี้กัน

 

ALEXANDRE VAUTHIER IN 2016

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 1

 

ลุคที่ทำให้ชื่อของ Bella Hadid ถูกจารึกบนพรมแดงเมืองคานส์ตั้งแต่ปีแรกที่เธอเข้าร่วมงาน คือเดรสสีแดงซาตินจาก Alexandre Vauthier ที่กลายเป็นหนึ่งในลุคพรมแดงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งยุค เดรสคัตติ้งเรียบง่ายแต่กลับยั่วยวนสุดๆ ด้วยเทคนิคการผ่าสูงเกือบถึงสะโพก และช่วงคอแบบ deep plunge ที่ช่วยส่งให้ Bella ดูเซ็กซี่แต่ไม่เกินงาม เพราะเธอเลือกที่จะสไตลิ่งตัวเองให้ดูมินิมอลที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าหรือทำผม รวมไปถึงการสวมใส่เครื่องประดับเพียงแค่ต่างหู และกำไล แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เธอยังอายุน้อยและเพิ่งเริ่มสร้างชื่อในวงการแฟชั่น แต่ความมั่นใจของ Bella ในลุคนี้กลับทรงพลังเกินวัย จนหลายคนมองว่านี่คือการเปิดตัว “ซูเปอร์โมเดลแห่งยุคโซเชียลมีเดีย” อย่างแท้จริง และจนถึงวันนี้ เดรสแดงตัวนี้ก็ยังถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งใน red carpet moments ที่ดีที่สุดของคานส์ตลอดกาล

 

RALPH & RUSSO IN 2017

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2

 

Bella Hadid กลับมาอีกครั้งในปี 2017 เธอกลับมายกระดับเกมแฟชั่นของตัวเองอีกครั้ง โดยเฉพาะในงาน amfAR Gala ด้วยเดรสโอตกูตูร์จาก Ralph & Russo เดรสปักคริสตัลซีทรูสีแชมเปญนู้ดสุดเซ็กซี่แบบ old hollywood เผยให้เห็นซิลูเอตของร่างกายอย่างชัดเจนแต่ยังคงความหรูหราไว้อย่างสมดุล ความโดดเด่นของลุคนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่เดรส แต่รวมถึงรองเท้าส้นสูงรัดข้อเท้าประดับคริสตัลจาก René Caovilla ที่กลายเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของภาพจำของลุคครั้งนั้น กลายเป็นหนึ่งในชุดขวัญใจของ LGBTQ+ ทั่วโลก บวกกับแอตทิจูดของเธอที่ดูมั่นใจกว่าปีที่แล้ว เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์เมืองคานส์ที่หลายคนจดจำได้ขึ้นใจ

 

ROBERTO CAVALLI IN 2019

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 3

 

หากเดรสแดงของปี 2016 คือการแจ้งเกิด ลุคจาก Roberto Cavalli ในปี 2019 ก็เปรียบเหมือนการประกาศว่า Bella Hadid ได้กลายเป็นราชินีแห่งเมืองคานส์อย่างเต็มตัวแล้ว เดรสสีแดงเข้มด้วยเทคนิคการตัดเย็บแบบ draping บวกกับซิลูเอตแบบ goddess-like ของยุคกรีกโรมัน เดรสแดงเวอร์ชันใหม่ของ Bella รอบนี้ดูโตขึ้น มั่นใจ และยังคงความเซ็กซี่เช่นเดิม ท่วงท่าการเดินโพสสู้กล้องของเธอที่ดูมั่นใจยิ่งช่วยส่งชุดนี้ไม่ใช่แค่เซ็กซี่แต่ดูสง่างามมาก อีกครั้งที่เธอเลือกสไตลิ่งลุคตัวเองให้ดูมินิมัล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับที่เลือกสวมใส่กำลังพอดี รวมถึงการแต่งหน้าทำผมโทนบรอนซ์ยิ่งขับออร่าของชุดนี้ไปอีก นี่คือภาพของผู้หญิงที่เข้าใจพลังของตัวเอง และรู้ว่าจะใช้แฟชั่นในการสร้างอิมแพกต์ต่อสายตาคนทั่วโลกอย่างไร

 

DIOR IN 2019

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 4

 

ไม่ใช่แค่เผ็ดร้อน Bella Hadid ยังสามารถโชว์ลุคสไตล์อื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน เดรสระบายสีนู้ดจาก Dior ที่ทั้งตัวทำขึ้นจากผ้า tulle และนำมาเลเยอร์ซ้อนกันสร้างมูฟเมนต์ที่ดูเบาและโรแมนติก ขณะที่รายละเอียดการจับเดรปบริเวณหน้าอกและเอวช่วยขับรูปร่างของ Bella อย่างนุ่มนวล ลุคนี้พิสูจน์ว่าเธอไม่จำเป็นต้องใส่ชุดหวือหวาเสมอไปเพื่อจะโดดเด่นบนพรมแดง เธอสามารถสร้างภาพจำจากลุคไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเซ็กซี่หรือ sophisticated แบบลุคนี้ เป็นอีกครั้งที่เธอสามารถบาลานซ์ระหว่างความหรูหราแบบกูตูร์กับความยั่วยวนได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในลุคที่แฟนแฟชั่นจำนวนมากยังคงย้อนกลับมาพูดถึงเสมอ

 

SCHIAPARELLI IN 2021

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 5

 

เดรสหยุดคนทั้งโลก ไม่มีลุคไหนของ Bella Hadid ที่สร้างอิทธิพลระดับคัลเจอร์ได้รุนแรงเท่ากับชุดจาก Schiaparelli ในปี 2021 เดรสสีดำทรงเรียบเปิดช่วงอก ก่อนถูกแทนที่ด้วยสร้อยคอทองคำรูปปอดมนุษย์ขนาดใหญ่ กลายเป็นภาพที่ทั้งโลกแฟชั่นหยุดมองพร้อมกันในทันที ผลงานของ Daniel Roseberry ไม่เพียงทำให้ Schiaparelli กลับมาเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงในระดับกระแสหลักอีกครั้ง ยังเปลี่ยนทิศทางของแฟชั่นพรมแดงยุคใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่ของ surrealism และ wearable art มากขึ้น Bella สวมลุคนี้ด้วยความนิ่ง สง่า และมั่นใจ จนองค์ประกอบทั้งหมดดูสมบูรณ์แบบราว performance art มากกว่าการแต่งตัวทั่วไป ภาพของเธอบนพรมแดงคืนนั้นถูกแชร์ไปทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นโมเมนต์ภาพจำที่สุดของทศวรรษ 2020s โดยแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากพูดถึงคานส์ในยุคปัจจุบัน ลุคนี้คือหนึ่งในภาพแรกที่หลายคนนึกถึง

 

MICHAEL & HUSH IN 2024

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 6

 

Bella Hadid เป็นหนึ่งในเซเลบริตีที่มักใช้แฟชั่นเป็นพื้นที่ในการสะท้อนจุดยืนทางสังคมและการเมืองอยู่เสมอ และลุคจากแบรนด์ Michael and Hushi ในปี 2024 ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เดรสที่ถูกสร้างขึ้นจากผ้า keffiyeh ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมปาเลสไตน์ ทำให้ลุคนี้มีความหมายมากกว่าเรื่องความสวยงาม Bella ซึ่งมีเชื้อสายปาเลสไตน์ เลือกสวมใส่งานดีไซน์ชิ้นนี้อย่างมั่นใจ ท่ามกลางกระแสการเมืองโลกที่เข้มข้นในช่วงเวลานั้น ตัวเดรสถูกออกแบบให้ดูโมเดิร์นและสวมใส่ได้จริง คงรายละเอียดของลายผ้า traditional เอาไว้อย่างชัดเจน ทำให้ทั้งลุคดูร่วมสมัยโดยไม่สูญเสียสารสำคัญ แม้ลุคนี้จะสร้างทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็สะท้อนชัดเจนว่า Bella เข้าใจดีว่าแฟชั่นสามารถเป็นมากกว่าเสื้อผ้า และเธอก็พร้อมใช้พื้นที่ของตัวเองในการสื่อสารสิ่งที่เชื่อ

 

SCHIAPARELLI IN 2026

 

ภาพ Bella Hadid ในชุดเดรสไอคอนิกบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ 7

 

หลังจากสร้างหนึ่งในโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคานส์ไว้ในปี 2021 ในปีนี้ Bella Hadid ก็กลับมาร่วมงานอีกครั้ง พร้อมชุดคัสตอมจาก Schiaparelli ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเดรสของ Jane Birkin เมื่อปี 1969 ลุคนี้แตกต่างจากความอาวองการ์ดที่ผู้คนคุ้นเคย เพราะเธอเลือกตีความสไตล์อันคลาสสิกของไอคอนให้โลดแล่นอีกครั้งในยุคสมัยใหม่นี้ Daniel Roseberry และช่างฝีมือกว่า 130 คน ช่วยกันรังสรรค์เดรสเวอร์ชันใหม่ ปรับงานดีไซน์ให้ดูเข้ารูปรับกับเรือนร่างของ Bella มากขึ้น โดยยังเก็บดีเทลอย่างเนื้อผ้าโครเชต์ และรายละเอียดของเข็มกลัดช่วงสะดือไว้ หลังจากปรากฏตัวเธอสร้างไวรัลทันทีจนโซเชียลทั่วโลกลุกเป็นไฟ ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของเธอและแบรนด์หรูฝรั่งเศส และแน่นอนว่าลุคนี้สร้างสถานะ Queen of Cannes ให้กับเธอแบบไร้คู่แข่ง

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT BELLA HADID ICONIC CANNES LOOKS ราชินีเทศกาลหนังเมืองคานส์ตัวจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner https://thestandard.co/celine-fall-2026-collection/ Sun, 31 May 2026 08:38:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1212953 CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner

CELINE เปิดตัวแคมเปญล่าสุดสำหรับคอลเล็กชัน Fall 2026 โด […]

The post CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner appeared first on THE STANDARD.

]]>
CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner

CELINE เปิดตัวแคมเปญล่าสุดสำหรับคอลเล็กชัน Fall 2026 โดย Michael Rider กับเสื้อผ้าลายพิมพ์และสีสันที่คาบเกี่ยวระหว่างฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วงของปี

ดูภาพข่าว ▼ 

โดยแคมเปญนี้ถ่ายภาพโดยช่างภาพหญิงอย่าง Zoë Ghertner ที่เน้นเรื่องบรรยากาศการพักผ่อนนอกเมืองปารีส พร้อมกับวิดีโอจาก Kersti Jan Werdal ที่โชว์ถึงการเดินทางกับเพื่อนฝูง และความรู้สึกเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าแบบไม่ต้องพยายามมาก

 

และสำหรับ CELINE ในยุค Michael Rider ไม่ได้เน้นเรื่องคอนเซปต์หรือการอธิบายธีมคอลเล็กชันมากนัก เพื่อให้เราเน้นความสนใจไปที่เสื้อผ้าและสินค้าที่พร้อมให้ทุกคนแต่งตัวได้อย่างสนุก ในรอบนี้มีทั้งเดรส แจ็กเก็ต และกระเป๋าลายแพตช์เวิร์กกลิ่นอายวินเทจ เสื้อและผ้าพันคอลายเขียนมือรูปพระจันทร์และพระอาทิตย์ เสริมด้วยแอ็กเซสซอรีที่เก็บได้จากการเดินทาง เช่น สร้อยลูกปัดหลากสีสแต็กรวมกัน รองเท้าหนังสานสีแดง รวมถึงกระเป๋า คลาสสิก Teen Triomphe ที่รอบนี้ตัวล็อกมาในสี น้ำ เงินสด

 

 

CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner

 

ภาพ: CELINE

 

The post CELINE FALL 2026 แคมเปญโดยช่างภาพหญิง Zoë Ghertner appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHANEL TAKES OVER SEOUL ทำไมแบรนด์ต้องจัดโชว์ Métiers d’art 2026 ที่ประเทศเกาหลีใต้ https://thestandard.co/chanel-metiers-dart-seoul-2026/ Sat, 30 May 2026 10:30:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1212837 นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หากใครได้ติดตามเ […]

The post CHANEL TAKES OVER SEOUL ทำไมแบรนด์ต้องจัดโชว์ Métiers d’art 2026 ที่ประเทศเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หากใครได้ติดตามเรื่องราวของวงการแฟชั่นและ K-Culture ของเกาหลีใต้อยู่เป็นประจำก็เชื่อว่าฟีดของคุณก็จะเต็มไปด้วยคอนเทนต์ของ แฟชั่นโชว์ CHANEL Métiers d’art 2026 ณ กรุงโซลที่ถูกแตกย่อยออกเป็นหลายรูปแบบ เพื่อช่วยต่อยอดกระแส “Blazymania” และ สร้างปรากฏการณ์ “Taking Over The Internet” อย่างแท้จริงอีกครั้ง

 

แต่บางคนอาจจะยังสับสนว่าแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน CHANEL Métiers d’art 2026 เคยเกิดขึ้นไปแล้วไม่ใช่เหรอที่นิวยอร์กเมื่อช่วงปลายปี 2025 โดยเราขอท้าวความอีกครั้งว่าในแต่ละปีทาง CHANEL จะเดบิวต์คอลเล็กชัน Cruise ประจำปีช่วงปลายเดือนเมษายน และคอลเล็กชัน Métiers d’art ช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งส่วนใหญ่ตัวแฟชั่นโชว์จะเลือกจัดที่ยุโรปหรืออเมริกาเป็นหลัก ตามเมืองที่มีจุดเชื่อมโยงกับ Gabrielle Chanel ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ก่อนที่ต่อมาแฟชั่นโชว์สองคอลเล็กชันนี้ก็จะถูกจัดขึ้นอีกรอบหนึ่งในรูปแบบที่ชื่อ Replica ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนที่สินค้าจะวางขายในร้าน โดยสถานที่มักจะเป็นในโซนเอเชียเพราะโซนนี้คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ CHANEL และเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เห็นและเป็นเจ้าของสินค้าได้ทันที

 

การที่ CHANEL จะเลือกจัดแฟชั่นโชว์ Replica ในแต่ละครั้งที่เอเชียก็ถือว่าอยู่ในสเกลที่เกือบจะใหญ่เท่ากับรอบแรกที่เปิดตัว แต่เมืองในเอเชียที่ถูกเลือกให้จัดโชว์ Replica ก็มักจะต้องถูกวนไปในแต่ละประเทศในภูมิภาคแบบไม่ติดต่อกัน เพราะจะให้จัดแต่ในประเทศจีนหรือญี่ปุ่นก็คงจะไม่น่าตื่นเต้น ซึ่งคราวนี้สำหรับ CHANEL Métiers d’art 2026 กรุงโซลก็ถูกเลือกให้จัดโชว์ Replica หลังห่างหายไปนาน 7 ปี หลังก่อนหน้านี้จัดโชว์ Replica ของคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d’art 2019 อันเป็นผลงาน Métiers d’art สุดท้ายของ Karl Lagerfeld

 

มากไปกว่านั้น CHANEL ก็ดำเนินธุรกิจในประเทศเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เปิดเคาน์เตอร์น้ำหอมแรกในปี 1992 ก่อนที่ 5 ปีต่อมาจะเปิดแฟชั่นบูติคแรกในประเทศ ซึ่งทุกวันนี้ CHANEL ก็มีมากกว่า 10 ร้านแล้ว ร่วมถึงยังมีเวิร์คช้อปให้บริการ Aftercare และ Restoration โดยเฉพาะอีกด้วย

 

โดยการที่ CHANEL เลือกจัดโชว์ Métiers d’art 2026 อีกครั้ง ณ กรุงโซลก็ถือว่าเพอร์เฟกต์ และตอบโจทย์ได้ดีสุด ณ เวลานี้ เพราะรอบแรกก็ถือว่าสร้าง Brand Awareness ได้อย่างมหาศาลกับการจัด ณ ศูนย์กลางของวัฒนธรรม ศิลปะ และ ป๊อปคัลเจอร์ อย่างมหานครนิวยอร์ก ซึ่งหากจะจัดโชว์ Replica ในเอเชียที่ต้องสร้างแรงกระเพื่อมเทียบเท่ากันและจะทำให้คนกลับมาสนใจคอลเล็กชันอีกครั้งหลังผ่านมาแล้ว 6 เดือน ก็ต้องยกให้กรุงโซลเป็นตัวเลือกอันดับ 1

 

ซึ่งการวางกลยุทธ์และการ Connect The Dots ของโชว์ CHANEL Métiers d’art 2026 ที่กรุงโซลก็ถือว่ายอดเยี่ยม โดยเริ่มจากสถานที่จัดโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์ Centre Pompidou Hanwha ที่กำลังจะเปิดวันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งถึงแม้เอฟเฟกต์อาจไม่ตระการตาเท่ารถไฟใต้ดิน Bowery ที่นิวยอร์ก แต่ CHANEL ก็เลือกที่จะเน้นโชว์พลังรอบนี้กับโลกศิลปะ ที่ทางแบรนด์สามารถต่อรองมาเป็นแบรนด์แรกที่จัดแฟชั่นโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ท่ามกลางผลงานระดับตำนานอย่างของ Pablo Picasso ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของ Gabrielle Chanel

 

ด้านแขกที่มาโชว์นี้ก็ตามคาดสามารถ Break The Internet ได้สำเร็จ เริ่มที่นางเอกของงานอย่าง JENNIE แบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ CHANEL ที่มาแสดงช่วง Afterparty ซึ่งในตอนแรกหลายคนก็อาจมีการวิเคราะห์ว่าเธอไม่น่ามาโชว์รอบเดียวกันกับ G-Dragon แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกจากเกาหลีใต้เพราะเหตุผลส่วนตัว แต่ปรากฏว่าเธอก็มานั่งดูโชว์รอบเดียวกันและห่างกันแค่ 5 คน

 

ต่อมาแขกจากประเทศไทยก็ประกอบไปด้วย 3 คน เริ่มจาก แอลลี่ – อชิรญา แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ CHANEL ที่เติบโตกับการฝึกฝนเป็นศิลปินที่เกาหลีใต้ ต่อด้วย ใบปอ ธิติยา นักแสดงและ Friend of the House ที่แบรนด์อยู่เคียงข้างเธอมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการภาพยนตร์ และปิดท้ายด้วย เอส ศุภ นักแสดงจากค่าย GMMTV ซึ่งสำหรับเราแล้ว เอส ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่เราขอนิยามว่า “Test & Trial” เหมือนกับสองสมาชิกของ CORTIS อย่าง MARTIN และ KEONHO รวมถึง KAZUHA วง Le Sserafim และ WONBIN วง RIIZE โดยทั้งหมดก็เป็นแขกของโชว์ CHANEL Métiers d’art 2026 ที่กรุงโซล และแบรนด์น่าจะอยากทำความรู้จัก เช็คเคมี เช็คกระแส และศึกษาเรื่องทัศนคติและมุมมองของแต่ละคน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นค่ามาตรฐานที่ทุกแบรนด์ลักชัวรีเลือกทำ ก่อนที่จะต่อยอดและยกระดับความสัมพันธ์ต่อไปเรื่อยๆ

 

ปิดท้ายด้วยเรื่องนางแบบ ซึ่งสำหรับโชว์นี้ก็ทำให้เห็นว่า Matthieu Blazy ต้องการให้ผู้หญิงกลุ่มนี้กลายเป็นอีกหนึ่งห้องหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่จะช่วยสร้างเสน่ห์ สร้างความสุข และเป็นตัวแทนของผู้หญิง CHANEL ในยุคปัจจุบัน โดยสิ่งที่น่าชื่นชมก็คือการที่ Bhavitha Mandava นางแบบและแบรนด์แอมบาสเดอร์จากอินเดียก็ยังเป็นคนลีดคอลเล็กชันนี้ด้วยการเปิดโชว์ในลุคสุดไวรัลกับสเวตเตอร์สีเบจ ซึ่งทำให้เห็นว่าแม้โชว์จะมาจัดที่เกาหลีใต้ แต่ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเป็น K-Beauty ไปหมด ส่วนที่งดงามไม่แพ้กันก็คือการปิดแฟชั่นโชว์ด้วยนางแบบ Sora Choi ที่ใส่ชุดเดรสสีขาว พร้อมเผยให้เห็นว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งก็ทำให้ว่าผู้หญิงที่จะใส่เสื้อผ้า CHANEL ยุค Matthieu Blazy ก็มาได้ในทุกช่วงชีวิตของตัวเอง

 

ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว แฟชั่นโชว์ Métiers d’art 2026 ที่กรุงโซล ก็ทำให้เห็นว่าการที่แบรนด์มหาอำนาจอย่าง CHANEL จะจัดหนึ่งแฟชั่นโชว์ก็ล้วนแล้วมีเหตุและผลทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมแฟชั่นต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

 

 

ภาพ: CHANEL / © Succession Picasso 2026

 

นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 1นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 2นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 3นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 4นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 5นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 6นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 7นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 8นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 9นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 10นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 11นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 12นางแบบสวมชุดจากคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d'art 2026 ในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโซล 13

The post CHANEL TAKES OVER SEOUL ทำไมแบรนด์ต้องจัดโชว์ Métiers d’art 2026 ที่ประเทศเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SKIMS เตรียมเปิดสองร้านแรกในเอเชีย ทั้งที่ฮ่องกงและเกาหลีใต้ปลายปีนี้ https://thestandard.co/skims-open-asia-stores-hong-kong-korea/ Fri, 29 May 2026 12:11:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1212535 ภาพโลโก้ SKIMS พร้อมผลิตภัณฑ์ชุดกระชับสัดส่วนและชุดชั้นใน

SKIMS เตรียมขยายกิจการอีกครั้ง เปิดร้านแรกในเอเชียทั้งท […]

The post SKIMS เตรียมเปิดสองร้านแรกในเอเชีย ทั้งที่ฮ่องกงและเกาหลีใต้ปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโลโก้ SKIMS พร้อมผลิตภัณฑ์ชุดกระชับสัดส่วนและชุดชั้นใน

SKIMS เตรียมขยายกิจการอีกครั้ง เปิดร้านแรกในเอเชียทั้งที่ฮ่องกงและเกาหลีใต้ในช่วงปลายปี 2026 โดยที่ฮ่องกงเป็นการจับมือกับบริษัท Lane Crawford เพื่อเปิดร้านที่ห้าง Times Square ในย่าน Causeway Bay

 

ส่วนที่เกาหลีใต้ทาง SKIMS จะเปิดร้านแรกที่ย่านโดซานของกรุงโซล โดยจะเป็นการร่วมมือกับบริษัท Handsome Corp. ซึ่งทาง SKIMS ก็ยังมีแพลนจะเปิดอีกหลายสาขาทั่วเกาหลีใต้อีกด้วยในอนาคต

 

ทาง Kim Kardashian หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ SKIMS ได้เผยในแถลงการณ์ว่า “ฮ่องกงและโซลมีพลังงานที่น่าทึ่งมาก ทั้งยังมีมุมมองในเรื่องสไตล์อันโดดเด่น และมีอิทธิพลต่อโลกแฟชั่นในระดับโลก การเปิดแฟล็กชิปสโตร์ในสองเมืองนี้จะทำให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงคุณภาพ ความพอดี และนวัตกรรมเบื้องหลังสินค้าทุกชิ้นของ SKIMS ในแบบที่ใกล้ชิดขึ้นมาก ฉันตื่นเต้นที่จะได้พาแบรนด์เข้าสู่ศูนย์กลางแฟชั่นสองแห่งนี้แบบจับต้องได้อย่างแท้จริง”

 

SKIMS ก่อตั้งขึ้นโดย Kim Kardashian และ Jens Grede เมื่อปี 2019 และธุรกิจของพวกเขาก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยโปรดักต์ชุดยกกระชับ ชุดชั้นใน และไลน์เสื้อผ้าอื่นๆ ที่ตามมา ซึ่งผสมผสานนวัตกรรม การรังสรรค์เนื้อผ้า และเทคนิคการตัดเย็บระดับคุณภาพที่ล้วนช่วยส่งเสริมรูปร่างให้ผู้สวมใส่มีความมั่นใจ ภายใต้ดีไซน์มินิมัลเรียบหรูกับโทนสีธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ จนแบรนด์กลายเป็นที่ยอมรับในเรื่องของประสิทธิภาพอย่างกว้างขวาง ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมา SKIMS ขยายสาขาในสหรัฐอเมริกามากกว่า 10 แห่ง และกำลังจะเปิดร้านแห่งแรกที่อังกฤษในพื้นที่ถึง 12,000 ตารางฟุตอีกด้วยช่วงซัมเมอร์นี้

 

ภาพ: SKIMS

อ้างอิง: https://wwd.com/business-news/retail/skims-china-store-times-square-hong-kong-1238982616/

The post SKIMS เตรียมเปิดสองร้านแรกในเอเชีย ทั้งที่ฮ่องกงและเกาหลีใต้ปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีพี กฤษฏ์ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier https://thestandard.co/pp-krit-cartier-brand-ambassador/ Fri, 29 May 2026 08:58:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1212455 ภาพ พีพี กฤษฏ์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier

Cartier แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส ประ […]

The post พีพี กฤษฏ์ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พีพี กฤษฏ์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier

Cartier แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส ประกาศแต่งตั้ง พีพี-กฤษฏ์อำนวยเดชกร ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดจากประเทศไทย อย่างเป็นทางการ

 

การมาถึงของตำแหน่งนี้ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับใครที่ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างพีพีและ Cartier มาโดยตลอด เขาร่วมงานฉลองเปิดร้านสาขาแฟล็กชิปใหม่ของ Cartier ณ Siam Paragon ซึ่งเป็นสาขาแรกที่เป็นสองชั้นในไทย ก่อนจะร่วมแคมเปญส่งท้ายปี 2025 ที่ชื่อว่า Cartier Magical Night พร้อมกับนาฬิกาและเครื่องประดับไอคอนิกของแบรนด์อย่าง LOVE Unlimited, Ballon Bleu และ Santos de Cartier

 

และตอนนี้ทาง Cartier ก็มีตัวแทนจากไทยรวมถึง 4 คนด้วยกัน ทั้งคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร ที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ชาวไทยสองคนแรก ก่อนที่ เจฟ ซาเตอร์ จะขึ้นแท่นเป็นคนที่สาม สานต่อชื่อเสียงของไทยบนแถวหน้าของแบรนด์ฝรั่งเศส

 

ภาพ: Cartier

The post พีพี กฤษฏ์ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ Cartier appeared first on THE STANDARD.

]]>
PEACEMINUSONE ของ G-DRAGON จับมือ Nike เปิดตัวคอลเล็กชัน ต้อนรับ FIFA World Cup 2026 https://thestandard.co/peaceminusone-g-dragon-nike-fifa-world-cup/ Fri, 29 May 2026 04:07:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1212297 ภาพรองเท้า PEACEMINUSONE x Nike CryoShot และเสื้อเจอร์ซีย์จากคอลเล็กชัน Tiger of Asia

PEACEMINUSONE แบรนด์แฟชั่นของ G-DRAGON ศิลปินและไอคอนคน […]

The post PEACEMINUSONE ของ G-DRAGON จับมือ Nike เปิดตัวคอลเล็กชัน ต้อนรับ FIFA World Cup 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรองเท้า PEACEMINUSONE x Nike CryoShot และเสื้อเจอร์ซีย์จากคอลเล็กชัน Tiger of Asia

PEACEMINUSONE แบรนด์แฟชั่นของ G-DRAGON ศิลปินและไอคอนคนสำคัญแห่งยุค ได้จับมือกับ Nike และองค์กร Korea Football Association (KFA) ในการเปิดตัวคอลเล็กชัน Tiger of Asia ต้อนรับงาน FIFA World Cup 2026 ที่กำลังจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน โดยพวกเขาดีไซน์คอลเล็กชันนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความศรัทธาอันเก่าแก่ของเหล่าแฟนด้อมฟุตบอล พร้อมผสมผสานไอเทมระดับคุณภาพที่เหมาะสมกับวันชิงชัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ภายใต้วิสัยทัศน์ของ G-DRAGON

 

คอลเล็กชัน Tiger of Asia เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Unmatched Pre-Match’ โปรเจกต์พิเศษที่ Nike ทำขึ้นเพื่องาน FIFA World Cup 2026 โดยเฉพาะ โดย Nike จะร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกทั้งหมด 7 แบรนด์ ในการดีไซน์โปรดักต์ต่างๆ ก่อนการแข่งขันให้กับประเทศบ้านเกิดของแบรนด์นั้นๆ

 

สำหรับที่เกาหลีใต้ G-DRAGON ได้ทำหน้าที่คัดสรรไลน์อัพเสื้อผ้าที่เป็นดั่งสะพานเชื่อมระหว่างคัลเจอร์เคป๊อปกับอัตลักษณ์ของทีมชาติฟุตบอลผ่านแบรนด์ PEACEMINUSONE ของเขา โดดเด่นด้วยเสื้อเจอร์ซีย์พรีแมตช์สีดำล้วนที่ด้านหน้าเน้นดีไซน์เรียบง่าย แต่ด้านหลังมาพร้อมกับลายกราฟิกสัญลักษณ์ดอกเดซี่โทนสีแปลกตาที่ได้รับการจินตนาการใหม่ซึ่งเหมาะแก่การสะสมเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีไอเทมรองเท้ารุ่น PEACEMINUSONE x Nike CryoShot ที่กำลังเป็นที่หมายตาของแฟนๆ ไม่น้อย

 

PEACEMINUSONE x Nike CryoShot ตอกย้ำกระแส ‘Blokecore’ หรือเทรนด์แฟชั่นที่นำไอเทมฟุตบอลมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน โดย G-DRAGON เลือกนำรองเท้ารุ่น CTR360 Maestri II จากปี 2010 ของ Nike มาชุบชีวิตใหม่ รองเท้ารุ่นนี้มาพร้อมกับโทนสี Off-White ธรรมชาติ พร้อมด้วยสัญลักษณ์ Swoosh สีแดงโทน ‘University Red’ ซึ่งความพิเศษของรองเท้ารุ่นนี้ก็คือการที่ฟังก์ชันของรองเท้าฟุตบอลระดับคุณภาพต่างๆ ของมัน ถูกซ่อนเร้นอยู่ในดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อเหมาะแก่การใช้งานในวันทั่วไปอย่างกลมกลืนนั่นเอง

 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดคอลเล็กชัน Tiger of Asia ได้ทางเว็บไซต์ของ PEACEMINUSONE และ TheKFA โดย Nike จะวางจำหน่ายเสื้อผ้าและรองเท้าผ่านทางแพลตฟอร์ม Nike SNKRS และร้านสาขาที่ได้รับเลือกภายในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมนี้

 

ภาพ: PEACEMINUSONE

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/5/g-dragon-peaceminus-one-nike-cryoshot-2026-fifa-world-cup-korea-national-team-kits-collaboration-campaign-release-info

The post PEACEMINUSONE ของ G-DRAGON จับมือ Nike เปิดตัวคอลเล็กชัน ต้อนรับ FIFA World Cup 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมภาษณ์ CMO ของ RIMOWA เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์, กลุ่ม Gen Z และการทำ Collaboration https://thestandard.co/rimowa-cmo-gen-z-collaboration/ Thu, 28 May 2026 12:41:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1212085 ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA

  หากพูดถึงแบรนด์กระเป๋าเดินทาง และ ไลฟ์สไตล์ระดับ […]

The post สัมภาษณ์ CMO ของ RIMOWA เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์, กลุ่ม Gen Z และการทำ Collaboration appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA

ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA 1

 

หากพูดถึงแบรนด์กระเป๋าเดินทาง และ ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม เชื่อได้ว่าชื่อที่หลายคนต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็หนีไม่พ้น RIMOWA แบรนด์สัญชาติเยอรมันที่อยู่มานาน 128 ปี และอยู่ภายใต้เครือ LVMH ตั้งแต่ปี 2017

 

โดยล่าสุดทาง RIMOWA ก็เพิ่งจัดงานประกาศรางวัล RIMOWA Design Prize ครั้งที่ 4 ที่ เบอร์ลิน พร้อมกับเปิดร้านแฟล็กชิปใหม่ที่เมืองโคโลญ บ้านเกิดของแบรนด์ ซึ่งมีบริการ Crafted for You ที่แรกและที่เดียวของโลก ณ ตอนนี้

 

หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ของ RIMOWA ก็คือ Mathieu Plenier ที่รับตำแหน่ง Chief Marketing Officer (CMO) ซึ่งเขาจะเป็นคนวางกลยุทธ์การตลาดทั้งหมดของแบรนด์ อาทิ การทำงานร่วมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง Lewis Hamilton และ Rosé พร้อมวางคอนเทนต์ ต่างๆ ที่เราได้เห็นกัน รวมถึงประสานและติดต่อแบรนด์ที่ RIMOWA อยากร่วมทำ Collaboration ด้วย

 

Mathieu Plenier ใช้แนวคิดอะไรกับ RIMOWA และอยากขับเคลื่อนแบรนด์ไปในทิศทาง ก็สามารถอ่านได้ในบทสัมภาษณ์นี้ของ THE STANDARD POP

 

ความทรงจำแรกของคุณกับการเดินทางพร้อมกระเป๋า RIMOWA คืออะไร?

 

ความทรงจำแรกของผมกับการเดินทางพร้อมกระเป๋า RIMOWA เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมาก เพราะเกิดขึ้นระหว่างที่ผมเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานของแบรนด์ที่เมืองโคโลญจน์เป็นครั้งแรก ผมยังจำความรู้สึกตอนลากกระเป๋า ไอคอนิก ใบนี้ได้ชัดเจน มัน ให้ความรู้สึกสมกับที่ผมเคยได้ยินมา ทั้งคุณภาพ และ พลังของงานดีไซน์ที่สัมผัสได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้งาน สิ่งที่ยิ่งทำให้ประสบการณ์ครั้งนั้นน่าจดจำมากขึ้น คือการที่ผมได้เห็นกระบวนการสร้างสรรค์กระเป๋าเหล่านี้ด้วยตาตัวเอง ความสมดุลระหว่างความเป็นเลิศทางอุตสาหกรรม และ งานฝีมืออันประณีตนั้นน่าประทับใจมาก และ ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของผมจนถึงทุกวันนี้

 

จุดประสงค์ของการสร้างรางวัล RIMOWA Design Prize คืออะไร และอะไรที่ทำให้รางวัลนี้แตกต่างจากการแข่งขันด้านดีไซน์อื่นๆ

 

RIMOWA Design Prize คือหนึ่งในภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของสิ่งที่เมซงของเรายืนหยัดมาโดยตลอด รางวัลนี้ได้ต่อยอดแนวคิด Art of Engineering ของเราออกไปไกลกว่าการเป็นกระเป๋าเดินทาง และพาเราก้าวเข้าสู่อนาคตของวัฒนธรรมการออกแบบ ผ่านความเชื่อที่ว่า เมื่อวิศวกรรมทำงานร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ มันสามารถเปลี่ยนวิถีที่ผู้คนใช้ชีวิต เดินทาง และแก้ไขปัญหาในเรื่องที่มีความสำคัญต่อผู้คนได้จริง

 

รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2023 เพื่อสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมเฉลิมฉลองให้กับงานออกแบบสัญชาติเยอรมันในฐานะวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต เปิดรับการพัฒนา และพร้อมสำหรับการตีความใหม่อยู่เสมอ

 

สิ่งที่ทำให้รางวัลนี้แตกต่าง คือโอกาสที่มอบให้กับเหล่านักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม mentorship กับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โอกาสในการสร้างเครือข่าย พื้นที่ทำงานระดับมืออาชีพ รวมถึงการสนับสนุนด้านโครงสร้าง ต่างๆ เพื่อช่วยผลักดันให้ต้นแบบผลงานสามารถเกิดขึ้นได้จริงครับ

 

อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นมากคือการตีความคำว่า “mobility” ในมุมที่กว้างกว่าเดิม ผู้เข้าร่วมไม่ได้ถูกจำกัดให้ต้องออกแบบกระเป๋าเดินทางหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ RIMOWA เท่านั้น แต่ยังสามารถมองคำว่า “mobility” ในความหมายที่กว้างและลึกที่สุด ทั้งในฐานะเสรีภาพ การเข้าถึง ความเป็นอิสระ ความสะดวกสบาย และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่

 

รางวัล RIMOWA Design Prize สะท้อนว่าเราไม่ได้เป็นเพียงเมซงที่สร้างสรรค์เพื่อนร่วมเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในวงการการออกแบบร่วมสมัย และเรื่องราวเกี่ยวกับนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในอนาคต ความยั่งยืน และคุณค่าทางสังคมของงานออกแบบ

 

ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA 2

 

RIMOWA เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH และได้ร่วมงานกับแบรนด์ ต่างๆ เลยอยากรู้ว่าในอนาคตทางแบรนด์ยังอยากทำโปรเจกต์ Collaboration ต่อไหม?

 

จริงๆ แล้ว ก่อนที่การ collaboration จะกลายเป็นแนวทางหลักของแบรนด์ ลักชัวรี ในปัจจุบัน RIMOWA เองก็ได้ร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ที่มี values ร่วมกันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Porsche หรือ Steiff พอหลังจากเข้าร่วมกับ LVMH ในปี 2017 โปรแกรม collaboration ของเราก็ขยายตัวทั้งในเรื่องของสเกลและการมองเห็นที่มากขึ้น แต่เราก็ยังคงยึดหลักเดิมเอาไว้ ซึ่งนั่นคือวิศวกรรมและจุดมุ่งหมายของนวัตกรรม รวมถึงฟังก์ชันการใช้งาน และการร่วมสมัยเป็นหัวใจสำคัญ ความร่วมมือของเมซงสัญชาติเยอรมนีของเราสร้างขึ้นบน values ที่มีร่วมกันเสมอ ทั้งด้านงานออกแบบอุตสาหกรรม งานฝีมือ และความน่าเชื่อถือทางวัฒนธรรม เรามองหา ผู้นำ ในแต่ละวงการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น street culture ศิลปะ ดนตรี แฟชั่น หรือ industrial design ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่ความสามารถของ RIMOWA

 

ในการตีความแกนกลางการออกแบบของแบรนด์ผ่านจากการ collaborationต่างๆ ไม่ว่าจะพัฒนาวัสดุอะลูมิเนียมหรือพอลิคาร์บอเนต ทุกโปรเจกต์ล้วนถูกสร้างขึ้นร่วมกับพาร์ตเนอร์ จริงๆ ไม่ใช่แค่การนำโลโก้หรือกราฟิกมาวางเท่านั้น แต่เป็นการผสานความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน ตั้งแต่แบรนด์ แฟชั่น ไปจนถึงแบรนด์ด้านงานฝีมือระดับตำนาน ฉะนั้นในทุกๆ การ collaboration จึงช่วยขยายจักรวาลของ RIMOWA โดยยังคงรักษารากฐานด้านวิศวกรรม การเดินทาง และการใช้งานระยะยาวเอาไว้ครับ

 

RIMOWA ยังมีผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ อื่นๆ อย่างแว่นตาร่วมกับ MYKITA ซึ่งในฐานะ CMO คุณมองเห็นโอกาสในการต่อยอดแบรนด์ไปสู่พื้นที่ อื่นๆ อย่างคาเฟ่หรือโรงแรมไหม?

 

RIMOWA คือแบรนด์ที่ให้ความสำคัญด้านการดีไซน์เป็นอันดับแรก ตลอดเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา เราสร้างสรรค์กระเป๋าเดินทางที่ได้รับการออกแบบมาเพื่ออยู่เคียงทุกคนทางไปตลอดชีวิตของการเดินทาง นอกเหนือจากกระเป๋าเดินทาง เรายังหลงใหลในการสร้างผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์จากอะลูมิเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นคอลเลกชั่นแว่นตาร่วมกับแบรนด์ดีไซน์เฮาส์สัญชาติเยอรมนีอย่าง MYKITA หรือ collaboration ล่าสุดกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวิสอย่าง Lehni เพื่อสร้างสรรค์ที่เก็บกระเป๋าเดินทางที่ทั้งใช้งานได้จริงและสะท้อนความหลงใหลในงานอะลูมิเนียม

 

และนอกจากกระเป๋าอะลูมิเนียมแล้ว RIMOWA ยังมีไลน์ไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ ทั้งกระเป๋าเป้ ในคอลเลกชั่น Never Still ซึ่งได้เปิดตัวไปในปี 2021 ตัวกระเป๋าผลิตจากหนัง ผ้าแคนวาส และไนลอน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตประจำวันและรูปแบบการเดินทางยุคใหม่ในส่วนการขยายแบรนด์ไปสู่พื้นที่ไลฟ์สไตล์อื่นๆ นั้น ในปี 2024 ช่วง Milan Design Week เราได้เปิดตัว CAFFÈ RIMOWA พื้นที่ pop-up ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง collaboration กับ La Marzocco ซึ่งผสานศิลปะแห่งการชงกาแฟเข้ากับวิศวกรรมเยอรมนีครับ

 

ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA 3

 

Gen Z ถือเป็นกลุ่มสำคัญสำหรับแบรนด์ลักชัวรีในปัจจุบัน แล้วแนวทางของ RIMOWA ในการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนรุ่นนี้คืออะไร?

 

ปัจจุบันแบรนด์จะยังคงมีความน่าจับจองในสายตาของ Gen Z ได้ก็ต่อเมื่อสามารถผสานงานฝีมือ ความทนทาน และความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัย เข้าด้วยกันได้ องค์ประกอบเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราก้าวข้ามจากการเป็นเพียงสินค้า ไปสู่การเป็นการลงทุนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

สำหรับ RIMOWA งานฝีมือได้ฝังอยู่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ความแม่นยำของทุกการผลิต การควบคุมกระบวนการ ไปจนถึงการส่งต่อองค์ความรู้ ซึ่งเทคนิคต่างๆได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมซงสามารถรักษาความสม่ำเสมอของคุณภาพ พร้อมเปิดรับนวัตกรรมเมื่อมันช่วยยกระดับการใช้งานได้จริง

 

โดยมรดกอันยาวนานกว่า 128 ปีของเราในฐานะแบรนด์เยอรมนีก็มีความหมายอย่างมากสำหรับคนรุ่นใหม่

 

เราสะท้อนสิ่งนี้ผ่านคอลเลกชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาร์ไคฟ์อย่าง RIMOWA Classic Aluminium Grid รวมถึง collaboration กับแบรนด์เยอรมันอย่าง Porsche และ MYKITA ตลอดจนความร่วมมือกับ German Football Association (DFB) ที่เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมการเดินทางและกีฬาในปัจจุบัน

 

ความทนทานเองก็เป็นหัวใจสำคัญของ เราให้คุณค่ากับอายุการใช้งานผ่านวัสดุ โครงสร้าง และระบบวิศวกรรม กระเป๋า RIMOWA ถูกออกแบบให้เป็นเพื่อนคู่ใจตลอดชีวิตของการเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้ผ่านทุกการเดินทาง

 

นโยบาย Lifetime Guarantee และวัฒนธรรมการซ่อมแซมของเราที่มี Client Care Centres มากกว่า 100 แห่งทั่วโลก รวมถึงโครงการ circular อย่าง RE-CRAFTED ต่างสะท้อนคุณค่าที่สำคัญมากขึ้นสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ในด้านความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรมจุดเริ่มต้นมาจากตัวผลิตภัณฑ์เอง เมื่อกระเป๋า RIMOWA เปลี่ยนจากแค่การเป็นอุปกรณ์เก็บสัมภาระ ไปสู่การเป็นเพื่อนร่วมทางของช่างภาพ นักดนตรี และครีเอทีฟมืออาชีพ ผ่านการใช้งานจริง ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัย และในวันนี้ ความเชื่อมโยงของเมซงกับ ‘Zeitgeist’ หรือจิตวิญญาณของยุคสมัย ก็ยังคงดำเนินต่อไปผ่านการ collaboration กับแบรนด์ชั้นนำในโลกแห่งดีไซน์ ศิลปะ ดนตรี และแฟชั่น รวมถึงความสัมพันธ์กับศิลปินและบุคคลที่มีอิทธิพลระดับโลก

 

ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA 4

 

ปัจจุบันบนโซเชียลมีเดีย เราเห็นคอนเทนต์ unboxing รีวิว หรือ consumer experience ของ RIMOWA อยู่ตลอด ซึ่งอาจส่งผลทั้งด้านบวกและด้านละเอียดอ่อนต่อแบรนด์ คุณบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร?

 

เรารู้สึกยินดีเสมอที่ได้เห็นลูกค้าแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย Lifetime Guarantee หรือเครือข่าย Client Care Centre ที่เข้าถึงได้ทั่วโลก ซึ่งลูกค้าสามารถรับบริการได้ทันทีจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญครับ

 

RIMOWA มีแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกจากหลากหลายวงการ มีความทรงจำไหนเป็นพิเศษจากการได้ร่วมงานกับพวกเขาบ้างไหม?

 

สิ่งที่สร้างความประทับใจให้ผมมากที่สุด คือความสัมพันธ์ที่ยาวนานและจริงใจที่เราได้สร้างร่วมกับเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่มีความหมายมากสำหรับผม คือความสัมพันธ์เหล่านี้ไม่ได้จบลงแค่เพียงหนึ่งแคมเปญ แต่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความต่อเนื่อง และคุณค่าที่เรามีร่วมกัน

 

ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ เราได้เชิญ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนที่อยู่กับแบรนด์มายาวนาน มาร่วมปรากฏตัวในแคมเปญของ เจย์ โจว ไม่ใช่แค่ในฐานะนักเทนนิสผู้เป็นตำนาน แต่ในมุมที่มีเรื่องราวส่วนตัวมากขึ้น ในฐานะคนที่หลงใหลทั้งดนตรีและกีฬาเป็นการส่วนตัว ผมรู้สึกมีความสุขมากที่ได้เห็นสองโลกนี้มาบรรจบกันอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ในภาพรวม

สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและพาผู้คนที่มีพรสวรรค์จากภูมิหลังที่หลากหลายมาสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำร่วมกัน เราเพิ่งทำสิ่งคล้ายกันกับ ลูอิส แฮมิลตัน และ โรเซ่ ด้วยการพาพวกเขากลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่สอง สำหรับผม นั่นสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ที่เราได้สร้างไว้ด้วยกันและผมก็ภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาและรักษาความสัมพันธ์เหล่านั้น

 

 

ประเทศไทยเองก็กลายเป็นพลังสำคัญทางวัฒนธรรมระดับโลกเช่นกัน RIMOWA มีแผนมองหาแบรนด์แอมบาสเดอร์ชาวไทยไหม และคนคนนั้นควรเป็นแบบไหน?

 

RIMOWA ยังคงนิยามความหมายของการเดินทางขึ้นใหม่อยู่เสมอ พร้อมสร้างสรรค์ผลงานที่เข้ากับทุกช่วงเวลาของชีวิตประจำวัน แม้ปัจจุบันเมซงยังไม่มีแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เมซงได้ร่วมงานกับเหล่านักแสดงและศิลปินชาวไทยหลากหลายคน ซึ่งพวกเขาต่างเลือกใช้กระเป๋าของ RIMOWA เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในแบบของตนเองอย่างยอดเยี่ยม

 

ส่วนตัวคุณมีความสัมพันธ์อย่างไรกับประเทศไทย คุณเคยมาไหม และอะไรคือสิ่งที่คุณชอบที่สุด?

 

แม้ว่าผมจะรู้สึกชื่นชอบในวัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ ผู้คน และความงดงามของประเทศไทยมาโดยตลอด แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยอยู่ในลิสต์จุดหมายที่ผมอยากไปมากที่สุดที่หนึ่งครับ

 

ทุกวันนี้คำว่า “world building” กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ลักชัวรี เพราะไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการขายสินค้าอีกต่อไป อะไรคือสิ่งที่ RIMOWA ทำ ซึ่งคุณคิดว่าแบรนด์อื่นอาจควรให้ความสำคัญมากขึ้นเพื่อนำสู่ช่วงเวลาที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน?

 

สิ่งสำคัญในการสร้าง “โลกของแบรนด์” ให้แข็งแรงและมีความหมาย ซึ่งนอกเหนือจากความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ คือการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับจิตวิญญาณและบริบทของยุคสมัย (Zeitgeist) ได้อย่างแท้จริง

 

สำหรับ RIMOWA ความเกี่ยวข้องและความร่วมสมัยของแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อวิถีที่ผู้คนเดินทาง สิ่งที่พวกเขาเลือกพกพา และวิธีที่กระเป๋าหรือไอเท็มคู่กายเหล่านั้นค่อยๆ กลายเป็นเพื่อนร่วมทางตลอดช่วงเวลาของชีวิต

 

การที่เราเข้าใจสิ่งเหล่านี้นั้น ทำให้เรายังคงหยั่งรากอยู่บนความแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ยังสะท้อนความร่วมสมัยได้อย่างไร้ที่ติ และยังคงนิยามความหมายของการออกเดินทางด้วยจุดมุ่งหมายอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ครับ

 

ภาพ Mathieu Plenier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ RIMOWA 5

 

ภาพ: RIMOWA

 

*หมายเหตุ: การสัมภาษณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในรูปแบบ E-Mail Interview

The post สัมภาษณ์ CMO ของ RIMOWA เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์, กลุ่ม Gen Z และการทำ Collaboration appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ เป็นเมืองอันดับ 4 ของโลกที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกมาเปิดร้านสาขาใหม่ https://thestandard.co/bangkok-luxury-brands-new-stores/ Thu, 28 May 2026 01:45:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1211676 ร้านค้าแบรนด์ HUMAN MADE

Savills หนึ่งในบริษัทตัวแทนและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรั […]

The post กรุงเทพฯ เป็นเมืองอันดับ 4 ของโลกที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกมาเปิดร้านสาขาใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านค้าแบรนด์ HUMAN MADE

Savills หนึ่งในบริษัทตัวแทนและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก จัดทำรายงานภาพรวม Global Luxury Retail 2026 พร้อมระบุว่ากรุงเทพมหานคร ติดอันดับ 4 เมืองที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกมาเปิดร้านสาขาใหม่มากที่สุดในโลก

 

ในรายงานประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ภาพรวมตลาดค้าปลีกทั่วโลก และพบว่าแบรนด์ลักชัวรีเปิดร้านใหม่น้อยลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020 แต่เลือกทุ่มทุนในเมืองระดับท็อปของโลกมากขึ้นแทน

 

โดยมีนิวยอร์กกลับมาขึ้นแท่นเมืองอันดับหนึ่งของโลกในแง่การเปิดร้านค้าลักชัวรีใหม่ในปี 2025 นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับทิศทางกลยุทธ์การขยายสาขาของแบรนด์ระดับโลก ที่หันมาให้ความสำคัญกับเมืองที่มีทั้งขนาดตลาด ความหนาแน่นของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงที่สุดในโลก และบทบาทเชิงกลยุทธ์ระยะยาวในเครือข่ายลักชัวรีโลก

 

ด้านทำเลที่ตั้ง 56% ของร้านที่เปิดใหม่กระจุกตัวอยู่บน Fifth Avenue และ Madison Avenue สองย่านลักชัวรีหลักของเมือง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากพื้นที่ว่างที่เพิ่มขึ้นและค่าเช่าที่ปรับตัวลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าครองพื้นที่เรือธงในทำเลทอง

 

ตามด้วยปักกิ่งในอันดับ 2 ที่ยังยืนหยัดได้แม้จีนโดยรวมจะชะลอตัว ปารีส อันดับ 3 ขณะที่กรุงเทพฯ พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของโลก และมิลาน อันดับ 5 ต่างบันทึกการเติบโตของร้านใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของยุโรปในฐานะฐานที่มั่นของลักชัวรี รวมไปถึงลอนดอน ลอสแอนเจลิส และไมอามี ในอันดับที่ 6 ร่วมกัน ต่อด้วยโตเกียว ในอันดับ 7, เซี่ยงไฮ้ อันดับ 8, ฮ่องกง อันดับ 9 และสิงคโปร์ อันดับ 10

 

สำหรับกรุงเทพฯ บ้านเรา ห้างสำคัญๆ ยังคงเป็น Siam Paragon, ICONSIAM, Central Embassy, ONE BANGKOK, Emporium และ EmQuartier ซึ่งที่ผ่านมามีแบรนด์ใหม่มาเปิดร้านมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Acne Studios, HUMAN MADE, Alaïa และ The Row ที่จะเปิดต้นเดือนมิถุนายนนี้ และอีกเพียบที่จ่อคิวเปิดตัวในครึ่งปีหลัง

 

ภาพ: HUMAN MADE

อ้างอิง:

The post กรุงเทพฯ เป็นเมืองอันดับ 4 ของโลกที่แบรนด์ลักชัวรีเลือกมาเปิดร้านสาขาใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใบปอ-ธิติยา ขึ้นแคมเปญใหม่ของกระเป๋า Beyond The Vines รุ่น Crunch Carryall https://thestandard.co/baipor-beyond-vines-crunch-carryall-campaign/ Thu, 28 May 2026 01:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1211668 ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์ ถ่ายแบบคู่กับกระเป๋า Beyond The Vines รุ่น Crunch Carryall สี Dark Plum

แบรนด์ Beyond The Vines เปิดตัวกระเป๋า Crunch Carryall […]

The post ใบปอ-ธิติยา ขึ้นแคมเปญใหม่ของกระเป๋า Beyond The Vines รุ่น Crunch Carryall appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์ ถ่ายแบบคู่กับกระเป๋า Beyond The Vines รุ่น Crunch Carryall สี Dark Plum

แบรนด์ Beyond The Vines เปิดตัวกระเป๋า Crunch Carryall ในเฉดสี Dark Plum ใหม่ที่จะมีขายเฉพาะในประเทศไทย พร้อมได้ใบปอ-ธิติยา จิระพรศิลป์ มาแคมเปญครั้งแรกอีกด้วย

 

โดย Crunch Carryall ในสี Dark Plum มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Crunch Carryall 0.5 และ Crunch Carryall 01 ผลิตจากไนลอนคุณภาพสูงที่ทนทานและกันน้ำ ออกแบบมาให้รองรับทุกช่วงเวลาของวัน พร้อมหูหิ้วสั้น สายสะพายยาวปรับได้ ซิปรูดเปิด-ปิด และฉลากยางโลโก้แบรนด์ที่ด้านหน้า

 

ใบปอ ได้พูดถึงกระเป๋า Crunch Carryall และการได้ขึ้นแคมเปญว่า “ช่วงนี้ยุ่งมาก ของที่พกก็เยอะตามค่ะ ทั้งสคริปต์ สมุดโน้ต กระเป๋าสตางค์ แล้วก็ลิปสติกทุกเฉดที่อาจต้องใช้ระหว่างวัน กระเป๋าที่ใส่ได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องคิดเลยสำคัญมากสำหรับใบปอ ซึ่ง Crunch Carryall มันตอบโจทย์ตรงนั้นเลย เราชอบที่ Beyond The Vines เลือกสี Dark Plum เพราะแมตช์กับทุกลุคได้จริงๆ ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชันนี้ค่ะ”

 

ภาพ: Beyond The Vines

The post ใบปอ-ธิติยา ขึ้นแคมเปญใหม่ของกระเป๋า Beyond The Vines รุ่น Crunch Carryall appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชพัสตราสู่สากล: แฟชั่น การทูต และความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส บทใหม่ https://thestandard.co/royal-thai-dress-diplomacy-france/ Wed, 27 May 2026 12:32:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1211651 ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส

ค่ำคืนหนึ่งปลายเดือนพฤษภาคม กรุงปารีสกำลังเข้าสู่ต้นฤดู […]

The post ราชพัสตราสู่สากล: แฟชั่น การทูต และความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส บทใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส

ค่ำคืนหนึ่งปลายเดือนพฤษภาคม กรุงปารีสกำลังเข้าสู่ต้นฤดูร้อน แสงสีอุ่นสะท้อนผิวหินสีครีมของ Musée des Arts Décoratifs พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับพระราชวังลูฟวร์ แขกจากแวดวงการเมือง การทูต ศิลปะ วัฒนธรรม และแฟชั่น ค่อยๆ ทยอยเดินขึ้นบันไดหินขนาดใหญ่เข้าสู่โถงหลัก เบื้องหน้าคือชื่อ La Mode en Majesté ที่ส่องแสงอยู่เหนือศีรษะ

 

 
 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 1

 

ภายในห้องจัดแสดง แสงถูกควบคุมให้ตกกระทบฉลองพระองค์ ผ้าไหมไทย และงานหัตถศิลป์แต่ละชิ้นอย่างพอดี ราวกับวัตถุเหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดแสดงในฐานะเครื่องแต่งกาย หากเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

 

เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จขึ้นกล่าวเปิดนิทรรศการ La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity หรือ ‘ราชพัสตราสู่สากล’ ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเปิดนิทรรศการแฟชั่นไทยในต่างแดน แต่คือช่วงเวลาที่ราชพัสตราไทยเดินเข้าสู่หนึ่งในเวทีวัฒนธรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

 

ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกฟากหนึ่งของเมือง ณ Palais de l’Élysée ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังหารือกับประธานาธิบดี Emmanuel Macron ในอีกชุดภาษาหนึ่ง ตั้งแต่การค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไปจนถึงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

 

สองเหตุการณ์นี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นคนละเรื่อง แต่หากมองให้ลึกขึ้น มันอาจกำลังเล่าเรื่องเดียวกัน นั่นคือประเทศไทยกำลังพยายามนิยามความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสใหม่ ผ่านทั้งวัฒนธรรม การทูต และเศรษฐกิจ

 

นิทรรศการที่ไม่ได้เป็นแค่งานแฟชั่น

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 2

 

La Mode en Majesté อาจดูเป็นนิทรรศการเฉลิมฉลองความงามของเครื่องแต่งกายไทยในวาระครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส แต่นั่นคือการอ่านเพียงชั้นแรก เพราะในโลกแฟชั่นระดับสูง ‘สถานที่’ สำคัญไม่แพ้ ‘เนื้อหา’

 

Musée des Arts Décoratifs หรือ MAD ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ธรรมดา หากเป็นหนึ่งในสถาบันด้านศิลปะประยุกต์ การออกแบบ และแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของฝรั่งเศส การได้พื้นที่ที่นี่จึงไม่ต่างจากการได้รับตรารับรองเชิงวัฒนธรรมจากโลกแฟชั่นเอง

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 3

 

สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ภัณฑารักษ์อิสระที่ร่วมทำงานในโครงการนี้ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของโครงการไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ ในตอนแรก ทางพิพิธภัณฑ์เสนอพื้นที่ดาดฟ้าให้สำหรับการจัดแสดง ซึ่งเพียงแค่นั้นก็ถือเป็นโอกาสสำคัญแล้ว แต่เมื่อทีมฝรั่งเศสได้เห็นเนื้อหา คอลเลกชัน และศักยภาพของเรื่องเล่าจากฝั่งไทย ข้อเสนอค่อยๆ เปลี่ยน จากดาดฟ้าสู่แกลเลอรีหลัก พื้นที่เดียวกับที่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Dior Couture เคยใช้จัดนิทรรศการมาแล้ว

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 4

 

จากบทสัมภาษณ์พระราชทานพิเศษ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดเผยว่า โครงการนี้ใช้เวลาเตรียมงานมากกว่าหนึ่งปี จุดเริ่มต้นมาจากวาระเฉลิมฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส และจากความตั้งพระทัยที่จะนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ชาวฝรั่งเศสสามารถเข้าถึงได้ ไม่หนักเกินไป แต่มีรสนิยมและความลึกทางประวัติศาสตร์

 

แกนสำคัญของนิทรรศการคือฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระองค์ทรงร่วมงานกับ Pierre Balmain ดีไซเนอร์ชั้นสูงของฝรั่งเศส และ Maison Lesage โรงปักระดับตำนานของปารีส

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 5

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 6

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 7

 

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือการได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำฉลองพระองค์ของสมเด็จพระพันปีหลวงมาจัดแสดงนอกประเทศไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรก พระองค์หญิงตรัสว่า

 

“ต้องไปขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จากทูลกระหม่อมพ่อซึ่งก็ลุ้นมาก ๆ เพราะนี่คือครั้งแรกที่นำฉลองพระองค์ของสมเด็จย่ามาจัดแสดงนอกประเทศไทย ซึ่งผลออกมาก็ดีใจมาก เมื่อทูลกระหม่อมพ่อพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สามารถนำฉลองพระองค์ของสมเด็จย่ามาจัดแสดงที่ปารีสได้”

นิทรรศการรวบรวมวัตถุจัดแสดงเกือบ 200 ชิ้น ตั้งแต่ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ฉลองพระองค์โดย Balmain และ Lesage ผ้ายก ผ้ามัดหมี่ เครื่องประดับ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ ไปจนถึงผลงานของนักออกแบบไทยร่วมสมัย

 

ผศ.ดร.อนุชา ทรีคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย(องค์การมหาชน) หรือ SACIT หน่วยงานสำคัญที่ร่วมจัดงานนี้ มองว่า จุดสำคัญของนิทรรศการนี้คือการทำให้โลกเห็นว่างานหัตถศิลป์ไทยไม่ใช่เพียงของสวยงามเชิงพื้นบ้าน แต่คือองค์ความรู้ งานฝีมือ และเครื่องมือในการยกระดับงานคราฟต์ไทยจากการเป็นเพียง ‘ของที่ระลึก’ ไปสู่การเป็น ‘ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมระดับหรู’

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 8

 

ระหว่างการทำงาน คณะผู้จัดยังพบหลักฐานสำคัญในจดหมายผลลัพธ์เหตุแฟชั่นของฝรั่งเศส ทั้งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระพันปีหลวงที่อยู่ในทะเบียนของพิพิธภัณฑ์ MAD และกล่องประวัติศาสตร์ที่ Maison Lesage ซึ่งระบุพระนาม “Queen Sirikit” พร้อมงานปักลายพระราชลัญจกรและรูปช้างอันวิจิตร

 

การค้นพบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรายละเอียดเบื้องหลังนิทรรศการ หากเป็นหลักฐานว่าแฟชั่นไทยเคยเข้าไปอยู่ในความทรงจำของสถาบันแฟชั่นฝรั่งเศสมานานแล้ว เพียงแต่วันนี้มันถูกนำกลับมาเล่าใหม่ ด้วยบริบทใหม่ และต่อหน้าผู้ชมรุ่นใหม่

 

ราชินีผู้เปลี่ยนแฟชั่นให้เป็นการทูต

 

หากต้องเข้าใจความหมายที่ลึกกว่าของนิทรรศการนี้ เราต้องย้อนกลับไปยังทศวรรษ 1960 ช่วงเวลาที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จเยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกาเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

 

ในเวลานั้น โลกอยู่ท่ามกลางสงครามเย็น ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งกำลังพยายามนิยามตัวเองต่อสายตาตะวันตก ไทยเองยังไม่ได้เป็นประเทศที่โลกเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ภาพจำจำนวนมากยังเป็นภาพของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ห่างไกล แปลกใหม่ และ exotic มากกว่าจะเป็นประเทศสมัยใหม่ที่มีอารยธรรม วัฒนธรรม และศักยภาพของตนเอง

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 9

 

คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะปรากฏตัวต่อโลกอย่างไรให้ดูร่วมสมัย โดยไม่สูญเสียรากเหง้า

 

คำตอบหนึ่งคือแฟชั่น และลึกไปกว่านั้นคือการร่วมงานกับ Pierre Balmain

 

การทำงานกับดีไซเนอร์ haute couture ระดับตำนานของฝรั่งเศสไม่ใช่เพียงการเลือกเสื้อผ้าสวยงาม แต่คือการออกแบบภาษาทางการทูตชุดใหม่ให้กับประเทศไทย

 

โครงสร้างเสื้อผ้าแบบตะวันตกทำให้ภาพลักษณ์ของไทยดูร่วมสมัย ขณะที่ผ้าไทย ผ้าไหม และลวดลายพื้นถิ่น ทำให้ไทยยังคงอัตลักษณ์ของตัวเองไว้อย่างสง่างาม

 

พระองค์ทรงใช้แฟชั่นเป็นเครื่องมือสื่อสารว่า ไทยไม่ใช่เพียงประเทศเล็กในเอเชีย แต่เป็นประเทศที่มีรสนิยม มีประวัติศาสตร์ และสามารถสนทนากับโลกสมัยใหม่ได้อย่างเท่าเทียม

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 10

 

Balmain เคยกล่าวไว้ว่า “A queen’s wardrobe goes with her country’s history.” ตู้เสื้อผ้าของราชินีเดินทางไปพร้อมประวัติศาสตร์ของประเทศ

 

ประโยคนี้อธิบายนิทรรศการที่ปารีสได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่ถูกจัดแสดงไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่คือภาพจำของชาติที่ถูกตัดเย็บขึ้นจากผ้าไหม งานปัก ความทรงจำ และยุทธศาสตร์ทางวัฒนธรรม

 

จากแวร์ซายส์ถึงปารีส ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่ามิตรภาพ

 

เมื่อเดินเข้ามาห้องแรกของนิทรรศการ ภาพแรกที่ผู้เข้าชมจะได้เห็นคือวีดิทัศน์ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ 340 ปีที่แล้ว ยุคคณะทูตสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเดินทางสู่ราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซาย ก่อนที่อีกเกือบ 200 ปีต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จะทรงลงนามสนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์ และการเดินเรือกับฝรั่งเศสในปี 1856 เปิดบทใหม่ของการแลกเปลี่ยนระหว่างสองอารยธรรม

 

ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ไม่ได้เป็นเรื่องราวของมิตรภาพอันราบรื่น หากเป็นประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน

 

ปี 1686 คณะราชทูตสยามนำโดยออกพระวิสุทธสุนทร หรือที่รู้จักในชื่อโกษาปาน เดินทางไปยังราชสำนักแวร์ซายส์ ภาพขุนนางสยามในเครื่องแต่งกายอันวิจิตรกลายเป็นที่ตื่นตะลึงในสังคมฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางการทูตที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ยุโรปอย่างชัดเจน

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 11

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 12

 

แต่ความสัมพันธ์นั้นไม่ได้มีเพียงความชื่นชมทางวัฒนธรรม หากแฝงด้วยผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ สยามต้องการถ่วงดุลอำนาจยุโรป ส่วนฝรั่งเศสต้องการขยายบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความใกล้ชิดจึงมาพร้อมความหวาดระแวง และจบลงด้วยความปั่นป่วนทางการเมืองในปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์

 

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ฝรั่งเศสกลับมาในฐานะจักรวรรดิที่ขยายอำนาจในอินโดจีน สยามกลายเป็นรัฐกันชนระหว่างมหาอำนาจอังกฤษและฝรั่งเศส วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ในปี 1893 กลายเป็นบาดแผลสำคัญในความทรงจำของไทย เมื่อฝรั่งเศสนำเรือรบเข้าสู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาและกดดันให้สยามต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 13

 

จากคณะทูตสยามที่เดินทางไปแวร์ซายส์ สู่ราชพัสตราไทยที่เดินทางกลับมายังปารีส ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เส้นตรงของมิตรภาพ หากเป็นเรื่องราวของประเทศขนาดกลางที่พยายามหาตำแหน่งของตัวเองท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

อีกฟากหนึ่งของปารีส

 

ขณะที่ฟากหนึ่งของปารีส ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสกำลังถูกพูดถึงด้วยภาษาของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์

 

การหารือระหว่าง นายกรัฐมนตรีไทยกับ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสส่งสัญญาณว่า ความสัมพันธ์ในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่ที่วัฒนธรรม แต่กำลังขยายไปสู่การแข่งขันด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง ห่วงโซ่อุปทานใหม่ พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และความมั่นคงไซเบอร์

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 14

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 15

 

ในเวลาเดียวกัน ฝรั่งเศสยังแสดงการสนับสนุนต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งหากสำเร็จ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่บริษัทข้ามชาติกำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และมองหาฐานการลงทุนใหม่ในเอเชีย

 

ภาพดังกล่าวชัดขึ้นเมื่อทีมเศรษฐกิจไทยเข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ 5 บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส ได้แก่ Airbus, EssilorLuxottica, Imerys, Thales และ IN Groupe

 

รายชื่อเหล่านี้บอกอะไรบางอย่างอย่างชัดเจน ไทยไม่ได้ไปปารีสเพื่อขายภาพของประเทศต้นทุนต่ำ หรือประเทศปลายทางของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองใหม่ในฐานะฐานการผลิตขั้นสูง ศูนย์กลางบริการ และหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของยุโรปในอาเซียน

 

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในพันธมิตรเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป ด้วยมูลค่าการค้าราว 1.6 แสนล้านบาทในปี 2568 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 29,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสยังเป็นตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลอันดับ 5 ของไทย

 

นี่คือจุดที่วัฒนธรรมและเศรษฐกิจมาบรรจบกัน

 

170 ปีถัดไป

 

เช้าวันถัดมา แสงอาทิตย์ส่องลงบน Musée des Arts Décoratifs ผู้เข้าชมเริ่มต่อคิวรอเข้านิทรรศการ ภาพนี้ดูเหมือนฉากธรรมดาของเมืองที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ แต่สำหรับไทย มันคือภาพที่มีความหมาย

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 16

 

ปารีสครั้งนี้อาจดูเหมือนเพียงสัปดาห์แห่งพิธีการ แต่หากมองให้ลึกลงไป มันคือช่วงเวลาที่ไทยกำลังทดลองใช้ทุกเครื่องมือที่มี ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การทูต และเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดตำแหน่งของตัวเองใหม่บนเวทีโลก

 

จากโกษาปานสู่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สู่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ จากแวร์ซายส์สู่ปารีส จากเรือรบสู่ราชพัสตรา และจากแฟชั่นสู่ปัญญาประดิษฐ์ ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสกำลังเดินทางเข้าสู่บทใหม่

 

ฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงในนิทรรศการ La Mode en Majesté ที่กรุงปารีส 17

 

“นิทรรศการนี้ไม่ได้โชว์แค่ความงามของฉลองพระองค์ แต่โชว์องค์ความรู้เบื้องหลังทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบ งานฝีมือ ไปจนถึงความยากของการสร้างสรรค์ผ้าหนึ่งผืน” สรรพสิทธิ์ ภัณฑารักษ์อิสระที่ร่วมโครงการกล่าว

 

“ความหวังคือให้โลกเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่ความงามทางวัฒนธรรม แต่คือทุนทางปัญญาและงานฝีมือที่สามารถต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้”

 

ในโลกที่ห่วงโซ่อุปทานกำลังเปลี่ยนเส้นทาง ภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าโลก และการแข่งขันดึงดูดเงินทุนรุนแรงขึ้นทุกวัน ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

 

คำถามสำคัญคือ ไทยจะเปลี่ยนโมเมนตัมครั้งนี้ให้กลายเป็นการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และขีดความสามารถทางการแข่งขันระยะยาวได้จริงอย่างไร

 

The post ราชพัสตราสู่สากล: แฟชั่น การทูต และความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส บทใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Louis Vuitton ฉลอง 10 ปี พาร์ตเนอร์ชิปกับ UNICEF ผลิตตัวบอกเวลาชิ้นเดียวในโลกเพื่อนำไปประมูล https://thestandard.co/louis-vuitton-unicef-10-years-auction/ Wed, 27 May 2026 09:48:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1211535 นาฬิกา Louis Vuitton Unity Time Object รูปทรงคล้ายลูกฟุตบอลพร้อมหีบใส่ถ้วยรางวัลลายโมโนแกรม

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกัน […]

The post Louis Vuitton ฉลอง 10 ปี พาร์ตเนอร์ชิปกับ UNICEF ผลิตตัวบอกเวลาชิ้นเดียวในโลกเพื่อนำไปประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาฬิกา Louis Vuitton Unity Time Object รูปทรงคล้ายลูกฟุตบอลพร้อมหีบใส่ถ้วยรางวัลลายโมโนแกรม

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกันระหว่าง Louis Vuitton กับ UNICEF ทางแบรนด์ลักชัวรียักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส จึงผลิตตัวบอกเวลาชิ้นเดียวในโลก ที่ใช้นามว่า Louis Vuitton Unity Time Object เพื่อนำออกประมูลผ่าน Sotheby’s เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 9 จนถึง 18 มิถุนายนนี้ ก่อนที่เงินประมูลจำนวนสูงสุดจะเข้าสู่ UNICEF โดยตรง

 

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Louis Vuitton ทำงานร่วมกับ UNICEF หรือ United Nations Children’s Fund ในการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน และพัฒนาโครงการช่วยเหลือเด็กทั่วโลก ในวาระครบรอบ 10 ปี ทางแบรนด์จึงเปิดตัว Louis Vuitton Unity Time Object นาฬิการะดับหรูดีไซน์แปลกตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกฟุตบอล โดยโปรเจกต์นี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างงานฝีมือจากโรงงานผลิตนาฬิกาชั้นสูง La Fabrique du Temps Louis Vuitton, L’Épée 1839 แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาตั้งโต๊ะรายแรกจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ปัจจุบันอยู่ในเครือ LVMH และมรดกตกทอดแห่งการรังสรรค์หีบของ Louis Vuitton

 

เหตุผลที่ Louis Vuitton เลือกทำนาฬิการูปทรงคล้ายฟุตบอล ก็เพื่อเป็นการต้อนรับการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 ที่กำลังจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้พอดิบพอดี อีกทั้งยังเป็นการก้าวเข้าสู่โลกแห่งกีฬาเข้าไปอีกขั้น หลังประกาศเป็นสปอนเซอร์ชิประยะเวลา 10 ปีให้กับการแข่งขัน F1 ตั้งแต่ต้นปี 2025

 

Louis Vuitton Unity Time Object ถูกออกแบบมาด้วยดีไซน์และกลไกอันซับซ้อน ที่ยังคงความหรูหราเอาไว้อย่างชัดเจน โดยครึ่งบนด้านในปรากฏโดมโลหะเคลือบทองวิจิตรที่มีตัวหมุนบอกเวลาทั้งชั่วโมงและนาที ส่วนด้านล่างเผยให้เห็นกลไกการทำงานของนาฬิกา ในขณะที่ตัวบอกนาทีมีลายโมโนแกรมกับดอกไม้ของ Louis Vuitton สลักอยู่ด้วย ทางด้านตัวครอบด้านนอกประดับด้วยเพชรสีขาว 144 เม็ด และเพชรสีดำ 120 เม็ดที่รวมกันแล้วได้ 1.03 กะรัต

 

นาฬิกาชิ้นนี้มาพร้อมกับหีบสไตล์หีบใส่ถ้วยรางวัลลายโมโนแกรม Louis Vuitton คลาสสิกที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือจากเวิร์กช็อปใน Adnières โดยใช้ตัวกันกระแทกมุมกล่องและระบบล็อกแบบเดียวกับหีบกระเป๋าของแบรนด์จากช่วงยุค 1860

 

ภาพ: Louis Vuitton
อ้างอิง: https://www.hodinkee.com/articles/louis-vuitton-unity-time-object

The post Louis Vuitton ฉลอง 10 ปี พาร์ตเนอร์ชิปกับ UNICEF ผลิตตัวบอกเวลาชิ้นเดียวในโลกเพื่อนำไปประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
LOEWE เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิป ระยะเวลา 4 ปี กับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน https://thestandard.co/loewe-spain-football-team-partnership/ Wed, 27 May 2026 06:19:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1211445 ภาพนักฟุตบอลทีมชาติสเปนในชุดเดินทางที่ออกแบบโดย LOEWE

LOEWE ยกระดับการเข้าสู่โลกแห่งกีฬาฟุตบอลไปอีกขั้น เมื่อ […]

The post LOEWE เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิป ระยะเวลา 4 ปี กับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักฟุตบอลทีมชาติสเปนในชุดเดินทางที่ออกแบบโดย LOEWE

LOEWE ยกระดับการเข้าสู่โลกแห่งกีฬาฟุตบอลไปอีกขั้น เมื่อพวกเขาเซ็นสัญญาเป็นพาร์ตเนอร์ชิประยะเวลา 4 ปีกับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน หรือประเทศบ้านเกิดของแบรนด์ โดยจะเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้าให้กับนักกีฬาชายและนักกีฬาหญิงตั้งแต่ในปีนี้ที่การแข่งขัน FIFA World Cup 2026 จะเริ่มต้นในวันที่ 11 มิถุนายน ณ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก ไปจนถึงปี 2030 ที่มีสเปน โปรตุเกส และ โมร็อกโกเป็นเจ้าภาพงานดังกล่าว

 

ภายใต้สัญญาการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกันในครั้งนี้ LOEWE จะทำหน้าที่ดีไซน์ชุดเดินทางสำหรับนักกีฬาทั้งชายและหญิงในทุกการแข่งขันระดับโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ของสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์อย่าง Jack McCollough และ Lázaro Hernández โดยคอลเล็กชันที่พวกเขาจะรังสรรค์ให้นักฟุตบอลทีมชาติสเปนก็มีทั้งชุดลำลอง, ชุดสูทไปจนถึงเสื้อเบลเซอร์ที่ได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต, รองเท้า และเครื่องหนังต่างๆ ที่ LOEWE ผสมผสานความลักชัวรีกับกลิ่นอายและจิตวิญญาณของนักกีฬาเข้าด้วยกันอย่างสมดุล

 

ไอเท็มไฮไลต์ท่ามกลางคอลเล็กชันเหล่านี้ก็คือชุดสูทที่ได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถันจากเวิร์กช็อปของแบรนด์ ที่มาพร้อมกับลายปักสัญลักษณ์ Anagram ของ LOEWE แฝงอยู่ด้านในแขนเสื้อ

 

ซึ่งในวาระแห่งการประกาศข่าวเป็นพาร์ตเนอร์ชิประหว่าง LOEWE กับฟุตบอลทีมชาติสเปน ทั้งสองได้มีการปล่อยซีรีส์ภาพพอร์เทรตของนักฟุตบอลสัญชาติสเปนในเสื้อผ้าจาก LOEWE ที่ถ่ายทอดโดยช่างภาพ Bruno Staub ทั้ง Unai Simón, Nico Williams, Pedri, Pau Cubarsí และ Rodri Hernández ให้แฟนๆ ได้เห็นเป็นครั้งแรกออกมาด้วย

 

ภาพ: Loewe

 

อ้างอิง https://th.fashionnetwork.com/news/Loewe-to-dress-spain-s-national-football-teams-until-2030,1835143.html

The post LOEWE เซ็นสัญญาพาร์ตเนอร์ชิป ระยะเวลา 4 ปี กับทีมฟุตบอลทีมชาติสเปน appeared first on THE STANDARD.

]]>