เกือบทุกคนเคยได้ยินชื่อ Rolls-Royce ในฐานะแบรนด์รถยนต์หรูภายใต้ชื่อบริษัท ‘Rolls-Royce Motor Cars’ แต่อีกฟากหนึ่ง ชื่อ Rolls-Royce นี้ยังอยู่บนธุรกิจเครื่องยนต์อากาศยานและระบบพลังงานที่แยกเป็นคนละบริษัทกัน โดยปี 2020 วิกฤตโควิดทำให้ธุรกิจการบินสะดุด Rolls-Royce ขาดทุนสุทธิ 3,169 ล้านปอนด์ในปี 2020 ก่อนกลับมามีกำไรสุทธิ 5,836 ล้านปอนด์ในปี 2025 ระหว่างทาง Tufan Erginbilgiç เข้ารับตำแหน่งซีอีโอในปี 2023 และเร่งฟื้นธุรกิจด้วยการพาทีมยอมรับปัญหา เจรจาแก้สัญญาขาดทุน และกำหนดความรับผิดชอบให้ชัด ผลลัพธ์เกิดขึ้นควบคู่กับตลาดที่ฟื้นตัว
🟡 Rolls-Royce เจอวิกฤตอะไรก่อนหน้านี้
ก่อนโควิด Rolls-Royce มีภาระจากดราม่าความทนทานของเครื่องยนต์ Trent 1000 อยู่แล้ว เมื่อการเดินทางหยุดชะงัก รายรับจากสัญญาบริการที่ผูกกับชั่วโมงบินก็หดตัวตาม ปี 2020 บริษัท ขาดทุนสุทธิ 3,169 ล้านปอนด์ และลดตำแหน่งงานราว 7,000 ตำแหน่งภายในปีเดียว
ปี 2022 Rolls-Royce เริ่มฟื้นและกลับมาสร้างเงินสดได้อีกครั้ง แต่ยังมีหนี้สุทธิประมาณ 3,300 ล้านปอนด์ ส่วนธุรกิจเครื่องยนต์อากาศยานพาณิชย์ยังทำกำไรได้น้อย โดยรายได้ทุก 100 ปอนด์ เหลือกำไรจากการดำเนินงานเพียง 2.5 ปอนด์ตามเกณฑ์รายงานของบริษัท เมื่อ Tufan เข้ามาในเดือนมกราคม 2023 งานของเขาจึงเป็นการต่อยอดจากการฟื้นตัวที่เริ่มขึ้นแล้ว ให้บริษัททำกำไรได้มากขึ้น ลดหนี้ และพร้อมรับวิกฤตครั้งต่อไป
🟡 Tufan เปลี่ยนวิธีบริหาร เพื่อฟื้นธุรกิจอย่างไร
🔶 1. ใช้ข้อมูลทำให้ทีมยอมรับจุดอ่อน
การเปลี่ยนองค์กรเริ่มยาก หากคนยังมองสถานการณ์ต่างกัน Rolls-Royce จึงใช้การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับบริษัทอื่นเพื่อหาช่องว่างที่ต้องแก้ แล้วกำหนดงานปรับปรุงทั้งเงื่อนไขการค้า เงินทุนหมุนเวียน และการบริหารผลงาน ข้อมูลช่วยให้บทสนทนาขยับจากความรู้สึกว่าองค์กรเก่งเพียงใด ไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องทำให้ดีขึ้น
สำหรับ Tufan การชี้ปัญหาต้องมาพร้อมทิศทาง เขาอธิบายในบทสัมภาษณ์กับ McKinsey ว่า ผู้นำต้องทำให้คนเข้าใจว่าจะพาธุรกิจไปที่ไหน และเหตุใดจึงเชื่อว่าจะไปถึง การยอมรับความจริงจึงมีทางลงมือรองรับ แทนที่จะทิ้งคนไว้กับความกังวล
🔶 2. ลงไปคุยกับลูกค้า แล้วแก้สัญญาที่ทำให้บริษัทขาดทุน
ในปี 2023 บริษัทมีประมาณการหนี้สินสำหรับสัญญาที่คาดว่าจะขาดทุนถึง 1,400 ล้านปอนด์ Tufan ระบุว่าเขาพูดคุยกับลูกค้าทุกรายที่มีสัญญาลักษณะนี้ด้วยตัวเอง พร้อมตั้งทีมร่วมกับลูกค้าเพื่อหาแนวทางปรับเงื่อนไข และกำหนดให้สัญญาใหม่หรือสัญญาต่ออายุผ่านการทบทวนโดยคณะกรรมการลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม
การแก้ไขครอบคลุมทั้งราคาและต้นทุนดูแลเครื่องยนต์ บริษัทเร่งทำให้เครื่องยนต์ใช้งานได้นานขึ้นก่อนเข้าโรงซ่อม พร้อมลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแต่ละครั้ง เพราะภายใต้สัญญาบริการระยะยาว ความทนทานที่ดีขึ้นช่วยทั้งการใช้งานของสายการบินและกำไรของ Rolls-Royce บทเรียนของผู้นำจึงอยู่ที่การนำสิ่งที่ได้จากการคุยกับลูกค้ากลับมาเปลี่ยนข้อตกลงและวิธีทำงานจริง
🔶 3. แปลงกลยุทธ์เป็นงานที่มีเจ้าภาพ และเร่งแก้ตรงที่ติดขัด
Tufan เปิดให้คนประมาณ 500 คน มีส่วนร่วมพัฒนากลยุทธ์ โดยดึงคนที่รู้ธุรกิจเข้ามาร่วมตัดสินใจและคิดถึงการลงมือทำตั้งแต่ต้น จากนั้นแปลงเป้าหมายเป็นโครงการที่แต่ละทีมรู้บทบาทของตัวเอง กลยุทธ์จึงใกล้กับงานประจำวันมากขึ้น และช่วยลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่ผู้บริหารต้องการกับสิ่งที่ทีมเข้าใจ
เขายกตัวอย่างการติดตามแผนว่า หากมีโครงการเชิงกลยุทธ์ 17 เรื่อง และ 12 เรื่องเดินหน้าตามเป้าหมายหรือทำได้ดีกว่าคาด การประชุมควรให้น้ำหนักกับอีก 5 เรื่องที่ต้องเข้าไปแก้ วิธีนี้ทำให้ความเร่งด่วนมีจุดหมาย ผู้นำใช้เวลากับงานที่ต้องการการตัดสินใจเพิ่ม พร้อมปรับลำดับความสำคัญเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเข้ามา
🔶 4. ให้ทีมกล้าตัดสินใจ โดยมั่นใจว่าผู้นำจะสนับสนุน
เมื่อทีมกลับไปเจรจาเรียกเก็บเงินที่บริษัทเคยประเมินว่าจะไม่ได้คืน Tufan เล่าว่าเขาไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกรณีนั้นโดยตรง แต่ทีมมองเห็นโอกาสและเชื่อว่าหากลูกค้ายกระดับเรื่องมาถึงเขา เขาจะสนับสนุนการดำเนินการของพวกเขา เขาระบุว่าการเจรจานี้เกี่ยวข้องกับเงินประมาณ 100 ล้านปอนด์
นี่แสดงให้เห็นว่าทิศทางที่ชัดและความมั่นใจว่าจะได้รับการหนุนหลังช่วยให้ทีมริเริ่มได้อย่างไร ผู้นำไม่จำเป็นต้องอยู่ในทุกการเจรจา แต่ต้องสร้างกรอบให้คนรู้ว่าอะไรควรทำ และสามารถรับผิดชอบการตัดสินใจนั้นได้
🟡 หลังเปลี่ยนวิธีบริหาร ผลประกอบการดีขึ้นแค่ไหน
การเปลี่ยนวิธีบริหารเหล่านี้ลงไปถึงจุดที่กระทบกำไรและเงินสดโดยตรง ทั้งการปรับสัญญาที่ขาดทุน ลดต้นทุนดูแลเครื่องยนต์ และติดตามเรียกเก็บเงินที่เคยคิดว่าจะไม่ได้คืน
ปี 2025 Rolls-Royce มีกำไรจากการดำเนินงานตามเกณฑ์รายงานของบริษัท 3,462 ล้านปอนด์ เพิ่มจาก 652 ล้านปอนด์ในปี 2022 ก่อน Tufan เข้ามา หากคิดจากรายได้ทุก 100 ปอนด์ บริษัททำกำไรจากการดำเนินงานได้เพิ่มจาก 5.1 ปอนด์เป็น 17.3 ปอนด์ ตัวเลขนี้แสดงว่าบริษัททำกำไรจากธุรกิจได้ดีขึ้น ส่วนขาดทุนสุทธิปี 2020 เป็นตัวเลขหลังรวมรายการทางการเงินและภาษีแล้ว จึงนำมาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้
ด้านกระแสเงินสดอิสระเพิ่มจาก 505 ล้านปอนด์เป็น 3,270 ล้านปอนด์ ขณะที่ฐานะหนี้สุทธิประมาณ 3,300 ล้านปอนด์ ณ สิ้นปี 2022 เปลี่ยนเป็นเงินสดสุทธิประมาณ 1,900 ล้านปอนด์ ณ สิ้นปี 2025 บริษัทระบุว่าผลลัพธ์ดีขึ้นจากทั้งการปรับปรุงภายในและตลาดที่เติบโต รวมถึงรายได้บริการเครื่องยนต์และความต้องการระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ จึงควรมองความสำเร็จผ่านทั้งสองแรงที่ทำงานร่วมกัน
การพลิกฟื้นธุรกิจต้องลงไปถึงวิธีตัดสินใจของคน ผู้นำต้องทำให้ทีมเห็นปัญหาตรงกัน เชื่อมเป้าหมายกับงานที่รับผิดชอบ และเข้าไปช่วยในจุดที่ติดขัด เมื่อทีมเริ่มมองเห็นโอกาสและลงมือแก้ได้เอง องค์กรก็มีฐานสำหรับพัฒนาต่อ โดยลดการพึ่งแรงผลักจากซีอีโอในระยะยาว