น้ำลดไม่จบวิกฤต เมื่อ SME เจอน้ำท่วมพร้อมกันทั้ง Stock, Cash Flow และช่องว่างความช่วยเหลือ – THE STANDARD

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

น้ำลดไม่จบวิกฤต เมื่อ SME เจอน้ำท่วมพร้อมกันทั้ง Stock, Cash Flow และช่องว่างความช่วยเหลือ

น้ำลดไม่จบวิกฤต เมื่อ SME เจอน้ำท่วมพร้อมกันทั้ง Stock, Cash Flow และช่องว่างความช่วยเหลือ

03.10.2026

ภาพน้ำท่วมอาจหายไปจากหน้าฟีดภายในไม่กี่วัน ถนนเริ่มกลับมาใช้ได้ ร้านค้าทยอยเปิด และพนักงานกลับเข้าทำงาน แต่สำหรับผู้ประกอบการจำนวนมาก วันที่น้ำลดคือวันที่เพิ่งเริ่มเห็นต้นทุนจริงของวิกฤต ทั้งสินค้าที่เสีย รายได้ที่หาย ค่าใช้จ่ายที่ยังเดินต่อ และเงินก้อนที่เคยวางไว้สำหรับขยายธุรกิจซึ่งอาจต้องถูกดึงกลับมาใช้ฟื้นกิจการ

 

The Secret Sauce พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน ทั้ง KARUN, EMILY’S, SOAK, หอมมันข้าวมันไก่ และ Comfy Homies รวมถึงรวบรวมข้อมูลจาก Misslens และ Shinkanzen Sushi สิ่งที่พบคือ แม้แต่ละแบรนด์ขายสินค้าต่างกัน แต่จุดที่เจ็บกลับคล้ายกัน โดยเฉพาะ SME ที่มีครัวกลาง พนักงานจำนวนมาก และ Fixed Cost สูง แต่ฐานทุนยังไม่หนาพอจะรับความเสียหายหลักล้านได้แบบไม่สะเทือน

 

🟡 ความเสียหายที่แท้จริงเมื่อน้ำท่วม ‘ไข่แดง’ ของ SME

 

KARUN มีมากกว่า 20 โลเคชันในเครือ แต่สินค้าส่วนใหญ่ผลิตและจัดเก็บจากครัวกลางและคลังบริเวณนวมินทร์ พื้นที่นี้ไม่เคยน้ำท่วมมานานกว่า 50 ปี Production Area ที่ยกพื้นไว้จึงเสียหายไม่มาก แต่คลังสินค้ากลับได้รับผลกระทบ น้ำทำให้ต้องตัดไฟ สินค้าแช่เย็นบางส่วนเสียหาย และช่วงหนึ่งรถขนาดใหญ่เข้าไปถึงพื้นที่ไม่ได้

 

ผลกระทบจึงลามไกลกว่าจุดที่น้ำท่วม หลายสาขายังแห้งดี แต่ต้องหยุดขายเพราะไม่มีสินค้าจากครัวกลางส่งไปให้ และเพราะเหตุเกิดก่อนเข้าสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านเตรียม Stock ไว้รองรับยอดขายจำนวนมาก รายได้เฉพาะเสาร์-อาทิตย์จึงหายไปเกือบ 2 ล้านบาท ยังไม่นับค่าฟื้นคลังและเงินที่เดิมเตรียมไว้สำหรับขยายสาขา

 

EMILY’S เจอสถานการณ์คล้ายกัน ธุรกิจมี 10 สาขา ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ บางแสน และสิงคโปร์ แต่มีครัวกลางหลักที่หัวหมากเพียงแห่งเดียว เมื่อน้ำล้อมพื้นที่ Supplier นำวัตถุดิบเข้าไม่ได้ และครัวกลางก็ส่งสินค้าออกไม่ได้ วันแรกจึงต้องปิดทั้ง 10 สาขาและทุก Pop-up แม้หลายสาขาจะไม่ได้เจอน้ำด้วยตัวเอง ความเสียหายเบื้องต้นอยู่ในระดับหลายล้านบาท และในวันที่ปิด รายได้หายไปเต็ม 100%

 

สองเคสนี้สะท้อนภาพเดียวกันว่า ในธุรกิจหลายสาขา จุดสำคัญที่สุดอาจอยู่หลังบ้าน เมื่อครัวกลางหรือคลังสินค้าเพียงแห่งเดียวหยุด ผลกระทบสามารถลามไปหยุดรายได้ทั้งระบบได้ทันที

 

🟡 ทำไม SME กลุ่มนี้ถึงเจ็บหนักเป็นพิเศษ?

 

เมื่อมองหลายธุรกิจพร้อมกัน ความเสียหายครั้งนี้มีมากกว่าค่าเฟอร์นิเจอร์หรือวัตถุดิบที่จมน้ำ เพราะมันเกิดในจังหวะเปราะบางและกระทบหลายด้านพร้อมกัน

 

1. 1. น้ำมาผิดจังหวะ หอมมันข้าวมันไก่เจอน้ำท่วมช่วงวันที่ 28-29 กันยายน ก่อนวันจ่ายเงินเดือนวันที่ 30 วัตถุดิบที่เตรียมไว้สำหรับสุดสัปดาห์เสียหาย ทั้งไก่สดเกือบ 200-300 กิโลกรัม Packaging และข้าว ขณะที่รายได้จาก 4 สาขาก็หายไปพร้อมกัน ผู้ประกอบการประเมินว่า เมื่อรวมของที่ซื้อไปแล้ว ยอดขายที่หาย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผลกระทบอยู่ในระดับหลายล้านบาท

 

จุดนี้เองที่ภัยพิบัติเริ่มกลายเป็น Cash Flow Crisis เพราะเงินออกไปแล้วเพื่อซื้อ Stock เงินที่ควรเข้าจากยอดขายกลับหาย ส่วนค่าใช้จ่ายประจำยังถึงกำหนดเหมือนเดิม

 

  1. 2. หลายธุรกิจมี “ไข่แดง” เพียงจุดเดียว ครัวกลางช่วยให้ SME ขยายสาขาได้โดยควบคุมคุณภาพและต้นทุนจากศูนย์กลาง แต่ก็สร้าง Single Point of Failure ขึ้นมาด้วย เมื่อจุดนี้หยุด หลายสาขาหยุดตาม
  2. 3. ธุรกิจขนาดกลางอตกอยู่ตรงช่องว่างของมาตรการช่วยเหลือ เพราะเป็นนิติบุคคล มีรายได้ถึงระดับหนึ่ง และเสียภาษีในระบบ จึงไม่เข้าเกณฑ์ความช่วยเหลือบางรูปแบบที่ออกแบบมาสำหรับรายย่อย

 

KARUN และ EMILY’S ต่างพูดถึงประเด็นนี้ในมุมคล้ายกัน ธุรกิจขนาดนี้มีพนักงาน มีค่าใช้จ่ายประจำสูง และมีความเสียหายหลักล้าน แต่เมื่อเกินเส้นของคำว่า “รายย่อย” เครื่องมือช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ก็ลดลง ภาพของ SME กลุ่มนี้จึงค่อนข้างย้อนแย้ง คือ ใหญ่พอที่จะมีต้นทุนก้อนใหญ่ แต่ยังเล็กพอที่จะสะเทือนหนักเมื่อรายได้หยุดกะทันหัน

 

ขณะที่ SOAK ซึ่งกำลังเตรียมเปิด Social Wellness Club เจอน้ำเข้าพื้นที่ก่อสร้าง กระทบทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า งานไม้ และอุปกรณ์ยิม ในช่วงที่ธุรกิจยังไม่ทันเปิดสร้างรายได้ หลังเหตุการณ์ทีมจึงเริ่มศึกษา All Risks Insurance สำหรับอนาคต

 

🟡 คู่ค้าสำคัญมากในวันที่ธุรกิจเจอวิกฤต

 

อีกด้านของวิกฤตครั้งนี้คือ หลายธุรกิจได้เห็นชัดว่าความสัมพันธ์กับคู่ค้ามีมูลค่ามากแค่ไหนในวันที่เงินและเวลาเริ่มตึงพร้อมกัน

 

KARUN ได้รับความช่วยเหลือหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Siam Paragon เปิดพื้นที่ให้ใช้เป็นจุดถ่ายสินค้า ICONSIAM ซื้อ Voucher ของร้านไปแจกแก่ลูกค้าเพื่อช่วยสร้างรายได้ ไปจนถึง Supplier ที่ช่วย Hold สินค้าไว้ก่อน

 

หอมมันข้าวมันไก่ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก LINE MAN Wongnai ในการชะลอการจ่ายค่าโฆษณาเครดิต รวมถึง Landlord บางส่วนที่ช่วยผ่อนผันค่าใช้จ่าย

 

มาตรการเหล่านี้อาจดูเล็กเมื่อเทียบกับความเสียหายหลักล้าน แต่ในช่วงที่ Cash Flow สะดุด การเลื่อนชำระ การพักค่าใช้จ่ายบางก้อน หรือการช่วยแก้คอขวดด้าน Logistics มีความหมายมาก เพราะสิ่งที่ SME ต้องการในเวลานั้นคือ “เวลา” เพื่อพาธุรกิจกลับไปสู่จุดที่รายได้เริ่มหมุนอีกครั้ง

 

ในทางกลับกัน คู่ค้าบางรายอาจยังไม่เห็นภาพว่าผลกระทบหลังน้ำท่วมกินลึกแค่ไหน เงื่อนไขการชำระจึงยังเดินตามปกติ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการอาจเป็นเพียงพื้นที่ให้เจรจาและปรับเงื่อนไขตาม Cash Flow จริง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันได้มากแล้ว

 

🟡 แล้วภาครัฐช่วยอะไรได้บ้าง?

 

  1. ข้อมูลที่เร็วและละเอียดพอให้ธุรกิจตัดสินใจได้ การรู้เพียงว่าคืนนี้ฝนจะตกหนักอาจยังไม่พอสำหรับคนที่ต้องตัดสินใจว่าจะเคลื่อน Stock หลักล้านออกจากคลังหรือไม่ ธุรกิจต้องเห็นภาพว่าพื้นที่ไหนเสี่ยง ระดับน้ำกำลังขึ้นเร็วแค่ไหน ระบบระบายน้ำ
  2. 2. ช่วยหลังน้ำลด เพราะร้านกลับมาเปิดไม่ได้ทันทีที่พื้นแห้ง EMILY’S ระบุว่ายังต้องตรวจระบบไฟฟ้า ระบบอาคาร และความปลอดภัยก่อนเปิดอีกครั้ง กระบวนการฟื้นฟูจึงมีทั้งเรื่องผู้เชี่ยวชาญ เวลา และเงิน
  3. 3. เครื่องมือทางการเงินสำหรับ SME ขนาดกลาง ตั้งแต่การพักชำระหนี้ เงินทุนหมุนเวียน ไปจนถึงมาตรการที่รองรับธุรกิจซึ่งเป็นนิติบุคคลและเสียภาษีในระบบ แต่มีขนาดเกินเกณฑ์รายย่อย สิ่งที่กลุ่มนี้ต้องการคือสะพานทางการเงินเพื่อผ่านช่วงรายได้หายไปกะทันหัน โดยไม่ต้องรีบลดคน ปิดสาขา หรือหยุดแผนธุรกิจทั้งหมด

 

🟡 ผู้บริโภคเองก็เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ

 

ท่ามกลาง Stock ที่เสียและรายได้ที่หาย ยังมีอีกต้นทุนหนึ่งที่ไม่ปรากฏในงบความเสียหายทันที นั่นคือ “คน”

 

ช่วงหลังน้ำลด ผู้บริโภคจึงช่วยได้ง่ายกว่าที่คิด ร้านบางแห่งอาจเปิดช้ากว่าปกติ เมนูอาจยังไม่ครบ การจัดส่งอาจช้าลง หรือบริการยังกลับมาไม่เต็ม 100% การให้เวลาและความเข้าใจกับทีมหน้าร้านช่วยลดแรงกดดันได้มาก

 

ถ้ามีแบรนด์ที่เราชอบได้รับผลกระทบ สิ่งที่ช่วยได้ตรงที่สุดคือกลับไปซื้อเมื่อร้านเปิด แชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง หรือช่วยกระจายข่าวว่าธุรกิจกลับมาให้บริการแล้ว เพราะรายได้ก้อนแรกหลังวิกฤตคือเงินที่ต้องใช้ซื้อ Stock ใหม่ จ่ายเงินเดือน ซ่อมพื้นที่ และทำให้วงจรเงินสดกลับมาเดินอีกครั้ง

 

น้ำอาจใช้เวลาไม่กี่วันในการลด แต่ธุรกิจต้องใช้เวลานานกว่านั้นเพื่อซื้อของกลับมา ซ่อมร้าน ดูแลพนักงาน เติม Cash Flow และเรียกจังหวะการขายให้กลับมาเหมือนเดิม วิกฤตครั้งนี้จึงทิ้งโจทย์ร่วมไว้ว่า จะทำอย่างไรให้ระบบรอบตัว SME ช่วยรับแรงกระแทกได้มากขึ้น เพื่อให้วันที่น้ำลด เป็นวันที่ธุรกิจเริ่มกลับมายืนได้จริง