ปี 2027 ไม่ใช่ปีของคนที่เดาอนาคตถูก แต่เป็นปีของธุรกิจที่มี ‘ทางเลือก’ พร้อมรับความไม่แน่นอน

The Secret Sauce: สื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและผู้นำองค์กร

Insights ล่าสุด

Interview: บทสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ประกอบการ

Expertise Room: กลยุทธ์และเครื่องมือธุรกิจ

Personal Effectiveness: พัฒนาตัวเองและการทำงาน

Books: สรุปหนังสือธุรกิจน่าอ่าน

Editor's Note

ปี 2027 ไม่ใช่ปีของคนที่เดาอนาคตถูก แต่เป็นปีของธุรกิจที่มี ‘ทางเลือก’ พร้อมรับความไม่แน่นอน

ปี 2027 ไม่ใช่ปีของคนที่เดาอนาคตถูก แต่เป็นปีของธุรกิจที่มี ‘ทางเลือก’ พร้อมรับความไม่แน่นอน

โดย THE STANDARD TEAM
10.09.2026

โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2027 ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ไม่ได้อยู่ไกลตัวอีกต่อไป ตั้งแต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งแรงกระแทกผ่านราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และต้นทุนการผลิต ไปจนถึง AI ที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านโมเดล ไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานและเงินทุน

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

Morning Wealth On Stage Powered by UOB ชวนมองว่า ในโลกที่ธุรกิจควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การพยายามทำนายว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่คือการรู้ว่าธุรกิจของตัวเองเปราะบางตรงไหน มีทางเลือกมากพอหรือยัง และพร้อมเปลี่ยนความผันผวนให้เป็นโอกาสเติบโตได้แค่ไหน

 

📌ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กระทบต้นทุนธุรกิจโดยตรง

 

ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซแสดงให้เห็นชัดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างจากประเทศไทยหลายพันกิโลเมตรสามารถเดินทางมาถึงต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว

 

เมื่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกสะดุด ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยวัตถุดิบอย่าง Naphtha ซึ่งเป็นต้นทางของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และส่งต่อไปถึงราคาเม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และสินค้าอีกจำนวนมาก

 

ปัญหาคือราคาต้นทุนสามารถเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาที่ผู้ประกอบการส่งต่อให้ผู้บริโภค หลายธุรกิจจึงต้องยอมดูดซับต้นทุนไว้ใน Margin ของตัวเอง และยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ เงินสด สินค้าคงคลัง ลูกหนี้ และความต้องการเงินทุนหมุนเวียนก็ยิ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญ

 

📌โลกเดายาก เปลี่ยนจาก ‘ทำนายอนาคต’ สู่ ‘เตรียมทางเลือก’

 

สถิตย์ แถลงสัตย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจสัมพันธ์ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เสนอให้ผู้ประกอบการมองโลกปี 2027 ผ่านกรอบ 3R เพื่ออ่านทิศทางความเสี่ยงที่กำลังเปลี่ยนกติกาธุรกิจ ได้แก่

 

🔺Rivalry การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สหรัฐฯ และจีน แต่ยังรวมถึงการใช้ภาษี การควบคุมการส่งออก สินค้ายุทธศาสตร์อย่าง Rare Earth รวมถึง Rule of Origin และมาตรฐานต่างๆ เป็นเครื่องมือในการแข่งขัน

 

🔺Rewiring การจัดระเบียบ Supply Chain โลกใหม่ ซึ่งทำให้ธุรกิจต้องติดตามว่าฐานการผลิต การค้า และแหล่งวัตถุดิบกำลังเคลื่อนไปอยู่ที่ใด

 

🔺Risk Pricing ความเสี่ยงจากโลกที่ไม่แน่นอนจะไม่หายไป แต่จะถูกบวกเข้าไปในต้นทุน ตั้งแต่ราคาพลังงาน ค่าขนส่ง ค่าประกัน อัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึง Credit Terms

 

แต่ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ต้นทุนสินค้า เพราะเมื่อวัตถุดิบและพลังงานแพงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการไม่สามารถขึ้นราคาขายได้เต็มที่ Margin ก็จะถูกบีบลงทันที สถิตย์ชี้ให้เห็นจากช่องว่างระหว่างดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคว่า ผู้ผลิตจำนวนมากกำลังเป็นฝ่ายแบกรับต้นทุน โดยข้อมูลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ราวครึ่งหนึ่งของผู้ประกอบการยังไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ เพราะกังวลว่า Demand จะหายไป

 

แรงกระแทกนี้จะค่อยๆ ไหลเข้าสู่งบการเงินทั้งระบบ ตั้งแต่ P&L ที่รายได้และ Profit Margin ถูกกดดัน ไปจนถึงงบดุลที่ Inventory อาจเพิ่มขึ้น ลูกหนี้การค้าอาจสูงขึ้นจากการต้องให้ Credit Term นานกว่าเดิม และหนี้สินอาจเพิ่มตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียน ก่อนจะมาจบที่โจทย์สำคัญที่สุดคือ Cash Flow และ Liquidity

 

เพราะฉะนั้น การเตรียมตัวสำหรับปี 2027 จึงไม่ใช่การทำ Forecast เพียงฉากทัศน์เดียวแล้วหวังว่าโลกจะเป็นไปตามนั้น แต่ต้องเตรียมทางเลือกไว้หลายระดับ หากสถานการณ์คลี่คลาย ธุรกิจก็ควรติดตามสัญญาณ ปรับสัญญาและราคาเท่าที่ทำได้ พร้อมรักษาสภาพคล่อง แต่หากเกิด Shock รุนแรงกว่าคาด ก็ต้องพร้อม Activate แผนสำรอง ทั้ง Supplier ทางเลือก แหล่งเงินทุน หรือ Working Capital

 

ที่สำคัญ ธุรกิจไม่ควรรอจนเงินสดขาดมือแล้วจึงเริ่มเจรจา แต่ควรคุยกับธนาคาร ลูกค้า และ Supplier ล่วงหน้า เพราะในโลกที่แทบไม่มีใครเดาอนาคตได้ ความได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ใครคาดการณ์แม่นกว่า แต่อยู่ที่ใครรู้จุดเปราะบางของตัวเอง และมี ‘ทางเลือกที่พร้อมใช้’ มากกว่ากัน

 

📌AI กำลังเปลี่ยนเกม จาก Model War สู่ Infrastructure และ Capital War

 

การแข่งขัน AI กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ จากเดิมที่บริษัทแข่งขันกันว่าใครสร้างโมเดลได้เก่งที่สุด วันนี้โจทย์ขยับไปสู่เรื่อง Computing Power และโครงสร้างพื้นฐาน เพราะ Demand การใช้งานเติบโตเร็วกว่ากำลังประมวลผลที่มีอยู่

 

แต่การสร้าง Infrastructure ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ทำให้นักลงทุนเริ่มถามต่อว่า เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่บริษัทเทคโนโลยีใส่ลงไปสามารถสร้างรายได้กลับมาได้มากแค่ไหน

 

และเมื่อบริษัทเทคโนโลยีต้องเพิ่ม CAPEX เร็วกว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันจึงกำลังกลายเป็น Capital War ใครสามารถดึงเงินทุนจากระบบการเงินมาหล่อเลี้ยงการลงทุนด้าน AI Infrastructure ได้มากกว่า ก็อาจเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขันระยะต่อไป

 

สำหรับผู้ประกอบการ AI จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาเพิ่ม Productivity ลดต้นทุน และเร่งความเร็วของธุรกิจได้ตั้งแต่วันนี้

 

📌การเติบโตไม่จำเป็นต้องเกิดจากตลาดไทยเพียงอย่างเดียว

 

อีกโจทย์สำคัญของธุรกิจไทยคือการมองตลาดให้กว้างกว่าประเทศตัวเอง เช่น Mistine เป็นตัวอย่างของแบรนด์ไทยที่ขยายไปยังจีนและสร้างจุดแข็งจากภาพจำของประเทศไทย ขณะที่ Dr.Pong เลือก Globalization อีกแบบ คือไม่ได้เพียงนำสินค้าไทยออกไปขายต่างประเทศ แต่ดึงองค์ความรู้ วัตถุดิบ งานวิจัย และ Capability จากทั่วโลกกลับมาพัฒนาสินค้าไทย

 

สองกรณีสะท้อนว่า Global Market ไม่ได้หมายถึงแค่การ ‘ไปขายของต่างประเทศ’ อย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการใช้ทรัพยากรของโลกเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจไทยด้วย

 

📌 จาก ‘เอาตัวรอด’ สู่ ‘เติบโต’ ด้วย 4 ทางเดิน และ 5 อาวุธของธุรกิจ

 

มนัสวิน วินิจฉัยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Corporate Banking และ Investment Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เสนอ 4 แนวทางสำหรับธุรกิจ ได้แก่ Grow กระจายตลาดและสร้างรายได้ใหม่, Strengthen สร้าง Supply Chain ที่ยืดหยุ่น, Transform ใช้เทคโนโลยีและ AI เพิ่มประสิทธิภาพ และ Sustain สร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

พร้อมกับ 5 Success Factors คือ Value สร้างคุณค่าแทนการแข่งขันด้วยราคา, Digital ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ, Cash Flow รักษาสภาพคล่อง, Brand วางตำแหน่งให้ชัด และ Agility สร้างองค์กรที่เรียนรู้และตัดสินใจได้รวดเร็ว

 

หัวใจของการเติบโตคือธุรกิจไม่ควรฝากอนาคตไว้กับ ‘ตลาดเดียว ลูกค้าคนเดียว หรือช่องทางขายเดียว’ แต่ต้องกระจายแหล่งรายได้และมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะตลาดใกล้บ้านอย่างอาเซียน ขณะเดียวกันก็ต้องสร้าง Supply Chain ให้รับแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอกได้ดีขึ้น ส่วนเทคโนโลยีและ AI ก็ไม่ใช่เรื่องที่รอทำในอนาคตอีกแล้ว แต่สามารถนำมาเพิ่ม Productivity ลดต้นทุน และยกระดับการแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้ อย่างไรก็ตาม AI ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยต่อยอดความคิด ไม่ใช่ทดแทนความคิดของธุรกิจ เพราะผู้ใช้ยังต้องรู้ก่อนว่าตัวเองต้องการสร้างอะไร แล้วจึงใช้เทคโนโลยีช่วยทำให้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น

 

อีกด้านที่ธุรกิจต้องระวังคือ ‘กำไรไม่ได้แปลว่ามีเงินสดเสมอไป’ มนัสวินชี้ว่าในช่วงวิกฤต หลายบริษัทไม่ได้มีปัญหาเพราะขาดทุน แต่มีปัญหาเพราะเงินสดหมด การบริหาร Working Capital และสภาพคล่องจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดินต่อและคว้าโอกาสเติบโตได้ พร้อมกันนั้นธุรกิจต้องสร้าง Value ที่มากกว่าการลดราคา วาง Brand ให้ชัดกับกลุ่มเป้าหมาย และมี Agility ที่ทำให้องค์กรทดลอง เรียนรู้ และตัดสินใจจากข้อมูลได้รวดเร็ว เพราะการแข่งขันระยะยาวไม่ได้วัดเพียงว่าใครขายได้ถูกกว่า แต่คือใครสร้างความแตกต่างและปรับตัวทันกว่า


EDITOR’S PICK


1

2

3

4

5

6

7