×

Seafresh คือใคร ทำไมธุรกิจอาหารทะเลไทยปักธงเบอร์ 1 อังกฤษได้

17.06.2026
  • LOADING...
ภาพ ณฤทธิ์ เจียอาภา ผู้ก่อตั้ง Seafresh หรือผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของบริษัท

Seafresh คืออาณาจักรส่งออกอาหารทะเลที่พิสูจน์ศักยภาพบนชั้นวางสินค้าพรีเมียมระดับสากล โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดกุ้งในห้างระดับท็อปของอังกฤษได้สูงถึง 22% ท่ามกลางอุตสาหกรรมขาลงที่กุ้งไทยมีต้นทุนแพงกว่าเอกวาดอร์และอินเดียถึง 30% โดยวันนี้ The Secret Sauce ขอพาไปถอดบทเรียนการปรับตัวขนานใหญ่ที่ใช้ความซื่อสัตย์เป็นเกราะป้องกันเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไปทุกวินาที

 

🟡 ณฤทธิ์ เจียอาภา คือใคร ทำไมเด็กไทยถึงเป็นเป็นเจ้าของโรงงานอังกฤษได้

 

การเริ่มต้นจากศูนย์ด้วยความมุ่งมั่นลบคำสบประมาทและกล้าที่จะบินเดี่ยวไปเปิดตลาดยุโรปเพียงลำพังคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทั้งหมด

 

ณฤทธิ์ เจียอาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท ซีเฟรชอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือสตีเว่น เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นเด็กกวาดเปลือกกุ้งในล้งที่ชุมพรหลังจากถูกมารดาไล่มาจากบ้านเกิดที่เมืองเซกินจัน ประเทศมาเลเซีย เพราะมองว่าเขาเรียนไม่เอาไหน แรงแค้นในวัยเยาว์เป็นแรงฮึดที่ทำให้เขาตัดสินใจตัดสูท 3 ชุด บินไปเยอรมนีเพื่อหาลูกค้าโดยตรงทั้งที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้เพียงระดับ Yes No OK

 

แม้ต้องแบกกระเป๋าเดินท่ามกลางหิมะโดยไม่มีเสื้อกันหนาวและเคยถูกหลอกให้นั่งรอออเดอร์นานถึง 8 ชั่วโมง แต่ความซื่อสัตย์แบบคนทำงานจริงกลับทำให้เขาปิดดีลแรกกับพาร์ตเนอร์ชาวสเปนได้สำเร็จ สิ่งนี้ทำให้เขาตกผลึกว่าโอกาสทางธุรกิจมีอยู่ทุกที่ อยู่ที่ว่าจะใช้มือหรือเท้าหยิบ ซึ่งหมายถึงการคว้าโอกาสด้วยความสัตย์จริงเพื่อสร้างฐานรากที่มั่นคง และนั่นคือจุดตั้งต้นแนวทางการดำเนินธุรกิจนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

🟡 ทำไมถึงได้เข้า Marks & Spencer

 

สถานะ Fortress Supplier ที่ Marks & Spencer มอบให้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ภายใต้มาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวด จนได้รับการยกให้เป็นต้นแบบของ Supplier รายอื่น ๆ

 

ภายใต้การบริหารของ ลาเซ่ แฮนเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลูเอิร์ธ ฟู้ดส์ พาร์ตเนอร์ชาวเดนมาร์กที่รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี พวกเขาใช้แนวคิดการทำตัวเป็นลูกน้องที่คอยคิดแทนลูกค้าและส่งมอบความโปร่งใสแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในการทำงาน ความละเอียดระดับ Hardcore Sustainability ของที่นี่ไม่ใช่เพียงทำไปเพื่อภาพลักษณ์ แต่มีการจ้างทีมงานที่นำโดยด็อกเตอร์และนักชีววิทยาทางทะเล 7 คน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบซัพพลายเออร์ทั่วโลก รวมถึงการทำ DNA Check กุ้งกว่า 500,000 ตัวอย่าง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงระดับแม่พันธุ์กุ้งร้อยเปอร์เซ็นต์

 

การยอมลงทุนด้านความยั่งยืนด้วยต้นทุนปีละหลายสิบล้านบาท ได้กลายเป็นจุดแข็งที่เปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถขยายไลน์การผลิตใหม่ๆ ในสินค้าพรีเมียมกลุ่ม Dips ได้สำเร็จ จนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดของหมวดสินค้าดังกล่าวใน Marks & Spencer ได้ไม่น้อยกว่า 50% ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีหลังเริ่มทำตลาด

 

🟡 ทำไมความโปร่งใสถึงชนะใจคนในธุรกิจอื่น

 

ปรัชญา ‘ความโปร่งใส ชนะใจพาร์ตเนอร์’ ของคุณสตีเว่น ถูกส่งต่อเป็นโมเดลต้นแบบให้ธุรกิจระดับพรีเมียมในไทยอย่าง สนามกอล์ฟชีจรรย์ (Chee Chan Golf Resort) และโรงแรมแอนดาซ พัทยา (Andaz Pattaya) ที่เติบโตด้วยแก่นคิดเดียวกันคือ จริงใจ ไม่ละเมิดสิ่งแวดล้อม และห้ามละเมิดสังคม

 

ที่สนามกอล์ฟชีจรรย์ เขาลบภาพจำเดิม ๆ ด้วยการจำกัดจำนวนแคดดี้ไว้ไม่เกิน 150 คน ต่างจากสนามทั่วไปที่มีถึง 300-400 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ออกรอบเบิ้ลเป็น 2 รอบในช่วงไฮซีซัน ดันรายได้เฉลี่ยให้สูงถึง 50,000 บาทต่อเดือน โดยพนักงานจะได้รับค่ารอบและทิปเต็ม ๆ วันละเกือบ 2,000 บาท พร้อมจัดสรรเงินเซอร์วิสชาร์จที่บางเดือนพุ่งสูงถึง 15,000 บาทอย่างตรงไปตรงมา

 

เบื้องหลังความใจถึงนี้มาจาก Street Wisdom ที่มองลึกถึงความจริงว่า คนรายได้น้อยมักถูกบีบให้ต้องโกหกหรือเอาตัวรอดเพราะความจำเป็นยามที่ครอบครัวเจ็บป่วย หน้าที่ของผู้นำจึงต้อง ‘คืนชีวิตให้เขา’ ด้วยการให้รายได้ที่เพียงพอและปกป้องไม่ให้ถูกรังแก

 

เมื่อคนทำงานรู้สึกปลอดภัยและได้รับความยุติธรรม ความกลัวจะแปรเปลี่ยนเป็นจิตสำนึกความเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) ซึ่งระบบนิเวศแห่งความไว้วางใจนี้ ได้กลายเป็นรากฐานและแต้มต่อชั้นดีที่ทำให้ก้าวย่างต่อไปในการบุกตลาดผู้บริโภคในไทยน่าติดตามอย่างยิ่ง

 

🟡 Seafresh จะเดินหน้าอย่างไรต่อ และแผนกลับมาบุกตลาดไทย

 

การปรับตัวเข้าสู่ตลาด B2C ด้วยการสร้างแบรนด์สินค้ามูลค่าเพิ่มและร้านอาหารของตนเองคือทางรอดเดียวท่ามกลางวิกฤตต้นทุนกุ้งไทยที่แพงกว่าคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์และอินเดียถึง 30%

 

เมื่ออุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกเริ่มถึงทางตันจากการสูญเสียความได้เปรียบด้านราคาและกำแพงภาษี คุณสตีเว่นจึงตัดสินใจทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากการดำเนินงานในรูปแบบ B2B สู่การพัฒนาแบรนด์และเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงในรูปแบบ B2C เขาได้นำประสบการณ์กว่า 50 ปีมาต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม อาทิ ข้าวเกรียบปลาหมึกที่มีเนื้อปลาหมึกแท้สูงถึง 50% และซอส XO สูตรลับที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพเหนือกว่าแบรนด์ระดับโลก ภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

 

นอกจากนี้ยังมีโปรเจกต์ยักษ์ในการเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นซีฟู้ดระดับพรีเมียมที่ชูจุดเด่นเรื่องความอร่อยและสุขภาพดี โดยตั้งเป้าเป็นแบรนด์ที่มีสาขามากที่สุดในเอเชียผ่านการควบคุมห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำของตนเอง กลยุทธ์นี้คือการนำอาวุธในมือมาสร้างแบรนด์ที่เข้าถึงใจคนเพื่อสร้างกำไรที่มั่นคงและยั่งยืนไปตลอดชีวิต

 

บทเรียนจากชีวิตของคุณณฤทธิ์ พิสูจน์ว่าความซื่อสัตย์ โปร่งใส คือทางลัดที่สั้นที่สุดในโลกธุรกิจ ขอเพียงผู้ประกอบการรุ่นใหม่กล้าที่จะหยิบโอกาสด้วยมืออย่างสุจริต ไม่มักง่ายในสิ่งที่ทำ และมุ่งมั่นสร้าง Trust ให้เป็นหัวใจของแบรนด์ เพราะเมื่อคุณปักธงความศรัทธาในคุณภาพได้มั่นคงพอ โลกทั้งใบก็จะเปิดประตูต้อนรับอาณาจักรของคุณเองอย่างยั่งยืน

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising