Thai League Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/thai-league/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 14 Dec 2025 01:33:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ https://thestandard.co/football-thai-7hd-save-the-dream/ Sat, 08 Nov 2025 11:13:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1141086 ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’

ไม่ว่าเกมที่สนามศุภชลาศัยจะจบลงอย่างไรก็ตาม ขอแสดงความย […]

The post ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’

ไม่ว่าเกมที่สนามศุภชลาศัยจะจบลงอย่างไรก็ตาม ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองทีมด้วย

 

น้องๆ สุดยอดทุกคน!

 

น้องๆจากทั้งโรงเรียนอบจ.ชัยนาท และโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้สร้างปรากฏการณ์ลูกหนังครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในระดับที่เป็นบทสนทนาของทุกบ้านร้านตลาด โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียที่ไม่ว่าจะไถขึ้นหรือไถลงก็จะเจอเรื่องราวของเด็กๆมากมายเต็มไปหมด

 

ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง Untold story ที่น่าประทับใจ ในความเป็นนักสู้ ความพยายาม และความทุ่มเท ที่แต่ละคนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง

 

เพียงแต่สิ่งสำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดจากการแข่งขัน ‘บอล 7 สี’ ในปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่สีหรือแสงที่ตกกระทบลงมาแค่อย่างเดียว

 

แต่มันคือการที่น้องๆ ทำให้คนอีกจำนวนมากที่เคยหลงลืม ‘ความฝัน’ ไปแล้ว ได้กลับมามองเห็นมันอย่างชัดเจนด้วยสองตาและหนึ่งหัวใจ

 

มันคือประกายไฟแห่งยุคสมัยที่เด็กๆ ทุกคนช่วยกันจุดขึ้นมาผ่านหยาดเหงื่อ รอยยิ้ม คราบน้ำตา ความบริสุทธิ์ของพวกเขาเอง

 

และเป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับ ‘ผู้หลักผู้ใหญ่’ ในวงการฟุตบอลไทยว่า จะสานต่อหรือพัฒนาอะไรไหมต่อจากนี้?

 

ปรากฏการณ์บอล 7 สี หรือชื่อเต็มๆ ฟุตบอล 7 สี แชมเปียนคัพ 2025 เป็นปรากฏการณ์ที่น่าศึกษาอย่างมาก

 

เพราะเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่กลายเป็น Talk of the town พูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างแท้จริง ยิ่งกว่าเรื่องของการประกาศรายชื่อทีมฟุตบอลชุดใหญ่ หรือการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก

 

ส่วนหนึ่งนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเรื่องราวของม้ามืดอย่างทีมหมอนทองวิทยา โรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กลายเป็นอีกหนึ่งของดีเมืองแปดริ้ว ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนผ่านการเดินทางสุดมหัศจรรย์ของพวกเขา

 

โดยหัวใจของเรื่องราวอยู่กับอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ช – ไม่สิเราควรเรียกว่า ‘ครูลูกหนัง’ – ระดับตำนานของวงการฟุตบอลขาสั้นเมืองไทย ที่เคยพาโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีเข้าชิงรายการนี้ 5 สมัยติด และคว้า 3 แชมป์ในระดับประเทศ รวมถึงการเป็นโค้ชทีมโรงเรียนระดับชั้นนำของไทยอย่างโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว (ที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าเคยสอน ‘แบงค์ วงแคลช’ ด้วย)

 

หัวใจความเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ ที่เปลี่ยนทีมฟุตบอลเล็กๆ ที่เกิดจากนักเตะที่ถูกมองข้ามเหมือนดัง ‘เศษแก้ว’ หลอมหัวใจกันใหม่จนกลายเป็นทีมฟุตบอลที่มหัศจรรย์ ยืนหยัดสู้กับทีมเก่งๆ จากทั่วประเทศได้อย่างน่าชื่นชม

 

เรื่องราวแบบนี้ไม่ต้องแปลกใจที่ใครได้ฟังได้ยินจะหลงรัก เพราะมันเหมือนออกมาจาก ‘มังงะ’ สนุกๆ สักเรื่อง ทำให้ทุกคนอยากเอาใจช่วย ทีมหมอนทองวิทยาเลยกลายเป็นทีมขวัญใจมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อย

 

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่น้องๆ หมอนทองทีมเดียวที่พยายาม แต่ทุกทีมก็พยายามไม่แตกต่างกัน

 

คู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศอย่างทีมโรงเรียน อบจ.ชัยนาท อาจจะเป็นทีม ‘อคาเดมี’ ของสโมสรชัยนาท ยูไนเต็ด ที่ว่าด้วยชื่อและชั้นเหนือกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้องๆ จากเมืองนกใหญ่จะไม่ได้ใช้ความพยายาม พวกเขาก็มีสิ่งที่ฝัน มีสิ่งที่ตามหา และมีสิ่งที่อยากได้เหมือนกัน

 

และทีมอื่นๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็เช่นกัน

 

ฟุตบอล 7 สีเลยกลายเป็นก้อนพลังงานของความฝันที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่มหึมา และใหญ่เสมอมาด้วย ซึ่งต้องปรบมือดังๆ ให้แก่ผู้จัดที่เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน คิดรูปแบบการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้น ไปจนถึงการเอาจริงเอาจังกับคุณภาพของการถ่ายทอดสดการแข่งขัน (ซึ่งก็คงเป็นความฝันของผู้ใหญ่ที่จัดการแข่งขันเหมือนกัน)

 

เราเห็นแล้วว่าบอลเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องใหญ่ในระดับประเทศไทย ฟุตบอลเด็กก็มีแสงที่ส่องถึงได้และสว่างจ้ามากด้วย และมี ‘สตอรี’ ดีๆ ที่แบรนด์สามารถนำมาต่อยอดได้อีกมากในการทำ Sport marketing

 

นี่คือสิ่งที่เรียนรู้จากปรากฏการณ์บอล 7 สีในปีนี้

 

และมันชวนให้คิดถึงวันข้างหน้า

 

เราจะต่อยอดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ไหม และได้อย่างไร?

 

ผมกำลังแอบคิดว่า เราจะมี ‘อินเตอร์ไฮ’ ในแบบไทยๆ กับเขาบ้างได้ไหม?

 

เชื่อว่าคุณผู้อ่านจำนวนไม่น้อยน่าจะติดตามหรือเคยได้ยินเรื่องราวการแข่งขันฟุตบอลในระดับมัธยมศึกษาที่เรียกกันว่า ‘อินเตอร์ไฮ’ กันมาอยู่บ้าง

 

สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยได้ยิน ฟุตบอลอินเตอร์ไฮคือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์มัธยมปลายแห่งชาติของญี่ปุ่น

อ่านแบบละเอียดได้ที่ ‘冬の国立 Fuyu no Kokuritsu ฤดูหนาวนั้นฉันฝันถึงเกมฟุตบอล (และเธอ)’

 

สรุปแบบง่ายๆ ไวๆ นี่คือการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนของนักเรียนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยการแข่งขันที่สนุก เข้มข้น ร้อนแรง เต็มไปด้วยแรงใจและไฟฝัน

 

ที่สำคัญมีผู้ชมที่เข้ามาเชียร์กันเต็มความจุของสนามเสมอ เพราะคนดูก็อยากดู (และคนเล่นเห็นคนดูเยอะๆ ก็อยากเล่นเหมือนกัน) เป็นงานเทศกาล (Festival) ที่ทุกคนเฝ้ารอ ซึ่งมองแล้วก็รู้สึกไม่ต่างจากสิ่งที่ได้เห็นจากบอล 7 สี และมันก็น่าคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่วงการฟุตบอลไทยจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับฟุตบอลนักเรียนมากกว่านี้

 

จริงอยู่ที่ในปัจจุบันวงการลูกหนังขาสั้นของไทยก็มาไกลจากอดีต หลายโรงเรียนก็คืออะคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอล นักเตะในทีมได้รับทุนการศึกษาและการดูแลอย่างดี

 

แต่สิ่งที่มันขาดหายไปคือเราไม่มีเวทีที่สนุกคึกคักแบบอินเตอร์ไฮหรือบอล 7 สีมากพอ และพอจะพูดได้ว่าฟุตบอลที่ภาครัฐจัดมันไม่สามารถสร้าง Vibe ในแบบเดียวกันหรือระดับเดียวกันได้

 

ในญี่ปุ่นนั้นฟุตบอลขาสั้นเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นอีกหนึ่ง ‘เส้นทาง’ (Academic path) สำหรับนักฟุตบอลให้เลือกเดิน ซึ่งจะแยกและแตกต่างจากสายระบบอคาเดมีแบบมืออาชีพ

 

ฟุตบอลสายนี้อาจจะดูเป็น ‘มือสมัครเล่น’ (Amateur) ก็จริง แต่ก็มีจุดแข็งในแบบของตัวเอง ในความเป็น ‘ชมรม’ ที่มีความผูกพันแน่นหนา และเชื่อมโยงกับโรงเรียนจนถึงชุมชน ที่สำคัญคือถึงจะเรียนไปเล่นไป แต่ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของนักฟุตบอลจนสามารถสู้กับทีมระดับอาชีพได้

 

โดยที่ในญี่ปุ่นฟุตบอลโรงเรียนนั้นไม่ได้จบแค่โรงเรียน แต่ต่อยอดถึงในระดับมหาวิทยาลัย เรียกว่ามีที่ทางให้เดินทางไปต่อ

 

นักฟุตบอลระดับสตาร์หลายคนของทีมชาติญี่ปุ่นในปัจจุบันก็ผ่านเส้นทางนี้มาเหมือนกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น คาโอรุ มิโตมะ ปีกเทวดาที่เลือกเส้นทางนี้ ถึงขั้นทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเลี้ยงบอลเป็นตัวจบการศึกษา

 

นั่นแปลว่าถ้าเราคิดให้ดี วางแผนกันให้ดี มองแบบคนมีวิสัยทัศน์ ฟุตบอลเด็กมีคุณค่าและความหมายมากกว่าที่คิด

 

โดยที่หากสังเกตได้การแข่งขันของน้องๆ เหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดจะมีคนเข้ามาชม มาเชียร์ มาเอาใจช่วยเสมอ เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความ ‘เชื่อมโยง’ กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครอง ญาติสนิทมิตรสหาย ไปจนถึงคนในชุมชน (Community)

 

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่วงการฟุตบอลอาชีพในไทยยังไม่แข็งแรงเท่าเลยด้วยซ้ำ

 

เส้นทางลูกหนังสายการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และชวนคิดถึงการต่อยอดจากปรากฏการณ์บอล 7 สีที่เกิดขึ้น ซึ่งบางทีเราอาจจะพบคำตอบใหม่ของเกมฟุตบอลไทยก็เป็นไปได้

 

จะทำอย่างไรให้ฟุตบอลเด็กไม่ว่าจะรายการเดิมที่มี หรือรายการใหม่ได้รับความสนใจและความสำคัญในระยะยาว ไม่ถูกลบเลือนหายไป เหมือนครั้งหนึ่งที่เราเคยมีฟุตบอลเด็กดีๆ อย่างรายการโค้กคัพ

 

ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ประกายไฟของความฝันที่ถูกจุดขึ้นแล้วดับลง เพื่อรอวันจะจุดใหม่ในปีหน้าไปเรื่อยๆ

 

และไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายให้ความสนใจกันแค่เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และเลือกวิธีสนับสนุนด้วยการอัดฉีดเงินแล้วจบ มันง่ายไป

 

เห็นน้องๆ พยายามแล้ว บางที ‘ผู้ใหญ่’ เองก็ควรจะพยายามสานต่อด้วยความรักและทุ่มเทที่มากเท่ากัน

 

ไฟฝันมันจะได้ลุกโชนต่อไป

The post ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/bgputd-appoints-ishii-head-coach/ Thu, 30 Oct 2025 05:33:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1137364 บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง มาซาทาดะ อิชิอิ […]

The post บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่น เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมอย่างเป็นทางการ

 

อิชิอิ วัย 57 ปี เป็นโค้ชมากประสบการณ์จากเวที เจลีก ญี่ปุ่น โดยเคยคุมทีม คาชิม่า แอนท์เลอร์ส และ โอมิยะ อาร์ดิจา พร้อมฝากผลงานสุดโดดเด่นด้วยการพา คาชิม่า คว้าแชมป์ เจลีก วายบีซี เลอแวง คัพ 2015, ตามด้วย แชมป์เจลีก และเอ็มเพอเรอร์ คัพ 2016 รวมถึงพาทีมคว้ารองแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2016

 

อิชิอิ เริ่มต้นเส้นทางโค้ชในไทยครั้งแรกเมื่อปี 2019 กับ สมุทรปราการ ซิตี้ และพา ทีมเขี้ยวสมุทร จบอันดับ 6 ในไทยลีก 1 ฤดูกาลแรก ก่อนย้ายมาคุม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลกสองของฤดูกาล 2021/22 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์พา “ปราสาทสายฟ้า” กวาด ทริปเปิลแชมป์ สองฤดูกาลติดต่อกัน (2021/22 และ 2022/23) ทั้ง ไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ และรีโว่ คัพ

 

ต่อมาในปี 2023 อิชิอิ ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ นำทีมลงแข่งขัน เอเชียน คัพ 2023 ที่ประเทศกาตาร์ พร้อมพาทัพ “ช้างศึก” ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และยังคุมทีมในรายการสำคัญต่อเนื่อง เช่น ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย, เอเอฟเอฟ แชมเปียนชิพ 2024, และ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 และ 51

The post บีจี ปทุม แต่งตั้ง อิชิอิ เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยลีกจัดแฟชั่นโชว์ เปิดฤดูกาลใหม่ไทยลีก BEYOND THE GAME 2025/26 https://thestandard.co/thai-league-2025-26-season-launch/ Thu, 07 Aug 2025 03:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1104632 thai-league-2025-26-season-launch

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดฉากฤดูกาลใหม่อย่างยิ่ […]

The post ไทยลีกจัดแฟชั่นโชว์ เปิดฤดูกาลใหม่ไทยลีก BEYOND THE GAME 2025/26 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-league-2025-26-season-launch

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดฉากฤดูกาลใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Thai League BEYOND THE GAME 2025/26” ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง พร้อมประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งแฟชั่น ดนตรี ศิลปะ และธุรกิจ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฟุตบอลที่ไม่หยุดอยู่แค่ในสนาม

 

ฤดูกาลนี้ ฟุตบอลอาชีพไทยทั้ง 3 ลีกจะได้รับการสนับสนุนจาก BYD อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่

  • ไทยลีก 1: BYD SEALION 6 ภายใต้สโลแกน Where Greatness Begins
  • ไทยลีก 2: BYD SEAL 5 กับแนวคิด Dream Chaser
  • ไทยลีก 3: BYD DOLPHIN ภายใต้คอนเซปต์ One Team, One Goal

 

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ ย้ำว่าปีนี้ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของฟุตบอลไทย ด้วยการสนับสนุนครบทุกด้าน ทั้งจำนวนสโมสรที่เพิ่มเป็น 102 ทีม การถ่ายทอดสดครบทั้ง 3 ลีกโดย AIS, GULF และ JAS รวมถึงเงินสนับสนุนที่มากขึ้น

 

โดยจะมีการถ่ายทอดสดรวมกว่า 1,300 นัดผ่าน AIS PLAY ครอบคลุมทั้งฟุตบอลชาย ฟุตบอลหญิง และฟุตบอลเยาวชน ซึ่งเปิดให้แฟนบอลรับชมฟรีทุกเครือข่าย พร้อมทีมพากย์กว่า 60 ชีวิตเติมเต็มอรรถรสในการเชียร์

 

ขณะที่ตัวแทนจากภาคเอกชนอย่าง BYD, GULF, JAS, AIS และเรเว่ ต่างยืนยันความพร้อมที่จะผลักดันฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชน เยาวชน และแฟนบอลทั่วประเทศ

 

 Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล  Thai League 2025/26 เปิดฤดูกาล

The post ไทยลีกจัดแฟชั่นโชว์ เปิดฤดูกาลใหม่ไทยลีก BEYOND THE GAME 2025/26 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมภาษณ์พิเศษ เตบาส ประธานลาลีกา ถึงบทเรียนจากสเปนสู่การยกระดับฟุตบอลไทยลีก https://thestandard.co/tebas-la-liga-advice-thai-league-development/ Wed, 25 Jun 2025 12:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1088315 ฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกา ให้สัมภาษณ์พิเศษเรื่องอนาคตฟุตบอลไทยลีก

ในโลกของฟุตบอล ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสเปนคือหนึ่งในมหาอำน […]

The post สัมภาษณ์พิเศษ เตบาส ประธานลาลีกา ถึงบทเรียนจากสเปนสู่การยกระดับฟุตบอลไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกา ให้สัมภาษณ์พิเศษเรื่องอนาคตฟุตบอลไทยลีก

ในโลกของฟุตบอล ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสเปนคือหนึ่งในมหาอำนาจฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

 

ลาลีกาสเปนเป็นบ้านของทีมระดับตำนานอย่างเรอัล มาดริด บาร์เซโลนา และนักเตะชั้นนำระดับโลก ขณะที่ทีมชาติสเปนก็สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ยูโร 2008, 2012 และ World Cup 2010 การครองแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีทีมชาติใดทำได้มาก่อน

 

แล้วเพิ่งจะคว้าแชมป์ยูโร 2024 ด้วยทีมชาติรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยดาวเด่นอย่าง เปดรี กาบี และ ยามัล แสดงให้เห็นว่าระบบการผลิตนักเตะของสเปนยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

 

เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดนี้ มีชายคนหนึ่งที่ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับลาลีกาให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก นั่นคือ ฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกาผู้ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2013

 

 

จากทนายความและนักธุรกิจ เตบาสพิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารจัดการลีกฟุตบอลสมัยใหม่ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักในกีฬา ต้องมีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ทางธุรกิจ และการปฏิรูปที่กล้าหาญ

 

ภายใต้การนำของเขา ลาลีกาได้กลายเป็นมากกว่าแค่การแข่งขันฟุตบอล แต่เป็น ‘ผลิตภัณฑ์โลก’ ที่มีแฟนบอลติดตามกว่า 2.7 พันล้านคนทั่วโลก (ข้อมูลการถ่ายทอดสดเมื่อฤดูกาล 2017/18) มีรายได้จากสิทธิ์ถ่ายทอดสดสูงขึ้น ระบบ Financial Fair Play ที่เขาริเริ่มขึ้น กลายเป็นแบบอย่างให้ลีกอื่นๆ ทั่วโลกนำไปใช้

 

วันนี้ THE STANDARD SPORT มีโอกาสได้รับเชิญจากลาลีกา ประเทศไทย ให้เดินทางไปยังสิงคโปร์เพื่อพูดคุยกับเตบาส ในประเด็นที่แฟนบอลไทยสนใจ โดยเฉพาะการที่ไทยลีกจะสามารถเรียนรู้และประยุกต์ใช้ประสบการณ์จากลาลีกา เพื่อพัฒนาฟุตบอลไทยให้ไปถึงระดับสากลได้อย่างไร

 

ฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกา ให้สัมภาษณ์พิเศษเรื่องอนาคตฟุตบอลไทยลีก

 

นักข่าว: ขอบคุณที่ให้เวลามาสัมภาษณ์วันนี้ครับ คุณเตบาส เริ่มด้วยคำถาม ลีกอาชีพของไทยสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากลาลีกาและทีมชาติสเปน ในแง่มุมของการพัฒนาลีกที่แข็งแกร่งและการพัฒนาเยาวชนครับ?

 

เตบาส: มีสองคำถามหลักที่ต้องตอบครับ อย่างแรกคือ หากต้องการให้ทีมชาติแข็งแกร่ง ระบบการแข่งขันฟุตบอลทุกระดับต้องหนักแน่น ดุเดือด และรวดเร็วมาก

 

เราสามารถมีอะคาเดมีที่หลากหลายและมีนักฟุตบอลดีๆ ผ่านระบบนั้นมา แต่ถ้าไม่มีระบบการแข่งขันที่เข้มข้นในระดับ U15, U16, และ U17 จะเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะพัฒนานักฟุตบอลทีมชาติขึ้นมา

 

อย่างที่สองคือลีกระดับประเทศ ลีกอาชีพ ลีกสูงสุด ลีกรองลงมา ต้องมีระบบรายได้ที่แข็งแกร่งมาก มีเงินเยอะเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องยั่งยืนด้วย เพราะถ้าอยากให้การแข่งขันนี้เติบโตขึ้นแบบเป็นอาชีพ และนักเตะทีมชาติได้แข่งขันกันในระดับสูง จนเราสามารถยกระดับขึ้นไปแข่งขันในระดับภูมิภาคหรือทวีปได้ นี่คือสิ่งที่แบ่งปันได้จากประสบการณ์ของฟุตบอลสเปน

 

 

นักข่าว: ในยุคดิจิทัลนี้ ลาลีกาทำอย่างไรในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่?

 

เตบาส: ระบบดิจิทัลของลีกทั้งหมดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ใช่แค่ระบบ แต่วิธีการเสพสื่อดิจิทัลอีกด้วย และขึ้นอยู่กับประเทศ เพราะรูปแบบการเสพสื่อแตกต่างกัน

 

Social media ก็ใกล้กับสื่อที่วัยรุ่นเสพมาก และหัวข้อของแต่ละอันที่แฟนๆ ชื่นชอบ และในแต่ละประเทศ เรามุ่งไปสู่รูปแบบเกมที่ใช้สื่อสารกับแฟนๆ

 

แต่ทุกที่ก็มีความแตกต่างกัน เพราะในสเปนบางที วัยรุ่นเยาวชนชื่นชอบฟุตบอล แต่ไม่อินกับสื่อดิจิทัล เด็กที่อายุน้อยกว่า 14 ปี ที่อยู่ในกลุ่มสะสมสติกเกอร์และการ์ด นี่คือการสัมผัสฟุตบอลครั้งแรกของพวกเขา ทั้งที่ไม่ได้เล่นฟุตบอล แต่พวกเขารู้จักนักเตะและทีมหมดแล้ว

 

แน่นอนเราใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ และ วิธีที่เราสื่อสารด้วย 

นักข่าว: หลังจากทำงานกับลาลีกามาเป็นเวลานาน สิ่งที่คุณภูมิใจที่สุดคืออะไร?

 

เตบาส: ผมต้องบอกว่าเป็นระบบการเงินของฟุตบอลสเปน กฎการเงินสำหรับลีกที่เขาเป็นคนเริ่มต้นขึ้นมา และเริ่มต้นใช้เป็นวงกว้างในลีกยุโรป และในเอเชียมีมาเลเซีย ลีกฟุตบอลของมาเลเซีย

 

มีปัญหาเรื่องภาษี หรือค่าเหนื่อยนักเตะที่สโมสรต้องจ่าย แต่ตอนนี้พวกเขาจ่ายกันหมด นับเป็นการปฏิวัติกฎการเงินของสโมสร FFP ของลาลีกาไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้ไข แต่ป้องกันปัญหาในอนาคตด้วย

 

 

นักข่าว: เรื่องโควตานักเตะต่างชาติ ทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด?

 

เตบาส: สิ่งแรกคือเราต้องมีระบบลีกที่แข็งแกร่งก่อนในทุกรุ่นอายุ เพื่อให้เมื่อพวกเขาอายุ 18 ปีแล้ว พวกเขาสามารถแข่งขันได้ในระดับสูงสุดของประเทศ

 

เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ต้องมีนักเตะต่างชาติในลีก เพราะพวกเขาทำให้การแข่งขันยากขึ้น แต่เมื่อคุณไม่มีระบบลีกที่ดีและแข็งแกร่งตั้งแต่เยาวชน พวกเขาก็จะโตมาแข่งขันไม่ได้

 

ดังนั้นคุณต้องดูก่อนเลยว่าโครงสร้างการแข่งขันเยาวชนเข้มข้นพอไหม และต้องดูว่าการเข้ามาของนักเตะต่างชาติสามารถแข่งขันกับความสามารถของนักเตะในประเทศหรือไม่

 

ในประเทศที่มีประชากรเยอะ มีนักเตะมาก มีระบบเยาวชนที่ดี แต่เมื่อถึงการแข่งขันถ้านักเตะของพวกเขากลับทำได้ไม่ดี แสดงว่าโครงสร้างการแข่งขันที่ไม่ดี

 

สิ่งหนึ่งคือนักเตะที่ดีในสนาม และนักเตะเหล่านั้นต้องทำสุดความสามารถในการแข่งขัน นั่นแสดงว่าลีกนั้นเป็นลีกที่แข็งแกร่งดี หลายประเทศสร้างนักเตะที่ดีมากก็จริง แต่นักเตะเหล่านั้นกลับไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการแข่งขันที่ดีและดุเดือด

 

 

นักข่าว: ในไทยมีการพูดถึงการแยกไทยลีกออกจากสมาคมกีฬาฟุตบอล ในมุมของลาลีกา ทำงานร่วมกับสมาคมอย่างไร แยกกันแค่ไหนถึงจะดี?

 

เตบาส: ผมคิดว่าเราแยกกับสหพันธ์เลยไม่ได้ ต้องทำงานด้วยตัวเองได้ เป็นอิสระ แต่ไม่ใช่แยกการทำงานกับสมาคมฟุตบอลแบบ 100%

 

สิ่งที่สหพันธ์หรือสมาคมควรควบคุม คือ กรรมการ และบทลงโทษต่างๆ สโมสรต้องเลือกผู้บริหารลีกเอง สโมสรต้องเลือกผู้สนับสนุนเอง สโมสรต้องขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเอง และพวกเขาต้องแบ่งรายได้กับสโมสรอาชีพด้วยกันเอง

 

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองหน่วยงานควรเป็นแค่ กรรมการ และบทลงโทษต่างๆ การลงโทษ และในพีระมิดของฟุตบอล ยอดสูงสุดคือการแข่งขันลีกอาชีพ

 

เพราะมีความแตกต่างในจุดประสงค์ของสหพันธ์และลีกฟุตบอลอาชีพ สหพันธ์มีหน้าที่คัดเลือกทีมชาติและฟุตบอลสมัครเล่น แต่สโมสรมีจุดประสงค์เพื่อการสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดจากการลงทุนในการแข่งขัน

 

ดังนั้นเป็นสิ่งที่ทำงานต่างกันมาก และต้องแยกกันในแง่ของการบริหารจัดการ ไม่ใช่แยกกันทั้งหมด แต่เป็นอิสระในเรื่องของการเงินและการแข่งขันอาชีพ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสเปนมามากกว่า 40 ปี และทั่วไปในยุโรป

 

 

นักข่าว: คำถามสุดท้าย ทำอย่างไรให้ลีกปัง คนดูเยอะ คนเชียร์มาก และสปอนเซอร์เข้าเต็มๆ ทั้งในและต่างประเทศ?

 

เตบาส: ผมอาจจะต้องรู้เกี่ยวกับลีกอาชีพในไทยมากกว่านี้ก่อน แต่สิ่งแรกคือการสร้างระบบของทุนมนุษย์ Human Capital

 

ผมเชื่อว่าไทยมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นมืออาชีพเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาต้องมีทุนมนุษย์ในพื้นที่ๆ สำคัญที่อุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนตัวไป

 

ถ้าอยากเติบโตทั้งในโลกสากลและในประเทศ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือในลีกเล่นฟุตบอลกันอย่างไร และถ่ายทอดสดออกไปอย่างไร และสนามฟุตบอลเป็นอย่างไร

 

เพราะรูปแบบที่คุณเห็นผ่านการถ่ายทอดสด คือความสัมพันธ์ระหว่างสโมสรกับลีกการแข่งขัน คุณคิดว่าทุกอย่างทุกเกมเราถ่ายทอดสดด้วยรูปแบบเดียวกัน ซึ่งมันไม่ใช่เลย นี่คือคำแนะนำจากมุมมองของผม

 

จากการที่ได้ศึกษาและเรียนรู้จากสมาคมกีฬาฟุตบอลญี่ปุ่น (JFA) ทำให้เข้าใจถึงรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบฟุตบอลเยาวชนอย่างลึกซึ้ง รวมถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า Dream 2050 ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวในการยกระดับฟุตบอลญี่ปุ่นสู่ระดับโลก นอกจากนี้ การได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของ FIFA ที่แนะนำให้เรา ‘Find, Train and Play’ ยังช่วยให้เห็นภาพรวมของกรอบแนวคิดและหลักการทำงานในการพัฒนาฟุตบอลในแต่ละประเทศได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

 

สิ่งที่ค้นพบจากการศึกษาและพูดคุยนี้คือ แต่ละประเทศมีหลักการและวิธีการพัฒนาฟุตบอลในประเทศของตนเองที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับบริบทและความท้าทายเฉพาะตัวของแต่ละที่ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘One Size Fits All’ หรือหลักการเดียวที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้ทุกอย่างในทุกประเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

แน่นอนว่าคำแนะนำของเตบาสในครั้งนี้จึงเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและประสบการณ์อันล้ำค่าจากลีกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติสเปน อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยจะเลือกนำหลักการและเหตุผลเหล่านี้มาปรับใช้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับจูนให้เข้ากับระบบที่เรามีอยู่ และสถานการณ์ปัจจุบันของฟุตบอลไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเหมาะสมกับบริบทของประเทศเราอย่างแท้จริง

The post สัมภาษณ์พิเศษ เตบาส ประธานลาลีกา ถึงบทเรียนจากสเปนสู่การยกระดับฟุตบอลไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวต่อไปในบ้านหลังใหม่ของฟุตบอลไทยลีก https://thestandard.co/thai-leagues-new-home-next-steps/ Tue, 10 Jun 2025 14:09:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1083798

ข่าวการให้บริการถ่ายทอดสด ‘ไทยลีก’ แบบฟรีๆ […]

The post ก้าวต่อไปในบ้านหลังใหม่ของฟุตบอลไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ข่าวการให้บริการถ่ายทอดสด ‘ไทยลีก’ แบบฟรีๆ ผ่านผู้ให้บริการหลัก 2 เจ้า ทั้ง AIS PLAY และ MONOMAX กลายเป็นสิ่งที่แฟนบอลพูดถึงในวงกว้างทันที หลังจากที่ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS เปิดเผยเรื่องดังกล่าวในช่วงการตอบคำถามสื่อมวลชนในงาน ‘เปิดตัวพันธมิตรครั้งสำคัญ ร่วมพลิกโฉมฟุตบอลไทยลีก’ ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (10 มิถุนายน)

 

การยืนยันดังกล่าวถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ที่สำคัญสำหรับวงการฟุตบอลไทย เพราะนับเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดครบทุกลีกฟุตบอลระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทยลีก 1, 2, 3, ฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ และลีกคัพ รวมถึงฟุตบอลลีกเยาวชน U21 และฟุตบอลหญิงลีก 1 และ 2 หลังจากที่กลุ่มพันธมิตร AIS-GULF-JAS ชนะการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทยเป็นเงินสด 350 ล้านบาท และยังออกค่าโปรดักชันต่างๆ ที่ตกปีละ 150 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 4 ปี รวมมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท

 

การเข้าถึงที่ครอบคลุมเช่นนี้จะช่วยให้แฟนบอลทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้าถึงประสบการณ์การชมฟุตบอลในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มของ AIS PLAY ที่สามารถสมัครสมาชิกได้ฟรี ซึ่งจะกลายมาเป็นแพลตฟอร์มหลักที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอฟุตบอลไทยสู่สายตาของแฟนๆ

 

โอกาสในการเข้าถึงที่กว้างขวาง

 

แม้จะยังไม่มีการยืนยัน แต่การที่ JAS ซึ่งมีสื่อในมือทั้ง MONOMAX และ MONO29 ก็มีโอกาสถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยไปสู่สายตาแฟนๆ ทั่วไปให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง MONO29 ซึ่งเป็นดิจิทัลฟรีทีวี ก็ถือเป็นการขยายฐานผู้ชมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

 

ในงานยังมีการยืนยันว่า การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกในครั้งนี้ จะถ่ายทอดสดไปถึงไทยลีก 3 ยกเว้นเพียงบางคู่ที่อาจจะมีความลำบากเรื่องการถ่ายทอดสัญญาณจากบางพื้นที่ซึ่งยากต่อการเข้าถึงเท่านั้น นั่นยังทำให้ฟุตบอลระดับภูมิภาคอาจจะเข้ามาสู่สายตาคนทั่วไปได้มากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้ ฟุตบอลลีกภูมิภาคเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่มในพื้นที่เท่านั้น และทำให้ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วย

 

โดยทาง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เน้นย้ำถึงการกลับมามีมูลค่าของฟุตบอลไทยลีก ซึ่งจะนำมาซึ่งความมั่นคงในระยะยาวให้กับสมาคมฯ และสโมสรสมาชิกกว่า 100 สโมสรทั่วประเทศ การสนับสนุนการถ่ายทอดสดที่เข้าถึงทุกครัวเรือนและทุกมือถือ จะช่วยเพิ่มความนิยมในวงการฟุตบอลไทย นำมาซึ่งการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

อีกด้านของความสะดวกสบาย

 

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองในแง่ดี ก็ย่อมมีมุมมองด้านตรงข้าม การที่ฟุตบอลไทยลีกในทุกระดับเข้าถึงได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว อาจจะส่งผลถึงความสะดวกสบาย แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งนี้อาจจะทำให้แฟนๆ เข้าสนามน้อยลงด้วยก็เป็นได้

 

สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในวงการฟุตบอลอิตาลี ที่มักมีภาพจำว่าเป็นลีกสนามว่าง ซึ่งแม้ในความเป็นจริงจะมีหลายเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลในลีกอิตาลีไม่เข้าไปดูบอลในสนาม แต่หนึ่งในเหตุผลคือการที่พวกเขาเลือกดูบอลที่บ้านนั้นสะดวกและประหยัดกว่า สิ่งเหล่านี้อาจจะคล้ายประเทศไทยอยู่ไม่น้อย เพราะการเดินทางไปดูบอลแต่ละนัดต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไม่น้อย ซึ่งนอกจากค่าตั๋วแล้ว ค่าเดินทางรวมกับค่าอาหาร (ในกรณีที่เลือกจะรับประทาน) อาจจะทำให้การออกไปดูบอลในช่วงสุดสัปดาห์แต่ละครั้งสูงถึง 300-500 บาทเลยก็ได้

 

นั่นอาจจะเป็นเรื่องง่ายกว่า ที่บางคนอาจจะเลือกเชียร์ทีมรักอยู่ที่บ้าน และจะออกไปเชียร์ในสนามเฉพาะนัดสำคัญๆ ซึ่งก็จะส่งผลต่อยอดผู้เข้าสนามและรายได้ของสโมสรโดยตรง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้เช่นกัน

 

ผู้เล่นยักษ์ใหญ่รายใหม่ในวงการถ่ายทอดสดกีฬา

 

ตัดภาพกลับมาที่การถือลิขสิทธิ์ของ GULF, AIS และ JAS ในครั้งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ที่พวกเขากลายเป็นผู้เล่นยักษ์ใหญ่รายใหม่ ที่เดินหน้าเข้ามาสู่วงการการถ่ายทอดสดกีฬา อันที่จริง AIS ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับพื้นที่ตรงนี้ พวกเขามี AIS PLAY ที่ถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ มาหลายปีแล้ว และประสบความสำเร็จอย่างมากกับการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีสเมื่อปีก่อนด้วย

 

แต่ JAS เจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไปนี่เอง ที่เป็นหน้าใหม่พอสมควร พวกเขาอาจจะประสบความสำเร็จกับการนำภาพยนตร์และซีรีส์เข้ามาฉายในประเทศไทย แต่ในมุมของกีฬาที่พวกเขาเคยลองนำมาถ่ายทอด ทั้งบาสเกตบอล NBA หรือมวยปล้ำ WWE ก็ยังไม่ได้สร้างอิมแพ็คมากขนาดนั้น

 

แต่ในคราวนี้ พวกเขาได้พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง AIS เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ และการที่มีคอนเทนต์ทั้งฟุตบอลลีกไทย และฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในมือ ยิ่งถือว่าพวกเขามีอาวุธพร้อมสรรพ ที่จะต่อสู้ในเวทีการถ่ายทอดสดกีฬา…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนึ่งในอาวุธชั้นยอดที่มีในมือ เป็นอาวุธยอดนิยมที่สามารถแย่งมาได้จากมือคู่แข่งทางธุรกิจ

 

ดังนั้นการผนึกกำลังของ GULF, AIS และ JAS ในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงแค่การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างพลังของเงินทุนของ GULF ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารของ AIS และประสบการณ์ด้านคอนเทนต์และการถ่ายทอดสดของ JAS พร้อมด้วยวิสัยทัศน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ต้องการยกระดับวงการฟุตบอลไทยในทุกมิติ

 

ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนให้ฟุตบอลไทยเพิ่มความนิยมต่อคนภายในชาติ และยังอาจจะสามารถก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีระดับโลกได้ด้วย

 

บทพิสูจน์ที่สำคัญหลังจากนี้จึงเป็นเรื่องที่ว่า เมื่อคนไทยสามารถเข้าถึงฟุตบอลลีกไทยได้ทุกระดับบนบ้านหลังใหม่ที่ GULF, AIS และ JAS รวมถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลร่วมกันสร้างแล้ว ฟุตบอลไทยจะเติบโตได้ขนาดไหน และฐานของฟุตบอลลีกไทยที่เคยตกลงไป จะสามารถกลับมาได้อีกครั้งหรือไม่?

 

คำตอบของคำถามนี้ในอีก 6 ปีข้างหน้า จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง…

The post ก้าวต่อไปในบ้านหลังใหม่ของฟุตบอลไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยลีกดูฟรี! AIS-GULF-JAS เปิดตัวลิขสิทธิ์บอลไทยลีก ยิงสดผ่าน AIS PLAY และ MONOMAX https://thestandard.co/thai-league-free-ais-play-monomax/ Tue, 10 Jun 2025 09:27:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1083692

วันนี้ (10 มิถุนายน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จ […]

The post ไทยลีกดูฟรี! AIS-GULF-JAS เปิดตัวลิขสิทธิ์บอลไทยลีก ยิงสดผ่าน AIS PLAY และ MONOMAX appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 มิถุนายน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ร่วมกับบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS จับมือแถลงข่าวยืนยันคว้าลิขสิทธิ์ ไทยลีก ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในงาน ‘เปิดตัวพันธมิตรครั้งสำคัญ ร่วมพลิกโฉมฟุตบอลไทยลีก’

 

ในงานมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS, สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF, ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS และ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

 

ไฮไลต์สำคัญในงานนี้คือ การประกาศเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทยลีกระหว่าง AIS, GULF และ JAS โดยมีการประกาศราคาสมาชิกการชมไทยลีกในฤดูกาลต่อไป

 

โดยมีการเปิดเผยว่า ฟุตบอลไทยลีกจะได้รับการถ่ายทอดสดในระบบ HD ไปทั่วประเทศ ซึ่งสมาชิกของทั้ง AIS PLAY และ MONOMAX สามารถรับชมการแข่งขันได้ฟรี เพียงแค่เป็นสมาชิกของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

The post ไทยลีกดูฟรี! AIS-GULF-JAS เปิดตัวลิขสิทธิ์บอลไทยลีก ยิงสดผ่าน AIS PLAY และ MONOMAX appeared first on THE STANDARD.

]]>
แยกไทยลีกอาจเป็นการตอบที่ไม่ตรงคำถาม รอดแค่วันนี้…แล้ววันหน้ายังไหวหรือ? https://thestandard.co/thai-league-breakaway/ Thu, 29 May 2025 10:30:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1080074 thai-league-breakaway

ฟุตบอลไทยเดินทางมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง เมื่อกร […]

The post แยกไทยลีกอาจเป็นการตอบที่ไม่ตรงคำถาม รอดแค่วันนี้…แล้ววันหน้ายังไหวหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-league-breakaway

ฟุตบอลไทยเดินทางมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง เมื่อกระแสการ ‘แยกตัว’ ของสโมสรในระดับไทยลีก 1 เริ่มก่อตัวรุนแรงขึ้น

 

โดยวัตถุประสงค์ของการแยกตัวนั้นอยู่บนเรื่องของผลประโยชน์ ที่มีการหยิบยกกรณีการแยกตัวของสโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเพื่อก่อตั้งพรีเมียร์ลีก เป็นกรณีตัวอย่างเทียบเคียง

 

แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่สามารถใช้กรณีของพรีเมียร์ลีกเป็นตัวอย่างได้ทั้งหมด เพราะมีความแตกต่างกันทางรายละเอียดค่อนข้างมาก

 

โดยเฉพาะบนคำถามถึงอนาคตของฟุตบอลไทย

 

ว่ามันจะไปต่อได้จริงไหม? และที่ว่าไปนั้นจะไปทางไหน? หรือจริงๆ แล้วเรามีสิ่งที่ควรหาคำตอบเรื่องอื่นกันแน่

 

ความจริงเรื่องของการแยกลีกไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการฟุตบอลไทย เพราะเคยมีการหยิบประเด็นนี้ขึ้นมา ‘จุดพลุ’ กันไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วในช่วงที่มีการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก 1 ที่มีปัญหากันเพราะตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ที่เคยได้ในระดับ ‘ลีกพันล้าน’ หดลงมาเหลือแค่ปีละ 50 ล้านบาท

 

แต่เรื่องได้เงียบหายไปในเวลาต่อมา

 

ก่อนที่เรื่องจะวนกลับมาใหม่ในจังหวะใกล้เคียงกับของเดิมคือเป็นช่วงที่ทุกสโมสรยังคงรอคอยเรื่องการประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกรอบใหม่ ซึ่งความจริงควรจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนแล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ

 

นี่จึงเป็นจังหวะที่มีการจุดพลุเรื่องของการแยกไทยลีกออกมาอีกครั้ง เพื่อขอบริหารจัดการสิทธิประโยชน์กันเองระหว่าง 16 สโมสรในลีกสูงสุด ซึ่งจะเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากันทั้งหมด

 

ส่วนสโมสรในระดับลีกรองอย่างไทยลีก 2 และไทยลีก 3 ข้อเสนอแนะใหม่จากเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ที่มีต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์คือการปรับให้กลับไปเป็นรูปแบบ ‘เซมิ-โปรลีก’ หรือลีกฟุตบอลกึ่งอาชีพ

 

เพื่อให้สโมสรในระดับไทยลีก 2 และ 3 ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ประหนึ่งการต่อท่อออกซิเจนให้ โดยที่ไทยลีก 1 จะแบ่งรายได้ ‘บางส่วน’ ให้ด้วย

 

หากทำแบบนี้ฟุตบอลไทยจะไปต่อได้

 

คำถามที่น่าคิดคือทำแบบนี้แล้วฟุตบอลไทยจะไปต่อได้จริงไหม?

 

แยกไทยลีก ทางออกจริงหรือแค่แก้ปัญหาระยะสั้น?

 

เริ่มที่ ‘ข้อดี’ ของการแยกตัวก่อน

 

โดยแนวคิดและแนวทางแล้วคือการแยกไทยลีกออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่เพื่อบริหารจัดการและดูแลสิทธิประโยชน์กันเอง ไม่ยึดติดอยู่กับสมาคมฟุตบอลอีกต่อไป

 

ในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นด้วย เพราะลีกฟุตบอลอาชีพที่มีมาตรฐานจะมีบริษัทเฉพาะที่ตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการการแข่งขันและบริหารธุรกิจขึ้นโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น พรีเมียร์ลีกที่แยกตัวจากเอฟเอ, ในเยอรมนีมีบุนเดสลีกาที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับเดเอฟเบ, สเปนมีลาลีกาที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับสหพันธ์ฟุตบอลสเปน หรือเลกากัลโชที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี

 

การแยกตัวออกมาแบบนี้ทำให้การบริหารธุรกิจเป็นเรื่องง่าย เพราะดูแลแค่สโมสรฟุตบอลที่อยู่ในลีก ไม่ต้องดูแลทั้งองคาพยพซึ่งรวมถึงทีมชาติชาย/หญิง ทีมชาติเยาวชน ไปจนถึงงานด้านการพัฒนากีฬาฟุตบอลซึ่งเป็นพันธกิจใหญ่ของสมาคมฟุตบอลที่เป็นชาติสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA อีกทอดหนึ่ง

 

เปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนสมาคมฟุตบอลเป็นภาครัฐ ลีกฟุตบอลเป็นเอกชน หน้าที่แตกต่างกันแต่ทำงานร่วมกัน

 

อันนี้เห็นด้วย ไม่ติด

เรื่องของการที่ฟุตบอลไทยลีก 1 จะ ‘รับเต็ม’ ในเรื่องของค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ อันนี้ก็ไม่ติดเช่นกัน เพราะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ ฟุตบอลอังกฤษที่ก่อตั้งมายาวนานนับร้อยปีก็มีปัญหาเรื่องของความรู้สึกไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการจัดสรรเงินส่วนแบ่งของแต่ละสโมสร (จนนำไปสู่การ ‘แยกพรีเมียร์ลีก’ – อ่านเรื่องการแยกตัวของพรีเมียร์ลีกได้ที่: ไทยลีกเตรียมแยกตัว? ย้อนรอยการแยกตัวพรีเมียร์ลีก จุดเปลี่ยนวงการฟุตบอลอังกฤษ )

 

ทีมเก่งไม่เท่ากัน ทีมดึงดูด Eyeball ไม่เท่ากัน จะรับค่าตัวเท่ากันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกเสมอไป

 

ในพรีเมียร์ลีกปัจจุบันยังมีการแบ่งเงินรายได้เป็น 2 ระบบ คือ ระบบส่วนแบ่งหลักที่ทุกสโมสรจะได้รับเท่าเทียมกัน และระบบที่เรียกว่า Merit systems ที่จะดูจากผลงานในตารางคะแนน ไปจนถึงการถูกเลือกให้เป็นแมตช์ถ่ายทอดสด ทีมไหนทำผลงานดี ได้ออกทีวีบ่อยก็ได้ส่วนแบ่งมากกว่า

 

มองแบบนี้ถือว่า ‘สารตั้งต้น’ มีความคล้ายคลึงกัน คือเป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ส่วนแบ่ง 

 

ส่วนเหตุผลที่มีการพยายามบอกว่า “ถ้าได้เงินส่วนแบ่งมากขึ้น ทีมจะได้งบกลับมาพัฒนามากขึ้น ลีกฟุตบอลจะแข็งขึ้น น่าดูขึ้น” อันนี้ยังไม่ซื้อเท่าไร เพราะในความเป็นจริงต่างรู้กันดีว่าที่พยายามผลักดันทางนี้เพราะปัจจุบันรายได้ที่มีมันไม่มีทางพอสำหรับการทำทีมฟุตบอลได้อยู่แล้ว

 

รายได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ปีละ 10 ล้านบาท แต่ทีมมีรายจ่ายในการทำทีมฟุตบอลปีละหลัก ‘ร้อยล้าน’ จะหารายได้จากไหนถึงจะเพียงพอ?

 

มีเพียงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมเดียวที่ในเชิง Business แล้วไปรอด (แต่ก็ไม่ได้อยู่รอดด้วย Pure football business) ขณะที่ผลเสียที่เกิดขึ้นคือศักยภาพของการแข่งขันภายในลีกต่ำลงจากในอดีตมาก สโมสรที่เคยเป็นคู่แข่ง อาทิ ชลบุรี เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด ต่างล้มหายตายจากไปเพราะไม่มีเงินมากพอ จะทำทีมให้แข่งขันในระดับสูงสุดได้

 

แยกไทยลีก ทางออกจริงหรือแค่แก้ปัญหาระยะสั้น?

 

ส่วนข้อเสียของการแยกตัวที่หลายคนกังวลคือการผลักไสไทยลีก 2 และ 3 ออกไป ถูกมองว่าไม่ต่างอะไรจากการ ‘ไล่ให้ไปตาย’

 

เพราะไม่ใช่ทุกสโมสรในไทยลีก 2 และ 3 ที่จะมีฐานแฟนฟุตบอลใหญ่พอที่จะพยุงสโมสรได้ด้วยรายได้จากการจำหน่ายค่าตั๋วเข้าชมเกมในสนาม หรือสินค้าที่ระลึก ท่อหายใจเดียวที่รักษาชีพจรของพวกเขาได้คือรายได้ส่วนแบ่งจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด

 

แต่ใครจะซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดของลีกที่ไม่มีมูลค่า ไม่มีสายตาผู้ชมจับจ้องมากพอสำหรับการลงทุน

 

การ ‘แนะ’ ให้กลับไปเป็นลีกฟุตบอลกึ่งอาชีพเพื่อให้รัฐช่วยพยุงจากกองทุนการกีฬาแห่งชาติยิ่งแล้วหนัก เพราะไม่ต่างอะไรจากการเดินถอยหลังกลับไปอีก 20 ปี

 

กว่าจะได้เป็นลีกฟุตบอลอาชีพต้องพยายามมากแค่ไหน กว่าจะอยู่รอดกันมาได้จนถึงทุกวันนี้เลือดตาแทบกระเด็นกันขนาดไหน 

 

อดทนแค่ไหน อดมื้อกินมื้อกันมานานแค่ไหน แล้วจะกลับไปจุดเดิมเพื่อเริ่มต้นกันใหม่แบบไม่มีความหวัง?

 

ความตายของไทยลีก 2 และ 3 ถูกมองว่าจะเป็นความตายของฟุตบอลไทยทั้งระบบ เพราะสุดท้ายแล้วจะเป็นการแข่งขันที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีความหมาย

 

เพียงแต่สิ่งที่มีความกังวลกันคือไม่มีฟุตบอลของประเทศไหนที่ยอดจะอยู่รอดได้หากฐานพัง

 

เพราะความจริงสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ยอด แต่อยู่ถึงระดับ ‘รากหญ้า’ (Grassroots) หรือฟุตบอลตามชุมชนท้องถิ่นเลยด้วยซ้ำ

 

คำถามคือในชุมชนมีสนามฟุตบอลสำหรับเด็กๆ กี่สนามที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดี? เส้นทางหรือแนวทางสำหรับการพัฒนาเยาวชนชัดเจน ดีพอ และพอดีกับบ้านเราไหม?

 

อย่างไรก็ดี ในเรื่องนี้นำมาซึ่งคำถามอีกมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว และคิดว่าบางทีมันอาจเป็นจังหวะเวลาเหมาะสมที่เราจะทบทวนกัน

 

คราวนี้ไม่ใช่เรื่องของการแยกลีกไม่แยกลีกแล้ว แต่เป็นเรื่องความเป็นลีกฟุตบอลอาชีพของไทย ตกลงแล้วเราเป็นฟุตบอลอาชีพจริงอย่างที่เรียกตัวเองหรือไม่?

 

แยกไทยลีก ทางออกจริงหรือแค่แก้ปัญหาระยะสั้น?

 

ฟุตบอลอาชีพที่สโมสรอยู่รอดได้ด้วยสองขาของตัวเอง ผ่านการหารายได้จากช่องทางต่างๆ การมีทุนเข้ามาสนับสนุน จนถึงสายสัมพันธ์กับชุมชน (Community) มีฐานแฟนฟุตบอลที่พร้อมให้การสนับสนุนจริงๆ หรือไม่

 

เพราะบ้านเราไม่ใช่จะไม่มีแฟนฟุตบอลเลย

 

ในขณะที่ฟุตบอลอาชีพซบเซา หลายปีที่ผ่านมา ‘ฟุตบอลเดินสาย’ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในบ้านเรา ด้วยรูปแบบที่พัฒนาขึ้นจากอดีต ลดปัญหาความรุนแรงและการพนันขันต่อที่เป็นรอยด่างพร้อย เงินรางวัลจากผู้สนับสนุนมากพอที่จะดึงดูดให้แม้แต่นักฟุตบอลอาชีพก็ร่วมทีมลงแข่งขันด้วย (ต่อให้เสี่ยงต่อการทำผิดกฎและวินัยของนักฟุตบอลอาชีพ) เพราะใช้เวลาแข่งน้อยและที่สำคัญได้เงินจริง อิ่มท้องจริงไม่อิ่มทิพย์

 

มันน่าคิดว่าทำอย่างไรฟุตบอลอาชีพในไทยจะได้รับความสนใจในแบบนี้บ้าง? ซึ่งบางทีหลักการตลาดทั่วไปที่ได้ผลในต่างประเทศอาจจะไม่ตอบโจทย์กับฟุตบอลในบริบทแบบไทยๆ ก็เป็นได้

 

หรือบางทีเราควรจะคิดใหม่ทำใหม่ กดปุ่ม ‘รีเซ็ต’ เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ทุกอย่าง

 

สร้างทีมฟุตบอลที่พร้อมและมีศักยภาพจริง โดยที่มีภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุน

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในปี 1993 ฟุตบอลเจลีก เริ่มต้นโดยมีจำนวนทีม 10 ทีมด้วยกัน ซึ่งแต่ละทีมจะกระจายไปตามแต่ละจังหวัดทั่วญี่ปุ่น​ โดยที่แต่ละทีมจะมีผู้สนับสนุนเป็นบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะให้งบประมาณสนับสนุนซึ่งถือเป็นงานด้าน CSR 

 

โดยที่เจลีก (ซึ่งก็แยกตัวจากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นหรือ JFA) วางแผนอย่างละเอียดในการสร้างลีก มีการกำหนดกลยุทธ์ (หานักเตะดาวดังระดับโลกในวัยใกล้เกษียณมาโชว์ตัว) แผนการตลาด ไปจนกระทั่งแม้แต่เรื่องของแบรนดิ้งอย่างการออกแบบโลโก้ มัสคอต และ CI ของแต่ละทีมโดยมีสตอรีสอดคล้องกับท้องถิ่น โดยมีการวางแผนงานกันล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้ฟุตบอลมันน่าดู

 

การเริ่มด้วยจำนวนทีมให้น้อยที่สุด ทำให้บริหารจัดการกันได้ง่าย ทีมไหนไปไม่รอดก็มีการยุบและรวมกับทีมอื่นได้ด้วย

 

แยกไทยลีก ทางออกจริงหรือแค่แก้ปัญหาระยะสั้น?

 

เช่นกันกับในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (MLS) ของสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มในปี 1996 เพื่อต่อยอดกระแส ‘ซอกเกอร์’ จากฟุตบอลโลก 1994 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ก็เริ่มต้นจากจำนวนทีมแค่ 10 ทีม (สายตะวันออก 5 สายตะวันตก 5) 

 

แต่ละทีม – หรือที่คนอเมริกันเรียกว่าแฟรนไชส์ (Francise) – ต้องผ่านการคัดเลือกจาก MLS ว่าทีมมีศักยภาพและมีโอกาสที่จะไปรอดหรือไม่ ซึ่งเป็นปกติของทีมกีฬาในสหรัฐอเมริกาที่จะมีการพิจารณาอย่างเข้มข้น

 

การพิจารณานั้นมองลึกถึงเจ้าของสโมสรหรือนักลงทุนว่ามีความพร้อมแค่ไหนสำหรับการลงทุน

 

มีเงินจริงไหม มีแผนระยะยาวไหม และไว้ใจได้ใช่ไหม ซึ่งในพรีเมียร์ลีกก็มีการตรวจสอบที่เรียกว่า ‘Fit and Proper Test’ เพื่อป้องกันเจ้าของสโมสรที่หวังเข้ามากอบโกยหรือมีความไม่ชอบมาพากล

 

ในไทยไม่มีการตรวจสอบแบบนี้ ใครมีเงินก็เข้ามา ซึ่งการทำทีมฟุตบอลมีความเชื่อกันว่าเป็นการ ‘เผาเงินทิ้ง’ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาลงทุนจริงจัง นอกจากนักการเมืองที่หวังใช้ความนิยมหรือสร้างชื่อเสียงจากการทำทีมฟุตบอลเอาเงินมาลงทุน

 

และสโมสรก็ต้องบริหารให้อยู่ในต้นทุนที่มี ซึ่งหมายถึงการจ้างนักฟุตบอลเองก็ไม่ควรจะ ‘เฟ้อ’ เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลีกฟุตบอลถึงทางตันจนแทบเอาตัวไม่รอดในทุกวันนี้ 

 

ทำอย่างไรสโมสรในฟุตบอลไทยถึงจะเป็นธุรกิจที่อยู่รอดได้จริง ลีกฟุตบอลมีมูลค่า โดยไม่ต้องหวังพึ่ง ‘ใคร’ และนักฟุตบอลก็อยู่รอดได้ มีกินมีใช้ อาจจะไม่อู้ฟู่แต่อย่างน้อยก็ขอให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีและสบาย

 

เรื่องนี้ฟุตบอลไทยเรากด ‘ข้าม’ ไม่เคยตอบคำถามและไม่เคยคิดหาคำตอบอย่างจริงจัง

 

แน่ล่ะว่ามันต้องใช้เวลา (อาจจะหลายปี) พลัง และความอดทนอย่างมาก ซึ่งวันนี้ความอดทนของทีมฟุตบอลไทยเราต่ำมากและไม่ใช่จะไม่เข้าใจ เพราะความเป็นกับความตายอยู่ใกล้กันมากเหลือเกิน ไม่ใช่คนในวงการจะไม่รู้ แต่วันนี้อาจจะคิดว่า ‘ต้องรอด’ ก่อน

 

แต่ถ้าหาคำตอบนี้ได้เมื่อไร วันนั้นฟุตบอลไทยจึงจะมองเห็นอนาคตและไปต่อกันได้จริงๆ

The post แยกไทยลีกอาจเป็นการตอบที่ไม่ตรงคำถาม รอดแค่วันนี้…แล้ววันหน้ายังไหวหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลำพูน วอริเออร์ เปิดตัว ‘The Air Pollution Jersey’ เสื้อบอลแจ้งค่าฝุ่น PM2.5 https://thestandard.co/lamphun-warriors-the-air-pollution-jersey/ Wed, 26 Mar 2025 10:45:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1056895 เสื้อบอลแจ้งค่าฝุ่น PM2.5 ของ ลำพูน วอริเออร์

ลำพูน วอริเออร์ สโมสรฟุตบอลไทยลีก ร่วมกับสภาลมหายใจภาคเ […]

The post ลำพูน วอริเออร์ เปิดตัว ‘The Air Pollution Jersey’ เสื้อบอลแจ้งค่าฝุ่น PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสื้อบอลแจ้งค่าฝุ่น PM2.5 ของ ลำพูน วอริเออร์

ลำพูน วอริเออร์ สโมสรฟุตบอลไทยลีก ร่วมกับสภาลมหายใจภาคเหนือ เปิดตัวเสื้อแข่งคอลเลกชันพิเศษ ‘The Air Pollution Jersey’ หรือ ‘เสื้อบอลแจ้งค่าฝุ่น’ ซึ่งเป็นแคมเปญที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในภาคเหนือ โดยเฉพาะนักฟุตบอลที่ต้องใช้ชีวิตและแข่งขันกลางแจ้งตลอดทั้งฤดูกาล

 

โดยจุดเด่นของแคมเปญนี้คือการใช้สีเสื้อเพื่อแจ้งระดับค่าฝุ่นในแต่ละวัน ซึ่งเปลี่ยนจากสีขาวของเสื้อเหย้า มาเป็น 6 สีตามมาตรฐานดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index: AQI) เพื่อให้แฟนบอลและผู้ชมในสนามรับรู้ถึงระดับฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในวันแข่งขัน

 

6 สีของเสื้อ The Air Pollution Jersey และความหมาย มีดังนี้

 

🟢 สีเขียว: อากาศดี ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

🟡 สีเหลือง: อากาศปานกลาง อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ กลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

🟠 สีส้ม: อากาศเริ่มแย่ มีผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง ควรลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

🔴 สีแดง: อากาศแย่ มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและปอด ควรจำกัดเวลาอยู่กลางแจ้ง

🟣 สีม่วง: อากาศวิกฤติ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากอนามัย

🟤 สีน้ำตาลแดง: อากาศเป็นพิษ เสี่ยงต่ออาการระคายเคืองรุนแรง ควรอยู่ภายในอาคารและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด

 

สำหรับเสื้อแข่งนี้จะถูกสวมใส่ก่อนเริ่มเกมในแต่ละนัด เพื่อให้ผู้ชมทั้งในสนามและทางบ้านรับรู้ถึงสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศอย่างหนักในช่วงต้นปี โดยเฉพาะจากปัญหาการเผาป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และไอเสียจากยานพาหนะ

 

แคมเปญนี้เกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า “นักฟุตบอล” เป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ต้องใช้ชีวิตกลางแจ้งมากกว่าคนทั่วไป แม้ในช่วงที่ฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นจนเป็นอันตราย นักเตะยังคงต้องซ้อมและแข่งขันตามตาราง โดยไม่มีการเลื่อนการแข่งขันเหมือนการ Work From Home ในอาชีพอื่นๆ ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับมลพิษในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว รวมถึงประสิทธิภาพการเล่นในสนาม

 

โดยทาง ลำพูน วอริเออร์ ตั้งใจใช้แคมเปญนี้เพื่อส่งเสียงให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 มากขึ้น ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

  • ระยะสั้น: เรียกร้องให้มีการพิจารณาตารางแข่งขันในช่วงที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อปกป้องสุขภาพของนักเตะและแฟนบอล
  • ระยะยาว: ผลักดันให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ฤดูกาลแข่งขันในอนาคตต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง

 

ทั้งนี้ เสื้อ The Air Pollution Jersey เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเกมที่ ลำพูน วอริเออร์ พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยถือเป็นก้าวแรกของการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างความตระหนักรู้ และเป็นกระบอกเสียงให้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือ

 

The post ลำพูน วอริเออร์ เปิดตัว ‘The Air Pollution Jersey’ เสื้อบอลแจ้งค่าฝุ่น PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้งคอนเฟิร์ม TrueVisions ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก 2024/25 https://thestandard.co/truevisions-thai-league-2024-25/ Thu, 25 Jul 2024 02:49:53 +0000 https://thestandard.co/?p=962538 ลิขสิทธิ์ ไทยลีก 2024-25

วานนี้ (24 กรกฎาคม) มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกี […]

The post มาดามแป้งคอนเฟิร์ม TrueVisions ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก 2024/25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิขสิทธิ์ ไทยลีก 2024-25

วานนี้ (24 กรกฎาคม) มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยข่าวดีหลังงาน FA Thailand Awards ระบุว่า “ปีที่แล้วตลอดทั้งปี สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ไม่สามารถขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้ ทำให้ตั้งแต่แป้งเข้ามารับตำแหน่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก็พยายามทำงานเรื่องนี้เต็มที่ จนเราบรรลุสัญญากับทาง TrueVisions ที่จะเป็นผู้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดของไทยลีก 1 และไทยลีก 2 รวมถึงฟุตบอลถ้วย 2 รายการ (ช้างเอฟเอคัพและรีโว่คัพ)

 

“ท่ามกลางข่าวลือที่สะพัดมากมายว่าปีนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสด ต้องขอบคุณ TrueVisions และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องขอบคุณ เนวิน ชิดชอบ ที่ปรึกษาของ แป้ง ที่เป็นผู้พูดคุยกับ TrueVisions ร่วมกับแป้ง จนเราได้ข้อสรุปร่วมกัน ดีใจที่วันนี้ฟุตบอลไทยลีกจะกลับมาถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีอีกครั้ง อยากฝากแฟนบอลสนับสนุน TrueVisions และรับชมผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อเป็นกำลังใจให้ TrueVisions และสมาคมด้วย

 

“ส่วนไทยลีก 2 ทาง TrueVisions แจ้งว่าตอนแรกจะถ่ายทอดสดขั้นต่ำ 30 นัด แต่ก็จะพยายามเจรจาให้ได้มากกว่านั้นเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ที่การันตีแล้วคือทีมไทยลีก 1 จะได้รับเงินเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านบาทเป็น 10 ล้านบาท และทีมไทยลีก 2 จาก 1.5 ล้านบาทเป็น 3 ล้านบาท โดยไทยลีก 1 และ 2 จะจ่ายงวดแรก 25% วันที่ 5 สิงหาคมนี้ อย่างน้อยก็พิสูจน์ว่า ในขณะที่แป้งเข้ารับตำแหน่งได้ 5 เดือน การทำงานของสภากรรมการชุดนี้เรามีความโปร่งใสเรื่องเงินและไม่เคยติดค้างทีมไหนเลย”

 

ทั้งนี้ ฟุตบอลไทยลีกจะกลับมาเปิดฤดูกาล 2024/25 ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้

The post มาดามแป้งคอนเฟิร์ม TrueVisions ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก 2024/25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลวิจัยชี้ แฟนบอลไทยพร้อมหนุนไทยลีก ฝากมาดามแป้งแก้ปัญหาถ่ายทอดสด https://thestandard.co/research-thai-fans-thai-league/ Mon, 08 Apr 2024 07:46:42 +0000 https://thestandard.co/?p=920664 ผลวิจัยชี้ แฟนบอลไทย พร้อมสนับสนุน ไทยลีก

วานนี้ (7 เมษายน) ได้มีการเผยแพร่งานวิจัยหัวข้อ ‘ปัจจัย […]

The post ผลวิจัยชี้ แฟนบอลไทยพร้อมหนุนไทยลีก ฝากมาดามแป้งแก้ปัญหาถ่ายทอดสด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลวิจัยชี้ แฟนบอลไทย พร้อมสนับสนุน ไทยลีก

วานนี้ (7 เมษายน) ได้มีการเผยแพร่งานวิจัยหัวข้อ ‘ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อของแฟนฟุตบอลไทยต่อการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2566-2567 ในระบบบอกรับสมาชิก’ โดยคณะบริหารธุรกิจ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งสำรวจเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ก่อนเปิดฟุตบอลไทยลีก เลก 2 และการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนใหม่แทน พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เพิ่งหมดวาระ

 

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ของสื่อ อินฟลูเอ็นเซอร์กีฬา และกลุ่มแฟนคลับฟุตบอลไทย พบว่า ช่องทางยอดนิยมที่มีผู้สมัครรับชมการถ่ายทอดสดมากที่สุด ได้แก่ AIS PLAY ร้อยละ 59.14 รองลงมา ได้แก่ TrueID และ 3BB GIGA TV ตามลำดับ 

 

โดยผู้สมัครส่วนมากเลือกสมัครรับชมผ่านทางระบบ QR Code มากที่สุดร้อยละ 68.8 ตามด้วยผ่านระบบ SMS และการกรอกโค้ดที่ซื้อผ่านทางออนไลน์

 

ด้านปัญหาของฤดูกาล 2566-2567 ที่ประชาชนต้องสมัครสมาชิกเพื่อรับชมการถ่ายทอดสดไทยลีกเองนั้น ร้อยละ 79.5 ระบุว่า เป็นปัญหาในการขาดประสิทธิภาพที่ทำให้เกิดปัญหาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดไทยลีก  

 

นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุอีกว่า ร้อยละ 41 ไม่เคยเห็นมาตรการการปราบปรามลิงก์เถื่อนจากทางสมาคมฟุตบอลฯ และผู้บริหารสิทธิประโยชน์

 

ขณะที่ความคาดหวังต่อสมาคมฟุตบอลฯ ยุคใหม่ของ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ร้อยละ 67.3 เชื่อว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ จะทำให้ฟุตบอลไทยมีโอกาสพัฒนามากขึ้น ร้อยละ 88.7 ระบุว่า ปัญหาเรื่องคุณภาพกรรมการ หากมีการปรับปรุงจะสร้างมาตรฐานให้กับฟุตบอลไทยลีกมากขึ้น ร้อยละ 85.9 มองว่า ราคาแพ็กเกจรับชมการถ่ายทอดสดเดือนละ 59 บาท และฤดูกาลละ 500 บาท เหมาะสม โดยร้อยละ 72.2 ระบุว่า หากฤดูกาล 2567-2568 ต้องเสียเงินสมัคร ก็จะสมัครเพื่อรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกอีกเช่นเดิม

The post ผลวิจัยชี้ แฟนบอลไทยพร้อมหนุนไทยลีก ฝากมาดามแป้งแก้ปัญหาถ่ายทอดสด appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก https://thestandard.co/madam-pang-named-thai-league-ceo/ Mon, 01 Apr 2024 13:30:44 +0000 https://thestandard.co/?p=918114 มาดามแป้ง นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นั่งตำแหน่งนั่งประธานเจ้าหน้าที […]

The post มาดามแป้ง นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามแป้ง นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นั่งตำแหน่งนั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด หลังมีการผ่านมติในการประชุมสภากรรมการ

 

ช่วงบ่ายวันนี้ (1 เมษายน) ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร HOUSE OF THAI FOOTBALL สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการประชุมสภากรรมการ ครั้งที่ 3/2567 ซึ่งมี มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ เป็นประธาน 

 

โดยการประชุมมีวาระสำคัญหลายประการ ทั้งความคืบหน้าการจัดประชุม FIFA Congress ครั้งที่ 74, ประเด็นเรื่องคณะกรรมการผู้ตัดสิน, แนวทางการบริหารจัดการ บริษัท ไทยลีก จำกัด, รวมถึงวาระที่ต้องขอมติจากสภากรรมการ เช่น การรับรายงานด้านทรัพย์สิน หนี้สิน และพันธสัญญาของสมาคมฯ 

 

สำหรับวาระที่ถูกจับตามอง คือการบริหารจัดการ บริษัท ไทยลีก จำกัด หลังมีกรรมการเดิมเหลือเพียง 1 ท่าน ส่งผลให้การดำเนินงานด้านต่างๆ ของบริษัทเป็นไปด้วยความยากลำบาก ที่ประชุมจึงมีมติให้ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ เป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อให้การบริหารกิจการของบริษัทเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัท ไทยลีก ต่อไป

 

ขณะที่อีกเรื่องที่ถูกจับตามอง คือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ที่แม้จะมีการจับสลากเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้ว ก็ยังมีปัญหาในเกมสัปดาห์ล่าสุดอยู่ดี ซึ่งมาดามแป้งก็เปิดเผยว่าได้มีการพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหาในที่ประชุมด้วย

 

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า “สำหรับด้านผู้ตัดสินนั้น ก็ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุมด้วย เพื่อหาทางแก้ไขระยะสั้นและระยะยาว โดยการจับสลากแบบมีเงื่อนไขเพิ่มเติม แผนการสร้างผู้ตัดสินเพิ่มขึ้น ทั้งผู้ตัดสินในสนาม และผู้ตัดสินที่สามารถทำหน้าที่ VAR ได้ รวมถึงการเร่งจัดอบรมผู้ตัดสินให้มีความถี่มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีตัวเลือกผู้ตัดสินที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการตัดสินที่ผิดพลาด เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนทำทีมโดยเฉพาะแฟนบอล ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก”

The post มาดามแป้ง นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับสลากผู้ตัดสิน! มาดามแป้งใช้แผนสุ่มกรรมการ กำจัดปัญหาเอื้อประโยชน์ https://thestandard.co/madampang-random-selection-refs/ Tue, 20 Feb 2024 09:19:59 +0000 https://thestandard.co/?p=902179

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาค […]

The post จับสลากผู้ตัดสิน! มาดามแป้งใช้แผนสุ่มกรรมการ กำจัดปัญหาเอื้อประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า พร้อมลองทุกวิธีเพื่อความโปร่งใสในการจัดทีมผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ในแต่ละสนามตามแนวทางที่ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ว่าที่ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน โดยขอแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วยการจับสลากแบบเปิดเผยและโปร่งใส เพื่อให้สโมสรและแฟนบอลได้รับทราบพร้อมกัน 

 

โดยระบบการคัดเลือกและวางตัวกรรมการผู้ตัดสินให้ไปทำหน้าที่ในการแข่งขันนัดต่างๆ ที่ผ่านมานั้น ใช้ระบบการคัดเลือกและจัดสรรกันด้วยเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน โดยมีเงื่อนไขบางประการ เช่น กรรมการที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่แข่งขันจะไม่สามารถไปตัดสินในคู่นั้นได้ หรือกรรมการที่ถูกสโมสรไหนร้องเรียนก็จะไม่ถูกจัดไปทำหน้าที่ในคู่ที่สโมสรนั้นแข่งขัน ซึ่งแม้จะมีเหตุผล แต่ก็ทำให้มีการใช้ดุลพินิจของผู้จัดมาก และมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการสมยอม หรือมี ‘ใบสั่ง’ ในการวางตัวกรรมการผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ในนัดต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ทีมต่างๆ

 

ดังนั้นการจัดกรรมการผู้ตัดสินแบบ ‘สุ่ม’ (Random) จึงน่าจะเป็นวิธีการที่โปร่งใส และอธิบายได้มากกว่าการใช้ดุลพินิจของผู้จัดที่อาจเลือกที่รักมักที่ชัง โดยจะประเดิมจับสลากไทยลีก 1 ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางแฟนเพจไทยลีก

 

นอกจากนี้ประเด็นสำคัญที่ประธานคณะผู้ตัดสินและนายกสมาคมฯ เห็นตรงกันที่ต้องทำควบคู่คือ การพัฒนาศักยภาพของผู้ตัดสินไทยให้ดีขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสโมสรและสาธารณชน รวมถึงการเพิ่มปริมาณผู้ตัดสินในระดับต่างๆ เพื่อเป็นตัวเลือกในการทำหน้าที่ คือสิ่งที่ต้องเร่งทำไปพร้อมกัน ซึ่งคงต้องมองในโครงสร้าง ทั้งการฝึกอบรม ค่าตอบแทน และสวัสดิการต่างๆ โดยต้องอาศัยการทำงานในระยะยาวแบบต่อเนื่อง รวมถึงยังจะมีการแก้ไขบทลงโทษผู้ตัดสินที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย

The post จับสลากผู้ตัดสิน! มาดามแป้งใช้แผนสุ่มกรรมการ กำจัดปัญหาเอื้อประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ใครไม่อาย (แฟนบอล)อาย” 2023 ปีแห่งวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ของฟุตบอลไทย https://thestandard.co/thailand-football-2023-trust-crisis/ Thu, 14 Dec 2023 12:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=876650 ฟุตบอลไทย

“ใครไม่อาย ผมอาย”   นี่อาจเป็นประโยคคลาสสิกติดตัวข […]

The post “ใครไม่อาย (แฟนบอล)อาย” 2023 ปีแห่งวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ของฟุตบอลไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลไทย

“ใครไม่อาย ผมอาย”

 

นี่อาจเป็นประโยคคลาสสิกติดตัวของ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่เคยได้ลั่นวาจาวิจารณ์ผลงานของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยยุค โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เมื่อปี 2017 

 

วันเวลาผ่านไปร่วม 6 ปี ประโยคดังกล่าวหวนคืนกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่คนพูดไม่ใช่ ‘สมยศ’ แต่เป็นแฟนบอลชาวไทยหลายชีวิตที่โยนวลี “ใครไม่อาย ผมอาย” กลับคืนไปหานายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

 

ภายใต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความย่ำแย่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผลงานในสนาม หากแต่สะท้อนถึงการบริหารที่หนักไปทางล้มเหลวโดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังของ 2023

 

THE STANDARD ถือโอกาสช่วงสิ้นปีเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลทีมชาติไทยตลอดปี 2023 มาให้แฟนลูกหนังได้อ่านกันแบบเต็มอิ่ม รวมถึงวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอันใกล้ หรือในปี 2024 ที่กำลังมีศึกชิงประมุขลูกหนังคนใหม่นั่นเอง

 

ฟุตบอลไทย

 

เปิดศักราช 2023 พร้อมแชมป์อาเซียนสมัยที่ 7 

 

ทัพช้างศึกชุดใหญ่ประเดิมต้นปีด้วยการลงแข่งรายการฟุตบอลเอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คัพ 2022 หรืออาเซียนคัพ (เดิมทีแข่งลากยาวมาตั้งแต่ปลายปี 2022)

 

ซึ่งผลปรากฏว่า ทีมชาติไทยในการคุมทีมของ มาโน โพลกิง พาทีมทะลุสู่รอบชิงชนะเลิศ พบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเวียดนาม โดยเกมแรกแข่งกันที่มีดินห์สเตเดียม ทีมไทยกับเวียดนามของพัคฮังซอที่ประกาศคุมทัพดาวทองเป็นรายการสุดท้ายก่อนลาทีม เสมอกันก่อนนัดแรก 2-2 

 

จากนั้นนัดที่สองกลับมาเตะที่สนามธรรมศาสตร์สเตเดียม ทีมชาติไทยได้ ธีราทร บุญมาทัน ซัลโวระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม พาให้ทีมไทยชนะเวียดนาม ด้วยสกอร์รวม 3-2 พร้อมชูถ้วยฉลองแชมป์อาเซียนสมัยที่ 7 ต่อหน้าแฟนบอลร่วม 19,306 ชีวิตอย่างยิ่งใหญ่

 

ฟุตบอลไทย

 

ซีเกมส์ 2023 กับแมตช์นัดชิงฯ สุดอัปยศ

 

ถัดมาเป็นการแข่งขันฟุตบอลในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการใช้นักเตะทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (U23) โดยมี โค้ชหระ-อิสสระ ศรีทะโร เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน

 

ระหว่างทัวร์นาเมนต์ ในรอบแบ่งกลุ่มทีมชาติไทยที่ดูเหมือนจะยังประสบปัญหาเรื่องความพร้อม ความฟิตของนักเตะอยู่บ้าง แต่ยังสามารถเอาตัวรอดด้วยการจบอันดับที่ 1 ของกลุ่ม (กลุ่ม B) ผ่านเข้ารอบรองฯ (4 ทีมสุดท้าย) ได้สำเร็จ

 

รอบ 4 ทีมสุดท้ายทีมไทยผ่านเมียนมาได้แบบสบายมือกับสกอร์ 3-0 พร้อมเดินหน้าเข้าชิงฯ เหรียญทองกับอินโดนีเซีย ที่หักด่านเวียดนามมา 3-2

 

รอบชิงชนะเลิศเกมดำเนินไปตามปกติ และเสมอกันในเวลา 90 นาทีที่ 2-2 ต้องไปต่อเวลาพิเศษตัดสิน 

 

ทว่าในช่วง 30 นาทีนี้เองที่บทดราม่าได้เริ่มขึ้น เมื่อเกมช่วงต่อเวลาพิเศษเริ่มมาได้ไม่ถึงนาที ฝั่งอินโดนีเซียมายิงแซงนำ 3-2 ซึ่งสถานการณ์ในสนามอาจดูปกติ แต่ไม่ใช่กับข้างสนาม เมื่อสตาฟฟ์โค้ชของไทยและอินโดนีเซียเกิดทะเลาะกัน และในช็อตเดียวกัน โสภณวิชญ์ รักญาติ ผู้รักษาประตูของไทยที่ไปเล่นนอกเกมใส่ผู้เล่นอินโดนีเซีย ทำให้ทีมไทยเหลือ 10 คน (เช่นเดียวกับนักเตะอินโดนีเซียที่โดนใบแดง 1 คน)

 

หลังจากนั้นเกมในสนามเต็มไปด้วยความวุ่นวายและอารมณ์ที่เดือดดาล โดยทีมไทยมาเหลือผู้เล่น 9 คน โจนาธาน เข็มดี ไปทำฟาล์วใส่ผู้เล่นอินโดนีเซียโดนใบเหลือง 2 ใบ เป็นใบแดงออกจากสนามไปอีกคน และอินโดนีเซียก็มายิงนำห่างเป็น 4-2

 

เคราะห์ร้ายยังไม่หมด ทีมไทยมาเสีย ธีรศักดิ์ เผยพิมาย จากการโดนใบเหลืองที่ 2 อีกคน ทำให้ช่วงท้ายทีมไทยเหลือผู้เล่น 8 คน บวกกับมีผู้เล่นเจ็บอีกคนซึ่งหมดโควตาเปลี่ยนตัวแล้ว ทำให้ในสนามตอนไหนเหลือผู้เล่นไทยเพียง 7 คน 

 

ก่อนโดนยิงตอกฝาโลงในนาทีที่ 119 จาก เบ็คแฮม ปุตรา และทำให้จบเกมทีมไทยพ่ายให้กับอินโดนีเซียแบบย่อยยับ 2-5 คว้าเหรียญเงินมาเป็นรางวัลปลอบใจ

 

หลังจากจบรายการนี้ เหตุการณ์ดราม่าท้ายเกมที่เกิดขึ้นถูกหยิบไปพูดถึงในกระแสลบบนโลกออนไลน์จำนวนมาก ก่อนที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะจัดการลงโทษพักงาน 3 สตาฟฟ์โค้ชเป็นเวลา 1 ปี ด้านโสภณวิชญ์และธีรภักดิ์ถูกแบน 6 เดือน กรณีใช้ความรุนแรงในนัดชิงฯ​ ซีเกมส์ครั้งนี้

 

ฟุตบอลไทย

 

อลหม่านมูลค่าลิขสิทธิ์ไทยลีก 1,000 ล้าน เหลือ 50 ล้านบาท!

 

ตัดเลี่ยนกับวงการบอลทีมชาติไทยด้วยประเด็นที่ทำให้แฟนบอลพากันเอามือทาบอกแบบไม่ได้นัดหมาย นั่นคือเรื่องของมูลค่าลิขสิทธิ์ไทยลีก ที่ช่วงเวลาหนึ่งเคยขึ้นไปสูงถึงปีละ 1,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมูลค่านั้น หล่นมาเหลือเพียง 50 ล้านบาทต่อ 1 ฤดูกาล จนทำให้เกิดปัญหาไร้แพลตฟอร์มใหญ่มายื่นซื้อลิขสิทธถ่ายทอดสด ทั้งที่ฟุตบอลลีกใกล้จะเปิดฤดูกาลแล้ว

 

เหตุการณ์นี้เป็นปัญหาที่ถูกซุกใต้พรม และในที่สุดมันถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนในปีนี้ เรื่องนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงกับบรรดาทีมใหญ่ในไทยลีก 1 ไปจนถึงทีมในระดับลีกรองลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นมีปัจจัยเกี่ยวข้องจากหลายองค์ประกอบ ทั้งวิกฤตโควิดช่วงที่ผ่านมา, เสน่ห์ความน่าสนใจของฟุตบอลลีกอาชีพไทยที่ลดลง และแนวทางการบริหารที่เมื่อผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเป็นแบบนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันมีปัญหาจริงๆ

 

ประเด็นนี้นำไปสู่การเสนอทางออกจากบรรดาทีมจากไทยลีก 1 นั่นคือการขอแยกตัวไทยลีก 1 ออกจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อออกมาตั้งบริษัทใหม่และดูแลสิทธิประโยชน์ด้วยตัวเอง คล้ายกับที่พรีเมียร์ลีกอังกฤษเคยทำ

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังไม่ไฟเขียวให้เกิดขึ้นในทันที หากแต่มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษารายละเอียดและพิจารณาแนวทางการแยกตัวไทยลีก 1 ออกจากสมาคมฯ

 

ขณะที่บทสรุปเรื่องการถ่ายทอดสด รีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2023/24 ที่คาราคาซังอยู่นานก็ทำให้ได้แนวทางใหม่ นั่นคือการได้ 3 แพลตฟอร์มใหญ่ของประเทศไทย รับหน้าที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย AIS PLAY, TrueVisions (TrueVisions NOW) และ 3BB GIGATV 

 

พร้อมมอบสิทธิ์ให้สโมสรไทยลีก 1 นำสัญญาณไปถ่ายทอดในช่องทางของสโมสร หรือเผยแพร่เพื่อสร้างรายได้ในการสนับสนุนสโมสร แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่สมาคมฟุตบอลไทยฯ กำหนด

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ฟุตบอลไทย

 

ระเบิดเวลาเสียงดัง ‘ตู้มมม!’ ในวันที่ไทยบุกแพ้จอร์เจียยับ 0-8

 

ระยะทางจากศึกชิงแชมป์อาเซียน > คิงส์คัพ ครั้งที่ 49 > โปรแกรมฟีฟ่าเดย์เดือนตุลาคม มีเวลาให้ มาโน โพลกิง (กุนซือในเวลานั้น) รวมถึงทีมงานและทีมบริหารที่เกี่ยวข้องได้เตรียมตัวเตรียมทีมนานถึง 10 เดือนเต็ม ภายใต้ความคาดหวังจากแฟนบอลไทยที่ตั้งตารอจะได้นักเตะชุดใหญ่ถูกเรียกมาเข้าแคมป์ทีมชาติ เพื่อเตรียมทีมลุยรายการใหญ่ที่คนทั้งชาติรอคอยอย่างฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดบอลโลก โซนเอเชีย

 

อีกทั้งโปรแกรมอุ่นแข้งทัวร์ยุโรป 2 นัด (จอร์เจียและเอสโตเนีย) ถูกคอนเฟิร์มคิวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

 

ทว่าทุกอย่างกลับพังลงไม่เป็นท่า มาโนและทีมชาติไทยไม่อาจพานักเตะกำลังหลักบินไปอุ่นเครื่องที่ยุโรปตามความคาดหวัง เหตุเพราะนักเตะบางส่วนมีอาการบาดเจ็บ และหลายคน ‘ติดภารกิจ’ รับใช้สโมสร 

 

สิ่งที่มาโนทำได้ดีที่สุดในเวลานั้นคือการเรียกเด็กๆ ชุด U23 เข้ามาเสริมทัพในช่วงเวลาที่แสนสั้น เพื่อผสมโรงกับผู้เล่นชุดใหญ่บางส่วน ที่ต้นสังกัดไทยลีกบางทีมใจดีส่งมาให้ทีมชาติได้ใช้งาน

 

สวนทางกับคู่แข่งที่มีคิวอุ่นเครื่องนัดแรกอย่างจอร์เจีย ที่เรียกผู้เล่นตัวหลักมาอย่างครบครัน ทั้ง ควิชา ควารัตสเคเลีย ดาวเตะคนดังจากนาโปลี, จอร์จ มิเคาตาดเซ กองหน้าของอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม และอีกหลายคนที่แม้จะไม่คุ้นชื่อ แต่ฝีเท้านั้นจัดจ้านตามแบบฉบับลูกหนังยุโรป

 

ผลที่ออกมาคือ ทีมไทยถูกจอร์เจียถลุงในครึ่งแรก 6-0 และมาบวกในครึ่งหลังอีก 2 ลูก ท้ายที่สุดเกม 90 นาทีจบลงที่สกอร์ ‘จอร์เจีย 8-0 ไทย’ 

 

หลังจบแมตช์นี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของแฟนบอลชาวไทยดังทะลุโลกโซเชียลออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ไม่ต่างจากเสียงระเบิดเวลาที่มันถึงจุดที่ต้องระเบิดตัวเอง

 

ภาพรวมเสียงวิจารณ์ของปัญหานี้ไม่ได้ไปตกอยู่ที่ทีมงานสตาฟฟ์หรือนักเตะที่บินไปอุ่นเครื่องครั้งนี้ หากแต่เป็นผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลไทยฯ รวมถึงบริษัทไทยลีกในฐานะผู้ออกโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลลีก และโดยเฉพาะ พล.ต.อ. ดร.สมยศ ที่ถูกแซวว่าเป็นนายกฟุตบอลปล่อยจอย ต้องรับเสียงเหล่านี้ไปเต็มๆ

 

กับคำถามที่ว่า เมื่อไรการบริหารจัดการโปรแกรมในระดับสโมสรและทีมชาติจะสอดคล้องและเดินหน้าไปพร้อมกันเสียที!?

 

และมันถึงเวลาหรือยังที่ผู้บริหารไทยลีกหรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องควรหาเวลาสะสางปัญหานี้อย่างจริงจัง ทำให้โปรแกรมสโมสรและทีมชาติอยู่ในจุดที่ลงตัวและเกื้อกูลต่อกัน เพื่อให้สโมสรสามารถปล่อยนักเตะเข้าแคมป์ทีมชาติอย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ฟุตบอลไทย

 

Good Bye Mano, Welcome Ishii 

 

ท่ามกลางแรงแค้นของแฟนบอลที่มีต่อสมาคมฯ วันเวลาล่วงเลยมาถึงรายการ ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดบอลโลกโซนเอเชีย (รอบที่ 2) และหนนี้ มาโน โพลกิง ได้ผู้เล่นกำลังหลัก (อย่างที่ควรจะได้ตั้งแต่ช่วงอุ่นเครื่องที่ยุโรป) พร้อมไฮไลต์สำคัญคือการได้กลับไปเล่นในสนามราชมังคลากีฬาสถานในรอบ 5 ปีของทัพช้างศึก

 

แต่ปรากฏว่าทีมชาติไทยลงเล่นเกมนัดนี้ได้ไม่สมความคาดหวังของแฟนๆ เท่าไรนัก แม้มีช่วงที่ได้ออกนำ 1-0 จากลูกยิงสุดสวยของ สารัช อยู่เย็น แต่หลังจากนั้นทีมชาติจีนสามารถยิงแซงได้ 2 ประตูรวด และยันจบเกมด้วยการบุกมาชนะไทย 2-1 พร้อมชิง 3 แต้มติดมือออกไป

 

ถึงตรงนี้ความเชื่อมั่นในตัวมาโนของแฟนบอลจำนวนไม่น้อยเริ่มถดถอยลงเรื่อยๆ แม้นัดที่ 2 ทีมไทยจะบุกไปพิชิตสิงคโปร์ 3-1 และเก็บ 3 แต้มสำคัญมาพร้อมขยับขึ้นที่ 2 ของกลุ่ม C 

 

แต่ฟางเส้นสุดท้ายได้มอดดับลงไปแล้ว เพราะหลังกลับถึงไทยไม่กี่ชั่วโมง มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทัพช้างศึก ออกแถลงการณ์ประกาศแยกทางกับ มาโน โพลกิง อย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ผลงานในฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ไม่เป็นไปตามเป้า’ 

 

พร้อมกันนั้น มาดามแป้งประกาศแต่งตั้ง มาซาทาดะ อิชิอิ เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนใหม่ทันที 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาของแฟนบอลที่มีต่อฟุตบอลทีมชาติไทย มาดามแป้งมองว่า ‘อิชิอิคือคนที่ใช่’ ในการกอบกู้ผลงานรวมถึงความเชื่อมั่นของแฟนบอลไทยให้กลับมาอย่างดังเดิม

 

“ด้วยเงื่อนไขเวลาที่จำกัด ก่อนถึงเอเชียนคัพรอบสุดท้ายที่กาตาร์ในเดือนมกราคม 2024 และคัดบอลโลกที่เหลืออีก 4 นัด เราต้องเลือกโค้ชที่รู้จัก คุ้นเคย และมีข้อมูลผู้เล่นทีมชาติไทยมากที่สุด รวมถึงโค้ชอิชิอิยังมีประสบการณ์และผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับเจลีก ไทยลีก รวมถึงบนเวทีฟุตบอลระดับชิงแชมป์สโมสรโลกด้วย และที่สำคัญ ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศต้นแบบในเชิงฟุตบอลของเอเชีย และอยู่ในอันดับท็อป 20 ของโลก

 

“ดังนั้นเชื่อว่าโค้ชอิชิอิคือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเราในตอนนี้ และแป้งพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่” มาดามแป้งกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม การโดดกลับมารับเผือกร้อนของอิชิอิหนนี้จะไม่ใช่งานง่ายอย่างที่เขาเคยทำครั้งเมื่ออยู่กับสมุทรปราการ ซิตี้ รวมถึงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เขาพาทัพปราสาทสายฟ้าคว้าทริปเปิลแชมป์ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

 

เพราะโปรแกรมช่วง 5 นัดแรกอย่างเป็นทางการของอิชิอินั้นจัดว่าปราบเซียนไม่น้อย ไล่ตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติญี่ปุ่นในวันที่ 1 มกราคม 2024 ก่อนจะกลับมาเล่นในศึกเอเชียนคัพ ช่วงวันที่ 12 มกราคม ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2024 โดยทีมชาติไทยจะเริ่มเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม F) กับทีมชาติคีร์กีซสถาน, โอมาน และซาอุดีอาระเบีย ในระหว่างวันที่ 16-25 มกราคม 2024 

 

ส่วนโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย (กลุ่ม C) นัดที่ 3 จะกลับมาเตะในวันที่ 21 มีนาคม 2024 โดยทีมชาติไทยจะบุกไปเยือนทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นโปรแกรมเดือดต้นปีที่น่าจะท้าทายอิชิอิอยู่ไม่น้อย

 

ฟุตบอลไทย

 

2024 ศึกชิงประมุขลูกหนังไทยคนใหม่

 

เป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นั่นคือการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ หลังจาก พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ คนปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2024 ประกาศเตรียมวางมืออย่างเป็นทางการ โดยจะไม่ลงสมัครชิงนายกสมาคมฯ​ เป็นสมัยที่ 3

 

โดยปัจจุบันมี 4 แคนดิเดตหลักๆ ที่มีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อ และเดินทางไปยื่นใบสมัครชิงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

คนแรกคือ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ได้เปิดตัวและเดินทางไปหย่อนใบสมัครด้วยตัวเอง ที่มีเอกสารรับรองการยื่นสมัครจากสโมสรสมาชิกมากถึง 65 ทีม และก่อนหน้านั้นได้เปิดตัวทีมสภากรรมการทั้ง 18 คน นำโดย ปวิณ ภิรมย์ภักดี (ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด), อรรณพ สิงห์โตทอง, ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน 

 

พร้อมได้ เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ภายใต้สโลแกน ‘Better Together: Team Thailand บอลไทยรวมใจ พัฒนาไปด้วยกัน’ 

 

คนที่ 2 คือ วรงค์ ทิวทัศน์ อดีตเลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด พร้อมทีมงานบางส่วนอย่าง ธีรณา เศรษฐสมภพ, ดร.วิศิษฐ์ กาญจโนภาศ ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อในวันยื่นใบสมัครชิงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับสโลแกน ‘Get It Right’ 3 ประเด็นใหญ่ที่ต้องแก้ โครงสร้าง-มูลค่า-ความถูกต้อง

 

คนที่ 3 คือ พอลลีน งามพริ้ง อดีตประธานเชียร์ไทยพาวเวอร์ พร้อมทีมงานบางส่วน เช่น พีรพล เอื้ออารียกูล พิธีกรรายการกีฬา และ เฉลิมวุฒิ สง่าพล กับ พิชัย คงศรี สองอดีตนักเตะทีมชาติไทย ได้ร่วมเดินทางมาพบปะกับสื่อมวลชนและยื่นใบสมัครไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมชูจุดเด่นของทีมว่า “พร้อมทำงานจริง ไม่ใช่รอเข้าประชุมเพียงอย่างเดียว”

 

คนที่ 4 คือ ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ได้ส่ง โค้ชอาร์ท-สาวิน จรัสเพชรานันท์ โค้ชทีมฟุตบอลหญิงไทย เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารสมัครชิงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในครั้งนี้

 

คนที่ 5 คือ สุรชัย นิวาสพันธุ์ อดีตนักฟุตบอลและโค้ช ที่ปัจจุบันทำอาชีพเป็นทนายความ

 

และคนที่ 6 คือ คมกฤช นภาลัย อดีตผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดัง เจ้าของนามปากกา ‘อ๋อ วังโอ่ง’ นับเป็นผู้สมัครคนสุดท้ายของการชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ หนนี้

 

โดยกำหนดการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ปีหน้า และไม่ว่าผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร แต่สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงของวงการบอลไทยมันกำลังเกิดขึ้นแล้ว 

 

แต่จะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ท้ายปี 2024 เราจะมาถอดบทเรียนกันอีกครั้ง 🫡

 

ถึงตรงนี้เชื่อว่า…แฟนบอลไทยไม่เคยรู้สึกอายกับนักเตะไทยในนามทีมชาติ เพราะนักเตะทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว

 

หากแต่เป็นความ ‘อาย’ ที่มีต่อความล้มเหลวในการบริหารจัดการของบรรดาผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จนทำให้แฟนบอลไม่มีโอกาสได้เห็นฟุตบอลทีมชาติไทย หนึ่งใน ‘กีฬามหาชน’ มีศักยภาพสูงอย่างควรจะเป็น

 

ท้ายที่สุดในฐานะคนไทยที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอล เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเริ่มต้นใหม่กับหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ทีมสตาฟฟ์โค้ชคนใหม่ รวมถึงใครก็ตามที่จะชนะการเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกสมาคมฯ คนใหม่ ช่วยเข้ามาแก้ไขจุดผิดพลาด ชุบชีวิตบอลไทย กอบกู้ศรัทธาแฟนบอล และทำให้พวกเขาไม่ต้องรู้สึกเสียดายกับความรู้สึกที่ว่า บอลไทยควรไปได้ไกลกว่านี้

 

เพราะเราไม่อยากรู้สึก ‘อาย’ อีกต่อไปแล้ว

 

อ้างอิง:

The post “ใครไม่อาย (แฟนบอล)อาย” 2023 ปีแห่งวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ของฟุตบอลไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมยศสั่งการ​ไทยลีกปรับโปรแกรมแข่งขัน ​เปิดทางทีมชาติไทยเตรียมทีม ก่อนเกมอุ่นเครื่องเตรียมลุยศึกเอเชียนคัพ 2023 https://thestandard.co/somyot-thai-league-to-reschedule-for-thailand/ Fri, 20 Oct 2023 03:58:35 +0000 https://thestandard.co/?p=856712 สมยศ สั่งการ ไทยลีก ปรับโปรแกรมการแข่งขันให้สอดคล้องกับ ทีมชาติไทย

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไ […]

The post สมยศสั่งการ​ไทยลีกปรับโปรแกรมแข่งขัน ​เปิดทางทีมชาติไทยเตรียมทีม ก่อนเกมอุ่นเครื่องเตรียมลุยศึกเอเชียนคัพ 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมยศ สั่งการ ไทยลีก ปรับโปรแกรมการแข่งขันให้สอดคล้องกับ ทีมชาติไทย

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้บรรลุข้อตกลงกับสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น หรือ JFA ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง International Friendly Match ระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นกับทีมชาติไทย ในวันที่ 1 มกราคม 2567 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์และถือเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งทั้งสองชาติได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายนั้น

 

ล่าสุดวันนี้ (20 ตุลาคม) พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้สั่งการไปยัง​บริษัท​ ไทยลีก จำกัด​ ให้ดำเนินการพิจารณาปรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกให้สอดคล้องและเป็นประโยชน์​สูงสุดต่อทีมชาติไทย​ เพื่อให้ทีมมีความพร้อมก่อนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องกับทีมชาติญี่ปุ่น และฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย โดยให้ดำเนินการทันที

 

สำหรับโปรแกรมนัดตกค้าง ซึ่งเดิมเลื่อนจะมาแข่งขันในวันที่ 29 ธันวาคม 2566 โดยจะขอปรับโปรแกรมการแข่งขันเร็วขึ้นหนึ่งวัน คือวันที่ 28 ธันวาคม 2566 เพื่อให้มีความเหมาะสมสำหรับนักกีฬาในการพักฟื้น ก่อนเดินทางมารายงานตัว ฝึกซ้อม​ และเดินทางไปอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมตามโปรแกรมที่กำหนด

 

ทั้งนี้ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – 10 กุมภาพันธ์ 2567 เป็น ‘ฟีฟ่าเดย์’ โดยห้ามมิให้ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพรอบสุดท้ายมีแมตช์อุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการหลังจากวันที่ 6 มกราคม 2567 หรือก่อนการแข่งขันเป็นเวลาอย่างน้อย 5 วัน

The post สมยศสั่งการ​ไทยลีกปรับโปรแกรมแข่งขัน ​เปิดทางทีมชาติไทยเตรียมทีม ก่อนเกมอุ่นเครื่องเตรียมลุยศึกเอเชียนคัพ 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคาะแล้ว! ไทยลีก 2023/24 ยิงสด 3 ช่องทาง พร้อมค่าบริการ 59 บาท/เดือน และ 500 บาท/ฤดูกาล https://thestandard.co/thai-league-2023-24-update/ Mon, 24 Jul 2023 12:35:40 +0000 https://thestandard.co/?p=821535 ไทยลีก 2023/24

วันนี้ (24 กรกฎาคม) เพจเฟซบุ๊ก Thai League เปิดเผยว่า ห […]

The post เคาะแล้ว! ไทยลีก 2023/24 ยิงสด 3 ช่องทาง พร้อมค่าบริการ 59 บาท/เดือน และ 500 บาท/ฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยลีก 2023/24

วันนี้ (24 กรกฎาคม) เพจเฟซบุ๊ก Thai League เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมเรื่องบทสรุปสำหรับการถ่ายทอดสด รีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2023/24 ในที่สุดก็ได้ 3 แพลตฟอร์มใหญ่ของประเทศไทย รับหน้าที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย AIS PLAY, TrueVisions (TrueVisions NOW) และ 3BB GIGA TV

 

ขณะที่ค่าบริการจะอยู่ที่ 59 บาทต่อเดือน และราคาแบบเหมาทั้งฤดูกาลอยู่ที่ 500 บาทต่อ 1 ฤดูกาล (สิงหาคม 2023 – มิถุนายน 2024) ส่วนฟรีทีวีตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับฟุตบอลไทยลีก 2 และ 3 ที่ยังต้องรอการยืนยันอีกครั้ง

The post เคาะแล้ว! ไทยลีก 2023/24 ยิงสด 3 ช่องทาง พร้อมค่าบริการ 59 บาท/เดือน และ 500 บาท/ฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยลีกผุดแคมเปญ #SAVETHAILEAGUE เคาะแพ็กเกจถ่ายทอดสด 59 บาท/เดือน สร้างรายได้กระจายให้ทุกสโมสร https://thestandard.co/thai-league-savethaileague-campaign/ Tue, 18 Jul 2023 11:14:36 +0000 https://thestandard.co/?p=818795

วันนี้ (18 กรกฎาคม) มีการประชุมของบรรดา 16 สโมสรรีโว่ ไ […]

The post ไทยลีกผุดแคมเปญ #SAVETHAILEAGUE เคาะแพ็กเกจถ่ายทอดสด 59 บาท/เดือน สร้างรายได้กระจายให้ทุกสโมสร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 กรกฎาคม) มีการประชุมของบรรดา 16 สโมสรรีโว่ ไทยลีก ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ โดยแต่ละสโมสรได้ส่งผู้แทนเข้าประชุมพร้อมหน้า ทั้ง เนวิน ชิดชอบ ประธานบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานการท่าเรือ เอฟซี ฯลฯ โดยมี กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ร่วมประชุมหารือเรื่องลิขสิทธิ์ไทยลีก

 

โดยเมื่อการประชุมจบลง ทางด้านกรวีร์กับ ธัญญะ วงศ์นาค ตัวแทนจากโปลิศ เทโร ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโฆษกของไทยลีกคนใหม่ ได้แถลงข่าวผลการประชุม ซึ่งมีใจความสรุปได้ว่า การถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2023/24 จะถ่ายทอดทางช่องทาง Over-The-Top (OTT) และฟรีทีวี ซึ่งในช่องทาง OTT (ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น ทรูวิชั่นส์, เอไอเอส) จะไม่ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้เจ้าเดียว แต่จะขายให้ทุกเจ้าที่สนใจซื้อไป

 

ดังนั้นจึงอาจมีการถ่ายทอดสดผ่านหลายเจ้า หลายช่องทาง แต่ต้องซื้อแบบเหมาทั้ง 240 แมตช์ ตรงนี้ Plan B Media จะเป็นตัวแทนนำไปขาย แต่ไทยลีกจะมาปรับโปรแกรมแข่งขันใหม่เสียก่อน โดยจะไม่ให้เกมบิ๊กแมตช์เตะชนกัน เบื้องต้นโปรแกรมแข่งขันจะแบ่งเป็นช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ เมื่อแจกแจงได้แล้วจะนำไปขายให้กับผู้ที่สนใจซื้อต่อไป

 

ส่วนรายได้จะมาจากเงินที่เก็บจากสมาชิกที่มาซื้อแพ็กเกจ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดราคาแพ็กเกจที่ชัดเจน แต่น่าจะใกล้เคียงกับที่เอไอเอสตั้งไว้ฤดูกาลที่แล้ว จากนั้นจะนำรายได้มารวมกันแล้วจึงนำมาจัดสรรแบ่งจ่ายให้สโมสรไทยลีกกับทางสถานี (ยกตัวอย่างสัดส่วนเช่น อาจจะแบ่ง 16 สโมสร 80% และสถานี 20% ซึ่งยังไม่เคาะชัดเจน)

 

ขณะเดียวกัน 16 สโมสรยังเดินหน้าแคมเปญ #SAVETHAILEAGUE ให้สโมสรเชิญชวนแฟนบอลมาซื้อแพ็กเกจชมฟุตบอลไทยอย่างถูกลิขสิทธิ์ ไม่ใช้ลิงก์เถื่อน เพื่อนำเงินมาสนับสนุน ทั้งนี้จะทดลองใช้ครึ่งฤดูกาลแรกก่อนและนำมาประเมินรายได้อีกครั้ง

 

ทั้งนี้ จากกระแสข่าวที่ว่าก่อนหน้านี้มีบริษัทมายื่นซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในราคา 800-900 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จึงนำมาสู่แผนการในการประชุมครั้งนี้ ที่จะนำลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไปขายให้กับทุกเจ้าในแบบ OTT ที่จะยิงสดทุกนัด ก่อนนำรายได้จากการซื้อแพ็กเกจมาจัดสรร รวมทั้งการขายเป็นนัดๆ ให้กับฟรีทีวี

 

ในส่วนของไทยลีก 2-3 นั้น ยืนยันว่าจะมีเงินสนับสนุน ซึ่งในเรื่องการถ่ายทอดสดนั้นจะเชิญตัวแทนสโมสรมาพูดคุยในสัปดาห์หน้า

 

ธัญญะ วงศ์นาค กล่าวเพิ่มเติมว่า สรุปแพ็กเกจชมฟุตบอลไทยลีกจะตกที่เดือนละ 59 บาท และแพ็กเกจทั้งฤดูกาลอยู่ที่ 500 บาท โดยในเรื่องแพ็กเกจถ่ายทอดสดนี้สโมสรอาจซื้อไปเพื่อทำการส่งเสริมการขายร่วมกับด้านอื่น เช่นพ่วงขายเสื้อ ขายตั๋วปี แล้วนำรายได้มากองรวมกัน ส่วนเวลาแข่งขันวางไว้ที่ 4 เวลา คือ 17.30 น., 18.00 น., 19.00 น. และ 20.00 น.

The post ไทยลีกผุดแคมเปญ #SAVETHAILEAGUE เคาะแพ็กเกจถ่ายทอดสด 59 บาท/เดือน สร้างรายได้กระจายให้ทุกสโมสร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.บอลไทย เผยไทยลีกยังไร้ผู้ถือลิขสิทธิ์ ให้สโมสรหาช่องทางถ่ายทอดสดเอง เห็นชอบหลักการไทยลีก 1 แยกตัวตั้งองค์กรใหม่ https://thestandard.co/thai-league-still-no-tv-rights/ Tue, 11 Jul 2023 07:09:11 +0000 https://thestandard.co/?p=815235

วันนี้ (11 กรกฎาคม) พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกส […]

The post ส.บอลไทย เผยไทยลีกยังไร้ผู้ถือลิขสิทธิ์ ให้สโมสรหาช่องทางถ่ายทอดสดเอง เห็นชอบหลักการไทยลีก 1 แยกตัวตั้งองค์กรใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 กรกฎาคม) พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในที่ประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร House of Thai Football พร้อมด้วยตัวแทนผู้บริหารจากสโมสรไทยลีก 1 จำนวน 16 สโมสร, กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด, พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ และผู้แทนจากบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ร่วมประชุมเพื่อสรุปความพร้อมการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพในฤดูกาล 2023/24

 

โดยมีสาระสำคัญจากการประชุม ดังนี้

 

  1. สมาคมฯ ยืนยันดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพระดับไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3 และฟุตบอลถ้วย ตามโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้โดยบริษัท ไทยลีก จำกัด

 

  1. สมาคมฯ ยืนยันจะผลิตสัญญาณถ่ายทอดสด และใช้ VAR ในการตัดสินการแข่งขันระดับไทยลีก 1 ครบทุกคู่ สำหรับไทยลีก 2, ไทยลีก 3 และฟุตบอลถ้วย จะมีการถ่ายทอดสดตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ของผู้สนับสนุน 

 

  1. ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน สมาคมฯ ยินดีมอบให้สโมสรไทยลีก 1 เป็นผู้นำสัญญาณไปถ่ายทอดในช่องทางของสโมสร หรือนำไปเผยแพร่เพื่อสร้างรายได้ในการสนับสนุนสโมสรตามเงื่อนไขที่สมาคมฯ กำหนด

 

  1. สมาคมฯ เห็นด้วยในหลักการจัดตั้งองค์กรบริหารฟุตบอลไทยลีก 1 ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเรื่องโครงสร้างการบริหาร ระเบียบ และข้อบังคับทางกฎหมาย ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอให้สโมสรเข้ามานำเสนอแผนการดำเนินธุรกิจโดยละเอียดต่อไป

 

  1. สมาคมฯ ขอเชื้อเชิญให้ผู้แทนของทั้ง 16 สโมสรเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อร่วมตัดสินใจในการพัฒนาฟุตบอลลีกอาชีพร่วมกัน

 

  1. สมาคมฯ จะดำเนินการมอบเงินสนับสนุนสโมสรฤดูกาล 2022/23 ที่ผ่านมาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

  1. ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ สมาคมฯ ยังคงนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดต่อเนื่องจากช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา 

 

โดยหลังการประชุมนายกสมาคมฯ ได้กล่าวว่า “ด้วยระยะเวลาก่อนที่จะเปิดฤดูกาลแข่งขันใหม่นี้ ผมในฐานะนายกสมาคมฯ และผู้นำขององค์กร ขอให้คำมั่นที่จะพาฟุตบอลไทยเดินหน้าในช่วงเวลาที่ท้าทาย ในวันนี้ผมขอยืนยันว่า การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกจะดำเนินการแข่งขันตามกำหนด สมาคมฯ จะรับผิดชอบในการผลิตสัญญาณถ่ายทอดสด โดยแฟนบอลจะได้รับชมการแข่งขันไทยลีกอย่างแน่นอน

 

“สมาคมฯ ยืนยันที่จะให้การสนับสนุนการแข่งขันของสโมสรในลีกล่างคือ ไทยลีก 2, ไทยลีก 3 และฟุตบอลลีกสมัครเล่น และสนับสนุนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันอย่างเต็มที่ รวมถึงโครงสร้างโดยรวมของฟุตบอลไทยไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลทีมชาติไทยชายและหญิง ทุกรุ่นอายุ, ฟุตบอลลีกเยาวชน, กิจกรรม Grassroots, ฟุตซอล, ฟุตบอลชายหาด, วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไม่ทอดทิ้งส่วนใด เพราะถือว่าเป็นรากฐานที่จำเป็นในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยอย่างมั่นคง ยั่งยืน และถาวรต่อไปในอนาคต

 

“สำหรับเรื่องการบริหารไทยลีก 1 โดย 16 สโมสรของลีกสูงสุด ทางสมาคมฯ เห็นด้วยในหลักการหากเป็นผลดีกับการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ซึ่งสโมสรฯ สามารถเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหารของบริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อให้มีอำนาจบริหารกิจกรรมการแข่งขันได้ทันที ในระหว่างที่ทั้ง 16 สโมสรกำลังพิจารณาจัดตั้งโครงสร้างขององค์กรใหม่ที่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของสมาคมฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย” พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าว

The post ส.บอลไทย เผยไทยลีกยังไร้ผู้ถือลิขสิทธิ์ ให้สโมสรหาช่องทางถ่ายทอดสดเอง เห็นชอบหลักการไทยลีก 1 แยกตัวตั้งองค์กรใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
おつかれさまです ขอบคุณในความเหนื่อยยากนะ ‘ชนาคุง’ https://thestandard.co/thank-you-chanathip/ Thu, 22 Jun 2023 13:40:06 +0000 https://thestandard.co/?p=806943

ฝรั่งเขาว่า Time Flies ให้เราพูดกันสวยๆ ในแบบภาษาไทยก็อ […]

The post おつかれさまです ขอบคุณในความเหนื่อยยากนะ ‘ชนาคุง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฝรั่งเขาว่า Time Flies ให้เราพูดกันสวยๆ ในแบบภาษาไทยก็อาจจะบอกว่าเหมือนเวลานั้นได้โบยบิน

 

ไวจนน่าตกใจนะครับสำหรับการผจญภัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ บนแผ่นดินอาทิตย์อุทัย แดนซามูไรลูกหนัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในลีกฟุตบอลที่ดีและมีคุณภาพสูงที่สุดของเอเชีย ที่ผ่านมา 6 ปีเกือบ 7 ปีเลย

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนั้นเกิดจากข่าวคราวที่เริ่มมีการพูดถึงในแวดวงลูกหนังแดนสยามของเรานี่แหละครับว่า ชนาธิป ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในวัย 22-23 ปี เรียกว่าอยู่ในช่วง ‘ขาขึ้น’ ที่กำลังไต่ระดับฝีเท้าการเล่นขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นและอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะเดินทางไปได้ไกลถึงไหน

 

เสียงเล่าเสียงลือแบบเอามือป้องปากบอกกัน (สนั่นเมือง!) ว่าชนาธิปได้รับข้อเสนอจากทีมฟุตบอลหนึ่งในเจลีกที่ต้องการได้ตัวเขาไปเล่นอย่างเป็นจริงเป็นจัง หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเคยมีโอกาสได้ไปทดสอบฝีเท้าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ กับสโมสรชิมิสุ เอส-พัลส์ ตั้งแต่ปี 2013 แต่ยังไม่มีโอกาสที่จะได้ไปค้าแข้งอย่างจริงจัง

 

สโมสรนั้นก็คือฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร ซึ่งในระหว่างที่มีกระแสข่าวนั้นทีมจากแดนเหนือของญี่ปุ่นอยู่ในระหว่างการลุ้นขึ้นชั้นจากระดับ ‘เจ 2 ลีก’ มาอยู่ในระดับ ‘เจ 1 ลีก’

 

 

ช่วงนั้นต้องบอกว่าข่าวนี้ทำให้วงการฟุตบอลไทยค่อนข้างตื่นเต้นมาก เพราะชนาธิปคือนักฟุตบอลที่เก่งและมีอนาคตไกลที่สุดของเราในเวลานั้น และการที่เขากำลังจะได้โอกาสในการไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรในระดับเจลีกก็เป็นข่าวดีที่น่าตื่นเต้น

 

เพียงแต่ผมยังจำได้ถึงถ้อยคำของโค้ชฟุตบอลระดับแถวหน้าของเมืองไทยคนหนึ่งที่เคยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

 

“ไปทำไม ไปก็สู้แรงเขาไม่ไหว กำลัง เทคนิค สปีดความเร็ว พวกนั้นเขาเหนือกว่าเยอะ”

 

ไม่นับอุปสรรคด้านอื่นๆ ที่ฟังดูแล้วก็ชวนทดท้อใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีม ไปจนถึงเรื่องของการใช้ชีวิต และสิ่งสำคัญที่สุดที่จะเอาตัวรอดให้ได้ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากคนทั่วไปในเวลาที่ต้องไปทำงานต่างแดนคือเรื่องของภาษา

 

นักฟุตบอลอาชีพที่เก่งกาจมากมายที่ล้มเหลวกับการไปเล่นต่างบ้านต่างเมืองเพราะไม่สามารถทลายกำแพงของภาษาได้

 

โอกาสในการย้ายทีมครั้งนี้ในเบื้องหลังแล้วมาจากกลยุทธ์ของเจลีกเองที่ต้องการขยายฐานความนิยมมายังประเทศแถบอาเซียน ด้วยการดึงตัวนักฟุตบอลฝีเท้าดีที่พอมีแววของประเทศแถบนี้ หรือยอมรับกันแบบตรงไปตรงมาคือเขาก็ไม่ได้มาแบบซื่อๆแต่มี Hidden Agenda อยู่พอสมควร

 

แต่ ณ เข็มนาฬิกานั้น เราทุกคนรู้ดีครับว่าไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็เถอะ

 

หัวใจของเจไปแล้ว ไปอยู่ที่ฮอกไกโดเรียบร้อยแล้ว

 

ผมยังจำได้ในวันดีๆ วันหนึ่งที่มีโอกาสได้พบกับเขาที่ Spor Tech Pro ศูนย์ฝึกพัฒนาศักยภาพนักกีฬาที่ดีที่สุดของไทย (ซึ่งตอนนี้ย้ายไปเปิดสถานที่ใหม่ ใหญ่โตโอฬารกว่าเดิม) ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆ แล้วก่อนที่จะมีการยืนยันข่าวอย่างเป็นทางการ

 

ผมถามเขาวันนั้นสั้นๆ ว่า “พร้อมไหม”

 

ชนาธิปตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “พร้อมครับ”

 

 

จากจุดเริ่มต้นในวันนั้นไม่มีใครคิดหรอกครับว่านักฟุตบอลตัวเล็กๆ คนหนึ่งจากประเทศที่ก็ไม่ได้ถึงกับเก่งกาจเลิศเลออะไรในเกมฟุตบอล จะสามารถสร้าง ‘ปรากฏการณ์’ ขึ้นได้

 

ชนาธิปไม่ได้เป็น ‘เมสซีเจ’ (ซึ่งที่ญี่ปุ่นก็มีการทำสกู๊ปข่าวเรื่องนี้กันแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว) แต่กลายเป็น ‘ชนาคุง’ ที่เป็นที่รักของชาวเมืองซัปโปโรได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

การที่นักฟุตบอลอาชีพสักคนที่ย้ายจากต่างบ้านต่างเมืองไปจะกลายเป็นที่รักของชาวเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของฝีเท้าการเล่นหรือความสำเร็จในสนาม แต่มันคือเรื่องของการวางตัว การปฏิบัติตัวต่อแฟนๆ อัธยาศัย น้ำใจและไมตรี

 

ความซื่อ ความเป็นคนอัธยาศัยดี ความเป็นคนน่ารักของเขาช่วยเปิดประตูหัวใจชาวเมืองซัปโปโรให้คนไทยที่ไม่ใช่แค่กับชนาคุง แต่เป็นคนไทยทุกคนที่ได้รับรอยยิ้มและไมตรีจากชาวเมืองไปด้วยในช่วงเวลานั้น

 

เพราะเราต่างก็รักคนคนเดียวกัน เท่านั้นเอง

 

ในสนามชนาธิปทำได้ดีไม่น้อยกว่าและอาจจะพอบอกได้ว่าเขาทำได้เกินกว่าความคาดหมายด้วยซ้ำครับ เพราะสามารถแจ้งเกิดกลายเป็นนักฟุตบอลในระดับสตาร์ของเจลีก สร้างผลงานระบือลือลั่น และมีส่วนช่วยในการทำให้ ‘คอนซะ’ ประสบความสำเร็จพอสมควรในช่วงเวลานั้น

 

 

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือการที่เขาเป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมของเจลีก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่าย โดยเฉพาะกับการที่ไม่ได้อยู่กับทีมใหญ่ทีมโตอะไร

 

สิ่งสำคัญคือความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่นอนหลับฝันแล้วตื่นขึ้นมาก็ทำได้เลย

 

มันมาจากความมานะ พยายาม ไม่ยอมแพ้ของชนาธิปเองที่ใช้ความพยายามอย่างมาก เริ่มจากการทำให้เพื่อนร่วมทีมยอมรับในตัวของเขาก่อนเป็นลำดับแรก ไปจนถึงการเร่งสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการลงสนามในเกมเจลีก ซึ่งระดับสูงกว่าไทยลีก และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่โค้ชต้องการ

 

โดยที่ลึกๆ แล้วเขามีเหตุผลที่ทำให้แพ้ไม่ได้

 

 

 

เหตุผลสำคัญที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจของชนาธิปที่ทำให้เขาไม่สามารถยอมแพ้ต่ออุปสรรคทุกอย่าง หรือแม้แต่ความเหงาตัวเท่าบ้าน เพราะประเทศญี่ปุ่นระหว่างการไปอยู่กับการไปเที่ยวนั้นแตกต่างกันมากนัก หากเราย้อนกลับไปฟังในบทสัมภาษณ์แรกของเขาในวันก่อนจะลงสนามเกมแรกก็จะได้คำตอบครับ

 

“ผมจะพยายามประสบความสำเร็จในเจลีกให้ได้ เพื่อที่ทุกคนจะได้มาเล่นที่นี่กันเยอะๆ พวกเด็กๆ คนไทย หรือรุ่นพี่ที่ฝีเท้าดีก็จะได้มาได้ ก็เหมือนกับการยกระดับบอลไทยขึ้นมาด้วย”

 

คำพูดพวกนี้มันสวยหรูครับ และพูดง่าย

 

แต่ทำยาก

 

การจะทำให้ได้นั้นต้องแลกมาด้วยอะไรหลายอย่างมากมาย ด้วยความเสียสละอย่างสูง เพราะน้ำหนักของ ‘ความหวัง’ นั้นมันมากมายมหาศาล

 

ต่อให้คนไทยจะบอกว่าเราไม่ได้คาดหวังให้ชนาธิปแบกรับอะไรมากมายขนาดนั้น แต่ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของเขา ก็ทำให้เขาเต็มใจที่จะแบกรับสิ่งเหล่านี้อยู่ดี และแบกรับสิ่งเหล่านี้มาตลอดตั้งแต่วันแรก

 

 

นอกจากชนาธิปก็ยังมีนักฟุตบอลรุ่นพี่อย่าง ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ก็มีโอกาสไปร่วมสร้างปรากฏการณ์ในเจลีกด้วย และยังมีนักฟุตบอลรุ่นน้องอีกมากมายหลายคนที่เดินตามกันมาในเส้นทางที่นักฟุตบอลตัวเล็กๆ คนนี้กรุยทางเอาไว้ให้

 

สิ่งที่เขาทำไม่ได้ต่างอะไรจาก คาซูโยชิ มิอุระ ตำนานราชาลูกหนังของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ที่เป็นหนึ่งในผู้กรุยทางให้แก่นักฟุตบอลญี่ปุ่นด้วยการเป็นนักเตะจากแดนซามูไรคนแรกที่ได้โอกาสไปเล่นในกัลโช เซเรียอา กับสโมสรเจนัว (แม้ว่าดีลจะเกิดขึ้นได้เพราะเจนัวมีสปอนเซอร์คือ KENWOOD แบรนด์เครื่องเสียงของญี่ปุ่นก็ตาม)

 

เพราะมีคาซู จึงมี ฮิเดโตชิ นากาตะ ซามูไรรุ่นที่ 2 ที่แจ้งเกิดอย่างงดงามกับเปรูจา ก่อนจะไปสู่สโมสรระดับชั้นนำอย่างโรมา ก่อนจะมี ชุนสุเกะ นากามูระ, เคสุเกะ ฮอนดะ, ชินจิ คางาวะ และปัจจุบันกับยุคของ คาโอรุ มิโตมะ

 

ชนาธิปทำทุกวันในญี่ปุ่นให้ดีที่สุด ไม่เพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนที่จะเดินตามหลังเขามาด้วย

 

 

หากใครมีโอกาสได้ดูบทสัมภาษณ์พิเศษ (จริงๆ) ของเขากับ ‘เคน นครินทร์’ ทางรายการ The Secret Sauce ซึ่งเป็นตอนที่ต้องปาดน้ำตากันหลายรอบในหลายเรื่อง หนึ่งในสิ่งที่ชนาธิปพูดคือเรื่องความพยายามของเขาที่จะเปิดประตูสู่เจลีกให้นักฟุตบอลไทยให้ได้

 

เพราะถ้าเขาทำได้ดี ทุกคนก็มีโอกาส

 

ดังนั้นถึงการเดินทางในขั้นต่อไปของชนาธิปกับการอยู่กับสโมสรในระดับท็อปของเจลีกอย่างคาวาซากิ ฟรอนตาเล จะไม่สวยงามนัก (และมันน่าเจ็บช้ำไปอีกนิดตรงที่เขาต้องยอมตัดใจความฝันที่จะได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปไประหว่างทาง) และตัดสินใจกลับมาค้าแข้งในบ้านเราอีกครั้งกับทีมบีจี ปทุมฯ

 

แต่อย่างน้อยที่สุดชนาธิปก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่นักฟุตบอลหรือลูกผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้แล้ว

 

ไม่จำเป็นต้องถามหาเหตุผลหรือถอดบทเรียนความล้มเหลวกับฟรอนตาเลก็ได้

 

ผู้ใหญ่ในวงการกีฬาไทยคนหนึ่งเคยสอนผมเอาไว้ในวันที่ประสบปัญหาร้ายแรงและไม่สามารถร่วมงานกันได้ต่อไปว่า “ไม่ต้องคิดอะไรมาก อย่างน้อยเราก็เคยได้ร่วมทางกัน ต่อให้มันจะไม่เวิร์กก็ตาม”

           

มันชวนให้ผมคิดถึงอีกคำพูดหนึ่งขึ้นมา

 

“อย่าเสียใจที่มันจบลง แต่จงยินดีที่มันได้เกิดขึ้น”

 

ไม่มีอะไรต้องเสียใจสำหรับชนาธิป แต่ยินดีกับความสำเร็จตลอด 6-7 ปีที่ผ่านมา

 

คนญี่ปุ่นเขามีคำน่ารักๆ คำหนึ่งที่ผมชอบ (และเคยหยิบมาใช้เขียนในช่วงโอลิมปิกที่โตเกียวแล้วครั้งหนึ่ง)

 

おつかれさま ขอบคุณในความเหนื่อยยาก

 

ถึงเวลากลับมามีความสุขเต็มที่อีกครั้งแล้วนะ ‘ชนาคุง’ 🙂

The post おつかれさまです ขอบคุณในความเหนื่อยยากนะ ‘ชนาคุง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีจีฯ แถลงค้านขยับโปรแกรมไทยลีกเตะช่วงฟีฟ่าเดย์ ด้านเนวินบอกเลิกฝัน ‘ฟุตบอลโลก’ แล้วมุ่งหน้าสู่ ‘พนมเปญ’ https://thestandard.co/bg-united-object-thai-league-postpone/ Wed, 09 Nov 2022 07:54:43 +0000 https://thestandard.co/?p=706446

จากกรณีที่ฝ่ายจัดการแข่งขันศึกฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก ออกมาป […]

The post บีจีฯ แถลงค้านขยับโปรแกรมไทยลีกเตะช่วงฟีฟ่าเดย์ ด้านเนวินบอกเลิกฝัน ‘ฟุตบอลโลก’ แล้วมุ่งหน้าสู่ ‘พนมเปญ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่ฝ่ายจัดการแข่งขันศึกฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก ออกมาประกาศเตรียมยกเลิกการแข่งขันช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือนมีนาคม 2566 ของทีมชาติไทย เพื่อขยับการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 ให้จบเร็วขึ้น จากเดิมในเดือนพฤษภาคม เป็นวันที่ 22 เมษายน 2566 นอกจากนี้ยังมีการขยับโปรแกรมไทยลีกมาแข่งในช่วงฟีฟ่าเดย์ 3 นัด โดยเพิ่มเกมกลางสัปดาห์ 2 นัด คือ วันที่ 14-16 มีนาคม 2566 และวันที่ 28-30 มีนาคม 2566  

 

ล่าสุดวันนี้ (9 พฤศจิกายน) ทางสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่ว โดยระบุว่า “ขอแสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว โดยมองว่าที่ผ่านมาไทยลีกได้สนับสนุนให้มีผู้เล่นอาเซียนเพิ่มขึ้นในการแข่งขันไทยลีก เพื่อพัฒนาลีกบ้านเราให้เป็นที่นิยมในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้เล่นเหล่านี้มีเงื่อนไขต้องเล่นทีมชาติมาก่อน 

 

“ดังนั้นช่วงฟีฟ่าเดย์ ผู้เล่นอาเซียนต้องกลับไปเล่นให้ทีมชาติของตัวเอง เพราะแต่ละประเทศมีวิสัยทัศน์และต้องการเก็บคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันไทยกลับให้มีการแข่งขันในช่วงเวลาฟีฟ่าเดย์ต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นอาเซียนที่กลับไปเล่นให้ทีมชาติของตัวเองไม่สามารถลงเล่นให้กับแต่ละสโมสรของไทยในช่วงฟีฟ่าเดย์ จึงเกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบในการแข่งขัน และสวนทางกับนโยบายของลีกชั้นนำของอาเซียนโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังสูญเสียโอกาสที่ประเทศไทยจะเก็บคะแนนจากการแข่งขันช่วงฟีฟ่าเดย์ 

 

“โดยสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด หวังว่าฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพภายในประเทศจะทบทวนเรื่องดังกล่าว เพื่อแสดงถึงความถูกต้องตามแนวทางสากล และสอดคล้องกับการแข่งขันของทีมชาติไทยในระดับนานาชาติ โดยสโมสรฯ พร้อมสนับสนุนการดำเนินการแบบสากล เพื่อร่วมกันพัฒนาทีมชาติไทยและการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกให้ไปสู่ระดับชั้นนำของเอเชีย”

 

ทางด้าน เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวเช่นกันผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘ลุงเนวิน’ ระบุว่า เลิกฝัน ‘ฟุตบอลโลก’ แล้วมุ่งหน้าสู่ ‘พนมเปญ’

 

“ที่เคยบอกว่าจะก้าวข้ามอาเซียน แล้วมองเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือ ระดับเอเชีย ทำอันดับให้ดีที่สุด เพื่อไปให้ถึงฝันของคนไทยทั้งประเทศ คือการที่ทีมชาติไทยได้สัมผัสฟุตบอลโลกสักครั้ง ธงชาติไทยได้ไปสะบัดในสนามเวิลด์คัพสักที

ก็เป็นเพียงลมปากที่หาความเชื่อถือไม่ได้เลย

 

“ถ้าสมาคมฯ ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทีมชาติไทยจะมีเป้าหมายอะไรได้

สุดท้ายก็กลับมาวิ่งไล่ล่าหาแชมป์ในพื้นที่เล็กๆ เหมือนเดิมที่เป็นมาชั่วนาตาปี

เป้าหมายของสมาคมฯ และผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลไทยก็ยังเป็นแชมป์อาเซียน แชมป์ซีเกมส์ ในขณะที่ชาติอื่นๆ ในอาเซียนเขามองไปในพื้นที่กว้างใหญ่คือเอเชียกันแล้ว

 

“ยกเลิกฟีฟ่าเดย์ แล้วทำลายระบบลีกอาชีพ หยุดลีก เลื่อนลีก เร่งลีกให้จบเร็ว เพื่อที่จะเป็นแชมป์ซีเกมส์ นี่เป็นวิสัยทัศน์ของมือสมัครเล่น เป็นความคิดของคนที่ไม่รู้จักฟุตบอลอาชีพ และเป็นการตัดสินใจของคนที่ย่ำอยู่กับที่ ไม่มีแนวคิดที่จะพัฒนาฟุตบอลไทยให้เข้าใกล้เวทีฟุตบอลโลกแม้แต่น้อย

 

“ระบบลีกอาชีพคือการพัฒนาฟุตบอลไทยด้วยภาคเอกชน โดยที่รัฐบาลแทบจะไม่มีส่วนร่วมเลย การพัฒนามาตรฐานฟุตบอลไทย ทั้งความสามารถ ความแข็งแรงของนักกีฬา และการจัดการทุกมิติของฟุตบอลไทย 

 

“มาถึงจุดนี้ ถ้ารัฐบาลจะไม่สนับสนุนก็อย่ามาทำลายระบบ ทำลายการพัฒนาฟุตบอลไทย ที่ต้องมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

 

“การเอาเป้าหมายแชมป์ซีเกมส์มาเป็นตัวตั้ง แล้วเร่งลีกให้จบเร็ว เพื่อจะดึงนักฟุตบอล U23 ไปเล่นรายการซีเกมส์ เป็นแนวคิดที่คนทำฟุตบอล คนรักฟุตบอล คนเข้าใจฟุตบอล และคนที่ให้ความสำคัญกับแฟนฟุตบอล เขาไม่ทำกัน การเร่งเกมในลีกอาชีพให้ปิดเร็ว เพิ่มเกมกลางสัปดาห์อีก 2 นัดในช่วงท้ายฤดูกาล เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้นักฟุตบอลบาดเจ็บและไม่สามารถลงสนามได้

 

“ถ้าเกิดขึ้นก็เสียหายทั้งทีมชาติ สโมสรต้นสังกัด และตัวนักฟุตบอลเอง แชมป์ซีเกมส์มีความหมายกับสมาคมฯ มากถึงขนาดที่สมาคมฯ ไม่สนใจลีกอาชีพ ไม่สนใจสโมสร ซึ่งเป็นรากฐานการพัฒนาฟุตบอลไทยแล้วหรือ?

 

“ถ้าคิดกันได้แค่นี้ ก็ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จที่พนมเปญ แต่ก็เลิกหลอกคนไทยให้ฝันถึงฟุตบอลโลกเสียที

 

“ฟุตบอลโลกเป็นเรื่องของมืออาชีพ ส่วนซีเกมส์เหมาะสมแล้วกับมือสมัครเล่นแบบสมาคมฯ และผู้ใหญ่ในวงการกีฬาแบบไทยๆ”

 

อ้างอิง:

The post บีจีฯ แถลงค้านขยับโปรแกรมไทยลีกเตะช่วงฟีฟ่าเดย์ ด้านเนวินบอกเลิกฝัน ‘ฟุตบอลโลก’ แล้วมุ่งหน้าสู่ ‘พนมเปญ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ด บุกไปแบ่งแต้มที่บุรีรัมย์ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้บุรีรัมย์ยังปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกไม่สำเร็จ https://thestandard.co/buriram-united-vs-chiangrai-united-1-1/ Thu, 07 Apr 2022 00:32:56 +0000 https://thestandard.co/?p=615062 เชียงราย ยูไนเต็ด

วันนี้ (6 เมษายน) เป็นแมตช์ไทยลีกกลางสัปดาห์ โดย บุรีรั […]

The post เชียงราย ยูไนเต็ด บุกไปแบ่งแต้มที่บุรีรัมย์ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้บุรีรัมย์ยังปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกไม่สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ด
วันนี้ (6 เมษายน) เป็นแมตช์ไทยลีกกลางสัปดาห์ โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงไทยลีกลงสนามพบกับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สนามช้างอารีนา อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยฝั่งเจ้าถิ่นมีแต้มทั้งหมด 58 คะแนน ซึ่งหากเก็บชัยชนะในเกมนี้ได้จะเป็นการคว้าแชมป์ก่อนจบฤดูกาล แม้ว่าจะมีโปรแกรมตกค้างอีก 2 นัด
 
 
ซึ่งเกมในช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น ขณะที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ลงสนามไปก่อนพบกับ พีที ประจวบ ขึ้นนำไป 5-1
 
 
เริ่มต้นครึ่งหลัง บุรีรัมย์ได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะ ธนะศักดิ์ ศรีใส กองหลังกว่างโซ้งมหาภัยทำฟาวล์ อ่องธู ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ตัดสินเป็นลูกที่จุดโทษ และ ธนะศักดิ์โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม สุดท้ายเป็น สุภโชค สารชาติ ยิงไม่พลาด ทำให้ปราสาทสายฟ้าออกนำ 1-0 ประตู ในนาทีที่ 53
 
 
ช่วงท้ายเกมแม้ว่าจะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่เชียงราย ยูไนเต็ดไม่ยอมแพ้ ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 จากลูกฟรีคิกของ เกทเตอร์สัน ดอส ซานโตส ในนาทีที่ 86
 
 
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเกิดขึ้น ส่งผลให้บุรีรัมย์เสมอกับเชียงรายได้ 1-1 เก็บได้เพียง 1 แต้มในบ้านเกมนี้ และต้องไปลุ้นแชมป์ต่อในเกมหน้า ที่จะบุกไปเยือนหนองบัว พิชญ ในวันที่ 10 เมษายนนี้
 
 
ขณะที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง เปิดบ้านเอาชนะพีที ประจวบ ไปได้ 7-2

The post เชียงราย ยูไนเต็ด บุกไปแบ่งแต้มที่บุรีรัมย์ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้บุรีรัมย์ยังปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกไม่สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>