SZA Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/sza/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 13 Mar 2026 01:20:35 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในสงคราม” SZA วิจารณ์ถึงผลกระทบของ AI ในวงการเพลง https://thestandard.co/sza-criticizes-ai-music-impact/ Fri, 13 Mar 2026 01:20:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1186975 SZA ขณะแสดงบนเวทีงานประกาศรางวัลแกรมมี่ และวิจารณ์ถึงผลกระทบของ AI ในวงการเพลง

ศิลปินหญิงเจ้าของรางวัล GRAMMY อย่าง SZA เพิ่งให้สัมภาษ […]

The post “ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในสงคราม” SZA วิจารณ์ถึงผลกระทบของ AI ในวงการเพลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA ขณะแสดงบนเวทีงานประกาศรางวัลแกรมมี่ และวิจารณ์ถึงผลกระทบของ AI ในวงการเพลง

ศิลปินหญิงเจ้าของรางวัล GRAMMY อย่าง SZA เพิ่งให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร i-D เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมดนตรีจากการเข้ามาของเทคโนโลยี AI โดยเธอกล่าวว่า วงการเพลงกำลังจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากคนมักง่ายที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำเพลง และศิลปินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือศิลปินคนดำ

 

“ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในสงครามก็เพราะ AI มันส่งผลเสียเยอะมาก โดยเฉพาะกับเพลงของศิลปินคนดำ ทำไมฉันถึงได้ยินเพลงคัฟเวอร์ AI ของ Olivia Dean ทั้งๆ ที่เธอเองก็เพิ่งปล่อยเพลงออกมาล่ะ? เธอไม่ได้ยอดสตรีมจากเพลงพวกนั้นด้วยซ้ำ และฉันก็ไม่พอใจกับพวกเพลง AI ที่ทำเหมือนกับว่ามาจากศิลปินคนดำด้วย ประหลาดชะมัด”

 

เธอย้ำว่าคู่แข่งของเธอไม่ใช่ศิลปินคนอื่น แต่เป็นพวกคนที่ต่อต้านเรื่องการใช้ความคิด (Anti-intellectualism) “ศัตรูของฉันไม่ใช่สาวๆ ศิลปินเพลงป๊อปหรืออาร์แอนด์บีคนไหนเลย ศัตรูที่แท้จริงของฉันคือพวกคนที่ไม่ใช้สติปัญญาและมักง่ายมากกว่า สิ่งต่างๆ ที่ฉันสร้างขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตของตัวเองน่ะ คำสั่งพรอมต์ AI ไหนๆ ก็ไม่มีวันสู้ได้หรอก ดังนั้นฉันก็อยากจะเอาความอัดอั้นพวกนี้แหละมาผลักดันตัวเองให้สร้างงานในทิศทางที่แปลกใหม่มากขึ้น”

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอออกมาวิจารณ์เรื่อง AI เพราะเมื่อปีที่แล้วเธอก็ออกมาพูดผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการรันระบบเทคโนโลยีประเภทนี้ เพราะเมืองที่ได้รับผลกระทบก็มักจะเป็นเมืองที่มีคนผิวดำอยู่หนาแน่น ดังนั้นเธอจึงเรียกร้องให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหานี้อยู่เสมอ

 

ทั้งนี้ เพลงจากศิลปิน AI กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่สตรีมมิ่งเพลงต่างๆ อย่าง Spotify, Apple Music, Bandcamp และ Deezer กำลังพยายามแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการถอดเพลงออก การระงับรายได้ กวาดล้างเพลงสแปม รวมทั้งแจ้งเตือนผู้ใช้ที่ฟังเพลงเหล่านี้โดยไม่ได้ตั้งใจ ในขณะเดียวกัน ผู้คนก็สร้างศิลปิน AI มากขึ้นเรื่อยๆ จนบางรายถึงขั้นสามารถเซ็นสัญญามูลค่าหลายล้านและติดชาร์ต Billboard เลยทีเดียว

 

อ้างอิง:

The post “ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในสงคราม” SZA วิจารณ์ถึงผลกระทบของ AI ในวงการเพลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga และ Ariana Grande ชนะ Grammy Awards 2026 แล้วในช่วง Premiere Ceremony https://thestandard.co/lady-gaga-ariana-grande-grammy-awards/ Mon, 02 Feb 2026 01:28:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1172412 Lady Gaga และ Ariana Grande ในงานประกาศผลรางวัล Grammy Awards

เริ่มแจกกันแล้วสำหรับรางวัล Grammy Awards 2026 ซึ่งเป็น […]

The post Lady Gaga และ Ariana Grande ชนะ Grammy Awards 2026 แล้วในช่วง Premiere Ceremony appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga และ Ariana Grande ในงานประกาศผลรางวัล Grammy Awards

เริ่มแจกกันแล้วสำหรับรางวัล Grammy Awards 2026 ซึ่งเป็นธรรมเนียมว่าก่อนงานหลักจะเกิดขึ้นที่เราจะลุ้นสาขาใหญ่ๆ อาทิ Album of the Year และ Best New Artist เป็นต้น ก็จะมีรอบ Premiere Ceremony ที่จะประกาศผู้ชนะในอีกกว่า 70 สาขา โดย Lady Gaga กับ Ariana Grande ก็ชนะไปเรียบแล้ว

 

Lady Gaga ชนะ Grammy Awards ในสาขา Best Dance Pop Recording สำหรับเพลง Abracadabra ซึ่งเอาชนะคู่แข่งอย่าง Selena Gomez และ Benny Blanco ในเพลง Bluest Flame, Zara Larsson กับเพลง Midnight Sun, Just Keep Watching ของ Tate McRae จากภาพยนตร์ F1 และเพลง Illegal ของ PinkPantheress โดยการชนะรางวัลในครั้งนี้ก็ทำให้ Lady Gaga มีแกรมมี่แล้ว 15 รางวัล ซึ่งก็ต้องลุ้นกันว่าเธอจะยังสามารถเก็บรางวัลอื่นๆ อย่าง Album of the Year, Record of the Year และ Song of the Year ได้ไหม

 

ด้าน Ariana Grande ก็ชนะ Grammy Awards 2026 ไปได้ด้วยเช้านี้ในสาขา Best Pop Duo/Group Performance กับเพลง Defying Gravity จากภาพยนตร์ Wicked ที่ร้องกับ Cynthia Erivo ซึ่งเอาชนะคู่แข่งสำคัญ ทั้ง ROSÉ และ Bruno Mars ในเพลง APT., Huntrix กับเพลง Golden, Katseye กับเพลง Gabriela และ SZA กับ Kendrick Lamar ในเพลง 30 for 30 โดยก่อนหน้านี้ Ariana Grande ก็เคยชนะแกรมมี่มาแล้ว 2 ครั้ง

 

ภาพ: Roy Rochlin/Getty Images for MTV

The post Lady Gaga และ Ariana Grande ชนะ Grammy Awards 2026 แล้วในช่วง Premiere Ceremony appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ” SZA งงที่ Nicki Minaj หาเรื่องเธอผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อกลางปี https://thestandard.co/sza-nicki-minaj-online-dispute/ Sat, 15 Nov 2025 10:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1143724 “ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ” SZA งง ที่ Nicki Minaj หาเรื่องเธอผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อกลางปี

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดการตอบโต้กันอย่างดุเดือด […]

The post “ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ” SZA งงที่ Nicki Minaj หาเรื่องเธอผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อกลางปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ” SZA งง ที่ Nicki Minaj หาเรื่องเธอผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อกลางปี

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดการตอบโต้กันอย่างดุเดือดระหว่าง SZA กับ Nicki Minaj ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งล่าสุด SZA ออกมาเผยว่าเหตุการณ์นั้นทำให้เธอสับสนเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยรู้จักกับ Nicki Minaj เป็นการส่วนตัว และทั้งสองก็ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน

 

SZA ให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสาร GQ โดยอธิบายว่า การตอบโต้กันด้วยถ้อยคำรุนแรงระหว่างเธอกับ Nicki Minaj ในครั้งนั้น ไม่ได้มีเรื่องราวความบาดหมางเบื้องหลังใดๆ เกิดขึ้นมาก่อน “ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ เราไม่มีคอนเนกชันของกันและกันเลยด้วย คือมันไม่ได้มีเรื่องอะไรกันมาก่อนทั้งนั้น เธอน่าจะมีเรื่องกับ Roc Nation มั้ง ฉันไม่รู้ว่าที่มาของเธอคืออะไร และฉันไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมานั่งอธิบายสิ่งที่ฉันไม่ได้สนใจนี้ด้วยซ้ำ มันก็แปลกๆ อยู่แหละ แบบ ‘ทำไมกัน?’ แต่ก็นะ”

 

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่ Nicki Minaj ทวีตข้อความโจมตี Punch ประธานบริษัท Top Dawg Entertainment ที่เคยเป็นผู้จัดการของ SZA หลังจากนั้น SZA ก็โพสต์บางอย่างที่ทำให้ Nicki Minaj คิดว่าเป็นการสื่อถึงตัวเอง เธอจึงตอบข้อความนั้นด้วยการโจมตี SZA อย่างเช่นบอกว่าเธอ “หน้าและเสียงอย่างกับโดนผึ้งต่อย” ซึ่งตอนแรก SZA ก็ตอบโต้เล็กน้อยว่าไม่ได้แคร์เรื่องดราม่า ‘พิลึก’ ใดๆ ที่ Nicki Minaj ก่อ ก่อนที่จะพยายามปิดฉากการโต้เถียงด้วยการบอกว่า “ขอตัวกลับไปเป็นคนใจเย็น ขี้อาย และสงบเสงี่ยมก่อนนะทุกคน”

 

แต่เรื่องราวก็ไม่จบง่ายๆ เมื่อ Nicki Minaj ยังคงโจมตี SZA ต่อไป โดยเธอวิจารณ์อัลบั้ม SOS Deluxe: Lana ที่เพิ่ม 14 เพลงเข้าไปในผลงานชุด SOS ว่าเป็น ‘การกระทำที่ไม่มีศีลธรรมความมั่นคงและความซื่อสัตย์’ และบอกว่า SZA เพียงต้องการให้อัลบั้มสร้างสถิติได้จึงทำให้เธอไม่ใช่ศิลปินตัวจริง นอกจากนั้น Nicki Minaj ยังทวีตอีกว่า ทุกเพลงที่ SZA ทำออกมาได้หายไปจากวงการเพลงแล้วโดยที่ไม่ได้มีใครคิดถึงมันด้วยซ้ำ และเธอก็เคยไปหลายประเทศที่ไม่เคยได้ยินเพลงของ SZA มาก่อน

 

ทาง SZA จึงตอกกลับด้วยภาพสกรีนช็อตที่ Nicki Minaj แชตขอเธอให้ไปฟีเจอริงเพลง Don’t Do พร้อมกับเขียนข้อความว่า “Nicki เธอเคยได้ยินเพลงและผลงานของฉันอยู่แล้วจ้ะ เพราะเธอเคยขอให้ฉันไปฟีเจอริงถึง 2 ครั้งโดยที่ไม่ได้รับคำตอบ อีกอย่างเธอยังเคยแร็ปเนื้อเพลง Feeling Myself ที่ฉันเขียนด้วยนะ (Feeling Myself เป็นเพลงจากปี 2014 ที่ Nicki Minaj ฟีเจอริงกับ Beyoncé โดยมี SZA ร่วมเขียนเนื้อร้องด้วย) ตลกดี ตอนนี้เธอคงเป็นอะไรสักอย่าง ฉันไม่แน่ใจว่าอะไร แต่ขอให้โชคดี”

 

ภาพ: Kevin Winter/Getty Images for The Recording Academy + Robert Kamau/GC Images

อ้างอิง:

The post “ฉันไม่ได้รู้จักกับเธอ” SZA งงที่ Nicki Minaj หาเรื่องเธอผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อกลางปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA เผยว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่ แม้จะยุ่งมากก็ตาม https://thestandard.co/sza-busy-making-new-album/ Sun, 09 Nov 2025 03:18:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1141150 SZA เผยว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่ แม้จะยุ่งมากก็ตาม

แรปเปอร์หญิงรุ่นใหม่ SZA ให้สัมภาษณ์กับ GQ ถึงการทำงานข […]

The post SZA เผยว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่ แม้จะยุ่งมากก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA เผยว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่ แม้จะยุ่งมากก็ตาม

แรปเปอร์หญิงรุ่นใหม่ SZA ให้สัมภาษณ์กับ GQ ถึงการทำงานของเธอในช่วงเวลานี้ โดยเธอเผยว่า นับตั้งแต่สิ้นสุดทัวร์คอนเสิร์ตในสเตเดียมกับ Kendrick Lamar เธอยังไม่ได้หยุดพักเลยสักนิด แต่เธอกลับเลือกเข้าสตูดิโอทำงานเพลงต่อทันที

 

“เป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้วที่ฉันกลับมาอยู่บ้านหลังจากสิ้นสุดทัวร์ แต่ฉันกลับมา แล้วก็วิ่งเข้าหาความวุ่นวายเลย ไม่รู้ว่าทำไมต้องรีบเข้าสตูดิโอไปทำอัลบั้มชุดใหม่ ทำอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วก็ใช้เวลานอกบ้านเยอะด้วย ฉันยุ่งมากๆ เลย” SZA กล่าว

 

ถึงแม้ว่า SZA จะไม่ได้คอนเฟิร์มว่าเธออัดเพลงไปแล้ว หรือประกาศว่าจะปล่อยอัลบั้มช่วงไหน แต่ตอนนี้เธอกำลังโฟกัสอยู่กับการสำรวจเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว การเติบโต หรือความเปราะบางในตัวเอง ซึ่งเธอก็เผยว่า เธอกำลังพยายามร่วมงานกับนักแต่งเพลงคนอื่นๆ ที่ยังไม่เคยร่วมงานด้วยมาก่อน เพื่อให้ผลงานของเธอมีสีสันและรสชาติใหม่ๆ ให้กับงานศิลปะของเธอเช่นกัน

 

ภาพ: Kevin Winter/Getty Images for The Recording Academy

อ้างอิง:

The post SZA เผยว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่อยู่ แม้จะยุ่งมากก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA เซ็นสัญญาระยะยาวกับ Vans ในฐานะอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์คนแรกของแบรนด์ https://thestandard.co/sza-signs-vans-first-artistic-director/ Sat, 16 Aug 2025 06:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1108048 SZA Vans

Vans ได้แต่งตั้ง SZA ให้เป็นอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์คนแรกข […]

The post SZA เซ็นสัญญาระยะยาวกับ Vans ในฐานะอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์คนแรกของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA Vans

Vans ได้แต่งตั้ง SZA ให้เป็นอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์คนแรกของแบรนด์ พร้อมกับเซ็นสัญญารระยะยาว เพื่อร่วมมือในการดูแลแคมเปญ ออกแบบคอลเล็กชันพิเศษ และดีไซน์ชิ้นงานรองเท้าใหม่ๆ 

 

โดยในแคมเปญเปิดตัวนี้ เธอได้สวมใส่รองเท้ารุ่นโปรดอย่าง Knu Skool ที่เธอชอบใส่เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ของสเก็ตบอร์ด โดยนำรูปทรงของ Old Skool รุ่นคลาสสิกมาปรับใหม่ในปี 1997 และมีความโดดเด่นด้วยลิ้นรองเท้าที่พองขึ้น แถบ 3D Sidestripe และเชือกรองเท้าขนาดใหญ่ และปัจจุบันยังมีให้เลือกกว่า 15 สี โดยเธอได้เลือกใส่สีดำและสีขาวสำหรับแคมเปญนี้ ซึ่งยังได้ Alejandra Hernandez มาเป็นสไตลิสต์ พร้อมกับ Sophie Jones มาเป็นผู้กำกับและช่างถ่ายภาพ

 

SZA ได้กล่าวถึงการร่วมงานว่า “ฉันรู้สึกเป็นอิสระเวลาได้ใส่ Vans และฉันใส่ Knu Skools และรองเท้าสไตล์อื่นๆ ของแบรนด์มาหลายปีแล้ว เพราะฉันรู้สึกว่า เรามีแนวคิดที่เชื่อมโยงกัน และในฐานะอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์ ภารกิจของฉันคือการสร้างความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และชุมชนแฟชั่นที่ยังคงเชื่อมโยงต่อกันเสมอ”

 

สำหรับ Vans ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์รองเท้ากีฬาสเก็ตบอร์ดในปี 1966 ปัจจุบันก็มีการขายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และยังเคยร่วมงานกับนักดนตรีอย่าง Anderson .Paak ซึ่งถูกแต่งตั้งให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ดนตรีคนแรกของแบรนด์ในปี 2020 ต่อด้วยการร่วมงานในคอลเล็กชันต่างๆ รวมถึงการสร้างคอลเล็กชัน Vanderson ในปี 2022

 

ส่วนนักร้องชาวอเมริกันอย่าง SZA ผู้เป็นเจ้าของรางวัลแกรมมี่ถึง 5 ครั้ง ก็เป็นที่รู้จักจากอัลบั้ม SOS ที่เธอได้ปล่อยมาในปี 2022 และได้ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 นานกว่า 10 สัปดาห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ เธอยังเคยร่วมงานกับวงการแฟชั่น อย่างการขึ้นแคมเปญ Fall 2023 ให้กับ Tommy Hilfiger อีกทั้งยังร่วมสร้างคอลเล็กชัน Woodgrain ให้กับ Crocs ที่ขายหมดเกลี้ยงในปี 2022 อีกด้วย

 

ภาพ: Vans

อ้างอิง: 

 

The post SZA เซ็นสัญญาระยะยาวกับ Vans ในฐานะอาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์คนแรกของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
luther ของ Kendrick Lamar และ SZA มียอดสตรีมบน Spotify แตะ 1 พันล้านครั้งแล้ว https://thestandard.co/kendrick-lamar-sza-luther-1b/ Wed, 25 Jun 2025 02:47:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1088764

Chart Data รายงานว่า ซิงเกิลสุดฮิต ‘luther’ ของ 2 ศิลปิ […]

The post luther ของ Kendrick Lamar และ SZA มียอดสตรีมบน Spotify แตะ 1 พันล้านครั้งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Chart Data รายงานว่า ซิงเกิลสุดฮิต ‘luther’ ของ 2 ศิลปินมากความสามารถอย่าง Kendrick Lamar และ SZA เพิ่งมียอดสตรีมแตะ 1 พันล้านครั้งแล้วบนสตรีมมิง Spotify

 

นี่ถือเป็นเพลงที่ 11 ของ Kendrick Lamar ที่สามารถทำสถิติพันล้านสตรีมนี้ได้สำเร็จ โดยเขาใช้เวลาไปทั้งหมด 213 วัน และยังสามารถเอาชนะเพลง Not Like Us ที่เคยทำไว้ 249 วัน และยังเป็นเพลงที่ 8 ของ SZA ที่มียอดสตรีมมิงแตะ 1 พันล้านครั้งด้วยเช่นกัน

 

ในช่วงที่ผ่านมา Kendrick Lamar และ SZA เป็นศิลปินที่ร่วมงานกันบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำซิงเกิลต่างๆ การร่วมงานกันในอัลบั้มของอีกฝ่าย การปรากฏตัวบนเวทีโชว์พักครึ่งที่งาน Super Bowl ตลอดจนการออกทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกันกับทัวร์ The Grand National Tour

 

ภาพ: Christopher Polk / Billboard via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post luther ของ Kendrick Lamar และ SZA มียอดสตรีมบน Spotify แตะ 1 พันล้านครั้งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA เผยว่า เธอและ Taylor Swift มีโอกาสทำเพลงร่วมกันในอนาคต https://thestandard.co/sza-possible-collab-taylor-swift/ Wed, 26 Mar 2025 08:55:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1056824

SZA กล่าวในรายการทอล์กโชว์สุดฮิตอย่าง The Jennifer Huds […]

The post SZA เผยว่า เธอและ Taylor Swift มีโอกาสทำเพลงร่วมกันในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>

SZA กล่าวในรายการทอล์กโชว์สุดฮิตอย่าง The Jennifer Hudson Show ว่า มีความเป็นไปได้ที่เธอกับศิลปินหญิงแห่งยุค Taylor Swift จะคอลลาบอเรชันทำเพลงด้วยกัน เพราะอีกฝ่ายก็เคยเข้ามาคุยเรื่องทำเพลงกับเธออยู่เหมือนกัน

 

“นี่น่าสนใจสำหรับฉันนะ ทุกครั้งที่เธอเดินเข้ามาหาฉัน ฉันก็จะแบบว่า ‘โอเค นี่จะเริ่มเกิดขึ้นจริงละ เพราะนั่นคือ Taylor Swift ตัวจริงนะ’ ฉันคิดว่าฉันเองก็น่าจะเคยพูดไปแล้วละ ว่าฉันอยากเขียนเพลงกับเธอ แล้วก็อยากทำอะไรบางอย่างร่วมกันด้วย”

 

SZA อธิบายต่อว่า “ฉันรักวิธีการเล่าเรื่องของเธอมาก เธอเปิดใจให้กับเรื่องนี้นะ และเธอก็สุดยอดจริงๆ แบบว่าเธอเก่งสุดๆ เลย” ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังชื่นชมศิลปินหญิงคนอื่นๆ ในยุคนี้ที่ขึ้นชื่อว่าแต่งเพลงได้ดีอย่าง Gracie Abrams, Doechii และ Chappell Roan ด้วยเช่นกัน

 

ในช่วงที่ผ่านมา SZA คอลลาบอเรชันกับศิลปินมากความสามารถอีกหลายคน เช่น Travis Scott, Rihanna, The Weeknd, Kendrick Lamar ซึ่งเธอเองเพิ่งไปแสดงในงาน Super Bowl และจะออกทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับ Kendrick Lamar ในเร็วๆ นี้ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เธอก็เกือบจะมีโอกาสทำวงร็อกที่มีชื่อว่า Pussy Lasers ร่วมกันกับศิลปินหญิงอย่าง Lizzo อีกด้วย

 

ภาพ: John Shearer / Getty Images for The Recording Academy

อ้างอิง:

The post SZA เผยว่า เธอและ Taylor Swift มีโอกาสทำเพลงร่วมกันในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เป็นความรู้สึกที่ประหลาดมาก” SZA เผยว่าการมีชื่อเสียงเป็นสิ่งที่รับมือยาก https://thestandard.co/sza-fame-struggles-future-plans/ Sat, 08 Feb 2025 11:32:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1039825 SZA ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกต่อชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น

SZA เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องชื่อเสียงของเธอผ่านการสัมภาษณ์ […]

The post “เป็นความรู้สึกที่ประหลาดมาก” SZA เผยว่าการมีชื่อเสียงเป็นสิ่งที่รับมือยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกต่อชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น

SZA เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องชื่อเสียงของเธอผ่านการสัมภาษณ์ของ Extra TV โดยเผยว่า แม้จะอยู่ในวงการมานานหลายปี แต่การที่เธออยู่ในสปอตไลต์และมีสายตาสาธารณชนจับจ้องนั้นยังคงเป็นเรื่องแปลกสำหรับเธอ

 

“บางคนอาจมีวิธีรับมือในแบบของตัวเองเป็นอย่างดีเลยนะ แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้เลยว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน คือฉันไม่ได้เติบโตมาเป็นคนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ฉันมาจากชานเมือง เรียนในโรงเรียนทั่วไป เรียนมหาวิทยาลัยทั่วไป ทำงานทั่วไป จนทุกอย่างเริ่มเกิดขึ้นนี่แหละ” SZA กล่าว

 

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า “ฉันไม่เคยถูกจดจ้องแบบนี้มาก่อนเลย ตอนนี้ฉันเพิ่งจะรู้สึกสบายใจกับการปล่อยวางตัวเองบ้าง และรู้ว่าฉันไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายจากการถูกจ้องมองจากสายตาของคนที่ฉันไม่รู้จัก แต่การมีชื่อเสียงเป็นความรู้สึกที่ประหลาดมาก ถึงแม้พวกเขาจะพูดว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเธอเต็มใจจะมาเจอนะ แต่จริงๆ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องมาเจอกับอะไร ฉันก็แค่ทำเพลงนิดหน่อย แล้วก็ดีใจนะที่คนเขาชอบกัน และฉันก็ทำเพลงต่อไปเรื่อยๆ”

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าช่วงเวลานี้ SZA กำลังจะอยู่ในจุดอิ่มตัวกับการทำเพลง เพราะก่อนหน้านี้เธอเพิ่งโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าอาจทำเพลงง่ายๆ ให้เด็กๆ ฟังอีกสัก 2 อัลบั้ม และเมื่อหมดสัญญาแล้วเธอก็จะหยุดทำเพลง แล้วผันตัวไปทำฟาร์มเกษตรกรรม เพื่อแจกจ่ายผลผลิตให้กับชุมชนผู้ด้อยโอกาส

 

ภาพ: Kevin Winter / Getty Images for The Recording Academy

อ้างอิง:

The post “เป็นความรู้สึกที่ประหลาดมาก” SZA เผยว่าการมีชื่อเสียงเป็นสิ่งที่รับมือยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA จะแสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ร่วมกันกับ Kendrick Lamar https://thestandard.co/sza-super-bowl-halftime-show-kendrick-lamar/ Fri, 24 Jan 2025 11:46:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1034145 SZA

SZA จะมาร่วมเป็นแขกรับเชิญแสดงบนเวทีเดียวกันกับ Kendric […]

The post SZA จะแสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ร่วมกันกับ Kendrick Lamar appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA

SZA จะมาร่วมเป็นแขกรับเชิญแสดงบนเวทีเดียวกันกับ Kendrick Lamar ในช่วงโชว์พักครึ่งที่งาน Super Bowl LIX Halftime Show ณ Caesars Superdome ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2025 (ตามเวลาประเทศไทย)

 

โดยการแสดงของ Kendrick Lamar ในครั้งนี้ถือเป็นการขึ้นคอนเสิร์ตช่วงพักครึ่งครั้งที่ 2 เพราะเขาเคยแสดงมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2022 ร่วมกันกับศิลปินชื่อดังอย่าง Mary J. Blige, Snoop Dogg, Eminem และ 50 Cent 

 

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง SZA และ Kendrick Lamar เพราะทั้งสองคนคุ้นเคยกันอยู่แล้วจากการทำเพลงด้วยกันก่อนหน้านี้ โดย SZA เคยไปร่วมฟีเจอริงในเพลง luther จากอัลบั้มใหม่ GNX ของ Kendrick และเขาก็เคยไปร่วมร้องในซิงเกิล 30 For 30 ของ SZA จากอัลบั้ม SOS Deluxe: LANA นอกจากนี้พวกเขายังมีแผนจะออกทัวร์คอนเสิร์ต Grand National Tour ด้วยกันในช่วงเดือนเมษายนที่กำลังจะถึงนี้ด้วย

 

ภาพ: Kendrick Lamar

อ้างอิง:

 

The post SZA จะแสดงบนเวที Super Bowl Halftime Show ร่วมกันกับ Kendrick Lamar appeared first on THE STANDARD.

]]>
SZA เผยว่าหลังปล่อยอีก 2 อัลบั้มตามสัญญากับค่ายเพลง เธออยากผันตัวไปเป็นเจ้าของฟาร์ม https://thestandard.co/sza-farmer-after-two-albums/ Sun, 12 Jan 2025 03:02:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1029553

ศิลปินหญิง SZA โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เกี่ยวกับแผนการทำงา […]

The post SZA เผยว่าหลังปล่อยอีก 2 อัลบั้มตามสัญญากับค่ายเพลง เธออยากผันตัวไปเป็นเจ้าของฟาร์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศิลปินหญิง SZA โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เกี่ยวกับแผนการทำงานในอนาคตของเธอว่า ก่อนที่จะหมดสัญญากับค่ายเพลง เธออยากจะเปลี่ยนแนวเพลงที่ทำ และจะผันตัวไปเป็นเจ้าของฟาร์ม และบริจาคผลผลิตให้กับผู้ด้อยโอกาส

 

“เพื่อทำตามสัญญากับค่ายเพลงที่ฉันยังเหลืออีก 2 อัลบั้มที่ต้องผลิต ฉันคิดว่าฉันแค่อยากทำเพลงให้เด็กๆ ฟังสบายๆ แล้วก็ออกไปจากวงการนี้ หลังจากนั้นก็เป็นเจ้าของฟาร์มและจะช่วยบริจาคผลผลิตต่างๆ ให้กับชุมชนผู้ด้อยโอกาส” SZA กล่าว

 

ย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา SZA เพิ่งปล่อยผลงาน SOS Deluxe: LANA ซึ่งมีทั้งผลงานเดิมจากอัลบั้มก่อน รวมทั้งแทร็กใหม่ที่ยังไม่เคยปล่อยมาก่อนอีก 14 เพลง

 

ส่วนในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม เธอโพสต์อัปเดตเรื่องผลงานเพลงอีกด้วยว่า “เพิ่งได้รับอัปเดตมาว่าจะเพิ่มเพลงมิกซ์และเพลงใหม่ๆ ในช่วงวันที่ 6 มกราคม หลังจากที่ค่ายเพลงกลับมาทำงานแล้วหลังจากหยุดยาว ขอโทษที่พวกเขาทำไวกว่านี้ไม่ได้ แค่อยากจะบอกทุกคนให้รู้เฉยๆ ขอบคุณทุกคนที่อดทนรอกันนะ”

 

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่โพสต์แสดงความตั้งใจของเธอ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการคอนเฟิร์มว่าเธอจะต้องทำอีกกี่อัลบั้มก่อนจะหมดสัญญา และเธอจะมีโอกาสได้ทำเพลงให้เด็กๆ ฟังอย่างที่ต้องการหรือไม่ แต่โดยปกติแล้ว SZA เป็นศิลปินที่สนใจเรื่องเด็กๆ ช่วยเหลือแฟนเพลง และสนใจประเด็นสังคมต่างๆ มาโดยตลอด ดังนั้นแฟนๆ ก็ต้องมารอติดตามฟังผลงานเพลงใหม่ของเธอกันว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

 

ภาพ: Joseph Okpako / WireImage

อ้างอิง:

The post SZA เผยว่าหลังปล่อยอีก 2 อัลบั้มตามสัญญากับค่ายเพลง เธออยากผันตัวไปเป็นเจ้าของฟาร์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Billie Eilish, SZA, Tyla, Kylie Minogue ชนะรางวัล Grammy Awards 2024 ไปแล้วช่วง Pre-Telecast https://thestandard.co/billie-sza-tyla-kylie-pre-telecast/ Mon, 05 Feb 2024 00:16:07 +0000 https://thestandard.co/?p=895960

เป็นธรรมเนียมที่ก่อนงาน Grammy Awards จะเริ่มถ่ายทอดสดไ […]

The post Billie Eilish, SZA, Tyla, Kylie Minogue ชนะรางวัล Grammy Awards 2024 ไปแล้วช่วง Pre-Telecast appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นธรรมเนียมที่ก่อนงาน Grammy Awards จะเริ่มถ่ายทอดสดไปทั่วโลก พร้อมด้วยการแจกรางวัลสำคัญต่างๆ ทางหน่วยสถาบัน Recording Academy จะมีการมอบอีกกว่า 80 รางวัลในช่วง Pre-Telecast โดยผู้ชนะมี Billie Eilish ในสาขา Best Song Written for Visual Media กับเพลง What Was I Made For? ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Barbie ซึ่งทำกับพี่ชาย Finneas O’Connell

 

SZA ที่เป็นอีกหนึ่งศิลปินตัวเต็งของปีนี้กับการได้เข้าชิงสาขามากสุด ก็เก็บไป 2 รางวัลแล้วในสาขา Best Progressive R&B Album และก็ Best Pop Duo/Group Performace สำหรับเพลง Ghost in the Machine ที่ร้องกับ Phoebe Bridgers ซึ่งก็ต้องลุ้นกันต่อว่า SZA จะชนะ Grammy Awards ไปอีกกี่ตัวในปีนี้ ส่วน Phoebe Bridgers เองก็เก็บไปอีก 2 รางวัลกับวง boygenius ของเธอ ในสาขา Best Rock Performance สำหรับเพลง Not Strong Enough และ Best Alternative Music Album สำหรับอัลบั้ม The Record

 

Tyla ที่แจ้งเกิดชั่วข้ามคืนในปี 2023 กับเพลงสุดฮิต Water ก็ชนะรางวัล Best African Music Performance สำหรับเพลงดังกล่าว ส่วน Victoria Monét ก็ชนะสองรางวัลในสาขา Best R&B Album และ Best Engineered Album, Non-Classical สำหรับผลงานอัลบั้ม Jaguar II 

 

มาที่อีกหนึ่งศิลปินไอคอนอย่าง Kylie Minogue ก็คว้ารางวัล Best Pop Dance Recording สำหรับเพลงสุดไวรัลอย่าง Padam Padam ซึ่งก็เป็นรางวัล Grammy Awards ตัวที่ 2 ในชีวิตที่เธอสามารถคว้าไปได้

 

ภาพ: Robert Gauthier / Los Angeles Times via Getty Images

The post Billie Eilish, SZA, Tyla, Kylie Minogue ชนะรางวัล Grammy Awards 2024 ไปแล้วช่วง Pre-Telecast appeared first on THE STANDARD.

]]>
Grammy Awards 2024 มีรายชื่อศิลปินหญิงเข้าชิงรางวัลใหญ่ทั้ง 4 สาขาเกือบทั้งหมด https://thestandard.co/female-artists-2024-grammy-nominations/ Sat, 11 Nov 2023 03:21:15 +0000 https://thestandard.co/?p=864613

ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรายชื่อผู้เข้าชิงรางวั […]

The post Grammy Awards 2024 มีรายชื่อศิลปินหญิงเข้าชิงรางวัลใหญ่ทั้ง 4 สาขาเกือบทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 66 ที่จะเกิดขึ้นเช้าวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2024 ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งในปีนี้มีศิลปินหญิงที่สามารถเข้าชิงรางวัลใหญ่ทั้ง 4 สาขา หรือ Big 4 ทั้ง Record of the Year, Song of the Year, Album of the Year และ Best New Artist เกือบทั้งหมด และมีศิลปินชายเข้าชิงคนเดียวท่ามกลางศิลปินหญิงวงการเพลงป๊อปในรางวัลทั้งสามสาขา

 

โดยในสาขาใหญ่แรกอย่าง Record of the Year ที่มีเพลงเด่น 7 ใน 8 เพลงเป็นของศิลปินหญิง เช่น Flowers ของ Miley Cyrus, What Was I Made For? ของ Billie Eilish, Anti-Hero ของ Taylor Swift และ vampire ของ Olivia Rodrigo แต่มีเพียงเพลง Worship ของ Jon Batiste ที่เป็นเพลงของศิลปินชายเข้าชิงเพียงคนเดียว

 

และเป็นเช่นเดียวกันกับอีก 2 สาขาใหญ่ ทั้ง Album of the Year ที่มีอัลบั้มของศิลปินหญิงเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ Midnights ของ Taylor Swift, SOS ของ SZA และ the record ของวง boygenius และมีเพียงอัลบั้ม World Music Radio ของ Jon Batiste เข้าชิง ซึ่งเขาเคยได้รางวัลสาขานี้ในปี 2022 มาแล้วจากอัลบั้ม We Are 

 

และ Song of the Year ก็เช่นกัน ที่มีเพลงฮิตถึง 7 เพลงเป็นของผู้หญิงป๊อป เช่น Dance The Night ของ Dua Lipa, Kill Bill ของ SZA และ A&W ของ Lana Del Rey และปิดด้วยเพลง Butterfly ของ Jon Batiste เข้าชิงอีกเช่นกัน

 

ในขณะที่สาขา Best New Artist ศิลปินหญิงหน้าใหม่เข้าชิงทั้ง Ice Spice, Coco Jones, Gracie Abrams และ Victoria Monét ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิง และตามมาด้วย Fred again.., Noah Kahan, แรปเปอร์ Jelly Roll และดูโอ้คู่หญิงชาย The War and Treaty 

 

และแน่นอนว่ามีผู้ชายจำนวนมากที่ทำงานเบื้องหลังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งสามสาขานี้ ทั้งโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง มิกเซอร์ และวิศวกรเสียง ที่ต่างได้รับการยกย่อง ส่วนใหญ่มักได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลต่างๆ เช่น Record หรือ Song of the Year แต่ภาพรวมได้เปลี่ยนไป เมื่อปีนี้ฝั่งผู้หญิงได้ครองลิสต์เข้าชิงเกือบทั้งหมด

 

นอกเหนือจาก 4 สาขาใหญ่แล้ว ศิลปินผู้หญิงยังคงครองทั้ง 5 อันดับในสาขา Best Pop Solo Performance และยังมีศิลปินหญิง 8 คน จาก 10 คนที่ร่วมเข้าชิงรางวัล Best Pop Duo/Group Performance มีเพียง Ed Sheeran คนเดียวเท่านั้นที่ร่วมในลิสต์เข้าชิงรางวัล Best Pop Vocal Album 

 

ภาพ: Kevin Mazur / Getty Images for The Recording Academy

อ้างอิง:

The post Grammy Awards 2024 มีรายชื่อศิลปินหญิงเข้าชิงรางวัลใหญ่ทั้ง 4 สาขาเกือบทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stray Kids ขึ้นแคมเปญล่าสุดของ Tommy Hilfiger คอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 https://thestandard.co/stray-kids-tommy-hilfiger-fall-winter-2023/ Thu, 14 Sep 2023 01:13:39 +0000 https://thestandard.co/?p=841448 Stray Kids

มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการแฟชั่นสำหรับวง Stray Kids […]

The post Stray Kids ขึ้นแคมเปญล่าสุดของ Tommy Hilfiger คอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stray Kids

มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการแฟชั่นสำหรับวง Stray Kids จากประเทศเกาหลี ซึ่งล่าสุดทั้ง 8 สมาชิกของวง บังชาน, ลีโน, ชางบิน, ฮยอนจิน, ฮัน, ฟีลิกซ์, ซึงมิน และ I.N. ได้ขึ้นแคมเปญล่าสุดของแบรนด์สุดคลาสสิกฝั่งอเมริกาอย่าง Tommy Hilfiger สำหรับคอลเล็กชัน Fall/Winter 2023

 

โดยนอกเหนือจาก Stray Kids แล้ว ก็ยังมีอีกหลายศิลปินที่เป็นตัวแปรสำคัญของวงการดนตรีมาอยู่ในแคมเปญด้วย ทั้ง Quincy Jones, SZA, ศิลปินฮิปฮอปชาวญี่ปุ่น KREVA บวกกับแรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ PUNPEE โดยภาพมีการตีความในมุมมองใหม่เกี่ยวกับคำว่า ‘ครอบครัว’ เช่นเดียวกับการนำสีแดง ขาว และน้ำเงิน ซึ่งเป็น DNA ของแบรนด์ Tommy Hilfiger มาเล่น

 

“แคมเปญนี้เป็นการเฉลิมฉลองให้กับความรู้สึกของความเป็นเจ้าของและความพิเศษของคำว่า ครอบครัว” Tommy Hilfiger กล่าวในแถลงการณ์ “เราได้รวบรวมเพื่อนและครอบครัวที่มีความสามารถอันโดดเด่นให้มารวมตัวกัน ซึ่งพวกเขามีความผูกพันอันลึกซึ้ง และคอยสนับสนุนซึ่งกันและกันตลอดมา มันทำให้ผมนึกถึงความสัมพันธ์อันทรงพลังที่ผมมีให้กับคนรักของผม”

 

คอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 ของ Tommy Hilfiger นำเสนอมุมมองที่ทันสมัยของแฟชั่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการหลบหลีกความวุ่นวายโดยการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และความคลาสสิกแบบ American Preppy โดยมีไฮไลต์อยู่ที่เสื้อตัวนอกอย่าง New York Puffer รวมทั้งยังมีการแสดงให้เห็นถึงความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น โดยการนำสไตล์และรูปทรงของเสื้อผ้าที่คงความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของแบรนด์มาผสมผสานกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นลายที่ถูกคิดค้นมายาวนานอย่าง Tommy Tartan, ลายทางสีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก และโลโก้ TH Monogram

 

ภาพ: Tommy Hilfiger

The post Stray Kids ขึ้นแคมเปญล่าสุดของ Tommy Hilfiger คอลเล็กชัน Fall/Winter 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 อัลบั้มชั้นยอดที่ถูกเมินจากเวที Grammy Awards https://thestandard.co/5-albums-grammy-awards/ https://thestandard.co/5-albums-grammy-awards/#respond Wed, 24 Jan 2018 04:40:29 +0000 https://thestandard.co/?p=64553

รางวัล Grammy นับเป็นรางวัลทางดนตรีที่ศิลปินส่วนใหญ่ล้ว […]

The post 5 อัลบั้มชั้นยอดที่ถูกเมินจากเวที Grammy Awards appeared first on THE STANDARD.

]]>

รางวัล Grammy นับเป็นรางวัลทางดนตรีที่ศิลปินส่วนใหญ่ล้วนอยากได้มาครอบครอง สำหรับ Grammy ปี 2018 มีศิลปินหลายคนที่ได้รับการเสนอชื่อ เช่น เคนดริก ลามาร์ (Kendrick Lamar), บรูโน มาร์ส (Bruno Mars), SZA, และเอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) อย่างไรก็ตามมีศิลปินหลายคนที่ออกอัลบั้มคุณภาพเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่อัลบั้มของพวกเขาไม่ได้รับเลือกจากทาง Grammy มาดูกันว่า มีอัลบั้มไหนบ้างที่ควรได้รับการเสนอชื่อ แต่กลับถูกเมินอย่างน่าเสียดาย

  

Harry Styles, Self-Titled
หลายคนอาจจดจำ แฮร์รี สไตล์ส (Harry Styles) ในฐานะสมาชิกกลุ่มบอยแบนด์ One Direction ที่มีเพลงฮิตอย่าง What Makes You Beautiful, Live While We’re Young, Story of My Life, Drag Me Down และเพลงอื่นๆ อีกมากมาย แต่หลังจาก One Direction พักวงอย่างเป็นทางการ ก็ถือเป็นโอกาสทองของแฮร์รี สไตล์ส ที่จะเจิดจรัสในฐานะศิลปินเดี่ยวสักที หลังจากออกซิงเกิลแรก Sign of the Times ให้ทุกคนได้ประจักษ์ แฮร์รี สไตล์สก็ได้รับกระแสชื่นชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแฟนเพลง 1D รวมทั้งสื่อดนตรีหลายสำนัก

นอกเหนือจากจุดเด่นด้านเสียงร้องของแฮร์รี สไตล์ส แนวดนตรีของอัลบั้มชุดนี้ยังนำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ หลายบทเพลงมีกลิ่นอายของดนตรีคลาสสิกร็อกแบบยุค 80s ดังที่เห็นในซิงเกิล Kiwi รวมถึงยังมีเพลงบัลลาดไพเราะมากมาย แฮร์รี สไตล์สให้สัมภาษณ์ผ่าน Rolling Stone ว่า งานชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงยุคสมัยก่อน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วยเช่นกัน

การพักวงของ One Direction อาจเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่อย่างน้อยอัลบั้มของแฮร์รี สไตล์สก็ถือเป็นผลงานที่หลายคนให้การชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลง 1D รวมถึงบางคนที่เคยแอนตี้ One Direction

 

Harry Styles – Sign of the Times

 

 

Paramore, After Laughter
Paramore นับเป็นวงร็อกที่อยู่คู่วงการมานาน วงนี้โด่งดังสุดๆ จากอัลบั้มชุด Riot ด้วยดนตรีพังก์ร็อกจังหวะมันๆ บวกกับลุคน่ารักๆ ของ เฮย์ลีย์ วิลเลียมส์ (Hayley Williams) ทำให้ Paramore มีแฟนเพลงและสาวกมากมาย ด้วยทัศนคติการทำเพลงที่เปลี่ยนไป ผลงานเพลงยุคหลังๆ ของ Paramore ก็จะเริ่มลดอัตราความมัน แต่เน้นความสวยงามของเมโลดี้มากขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะอัลบั้มชุดล่าสุด After Laughter ที่หลายคนอาจตกใจกับซิงเกิล Hard Times ที่มีความมุ้งมิ้งมากกว่างานชุดก่อนๆ หลายเท่าตัว

งานชุดนี้มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกวงหลายตำแหน่ง เช่น เจเรมี เดวิส (Jeremy Davis – มือเบส) ที่ลาออกเมื่อปี 2015 แต่วงก็ได้ แซก ฟาร์โร (Zac Farro) มือกลองยุคบุกเบิกกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง After Laughter มีซาวด์ดนตรีที่ห่างไกลจากความเป็นป๊อปพังก์และอัลเทอร์เนทีฟร็อก โดยมีการแทนที่ด้วยดนตรีนิวเวฟและซินธ์ป๊อป แต่ความน่าสนใจของ After Laughter อยู่ที่คอนเซปต์เนื้อเพลงที่มีการพูดถึงโรคซึมเศร้า รวมถึงสภาพจิตใจภายใต้ความมืดหม่น ซึ่งเป็นธีมที่ย้อนแย้งกับดนตรีที่นำเสนอด้วยความสดใส

After Laughter ได้รับการยกย่องเรื่องวิธีการเขียนเพลงของเฮย์ลีย์ วิลเลียมส์ ที่มีความเหนือชั้นและกินใจผู้ฟัง โดยสื่อดังๆ อย่าง Rolling Stone, NME และ The Guardian ล้วนให้คะแนนอัลบั้มชุดนี้ไม่ต่ำกว่า 4 ดาว

 

Paramore – Hard Times

 

 

alt-J, Relaxer
หากพูดถึงวงอังกฤษที่น่าจับตามองในรอบ 5 ปี วงจากเมืองลีดส์อย่าง alt-j ต้องอยู่ในลำดับต้นๆ ของลิสต์นี้โดยไม่ต้องสงสัย พวกเขาเปิดตัวได้ร้อนแรงกับอัลบั้มชุดแรก An Awesome Wave ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รางวัล Mercury Prize ก่อนจะต่อด้วยอัลบั้มชุดที่สอง This Is All Yours ที่ทำให้ alt-J ได้ไปเล่นสเตเดียมระดับตำนานอย่าง Madison Square Garden อีกทั้งยังมีเพลง Left Hand Free ที่โด่งดังไปถึงฝั่งอเมริกา จนกระทั่งมาถึงอัลบั้มชุดล่าสุด Relaxer ที่สามารถพูดได้ว่า พวกเขาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย

อัลบั้มชุด Relaxer มีหลายเพลงที่แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะของพวกเขาทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็นเพลง 3WW ที่มีความ Cinematic เหมือนกับถูกดึงเข้าไปในฉากของภาพยนตร์อาร์ต อีกทั้งเพลงในชุดนี้ยังมีแพตเทิร์นซับซ้อนแตกต่างจากเพลงทั่วๆ ไป

อย่างไรก็ตามความยอดเยี่ยมของ Relaxer ไม่ได้อยู่ที่การโชว์เหนืออย่างเดียว เพราะงานชุดนี้ไม่ได้เสพยากอย่างที่คิด บางเพลงยังถูกเลือกไปเป็นซาวด์แทร็กของเกมด้วยซ้ำ อย่างเช่นเพลง Deadcrush ที่ถูกนำไปใช้ประกอบเกม FIFA 18 นอกจากนี้ Relaxer ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Mercury Prize ประจำปี 2017 แต่ผู้ชนะในปีที่แล้วตกเป็นของ Sampha กับอัลบั้มชุด Process ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

 

alt-J – Deadcrush

 

 

The xx – I See You
อัลบั้มชุดที่สามของ The xx กับการกลับมาร่วมงานกับ Rodaidh McDonald โปรดิวเซอร์ผู้มิกซ์อัลบั้มชุดแรกของ The xx ซึ่งถือเป็นผลงานที่มีเพลงชั้นดีมากมาย เช่น Crystalised, Islands และ VCR ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพลงที่กล่าวมาข้างต้นคือผลงานที่คนส่วนใหญ่ตกหลุมรักและรู้จัก The xx เป็นครั้งแรก

ถึงแม้จะได้ร่วมงานกับคนคุ้นเคย แต่ I See You กลับมีความแตกต่างจากอัลบั้มชุดแรกอย่างสิ้นเชิง โดยอัลบั้มชุดนี้มีความสว่างและครึกครื้นกว่าชุดก่อนๆ หลายเพลงใน I See You มีการใส่จังหวะรวมถึงบีตที่มีชีวิตชีวากว่าเก่า อีกทั้งเพลงยังได้รับอิทธิพลจาก Jamie xx ที่ใช้ซาวด์สังเคราะห์ขับเคลื่อนจังหวะได้อย่างชาญฉลาด โดยในหลายแทร็กจะมีการใส่แซมเปิลเข้าไปอย่างถูกที่ถูกเวลา อย่างเช่นเพลง On Hold ที่มีการใส่เพลงระดับคลาสสิกอย่าง I Can’t Go for That (No Can Do) ของ Hall and Oates เข้าไปอย่างกลมกลืน นอกเหนือจากนี้ I See You ยังมีเพลง I Dare You ซึ่งได้ มิลลี บ็อบบี้ บราวน์ (Millie Bobby Brown) นักแสดงจากซีรีส์ Stranger Things มาแสดงในเอ็มวีจนถูกผู้คนพูดถึงในวงกว้าง

กระแสตอบรับอัลบั้มชุด I See You ถือว่าค่อนข้างดี สื่อชื่อดังเช่น The Guardian, The Independent, NME รวมถึง Pitchfork ล้วนให้คะแนนไม่ต่ำกว่า 4 ดาวทั้งสิ้น อีกทั้ง I See You ยังประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย หลังจากสามารถขึ้นอันดับ 1 บน UK Chart ได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ออกจำหน่าย

 

The xx – I Dare You

 

 

Vince Staples, Big Fish Theory
Big Fish Theory คืออัลบั้มชุดที่สองของแรปเปอร์ชาวอเมริกัน วินซ์ สเตเปิลส์ (Vince Staples) เขาได้รับการยกย่องในฐานะแรปเปอร์ที่กล้าแหกกรอบฮิปฮอปแบบเดิมๆ โดยการทดลองซาวด์ใหม่ๆ ดังที่เห็นในอัลบั้มชุด Big Fish Theory ที่มีความหลากหลายทางดนตรีจนนักวิจารณ์หลายสำนักต้องอ้าปากค้าง

ศิลปินรับเชิญงานชุดนี้ก็มีหลายคนที่ควรเอ่ยถึง ไม่ว่าจะเป็น Justin Vernon และ Flume ที่มาร่วมงานกับวินซ์ สเตเปิลส์ในฐานะโปรดิวซ์เซอร์ รวมถึง Kendrick Lamar, Juicy J, Ty Dolla Sign, Damon Albarn และ ASAP Rocky ที่มีชื่อในฐานะศิลปินรับเชิญเช่นกัน โดยเพลงที่ถูกตัดเป็นซิงเกิลอย่าง BagBak, Big Fish และ Rain Come Down ล้วนสะท้อนถึงความอัจฉริยะของเขาได้เป็นอย่างดี

Big Fish Theory ได้รับการชื่นชมจากนักวิจารณ์ทางฝั่งอเมริกาและอังกฤษ The Guardian, The Observer, Q ล้วนให้คะแนนเกิน 4 ดาวทั้งนั้น ในขณะที่สื่อดนตรีอังกฤษอย่าง NME ให้คะแนนอัลบั้มชุดนี้ในระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

 

Vince Staples – Big Fish

The post 5 อัลบั้มชั้นยอดที่ถูกเมินจากเวที Grammy Awards appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/5-albums-grammy-awards/feed/ 0
The Big Four สี่รางวัลใหญ่ Grammy Awards ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่คนดนตรีต่างจับตามอง! https://thestandard.co/grammy-awards-the-big-four/ https://thestandard.co/grammy-awards-the-big-four/#respond Mon, 22 Jan 2018 09:11:50 +0000 https://thestandard.co/?p=64119

    หากจุดสูงสุดในชีวิตการเป็นนักแสดงของคนคนห […]

The post The Big Four สี่รางวัลใหญ่ Grammy Awards ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่คนดนตรีต่างจับตามอง! appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

หากจุดสูงสุดในชีวิตการเป็นนักแสดงของคนคนหนึ่ง คือการก้าวขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัลในฐานะผู้ชนะรางวัลออสการ์ เชื่อว่านักดนตรีหลายคน (ที่ไม่อินดี้จนเกินไปนัก) ก็มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นผู้ชนะรางวัลแกรมมี่อวอร์ดส์ (Grammy Awards) เช่นกัน

นับเป็นเวลากว่า 58 ปี ตั้งแต่มีการประกาศรางวัลแกรมมี่อวอร์ดส์ ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1959 มีศิลปินและผู้อยู่เบื้องหลังวงการดนตรีนับพันคนที่ได้มีโอกาสสัมผัสโล่รางวัลอันทรงเกียรตินี้ ที่ถูกออกแบบให้เป็นรูปทรงหีบเสียงทองคำ (Gramophone) ซึ่งนักวิจารณ์และนักฟังเพลงทั่วโลก ให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในงานประกาศรางวัลเกี่ยวกับผลงานดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นอีเวนต์บันเทิงที่แฟนคลับของเหล่าบรรดาศิลปินตั้งหน้าตั้งตาคอยมากที่สุด (เคียงคู่รางวัล BRIT Awards ของทางฝั่งอังกฤษและ World Music Awards ซึ่งเป็นงานแจกรางวัลสำหรับผลงานดนตรีทั่วโลก)

อย่างไรก็ดี จากประเภทของรางวัลซึ่งมีมากกว่า 70-80 รางวัลในแต่ละปี (ซึ่งจำนวนรางวัลถูกแบ่งซอยออกเป็นจำนวนมากที่สุดในปี 2017 นี้เอง โดยมีการแจกรางวัลทั้งหมด 84 ประเภท) ว่ากันว่ามีรางวัลอยู่ทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด หรือ ‘The Big Four’ อันได้แก่ รางวัลเพลงแห่งปี, รางวัลบันทึกเสียงแห่งปี, รางวัลอัลบั้มแห่งปี และรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม นั่นเอง

 

Coldplay และ Jay-Z

 

Song of The Year: รางวัลเพลงแห่งปี
รางวัลแกรมมี่ในสาขาเพลงแห่งปี เป็นรางวัลใหญ่ที่มอบให้แก่บทเพลงอันทรงคุณค่าทั้งในแง่ของการประพันธ์ โดยผู้ที่จะได้รับรางวัลนั้นไม่ใช่ศิลปินซึ่งขับร้องบทเพลง แต่จะมอบให้แก่นักเขียนเพลง (แต่อาจจะเป็นคนเดียวกันกับผู้ขับร้องก็ได้ เช่น อเดล) ซึ่งชนะรางวัลนี้จากการประกาศรางวัลแกรมมี่ในปี 2017 ด้วยเพลง Hello ที่เธอแต่งร่วมกับเกร็ก เคอร์สติน) บทเพลงที่ถูกเลือกให้รับรางวัลนั้นจะต้องเป็นเพลงที่ถูกประพันธ์ขึ้นใหม่ และไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อร้องที่ถูกหยิบยกมาจากบทเพลงอื่นๆ ในอดีต

มีศิลปินหลายคนซึ่งเป็นผู้ชนะรางวัลนี้จากการประพันธ์เพลงให้ตนเองขับร้อง เช่น ลอร์ด, อลิเซีย คียส์, โคลด์เพลย์ หรือเอ็ด ชีแรน อย่างไรก็ดีในประวัติศาสตร์รางวัลแกรมมี่ มีเพียง คริสโตเฟอร์ ครอสส์ และ อเดล เท่านั้นที่สามารถชนะรางวัลใหญ่ทั้ง 4 รางวัลมาครองได้สำเร็จ (เพลงแห่งปี, บันทึกเสียงแห่งปี, อัลบั้มแห่งปี และศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม)

ผู้เข้าชิงรางวัลเพลงแห่งปีในงานแกรมมี่ครั้งที่ 60 นี้ได้แก่

  • Despacito ของ Luis Fonsi and Daddy Yankee Featuring Justin Bieber
  • That’s What I Like ของ Bruno Mars
  • 4:44 ของ Jay-Z
  • Issues ของ Julia Michaels
  • 1-800-273-8255 ของ Logic featuring Alessia Cara & Khalid

 

โดยตอนนี้ภาษีที่ดูมีออร่ากว่าใครเพื่อน เหมือนจะเป็น 1-800-273-8255 ซึ่งยกชื่อเพลงทั้งดุ้นมาจากสายฮอตไลน์ให้คำปรึกษาปัญหาวัยรุ่น หรืออาจจะเป็น Despacito เพลงลาติโน่ที่แกรมมี่อาจจะบ้าจี้สร้างกระแสให้รางวัล แต่ใครจะรู้ เพลงที่ดูเรื่อยๆ มาเรียงๆ เคียงคู่ใจสตรีคิดมากอย่าง Issues ของจูเลีย ไมเคิลส์ อาจจะเป็นผู้ชนะแบบตบหน้ารุ่นเก๋าอย่าง เจย์-ซี หรือขวัญใจประชาชนอย่าง บรูโน มาร์ส ก็เป็นได้

 

Bruno Mars และ Beyonce

 

Record of The Year: รางวัลบันทึกเสียงแห่งปี

หนึ่งในประเภทของรางวัลที่ผู้ติดตามรางวัลแกรมมี่หลายคนยังมีความสับสนว่ามันแตกต่างอะไรกับ ‘รางวัลเพลงแห่งปี’ ซึ่งคำตอบก็คือ ในขณะที่รางวัลเพลงแห่งปีถูกมอบให้กับผู้ประพันธ์บทเพลง แต่รางวัลบันทึกเสียงแห่งปีนั้น ถูกมอบให้กับทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังบทเพลง โปรดิวเซอร์ ซาวด์เอ็นจิเนียร์ ผู้มิกซ์เสียง รวมถึงศิลปินผู้ขับร้องบทเพลงนั้น

จากสถิติที่ผ่านมา ศิลปินชายที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบันทึกเสียงแห่งปีบ่อยครั้งที่สุดได้แก่ แฟรงก์ ซินาตรา (7 ครั้ง) ส่วนฝ่ายหญิงได้แก่ บาร์บรา สไตรแซนด์ และบียอนเซ่ (5 ครั้ง) ซึ่งในกรณีของบียอนเซ่นั้น เธอเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงทั้งในขณะที่เป็นศิลปินเดี่ยว และเมื่อครั้งยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Destiny’s Child กับเพลง Say My Name อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีศิลปินอีกหลายคนที่เป็นผู้ชนะรางวัลนี้ พ่วงกับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม เป็นตัวการันตีคุณภาพอันล้นเปี่ยมของเหล่าบรรดาดาวรุ่งพุ่งแรง เช่น เอมี ไวน์เฮาส์ และล่าสุดกับแซม สมิธ เป็นต้น


สำหรับในปีนี้ เป็นการชิงชัยกันระหว่าง

  • Redbone ของ Childish Gambino
  • The Story of O.J. ของ Jay-Z
  • Despacito ของ Luis Fonsi and Daddy Yankee featuring Justin Bieber
  • Humble ของ Kendrick Lamar
  • 24K Magic ของ Bruno Mars

 

ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าการทำสถิติเป็นเพลงที่อยู่บนอันดับ 1 ชาร์ตบิลบอร์ดยาวนาน 16 สัปดาห์ของ Despacito จะโชว์ความเหนือด้วยพลังลาติน ฝ่าด่านสุดหินจนเป็นผู้ชนะได้หรือไม่ โดยที่หลายฝ่ายตอนนี้เหมือนจะเก็ง Humble ของเคนดริก ลามาร์ ขาประจำแกรมมี่ แต่อาจจะเป็นเจย์-ซี ที่คว้ารางวัลไปแบบเกินคาดก็เป็นได้ เพราะอะไรก็เซอร์ไพรส์เราได้เสมอบนเวทีนี้!

 

Ed Sheeran และ Taylor Swift

 

Album of The Year: อัลบั้มแห่งปี

รางวัลอัลบั้มแห่งปีเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลงานอัลบั้ม ซึ่งผู้ได้รับรางวัลประกอบไปด้วยตัวศิลปินเจ้าของอัลบั้ม โปรดิวเซอร์ ซาวด์เอ็นจิเนียร์ รวมถึงศิลปินที่มีส่วนร่วมอื่นๆ อยู่ในผลงานอัลบั้มนั้นๆ

ในปี 2010 เทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นผู้ชนะรางวัลอัลบั้มแห่งปีที่อายุน้อยที่สุดตั้งแต่มีการมอบรางวัลแกรมมี่ด้วยวัย 20 ปี กับผลงานอัลบั้ม Fearless โดยสถิติเดิมเป็นของอลานิส มอริสเซตต์ ในวัย 21 ปี ที่ชนะรางวัลแกรมมี่แบบตบหน้านักมาร์เก็ตติ้งกับผลงานอัลบั้มอันเกรี้ยวกราด ซึ่งผงาดกลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มของศิลปินหญิงที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง Jagged Little Pill ในปี 1996

สำหรับรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลอัลบั้มแห่งปีในปีนี้ได้แก่

  • Melodrama ของ Lorde
  • 24K Magic ของ Bruno Mars
  • Damn ของ Kendrick Lamar
  • 4:44 ของ Jay-Z
  • Awaken, My Love! ของ Childish Gambino

 

ซึ่งแฟนเพลงต่างโล่งอกโล่งใจที่นักวิจารณ์ยังคงให้เครดิตความดีงามของอัลบั้มชุดล่าสุดของลอร์ดอยู่ แม้ตัวเพลงจะดูแป้กเบาๆ บนชาร์ตก็ตาม แต่คนที่ภาษีดีที่สุดตอนนี้ต้องยกให้เคนดริก ลามาร์ เพราะนอกจากจะเป็นขาประจำแกรมมี่ ผลงานอัลบั้มล่าสุดยังเน้นงานเพลงแรปแนวจี้จุดประเด็นสังคม เสียดสีค่านิยมต่างๆ อย่างถูกจริตแกรมมี่อย่างที่รู้ๆ กันดีอีกด้วย

 

Alicia Keys, Christina Aguilera และ Lauryn Hill

 

Best New Artist: ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

รางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม เป็นรางวัลที่มอบให้กับศิลปินผู้ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานอัลบั้มที่ออกวางจำหน่ายในวงกว้างเป็นครั้งแรก (โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานอัลบั้มแรกในชีวิตของศิลปินนั้นๆ) หรือมีการออกซิงเกิลมาโปรโมตไม่ต่ำกว่า 5 เพลงโดยที่ยังไม่ได้ออกผลงานอัลบั้มเต็ม รวมทั้งต้องไม่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงในรางวัลนี้มาก่อนเกินสามครั้งในฐานะสมาชิกของวงดนตรีต่างๆ ที่ตนเคยสังกัดอยู่

รางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่ก่อให้เกิดดราม่าแทบจะทุกปี เพราะบรรดาแฟนคลับของศิลปินผู้ซึ่งแจ้งเกิดอย่างพลุแตกในปีนั้นๆ มักจะคาดหวังว่าศิลปินอันเป็นที่รักของตนเองจะเป็นผู้ชนะเสมอ และแน่นอนหากผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ความโกรธเกรี้ยวของแฟนเพลงย่อมมีให้เห็นเป็นบุญตาต่อผู้เสพดราม่าวงการดนตรี อย่างเช่นกรณีของ จัสติน บีเบอร์ กับ เอสเปอรันซา สปัลดิง ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ปี 2011 ซึ่งบีเบอร์นั้นพ่ายแพ้ให้แก่สปัลดิงในคืนตัดสิน ทำให้เหล่าบรรดาแฟนเพลงผู้เกรี้ยวกราดขอบีเบอร์ได้เข้าไปถล่มเพจวิกิพีเดียของสปัลดิงด้วยการแก้ไขข้อมูลต่างๆ รวมทั้งขึ้นข้อความว่า “จัสติน บีเบอร์ ควรเป็นผู้ชนะ เชิญไปตายในรูเถอะค่ะ หล่อนเป็นใครฉันยังไม่รู้เลย!”

มีการกล่าวเอาไว้ว่าการเป็นผู้ชนะรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมบนเวทีแกรมมี่ถือเป็นคำสาปแห่งวงการดนตรีที่ศิลปินมากมายได้ประสบในอดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่าผู้ชนะรางวัลนี้มักจะไม่สามารถกลับมาประสบความสำเร็จในวงการดนตรีจากการออกผลงานอัลบั้มต่อมาเสมอ พูดง่ายๆ ก็คือ “ปีนี้รับรางวัลปุ๊บ ปีหน้ากริบปั๊บ” เช่น นอราห์ โจนส์ (2003), ลอรีน ฮิลล์ (1999), เชลบี ลีนน์ (2001) หรือฟัน (Fun) (2013) ที่หลังจากปีนั้นประกาศขอแยกย้ายไปทำผลงานเดี่ยวของตัวเอง


อย่างไรก็ดีมีศิลปินผู้ซึ่งเคยเป็นผู้ชนะรางวัลนี้อีกหลายคนที่กลับมาพร้อมผลงานอัลบั้มซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในเวลาต่อมา เช่น คริสตินา อากีเลรา (2000), อลิเซีย คียส์ (2002) หรือมารูนไฟฟ์ (2005) เป็นต้น

ศิลปินหน้าใหม่บ้างไม่ใหม่บ้างที่ก้าวย่างเข้ามาอยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิงปีนี้นั้นได้แก่

  • Alessia Cara
  • Khalid
  • Lil Uzi Vert
  • Julia Michaels
  • SZA

 

อย่างที่บอกว่านักวิจารณ์แกรมมี่ชอบศิลปินที่มีผลงานเสียดสีสังคม เนื้อเพลงพูดถึงความซีเรียสระทมของวัยรุ่นในโลกทุนนิยมสามานย์ ถ้าเป็นเช่นนั้น สาวฮิปสเตอร์อเลสเซีย คารา อาจจะซิวรางวัลไปก็เป็นได้ หรือ SZA กับผลงานสตูดิโออัลบั้มแรกหลังจากผลุบๆ โผล่ๆ แบบอินดี้ในวงการมาระยะหนึ่ง แต่แฟนๆ อาจจะต้องเตรียมใจอึ้ง เพราะอย่างที่รู้ ‘ม้ามืด’ มักสร้างเซอร์ไพรส์บนเวทีเสมอ!

 

 

หนึ่งในสิ่งที่คณะกรรมการรางวัลแกรมมี่พร่ำบอกอยู่ตลอดก็คือ “เราเฉลิมฉลองและสรรเสริญความดีงามทางด้านผลงานดนตรี โดยมิได้อิงถึงยอดขายหรือความสำเร็จบนชาร์ตเพลงแต่อย่างใด” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีศิลปินอีกมากมายที่ถึงแม้พวกเขานั้นมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก มีซิงเกิลฮิตติดบิลบอร์ดนับสิบ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้หยิบรางวัลแกรมมี่แม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของจังหวะเวลา แต่ที่แน่ๆในปีนี้ใครจะหมู่ใครจะจ่า รอลุ้นกันได้ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 60 วันที่ 29 มกราคมช่วงเช้าตามเวลาบ้านเรา!

 

อ้างอิง:

The post The Big Four สี่รางวัลใหญ่ Grammy Awards ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่คนดนตรีต่างจับตามอง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/grammy-awards-the-big-four/feed/ 0