Poland Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/poland/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 29 Mar 2026 11:35:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พักเบรกแบบโจรๆ! Nestle โดนยกเค้า KitKat ล็อตใหม่ 12 ตัน กลางยุโรป หวั่นกระทบซัพพลายเชนทำสินค้าขาดตลาดชั่วคราว https://thestandard.co/nestle-kitkat-stolen-europe/ Sun, 29 Mar 2026 09:15:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1192502 ภาพกองช็อกโกแลต KitKat จำนวนมาก พร้อมข้อความ "คิดจะพักคิดถึง KitKat?" ในข่าว Nestle ถูกโจรกรรม 12 ตันในยุโรป

รถบรรทุกที่ขนส่งช็อกโกแลตแบรนด์ KitKat จำนวนมหาศาลได้ถู […]

The post พักเบรกแบบโจรๆ! Nestle โดนยกเค้า KitKat ล็อตใหม่ 12 ตัน กลางยุโรป หวั่นกระทบซัพพลายเชนทำสินค้าขาดตลาดชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกองช็อกโกแลต KitKat จำนวนมาก พร้อมข้อความ "คิดจะพักคิดถึง KitKat?" ในข่าว Nestle ถูกโจรกรรม 12 ตันในยุโรป

รถบรรทุกที่ขนส่งช็อกโกแลตแบรนด์ KitKat จำนวนมหาศาลได้ถูกขโมยหายไป โดย Nestle ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวกับสำนักข่าว AFP เมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) ที่ผ่านมา

 

สินค้าที่สูญหายไปในเหตุการณ์โจรกรรมครั้งนี้คือช็อกโกแลตเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตคอลเล็กชันใหม่จำนวนมากถึง 413,793 ชิ้น ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วคิดเป็นน้ำหนักรวมสูงถึงประมาณ 12 ตัน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว

 

รายงานระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางว่า รถบรรทุกคันที่เกิดเหตุได้เริ่มต้นเดินทางออกจากโรงงานผลิตซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศอิตาลีเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายปลายทางสุดท้ายอยู่ที่ประเทศโปแลนด์ และตลอดเส้นทางการเดินรถได้มีแผนที่จะแวะกระจายช็อกโกแลตเหล่านี้ให้กับประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามรายทางทั่วภูมิภาคยุโรปอีกด้วย

 

จนถึงขณะนี้ทาง Nestle ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวอแว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยังไม่ได้ออกมาระบุพิกัดที่แน่ชัดว่ารถบรรทุกขนส่งสินค้าสูญหายไปในบริเวณใดของยุโรป บริษัทระบุในแถลงการณ์เพียงแค่ว่าทั้งตัวยานพาหนะรวมถึงช็อกโกแลตคอลเล็กชันใหม่ทั้งหมดนั้นยังคงหายสาบสูญโดยที่ไม่มีใครพบเห็นหรือทราบเบาะแสใดๆ เลยในตอนนี้

 

โฆษกของแบรนด์ KitKat ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แบบมีอารมณ์ขัน โดยอ้างอิงถึงประโยคสโลแกนยอดฮิตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

“เรามักจะสนับสนุนให้ผู้คนคิดจะพักคิดถึง KitKat อยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าบรรดาหัวขโมยกลุ่มนี้จะตีความข้อความรณรงค์ของเราตรงตัวเกินไปหน่อย พวกเขาเลยตัดสินใจขอพักเบรกด้วยการฉกช็อกโกแลตของเราไปมากกว่า 12 ตันเสียเลย”

 

โฆษกกล่าวเสริมในแถลงการณ์อีกว่า “แม้ว่าเราจะแอบชื่นชมในรสนิยมอันยอดเยี่ยมของบรรดาอาชญากรกลุ่มนี้ แต่ความจริงก็คือการขโมยสินค้าทางบกกำลังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นสำหรับธุรกิจทุกขนาด” บริษัทเปิดเผยว่าด้วยรูปแบบการก่ออาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้นเรื่อยๆ ทางแบรนด์จึงตัดสินใจที่จะนำประสบการณ์ที่พบเจอมาเปิดเผยต่อสาธารณชน

 

“เรามีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การออกมาเปิดเผยเรื่องราวในครั้งนี้จะช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและพบเห็นได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ” ตัวแทนของแบรนด์ระบุอย่างชัดเจน

 

ในเบื้องต้นบริษัทได้ออกมาเตือนว่าการโจรกรรมครั้งนี้อาจนำไปสู่ปัญหา ‘สินค้าขาดตลาด’ บนชั้นวางจำหน่ายชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องพบกับความลำบากในการหาซื้อช็อกโกแลตแสนโปรดของพวกเขา

 

KitKat ได้ออกมาเตือนว่าช็อกโกแลตที่ถูกขโมยไปอาจถูกนำไปวางจำหน่ายตาม ‘ช่องทางขายอย่างไม่เป็นทางการ’ ทั่วทั้งตลาดในภูมิภาคยุโรปได้

 

อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น สินค้าทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านการสแกนรหัสชุดการผลิตที่ไม่ซ้ำกันซึ่งระบุอยู่บนช็อกโกแลตแต่ละแท่ง เพื่อให้ผู้บริโภค ร้านค้าปลีก และผู้ค้าส่งสามารถตรวจสอบได้

 

หากสแกนแล้วพบว่าข้อมูลตรงกับสินค้าล็อตที่ถูกขโมยมา ผู้ที่ทำการสแกนจะได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการแจ้งเบาะแสกลับมายังบริษัท จากนั้นทางบริษัทก็จะนำหลักฐานไปดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

 

ทั้งนี้หลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนแล้ว ทางแบรนด์ KitKat ก็จะทำการรวบรวมข้อมูลและแบ่งปันหลักฐานทั้งหมดที่ได้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมต่อไป เพื่อใช้เป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามตัวคนร้าย

 

ทางบริษัทได้ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานงานกับบรรดาพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานเพื่อเร่งคลี่คลายคดีโจรกรรมครั้งใหญ่นี้

 

ภาพ : Pavlovska Yevhenii / Shutterstock

อ้างอิง:

 

The post พักเบรกแบบโจรๆ! Nestle โดนยกเค้า KitKat ล็อตใหม่ 12 ตัน กลางยุโรป หวั่นกระทบซัพพลายเชนทำสินค้าขาดตลาดชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอนใหม่ รวม 8 ตำนานยุโรปในหนึ่งเดียว https://thestandard.co/european-marathon-classics-series-europe/ Thu, 26 Feb 2026 14:20:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1182152 ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ European Marathon Clas […]

The post รู้จัก European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอนใหม่ รวม 8 ตำนานยุโรปในหนึ่งเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ European Marathon Classics (EMC) ซีรีส์มาราธอนใหม่ของยุโรป ที่รวบรวม 8 สนามระดับตำนานจากเมืองสำคัญทั่วทั้งทวีปไว้ในหนึ่งเดียว

 

 

THE STANDARD SPORT ขอพาไปรู้จักซีรีส์ EMC ให้มากขึ้น ว่า 8 สนามที่ถูกพูดถึงมีที่ใดบ้าง เหรียญรางวัลของซีรีส์นี้มีความพิเศษอย่างไร และโปรแกรมประเดิมปี 2026 จะจัดขึ้นเมื่อไร ไปดูกัน

 

 

ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป 1ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป 2ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป 3ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป 4ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป 5ภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอน 8 สนามตำนานยุโรป 6

The post รู้จัก European Marathon Classics ซีรีส์มาราธอนใหม่ รวม 8 ตำนานยุโรปในหนึ่งเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Keely Hodgkinson ทุบสถิติโลกวิ่ง 800 เมตรในร่ม ที่ถูกสร้างขึ้นในวันเดียวกับที่เธอเกิด https://thestandard.co/keely-hodgkinson-breaks-800m-indoor-record/ Fri, 20 Feb 2026 02:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1180215 คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน กำลังวิ่งและมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตรในร่ม

คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกชาวสหราชอาณาจั […]

The post Keely Hodgkinson ทุบสถิติโลกวิ่ง 800 เมตรในร่ม ที่ถูกสร้างขึ้นในวันเดียวกับที่เธอเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน กำลังวิ่งและมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตรในร่ม

คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกชาวสหราชอาณาจักร สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำลายสถิติโลกวิ่ง 800 เมตรในร่มหญิง ที่สนามลีแว็ง ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเวลา 1:54.87 นาที

 

โดยสถิติเดิม 1:55.82 นาที ถูกทำไว้โดย Jolanda Ceplak ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2002 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ฮอดจ์กินสันเพิ่งลืมตาดูโลก โดยครั้งนี้เธอทำเวลาได้เร็วขึ้นเกือบ 1 วินาที

 

นอกจากนี้ นักวิ่งวัย 23 ปี กลายเป็นนักกรีฑาชาวอังกฤษเพียงคนที่สอง ต่อจากโจนาธาน เอ็ดเวิร์ดส์ ที่ครองสถิติโลกในรายการชิงแชมป์อย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำสถานะตัวเต็งก่อนศึกชิงแชมป์โลกในร่มที่โปแลนด์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

ฮอดจ์กินสันเคยตั้งเป้าทำลายสถิตินี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ต้องพักยาวจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงถึงสองครั้งในปี 2025 อย่างไรก็ตาม หลังได้ช่วงซ้อมฤดูหนาวที่สมบูรณ์ที่สุดในรอบหลายปี เธอกลับมาพร้อมพลังเต็มร้อย และเพิ่งเปิดฤดูกาลด้วยเวลา 1:56.33 นาที ที่เบอร์มิงแฮม

 

จากผลงานครั้งนี้ ทำให้ชื่อของฮอดจ์กินสันถูกจับตาว่า เธออาจไล่ล่าสถิติโลกวิ่งกลางแจ้ง 800 เมตร 1:53.28 นาที ที่ Jarmila Kratochvilova ทำไว้ตั้งแต่ปี 1983 ซึ่งยืนยาวมากว่า 43 ปี

 

ขอบคุณภาพจาก: stadion_actu – x / gagastrophe – instagram

 

คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน กำลังวิ่งและมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตรในร่ม 2คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน กำลังวิ่งและมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตรในร่ม 3คีลีย์ ฮอดจ์กินสัน กำลังวิ่งและมองไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการแข่งขันวิ่ง 800 เมตรในร่ม 4

The post Keely Hodgkinson ทุบสถิติโลกวิ่ง 800 เมตรในร่ม ที่ถูกสร้างขึ้นในวันเดียวกับที่เธอเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลยุโรปชี้ 9 ประเทศหวั่น เสี่ยงเกิด ‘สงคราม’ กับรัสเซียสูง – ทรัมป์ถูกมองเป็น ‘ศัตรู’ ของภูมิภาค https://thestandard.co/europe-fears-war-russia-trump/ Fri, 05 Dec 2025 03:37:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1151593 โพลยุโรปชี้ 9 ประเทศหวั่น เสี่ยงเกิด ‘สงคราม’ กับ รัสเซียสูง - ทรัมป์ ถูกมองเป็น ‘ศัตรู’ ของภูมิภาค

ผลสำรวจใหม่เผย ประชาชน 9 ประเทศในสหภาพยุโรปเชื่อว่า ภูม […]

The post โพลยุโรปชี้ 9 ประเทศหวั่น เสี่ยงเกิด ‘สงคราม’ กับรัสเซียสูง – ทรัมป์ถูกมองเป็น ‘ศัตรู’ ของภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลยุโรปชี้ 9 ประเทศหวั่น เสี่ยงเกิด ‘สงคราม’ กับ รัสเซียสูง - ทรัมป์ ถูกมองเป็น ‘ศัตรู’ ของภูมิภาค

ผลสำรวจใหม่เผย ประชาชน 9 ประเทศในสหภาพยุโรปเชื่อว่า ภูมิภาคมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด ‘สงคราม’ ระหว่างรัสเซียในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ความเห็นส่วนใหญ่ยังระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เป็น ‘ศัตรู’ มากกว่ามิตรสำหรับยุโรป

 

ล่าสุด Le Grand Continent นิตยสารฝรั่งเศส เผยแพร่ผลสำรวจจาก Cluster 17 ที่ผ่านการสอบถามประชาชนกลุ่มตัวอย่างใน 9 ประเทศยุโรป ได้แก่ เบลเยียม, โครเอเชีย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส และสเปน รวมทั้งสิ้น 9,553 ราย ตั้งแต่วันที่ 22-28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถึงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ล่าสุดใน EU เช่น ความต้องการให้ประเทศออกจากสหภาพ หรือประเด็นสงครามสันติภาพ

 

ปรากฏว่า ผู้ทำแบบสำรวจ 9 ประเทศในยุโรป 51% เชื่อว่า มีโอกาสสูงที่ภูมิภาคจะได้ทำสงครามกับรัสเซีย โดยชาวฝรั่งเศสมีความกังวลสูงสุดถึง 86% รองลงมาคือโปแลนด์ที่ 77% ซึ่งมีพรมแดนใกล้ชิดกับรัสเซีย ขณะที่เบลเยียมและเนเธอร์แลนด์อยู่ที่ 59% ตรงกันข้ามกับอิตาลี ซึ่งประเมินความเสี่ยงต่ำที่สุดที่เพียง 34% เช่นเดียวกับโปรตุเกสและโครเอเชีย

 

อีกหนึ่งตัวเลขสำคัญคือ ชาวยุโรป 69% ไม่เชื่อว่า ประเทศของตนพร้อมรับมือการทำสงครามระหว่างรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า ภูมิภาคจำกัดการปฏิบัติการทางทหารอย่างมากนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

 

ขณะเดียวกัน แบบสำรวจยังสอบถามมุมมองของยุโรปต่อทรัมป์ โดยมีเพียง 10% เท่านั้นที่เชื่อว่า ผู้นำสหรัฐฯ เป็นมิตรต่อยุโรป ส่วนอีก 48% มองว่า ทรัมป์เป็นศัตรูของภูมิภาค ขณะที่ 40% มองอย่างเป็นกลาง คือ ไม่ใช่ทั้งศัตรูและไม่ใช่ทั้งเพื่อน

 

โปแลนด์เป็นประเทศที่มีทัศนคติเชิงบวกกับทรัมป์มากที่สุด โดย 24% มองว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นมิตร ส่วน 19% มองว่า เป็นศัตรู และอีก 48% ที่เหลือมองว่า ทรัมป์ไม่ใช่ทั้งศัตรูและเพื่อน

 

ขณะที่เบลเยียมมีมุมมองแง่ลบต่อทรัมป์มากที่สุด โดยมีตัวเลขสูงถึง 62% และมีเพียง 7% เท่านั้นที่มองว่าเป็นมิตร อย่างไรก็ดี ผู้ทำแบบสำรวจเชื่อว่า ยุโรปไม่ควรเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ แต่ต้องประนีประนอมถึง 48%

 

ปัจจุบัน ฝรั่งเศสเป็นชาติยุโรปที่ตื่นตัวต่อการทำสงครามต่อรัสเซียมากที่สุด โดย พลเอก ฟาเบียง ม็องดง (Fabien Mandon) ผู้บัญชาการทหารบกฝรั่งเศส เคยกล่าวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า จุดอ่อนใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส คือ การขาด ‘เจตจำนง’ ที่จะต่อสู้ในโลกแสนอันตรายปัจจุบัน พร้อมย้ำให้ประเทศรับมือกับการสูญเสีย หากต้องสงครามกับรัสเซียในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ซึ่งตามมาด้วยเสียงวิจารณ์จากฝ่ายซ้ายว่า เป็นการยั่วยุ

 

นอกจากนี้ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม ยังวางแผนนำ ‘ระบบรับราชการทหาร’ โดยสมัครใจ กลับมาใช้ในปี 2026 ซึ่งเคยยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ปี 1996 โดย เอ็มมานูเอล มาครง ประกาศว่า นี่คือแผนการตอบโต้รัสเซีย ซึ่งมักฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของประเทศอื่น

 

ภาพ: Le Grand Continent

อ้างอิง:

The post โพลยุโรปชี้ 9 ประเทศหวั่น เสี่ยงเกิด ‘สงคราม’ กับรัสเซียสูง – ทรัมป์ถูกมองเป็น ‘ศัตรู’ ของภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Poland Pivot: เมื่อไทยเป็น ‘หมุดหมายยุทธศาสตร์ใหม่’ ในเกมภูมิรัฐศาสตร์โลก https://thestandard.co/opinion-the-poland-pivot/ Fri, 04 Jul 2025 07:12:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1092875 opinion-the-poland

กรุงวอร์ซอที่ดิฉันได้มาเยือนในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าโคร […]

The post The Poland Pivot: เมื่อไทยเป็น ‘หมุดหมายยุทธศาสตร์ใหม่’ ในเกมภูมิรัฐศาสตร์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
opinion-the-poland

กรุงวอร์ซอที่ดิฉันได้มาเยือนในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าโครงของภาพจำในหน้าประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งสงครามและความเจ็บปวด เมืองที่เคยถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ฟื้นคืนชีพ กลายเป็นเมืองใหญ่ที่เปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรปกลาง 

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการเติบโตภายในประเทศ คือการที่โปแลนด์กำลังปรับแกนเข็มทิศนโยบายต่างประเทศของตนเองอย่างมีนัยสำคัญ และการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ มี ‘ประเทศไทย’ เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ

 

ปรากฏการณ์ “The Poland Pivot” นี้ ไม่ใช่แค่การทูตเพื่อกระชับมิตรภาพตามปกติ แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่เกิดจากแรงผลักดันทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้วอำนาจเดียวสู่สภาวะหลายขั้ว ประเทศมหาอำนาจระดับกลาง ต่างแสวงหาพันธมิตรใหม่เพื่อสร้างสมดุลและเพิ่มทางเลือกให้กับตนเอง และนี่คือโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการสร้างพันธมิตรและยกระดับบทบาทของตนเองในเวทีโลก

 

ดิฉันได้มีโอกาสสนทนากับ อุรษา มงคลนาวิน  เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ บทสนทนาในวันนั้น ทำให้เห็นภาพชัดเจนถึงเบื้องหลังการขับเคลื่อนที่กำลังจะยกระดับความสัมพันธ์กว่า 5 ทศวรรษ ซึ่งสถาปนามาตั้งแต่ปี 1972 และเพิ่งเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีไปเมื่อปี 2022  สู่บทใหม่ของการเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์”

 

อุรษา มงคลนาวิน

อุรษา มงคลนาวิน เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ และ ณัฏฐา โกมลวาทิน 

 

เข้าใจหัวใจของโปแลนด์: ทำไมต้องวันนี้?

 

การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน่าทึ่งหลังยุคสงครามเย็น ทำให้โปแลนด์มีศักยภาพและมีความมั่นใจที่จะกำหนดทิศทางของตนเองมากขึ้น ท่านทูตอุรษา ผู้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด ยืนยันในมุมมองนี้

 

“สถานเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่าโปแลนด์เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ในการที่เราจะส่งเสริมความสัมพันธ์ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และในเรื่องของความร่วมมือทางด้านสังคม โปแลนด์เป็นประเทศที่เป็นมิตรกับไทยมาอย่างยาวนาน และให้การสนับสนุนไทยในประเด็นต่างๆ อย่างดีมาโดยตลอด”

 

นี่คือพันธมิตรที่มีทั้งศักยภาพในประเทศและในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

 

อุรษา มงคลนาวิน

อุรษา มงคลนาวิน เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ

 

จากตัวเลขสู่เรื่องราว : เมื่อเศรษฐกิจขับเคลื่อนมิตรภาพ

 

รากฐานของการยกระดับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่ได้มาจากเพียงเจตจำนงทางการเมือง แต่ถูกหนุนหลังด้วยเรื่องราวความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เมื่อเราพูดถึงตัวเลขการค้าที่สูงเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 เรากำลังพูดถึงสินค้าไทยที่ไปถึงมือผู้บริโภคในยุโรป และเทคโนโลยีโปแลนด์ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในบ้านเรา

 

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นคือเรื่องราวของบริษัทไทยอย่าง CP Foods, Thai Union Group และ Indorama Ventures ที่มองเห็นโปแลนด์ไม่ใช่แค่ตลาด แต่เป็นฐานยุทธศาสตร์ในการเข้าถึงตลาดยุโรปทั้งหมด ในทางกลับกัน บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโปแลนด์อย่าง Comarch ก็ได้เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเช่นกัน เรื่องราวเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าความสัมพันธ์ของไทยและโปแลนด์ เติบโตและงอกงามในโลกธุรกิจจริง

 

สภาพบ้านเมืองในกรุงวอร์ซอ

สภาพบ้านเมืองในกรุงวอร์ซอ

 

เมื่อ ‘เสน่ห์ไทย’ มัดใจชาวโปแลนด์

 

สิ่งที่ทำให้ดิฉันประทับใจยิ่งกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจ คือสายใยที่เชื่อมโยงผู้คนของทั้งสองชาติ ท่านทูตอุรษาได้ฉายภาพความนิยมประเทศไทยในสายตาชาวโปแลนด์

 

“ในด้านการท่องเที่ยว ตอนนี้ นักท่องเที่ยวโปแลนด์ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศจากยุโรปกลางที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ปีที่แล้วตัวเลขขึ้นไปถึง 180,000 แล้ว คาดว่าปีนี้ตัวเลขทั้งปีเราน่าจะได้เกิน 200,000 คน”

 

ท่านทูตเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้มที่บอกเล่าได้มากกว่าตัวเลขทางการทูตว่า “คนโปแลนด์ชอบอาหารไทยมาก และทานอาหารเผ็ดได้นะคะ ชอบด้วย คนโปแลนด์ชอบมวยไทย ขณะนี้มียิมที่สอนมวยไทยในโปแลนด์เพิ่มขึ้นมาก” 

 

ความนิยมในมวยไทยนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อถูกบรรจุเข้าในการแข่งขัน 2023 European Games ที่โปแลนด์เป็นเจ้าภาพ สะท้อนถึงการยอมรับใน ‘ตัวตน’ และ Soft Power ของไทย นอกจากนี้โปแลนด์ยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่สำคัญของนักเรียนไทย โดยเฉพาะในสาขาการแพทย์ เนื่องจากมีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญและมีค่าเล่าเรียนที่สมเหตุสมผล

 

นิยามใหม่ความสัมพันธ์: จากมิตรภาพสู่ ‘Strategic Dialogue’

 

ถ้าเปรียบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ไทยกับโปแลนด์อาจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมายาวนาน แต่ในวันนี้ สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะยกระดับความสัมพันธ์ให้จริงจังและเป็นทางการมากขึ้น การพูดคุยทักทายอาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมี “บทสนทนาเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อวางแผนอนาคตร่วมกัน

 

ท่านทูตอุรษาอธิบายถึงจังหวะเวลาที่ลงตัวนี้ว่า

 

“ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นที่อยากจะเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น โปแลนด์อยากที่จะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกมาหาเพื่อนนอกยุโรป ในขณะเดียวกัน นโยบายนี้ของโปแลนด์ก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทย ที่เราก็ต้องการที่จะแสวงหาเพื่อนเพิ่มมากขึ้น”

 

การยกระดับสู่ “Strategic Dialogue” คือการสร้างกรอบความร่วมมือที่ชัดเจน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการป้องกันประเทศ เป็นความพยายามของโปแลนด์ในการกระชับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศ Global South เพื่อสร้างสมดุลทางอำนาจ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ “โปแลนด์มองว่าการที่จะมีบทบาทอยู่เฉพาะในยุโรปอย่างเดียวไม่พอ ประเทศไทยอยู่ในประเทศเป้าหมายหลักที่โปแลนด์ต้องการที่จะเพิ่มพูนความสัมพันธ์”

 

สภาพบ้านเมืองในกรุงวอร์ซอ

สภาพบ้านเมืองในกรุงวอร์ซอ

 

แล้วไทยได้อะไร? จากยุทธศาสตร์ของโปแลนด์

 

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศที่ห่างไกลกว่า 8,000 กิโลเมตรนี้ มีความหมายอย่างไรกับคนไทย? คำตอบคือโอกาสในหลายมิติ

 

การมีโปแลนด์เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง คือการมี “เพื่อน” อยู่ในห้องประชุมที่สำคัญของสหภาพยุโรป เป็นเสียงสนับสนุนที่หนักแน่นให้กับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียู ที่จะเปิดประตูสู่ตลาดยุโรปให้กับผู้ประกอบการไทย และที่สำคัญไปกว่านั้น ในโลกที่ผันผวน การมีเพื่อนที่ไว้ใจได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย คือการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ให้กับประเทศไทย

 

การทูตในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสนธิสัญญาหรือพิธีการ แต่คือการมองเห็นศักยภาพ การเข้าใจผู้คน และการสร้างสะพานเชื่อมโยงผลประโยชน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ การปรับแกนของโปแลนด์ในครั้งนี้ คือโอกาสของประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนมิตรภาพอันยาวนานให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่เวทีโลกต่อไป

The post The Poland Pivot: เมื่อไทยเป็น ‘หมุดหมายยุทธศาสตร์ใหม่’ ในเกมภูมิรัฐศาสตร์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดบทเรียนจาก ‘โปแลนด์-เกาหลีใต้’ ก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงสำเร็จ แต่ทำไม ‘ไทย’ ยังติดกับรายได้ปานกลางอยู่ https://thestandard.co/poland-korea-high-income-thailand-middle-income-trap/ Tue, 27 May 2025 04:00:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1077382

ถอดบทเรียนจาก ‘โปแลนด์-เกาหลีใต้’ ประเทศที่ก้าวขึ้นเป็น […]

The post ถอดบทเรียนจาก ‘โปแลนด์-เกาหลีใต้’ ก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงสำเร็จ แต่ทำไม ‘ไทย’ ยังติดกับรายได้ปานกลางอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถอดบทเรียนจาก ‘โปแลนด์-เกาหลีใต้’ ประเทศที่ก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงสำเร็จ โดยโปแลนด์ครั้งหนึ่งเคยมีรายได้ประชาชาติต่อหัวที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 อย่างไรก็ตาม โปแลนด์กลับเลื่อนสถานะเป็นประเทศรายได้สูงได้ภายในได้เพียง 15 ปีเท่านั้น ขณะที่ไทยติดอยู่ในกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (ระดับบน) มาอย่างน้อย 14 ปีแล้ว นับตั้งแต่การอัปเกรดครั้งล่าสุด สำหรับเกาหลีใต้ แม้จะใช้เวลาถึง 21 ปี แต่สุดท้ายก็สามารถเลื่อนสถานะเป็นประเทศรายได้สูงได้สำเร็จ ร่วมถอดบทเรียนความสำเร็จจาก 2 ประเทศนี้ผ่าน 2 รายงานของธนาคารโลก

 

ตามข้อมูลจากรายงาน World Development Report 2024 ของธนาคารโลก (World Bank) ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา (ระหว่าง 1990-2024) มีประเทศรายได้ปานกลาง (Middle-Income Countries) เพียง 34 ประเทศเท่านั้น ที่ก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้ (High-Income Countries)

 

โดยตามการจัดอันดับของธนาคารโลก (Atlas Method) ปัจจุบันมี 83 ประเทศเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Countries) หรือประเทศที่มีรายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวเท่ากับ 13,846 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีหรือมากกว่า

 

ส่วนประเทศรายได้ปานกลางระดับบน (Upper Middle-Income Countries) ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวระหว่าง 4,466-13,845 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีทั้งหมด 54 ประเทศ โดยประเทศไทยก็อยู่กลุ่มนี้ เนื่องจากมีรายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวเท่ากับ 7,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในปี 2023

 

ขณะที่ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง (Lower Middle-Income Countries) ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวระหว่าง 1,136-4,465 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีทั้งหมด 54 ประเทศ

 

สุดท้ายประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง (Low-Income Countries) ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวเท่ากับ 1,135 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีหรือน้อยกว่า มีทั้งหมด 26 ประเทศ

 

ทั้งนี้ Atlas Method คือ วิธีที่ธนาคารโลกใช้คำนวณ รายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) โดยเฉลี่ยอัตราแลกเปลี่ยนย้อนหลัง 3 ปี และปรับตามเงินเฟ้อ เพื่อให้ลดความผันผวนจากค่าเงิน ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้การเปรียบเทียบรายได้ระหว่างประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยธนาคารโลกใช้วิธีนี้เพื่อจัดกลุ่มรายได้ของประเทศเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

 

  1. รายได้น้อย
  2. รายได้ปานกลางระดับล่าง
  3. รายได้ปานกลางระดับบน
  4. รายได้สูง

 

 

3 ทศวรรษกับ 34 ประเทศ ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางสำเร็จ

 

แม้ปัจจุบันยังมีประเทศและดินแดนมากกว่า 100 แห่งยังคงติดกับรายได้ปานกลาง (Middle-Income Trap) อย่างไรก็ตามในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ยังมีประเทศถึง 34 แห่งที่สามารถก้าวข้ามกับดักนี้ได้สำเร็จ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ โปแลนด์และเกาหลีใต้

 

โดยโปแลนด์ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศรายได้สูงในปี 2000 หลังจากเลื่อนสถานะเป็นประเทศรายได้ปานกลางได้เพียง 15 ปี

 

ส่วนเกาหลีใต้ แม้ได้ติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางระดับล่างเป็นเวลานานถึง 62 ปี จนกระทั่งกลายเป็นเศรษฐกิจที่มีรายได้ปานกลางระดับบนในปี 1974 ก็สามารถก้าวขึ้นประเทศรายได้สูงได้ในปี 1995 แม้จะใช้เวลาถึง 21 ปีก็ตาม

 

สำหรับประเทศไทย ธนาคารโลกได้ปรับสถานะของประเทศไทยจากประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำเป็นรายได้ปานกลางระดับสูง เมื่อปี 2011 โดย GNI ต่อหัวของไทยในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 4,210 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าประเทศไทยติดอยู่ในกับดักนี้มาอย่างน้อย 14 ปีแล้ว นับตั้งแต่การอัปเกรดครั้งล่าสุด

 

(ทั้งนี้ ในปี 2011 ธนาคารโลกกำหนดว่า ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง มี GNI ต่อหัวระหว่าง 3,976 ถึง 12,275 ดอลลาร์สหรัฐ)

 

โปแลนด์และไทย ครั้งหนึ่งเคยมีจุดเริ่มต้นใกล้กัน

 

ตามข้อมูลจากธนาคารโลกแสดงให้เห็นว่า GNI ต่อหัวของไทยและโปแลนด์ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 มีความใกล้เคียงกันอย่างมาก โดยในปี 1992 (ปีที่ธนาคารโลกเริ่มแสดงข้อมูล GNI ต่อหัวของโปแลนด์) พบว่า GNI ต่อหัวของโปแลนด์อยู่ที่ 2,080 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ GNI ต่อหัวของไทยอยู่ที่ 1,930 ดอลลาร์สหรัฐ

 

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างความแตกต่างของ GNI ต่อหัวระหว่างไทยและโปแลนด์เริ่มห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังปี 1995 โดยช่องว่างดังกล่าวยังกว้างขึ้นๆ จนถึงทุกวันนี้

 

 

ถอดบทเรียนจากโปแลนด์: กระจายอำนาจไปยังรัฐบาลท้องถิ่นอย่างครอบคลุมเด็ดขาด

 

ในรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย กรกฎาคม 2567 (Thailand Economic Monitor July 2024) : ปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของเมืองรอง (Unlocking the Growth Potential of Secondary Cities) ได้กล่าวถึง ‘การกระจายอำนาจไปยังรัฐบาลท้องถิ่นของโปแลนด์’ ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้โปแลนด์ก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้

 

ธนาคารโลกระบุว่า ในช่วงยุคคอมมิวนิสต์ของโปแลนด์ การปกครองของโปแลนด์มีการรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางอย่างมาก รัฐบาลท้องถิ่นถูกมองข้าม เนื่องจากไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐสังคมนิยม ดังนั้นเมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลาย โปแลนด์ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดตั้ง ‘รัฐบาลท้องถิ่น’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องรัฐบาลท้องถิ่น หากเผชิญกับแนวโน้มการรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางอีกครั้ง นอกจากนี้ โปแลนด์ยังได้แก้ไขกฎหมายรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อมุ่งจัดสรรทรัพยากรและอำนาจปกครองตนเองเพิ่มเติมแก่รัฐบาลเมืองรองด้วย

 

เมื่อไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์ Financial Times ได้จัดอันดับเมืองที่น่าดึงดูดใจสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) พบว่า เมืองในโปแลนด์หลายเมืองเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก หลังจากได้รับอำนาจปกครองตนเอง และสามารถดำเนินกลยุทธ์การพัฒนาของตนเอง

 

โดยวอร์ซอ (Warsaw) รั้งในอันดับที่ 4 ในกลุ่มเมืองหลักในยุโรป (Major European Cities) แซงหน้าปารีส มิวนิก มาดริด เบอร์ลิน สตอกโฮล์ม และบาร์เซโลนา 

 

ส่วนคราคูฟ (Krakow) อยู่ในอันดับที่ 4 ในกลุ่มเมืองใหญ่ในยุโรป (large cities in Europe) ส่วนเมืองอื่นๆ ในโปแลนด์อีกหลายแห่งก็อยู่ในอันดับสูงเช่นกัน

 

ความสำเร็จของเมืองเหล่านี้ในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเพิ่มอำนาจให้กับรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้มีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโปแลนด์อย่างมาก

 

ต่างจากประเทศที่สนับสนุนการกระจายอำนาจโดยไม่ดำเนินการให้ครบถ้วน (fully implementing) โปแลนด์ได้ทำให้การปกครองตนเองเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการเงินของเทศบาล ทำให้โปแลนด์ได้ก้าวออกจากระบบการบริหารส่วนท้องถิ่นแบบรวมอำนาจ (heavily centralized) จากบนลงล่าง (top-down systems of local administration) ได้อย่างเด็ดขาด

 

โดยหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้ประสบความสำเร็จคือ ผู้สนับสนุน (Advocates) การกระจายอำนาจให้รัฐบาลท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง และต้องเตรียมพร้อม กล่าวคือ เป็นเวลากว่าทศวรรษก่อนที่ระบอบคอมมิวนิสต์ในโปแลนด์จะล่มสลาย ดังนั้นนักเคลื่อนไหวและนักวิชาการได้สนับสนุนและเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการทำให้รัฐบาลท้องถิ่นที่เข้มแข็งเป็นจริง ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ 

 

เมืองรองของไทยก็มีศักยภาพ แต่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

 

ในรายงานของธนาคารโลก ยังระบุว่า การพัฒนาเมืองของประเทศไทยที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นไปที่กรุงเทพมหานคร ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ โดยกรุงเทพฯ ในฐานะกลุ่มเมือง (urban agglomeration) มีประชากรมากกว่าจังหวัดที่ใหญ่รองลงมาอย่างเชียงใหม่ถึง 29 เท่า และมี GDP มากกว่าจังหวัดที่มี GDP ในลำดับรองลงมาอย่างชลบุรีถึงเกือบ 40 เท่า

 

ขณะที่เมืองหลักและเมืองรองของไทยหลายเมืองมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และเป็นกุญแจสำคัญในการนำประเทศกลับสู่เส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

โดยกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับการมีโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการคมนาคมที่ได้รับการพัฒนาก้าวหน้ากว่าเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและกิจกรรมต่างๆ ภายในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ

 

แม้ว่าความเป็นเมืองหลักของกรุงเทพฯ จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความแออัดและความเปราะบางของเมืองในด้านต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาเขตเมืองอย่างสมดุล เหตุการณ์อุทกภัยปี 2554 ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางด้านเศรษฐกิจของไทยเนื่องจากการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ และเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น ซึ่งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีฐานเศรษฐกิจที่กระจายตัวมากขึ้น

 

เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ได้ส่งสัญญาณการชะลอตัว เนื่องจากการเติบโตของ GDP ของกรุงเทพฯ ใกล้เคียงกับการเติบโตของประชากร ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของเมืองได้เติบโตอย่างเต็มที่และถึงจุดอิ่มตัว เป็นเหตุให้ผลิตภาพอาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือไม่เปลี่ยนแปลง

 

เมืองหลักและเมืองรองมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย: เปิดข้อแนะนำจากธนาคารโลก

 

ปัจจุบัน เมืองหลักและเมืองรองจำนวนมากของไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและมีอุตสาหกรรมที่หลากหลายอยู่แล้ว โดยจากข้อมูลล่าสุด เมืองเหล่านี้มีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวสูงกว่ากรุงเทพฯ เกือบ 15 เท่า  ด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทุนมนุษย์ และการพัฒนาขีดความสามารถของสถาบันที่เหมาะสม จะทำให้เมืองหลักและเมืองรองเหล่านี้สามารถเพิ่มผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยได้  ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของ GDP ต่อหัวนี้ แสดงให้เห็นถึงผลิตภาพ ประสิทธิภาพ และศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของเมืองเหล่านี้

 

เมืองหลักและเมืองรองมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค โดยทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการปกครองท้องถิ่นและภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนและเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภูมิภาคกับกรุงเทพฯ หรือเป็นระเบียงการค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญ  

 

นอกจากนี้ หัวเมืองหลัก ในฐานะศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคยังสามารถบรรเทาความแออัดและตึงเครียดในกรุงเทพฯ โดยการเป็นทางเลือกสำหรับที่ตั้งในการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งเห็นได้ว่าเมืองเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างงานและการกระจายฐานเศรษฐกิจ อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่สมดุลมากขึ้นทั่วประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักที่ทําให้เมืองต่างๆ ไม่สามารถบรรลุศักยภาพทางเศรษฐกิจของตนได้อย่างเต็มที่คือการพึ่งพารายได้จากส่วนกลางมากเกินไป  หากการปกครองท้องถิ่นมีอํานาจมากขึ้นในการวางผังเมือง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงกลไกทางการเงินระยะยาว (เช่น การออกพันธบัตรเมือง (Municipal Bonds) และ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับจังหวัดและท้องถิ่น) ควบคู่ไปกับการมีเครื่องมือทางการคลังที่เหมาะสม เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  การเรียกเก็บภาษีเงินได้เพิ่มเติมที่ต้องชำระให้ส่วนท้องถิ่นจากฐานภาษีเงินได้ (Income Tax Piggy Backing) และค่าธรรมเนียมการใช้บริการสาธารณะหรือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้เมืองเหล่านี้สามารถกําหนดทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ถอดบทเรียนจากเกาหลีใต้ ใช้นวัตกรรมและสตาร์ทอัพ นำการเติบโต

 

เกาหลีใต้ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เคยมีรายต่อหัวใกล้เคียงกับประเทศไทย เมื่อช่วงปี นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังเคยประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเงินเช่นเดียวกับไทยหลายครั้ง รวมถึงวิกฤตการเงินเอเชีย 

 

อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้กลับเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่หลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้ หลังจากติดอยู่นานหลาย 10 ปี โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จนี้ของเกาหลีใต้ก็คือการลงทุนด้านนวัตกรรมและการปรับปรุงผลิตภาพ (Productivity)

 

โดยภาคส่วนไอซีทีของเกาหลีใต้คิดเป็นสัดส่วน 11.7% ของ GDP ในปี 2022 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศ OECD โดยมีส่วนสนับสนุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

 

การใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อเกาหลียังคงเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

 

รัฐบาลเกาหลีได้เปลี่ยนการสนับสนุนนวัตกรรมทางธุรกิจจากบริษัทขนาดใหญ่ไปเป็น SMEs ซึ่งกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการสนับสนุนนวัตกรรมของภาครัฐ โดยในปี 2018 มีการจัดสรรการสนับสนุนนโยบายสาธารณะสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เพียง 11% อีก 58% สำหรับ MSMEs และ 31% สำหรับบริษัทระดับ middle market และ 54% ของการสนับสนุนนโยบายได้รับการจัดสรรให้กับบริษัทที่เน้นด้านเทคโนโลยีและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีศักยภาพ

 

ขนาดตลาด Venture Capital (VC) ของเกาหลีเติบโตขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจนกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปี 2019 การลงทุนของ VC มีมูลค่าเท่ากับ 0.16% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ในบรรดาประเทศ OECD รองจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

Venture Capital (VC) หรือในภาษาไทยเรียกว่า เงินร่วมลงทุนในธุรกิจเกิดใหม่ คือ เงินทุนที่นักลงทุนหรือบริษัท VC มอบให้กับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น (Startup) ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ยังมีความเสี่ยงมาก และมักยังไม่มีผลกำไร

 

พาไทยหลุดจากกับดัก ด้วยการผลักดันนวัตกรรม SMEs และ Startups  

 

ในรายงาน Thailand Economic Monitor ฉบับ February 2025: Unleashing Growth: Innovation, SMEs and Startups ระบุว่า การลงทุนด้านนวัตกรรมมากขึ้นและดีขึ้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่สถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 ตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากการส่งเสริมนวัตกรรมจะช่วยปรับปรุงผลิตภาพ (Productivity) ของบริษัท ขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดความเสี่ยงบางประการจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

 

โดยจากประสบการณ์ของประเทศอื่นๆ ที่สามารถกลายเป็นประเทศรายได้สูงได้สำเร็จ พบว่า การเพิ่มนวัตกรรมและผลิตภาพ (Productivity) จะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

 

สาเหตุที่ผลิตภาพมีความสำคัญ เพราะการเติบโตของผลิตภาพเป็นแรงผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่มีค่าตอบแทนสูงขึ้น ขณะที่นวัตกรรมก็สามารถช่วยเพิ่มผลผลิต และท้ายที่สุดคือ เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

สำหรับประเทศไทยจำเป็นต้องมีปัจจัยเสริมหลายประการเพื่อให้เกิดนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มทักษะแรงงาน การผ่อนคลายกฎระเบียบ และการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

ถอดบทเรียนจาก Samsung จากเกาหลีใต้ 

 

ในการพยายามเพิ่มทักษะแรงงานและยกระดับนวัตกรรม ภาคเอกชนไทยสามารถถอดบทเรียนจาก Samsung SW Academy for Youth (SSAFY) ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะในเกาหลีใต้ได้

 

โดย Samsung SW Academy for Youth (SSAFY) ซึ่งเปิดตัวในปี 2018 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรของ Samsung Group โดยมุ่งหวังที่จะให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นเยาว์มีทักษะที่พร้อมสำหรับการทำงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานให้กับพวกเขา

 

โดยสถาบันจะคัดเลือกนักศึกษา 2 กลุ่มในแต่ละปี และจัดการฝึกอบรมที่วิทยาเขต 5 แห่งในเกาหลี ตลอดระยะเวลา 1 ปี ผู้เข้าร่วมจะได้รับการฝึกอบรมเข้มข้น 1,600 ชั่วโมง รวมถึงเซสชันรายวันและโครงการความร่วมมือระหว่างนักศึกษา การฝึกอบรมนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย และนักศึกษาแต่ละคนจะได้รับเงินเดือน 1 ล้านวอนเกาหลีใต้

 

จนถึงปัจจุบัน SSAFY ได้จัดโอกาสการฝึกอบรมให้กับเยาวชนประมาณ 11,000 คน จากผู้สำเร็จการศึกษา 8,000 คนจากกลุ่ม 10 กลุ่มแรก ประมาณ 84% ได้งานทำในบริษัท 1,700 แห่ง รวมถึง Samsung Electronics, Coupang, LG Uplus, Hyundai Mobis และสตาร์ทอัพต่างๆ

 

SSAFY ยังได้ร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ เพื่อฝึกอบรมนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นเยาว์ในภาคส่วนเฉพาะ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทักษะด้านซอฟต์แวร์ ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ปี 2023 ธนาคารใหญ่ทั้งห้าแห่งของเกาหลี (Shinhan, KB Kookmin, Hana, Woori และ NH NongHyup) ได้ให้คำมั่นว่าจะมอบเงินรวม 5 พันล้านวอนให้กับ SSAFY เพื่อร่วมมือกันพัฒนาทักษะซอฟต์แวร์ด้านฟินเทค

 

การผงาดขึ้นของเศรษฐกิจเกาหลีใต้จนหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลางหลังจากติดอยู่นานหลาย 10 ปี นับเป็นหนึ่งตัวอย่างที่อาจเป็นบทเรียนให้กับประเทศไทยได้ ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญก็นำโดยการพัฒนาของ Samsung บริษัทเทรดดิ้งที่มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก 

 

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นเพราะการวางนโยบายของรัฐบาลอย่างมีกลยุทธ์ ด้วยการส่งเสริมธุรกิจใหม่ พร้อมกันกับการสนับสนุนให้ธุรกิจเก่าปรับตัวก่อนจะถูกบีบให้ต้องเลิกกิจการไปอย่างน่าเสียดาย 

 

หากจะถอดบทเรียนจากเกาหลีเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย เราจำเป็นต้องปรับระบบการศึกษาและการฝึกแรงงาน โดยหลักสูตรควรเน้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) รวมทั้งผ่อนปรนข้อจำกัดบางอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ หรือ ‘คนเก่ง’ จากต่างประเทศให้ลดลง เพื่อที่จะเรียนรู้จากมันสมองของจากหลากหลายที่ทั่วโลกและรักษาบุคลากรของประเทศไว้

 

กฎระเบียบก็ต้องพัฒนาเช่นกัน โดยกฎระเบียบที่ซับซ้อนมักเป็นหนึ่งตัวปิดกั้นให้ธุรกิจขนาดเล็กโตได้ยาก ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปนโยบายภาษีสำหรับ SME เพื่อสนับสนุนการขยายตัว โดยการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรีและเท่าเทียมอย่างเข้มงวดจะเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมและแข่งขันในระดับสากลได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ เพราะแม้ว่าประเทศไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) รวมทั้งสตาร์ทอัพมักจะเจอกับ ‘ข้อจำกัด’ หลายอย่างที่ทำให้การเข้าถึงเงินทุนที่ต้องการเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนสู้ต่อไม่ไหวและต้องยอมถอย

 

ธนาคารโลกจึงเสนอ 3 แนวทางสำหรับภาครัฐและเอกชนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

  1. จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนสาธารณะเพื่อร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูง
  2. สร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนอิสระที่สนใจสนับสนุนสตาร์ทอัพ (Angel Investors)
  3. ลดข้อกำหนดด้านหลักประกัน เสนอบริการค้ำประกันบางส่วนสำหรับเงินกู้ที่มุ่งเน้นนวัตกรรม

 

และอีกสิ่งสำคัญที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไทยและโลกกำลังเจอก็คือการมุ่งสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Technology) เพราะเมื่อเศรษฐกิจโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน อุตสาหกรรมเช่นพลังงานสะอาด หรือการเกษตรที่ยั่งยืน คือวาระจำเป็น

 

ดังนั้น ถ้าประเทศไทยจะยังต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ World Bank มีความเห็นว่าประเทศจะต้องทำให้นวัตกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเดินหน้าไปกับธุรกิจที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ เช่น การส่งออก การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การออกพันธบัตรสีเขียวเพื่อส่งเสริมธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพื่อเพิ่มความพร้อมของประเทศไทยในยุค ‘Green Economy’

 

ระบบนวัตกรรมไทย: ถึงเวลาปลดล็อก

 

ในโลกที่การแข่งขันด้านนวัตกรรมทวีความรุนแรง ประเทศกำลังพัฒนาต่างเผชิญความท้าทายใหญ่ ตั้งแต่การขาดแรงงานทักษะสูง ช่องว่างในตลาด ไปจนถึงระบบสนับสนุนที่ยังไม่สมบูรณ์ หากภาครัฐยังมีขีดความสามารถจำกัด การก้าวข้ามกับดักนี้จะยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างจากเกาหลีใต้แสดงให้เห็นว่า การวางรากฐานเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดหย่อนภาษี R&D การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ-สถาบันวิจัย และการรักษาเสถียรภาพนโยบายในระยะยาว เป็นกุญแจสำคัญที่ผลักดัน Samsung จากบริษัทเทรดดิ้งเล็กๆ สู่ยักษ์เทคโนโลยีระดับโลกภายในไม่กี่ทศวรรษ ในทางกลับกัน อินโดนีเซียเตือนให้เห็นว่า การออกแบบมาตรการที่ขาดเป้าหมายชัดเจนหรือมีขั้นตอนยุ่งยาก เช่น นโยบาย Super-Deduction ที่ไม่กระตุ้นการลงทุนจริง อาจทำให้โอกาสพัฒนาเสียเปล่า

 

สำหรับประเทศไทย แม้จะมีการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมคิดเป็นประมาณ 1% ของ GDP แต่ระบบนวัตกรรมยังเผชิญความท้าทายด้านประสิทธิภาพและการเชื่อมโยง ความพยายามในการปรับระบบยังคงเน้นด้านอุปทานมากกว่าความต้องการในตลาด และยังขาดกลไกเชิงระบบที่สามารถระบุปัญหาและออกแบบมาตรการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ

 

ธนาคารโลกมีความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการทบทวนความมีประสิทธิผลของนโยบายด้านนวัตกรรม (Innovation Policy Effectiveness Review) เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถกำหนดเป้าหมายนโยบายได้ชัดเจนขึ้น ระบุความท้าทายเชิงโครงสร้างได้ตรงจุด และออกแบบเครื่องมือสนับสนุน (Innovation Instruments) ที่สามารถนำไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และขับเคลื่อนผลิตภาพได้จริง

 

การเร่งสร้างระบบนวัตกรรมที่แข็งแรงและขับเคลื่อนด้วยดีมานด์ (demand-driven) จึงเป็นภารกิจที่ต้องทำทันที นโยบายต้องไม่หยุดอยู่แค่การสนับสนุนงานวิจัย แต่ต้องเน้นการเชื่อมโยงตลาดกับนวัตกรรมจริง เช่น ใช้เครื่องมืออย่างการจัดซื้อจัดจ้างนวัตกรรม (Innovation Procurement), แรงจูงใจทางภาษี R&D, และการส่งเสริมแพลตฟอร์ม Open Innovation เพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมสามารถเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการนำเทคโนโลยีมาใช้จริง เช่น ศูนย์เทคโนโลยี (Technology Centers) อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Parks) และบริการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับ SME

 

นอกจากนี้ การสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ไทยต้องมี Incubators, Accelerators, กองทุนร่วมลงทุน และการให้คำปรึกษาทางธุรกิจที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อเปลี่ยนไอเดียใหม่ให้กลายเป็นธุรกิจจริง ขณะที่ด้านกฎหมายและระเบียบ ต้องเร่งปฏิรูปให้ระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IPR) แข็งแรงขึ้น ออกมาตรฐานการทดสอบนวัตกรรม และรักษากติกาตลาดที่เปิดกว้างและแข่งขันได้อย่างเสรี พร้อมกันนี้ ต้องสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ด้วยเครือข่ายคลัสเตอร์นวัตกรรมและโครงการวิจัยร่วม

 

ในสนามนวัตกรรมโลก ผู้ที่กล้าวางเกมยาว และออกแบบนโยบายอย่างยืดหยุ่น แข็งแรง และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง คือผู้ที่จะอยู่รอดและเติบโต ไทยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเร่งปลดล็อกระบบนวัตกรรมให้ทันยุค เพราะในโลกของนวัตกรรม ผู้ที่ช้า คือผู้ที่แพ้

The post ถอดบทเรียนจาก ‘โปแลนด์-เกาหลีใต้’ ก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงสำเร็จ แต่ทำไม ‘ไทย’ ยังติดกับรายได้ปานกลางอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พายุบอริสพัดกระหน่ำยุโรปตอนกลาง ทำฝนตกหนักสุดในรอบหลายสิบปี เสียชีวิตแล้ว 17 คน https://thestandard.co/storm-boris-floods-europe/ Tue, 17 Sep 2024 07:43:51 +0000 https://thestandard.co/?p=984520

พายุบอริสพัดถล่มยุโรปตอนกลาง ส่งผลให้มีฝนตกหนักมากที่สุ […]

The post พายุบอริสพัดกระหน่ำยุโรปตอนกลาง ทำฝนตกหนักสุดในรอบหลายสิบปี เสียชีวิตแล้ว 17 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

พายุบอริสพัดถล่มยุโรปตอนกลาง ส่งผลให้มีฝนตกหนักมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ล่าสุดมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 คนในประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งออสเตรีย, โปแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก และฮังการี โดยฝนที่ตกหนักเกินกว่าปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อเดือนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงหลายพื้นที่

 

รัฐบาลโปแลนด์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศหลังฝนตกหนักเป็นเวลาหลายวัน โดยนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทุสก์ ประกาศให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 1 พันล้านซวอตี หรือประมาณ 8.6 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก

 

ส่วนที่สาธารณรัฐเช็ก ประชาชนจำนวนมากไม่มีน้ำร้อนและไฟฟ้าใช้ เนื่องจากโรงงานผลิตความร้อน Veolia ในเมืองออสตราวา ใกล้ชายแดนโปแลนด์ ต้องปิดทั้งหมด ทำให้ประชากร 2.8 แสนคนเดือดร้อนอย่างมาก ส่วนในเมืองลิโตฟ์ล นายกเทศมนตรีวิกเตอร์ โคฮัต ระบุว่า 80% ของอาคารในเมืองถูกน้ำท่วม

 

ในเมืองไนซาของโปแลนด์ ผู้ประสบภัยต้องดิ้นรนป้องกันบ้านของตนเองจากน้ำที่กำลังท่วมอีกครั้ง ขณะที่ผู้ป่วยจากโรงพยาบาลท้องถิ่นรวมถึงหญิงตั้งครรภ์ได้รับคำสั่งให้อพยพไปแล้วเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากโรงพยาบาลไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ด้านรัฐบาลโปแลนด์เตรียมขอความช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉินจากสหภาพยุโรป โดยโฆษกของหน่วยจัดการวิกฤตของสหภาพยุโรประบุว่า สหภาพจะเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วหากมีการร้องขอ

 

ในเวลานี้สถานการณ์น้ำท่วมยังคงตึงเครียดและวิกฤตอย่างมาก โดย โยฮันนา มิกล์-ไลต์เนอร์ ผู้ว่าการรัฐโลเวอร์ออสเตรีย ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ส่วนที่ฮังการี นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน พยายามสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในกรุงบูดาเปสต์ โดยกล่าวว่า นักจัดการน้ำมั่นใจว่าระดับน้ำจะไม่เกินระดับสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าทุกทรัพยากรที่จำเป็นถูกนำมาใช้ในการจัดการกับน้ำท่วม

 

ทั้งนี้ ยุโรปเป็นทวีปที่ร้อนเร็วที่สุดในโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ก่อให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้น อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ชั้นบรรยากาศสามารถเก็บความชื้นได้มากขึ้น จึงทำให้ฝนตกหนักขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูที่มีฝนตก และมหาสมุทรก็ร้อนขึ้น จึงก่อให้เกิดพายุที่รุนแรงยิ่งขึ้น

 

 

 

ภาพ: Reuters 

อ้างอิง:

The post พายุบอริสพัดกระหน่ำยุโรปตอนกลาง ทำฝนตกหนักสุดในรอบหลายสิบปี เสียชีวิตแล้ว 17 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอลชาย ฝรั่งเศสชนะญี่ปุ่น 3-1 เซ็ต คว้าแชมป์ VNL 2024 https://thestandard.co/france-3-1-japan-vnl-2024/ Mon, 01 Jul 2024 05:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=952083 วอลเลย์บอลชาย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น

เมื่อคืนที่ผ่านมา (1 กรกฎาคม) การแข่งขัน วอลเลย์บอลชาย […]

The post วอลเลย์บอลชาย ฝรั่งเศสชนะญี่ปุ่น 3-1 เซ็ต คว้าแชมป์ VNL 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอลชาย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น

เมื่อคืนที่ผ่านมา (1 กรกฎาคม) การแข่งขัน วอลเลย์บอลชาย เนชันส์ลีก 2024 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติ ญี่ปุ่น พบทีมชาติ ฝรั่งเศส ที่เมืองลอดซ์ ประเทศโปแลนด์

 

โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า ทั้งสองทีมเล่นได้สมราคาคู่ชิงฯ ในปีนี้ ต่างฝ่ายต่างพยายามเค้นฟอร์มเก่งตบระเบิดแต้มใส่กันอย่างสนุก แต่สุดท้ายเป็นทีมหนุ่มฝรั่งเศสที่เอาชนะญี่ปุ่นไปได้ 3-1 เซ็ต 25-23, 18-25, 25-23 และ 25-23 คว้าแชมป์ VNL 2024 ไปครอง และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ของพวกเขา

 

ขณะที่รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำทัวร์นาเมนต์ตกเป็นของ อ็องตวน บรีซาร์ เซ็ตเตอร์ มือเก่งวัย 30 ปีของฝรั่งเศส

 

สรุปอันดับใน VNL 2024

🥇 🇫🇷 ฝรั่งเศส

🥈 🇯🇵 ญี่ปุ่น

🥉 🇵🇱 โปแลนด์

 

 

The post วอลเลย์บอลชาย ฝรั่งเศสชนะญี่ปุ่น 3-1 เซ็ต คว้าแชมป์ VNL 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ไทย และหลายประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง https://thestandard.co/israel-hamas-a-ceasefire-agreement/ Fri, 07 Jun 2024 04:12:18 +0000 https://thestandard.co/?p=942305 อิสราเอล-ฮามาส

เว็บไซต์ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมจากผู้นำสห […]

The post สหรัฐฯ ไทย และหลายประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิสราเอล-ฮามาส

เว็บไซต์ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมจากผู้นำสหรัฐฯ ไทย อาร์เจนตินา ออสเตรีย บราซิล บัลแกเรีย แคนาดา โคลอมเบีย เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย เซอร์เบีย สเปน และสหราชอาณาจักร กรณีสถานการณ์สู้รบในฉนวนกาซา โดยแสดงความกังวลต่อการที่กลุ่ม อิสราเอล-ฮามาส ยังควบคุมตัวประกันไว้ในฉนวนกาซา พร้อมสนับสนุนการเดินหน้าข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน

 

“ผู้นำของหลายประเทศมีความกังวลอย่างยิ่งต่อตัวประกันที่ถูกฮามาสควบคุมตัวในฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงพลเมืองของเราจำนวนมาก เราสนับสนุนการเดินหน้าไปสู่การหยุดยิงและข้อตกลงปล่อยตัวประกัน ซึ่งขณะนี้อยู่บนโต๊ะเจรจา” 

 

ขณะที่แถลงการณ์ยังเรียกร้องผู้นำอิสราเอลและฮามาสให้ใช้ความประนีประนอมเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน และชี้ว่าข้อตกลงฉบับนี้จำเป็นสำหรับจุดเริ่มต้นในการยุติสงคราม

 

“เราทราบว่าข้อตกลงนี้จะนำไปสู่การหยุดยิงและการฟื้นฟูฉนวนกาซาโดยทันที ควบคู่ไปกับการรับประกันความมั่นคงสำหรับชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ และเป็นโอกาสสำหรับสันติภาพในระยะยาวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ตลอดจนการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ (Two-State Solution) ในช่วงเวลาชี้ขาดนี้ เราขอเรียกร้องผู้นำของอิสราเอลและฮามาสให้ประนีประนอมขั้นสุดท้าย ซึ่งจำเป็นสำหรับการบรรลุข้อตกลงนี้ และนำการบรรเทาทุกข์มาสู่ครอบครัวของตัวประกันของเรา เช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในทั้งสองฝ่ายของความขัดแย้งอันเลวร้ายนี้ ซึ่งรวมถึงพลเรือน ถึงเวลาแล้วที่สงครามจะยุติ และข้อตกลงนี้คือจุดเริ่มต้นที่จำเป็น”

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากอิสราเอลระบุว่า ยังมีตัวประกันชาวไทยอีก 6 คนในกาซา โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทยยังได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมดโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อบรรลุการเจรจา และนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมในกาซาโดยทันที

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ไทย และหลายประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องอิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ โปแลนด์เตือน ภัยคุกคามจากรัสเซียผลักดันยุโรปเข้าสู่ ‘ยุคก่อนสงคราม’ https://thestandard.co/poland-pm-warned-russia/ Sat, 30 Mar 2024 06:58:33 +0000 https://thestandard.co/?p=917355 โดนัลด์ ทัสก์

นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ของโปแลนด์ เตือนว่าทวีปยุโรปก […]

The post นายกฯ โปแลนด์เตือน ภัยคุกคามจากรัสเซียผลักดันยุโรปเข้าสู่ ‘ยุคก่อนสงคราม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทัสก์

นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ของโปแลนด์ เตือนว่าทวีปยุโรปกำลังเข้าสู่ “ยุคก่อนสงคราม” โดยหลายประเทศเร่งเสริมการป้องกันประเทศ แต่เขามองว่ายังต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าที่ยุโรปจะพร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากรัสเซีย

 

“สงครามไม่ใช่แนวคิดจากอดีตอีกต่อไป มันคือเรื่องจริง และมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ ทุกสถานการณ์ล้วนแล้วแต่เป็นไปได้ เราไม่ได้เห็นสถานการณ์เช่นนี้มาตั้งแต่ปี 1945” ทัสก์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Die Welt ของเยอรมนีที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์

 

“ผมรู้ว่ามันฟังดูร้ายแรง โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่เราต้องทำความคุ้นเคยกับความจริงที่ว่ายุคใหม่อย่างยุคก่อนสงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมไม่ได้พูดเกินจริง มันชัดเจนขึ้นทุกวัน”

 

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 บรรดาผู้นำและเจ้าหน้าที่ทหารของยุโรปก็เริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าความขัดแย้งอาจลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีชายแดนติดกัน แม้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่ารัสเซียไม่มีเจตนาที่จะโจมตีประเทศสมาชิก NATO ก็ตาม

 

สงครามของรัสเซียส่งผลให้ระเบียบภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงหลังสงครามเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลายประเทศในยุโรปต้องหันมาป้องกันตนเองอย่างจริงจัง จากที่ลดงบประมาณทางทหารในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งยังกระตุ้นให้ประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซียต้องใช้มาตรการที่รุนแรงมากขึ้น

 

สวีเดนและฟินแลนด์ สองประเทศสแกนดิเนเวียที่ดำรงสถานะเป็นกลางมาโดยตลอด ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะที่สองประเทศบอลติกอย่างเอสโตเนียและลิทัวเนีย ได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ NATO ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2% ของ GDP ส่วนมอลโดวาซึ่งมีพรมแดนติดกับยูเครนและเสี่ยงต่อการถูกรัสเซียแทรกแซงมาโดยตลอด อยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

 

ขณะเดียวกัน กลุ่ม 3 ประเทศยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ หรือที่เรียกว่า ‘สามเหลี่ยมไวมาร์’ (Weimar Triangle) เป็นแกนนำของทวีปในการติดอาวุธและป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้น

 

นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทัสก์ กลับมาทวงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ได้สำเร็จ หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว เขาได้เดินหน้าผลักดันโปแลนด์ให้กลับสู่กระแสหลักของยุโรป หลังจากเกือบหนึ่งทศวรรษแห่งการปกครองแบบเผด็จการภายใต้การนำของพรรค Law and Justice Party ซึ่งมีนโยบายแบบประชานิยม

 

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โปแลนด์ออกมาเปิดเผยว่า ขีปนาวุธร่อนของรัสเซียซึ่งมุ่งเป้าไปที่ยูเครน ได้รุกล้ำเข้าไปในเขตน่านฟ้าของฟินแลนด์ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่สงครามดำเนินไป พร้อมเรียกร้องคำอธิบายจากมอสโก  

 

ทัสก์แสดงความเห็นว่า แม้ยุโรปพยายามเสริมการป้องกันตนเอง แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าที่ทวีปนี้จะพร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากรัสเซีย นอกจากนี้ เขายังกล่าวด้วยว่า ยุโรปจะต้องเป็นอิสระและพึ่งพาตนเองได้ในการป้องกันประเทศ ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องรักษาความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งกับสหรัฐฯ

 

“งานของเราคือการรักษาความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไม่ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นใครก็ตาม” ทัสก์กล่าว

 

โดยในขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ประกาศยืนหยัดให้การสนับสนุนยูเครน ด้านอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับประกาศว่า หากชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ เขาจะสนับสนุนรัสเซียให้ทำ “สิ่งที่รัสเซียต้องการ” กับสมาชิก NATO ชาติใดก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางงบประมาณรายจ่ายด้านกลาโหม 

 

ทัสก์ยังเตือนด้วยว่า ประธานาธิบดีปูตินอาจใช้เหตุการณ์โจมตีของผู้ก่อการร้ายที่งานคอนเสิร์ตในมอสโกเพื่อเป็นข้ออ้างในการยกระดับการทำสงครามในยูเครน

 

“เราเรียนรู้จากอดีตว่าปูตินใช้โศกนาฏกรรมลักษณะดังกล่าวเพื่อจุดประสงค์ของตนเอง” เขากล่าว โดยย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในปี 2002 ที่มือปืนชาวเชเชนจับตัวประกัน 800 คนในโรงละคร Dubrovka Theatre ในมอสโก และในปี 2004 เมื่อกลุ่มกบฏเชเชนจับเด็กและผู้ใหญ่ 1,200 คนเป็นตัวประกันที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเบสลัน ทางใต้ของรัสเซีย

 

“ปูตินเริ่มกล่าวโทษยูเครนแล้วว่าเตรียมการโจมตีครั้งนี้ แม้เขาไม่มีหลักฐานมาแสดงก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนการโจมตีสถานที่ของพลเรือนในยูเครนที่กำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ” ทัสก์กล่าว

 

ภาพ: Attila Husejnow / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post นายกฯ โปแลนด์เตือน ภัยคุกคามจากรัสเซียผลักดันยุโรปเข้าสู่ ‘ยุคก่อนสงคราม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยูเครน-โปแลนด์-จอร์เจีย 3 ทีมสุดท้ายคว้าตั๋วไปเล่นยูโร 2024 https://thestandard.co/ukraine-poland-georgia-euro-2024/ Wed, 27 Mar 2024 03:55:17 +0000 https://thestandard.co/?p=915952 ยูโร 2024

ในที่สุดก็ได้ครบแล้ว สำหรับ 24 ทีมที่จะลงแข่งขันในศึกฟุ […]

The post ยูเครน-โปแลนด์-จอร์เจีย 3 ทีมสุดท้ายคว้าตั๋วไปเล่นยูโร 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยูโร 2024

ในที่สุดก็ได้ครบแล้ว สำหรับ 24 ทีมที่จะลงแข่งขันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนีในช่วงกลางปีนี้ โดยในค่ำคืนที่ผ่านมา มีการแข่งขันรอบเพลย์ออฟชิงตั๋วไปเล่นยูโร 2024 จำนวน 3 ใบสุดท้าย ซึ่งมีผลการแข่งขันดังนี้

 

เริ่มที่จอร์เจีย สามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของฟุตบอลยูโรได้เป็นครั้งแรก หลังเอาชนะกรีซในช่วงดวลการจุดโทษ 4-2 (ก่อนหน้านี้เสมอกันในเวลา 120 นาที 0-0)

 

ส่วนทีมที่ 2 เป็นยูเครน ที่ได้ มิไคโล มูดริก รับบทฮีโร่ยิงประตูในช่วงท้ายเกมให้ทีมเฉือนชนะไอซ์แลนด์ 2-1 คว้าตั๋วไปเล่นรายการยูโรเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน

 

และทีมสุดท้ายเป็นโปแลนด์ที่ดวลจุดโทษดับฝันเวลส์ 5-4 (หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 0-0) ได้ไปเล่นยูโร 2024 รอบสุดท้าย

 

ทั้งนี้ ศึกยูโร 2024 ที่ประเทศเยอรมนีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ จะเริ่มแข่งขันในวันที่ 14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2024

The post ยูเครน-โปแลนด์-จอร์เจีย 3 ทีมสุดท้ายคว้าตั๋วไปเล่นยูโร 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นเรนทรา โมดี ยืนยันอินเดียสนใจเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2036 https://thestandard.co/india-interested-hosting-olympics-2036/ Sun, 15 Oct 2023 02:35:42 +0000 https://thestandard.co/?p=854762 โอลิมปิก 2036

วันนี้ (15 ตุลาคม) BBC สื่อชื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยว่า […]

The post นเรนทรา โมดี ยืนยันอินเดียสนใจเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2036 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอลิมปิก 2036

วันนี้ (15 ตุลาคม) BBC สื่อชื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยว่า นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ยืนยันว่า ประเทศของเขาสนใจที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2036 

 

โมดียืนยันเรื่องดังกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC Session ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย

 

โดยนายกรัฐมนตรีอินเดียกล่าวว่า อินเดียจะไม่ละความพยายามที่จะสร้างผลงานชิ้นสำคัญอย่างการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

 

อินเดียไม่เคยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยพวกเขาเคยแต่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเครือจักรภพในปี 2010 ที่จัดขึ้นที่เดลี

 

โมดีกล่าวว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นความฝันอันเก่าแก่สำหรับอินเดีย

 

เขากล่าวว่า “เราต้องการบรรลุความฝันนี้ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนของคุณ ผมมั่นใจว่าอินเดียจะได้รับการสนับสนุนจาก IOC

 

“กีฬาไม่ใช่แค่การคว้าเหรียญรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการชนะใจมวลชนอีกด้วย” 

 

โมดียังกล่าวอีกว่าอินเดียจะพิจารณาเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกในปี 2029 ด้วย

 

ก่อนหน้านี้เม็กซิโกและอินโดนีเซียแสดงความสนใจอย่างเป็นทางการในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2036 และในเดือนกันยายน 

 

ขณะที่ อันเดรส ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์ กล่าวว่าประเทศของเขาก็มีความหวังที่จะจัดงานโอลิมปิกครั้งนี้เช่นกัน

 

โปแลนด์เองก็ไม่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิกฤดูร้อนหรือฤดูหนาวก็ตาม

 

โดยเจ้าภาพโอลิมปิกที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ณ ปัจจุบัน ได้แก่ กรุงปารีสจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2024 ตามด้วยลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปี 2028 และบริสเบน ออสเตรเลีย จะเป็นเจ้าภาพในปี 2032 ต่อไป

 

อ้างอิง: 

The post นเรนทรา โมดี ยืนยันอินเดียสนใจเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกปี 2036 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตบสาวไทยรวมพลัง โค่นชนะโปแลนด์สุดระทึก 3-2 เซ็ต ศึกคัดโอลิมปิกเกมส์ 2024 https://thestandard.co/thai-womens-volleyball-defeat-poland-3-2-sets/ Thu, 21 Sep 2023 00:49:59 +0000 https://thestandard.co/?p=844035 วอลเลย์บอลหญิง

วันนี้ (20 กันยายน) การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิกเก […]

The post ทีมตบสาวไทยรวมพลัง โค่นชนะโปแลนด์สุดระทึก 3-2 เซ็ต ศึกคัดโอลิมปิกเกมส์ 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอลหญิง

วันนี้ (20 กันยายน) การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิกเกมส์ 2024 รอบคัดเลือก กลุ่ม C นัดที่ 4 ที่เมืองล็อตซ์ ประเทศโปแลนด์ ระหว่างทีมชาติไทย (อันดับที่ 14 ของโลก) ลงสนามพบกับทีมชาติโปแลนด์ (เจ้าภาพและอันดับที่ 7 ของโลก)

 

ผลการแข่งขันวันนี้ปรากฏว่า ในภาพรวมทีมตบสาวไทยออกสตาร์ทด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม พร้อมเก็บมาได้ก่อนในเซ็ตแรก แต่ในเซ็ตที่ 2 ทีมไทยกลับมามีปัญหาเรื่องการรับบอลเสิร์ฟค่อนข้างมาก และเสียเซ็ตนี้ให้ทีมเจ้าภาพไปแบบขาดลอย

 

จากนั้นในเซ็ตที่ 3 ทีมไทยกลับมาเล่นเกมของตัวเองได้ดีขึ้น โดยได้ วิภาวี ศรีทอง ลงมาผนึกกำลังกับ อัจฉราพร คงยศ เติมเต็มเกมตบจากหัวเสาได้เฉียบขาด และเก็บเซ็ตมาได้อย่างสนุก ส่วนในเซ็ตที่ 4 ทีมไทยสู้กับโปแลนด์ได้สูสี แต่ท้ายเซ็ตเป็นฝั่งโปแลนด์ที่ทำได้ดีกว่าและเก็บเซ็ตไป ทำให้ต้องไปตัดสินในเซ็ตที่ 5

 

และในเซ็ตตัดสินทั้งสองทีมสู้กันอย่างสูสี ทำแต้มเบียดกันคะแนนต่อคะแนน และท้ายที่สุดเป็นทีมไทยที่ทำได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะไป 3-2 เซ็ต ด้วยคะแนน 25-18, 7-25, 25-23, 23-25 และ 15-12

 

สำหรับโปรแกรมต่อไป วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยจะลงสนามนัดที่ 5 พบกับทีมชาติสโลวีเนีย (อันดับที่ 28 ของโลก) ในวันศุกร์ที่ 22 กันยายน เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง Workpoint 23 (กดหมายเลข 23)

The post ทีมตบสาวไทยรวมพลัง โค่นชนะโปแลนด์สุดระทึก 3-2 เซ็ต ศึกคัดโอลิมปิกเกมส์ 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปแลนด์ vs. ไทย วอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิกเกมส์ 2024 รอบคัดเลือก กลุ่ม C https://thestandard.co/poland-vs-thailand-olympic-games-2024/ Wed, 20 Sep 2023 04:16:03 +0000 https://thestandard.co/?p=843738 โปแลนด์ vs. ไทย

ร่วมส่งแรงเชียร์ให้ทัพนักตบลูกยางสาวทีมชาติไทยคว้าชัยใน […]

The post โปแลนด์ vs. ไทย วอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิกเกมส์ 2024 รอบคัดเลือก กลุ่ม C appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปแลนด์ vs. ไทย

ร่วมส่งแรงเชียร์ให้ทัพนักตบลูกยางสาวทีมชาติไทยคว้าชัยในรายการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิกเกมส์ 2024 รอบคัดเลือก กลุ่ม C นัดที่ 4 โดยทีมชาติไทย (ทีมอันดับ 14 ของโลก) พบกับทีมชาติโปแลนด์ (ทีมอันดับ 7 ของโลก) ในเวลา 22.30 น. ที่เมืองล็อตซ์ ประเทศโปแลนด์ ถ่ายทอดสดทางช่อง Workpoint กดหมายเลข 23

 

โปแลนด์ vs. ไทย

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post โปแลนด์ vs. ไทย วอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิกเกมส์ 2024 รอบคัดเลือก กลุ่ม C appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมลูกยางสาวโปแลนด์เบียดชนะสหรัฐฯ แบบสุดมัน 3-2 เซ็ต คว้าอันดับที่ 3 ในศึกเนชันส์ลีก 2023 https://thestandard.co/poland-victory-over-usa-vnl-2023/ Mon, 17 Jul 2023 01:08:02 +0000 https://thestandard.co/?p=817956 โปแลนด์

วันนี้ (17 กรกฎาคม) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ‘VNL […]

The post ทีมลูกยางสาวโปแลนด์เบียดชนะสหรัฐฯ แบบสุดมัน 3-2 เซ็ต คว้าอันดับที่ 3 ในศึกเนชันส์ลีก 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปแลนด์

วันนี้ (17 กรกฎาคม) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ‘VNL 2023’ รอบชิงอันดับที่ 3 ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ระหว่างทีมชาติโปแลนด์ (อันดับ 7 ของโลก) พบกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา (เจ้าภาพ และอันดับ 1 ของโลก)

 

ผลปรากฏว่า ทั้งสองทีมตบสู้กันได้อย่างสนุก หลังจากแข่งกันครบ 5 เซ็ต แต่ท้ายที่สุดเป็นโปแลนด์ที่เฉียบคมกว่าในการดวลกันเซ็ตที่ 5 และเป็นฝ่ายเอาชนะสหรัฐอเมริกาไปได้ 3-2 เซ็ต ด้วยสกอร์ 25-15, 16-25, 25-19, 18-25 และ 17-15 จบอันดับที่ 3 ในรายการเนชันส์ลีก 2023

 

สำหรับโปรแกรมคู่ต่อไป เป็นรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติจีน (อันดับ 4 ของโลก) จะลงสนามพบกับตุรกี (อันดับ 2 ของโลก) เวลา 05.30 น. โดยแฟนลูกยางสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD (กดหมายเลข 3) เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน bugaboo.tv และเว็บไซต์ teroasia.com 

The post ทีมลูกยางสาวโปแลนด์เบียดชนะสหรัฐฯ แบบสุดมัน 3-2 เซ็ต คว้าอันดับที่ 3 ในศึกเนชันส์ลีก 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตบสาวจีนฟอร์มสุดปัง เอาชนะโปแลนด์ 3-0 เซ็ต ทะลุเข้ารอบชิงฯ ศึกเนชันส์ลีก 2023 https://thestandard.co/china-won-poland-vnl-2023/ Sun, 16 Jul 2023 04:24:58 +0000 https://thestandard.co/?p=817738 ศึกเนชันส์ลีก 2023

วันนี้ (16 กรกฎาคม) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ‘VNL […]

The post ทีมตบสาวจีนฟอร์มสุดปัง เอาชนะโปแลนด์ 3-0 เซ็ต ทะลุเข้ารอบชิงฯ ศึกเนชันส์ลีก 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศึกเนชันส์ลีก 2023

วันนี้ (16 กรกฎาคม) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ‘VNL 2023’ รอบรองชนะเลิศ ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ระหว่างทีมชาติโปแลนด์ (อันดับ 7 ของโลก) พบกับทีมชาติจีน (อันดับ 6 ของโลก)

 

ผลปรากฏว่าทีมตบลูกยางสาวจีนที่มีความเฉียบคมและเกมรุกที่ครบเครื่องกว่าเป็นฝ่ายเอาชนะโปแลนด์ไปได้ 3-0 เซ็ต ด้วยสกอร์ 25-18, 25-23 และ 25-23 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรายการเนชันส์ลีกได้สำเร็จ

 

สำหรับโปรแกรมรอบรองชนะเลิศคู่ต่อไป ทีมชาติสหรัฐอเมริกา (เจ้าภาพ และอันดับ 1 ของโลก) จะลงสนามพบกับตุรกี (อันดับ 3 ของโลก) เวลา 07.30 น. โดยแฟนลูกยางสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน BUGABOO.TV และเว็บไซต์ teroasia.com

The post ทีมตบสาวจีนฟอร์มสุดปัง เอาชนะโปแลนด์ 3-0 เซ็ต ทะลุเข้ารอบชิงฯ ศึกเนชันส์ลีก 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิ LGBTQIA+ แสดงพลัง เดินไพรด์กลางกรุงวอร์ซอ ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปลายปี 2023 นี้ https://thestandard.co/lgbtqia-plus-equality-parade-warsaw/ Sun, 18 Jun 2023 11:37:44 +0000 https://thestandard.co/?p=805079

บรรดากลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (L […]

The post กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิ LGBTQIA+ แสดงพลัง เดินไพรด์กลางกรุงวอร์ซอ ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปลายปี 2023 นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บรรดากลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ในโปแลนด์ออกมาร่วมกันแสดงพลังเดินพาเหรดไพรด์กลางกรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของโปแลนด์ เมื่อวานที่ผ่านมานี้ (17 มิถุนายน) ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งสำคัญในช่วงปลายปี 2023 นี้

 

โดยรัฐบาลฝ่ายขวาในโปแลนด์กำลังมองหาโอกาสในการกลับมาชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในจุดยืนสำคัญของพวกเขาคือการต่อต้านแนวคิดและอุดมการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขยายสิทธิให้กับกลุ่ม LGBTQIA+ ภายในประเทศ ในขณะที่ ราฟัล ทีร์ซาสคอฟสกี นายกเทศมนตรีกรุงวอร์ซอ ให้คำมั่นว่า ชุมชนของ LGBTQIA+ ในวอร์ซอจะปลอดภัยเสมอ พร้อมกับหวังว่า LGBTQIA+ ทุกคนจะปลอดภัยเมื่ออาศัยอยู่ในโปแลนด์

 

นายกเทศมนตรีกรุงวอร์ซอยังระบุอีกว่า พวกเราต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าทุกวันนี้ความแตกต่างหลากหลายและคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยต่างได้รับการโอบรับ ยุโรปเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ใจกว้างมากยิ่งขึ้น

 

แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกันยังไม่ได้รับการยอมรับในเชิงกฎหมายของโปแลนด์ อีกทั้งทางการโปแลนด์ก็ประกาศแบน ห้ามคู่รัก LGBTQIA+ รับบุตรบุญธรรมร่วมกันแล้ว และกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ในประเทศนี้ก็ยังเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายในการดำเนินชีวิต

 

โดยพรรคคอนเซอร์เวทีฟของโปแลนด์อย่างพรรค Law and Justice (PiS) ที่ อันเดรส ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์คนปัจจุบันเคยเป็นสมาชิกอยู่ นั้นมองว่าการขยายสิทธิสมรสเท่าเทียมและการอนุญาตให้คู่รัก LGBTQIA+ สามารถรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้นั้น คุกคามโครงสร้างและสถาบันครอบครัว รวมถึงเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ชาวโปแลนด์ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ

 

ทางด้านนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQIA+ คาดการณ์ว่า พรรคการเมืองที่ต่อต้านความหลากหลายในสังคมจะนำเอาประเด็นเหล่านี้มาโจมตีชุมชน LGBTQIA+ และสร้างบรรยากาศของความกลัว เพื่อโกยคะแนนเสียงในช่วงการเลือกตั้ง แต่กระนั้น กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิ LGBTQIA+ และสมรสเท่าเทียมในโปแลนด์ยังคงเชื่อมั่นว่าชุมชนความหลากหลายในโปแลนด์นี้แข็งแกร่งกว่าที่ใครคิด และพวกเขาไม่มีสิทธิที่จะพรากความภาคภูมิใจนี้ไปจากชุมชนของพวกเราได้

 

ภาพ: Kacper Pempel / Reuters

 

ภาพ: Volha Shukaila / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

 

ภาพ: Volha Shukaila / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

 

ภาพ: Kacper Pempel / Reuters

 

อ้างอิง:

The post กลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิ LGBTQIA+ แสดงพลัง เดินไพรด์กลางกรุงวอร์ซอ ก่อนเลือกตั้งใหญ่ปลายปี 2023 นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมตบสาวไทยต้านไม่ไหว พ่ายโปแลนด์ 0-3 เซ็ต นัดที่ 3 ศึกเนชันส์ลีก 2023 https://thestandard.co/vnl-2023-thai-poland-0-3/ Fri, 02 Jun 2023 12:59:25 +0000 https://thestandard.co/?p=798606 วอลเลย์บอลเนชันส์ลีก

วันนี้ (2 มิถุนายน) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ‘VNL […]

The post ทีมตบสาวไทยต้านไม่ไหว พ่ายโปแลนด์ 0-3 เซ็ต นัดที่ 3 ศึกเนชันส์ลีก 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วอลเลย์บอลเนชันส์ลีก

วันนี้ (2 มิถุนายน) การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก ‘VNL 2023’ สัปดาห์ที่ 1 (กลุ่มที่ 1) นัดที่ 3 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ระหว่างทีมชาติไทย (อันดับ 14 ของโลก) พบกับโปแลนด์ (อันดับ 9 ของโลก)

 

ช่วงต้นเซ็ตที่ 1 ทีมไทยสู้กับโปแลนด์ได้ดี แต่หลังจากกลางเกมเป็นต้นไป ทีมไทยประสบปัญหาการรับบอลเสิร์ฟ ขณะที่ฝั่งนักตบสาวโปแลนด์อาศัยการเล่นบอลเร็วที่มีประสิทธิภาพกับการบล็อกที่ทำได้ดีกว่า ปิดเซ็ตแรกไป 25-20 โปแลนด์นำ 1-0 เซ็ต

 

เซ็ตที่ 2 ทีมไทยพยายามแก้เกมให้หนักขึ้น ส่ง วิภาวี ศรีทอง มาทำคะแนนได้เยอะขึ้น แต่ภาพรวมยังมีปัญหากับเรื่องการรับบอลเสิร์ฟ แต่สุดท้ายยังเป็นโปแลนด์ที่เก็บเซ็ตนี้ไป 25-16 ขึ้นนำ 2-0 เซ็ต

 

เซ็ตที่ 3 ในช่วงต้นเซ็ตทีมไทยสู้ได้ดี แต่หลังคะแนนที่ 10 เป็นต้นไป ยังคงเป็นทีมตบสาวโปแลนด์ที่ทำได้ดีกว่า ทำแต้มติดต่อกันหลายคะแนน จนเอาชนะในเซ็ตนี้ไป 25-15 และเอาชนะไทยไปได้ 3-0 เซ็ต 

 

สำหรับโปรแกรมถัดไป ทีมชาติไทยมีคิวลงเล่นเกมสุดท้ายของสัปดาห์ที่ 1 (กลุ่มที่ 1) พบกับเกาหลีใต้ ในวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566 เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง 7HD (กด 35) รวมถึงช่องทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน Ch7HD และ BUGABOO.TV และทางเว็บไซต์ teroasia.com 

The post ทีมตบสาวไทยต้านไม่ไหว พ่ายโปแลนด์ 0-3 เซ็ต นัดที่ 3 ศึกเนชันส์ลีก 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัสเซียไม่พอใจ หน่วยงานรัฐบาลโปแลนด์แนะนำเปลี่ยนชื่อคาลินินกราด ปัจจัยจากสงครามยูเครน https://thestandard.co/poland-russia-renaming-exclave/ Thu, 11 May 2023 04:44:21 +0000 https://thestandard.co/?p=788311

รัสเซียแสดงความไม่พอใจหน่วยงานรัฐบาลโปแลนด์ที่แนะนำให้เ […]

The post รัสเซียไม่พอใจ หน่วยงานรัฐบาลโปแลนด์แนะนำเปลี่ยนชื่อคาลินินกราด ปัจจัยจากสงครามยูเครน appeared first on THE STANDARD.

]]>

รัสเซียแสดงความไม่พอใจหน่วยงานรัฐบาลโปแลนด์ที่แนะนำให้เปลี่ยนชื่อเมืองคาลินินกราดและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นดินแดนส่วนแยก (Exclave) ของรัสเซีย ที่มีชายฝั่งติดทะเลบอลติกและถูกโอบล้อมโดยโปแลนด์และลิทัวเนีย

 

โดยคณะกรรมการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานชื่อทางภูมิศาสตร์นอกสาธารณรัฐโปแลนด์ เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (9 พฤษภาคม) ว่าได้แนะนำให้เปลี่ยนชื่อเรียกเมืองคาลินินกราดกลับไปเป็นชื่อดั้งเดิมที่ชาวโปแลนด์รู้จักคือ ‘โครเลเวียส (Królewiec)’ ส่วนพื้นที่โดยรอบให้ใช้ชื่อ ‘ออบวูด โครเลเวียสกี (Obwód Królewiecki)’ โดยให้มีผลในทันที 

 

สำหรับชื่อเมืองคาลินินกราด ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหภาพโซเวียตภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามชื่อของ มิคาอิล คาลินิน (Mikhail Kalinin) หนึ่งในผู้นำการปฏิวัติบอลเชวิก โดยตลอดหลายปีก่อนหน้านี้ พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อเคอนิกส์แบร์ก (Königsberg) และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นปรัสเซียตะวันออก ซึ่งชื่อโครเลเวียสเป็นคำแปลภาษาโปแลนด์ของเคอนิกส์แบร์ก

 

ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต คาลินินกราดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของรัสเซีย โดยเป็นเขตปกครองพิเศษที่แยกออกจากดินแดนหลักของประเทศ และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่อมอสโก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของกองเรือรัสเซียในทะเลบอลติก และเป็นหนึ่งในท่าเรือติดทวีปยุโรปของรัสเซียที่ปลอดน้ำแข็ง

 

ขณะที่คณะกรรมการของโปแลนด์ระบุเหตุผลในการเปลี่ยนชื่อเรียก เนื่องจากไม่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองหรือภูมิภาคนี้ และมีความหมายที่ “สะเทือนอารมณ์และให้ผลเชิงลบ” ในโปแลนด์ โดยมิคาอิล คาลินิน เป็น 1 ใน 6 โปลิตบูโรของโซเวียตที่ลงนามคำสั่งประหารชีวิตเชลยศึกชาวโปแลนด์กว่า 21,000 คน

 

นอกจากนี้ กรณีการรุกรานยูเครนของรัสเซียและความพยายามในการโฆษณาชวนเชื่อที่เกิดขึ้น ยังเป็นเหตุผลให้โปแลนด์ต้องประเมิน ‘ชื่อที่ถูกตั้งขึ้น’ เสียใหม่

 

“แต่ละประเทศมีสิทธิใช้ชื่อดั้งเดิมในภาษาของตนที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของตน แต่ไม่สามารถบังคับให้ใช้ชื่อที่ยอมรับไม่ได้ในภาษาของตน” คณะกรรมการฯ ระบุ

 

ทางด้าน ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน ชี้ว่าการตัดสินใจเปลี่ยนชื่อคาลินินกราดของโปแลนด์นั้นเป็นความบ้าคลั่ง และเป็นการกระทำที่เป็นศัตรูต่อรัสเซีย

 

“เราทราบดีว่าตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โปแลนด์ได้ผ่านช่วงเวลาที่แปรเปลี่ยนมาเป็นความเกลียดชังอย่างบ้าคลั่งต่อชาวรัสเซีย”

 

ภาพ: Michal Fludra / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post รัสเซียไม่พอใจ หน่วยงานรัฐบาลโปแลนด์แนะนำเปลี่ยนชื่อคาลินินกราด ปัจจัยจากสงครามยูเครน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปแลนด์ประเดิมชาติแรก NATO เตรียมส่งเครื่องบินรบ 4 ลำให้ยูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า https://thestandard.co/poland-first-nato-ukraine-plane-send/ Fri, 17 Mar 2023 03:59:27 +0000 https://thestandard.co/?p=764403 โปแลนด์

ประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดาของโปแลนด์ เปิดเผยวานนี้ (16 […]

The post โปแลนด์ประเดิมชาติแรก NATO เตรียมส่งเครื่องบินรบ 4 ลำให้ยูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปแลนด์

ประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดาของโปแลนด์ เปิดเผยวานนี้ (16 มีนาคม) ว่ารัฐบาลโปแลนด์จะส่งเครื่องบินขับไล่ MiG-29 จำนวน 4 ลำ ให้แก่ยูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยถือเป็นสมาชิก NATO ชาติแรกที่จัดส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนนับตั้งแต่ที่รัสเซียเปิดฉากบุกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

 

“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะโอนเครื่องบิน 4 ลำที่ปฏิบัติการเต็มรูปแบบไปยังยูเครน” ดูดาบอกกับนักข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ MiG-29 ที่ออกแบบในยุคสหภาพโซเวียต

 

ที่ผ่านมา ยูเครนขอให้พันธมิตรชาติตะวันตกช่วยส่งเครื่องบินรบมาให้หลายครั้ง โดยหลักๆ ที่ต้องการ คือเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีชาติตะวันตกรายใดให้คำมั่นว่าจะมอบเครื่องบินรบให้กับยูเครน ซึ่งโปแลนด์ถือเป็นชาติแรก และพยายามโน้มน้าวให้ชาติตะวันตกอื่นๆ ปฏิบัติตาม

 

ทั้งนี้ การส่งเครื่องบินรบใดๆ ก็ตามให้ยูเครน จะถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการป้องกันการโจมตีทางอากาศด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซีย

 

ขณะที่ประธานาธิบดีดูดาเปิดเผยว่า ปัจจุบันโปแลนด์มีเครื่องบินขับไล่ MiG-29 ประมาณสิบกว่าลำ ที่สืบทอดมาจากอดีตสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี

 

“เครื่องบิน MiG เหล่านี้ยังคงประจำการในกองทัพอากาศโปแลนด์ พวกมันอยู่ในการประจำการปีสุดท้าย แต่ส่วนใหญ่ยังใช้งานได้ตามปกติ” เขากล่าว พร้อมทั้งชี้ถึงข้อดีว่า “MiG เป็นเครื่องบินขับไล่ที่นักบินของยูเครนสามารถปฏิบัติการได้ในปัจจุบันโดยที่ไม่ต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติม”

 

ทางด้านโฆษกกองทัพอากาศยูเครนแสดงความขอบคุณต่อโปแลนด์ และมั่นใจว่า MiG-29 จะช่วยเสริมศักยภาพแก่กองทัพยูเครนได้ แม้จะไม่ช่วยแก้ไขในหลายภารกิจ และยูเครนยังต้องการ F-16

 

ภาพ: Omar Marques / Getty Images

อ้างอิง:

The post โปแลนด์ประเดิมชาติแรก NATO เตรียมส่งเครื่องบินรบ 4 ลำให้ยูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>