เชียงราย ยูไนเต็ด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เชียงราย-ยูไนเต็ด/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 12 Sep 2024 04:52:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 น้ำท่วมเข้าสนามสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สโมสรขอเลื่อนเกมไทยลีกสัปดาห์นี้ https://thestandard.co/chiangrai-united-f-c-flood-postpone/ Thu, 12 Sep 2024 04:52:22 +0000 https://thestandard.co/?p=982542 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้หลา […]

The post น้ำท่วมเข้าสนามสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สโมสรขอเลื่อนเกมไทยลีกสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้หลายอำเภอได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยหนึ่งในนั้นคือสนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม ที่ตอนนี้ มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด โพสต์ภาพสนามที่มีน้ำล้นเอ่อเข้ามา

 

พร้อมข้อความระบุว่า “ตอนนี้ต้องขอหยุดทุก Service ไว้ก่อน แต่ยังคงประสานงานได้เป็นปกติครับ และได้ทำเรื่องขอเลื่อนเกมกับนครปฐมแล้วครับ”

 

ทั้งนี้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เดิมทีมีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลไทยลีกสุดสัปดาห์นี้ ด้วยการออกไปเยือน นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 14 กันยายนนี้ แต่จากปัญหาอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมของทีม จึงทำให้สโมสรต้องส่งหนังสือขอเลื่อนเกมดังกล่าวออกไปก่อน

 

ภาพ: Miti Tiyapairat

The post น้ำท่วมเข้าสนามสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สโมสรขอเลื่อนเกมไทยลีกสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เปิดพื้นที่สนามให้จอดรถฟรี https://thestandard.co/singha-chiang-rai-united-opens-area-for-free-parking/ Wed, 11 Sep 2024 05:03:29 +0000 https://thestandard.co/?p=982179

สืบเนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สายและอำเภ […]

The post ทีมฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เปิดพื้นที่สนามให้จอดรถฟรี appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สายและอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเผชิญวิกฤตน้ำท่วมจากเหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุดทาง มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้โพสต์ข้อความว่า “สนามสิงห์ เชียงราย เปิดให้เอารถมาจอดพักไว้ได้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ”⁣ เพื่อเปิดพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดเชียงรายให้นำรถมาจอดหลบภัยได้ที่บริเวณสนาม

 

นอกจากนั้น ประธานสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังเปิดที่พักให้ผู้ประสบภัยเข้าพักได้ 64 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น เตียง, หมอน, ผ้าห่ม, ห้องอาบน้ำ, ล็อกเกอร์, ห้องน้ำ และเครื่องซักผ้า ที่เปิดให้บริการฟรีตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถติดต่อสโมสรได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 06 3163 7494 และ 06 2402 4188

 

ทั้งนี้ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่าตอนนี้สถานการณ์อุทกภัยได้สร้างผลกระทบในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา รวม 17 อำเภอ 97 ตำบล 450 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,328 ครัวเรือน

 

โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งประสานพื้นที่ดูแลและให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เข้าสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เร่งคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมกันนี้ยังได้สนับสนุนถุงยังชีพรวมแล้วกว่า 10,000 ชุด แจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย

 

ภาพ: Chiang Rai United FC

The post ทีมฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เปิดพื้นที่สนามให้จอดรถฟรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
GISTDA สาธิตการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาวิเคราะห์ข้อมูลนักบอลในแมตช์เชียงรายพบแทกู https://thestandard.co/gistda-satellite-football-analysis/ Thu, 01 Feb 2024 10:53:02 +0000 https://thestandard.co/?p=894929

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาช […]

The post GISTDA สาธิตการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาวิเคราะห์ข้อมูลนักบอลในแมตช์เชียงรายพบแทกู appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ทดสอบนำเทคโนโลยี ‘Digitalyst’ ที่ติดตามตำแหน่งของนักเตะในสนามผ่านระบบ GNSS มาวิเคราะห์ประสิทธิภาพของนักฟุตบอลอาชีพ ในเกมอุ่นเครื่องระหว่างเชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ แทกู เอฟซี จากประเทศเกาหลีใต้

 

อุปกรณ์ดังกล่าวได้ถูกติดตั้งไว้ภายในเสื้อของนักฟุตบอล โดยอาศัยการจับสัญญาณจากเครือข่ายดาวเทียมนำทางของญี่ปุ่น หรือ QZSS (Quasi-Zenith Satellite System) เพื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ของนักเตะในสนาม เช่น ความเร็วในการออกตัว ความเร็วสูงสุด อัตราเร่ง และระยะทางที่ครอบคลุมตลอดทั้งเกมการแข่งขัน โดย GISTDA ระบุว่า อุปกรณ์ดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนเพียง 1 เซนติเมตร

 

เทคโนโลยีดังกล่าวอาศัยประโยชน์จากระบบนำทางด้วยดาวเทียม หรือ GNSS (Global Navigation Satellite System) หรือรู้จักอย่างแพร่หลายในชื่อย่อว่า GPS ที่มีการใช้งานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำแผนที่ นำทาง วางผังเมือง หรือการเกษตร เช่นเดียวกับการใช้งานในการแข่งขันกีฬา ที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ หรือประเมินสถานการณ์ของคนดูระหว่างเข้า-ออกสนาม เพื่อวางแผนการเคลื่อนย้ายฝูงชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในงานประชุมวิชาการ Multi GNSS Asia Annual Conference 2024 ของ GISTDA โดยการสาธิตอุปกรณ์ Digitalyst เกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องระหว่างเชียงราย ยูไนเต็ด กับแทกู เอฟซี ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา โดยผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ของผู้มาเยือนจากเกาหลีใต้

 

นอกจากจะได้สาธิตความสามารถในการเก็บข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียมของอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว GISTDA ระบุว่า ข้อมูลของนักเตะทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ที่บันทึกได้ในเกมอุ่นเครื่องนัดนี้ จะถูกนำไปเทียบกับมาตรฐานของผู้เล่นในเจลีกของญี่ปุ่นและบุนเดสลีกา เยอรมนี เพื่อให้ผู้ฝึกสอนและทีมงานของสโมสรสามารถนำไปวิเคราะห์ใช้งานต่อได้

 

ในปัจจุบันสโมสรฟุตบอลอาชีพหลายทีมได้มีการใช้เทคโนโลยีการติดตามตำแหน่งผ่านระบบ GNSS เพื่อให้ทีมวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาประเมินประสิทธิภาพของนักเตะแต่ละคนได้ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการฝึกซ้อมหรือแมตช์การแข่งขันจริง เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับอาการบาดเจ็บ และสามารถดึงศักยภาพของผู้เล่นออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ

 

ภาพ: GISTDA และ Chiang Rai United FC

อ้างอิง:

  • GISTDA

The post GISTDA สาธิตการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาวิเคราะห์ข้อมูลนักบอลในแมตช์เชียงรายพบแทกู appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยืนยันแล้ว! บอลไทยลีกคู่ ‘เชียงรายพบการท่าเรือ’ ไม่เลื่อนแข่งขัน แม้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง https://thestandard.co/thai-league-not-postpone-for-chiang-rai/ Wed, 29 Mar 2023 07:34:39 +0000 https://thestandard.co/?p=770213

สืบเนื่องจากกรณีที่ สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ยื่นหนั […]

The post ยืนยันแล้ว! บอลไทยลีกคู่ ‘เชียงรายพบการท่าเรือ’ ไม่เลื่อนแข่งขัน แม้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากกรณีที่ สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ยื่นหนังสือไปยัง บริษัท ไทยลีก จำกัด เพื่อขอเลื่อนเกมฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก กับการท่าเรือ เอฟซี เนื่องจากปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นเหตุให้นักฟุตบอลของสโมสรไม่สามารถทำการฝึกซ้อมได้ ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันฟุตบอลนัดถัดไปนั้น

 

ล่าสุด วันนี้ (29 มีนาคม) ทางลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของสโมสรยืนยันแล้วว่า แมตช์ไทยลีกระหว่าง ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ การท่าเรือ เอฟซี จะไม่ถูกเลื่อนการแข่งขัน โดยทุกอย่างจะดำเนินตามกำหนดเดิมคือ ทั้ง 2 ทีมจะลงแข่งขันในวันอังคารที่ 4 เมษายน 2566 เวลา 18.00 น. ณ ลีโอ เชียงราย สเตเดียม

 

ทั้งนี้ สถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง หลังจาก Air4Thai รายงานข้อมูลของวันนี้ พบว่าพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กลายเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงที่สุด 330 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

ภาพ: Chiang Rai United FC

The post ยืนยันแล้ว! บอลไทยลีกคู่ ‘เชียงรายพบการท่าเรือ’ ไม่เลื่อนแข่งขัน แม้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ด ส่งหนังสือขอเลื่อนแข่งกับการท่าเรือ เหตุค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง ทำนักเตะไม่ได้ซ้อม https://thestandard.co/chiang-rai-utd-cannot-practice/ Tue, 28 Mar 2023 03:22:41 +0000 https://thestandard.co/?p=769536

วานนี้ (27 มีนาคม) สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ออกหน […]

The post เชียงราย ยูไนเต็ด ส่งหนังสือขอเลื่อนแข่งกับการท่าเรือ เหตุค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง ทำนักเตะไม่ได้ซ้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (27 มีนาคม) สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ออกหนังสือยื่นเรื่องไปยัง บริษัท ไทยลีก จำกัด ขอเลื่อนเกมฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 ในช่วงสัปดาห์นี้ 

 

พร้อมให้เหตุผลระบุว่า เนื่องจากสโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด มีสนามฝึกซ้อมตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งตลอดระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีระดับมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2566 มีระดับมลพิษทางอากาศ PM2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงถึง 480 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้นักกีฬาฟุตบอลของสโมสรฯ ไม่สามารถทำการฝึกซ้อมได้ ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันฟุตบอลนัดถัดไป ในวันที่ 4 เมษายน 2566 พบกับสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ณ สนามลีโอ เชียงราย สเตเดียม

 

ดังนั้น สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์และความเห็นใจจากท่าน พิจารณาเลื่อนกำหนดการแข่งขันดังกล่าวออกไปตามที่ท่านเห็นสมควร เพื่อความเป็นธรรมต่อสโมสรฯ และหวังว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทไทยลีกต่อไป

 

สำหรับลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ตามกำหนดมีโปรแกรมลงแข่งกับการท่าเรือ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายนนี้ เวลา 18.00 น. ส่วนอันดับบนตารางคะแนนปัจจุบันรั้งอยู่ที่ 7 แข่งไป 24 นัด มี 35 คะแนน

 

อ้างอิง:

The post เชียงราย ยูไนเต็ด ส่งหนังสือขอเลื่อนแข่งกับการท่าเรือ เหตุค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง ทำนักเตะไม่ได้ซ้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ด บุกไปแบ่งแต้มที่บุรีรัมย์ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้บุรีรัมย์ยังปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกไม่สำเร็จ https://thestandard.co/buriram-united-vs-chiangrai-united-1-1/ Thu, 07 Apr 2022 00:32:56 +0000 https://thestandard.co/?p=615062 เชียงราย ยูไนเต็ด

วันนี้ (6 เมษายน) เป็นแมตช์ไทยลีกกลางสัปดาห์ โดย บุรีรั […]

The post เชียงราย ยูไนเต็ด บุกไปแบ่งแต้มที่บุรีรัมย์ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้บุรีรัมย์ยังปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกไม่สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ด
วันนี้ (6 เมษายน) เป็นแมตช์ไทยลีกกลางสัปดาห์ โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงไทยลีกลงสนามพบกับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่สนามช้างอารีนา อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยฝั่งเจ้าถิ่นมีแต้มทั้งหมด 58 คะแนน ซึ่งหากเก็บชัยชนะในเกมนี้ได้จะเป็นการคว้าแชมป์ก่อนจบฤดูกาล แม้ว่าจะมีโปรแกรมตกค้างอีก 2 นัด
 
 
ซึ่งเกมในช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น ขณะที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ลงสนามไปก่อนพบกับ พีที ประจวบ ขึ้นนำไป 5-1
 
 
เริ่มต้นครึ่งหลัง บุรีรัมย์ได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะ ธนะศักดิ์ ศรีใส กองหลังกว่างโซ้งมหาภัยทำฟาวล์ อ่องธู ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ตัดสินเป็นลูกที่จุดโทษ และ ธนะศักดิ์โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม สุดท้ายเป็น สุภโชค สารชาติ ยิงไม่พลาด ทำให้ปราสาทสายฟ้าออกนำ 1-0 ประตู ในนาทีที่ 53
 
 
ช่วงท้ายเกมแม้ว่าจะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่เชียงราย ยูไนเต็ดไม่ยอมแพ้ ทำประตูตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 จากลูกฟรีคิกของ เกทเตอร์สัน ดอส ซานโตส ในนาทีที่ 86
 
 
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเกิดขึ้น ส่งผลให้บุรีรัมย์เสมอกับเชียงรายได้ 1-1 เก็บได้เพียง 1 แต้มในบ้านเกมนี้ และต้องไปลุ้นแชมป์ต่อในเกมหน้า ที่จะบุกไปเยือนหนองบัว พิชญ ในวันที่ 10 เมษายนนี้
 
 
ขณะที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง เปิดบ้านเอาชนะพีที ประจวบ ไปได้ 7-2

The post เชียงราย ยูไนเต็ด บุกไปแบ่งแต้มที่บุรีรัมย์ เสมอกัน 1-1 ส่งผลให้บุรีรัมย์ยังปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกไม่สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2020 หลังดวลจุดโทษชนะชลบุรี เอฟซี 5-4 https://thestandard.co/chiang-rai-united-fc-chang-fa-cup-championship-2020/ Mon, 12 Apr 2021 00:30:40 +0000 https://thestandard.co/?p=475009 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

วันนี้ (11 เมษายน) การแข่งขันฟุตบอลศึกช้างเอฟเอคัพนัดชิ […]

The post สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2020 หลังดวลจุดโทษชนะชลบุรี เอฟซี 5-4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

วันนี้ (11 เมษายน) การแข่งขันฟุตบอลศึกช้างเอฟเอคัพนัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง ชลบุรี เอฟซี เจ้าของแชมป์ 2 สมัย (2010, 2016) พบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ 2 สมัย (2017, 2018) โดยเกมที่สนามกีฬาธรรมศาสตร์สเตเดียม ทำการแข่งขันแบบปิดไม่มีแฟนกีฬาเข้าชม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 

 

เกมครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี ขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 30 จากฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวาของฉลามชล กฤษดา กาแมน เปิดบอลลึกเข้ากรอบเขตโทษ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ วิ่งสอดมายิงผ่านมือของ สรานนท์ อนุอินทร์ เข้าประตูไป 

 

แต่ก่อบจบครึ่งแรกนาทีที่ 39 ชัยวัฒน์ บุราญ จากฝั่งเชียงรายไปตัดเอาบอลมาได้บริเวณริมเส้นก่อนไหลบอลเร็วให้ ศนุกรานต์ ถิ่นจอม จับบอลก่อนไหลตัดเข้ากลางให้ ศิวกรณ์ เตียตระกูล ได้กดด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งผ่านมือ ชนินทร์ แซ่เอียะ เข้าประตูไปตีเสมอได้สำเร็จที่ 1-1 

 

มาในครึ่งหลังปรากฏว่าไม่มีประตูเกิดขึ้นจนต้องต่อเวลาพิเศษ แต่ทั้งสองทีมก็ไม่สามารถทำประตูได้ ทำให้ต้องไปตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นทาง สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ที่แม่นยำกว่าเอาชนะไปได้ 5-4 คว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพสมัยที่ 3 ไปครองได้สำเร็จ 

 

โดยเกมนี้นอกจากแชมป์เอฟเอคัพแล้ว สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดยังคว้าตั๋วไปแข่งขันศึกฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2022 รอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย 

The post สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2020 หลังดวลจุดโทษชนะชลบุรี เอฟซี 5-4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงห์ เชียงรายฯ คว้า 3 แต้มแรกในศึก ACL รอบแบ่งกลุ่ม หลังเฉือนชนะ เอฟซี โซล 2-1 https://thestandard.co/singha-chiang-rai-won-the-first-3-points-in-the-acl-group-round/ Sat, 28 Nov 2020 04:01:18 +0000 https://thestandard.co/?p=426213 สิงห์ เชียงรายฯ คว้า 3 แต้มแรกในศึก ACL รอบแบ่งกลุ่ม หลังเฉือนชนะ เอฟซี โซล 2-1

สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้า 3 แต้มแรกในศึกเ […]

The post สิงห์ เชียงรายฯ คว้า 3 แต้มแรกในศึก ACL รอบแบ่งกลุ่ม หลังเฉือนชนะ เอฟซี โซล 2-1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงห์ เชียงรายฯ คว้า 3 แต้มแรกในศึก ACL รอบแบ่งกลุ่ม หลังเฉือนชนะ เอฟซี โซล 2-1

สโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้า 3 แต้มแรกในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มของกลุ่ม อี ได้สำเร็จ ด้วยการเฉือนชนะ เอฟซี โซล จากเกาหลีใต้ไป 2-1 ที่สนามจัสซิม บัน ฮาหมัด สเตเดียม ประเทศกาตาร์ เมื่อคืนวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 

 

โดยหลังจากที่เกมแรก สิงห์ เชียงรายฯ พ่ายให้กับ เอฟซี โซลไป 0-5 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พอมาในเกมที่ 2 สิงห์ เชียงรายฯ ที่เก็บชัยชนะเหนือ เอฟซี โซลไป 2-1 ได้ประตูจากลูกยิงของ บิลล์ โรซิมาร์ ทั้งสองประตู ส่วนเอฟซี โซล ได้ประตูจาก พาร์ค ชูยอง อดีตนักเตะอาร์เซนอล

 

โดยหลังเกม มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงรายฯ ได้โพสต์ข้อความเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ที่เกิดขึ้นจากเสียงติชมจากแฟนบอล 

 

“รวมกันเราทำได้

 

ขอขอบคุณทุกคำติ เรานำทุกความคิดเห็นมาวิเคราะห์และแก้ไขปรับปรุง

 

วันนี้เราทำได้ พรุ่งนี้เราก็ต้องทำงานหนักต่อไป

 

วันนี้เราอาจจะไม่ได้เป็นทีมที่พร้อมเหมือนทุกทีม แต่สิ่งที่เรามีคือการทำงานที่ร่วมกันพัฒนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ตลอด

 

ขอบคุณนักเตะและทีมงานทุกคนที่ร่วมใจกันทำผลงานที่สุดเหลือเชื่อในวันนี้

 

ขอบคุณแฟนคลับเชียงรายทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวผม และทีมสิงห์ เชียงรายฯ มาโดยตลอด

 

สุดท้ายนี้ ฟุตบอลไทยคือชีวิตจิตใจของผม คือความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมพัฒนาในทุกๆ ทางที่จะทำได้

 

ขอบคุณจากใจ

 

รักฟุตบอลไทย รักเชียงราย รักประเทศไทย

 

มิตติ ติยะไพรัช” 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

 

The post สิงห์ เชียงรายฯ คว้า 3 แต้มแรกในศึก ACL รอบแบ่งกลุ่ม หลังเฉือนชนะ เอฟซี โซล 2-1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ่ายแพ้ เรียนรู้ เกิดใหม่ รวมบทเรียนในวงการกีฬาไทย 2019 https://thestandard.co/now-next-2020-3/ Mon, 23 Dec 2019 07:39:05 +0000 https://thestandard.co/?p=314690 วงการกีฬาไทย 2019

ปี 2019 เป็นปีที่แฟนกีฬาชาวไทยได้หันกลับมามองศักยภาพและ […]

The post พ่ายแพ้ เรียนรู้ เกิดใหม่ รวมบทเรียนในวงการกีฬาไทย 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงการกีฬาไทย 2019

ปี 2019 เป็นปีที่แฟนกีฬาชาวไทยได้หันกลับมามองศักยภาพและพัฒนาการของวงการกีฬามากพอสมควร จากฟุตบอลทีมชาติไทยถึงผลงานของทัพนักกีฬาไทยในศีกซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ผ่านมา 

 

เราได้รับบทเรียนอะไรบ้างตลอดปีที่ผ่านมา อะไรคือสิ่งที่เราพัฒนาขึ้น และอะไรคือบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้เพื่อก้าวไปสู่ปี 2020 ปีที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกจะโคจรกลับมาแข่งขันอีกครั้งในประเทศญี่ปุ่น 

 

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย ภายใต้กุนซือเอเชีย 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยปีนี้ได้หัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นชาวเอเชียครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

 

จาก มิโลวาน ราเยวัช สู่โค้ชโต่ย-ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ถึงอากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการบริหารทีมชาติไทยอีกครั้ง 

 

ครั้งนี้ นิชิโนะได้นำพาระบบ ระเบียบวินัย และการทำงานเป็นทีมมาสู่ฟุตบอลทีมชาติไทยที่มีชื่อเสียงด้านความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ จนทำให้เกิดมิติใหม่ของการเล่นขึ้น 

 

โดยเกมแรกของฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้ยุคสมัยของนิชิโนะอย่างเป็นทางการเป็นการพบกับเวียดนาม ทีมในภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้การคุมทีมของ พัคฮังซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

และผลการแข่งขันด้วยการเสมอกันทั้ง 2 นัดที่เจอกันทั้งเหย้าและเยือนโดยไม่มีประตูเกิดขึ้นเลย ก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าเวียดนามพัฒนาขึ้นมาถึงระดับไหนของอาเซียน 

 

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในเวลานี้ของฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้อากิระ นิชิโนะ คือระเบียบวินัย และความตรงต่อเวลา 

 

หากเวียดนามจะน่าเกรงขามด้วยคือความแข็งแกร่งและความฟิต บวกกับสไตล์การทำทีมของพัคฮังซอที่พร้อมบู๊เพื่อชัยชนะ 

 

ไทยภายใต้อากิระ นิชิโนะ ก็มีระเบียบวินัย และระบบที่มาประกอบร่างกับความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะไทยที่อยู่ในไทยลีก และก้าวข้ามไปเล่นในเจลีก ถือเป็นจุดแข็งใหม่ที่น่าสนใจพอสมควรสำหรับช้างศึก

 

การทำงานของสื่อภายใต้ยุคของนิชิโนะ ก็บ่งบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพของนิชิโนะพอสมควร โดยทุกครั้งที่มีการซ้อมทีมชาติไทย สื่อต้องเดินทางไปถึงสนามก่อนเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะนั่นคือเวลาที่ อากิระ นิชิโนะ จะเดินทางไปถึง เพื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่างก่อนเริ่มซ้อม 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

ขณะที่การฝึกซ้อม นิชิโนะจะพูดคุยกับนักเตะทีละคน ส่วนการวอร์ม ซ้อมแท็กติกต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของโค้ชทีมชาติไทยที่นิชิโนะได้กระจายหน้าที่ไปให้ เพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และเพื่อให้เขามีเวลาได้ทำความรู้จักและเข้าใจรายละเอียดของนักเตะที่ละคน 

 

ผลของการทำงานรูปแบบนี้ได้ก่อให้เกิดเกมรับที่เป็นระเบียบและละเอียดมากขึ้น จากที่ได้มีโอกาสติดตามทำข่าวฟุตบอลทีมชาติไทย 

 

แต่ผลงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา การบุกไปพ่ายต่อมาเลเซียในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2022 โซนเอเชีย และการตกรอบแรกของฟุตบอลชายซีเกมส์เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าเป็นความล้มเหลวที่ยังมีเหตุผลกำกับไว้ว่า ‘เวลาเตรียมทีมน้อยเกินไป’ 

 

ปี 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ นิชิโนะจะเจอกับบททดสอบครั้งใหญ่อีกครั้งด้วยการพาทีมชาติไทยลงแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2020 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

ภาพถ่ายการปรับปรุงราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ระหว่างการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในปี 2020 

 

ในตอนนี้เหตุผลที่ว่านิชิโนะได้รับเวลาเตรียมทีมน้อยเกินไปกำลังมีน้ำหนักเบาลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับเวลาที่เดินไปข้างหน้า และรูปแบบการทำงานต่างๆ ต้องเริ่มแปลงเป็นผลการแข่งขันตั้งแต่ต้นปี 

 

ไม่เช่นนั้นสุดท้ายแล้วคำกล่าวที่ว่า “เขาอาจไม่ใช่ผู้ที่เหมาะสมในการพาฟุตบอลทีมชาติไทยไปข้างหน้า” อาจจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลบสิ่งต่างๆ ที่นิชิโนะได้เริ่มต้นทำมา

 

ธีราทร บุญมาทัน กับการเปิดประตูสู่โอกาสของแชมป์เจลีกคนแรกของไทย 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ความสำเร็จของธีราทร บุญมาทัน ได้รับการยอมรับว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดของนักกีฬาอาชีพไทย เมื่อเขาคว้ารางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยมชายในงานประกาศรางวัลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา 

 

โดยเมื่อวันเสารที่ 7 ธันวาคม ธีราทร บุญมาทัน กลายเป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อโยโกฮามา เอฟ มารินอส ต้นสังกัดของเขาสามารถเอาชนะเอฟซี โตเกียว ในเกมสุดท้ายไปได้ถึง 3-0 โดยตัวเขาเองยังได้ยิงประตูแรกอย่างสุดสวยในเกมนี้อีกด้วย 

 

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ธีราทร สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในกราบซ้าย และการเล่นในตำแหน่งที่เป็นมากกว่าแค่แบ็กซ้ายที่เติมเกมรุก และถอยมาตั้งรับ ทำให้ธีราทรพิสูจน์ให้เจลีกได้เห็นศักยภาพของนักฟุตบอลไทย เหมือนกับที่ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ทำไว้อย่างโดดเด่นก่อนหน้านี้ 

 

การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ของธีราทร จึงเป็นการเปิดประตูโอกาสให้กับนักฟุตบอลไทยในการก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการสร้างนักฟุตบอลไทยในอนาคต 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: สลัก แก้วเชื้อ / THE STANDARD 

 

เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ ตำนานนักเตะทีมชาติเยอรมนีตะวันตกชุดแชมป์โลกปี 1990 เคยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ในบทความ ‘ในโลกฟุตบอล ไม่มีใครสนใจความสำเร็จในอดีต’ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ กับขาลงของอินทรีเหล็ก และสิ่งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยเรียนรู้ได้จากทีมชาติเยอรมนี ถึงการพัฒนาแข้งเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของทีมชาติไทยไว้ว่า 

 

ผมเห็นเยาวชนไทยที่มีศักยภาพสูงจนถึงอายุ 15-16 ปี แต่พอโตจากนี้ไปแล้ว เด็กเหล่านี้กลับไม่ได้รับโอกาสไปค้าแข้งกับสโมสรในต่างแดน นั่นคือคำถามที่ต้องหาคำตอบ

 

“นักเตะไทยมีแพสชันในการเล่นฟุตบอลมาก อย่างช่วงพักระหว่างทัวร์นาเมนต์ที่สุพรรณบุรี มีเด็กคนหนึ่งอายุประมาณ 10 ปี ช่วงพักทุกครั้งเขาจะมาเล่นฟุตบอลต่ออยู่คนเดียว ผมจึงเข้าไปเล่นกับเขา และพบว่าถ้าเด็กคนนี้ได้รับการโค้ชที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าเด็กคนนี้จะเป็นนักเตะอาชีพได้อย่างแน่นอน

 

“แน่นอน นักเตะทีมชาติไทยสามารถเล่นได้ในลีกรองของเยอรมนี บางคนก็สามารถเล่นได้ในลีกสูงสุด แต่หากพวกเขาไปเล่นก็จำเป็นต้องเล่นในทีมที่มีระบบที่ดี เพราะเมื่อพวกเขาเล่นในระบบที่ดี พวกเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้ดี”

 

แต่คำพูดเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนที่ธีราทรจะสามารถคว้าแชมป์เจลีกมาครองได้เป็นคนแรก ซึ่งความสำเร็จนี้เองที่มีโอกาสเป็นประตูไปสู่ทางออกของระบบการพัฒนาเยาวชนไทยในอนาคต จากการที่เราได้เห็นพัฒนาการของแข้งช้างศึกที่ได้ไปสัมผัสการแข่งขันในเจลีกมาแล้ว 

 

เมื่อความสำเร็จของนักเตะรุ่นพี่อาจนำพานักเตะเยาวชนไทยไปสู่ฟุตบอลเจลีกมากขึ้นและเสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแค่ในสนามฟุตบอล แต่การเรียนรู้สู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพมากขึ้นในช่วงเวลาที่ฟุตบอลลีกในประเทศไทยต่างก็ประสบปัญหาการปิดตัวลงของหลายสโมสรอาชีพในช่วงปีที่ผ่านมา 

 

ไทยลีก แชมป์เปลี่ยนมือครั้งแรกในรอบ 10 ปี 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ความสำเร็จของสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ไทยลีก ลีกสูงสุดของประเทศไทยได้เป็นสมัยแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 2009 ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย 

 

เนื่องจากบทเรียนจากความสำเร็จของลีกกีฬาทั่วโลก โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (ยกเว้นฤดูกาลนี้ ที่ลิเวอร์พูลนอนมาจนไม่รู้จะพลาดแชมป์ได้ในรูปแบบใดอีกต่อไปแล้ว) คือการที่ลีกมีการแข่งขันที่เข้มข้น ดุเดือด และที่สำคัญคือ คาดเดาได้ยากว่าใครจะเป็นผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโพเดียมในตอนจบ 

 

ซึ่งสำหรับสโมสรเชียงราย ต้องใช้คำว่า Do it in style หรือคว้าแชมป์อย่างน่าจดจำด้วยกฎ Head to Head ครั้งแรกในไทยลีกเกมสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้ฟุตบอลไทยกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง บวกกับการที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแชมป์เก่า และรองแชมป์ปีนี้ได้บอกไว้ก่อนเกมสุดท้ายว่า พวกเขาจะไม่ฉลองแชมป์ในเกมสุดท้ายที่เป็นเกมเยือน แต่จะกลับมาฉลองที่บุรีรัมย์ ยิ่งทำให้ชัยชนะครั้งนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากกว่าแค่ผลการแข่งขันบนสกอร์บอร์ด 

 

มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ไว้ว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายองค์ประกอบ แต่ที่สำคัญคือนักเตะที่เกิดมาเพื่อเป็นสตาร์ พวกเขาคือนักเตะไทยหลายคนที่เปิดตัวได้อย่างโดดเด่นในลีกสูงสุดของประเทศไทย และก้าวขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทย ทั้ง พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล กองกลางเจ้าของฉายา Thai Tank และ เอกนิษฐ์ ปัญญา ต่างก็เสริมสร้างมิติใหม่ให้กับช้างศึกได้อย่างน่าสนใจ 

 

ซีเกมส์ 2019 เวียดนามพัฒนามากกว่าแค่ฟุตบอล ขณะที่ดาวรุ่งไทยแจ้งเกิดบนเวทีระดับอาเซียนได้อย่างต่อเนื่อง 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ซีเกมส์ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์เริ่มต้นด้วยเสียงวิจารณ์ถึงความไม่พร้อมของเจ้าภาพ ก่อนจะจบลงด้วยทัพนักกีฬาไทยได้อันดับที่ 3 ในตารางสรุปเหรี​ยญรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี 

 

ซึ่งหากนับแยกเพียงแค่กีฬาสากล ที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้หลายชนิดกีฬาในครั้งนี้ ไทยก็ยังจบอันดับที่ 3 เช่นกัน โดยชาติที่แทรกไทยขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 คือเวียดนาม ที่มาแรงตั้งแต่การคว้าแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 60 ปี จนถึงการคว้ารองแชมป์เจ้าเหรียญทองทั้งในแบบรวมทุกชนิดกีฬาและแยกเฉพาะกีฬาสากล 

 

วงการกีฬาไทย 2019

เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คว้ารางวัลนักกีฬาหญิงยอดเยี่ยม สหพันธ์เทควันโดโลกประจำปี 2019 จากผลงาน 26 แชมป์ระดับนานาชาติตั้งแต่ปี 2014 

 

ผลงานครั้งนี้ของไทยซึ่งคว้ามาทั้งหมด 92 เหรียญทอง (จากที่ตั้งเป้าไว้ 121 เหรียญทอง) 103 เหรียญเงิน และ 122 เหรียญทองแดง ถือว่าไม่น่าผิดหวังมากนัก จากชนิดกีฬาความหวังที่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย รวมถึงมีดาวรุ่งเกิดใหม่ในซีเกมส์ครั้งนี้จากหลายชนิดกีฬา 

 

โดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ เป็นสมาคมกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลมากที่สุด จาก 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง ตามด้วย สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง และ สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทยฯ 7 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง 

 

ขณะที่กีฬาเซิร์ฟและอีสปอร์ตก็สามารถประเดิมศึกซีเกมส์ได้อย่างงดงาม ด้วยผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงินจากอีสปอร์ต และผลงาน 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ของทีมเซิร์ฟ 

 

แน่นอนในการแข่งขันซีเกมส์ เจ้าภาพจะเป็นผู้ครองเจ้าเหรียญรางวัลอยู่บ่อยครั้งในอดีต แต่การที่ไทยหลุดอันดับ 2 เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ก็เป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่า ชาติในภูมิภาคอาเซียนสามารถเบียดขึ้นมาแย่งพื้นที่ความสำเร็จในระดับนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามเป็นชาติที่มีพัฒนาการทางกีฬาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

โดยภายในงานประกาศรางวัลนักกีฬาดีเด่นเนื่องในโอกาสวันกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 THE STANDARD ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ถึงภาพรวมวงการกีฬาไทยในปี 2019 โดยเฉพาะจากผลงานในศึกซีเกมส์ที่ผ่านมา 

 

“ในผลงานของซีเกมส์ เหรียญรวมเราได้ที่ 3 แต่ถ้าเราพิจารณาอีเวนต์ที่เป็นกีฬาสากล โดยเฉพาะอีเวนต์เดียวกับที่ใช้แข่งขันโอลิมปิก เราเป็นที่ 2 รองจากเวียดนาม”  ก้องศักด เริ่มต้นด้วยผลงานของศึกซีเกมส์ 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

“ซีเกมส์เป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง แต่กีฬามีหลายมิติ ทั้งกีฬาอาชีพ กีฬาสมัครเล่น และ กีฬาเยาวชน ที่น่าสังเกตคือปีนี้เราสร้างเยาวชนขึ้นมาค่อนข้างเยอะ จากการแข่งขันในซีเกมส์ นักกีฬา 981 คนที่เราส่งไป เป็นนักกีฬาที่ไม่ได้ผ่านกีฬาซีเกมส์มาก่อนถึง 550 คน คิดเป็น 67% ถือว่านักกีฬาเหล่านี้ไปหาประสบการณ์ โดยเฉพาะระดับเยาวชน

 

“เช่น แบดมินตันเราก็เป็นแชมป์เยาวชนโลก 3 สมัย ในกีฬามวยเราก็สร้างนักกีฬารุ่นใหม่ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งยิงธนู ยิงปืน เรามีนักกีฬาเยาวชนที่ไปแข่งซีเกมส์แล้วได้เหรียญทองอายุ 14-15 ปี ถือว่าเราสร้างนักกีฬาใหม่ๆ ขึ้นมาได้บ้างพอสมควร 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD  

กุลวุฒิ วิทิตศานต์ (คนกลาง) นักแบดมินตันไทยวัย 18 ปี เจ้าของรางวัลนักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชาย เผยเป้าหมาย “ผมอยากเป็นมากกว่าลีชองเหว่ย” 

 

“ส่วนในกีฬาสากล แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เราเป็นรองเพียงเวียดนาม ซึ่งในระยะหลังมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก เขามีการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา มีโรงพยาบาลกีฬา สามารถที่จะนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาเตรียมนักกีฬาได้ค่อนข้างดี 

 

“ซึ่งเราเองก็ไม่นิ่งนอนใจ เราเองจะมีการบูรณาการระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการโอลิมปิก เพื่อที่จะเตรียมการของเราให้ดีที่สุด ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

“ตอนนี้เราจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงมีตัวแทนจากสมาคมกีฬาในแต่ละกลุ่ม 

 

วงการกีฬาไทย 2019

คีแรน-คิริน ตันติเวทย์ นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ 2019 ที่หลังจากคว้าชัยชนะที่ฟิลิปปินส์เสร็จต้องรีบขึ้นเครื่องบินกลับไปสอบที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

 

“เช่น กลุ่มกีฬาต่อสู้ กลุ่มกีฬาทีม กลุ่มกีฬาบุคคล เพื่อมาระดมความคิด การทำงาน และวางแผนทำงานกัน ทำยังไงให้เม็ดเงินของรัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำยังไงให้มีการเก็บตัวนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง ทำยังไงให้มีการพัฒนาที่เทียบระดับกับไม่ใช่แค่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่กับระดับสากล ในโอลิมปิก และซีเกมส์ครั้งต่อไป 

 

“ซีเกมส์เหมือนเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติเวทีแรก ดังนั้นเราต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างการเปิดโอกาสให้กับนักกีฬาหน้าใหม่ๆ เข้ามาเพื่อต่อยอดไปเอเชียนเกมส์จนถึงโอลิมปิก กับนักกีฬาที่เป็นความหวัง เราทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ซีเกมส์ครั้งนี้จึงมีหลายบทเรียนที่เราต้องนำมาทบทวนและแก้ไข” 

 

นอกจากนี้ ทางผู้ว่าฯ ยอมรับว่าพอใจกับรางวัลต่างๆ ในปีนี้ ที่มีนักกีฬาระดับเยาวชนที่เป็นอนาคตของวงการกีฬาไทยกำลังเติบโตขึ้น ในเวลาการแข่งขันสากลอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

วงการกีฬาไทย 2019

น้องมิลค์-ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง อายุ 12 ปี คว้าแชมป์การแข่งขันโดรนเรซซิ่งชิงแชมป์โลก ประเภทรายการหญิงเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน 

 

“รางวัลในวันนี้เราเห็นได้ชัดในนักกีฬาเยาวชน เราเห็นได้ชัดว่าเรามีพัฒนาการ เรามีนักกีฬาที่เป็นเด็ก บางคนยังเป็นเด็กชาย เด็กหญิงที่ได้รับรางวัล อย่างนักกีฬาเรือใบยังเป็นเด็กชายอยู่เลย 

 

“เราเห็นอนาคตของนักกีฬาไทย แบดมินตันทั้งชายและหญิง เรามีเด็กๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมา มวยก็เป็นกีฬาที่กำลังขึ้นมา 

 

“เพราะฉะนั้นผมอยากให้มองไปถึง 3-4 ปีข้างหน้า ในอนาคตเราจะมีมหกรรมกีฬาใหญ่หลายรายการ หลังจากโตเกียวโอลิมปิก เราก็ต้องเตรียมเอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาร์ตสเกมส์ (Asian Indoor & Martial Arts Games) ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพที่ชลบุรี หลังจากนั้นก็มีมหกรรมกีฬาใหญ่ คือยูธโอลิมปิก 

 

“ซึ่งผมคิดว่าพอถึงเวลานั้นทัพนักกีฬาไทยเราจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนไปสู่การแข่งขันรายการใหญ่ๆ อย่างเอเชียนเกมส์ที่เราตั้งเป้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในปี 2030 หลังจากนั้นก็เป็นฟุตบอลโลกในปี 2034” 

 

หากจะมองบทเรียนจากปี 2019 สำหรับวงการกีฬาภาพรวมที่ผ่านมาตั้งแต่มหกรรมกีฬาซีเกมส์ถึงการแข่งขันชิงแชมป์โลก เราได้เห็นแล้วว่าปี 2019 อาจเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งบทเรียนของการเป็นที่หนึ่ง  

 

ไม่ว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งอาเซียนของฟุตบอลไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับแชมป์ไทยลีก จนถึงเบอร์หนึ่งของโลกอย่างนิวซีแลนด์ ออลแบล็กส์ ทีมรักบี้ที่ครองตำแหน่งแชมป์โลกมาถึง 2 สมัยตั้งแต่ปี 2011 และ 2015 แต่กลับถูกอังกฤษที่คว้าแชมป์โลกครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2003 เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศในรูปแบบที่เหนือกว่าในทุกด้าน 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ฟุตบอลไทย มีบทเรียนหนึ่งที่เหมือนกับนิวซีแลนด์ ออลแบล็กส์ แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันคนละชนิดกีฬาและคนละเวทีกัน 

 

นั่นก็คือการเป็นเบอร์หนึ่งไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตามในโลก ก็เป็นเสมือนว่าคุณมีเป้าติดอยู่ที่หลัง เพราะทีมที่เหลือต้องการเอาชนะคุณให้ได้ 

 

บทเรียนก่อนหน้านี้ที่ทุกคนเรียนรู้คืออย่าสนใจคนอื่น มุ่งเน้นแต่การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อออลแบล็กส์พ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศ คำวิจารณ์แรกจากแฟนรักบี้ทั่วโลกที่ปรากฏคือ ออลแบล็กส์สนใจแต่พัฒนาการของตนเอง และไม่ได้มองพัฒนาการของรักบี้ในภูมิภาคอื่น ขณะที่รักบี้ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของเอ็ดดี้ โจนส์ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยอย่างชัดเจนว่า เขาเตรียมทีมมา 2 ปีกว่าเพื่อเอาชนะออลแบล็กส์ โดยเฉพาะ

 

เช่นเดียวกันกับฟุตบอลไทยในระดับอาเซียน ความสำเร็จในเวทีนี้เป็นสิ่งที่ทุกชาติต้องการเพื่อเป็นพื้นฐานขึ้นไปต่อกรในระดับเอเชีย และวันนี้ฟุตบอลหลายประเทศก็ได้ก้าวเข้ามาประชิดความสำเร็จของไทยในเวทีอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวียดนาม

 

ความมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วสำหรับปี 2020 แต่สิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องคือความตั้งใจที่จะเรียนรู้ทุกด้านอย่างต่อเนื่อง 

 

แง่คิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เราได้ติดตามรายงานข่าวโมโตจีพี ครั้งที่ 2 ในประเทศไทยและครั้งแรกที่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ความเร็วสูงมาตัดสินแชมป์บนแผ่นดินไทย 

 

ภายในห้องแถลงข่าวหลังจากที่ มาร์ก มาร์เกซ คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 ได้สำเร็จ มีสื่อมวลชนตัดสินใจถามว่า 6 แชมป์จาก 7 ฤดูกาล การพลาดแชมป์ในปี 2015 เขารู้สึกหงุดหงิดใจหรือไม่ หรือว่าความล้มเหลวในปีนั้นทำให้เขากลายเป็นแชมป์ในวันนี้? 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

“ในภาษาสเปนเรามักจะพูดกันว่า เราต้องก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อกระโดดไปข้างหน้าให้ไกลกว่าเดิม 2 ก้าว บางครั้งตอนที่เราเด็กมากๆ ตอนปี 2015 ผมอายุเพียง 22 ปี ผมเด็กมาก แต่ผมก็เรียนรู้ได้เยอะมากจากปีนั้น เพราะผมล้มบ่อยมาก และผมก็พบเจอกับจุดอ่อนของผมคือความสม่ำเสมอ 

 

“ทุกปีต่อจากนั้น ผมก็พยายามแก้ไขจุดอ่อนนี้ ทำงานหนักต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่ในปีนี้ความแข็งแกร่งของผมคือความสม่ำเสมอ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่มีความหมายต่อผมมากในการทำงานร่วมกับทุกคนต่อจากนี้” 

 

หลังจากที่มาร์เกซเดินทางออกจากประเทศไทยไปแข่งขันรายการที่เหลือ เขาก็ตกเป็นข่าวอีกครั้งในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ ด้วยการขับตาม ฟาบิโอ การ์ตาราโร นักขับดาวรุ่งไฟแรงชาวฝรั่งเศส ที่ก้าวขึ้นมาขับเคี่ยวกับเขาในช่วงท้ายฤดูกาล ชนิดที่ว่าตามทุกท่วงท่าและรูปแบบของการขับ 

 

แม้ว่าสุดท้ายจะจบลงด้วยการที่มาร์เกซ ล้มลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่ทุกคนก็เชื่อว่าสาเหตที่เขาตัดสินใจขับตามการ์ตาราโร ในรอบ Q2 ครั้งนี้เพื่อศึกษาคู่แข่งหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงในสนามแข่งขันเดียวกันกับเขา แม้ว่าเขาจะมีสถานะเป็นแชมป์โลกไปแล้วก็ตาม 

 

เวลายังคงเป็นสิ่งที่ยุติธรรมเสมอ การให้เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬาไทยที่กำลังเติบโตขึ้นมาสู่เวทีระดับโลก เพราะจากบทสัมภาษณ์ต่างๆ ที่เราได้พูดคุยกับนักกีฬาไทยรุ่นใหม่ ที่ขึ้นชื่อว่าพวกเขามีความมุ่งมั่น และพร้อมที่จะก้าวขึ้นไปสร้างความสำเร็จได้ในอนาคต 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

วินนี่-ธนัชานนท์ ศรีเพชรสุวรรณ นักขับรุ่นมินิจีพีวัย 7 ขวบ และแฟนคลับตัวยง ได้รับแรงบันดาลใจจากไอดอล มาร์ก มาร์เกซ ยอดนักขับเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยชาวสเปน 

 

ปี 2019 จึงเป็นก้าวสำคัญของการเรียนรู้ เรียนรู้ตัวเอง หาจุดอ่อนให้พบ และสร้างมันเป็นจุดแข็ง เรียนรู้คู่แข่ง เพราะความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้การันตีความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ มีความสม่ำเสมอในการทำงาน และสุดท้ายมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัดสินใจทำ เหมือนกับที่ เอเลียด คิปโชเก มนุษย์ผู้ทำลายกำแพงมาราธอนภายใน 2 ชั่วโมงในปีนี้ลงได้จากความเชื่อที่ว่า 

 

‘No Human is Limited’ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post พ่ายแพ้ เรียนรู้ เกิดใหม่ รวมบทเรียนในวงการกีฬาไทย 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงห์ เชียงรายฯ ตั้ง ‘ทากิ มาซามิ’ นั่งเฮดโค้ช ป้องกันแชมป์ไทยลีกฤดูกาลหน้า https://thestandard.co/chiangrai-united-fc-111219/ Wed, 11 Dec 2019 07:59:31 +0000 https://thestandard.co/?p=311457

วันนี้ (11 ธันวาคม) สิงห์ เชียงรายฯ ทีมแชมป์โตโยต้า ไทย […]

The post สิงห์ เชียงรายฯ ตั้ง ‘ทากิ มาซามิ’ นั่งเฮดโค้ช ป้องกันแชมป์ไทยลีกฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 ธันวาคม) สิงห์ เชียงรายฯ ทีมแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2019 ประกาศแต่งตั้ง ‘ทากิ มาซามิ’ กุนซือมากประสบการณ์ชาวญี่ปุ่น วัย 47 ปี เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทางสโมสรฯ อย่างเป็นทางการ ภายหลังตำแหน่งนี้ว่างลง หลังการแยกทางกับ ไอล์ตัน ซิลวา กุนซือชาวบราซิล ช่วงจบฤดูกาลที่ผ่านมา

 

โดยการตั้งมาซามิครั้งนี้ของสิงห์ เชียงรายฯ มีเป้าหมายเพื่อเตรียมทีมในการป้องกันแชมป์ไทยลีก และการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ ในฤดูกาล 2020

 

ทั้งนี้ ทากิ มาซามิ ถือเป็นหนึ่งในกุนซือที่มีประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนาน ซึ่งผ่านงานคุมทีมทั้งระดับอคาเดมี รวมถึงงานโค้ชในลีกสูงสุดอย่างไทยลีกก็เคยผ่านมาแล้ว โดยรายชื่อทีมที่เคยรับหน้าที่โค้ชมีดังนี้

 

  • ฤดูกาล 1994-2001: ทีมเซเรโซ โอซาก้า U18
  • ฤดูกาล 2003: หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมจูบิโล อิวาตะ U18
  • ฤดูกาล 2006-2007: ผู้ฝึกสอน ทีมวิสเซล โกเบ U18
  • ฤดูกาล 2008: หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมเรียวคิว เอฟซี U18
  • ฤดูกาล 2009-2010: หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมไทยฮอนด้า เอฟซี
  • ฤดูกาล 2014: หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมไทยฮอนด้า เอฟซี พาทีมเลื่อนชั้นสู่ ดิวิชัน 1
  • ฤดูกาล 2015: หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมไทยฮอนด้า เอฟซี พาทีมจบอันดับ 6 ของฤดูกาล
  • ฤดูกาล 2016: ผู้จัดการ ทีมไทยฮอนด้า เอฟซี
  • ฤดูกาล 2017: ที่ปรึกษา ทีมพัทยา ยูไนเต็ด
  • ฤดูกาล 2018: ประธานเทคนิค ทีมฟูจิเอดะ เอ็มวาย (J3)
  • ฤดูกาล 2019: ผู้ฝึกสอน ทีมเซเรโซ โอซาก้า อะคาเดมี

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สิงห์ เชียงรายฯ ตั้ง ‘ทากิ มาซามิ’ นั่งเฮดโค้ช ป้องกันแชมป์ไทยลีกฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บิ๊กฮั่น’ อนาคตและฝันที่เป็นจริงของ ‘เชียงราย ยูไนเต็ด’ https://thestandard.co/yongyuth-tiyapairat-chiangrai-united/ Fri, 15 Nov 2019 11:25:35 +0000 https://thestandard.co/?p=304403 มิตติ ติยะไพรัช

มิตติ ติยะไพรัช คือใคร ปรัชญาของเชียงราย ยูไนเต็ด นักฟุ […]

The post ‘บิ๊กฮั่น’ อนาคตและฝันที่เป็นจริงของ ‘เชียงราย ยูไนเต็ด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิตติ ติยะไพรัช
  • มิตติ ติยะไพรัช คือใคร
  • ปรัชญาของเชียงราย ยูไนเต็ด
  • นักฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ต้องมีอนาคต
  • ความไม่เป็นธรรม
  • สิ่งที่ฉุดรั้งฟุตบอลไทย
  • ทีมฟุตบอลที่ดี
  • นักฟุตบอลที่ดี
  • อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศไทย

The post ‘บิ๊กฮั่น’ อนาคตและฝันที่เป็นจริงของ ‘เชียงราย ยูไนเต็ด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – THE STANDARD Daily 4 พฤศจิกายน 2562 https://thestandard.co/thestandarddaily04112562/ Tue, 05 Nov 2019 02:20:29 +0000 https://thestandard.co/?p=300963

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562&nb […]

The post มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – THE STANDARD Daily 4 พฤศจิกายน 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562  เวลา 20.00

 

  • THE STANDARD Daily พาไปทำความรู้จัก อาบีย์ อาเหม็ด นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย ทำไมจึงเป็นผู้คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2019
  • และช่วงพูดคุยพบกับ ‘มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด’ แชมป์ไทยลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เส้นทางที่ผ่านมาสู่การผงาดเป็นแชมป์ต้องเจอกับอะไรบ้าง

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 20.00 . เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – THE STANDARD Daily 4 พฤศจิกายน 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมสถิติและบทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019 https://thestandard.co/thai-league-2019-tables-results/ Mon, 28 Oct 2019 11:11:00 +0000 https://thestandard.co/?p=298868 บทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019

แม้จะจบไปแล้วกับศึกโตโยต้าไทยลีกประจำฤดูกาล 2562 พร้อมป […]

The post รวมสถิติและบทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019

แม้จะจบไปแล้วกับศึกโตโยต้าไทยลีกประจำฤดูกาล 2562 พร้อมประเด็นใหญ่อย่างการก้าวขึ้นมาเถลิงแชมป์ลีกครั้งแรกของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ที่โค่นแชมป์เก่าอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงได้ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

 

THE STANDARD ได้รวบรวมข้อมูลสถิติตัวเลขและบทสรุปที่เกิดขึ้นหลังไทยลีก จบฤดูกาลมาให้ชมว่าเป็นอย่างไร ใครได้ดาวซัลโว, สนามไหนแฟนบอลเยอะที่สุด และทีมใดตกชั้น ทีมใดเลื่อนชั้นขึ้นมาแทนกันบ้าง

 

*จากการประกาศพักทีมอย่างไม่มีกำหนดล่าสุดของ พีทีที ระยอง เอฟซี ส่งผลให้ฤดูกาลนี้ T1 จะตกชั้นเพียงสองทีม โดยสุพรรณบุรี เอฟซี จะรอดตกชั้นตามกฎไทยลีก

 

บทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post รวมสถิติและบทสรุปไทยลีกประจำฤดูกาล 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเทพนิยาย ‘เชียงราย ยูไนเต็ด’ https://thestandard.co/chiangrai-united/ Mon, 28 Oct 2019 05:02:57 +0000 https://thestandard.co/?p=298714 เชียงราย ยูไนเต็ด

มีหลายหลากเหตุผลที่แฟนฟุตบอลไทยจำนวนมากจะรักการคว้าแชมป […]

The post สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเทพนิยาย ‘เชียงราย ยูไนเต็ด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ด

มีหลายหลากเหตุผลที่แฟนฟุตบอลไทยจำนวนมากจะรักการคว้าแชมป์ไทยลีกของทีม ‘กว่างโซ้งมหาภัย’ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ครับ

 

แน่นอนว่ามันเป็นชัยชนะที่ได้มาในเงื่อนไขที่ยาก และยากจนแทบไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้

 

แน่นอนว่ามันเป็นชัยชนะที่ได้มาจากสถานการณ์ที่หลายอย่างดูจะไม่เป็นใจ โดยเฉพาะหลังคู่แข่งที่เป็นแชมป์เก่าและเก๋าสุดๆ อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถเปิดบ้านเอาชนะการท่าเรือ เอฟซี ได้แบบที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ได้เห็นเกมนี้มีแฮชแท็กในใจว่า #อิหยังวะ

 

และแน่นอนว่ามันเป็นชัยชนะที่ได้มาเพราะมีคนหยิบยื่นให้ ซึ่งคนที่หยิบยื่นมาก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นทีมเมืองพี่เมืองน้องอย่างเชียงใหม่ เอฟซี และคนที่เป็นฮีโร่ก็คือ ไคเก เลเมส กองหน้าที่ทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ให้ยืมตัวไป

 

ทีมที่ตกชั้นไปแล้วอย่างเชียงใหม่ เอฟซี กลายเป็นทีมที่หยุดไม่ให้บุรีรัมย์ ผู้ (ถูกมองว่า) หยิ่งผยอง (จากการปฏิเสธจะรับถ้วยแชมป์ในเกมนี้) ได้ฉลองแชมป์ไทยลีกอีกสมัยของพวกเขา ส่งมอบให้เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมที่สู้ทุกอย่างเท่าที่มี และได้แชมป์ไปด้วยกฎ Head-to-head

 

มันเป็นพล็อตลูกหนังโรแมนติกที่สามารถเก็บไปเล่าได้อีกหลายสิบปี

 

โดยเฉพาะเหล่าผู้คนที่อยู่ในสนามวันนั้น เชื่อว่าพวกเขาต่างมีความทรงจำที่หลากหลายและสวยงามแตกต่างกันออกไป

 

แต่ในเรื่องราวที่สวยงามนั้น ลึกๆ แล้วมันประกอบไปด้วยเหตุผลและการกระทำมากมายครับ กว่าที่เชียงราย ยูไนเต็ด สโมสรที่เพิ่งจะก่อตั้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จากทีมที่ลงสนามนัดแรกด้วยจำนวนผู้ชมเพียงแค่หลักร้อยคนจนกลายมาเป็นทีมอันดับหนึ่งของประเทศ

 

มันมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตาในระหว่างการเดินทาง ซึ่งจะให้เล่าตรงนี้ทั้งหมดอาจจะยาวและใช้เวลานาน

 

เอาเป็นว่าผมลองมองถึงสิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากแชมป์ที่เป็นเหมือนเทพนิยายครั้งนี้ ซึ่งผมคิดว่านำไปปรับใช้ได้กับหลายอย่างครับ

 

เชียงราย ยูไนเต็ด

 

1. เป็นเจ้าของต้องมีใจ

สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด จะไม่มีวันนี้เลยถ้าพวกเขาไม่มีเจ้าของสโมสรที่บ้าคลั่งในเกมฟุตบอล

 

ถึงภาพภายนอกจะมองว่าธุรกิจ (ใช่ครับ ฟุตบอลคือธุรกิจ!) การเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลนั้นเป็นธุรกิจที่ดูดี ได้แต่งตัวหล่อๆ สวยๆ มายืนในสนามบ้าง ข้างสนามบ้าง ได้มีข่าวหรือภาพข่าวออกตามสื่อ เป็นการประชาสัมพันธ์ตัวเองได้อย่างแนบเนียน แต่ในเนื้อแท้แล้วการบริหารสโมสรฟุตบอลนั้นไม่ง่าย

 

มันเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ในแบบที่เราอาจจะคาดไม่ถึง

 

และการจะบริหารสโมสรได้นั้นต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ใครกระเป๋าไม่หนักพอหรือใจไม่ถึงพอก็ยากจะประสบความสำเร็จได้

 

สำหรับสโมสรฟุตบอลในไทย ต้องยอมรับว่ากลุ่มคนที่สำคัญที่สุดคือนายทุนของสโมสร ซึ่งเป็นคนที่ชี้เป็นชี้ตายให้กับทีมได้ และโชคดีสำหรับทีมกว่างโซ้งที่พวกเขาได้เจ้าของสโมสรที่มีคุณสมบัติของการเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลที่ดีครบ

 

นอกจากจะมีทุน มีสายสัมพันธ์กับองค์กรธุรกิจ เป็นที่รู้จักในสังคม มีวิสัยทัศน์ ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว 

 

พวกเขายังมีคุณสมบัติที่พิเศษมากที่สุดคือการเป็นคนท้องถิ่น

 

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น มิตติ ติยะไพรัช หรือปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช พวกเขาถือว่าสโมสรฟุตบอลแห่งนี้สำคัญ

 

ไม่ใช่เฉพาะแค่สำคัญกับตัวเองหรือครอบครัว แต่สำคัญต่อ ‘คนเจียงฮาย’ ทุกคน 

 

ความมุ่งมั่นทุ่มเทนี้จึงถูกส่งต่อไปถึงทีมงานทุกคน ตั้งแต่ระดับผู้บริหารถึงสตาฟฟ์โค้ชและนักฟุตบอล ทุกเกมที่ลงแข่งขัน พวกเขามีเดิมพันถึงความสุขของคนทั้งจังหวัดด้วย

 

เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรจาก เนวิน ชิดชอบ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงจังหวัดบุรีรัมย์บ้านเกิดที่รักให้กลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญระดับประเทศ ซึ่งทำได้จริงและกลายเป็นหมุดหมายสำคัญระดับโลกไปแล้ว 

 

ดังนั้นหากสโมสรที่จะประสบความสำเร็จอย่างจริงจังได้ สิ่งสำคัญลำดับต้นๆ คือคนบริหารต้องมีใจกับสโมสรและเกมฟุตบอลก่อน

 

ถ้ามีอย่างแรกแล้ว เดี๋ยวอย่างอื่นก็ตามมาเอง

 

เชียงราย ยูไนเต็ด

 

2. ความล้มเหลวคือครูที่ดีที่สุด

ถึงจะเป็นสโมสรที่ถือว่ามีทุนรอนพอสมควร แต่เชียงราย ยูไนเต็ด ก็เจ็บมาเยอะ

 

โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่แล้วที่พวกเขาตัดสินใจทุ่มหมดหน้าตัก กวาดผู้เล่นระดับบิ๊กเนมเข้ามาร่วมทีม (ผมยังจำวันที่เชียงรายประกาศคว้าตัวโค้ชที่ดีและมีเคมีเข้ากับสโมสรอย่าง อเล็กซานเดร กามา เรียกว่าเคยถึงขั้นเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ไทยลีกมาแล้ว

 

แต่เงินไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง การคว้าแชมป์รายการที่ยากที่สุดอย่างการแข่งขันลีกมันมีองค์ประกอบที่หลากหลายและไม่ง่ายขนาดนั้น 

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เชียงรายได้จากการทุ่มทุนสร้างคือการได้แชมป์รายการฟุตบอลถ้วย และการค้นพบคำตอบบางอย่างที่ทำให้พวกเขารู้ว่าบางครั้งความสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกรุยทางเสมอไป

 

เดิมเชียงราย ยูไนเต็ด ในปี 2019 ถูกมองข้าม เพราะพวกเขาตัดสินใจลดขนาดทีม ลดงบประมาณในการทำทีม ลดเพดานค่าเหนื่อย โดยมีการปล่อยผู้เล่นคนสำคัญออกจากทีมหลายราย ส่วนนักเตะใหม่ที่ซื้อเข้ามาก็เป็นของที่ถูกมองว่าเป็นเกรดรองที่ด้อยกว่า

 

ซ้ำยังมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโค้ชก่อนเริ่มฤดูกาลด้วยการปลด บอร์จีส ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง ไอล์ตัน ขึ้นมาคุมทีมแทน

 

แต่มันกลับกลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกและดีอย่างเหลือเชื่อ

 

ในวงเล็บว่ามันเกิดขึ้นได้ เพราะพวกเขาเรียนรู้จากบทเรียน และได้คำตอบว่าสิ่งที่สำคัญกว่าบุคคลคือระบบ

 

ระบบถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เหลือแค่หาคนที่ตอบโจทย์ได้ใช่ที่สุด (เท่าที่จะหาได้) มาใช้งาน ดังนั้นต่อให้ต้องปล่อยสตาร์ออกจากทีมไป ก็เพียงหาคนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาทำหน้าที่แทน เรื่องนี้เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้ดีมากในปีนี้

 

เรื่องเหล่านี้เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย สโมสรระดับโลกหลายแห่งก็ยังทำไม่ได้

 

หนึ่งในนั้นคือสโมสรที่มีนามสกุลว่า ยูไนเต็ด เหมือนกัน

 

เชียงราย ยูไนเต็ด

 

3. นักเตะไทย (ก็) ทำได้

หนึ่งในเรื่องที่เป็นคำถามที่น่าสนใจที่สุดของลีกฟุตบอลไทยคือการที่สโมสรต่างๆ ทุกแห่งเลือกนักฟุตบอลที่เป็น ‘แกน’ (Core) ของทีมเป็นนักเตะต่างชาติเกือบทั้งหมด

 

ตำแหน่งดังกล่าวไล่ไปตั้งแต่ผู้รักษาประตู กองหลังตัวกลาง กองกลาง และศูนย์หน้า

 

ไม่เชื่อลองดูในทำเนียบดาวซัลโวของไทยลีกปี 2019 ดูแล้วบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันเป็นลีกบราซิลหรือลีกในลาตินอเมริกาที่ไหนสักประเทศ

 

เหตุผลนั้นพอเข้าใจได้ครับ เพราะนักฟุตบอลต่างชาติความสามารถสูงกว่า การันตีความสำเร็จได้มากกว่า (และแน่นอนว่าง่ายกว่า!) บางครั้งค่าเหนื่อยอาจจะสูง แต่ก็มีความคุ้มค่าที่จะเสี่ยง (ด้วยการเซ็นสัญญาระยะสั้น ต่อกันปีต่อปี ไม่พอใจก็หาเรื่องยกเลิกสัญญาทันที) 

 

เรื่องนี้สมาคมฟุตบอลก็กังวลถึงขั้นมีการตั้งรางวัล Thais Strike Back เพื่อกระตุ้นฟอร์มนักเตะไทยให้สู้กับนักเตะต่างชาติให้ได้

 

อย่างไรก็ดี เชียงราย ยูไนเต็ด เป็นทีมหนึ่งที่ใช้นักฟุตบอลไทยเป็นหลักในทีมจนคว้าแชมป์ได้ ไม่ว่าจะเป็น พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, สุริยา สิงห์มุ้ย, ชัยวัฒน์ บุราณ, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, ชินภัทร ลีเอาะ, อภิรักษ์ วรวงศ์ 

 

รวมถึงสตาร์หมายเลขหนึ่งของทีมในเวลานี้อย่าง ‘เจ้าบุ๊ค’ เอกนิษฐ์ ปัญญา ซึ่งเป็นตัวจากอะคาเดมีของสโมสรที่ถูกดึงตัวกลับมาช่วยทีมในเลก 2 หลังปล่อยให้เชียงใหม่ เอฟซี ยืมไปใช้งานในเลกแรก ซึ่งทำผลงานได้ยอดเยี่ยม และเป็นนักเตะไทยที่ยิงได้เยอะที่สุดในลีกด้วย

 

นั่นแปลว่านักเตะไทยก็ไม่ได้ไร้ความสามารถอะไร และบางทีการใช้ผู้เล่นไทย โดยเฉพาะจากอะคาเดมีของสโมสรเอง ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟ้อจนเกินตัวได้ด้วย

 

เชียงราย ยูไนเต็ด

 

4. แฟนฟุตบอลคือรากของสโมสร

แม้จะไม่ใช่สโมสรที่มีฐานแฟนบอลกลุ่มใหญ่ที่สุด แต่เชียงราย ยูไนเต็ด คือหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีแฟนบอลเหนียวแน่น

 

ทีมกว่างโซ้งไม่ใช่เป็นแค่ทีมฟุตบอล แต่คือสมบัติของชาวเมือง และการไปเชียร์ฟุตบอลก็ไม่ใช่แค่กิจกรรมฆ่าเวลา แต่เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนเชียงราย

 

ยิ้มด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน เจ็บด้วยกัน 

 

ในโมงยามของความสำเร็จกับชัยชนะที่ได้มาอย่างเหลือเชื่อ มันยิ่งทำให้ทุกอย่างมีคุณค่ามากกว่าเดิมอีก เพราะต่างก็เหนื่อยยากมาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลหรือแฟนบอล 

 

โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่มืดมนอนธการ เมื่อแฟนบอลจำนวนหนึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างตามไปเชียร์ทีมรักที่บุรีรัมย์ แชมป์สมัยแรกของเชียงราย ยูไนเต็ด จึงมีความพิเศษจากสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้

 

นี่คือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น และเป็นอีกหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง

 

เพราะในโลกของเกมฟุตบอลแล้ว สิ่งที่เป็นรากฐานของสโมสรก็คือแฟนบอล เกมฟุตบอลที่ไม่มีแฟนบอลนั้นไม่มีความหมาย ดังนั้นสิ่งที่ทุกสโมสรต้องคิดถึงให้มากที่สุดคือแฟนบอลของตัวเอง

 

สโมสรอย่างเชียงราย ยูไนเต็ด ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นทีมขวัญใจมหาชน พวกเขาเริ่มจากการมีคนมาดูแค่ร้อยคน เปลี่ยนสนามแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง ก่อนที่จะเปิดใช้สนามยูไนเต็ด สเตเดียม หรือปัจจุบันในชื่อสิงห์ สเตเดียม ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ใด เหล่ากว่างโซ้งในชุดส้มก็พร้อมจะมาให้กำลังใจเสมอ

 

มีบ้างที่เจอช่วงเวลายากลำบากจนยอดแฟนบอลตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย แต่พวกเขาก็จับมือกันจนฝ่าฟันวิกฤตได้สำเร็จ

 

ในขณะที่สโมสรในไทยอีกหลายแห่งตัดสินใจถอนสมอ บ้างย้ายถิ่นฐาน บ้างยุบทีมหรือพักทีม ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ได้สนใจแฟนบอลที่เป็นดังรากของสโมสร

 

สุดท้ายมันไม่ได้เป็นผลดีต่อใครเลย โดยเฉพาะต่อวงการฟุตบอลของประเทศ

 

ทั้งหมดนี้เป็นบทเรียนคร่าวๆ ที่เราได้เรียนรู้จากการคว้าแชมป์ไทยลีกของทีมกว่างโซ้งมหาภัย ซึ่งผมเชื่อว่าหากเราลองดูรายละเอียดอย่างลึกซึ้งจริงๆ ก็น่าจะมีบทเรียนอีกมากมายที่เราสามารถศึกษาจากยอดทีมแดนเหนือของไทยได้

 

ที่แน่ๆ การคว้าแชมป์ของพวกเขายังมีคุณูปการที่สำคัญมากต่อวงการฟุตบอลไทย เพราะสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ช่วยโหมกระแสลูกหนังแดนสยามอีกแรง หลังจากที่มีประกายไฟแรกจากทีมชาติไทยในยุคของ อากิระ นิชิโนะ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

 

ฟุตบอลไทยยังไม่ตายง่ายๆ

 

เรื่องนี้น่าดีใจที่สุดครับ 🙂

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเทพนิยาย ‘เชียงราย ยูไนเต็ด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงราย ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยลีก 2019 หลังบุรีรัมย์ฯ ทำได้เพียงเสมอเชียงใหม่ เอฟซี ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล https://thestandard.co/chiangrai-united-champ-thai-league/ Sat, 26 Oct 2019 14:23:22 +0000 https://thestandard.co/?p=298534

ศึกไทยลีก ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศไทยนัดสุดท้ายของฤดูกา […]

The post เชียงราย ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยลีก 2019 หลังบุรีรัมย์ฯ ทำได้เพียงเสมอเชียงใหม่ เอฟซี ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศึกไทยลีก ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศไทยนัดสุดท้ายของฤดูกาล มีเหลือเพียงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและเชียงราย ยูไนเต็ด ที่ยังคงมีลุ้นแชมป์ โดยบุรีรัมย์ฯ ต้องบุกไปชนะเชียงใหม่ เอฟซีเท่านั้น ถึงจะการันตีแชมป์ โดยไม่ต้องลุ้นผลอีกคู่ ขณะที่เชียงรายฯ ต้องบุกไปชนะสุพรรณบุรี เอฟซี และหวังให้บุรีรัมย์ฯ สะดุด เสมอหรือแพ้ ก็จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศไทยได้เป็นครั้งแรก 

 

โดยเกมนัดสุดท้ายที่ลงเตะพร้อมกันหมดเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม จบครึ่งแรกปรากฏว่า คู่บุรีรัมย์ฯ และเชียงใหม่ฯ ไม่มีประตูเกิดขึ้น เสมอกัน 0-0 ขณะที่เชียงรายฯ เสมอกับสุพรรณบุรีฯ 1-1

 

ออกสตาร์ทครึ่งหลังเป็นเชียงรายฯ ที่ทำประตูขึ้นนำสุพรรณบุรีฯ ได้ก่อน 2-1 จากลูกยิงของ วิลเลียม เอนริเก 

 

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ศศลักษณ์ ไหประโคน จ่ายบอลออกขวาให้กับ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม เลี้ยงมาปัดกลับเข้าในให้กับ นาสเซอร์ บาราซิต ยิงให้บุรีรัมย์ฯ ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 53 ทำให้สถานการณ์ของแชมป์ไทยลีกกลับมาอยู่ที่บุรีรัมย์ฯ อีกครั้ง 

 

ช่วงท้ายเกม หลังจากที่เชียงรายฯ เอาชนะสุพรรณบุรีฯ ไปได้ 5-2 แต่ปรากฏว่า บุรีรัมย์ฯ ที่เสี่ยงโดนตีเสมอหลายรอบในช่วงครึ่งหลัง จนสุดท้ายนาทีที่ 88 เชียงใหม่ฯ ก็ตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากลูกโหม่งของ ไคเก เลเมส จนช่วงทดเวลา 6 นาทีสุดท้าย บุรีรัมย์ฯ ไม่สามารถยิงประตูเพิ่มได้ ส่งผลให้เชียงราย ยูไนเต็ดก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทยลีกที่แชมป์ถูกตัดสินด้วยกฎ Head to Head 

 

มิตติ ติยะไพรัช ประธานเชียงราย ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์หลังเกม ขอมอบแชมป์นี้ให้กับชาวเชียงรายทุกคน และได้ตั้งเป้าป้องกันแชมป์ให้ได้ในปีหน้า รวมถึงยังได้ขอบคุณครอบครัวและทุกฝ่ายที่ร่วมก่อตั้งสโมสรกันมา นักเตะและทีมงานทุกคน พร้อมยืนยันว่า เชียงรายฯ เป็นทีมที่พร้อมให้โอกาสคนไทยและดาวรุ่งคนไทยต่อไป 

 

สำหรับสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด ก่อตั้งสโมสรมาตั้งแต่ปี 2009 คว้าแชมป์ฟุตบอลบอลถ้วยมาได้ 2 รายการ และฤดูกาลนี้สามารถทำได้ตามเป้าหมาย คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศมาครองได้สำเร็จ และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่ไม่ใช่ทีมจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดอีกด้วย 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post เชียงราย ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยลีก 2019 หลังบุรีรัมย์ฯ ทำได้เพียงเสมอเชียงใหม่ เอฟซี ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิลล์ โรซิมาร์ จัดแฮตทริก พาเชียงรายชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-2 ป้องกันแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2018 https://thestandard.co/bill-chiangrai-united-win-3-2-buriram-united/ https://thestandard.co/bill-chiangrai-united-win-3-2-buriram-united/#respond Sun, 28 Oct 2018 04:52:29 +0000 https://thestandard.co/?p=138323

เกมวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สนามศุภชลาศัย เชีย […]

The post บิลล์ โรซิมาร์ จัดแฮตทริก พาเชียงรายชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-2 ป้องกันแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกมวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สนามศุภชลาศัย เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่าในชุดสีส้ม ลงสนามพบกับแชมป์ไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมกับแฟนบอลของทั้งสอง ที่เดินทางมาเข้าชมเต็มความจุของสนาม

 

โดยรูปเกม เป็นเชียงรายเปิดเกมเร็ว เพียงแค่ 2 นาทีแรก เชียงรายได้ประตูขึ้นนำก่อน จากลูกยิงของ บิลล์ โรซิมาร์ ก่อนจะยิงอีกประตูก่อนจบครึ่งแรก พาเชียงรายขึ้นนำก่อน 2-1 เมื่อ 45 นาทีจบลง

 

เริ่มครึ่งหลัง บุรีรัมย์ได้ประตูตีเสมอ 2-2 เมื่อผู้ตัดสินเข้าไปดู VAR กลับคำตัดสินให้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปในนาทีที่ 52

 

ก่อนที่เชียงรายจะยิงประตูสุดท้ายของเกม โดยเป็น บิลล์ โรซิมาร์ อีกครั้ง ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษของบุรีรัมย์ และยิงลอดขา ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เข้าไปเป็นประตูที่ 3 ของเขาในเกมนี้ และเป็นประตูที่พาสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-2 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมกับการเป็นแชมป์ที่ 3 ของสโมสรในปีนี้อีกด้วย บวกกับคว้าสิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ ปี 2019 อีกด้วย

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post บิลล์ โรซิมาร์ จัดแฮตทริก พาเชียงรายชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-2 ป้องกันแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bill-chiangrai-united-win-3-2-buriram-united/feed/ 0
5 เหตุผลที่ทำให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ตกชั้น https://thestandard.co/bangkok-glass-fc-players-form/ https://thestandard.co/bangkok-glass-fc-players-form/#respond Wed, 10 Oct 2018 11:34:10 +0000 https://thestandard.co/?p=131022

ข่าวช็อกวงการฟุตบอลไทยลีกชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของ […]

The post 5 เหตุผลที่ทำให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ตกชั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ข่าวช็อกวงการฟุตบอลไทยลีกชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของทีมชั้นนำของไทยอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ต้องตกชั้นลงไปสู่ลีก M-150 แชมเปี้ยนชิป (T2) หลังจากเปิดบ้านพลาดท่าให้กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไปด้วยผล 1-2 ไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการตกชั้นครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของสโมสร นับตั้งแต่ซื้อกิจการสโมสรธนาคารกรุงไทยเมื่อปี 2552

 

ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีที่หลายทีมบนเวทีไทยลีกต่างผ่าตัดเปลี่ยนแปลงทีมกันเยอะ โดยหนึ่งในนั้นก็คือทีมบีจี เอฟซี ที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่พื้นสนาม จากที่เคยใช้หญ้าเทียมก็เปลี่ยนมาใช้หญ้าจริง การเปลี่ยนโลโก้สโมสร ไปจนถึงชุดแข่งที่เปลี่ยนจากสีเขียวในแบบที่คุ้นตาสู่ชุดสีน้ำเงินพร้อมคอนเซปต์เครื่องจักรสีน้ำเงิน

 

แต่นั่นก็เป็นการเปลี่ยนแปลงดีๆ ที่เกิดขึ้นช่วงต้นฤดูกาล เพราะท้ายที่สุดความเปลี่ยนแปลงที่ยากเกินจะรับได้กับทีมระดับหัวแถวไทยลีก คือการตกชั้นไปสู่ลีกแชมเปี้ยนชิป ซึ่งเราจะมาวิเคราะห์ดูว่า 5 เหตุผลหลักอะไรบ้างที่ทำให้กองทัพ เดอะ แรบบิท ต้องตกชั้น

 

เหตุผลที่ 1 เปลี่ยนโค้ชบ่อยจนนักเตะปรับตัวไม่ทัน

อย่างที่ทราบกันดีว่า บางกอกกล๊าส เอฟซี ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนโค้ชไปร่วม 5 คน จาก ออเรลิโอ วิดมาร์ เฮดโค้ชชาวออสซี สู่ โค้ชจุ่น-อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่คุมทีมอยู่ในตอนนี้ โดยการผลัดเปลี่ยนโค้ชของบีจีในแต่ละครั้งมีเหตุผลไปในทางเดียวกันคือ การทำให้ทีมพัฒนาไปสู่ผลงานที่ดีขึ้น แต่หากได้มองกลับกันจะพบว่า การเปลี่ยนโค้ชบ่อยก็ส่งผลกับทีมเช่นกัน เพราะตัวนักเตะจะต้องปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับผู้ฝึกสอนคนใหม่ๆ หรืออาจจะต้องปรับถึงตำแหน่งการยืนในสนาม แน่นอนว่านี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นในฤดูกาลเป็นอย่างมาก

 

 

เหตุผลที่ 2 จากสนามหญ้าเทียมสู่สนามหญ้าจริง

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของทีมในฤดูกาลนี้คือ การรื้อสนามหญ้าใหม่ทั้งหมด ที่เปลี่ยนจากหญ้าเทียมสู่หญ้าจริง นักเตะของทีมหลายคนที่อยู่กับสโมสรบีจีมานาน มักคุ้นชินกับการเล่นฟุตบอลบนผืนหญ้าเทียม และการเปลี่ยนรูปแบบสนามมาใช้หญ้าจริงย่อมส่งผลต่อผู้เล่นในบางส่วน ตรงที่การควบคุมลูกฟุตบอลบนสนามที่เปลี่ยนไป หรือหากเทียบผลงานการเล่นในบ้านที่พบว่าพวกเขาชนะได้เพียง 8 เกมจาก 17 เกมการแข่งในรังของตัวเอง

 

 

เหตุผลที่ 3 การเสริมทีมที่ไม่ช่วยอะไร

เป็นฤดูกาลที่กองทัพเดอะ แรบบิทต้องเสียเงินกับการเสริมทัพไปหลายร้อยล้านบาท กับการทุ่มซื้อผู้เล่นระดับท็อปของไทยลีกอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ดีกรีกองกลางทีมชาติไทย รวมถึงตัวรุกคนดังอย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี้ และคนอื่นๆ เพื่อหวังให้ทีมมีลุ้นคั่วแชมป์ลีกบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลดีตามที่สโมสรอยากเห็น จนสโมสรต้องทุ่มอีกครั้งในช่วงเลกที่สอง โดยดึง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาร่วมทีมเพื่อหวังแก้วิกฤตในเลกที่สองของฤดูกาล แต่กลายเป็นว่าทั้งแข้งเก่า-ใหม่ เหมือนยังจูนกันไม่ติดดี โดยเฉพาะแข้งใหม่ที่แต่ละคนดูฟอร์มตกกันอย่างน่าใจหาย จนไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งช่วยให้ทีมรอดตกชั้นในที่สุด

 

 

เหตุผลที่ 4 การขาดหายไปของคีย์แมนหลักของฤดูกาลที่แล้ว

แฟนบอลเดอะ แรบบิทหลายคนที่เห็นฟอร์มของทีมในฤดูกาลนี้ คงจะมีไม่น้อยที่คิดถึงอดีตนักเตะที่เคยเป็นกำลังสำคัญของฤดูกาลที่แล้วอย่าง เอเรียล โรดริเกวซ รวมไปถึง ยาสมานี คัมโปส ที่ซัดไป 10 ประตู และ 10 แอสซิสต์ ที่พากันเก็บข้าวของย้ายออกจาก ลีโอ สเตเดียม ไปก่อนเปิดฤดูกาล และแม้ว่าทีมจะดึง เอเรียล โรดริเกวซ หัวหอกชาวคอสตาริกากลับมาช่วยทีมในเลกสอง แต่ก็ดูเหมือนอะไรหลายอย่างจะสายเกินไป เพราะรูปแบบและระบบของทีมมันเปลี่ยนไป

 

 

เหตุผลที่ 5 หลายทีมต่างดิ้นรนหนีตกชั้น

สำหรับเหตุผลข้อนี้อาจมีปัจจัยหลักที่ไม่ได้ขึ้นกับทีมบางกอกกล๊าสเสียทีเดียว เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า ฤดูกาลนี้ในศึกไทยลีกต้องการทีมตกชั้นมากถึง 5 ทีม เพื่อที่จะปรับให้ฤดูกาลหน้าในไทยลีกเหลือทีมคุณภาพแค่ 16 ทีมเท่านั้น นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆ ทีมต่างเค้นฟอร์มเก่งออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ทีมอยู่รอดต่อไปในฤดูกาลนี้ และกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ทัพเดอะ แรบบิทต้องพบกับงานที่ยากลำบาก รวมถึงความกดดันจากหลายปัจจัยที่ถาโถมใส่เกินกว่าจะรับไหว จนเป็นผลทำให้ผลงานในฤดูกาลนี้ของพวกเขาจบลงแบบช็อกแฟนบอล และกลายเป็นทีมสุดท้ายที่โบกมือลาไทยลีกไปในฤดูกาลนี้

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม จากความล้มเหลวของบีจี เอฟซีในฤดูกาลนี้ทำให้แฟนบอลบางส่วนกลัวว่าทีมอาจจะต้องโดนยุบไป ซึ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะล่าสุด ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี ออกมายืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยุติการทำทีมแม้จะตกชั้นก็ตาม แต่จะต้องดึงสโมสรหนีจากลีกดิวิชัน 2 เพื่อคัมแบ็กสู่ไทยลีกอีกครั้ง พร้อมขอให้แฟนบอลทุกคนโฟกัสไปลีกคัพ 2018 ซึ่งจะต้องเอาชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์มาให้แฟนบอลได้ฉลองครบรอบ 10 ปี ของการก่อตั้งสโมสรให้ได้

 

 

โดยทางบางกอกกล๊าส เอฟซี ยังเหลือโปรแกรมอีก 1 นัดในฤดูกาลนี้ คือการพบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในโตโยต้า ลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 20 ตุลาคมนี้ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

 

ก่อนที่ฤดูกาลหน้าพวกเขาจะต้องสู้แชมเปี้ยนชิป ซึ่งเราจะต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังจากนี้ บางกอกกล๊าส เอฟซี จะเปลี่ยนแปลงอีกทีมอย่างไรบ้าง และจะสามารถพาทีมกลับสู่ไทยลีกอย่างที่บอกได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

 

Photo: Facebook  Bangkok Glass FC – สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post 5 เหตุผลที่ทำให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ตกชั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bangkok-glass-fc-players-form/feed/ 0
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พอใจการนำระบบ VAR มาทดลองในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 https://thestandard.co/var-test-in-buriram-united-vs-chiangrai-united/ https://thestandard.co/var-test-in-buriram-united-vs-chiangrai-united/#respond Sat, 20 Jan 2018 06:09:03 +0000 https://thestandard.co/?p=63867

เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิ […]

The post นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พอใจการนำระบบ VAR มาทดลองในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก 2017 ลงสนามพบกับเชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ช้าง เอฟเอคัพ 2017 ที่สนามศุภชลาศัย ผลการแข่งขันปรากฏว่าทั้งสองทีมเสมอกันในช่วงเวลาปกติที่ 2-2 ก่อนจะเป็นเชียงรายที่แม่นจุดโทษกว่า คว้าแชมป์ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 ไปครอง

 

เกมนี้ได้มีการนำเทคโนโลยี Video Assistant Referee หรือ VAR มาทดลองใช้ในการแข่งขัน ซึ่งในเกมได้มีการเรียกใช้ในช่วงนาทีที่ 88 จากจังหวะที่ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต นักเตะของบุรีรัมย์ ไปศอกใส่ ปิยพล ผานิชกุล ของเชียงราย ก่อนที่ผู้ตัดสิน ศิวกร ภูอุดม จะตัดสินใจใช้ VAR เพื่อดูภาพเหตุการณ์ และชูใบแดงไล่กองหน้าชาวบราซิลออกจากสนาม

 

โดยหลังจบการแข่งขัน พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงภาพรวมในการใช้เทคโนโลยี VAR ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018

 

“จากการใช้ VAR มาช่วยผู้ตัดสินก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ ทำให้การตัดสินในวันนี้ เป็นการตัดสินที่ยุติธรรม และสามารถตอบคำถามได้ว่าลูกนั้นลูกนี้ฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ ก็ถือเป็นความสำเร็จของการพัฒนาวงการฟุตบอลในประเทศ ถ้าหากระบบนี้ได้รับรองจากฟีฟ่า เราจะนำมาใช้ในการแข่งขันในฟุตบอลลีกต่างๆ และถ้วยต่างของประเทศไทยต่อไป” พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าว

 

“คือผู้ตัดสินจะตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ เขาจะต้องได้รับการส่งสัญญาณจากคนที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่างที่เห็นเหตุการณ์บางจังหวะที่มีผู้เล่นประท้วงเรียกฟาวล์ แต่ไม่มีการใช้ เพราะไม่ได้รับการเตือนจากภายใน เพราะฉะนั้นภายในจะเห็นได้ชัดกว่า คนดูในสนามอาจจะมองว่าฟาวล์ แต่ภาพช้าซึ่งผู้ตัดสินสองคนที่นั่งหน้าจอบอกว่าไม่ฟาวล์ เขาจะส่งสัญญาณไปบอกว่าการตัดสินนั้นถูกต้อง หรือลูกสุดท้ายที่มีการฟาวล์ของผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วผู้ตัดสินมาดูมอนิเตอร์ VAR เพราะว่าผู้ตัดสินข้างในส่งสัญญาณให้ดู เพราะฉะนั้นการตัดสินมันจะสัมพันธ์กัน และการใช้เวลาในการตัดสินใจก็ไม่นาน การนำระบบ VAR มาใช้จะช่วยให้การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินเป็นที่ยอมรับ สามารถให้ความยุติธรรมในการแข่งขันได้ ต้องดูกันต่อไป เราอาจจะนำมาใช้ในโตโยต้า ไทยลีก บางเกม อะไรที่ส่งเสริมพัฒนาให้วงการฟุตบอลไทยเป็นที่ยอมรับ ผมจะทำสิ่งนั้น และที่สำคัญคือจะหาวิธีใช้เงินของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างคุ้มค่าที่สุด”

 

แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรกับการทดลองใช้ระบบ VAR ในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ในคอมเมนต์

The post นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พอใจการนำระบบ VAR มาทดลองในศึกออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/var-test-in-buriram-united-vs-chiangrai-united/feed/ 0
มองไทยลีก 2018 นักเตะไทยไปญี่ปุ่น เสริมทัพนักเตะอาเซียน และตำแหน่งแชมป์ที่เปิดกว้าง https://thestandard.co/thai-league-2018-thai-players-to-japan/ https://thestandard.co/thai-league-2018-thai-players-to-japan/#respond Wed, 03 Jan 2018 11:38:30 +0000 https://thestandard.co/?p=59784

เปิดศักราชใหม่กับวงการฟุตบอลไทย 2018 หลังจากช่วงสิ้นปีท […]

The post มองไทยลีก 2018 นักเตะไทยไปญี่ปุ่น เสริมทัพนักเตะอาเซียน และตำแหน่งแชมป์ที่เปิดกว้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดศักราชใหม่กับวงการฟุตบอลไทย 2018 หลังจากช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาทางสโมสรยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดในประเทศได้เดินหน้าเสริมทัพกันอย่างคึกคัก หลังจากที่ตลาดซื้อขายนักเตะเปิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา

 

วันนี้ THE STANDARD จะพาไปดูความพร้อมของแต่ละทีม บวกกับสิ่งที่น่าสนใจ และน่าจับตามองก่อนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งแผนงานของสมาคมกีฬาฟุตบอล และบริษัท ไทยลีก จำกัด เริ่มต้นใช้งานอย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้

 

การส่งออกแข้งไทย และนำเข้าแข้งอาเซียน

 

 

เป็นหนึ่งข่าวดีส่งท้ายปีสำหรับวงการฟุตบอลไทย เมื่อ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา สโมสรฟุตบอลในเจลีก บรรลุข้อตกลงยืม ธีรศิลป์ แดงดา ไปร่วมทีมเป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้เจ้ามุ้ยเป็นนักฟุตบอลไทยคนที่ 2 ต่อจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ได้สร้างผลงานและชื่อเสียงให้กับนักฟุตบอลไทยจนเป็นที่ยอมรับ และได้เปิดประตูแห่งโอกาสให้กับนักเตะคนอื่นได้เดินทางไปค้าแข้งในฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น ประเทศซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นทีมชั้นนำของเอเชีย  

 

นอกจากธีรศิลป์ แดงดาแล้ว ยังมีการรายงานข่าวจากสโมสรจากประเทศญี่ปุ่นที่ให้ความสนใจดึงตัวสตาร์ดังชาวไทยคนอื่นๆ ตั้งแต่ ธีราทร บุญมาทัน ทริสตอง โด หรือแม้กระทั่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของไทย ที่เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้ลงฝึกซ้อมทักษะผู้รักษาประตูริมหาดแห่งหนึ่ง ยังได้รับการแชร์ไปไกลทั่วโลก จน L’Équipe สื่อชื่อดังของฝรั่งเศสได้แชร์คลิปการฝึกซ้อมอีกด้วย

 


 

แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ได้แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของนักฟุตบอลไทยเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก และน่าสนใจว่าในช่วงเวลาต่อจากนี้ฟุตบอลไทยจะสามารถลดช่องว่างกับทีมชั้นนำในเอเชียได้มากน้อยขนาดไหน หลังจากที่นักฟุตบอลไทยเริ่มได้รับโอกาสในสนามแข่งขันสูงขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่ไทยกำลังเดินหน้าส่งออกนักเตะสู่ญี่ปุ่น ในไทยลีกเอง นโยบายการเปิดโควตานักฟุตบอลอาเซียนในการแข่งขันไทยลีกก็ได้เริ่มต้นใช้งานอย่างเป็นทางการในการแข่งขันไทยลีก 1 โดยใช้ระบบ 3+1+1 ลงทะเบียนผู้เล่นต่างชาติใดก็ได้ 3 คน สัญชาติเอเชีย 1 คน และนักเตะจากอาเซียน 1 คน แต่ยังคงลงสนามได้ 3+1 เท่าเดิม

 

การเปิดใช้โควตาอย่างเป็นทางการทำให้สโมสรใหญ่ในไทยลีกเดินหน้าบุกตลาดอาเซียนด้วยการดึงสตาร์ดังจากทั่วภูมิภาคมาโลดแล่นในเวทีการแข่งขันไทยลีก

 

Photo: เชียงราย ยูไนเต็ด

 

เริ่มจากโปลิศ เทโร เอฟซี ที่ประกาศคว้าตัว อ่องธู ดาวยิงทีมชาติเมียนมา เช่นเดียวกับเชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ช้างเอฟเอคัพปีล่าสุด ก็ได้เปิดตัว จอ โค โค กองหน้าทีมชาติเมียนมา จากย่างกุ้ง ยูไนเต็ด รวมถึงชลบุรี เอฟซี ที่ได้ ซูลฟาห์มี อารีฟิน กองกลางทีมชาติสิงคโปร์มาร่วมทัพ

 

แชมป์เก่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดก็ไม่น้อยหน้า ดึงตัว ฮอง วู แซมสัน ศูนย์หน้าไนจีเรีย-เวียดนาม มาจาก ฮานอย ทีแอนด์ที เอฟซี ทีมดังของประเทศเวียดนามมาร่วมทีม

 

โดยจุดประสงค์ของการเปิดโควตานักเตะอาเซียนในไทยลีกครั้งนี้ ทาง พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับทาง THE STANDARD ไว้ว่า จะเป็นการช่วยพัฒนาฟุตบอลในอาเซียน โดยเน้นการลดช่องว่างระหว่างลีกเพื่อยกระดับฟุตบอลในภูมิภาคให้แข็งแกร่งขึ้น เหมือนที่ญี่ปุ่นต้องการลดช่องว่างระหว่างทีมในเอเชียกับยุโรป โดยเปิดโควตาให้กับนักฟุตบอลอาเซียนเพื่อช่วยส่งเสริมวงการฟุตบอลในภูมิภาคให้แข็งแรงขึ้น

 

ซึ่งหากนักฟุตบอลอาเซียนประสบความสำเร็จในไทยลีก จะเป็นผลดีต่อทั้งฟุตบอลไทย และวงการฟุตบอลในบ้านเกิดของแต่ละประเทศอีกด้วย

 

โอกาสแชมป์เปิดกว้าง ทีมดังเสริมทัพดุช่วงท้ายปี 2017

ตลาดซื้อขายนักเตะในไทยลีกนอกจากการนำเข้านักฟุตบอลอาเซียนแล้ว สโมสรใหญ่ในไทยลีกยังเดินหน้าเสริมทัพกันอย่างดุเดือด เริ่มกันที่ทีมอันดับที่ 3 ของไทยลีก 2017 สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นครั้งใหญ่ เมื่อตัดสินใจปล่อยตัว ดราแกน บอสโควิช นักเตะต่างชาติตัวหลัก ที่เป็นดาวซัลโวในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งยิงไป 38 ประตู ให้กับทีมการท่าเรือ เอฟซี รวมถึงมีการปล่อยตัวนักเตะอย่าง โจโจ้ เจย์ซี จอห์น และกิลแบร์โต มาเชนา พ้นจากทีมอีกด้วย

 

Photo: แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

แต่แข้งเทพก็ได้ 3 นักเตะบราซิลเลียนอย่าง วานเดอร์ หลุยซ์ และ เอเวอร์ตัน กอนซาเวส 2 นักเตะจากเชียงราย ยูไนเต็ด รวมถึง ร็อบสัน แฟร์นานเดส จากปารานา ซีรีบี ประเทศบราซิล นอกจากนี้ยังได้นักเตะดาวรุ่งชาวไทยอย่าง สิทธิโชค กันหนู มาร่วมทีมอีกด้วย

 

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับ อเล็กซานเดอร์ กามา กุนซือชาวบราซิลที่พาเชียงราย ยูไนเต็ดคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรกับช้างเอฟเอคัพ 2017 ก็ได้สตาร์คนดังของไทยลีกไปถึง 2 คนอย่าง เคลย์ตัน ซิลวา ศูนย์หน้าชาวบราซิลวัย 30 ปี จากเซี่ยงไฮ้ เซินซิน ในไชน่าลีกวัน ประเทศจีน รวมถึง กิลแบร์โต มาเชนา จากแบงค็อก ยูไนเต็ด

 

Photo: การท่าเรือ เอฟซี

 

การท่าเรือ เอฟซี ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่เสริมทัพได้อย่างดุดัน โดยได้ ดราแกน บอสโควิช ดาวยิงวัย 31 ปีที่ยิงไปทั้งหมด 38 ประตูในไทยลีก รวมถึงได้นักเตะอย่าง นูรูล ศรียานเก็ม และ บดินทร์ ผาลา สองนักเตะดีกรีทีมชาติไทยมาร่วมทีม พร้อมกับ การดึงตัว คิมซังฮวาน กองกลางชาวเกาหลีใต้วัย 30 ปี จากวุลซาน ฮุนได ในเคลีก ประเทศเกาหลีใต้มาร่วมทีม

 

Photo: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

แชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำการเปิดตัว 30 นักเตะภายในงานบุรีรัมย์ เคานต์ดาวน์ 2018 พร้อมกับชื่อสนามเหย้าใหม่ ‘ช้างอารีนา’ โดยภายในรายชื่อ 30 คนนั้นมีการดันนักเตะดาวรุ่งจากอคาเดมีของสโมสรขึ้นมาเสริมทัพในฤดูกาลนี้

 

Photo: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

โดย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงให้คำมั่นสัญญากับแฟนบอลว่า “ฤดูกาลหน้าไม่ว่าใครจะอยู่หรือไป บุรีรัมย์จะเป็นแชมป์อีก”

 

ส่วนเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด ที่ดูจะเสียนักเตะหลักอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ที่เดินรอยตามชนาธิป สรงกระสินธ์ ไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่ง ธีราทร บุญมาทัน ทริสตอง โด และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ต่างมีข่าวว่าสโมสรจากต่างประเทศให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้แชมป์เก่าเมื่อปี 2016 อาจเสียผู้เล่นตัวหลักไปหลายคนก่อนฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้น

 

แต่ทาง โค้ชแบน-ธชตวัน ศรีปาน ผู้ฝึกสอนทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดก็ได้ดึง 2 นักเตะไทยอย่าง เจนรบ สำเภาดี กัปตันทีมชาติไทยรุ่น U23 ปี จากโปลิศ เทโร เอฟซี และ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ มาร่วมทีม

 

ทำให้การลุ้นแชมป์ไทยลีกปีนี้น่าจะดุเดือดขึ้นกว่าการแข่งขันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และที่สำคัญคือตลาดซื้อขายนักเตะสำหรับไทยลีก ฤดูกาล 2018 ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนเต็มๆ ก่อนจะปิดตลาดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2018 ก่อนฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2018 นี้

 

อ้างอิง:

The post มองไทยลีก 2018 นักเตะไทยไปญี่ปุ่น เสริมทัพนักเตะอาเซียน และตำแหน่งแชมป์ที่เปิดกว้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-league-2018-thai-players-to-japan/feed/ 0
เชียงรายคว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพหนแรก หลังเอาชนะแบงค็อกไป 4-2 ในรอบชิงฯ https://thestandard.co/chiangrai-united-champion-chang-fa-cup-2017/ https://thestandard.co/chiangrai-united-champion-chang-fa-cup-2017/#respond Sun, 26 Nov 2017 04:30:30 +0000 https://thestandard.co/?p=50473

  เมื่อเวลา 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย เชียงราย ยูไ […]

The post เชียงรายคว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพหนแรก หลังเอาชนะแบงค็อกไป 4-2 ในรอบชิงฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย เชียงราย ยูไนเต็ด ลงสนามพบกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอคัพ 2017 โดยเริ่มต้นเกมได้เพียง 6 นาที เป็นฝั่งแบงค็อก ยูไนเต็ด ขึ้นนำก่อน 1-0 จากลูกยิงของปกเกล้า อนันต์

 

แต่ผ่านไปเกือบ 20 นาที เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่เอเวอร์ตัน กอนคาลเวส ชิงโหม่งเข้าประตู ตีเสมอเป็น 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกที่สกอร์เท่าเดิม

 

 

เริ่มต้นครึ่งหลัง เป็นฝั่งแบงค็อก ยูไนเต็ด ขยับเอาสุมัญญา ปุริสาย ลงสนามแทนกษิดิศ ซีกฮาร์ท แต่เป็นเชียงราย ยูไนเต็ด ที่ได้ลุ้นประตูก่อนในนาทีที่ 55 เมื่อสุริยา สิงห์มุ้ย ขึ้นบุกขึ้นมาทางซ้าย ก่อนจ่ายบอลให้ ศิวกรณ์ เตียตระกูล หลุดเข้าไปยิงในกรอบ แต่ยิงหลุดเสาออกไป  

 

ต่อมาเพียง 3 นาที เชียงราย ยูไนเต็ด พยายามบุกโต้ขึ้นมาเร็ว เป็นวานเดอร์ หลุยส์ ที่ผ่านบอลเข้าหน้าเขตโทษ และกิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ผู้รักษาประตูแบงค็อก ยูไนเต็ด ออกมารับบอลพลาด ทำให้ราฟาเอล โคเอลโญ เก็บตกเลี้ยงบอลเข้าไปยิงพาทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 2-1

 

 

นาทีที่ 70 แบงค็อก ยูไนเต็ด กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เมื่อสถาพร แดงสี ไปเข้าบอลปิยพล ผานิชกุล จากด้านหลัง ผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สอง ส่งผลให้แบงค็อก ยูไนเต็ด เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน

 

แต่ 2 นาทีถัดมา แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังครองเกมบุกได้ต่อเนื่อง ก่อนจะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่มาริโอ ยูรอฟสกี ยิงบอลพุ่งเสียบเสาแรก ก่อนจะโดนฉัตรชัย บุตรพรม ปัดบอลออกมาเข้าทางเจย์ซี จอห์น ซ้ำ พาแบงค็อก ยูไนเต็ด ตีเสมอได้เป็น 2-2

 

 

นาทีที่ 81 ฝั่งเชียงราย ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง หลังจากที่กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ออกบอลช้าโดนวานเดอร์ หลุยส์ ยิงพาเชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 3-2  

 

เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนเหมือนกันในนาทีที่ 85 หลังฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ไปสกัดฟาวล์แบบน่าเกลียด ผู้ตัดสินชูใบเหลืองที่สอง ทำให้ทั้งสองทีมเหลือผู้เล่นเท่ากัน  

 

แต่หลังจากนั้นไม่นาน แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็เหลือผู้เล่นเพียง 9 คน หลังสรรวัชญ์ เดชมิตร ไปเตะบอลใส่ม้านั่งสำรองของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด และโดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนาม

 

 

เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำ 4-2 จากจังหวะที่เอกชัย สำเร สกัดวานเดอร์ หลุยส์ ฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ทำให้โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนาม ก่อนที่วานเดอร์ หลุยส์ จะสังหารจุดโทษ พาทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ทิ้งห่างไปเป็น 4-2

 

 

หมดเวลาการแข่งขัน เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะแบงค็อก ยูไนเต็ด ไป 4-2 คว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพ 2017 พร้อมตีตั๋วไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกรอบเพลย์ออฟ รอบสอง

 

Photo: FA Thailand

The post เชียงรายคว้าแชมป์ช้างเอฟเอคัพหนแรก หลังเอาชนะแบงค็อกไป 4-2 ในรอบชิงฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/chiangrai-united-champion-chang-fa-cup-2017/feed/ 0