อู้-นพปฎล พหลโยธิน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อู้-นพปฎล-พหลโยธิน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 05 Apr 2024 02:31:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 BIMBO โลกอีกใบในย่านเมืองเก่าที่เข้ามาแล้วเหมือนได้วาร์ปไปเมดิเตอร์เรเนียน https://thestandard.co/life/bimbo/ Fri, 05 Apr 2024 02:31:09 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=919608 BIMBO

เชื่อว่าใครที่ได้แวะเวียนไปเดินเล่นย่านเมืองเก่าโซนป้อม […]

The post BIMBO โลกอีกใบในย่านเมืองเก่าที่เข้ามาแล้วเหมือนได้วาร์ปไปเมดิเตอร์เรเนียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
BIMBO

เชื่อว่าใครที่ได้แวะเวียนไปเดินเล่นย่านเมืองเก่าโซนป้อมปราบศัตรูพ่ายในช่วงนี้อาจจะเคยสะดุดตากับร้านตกแต่งด้วยกำแพงปูนสีครีมสะอาดประดับป้ายชื่อร้าน ‘BIMBO’ สีทองเด่น และประตูไม้กลอนทองริมถนน จนต้องมองลอดผ่านหน้าต่างว่ามันคือร้านอะไรกันแน่ 

 

 

และเชื่อว่าใครที่ได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังหน้าต่างบานนั้นล้วนเป็นต้องประหลาดใจกับดีไซน์การตกแต่งด้านในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ช่างคอนทราสต์กับบรรยากาศด้านนอก และนั่นก็เป็นความตั้งใจของ อู้-นพปฎล พหลโยธิน ผู้ก่อตั้งและมันสมองผู้อยู่เบื้องหลังร้านดังกล่าว ใช่แล้ว นี่คือการเดินทางบทใหม่ของอู้ในแวดวงร้านอาหารอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จไปเรียบร้อยจากร้าน CONTENTO ที่อยู่ในย่านเดียวกัน

 

 

The Vibe 

BIMBO เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนแพสชันของอู้ที่มีต่อเมดิเตอร์เรเนียนอย่างชัดเจน

“BIMBO คือ Life’s favourite moment ทุกปีที่ไปเมดิเตอร์เรเนียนมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตของผม” อู้เล่าให้เราฟังพร้อมแววตาที่เป็นประกาย การได้เดินทางไปเที่ยวเมดิเตอร์เรเนียนในแต่ละครั้งทำให้อู้ตกหลุมรักในเสน่ห์ของเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของอาหาร กลิ่นอายของเกาะ ทะเล ที่ให้ความสบายกายสบายใจ

 

 

BIMBO เลยถูกถ่ายทอดออกมาด้วยภาพของเมดิเตอร์เรเนียนตามความทรงจำในแบบของอู้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรายผสมกับปูนแล้วโบกไปแบบนั้น เราจึงเห็นได้ถึงโทนสีที่ไม่ได้ตรงเป๊ะ ซึ่งนั่นคือความเป็นธรรมชาติที่อู้อยากคงไว้ 

 

 

โคมต่างๆ ที่เห็นในร้านล้วนสั่งผลิตใหม่จากบาหลี ส่วนภาพบนผนังล้วนเป็นภาพที่อู้หิ้วมาจากอิตาลีด้วยตัวเอง “ผมเป็นคนชอบอาร์ต พวกนี้มาจากเมืองหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ข้างนอกของเวนิสไปสักประมาณชั่วโมงหนึ่ง” 

 

 

ในส่วนของชื่อร้านนั้น อู้เล่าถึงความหมายและแรงบันดาลใจแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

“สำหรับชาวเมดิเตอร์เรเนียน Bimbo แปลว่า Little Boy เหมือนกับลูกชายคนใหม่ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณเป็นอเมริกันหรืออังกฤษเนี่ย คำนี้แปลว่า ผู้หญิงที่สวยใสไร้สมอง ซึ่งบางคนก็อาจมองว่าเหมือนเป็นการดูถูก 

 

นี่ก็เป็นอีกมุมมองว่าร้านอาหารหลังๆ ส่วนใหญ่มีสตอรีเยอะมาก อาหาร 20 คอร์สมาทีไม่ได้คุยกับเพื่อนเลย เพราะว่ามัวแต่มานั่งฟังข้อมูลว่าร้านทำแบบนั้นแบบนี้ มีความพิถีพิถัน เฟ้นหาวัตถุดิบที่ดีที่สุด ทำมาอย่างยากเย็น ซึ่งผมในฐานะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการฟัง…เราอยากเอ็นจอย อยากไปใช้โมเมนต์ดีๆ กับเพื่อน ครอบครัว อยากจะคุยกันเอง”

 

 

อู้เสริมถึงแนวคิดในการทำร้านของตัวเอง “ที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่อยากจะมานั่งอวยตัวเอง ไม่อยากจะมานั่งเล่าให้ลูกค้าฟังว่าเราทำอะไรบ้าง เราใช้สมองคิดแต่ละเมนูให้หมดแล้ว คุณมานั่งเอ็นจอยอย่างเดียวได้เลย” 

 

 

นอกจากตัวร้านชั้นล่างแล้ว ชั้นสองของที่นี่ยังถูกเนรมิตเป็นไวน์บาร์ ในขณะที่ชั้น 3 เป็นครัว และรูฟท็อปในชั้น 4 “ข้างบนก็เป็นค็อกเทลบาร์ แต่ว่าอาหารก็เสิร์ฟทุกชั้น แล้วแต่คนอยากจะได้ไวบ์ไหน ส่วนรูฟท็อปเราอยากเปิดให้ได้รับบรรยากาศชิลๆ เพราะว่าโลเคชันค่อนข้างดี มันจะมีลมโชยตอนช่วงค่ำด้วย” ใครที่อยากออกกำลังกายก็สามารถเดินขึ้น-ลงด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าเหนื่อยทางร้านก็ยังมีลิฟต์โดยสารสไตล์วินเทจสุดเก๋ไว้บริการเช่นกัน 

 

 

The Taste

แน่นอนว่าเรื่องของอาหารภายในร้านก็ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติที่อู้ได้ลิ้มลองไปเต็มๆ แต่มีการฟิวชันความเป็นเอเชียนเข้าไปด้วยเพื่อให้ถูกปากคนไทย 

 

เริ่มเรียกน้ำย่อยด้วย Lingue, Kale Pesto (280 บาท) แคร็กเกอร์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนทาเพสโต้เคล โรยด้วยไข่แดงเค็มโฮมเมดและผิวเลมอน เป็นจานกินเล่นที่เหมาะจะมาแชริ่งกับเพื่อน กินไปคุยไปเพลินๆ แบบไม่ต้องห่วงว่าจะหนักท้อง 

 

 

ต่อด้วย Roasted Cauliflower, Edamame Mousse (350 บาท) ดอกกะหล่ำย่างหอมกระทะกำลังดี ทีเด็ดคือมูสถั่วแระญี่ปุ่นที่มีการผสมวาซาบิลงไปด้วย ยกให้เป็นจานติดดาวสำหรับเราตั้งแต่คำแรกที่เข้าปากเลยจริงๆ จะหักเอาแคร็กเกอร์จานก่อนหน้ามาจิ้มกับมูสจานนี้ก็อร่อยเหมือนกัน

 

Baba & Puccia – whipped smoked eggplant, pillow bread (320 บาท) อีกจานโปรดของเรา และเป็นจานโปรดของอู้ด้วยเช่นกัน ขนมปังหน้าตาฟูพองเหมือนหมอนที่ทำด้วยวิธีการเผากับไฟถ่าน เสิร์ฟกับดิปมะเขือม่วงเนื้อเนียนนุ่มราดน้ำมันมะกอกหอมๆ 

 

 

ตัวดิปจะเสิร์ฟแบบเย็น แนะนำให้กินตอนขนมปังเสิร์ฟร้อนๆ ทันทีจะยิ่งอร่อย แต่จากใจ กินตอนที่ขนมปังเย็นแล้วก็ยังอร่อย

 

 

มาถึงอีกหนึ่งไฮไลต์ของทางร้านซึ่งก็คือ ‘พิซซ่า’ หากกวาดตามองไปยังเคาน์เตอร์ที่ติดกับประตูทางเข้าก็จะเห็นเตาอบพิซซ่าไซส์ใหญ่พร้อมเชฟที่ง่วนกับการนวดแป้งอย่างขะมักเขม้น ทางร้านเรียกมือพิซซ่าผู้นี้กันอย่างติดปากว่า ‘ป๋า’ หรือ ‘ป๋าวิรุตม์’ 

 

 

ซึ่งเตาที่เห็นนั้นเป็นของ Moretti Forni ที่ถือเป็นเตาสัญชาติอิตาลีระดับท็อปของโลก และรุ่นที่ทางร้านใช้ก็ยังมีมูลค่าสูงถึง 7 หลักเลยทีเดียว ซึ่ง BIMBO ถือเป็นร้านแรกและร้านเดียวในไทย ณ ตอนนี้ที่นำเตาสุดพรีเมียมนี้มาใช้ 

 

 

ข้อดีของเตาดังกล่าวคืออุณหภูมิที่เสถียร ใช้เวลาวอร์มเตาไวภายใน 2 ชั่วโมง และความร้อนเองก็ไม่ระอุ ชนิดที่เราสามารถนำมือไปนาบด้านข้างเตาได้เลย ถือเป็นอีกหนึ่งเวย์ที่ทางร้านเลือกลงทุนเพื่อประหยัดพลังงานในระยะยาว เพราะไม่ต้องเปิดแอร์แข่งกับความร้อน

 

 

ในส่วนของหน้าพิซซ่าที่ทางร้านนำเสนอในวันนี้คือ Supreme (460 บาท) ซาลามีรสเผ็ด พริกย่าง และน้ำมันพริกจาลาปิโน ที่โดยรวมให้รสจัดจ้านกำลังดี จุดเด่นของแป้งที่นี่คือความบางกรอบสุดๆ ไม่หนักท้อง ทำให้เราสามารถเอ็นจอยกับเมนูอื่นๆ อีกได้สบาย  

 

 

มาในส่วนของค็อกเทลกันบ้าง หากใครไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรให้จิ้มจากหมวด Signature Cocktail (350 บาท) ได้เลย ถ้าใครที่ชอบพริกเม็กซิกันต้องลอง Jalapeño Sour ที่ใช้น้ำฆาลาเปญโญคั้นสดมิกซ์กับจินและน้ำสับปะรด ถือเป็นแก้วที่สดชื่นและกินง่ายเลยทีเดียว ส่วน Casa Bimbo มีเบสเป็น Mezcal และ Triple Sec เพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำส้มและน้ำทับทิม ขอบแก้วยังมีพริกเกลือเพิ่มรสเผ็ดเบาๆ  

 

 

ส่วนใครชอบแนวฟรุตตี้ฟลอรัลต้องลอง Violetta ค็อกเทลจินเบสมิกซ์กับลิเคียวแพร์และไซรัปดอกไม้ที่ทางร้านทำเอง จิบแล้วชวนให้นึกถึงขนมเยลลี่ที่เราต่างชื่นชอบในวัยเด็ก

 

 

ปิดท้ายด้วย Dark Beer Chocolate Lava Cake (320 บาท) ขนมหวานจานใหม่ที่ยังไม่อยู่ในเมนู ณ ​วันที่เราไป สายช็อกโกแลตก็คงถูกใจไม่น้อยกับเค้กเบียร์ดำเสิร์ฟร้อนๆ เจาะปุ๊บก็จะเจอกับไส้ช็อกโกแลตลาวาเยิ้ม ตัวเค้กหอมกลิ่นเบียร์อ่อนๆ ตักกินกับไอศกรีมวานิลลาเย็นๆ แล้วฟิน

 

 

Good for

เป็นร้านอาหารที่ถ้าแวะมาบรันช์ก็จะได้ไวบ์ที่ชิลในบรรยากาศเดย์ไลต์สวยๆ Photogenic ทุกมุม และถ้าใครเป็นสาย Carb Lovers ก็ยิ้มได้เลย แนะนำให้ชวนก๊วนเพื่อนมากันหลายๆ คน เพราะเชื่อเถอะว่าคุณจะไม่หยุดสั่งแค่จานสองจานแน่ 

 

 

BIMBO

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00-23.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 11.00-23.00 น.

Address: 149 ถนนพระรามที่ 4 ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

Instagram:  https://www.instagram.com/bimbo.bkk

Facebook: https://www.facebook.com/bimbo.bkk  

Budget: อาหารเริ่มต้นที่ 160 บาท

The post BIMBO โลกอีกใบในย่านเมืองเก่าที่เข้ามาแล้วเหมือนได้วาร์ปไปเมดิเตอร์เรเนียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
TASTE: CONTENTO จากอาคารเก่าแก่บนถนนไมตรีจิตต์ สู่โรงสำราญที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิตาเลียน https://thestandard.co/contento/ Wed, 31 Mar 2021 17:22:31 +0000 https://thestandard.co/?p=471344 CONTENTO จากอาคารเก่าแก่บนถนนไมตรีจิตต์ สู่โรงสำราญที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิตาเลียน

‘CONTENTO’ ชื่อร้านที่มาจากภาษาอิตาเลียน แปลไทยได้ความว […]

The post TASTE: CONTENTO จากอาคารเก่าแก่บนถนนไมตรีจิตต์ สู่โรงสำราญที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิตาเลียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
CONTENTO จากอาคารเก่าแก่บนถนนไมตรีจิตต์ สู่โรงสำราญที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิตาเลียน

‘CONTENTO’ ชื่อร้านที่มาจากภาษาอิตาเลียน แปลไทยได้ความว่า ‘มีความสุขสำราญ’ ไม่แปลกใจหากที่นี่จะกลายเป็นโรงสำราญของใครอีกหลายๆ คน เพราะตั้งแต่ที่เห็นว่าอาคารเก่าแก่ 3 ชั้น 5 คูหา ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาหลายปี ได้รับการบูรณะและฟื้นฟูให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยฝีมือและเทสต์ที่เราต้องปรบมือให้ จะเป็นใครที่ไหนไม่ได้นอกจาก อู้-นพปฎล พหลโยธิน ประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ของแสนสิริ

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์

 

การเดินทางกับอู้แทบจะเป็นสิ่งคู่กัน หลายสิบปีที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตั้งแต่สมัยเรียน จนกระทั่งเริ่มทำงาน ดูเหมือนอิตาลีจะเป็นประเทศที่อู้หลงใหล โดยเฉพาะร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งในฟลอเรนซ์ที่ต้องแวะแทบทุกครั้งเมื่อมีโอกาส และเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ ความทรงจำและไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ก็เริ่มปะติดปะต่อเป็นภาพใหญ่ รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปครึ่งปี รีโนเวตตึกเก่าจนเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์

 

อาคาร 5 คูหาเกือบมุมถนนไมตรีจิตต์แห่งนี้ มีชื่อเรียกว่า ‘โรงสำราญ’ มีทั้งหมด 3 ชั้น ล่างสุดคือ CONTENTO ร้านอาหารอิตาเลียนและคาเฟ่ ถัดขึ้นไปจะเป็น BLUE BAR กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ และชั้นบนสุด CHINA CLUB สปีกอีซี่และแชมเปญบาร์

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์

 

บรรยากาศภายในแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง เมื่อสักครู่ที่ยืนอยู่ในย่านไชน่าทาวน์ เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็ราวกับวาร์ปไปอยู่สักแห่งหนึ่งในยุโรป พื้นหินขัด ผนังสีครีมแบบอิตาเลียน โต๊ะเก้าอี้ไม้ จานชามวินเทจ เคาน์เตอร์บาร์สไตล์ยุโรป เพลงคลอเบาๆ และสารพัดของตกแต่งร้านที่มาจากกรุสะสมส่วนตัวของอู้ที่ได้จากการเดินทางทั่วโลก เท่านี้ก็เหมือนได้ไปเยือนยุโรปแล้ว

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์ อาหารอิตาเลียน Baby Pink Shrimps Chicken Liver

 

พลิกดูเมนูอาหาร หลายจานถอดสูตรมาจากตำรับอิตาเลียน ส่วนบางจานก็มาจากสูตรของอู้เอง ของกินเล่นเรียกน้ำย่อย หลายแห่งอาจเสิร์ฟ Calamari แต่ที่นี่เปลี่ยนจากปลาหมึกเป็น Baby Pink Shrimps (230 บาท) กุ้งตัวเล็กชุบแป้งทอด บีบเลมอน แล้วจิ้มกับซอส Aioli

 

ต่อด้วย Chicken Liver (320 บาท) ตับบดเนื้อเนียนนุ่มสูตรเฉพาะของอู้ ที่เจ้าตัวบอกเองว่าหมดเหล้าไปหลายขวดในการทำแต่ละครั้งและกว่าจะได้สูตรที่ลงตัว อีกทั้งยังผสมทรัฟเฟิลเพื่อความหอมขึ้นอีกระดับ เติมรสชาติและสัมผัสด้วยลูกเกดเขียวกับถั่วพิสตาชิโอ ปาดตับบดให้ทั่วแผ่นขนมปังซาวโดว์ กินเพลินจริงๆ

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์ Mizuna and Chopped Anchovies

 

ส่วนจานผัก หลุดจากกรอบสลัดผักใบเขียวแบบเดิมๆ ด้วย Mizuna and Chopped Anchovies (280 บาท) ผักมิซูน่าคลุกเคล้าน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินกับกระเทียม โรยปลาเค็มแอนโชวี อย่าลืมยีเนื้อปลาแล้วคลุกกับผักให้ทั่วก่อนรับประทาน

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์ Chicken Milanese

 

จานหลัก สั่งไก่ 1 พาสต้าอีก 1 กำลังดี Chicken Milanese (520 บาท) จานนี้ประยุกต์มาใช้ไก่แทนเนื้อวัว เพราะหลายคนไม่นิยมรับประทานเนื้อ เชฟคัดเฉพาะส่วนที่เป็นอกไก่นำไปชุบแป้งทอด สัมผัสแห้งกรอบ แต่มีบราวน์บัตเตอร์ซอสผสมลูกเคเปอร์มาช่วยเพิ่มรสชาติ ราดซอสให้ทั่วพร้อมบีบเลมอนเป็นอันเสร็จพิธี

 

CONTENTO ถนนไมตรีจิตต์ Tagliolini Carabineros

 

Tagliolini Carabineros (560 บาท) พาสต้าผัดซอสที่ได้จากการเคี่ยวกุ้งกับหอยจนได้น้ำสต๊อกเข้มข้น ก่อนที่จะผัดกับเนื้อกุ้งคาราบิเนโร แล้วท็อปด้วยกุ้งแดงจากทะเลน้ำลึกแถบเมดิเตอร์เรเนียน ใครชอบซีฟู้ดไม่ควรพลาด

 

เครื่องดื่ม Royal Crimson (180 บาท) น้ำทับทิมสยามกับลิ้นจี่ Summer Blush (180 บาท) น้ำแตงโมกับไซรัปดอกเอลเดอร์ แซมด้วยใบมินต์

 

อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มมาเคียง Royal Crimson (180 บาท) น้ำทับทิมสยามกับลิ้นจี่ ดื่มแล้วสดชื่นคลายร้อน หรือจะเป็น Summer Blush (180 บาท) น้ำแตงโมกับไซรัปดอกเอลเดอร์ แซมด้วยใบมินต์

 

What You Should Know:

  • แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า 
  • จอดรถได้ที่ตึกฮอนด้า (มีค่าบริการ)

 

CONTENTO

Open: ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 11.00-16.00 น., 18.00-22.00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ 11.00-22.00 น.

Address: ถนนไมตรีจิตต์

Budget: 500-1,000 บาท

Contact: 09 0898 2397

Website: https://www.instagram.com/contentobkk

Map:

 

 

 

ภาพ: รัชพล ตันศิริ

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post TASTE: CONTENTO จากอาคารเก่าแก่บนถนนไมตรีจิตต์ สู่โรงสำราญที่อบอวลด้วยกลิ่นอายอิตาเลียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักในสิ่งที่ทำ สร้างพื้นที่ของตัวเองได้ ทำความเข้าใจคนยุคมิลเลนเนียลกับงาน Design x Experience Presented by Sansiri XT [Advertorial] https://thestandard.co/design-x-experience-presented-by-sansiri-xt/ https://thestandard.co/design-x-experience-presented-by-sansiri-xt/#respond Mon, 23 Jul 2018 11:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=109324

คนยุคมิลเลนเนียล หรือคนเจนวาย คือกลุ่มคนที่เติบโตขึ้นมา […]

The post รักในสิ่งที่ทำ สร้างพื้นที่ของตัวเองได้ ทำความเข้าใจคนยุคมิลเลนเนียลกับงาน Design x Experience Presented by Sansiri XT [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

คนยุคมิลเลนเนียล หรือคนเจนวาย คือกลุ่มคนที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี แน่นอนว่าไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ย่อมแตกต่างจากคนยุคก่อนหน้า แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ อะไรคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ และอะไรคือสิ่งที่จะมาแต่งแต้มให้ชีวิตมีสีสันยิ่งขึ้น

 

 

นี่คือโจทย์ตั้งต้นของ Sansiri Talk Series: Design x Experience Presented by Sansiri XT อีเวนต์แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานร่วมกับคนยุคใหม่ไปจนถึงการสำรวจแนวคิดเบื้องหลังที่อยู่อาศัยดีไซน์เนี้ยบที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกมิติไลฟ์สไตล์คนยุคมิลเลนเนียล นำโดย อู้-นพปฎล พหลโยธิน ประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย Sansiri Creative Studio พร้อมเชิญสองนักออกแบบประสบการณ์จากสองวงการมาร่วมพูดคุยได้แก่ ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan อิลลัสเตรเตอร์ผู้มีผลงานออกแบบร่วมกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย และเคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว THE STANDARD โดยมี ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

Design The Experience

การพูดคุยในช่วงแรกกับสองแขกรับเชิญเป็นไปอย่างสนุกสนาน โดยเริ่มต้นจากที่ทั้งคู่ได้เล่าถึงประสบการณ์และข้อคิดจากการทำงานไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ในการเล่าเรื่องอย่างเข้าใจคนรุ่นใหม่

 

ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan กล่าวว่าสิ่งสำคัญในการทำงานสำหรับการทำงานของตัวเองคือแพสชัน ทุกวันมีความท้าทายรออยู่ เพราะเป็นงานในสาขาที่ตัวเองรัก ขณะเดียวกันก็ต้องมีสติกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและรู้จักการแบ่งเวลา ปลดเปลื้องความนึกคิดถึงงานลงในแต่ละวันหากเลยเวลางานแล้ว เพื่อที่จะได้รักษาสุขภาพจิตใจให้ปลอดโปร่งและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงาน

 

“ส่วนตัวปอมจะมีการปล่อยวางความคิดถึงงานในทุกวันให้เป็นเวลา เหมือนกับเราแบกก้อนหินหนักๆ เราจะค่อยๆ วางก้อนหินลงทีละก้อนหลังจากหมดเวลางาน สักประมาณหนึ่งทุ่มเราก็จะโล่งแล้ว พอถึงเวลานอนเราก็จะได้พักผ่อนเต็มที่”

 

ส่วนปัญหาในการทำงานนั้น ปอมจะแบ่งปัญหาเป็นสองประเภท ได้แก่ ปัญหาที่แก้ได้ และปัญหาที่แก้ไม่ได้ ซึ่งส่วนตัวจะมีคติประจำใจว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป หรือ This too shall pass. และต้องจัดลำดับความสำคัญให้เป็น

 

ด้าน เคน นครินทร์ เสริมว่าปัญหาในการทำงานเป็นสิ่งที่ปกติและทุกบริษัทใหญ่ๆ ในโลกปัจจุบันต่างมองปัญหาเป็นสะพานเชื่อมสู่การสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ เช่นเดียวกับ pain point ของแท็กซี่ที่ส่งผลให้เกิดแบรนด์อย่าง Grab หรือ Uber ขึ้น โดยเคนมักจะแบ่งปันข้อคิดกับทีมงานคนรุ่นใหม่ว่า ในการทำงาน เราอยู่ในจุดนั้นได้เพราะมีคนต้องการให้เราแก้ปัญหา และเราควรจะวิเคราะห์ปัญหาให้เป็น

 

 

เคนเสริมด้วยว่าการทำสื่อในปัจจุบันเป็นยุคที่เป็น human-centric อย่างแท้จริง และการรับมือกับฟีดแบ็กไม่ว่าดีหรือร้ายเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ได้ โดยส่วนตัวเขามักมองฟีดแบ็กที่เป็นการติเพื่อก่อ ซึ่งเป็นประโยชน์และจะสามารถทำให้บริษัทเดินหน้าไปในจุดที่ดีขึ้นได้ และหากเกิดความผิดพลาดหรือเกิดประเด็นที่อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา เคนบอกว่าหลักการรับมือของเขาคือการยอมรับ ขอบคุณ ขอโทษ และใจเย็นๆ

 

“เวลาที่คนมาเขามาว่าเรา มาตำหนิเรา จริงๆ แล้วทุกคนแค่ต้องการคำว่าขอโทษเท่านั้นล่ะครับ ถ้าเราขอโทษเขาด้วยความจริงใจแล้วนำไปปรับปรุงตัว ปัญหาทุกอย่างมันก็จบ แต่ถ้าเขาร้อนมาแล้วเรายิ่งร้อนกลับ ปัญหามันก็จะบานปลาย”

 

สำหรับเรื่องสไตล์และความเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงวิธีการเล่าเรื่องสู่คนยุคมิลเลนเนียล เคนกล่าวว่าตัวเขาเชื่อใน core value มากกว่า กล่าวคือรู้ว่าตัวเองเป็นใคร และรู้ว่าผู้รับสารหรือลูกค้าของเราเป็นใคร สิ่งนี้จะทำให้คุณค่าของบริษัทเด่นชัด และเรื่องสไตล์จะตามมาเอง ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาคุณภาพของงานที่เกิดจากความรักในการสร้างผลงานอีกด้วย ซึ่งเคนมีความรักในวิชาชีพสื่อแม้ไม่ได้เรียนมาโดยตรง เพราะเห็นว่าสื่อมีฟังก์ชันบางอย่างต่อสังคม ทำให้ตนเกิดความภูมิใจ

 

 

เช่นเดียวกับปอมที่บอกว่าออฟฟิศของเธอเองก็ไม่มีสไตล์งานที่ตายตัวเช่นกัน แต่ทุกอย่างมาจากประสบการณ์และโจทย์ในแต่ละครั้ง ปอมกล่าวว่าหากเรารู้ว่าเราทำงานชิ้นนั้นๆ ไปเพื่อใคร เพื่ออะไร งานจะมีขอบเขตที่ชัดเจนไปจนถึงเรื่องที่เป็นเทคนิคการผลิตและเทคนิคการคิดงาน ซึ่งจะส่งผลให้ขั้นตอนการทำงานมีความชัดเจนขึ้น จากนั้นก็เป็นเรื่องของการสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนในบริษัทของเธอรักและตั้งใจทำเต็มที่เช่นกัน

 

“คำถามแรกเลยที่ปอมจะถามน้องๆ ในออฟฟิศเวลาเริ่มต้นงานสักโปรเจกต์คือเราทำไปเพื่ออะไร ถ้าเรารู้ว่าเราทำงานชิ้นนี้โดยมีโจทย์แบบนี้ชัดเจน เราก็จะสามารถคิดเรื่องวัสดุที่ต้องใช้สเกลขององค์ประกอบต่างๆ ไปจนถึงเรื่องเทคนิคอื่นๆ ถ้าเราตั้งไว้แบบนี้ เราก็จะไม่ต้องทำงานสองรอบ”

 

การพูดคุยในช่วงแรกจบไปด้วยการสรุปเนื้อหาถึงความรักในสิ่งที่ทำ รู้จักลูกค้า และรู้คุณค่าของงานตัวเองภายใต้บรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟัง และไม่นานการพูดคุยช่วงที่สองก็เริ่มขึ้น

 

ผมเคยอ่านเจอมาว่าทุกแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในโลกล้วนเริ่มต้นด้วยคำถามว่า Why เวลาที่เรารู้ว่าแบรนด์ของเรามีไปเพื่ออะไร แล้วคำถามอื่นๆ อย่าง What หรือ How มันจะตามมาทีหลังเอง

 

Experience The Design

“ถ้าผมขายของมากเกินไป บอกได้นะครับ” อู้-นพปฎล พหลโยธิน ประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ของแสนสิริ และสปีกเกอร์ในช่วงที่สองเกริ่นนำ ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะและบรรยากาศผ่อนคลายในงานแก่ผู้ชมไม่น้อย

 

 

แต่อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ถึงแม้วันนี้จุดเด่นของงานจะต้องเป็น XT Condominium แต่สิ่งที่ผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์นำเสนอนั้นเป็นแนวคิดเบื้องหลังที่น่าสนใจ นอกจากประสบการณ์ส่วนตัวในการไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ ที่เขาเห็นว่าในปัจจุบันสถานที่ที่มีโปรแกรมและสตอรีที่ดีสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสวยงาม และอีกอย่างที่ผลักดันให้เกิดโครงการ XT ขึ้นมาคือไลฟ์สไตล์ของกลุ่มมิลเลนเนียล

 

มิลเลนเนียลเป็นกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าจะเป็น game changer ของแบรนด์ธุรกิจต่างๆ เพราะมิลเลนเนียลจะเข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ รวมไปถึงพนักงานในองค์กรรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับสังคมและเทคโนโลยีที่มีการ digitalize ซึ่งคำนี้น่าจะถูกยกสู่สายตาชาวโลกมากที่สุดในตอนที่ขึ้นปกนิตยสาร Time ฉบับเดือนพฤษภาคม ปี 2013

 

 

อู้ยังกล่าวว่าหลายๆ คนมองมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มลูกค้าที่เอาใจยาก ทำตามความคิดของตนเองเป็นหลัก และไม่ค่อยมี brand loyalty มากนัก ซึ่งตัวเขากลับมองว่าด้วยบริบททางสังคมแล้ว มิลเลนเนียลหลายคนโตมาด้วยสภาวะที่ครอบครัวพร้อมจะซัพพอร์ต ทำให้คนกลุ่มนี้มีความมั่นใจในตัวเองและมีความ passionate รู้ว่าตัวเองต้องการสิ่งใดในชีวิต รวมทั้งเทคโนโลยีที่เข้ามา พวกเขาสามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองได้ทั้งผ่านการถ่าย ตกแต่ง เขียน แชร์ต่างๆ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า work smart play hard ขึ้นในกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล อาชีพใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ ตามมา

 

“ผมเองก็อาจจะเป็นมิลเลนเนียลคนหนึ่ง อาจจะเป็นรุ่นแรกเลยก็ว่าได้ เพราะตอนที่เราโตมา เราก็รู้ว่าเราต้องการอะไรในชีวิต ทั้งตอนเรียนและตอนทำงาน อะไรที่เราชอบหรือไม่ชอบ เราจะรู้ตัว เป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่ในจุดที่เป็นอยู่ทุกวันนี้”

 

หลังผ่านประสบการณ์โชกโชนในแวดวงออกแบบ ช่วงต้นปีที่ผ่านมาอู้ได้ก้าวเข้ามาเป็นประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ของแสนสิริ และเป็นผู้นำทีมในการออกแบบคอนโดมิเนียมแบรนด์น้องใหม่ในเครือเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคมิลเลนเนียลโดยเฉพาะ

 

 

เบื้องหลังของแนวคิด Extend Your Style ในโปรเจกต์ของ XT Condominium ซึ่งแบ่งไลฟ์สไตล์ของมิลเลนเนียลเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Naturalist, Visionary, Party Goer และ Snoozy Head ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มมีผลต่อการออกแบบเลย์เอาต์ห้องที่แตกต่างกัน และกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มีโอกาสได้เลือกห้องที่เหมาะกับบุคลิกของตัวเองตามไลฟ์สไตล์นั่นเอง

 

“บางคนอาจจะชอบปลูกต้นไม้ บางคนชอบปาร์ตี้ บางคนสนใจสตาร์ทอัพ หรือบางคนอาจจะชอบอยู่ติดเตียงแล้วหลอกหัวหน้าว่ากำลังทำงานอยู่ก็มี เราให้ความสนใจกับไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้และพยายามทำความเข้าใจให้ดีที่สุด”

 

 

ถึงอย่างนั้นมิลเลนเนียลที่มีชีวิตผ่านหน้าจอและสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลายคนได้กลายเป็น ‘ผู้แสวงหาประสบการณ์’ มีงานวิจัยหลายชิ้นบ่งบอกว่ามิลเลนเนียลเป็นเจเนอเรชันที่รักการปาร์ตี้หรือการไปคอนเสิร์ตเพื่อแสวงหาประสบการณ์เชื่อมต่อกับคนหมู่มาก หรือพูดอีกอย่างว่าในความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นทำให้บางครั้งพวกเขามีความเหงาเป็นฉากกั้นไม่ต่างกับผนังคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้าที่ใด

 

 

“มิลเลนเนียลมักเป็น experience seeker เพราะว่าเขาได้เสพข้อมูลต่างๆ ผ่านหน้าจอมากมาย แต่ว่าที่สุดแล้วมันก็ไม่มีอะไรสามารถแทนความเป็นจริงได้ มิลเลนเนียลจึงต้องการแสวงหาประสบการณ์ที่จับต้องได้ หรือการมีประสบการณ์ร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม”

 

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารจากแสนสิริบอกว่าเป็นที่มาของแนวคิดในการพัฒนา co-sharing facilities ของทุกโครงการซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน แต่ว่าผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ข้ามโครงการกันได้เป็น node ของกิจกรรมที่ต่อยอดไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (เช่น สตูดิโอถ่ายรูปสำหรับผู้ประกอบอาชีพที่ต้องใช้การถ่ายรูปสินค้า) เช่นเดียวกับการเกิด co-working space ที่นำร่องมาก่อนหน้านี้ในสังคม เหล่านี้แสดงถึงความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของแสนสิริเป็นอย่างดี

 

อู้ (ซึ่งจำกัดความว่าตัวเองเป็นมิลเลนเนียลรุ่นแรกๆ ก่อนที่จะมีคำนี้ขึ้นมาด้วยซ้ำ) ทิ้งท้ายถึงมิลเลนเนียลรุ่นน้องว่าขอให้เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และนำความเชี่ยวชาญของตนไปสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้มิลเลนเนียลที่แม้จะรู้ว่าตนต้องการอะไร แต่บางครั้งยังขาดความมั่นใจ ให้สามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

 

“ขอให้ใช้ความมั่นใจในตัวเอง ความเข้าใจความต้องการของตัวเองไปเป็นแรงผลักดันในการศึกษาสิ่งนั้นและนำมาสร้างสิ่งดีๆ แก่สังคม แล้วไม่ว่าคนเจเนอเรชันไหนที่มาก่อนหรือตามหลังคุณมาจะเห็นคุณค่าของคุณและงานของคุณเองครับ”

 

อ้างอิง:

The post รักในสิ่งที่ทำ สร้างพื้นที่ของตัวเองได้ ทำความเข้าใจคนยุคมิลเลนเนียลกับงาน Design x Experience Presented by Sansiri XT [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/design-x-experience-presented-by-sansiri-xt/feed/ 0