สุทธิรัตน์ รัตนโชติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุทธิรัตน์-รัตนโชติ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 30 Nov 2022 04:19:01 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กรมบัญชีกลางเผยมาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ เริ่มคึกคัก ผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 8 หมื่นราย https://thestandard.co/chim-shop-chai-entrepreneurs-join-more-than-8-thousand-people/ Tue, 03 Sep 2019 10:52:55 +0000 https://thestandard.co/?p=284132 ชิม ช้อป ใช้

วันนี้ (3 ก.ย.) สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง […]

The post กรมบัญชีกลางเผยมาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ เริ่มคึกคัก ผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 8 หมื่นราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิม ช้อป ใช้

วันนี้ (3 ก.ย.) สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยภายหลัง การเชิญผู้ประกอบการ ร้านค้า มาฟังบรรยาย ขั้นตอนวิธีการและประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมมาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ ของรัฐบาล โดยเน้นย้ำให้ทราบว่า ผู้ประกอบการร้านค้าจะได้รับประโยชน์เพราะจะเป็นการเพิ่มรายได้จากประชาชนที่ลงทะเบียนในมาตรการนี้ 10 ล้านคน ที่จะได้เงินสนับสนุน 1,000 บาท และเงินที่จะเติมเองไว้ใช้จ่ายเพื่อจะได้เงินชดเชยคืนในการไปท่องเที่ยวทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก

 

โดยอธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเวลาในการรับสมัครประกอบการ ร้านค้า เข้าร่วมมาตรการฯ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2562 จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 เท่านั้น ดังนั้น กรมบัญชีกลาง โดยทีมหมอคลัง กทม. และคลังจังหวัดทั่วประเทศ จึงต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในทุกวิธีการที่จะอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ทั้งในที่ตั้งสำนักงานและจุดบริการเคลื่อนที่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า ต้องเสียโอกาสที่เข้าร่วมมาตรการนี้ 

 

ซึ่งผลจากการรับสมัคร วันที่ 1 กันยายน 2562 พบว่ามีผู้ประกอบการ ร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมมาตรการแล้วกว่า 2,300 ร้านค้า และร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่เคยติดตั้งเครื่อง EDC จำนวนกว่า 34,200 ร้านค้า ก็สามารถร่วมสมัครง่ายๆ เนื่องจากมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว รวมถึงร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน ถุงเงิน แล้ว จำนวนกว่า 51,200 ร้านค้า เพียงอัปเดตแอปพลิเคชัน ถุงเงิน เวอร์ชันใหม่ ไม่ต้องกรอกใบสมัครและลงทะเบียนใหม่ก็สามารถเข้าร่วมมาตรการฯ ได้แล้ว รวมแล้วขณะนี้จะมีผู้ประกอบการร้านค้า ที่จะอยู่ในมาตรการประมาณ 87,700 ร้านค้า 

 

แต่ทั้งนี้ทางกรมบัญชีกลางยังเห็นว่า อาจจะยังไม่เพียงพอเพื่อรองรับประชาชนจำนวน 10 ล้านคน จึงต้องเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทราบอย่างทั่วถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ร้านค้าได้รับประโยชน์โดยทั่วกันด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ร้านค้า ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ประเภทให้บริการที่พัก ร้านค้าชุมชนที่ขายของที่ระลึก และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

 

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมบัญชีกลางยังได้ฝากถึงผู้ประกอบการ ร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการว่า มาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ สามารถกรอกใบสมัครและยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ ใน กทม. ยื่นใบสมัครได้ที่กรมบัญชีกลาง (ห้องกำปั่นเงิน) เวลา 08.30-16.30 น. ถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 ไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กรมบัญชีกลางเผยมาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ เริ่มคึกคัก ผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่า 8 หมื่นราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมบัญชีกลาง เผยตัวเลขร้านค้าร่วมโครงการ ‘ชิม ช้อป ใช้’ วันแรกสูงถึง 513 ร้าน https://thestandard.co/chim-shop-chai-day-1/ Thu, 29 Aug 2019 07:04:12 +0000 https://thestandard.co/?p=282756 ชิม ช้อป ใช้

วันนี้ (29 ส.ค.) สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง […]

The post กรมบัญชีกลาง เผยตัวเลขร้านค้าร่วมโครงการ ‘ชิม ช้อป ใช้’ วันแรกสูงถึง 513 ร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิม ช้อป ใช้

วันนี้ (29 ส.ค.) สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางเริ่มรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้า เข้าร่วมมาตรการ ‘ชิม ช้อป ใช้’ เป็นวันแรก เพื่อรองรับการใช้จ่ายจากผู้ที่ได้รับสิทธิ์จำนวน 10 ล้านราย ตามมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ตามมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ g-Wallet ซึ่งได้รับความสนใจและมีผู้ประกอบการ ร้านค้า สมัครเข้าร่วมมาตรการในวันแรก (28 ส.ค. 2562) จำนวน 513 ร้านค้าทั่วประเทศ

 

โดยผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการ สามารถกรอกใบสมัครและยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ ในกรุงเทพมหานครยื่นใบสมัครได้ที่กรมบัญชีกลาง (ห้องกำปั่นเงิน) เวลา 08.30-16.30 น. ไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยเตรียมเอกสาร ดังนี้

 

1. หนังสือรับรองการประกอบกิจการหรือใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการ จากหน่วยงานราชการ เช่น สำเนาใบจดทะเบียนพาณิชย์ หนังสือจดทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่รับผิดชอบในการรับรองหรือออกใบอนุญาต ให้แก่ผู้ประกอบการ ร้านค้า ในแต่ละประเภท ตามรูปแบบที่หน่วยงานนั้นๆ กำหนด เช่น องค์การมหาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร กรณีหน่วยงานราชการไม่มีรูปแบบการออกใบรับรองหรือใบอนุญาต ก็สามารถให้หน่วยงานเซ็นรับรองในแบบฟอร์มใบสมัครเข้าร่วมมาตรการตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด  

 

กรณีมอบอำนาจให้ติดอากรแสตมป์ 10 บาท ให้พยานเซ็นชื่อรับรอง พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจไปประกอบด้วยโดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th หรือขอรับแบบฟอร์มได้ที่สำนักงานคลังจังหวัด กรมบัญชีกลางหรือจุดให้บริการ

 

2. บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย ประเภทออมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน ชื่อบัญชีสถานประกอบการ หรือชื่อผู้ประกอบการ ฉบับจริงหรือถ่ายสำเนา หากไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย ทาง บมจ. ธนาคารกรุงไทย จะให้บริการรับเปิดบัญชีเงินฝาก ณ จุดบริการรับสมัคร เพื่อใช้งานตามมาตรการได้

 

3. โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดตั้ง แอปพลิเคชันถุงเงิน

           

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบ ร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการแต่ไม่สะดวกเดินทางมายังกรมบัญชีกลาง โดยเปิดจุดให้บริการรับสมัครนอกสถานที่ 10 แห่ง ได้แก่ บิ๊กซีสาขาการเคหะพระราม 2, บิ๊กซีสาขาอ่อนนุช, บิ๊กซีสาขาสุขาภิบาล 3, บิ๊กซีสาขาแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลสาขาปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลสาขาพระราม 3, เซ็นทรัลสาขาแกรนด์พระราม 9, เซ็นทรัลสาขาลาดพร้าว, เซ็นทรัลสาขาอีสต์วิลล์ และแม็คโครสาขาจรัญสนิทวงศ์ โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 20 กันยายน 2562 เวลา 10.00-18.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการเช่นเดียวกัน

 

สำหรับร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่เคยติดตั้งเครื่อง EDC ก็สามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการ ‘ชิม ช้อป ใช้’ ได้เช่นเดียวกัน โดยดำเนินการกรอกแบบฟอร์มและยื่นใบสมัครที่จุดรับสมัคร แต่ไม่ต้องยื่นเอกสารหลักฐาน เนื่องจากมีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว และในส่วนของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าทั่วไป ที่มีแอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐอยู่แล้ว บมจ. ธนาคารกรุงไทย จะส่ง SMS เพื่ออัปเดตแอปพลิเคชันถุงเงินเวอร์ชันใหม่ หากสนใจเข้าร่วมมาตรการ ก็ยืนยันการอัปเดต และสามารถเข้าร่วมมาตรการได้ทันที ไม่ต้องกรอกใบสมัครและลงทะเบียนใหม่  

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post กรมบัญชีกลาง เผยตัวเลขร้านค้าร่วมโครงการ ‘ชิม ช้อป ใช้’ วันแรกสูงถึง 513 ร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศ กลาโหม-กองทัพอากาศ คว้าด้านตรวจสอบภายในภาครัฐ https://thestandard.co/award-for-excellence-in-financial-management/ Thu, 04 Apr 2019 07:52:34 +0000 https://thestandard.co/?p=231944

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก […]

The post นายกฯ มอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศ กลาโหม-กองทัพอากาศ คว้าด้านตรวจสอบภายในภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก วิภาวดี กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 5 โดยมี นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง คณะผู้บริหารหน่วยงานที่ได้รับรางวัลเข้าร่วม

สำหรับการมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังในภาพรวมของหน่วยงานให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เป็นขวัญกำลังใจให้กับหน่วยปฏิบัติงานด้านการเงินการคลัง ส่งเสริมให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติงานในภารกิจหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยประเมินใน 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง มิติด้านการเบิกจ่าย มิติด้านการบัญชีภาครัฐ มิติด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และมิติด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่กรมบัญชีกลางกำหนด รวมทั้งส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านการเงินการคลังให้เกิดขึ้นในหน่วยงานเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังของหน่วยงาน สร้างความตระหนักรู้ และขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังของหน่วยงานให้เป็นที่ยอมรับ

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับทุกหน่วยงานที่ได้รับรางวัลพร้อมกล่าวมอบนโยบายความตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาครัฐ โดยกำหนดไว้ในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีเป้าหมายมุ่งเน้นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งการปรับปรุงโครงสร้าง รวมทั้งบทบาท ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐให้มีขนาดที่เหมาะสม มีความคล่องตัวในการทำงาน การปรับปรุงกระบวนการงบประมาณ สร้างกลไกในการติดตามตรวจสอบการเงินการคลังภาครัฐ และสร้างวินัยทางด้านการเงินการคลัง การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินอย่างมั่นคง ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี การมีวินัยการเงินการคลังที่ดี มีการตรวจสอบ ไม่ทุจริต โปร่งใส ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล สามารถลดปัญหาหรือขจัดปัญหาด้านการเงินการคลังของประเทศได้ เพราะการนำเงินงบประมาณที่ได้ไปใช้พัฒนาและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ส่งเสริม พัฒนาการบริหารจัดการ การปฏิบัติงานด้านการเงินการคลัง การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่าย การบัญชี การตรวจสอบภายใน เพื่อให้ระบบราชการไทยมีความเป็นเลิศ มีภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าว เป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยงานที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังภาครัฐจนประสบผลสำเร็จและเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังในภาพรวมของประเทศให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพตลอดไป

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการหน่วยงานที่ได้รับรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง อาทิ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับรางวัลดีเลิศด้านการจัดซื้อจัดจ้าง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้รับรางวัลดีเลิศด้านการเบิกจ่าย กองทัพอากาศ ได้รับรางวัลดีเลิศด้านการตรวจสอบภาคในภาครัฐ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด เป็นต้น โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและให้หน่วยงานต่างๆ รักษามาตรฐานและพัฒนาองค์กรของตนเองให้ดีขึ้นยิ่งไปโดยยึดหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post นายกฯ มอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศ กลาโหม-กองทัพอากาศ คว้าด้านตรวจสอบภายในภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมบัญชีกลางเผย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ได้แล้วทุกสถานี พร้อมวงเงิน 500 บาท/เดือน https://thestandard.co/poor-card-bts-500-baht-per-month-limit/ https://thestandard.co/poor-card-bts-500-baht-per-month-limit/#respond Tue, 19 Mar 2019 10:11:13 +0000 https://thestandard.co/?p=226802

ถือว่าได้ใจผู้ครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเต็มๆ หลังอธิบด […]

The post กรมบัญชีกลางเผย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ได้แล้วทุกสถานี พร้อมวงเงิน 500 บาท/เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถือว่าได้ใจผู้ครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเต็มๆ หลังอธิบดีกรมบัญชีกลางเผยว่า ผู้ใดที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกประเภท สามารถใช้เพื่อชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS ได้แล้วทุกสถานี มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมาเป็นต้นไป พ่วงด้วยวงเงินในบัตรฯ เพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะเดือนละ 500 บาท

 

วันนี้ (19 มี.ค.) นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมด้วยบุคคลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดการใช้ช่องทางการรับชำระเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง 2 ประเภท ได้แก่

1. บัตรลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรกตั้งแต่ปี 2560 เป็นประเภทบัตรแมงมุมเวอร์ชัน 2.0, 2.5 จำนวน 1.3 ล้านราย

2. บัตรที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมในปี 2561 ประเภทบัตร Contactless (EMV 4.0) จำนวน 0.16 ล้านราย รวมทั้ง 2 รูปแบบ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1.46 ล้านราย

 

โดยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดังกล่าว นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีวงเงินในบัตรฯ เพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะจำนวน 500 บาท/เดือน

 

ทั้งนี้ผู้ถือบัตรฯ ทั้ง 1.46 ล้านราย สามารถนำบัตรฯ ไปซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS ผ่านเครื่อง EDC ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ณ ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารฯ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS ทุกสถานี จำนวน 43 สถานี เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้ถือบัตรฯ อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการเดินทางและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เพื่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน หลังจากก่อนหน้านี้เปิดให้ใช้บัตรฯ ชำระค่าโดยสารรถเมล์ (ขสมก.) และรถไฟฟ้า (รฟม.) ทั้งสายสีม่วงและสีน้ำเงิน ที่ได้ให้บริการมาก่อนแล้ว

 

โดยอธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อการเดินทางนั้น ผู้ถือบัตรฯ ที่ได้รับบัตรแมงมุมและบัตร Contactless จะได้รับวงเงินค่าโดยสารรถเมล์ (ขสมก.) / รถไฟฟ้า (รฟม.) / รถไฟฟ้า (BTS) จำนวนเงิน 500 บาท/คน/เดือน จะมีการใช้จ่ายหรือไม่ จำนวนเท่าใดก็ตาม ทุกสิ้นเดือนจะตัดวงเงินที่เหลือ และใส่วงเงินให้ใหม่จำนวน 500 บาททุกเดือน หากผู้ใช้บัตรมีข้อสงสัย สามารถติดต่อ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลขโทรศัพท์ 0 2270 6400 กด 3 ในวันและเวลาราชการ

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post กรมบัญชีกลางเผย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ได้แล้วทุกสถานี พร้อมวงเงิน 500 บาท/เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/poor-card-bts-500-baht-per-month-limit/feed/ 0
กรมบัญชีกลางเผย คนเข้าร่วมเงินคืนภาษีตรุษจีนน้อย ย้ำใช้บัตรเดบิตหรือคิวอาร์โค้ด ต้องแจ้งร้านค้าทุกครั้ง https://thestandard.co/join-tax-refund/ https://thestandard.co/join-tax-refund/#respond Mon, 21 Jan 2019 04:05:47 +0000 https://thestandard.co/?p=183400

สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ย […]

The post กรมบัญชีกลางเผย คนเข้าร่วมเงินคืนภาษีตรุษจีนน้อย ย้ำใช้บัตรเดบิตหรือคิวอาร์โค้ด ต้องแจ้งร้านค้าทุกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ยอมรับชี้แจงมาตรการส่งเสริมการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ และการนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ครอบคลุมการซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศไทยด้วยบัตรเดบิตของตนเองที่ออกในประเทศไทย หรือชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ให้บริการได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการชำระเงินภายใต้การกำกับ เช่น ชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด เป็นต้น ขณะนี้ยังมีประชาชนสนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการน้อยมาก

กรมบัญชีกลางได้จัดชี้แจงไปยังผู้ประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ ทั้งสมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย บริษัทตัวแทนห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกต่าง ๆ เป็นต้น ขณะนี้มีผู้ประกอบการร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมกับทางกรมบัญชีกลางแล้ว 34 ร้านค้า จำนวนสาขา 5,435 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ และยังไม่รวมผู้ประกอบการที่สมัครกับสำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าด้านอื่นๆ ให้มาสมัครเข้าร่วมมาตรการฯ เพิ่มเติมทั้งธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม ธุรกิจอัญมณี ธุรกิจเครื่องกีฬา ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ธุรกิจค้าทอง รวมทั้งธุรกิจโทรคมนาคมด้วย โดยจะรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมมาตรการจนถึงวันที่ 31 มกราคมนี้

เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องซื้อสินค้าหรือบริการในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งบัตรเดบิตและคิวอาร์โค้ด โดยไม่รวมการชำระด้วยบัตรเครดิตและการชำระค่าสินค้าของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่อย่างใด โดยจะแยกจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ออกจากราคาสินค้าและบริการที่ได้รับชำระและจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนเท่ากับ 5% สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ขณะนี้มีประชาชนสนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการน้อยมาก ขอให้ประชาชนที่ลงทะเบียนแจ้งผู้ประกอบการร้านค้า ณ จุดชำระเงินทุกครั้งด้วยว่า เป็นการซื้อสินค้าและบริการตามมาตรการดังกล่าว

 

สำหรับมาตรการนี้ ทางกระทรวงการคลังเปิดเผยตัวเลขรายได้ที่รัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีเป็นเงิน 9.24 พันล้านบาท

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

The post กรมบัญชีกลางเผย คนเข้าร่วมเงินคืนภาษีตรุษจีนน้อย ย้ำใช้บัตรเดบิตหรือคิวอาร์โค้ด ต้องแจ้งร้านค้าทุกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/join-tax-refund/feed/ 0