สุขภัณฑ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สุขภัณฑ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 15 Sep 2025 00:58:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Wellness Retreat with Hansgrohe รีเซ็ตกายใจในรีสอร์ตหรูใจกลางป่า Black Forest https://thestandard.co/life/wellness-retreat-with-hansgrohe-blackforest/ Mon, 15 Sep 2025 00:58:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1119239 Wellness Retreat with Hansgrohe

ท่ามกลางชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ เราลืมไปบ่ […]

The post Wellness Retreat with Hansgrohe รีเซ็ตกายใจในรีสอร์ตหรูใจกลางป่า Black Forest appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wellness Retreat with Hansgrohe

ท่ามกลางชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ เราลืมไปบ่อย ๆ ว่าความสุขแท้จริงอาจเป็นสิ่งที่เรียบง่าย อย่างการหายใจเข้าลึกๆ ท่ามกลางธรรมชาติ การเดินช้าๆ หรือแค่ตื่นมาเจอวิวภูเขาตรงหน้า สูดอากาศบริสุทธิ ก็เพียงพอแล้ว 

 

Wellness Retreat with Hansgrohe

 

การเดินทางไปยัง Black Forest ปะรเทศเยอรมนีครั้งนี้ ทำให้เราได้เข้าใจความหมายใหม่ของการพักผ่อน โดยเฉพาะเมื่อ Hansgrohe แบรนด์ระดับโลกด้านอุปกรณ์ห้องน้ำและห้องครัว พาเราไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษที่ Luisenhöhe Gesundheitsresort Schwarzwald รีสอร์ตเพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัล 2 MICHELIN Keys มาครอง 

 

 

รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ใน UNESCO Biosphere Reserve บนความสูงกว่า 600 เมตร โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าไม้ของ Black Forest หรือที่เรียกกันว่า Schwarzwald ที่เต็มไปด้วยความสงบท่ามกลางป่าเขา ห้องพักออกแบบด้วยวัสดุธรรมชาติคล้าย cabin มีหน้าต่างบานใหญ่ รับวิวพาโนรามา เมื่อตื่นเช้ามาก็จะเจอวิวหุบเขาและทุ่งหญ้าสีเขียวไล่ระดับ 

 

Wellness Retreat with Hansgrohe

 

หัวใจของรีสอร์ตคือ สปาหรือ GesundKunft®-SPA ที่มีพื้นที่กว่า 4,400 ตารางเมตร ที่รวมทุกสิ่งเพื่อการฟื้นฟู มีสระว่ายน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้งยาว 25 เมตร ซาวน่าหลากรูปแบบ ห้องพักผ่อน Medical Fitness และโซนบำบัดความงาม ทุกองค์ประกอบออกแบบมาให้คุณได้ใช้ชีวิตช้าลง และกลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองอีกครั้ง 

 

Wellness Retreat with Hansgrohe

 

ส่วนกิจกรรมสำคัญของรีทรีทนี้ คือการเดินป่าในเส้นทางเดินประมาณ 2.5 ชั่วโมง ท่ามกลางป่า Black Forest ที่ทำให้เราได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ สูดอากาศดีๆ และรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ

 

 

ต่อด้วย Breathwork & Ice Bath เซสชันฝึกลมหายใจแบบ Wim Hof Method ผ่านโค้ช Sukkhadas Auer ที่ได้รับการรับรองจาก Wim Hof  ซึ่งเราต้องเตรียมร่างกายและจิตใจด้วยการหายใจ ก่อนลงแช่น้ำแข็งที่เย็นจัด ซึ่งการลงไปแช่ในน้ำเย็น จัดเป็นการทดสอบขีดจำกัดของตัวเอง ทำให้รู้สึกตื่นตัว มีพลัง เรียนรู้ที่จะควบคุมจิตใจ และเอาชนะความกลัว แน่นอนว่าการฝึกการหายใจก่อนลงในน้ำเย็นจัดจะช่วยเราได้มากทีเดียว 

 

 

สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ที่ Luisenhöhe พิเศษขึ้น คือการเลือกใช้อุปกรณ์ห้องน้ำจาก hansgrohe แบรนด์สัญชาติเยอรมันในรีสอร์ต ที่ทำให้แขกได้สัมผัสคุณภาพของน้ำและดีไซน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะฝักบัวที่ออกแบบให้เหมือนสายฝนธรรมชาติ ช่วยให้เราผ่อนคลาย คลายความเหนื่อยล้า ช่วยฟื้นฟูร่างกาย และทำให้เราสบายตัว ด้วยสายน้ำที่ถูกปล่อยออกมาจากฝักบัวของ hansgrohe  

 

Wellness Retreat with Hansgrohe

 

นอกจากนี้เรายังได้ลิ้มลรสอาหารจากร้าน Restaurant LUISE ที่เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงตามฤดูกาล เสิร์ฟเมนูที่เล่าเรื่องราวของ Black Forest แบบร่วมสมัย ในขณะที่แนวคิดเรื่องความยั่งยืนฝังลึกอยู่ทุกมิติ ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง การประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพักผ่อนของเราครั้งนี้เป็นมิตรกับโลกไปพร้อมๆ กัน 

 

 

การเข้าพักที่ Luisenhöhe Gesundheitsresort Schwarzwald จึงช่วยรีเซ็ตเราทั้งกายและใจ ทำให้เราได้อยู่กับธรรมชาติหลังจากที่ห่างหายไปนาน  บวกกับการได้ทดลองใช้อุปกรณ์ในห้องน้ำจาก hansgrohe ก็ช่วยให้เราเข้าใจว่า บางทีหากเราอยากผ่อนคลายและพักผ่อน การได้ใช้เวลาในพื้นที่ส่วนตัวที่เรารู้สึกปลอดภัย ผ่านกิจกรรมง่ายๆ อย่างการอาบน้ำด้วยอุณหภูมิและสัมผัสของน้ำที่พอเหมาะ ก็ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ไม่ยาก 

 

 

Luisenhöhe Gesundheitsresort Schwarzwald ห้องพักราคาเริ่มต้นประมาณ 19,000 บาท สนใจดูได้ที่ https://www.luisenhoehe-hotel.de/

The post Wellness Retreat with Hansgrohe รีเซ็ตกายใจในรีสอร์ตหรูใจกลางป่า Black Forest appeared first on THE STANDARD.

]]>
American Standard: แรงบันดาลใจจากชีวิตของผู้คนตั้งแต่ปี 1875 [PR NEWS] https://thestandard.co/american-standard-since-1875/ Thu, 27 Mar 2025 07:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1057178 american-standard-since-1875

ตลอดระยะเวลา 150 ปีที่ผ่านมา American Standard ยืนหยัดเ […]

The post American Standard: แรงบันดาลใจจากชีวิตของผู้คนตั้งแต่ปี 1875 [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
american-standard-since-1875

ตลอดระยะเวลา 150 ปีที่ผ่านมา American Standard ยืนหยัดเคียงข้างผู้คนในการสร้างบ้านที่พวกเขารัก ผ่านการออกแบบที่มีความหมายและผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ก๊อกน้ำและฝักบัว ไปจนถึงโถสุขภัณฑ์และอ่างอาบน้ำ มีส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในบ้าน โรงแรม และสถานที่สาธารณะทั่วโลก

 

ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานและดีไซน์ที่คำนึงถึงความยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ของ American Standard ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นโดยผสมผสานฟังก์ชันการใช้งานและสไตล์อย่างลงตัว เพื่อทำให้ทุกสถานที่ที่ได้ใช้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน American Standard ยังคงยึดมั่นในค่านิยมที่ต้องการส่งมอบคุณภาพ ความใส่ใจ ความสะดวกสบาย และสุขอนามัย โดยทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตผู้คน ความรัก และบ้าน

The post American Standard: แรงบันดาลใจจากชีวิตของผู้คนตั้งแต่ปี 1875 [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก COTTO สู่ SCGD บริษัทไทยที่กำลังจะปรับโครงสร้าง และ IPO ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในระดับอาเซียน https://thestandard.co/from-cotto-to-scgd/ Thu, 02 Nov 2023 02:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=860716 SCG Decor

หากถามผู้ที่กำลังสร้างบ้านว่าเมื่อนึกถึงกระเบื้องเซรามิ […]

The post จาก COTTO สู่ SCGD บริษัทไทยที่กำลังจะปรับโครงสร้าง และ IPO ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในระดับอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCG Decor

หากถามผู้ที่กำลังสร้างบ้านว่าเมื่อนึกถึงกระเบื้องเซรามิกสำหรับปูพื้น บุผนัง และสินค้าตกแต่งพื้นผิวอื่นๆ (Decor Surfaces) จะนึกถึงแบรนด์อะไรเป็นอันดับแรก

 

แน่นอนว่าชื่อที่ยืนหนึ่งต้องหนีไม่พ้น COTTO ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์อันดับ 1 ของคนไทย

 

แต่รู้หรือไม่ว่าวันนี้ COTTO ได้อยู่ภายใต้บ้านหลังใหม่ที่ชื่อว่า ‘บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)’ หรือ SCGD ที่ได้ยื่นไฟลิ่งเพื่อจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปแล้ว

 

SCGD นั้นเกิดจากการปรับโครงสร้างโดยรวมเอาธุรกิจที่เกี่ยวกับกระเบื้อง สินค้าตกแต่งพื้นผิว และสุขภัณฑ์ ที่มีตั้งแต่โรงงานผลิตไปจนถึงร้านค้าปลีกสินค้าแบรนด์ของตัวเอง ทั้งหมดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจอยู่ในไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เข้าไว้ด้วยกัน

 

ทำไม COTTO ต้องไปอยู่ภายใต้ SCGD และบริษัทที่กำลัง IPO นี้มีความน่าสนใจอย่างไร เราจึงจะชวนไปหาคำตอบเรื่องนี้ผ่านบทสรุปจุดแข็งจำนวน 6 ข้อด้วยกัน

 

1. การเป็น ‘ผู้นำด้านธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในระดับภูมิภาค’ แม้ COTTO จะเป็นเบอร์ 1 ในไทยที่ทำธุรกิจตกแต่งพื้นผิว (Decor Surfaces) ที่มีมูลค่าตลาดในประเทศไทยรวมกว่า 32,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่มหาศาลแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับตลาดในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่เมื่อรวมกับไทยแล้วมีขนาดใหญ่กว่า 6 เท่า โดยมีมูลค่าประมาณ 180,000 ล้านบาท ซึ่งแปลว่าจะกลายเป็นโอกาสที่ทำให้ SCGD สามารถเติบโตได้อีกมาก โดยนอกจากประเทศไทยแล้ว แบรนด์สินค้ากระเบื้องของ SCGD ยังมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในเวียดนามและฟิลิปปินส์ ส่วนแบรนด์สินค้าสุขภัณฑ์ก็มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยอีกด้วย

 

SCGD มีโรงงานที่กระจายอยู่ในหลายประเทศ ทั้งโรงงาน 7 แห่งในไทย, 6 แห่งในเวียดนาม, 1 แห่งในฟิลิปปินส์ และ 1 แห่งในอินโดนีเซีย ซึ่งตลาดหลักอย่างไทยและเวียดนาม SCGD ล้วนแล้วแต่เป็นผู้นำตลาดทั้งสิ้น

 

2. เป็น ‘แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน’ ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่ตลาดแมสไปจนถึงตลาดพรีเมียม หลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีครบทั้งแบรนด์ COTTO, SOSUCO และ CAMPANA ในไทย, แบรนด์ PRIME ในเวียดนาม, แบรนด์ MARIWASA ในฟิลิปปินส์ และแบรนด์ KIA ในประเทศอินโดนีเซีย

 

3. การยอมรับของแบรนด์ในอาเซียนไม่ได้เกิดจากสินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังมาจากการมี ‘ทีมออกแบบและพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญ’ ทำให้มีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าสูง (High-Value-Added Products)

 

โดยเบื้องหลังมาจากการมีนักวิจัยและพัฒนาสินค้าผู้เชี่ยวชาญกว่า 250 คน ซึ่งส่งผลดีในแง่ของรายได้ และ SCGD ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะ 21% ของรายได้ในปี 2022 มาจากผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-Value-Added Products)

 

4. ‘การผลิตและเทคโนโลยีที่ทันสมัย’ ก่อให้เกิดความเป็นเลิศด้านคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในการผลิตของ SCGD มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในหลากหลายด้าน ทั้งระบบหุ่นยนต์ในการผลิต และระบบรถขนถ่ายอัตโนมัติตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อขนถ่ายสินค้าระหว่างกระบวนการผลิต

 

การนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยในการวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพ ตลอดจนระบบบรรจุและการวางซ้อนสินค้าอัตโนมัติเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการรับรองจากหลายองค์กร รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้บริหารต้นทุนการผลิตได้ดียิ่งขึ้น

 

5. ‘ช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลาย’ ทำให้ SCGD สามารถเข้าถึงลูกค้าในทุกรูปแบบ โดยมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย (Dealer) กว่า 500 รายในไทย และกว่า 250 รายในต่างประเทศ ตัวแทนจำหน่ายต่อ (Sub-Distributors) เป็นจำนวนมากกว่า 10,000 รายทั่วโลก รวมถึงยังมีการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ทั้งในไทยและต่างประเทศอีกหลายราย

 

นอกจากนี้ยังมีช่องทางหน้าร้านและร้านออนไลน์ของตัวเองได้แก่ COTTO LiFE รวม 3 สาขา ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ขอนแก่น และเชียงใหม่ มีคลังเซรามิกกว่า 100 สาขา ซึ่งมีสาขาตั้งอยู่ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของไทย

 

รวมถึง CTM (Ceramic Tiles and More) ซึ่งเป็นร้านค้าจัดจำหน่ายสินค้ากระเบื้องและสุขภัณฑ์ในฟิลิปปินส์ และร้าน BELANJA ซึ่งเป็นร้านค้าจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระเบื้องปูพื้น กระเบื้องบุผนัง และสุขภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้ง SCGD ได้ส่งออกไปยัง 57 ประเทศ

 

6. ‘การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ และกระบวนการที่คำนึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เป็นสิ่งที่ SCGD ให้ความสำคัญเช่นกัน ซึ่งเกิดขึ้นผ่านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน เช่น การนำพลังงานชีวมวลมาใช้สำหรับผลิตลมร้อน

 

ด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม SCGD ได้นำของเสียที่ไม่เป็นอันตรายกลับมาหมุนเวียนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยการมีฉลากเพื่อยืนยันถึงผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้พลังงาน ซึ่งความจริงจังด้านความยั่งยืนส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของ SCGD ได้รับฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงฉลากประหยัดน้ำ สำหรับสินค้าประเภท Sanitary Ware & Fittings

 

ผลลัพธ์จากจุดแข็งได้สะท้อนออกมาในรูปแบบที่สามารถวัดผลได้ชัดเจนที่สุด นั้นคือผลประกอบการ ซึ่งตอนที่เป็น COTTO รายได้ในปี 2022 อยู่ที่ 13,224 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 449 ล้านบาท1 และมีทรัพย์สินรวม 11,310 ล้านบาท

 

แต่เมื่อเป็น SCGD พบว่ารายได้ในช่วงเดียวกันได้เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า เป็น 30,886 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 2.6 เท่า เป็น 1,163 ล้านบาท1 และมีทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้น 3.6 เท่า เป็น 40,576 ล้านบาท

 

แม้วันนี้ SCGD จะแข็งแกร่งแล้วแต่ก็ยังไม่หยุดที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งได้วางแผนไว้ใน 5 เรื่องหลัก ได้แก่

 

  1. ขยายธุรกิจสุขภัณฑ์ (Bathroom) เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนอกจากโอกาสจะมาจากตลาดมูลค่ากว่า 180,000 ล้านบาท และประชากรรวมกันกว่า 560 ล้านคนแล้ว SCGD ยังวางแผนคว้าโอกาสจากการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน ด้วยการใช้จุดแข็งจากการเป็นผู้นำของธุรกิจตกแต่งพื้นผิวในหลายๆ ประเทศในอาเซียน เพื่อต่อยอดขยายโอกาสเติบโตของธุรกิจสุขภัณฑ์ในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงการใช้สินค้าประเภท Smart Toilet ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
     
    เทียบให้เห็นภาพชัดเจน การใช้สินค้าประเภท Smart Toilet ในญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 80% และยังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ในขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีสัดส่วนการใช้ในปริมาณที่ต่ำกว่าประเทศเหล่านั้นมาก ทำให้โอกาสยังมีอยู่อีกมาก

 

  1. ต่อยอดความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านธุรกิจตกแต่งพื้นผิว (Decor Surfaces) ในประเทศไทย และมุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิว (Decor Surfaces) ในภูมิภาคอาเซียน โดยการประยุกต์ใช้โมเดลธุรกิจที่เข้มแข็งของประเทศไทย ซึ่งเป็นการนำบทเรียนที่ได้เรียนรู้ไปขยายใช้ในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายการขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่เพิ่มมูลค่าสูง (High-Value-Added Products) การขยายธุรกิจให้ครอบคลุมถึงวัสดุตกแต่งพื้นผิวอื่นๆ ที่นอกเหนือจากกระเบื้องเซรามิก เช่น กระเบื้องไวนิล SPC (Stone Plastic Composite) กระเบื้องไวนิล LVT (Luxury Vinyl Tile) ที่ปัจจุบันมีการเติบโตของตลาดเป็นอย่างดี

 

  1. ขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบครบวงจรในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ (Decor Surfaces and Bathroom) เช่น เฟอร์นิเจอร์ในห้องน้ำหรือห้องครัว ปูนกาว ยาแนว เป็นต้น

 

  1. บริหารห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านการผลิตและการจัดหาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (Regional Optimization and Global Sourcing Powerhouse) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร
     
    ในแง่ของ Regional Optimization นั้น ผลลัพธ์ที่ผ่านมา บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO สามารถลดต้นทุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพระหว่างโรงงานผลิตกระเบื้องเซรามิก 4 แห่งในประเทศไทย (80 ล้านตารางเมตร) ในขณะที่ SCGD มีโรงงานผลิตกระเบื้องรวมทั้งหมด 12 โรงงาน (187.2 ล้านตารางเมตร) ทั่วอาเซียน ซึ่งมีกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนจากการผลิต นอกจากนี้จะเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรของ SCGD
     
    ขณะที่ Global Sourcing Powerhouse นั้น ผลลัพธ์ที่ผ่านมา COTTO จัดหากระเบื้องเซรามิก 12 ล้านตารางเมตรต่อปี โดย SCGD มีกลยุทธ์ที่จะเพิ่มการจัดหากระเบื้องเซรามิกมากกว่า 20 ล้านตารางเมตรต่อปี ภายในปี 2024 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อรองในการจัดหาสินค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังวางแผนให้ SCGD ขยายขอบเขตการจัดหาไปยังสินค้ากลุ่มสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำต่างๆ อีกด้วย

 

  1. เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง SCGD ได้มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero) ทั้งหมดจะเกิดขึ้นใน 2 แกนหลัก ได้แก่

 

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

  • มีเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ SCG Green Choice คิดเป็น 80% ของยอดขายภายในปี 2030
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์หมวดสุขภาพและความสะอาด เช่น กระเบื้องดักจับฝุ่น
  • ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน โดยให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุหมุนเวียน 5-80% และสุขภัณฑ์ที่ลดการใช้น้ำลง 20-37%
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยต่ำ (น้อยกว่า 0.5 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

 

กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

  • เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% ภายในปี 2030 (จากปี 2020)
  • เชื้อเพลิงทางเลือกผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวลจาก 12% เป็น 46% ในปี 2030
  • เปลี่ยนแหล่งพลังงาน โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 15% ภายในปี 2030 และเพิ่มสัดส่วนการใช้รถพลังงานไฟฟ้าเป็น 55% ภายในปี 2030
  • การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดพลังงานอย่างต่อเนื่อง

 

จะเห็นได้ว่า SCGD มีการวางแผนที่ชัดเจนที่นอกจากตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ยังสอดคล้องไปกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ทุกฝ่ายกำลังให้ความสนใจอย่างมาก

 

สำหรับผู้ที่สนใจ SCGD สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=539740&lang=th

 

หมายเหตุ: 1  ไม่รวมค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองด้อยค่าของโรงงานผลิตแผ่นหินขนาดใหญ่

 

The post จาก COTTO สู่ SCGD บริษัทไทยที่กำลังจะปรับโครงสร้าง และ IPO ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในระดับอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิชาออกแบบห้องน้ำ 101: การเลือกสุขภัณฑ์เพื่อเพิ่มความสุนทรีในห้องน้ำเบื้องต้น [Advertorial] https://thestandard.co/cristina-101/ https://thestandard.co/cristina-101/#respond Fri, 19 Oct 2018 03:57:09 +0000 https://thestandard.co/?p=131675

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2018 กันแล้ว ใครที่เตรียมจะ […]

The post วิชาออกแบบห้องน้ำ 101: การเลือกสุขภัณฑ์เพื่อเพิ่มความสุนทรีในห้องน้ำเบื้องต้น [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2018 กันแล้ว ใครที่เตรียมจะรีโนเวตหรือสร้างบ้านใหม่เพื่อต้อนรับปี 2019 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ช่วงนี้อาจจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อออกแบบบ้านในฝันกันสักหน่อย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหลายคนมักจะใช้ไอเดียหมดไปกับการออกแบบห้องนอน ห้องรับแขก และห้องครัว จนอาจจะหลงลืมอีกหนึ่งห้องสำคัญของบ้านอย่าง ‘ห้องน้ำ’ ไป

 

เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่ใช้ชำระล้างร่างกายแล้ว ห้องน้ำยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สร้างความสดชื่นและความผ่อนคลายให้กับร่างกายที่เหนื่อยล้าของเราด้วย ดังนั้น การสร้างบรรยากาศที่ดีและเพิ่มความสุนทรีด้วยสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ให้สอดคล้องกับ ‘บ้านในฝัน’ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

 

THE STANDARD ขอพาเข้าสู่บทเรียน การออกแบบห้องน้ำ 101 การเลือกสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ในห้องน้ำ บทเรียนเบื้องต้นที่จะช่วยให้การเลือกสุขภัณฑ์รอบกายกลายเป็นความสุขรอบตัว

 

 

การแยกโซนเปียกและโซนแห้ง

เริ่มกันตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้าห้องน้ำอย่างการแยก ‘โซนเปียก’ และ ‘โซนแห้ง’ เพราะคงไม่ดีแน่หากการเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมือ โกนหนวด หรือแต่งหน้า ต้องพ่วงมากับความชื้นแฉะที่เท้าแถมมาด้วย

 

การใช้ผนังแบ่งหรือแยกประเภทของสุขภัณฑ์ตามโซนที่ใช้งานจะทำให้ปัญหาความชื้นแฉะในห้องน้ำและการทำความสะอาดสามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยโซนเปียกคือโซนที่ใช้สำหรับชำระล้างร่างกาย ซึ่งควรมีสุขภัณฑ์อย่าง อ่างอาบน้ำหรือฝักบัวอาบน้ำ และตะขอหรือราวแขวนผ้าเท่านั้น โดยแยกโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และตู้เก็บของ เอาไว้ในโซนแห้ง

 

Notes: ตะขอหรือราวแขวนผ้าควรติดตั้งอยู่ในบริเวณที่สามารถหยิบใช้ได้ง่าย โดยความสูงที่เหมาะสมของการติดตั้งอยู่ที่ 150 เซนติเมตร

 

 

การเลือกอ่างอาบน้ำและฝักบัวอาบน้ำ

หลังจากจัดการแบ่งโซนเปียกและโซนแห้งเรียบร้อยแล้ว สำหรับบ้านที่มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่มาก การเลือกใช้ ‘อ่างอาบน้ำ’ เข้ามาช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันอ่างอาบน้ำมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 3 ทรงหลักๆ คือ ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม และแบบเข้ามุม  

 

 

ใครชื่นชอบรูปทรงแบบไหนก็สามารถเลือกได้ตามใจชอบ แต่ควรเลือกอ่างอาบน้ำที่มีขนาดสัมพันธ์กับพื้นที่และตำแหน่งที่ติดตั้ง ไม่เล็กหรือใหญ่จนทำให้โซนเปียกอึดอัดหรือคับแคบจนเกินไป รวมถึงวัสดุที่ใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทน และสามารถดูแลรักษาทำความสะอาดได้ง่าย

 

Notes: ควรศึกษาข้อดีและข้อเสียของอ่างอาบน้ำแต่ละประเภทก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหนักของอ่างอาบน้ำก่อนติดตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของบ้าน

 

 

แต่สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก การชำระล้างร่างกายด้วย ‘ฝักบัวอาบน้ำ’ ก็เป็นตัวเลือกที่สร้างความสดชื่นให้ร่างกายได้ดีเช่นกัน ถึงจะมีหน้าตาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ฝักบัวอาบน้ำก็มีให้เลือกสรรถึง 4 แบบคือ ฝักบัวแบบถืออาบ (Hand Shower), ฝักบัวก้านแข็ง (Head Shower), ฝักบัวข้าง (Side Shower) และฝักบัวเพดาน (Up Head Shower หรือ Rain Shower)

 

โดยฝักบัวอาบน้ำที่ดีและมีคุณภาพนั้นส่วนใหญ่จะผลิตจากสเตนเลสหรือโครเมียมที่ได้มาตรฐาน ซึ่งทนทานจากการกัดกร่อนของสารเคมีและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย

 

Notes: ความสูงของการติดตั้งฝักบัวอาบน้ำควรอยู่ที่ประมาณ 175 เซนติเมตร (สามารถปรับระดับสูง-ต่ำตามความเหมาะสมได้)

 

 

การเลือกโถสุขภัณฑ์

ขยับมาที่โซนแห้ง ซึ่ง ‘โถสุขภัณฑ์’ ดูจะเป็นหัวใจสำคัญของโซนนี้ โดยโถสุขภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียว (One Piece) ซึ่งมีถังพักน้ำเป็นชิ้นเดียวกัน และ โถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้น (Two Pieces) ซึ่งมีถังพักน้ำแยกกับโถสุขภัณฑ์

โถสุขภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดมีรูปทรงและขนาดที่หลากหลายและแตกต่างกัน การเลือกโถสุขภัณฑ์จึงเป็นเรื่องของความชอบ ความเหมาะสม และความประหยัด เนื่องจากโถสุขภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ทั้งเรื่องเสียงของระบบชำระล้าง การทำความสะอาด และการใช้ปริมาณน้ำที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น โดยขนาดความสูงของโถสุขภัณฑ์ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 43-48 เซนติเมตร

Notes: การติดตั้งโถสุขภัณฑ์ควรมีระยะห่างจากสุขภัณฑ์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ประมาณ 38-45 เซนติเมตร โดยวัดจากจุดกึ่งกลางของโถสุขภัณฑ์ และที่แขวนกระดาษชำระควรอยู่ห่างจากโถสุขภัณฑ์ไปด้านหน้าประมาณ 20-30 เซนติเมตร และมีความสูงไม่เกิน 60 เซนติเมตร

 

 

ความสูงของอ่างล่างหน้าและก๊อกน้ำที่เหมาะสม

อีกหนึ่งส่วนของห้องน้ำที่หลายคนใช้เวลาอยู่บริเวณนี้ไม่น้อยอย่าง ‘อ่างล้างหน้า’ โดยอ่างล้างหน้ามีทั้งแบบฝังติดกับเคาน์เตอร์และอ่างล้างหน้าลอยติดผนัง ในขณะที่ ‘ก๊อกน้ำ’ มีให้เลือกมากถึง 3 แบบคือ ก๊อกน้ำเดี่ยว ที่สามารถใช้น้ำเย็นได้อย่างเดียว, ก๊อกน้ำเดี่ยวผสม ที่มีมีจุดเปิด-ปิดเพียงจุดเดียว และใช้การโยกซ้ายและขวาเพื่อปรับระดับการผสมน้ำร้อนและน้ำเย็น และ ก๊อกน้ำคู่ผสม ที่มีวาล์วน้ำร้อนและน้ำเย็นแยกซ้ายและขวาอย่างชัดเจน

 

 

ซึ่งทั้งอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำนั้นมีเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกซื้อไม่ต่างจากอ่างอาบน้ำและฝักบัวอาบน้ำ เนื่องจากเป็นสุขภัณฑ์ที่ใช้เป็นประจำ วัสดุที่ใช้จึงต้องทนทานและทำความสะอาดง่าย

 

 

Notes: ก๊อกน้ำทั้ง 3 แบบสามารถใช้ได้ทั้งกับอ่างล้างหน้าแบบฝังติดเคาน์เตอร์และลอยติดผนัง โดยความสูงที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งอ่างล้างหน้าคือประมาณ 75-80 เซนติเมตร (สามารถปรับระดับสูง-ต่ำตามความเหมาะสมได้)

 

 

ตู้เก็บของและความสำคัญของแสงไฟ

อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราสามารถจัดระเบียบสิ่งของในห้องน้ำได้อย่างเป็นสัดส่วนคือ ‘ตู้เก็บของ’ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบขาตั้ง แบบติดผนัง และแบบเข้ามุม

 

การเลือกตู้เก็บของในห้องน้ำนั้นนอกจากขนาดที่เหมาะสมและความสวยงามภายนอกแล้ว ฟังก์ชันการใช้สอยก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ตู้เก็บของที่ดีต้องมีพื้นที่ใช้สอยที่สามารถใช้งานได้จริงและทำจากวัสดุที่ทนทาน เมื่อเจอกับน้ำ สารเคมี หรือความชื้นจะไม่เปลี่ยนรูปทรงหรือผุพัง

เช่นเดียวกับ ‘ไฟส่องสว่าง’ ที่นอกจากจะทำให้มองเห็นชัดเจนแล้ว การเลือกไฟที่เหมาะสมกับการใช้งานยังช่วยสร้างบรรยากาศให้กับห้องน้ำได้ เช่น การใช้หลอดไฟแบบ Warm White และ Cool White จะทำให้บรรยากาศในห้องน้ำผ่อนคลายและสงบเหมือนอยู่ในสปาได้ ในขณะที่หลอดไฟแบบ Daylight White จะทำให้ห้องน้ำสว่างสดใส

 

 

Notes: ก่อนติดตั้งไฟส่องสว่าง ควรสำรวจแสงธรรมชาติของห้องน้ำก่อนว่ามีหรือไม่ และแสงธรรมชาตินั้นมีต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้างอะไรเข้ามาบดบังแสงหรือเปล่า เพื่อช่วยให้การติดตั้งไฟส่องสว่างถูกจุดและไม่สิ้นเปลืองพลังงานมากจนเกินไป

 

เห็นไหมว่าการออกแบบ ‘ห้องน้ำ’ ก็มีดีเทลสำคัญที่ไม่ต่างจากการออกแบบห้องอื่นๆ ภายในบ้านเช่นกัน ซึ่งบทเรียนการออกแบบห้องน้ำ 101 การเลือกสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นในการสร้างห้องน้ำในฝันเท่านั้น

 

หากใครที่ต้องการเปลี่ยน ‘ห้องน้ำในฝัน’ ให้เป็น ‘แปลนจริง’ ลองแวะเวียนไปที่บูธ Cristina ในงานบ้านและสวนแฟร์ ที่ชาเลนเจอร์ 2 ประตู 2 อิมแพ็คเมืองทองธานี เพราะที่ Cristina มีบริการออกแบบห้องน้ำให้เหมาะกับสไตล์และบ้านของคุณ การันตีด้วยประสบการณ์และทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านสุขภัณฑ์กว่า 23 ปี และมีผลงานการออกแบบให้กับโรงแรมชื่อดังต่างๆ อย่าง Renaissance Hotel Bangkok, Shangri-la Hotel Bangkok, G Hotel Penang ฯลฯ

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post วิชาออกแบบห้องน้ำ 101: การเลือกสุขภัณฑ์เพื่อเพิ่มความสุนทรีในห้องน้ำเบื้องต้น [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cristina-101/feed/ 0