มัทฉะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มัทฉะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 22 Sep 2026 11:11:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 กระแสมัทฉะฟีเวอร์ไม่แผ่ว! CRG เปิดตัวแบรนด์ใหม่ I’M MATCHA ราคาเริ่ม 95 บาท เสริมพอร์ตธุรกิจ https://thestandard.co/crg-launches-im-matcha-portfolio-shakeup/ Tue, 22 Sep 2026 10:55:31 +0000 https://thestandard.co/crg-launches-im-matcha-portfolio-shakeup/ ภาพเครื่องดื่มมัทฉะจากแบรนด์ I’M MATCHA ของ CRG

กระแสความนิยมในการบริโภคมัทฉะยังแรงไม่หยุด สะท้อนจากภาพ […]

The post กระแสมัทฉะฟีเวอร์ไม่แผ่ว! CRG เปิดตัวแบรนด์ใหม่ I’M MATCHA ราคาเริ่ม 95 บาท เสริมพอร์ตธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเครื่องดื่มมัทฉะจากแบรนด์ I’M MATCHA ของ CRG

กระแสความนิยมในการบริโภคมัทฉะยังแรงไม่หยุด สะท้อนจากภาพรวมตลาดมัทฉะในประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ราว 14 8% ขณะเดียวกัน ตลาดมัทฉะทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริโภคมัทฉะที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงโอกาสทางธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น

 

จากสัญญาณบวกดังกล่าว บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG จึงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ‘I’M MATCHA’ (แอม มัทฉะ) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด ‘Matcha Made Modern – the funky matcha way’ โดยมุ่งนำเสนอเครื่องดื่มมัทฉะเกรดพิธีการจากประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

 

CRG ส่งแบรนด์น้องใหม่ ชิงตลาดมัทฉะไทย ทลายกำแพงราคาเริ่ม 95 บาท

 

สำหรับการเปิดตัวในระยะแรก I’M MATCHA ได้เปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป จากนั้นมีแผนขยายสาขาไปยังกลุ่มศูนย์การค้าในเขตตัวเมืองภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในทำเลที่มีกำลังซื้อและมีพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้าน

 

การเปิดตัวแบรนด์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเข้าถึงมัทฉะคุณภาพสูง โดยทั่วไปมัทฉะเกรดพิธีการมักมีราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากยังมองว่ามัทฉะคุณภาพดีเป็นเครื่องดื่มสำหรับโอกาสพิเศษมากกว่าการบริโภคในชีวิตประจำวัน

 

ด้วยเหตุนี้ CRG จึงวางแนวคิดหลักของแบรนด์ไว้ที่ ‘Ceremonial Quality & Everyday Accessibility’ หรือการนำเสนอคุณภาพระดับเกรดพิธีการควบคู่กับการเข้าถึงได้ในทุกวัน พร้อมกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 95 บาท เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านราคาและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถดื่มมัทฉะคุณภาพสูงได้บ่อยครั้งขึ้น

 

ในด้านวัตถุดิบ I’M MATCHA ให้ความสำคัญกับการคัดสรรใบชาจากแหล่งปลูกชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น โดยเลือกใช้ชาจาก 4 แหล่งสำคัญ ได้แก่ คาโกชิมะ , ยาเมะ , ชิซูโอกะ และอุจิ ซึ่งแต่ละแหล่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านรสชาติ กลิ่น และคาแรกเตอร์ของชาต่างกัน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทำความรู้จักกับรสชาติที่หลากหลายของมัทฉะจากญี่ปุ่น

 

นอกจากกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และราคาแล้ว แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางการตลาด โดยเปิดตัว ‘น้องมัทจัง’ มาสคอตประจำแบรนด์ ซึ่งนำเสนอผ่านคาแรกเตอร์มัทฉะในรูปแบบแมว เพื่อสร้างภาพจำที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย เชื่อว่าคาแรกเตอร์ดังกล่าวจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในตลาดเครื่องดื่มมัทฉะที่มีการแข่งขันสูง พร้อมทั้งสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และกลุ่มวัยทำงานได้

 

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ CRG ยังได้เปิดตัว ‘Hanam BBQ’ ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ หลังได้รับสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเปิดให้บริการสาขาแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

ดันมูลค่าแบรนด์ Hanam BBQ ปิ้งย่างเกาหลีพรีเมียม แตะ 300 ล้าน

 

นอกจากนี้ CRG ยังตั้งเป้าผลักดัน Hanam BBQ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านปิ้งย่างเกาหลีระดับพรีเมียมที่มีความแข็งแกร่งในตลาดไทย โดยมุ่งสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไป

 

ณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG กล่าวว่า แม้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ตลาดอาหารเกาหลียังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากกระแส K-Culture ซึ่งเข้ามามีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญทั้งกับรสชาติอาหาร คุณภาพวัตถุดิบ และประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเอกลักษณ์

 

ด้วยแนวโน้มดังกล่าว บริษัทจึงตั้งเป้าขยายสาขา Hanam BBQ เฉลี่ยปีละ 2–3 สาขา หรือประมาณ 10 สาขาภายในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า พร้อมวางเป้าหมายสร้างมูลค่าแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้ได้มากกว่า 300 ล้านบาท โดยแผนการขยายธุรกิจนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ CRG ต่อศักยภาพการเติบโตของตลาดอาหารเกาหลีในประเทศไทย รวมถึงโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ให้มีบทบาทในกลุ่มร้านอาหารระดับพรีเมียมมากขึ้น

 

ปิดตำนาน 16 ปี ยุติแบรนด์ ‘ชาบูตง ราเมง’ ปรับพอร์ตโฟลิโอดันกำไร

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีศักยภาพ CRG ยังได้ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอบางส่วน โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ปิดตัว ‘ชาบูตง ราเมง’ ร้านราเมงชื่อดังภายในเครือ หลังให้บริการผู้บริโภคชาวไทยมาเป็นเวลานานถึง 16 ปี

 

สำหรับสาเหตุของการปิดตัว บริษัทรายงานว่า ได้ปิดสาขาแบรนด์ชาบูตงไปกว่า 10 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ไม่สามารถทำกำไรได้ พร้อมระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อปรับปรุงอัตราการทำกำไรให้ดีขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ในสิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,510 สาขา ซึ่งรวมสาขาของแบรนด์ร่วมทุนแล้ว โดยมีสาขาใหม่เพิ่มขึ้นสุทธิ 98 สาขา เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ที่มี 1,412 สาขา และเพิ่มขึ้นสุทธิ 22 สาขา เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 ที่มี 1,488 สาขา

 

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากการเริ่มนับรวมสาขาของแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ ซึ่งมีจำนวน 55 สาขาในไตรมาส 2 ปี 2569 รวมถึงการขยายสาขาของแบรนด์อื่นๆ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ได้แก่ อานตี้ แอนส์ เพิ่มขึ้น 28 สาขา, ชินคันเซ็น ซูชิ เพิ่มขึ้น 20 สาขา, คัตสึยะ เพิ่มขึ้น 10 สาขา, เคเอฟซี เพิ่มขึ้น 7 สาขา, สลัดแฟคทอรี เพิ่มขึ้น 7 สาขา และคีอานิ เพิ่มขึ้น 5 สาขา

 

 

The post กระแสมัทฉะฟีเวอร์ไม่แผ่ว! CRG เปิดตัวแบรนด์ใหม่ I’M MATCHA ราคาเริ่ม 95 บาท เสริมพอร์ตธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
maja. matcha ร้านมัทฉะเปิดใหม่ย่านรามคำแหง ที่ชวนมาสโลว์ไลฟ์กับมัทฉะและดังโงะ https://thestandard.co/life/maja-matcha-ramkhamhaeng-slow-life/ Mon, 14 Sep 2026 04:29:26 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1254539 ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้

ช่วงนี้ร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ เปิดใหม่กันเยอะจนแทบตามไม่ทั […]

The post maja. matcha ร้านมัทฉะเปิดใหม่ย่านรามคำแหง ที่ชวนมาสโลว์ไลฟ์กับมัทฉะและดังโงะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้

ช่วงนี้ร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ เปิดใหม่กันเยอะจนแทบตามไม่ทัน แต่สิ่งที่สนุกคือแต่ละร้านเริ่มมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน บางร้านสนุกกับการนำมัทฉะไปผสมกับผลไม้ บางร้านมีชาให้เลือกจากหลายแหล่งปลูก ขณะที่บางร้านเลือกกลับไปหาวิธีดื่มที่เรียบง่ายที่สุด

 

maja. matcha

 

 
 

maja. matcha อยู่ในกลุ่มหลัง เพราะทั้งร้านมีเครื่องดื่มหลักเพียงมัทฉะแบบ Clear และ Latte ไม่มีเมนูฟิวชันหรือขนมมัทฉะ ส่วนของของกินเล่นก็เลือกทำเพียงขนมญี่ปุ่นอย่างดังโงะและวาราบิโมจิ เพื่อให้ทุกอย่างในร้านยังวนกลับมาอยู่ที่มัทฉะเป็นหลัก

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 1

สองผู้ก่อตั้ง maja. matcha

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 2

 

เบื้องหลังร้านเกิดจากความชอบสองอย่างของสองผู้ก่อตั้งคือ มัทฉะและงานออกแบบ ประกอบกับความตั้งใจที่อยากทำคาเฟ่ พอได้พื้นที่ชั้น 2 เหนือร้าน openface จึงค่อยๆ ใช้เวลาราว 7-8 เดือนเปลี่ยนพื้นที่ด้านบนให้กลายเป็นร้านมัทฉะ โดยเจ้าของลงไปเลือกตั้งแต่ไม้จากโรงไม้ เฟอร์นิเจอร์ ภาชนะ ไปจนถึงฉากกั้นที่สั่งทำขึ้นสำหรับพื้นที่นี้โดยเฉพาะ

 

ส่วนชื่อ maja. ก็มาจากเสียงของคำว่า Matcha ในภาษาญี่ปุ่นที่ใกล้กับคำว่า ‘มัจจะ’ ก่อนปรับให้สั้นและจำง่ายขึ้น ส่วนความตั้งใจของร้านถูกสรุปไว้ในประโยค “A warm bowl, a skewer, and a moment to slow down.” หรือถ้าแปลเป็นภาพง่ายๆ ก็คือถ้วยมัทฉะหนึ่งแก้ว มีดังโงะหนึ่งไม้ และใช้เวลาสักพักแบบที่เราไม่จำเป็นต้องรีบไปไหน

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 3

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 4

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 5

 

The Vibe

 

ความสนุกของการมาที่ maja. คือร้านไม่ได้อยู่ในจุดที่มองเห็นตั้งแต่หน้าถนน ต้องเข้ามาในซอยรามคำแหง 21 แยก 15 เดินผ่านพื้นที่ของ openface แล้วอ้อมไปขึ้นบันไดด้านหลัง ถึงจะเจอร้านซ่อนอยู่บนชั้น 2 และทันทีที่ขึ้นมาถึง บรรยากาศก็ค่อนข้างต่างจากด้านล่าง

 

พื้นที่ถูกออกแบบโดยมีแนวคิด Wabi-Sabi เป็นจุดตั้งต้น เน้นวัสดุธรรมชาติและพื้นผิวที่ไม่ต้องเนี้ยบจนเกินไป มีทั้งโครงสร้างไม้ ผนังปูน เสื่อทาทามิ โต๊ะไม้เตี้ย และโคมกระดาษ รายละเอียดหลายชิ้นไม่ได้หยิบของสำเร็จรูปมาวางรวมกัน แต่เจ้าของเลือกหรือสั่งทำขึ้นมาเพื่อร้านโดยเฉพาะ ทำให้ถึงองค์ประกอบจะมีไม่เยอะ แต่ทุกอย่างดูไปในทิศทางเดียวกัน

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 6

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 7

 

ไฮไลต์ที่เราชอบคือ ถ้านั่งดื่มมัทฉะที่ร้าน เราสามารถเลือก Chawan หรือชามชาที่ชอบได้ด้วยตัวเอง ก่อนที่ร้านจะนำไปเสิร์ฟมัทฉะให้ การได้เลือกชามของตัวเองอาจเป็นเรื่องเล็กๆ แต่พอรวมกับการนั่งบนเสื่อทาทามิหรือริมหน้าต่าง ก็เข้ากับความตั้งใจของ maja. ที่อยากให้การมาดื่มมัทฉะเป็นช่วงเวลาที่เราได้ค่อยๆ จิบและใช้เวลากับมากขึ้น

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 8

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 9

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 10

 

The Taste

 

เมนูของ maja. ค่อนข้างตรงไปตรงมา เพราะตั้งใจให้มัทฉะเป็นพระเอกจริงๆ มีเพียง Clear Matcha และ Matcha Latte ไม่มีเมนูฟิวชันหรือมัทฉะผสมผลไม้ให้เลือกเยอะๆ โดยมัทฉะจะแบ่งเป็น House Matcha ที่มีเสิร์ฟเป็นประจำ และ Seasonal Matcha ที่หมุนเวียนไปตามช่วงเวลา

 

ครั้งนี้เราเลือกดื่มแบบ Clear ทั้งสองตัวเพื่อให้ได้รสของมัทฉะเต็มๆ เริ่มจาก Nishio Clear Matcha (165 บาท) คาแรกเตอร์จะออกไปทางโทนถั่วคั่ว มีอูมามิและรสเค็มบางๆ ตามมา เป็นตัวที่รสค่อนข้างชัดและมีน้ำหนักขึ้นมาหน่อย ส่วน Yame Clear Matcha (155 บาท) จะคนละทาง เพราะนุ่มและครีมมี่กว่า มีโทนนัตตี้คล้ายพิสตาชิโอ ทำให้ดื่มง่ายกว่าเมื่อเทียบกันสองตัว ใครที่ยังไม่คุ้นกับมัทฉะแบบ Clear เราว่า Yame น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายดี

 

อีกครึ่งหนึ่งของ maja. ที่เราว่าสำคัญพอๆ กับมัทฉะก็คือ ขนมญี่ปุ่น เพราะร้านตั้งใจไม่ทำเค้กหรือขนมมัทฉะแบบคาเฟ่ทั่วไป แต่เลือกของหวานที่เหมาะกับการกินสลับกับชาแทน

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 11

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 12

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 13

 

มี Mitarashi Dango (90 บาท) ซึ่งเป็นหนึ่งในขนมโปรดของผู้ก่อตั้งและเป็นเหตุผลที่อยากนำมาไว้ในร้าน ตัวดังโงะจะถูกย่างก่อนเสิร์ฟ จนด้านนอกมีกลิ่นหอม ก่อนราดซอสมิตาราชิรสหวานเค็ม ยิ่งกินสลับกับมัทฉะแบบ Clear ยิ่งเข้ากันดี

 

อีกจานคือ Warabi Mochi (120 บาท) วาราบิโมจิเนื้อนุ่มหนึบ เสิร์ฟพร้อม Kinako และ Kuromitsu ให้ความหวานขึ้นมาอีกนิด แต่ยังไม่หนักจนแย่งรสของชา ซึ่งถ้ามากันสองคน เราว่าสั่งขนมทั้งสองอย่างมาแบ่งกัน แล้วเลือกมัทฉะคนละคาแรกเตอร์แบบที่เราทำ ก็ทำให้เรารู้จัก maja. ได้ค่อนข้างครบในครั้งเดียว

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 14

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 15

ภาพบรรยากาศภายในร้าน maja. matcha แสดงมัทฉะและดังโงะบนโต๊ะไม้ 16

 

Good for

 

สายมัทฉะที่อยากลองแบบจริงจังขึ้นอีกหน่อย รวมถึงคนที่กำลังหาร้านใหม่ๆ ลอง ย่านรามคำแหง เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่มัทฉะให้เลือก แต่บรรยากาศก็น่านั่งพอที่จะทำให้เราอยากอยู่ต่อหลังดื่มหมดชาม

 

maja. matcha

Location: ชั้น 2 บนร้าน openface ซอยรามคำแหง 21 แยก 15

Open: เปิดทุกวันพุธ-จันทร์ เวลา 10.00-17.00 น. (ปิดวันอังคาร)

Contact: maja. matcha

Parking: มีลานจอดรถรองรับ
Budget: ราคา 150-300 บาทต่อคน

 

 

The post maja. matcha ร้านมัทฉะเปิดใหม่ย่านรามคำแหง ที่ชวนมาสโลว์ไลฟ์กับมัทฉะและดังโงะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MATCHA PEOPLE ขยับมาเปิดที่เอราวัณ แบงค็อก พร้อมชวนคนรักมัทฉะมานั่งล้อมวง https://thestandard.co/life/matcha-people-erawan-bangkok-new-branch/ Fri, 14 Aug 2026 04:13:17 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1241780 บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์

เปิดสาขาแรกที่อารีย์ได้ยังไม่ถึงปี Matcha People ก็ขยับ […]

The post MATCHA PEOPLE ขยับมาเปิดที่เอราวัณ แบงค็อก พร้อมชวนคนรักมัทฉะมานั่งล้อมวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์

เปิดสาขาแรกที่อารีย์ได้ยังไม่ถึงปี Matcha People ก็ขยับเข้ามาใกล้คนเมืองขึ้นอีก กับสาขาใหม่ที่ Erawan Bangkok แยกราชประสงค์ คราวนี้น่าจะถูกใจทั้งลูกค้าประจำที่อยากแวะมาง่ายขึ้น และพี่ๆ ชาวออฟฟิศย่านราชประสงค์-ชิดลมที่กำลังมองหามัทฉะดีๆ สักแก้วระหว่างวัน

 

แล้วถ้าใครเคยไป Matcha People ที่อารีย์ จะรู้ว่าร้านนี้ไม่ได้จริงจังแค่เรื่องชา เพราะอีกครึ่งหนึ่งของชื่ออย่างคำว่า People ก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 1

 

และเบื้องหลังร้านเกิดจากการรวมตัวของคนที่อยู่รอบๆ โลกของมัทฉะ ตั้งแต่สายชาและผู้นำเข้า ไปจนถึงคนทำคาเฟ่และคนที่ชอบดื่มมัทฉะจริงๆ อย่าง พี่พลอย หอวัง และ 2 พี่โอ๊ต ผู้ก่อตั้ง Drop by Dough ที่มาร่วมกันทำให้ร้านไม่ได้เป็นแค่ที่แวะซื้อมัทฉะแล้วเดินออกไป แต่เป็นพื้นที่ที่อยากให้คนชอบเรื่องเดียวกันได้มาเจอกัน

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายจริงจังที่มีผงตัวโปรด รู้ว่าตัวเองชอบมัทฉะแบบไหน หรือเพิ่งเริ่มดื่มและยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าแต่ละตัวต่างกันอย่างไร ก็สามารถเข้ามานั่งดื่มชา พูดคุย และค่อยๆ สนุกกับโลกของมัทฉะไปด้วยกันได้

 

และพอมาเป็นสาขานี้ ไอเดียเรื่องมัทฉะกับผู้คนก็ยังตามมาครบ เพียงแต่คราวนี้ขยับมาอยู่ใจกลางเมืองและใกล้ชีวิตประจำวันของคนทำงานย่านนี้มากขึ้น ที่สำคัญ หลายอย่างที่เคยรู้สึกติดขัดจากสาขาอารีย์ก็ดูเหมือนจะถูกนำมาปรับในสาขานี้ ทั้งพื้นที่ที่กว้างขึ้น นั่งสบายขึ้น และการเดินทางที่ง่ายขึ้น

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 2

 

The Vibe

 

บรรยากาศของสาขานี้ยังมีกลิ่นอายแบบอารีย์ที่เราคุ้นเคย ใช้งานไม้เป็นหลัก ตัดกับเคาน์เตอร์สเตนเลสที่ทำให้ร้านดูโมเดิร์นขึ้น แถมสาขานี้มีกระจกบานใหญ่ด้านข้างที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้พื้นที่ดูโปร่งและสบายตา

 

ตรงกลางยังมี โต๊ะกลมขนาดใหญ่ เหมือนเดิม ซึ่งเป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของร้าน ชวนให้คนรักมัทฉะมานั่งล้อมวง จะมานั่งพักจากออฟฟิศ แวะดื่มชา หรือคุยแลกเปลี่ยนเรื่องมัทฉะกันก็ได้ ส่วนผ้าม่านสีเขียวรอบร้านก็ช่วยเบรกความแข็งของงานไม้และสแตนเลส ทำให้ภาพรวมดูนุ่มและน่านั่งขึ้น

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 3บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 4บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 5บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 6

 

และเราว่าโต๊ะกลมตรงกลางร้านก็ค่อนข้างเล่าความเป็น Matcha People ได้ดี เพราะความสนุกของการดื่มมัทฉะทุกวันนี้ไปไกลกว่าแค่เข้มหรือไม่เข้มแล้ว บางคนชอบความอูมามิ บางคนชอบโทนถั่ว (แบบเรา) บางคนมีวิธีตีชาเป็นของตัวเอง หรือจริงจังไปถึงชนิดของน้ำและอุณหภูมิที่ใช้

 

โต๊ะตัวนี้เลยเหมือนเป็น ‘สภามัทฉะ’ แบบไม่เป็นทางการ ที่ไม่ว่าคุณจะดื่มมัทฉะมานานหรือเพิ่งเริ่มสนใจ ก็สามารถมานั่งล้อมวง แลกเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองชอบ และสนุกไปพร้อมกับคนอื่นได้

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 7บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 8

 

The Taste

 

เมนูมัทฉะที่ร้านใช้เป็น house blend ที่ค่อนข้างดื่มง่าย รสอยู่ทั้งโทนถั่วกับสาหร่าย ใครที่ไม่ได้ชอบมัทฉะเข้มหรืออูมามิหนักๆ เราว่าน่าจะเข้าถึงได้ไม่ยาก

 

แต่ความสนุกของคือร้านไม่ได้หยุดมัทฉะไว้แค่ Clear Matcha หรือ Matcha Latte เพราะยังมีเมนูที่หยิบไปจับคู่กับวัตถุดิบอื่นสนุกๆ เยอะมาก

 

อย่าง Matcha Cherry Coke (220 บาท) แก้วนี้ให้ฟีลเหมือนดื่มม็อกเทล มีทั้งฮันนีเลมอน กลิ่นเชอร์รีโค้ก และความซ่าจากโซดาที่นำไปตีกับมัทฉะ เป็นแก้วที่สดชื่นและค่อนข้างต่างจากภาพมัทฉะที่เราคุ้นเคย

 

Matcha People Latte (220 บาท) มาในโทนนุ่ม ดื่มง่าย เป็นมัทฉะลาเต้ที่เพิ่มโฟมสีม่วงจากอัญชันด้านบน ทำให้แก้วนี้มีทั้งสีและเลเยอร์ที่สนุกขึ้น

 

อีกแก้วที่เราชอบ Matcha Coconut Cloud (185 บาท) ด้านล่างเป็นน้ำมะพร้าว ส่วนด้านบนเป็นมัทฉะที่ตีกับนมจนได้โฟมเนียนนุ่ม แยกออกมาเป็นสองชั้นชัดๆ พอดื่มรวมกันจะได้ทั้งความสดชื่นของน้ำมะพร้าวและความนัวของมัทฉะ

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 9

Matcha Coconut Cloud / Mango Sticky Rice Matcha

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 10

Matcha People Latte / Matcha Cherry Coke

 

ส่วนเมนูใหม่ที่เปิดตัวที่สาขานี้เป็นที่แรกคือ Mango Sticky Rice Matcha (220 บาท) ที่หยิบข้าวเหนียวมะม่วงมาทำเป็นเครื่องดื่ม ด้านล่างมีทั้งเนื้อและน้ำมะม่วง ตรงกลางเป็น Coconut Matcha ก่อนปิดด้วยครีมกะทิและความกรุบด้านบน ได้ทั้งความหอมมันของกะทิ ความหวานของมะม่วง และมัทฉะอยู่ในแก้วเดียว

 

ฝั่งขนมก็มีของใหม่เหมือนกันอย่าง Matcha Date Cake (135 บาท) เค้กอินทผลัมที่ใช้ความหวานจากอินทผลัมเป็นหลัก รสไม่หวานจัด เนื้อเค้กร่วนกำลังดี มีครีมอยู่ด้านบน เป็นชิ้นที่กินเพลินๆ คู่กับชาได้โดยไม่รู้สึกหนักเกินไป

 

และถ้าเป็นแฟนสาขาอารีย์ Matcha Egg Tart (135 บาท) ก็ตามมาที่สาขานี้ด้วย ซึ่งส่วนตัวเราชอบอยู่แล้ว ตัวไส้เนียน หวานกำลังดี และยังได้กลิ่นมัทฉะ เป็นอีกชิ้นที่สั่งมากินคู่กับมัทฉะสักแก้วแล้วเข้ากันดี

 

บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 11บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 12บรรยากาศภายในร้าน MATCHA PEOPLE สาขาเอราวัณ แบงค็อก ที่มีโต๊ะกลมเป็นซิกเนเจอร์ 13

 

Good for

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนร้านอยู่แล้ว นี่น่าจะเป็นข่าวดีที่ร้านเข้ามาเปิดใจกลางเมือง ส่วนใครที่ยังไม่เคยลอง ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความรู้จักร้านนี้สักที รวมถึงพี่ๆ ชาวออฟฟิศแถวนี้ที่อยากหาที่พักระหว่างวัน และแน่นอนคนที่ชอบมัทฉะเหมือนเรา นอกจากจะได้ลองเมนูใหม่แล้ว ยังได้มาเจอกับคนที่อินเรื่องเดียวกันด้วย

 

บางทีนี่อาจเป็นภาพของวัฒนธรรมมัทฉะในกรุงเทพฯ ตอนนี้ได้ดีเหมือนกัน จากเครื่องดื่มที่เคยเป็นกระแส สู่วันที่คนเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบมัทฉะแบบไหน และค่อยๆ เกิดเป็นคอมมูนิตี้ของคนที่อินเรื่องเดียวกัน

 

MATCHA PEOPLE at Erawan Bangkok

Location: ชั้น 1 ตึกเอราวัณ แบงค็อก (ใกล้ทางเชื่อม)

Open: เปิดทุกวัน เวลา 08 00-20.00 น.

Contact: MATCHA PEOPLE 
Budget: ราคา 135-400 บาทต่อคน

 

 

The post MATCHA PEOPLE ขยับมาเปิดที่เอราวัณ แบงค็อก พร้อมชวนคนรักมัทฉะมานั่งล้อมวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SALAA เวิ้งใหม่ซอยปรีดีฯ 15 รวมกาแฟ มัทฉะ ซาวโดวจ์ และงานดีไซน์กลิ่นอายช่างไว้ที่เดียว https://thestandard.co/life/salaa-pridi-15-craftsman-yard/ Tue, 11 Aug 2026 06:12:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1240708 ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ

ถ้ากำลังมองหาสเปซใหม่สำหรับนั่งจิบกาแฟ ดื่มมัทฉะ กินซาว […]

The post SALAA เวิ้งใหม่ซอยปรีดีฯ 15 รวมกาแฟ มัทฉะ ซาวโดวจ์ และงานดีไซน์กลิ่นอายช่างไว้ที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ

ถ้ากำลังมองหาสเปซใหม่สำหรับนั่งจิบกาแฟ ดื่มมัทฉะ กินซาวโดวจ์ หรือหามุมพักระหว่างวัน ลองมาซอยปรีดีพนมยงค์ 15 แล้วแวะมาที่ SALAA Craftsman Yard คอมมูนิตี้เปิดใหม่ที่รวมร้านหลากหลายคาแรกเตอร์เอาไว้ในเวิ้งเดียวกัน

 

ส่วนชื่อ SALAA เองมาจากคำว่า ‘สล่า’ (สะ-หล่า) ในภาษาเหนือที่หมายถึง ‘ช่างฝีมือ’ ซึ่งเป็นคำที่อธิบายตัวตนของพื้นที่นี้ได้ค่อนข้างตรง เพราะแทบทุกมุมเกิดจากคนที่มีงานคราฟต์ของตัวเอง ตั้งแต่งานออกแบบ กาแฟ มัทฉะ ไปจนถึงซาวโดวจ์

 

จุดเริ่มต้นของที่นี่มาจากเจ้าของ Blackbean Design & Construction บริษัทสถาปนิกและรับเหมาก่อสร้างที่ต้องการขยายออฟฟิศ พร้อมสร้างพื้นที่ทดลองไอเดียสนุกๆ ที่อาจไม่ได้มีโอกาสทำในโปรเจกต์ของลูกค้า ก่อนจะชวนพี่ชายและกลุ่มเพื่อนจากเชียงรายที่ถนัดกันคนละด้านเข้ามาเติมสีสันให้กับพื้นที่

 

นั่นจึงเกิดเป็นเวิ้งเล็กๆ ที่มี Blackbean อยู่บนชั้น 2 ส่วนด้านล่างมีทั้ง สล่ากาแฟ จาก Mui Coffee Bar สล่ามัทฉะ จาก My Mood Matcha และ สล่าขนมปัง จาก Anne de Pridi ที่มีจุดร่วมสำคัญคือคนเบื้องหลัง ทำให้แต่ละมุมล้วนมีสายสัมพันธ์และรากที่โยงกลับไปยังเชียงราย

 

ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 1ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 2ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 3

 

The Vibe

 

ก่อนจะกลายเป็น SALAA พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นร้านขายต้นไม้มาก่อน ทีมออกแบบจึงไม่ได้รื้อทุกอย่างแล้วสร้างขึ้นใหม่ เก็บกลิ่นอายแบบโรงเรือนไว้ แล้วเติมโครงสร้างใหม่ลงไป

 

หนึ่งในรายละเอียดที่ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่รู้ว่าเป็นโครงเต็นท์งานวัดที่ทำเป็นหลังคาคล้ายโดม แล้วปิดทับด้วยไม้อัดและพ่นโฟมเพื่อช่วยลดความร้อนและซับเสียง รวมถึงการนำวัสดุธรรมดาอย่างสังกะสีเก่า ไม้อัด และของที่มีอยู่แล้วกลับมาตกแต่งพื้นที่

 

ภาพรวมจึงมีความเท่และไม่ปรุงแต่งจนเกินไป คล้ายแคมป์คนงานในต่างจังหวัด แต่ขณะเดียวกันก็ยังเห็นการออกแบบของคนทำงานดีไซน์ที่ซ่อนอยู่ในเรื่องสัดส่วนต่างๆ ทั้งแสง และการจัดวางพื้นที่

 

เสน่ห์อีกอย่างคือ แม้แต่ละร้านภายในพื้นที่จะมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน แต่พื้นที่กลับเชื่อมถึงกันได้โดยไม่รู้สึกว่าร้านไหนกำลังแย่งซีนกัน เริ่มตั้งแต่โซนด้านหน้าที่วางโต๊ะและเก้าอี้แคมปิงกระจายอยู่ ก่อนเปิดประตูเข้าไปเจอกับสองเคาน์เตอร์ที่มีบุคลิกต่างกันวางอยู่ข้างๆ กัน

 

ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 4ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 5ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 6ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 7

 

ฝั่งหนึ่งคือ Mui Coffee Bar บาร์กาแฟไวบ์ดิบเท่ที่ชื่อ หมุย มาจากคำภาษาเหนือซึ่งหมายถึง ค้อน คาแรกเตอร์ของร้านจึงออกมาแมนๆ เรียบๆ

 

ข้างกันคือ My Mood Matcha บาร์มัทฉะสีชมพูที่เติมความเฟมินีนเข้ามาเบรกความแข็งของพื้นที่ ทำให้สองร้านที่ดูเหมือนจะอยู่คนละขั้วกลับวางอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว

 

รอบเคาน์เตอร์ไม่ได้ถูกอัดแน่นด้วยโต๊ะ แต่เลือกกระจายเก้าอี้และมุมนั่งไปตามจุดต่างๆ พร้อมเปิดพื้นที่ให้แสงธรรมชาติและต้นไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ

 

เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านหลังจะเจอกับห้องนั่งเล่นกึ่งเอาต์ดอร์ มีโซฟานุ่มๆ และโต๊ะปิงปองตั้งอยู่ตรงกลาง บางวันกลายเป็นโต๊ะประชุมของทีมสถาปนิก บางช่วงเป็นโต๊ะทำงานหรือโต๊ะนั่งชิล และเมื่อถึงเวลาพักก็กลับไปทำหน้าที่เป็นโต๊ะปิงปองได้เหมือนเดิม

 

ก่อนถึงห้องนั่งเล่น ทางขวามือยังมีห้องเล็กๆ ของ Anne de Pridi ร้านซาวโดวจ์โฮมเมดวางเรียงอยู่ จะซื้อกลับบ้านหรือถือออกไปนั่งกินตรงมุมไหนก็ย่อมได้

 

ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 8ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 9

 

The Taste

 

เดินสำรวจพื้นที่จนทั่วแล้ว ก็ได้เวลาหาของกินและเครื่องดื่มติดมือ เริ่มจาก Iced Latte (90 บาท) ของ Mui Coffee Bar ดื่มง่าย รสนุ่ม มีความนัวของนมกำลังดี เป็นแก้วที่เหมาะกับวันที่ไม่ได้อยากคิดเยอะ แค่อยากถือกาแฟสักแก้วแล้วหามุมนั่งทำงานต่อ

 

ส่วนสายมัทฉะ แนะนำให้ลอง ASATSUYU Matcha Latte (220 บาท) จาก My Mood Matcha ที่ใช้มัทฉะสายพันธุ์ Asatsuyu มาชงเป็นลาเต้ ให้ความสดชื่น อูมามิกลมกล่อม และจบด้วยรสสัมผัสที่ค่อนข้างใสสะอาด

 

ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 10ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 11

 

หรือถ้าอยากลองเมนูที่สนุกขึ้นอีกนิด ทางร้านยังมีเมนูพิเศษอย่าง VERY CHERRY MATCHA (220 บาท) ที่จับคู่มัทฉะอูจิเข้ากับซอสเชอร์รี และโฟมเชอร์รีด้านบน เป็นอีกแก้วที่ดื่มง่าย หวานกำลังดี

 

ส่วนของกินที่เราอยากชวนให้ลองเป็นพิเศษคือ Chiangmai My Love Sourdough (75 บาท/Slice) จาก Anne de Pridi ซาวโดวจ์ที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อไทยน่ารัก แต่ยังหยิบวัตถุดิบจากภาคเหนือหลายชนิดมาใช้ในขนมปังก้อนเดียวตั้งแต่ แซะแนะอาดื้อ ข้าวสีแดงมีปีกในภาษาอาข่า ที่ปลูกด้วยระบบไร่หมุนเวียนจากอ.แม่แจ่ม ไปจนถึง ข้าวแค็ล หรือข้าวปกาเกอะญอจากอ.กัลยาณิวัฒนา และงาม่อนเชียงรายตำมือ ตัวขนมปังอบมาหอม เปลือกด้านนอกกรอบ ข้างในยังนุ่มและมีเนื้อสัมผัสให้เคี้ยว จะกินเปล่าๆ หรือทาคู่กับเนยและแยมโฮมเมดก็เข้ากันดี

 

ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 12ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 13ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 14ภาพ SALAA Craftsman Yard เวิ้งใหม่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 15 ที่รวมร้านกาแฟ บาร์มัทฉะ ร้านซาวโดวจ์ และสตูดิโอออกแบบ 15

 

Good for

 

ไม่ว่าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบความสโลว์ไลฟ์ หรือสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ที่มองหาสเปซบรรยากาศเป็นกันเอง และ Sourdough Lovers ที่อยากมาลิ้มลองขนมปังคราฟต์จากวัตถุดิบเชียงใหม่ เวิ้งนี้ในซอยปรีดีฯ 15 ก็เป็นพิกัดใหม่ที่คุณสามารถแวะมานั่งพักผ่อน กินขนม จิบเครื่องดื่มได้เพลินๆ ตลอดทั้งวัน

 

SALAA Craftsman Yard

Location: ซอยปรีดีพนมยงค์ 15

Open: Mui Coffee Bar และ My Mood Matcha เปิดทุกวัน เวลา 07.30-16.30 น. / Anne de Pridi เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น.

Contact: SALAA BKK 

Parking: สามารถจอดรถได้ข้างร้าน
Budget: ราคา 100-400 บาทต่อคน

 

 

The post SALAA เวิ้งใหม่ซอยปรีดีฯ 15 รวมกาแฟ มัทฉะ ซาวโดวจ์ และงานดีไซน์กลิ่นอายช่างไว้ที่เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกช่วงบ่ายให้กายได้ขยับ และใจได้พัก กับ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก ALO [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/mental-health-awareness-workshop-alo/ Thu, 11 Jun 2026 09:50:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1216196 ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ

ในเดือนที่ชวนให้เรากลับมาใส่ใจสุขภาพใจของตัวเอง ALO เปล […]

The post ยกช่วงบ่ายให้กายได้ขยับ และใจได้พัก กับ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก ALO [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ

ในเดือนที่ชวนให้เรากลับมาใส่ใจสุขภาพใจของตัวเอง ALO เปลี่ยนช่วงบ่ายของวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาสำหรับพักร่าง พักใจ ผ่านกิจกรรม MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ปิดทั้งสตูดิโอ Namu Pilates ชวนทุกคนวางความเร่งรีบไว้ข้างนอก แล้วค่อยๆ กลับมาอยู่กับร่างกาย ลมหายใจ และความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง ในไวบ์ของเวิร์กชอปที่ดูสดใสด้วยชุด ALO ธีม Paradise Pink ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้รีเฟรชพลังงานใหม่ๆ เหมาะกับช่วงเวลาที่เราอยากพักร่างกายจากความเหนื่อยล้า และเติมพลังงานดีๆ ให้ตัวเอง

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 1ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 2

 

The Experience

 

บ่ายนี้เริ่มต้นด้วยคลาสพิลาทิสที่นำโดย จูจู้ ยุน-จูยอง จาก Namu Pilates พาทุกคนเข้าสู่ประสบการณ์ของการเคลื่อนไหวอย่างมีสติ หรือที่หลายคนเรียกว่า Moving Meditation ผ่านการยืดเหยียด การจัดแนวร่างกาย และการควบคุมลมหายใจ ที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือบุคลิกภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้กลับมาโฟกัสกับตัวเองมากขึ้น ทุกจังหวะของการหายใจและการเคลื่อนไหวช่วยดึงใจออกจากความคิดวนซ้ำ ความกังวล และเสียงรบกวนในหัว ทำให้ร่างกายค่อยๆ คลายตัว และใจรู้สึกเบาลงอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 3

 

โดยคลาสนี้ยังมี ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, แจสซี-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์, พิตต้า ณ พัทลุง, ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม และแครอท-ปภาดา ตัณฑสถิตยานนท์ และอินฟลูเอนเซอร์สายดูแลตัวเอง มาร่วมขยับร่างกายไปพร้อมกัน 

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 4

 

หลังจากร่างกายได้ยืดเหยียดและลมหายใจเริ่มสงบ กิจกรรมต่อมาคือ Matcha Workshop จาก SUPER MATCHA แบรนด์มัทฉะพรีเมียมจากเกาหลี ที่ครั้งนี้มาต่อยอดมู้ดของความสงบได้อย่างพอดี ด้วยการสอนชงมัทฉะเองที่มีจังหวะอ่อนโยนไม่ต่างจากพิลาทิส ตั้งแต่การตักผงมัทฉะ เติมน้ำ ไปจนถึงการตีให้เนียนละเอียด ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความใจเย็นและสมาธิ จบด้วยการที่ทุกคนได้นั่งจิบมัทฉะ คุยกับเพื่อนร่วมคลาส เป็นโมเมนต์ดีๆ ในช่วงบ่ายที่ทำให้รู้สึกได้พักใจจริงๆ

 

ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 5ภาพบรรยากาศ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปจาก ALO เพื่อสุขภาพกายและใจ 6

 

เพราะสุขภาพใจสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย ALO จึงอยากชวนทุกคนกลับมาดูแลตัวเองในวิธีที่เรียบง่ายขึ้น เริ่มจากการขยับร่างกายเบาๆ หายใจให้ลึกขึ้น และพาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่รู้สึกดี เพราะบางครั้งการได้อยู่กับร่างกาย ลมหายใจ และบรรยากาศที่สบายใจ ก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยให้ใจค่อยๆ แข็งแรงขึ้นอีกครั้ง

 

พบกับไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองแบบองค์รวมได้ที่ร้าน ALO สาขา EmQuartier, ICONSIAM และ Central Phuket Floresta

The post ยกช่วงบ่ายให้กายได้ขยับ และใจได้พัก กับ MENTAL HEALTH AWARENESS MONTH + MATCHA DAY เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก ALO [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชา สาขาใหม่ทรงวาด https://thestandard.co/life/mtch-song-wat-tea-house/ Tue, 09 Jun 2026 10:02:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1216376 MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด

ถ้าพูดถึงร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ เราว่าชื่อของ MTCH™ คงเป็น […]

The post MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชา สาขาใหม่ทรงวาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด

ถ้าพูดถึงร้านมัทฉะในกรุงเทพฯ เราว่าชื่อของ MTCH™ คงเป็นหนึ่งในร้านที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ และในวันนี้ก็ได้มี MTCH™ Song Wat ปรากฏตัวด้วยภาพของกล่องกระจกขนาดใหญ่ที่ชวนให้คนเดินผ่านต้องหยุดมอง ที่ภายในนั้นมีบ้านทรงจั่วหลังเล็กซ่อนตัวอยู่อีกชั้นหนึ่ง

 

อีกหนึ่งสิ่งที่สะดุดตาและสลัดภาพของแบรนด์ที่มักมาพร้อมโทนสีเขียว แต่สาขานี้เปลี่ยนมาใช้สีฟ้าครามเป็นสีหลักแทน สีใหม่นี้ถูกตั้งใจเลือกมาเพื่อสะท้อนความสดใหม่ของแบรนด์ที่เชื่อมโยงไปถึงเมนูซิกเนเจอร์และงานศิลปะภายในร้านอีกด้วย

 

จิว-สรวิศ พันธ์เกษม ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล่าให้ฟังว่า เดิมทีทีมงานตั้งใจออกแบบร้านแห่งนี้ให้เป็นคาเฟ่ในรูปแบบที่คุ้นเคย แต่เมื่อกลับมาคิดอีกครั้งก็พบว่าแนวคิดเหล่านั้นเริ่มมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เคยทำมาแล้วใน 4 สาขาก่อนหน้า จนเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วแบรนด์อยากเล่าเรื่องอะไรผ่านสาขานี้ คำตอบที่ได้คือคำว่า House

 

จึงเกิดเป็นบ้านทรงจั่วขนาดย่อมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงน้ำชาในญี่ปุ่น ถูกสร้างซ้อนอยู่ภายในอาคารกระจกขนาดใหญ่อีกชั้นหนึ่ง กลายเป็นที่มาของคอนเซปต์ Tea House in a Tea House ที่ทำให้ร้านแห่งนี้แตกต่างจากทุกสาขาที่ผ่านมา

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 1MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 2MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 3

 

The Vibe

 

สิ่งที่เราชอบมากที่สุดของสาขานี้คือความรู้สึกโปร่งและสบายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน ผนังกระจกขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ ขณะที่บ้านทรงจั่วกลางร้านกลายเป็นจุดโฟกัสที่ดึงสายตาของคนโดยอัตโนมัติ

 

ด้านหน้าร้านก็มีผลงานที่ต่อยอดมาจากเลขที่บ้าน 1226 ขณะที่ภายในร้านยังสอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านภาพวาดพู่กันดั้งเดิมที่บันทึกบทกวีเกี่ยวกับดอกพุดซ้อน ที่ดอกไม้ที่ผลิบานในช่วงเดือน 6 ซึ่งเป็นเดียวกับการเปิดตัวของสาขานี้พอดี

 

ยังอีกหนึ่งรายละเอียดที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึง คือเสียงเพลงที่เปิดคลออยู่ภายในร้าน ที่เป็นเสียงบทสวดของพระญี่ปุ่นมาผสมเข้ากับจังหวะแบบอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัยที่ถูกคัดเลือกมาสำหรับสาขาทรงวาด

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 4MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 5MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 6

 

The Taste

 

เมนูส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สาขาทรงวาดก็เพิ่มสีสันและความสนุกเข้ามาอีกเล็กน้อยให้สอดคล้องกับบรรยากาศของย่าน

 

แก้วแรกที่เราแนะนำคือ SORA IRO มัทฉะลาเต้ซิกเนเจอร์ประจำสาขาที่ตั้งชื่อล้อไปกับโทนสีฟ้าใหม่ของร้าน ให้รสสัมผัสครีมมี่ มีความนัวแบบถั่วและรสอูมามิที่ชัดเจน ก่อนจะจบด้วยความขมบางๆ ที่ปลายลิ้น 

 

ส่วนใครที่ชอบรสชาติหวานขึ้นอีกนิด ต้องลอง CLASSIC BROWN SUGAR MATCHA เมนูใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกที่สาขานี้ ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการดื่มชาในเกียวโต โดยดึงความหอมของน้ำตาลทรายแดงเข้ามาช่วยเพิ่มมิติให้กับรสชาติของมัทฉะได้อย่างลงตัว

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 7MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 8

 

ถ้ายังอยากเพิ่มความเข้มข้น ทางร้านยังมีตัวเลือก FLOAT ที่เพิ่มเจลาโต้มัทฉะลงไปด้านบน ช่วยเพิ่มทั้งความหวาน ความครีมมี่ และเนื้อสัมผัสที่หลากหลายขึ้น 

 

และอีกแก้วสำหรับคนชื่นชอบความถั่ว YAMA-KAZE ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของถั่วคั่วและช็อกโกแลตอ่อนๆ ดื่มง่าย ไม่เข้มจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นทำความรู้จักมัทฉะแบบเพียวๆ หรือกำลังมองหาแก้วที่สามารถดื่มได้เรื่อยๆ ตลอดวัน

 

นอกจากเครื่องดื่มแล้ว เรายังได้ลอง MATCHA PURIN พุดดิ้งมัทฉะเนื้อเนียนนุ่มที่รสหวานกำลังดี ก่อนจะตามมาด้วยความหอมและขมปลายเบาๆ กินเพลินโดยไม่รู้สึกเลี่ยน

 

ส่วนใครที่อยากหาอะไรทานคู่กับเครื่องดื่ม เราแนะนำ GELATO MONAKA ขนมโมนากะแป้งกรอบสไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้ไอศกรีมมัทฉะเจลาโต้และถั่วแดง ได้ทั้งความหอมของมัทฉะ ความหวานกำลังดีของถั่วแดง และความได้เคี้ยวของแผ่นโมนากะ

 

MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 9MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 10MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 11MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชาญี่ปุ่นซ้อนในอาคารกระจกย่านทรงวาด 12

 

Good for

 

ใครที่มีแพลนแวะไปเดินเล่นทรงวาดในช่วงนี้ และกำลังมองหาพิกัดคาเฟ่เปิดใหม่สำหรับนั่งพัก ที่นี่คืออีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่รักในการดื่มมัทฉะ เราเชื่อว่าสาขานี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กสุดฮอตประจำย่านที่ทุกคนต้องแวะเวียนมาเช็กอินในอีกไม่ช้าแน่นอน

 

MTCH™ Song Wat

Address: 1226 ถนนทรงวาด (ตรงสามแยก I WANNA BANGKOK)

Open: เปิดทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)

Contact: MTCH™ 

 

 

The post MTCH™ Song Wat คาเฟ่มัทฉะดีไซน์โรงน้ำชา สาขาใหม่ทรงวาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Matcha Edition มัทฉะเลานจ์เปิดใหม่สไตล์โฮมมี่ ดีไซน์สวย ย่านประดิษฐ์มนูธรรม https://thestandard.co/life/matcha-edition-homey-lounge/ Sat, 16 May 2026 04:20:52 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1207840 บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่

Matcha Edition คาเฟ่ที่เริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวของผู้ก […]

The post Matcha Edition มัทฉะเลานจ์เปิดใหม่สไตล์โฮมมี่ ดีไซน์สวย ย่านประดิษฐ์มนูธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่

Matcha Edition คาเฟ่ที่เริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวของผู้ก่อตั้งสามคนที่เป็นสายมัทฉะทำดื่มเองเป็นกิจวัตร พวกเขามองเห็น Pain Point ของคาเฟ่มัทฉะทั่วไปที่มักขาดความสะดวกสบายในการนั่งยาวๆ ในขณะที่เลานจ์โรงแรมก็น่าเกรงขามเกินไปสำหรับการแต่งตัวสบายๆ ในวันพักผ่อน

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

ซึ่งในฐานะสถาปนิก พวกเขาหยิบทาวน์เฮาส์ในย่านที่อยู่อาศัยมาเนรมิตใหม่ให้เป็น ‘มัทฉะเลานจ์’ ที่เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยออกแบบประสบการณ์การเดินทางตั้งแต่สวนหน้าทางเข้าก่อนเข้าสู่โซนมัทฉะบาร์ งานออกแบบที่นี่สะท้อนคุณภาพงานสถาปัตยกรรมที่ใส่ใจในทุกดีเทล ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามเทรนด์ แต่เพื่อสร้างพื้นที่ที่กลุ่มแฮงเอาต์ตอนกลางวันสามารถมานั่งทำงาน พูดคุย หรืออยู่กับตัวเองได้อย่างสบายใจ

 

บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 1บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 2

 

The Vibe

 

บรรยากาศของร้านถูกจัดวางมาอย่างดี มีโซนด้านนอกร้านรับลมชิลๆ ถัดเข้ามาเป็นโซนมัทฉะบาร์ และด้านในสุดเป็นพื้นที่ส่วนเลานจ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นที่โปร่งและรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง มีช่องแสงที่ช่วยปรับมู้ดให้เงียบสงบขึ้น เหมาะสำหรับการมาทำงานที่ต้องใช้สมาธิ

 

ไฮไลต์คือช่วงเย็นที่แสงแดดจะส่องลงมาตรงโซนบาร์อย่างพอดี และด้วยเสน่ห์ของบ้านทาวน์เฮาส์ทำให้เราได้เห็นภาพของคนที่จูงน้องหมามาเดินซื้อมัทฉะ หรือแม้แต่นั่งพักชิลหลังไปคลาสออกกำลังกายมา มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายแบบที่หาไม่ได้จากใจกลางเมือง

 

บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 3บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 4บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 5

 

The Taste

 

ทุกเมนูที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงมัทฉะได้ง่ายขึ้น โดยจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ความชอบ เน้นรสชาติหวานน้อยและใช้มัทฉะคุณภาพเยี่ยมอย่าง Saemidori (Ceremonial Grade) และ Uji (Premium Grade) เป็นเบสหลัก

 

เริ่มจากหมวด STILL (145 บาท) มัทฉะ Saemidori เกรดพิธีการชงแบบใส สำหรับคนที่อยากดื่มด่ำกับรสชาติที่เรียบง่าย

 

ส่วนหมวด COLD WHISK เป็นมัทฉะผสมนมหรือนมโอ๊ตที่มีให้เลือกทั้ง Saemidori (200 บาท) และ Uji (160 บาท) ให้สัมผัสนุ่ม ดื่มง่าย

 

ต่อมาหมวด Drift สำหรับสายดื่มมัทฉะกับน้ำผลไม้ เมนูที่เน้นความสดชื่นจากน้ำผลไม้ธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาลให้ฟีลเหมือนจิบม็อกเทล ตัวแรก Coconut Cloudy Matcha (175 บาท) น้ำมะพร้าวสดท็อปด้วยมัทฉะโฟม มีความนุ่มและหวานสดชื่นจากธรรมชาติ

 

อีกแก้ว Watermelon Matcha (170 บาท) มัทฉะกับน้ำแตงโมที่สีสันสวยงามและแก้วนี้สำหรับเรามันเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 6บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 7บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 8

 

หมวดสุดท้าย Bloom เมนูในหมวดนี้จะมีหลายเลเยอร์ มีรสชาติที่ซับซ้อนและสนุกสนาน แก้วแรก Jasmine Matcha Bloom (245 บาท) เสิร์ฟมัทฉะมาแบบโฟม ด้านล่างมีกลิ่นหอมของมะลิ ด้านบนท็อปด้วย Marshmallow เบิร์นไฟมาหอมๆ

 

Banana Bread Matcha (180 บาท) มีความบาลานซ์ความหอมของกล้วยและมัทฉะได้อย่างลงตัว แก้วนี้เหมือนเรากำลังกินขนมอยู่ยังไงไม่รู้

 

และตัวขนมก็ยังออกแบบมาให้หวานน้อยเพื่อทานคู่กับมัทฉะได้อย่างลงตัว เราได้ลอง Matcha Banoffee Pie (240 บาท) เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย เลเยอร์เรียงตัวสวย มีความหอมของครีมมัทฉะเบาๆ

 

อีกตัวที่อยากให้ลอง Matcha Mochi Cheesecake (240 บาท) ชีสเค้กหน้าไหม้ที่มีโมจิซ่อนอยู่ด้านใน ให้รสสัมผัสหนึบหนับ กินได้เพลินดีทีเดียว

 

บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 9บรรยากาศภายในร้าน Matcha Edition มัทฉะเลานจ์ที่ตกแต่งสไตล์โฮมมี่ 10

 

Good for

 

มัทฉะเลิฟเวอร์ที่กำลังมองหาที่พักใจแห่งใหม่ หรือใครที่อยากหนีความเร่งรีบมานั่งคุยกับเพื่อนในบรรยากาศเลานจ์ที่ดูดีเหมือนโรงแรมแต่สบายใจเหมือนบ้าน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือคอมัทฉะตัวจริง Matcha Edition อาจทำให้คุณหลงรักมัทฉะได้มากขึ้นกว่าเดิม

 

Matcha Edition

 

Address: ซอยประดิษฐ์มนูธรรม 5 (เลียบด่วนรามอินทรา)

Open: เปิดวันพุธ-จันทร์ เวลา 08.30-16.30 น. (ปิดวันอังคาร)

Contact: Matcha Edition 

Parking: สามารถจอดรถได้หน้าร้าน**
Budget:** ราคา 200-500 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/qX5NpSXoSZDL9Eas6

 

The post Matcha Edition มัทฉะเลานจ์เปิดใหม่สไตล์โฮมมี่ ดีไซน์สวย ย่านประดิษฐ์มนูธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Matcha Wang คาเฟ่มัทฉะลาเต้ฝูงแกะสุดคิวต์ที่เซี่ยงไฮ้ https://thestandard.co/life/matcha-wang-cafe-shanghai/ Mon, 20 Apr 2026 08:26:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1199161 มัทฉะลาเต้โฟมนมรูปแกะสุดน่ารักจากคาเฟ่ Matcha Wang ที่เซี่ยงไฮ้

ถ้าพูดถึงย่าน Middle Huaihai Road ในเซี่ยงไฮ้ นี่คือแหล […]

The post Matcha Wang คาเฟ่มัทฉะลาเต้ฝูงแกะสุดคิวต์ที่เซี่ยงไฮ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มัทฉะลาเต้โฟมนมรูปแกะสุดน่ารักจากคาเฟ่ Matcha Wang ที่เซี่ยงไฮ้

ถ้าพูดถึงย่าน Middle Huaihai Road ในเซี่ยงไฮ้ นี่คือแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่สายชิลต้องมาเดิน และตอนนี้มีจุดเช็กอินใหม่ที่กำลังมาแรงมากนั่นคือ Matcha Wang คาเฟ่มัทฉะสไตล์ Grab & Go ที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของตึก Hai550 ใกล้กับร้านดังอย่าง Human Made จุดเด่นที่ทำให้ใครๆ ก็ต้องหยุดดูคือการรังสรรค์ ‘โฟมนมรูปลูกแกะ’ ที่ดูแล้วเหมือนฝูงแกะกำลังเดินอยู่บนทุ่งหญ้ามัทฉะสีเขียว เป็นภาพที่น่ารักจนต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายอวดโซเชียลแน่นอน

 

เมนูแนะนำที่นี่เป็นมัทฉะลาเต้ แต่ความพิเศษของที่นี่คือการยืนดูบาริสต้าทำเครื่องดื่มแบบแก้วต่อแก้ว ตั้งแต่การตีมัทฉะไปจนถึงการวาดลวดลายลูกแกะอย่างละเอียด โดยมีเมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ Lily Lamb (小羊莉莉) หรือก็คือ Vanilla Bean Matcha Latte (ราคา 34 หยวน) มัทฉะลาเต้ซิกเนเจอร์ที่ใช้เมล็ดวานิลลาแท้จากมาดากัสการ์ หอมละมุนนุ่มลึก ท็อปด้วยโฟมนม วาดรูปแกะสุดน่ารัก รสชาติความนัวของนมและความเข้มของชาเขียวเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ

 

เมนูที่สาย Dirty ต้องเลิฟ Nori Matcha Dirty (ราคา 32 หยวน) มัทฉะเข้มข้นราดลงบนนมเย็นจัด ท็อปด้วยโฟมนมและโรยด้วย โนริสาหร่าย ให้รสสัมผัสที่แปลกใหม่ด้วยความเค็มเบาๆ จากสาหร่ายที่มาตัดความนัวของนมได้อย่างน่าสนใจ

 

ส่วนเมนู Matcha Lime Soda (抹茶青柠罐) (ราคา 28 หยวน) เมนูเพิ่มความสดชื่นที่ผสมผสาน Cold Brew Matcha เข้ากับโซดา กลิ่นเบซิล เลมอน และส้มแวมพี ให้รสชาติเปรี้ยวซ่าตัดด้วยความสมุนไพรเบาๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยกลิ่นอายมัทฉะที่ค่อยๆ ชัดขึ้นในปาก

 

นอกจากเมนูเครื่องดื่ม ที่ร้านยังมี Matcha Gelato ให้เลือกทานหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรส Matcha & Yuzu, Matcha & Arabica หรือการจับคู่อย่าง Matcha & Pink Pineapple Plum Duo ในราคาเริ่มต้นที่ 39 หยวน

 

และร้าน Matcha Wang คือตัวอย่างของคาเฟ่ยุคใหม่ในเซี่ยงไฮ้ที่เข้าใจการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ไม่ใช่แค่การขายเครื่องดื่ม แต่คือการมอบงานศิลปะที่ทานได้ การตั้งอยู่ในพิกัดที่เดินทางสะดวกและเชื่อมโยงกับแหล่งชอปปิง ทำให้ที่นี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของรูตเดินชมเมืองสมบูรณ์แบบขึ้น ใครที่มีแพลนจะไปเซี่ยงไฮ้แล้วเดินสำรวจย่าน Huaihai Middle Road และต้องการเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วติดมือไปเดินเล่นต่อต้องลองมาแวะคาเฟ่นี้ดูนะ

 

Matcha Wang

Address: ชั้น 1 ตึก Hai550, Middle Huaihai Road, Shanghai

Shanghai Metro: Metro Line 1 & 14 ลงสถานี Middle Huaihai Road (Exit 1)

Open: เปิดทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

Contact: Matcha Wang

Budget: ราคา 150-300 บาท

 

ภาพ: Matcha Wang

The post Matcha Wang คาเฟ่มัทฉะลาเต้ฝูงแกะสุดคิวต์ที่เซี่ยงไฮ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
VE/LA คาเฟ่แบรนด์ไทยเจ้าแรก บุกเปิดสาขาใจกลางกรุงลอนดอน https://thestandard.co/life/vela-thai-cafe-london/ Mon, 16 Mar 2026 03:02:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1187944 บรรยากาศร้านกาแฟ VE/LA สาขาเมย์แฟร์ ใจกลาง กรุง ลอนดอน

นับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของวงการกาแฟไทย เมื่อ VE/LA (เว […]

The post VE/LA คาเฟ่แบรนด์ไทยเจ้าแรก บุกเปิดสาขาใจกลางกรุงลอนดอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศร้านกาแฟ VE/LA สาขาเมย์แฟร์ ใจกลาง กรุง ลอนดอน

นับเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของวงการกาแฟไทย เมื่อ VE/LA (เวลา) แบรนด์กาแฟ Specialty และมัทฉะ สัญชาติไทยประกาศเปิดแฟล็กชิปสโตร์ต่างประเทศที่แรก ณ ย่านเมย์แฟร์ กรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการกาแฟ-มัทฉะจากไทยรายแรกที่บุกตลาดสหราชอาณาจักรอย่างเต็มตัว

 

ลอนดอนถูกวางเป็นเป้าหมายตั้งแต่ปลายปี 2023 โดย กษิดิศ ประสิทธิ์รัตนพร (ผู้ก่อตั้ง) มองว่าที่นี่คือโจทย์ที่ยากที่สุด ทั้งในแง่ต้นทุน และ การแข่งขัน แต่ในขณะเดียวกัน ลอนดอนก็คือประตูบานใหญ่สู่โลกสากลที่มีวิถีชีวิตสอดคล้องกับปรัชญาของแบรนด์

 

“กาแฟยามเช้า การประชุมช่วงบ่าย ช่วงเวลาสงบของการอยู่คนเดียว มันสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติที่เติมเต็มชีวิตประจำวันของเรา”

 

สำหรับการเปิดสาขาที่ลอนดอนครั้งนี้ VE/LA เลือกที่จะลดทอนทุกอย่างกลับสู่แก่นแท้ ความคลาสสิกของ VE/LA เพื่อความซื่อสัตย์ต่อตัวตนของแบรนด์มากที่สุด โดยรักษาองค์ประกอบหลักไว้อย่างครบถ้วน ทั้งงานดีไซน์แก้วซิกเนเจอร์ และ ภาษาที่เข้าใจง่ายอย่าง Dawn (โทนสว่าง) และ Sundown (โทนเข้ม)

 

VE/LA ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงแบรนด์กาแฟ แต่ตั้งเป้าเป็น Independent Chain ระดับโลกแห่งแรกที่ให้ความสำคัญกับกาแฟและมัทฉะอย่างเท่าเทียมกัน โดยเมล็ดกาแฟจะถูกคั่วจากเมืองไทยและนำเข้าไปยังลอนดอนเพื่อรักษามาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

 

และในสาขาเมย์แฟร์นี้ มี 4 เมนูที่น่าลอง

 

  • Bangkok Latte ลาเต้มะพร้าวที่ปรุงมาเพื่อชาวลอนดอนโดยเฉพา
  • Kaimook Boba Latte เมนูยอดนิยมที่นำวัฒนธรรมไข่มุกไปสู่ระดับสากล
  • Cloudy Matcha มัทฉะเข้มข้นท็อปด้วย Cream Top อันเป็นเอกลักษณ์
  • Airecano การตีความใหม่ของเอสเพรสโซร่วมสมัย

 

ใครกำลังมีแพลนจะได้ไปเยือนลอนดอนในช่วงนี้ ลองแวะไปปักหมุดที่ย่านเมย์แฟร์ กันดูนะ

 

ภาพ: VE/LA

 


 

VE/LA MAYFAIR

Address: 46 Maddox Street, London W1S 1AY

Open: เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07:30-18:00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์เวลา 10:00-18:00 น.

Contact: VE/LA MAYFAIR

Map: https://maps.app.goo.gl/nH56X8Kq79SwBt7z6

The post VE/LA คาเฟ่แบรนด์ไทยเจ้าแรก บุกเปิดสาขาใจกลางกรุงลอนดอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
MATCHA PARTY Ep.3 ปาร์ตี้มัทฉะเจ้าแรกใจกลางเมือง ที่คนเก๋ไม่ควรพลาด https://thestandard.co/life/matcha-party-bangkok-event/ Thu, 05 Mar 2026 01:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1184352 ภาพบรรยากาศงาน MATCHA PARTY Ep.3 ที่ What’s Happened? EMSPHERE

ลืมภาพจำการนั่งจิบมัทฉะในคาเฟ่ไปได้เลย เพราะวันเสาร์ที่ […]

The post MATCHA PARTY Ep.3 ปาร์ตี้มัทฉะเจ้าแรกใจกลางเมือง ที่คนเก๋ไม่ควรพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน MATCHA PARTY Ep.3 ที่ What’s Happened? EMSPHERE

ลืมภาพจำการนั่งจิบมัทฉะในคาเฟ่ไปได้เลย เพราะวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 นี้ What’s Happened? บาร์สุดฮิปของบอย ปกรณ์ จับมือกับ MTCH ร้านมัทฉะเบอร์ต้นของไทย จัดงาน MATCHA PARTY Ep.3 Golden Hour Is Ready

 

หากใครเคยจอยปาร์ตี้กาแฟมาแล้ว บอกเลยว่าปาร์ตี้มัทฉะครั้งนี้จะให้ไวบ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เป็นความลงตัวระหว่างความละมุนของชาเขียวเกรดพรีเมียม กับคาแรกเตอร์ความสนุกและดนตรีที่จัดจ้านในแบบฉบับของ What’s Happened? จนกลายเป็นปาร์ตี้ที่คุณสามารถจิบไป เต้นไปได้แบบเก๋ๆ

 

สำหรับไฮไลต์ คุณได้สัมผัสความละมุนของมัทฉะเกรดพรีเมียมจาก MTCH ที่มีให้เลือกตั้งแต่ออริจินัลอย่างมัทฉะลาเต้ และเพียวมัทฉะไปจนถึงเมนูพิเศษอย่าง มัทฉะค็อกเทล ครีเอทขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมปล่อยใจให้คุณได้โยกไปกับจังหวะดนตรีแนว Soul และ Hip-Hop สุดชิคตามสไตล์ What’s Happened?

 

แน่นอนว่าช่วงสายถึงบ่ายวันนั้นจะเต็มไปด้วยพลังงานของความสนุกที่ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นพื้นที่สำหรับพบปะเพื่อนใหม่สายคูลที่มีสไตล์เดียวกัน พร้อมมุมถ่ายรูปสุดฮิตที่ได้แรงบันดาลใจจากลิซ่า ให้คุณได้กดชัตเตอร์อัปรูปลงโซเชียลกันแบบรัวๆ และได้เวลาเตรียมปัดฝุ่นชุดตามธีม แล้วมาจอยกับคนคูลใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนหมดเดือนนี้

 

EVENT DETAILS

Location: What’s Happened? ชั้น 5, EMSPHERE

Date: วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569

Time: 10:30-15:00 น.

Dress Code: Gold, Milk, Oat & Matcha

Tickets: LINE Official @whatshappened

 

ภาพ: What’s Happened?

The post MATCHA PARTY Ep.3 ปาร์ตี้มัทฉะเจ้าแรกใจกลางเมือง ที่คนเก๋ไม่ควรพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
AVANTCHA ชาเกรดไฟน์ไดนิ่งจากดูไบ ปักหมุดที่แรกของเอเชีย ใจกลางทองหล่อ https://thestandard.co/life/avantcha-dubai-fine-dining-tea/ Tue, 17 Feb 2026 06:29:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1179296 AVANTCHA ชาเกรดไฟน์ไดนิ่งจากดูไบ ปักหมุดที่แรกของเอเชีย ใจกลางทองหล่อ

ถ้าพูดถึงชามาตรฐานที่โรงแรม 5 ดาวระดับโลกไว้วางใจ ชื่อข […]

The post AVANTCHA ชาเกรดไฟน์ไดนิ่งจากดูไบ ปักหมุดที่แรกของเอเชีย ใจกลางทองหล่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AVANTCHA ชาเกรดไฟน์ไดนิ่งจากดูไบ ปักหมุดที่แรกของเอเชีย ใจกลางทองหล่อ

ถ้าพูดถึงชามาตรฐานที่โรงแรม 5 ดาวระดับโลกไว้วางใจ ชื่อของ AVANTCHA (อวานชา) คือหนึ่งในนั้นเสมอ จากจุดเริ่มต้นในดูไบที่เสิร์ฟความละเมียดละไมเคียงคู่มื้ออาหารหรู วันนี้ได้เลือกกรุงเทพฯ เป็นบ้านหลังที่สองเพื่อถ่ายทอดนิยามใหม่ของคำว่าบาร์น้ำชา

 

ชื่อแบรนด์ AVANTCHA หลอมรวมคำว่า ‘Avant’ จาก Avant-garde ในภาษาฝรั่งเศสสื่อถึงความล้ำสมัย เข้ากับ ‘Cha’ แปลว่าชาในภาษาจีน ที่สะท้อนหัวใจสำคัญในการหยิบวัฒนธรรมของการดื่มชาที่มีมาอย่างยาวนาน มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันมากขึ้น

 

การเลือกเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ Markus Zbinden (ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO) บอกกับเราว่า “เขาเดินทางมาไทยตั้งแต่ปี 1997 มองเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีพลังและเปิดรับสิ่งใหม่อยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็ยังให้คุณค่ากับวัฒนธรรมและรสชาติอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ” สำหรับตัวแบรนด์เอง ก็ไม่ได้มองว่านี่เป็นแค่สาขาใหม่ แต่เป็นรากฐานสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดวัฒนธรรมชาไปสู่ระดับเอเชีย

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 1ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 2

 

แม้จะว่าเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่แบรนด์ก็เริ่มทำงานร่วมกับไร่ชาในจังหวัดเชียงราย เพื่อนำวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาพัฒนาเป็นเมนูใหม่ ซึ่งในอนาคตอาจถูกนำไปนำเสนอในสาขาอื่นของโลกด้วย ทำให้สาขาในไทยนี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับวัฒนธรรมการดื่มชา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ชาให้โลกรับรู้ถึงใบชาของไทย

 

ด้วยคอนเซปต์ Modern Tea Culture ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ร้านน้ำชาทั่วไป แต่เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างความละเอียดอ่อนของวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากตะวันออก กับสไตล์ตะวันตกที่เรียบง่ายและทรงพลัง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเข้มข้นอย่าง สเปเชียลมัทฉะจากญี่ปุ่น หรือหลงใหลในเสน่ห์ของใบชาแท้จากจีน นี่ถือว่าจุดหมายใหม่ของคนรักชาที่จะได้รื่นรมย์กับใบชาที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ในบรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางความเร่งรีบของย่านทองหล่อ

 

ร้านจึงตั้งใจวางตัวเป็นมากกว่าร้านชา เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่คุณสามารถจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าในบ่ายวันธรรมดา หรือเปลี่ยนโหมดมานั่งสนทนากับเพื่อนที่หน้าบาร์ในช่วงเย็น ประสบการณ์ที่นี่จึงเป็นเรื่องของการรับรู้ทางประสาทสัมผัสได้อย่างครบถ้วน

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 3ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 4

 

The Vibe

 

ทันทีที่ก้าวมาในร้านเรารู้สึกได้ความวุ่นวายของถนนสุขุมวิทที่ค่อยๆ จางหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือบรรยากาศที่นิ่ง เงียบ และสุขุมในแบบที่เรามักจะพบในบาร์ค็อกเทลระดับลักชูรีมากกว่าคาเฟ่ทั่วไป

 

หัวใจหลักของพื้นที่คือเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่อยู่กลางร้าน เปิดให้เราได้ดูพิธีกรรมที่สมัยใหม่ตั้งแต่เสียงชั่งน้ำหนักใบชา การรินน้ำร้อนที่แม่นยำ ไปจนถึงการจัดวางภาชนะที่ถูกคัดสรรมาอย่างประณีต ทุกความเคลื่อนไหวของ นักชงชา (Tea Master) เปลี่ยนการชงชาให้กลายเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลและเข้าใจง่าย

 

งานออกแบบภายในร้านมาในโทนสีที่เรียบ ลึก และสงบ แสงไฟถูกคำนวณมาด้วยความตั้งใจเพื่อให้ล้อไปกับช่วงเวลาของวันตั้งแต่แสงธรรมชาติที่นุ่มนวลในช่วงบ่าย ไปจนถึงบรรยากาศที่เข้มข้นขึ้นในช่วงค่ำ อย่างรูปภาพที่แขวนในร้านก็เป็นภาพที่ทีมงานไปถ่ายแหล่งต้นกำเนิดของชาแต่ละประเทศมาเอง แถมในวันหยุดก็มีเสียงเพลงจากดีเจจะเข้ามาเติมเต็มเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและยังคงความสงบไว้อย่างน่าประหลาด ทั้งกลิ่นหอมของใบชาที่คลี่ตัวเมื่อสัมผัสน้ำร้อน เสียงของสายน้ำ และบรรยากาศรอบตัว ทุกองค์ประกอบทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 5ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 6

 

The Taste

 

‘ชา’ ทุกตัวที่เสิร์ฟในร้านผ่านการชิมและการคัดเลือกโดยผู้ก่อตั้งทั้ง 3 ด้วยตัวเอง โดยโดยให้ความสำคัญกับรสชาติ งานฝีมือ และเรื่องราวของผู้ปลูกเป็นหลัก หากชาใดไม่ผ่านมาตรฐาน แม้จะมีอยู่ในสต็อกแล้ว ก็จะไม่ถูกนำมาวางจำหน่าย สิ่งนี้ทำให้ selection ของที่นี่มีความชัดเจนและสะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างแท้จริง

 

แน่นอนเมนูทั้งหมดว่ายังคงเป็นชาที่ถูกชงออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่แบบคลาสสิกของชาไปจนถึงการตีความใหม่ในรูปแบบของเครื่องดื่มทั้งตัวม็อกเทลและค็อกเทลเอง เมนูแรกขอเริ่มที่ฝั่งน้ำชาเราได้ลอง Mercy Bloom Tie Guan Yin (180 บาท) ที่หยิบเอาชาอู่หลงเป็นเบส ให้กลิ่นหอมชัดตั้งแต่จิบแรก ผสมกับความหอมนวลของ Giffard Hazelnut และความสดชื่นจากน้ำมะนาว ก่อนจะปิดท้ายด้วย Cacao Dust ที่ช่วยเพิ่มเลเยอร์ของกลิ่นให้ซับซ้อนขึ้น เป็นแก้วที่ดื่มง่ายแต่ทิ้งรสสัมผัสที่ลุ่มลึกไว้ในคอ

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 7

 

สำหรับสายมัทฉะ Zen Coco (170 บาท) นิยามของมัทฉะที่ดีสำหรับที่นี่คือต้องมีสีเขียวเข้ม อูมามิ กลิ่นโทนถั่ว เนื้อสัมผัสต้องเนียนนุ่ม ความขมต้องมีแค่แทนนินเล็กน้อยพอเป็นเสน่ห์ ทำให้แก้วนี้เป็นความสดชื่นที่เรียบง่ายแต่ลงตัว ร้านเลือกใช้ Yame Matcha เกรดพรีเมียมผสมกับน้ำมะพร้าวและไซรัปอะกาเว ทำให้ได้บอดี้ที่เบาสบาย มีความหวานธรรมชาติที่ปลายลิ้น

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 8

 

หรือใครชอบความละมุน Hojicha Cloud (200 บาท) แก้วนี้ก็จะได้สัมผัสความนุ่มฟูของครีมและนมที่เข้าคู่กับผงโฮจิฉะออร์แกนิกได้อย่างกลมกล่อม ราวกับได้จิบก้อนเมฆรสชาคั่วตามชื่อเมนู

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 9

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการที่ทางร้านใส่ผงชาลงไปในขนมทุกตัว เพื่อสร้างมิติของรสชาติที่ลึกซึ้งขึ้น ตัวแรก Genmaicha Egg Tart (180 บาท) ทาร์ตไข่เนื้อเนียนนุ่มในแป้งที่กรอบร่วน แฝงไปด้วยกลิ่นอายหอมคั่วของข้าวพอง และมีซอสกรีนทีอันเป็นเอกลักษณ์ของเก็นไมฉะ

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 10

 

Appleflower Basque Cheesecake (250 บาท) บาสก์ชีสเค้กเนื้อครีมมี่ที่ถูก Infused ด้วยชา Apple Elderflower Cocktail สร้างกลิ่นหอมดอกไม้ที่ตัดกับความเข้มข้นของชีสได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 11

 

ส่วนไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านก็มีให้เลือกทั้ง Organic Hojicha (120 บาท) และ Organic Kagoshima Matcha (120 บาท) ตัวไอศกรีมมีความเข้มของใบชาชัด ไม่หวานเกินไป และทิ้งกลิ่นหอมไว้หลังคำสุดท้าย

 

นอกจากเครื่องดื่มและขนมที่เสิร์ฟตลอดวันแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูม็อกเทล ที่ใช้ชาเป็นเบสให้เลือกหลายตัว และเมื่อเข้าสู่ช่วงเย็นก็จะเปลี่ยนเป็น Tea & Cocktail Bar ที่นำชาไปเป็นส่วนหนึ่งของค็อกเทล ทำให้การแวะมาที่นี่ในแต่ละช่วงเวลา มอบรสชาติที่แตกต่างแต่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ชาเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ในหลายช่วงเวลาของวันได้อย่างลงตัว

 

ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 12ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 13ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 14ภาพบรรยากาศร้าน AVANTCHA สาขาแรกในเอเชียที่ทองหล่อ พร้อมเมนูชาและขนมจากชาหลากหลายรายการ 15

 

Good for

 

ใครที่เป็นนักดื่มชาตัวยง หรือมองหามัทฉะดีๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านสุขุมวิท คุณก็สามารถมาเริ่มต้นวันใหม่ได้ที่นี่ จะแวะพักช่วงบ่ายพร้อมขนมที่มีกลิ่นของชา หรือกลับมาอีกครั้งในช่วงเย็นเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ที่นี่จึงไม่ใช่แค่บาร์น้ำชา แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำให้การดื่มชาคุณภาพระดับโลกกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวในทุกวัน

 


 

AVANTCHA

Address: หน้าปากซอยสุขุมวิท 51 (BTS ทองหล่อ ทางออก 1)

Open: เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09:00-21:00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:00-00:00 น.

Contact: AVANTCHA TH

Budget: ราคา 200-500 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/7kUACvKmoPgxEcsQ7

The post AVANTCHA ชาเกรดไฟน์ไดนิ่งจากดูไบ ปักหมุดที่แรกของเอเชีย ใจกลางทองหล่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 16 อินไซต์เด็ด เจาะกลยุทธ์ร้านอาหารปี 2026: เมื่อ ‘ความเชื่อใจ’ สำคัญกว่า ‘ความหิว’ https://thestandard.co/the_secret_sauce/restaurant-strategy-2026-insights/ Sun, 15 Feb 2026 05:33:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1178626 กราฟิกสรุป 16 อินไซต์เด็ดกลยุทธ์ร้านอาหารปี 2026 จาก Grab และ LINE MAN Wongnai เน้นความเชื่อใจ

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง […]

The post สรุป 16 อินไซต์เด็ด เจาะกลยุทธ์ร้านอาหารปี 2026: เมื่อ ‘ความเชื่อใจ’ สำคัญกว่า ‘ความหิว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟิกสรุป 16 อินไซต์เด็ดกลยุทธ์ร้านอาหารปี 2026 จาก Grab และ LINE MAN Wongnai เน้นความเชื่อใจ

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง และหนี้ครัวเรือนรัดตัว แต่เชื่อไหมว่าวงการ F&B ไทยไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด แค่ ‘พฤติกรรม’ การเลือกกินของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

The Secret Sauce ขอสรุป 16 เทรนด์และอินไซต์สำคัญจากรายงานของ 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง Grab และ LINE MAN Wongnai มาให้ผู้ประกอบการวางแผนสู้ต่อในปี 2026 นี้

 

📌 16 อินไซต์ต้องรู้ เพื่อชัยชนะในสมรภูมิเดลิเวอรี 2026

 

👍 จากงานประกาศรางวัล #GrabThumbsUp Awards 2025 ทาง Grab ประเทศไทย ได้กล่าวถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ดังนี้

 

🔸1. คอนเทนต์นำทางความหิว: การสั่งอาหารในยุคนี้ไม่ได้เริ่มจากเสียงท้องร้อง แต่เริ่มจากภาพบนหน้าจอโดยเฉพาะ TikTok ที่กลายเป็นเครื่องมือค้นหาร้านใหม่ของยุค เพราะสายตาของผู้บริโภคถูกจับจองด้วยอัลกอริทึม การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์จึงไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอด

 

🔸2. รสชาติแห่งความเชื่อมั่น: ผู้คนยอมจ่ายให้กับมาตรฐานที่ไว้ใจได้ เพราะในวันที่เงินในกระเป๋าจำกัด ลูกค้าไม่ต้องการเสี่ยงกับมื้ออาหารที่ไม่ได้คุณภาพ ความสม่ำเสมอจึงเป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้ซื้อใจลูกค้าได้ยั่งยืนที่สุด

 

🔸3. การค้นหาที่จำเพาะเจาะจง: ยุคการเสิร์ชคำกว้างๆ จบลงแล้ว ลูกค้าหันไปเสิร์ช ‘ชื่อเมนูเฉพาะทาง’ หรือ ‘ชื่อแบรนด์’ ที่โด่งดังบนโซเชียลแทน ร้านที่สร้าง ‘เมนูเรือธง’ ได้แข็งแรง จะถูกค้นหาพบก่อนใครในมหาสมุทรเดลิเวอรี

 

🔸4. รีวิวคือพนักงานปิดการขายที่เก่งที่สุด: ร้านที่มีรีวิวดีและจำนวนมากส่งผลต่อยอดบิลที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะรีวิวคือหลักฐานความจริงใจที่ทรงพลังกว่าคำโฆษณา ช่วยลดกำแพงความลังเลใจก่อนกดสั่งได้ดีเยี่ยม

 

🔸5. มื้อเช้าและมื้อดึกคือขุมทรัพย์ใหม่: ในขณะที่มื้อเที่ยงและเย็นแข่งขันกันดุเดือด แต่มื้อเช้าและมื้อค่ำคือดาวรุ่งที่ร้านค้ายังเปิดให้บริการไม่เพียงพอต่อความต้องการ การจับจองพื้นที่ในเวลาที่คู่แข่งน้อยคือกลยุทธ์การสร้างน่านน้ำใหม่ในแอปเดลิเวอรี

 

🔸6. อาหารคือเครื่องมือสะท้อนตัวตน Gen Z: สำหรับคนรุ่นใหม่ อาหารต้องบอกตัวตนได้ หากแบรนด์ของคุณมีเรื่องเล่าและ Packaging ที่สวยงาม คุณจะได้พื้นที่สื่อฟรีบนโซเชียลของลูกค้าและสร้างการซื้อซ้ำได้ดีกว่า

 

🔸7. Structural Reset เน้นความคล่องตัว: การลงทุนหน้าร้านขนาดใหญ่ไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป การใช้เดลิเวอรี่ทดลองตลาดก่อนลงทุนจริงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและทำให้ธุรกิจปรับตัวได้ไวขึ้นในระบบใหม่

 

🔸8. หรูหราในราคาที่เอื้อมถึง: เมนูคลาสสิกที่ Branding ดี คุณภาพสูง แต่ราคาเข้าถึงง่ายจะครองใจคนยุครัดเข็มขัด เพราะแม้เศรษฐกิจจะฝืดเคือง แต่ลึกๆ แล้วทุกคนยังต้องการให้รางวัลตัวเองด้วยมื้อพิเศษเล็กๆ

 

🔸9. Fast Fashion Food จับกระแสให้ไว: เมนูที่เป็นไวรัลบนโลกโซเชียลสามารถเข้าถึงคนทุกวัยได้รวดเร็วและสร้างยอดขายถล่มทลายในเวลาอันสั้น ช่วยให้แบรนด์ดูไม่ล้าหลังและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ทันที

 

🔸10. Merchant AI ที่ปรึกษาส่วนตัวในร้าน: การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ยอดขายและพฤติกรรมลูกค้ากำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ การรู้สาเหตุที่ยอดขายขึ้นหรือลงช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ถูกจุดและวางแผนโปรโมชันได้แม่นยำกว่าที่เคย

 

🔸11. ไรเดอร์คือฟันเฟืองสำคัญ: ความสำเร็จไม่ได้จบที่ก้นครัว แต่จบที่มือลูกค้า ไรเดอร์คือจุดสัมผัสเดียวของผู้บริโภคในโลกออนไลน์ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพาร์ทเนอร์และไรเดอร์จึงส่งผลต่อภาพลักษณ์ของร้านโดยตรง

 

🟢 และจากรายงาน LINE MAN Wongnai Restaurant WrapUp ได้กล่าวถึงสถิติยอดนิยมและการเติบโตเชิงพื้นที่ของร้านอาหารในปีที่ผ่านมา

 

🔸12. ต่างจังหวัด สมรภูมิที่ยังเติบโต: จังหวัดท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่มีอัตราการเติบโตของยอดขายต่อร้านแซงหน้ากรุงเทพฯ ไปแล้ว การกระจายตัวของกำลังซื้อคือโอกาสใหม่ที่ยังไม่ถูกจับจองจนแน่นเกินไป

 

🔸13. มัทฉะ คือทองคำสีเขียว: มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มที่มียอดสั่งเติบโตสูงสุดทะลุ 300% แซงหน้ากาแฟหลายประเภท เพราะมัทฉะไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่ยินดีเปย์แบบไม่ยั้ง

 

🔸14. ส้มตำปูปลาร้า แชมป์ตลอดกาล: ยังคงเป็นเมนูยอดนิยมอันดับ 1 ที่ถูกสั่งผ่านเดลิเวอรีมากที่สุดกว่า 8 ล้านจาน สะท้อนว่ารสชาติที่คุ้นเคยและความแซ่บคือ Comfort Food ของคนไทยที่ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ไม่มีใครโค่นลงได้

 

🔸15. ร้านเล็กโตได้ด้วยพลังสนับสนุน: โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยให้ร้านขนาดเล็กที่มีรายได้ต่ำมียอดขายพุ่งขึ้นได้ถึง 5.9 เท่า แพลตฟอร์มและมาตรการสนับสนุนช่วยเพิ่มการมองเห็นให้ร้านเล็กในชุมชนมีตัวตนเท่าเทียมแบรนด์ใหญ่

 

🔸16. พลังของบริการรับเองที่ร้าน (Self Pick-up): บริการรับเองเติบโตสูงที่สุดในทุกบริการย่อย สะท้อนว่าลูกค้าต้องการความสะดวกของเทคโนโลยีแต่ยังคงต้องการความคุ้มค่าและได้เห็นหน้าร้านจริง

 

ปี 2026 คือปีแห่งความท้าทายที่ร้านอาหารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่เท่าเดิม แต่ในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอสำหรับร้านที่กล้า ‘Disrupt’ ตัวเอง เข้าหาเทคโนโลยี และให้ความสำคัญกับความไว้วางใจของลูกค้า

 

 

The post สรุป 16 อินไซต์เด็ด เจาะกลยุทธ์ร้านอาหารปี 2026: เมื่อ ‘ความเชื่อใจ’ สำคัญกว่า ‘ความหิว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
City Cup คาเฟ่ใหม่ของ City People ชวนขึ้นไปดื่มกาแฟบนตึกแล้วมอง City View https://thestandard.co/life/city-cup-cafe-city-view/ Fri, 23 Jan 2026 02:24:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1168399 บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย

ช่วงนี้คาเฟ่เปิดใหม่มีให้เลือกมากมาย แต่ไม่บ่อยนักที่จะ […]

The post City Cup คาเฟ่ใหม่ของ City People ชวนขึ้นไปดื่มกาแฟบนตึกแล้วมอง City View appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย

ช่วงนี้คาเฟ่เปิดใหม่มีให้เลือกมากมาย แต่ไม่บ่อยนักที่จะได้เจอคาเฟ่บนตึกที่มองเห็นวิวเมืองได้ชัดแบบ City Cup ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 11 ของตึก SSP Tower 2 ย่านคลองเตย ขึ้นลิฟต์มาแล้วจะเจอกับพื้นที่โปร่ง โล่ง และเงียบกว่าที่คิด ช่วงเวลาประมาณสิบโมงเช้าที่เราแวะไป คนยังไม่พลุกพล่าน แสงธรรมชาติที่เข้ามาอย่างพอดีทำให้บรรยากาศดูสบายตา เหมาะกับการนั่งพักหรือเริ่มต้นวันทำงานเบา ๆ

 

บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 1บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 2บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 3

 

The Vibe

 

City Cup เป็นโปรเจกต์ของเจ้าของ 4 คนที่ตั้งใจเก็บโครงสร้างเดิมของพื้นที่ไว้ให้มากที่สุด ตัวร้านมีความโปร่งและมีกระจกรอบร้านที่เปิดรับแสงเข้ามาในร้าน โดยมีทีม LPRD Interior เข้ามาช่วยออกแบบเฉพาะอย่างโซนบาร์กาแฟ และผนัง ขณะที่พื้น เสา และโครงสร้างหลักยังคงสภาพดั้งเดิม

 

บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 4

 

เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นเป็นของสะสมจากบ้านของทีมเจ้าของ โดยเฉพาะโซฟาสีขาวกลางร้านที่กลายเป็นจุดเด่น เจ้าของร้านเล่าว่า “ชอบสไตล์การตกแต่งผสมความ Mid-century กับความโฮมมี่” และได้มีการเพิ่มสีสันจากเก้าอี้ ของตกแต่งให้บรรยากาศดูขี้เล่น แต่ยังคงความอบอุ่นและสบายตา จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อการนั่งใช้เวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อน

 

บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 5บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 6

 

The Taste

 

ในวันที่เราแวะไป เมนูที่เลือกเป็น Ice Matcha Latte (80 บาท) แบบไม่หวาน ใช้มัทฉะนำเข้าจากญี่ปุ่น ให้รสชาติกลมกล่อม ไม่ขมและไม่หวานจนเกินไป

 

ส่วนกาแฟก็มีให้เลือก แบบคั่วกลางเข้ม รสชาติจะออกไปทางดาร์กช็อกโกแลต แต่เราเลือกเป็น Ice Latte (85 บาท) คั่วกลาง โทนจะออกไปทางเบอร์รี สดชื่นขึ้นมาหน่อย

 

บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 7

 

และสั่ง Brownie (65 บาท) ขนาดกำลังพอดีสำหรับการทานเล่นระหว่างนั่งจิบ ไปพร้อมกับมองวิวเมือง เมนูของ City Cup เน้นความเรียบง่ายและเข้าถึงได้ เหมาะกับการแวะมานั่งในช่วงเช้า สาย หรือบ่ายของวันทำงาน

 

บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 8

 

City People City Cup

 

เจ้าของร้านนิยามตัวเองว่าเป็น “คนเมือง” คนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่กับกาแฟ นั่งทำงานตามคาเฟ่ และ City View ทำให้ City Cup จึงถูกออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับ City People ที่อยากมีมุมนั่งคิดงานของตัวเองบนตึก ดื่มกาแฟไปพร้อมกับมองเมืองในมุมที่ต่างออกไป

 

ในอนาคต ร้านมีแผนจะพัฒนาให้เป็น co-working space จัดเวิร์กช็อป และอาจต่อยอดเป็นไวน์บาร์ในช่วงเย็น ขณะนี้ City Cup ยังอยู่ในช่วง soft opening และกำลังค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับผู้คนที่แวะเข้ามา

 

บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 9บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 10บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 11บรรยากาศภายในร้าน City Cup คาเฟ่บนตึกสูงพร้อมวิวเมืองย่านคลองเตย 12

 

Good for…

 

หากวันไหนรู้สึกเบื่อกับวิวแบบเดิม City Cup ก็เหมาะมากกับวันที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโต๊ะทำงาน หรืออยากหาคาเฟ่นั่งบนตึกเพื่อใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือดื่มกาแฟไปพร้อมกับการมองวิวเมืองจากฝั่งคลองเตย

 

City Cup

Address: ชั้น 11 ตึก SSP Tower 2 คลองเตย (MRT ศูนย์สิริกิติ์)

Open: จันทร์-ศุกร์ 08.00-18.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 09.00-18.00 น.

Contact: City Cup

Parking: จอดรถในตึก

Budget: ราคาเริ่มต้น 60 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/qts8WxN1XwCYMMLKA

The post City Cup คาเฟ่ใหม่ของ City People ชวนขึ้นไปดื่มกาแฟบนตึกแล้วมอง City View appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ https://thestandard.co/life/urban-lifestyle-trends-2025-recap/ Mon, 29 Dec 2025 08:40:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1159762 Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่

ต้องบอกว่าปี 2025 คือช่วงเวลาที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองค่อย […]

The post ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่

ต้องบอกว่าปี 2025 คือช่วงเวลาที่ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองค่อยๆ เปลี่ยนจากการไล่ตามความใหม่ ไปสู่การเลือกใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น

 

หลังผู้คนเริ่มฟังร่างกายและจิตใจของตัวเองอย่างจริงจัง เลือกสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นในระยะยาว ขอการพักจากโลกดิจิทัล หรือการกลับไปหาคอมมูนิตี้และพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน รวมถึงดึงดูดให้เราเข้าใกล้ธรรมชาติยิ่งขึ้น

 

แต่ในขณะเดียวกัน 2025 ก็เป็นปีที่มีสิ่งใหม่และปรากฏการณ์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมาของ AI, ย่านใหม่อย่างพระราม 4, Run Club หรือแม้แต่การมาของแบรนด์ระดับโลกมากมายในทุกมิติที่ตบเท้าเข้าเมืองไทย

 

และเหล่านี้คือ 25 ไฮไลท์สำคัญในโลกไลฟ์สไตล์ปี 2025 ที่เรารวบรวมมาฝาก

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 1

 

  • Run Club Era เมื่อการวิ่งกลาย Social Connection

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Run Club คือหนึ่งในโมเมนต์สำคัญในปี 2025 ที่ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ที่เกิดขึ้นในช่วงข้ามปี แต่ว่ามันจะเข้ามาเปลี่ยนนิยามของการวิ่ง จากกิจกรรมทางกายไปสู่ Social Connection ที่คนเริ่มเบื่อกับการพบปะสังสรรค์รูปแบบเดิมๆ

 

Run Club ในไทยเด่นชัดมาตั้งแต่ต้นปี หลังเริ่มมี Run Club เกิดขึ้นมากมาย จากนักวิ่งหลักสิบไปสู่หลักร้อย และหลายร้อยในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ปัจจุบันมีงานวิ่งแทบทุกวีคเอนด์ทั้งในสวนสาธารณะและซิตี้รัน ซึ่งแต่ละงานก็จะมีคาแร็กเตอร์และกิมมิกในการวิ่งที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายคลึงกันคือ Run Club จะเน้นสไตล์และความสนุก มากกว่าโปรแกรมการวิ่งที่เข้มข้น ทำให้ดึงดูดกลุ่มนักวิ่งหน้าใหม่และ Gen Z

 

สิ่งที่ทำให้ Run Club พิเศษคือได้สุขภาพจริง มีเพื่อนคอยเชียร์ กระตุ้นให้ลุกออกมาวิ่ง และได้ Social Connection กลับไปด้วย เพราะได้พูดคุยกันตอนวิ่ง รู้จักกันแบบไม่เครียด ไม่ฝืน เจอคนที่มีความชอบเหมือนๆ กัน

 

ปี 2025 จึงเป็นปีที่ Run Club เป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นกิจกรรมทางสังคมที่คนเมืองใช้ในการไปหาความสมดุล ได้เจอเพื่อน สร้างความสัมพันธ์ ดูแลกายและจิตใจไปพร้อมกัน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 2

 

  • Matcha & Tea Forever! วงการมัทฉะและชา เข้าแล้วไม่ออกเลย

 

ปีที่แล้วมาแรงพอตัว แต่ปีนี้ยังแรงขึ้นได้อีกจนกลายเป็นกระแสมัทฉะฟีเวอร์ที่ทำเอาทั้งผงชาและอุปกรณ์ราคาพุ่งจนฉุดไม่อยู่ เช่นเดียวกับร้านชาและมัทฉะเปิดใหม่ตลอดทั้งปี 2025 ที่มีทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอกเข้ามาเปิดตัวกันไม่หยุด ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนน่าจะตามไปชิมกันจนไม่หวาดไม่ไหวแล้ว

 

ทำให้จากเดิมที่ดูเหมือนมัทฉะและชาต่างๆ เป็นเพียงกระแสหรือตัวเลือกสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ ตอนนี้เครื่องดื่มชาทุกรูปแบบพิสูจน์แล้วว่าได้กลายเป็นตลาดใหม่ และกลายเป็นเครื่องดื่มประจำที่หลายคนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้เราว่าเป็นเรื่องดี เพราะคนชอบดื่มชาอย่างพวกเราจะได้มีชาคุณภาพดีและเมนูใหม่ๆ ให้ลองอยู่ตลอด

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 3

 

  • Coffee Party is a Thing! ปาร์ตี้กาแฟ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของสายเที่ยวที่รักสุขภาพ

 

ต่อไปนี้อาจหมดยุคของการปาร์ตี้จนหัวราน้ำแล้วก็ได้ เพราะคนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การเข้าสังคม และการพักผ่อนแบบเต็มอิ่มมากกว่า ทำให้จากเดิมที่อาจนัดกันไปแฮงเอาต์กันจนเช้า หลายคนจึงเปลี่ยนมาแฮงเอาต์กันตั้งแต่เช้าไปเลย แล้วเอาเวลาตอนกลางคืนไปนอนพักผ่อนเตรียมตื่นไปวิ่ง ไปทำงาน หรือตื่นมาใช้เวลากับตัวเองแบบไม่แฮงก์แทน

 

Coffee Party จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่ว่าวัยไหนก็ขอมีส่วนร่วม เพราะนอกจากความสนุกและได้เพื่อนใหม่ไม่ต่างกัน ทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์ให้เสียสุขภาพหรือทำลายกล้ามเนื้อด้วย

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 4

 

  • Digital Detox Living พักจากหน้าจอ เพื่อกลับมาเชื่อมต่อกับตัวเอง

 

ปีนี้เป็นปีที่คนไทยเริ่มยอมรับตรงๆ ว่าเหนื่อยกับการเชื่อมต่อ หลังจากใช้ชีวิตผ่านหน้าจอมานาน การพักจากโซเชียล ตั้งเวลาปิดการแจ้งเตือน หรือเลือกอยู่ในพื้นที่ไม่รีบร้อน กลายเป็นวิธีดูแลตัวเองแบบใหม่

 

โรงแรมหลายแห่งในไทยเริ่มเสนอ Digital Detox Package เก็บมือถือตอนเช็กอิน พาไปเดินป่า นั่งสมาธิ และอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องพึ่งพามือถือ หรือคาเฟ่หลายที่ในกรุงเทพฯ ก็มี ‘No Wi-Fi Zone’ ให้นั่งอ่านหนังสือ หรือพูดคุยกัน โดยไม่ต้องมีสัญญาณรบกวน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเล่น เช่น การจอย Book Club เพื่ออ่านหนังสือ การออกกำลังกาย เวิร์กช็อปจัดดอกไม้ หรือแม้แต่การเล่นการ์ดเกม

 

และสิ่งที่น่าสนใจคือทัศนคติของคนยุคนี้ก็เปลี่ยนไป ผู้คนจากหนีโลกดิจิทัลมาเป็น ‘ควบคุมการใช้มัน’ เพราะคนเริ่มเห็นคุณค่าของความเงียบ ความคิดที่ชัด ไม่วอกแวก และการอยู่กับปัจจุบัน มากกว่าการต้องคอยอัปเดตตลอดเวลา ซึ่งปีหน้าเราน่าจะได้เทรนด์ Disconnect ของคนเมืองมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 5

 

  • Rama IV, The New Lifestyle Axis พระราม 4 กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์

 

เรียกว่าเป็นปีทองของย่านพระราม 4 อย่างแท้จริง เพราะโปรเจกต์ใหญ่ๆ ตลอดถนนพระราม 4 เปิดทำการปีนี้ แถมยังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง เปลี่ยนย่านที่เงียบเหงาให้กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว เริ่มตั้งแต่ Dusit Central Park ที่ประเดิมด้วยการเปิดโรงแรมดุสิตธานี ก่อนเปิดห้างใหม่ Central Park และสวนลอยฟ้าดุสิตอรุณ ถัดมาอีกนิด One Bangkok กลุ่มอาคารมิกซ์ยูสที่ครบทั้งโรงแรมดัง The Ritz-Carlton, Andaz พร้อม 2 ห้างใหม่ The Storeys, Parade และ Post 1928 ที่กำลังเปิดอีกเร็วๆ นี้ ไหนการปรับปรุงสวนต่างๆ ของสวนลุมพินี และกระแส Run Club ที่ทำให้พระราม 4 กลายเป็นฮับของคนออกกำลังกายยามเช้า เรียกว่าเพียงปีเดียว พระราม 4 พลิกโฉมแบบหมดจด

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 6

 

  • Public Space พื้นที่เมืองที่ถูกใช้งานอย่างมีชีวิต

 

เราไม่รู้จะนิยามปรากฏการณ์เหล่านี้ว่าอะไรดี แต่ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีการใช้ Public Space คุ้มค่าและมีชีวิตชีวา ทั้งในแง่ของงานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งทำให้ภาพรวมของเมืองครึกครื้นน่าดู เช่น การมาของ KAWS Holidays ที่ทำให้สนามหลวงเราคึกคักอีกครั้ง การโปรโมตซีรีส์ Squid Game 3 ที่ทำให้คนกรุงแห่ไปลองกระโดดเชือกกันที่ลานคนเมือง หรือแม้แต่ล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่อง Jurassic World Rebirth สไปโนซอรัส โผล่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดอรุณฯ จนกลายเป็นไวรัลและบทสนทนาของทั้งเมือง

 

ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กรุงเทพฯ กำลังขยับจาก ‘เมืองที่คนแค่ใช้ชีวิตอยู่’ ไปสู่ ‘เมืองที่คนอยากออกมาใช้พื้นที่ร่วมกัน’ พื้นที่สาธารณะจึงไม่ใช่แค่ที่ผ่านทาง แต่คือพื้นที่แห่งประสบการณ์ ความทรงจำ และพลังสร้างสรรค์ ที่ทำให้เมืองกลับมาครึกครื้น มีชีวิต และน่ามองขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 7

 

  • Food ft. Fashion แบรนด์แฟชั่นเจาะวงการไลฟ์สไตล์ผ่านอาหาร

 

ในยุคสมัยนี้ การจะทำให้แบรนด์แฟชั่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนได้จริงๆ เห็นทีว่าคงหนีไม่พ้นการเปิดคาเฟ่หรือร้านอาหารที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้เวลา และสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับแบรนด์ได้จริงๆ เช่นเดียวกับการคอลแลบต่างๆ ที่ทำให้แบรนด์ดูน่าสนุกขึ้นด้วย

 

ตัวอย่างเช่นแบรนด์ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้คือ Gaggan at Louis Vuitton, Café DIOR by Mauro Colagreco, Marimekko Cafe, Café Kitsuné ก่อนในปีนี้พวกเราจะได้เห็นแบรนด์อื่นๆ บ้าง เช่น BOSS Café, Rally x Uno Coffee และ Ralph’s Coffee Bangkok จากแบรนด์ Ralph Lauren

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 8

 

  • Biophilic Design ปีที่บ้านเป็นพื้นที่ Retreat ใจฉบับส่วนตัว

 

ปีนี้เทรนด์ Biophilic Design หรือการนำธรรมชาติเข้ามาไว้ในบ้าน กลายเป็นแนวคิดหลักของการตกแต่งอินทีเรียร์อย่างเต็มตัว เมื่อชีวิตเมืองมีความเร่งรีบและเต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้น บ้านจึงต้องรีเซ็ตตัวเองให้กลายเป็น ‘Refuge’ หรือที่พักพิงที่ช่วยฟื้นพลังจากความอ่อนล้า

 

การผสานธรรมชาติผ่านแสงแดด พืชในร่ม และวัสดุธรรมชาติ ไม่ได้ทำไปเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่งานดีไซน์ยุคใหม่เน้นไปที่การลดความวิตกกังวลและส่งเสริม Mood ของผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เราจึงได้เห็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ไปจนถึงคอนโดใจกลางเมือง เริ่มขยับมาใช้ดีไซน์ที่เน้น Vertical Garden หรือการออกแบบช่องแสงที่คำนวณทิศทางลมธรรมชาติมาให้เสร็จสรรพ เพื่อสร้างสภาวะการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายที่สุด

 

เทรนด์นี้จึงเป็นเครื่องหมายของยุคใหม่ที่เชื่อมโยง Lifestyle, Sustainability และ Wellness เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปลี่ยนนิยามของบ้านให้เป็นสถานที่รักษาจิตใจที่สำคัญที่สุด

 

เอาเป็นว่าใครสนใจเทรนด์ไหน หรืออยากลองเริ่มต้นดูแลตัวเองแบบไหน ก็ลองเลือกสิ่งที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองดูได้เลย

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 9

 

  • Hotel Scene Heats Up โรงแรมดัง ทยอยเปิดตัวไม่ขาดสาย

 

เป็นอีกปีที่ซีนโรงแรมในกรุงเทพฯ หวือหวามาก ไม่ใช่ที่จำนวน แต่เป็นการมาของแบรนด์ดังที่ตัดสินใจเปิดตัวครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น voco Bangkok Surawong และ KROMO Bangkok ของบ้าน IHG การกลับมาแบบสมศักดิ์ศรีของ Dusit Thani Bangkok การลงหลักหลักปักฐานแรก Aman Bangkok โรงแรมหรูระดับอัลตร้าลักชัวรีวนกลับไทยในรอบ 37 ปี หลังเปิด Aman แห่งแรกที่ภูเก็ต นั่นยังไม่รวมแบรนด์ดังย่านพระราม 4 The Ritz-Carlton, Bangkok, Andaz One Bangkok และอีกหลายแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Grand Central Point ที่ปีนี้เปิดที่เดียว 2-3 หมุดหมายปลายทางจนกลายเป็นโรงแรมหนึ่งในใจนักพักผ่อน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 10

 

  • AI Lifestyle ใช้ AI อย่างมีสติ เพื่อจัดการชีวิตรอบด้าน

 

เมื่อ AI ได้แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันของพวกเราอย่างชัดเจน และไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานเท่านั้น แต่ผู้คนใช้ AI ในทุกมิติของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะงาน เงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพ เช่น ช่วยวางแผนมื้ออาหารประจำสัปดาห์ตามโปรตีนที่ต้องการ ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการนอนจาก Whoop แล้วแนะนำว่าควรปรับอะไรในชีวิต บางคนใช้ AI เป็นโค้ชส่วนตัวสร้างโปรแกรมวิ่งหรือการออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเอง หรือแม้แต่ใช้เพื่อทำหน้าที่นักจิตบำบัดได้อีกด้วย

 

ในขณะที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็หันมาใช้ AI ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ เช่น Headspace ที่มี AI แนะนำการทำสมาธิตามอารมณ์ในแต่ละวัน

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคนเริ่มใช้ AI ด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น เราเรียนรู้ที่จะตั้งคำถาม ใช้มันเป็นกระจกส่องพฤติกรรม และเลือกเฉพาะสิ่งที่ยกระดับคุณภาพชีวิตจริงๆ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 11

 

  • Community Reborn คอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนด้วยความหมาย

 

ท่ามกลางโลกที่เร็วและแยกตัว ปี 2025 กลายเป็นปีที่คนไทยหันกลับมาให้ความสำคัญกับคอมมูนิตี้จริงจัง มีกลุ่มอ่านหนังสือที่พบกันเป็นประจำ กลุ่มถ่ายภาพฟิล์มที่รวมตัวกันไปถ่ายรูป นี่ยังไม่รวม Run Club ที่แสดงให้เห็นถึงภาพคอมมูนิตี้ปีนี้ได้อย่างชัดเจน

 

จุดเปลี่ยนคือ Community ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแบรนด์อีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยความหมาย ผู้คนไม่ได้มองหาจำนวนสมาชิกที่ต้องเยอะเท่านั้นถึงจะดี แต่เลือกเข้าหาคอมมูที่เหมาะสมกับเขาจริงๆ สามารถมอบพื้นที่ปลอดภัย มีบทสนทนาที่ลึกและเข้าใจ ช่วยให้เขาเติบโตได้จริง

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 12

 

  • Thai Art on the Rise ศิลปะไทยเติบโต ขยายพื้นที่และบทสนทนา

 

นี่คือปีที่วงการศิลปะไทยขยับขยายทั้งพื้นที่และบทสนทนา เริ่มตั้งแต่ Bangkok Art Biennale ที่เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วเรื่อยมาจนถึงปีนี้ และกระจายงานศิลปะไปทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะวัดอรุณ วัดโพธิ์ ไปจนถึง BACC และ One Bangkok ที่ทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายขึ้น

 

ล่าสุดการมาของ Dib Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลกแห่งแรกของไทย ที่มีคอลเลกชันกว่า 1,000 ชิ้นจากศิลปินไทยและนานาชาติ ทั้งงานของ มณเฑียร บุญมา, Sho Shibuya และ Jame Turrell ในขณะที่ Bangkok Kunsthalle แม้จะเปิดมาตั้งแต่ปี 2024 แต่มาปีนี้ก็ยังมีนิทรรศการเวียนที่น่าสนใจมาลงอยู่เสมอ ส่วนนอกกรุงเทพฯ ตอนนี้ก็มี Khao Yai Art Forest ที่นำศิลปะร่วมสมัยไปผสานกับธรรมชาติของเขาใหญ่

 

รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐอย่าง CEA (Creative Economy Agency) และการเติบโตของนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่ทำให้งานศิลปะไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ งานยืนดูอีกต่อไป

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 13

 

  • ‘Longevity’ ยืนหนึ่งเทรนด์สุขภาพแห่งปี

 

ปีนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คำว่า Longevity เรียกว่าเป็นคีย์เวิร์ดสุขภาพที่มาแรงที่สุดของปี 2025 แต่นิยามของมันไม่ใช่แค่การอยากมีอายุยืน แต่คือการ ‘แก่อย่างมีคุณภาพ’ ด้วยการสร้างสุขภาพเชิงรุกให้ร่างกายพังช้าที่สุด

 

ความฮอตนี้ยืนยันได้ด้วยมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพโลกที่พุ่งทะลุ 7 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึงการเติบโตของบริการแบบ Personalized ที่ใช้ Data มาออกแบบแผนที่สุขภาพรายบุคคล ตั้งแต่ตรวจพันธุกรรม (Genetic Testing) ไปจนถึงวัดค่าความเสื่อมระดับเซลล์เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างแม่นยำ

 

อีกสิ่งที่ชัดเจนคือการเติบโตของ Wellness Retreat ที่มูลค่าแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว ผู้คนไม่ได้มองหาแค่ทริปพักผ่อน ทำสปาสวยๆ แต่ต้องการทริปฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม ทั้งเรื่องปรับการนอน ดีท็อกซ์ และบำบัดความเครียด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนในปีนี้กล้าจ่ายเพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีในระยะยาว

 

HYROX ปีแรกในไทยที่แรงเกินคาด!

 

ถ้าพูดถึงกีฬาที่เป็น Talk of the Town ประจำปี คงหนีไม่พ้น HYROX ที่ประเดิมสนามแรกในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม และสร้างปรากฏการณ์บัตร Sold Out ภายในไม่กี่ชั่วโมงจนผู้จัดต้องประกาศขยายวันเพิ่ม

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 14

 

{{LISTSTART}}T-Beauty เมื่อสกินแคร์ไทยขยับมาเป็นตัวจริงในใจคนรักสวยรักงาม
{{LISTEND}}

 

ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าสนใจมาก เมื่อ T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์บิวตี้จากแบรนด์ไทยโดดเด่นขึ้นมาจนน่าจับตามอง และในหลายมิติเริ่มแซงหน้ากระแส K-Beauty ไปแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผิวและสภาพอากาศเมืองร้อนได้อย่างแม่นยำ

 

ความนิยมนี้สะท้อนผ่านมูลค่าตลาดความงามในไทยที่ประเมินว่าสูงถึง 4.75 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยมีสกินแคร์เป็นหัวแรงหลักในการเติบโต อินไซต์ที่น่าสนใจคือแบรนด์ไทยยุคใหม่เริ่มใช้ Scientific Approach ที่เข้มข้นขึ้น มีการใช้ส่วนผสมท้องถิ่นระดับพรีเมียมมาผสานกับนวัตกรรมแล็บระดับโลก จนเกิดเป็นกระแส ‘Thai Pride’ ที่คนรุ่นใหม่กล้าการันตีคุณภาพให้กันแบบปากต่อปาก แบรนด์ไทยหลายรายจึงเติบโตรวดเร็วและกลายเป็นไอเทมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้อง ‘ซื้อกลับ’ เป็นของฝาก สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า T-Beauty ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมความงามที่ทรงพลัง มากกว่าแค่การเป็นสินค้าตามเทรนด์เหมือนปีก่อนๆ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 15

 

  • Green Space พื้นที่สีเขียวที่เพิ่มมากขึ้น

 

สำหรับคนกรุงเทพฯ ปีนี้เป็นปีที่พื้นที่สีเขียวกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ภาพในแผนผังเมือง แต่ประชาชนอย่างเราๆ สามารถไปใช้งานได้จริง ทั้งเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย หรือนั่งพักใจ และหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเปิดและขยายพื้นที่สีเขียวใหม่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น สวนดุสิตอรุณ บนโครงการ Dusit Central Park ที่เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง, การปรับปรุงพื้นที่เชื่อมต่อของสะพานเขียวที่ทำให้การเดินทางระหว่างสวนลุมพินี และสวนป่าฯ ปลอดภัยขึ้น ไหนจะศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่แปลงพื้นที่บนดาดฟ้าและอาคารจอดรถให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เชื่อมถึงกัน

 

นอกจากนี้ กทม. ยังมีสวนชุมชนขนาดเล็กตามแนวคิด ‘สวน 15 นาที’ กระจายตัวในหลายย่าน ทำให้การเข้าถึงธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลอีกต่อไป ปีนี้อาจยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางของเมืองสีเขียวในอุดมคติ แต่เป็นปีที่ทำให้เห็นชัดว่า กรุงเทพฯ กำลังขยับเข้าใกล้เมืองที่น่าอยู่ขึ้นทีละก้าวอย่างแท้จริง

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 16

 

  • Wellness × Beauty Tech ดูแลกายใจด้วยข้อมูล เลือกสิ่งที่ใช่ ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์

 

ปี 2025 เทคโนโลยีด้านสุขภาพและความงามก้าวจากแค่แเก็ดเจ็ต มาเป็นเครื่องมือที่คนใช้จริงๆ และไม่ได้มีแค่สมาร์ทวอทช์เท่านั้น ปีนี้เป็นปีของอุปกรณ์อย่างสายรัดข้อมืออัจฉริยะ Whoop หรือแหวนอัจฉริยะ Oura Ring ที่ติดตามการนอนหลับ ระดับความเครียด และการฟื้นฟูตัว

 

ขณะที่ฝั่งบิวตี้ความนิยมของ LED Mask เติบโตอย่างต่อเนื่อง กระแสความนิยมมาจากความต้องการดูแลผิวแบบ Non-Invasive ที่ทำเองได้ที่บ้าน คนรักผิวหันมาใช้ LED Mask มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวแบบรอบด้าน ทั้งลดริ้วรอย รักษาสิว เพิ่มความกระจ่างใส และกระตุ้นคอลลาเจน เทรนด์นี้สะท้อนพฤติกรรมใหม่ที่คนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีผิวที่ปลอดภัย ใช้ง่าย และเห็นผลระยะยาวมากขึ้น

 

เราคิดว่าจุดเด่นของปีนี้คือการเปลี่ยนจาก ‘ทำตามคนอื่น’ เป็น ‘เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับเรา’ ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่าอะไรเหมาะกับตัวเองจริงๆ แล้วใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ ซึ่งเราคาดว่าในปี 2026 จะเป็นปีที่คนต้องการเข้าใจร่างกายในระดับที่ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้น ด้วยการใช้ดาต้าเป็นตัวไดรฟ์อย่างแน่นอน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 17

 

  • Global Brand in Thailand เมืองไทยเต็มไปด้วยแบรนด์ดังจากต่างประเทศ

 

นับว่าเป็นปีทองของชาวกรุงเทพฯ เพราะในปีนี้มีร้านอาหารใหม่ๆ แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาแลนดิ้งในเมืองไทยไม่หยุดหย่อน ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นผลพลอยได้จากการมีศูนย์การค้าเปิดใหม่ในปีที่ผ่านมาด้วย

 

ส่วนแบรนด์ระดับโลกที่เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกก็อย่างเช่น Wingstop ร้านไก่ทอดชื่อดังจากอเมริกา, Gongcha แบรนด์ชาชื่อดังจากไต้หวัน, Chagee แบรนด์ชาชื่อดังจากประเทศจีน, SNOWS แบรนด์ขนมจากฮอกไกโด, Cheung Hing Kee เสี่ยวหลงเปาจากฮ่องกง, Tomita Ramen ราเม็งจุ่มเส้นอันดับ 1 จากญี่ปุ่น หรือ Hashtag B แบรนด์ทาร์ตไข่ชื่อดังจากฮ่องกง

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 18

 

  • HYROX ปีแรกในไทยที่แรงเกินคาด!

 

ความนิยมที่ถล่มทลายนี้เป็นเพราะ HYROX ตอบโจทย์คนวงกว้าง มันไม่ใช่แค่การวิ่งมาราธอนหรือการเพาะกาย แต่มันคือ Fitness Race ที่ผสมการวิ่ง 1 กม. สลับกับฐานวัดใจรวม 8 รอบ ผสานเข้ากับบรรยากาศ Sportainment ที่แสงสีเสียงจัดเต็มเหมือนมาดูคอนเสิร์ต คนที่ไปแข่งแล้วก็ติดใจ คนที่สมัครไม่ทันก็อยากไปปีหน้า ส่งผลให้ยิมทั่วไทยต้องแห่เปิดคลาสซ้อม HYROX กันเต็มเมือง

 

กระแสนี้ยังปลุกตลาดอุปกรณ์กีฬาให้คึกคัก อย่าง Puma (Global Partner) ที่ออกรองเท้ากลุ่ม Hybrid มากวาดตลาด หรือแม้กระทั่งเครื่อง Ski/Row จาก Concept2 ก็ได้กลายเป็นของสามัญประจำยิมที่ขาดไม่ได้ไปโดยปริยาย เรียกว่าการมาของ HYROX สร้างแรงสั่นสะเทือนแก่วงการฟิตเนสไทยไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 19

 

  • Pilates Reimagined: เมื่อประสบการณ์สำคัญไม่แพ้การยืดเหยียด

 

แม้พิลาทิสจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปี 2025 คือปีแห่งการอัปเกรดประสบการณ์ สตูดิโอผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดพร้อมโจทย์ใหญ่คือ ทำอย่างไรให้แตกต่าง? คำตอบคือ Variety of Experience ที่ฉีกกฎเดิมๆ ทิ้งไป

 

ยุคนี้สตูดิโอต้องงัดไอเดียมาสู้กันด้วยกิมมิกที่หลากหลาย เราจึงได้เห็นคลาสสไตล์ Beat Pilates ที่สาดแสงสีเสียงกระตุ้นฟีลเหมือนอยู่ในคลับ, การใช้เทคโนโลยี LED Mat เพิ่มการดูแลผิวไประหว่างเล่น หรือการผสมผสานไลฟ์สไตล์อย่าง Pilates & Matcha ที่ได้ยืดเหยียดไปจิบชาไป

 

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นในสวน เกิดเป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่ดึงคนรักสุขภาพมาเจอกันจนทำให้หลากหลายแบรนด์หันมาจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 20

 

  • Racket Sports: เทรนด์กีฬาหวดที่คอร์ตไม่เคยว่าง

 

ปี 2025 ต้องยกให้เป็นปีแห่งไม้หวดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘คอร์ตแตก’ ทั่วกรุงฯ ความแรงนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มีตัวเลขยืนยันชัดเจนจากรายงาน Garmin Connect Data Report 2025 ที่พบว่ายอดกิจกรรมกลุ่ม Racket Sports ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 67% โดยเฉพาะในเอเชียที่โตมากกว่า 2 เท่า สำหรับในไทยเองก็น่าตกใจไม่แพ้กัน เพราะกิจกรรม Badminton โตระเบิดถึง 116% และ Tennis พุ่งขึ้น 65% เรียกว่าเป็นปีที่คนไทยหยิบไม้ลงสนามกันเยอะที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

จุดเริ่มต้นความฮอตต้องยกเครดิตให้พี่ใหญ่อย่าง Tennis ที่ถูกปลุกกระแสด้วยเทรนด์ Quiet Luxury, อิทธิพลจากภาพยนตร์ฝั่งฮอลลีวูด รวมถึงเหล่าบรรดาแบรนด์หรูที่ลงมาเล่นตลาดนี้ จนทำให้ไม้ Tennis กลายเป็น ‘แอ็กเซสซอรี’ วัดฐานะทางสังคม

 

แต่สิ่งที่ทำให้กระแสนี้แมสจนฉุดไม่อยู่ คือการมาถึงของกีฬาน้องใหม่อย่าง Pickleball และ Padel ที่เข้ามาเติมเต็มในจุด ‘Low Skill, High Fun’ คือเน้นความสนุก เข้าถึงง่ายกว่า Tennis มาก ทำให้ภาพรวมสนามกีฬายุคนี้กลายร่างเป็น Social Club แห่งใหม่

 

ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้แบรนด์แฟชั่นหันมาทำคอลเล็กชัน Court-to-Street ที่ใส่เล่นเสร็จเที่ยวต่อได้ รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาและคอมมูนิตี้มอลล์เองก็เริ่มเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นสนามแข่งเพื่อใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนรุ่นใหม่

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 21

 

  • Casual Dining Era ยุคของร้านอาหารสบายๆ แต่รสชาติไม่ธรรมดา

 

จากการที่เราได้คุยกับเชฟใหญ่ระดับโลกและคนทำอาหารหลายๆ คน ทุกคนเห็นด้วยว่าในปีนี้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการนั่งรับประทานอาหารน้อยลง ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือร้านไฟน์ไดนิ่งที่อาจไม่ได้รับความนิยมเท่าปีก่อนๆ

 

ในปีที่ผ่านมาพวกเราจึงได้เห็นเชฟหลายคนหันมาเปิดร้านใหม่ที่มีความ Casual มากขึ้น ไม่ต้องมีพิธีรีตอง เน้นเสิร์ฟอาหารคุณภาพที่ใช้วัตถุดิบดีไม่แพ้อาหารชั้นสูง ซึ่งร้านที่หลายคนให้ความสนใจและอยากแนะนำต่อ อาทิ Margo โดยเชฟวิลฟริด อดีตเอ็คเซคคิวทีฟเชฟของร้านไฟน์ไดนิ่ง Blue by Alain Ducasse, ข้าวสารเสก โดยเชฟแพมแห่งร้าน Potong, Soma Bangkok โดยเชฟชาลีแห่งร้าน Wana Yook และเชฟหนุ่ม แห่งร้าน Samuay and Sons หรือ ข้าวซอยปริญญ์ โดยเชฟปริญญ์ แห่งร้านสำรับ สำหรับไทย

 

เอาเป็นว่าใครเป็นแฟนคลับเชฟคนไหนก็ตามไปลองกันได้นะ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 22

 

{{LISTSTART}}Ice Bath Cold Therapy สู่เทรนด์สุขภาพคนเมือง
{{LISTEND}}

 

ต้องยอมรับว่าปีนี้เทรนด์ Ice Bath หรือการแช่น้ำเย็นจัด กลายเป็นหนึ่งในลิสต์กิจกรรมสุขภาพที่โดดเด่นที่สุดในไทย จากจุดเริ่มต้นในกลุ่มนักกีฬาและสายเวลเนส ตอนนี้ขยายวงกว้างมาสู่คนทั่วไปที่แสวงหาการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม อย่างเต็มตัว

 

เสน่ห์ที่ทำให้หลายคนยอมทิ้งตัวลงในน้ำอุณหภูมิเกือบติดลบ ไม่ได้มีแค่เรื่องการลดอักเสบหลังออกกำลังกายเท่านั้น แต่ในทางวิทยาศาสตร์ น้ำเย็นจัดช่วยกระตุ้นโดพามีนและปลุกระบบประสาทให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนมองว่านี่คือเครื่องมือฝึกสมาธิชั้นดี โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ตอนนี้เราเริ่มเห็นสตูดิโอ Wellness และยิมระดับ High-end หันมาติดตั้งอ่าง Cold Plunge กันเป็นมาตรฐานใหม่ เพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการรีเฟรชสมองจากภาวะ Decision Fatigue หรือความล้าจากการตัดสินใจมาตลอดทั้งวัน ยิ่งมีการแชร์ต่อผ่านคลิปและรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ ก็ยิ่งช่วยสร้างคอมมูนิตี้ให้เทรนด์นี้เติบโต จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้คนเมืองรีเซ็ตตัวเองได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 23

 

  • Superfood & Functional Food กินอาหารเพื่อประโยชน์

 

ปีนี้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วนอกจากการออกกำลังกาย อีกสิ่งที่มาควบคู่กันก็คือการกินอาหารที่หลายคนให้ความสำคัญมากไม่แพ้กัน เพราะไม่ใช่แค่ต้อง Healthy แต่สิ่งที่กินเข้าไปต้องมอบประโยชน์บางอย่างกับร่างกายด้วย

 

พวกเราจึงเห็นคำว่า Superfood และ Functional Food บ่อยขึ้นในปีที่ผ่านมา เพราะสองสิ่งนี้ไม่เพียงดีต่อสุขภาพ แต่ยังมาพร้อมประโยชน์หลายๆ อย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ เช่น มัทฉะช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ ไข่ผำเป็นโปรตีนทางเลือกใหม่ สาหร่าย Sea moss ช่วยเรื่องผิวพรรณ หรือกิมจิเป็นโพรไบโอติกส์ธรรมชาติ

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 24

 

  • Forest Bathing อาบป่า เดินป่า การกลับสู่ธรรมชาติที่บำบัดใจคนเมือง

 

การเดินป่าและกิจกรรม Forest Bathing หรือ ‘อาบป่า’ ได้กลายเป็นทางออกในการฮีลใจและได้เหงื่อแบบคูลๆ ของคนรุ่นใหม่ปีนี้ เราพบว่ากระแสความนิยมนี้ไม่ใช่แค่การแบกเป้ไปเดินป่าเพื่อท้าทายร่างกายตัวเองเท่านั้น แต่คือการได้คอนเน็กต์กับธรรมชาติอย่างมีสติ ได้ฟื้นฟูจิตใจที่เหนื่อยล้าจากโลกดิจิทัลไปในตัว

 

สำหรับศาสตร์ Shinrin-yoku จากญี่ปุ่น หัวใจสำคัญของศาสตร์นี้คือ ‘การดื่มด่ำกับบรรยากาศของป่าผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า’ เพื่อให้ธรรมชาติเยียวยาร่างกายและจิตใจที่เน้นการใช้เวลาท่ามกลางต้นไม้ เสียงนก และกลิ่นป่า เทรนด์นี้ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและเพิ่มภูมิต้านทานร่างกายได้จริง

 

ความน่าสนใจคือตอนนี้กลุ่มคนเมืองเริ่มมองหาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ ‘เข้าถึงง่าย’ แต่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เช่น พื้นที่เขาใหญ่ หรือป่าชุมชนใกล้กรุง ที่มีการจัดกิจกรรมเดินป่าแบบ Mindfulness โดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์คนที่อยากหนีโลกที่วุ่นวายแต่มีเวลาจำกัด เราจึงเห็นกลุ่มเวิร์กช็อปและทริปเดินป่าช่วงสุดสัปดาห์กลายเป็นพื้นที่รวมตัวใหม่ของกลุ่มเพื่อนและครอบครัว เป็นการชาร์จพลังที่ตอบโจทย์ Well-being ของคนยุคนี้ได้อย่างน่าสนุกทีเดียว

 

Update: ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ 25

 

  • Thai Bars, Global Stage บาร์ไทยยืนหยัดได้ในเวทีโลก

 

ไม่มีปีไหนที่บาร์ไทยจะร้อง Chai-Yo ได้ดังเท่าปีนี้อีกแล้ว เพราะวงการบาร์บ้านเราถือว่าท็อปฟอร์มถึงขีดสุด และคว้ารางวัลระดับโลกมาได้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเวที Asia’s 50 Best Bars ที่ปีนี้บาร์ไทยติดลิสต์ Top 50 ถึง 7 บาร์ และ Extended List อีก 3 บาร์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาประเทศแถบเอเชียทั้งหมด แถมยังมีบาร์ไทยติดอันดับ Top 5 ถึง 2 แห่ง ส่งให้ไทยกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักดื่มในเอเชีย

 

ความสำเร็จยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะนี่คือครั้งแรกที่บาร์ไทยเข้าชิง Top 4 บนเวที Spirited Awards® 2025 สาขา Best New International Bar รางวัลที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘ออสการ์ของคนบาร์’ รวมถึงการปรากฏชื่อในลิสต์ระดับโลกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Top 500 Best Bars แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของปีนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนรางวัล แต่คือการที่บาร์ไทยเริ่มสร้าง ‘ลายเซ็นของตัวเอง’ ทั้งการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น การเล่าเรื่องวัฒนธรรมผ่านค็อกเทล ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ที่มีบริบทของความเป็นไทยในแบบร่วมสมัย

 

ปีนี้จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งรางวัล แต่คือปีที่โลกเริ่มมองเห็นว่าบาร์ไทยมีตัวตน มีเสียง และมีมาตรฐานในระดับเดียวกับบาร์ชั้นนำของโลกอย่างแท้จริง

 

 

ภาพ:  THE STANDARD TEAM, Courtesy of the Brands, Shutterstock

อ้างอิง:

The post ไลฟ์สไตล์คนเมืองปี 2025 เปลี่ยนอย่างไร? สรุป 25 ไฮไลท์สำคัญนิยามการใช้ชีวิตแบบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีแห่ง AI ครองเมือง! Google เผยคำค้นปี 68 ‘Gemini’ ยืนหนึ่ง ‘แผ่นดินไหว-น้ำท่วม’ ขึ้นแท่นคำค้นข่าว ‘สงครามส่งด่วน’ คว้าแชมป์ละครและซีรีส์ไทย https://thestandard.co/ai-dominates-google-search-gemini/ Sat, 27 Dec 2025 11:45:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1159209 ปีแห่ง AI ครองเมือง Google เผยคำค้นปี 68 ‘Gemini’ ยืนหนึ่ง ‘แผ่นดินไหว-น้ำท่วม’ ขึ้นแท่นคำค้นข่าว ‘สงครามส่งด่วน’ คว้าแชมป์ละครและซีรีส์ไทย

Google ประเทศไทย เผยรายงาน ‘Year in Search’ ประจำปี 256 […]

The post ปีแห่ง AI ครองเมือง! Google เผยคำค้นปี 68 ‘Gemini’ ยืนหนึ่ง ‘แผ่นดินไหว-น้ำท่วม’ ขึ้นแท่นคำค้นข่าว ‘สงครามส่งด่วน’ คว้าแชมป์ละครและซีรีส์ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีแห่ง AI ครองเมือง Google เผยคำค้นปี 68 ‘Gemini’ ยืนหนึ่ง ‘แผ่นดินไหว-น้ำท่วม’ ขึ้นแท่นคำค้นข่าว ‘สงครามส่งด่วน’ คว้าแชมป์ละครและซีรีส์ไทย

Google ประเทศไทย เผยรายงาน ‘Year in Search’ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการประมวลผลคำค้นหายอดนิยมที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมความสนใจและพฤติกรรมของคนไทยตลอดทั้งปี ข้อมูลในปีนี้ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสังคมไทย ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ และกลายเป็นตัวช่วยหลักในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตของผู้คนในทุกมิติ

 

หมวดเทคโนโลยีถือเป็นไฮไลต์สำคัญของปีนี้ โดยคำว่า ‘Gemini’ สามารถขึ้นแท่นคำค้นหาอันดับ 1 สะท้อนให้เห็นความตื่นตัวของคนไทยที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียนรู้ นอกจากนี้ เครื่องมืออัจฉริยะอื่นๆ เช่น ChatGPT และ DeepSeek ก็ติดอันดับต้นๆ ซึ่งแสดงถึงความเชี่ยวชาญของผู้ใช้งานที่เริ่มคุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อหาคำตอบและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น

 

นอกเหนือจากการใช้งานทั่วไป คนไทยยังขยายความสนใจไปสู่ AI ด้านความคิดสร้างสรรค์ เห็นได้จากการค้นหาเครื่องมืออย่าง PixVerse สำหรับสร้างวิดีโอ, NotebookLM เพื่อช่วยในการค้นคว้าข้อมูล หรือ Suno โปรแกรมแต่งเพลง นอกจากนี้ Hailuo AI, LMArena, Khui AI และ Claude เครื่องมือ AI จากค่ายอื่นๆ ก็ติดโผ 10 อันดับแรกเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าคนไทยพร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ จากหลากหลายผู้พัฒนาทั่วโลก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานและต่อยอดทักษะของตนเอง

 

ในด้านสถานการณ์บ้านเมือง ปี 2568 เป็นปีที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ คำว่า แผ่นดินไหว พุ่งขึ้นสู่อันดับ 1 ในหมวดข่าว ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ทำให้คำว่า ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และ ไทย–กัมพูชา ติดอันดับต้นๆ จากความสนใจของผู้คนที่ต้องการอัปเดตสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ คำค้นหาอย่าง พายุวิภา, พายุคาจิกิ และ ตึกถล่ม ก็ติด 10 อันดับแรกของคำค้นหาในหมวดข่าวเช่นกัน

 

เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างเชียงใหม่และหาดใหญ่ ทำให้คำค้นหาเกี่ยวกับ ลงทะเบียนน้ำท่วม 2568 ออนไลน์ และ เช็คสถานะน้ำท่วมออนไลน์ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนบทบาทของดิจิทัลแพลตฟอร์มในฐานะศูนย์กลางข้อมูลฉุกเฉิน ที่ช่วยเชื่อมโยงประชาชนผู้เดือดร้อนเข้ากับมาตรการเยียวยาและความช่วยเหลือจากภาครัฐ

 

นโยบายเศรษฐกิจปากท้องยังคงเป็นวาระเร่งด่วนที่ประชาชนให้ความสนใจ โครงการ คนละครึ่ง พลัส และ เที่ยวไทยคนละครึ่ง ติดอันดับคำค้นหายอดนิยมต่อเนื่อง ชี้ชัดว่ามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการสูงสุด ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องรัดเข็มขัด การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสวัสดิการรัฐจึงเป็นพฤติกรรมหลักของคนไทยในการวางแผนการเงิน

 

ด้านความบันเทิงซึ่งเป็นเสมือนกระจกสะท้อนรสนิยมของคนในชาติ ละครและซีรีส์ไทยในปีนี้มีความโดดเด่นด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นและหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่อง สงคราม ส่งด่วน ที่ครองแชมป์อันดับ 1 ในหมวดนี้ ด้วยเค้าโครงเรื่องที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของผู้ก่อตั้งบริษัทขนส่งชื่อดังอย่าง Flash Express ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ชมที่ต้องการเห็นเบื้องลึกของวงการธุรกิจสตาร์ทอัพ

 

ในขณะเดียวกัน ละครพีเรียดอย่าง คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ ก็ได้รับความนิยมทั่วประเทศ ขณะที่ เขมจิราต้องรอด, สายรักสายเลือด และ บนพระจันทร์ มีกระต่าย ติดอันดับ 3–5 ตามลำดับ ฝั่งละคร/ซีรีส์เกาหลี ปีนี้โดดเด่นด้วยภาคต่อของซีรีส์ระดับโลก โดยสควิดเกม เล่นลุ้นตาย 2 ครองอันดับ 1

 

ตามด้วย เมนูรักพิชิตใจราชาและ หนุ่มดวงจู๋กับหมอดูคนจ๋วย สองซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ผสานธีมอาหารและโหราศาสตร์ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนซีรีส์จีนอย่าง กระวานน้อยแรกรัก และ อริรักลิขิตใจ ก็ติดอันดับต้นๆ บ่งบอกถึงฐานผู้ชมที่ขยายตัว

 

เทรนด์การท่องเที่ยวปีนี้เผยให้เห็นกระแสความสนใจในเมืองรอง หรือ Secondary Cities โดยจังหวัดอย่าง กำแพงเพชร สุโขทัย และ ลำปาง กลายเป็นจุดหมายใหม่ที่นักเดินทางค้นหา ข้อมูลนี้ระบุว่านักท่องเที่ยวเริ่มมองหาเสน่ห์ของวิถีชุมชนและความเงียบสงบที่แตกต่างไปจากเมืองท่องเที่ยวหลักเดิมๆ เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

การท่องเที่ยวต่างประเทศก็มีทิศทางที่น่าสนใจ เมื่อประเทศ ภูฏาน หรือ Bhutan ครองอันดับ 1 ในหมวดนี้ ตามมาด้วยเมืองอย่าง จูไห่, ซินเจียง และ วังเวียง สิ่งนี้สื่อถึงรสนิยมของนักเดินทางไทยที่ต้องการเปิดประสบการณ์ในเส้นทางใหม่ๆ ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

ไลฟ์สไตล์ด้านอาหารการกินปีนี้ยกให้ มัทฉะ และ ชิโอะปัง หรือขนมปังเกลือ เป็นเมนูยอดฮิตที่มีการค้นหาสูตรและร้านจำหน่ายมากที่สุด ตอกย้ำวัฒนธรรมคาเฟ่ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเมนูทำง่ายอย่าง น้ำจิ้มแจ่ว และ แกงโสฬส ที่บ่งบอกถึงความนิยมในการทำอาหารทานเองที่บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

 

หมวดวิธีทำ หรือ How-to เป็นเครื่องการันตีความต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยคำว่า วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส และ วิธีดูไทป์ตัวเองแบบสัตว์ ได้รับความนิยมสูง เป็นหลักฐานว่า Google Search ทำหน้าที่เป็นทั้งคู่มือการใช้ชีวิตจริงจังที่ช่วยให้เข้าถึงสิทธิ์ต่างๆ

 

ท้ายที่สุด หมวดคำถาม คืออะไร ยังคงได้รับความนิยมในการค้นหาความหมายของคำศัพท์ใหม่ๆ โดยคำแสลงอย่าง กีกี้ คืออะไร และ ซาแซง คืออะไร ติดอันดับต้นๆ ซึ่งสื่อถึงความพยายามของผู้คนในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมย่อยและกระแสสังคมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ก้าวทันต่อบทสนทนาและการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

 

ภาพ : Nwz / Shutterstock

The post ปีแห่ง AI ครองเมือง! Google เผยคำค้นปี 68 ‘Gemini’ ยืนหนึ่ง ‘แผ่นดินไหว-น้ำท่วม’ ขึ้นแท่นคำค้นข่าว ‘สงครามส่งด่วน’ คว้าแชมป์ละครและซีรีส์ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 ธันวาคม 2568) https://thestandard.co/life/calendar-4-10-december-2568/ Thu, 04 Dec 2025 12:37:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1151502 CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 ธันวาคม 2568)

วันเวลาผ่านไปเร็วมาก เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนสุดท้าย […]

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 ธันวาคม 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 ธันวาคม 2568)

วันเวลาผ่านไปเร็วมาก เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีแล้ว แถมสัปดาห์นี้ยังมี ‘วันพ่อแห่งชาติ’ ให้ได้ถือโอกาสพาที่บ้านออกมาเที่ยวหรือใช้เวลาร่วมกัน

 

เราเลยคัดกิจกรรมน่ารักๆ ที่ไปกันได้ทั้งบ้านมาฝาก ไม่ว่าจะเป็นงานพลุสวยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินเล่นชมนิทรรศการศิลปะต่างๆ หรือไปชิมของอร่อยในงานแฟร์มัทฉะ

 

เตรียมเคลียร์คิวให้ว่าง แล้วจูงมือคุณพ่อ ครอบครัว หรือคนสำคัญ มาเก็บโมเมนต์ความทรงจำดีๆ ส่งท้ายปีให้ใจฟูไปด้วยกันเลย

 

Taste of Tea: The Aesthetic of Matcha Origin

 

Taste of Tea: The Aesthetic of Matcha Origin

 

คนรักมัทฉะห้ามพลาดงานนี้ ‘Taste of Tea: The Aesthetic of Matcha Origin’ งานรวบรวมมัทฉะตัวท็อปทั่วญี่ปุ่นมาให้ได้ลองกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจากเมือง Uji, Nishio หรือ Kagoshima

 

ภายในงานมีเมนูเครื่องดื่มและขนมมากมายให้ได้เลือกชิม แถมยังมีอุปกรณ์ชงชาสวยๆ ให้เลือกช้อปติดมือกลับบ้านอีกด้วย

 

When: วันนี้ – 9 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00-22.00 น.

Where: ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

More Info: Siam Paragon

 

WanderDog A Journey of iJUD

 

WanderDog A Journey of iJUD

 

ชาวทรงวาดเตรียมเช็กอินด่วน! เพราะ BEANS Coffee Roaster เปลี่ยนโรงคั่วกาแฟให้กลายเป็นงานนิทรรศการสุดชิคของเจ้าตูบ ‘ไอ้จุด’ ให้เดินเล่นกันเพลินๆ พบกับน้องหมามีปีก ห้องกระจกจุดเช็กอินสุดปัง และซึมซับบรรยากาศของตึกเก่าไปพร้อมกันเลย

 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษที่ Collab กับเมล็ดกาแฟ ‘DINDIN’ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาคด้วย บอกเลยว่ามาที่นี่จะได้ทั้งความสนุก เพลิดเพลิน และได้บุญไปพร้อมๆ กันด้วย

 

When: วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30-17.30 น.

Where: ถนนทรงวาด (MRT สถานีวัดมังกร ทางออก 1)

More Info: Beansroaster.bkk

 

Magic Mountain: The Ontology of Blue

 

Magic Mountain: The Ontology of Blue

 

นิทรรศการ Magic Mountain: The Ontology of Blue พาทุกคนมาดูเบื้องหลังของ ‘เหมืองทอง’ ผ่านงานศิลปะที่ใช้ ‘สีฟ้า’ แทนไซยาไนด์ ในกระบวนการสกัดทอง ที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แถมยังอันตรายต่อชีวิตคนและธรรมชาติ ซึ่งเป็นความจริงที่ชวนนึกถึงโลกทุนนิยมนี้ มูลค่าของเงินกำลังกลบคุณค่าของชีวิตเราอยู่หรือเปล่า

 

When: วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00-19.00 น.

Where: ซอยเจริญกรุง 36

More Info: WarinLab

 

Vijit CHAO PHRAYA 2025

 

Vijit CHAO PHRAYA 2025

 

กลับมาแล้ว กับงานพลุที่หลายคนรอคอย ‘Vijit CHAO PHRAYA 2025 แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน’ ดูวิวพลุสุดตระการตาในบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมรับลมเย็นฟินๆ บอกเลยว่างานนี้รูปสวยมาก

 

เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วชวนเพื่อนหรือจูงมือคนรู้ใจมาที่นี่ด้วยกันเลย

 

When: วันที่ 5, 6, 7, 13, 14, 20, 21 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00-22.00 น. (โชว์พลุเริ่ม 20.45 น.)

Where: สะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพฯ

More Info: Vijit Chao Phraya 2025

 

BE

 

BE

 

มาเดินเล่นนิทรรศการ ‘BE’ ปล่อยใจจอยๆ ดูภาพวาด แอนิเมชัน แกลเลอรีภาพกว่า 100 ชิ้น หรือจะแวะนั่งพักในห้องหนังสือก็ได้ฟีลสุดๆ และไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือต้นคริสต์มาสยักษ์ ให้แวะมาเก็บโมเมนต์ดีๆ ไปด้วยกันเลย

 

When: วันที่ 6 ธันวาคม 2568 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00-19.00 น.

Where: Trendy Gallery ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

More Info: River City Bangkok

 

TWICE Pop-Up

 

TWICE Pop-Up

 

ใครที่เป็นแฟนคลับสาวๆ TWICE ต้องพุ่งตัวมาทางนี้ กับ TWICE Pop-Up Store ที่เต็มไปด้วยความสดใสและมุมถ่ายรูปปังๆ

 

งานนี้ขนสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น กองทัพของสะสม เสื้อฮู้ด ยูนิฟอร์ม เคส แท่งไฟ หรือรองเท้าสลิปเปอร์ รวมถึงเสื้อยืดลายพิเศษที่มีแค่ที่นี่เท่านั้น แถมยังมีโปรโมชั่นฟินๆ รออยู่อีกมากมายเลย

 

When: วันนี้ – 16 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00-22.00 น.

Where: ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

More Info: Siam Paragon

 

​​The Afterglow: Awaken the Senses

 

​​The Afterglow: Awaken the Senses

 

มาปล่อยตัว ปล่อยใจ แล้วขยับร่างกายไปตามเสียงดนตรีกับ ‘The Afterglow: Awaken the Senses’ ปาร์ตี้ไร้แอลกอฮอล์ ที่เป็นพื้นที่ให้เราได้ Connect กับเพื่อนใหม่ๆ เข้าด้วยกัน

 

ภายในงานจะได้พบกับศิลปิน ทั้ง Yemanjo, Nixsa และ Alex Acharya พร้อมไฮไลต์พิเศษอย่าง Shibari (ศิลปะการมัดเชือกญี่ปุ่น) ที่ถ่ายทอดความงดงามทางศิลปะได้ลึกซึ้งสุดๆ

 

นอกจากนี้ยังมีโซน Sensory Bazaar ให้เดินช้อปงานคราฟต์และแฟชั่นเก๋ๆ ในบรรยากาศสุดอบอุ่นและเป็นกันเอง

 

สามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/theafterglowthailand/awakenthesenses

 

When: วันที่ 10 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00-22.00 น.

Where: Soho House Bangkok ซอยสุขุมวิท 31

More Info: @theafterglow.project

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (4-10 ธันวาคม 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระแส ‘มัทฉะฟีเวอร์’ ฮิตทั่วโลก ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนใบชาและเครื่องจักรแปรรูป จนโรงงานถึงขั้นต้องหยุดรับออเดอร์ https://thestandard.co/japan-matcha-shortage-stop-orders/ Sun, 30 Nov 2025 04:52:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1149757 กระแส ‘มัทฉะฟีเวอร์’ ฮิตทั่วโลก ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนใบชาและเครื่องจักรแปรรูป จนโรงงานถึงขั้นต้องหยุดรับออเดอร์

หลังความนิยมบริโภคชาเขียวแบบผงพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เริ่ม […]

The post กระแส ‘มัทฉะฟีเวอร์’ ฮิตทั่วโลก ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนใบชาและเครื่องจักรแปรรูป จนโรงงานถึงขั้นต้องหยุดรับออเดอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระแส ‘มัทฉะฟีเวอร์’ ฮิตทั่วโลก ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนใบชาและเครื่องจักรแปรรูป จนโรงงานถึงขั้นต้องหยุดรับออเดอร์

หลังความนิยมบริโภคชาเขียวแบบผงพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เริ่มทำให้ประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะขาดแคลนใบชาและเครื่องจักรแปรรูป แม้ที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากจะทยอยปรับพื้นที่เพาะปลูกจากใบชาทั่วไป หรือที่เรียกว่าเซนฉะ มาสู่ใบชาสำหรับผลิตมัทฉะ เทนฉะ แต่ปริมาณผลผลิตก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่เครื่องจักรที่ใช้ในการบดและแปรรูปก็เริ่มขาดตลาดเช่นกัน

 

นาโอยูกิ ฮาชิโมโตะ ผู้อำนวยการบริษัท Maruyama Tea Products ในจังหวัดชิซูโอกะ เปิดเผยว่า เมื่อความนิยมมัทฉะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงเร่งลงทุนซื้อเครื่องบดและอุปกรณ์แปรรูป ทำให้มีกำลังผลิตปีละประมาณ 300 ตัน และส่งออกไปยังอเมริกาเหนือรวมถึงตลาดหลักอื่นๆ

 

แต่กำลังผลิตดังกล่าวยังไม่เพียงพอ บริษัทจึงเตรียมขยายโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 100 ตันต่อปี แต่ปัญหาที่เจอตอนนี้ คือ บริษัทเริ่มขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตมัทฉะ ปัจจุบันโกดังเต็มไปด้วยเทนฉะที่รอการบดเป็นผง
พร้อมอธิบายว่าขั้นตอนการผลิตมัทฉะต้องใช้สายพันธุ์ชาและวิธีการปลูกที่แตกต่างจากเซนฉะอย่างสิ้นเชิง

 

เช่นเดียวกับ Ito En ผู้ผลิตชาเขียวรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้จัดตั้งแผนกจัดหามัทฉะโดยเฉพาะเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดย ยาสุตากะ โยโกมิจิ หัวหน้าแผนก กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีโรงงานแปรรูปของตนเอง แต่จำเป็นต้องมองหาพันธมิตรภายนอกเพื่อช่วยบดใบชา โดยถึงขั้นติดต่อโรงงานโม่แป้งเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการรับจ้างแปรรูปมัทฉะ

 

อีกทั้ง Ito En ยังลงทุนเพิ่มเครื่องบดแบบค้อนอีก 2 เครื่องในโรงงานชิซูโอกะ ตั้งเป้ายกระดับกำลังผลิตเป็น 630 ตันต่อปี แต่บริษัทก็ยอมรับว่าอาจยังไม่เพียงพอต่อดีมานด์ตลาด ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตเครื่องบดรายเล็กอย่าง Ikeda Seicha Kikaiten ในเกียวโตก็ต้องหยุดรับออเดอร์ไปจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2026 เนื่องจากยอดสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากจนทำให้ผลิตไม่ทัน

 

เรียกได้ว่าความต้องการมัทฉะในตลาดต่างประเทศเพิ่มสูงจนทำสถิติใหม่ โดยข้อมูลจากสภาส่งเสริมการส่งออกชาแห่งญี่ปุ่น ระบุว่า ปริมาณการส่งออกชาเขียวผงในช่วงมกราคม–สิงหาคม 2025 อยู่ที่ 5,162 ตัน สูงกว่าตลอดปี 2024 ที่ 5,091 ตัน และมากกว่าปี 2020 ถึง 2.1 เท่า

 

ขณะที่มูลค่าส่งออกชาเขียวในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 27.1 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นถึง 170% เมื่อเทียบกับปี 2020 และสหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย โดยความนิยมที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากราคากาแฟที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มหันมาดื่มมัทฉะแทน

 

ในส่วนของภาพรวมผลผลิตเทนฉะของญี่ปุ่นในปี 2023 อยู่ที่ 4,176 ตัน เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 เท่านับจากปี 2013 โดยเฉพาะจังหวัดคาโกชิมะมีผลผลิตมากกว่า 2,000 ตันในปี 2024 จากที่เมื่อ 7 ปีก่อนยังไม่มีกำลังผลิตเลย สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรกรจำนวนมากหันมาปลูกเทนฉะเพิ่มขึ้น เนื่องจากการพึ่งพาเซนฉะเพียงอย่างเดียวไม่คุ้มค่าอีกต่อไป และแม้ปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ซัพพลายก็ยังไม่เพียงพอ

 

สำหรับราคาซื้อขายเทนฉะในปี 2024 อยู่ที่ 3,278 เยนต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นราว 5% ในรอบทศวรรษ และอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากทั้งความต้องการของตลาดต่างประเทศและการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

ทาเคโอะ สุกิตะ ซีอีโอของ Aiya บริษัทผู้ส่งออกมัทฉะรายใหญ่ ย้ำว่า ผลผลิตเทนฉะปีนี้ลดลงราว 20% จากสภาพอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนปีก่อน ทำให้บริษัทต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่ทั้งในและต่างประเทศ แม้คาดว่ายอดส่งออกปีนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 30%

 

ภาพ: norikko / shutterstock

อ้างอิง:

The post กระแส ‘มัทฉะฟีเวอร์’ ฮิตทั่วโลก ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนใบชาและเครื่องจักรแปรรูป จนโรงงานถึงขั้นต้องหยุดรับออเดอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MATCHAKA ร้านมัทฉะในไวบ์สุดเท่แห่งใหม่ย่านอารีย์ https://thestandard.co/life/matchaka-ari-billy-masterchef-modern-matcha/ Fri, 07 Nov 2025 04:55:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1140600 matchaka-ari-billy-masterchef-modern-matcha

เราเชื่อว่าหลายคนเห็นร้านมัทฉะแห่งใหม่ย่านอารีย์อย่าง ‘ […]

The post MATCHAKA ร้านมัทฉะในไวบ์สุดเท่แห่งใหม่ย่านอารีย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
matchaka-ari-billy-masterchef-modern-matcha

เราเชื่อว่าหลายคนเห็นร้านมัทฉะแห่งใหม่ย่านอารีย์อย่าง ‘MATCHAKA’ กันแล้ว โดยร้านอยู่ต้นซอยพหลโยธิน 7 สามารถเดินมาจากสถานีรถไฟฟ้าได้เลยง่ายๆ แต่ที่นี่จะแตกต่างหรือเมนูอะไรน่าลองบ้าง วันนี้เราจะพาไปชิม

 

ผู้อยู่เบื้องหลังร้านมัทฉะแห่งนี้คือ บิลลี่-ชัชวาล บุญทอง อดีตผู้เข้าแข่งขัน Master Chef Thailand Season 4 ที่ตั้งใจเปิดร้าน MATCHAKA ขึ้นมาเพื่อนำเสนอชาเขียวในสไตล์โมเดิร์น ด้วยการใช้มัทฉะเกรดพรีเมียม และชงเสิร์ฟด้วยรสเข้มข้น หอม นัว

 

ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef

 

เมนูที่แนะนำให้ลองคือ ‘Matcha Cheesecake (135 บาท)’ มัทฉะเข้มข้นท็อปด้วยครีมชีสด้านบน มาพร้อมวาราบิโมจินุ่มๆ ให้เคี้ยวสนุก 

 

‘Matcha Caramel Miso (135 บาท)’ มัทฉะที่มาพร้อมท็อปปิ้งคาราเมลพุดดิ้งอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านบนท็อปด้วยซอสคาราเมลผสมมิโสะรสหวานตัดเค็มปลายๆ รสกำลังกลมกล่อม ถูกใจคนที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของคาราเมลแน่นอน

 

อีกหนึ่งเมนูที่พวกเราชอบมากๆ คือ ‘Matcha Strawberry Latte (125 บาท)’ มัทฉะลาเต้ที่มีเนื้อสตรอว์เบอร์รี่เปรี้ยวๆ หวานๆ อยู่ด้านล่าง แก้วนี้ดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ 

 

ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef

 

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแนวโซดาอย่าง ‘Matcha Yuzu Soda (105 บาท)’ และไอศกรีมสไตล์ Soft Serve เบสมัทฉะมะพร้าวให้ลองด้วย เช่น ‘Parfait (129 บาท)’ ที่มาพร้อมกับท็อปปิ้งวาราบิโมจิ ตัดกับครัมเบิ้ลกรอบๆ กินแล้วสนุกจนวางช้อนแทบไม่ลงแน่นอน

 

ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef ร้าน MATCHAKA มัทฉะ บิลลี่ Master Chef

 

🍵 Good for

สำหรับใครที่ผ่านไปมาย่านอารีย์ แล้วอยากแวะคาเฟ่เท่ๆ จิบมัทฉะสไตล์ขนมสักหน่อย อย่าลืมแวะมาที่นี่ดู เราชอบที่แต่ละแก้วไซส์ใหญ่แถมราคาน่ารัก แบบนี้คงแวะมาได้บ่อยๆ แน่นอนเลย

📍 MATCHAKA

  • Open: เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 9.00 น.)
  • Address: ซอยพหลโยธิน 7
  • Budget: 150-200 บาท
  • Contact: Matchaka

 

The post MATCHAKA ร้านมัทฉะในไวบ์สุดเท่แห่งใหม่ย่านอารีย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้ https://thestandard.co/life/4-hours-life-with-ploi-horwang/ Tue, 04 Nov 2025 09:51:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1139188 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้**

4 ชั่วโมงกับ Living Quality ของพลอย หอวังในช่วงนี้ &nbs […]

The post 4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้**

4 ชั่วโมงกับ Living Quality ของพลอย หอวังในช่วงนี้

 

ในช่วงนี้คุณเองได้ใส่ใจกับคำว่า Living Quality มากแค่ไหน? ฟังดูเหมือนเป็นคำง่ายๆ แต่ถ้าเราใส่ใจมัน มันจะทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรามีความหมายมากขึ้น เช่นเดียวกับที่ช่วงนี้ พลอย หอวัง เริ่มหันกลับมาสนใจ Living Quality ของตัวเองมากขึ้น พลอยบอกว่า “มันเหมือนเป็นการบาลานซ์ชีวิต” หัวใจหลักคือการจัดเวลา ทั้งการทำงานและการพักผ่อน พอเราเริ่มอายุมากขึ้นเราจะสนใจรอบข้างน้อยลง และหันกลับมาสนใจตัวเองมากขึ้น และ Living Quality ของพลอยเองก็มักจะเริ่มต้นที่บ้าน เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ดี หรือได้ใช้เวลาคุณภาพกับน้องดัสตี้ น้องหมาของ พลอย หอวัง

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 1 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 2

 

ในขณะเดียวกันหากอยากออกมานอกบ้าน พลอยก็มักจะมีกิจกรรมที่ช่วยให้การพักผ่อนของพลอยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การออกไปหาร้านมัทฉะอร่อยๆ ดื่ม การช็อปปิ้ง หรือแม้แต่พาน้องหมาไปวิ่งเล่น

 

4 HOURS LIFE with ในครั้งนี้ เราอยากพาทุกคนไปตามหา Living Quality ในแบบของ พลอย หอวัง ที่จะมีทั้งการทำตามแพสชัน การทำกิจกรรมที่สนุกจนอยากทำเป็นประจำ และการกลับมาอยู่กับตัวเองและสัตว์เลี้ยงที่เรารัก

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 3

 

Grow Tea.Studio

 

เริ่มต้นกันที่ร้านแรก Grow Tea.Studio ร้านนี้บ่งบอกถึงความหลงใหลของพลอยในช่วงนี้ได้ดีสุดๆ เป็นเวลากว่า 2 ปีที่พลอยได้เริ่มเข้าสู่วงการนี้ เริ่มต้นจากการชิม จนเริ่มอยากลองชงเองที่บ้าน พลอยเองก็มองว่าการชงมัทฉะเป็นเหมือนการได้ทำกิจกรรมกับตัวเอง ได้ใช้สมาธิ และได้เรียนรู้รสชาติใหม่ๆ ไปในเวลาเดียวกัน อันที่จริงพลอยเองเป็นคนที่ตามชิมมัทฉะร้านใหม่ๆ อยู่เป็นประจำ แต่ที่แวะมาร้านนี้บ่อยเพราะที่นี่เขารวบรวมมัทฉะคุณภาพดีหลากหลายสายชนิดมาไว้ในที่เดียว และพลอยเองก็เริ่มเวิร์กช็อปมัทฉะจากร้านนี้ด้วย เลยทำให้อินสุดๆ เมน ที่พลอยสั่งบ่อยๆ ที่ร้านนี้คือเมนูประเภทลาเต้ และ เมน ที่มีส่วนผสมของมะพร้าว แต่ถ้าใครไม่ถนัดมัทฉะที่นี่ ยังมีชาอีกหลากหลายประเภท แถมมีขนมไว้กินคู่กับชาอีกด้วย

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 4 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 5 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 6

 

Open: เวลา 09.00-17.00 น. (เสาร์-อาทิตย์ปิด 19:00 น.) หยุดวันพุธ

Address: สุขุมวิท 31

Budget: 135-200 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/uAcnBMXYByW8jCLT9

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 7

 

Ramen Ichiban

 

มาต่อกันที่ร้าน Ramen Ichiban ร้านราเมนเก่าแก่ในซอยสุขุมวิท 24 ที่เปิดมาเป็นเวลายาวนาน ร้านนี้เป็นร้านราเมนที่ให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่ที่ญี่ปุ่น มีโซนที่นั่งทั้งโต๊ะที่สามารถนั่งได้หลายคน และ เคาน์เตอร์บาร์ที่สามารถนั่งกินคนเดียวดูเชฟทำอาหารไปด้วยได้ พลอยบอกกับเราว่าร้านนี้เป็นร้านราเมนที่ไม่ได้รสจัดมาก แต่เป็นมื้อที่เอาไว้ฮีลตัวเองในวันที่เหนื่อยๆ หลังทำงานเสร็จ อันที่จริง Living Quality ก็อาจจะเกิดขึ้นด้วยด้วยการให้รางวัลตัวเองในวันที่เหนื่อยล้าได้เช่นกัน

 

เมนูประจำของพลอยคือ Hanramen Half Portion (ราคา 100 บาท) เมนูเบสิกที่ซดหลังเลิกงานแล้วฟินสุดๆ ชามนี้เป็นเมนูโชยุราเมนที่รสชาติกลมกล่อม แอบบอกว่าราเมนที่นี่ชามใหญ่มาก ถ้าเป็นคนทานไม่เยอะแบบพลอยให้สั่ง Half Portion อันที่จริงทางร้านยังมีเมนูอื่นที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งขนมจีบ และ เกี๊ยว ใครกำลังมองหาร้านราเมนทานง่ายๆ เป็นมื้อฮีลตัวเองหลังเลิกงานไปร้านนี้ได้เลย

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 8 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 9 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 10

 

Open: เวลา 11.00-01.00 น.

Address: สุขุมวิท 24

Budget: 100-300บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/byYD7dtGfJf6kh1r6

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 11

 

Oyster & Things

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้พลอยมีความสุขนั่นคือการช็อปปิ้ง และร้าน Oyster & Things ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่พลอยเสียเงินให้บ่อยมากๆ เพราะพลอยเป็นคนชอบซื้อของจุกจิกชิ้นเล็กๆ มาแต่งบ้าน และที่นี่เขาก็ขายของใช้ของตกแต่งบ้านแนวๆ วินเทจหลากหลายหมวดหมู่ ถ้าคุณเดินเข้าไปไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นสไตล์ไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน มักจะมีของที่เตะตาคุณจนสุดท้ายคุณต้องเสียเงินให้มัน!

 

เช่นเดียวกับพลอยที่เสียเงินโดยไม่รู้ตัว และของที่นี่ก็เหมาะกับการตกแต่งบ้านของพลอยอยู่แล้ว เนื่องจากพลอยไม่ได้เป็นคนเอาของไปเก็บไว้ในตู้ แต่ชอบที่จะนำของออกมาวางโชว์มากกว่า ทำให้ของตกแต่งบ้านจากร้านนี้เหมาะกับบ้านพลอยสุดๆ อันที่จริงการตามหาพร็อพแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ นอกจากจะช่วยเสริมรายละเอียดให้บ้านสวยขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจง่ายๆ เมื่อเราได้อยู่ในบ้าน และยังช่วยให้เกิดช่วงเวลาดีๆ ในบ้านอีกด้วย

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 12 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 13 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 14

 

Open: เวลา 10.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์

Address: สุขุมวิท 36

Map: https://maps.app.goo.gl/evV5dYvQNeHJd8vBA

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 15

 

Dogs Dream

 

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พลอยมาสร้างช่วงเวลา Living Quality นอกบ้านกับน้องดัสตี้ น้องหมาของพลอย ที่นี่คือ Dogs Dream สถานที่ที่คนรักหมาสามารถมาแฮงเอาต์ได้อย่างครบวงจร เพราะที่นี่มีทั้งสระว่ายน้ำสำหรับน้องหมา สนามหญ้ากว้างๆ มีพื้นที่ให้น้องมาได้มาเข้าสังคม และปลดปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่ แถมยังมีสินค้าของใช้สำหรับน้องหมาวางขายอีกเพียบ ส่วนเจ้าของที่พาน้องหมามาก็ไม่ต้องกลัวเหงาเพราะเขามีอาหาร เครื่องดื่ม มาให้เราได้นั่งกินสบายๆ ในบรรยากาศชิลๆ อีกด้วย ซึ่งบางทีพลอยเองก็มาที่นี่ตั้งแต่บ่ายกลับอีกที 3 ทุ่ม! ใครที่กำลังมองหาสถานที่แฮงเอาต์ที่เอ็นจอยได้ทั้งคนทั้งน้องหมา ที่ Dogs Dream ตอบโจทย์สุดๆ การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่แค่พลอยที่ได้สร้างช่วงเวลา Living Quality กับน้องดัสตี้ แต่น้องดัสตี้เองก็ได้มี Living Quality กับเพื่อนๆ น้องหมาเองเหมือนกัน

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 16 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 17 **4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 18

 

Open: ทุกวันเวลา 10.00-00.00 น.

Address: ราชพฤกษ์

Map: https://maps.app.goo.gl/6BxbNuLxN3fdbUsv6?g_st=ipc

 

**4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้** 19

 

สำหรับพลอยหอวัง คำว่า Living Quality เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากที่บ้าน พลอยบอกว่า “สำหรับพลอยทุกอย่างมันเกิดขึ้นที่บ้าน ถ้าเราพักผ่อนที่บ้านเพียงพอ บรรยากาศในบ้านมันเอื้อต่อการพักผ่อน มันก็ส่งผลให้วันนั้นเป็นวันที่ดีได้” ซึ่งเคล็ดลับในการสร้างบรรยากาศในบ้านให้เกิด Living Quality ในแบบของพลอย เทคนิคง่ายๆคือการทำบ้านให้ดูโฮมมี่ อบอุ่น ถึงแม้พลอยจะเป็นคนชอบสีสัน แต่พอเป็นเรื่องการแต่งบ้าน พลอยกลับชอบบรรยากาศแบบอบอุ่นโฮมมี่มากกว่า และ บรรยากาศแบบนี้มันทำให้พลอยได้รู้สึกว่าบ้านคือที่พักผ่อนอย่างแท้จริง

 

#TheStandardLife #TheUrbanGuidetoWellbeing #4hourswith #4hourswithPloiHorwang #GrowTeaStudio #RamenIchiban #OysterAndThings #DogsDream #APThai #AP #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APLivingQuality #ที่สุดของLivingQualityในแบบคุณ #LivingQuality

The post 4 HOURS LIFE with Ploi Horwang กับ Living Quality ในช่วงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ https://thestandard.co/imperial-shizuoka-matcha-history/ Mon, 03 Nov 2025 00:41:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1138923 ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’

THE STANDARD WEALTH บินลัดฟ้าเยือนเมือง ชิซูโอกะ (Shizu […]

The post ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’

THE STANDARD WEALTH บินลัดฟ้าเยือนเมือง ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น เมืองเล็กๆ แสนอบอุ่น ที่ใช้เวลาเดินทางเพียงราว 2 ชั่วโมงจากกรุงโตเกียว ก็สามารถสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติและวิถีชนบทญี่ปุ่น

 

แต่เมื่อพูดถึง ชิซูโอกะ นั้นก็ถือเป็นเมืองได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ดินแดนแห่งภูเขาไฟฟูจิ’ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคชูบุบนเกาะฮอนชู รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงาม และมีที่ราบสูงนิฮอนไดระ และชายฝั่งมิโฮะ มัตสึบาระ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

 

นอกจากความงดงามของธรรมชาติแล้ว ชิซูโอกะยังขึ้นชื่อเรื่อง ‘ชาเขียว’ หรือ เรียวกุฉะ (緑茶) อันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแหล่งปลูกและผลิต ‘ไร่ชาที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น’ ที่สืบทอดภูมิปัญญาและคุณภาพมานานหลายศตวรรษ

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 1

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ไร่ชาแห่งนี้มีชื่อว่า ‘ยามามะ มัตสึดะเอ็น’ (Yamama Masudaen Co., Ltd) )’ เป็น 1 ใน 3 ไร่ชาเขียวที่ใหญ่ที่สุด และเป็นไร่ชาเก่าแก่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี 1870 หรือ ในสมัยเมจิที่ 3 เรียกได้ว่า มีอายุเก่าแก่ถึง 155 ปี ทีเดียว
ต้นกำเนิดไร่ชาในยุคบุกเบิกญี่ปุ่น สู่ไร่ชาจักรพรรดิ

 

สึโยมิ เล่าให้ฟังว่า ไร่ชาในบริเวณโอมะเอซากิ ถือเป็นแปลง Koizumihara ที่เริ่มการเพาะปลูกโดย Maruo Bunroku เมื่อประมาณศตวรรษที่ 19 ซึ่งปัจจุบันได้บริหารจัดการและปลูกโดยไร่ชายามามะ มัตสึดะ เอ็น สืบต่อกันมา หลายชั่วอายุคน

 

กระทั่งได้รับรางวัลอันสูงสุด ‘ถ้วยจักรพรรดิ (天皇杯 – Emperor’s Cup)’ ในปี 2015 โดยสึโยมิ ถือเป็นทายาทรุ่นที่ 5 สืบทอดการบริหาร นั่นเอง

 

ไร่แห่งนี้เปิดให้รับชมและเรียนรู้การเพาะปลูกชา มีโครงการ ‘chatto’ (เล่น เรียนรู้ ปลูก) การปลูกชาแบบรุ่นสู่รุ่น ที่เปิดพื้นที่กว่า 1.1 เฮกตาร์ (เทียบเท่าฟุตบอล 1.5 สนาม) เพื่อปลูกชาสายพันธุ์ ‘tsuyuhikari’

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 2

 

ที่นี่เปิดให้หนุ่มสาวรุ่นใหม่เรียนรู้ ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บใบ โดยมีจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น ปลูกชา เดินในไร่ เก็บใบชา ตลอดจนมัทฉะเกรดพิธีการ สร้างประสบการณ์แบบ immersive ที่ไม่เหมือนใคร

 

ปัจจุบันไร่ชาและโรงงานชายามามะ มัตสึดะเอ็น มีกำลังการผลิตมากกว่า 100 ตันต่อปี ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ชาเขียวพรีเมียม ส่งออกไปยัง 30 ประเทศทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1991 หรือราว 34 ปี แล้ว

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาของไร่ยามามะ มัตสึดะเอ็น มีความพรีเมียมจนผู้บริโภคให้การยอมรับ ก็มาจากแนวคิดการ ผลิตชาอย่างยั่งยืน ‘ผสานเกษตรแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่’ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งยังบริหารจัดการน้ำ พร้อมระบบสปริงเกอร์ เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต และในยามแผ่นดินไหว

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 3

 

ไร่ชาที่นี่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสม ไร้สารเคมี มีการวางระบบลมพัดหมุนเวียนตลอดในไร่ชา ด้วยการติดตั้งพัดลมสูงทำมุมกับช่องว่างระหว่างแถวปลูกชา ที่สำคัญคือ ใช้รถเก็บเกี่ยว ไม่ใช้แรงงานคน เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ใบชาได้คุณภาพก็คือรอบการเก็บเกี่ยว ไร่ชาแห่งนี้จะมีรอบเก็บเกี่ยวทั้งหมด 4 ช่วง ได้แก่

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 4

 

ช่วงที่ 1: Ichibancha หรือชาใหม่ เมษายน-เดือนพฤษภาคม

 

ช่วงที่ 2: Nibancha เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 2 ในฤดูร้อน ช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน-ต้นเดือนกรกฎาคม

 

ช่วงที่ 3: Sanbancha เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 3 ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนสิงหาคม ระยะนี้เหมาะสำหรับนำไปทำขนมหรืออาหาร เพราะจะเริ่มมีการเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองและมีรสขมยิ่งขึ้น

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 5

 

ช่วงที่ 4: Yonbancha เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 4 ซึ่งพบได้ในบางพื้นที่ ในปลายเดือนกันยายน-ต้นเดือนตุลาคม โดยจะได้ใบชาที่มีคุณภาพสูงมาก และเป็นการเก็บใบชาเพื่อนำไปทำเป็นผงชา หรือที่เรียกกันว่า ‘มัทฉะ’ (Matcha) 抹茶 หรือชาวญี่ปุ่นออกเสียงว่า มัตจะ นั่นเอง

 

ด้วยวิธีคิดในการทำไร่ชายั่งยืนคู่กับวิธีการเก็บเกี่ยวใบชา ที่มีความพิถีพิถันสูงมาก ไร่ชายามามะ มัตสึดะเอ็น เป็นต้นแบบการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิม จึงได้รับรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด ‘ถ้วยพระจักรพรรดิญี่ปุ่น’ ในที่สุด

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 6

 

คาเฟ่ ‘อินทนิล’ ลงสนามมัทฉะ! รุกตลาดชาเขียวพรีเมียม นำเข้า 5 ตัน เสริมพอร์ตเครื่องดื่มสุขภาพ

 

แบรนด์กาแฟ ‘อินทนิล’ ของบางจาก ก็ไม่พลาดที่จะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม โดยเลือกใช้ ชาเกรดพิเศษจากไร่ชายามามะ มัตสึดะเอ็น แห่งนี้ มาเป็นส่วนผสมหลักในเมนูเครื่องดื่มให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติแท้จากต้นกำเนิด

 

“ปีนี้เราเห็นถึงกระแสมัทฉะในไทย จึงเตรียมจัดส่งชาเกรดพรีเมียมล็อตแรก ปริมาณ 5 ตัน ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมายังร้านอินทนิลในไทย โดยเน้นการคัดเฉพาะใบชารุ่นเก็บเกี่ยวในรอบที่ 3-4” ณิภาภรณ์ จักรพิทักษ์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด กล่าว

 

ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ 7

 

ณิภาภรณ์ บอกว่า เรียกได้ว่า อินทนิลเดินหน้าลงสนามแข่ง เครื่องดื่มชาเขียวพรีเมียมเต็มสูบในปีนี้ เพราะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z หรือกลุ่มผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพหันมาดื่มมัทฉะกันเยอะ

 

น่าสนใจว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าใน ‘ปีนี้ 2025 ผงมัทฉะจะมียอดนำเข้าแซงใบชาเขียวในไทยอีกด้วย

 

ดังนั้น อินทนิล ตั้งเป้าขยายเมนูเครื่องดื่มชาเขียวพรีเมียม ให้ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศภายในปี 2025 ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 200 แก้วต่อวันต่อสาขา จากในปัจจุบันที่ 100 แก้ว (รวมทุกเมนูไม่เฉพาะชาเขียว) พร้อมกับการเพิ่มจำนวนสาขาใหม่เป็น 1,800 สาขา จากปัจจุบันที่มีกว่า 1,100 สาขา

 

“เป้าหมายสำคัญคือยอดขายต้องเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท เครื่องดื่มมัทฉะจึงเป็นส่วนหนึ่งในแผนเพิ่ม EBITDA ในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil) ของบางจาก ให้เติบโตได้ 30% ใน 3 ปี” ณิภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

The post ตามรอยไร่ชาจักรพรรดิญี่ปุ่น ‘มัทฉะชิซูโอกะ’ ตำนาน 150 ปี จากยอดชาหลังฟูจิซัง สู่คาเฟ่ ‘อินทนิล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>