พ.ร.ก. กู้เงิน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/พ-ร-ก-กู้เงิน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 10 Mar 2026 12:15:35 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปลัดคลังเผย ยังไม่ออกพ.ร.ก.กู้เงิน ชี้ กองทุนน้ำมันฯ มีกลไกกู้เองได้ 2 หมื่นล้าน ยังไม่ต้องให้คลังช่วย https://thestandard.co/finance-oil-fund-no-emergency-loan/ Tue, 10 Mar 2026 12:15:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1186317 ภาพปลัดกระทรวงการคลังแถลง ยืนยันยังไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงินค้ำกองทุนน้ำมันฯ

ปลัดคลังยันยังไม่ออก พ.ร.ก. กู้เงินค้ำกองทุนน้ำมันฯ เหต […]

The post ปลัดคลังเผย ยังไม่ออกพ.ร.ก.กู้เงิน ชี้ กองทุนน้ำมันฯ มีกลไกกู้เองได้ 2 หมื่นล้าน ยังไม่ต้องให้คลังช่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปลัดกระทรวงการคลังแถลง ยืนยันยังไม่ออก พ.ร.ก.กู้เงินค้ำกองทุนน้ำมันฯ

ปลัดคลังยันยังไม่ออก พ.ร.ก. กู้เงินค้ำกองทุนน้ำมันฯ เหตุกลไกกองทุนยังรองรับสถานการณ์และสามารถกู้เองได้ 2 หมื่นล้านบาท ชี้พร้อมคุยกระทรวงพลังงานเพื่อประเมินจังหวะกู้เงินอีกที หากราคาน้ำมันผันผวนสูง

 

วันนี้ (10 มีนาคม) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ สำหรับนำมาใช้เป็นวงเงินเสริมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน

 

นอกจากนี้ ลวรณยังกล่าวว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินจังหวะในการใช้มาตรการกู้เงินอย่างเหมาะสม โดยเบื้องต้น จะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกลไกหลักในการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะยังรองรับได้อีกระยะหนึ่ง เมื่อพิจารณาตามราคาพลังงานในปัจจุบัน

 

ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันฯ เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ยังมีกรอบวงเงินที่สามารถกู้ยืมได้เองอีกประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งกรอบวงเงินดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นหนี้สาธารณะ ขณะที่การค้ำประกันเงินกู้ของรัฐบาลถือเป็นหนี้สาธารณะ

 

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย (พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ) มีการกำหนด ‘กรอบวงเงินกู้’ ของกองทุนน้ำมันฯ ไว้ โดยตามข้อมูลจากปลัดกระทรวงการคลัง สะท้อนว่า ปัจจุบันยังเหลือวงเงินที่บริหารจัดการเองได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท

 

สำหรับมาตรการภาษี เช่น การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะถูกเลือกเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากต้องใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เป็นเครื่องมือแรกในการแก้ปัญหา

 

ส่วนการประเมินภาวะทางเศรษฐกิจ ยังถือว่าเร็วเกินไป เนื่องจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยหลัก ‘ยังคงผันผวน’ และจำเป็นต้องรอให้นิ่งเสียก่อนจึงจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน

The post ปลัดคลังเผย ยังไม่ออกพ.ร.ก.กู้เงิน ชี้ กองทุนน้ำมันฯ มีกลไกกู้เองได้ 2 หมื่นล้าน ยังไม่ต้องให้คลังช่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: กู้เงินเพิ่มลุย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ดันหนี้สาธารณะนิวไฮ คุ้มไหม? | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-29052024-3/ Wed, 29 May 2024 06:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=938819 กู้เงิน เพิ่ม ลุย ดิจิทัลวอลเล็ต

วิเคราะห์ความสามารถในการกู้หรือก่อหนี้ของรัฐบาลไทยเป็นอ […]

The post ชมคลิป: กู้เงินเพิ่มลุย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ดันหนี้สาธารณะนิวไฮ คุ้มไหม? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
กู้เงิน เพิ่ม ลุย ดิจิทัลวอลเล็ต

วิเคราะห์ความสามารถในการกู้หรือก่อหนี้ของรัฐบาลไทยเป็นอย่างไรในปัจจุบัน และโครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ กระทบต่อหนี้สาธารณะ-ความเสี่ยงแค่ไหน

 

พูดคุยกับ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บล.เกียรตินาคินภัทร

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: กู้เงินเพิ่มลุย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ดันหนี้สาธารณะนิวไฮ คุ้มไหม? | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปให้แล้ว! ทำไม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ได้ไปต่อ พร้อมหงายไพ่ตัวเลือกอื่นๆ ที่ (อาจ) เหลืออยู่ https://thestandard.co/digital-wallet-and-the-options/ Thu, 18 Jan 2024 02:12:16 +0000 https://thestandard.co/?p=889000

หลังจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรั […]

The post สรุปให้แล้ว! ทำไม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ได้ไปต่อ พร้อมหงายไพ่ตัวเลือกอื่นๆ ที่ (อาจ) เหลืออยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศเลื่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ครั้งที่ 1/2567 ออกไป 

 

โดยมีเหตุผลมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะส่งข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลเพิ่มเติม สะท้อนว่าโครงการเรือธงของรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน อาจจะเจออุปสรรคทางกฎหมายเพิ่มเติมจาก ป.ป.ช.

 

และเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าโครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ได้ไปต่อ โดย THE STANDARD WEALTH ได้สรุปปัญหาและอุปสรรคของโครงการมาให้แล้ว ดังนี้

 

เริ่มจากข้อคิดเห็นจาก ‘คณะกรรมการกฤษฎีกา’ ซึ่งนับเป็นข้อคิดเห็นที่สำคัญ เนื่องจากกฤษฎีกาถือเป็นด่านแรกที่จะฟันธงว่า พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทนี้จะผ่านหรือไม่ โดยข้อสังเกตที่กฤษฎีกาเสนอมา ได้แก่

 

1. รัฐบาลยังตอบไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยวิกฤตหรือไม่?

 

เนื่องจากตามมาตรา 53 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ระบุว่า การกู้เงินเพิ่มเติมต้องเกิดสถานการณ์วิกฤต หรือต้องใช้กรณีจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น

 

2. รัฐบาลยังตอบไม่ได้ว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะคุ้มค่าหรือไม่?

 

เนื่องจากตามมาตรา 57 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ระบุว่า การกู้เงินเพิ่มเติมจะกระทำได้แต่เฉพาะเพื่อใช้จ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือสังคม

 

โดยนอกจากข้อคิดเห็นจาก ‘คณะกรรมการกฤษฎีกา’ แล้ว รัฐบาลยังต้องการรอฟังข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย เนื่องจากต้องการจะทำให้มั่นใจว่าการเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปจะไม่ผิดกฎหมายใดๆ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่ได้รับโทษ หรืออาจถูกจำคุกหลังจากการดำเนินโครงการนี้

 

โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม สื่อหลายสำนักรายงานข้อคิดเห็นบางส่วนของ ป.ป.ช. ที่เตรียมส่งให้รัฐบาล โดยหลายข้อคิดเห็นของ ป.ป.ช. ก็เป็นข้อคิดเห็นที่หลายหน่วยงาน รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เคยแสดงความเห็นไปแล้ว ได้แก่

 

3. โครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการคลัง

 

เนื่องจากหากรัฐบาลจะดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะสมดุล ดังนั้นภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เข้าขั้นวิกฤต การกระตุ้นเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและความจำเป็น ตลอดจนผลกระทบ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ และภาระทางการเงินการคลังในอนาคต 

 

4. มีความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย เหตุแหล่งเงินไม่ตรงตามที่หาเสียงไว้

 

เนื่องจากเงื่อนไขการแจกเงินไม่ตรงตามที่พรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายตอนหาเสียง จากเดิม 4 แหล่ง จากการบริหารงบประมาณมาเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท โดยการอ้างเหตุวิกฤตเศรษฐกิจ และเงื่อนไขในการแจกเงินเปลี่ยนไป

 

โดยเหตุผลข้อที่ 4 นี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเหตุผลที่สำคัญและแก้ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ หากรัฐบาลจะเลือกออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทต่อไป

 

เปิด ‘ตัวเลือก’ ที่รัฐบาลยังเหลืออยู่ หากต้องการทำดิจิทัลวอลเล็ตต่อไป

 

วานนี้ (17 มกราคม) ที่รัฐสภา ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่เอกสารของ ป.ป.ช. โดยมองว่า รัฐบาลอาจจะใช้ความเห็นของ ป.ป.ช. เป็นเหตุผลล้มโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

 

พร้อมยืนยันว่า “ความเห็นของ ป.ป.ช. ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายที่จำเป็นอะไร ซึ่งเท่าที่อ่านมาก็ไม่คิดว่าเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ด้วยซ้ำไป แต่หากคิดว่าเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลก็ควรรับฟัง” พร้อมย้ำว่า “แต่ก็ไม่ควรนำมาเป็นจุดอ้างอิง”

 

นอกจากนี้ ศิริกัญญายังกล่าวถึงตัวเลือกอื่นๆ ที่รัฐบาลอาจทำได้ ได้แก่

 

1. เปลี่ยนแหล่งเงินไปใช้งบประมาณปี 2568 แทน

 

อย่างไรก็ตาม ศิริกัญญากล่าวว่า งบประมาณปี 2568 ก็มีข้อจำกัดคือ ไม่มีที่ว่างเหลือให้ใส่โครงการขนาด 5 แสนล้านบาทเข้าไป ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังระยะปานกลาง

 

ดังนั้น “หากรัฐบาลลดขนาดของโครงการลงมาให้เล็กลง ก็พอที่จะยัดเข้าไปในปี 2568 ได้ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ปลอดภัยที่สุดแล้วที่ทำได้” ศิริกัญญากล่าว

 

2. การแก้ไข พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ตัดคำว่าวิกฤตออก

 

นอกจากนี้ ศิริกัญญากล่าวถึงอีกวิธีที่เป็นไปได้คือ การแก้ไข พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ในกรณีที่รัฐบาลอยากจะกู้เงิน ไม่จำเป็นต้องมีวิกฤตก็ได้อะไร ซึ่งรัฐบาลก็เป็นกลุ่มเสียงข้างมากในรัฐสภาอยู่แล้ว 

 

3. ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทแทน พ.ร.บ.

 

อีกทางหนึ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้คือ การใช้อำนาจของฝ่ายบริหารเพื่อออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อกู้เงิน เป็นการบายพาสขั้นตอนที่ยุ่งยากต่างๆ 

 

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าตัวเลือกการใช้ พ.ร.ก. อาจถูกตัดทิ้ง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะถูกตรวจสอบภายหลัง

 

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​การคลัง​ ยันยืนเมื่อวันที่ 16 มกราคมว่า การออก พ.ร.บ.กู้เงินยังเป็นตัวเลือกหลัก โดยระบุว่า “ยอมรับว่าการออก พ.ร.บ.กู้เงินนั้นมีความเสี่ยง และรัฐบาลเองก็มีทางเลือกอื่น ไม่ว่าจะเป็นการออกพระราชกำหนด หรือการรองบประมาณ ก็อยู่ในอำนาจที่ทำได้ แต่ขณะนี้คณะกรรมการยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ดังนั้นจึงยังคงเดินหน้า พ.ร.บ.กู้เงินต่อไป” 

 

จุลพันธ์ลั่น ดิจิทัลวอลเล็ตอาจไม่ทันเดือนพฤษภาคม แต่ยืนยันยังไม่ล้มโครงการ

 

โดยเมื่อวานนี้ (17 มกราคม) จุลพันธ์กล่าวอีกว่า “ถ้าดูกรอบเวลาวันนี้ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่น่าจะทันเดือนพฤษภาคม แต่รัฐบาลยืนยันว่าเราจะต้องเดินหน้านโยบายแจกเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตต่อไป” 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่ทันกรอบงบประมาณปี 2567 ยาวไปถึงปี 2568 จุล​พันธ์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ ต้องรอหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมก่อน 

 

พร้อมปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่ายังคงจะออกเป็น พ.ร.บ.​กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หรือจะใช้แหล่งที่มาอื่น โดยขอให้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายฯ ก่อน และจะรอจนกว่าจะได้ความเห็นจาก ป.ป.ช. แม้ว่าจะต้องรอนานกว่า 1 เดือน และตอนนี้ยังไม่มีตัวเลือกที่จะยุติโครงการหรือล้มโครงการ 

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แม้ตอนนี้จะยังไม่เห็นจุดที่ต้องยกเลิกโครงการ แต่จะมีโอกาสไปถึงจุดนั้นใช่หรือไม่ จุล​พันธ์กล่าวว่า “ผมยังไม่เห็นจุดนั้นครับ” ส่วนใครจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะเดินหน้าหรือยุติโครงการ จุล​พันธ์ย้ำว่า ต้องรอการพูดคุยกัน

The post สรุปให้แล้ว! ทำไม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ อาจไม่ได้ไปต่อ พร้อมหงายไพ่ตัวเลือกอื่นๆ ที่ (อาจ) เหลืออยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาธิการ ป.ป.ช. ปัดเอกสารความเห็นดิจิทัลวอลเล็ตขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ความเห็น ป.ป.ช. เผยอยู่ระหว่างรอฟีดแบ็ก คกก. https://thestandard.co/niwatchai-digital-wallet-opinion-document/ Tue, 16 Jan 2024 07:48:42 +0000 https://thestandard.co/?p=888314

วันนี้ (16 มกราคม) นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post เลขาธิการ ป.ป.ช. ปัดเอกสารความเห็นดิจิทัลวอลเล็ตขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ความเห็น ป.ป.ช. เผยอยู่ระหว่างรอฟีดแบ็ก คกก. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มกราคม) นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงเอกสารที่มีการเผยแพร่ว่าเป็นรายงานของคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตของ ป.ป.ช. ที่เตือนคณะรัฐมนตรีว่าโครงการเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญนั้น

 

เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ไม่ใช่ความเห็นของ ป.ป.ช. และไม่ทราบว่ามาจากหน่วยงานใด หรือเป็นความเห็นของคณะทำงานที่รวบรวมความเห็นเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่หรือไม่ แต่หากเป็นความเห็นของ ป.ป.ช. จะต้องผ่านมติของกรรมการฯ เท่านั้น ซึ่งตอนนี้คณะกรรมการยังไม่มีความเห็นใดๆ เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะต้องรอคณะกรรมการแต่ละคนส่งความเห็นสรุปกลับมา ก่อนจะมีมติและส่งความเห็นกลับมาให้รัฐบาล

 

เอกสารระบุดิจิทัลวอลเล็ตเสี่ยงทุจริตเชิงนโยบาย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารดังกล่าวที่เผยแพร่มีข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. จากข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลที่ควรพิจารณาหลายประเด็น เช่น

 

ประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย: เนื่องจากเงื่อนไขการแจกเงินไม่ตรงตามที่พรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายตอนหาเสียง จากเดิม 4 แหล่ง โดยการบริหารงบประมาณมาเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท โดยการอ้างเหตุวิกฤตเศรษฐกิจ และเงื่อนไขในการแจกเงินเปลี่ยนไป 

 

ประเด็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ: รัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะสมดุล ดังนั้นภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เข้าขั้นวิกฤต การกระตุ้นเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและความจำเป็น ตลอดจนผลกระทบ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ และภาระทางการเงินการคลังในอนาคต 

 

ประเด็นความเสี่ยงด้านกฎหมาย: จากข้อมูลประเด็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ได้ผลสรุปชัดเจนแล้วว่าสภาวะเศรษฐกิจยังไม่เข้าข่ายวิกฤต โดยมีการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจจะขยายตัวในช่วง 2566-2568 ในระดับปานกลาง

 

ดังนั้นรัฐบาลจะตรา พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อมาดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตเพียงครั้งเดียว จึงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ มิฉะนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะผิดเงื่อนไขมาตรา 53 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 

 

อ้างอิง:

The post เลขาธิการ ป.ป.ช. ปัดเอกสารความเห็นดิจิทัลวอลเล็ตขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ความเห็น ป.ป.ช. เผยอยู่ระหว่างรอฟีดแบ็ก คกก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จุลพันธ์’ ปัดนายกฯ สั่งทำงบปี 68 เผื่อดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันไม่ปิดช่องออก พ.ร.ก. แทน พ.ร.บ.กู้เงิน https://thestandard.co/julapan-2025-budget-digital-wallet/ Tue, 16 Jan 2024 05:57:50 +0000 https://thestandard.co/?p=888232

วันนี้ (16 มกราคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าก […]

The post ‘จุลพันธ์’ ปัดนายกฯ สั่งทำงบปี 68 เผื่อดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันไม่ปิดช่องออก พ.ร.ก. แทน พ.ร.บ.กู้เงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มกราคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความเห็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ตอนนี้ความเห็นดังกล่าวยังมาไม่ถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่อยู่ระหว่างการเดินทาง จึงส่งผลให้วันนี้ต้องเลื่อนการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตออกไป เพื่อรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน เนื่องจากเกรงว่าหากมีการประชุมในวันนี้จะถูกมองว่าเร่งรัด จึงต้องรอความเห็นเข้ามาพร้อมกันเพื่อดูเอกสารให้ละเอียด ทั้งความเห็นของสำนักงานกฤษฎีกาและ ป.ป.ช. ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต และเดินหน้าโครงการฯ ตามคำแนะนำให้ได้มากที่สุด แม้ว่าเวลาจะเหลือน้อยลงแต่ยังตั้งเป้าว่าจะเริ่มโครงการในเดือนพฤษภาคมตามกำหนดเดิม แต่ทั้งนี้ต้องรอความเห็น

 

จุลพันธ์ยืนยันว่า รัฐบาลยังไม่มีการหารือเรื่องการลดขนาดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จาก 5 แสนล้านบาท เหลือ 3 แสนล้านบาท และใช้งบประมาณปกติในการดำเนินโครงการ ตนไม่มั่นใจว่าข่าวที่ออกมามาจากไหน 

 

เมื่อถามว่า หากไม่สามารถออก พ.ร.บ.กู้เงิน ได้ รัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.ก. แทนหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หารือแนวทางดังกล่าว เพราะ พ.ร.ก. เป็นอำนาจของ ครม. อยู่แล้ว สามารถทำได้ตลอดเวลา

 

จุลพันธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติกรอบวงเงิน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.6 ล้านล้านบาท เป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 7.13 แสนล้านบาท พร้อมอนุมัติการแก้ไขปฏิทินงบประมาณฯ ปี 2568 เพิ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาหลังจากงบประมาณฯ ปี 2567 เสร็จสิ้น แต่จะให้ทันกรอบการใช้เงินในเดือนตุลาคม ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 

ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีสั่งให้จัดทำงบประมาณฯ ปี 2568 เผื่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มีการหารือประเด็นนี้ใน ครม.

 

ครม. มีมติลดภาษีน้ำมันดีเซล 1 บาท 3 เดือน 

 

จุลพันธ์กล่าวถึงการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลว่า มีการปรับลดเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน โดยตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2567 จะมีการปรับลดลง 1 บาท 

 

ส่วนจะมีการปรับลดลงถึง 2.50 บาท เหมือนรอบที่ผ่านมาได้หรือไม่นั้น จุลพันธ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำ เนื่องจากใช้กลไกในการช่วยเหลือเบื้องต้น โดยรัฐบาลก็มีการอุดหนุนถึง 5 บาท เป็นไปตามกลไกการปรับเปลี่ยนราคาโครงสร้างของพลังงานเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณของแผ่นดินในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องดูราคาตลาดโลกประกอบด้วย 

 

ส่วนที่กระทรวงพลังงานไม่อยากให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 30 บาทต่อลิตร หากกระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตลงเพียง 1 บาท จะต้องไปใช้เงินในกองทุนน้ำมันใช่หรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า เป็นการบริหารจัดการภายในที่สามารถดูแลในเรื่องของราคาให้เป็นไปตามเป้าได้ ไม่มีการตั้งเป้าราคาไว้ 

 

จุลพันธ์ระบุอีกว่า เมื่อครบระยะเวลา 3 เดือนที่กำหนด จะมีการประเมินอีกครั้ง และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะขยายระยะเวลาการปรับลดออกไปอีกหรือไม่ โดยคาดการณ์ว่าโครงการดังกล่าวนี้จะใช้งบประมาณ และทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 6 พันล้านบาท 

 

นอกจากนี้จุลพันธ์กล่าวว่าจะใช้ราคาตลาดโลกประกอบ แต่จะมีความเหมาะสม และสามารถสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับเอกชนไทยได้ และยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีนโยบายให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่เท่าไร รวมถึงขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องของการปรับลดราคาน้ำมันเบนซินแต่อย่างใด

The post ‘จุลพันธ์’ ปัดนายกฯ สั่งทำงบปี 68 เผื่อดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันไม่ปิดช่องออก พ.ร.ก. แทน พ.ร.บ.กู้เงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รัฐบาลประยุทธ์ เทงบ 5.4 หมื่นล้าน เข้า 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ https://thestandard.co/economic-stimulus-project/ Mon, 08 Nov 2021 01:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=556694 economic stimulus project

รัฐบาลประยุทธ์ เทงบ 5.4 หมื่นล้าน เข้า 4 โครงการกระตุ้น […]

The post ชมคลิป: รัฐบาลประยุทธ์ เทงบ 5.4 หมื่นล้าน เข้า 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
economic stimulus project

รัฐบาลประยุทธ์ เทงบ 5.4 หมื่นล้าน เข้า 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

The post ชมคลิป: รัฐบาลประยุทธ์ เทงบ 5.4 หมื่นล้าน เข้า 4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐทุ่ม 9 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน เยียวยาผู้ปกครอง-ผู้ประกอบการ-แรงงาน โฆษกรัฐบาลเผย กู้เพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ https://thestandard.co/royal-decree-borrowing-money-money-to-heal-parents-entrepreneurs-labourers/ Tue, 03 Aug 2021 10:50:23 +0000 https://thestandard.co/?p=520957

วันนี้ (3 สิงหาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกร […]

The post รัฐทุ่ม 9 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน เยียวยาผู้ปกครอง-ผู้ประกอบการ-แรงงาน โฆษกรัฐบาลเผย กู้เพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 สิงหาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึง พ.ร.ก. กู้เงิน 2 ฉบับ ยังมีความเพียงพอในการชดเชยเยียวยาประชาชนหรือไม่ หลังมีการขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น ว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นสัญญากับการใช้จ่ายเงินกู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินกู้รอบล่าสุด 5 แสนล้านบาท ก็จะอนุมัติเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ในวันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในค่าเทอมของนักเรียนนักศึกษาในทุกสังกัด วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท 

 

นอกจากนี้ยังมีการขยายมาตรการช่วยเหลือแรงงานตามมาตรการที่มีการล็อกดาวน์เพิ่มเติมจาก 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ซึ่งจะใช้งบประมาณอีก 6 หมื่นล้านบาท โดยในกลุ่มแรก ช่วงเดือนกรกฎาคมจะมี 13 จังหวัด ซึ่งเดือนสิงหาคมมีเพิ่มอีก 16 จังหวัด รวม 29 จังหวัด ซึ่งจากการออกมาตรการทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง มาตรการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการ จะใช้งบประมาณประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็ยังมีเงินเหลือในส่วนของเงินกู้อีกประมาณ 4 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจว่าจะดูแลประชาชนในสิ่งที่จะต้องเยียวยากับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และจะมีมาตรการตามออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนแนวโน้มว่าในอนาคตมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินเพิ่มหรือไม่นั้น อนุชาระบุว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากในอนาคตมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลประชาชน ก็จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะต้องคำนึงถึงเสถียรภาพทางการคลังและกรอบวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด

The post รัฐทุ่ม 9 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน เยียวยาผู้ปกครอง-ผู้ประกอบการ-แรงงาน โฆษกรัฐบาลเผย กู้เพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม ครม. วันนี้ คลังเตรียมเสนอขออนุมัติ 2 แสนล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ใช้เยียวยาโควิด ด้าน ศธ. ออกมาตรการลดค่าเทอมช่วยนักเรียน-ผู้ปกครอง https://thestandard.co/minis-of-finance-prepare-to-propose-for-approval-loan-to-treat-covid/ Tue, 27 Jul 2021 03:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=517810 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมน […]

The post ประชุม ครม. วันนี้ คลังเตรียมเสนอขออนุมัติ 2 แสนล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ใช้เยียวยาโควิด ด้าน ศธ. ออกมาตรการลดค่าเทอมช่วยนักเรียน-ผู้ปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

 

โดยวาระการประชุมที่น่าสนใจในวันนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเสนอโครงการมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ของนักเรียน ครู และผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการ โดยในหลักการเบื้องต้นคือ ศธ. จะไม่ทิ้งเด็กคนใดคนหนึ่งไว้ข้างหลังและไปให้ถึงผู้ปกครอง และมาตรการช่วยเหลือสถานศึกษาให้ได้พัฒนาเรื่องสื่อเรียนการสอน โดยมาตรการทั้งหมดจะใช้งบประมาณกลางในการดำเนินการ 

 

นอกจากนี้เรื่องการเรียนการสอนออนไลน์ของนักเรียนมัยมศึกษาตอนปลายให้เปิดช่องทางการเรียนการสอนผ่าน On Air ในรูปแบบการเรียนการสอนของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กมีช่องทางการเรียนรู้อย่างหลากหลาย 

 

ขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ ที่กระทรวงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดค่าเล่าเรียนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่เป็นนักศึกษาชาวไทยระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคสมทบ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน 

 

พร้อมกับคาดการณ์ว่า กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ จะเสนอขอ ครม. เห็นชอบ การขอขยายกรอบก่อหนี้เพิ่มเติม วงเงิน 2 แสนล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณปี 2564

 

หลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2564 ครั้งที่ 2 โดยจะมีการขยายกรอบก่อหนี้ใหม่เพิ่มเติมอีก 1-2 แสนล้านบาท เป็นการทำแผนกู้เงินเพิ่มมารองรับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีการล็อกดาวน์ 13 จังหวัดในช่วงนี้ ซึ่งแผนกู้เพิ่ม 1-2 แสนล้านบาทดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบ พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องดำเนินการกู้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากขณะนี้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทใช้วงเงินหมดแล้ว

 

นอกจากนี้ต้องจับตาที่ประชุม ครม. จะมีการพิจารณาแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยแทน ฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 กันยายนนี้ โดยจะโยก จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่งตั้ง ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเพื่อนกับกลุ่มทุนพลังงาน มาเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะมีแผนจะใช้ที่กรมอุทยานแห่งชาติ 8 แสน-1 ล้านไร่ ทำพลังงานสะอาด และโยก สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชนที่อาวุโสที่สุดในกระทรวงมหาดไทยไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดทางคนการเมืองขึ้นเป็นอธิบดีแทน

The post ประชุม ครม. วันนี้ คลังเตรียมเสนอขออนุมัติ 2 แสนล้าน จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ใช้เยียวยาโควิด ด้าน ศธ. ออกมาตรการลดค่าเทอมช่วยนักเรียน-ผู้ปกครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย หอบ 6.5 แสนรายชื่อประชาชนมอบนายกสมาคมทนายความ ร่างฟ้องรัฐบาลประยุทธ์ ปมสั่งซื้อ Sinovac ขัดรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/thai-creates-thai-draft-lawsuit-against-pm-prayut-gov/ Wed, 14 Jul 2021 07:37:29 +0000 https://thestandard.co/?p=512484 ไทยสร้างไทย

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย (ชั่วคราว) […]

The post ไทยสร้างไทย หอบ 6.5 แสนรายชื่อประชาชนมอบนายกสมาคมทนายความ ร่างฟ้องรัฐบาลประยุทธ์ ปมสั่งซื้อ Sinovac ขัดรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย (ชั่วคราว) เมื่อเวลา 10.30 น. พรรคไทยสร้างไทยได้เชิญ นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือกับ โภคิน พลกุล และ วัฒนา เมืองสุข ในประเด็นที่เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กรมควบคุมโรคสั่งซื้อวัคซีน Sinovac เพิ่มเติมอีกจำนวน 10.9 ล้านโดส ในวงเงินประมาณ 6,100 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 1.2 ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก. กู้เงิน ที่ประชุมมีมติดังนี้

 

  1. ตามมาตรา 55 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐบัญญัติให้รัฐมีหน้าที่ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ซึ่งบริการสาธารณสุขดังกล่าวต้องครอบคลุมถึง 1. การควบคุม 2. การป้องกันโรค 3. การรักษาพยาบาล และ (4) การฟื้นฟูสุขภาพ ส่วนสิทธิของประชาชนในเรื่องนี้ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 47 ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ์ได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

  1. โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศขององค์การอนามัยโลก และตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 รัฐจึงมีหน้าที่ที่จะต้องควบคุมและป้องกันโรค รวมทั้งรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพประชาชนอันเป็นหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 55 ดังกล่าว

 

  1. ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิดได้มีการกลายพันธุ์จากเดิมไปสู่สายพันธุ์อินเดีย หรือเดลตา ซึ่งเกิดจากการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างชาติที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งข้อเท็จจริงทางการแพทย์เห็นว่าวัคซีน Sinovac ที่รัฐบาลสั่งซื้อเพิ่มดังกล่าวกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยและไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่กำลังแพร่ระบาดได้ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงนี้แล้วการที่รัฐบาลยังสั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 อันเป็นหน้าที่ของรัฐ

 

  1. ที่ประชุมเห็นว่า เมื่อการควบคุมโรค การป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลเป็นหน้าที่ของรัฐ การที่รัฐปล่อยให้มีการแพร่ระบาดหลายครั้ง ป้องกันโรคล้มเหลว และไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลประชาชนได้อย่างทั่วถึงคือหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรง ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งสามารถดำเนินการได้ 2 ทางคือ ร้องต่อคณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรา 234 (1) ของรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนสามารถใช้สิทธิฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ 

 

  1. โดยที่เป็นประเด็นสำคัญ พรรคไทยสร้างไทยจึงได้เปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นว่าควรฟ้องผู้รับผิดชอบในประเด็นนี้หรือไม่ ผลปรากฏว่าภายในระยะเวลาเพียง 6 วัน มีประชาชนเข้าชื่อแสดงความเห็นให้ฟ้องรัฐบาลถึง 650,000 ชื่อ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นทนายความฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

 

ที่ประชุมเห็นว่าควรฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในแต่ละประเด็นและนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รวมทั้งเป็นผู้รับผิดชอบตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ นายกสมาคมฯ จะดำเนินการร่างฟ้องและพิจารณาผู้เสียหายที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนประชาชนที่เข้าชื่อมาทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็วและชอบด้วยกฎหมายต่อไป

The post ไทยสร้างไทย หอบ 6.5 แสนรายชื่อประชาชนมอบนายกสมาคมทนายความ ร่างฟ้องรัฐบาลประยุทธ์ ปมสั่งซื้อ Sinovac ขัดรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สั่งปิดประชุม กมธ. งบปี 2565 หลังฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม เผยซีกรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่อยู่ จี้ให้ความสำคัญ https://thestandard.co/closing-committee-budget-year-2022-conference/ Thu, 17 Jun 2021 13:08:36 +0000 https://thestandard.co/?p=501801 ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

วันนี้ (17 มิถุนายน) ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และ จิรายุ ห่ว […]

The post สั่งปิดประชุม กมธ. งบปี 2565 หลังฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม เผยซีกรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่อยู่ จี้ให้ความสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

วันนี้ (17 มิถุนายน) ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กล่าวถึงบรรยากาศการประชุมของคณะกรรมาธิการว่า คณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ แต่การพิจารณาในช่วงบ่ายพบว่ามีกรรมาธิการฟากรัฐบาลเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนน้อย ทำให้บรรยากาศดูบางตา

 

ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนี้ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน 72 คน ซึ่งองค์ประชุมจำนวน 1 ใน 3 จะเท่ากับจะต้องมีกรรมาธิการจำนวน 24 คนถึงจะดำเนินการประชุมได้ แต่ในช่วงบ่ายของการพิจารณาพบว่าองค์ประชุมในฟากของรัฐบาลมีเพียง 12 คน 

 

ยุทธพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้ปรึกษาหารือถึงบรรยากาศในการประชุม โดยระบุว่าการประชุมงบประมาณในวันนี้มีผู้ชี้แจงมากกว่ากรรมาธิการที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณจำนวนกว่าแสนล้านบาท ซึ่งมองว่าไม่เหมาะสมและขณะเดียวกันจะผิดข้อบังคับการประชุม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบจึงเสนอให้มีการนับองค์ประชุมในเวลา 16.40 น. แต่ วิเชียร ชวลิต รองประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมในขณะนั้นได้สั่งพรรคประชุมเป็นเวลา 10 นาที เมื่อกลับเข้าประชุมในเวลา 16.50 น. วิเชียรกลับสั่งปิดประชุมโดยไม่มีการนับองค์ประชุม 

 

ขณะที่จิรายุกล่าวว่า กรรมาธิการซีกรัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากกรรมาธิการในซีกของพรรคพลังประชารัฐมีกำหนดเข้าร่วมประชุมใหญ่ของพรรคที่จังหวัดขอนแก่นในวันพรุ่งนี้ (18 มิถุนายน) ช่วงที่ผ่านมาฝ่ายค้านต่างเข้าร่วมเพื่อเป็นองค์ประชุมให้คณะกรรมาธิการสามารถพิจารณาได้มาโดยตลอด ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้ตีรวน แต่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการประชุมงบประมาณมากกว่านี้ จึงรู้สึกผิดหวังกับการทำงานของกรรมาธิการซีกรัฐบาลเป็นอย่างมาก

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สั่งปิดประชุม กมธ. งบปี 2565 หลังฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม เผยซีกรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่อยู่ จี้ให้ความสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ บอกที่ประชุม ส.ว. จะอยู่จนครบวาระ ยิ่งไล่ ยิ่งสู้ ยืนยันทำเพื่อคนทั้งประเทศ ถูกตรวจสอบมาโดยตลอด https://thestandard.co/prayut-would-stay-until-the-end-of-his-term/ Mon, 14 Jun 2021 12:03:42 +0000 https://thestandard.co/?p=500103 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (14 มิถุนายน) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐม […]

The post ประยุทธ์ บอกที่ประชุม ส.ว. จะอยู่จนครบวาระ ยิ่งไล่ ยิ่งสู้ ยืนยันทำเพื่อคนทั้งประเทศ ถูกตรวจสอบมาโดยตลอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (14 มิถุนายน) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวชี้แจงถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ในที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกและประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยรัฐบาลพยายามประคับประคองมาโดยตลอด โดยการให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา สำหรับประเด็นเรื่องการจ้างงานที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการจ้างงานไปแล้ว 1.3 ล้านราย

 

สำหรับแผนการกระจายวัคซีนวันนี้ได้มอบหมายให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เชิญกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และในปี 2564 นี้รัฐบาลได้วางแผนจัดหาวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในไตรมาสที่ 1 ในปี 2565 ซึ่งขณะนี้มีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 6.12 ล้านโดส สำหรับการที่จะฉีดวัคซีนให้ประชาชนจะต้องทยอยจอง และนัดวันเข้ารับวัคซีนตามจำนวนวัคซีนที่รัฐบาลได้มา เพราะรัฐบาลก็ได้ชี้แจงกรอบไปแล้วว่าในแต่ละเดือนรัฐบาลได้รับวัคซีนมาเท่าไหร่ จะแบ่งปันไปอย่างไร ซึ่งมีเพียง 3 อย่างที่รัฐบาลใช้เป็นหลักการคือ ทุกจังหวัดจะต้องได้ฉีดวัคซีน จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมากจะต้องได้รับวัคซีนสมทบเข้าไป และคลัสเตอร์ใดที่มีปัญหาก็จะต้องได้รับวัคซีนสมทบมากเข้าไปอีก

 

“ดังนั้นการติดต่อต่างๆ ต้องขอความกรุณาให้รับฟังที่รัฐบาลเท่านั้น ในวันนี้ทุกคนก็รู้อยู่ว่ามีปัญหาอะไรบ้างในการสร้างการรับรู้และสร้างการบิดเบือน ทุกอย่างมีการเมืองเข้ามาแทรกหมด เหมือนที่ทุกคนเห็นว่าทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงฝ่ายรัฐบาลฝ่ายเดียว มีฝ่ายค้านเข้ามาอีก ซึ่งผมก็เคารพทุกอัน ผมไม่เคยหยุดคิด

 

ผมคิดวันนี้ คิดวันหน้า และคิดอนาคต ยืนยันว่ารัฐบาลมีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะปีนี้หรือปีหน้า และการจัดหาวัคซีนบริษัทต่างประเทศยังไม่สามารถที่จะจัดหาให้เราได้ แต่ประเทศไทยโชคดีที่มีบริษัทผลิตวัคซีนเป็นของตนเอง แต่ก็ต้องได้รับอนุมัติการผลิตจากเจ้าของลิขสิทธิ์วัคซีน” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

 

วัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ซื้อก็ตามตนเองไม่ขัดข้อง เพียงแต่ว่าจะต้องมีตัวแทนและจะต้องขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถ้าใครอ้างว่าซื้อได้ หาได้ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. ไม่มีทางซื้อได้แน่นอน รัฐบาลได้เจรจาซื้อวัคซีนทุกยี่ห้อที่มีทั้งหมด แต่ก็จะต้องมีบริษัทที่มาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ท่านก็ต้องไปเจรจากับบริษัทที่มาขึ้นทะเบียนให้ได้ก็แล้วกัน 

 

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องหนี้สาธารณะที่หลายฝ่ายออกมากล่าวหารัฐบาลว่าเป็นการกู้ที่เกินวงเงิน ก็ต้องย้อนกลับไปถามว่ามันจำเป็นหรือไม่ที่รัฐบาลจะต้องกู้ ซึ่งก่อนหน้ารัฐบาลของตนเองก็ต้องย้อนถามกลับไปว่ามีหนี้สาธารณะอยู่ที่เท่าไรแล้ว ตนเองเป็นคนสร้างหนี้ทั้งหมดนี้หรือไม่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับตนเองบ้าง 

 

สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น คนละครึ่ง ไม่ได้เป็นโครงการหาเสียงทางการเมือง รัฐบาลตั้งใจที่จะทำให้ประชาชนเหล่านั้นอยู่ให้ได้ ที่เหลือวันหน้าก็จะทำให้เขาอยู่ให้ได้ ยืนยันว่าตราบใดที่ตนเองอยู่ก็จะทำเพื่ออนาคต อดีตคือปัจจุบันและคืออนาคต ที่ทำงานทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าไม่รู้กฎหมาย หรือไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ไม่ใช่มาพูดอย่างเดียวโดยไม่รู้ข้อมูลพื้นฐาน ไม่รู้กฎหมาย ตนเองทำตรงนี้ก็ต้องปลอดภัยเหมือนกัน จะไม่ทำอะไรที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วโดยให้ข้าราชการหรือรัฐบาลเดือดร้อน

 

ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลด้อยค่า ฟังมากก็ปวดหัว ถ้าเราเชื่อตามไปหมดไม่ว่าจะเป็นข่าวบิดเบือนหรือข่าวด้อยค่า ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ต้องมามองภาพรวมแบบตนเอง จะได้รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ตนรับฟังท่านทุกวัน ส.ส. อภิปราย พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทก่อนหน้านี้ก็นั่งฟังทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ให้เกียรติทั้งสิ้น 

 

พล.อ. ประยุทธ์ระบุว่า วันนี้ใครไม่เชื่อมั่นตนเองบ้าง ยิ่งโดนไล่ทุกวัน ยิ่งไล่ตนเองยิ่งสู้ ยืนยันว่าอยู่มา 7 ปี ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่มีเงินถึงมือสักบาท วันนี้ทำงานในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ขอถามว่าประชาธิปไตยไทยจะไปแบบไหนกันอีก ในวันนี้ยังไม่พออีกหรือ ใครจะละเมิดใคร หรือจะไม่เคารพพ่อแม่ จะด่าครูอาจารย์ ก็ได้หรือ

 

อย่างไรก็ตามเงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ รัฐบาลจะนำไปพิจารณาดำเนินการภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ และปีหน้าหากงบประมาณหรือโครงการใดที่ไม่มีประโยชน์ก็สามารถที่จะตัดได้ ขอยืนยันว่าตนไม่เคยนึกถึงตนเองเลย ขนาดฝันยังเป็นงานเลยไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น 

 

“ทุกวันนี้อยากให้รู้ว่าใจผมคืออะไร การเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ ผมต้องทำตัวผมให้มีเกียรติ ให้คนอื่นเขายกย่อง ให้เขาเชื่อมั่น ผมตั้งเกียรติของตนเองไม่ได้ เกียรติต้องเป็นสิ่งที่คนอื่นเขามอบให้ ผมทำดีก็ต้องให้เกียรติกับผม ถ้าผมทำไม่ดีก็ไม่ต้องให้เกียรติผม แล้วก็ฝากไว้ด้วยว่าถ้ามีการเลือกตั้งในอนาคต ผมยืนยันว่าจะอยู่ไปจนครบนี่แหละ จะได้เลิกพูดกันสักที วันหน้าก็เลือกกันมาให้ดีแล้วกัน ทุกคนลืมง่ายกันหมดทุกเรื่อง ผมต้องทำไปข้างหน้า แก้ปัญหาและวางอนาคตไว้ด้วย ไม่ใช่เพราะผมไม่ได้รับการตรวจสอบ สมัย คสช. ผมก็ถูกตรวจสอบ คดีผมมีเป็นร้อย แต่เมื่อผมชี้แจงได้ก็จบ ผมไม่สามารถที่จะไปสั่งศาลได้” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post ประยุทธ์ บอกที่ประชุม ส.ว. จะอยู่จนครบวาระ ยิ่งไล่ ยิ่งสู้ ยืนยันทำเพื่อคนทั้งประเทศ ถูกตรวจสอบมาโดยตลอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม ส.ว. มีมติ 205 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไร้เสียงไม่เห็นด้วย https://thestandard.co/senate-meeting-500-billion-baht-loan-act-voiceless-disagree/ Mon, 14 Jun 2021 11:58:16 +0000 https://thestandard.co/?p=500100 พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

วันนี้ (14 มิถุนายน) ที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) มีมติอนุมั […]

The post ที่ประชุม ส.ว. มีมติ 205 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไร้เสียงไม่เห็นด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

วันนี้ (14 มิถุนายน) ที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) มีมติอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 จำนวนวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ด้วยคะแนนเห็นด้วย 205 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 2 เสียง

The post ที่ประชุม ส.ว. มีมติ 205 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไร้เสียงไม่เห็นด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลังแจงที่ประชุม ส.ว. กู้เงิน 5 แสนล้าน เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาล มีเงินทุนสำรองไม่พอแก้โควิด-19 https://thestandard.co/treasury-500-billion-loan-act-will-br-governments-last-choice/ Mon, 14 Jun 2021 05:15:27 +0000 https://thestandard.co/?p=499888 กู้เงิน 500 แสนล้าน

วันนี้ (14 มิถุนายน) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ […]

The post คลังแจงที่ประชุม ส.ว. กู้เงิน 5 แสนล้าน เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาล มีเงินทุนสำรองไม่พอแก้โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กู้เงิน 500 แสนล้าน

วันนี้ (14 มิถุนายน) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาท แก่ที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายปี มีการแพร่ระบาดไปในวงกว้างอย่างรวดเร็วทั่วโลกและประเทศไทยนับตั้งแต่ต้นปี 2562 ซึ่งไม่สามารถที่จะคาดการณ์การสิ้นสุดได้ ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกและของประเทศไทยในปี 2563 หดตัวรุนแรงมากที่สุดในรอบ 23 ปี นับแต่วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 

 

ซึ่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2564 ว่าจะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 1.5-2.5 เท่านั้น

 

นอกจากนี้คาดว่าการท่องเที่ยวซึ่งเป็นตัวกระตุ้นหลักของเศรษฐกิจไทยจะยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 จะลดลงจากเดิมประมาณร้อยละ 53 และรายได้จากนักท่องเที่ยวจะลดลงกว่า 440,000 ล้านบาท หรือ 2.76 ของ GDP ในปี 2563 ดังนั้นรัฐบาลตระหนักถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยวจึงได้วางกันแนวทางในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพท่องเที่ยวสูง และได้รับวัคซีนครบแล้วจากประเทศการเสี่ยงต่ำและปานกลางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยจะเริ่มจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง 

 

อาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่องผ่านแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งการจัดสรรงบกลาง ผ่านการกู้เงิน แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสำหรับการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องจากเอกสารงบประมาณลงไปยังหน่วยงานต่างๆ ของรัฐตามแผนที่กำหนดไว้หมดแล้ว จึงทำให้รัฐบาลไม่มีงบประมาณเหลือสำหรับการโอนงบประมาณได้ ขณะเดียวกันเงินทุนสำรองจ่ายที่มีอยู่ก็มีไม่เพียงพอเช่นเดียวกัน และสำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณรายจ่าย 2564 รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ในปี 2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งหากจะรองบประมาณจากการจัดเก็บในปี 2565 นั้นก็ไม่สามารถที่จะรอได้ ประมาณต่อการเดินหน้าแก้ปัญหาโควิด-19 ในประเทศ ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศให้กลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนในการแก้ปัญหาสถานการณ์และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งงบประมาณกู้ครั้งนี้จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ และเป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาล 

 

อย่างไรก็ตาม การกู้เงิน 500,000 ล้านบาทครั้งนี้ รัฐบาลจะนำงบประมาณไปใช้ตามแผนงานที่มีวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยจัดสรรงบประมาณไว้กว่า 30,000 ล้านบาทเพื่อรองรับการจัดหาวัคซีน การเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการ และการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ นำไปใช้ช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยประชาชนในทุกสาขาอาชีพจำนวน 300,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกสาขาอาชีพอย่างทั่วถึง และเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ นอกจากนั้นรัฐบาลจะมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลให้สามารถประคับประคองการดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงานพนักงานต่อไปได้

 

แผนงานสุดท้ายรัฐบาลจะนำไปใช้ในโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จำเป็นจะต้องเร่งฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจให้กลับสู่ภาวะปกติที่ 170,000 ล้านบาท

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post คลังแจงที่ประชุม ส.ว. กู้เงิน 5 แสนล้าน เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาล มีเงินทุนสำรองไม่พอแก้โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทยโหวตเห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน เพราะมีความจำเป็นช่วยประชาชน เตรียมเสนอตั้ง กมธ. ตรวจสอบเข้มข้น https://thestandard.co/bhumjaithai-approved-500-billion-loan-act/ Thu, 10 Jun 2021 05:49:42 +0000 https://thestandard.co/?p=498540 ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (10 มิถุนายน) ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แท […]

The post ภูมิใจไทยโหวตเห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน เพราะมีความจำเป็นช่วยประชาชน เตรียมเสนอตั้ง กมธ. ตรวจสอบเข้มข้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (10 มิถุนายน) ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ส.ส. พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวถึงการลงมติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดและติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ว่าพรรคภูมิใจไทยมีมติว่าเห็นด้วยกับการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ด้วยเหตุผลคือ พรรคภูมิใจไทยได้เห็นถึงความจำเป็นในการขอเงินกู้เงินเพิ่มเติมในครั้งนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องอนุมัติงบประมาณก้อนนี้ เนื่องจากเงิน 5 แสนล้านบาทนี้ รัฐบาลจะนำไปแก้ปัญหาเรื่องสาธารณสุข เยียวยาพี่น้องประชาชน รวมทั้งการฟื้นฟูการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงมีความจำเป็นที่จะต้องลงมติอนุมัติ

 

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยก็ยังมีความเป็นห่วงในกระบวนการที่จะดำเนินการให้ใช้งบประมาณนี้ จึงมีความจำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการใช้เงิน 5 แสนล้านบาทอย่างเข้มงวดและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเสนอญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ที่ประชุมได้หารือ และนำสู่การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา 1 ชุด ในการตรวจสอบและติดตามการใช้เงิน 5 แสนล้านบาทในครั้งนี้ 

 

ทั้งนี้ การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่กำลังจัดตั้งขึ้นใหม่นี้ ควรที่จะมีกำหนดกรอบหน้าที่ให้ชัดเจน ซึ่งต้องเริ่มจากการเขียนญัตติเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรให้ชัดเจนว่ากรรมาธิการนั้นตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร เพื่อให้กรรมาธิการปฏิบัติตามญัตติ โดยเชื่อว่ากรรมาธิการตรวจสอบการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทนี้จะยังมีความเข้มข้นในการตรวจสอบ และต้องมีความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ให้เข้มข้นกว่าการตรวจสอบการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านมา

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ภูมิใจไทยโหวตเห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน เพราะมีความจำเป็นช่วยประชาชน เตรียมเสนอตั้ง กมธ. ตรวจสอบเข้มข้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลังเล็งทบทวนกำหนดเพดานหนี้สาธารณะใหม่ หลังสถานการณ์ไม่ปกติทั่วโลก ไม่เฉพาะแค่ไทย https://thestandard.co/treasury-new-public-debt-ceiling/ Thu, 10 Jun 2021 05:31:40 +0000 https://thestandard.co/?p=498530 เพดานหนี้สาธารณะใหม่

วันนี้ (10 มิถุนายน) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ […]

The post คลังเล็งทบทวนกำหนดเพดานหนี้สาธารณะใหม่ หลังสถานการณ์ไม่ปกติทั่วโลก ไม่เฉพาะแค่ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพดานหนี้สาธารณะใหม่

วันนี้ (10 มิถุนายน) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบข้อซักถามของสมาชิกต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า ขอน้อมรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกที่เสนอให้มีรายละเอียดกรอบแผนงานทั้งสามแผนงาน ให้มีความชัดเจนในเรื่องกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น 

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในปี 2563 มีการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบแรก รัฐบาลก็มีการเยียวยาเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชนตั้งแต่โครงการชิมช้อปใช้ ช้อปดีมีคืน เพื่อให้การบริโภคในประเทศไม่หยุดชะงัก เพราะรายได้ส่วนหนึ่งของประเทศมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวปีที่แล้วก็หายไปหมด 

 

นอกจากนี้ยังช่วยเป็นส่วนลดค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ได้ช่วยพี่น้องประชาชน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจ รัฐบาลก็มีโครงการคนละครึ่ง 2 ระยะ ระยะแรกเปิดทั่วไปไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ใช้จ่ายได้ ทำให้มีประเด็นว่าเราไปช่วยบริษัทยักษ์ใหญ่ เราจึงปรับเปลี่ยนให้ไปถึงระดับประชาชนและโชห่วยมากขึ้น ทำให้ร้านค้าในชุมชนมีความคึกคัก มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งพยายามทำให้ถึงรากหญ้ามากที่สุด 

 

อาคมกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของแผนสองและสาม รัฐบาลโฟกัสมากขึ้นไปที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงกรณีที่สมาชิกตั้งข้อสังเกตรักษาการจ้างงานให้ได้ต่อเนื่อง รัฐบาลก็พยายามปูพรมรอบใหม่ คำนึงถึงประชาชนถูกออกจากงาน ลดจำนวนการทำงาน จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นในการกระจายใช้เม็ดเงินก้อนนี้ให้มากขึ้น 

 

อาคมกล่าวอีกว่า หนี้สาธารณะครั้งนี้จะเกิน 60% ของ GDP หรือไม่นั้น คงต้องมีการทบทวนว่าองค์ประกอบของหนี้มีอะไรบ้าง ความสามารถชำระหนี้ และในภาวะที่ไม่ปกติซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่ประสบภาวะแพร่ระบาดโควิด-19 ไทยจะทำอย่างไร ตามที่มีการกู้เงินเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นภาระที่เราต้องมาคำนวณการกำหนดหนี้สาธารณะว่าจะทำอย่างไร เพราะในอดีตหนี้เราก็มีเพิ่มขึ้น แต่ก็ค่อยๆ ปรับลดลงเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งก็เป็นเงื่อนไขด้วยว่าหากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วแค่ไหนก็จะทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจมีรายได้ การจัดเก็บภาษีตามมา ความสามารถชำระหนี้ก็จะดีขึ้น และขอขอบคุณทุกข้อความเห็นที่เป็นประโยชน์ในการทำงานของกระทรวงการคลัง

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post คลังเล็งทบทวนกำหนดเพดานหนี้สาธารณะใหม่ หลังสถานการณ์ไม่ปกติทั่วโลก ไม่เฉพาะแค่ไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศึกภูมิใจไทย-มาดามเดียร์ อนุทินแนะทำการบ้านก่อนอภิปราย มาดามเดียร์ยันข้อมูลถูกต้อง มาจากหน่วยงานรัฐ https://thestandard.co/bhumjaithai-watanya-anutin-doing-homework-before-the-discussion/ Thu, 10 Jun 2021 05:02:38 +0000 https://thestandard.co/?p=498514 มาดามเดียร์ อนุทิน

วันนี้ (10 มิถุนายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีแล […]

The post ศึกภูมิใจไทย-มาดามเดียร์ อนุทินแนะทำการบ้านก่อนอภิปราย มาดามเดียร์ยันข้อมูลถูกต้อง มาจากหน่วยงานรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาดามเดียร์ อนุทิน

วันนี้ (10 มิถุนายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการอภิปรายของ วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่อภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฯ 5 แสนล้านบาท โดยกล่าวถึงกระทรวงสาธารณสุขว่าเป็นข้อมูลตัดแปะ ไม่มีความจริง ดังนั้นเวลาจะอภิปรายอะไรต้องทำการบ้านไม่ใช่เห็นไมค์แล้วก็วิ่งเข้าใส่ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น ตนมองว่ากระทรวงสาธารณสุขต้องจบเหมือนการรักษาคนไข้ ไม่ต่อความยาวสาวความยืด

 

ทั้งนี้ จะเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมืองหรือไม่นั้น อนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงระดับผู้ใหญ่ยังมีความหวานแหววกันอยู่เลย เช่นเมื่อวานนี้ (9 มิถุนายน) ที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังโทรศัพท์กดเบอร์โทรผิดมาหาตนอยู่เลย สงสัยคงคิดถึงกัน ดังนั้นระหว่างพรรคการเมืองก็มีกระทบกันบ้าง ถือเป็นเรื่องลิ้นกับฟัน

 

อนุทินกล่าวต่อไปว่า สำหรับบทลงโทษของพรรคพลังประชารัฐต่อ ส.ส. กลุ่มดาวฤกษ์ 6 คนนั้นตนมองว่าเป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐและตัวเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ให้เป็นเรื่องผู้บริหารพรรค

 

ขณะที่การอภิปราย พ.ร.ก. กู้เงินฯ 5 แสนล้านบาท ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ที่ได้วิพากษ์วิจารณ์กันมันของรัฐบาลครั้งนี้ ตนมองว่าเป็นการอภิปรายเพื่อความสร้างสรรค์ ถ้าเป็นประเด็นที่มีสาระก็จะรับฟังและทำงานต่อเพื่อบ้านเมือง ส่วนมติของพรรคในการโหวตอนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 5 แสนล้านบาทนั้น พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องโหวตอนุมัติอยู่แล้ว

 

ขณะที่วทันยาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลัง ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นำ นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงตอบโต้การอภิปรายแผนการทำงานที่ล่าช้าของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจที่เมื่อวานนี้การอภิปรายในสภาของตนเอง ประเด็นการใช้งบประมาณเงินกู้ด้านสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท ในประเด็นที่มีการใช้งบประมาณล่าช้า แต่กลับนำมาเร่งเบิกจ่ายในช่วงภายหลังจากที่วิกฤตการแพร่ระบาดบานปลายนั้นไม่ได้รับคำชี้แจงข้อสงสัยจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงและมีหน้าที่ที่ต้องชี้แจงต่อคำอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา

 

“การที่รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขมาแถลงข่าวภายในพื้นที่รัฐสภา โดยมี ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้รับรอง ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าคำชี้แจงของรองปลัดกระทรวงนั้นปราศจากการครอบงำทางการเมืองหรือไม่” วทันยากล่าว

 

วทันยาระบุอีกว่า ในส่วนของข้อมูลที่ได้นำมาอภิปรายนั้น เธอขอยืนยันความโปร่งใสได้ว่าเป็นข้อมูลที่นำมาจากหน่วยงานราชการที่สามารถตรวจสอบได้ และไม่ได้มีส่วนได้เสียใดจากข้อมูลในการอภิปรายดังกล่าว นอกจากทำหน้าที่ฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบการทำงานฝ่ายบริหาร

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post ศึกภูมิใจไทย-มาดามเดียร์ อนุทินแนะทำการบ้านก่อนอภิปราย มาดามเดียร์ยันข้อมูลถูกต้อง มาจากหน่วยงานรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติเสียงข้างมาก ที่ประชุม ส.ส. ผ่านความเห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท https://thestandard.co/majority-vote-approved-500-billion-baht-loan-act/ Thu, 10 Jun 2021 04:17:35 +0000 https://thestandard.co/?p=498500 พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน บาท

วันนี้ (10 มิถุนายน) หลังการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) […]

The post มติเสียงข้างมาก ที่ประชุม ส.ส. ผ่านความเห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน บาท

วันนี้ (10 มิถุนายน) หลังการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดและติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 9-10 มิถุนายน 2564 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล

 

โดยฝ่ายค้านปิดท้ายการอภิปรายด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต่อมา อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลุกขึ้นชี้แจงในบางประเด็น

 

สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติ โดยผลการลงมติ คือ

 

  • เห็นด้วย 270 เสียง
  • ไม่เห็นด้วย 196 เสียง
  • งดออกเสียง 1 เสียง
  • ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง

 

เป็นอันว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมากอนุมัติเห็นชอบต่อ พ.ร.ก. ฉบับนี้

 

สำหรับ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาขณะที่กำลังมีการระบาดระลอกที่ 3 ของโรคโควิด-19 เป็นวงเงิน 5 แสนล้านบาท มีความยาวทั้งหมด 4 หน้า

 

ขณะที่แผนงานการใช้จ่ายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

1. แก้ปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท (6%)

2. ชดเชยเยียวยาให้ประชาชนจากผลกระทบโควิด-19 วงเงิน 3 แสนล้านบาท (60%)

3. ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบโควิด-19 วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท (34%)

 

เช่นเดียวกับการกู้เงินครั้งแรก สัดส่วนของการแก้ปัญหาโรคระบาดโควิด-19 เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุขยังคงอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำที่สุด แม้ว่าการระบาดในระลอกที่ 3 จะมีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งภาครัฐยังล้มลุกคลุกคลานอยู่กับการจัดหาวัคซีนมาให้แก่ประชาชนที่ปัจจุบันมีเพียง 2 ชนิด โดยที่ยังไม่สามารถจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอกับโรงพยาบาลทุกแห่ง จนต้องเลื่อนการฉีดออกไปในหลายพื้นที่ ก่อนจะกลับมาประกาศว่าพร้อมฉีด

The post มติเสียงข้างมาก ที่ประชุม ส.ส. ผ่านความเห็นชอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิราพร เพื่อไทย ขอรัฐบาลหยุดเอาประชาชนเป็นตัวประกัน มัดมือชกสภาผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน สร้างฐานเสียงให้ตัวเอง https://thestandard.co/jiraporn-ask-gov-to-stop-taking-people-as-hostages/ Thu, 10 Jun 2021 03:46:50 +0000 https://thestandard.co/?p=498484 จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย

วานนี้ (9 มิถุนายน) จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎ […]

The post จิราพร เพื่อไทย ขอรัฐบาลหยุดเอาประชาชนเป็นตัวประกัน มัดมือชกสภาผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน สร้างฐานเสียงให้ตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย

วานนี้ (9 มิถุนายน) จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวในการอภิปราย พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ว่าไม่มีทางปล่อยให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่านอย่างแน่นอน เพราะถ้าดูที่มาที่ไปของรวมถึงแนวทางการใช้เงินจะพบว่า แท้จริงแล้วรัฐบาลสามารถหลีกเลี่ยงการออกเป็น พ.ร.ก. และสามารถดำเนินการในรูปแบบ พ.ร.บ. ได้แต่เลือกที่จะไม่ทำ กลับพยายามอ้างความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และจงใจจะใช้ประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อบังคับให้สภาต้องผ่าน พ.ร.ก. ฉบับนี้โดยเร็ว

 

จิราพรกล่าวต่อว่า การตราพระราชกำหนดฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีอ้างความจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งสามารถจะกระทำได้ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ดีในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระที่ 1 ไปมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ารัฐบาลหั่นงบสาธารณสุขลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 และมีข้อสังเกตว่าไม่มีการตั้งงบเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 เอาไว้ในงบกลางดังเช่นในงบประมาณปี 2564 ที่ตั้งไว้ถึงจำนวน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกับสภาในการประชุมครั้งนั้นว่า จะมาใช้เพิ่มเติมจาก พ.ร.ก. กู้เงินจำนวน 5 แสนล้านบาทฉบับนี้ ซึ่งปรากฏว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้มีการตั้งงบประมาณด้านสาธารณสุขเอาไว้จำนวน 3 หมื่นล้านบาท แสดงว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลมีการวางแผนเพื่อกู้เงิน 5 แสนล้านบาทตั้งแต่แรก พร้อมๆ กับการเริ่มจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี 2565 หรือไม่ จึงจงใจไม่จัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขและการจัดการโควิด-19 ไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณปกติให้เพียงพอ แต่เก็บเอาไว้เพื่อมากู้นอกระบบในรูปแบบ พ.ร.ก. แทน ซึ่งจะยากต่อการตรวจสอบมากขึ้น

 

“ยิ่งไปกว่านั้นในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลมีการวางแผนจะกู้เงินเพียง 1 แสนล้านบาท จากก้อน พ.ร.ก. กู้เงินทั้งหมด 5 แสนล้านบาท และที่เหลือจะทยอยกู้ แบบนี้จึงเท่ากับว่าแท้จริงแล้วเงินที่เหลืออีกจำนวน 4 แสนล้านบาท ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วนขนาดที่จะรอใช้ใน พ.ร.บ. งบประมาณปกติไม่ได้ เพราะกว่าจะได้ใช้จริงก็ต้องรอขึ้นปีงบประมาณใหม่ นั่นหมายความว่าถ้ารัฐบาลจริงใจในการใช้เงินที่เป็นภาษีของประชาชนเพื่อบริหารจัดการด้านวัคซีนและแก้ปัญหาโควิด-19 จริง ก็สามารถใส่ไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณปกติได้ตั้งแต่แรก” จิราพรกล่าว

 

จิราพรยังกล่าวต่อไปว่า ในการกู้เงินครั้งแรกจำนวน 1 ล้านล้านบาท แทบไม่มีรายละเอียดโครงการต่างๆ ให้สภาพิจารณา แต่ได้อนุโลมให้เพราะเข้าใจได้ว่า เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นกะทันหัน ยากต่อการประเมินสถานการณ์เพื่อเตรียมโครงการต่างๆ ในการแก้ปัญหา แต่ในการกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลได้ผ่านประสบการณ์รับมือกับการระบาดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่การระบาดระลอกแรกในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันที่มีการขอกู้เงินผ่าน พ.ร.ก. วงเงิน 5 แสนล้านบาทฉบับนี้ ผ่านมากว่า 1 ปี 4 เดือน รัฐบาลก็ยังเหมือนไม่มีประสบการณ์ในการเตรียมรายละเอียดโครงการเพื่อแก้วิกฤต กลับมีเพียงกระดาษไม่กี่แผ่นให้สภาพิจารณาเหมือนเดิม แล้วจะวางใจให้รัฐบาลไปใช้เงินจำนวนมหาศาลก้อนใหม่นี้เพิ่มอีกได้อย่างไร

 

ทั้งนี้ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด-19 เข้าใจได้ว่ารัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา แต่การใช้เงินเป็นจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจจะฟื้นได้เสมอไป เพราะหัวใจสำคัญคือวิสัยทัศน์และประสิทธิภาพของการใช้เงินของผู้นำประเทศ ตราบใดที่คนใช้เงินยังเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจผู้ที่ไม่เคยมีความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจเลยแม้แต่น้อย บริหารประเทศล้มเหลวมาตลอด 7 ปี และพิสูจน์ความด้อยประสิทธิภาพของตัวเองมาแล้วในการบริหารจัดการเงินกู้มหาศาลจำนวน 1 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงไม่อาจวางใจให้ผู้นำที่ไร้ความรู้ความสามารถอย่างร้ายแรงท่านนี้ได้มีโอกาสใช้เงินก้อน 5 แสนล้านบาทเพิ่มอีกแน่นอน

 

“ขอให้รัฐบาลหยุดอ้างความจำเป็นเร่งด่วน หยุดเอาความเดือดร้อน ความเป็นความตายของประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อให้สามารถออก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาทฉบับนี้ เปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ใช้เงินอย่างมือเติบไปกับโครงการแจกต่างๆ สร้างประโยชน์ทางการเมืองให้กับตัวเองแบบหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภา โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากที่แท้จริงของประชาชน และยังเป็นการโยนหนี้ก้อนโตให้คนทั้งประเทศต้องมาแบกรับภาระแทนแบบไม่เห็นอนาคต” จิราพรกล่าวในที่สุด

The post จิราพร เพื่อไทย ขอรัฐบาลหยุดเอาประชาชนเป็นตัวประกัน มัดมือชกสภาผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน สร้างฐานเสียงให้ตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญา ดาบสุดท้ายก้าวไกล อภิปรายงบกู้ 5 แสนล้าน ขอผู้แทนฯ ขวางเต็มที่ ไร้รายละเอียด อย่าให้รัฐบาลผลาญเงิน https://thestandard.co/sirikanya-discussing-500-billion-baht-loan-act/ Thu, 10 Jun 2021 03:12:22 +0000 https://thestandard.co/?p=498474 ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

วานนี้ (9 มิถุนายน) ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนรา […]

The post ศิริกัญญา ดาบสุดท้ายก้าวไกล อภิปรายงบกู้ 5 แสนล้าน ขอผู้แทนฯ ขวางเต็มที่ ไร้รายละเอียด อย่าให้รัฐบาลผลาญเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

วานนี้ (9 มิถุนายน) ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายสรุปพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลเป็นคนสุดท้ายว่า การขอกู้เงินของรัฐบาลครั้งนี้เป็นการขอกู้เงินเช่นเดิมเหมือนเมื่อครั้งการขอกู้ที่ 1 ล้านล้านบาทที่มา พร้อมกับรายละเอียด 5 หน้าเหมือนเดิม ตารางกรอบวงเงินว่าจะใช้เงินไปในทิศทางใดบ้าง 1 หน้าเหมือนเดิม ยังคงเป็นการขอกู้แบบเช็คเปล่าเหมือนเดิม คือการไม่มีโครงการ รายละเอียด และเป้าหมาย รวมถึงผลสัมฤทธิ์ที่จะได้รับเหมือนเดิม ในครั้งที่ผ่านมาพอจะอนุโลมให้รัฐบาลได้เนื่องจากเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลอาจจะคิดโครงการไม่ทันจึงอนุโลมให้คิดโครงการไปพร้อมกู้เงินไป แต่พอมาถึงการกู้ 5 แสนล้านบาทในครั้งนี้รัฐบาลไม่มีข้อแก้ตัวแล้ว

 

ซึ่งหากรัฐบาลจะขอกู้เงินไปจัดซื้อครุภัณฑ์ โครงการก่อสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือฟื้นฟูชุมชนในการขุดหนอง ขุดสระ ขอให้รัฐบาลเปลี่ยนจากการกู้เงินมาเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม หรือว่างบกลางปีเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติจะเหมาะสมกว่า

 

ศิริกัญญากล่าวว่า ต่อให้มองในแง่ดีว่ารัฐบาลกู้เงินมาเพื่อแก้วิกฤตทางการคลังที่เกิดขึ้น เนื่องจากรัฐบาลอาจจะชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ไม่สามารถที่จะอ้างได้เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางคณะรัฐมนตรีได้เคยออกมาเปิดเผยรายละเอียดในการขอกู้เงิน 5 แสนล้านบาทในครั้งนี้ในมาตรา 6 ระบุว่า จะนำเงินกู้มาบริหารสภาพคล่อง แต่พอนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาปรากฏว่ามาตราดังกล่าวได้หายไป โดยทำแบบนี้ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่นำเงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ไปใช้เพื่อสภาพคล่องของรัฐบาล

 

ดังนั้นจึงขอร้องรัฐบาลว่าไม่ควรเอาแต่ปกปิดความผิดของตนอยู่อย่างนี้ โดยรัฐบาลอย่ากลัวต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้ประชาชนต้องเข้ามารับภาระที่เป็นความเสี่ยงของรัฐบาลแบบนี้ ซึ่งตามที่สมาชิกหลายท่านได้อธิบายว่านี่อาจจะเป็นการกู้เงินครั้งสุดท้ายของรัฐบาลถ้ายังไม่มีการแก้เพดาน GDP แต่ก็ต้องมาดูว่ารัฐบาลจะแก้กรอบวินัยการเงินการคลังอีกครั้งหรือไม่

 

ทั้งนี้พรรคก้าวไกลยังคงยืนยันในจุดยืนเดิมคือไม่สามารถที่จะอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้ เพราะว่าเป็นการกู้ที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศล่มจม เนื่องจากเราได้เห็นรัฐบาลทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“สำหรับแผนงานสาธารณสุขการเบิกจ่ายที่ล่าช้ารัฐบาลได้เคยเข้าไปดูปัญหาดังกล่าวหรือไม่ ว่าหน้างานติดปัญหาอย่างไร และควรที่จะเข้าไปแก้ไขระเบียบให้ผู้ปฏิบัติงานได้หรือไม่ ซึ่งหากรัฐบาลยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่าให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็ไม่เห็นความจำเป็นว่าประเทศไทยจะต้องมีนายกรัฐมนตรีไว้ทำไมหากท่านไม่กล้าที่จะตัดสินใจในเรื่องที่ยากๆ” ศิริกัญญากล่าว 

 

ศิริกัญญาระบุอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติการซื้อเครื่องช่วยหายใจและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งตามกรอบเวลาที่รัฐบาลวางไว้จะต้องมีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวได้ภายในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ล่วงเลยมาจนเดือนมิถุนายนแล้ว พึ่งจะเริ่มเบิกจ่ายการซื้ออุปกรณ์ได้ และการเบิกจ่ายยังไม่ถึง 5% ของงบประมาณที่มีอยู่

 

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศออกมาเรี่ยไรเงินบริจาคเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งถ้าประเทศไทยเรามีเครื่องช่วยหายใจ มีห้อง ICU มีห้องความดันติดลบมากกว่านี้ จะมีอีกกี่ชีวิตที่จะไม่ถูกพรากไปเพียงเพราะว่าการบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลว

 

ขณะที่ด้านเยียวยาก็ล้มเหลว ยิ่งรัฐบาลเยียวยาประชาชนก็ได้เงินน้อยลงไปเรื่อยๆ การระบาดที่หนักขึ้นประชาชนยิ่งได้เงินน้อยลง เช่น ล่าสุดทางเพจเราชนะ ประกาศมาตรการเยียวยาว่าประชาชนจะได้เงินเยียวยาอาทิตย์ละ 200 บาท 200 บาทไม่ควรที่จะเป็นเงินเยียวยา ควรที่จะเรียกว่าค่าขนมเด็กนักเรียนจะดีกว่า

 

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ถูกสั่งปิดจากผลกระทบจากในมาตรการต่างๆ ของรัฐทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ พวกเขาไม่สมควรที่จะได้รับเงินเยียวยา แต่พวกเขาควรที่จะได้รับเงินชดใช้ความเสียหายที่รัฐบาลเป็นผู้ก่อแต่ไม่กล้าที่จะรับผิดชอบ ในการสั่งปิดสถานประกอบการดังกล่าวมา 3 รอบแล้ว

 

ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าพรรคก้าวไกลจะคัดค้านในการกู้ทุกกรณีโดยการกู้เงินมาแก้ไขปัญหาประเทศก็สามารถเป็นไปได้ แต่หากรัฐบาลจะกู้เงินมาแล้วเศรษฐกิจของประเทศไม่ฟื้น ประเทศก็จะล่มแทน

 

“ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการเห็นประเทศมีอนาคต เราจะต้องมาร่วมกันขัดขวางเพื่อไม่ให้ พล.อ. ประยุทธ์มาผลาญเงินของประเทศ และยืนยันในฐานะที่เราเป็นผู้แทนนิติบัญญัติว่าถ้าประเทศไทยจะต้องกู้จะต้องเป็นการกู้เพื่อเอาชนะสงครามกับโควิด-19 ในวันนี้ผ่านการกระจายวัคซีน ถ้าประเทศไทยจะต้องกู้จะต้องเป็นการกู้เพื่อประคับประคองชีวิตของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนกับปัญหาเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับโควิด-19 เป็นการกู้เพื่อต่อลมหายใจของ SMEs เพราะเมื่อวิกฤตจบลงพวก SMEs นี่แหละจะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูประเทศ” ศิริกัญญากล่าว

 

ศิริกัญญากล่าวด้วยว่า ถ้าประเทศไทยจะต้องมีการกู้เพื่อโอบอุ้มผู้ที่เปราะบางที่สุดในประเทศไทย และเพื่อดูแลผู้สูงอายุ ถ้าประเทศไทยจะต้องกู้จะต้องเป็นการกู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยในอีก 20 ปีหรือ 30 ปีข้างหน้า ทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การขยายโครงข่ายไฟฟ้า ประปา และแหล่งน้ำ รวมถึงขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงชายขอบที่อยู่ห่างไกล เพื่อลูกหลานเรา สร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนได้ทันที

 

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าขอให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถอน พ.ร.ก. กู้เงินฯ ฉบับนี้ออกจากสภา โดยให้กลับไปทำมาใหม่ให้ถูกแบบของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม หรือถ้าไม่มากเกินกว่าที่จะร้องขอ คือขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออก หรือหากท่านรู้สึกว่าท่านได้ทำทุกอย่างเต็มที่ ทำทุกอย่างดีแล้ว แต่ผลลัพธ์มันยังไม่เปลี่ยน ผลลัพธ์ยังเป็นแบบเดิมอยู่ ปัญหาก็น่าจะอยู่ที่ท่านนายกฯ

 

“หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือให้ท่านยุบสภา แล้วกลับไปถามประชาชนอีกครั้ง ว่าประชาชนอยากที่จะให้ผู้ที่เข้ามากู้และใช้เงินเป็นใคร” ศิริกัญญากล่าวในที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post ศิริกัญญา ดาบสุดท้ายก้าวไกล อภิปรายงบกู้ 5 แสนล้าน ขอผู้แทนฯ ขวางเต็มที่ ไร้รายละเอียด อย่าให้รัฐบาลผลาญเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ โต้กลางสภา ยืนยันไม่โง่ไปกู้เงินเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด ขอให้เกียรติกันบ้าง ย้ำอดทนถึงที่สุด https://thestandard.co/emergency-loan-proposal-decided-090664-6/ Wed, 09 Jun 2021 14:37:13 +0000 https://thestandard.co/?p=498406 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (9 มิถุนายน) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมน […]

The post ประยุทธ์ โต้กลางสภา ยืนยันไม่โง่ไปกู้เงินเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด ขอให้เกียรติกันบ้าง ย้ำอดทนถึงที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (9 มิถุนายน) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลุกขึ้นตอบข้อซักถาม และการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในการพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 500,000 ล้านบาทว่า ตนให้ความสำคัญในระบบรัฐสภาและให้เกียรติท่านเสมอ แต่ทุกคนก็ต้องรู้ว่าการให้เกียรติจะต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน จากการฟังท่านสมาชิกอภิปรายทำให้สะท้อนใจโดยเห็นถึงการใช้คำพูดและการใช้วาจาต่างๆ ว่าควรจะเกิดขึ้นในสภาหรือไม่ ทั้งการฉีกกระดาษไม่สมควรที่จะทำ หากจะทำให้ไปทำข้างล่างสภาดีกว่า ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลงแต่ตนก็เคารพอยู่ดี

 

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวต่อว่า มาวันนี้ตนก็ต้องมาตอบคำถามเดิมๆ ฟังข้อมูลเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช 2565 หรือพระราชกำหนดฉุกเฉิน หรือแม้แต่ พ.ร.ก. กู้เงิน 500,000 ล้าน ก็อยากจะกราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชนว่าให้ติดตามด้วยว่าอันไหนที่ตอบไปแล้ว หรืออะไรที่ท่าน ส.ส. พูดออกมาว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่าดูถูกประชาชน

 

“สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในวันนี้จะต้องถามว่ามันจะสามารถจบได้หรือไม่ และหากไม่จบเมื่อไรก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อม งบประมาณของภาครัฐจัดเก็บไม่เพียงพองบเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่ที่จะอนุมัติเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วจะเบิกจ่ายได้อย่างง่าย ท่านไม่เคยทำหรือ ที่ท่านอยากให้เร็วแสดงว่าท่านไม่เคยทำ รัฐบาลทำงานด้วยความละเอียดเนื่องจากต้องมีการทบทวนโครงการต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยการที่ท่านก็กล่าวหาว่าผมทุจริต ก็ให้ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม แต่โชคดีว่าที่สภามีเอกสิทธิ์คุ้มครองถ้าท่านไปพูดข้างนอกแบบนี้ก็มีปัญหาเหมือนกัน พวกที่ชอบพูดข้างนอกก็ระวังด้วยแล้วกัน ในวันนี้ผมนำข้อเท็จจริงมาสู้กับท่าน ไม่ได้นำเรื่องบิดเบือนมาพูดกับท่าน ผมเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาแล้วว่า ผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือผม”

 

พล.อ. ประยุทธ์ยังกล่าวอีกกว่า “ท่านพูดแล้วพูดอีกคำเดิมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ GDP เรื่องหนี้สาธารณะ ผมก็ไม่สามารถที่จะโง่ไปกู้เงินให้เต็มเพดานเกินที่กฎหมายกำหนดที่ 60% ได้”

 

สำหรับประเด็นเรื่องของวัคซีนไม่ต้องกลัว อย่างไรก็แล้วแต่ยืนยันว่ารัฐบาลจัดหาให้ได้เสมอ โดยการสั่งซื้อวัคซีนของ Sinovac ที่รัฐบาลเคยสั่งซื้อไปก่อนหน้านี้ แล้วมาปัจจุบันไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากรนั้นเนื่องจากพิจารณาในขณะนั้นแล้วว่าเป็นวัคซีนที่จะต้องฉีดในประชาชนที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก แต่ขณะนี้ผลการทดสอบออกมาว่าสามารถฉีดได้ ซึ่งจากที่หลายฝ่ายเกรงว่าวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาจะไม่มีประสิทธิภาพนั้น ต้องย้อนกลับไปถามทุกท่านว่าดูข้อมูลมาจากที่ไหน เขาก็ออกมายืนยันกันแล้วว่ามีประสิทธิภาพกี่เปอร์เซ็นต์ ยี่ห้อใดก็ไม่สำคัญหาก อย. ภายในประเทศไม่ได้เป็นผู้รับรองมาตรฐาน ซึ่งหากท่านมองว่าวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาไม่มีประสิทธิภาพ ท่านก็มาช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา ช่วยหาวัคซีนมาให้สิ ติดต่อบริษัทใดได้บ้างบอกมาเลย หากนำเข้ามากันส่งเดชอนาคตจะกลายเป็นวัคซีนปลอมหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

พล.อ. ประยุทธ์ ยืนยันว่าทุกจังหวัดจะต้องได้รับวัคซีนในการฉีดครบถ้วนทั่วประเทศ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กระจายวัคซีน ซึ่งจะได้มากน้อยเท่าใดก็ต้องขึ้นอยู่กับประชากรภายในจังหวัดนั้น และหากพื้นที่ใดที่เป็นพื้นที่สีแดง ก็ต้องสมทบวัคซีนลงสู่พื้นที่เพื่อให้สามารถเปิดจังหวัดได้ เช่น การแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

 

ขณะเดียวกันรัฐบาลจะให้ความสำคัญในเรื่องของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้งบประมาณไปกว่า 3 หมื่นรายการ ปรับปรุงก่อสร้างโรงพยาบาลและสร้างศูนย์การแพทย์ไปกว่า 786 แห่ง เห็นอย่างนี้แล้วทำไมรัฐบาลถึงจะไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งทุกประเทศผู้นำโดนหมด แต่ไม่เห็นประเทศใดจะชิงชังกันเท่าประเทศไทยเลย

 

อย่างไรก็ตาม พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมได้อดทนถึงที่สุดแล้ว ทุกท่านก็จะรู้นิสัยผมอยู่ ผมเคารพและให้เกียรติท่านเสมอ ท่านก็ต้องรู้จักการให้เกียรติคนอื่นบ้าง ซึ่งบรรยากาศการประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ได้มีการด่านายกฯ ไล่นายกฯ ออกไปสักที มันใช่ที่หรือไม่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่รัฐสภาสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น เมื่อเช้านี้เอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวสู้คดีที่ข้างล่างรัฐสภา มันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยผมก็ไม่รู้” 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ประยุทธ์ โต้กลางสภา ยืนยันไม่โง่ไปกู้เงินเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด ขอให้เกียรติกันบ้าง ย้ำอดทนถึงที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>