นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นักธุรกิจอสังหาริมทรัพ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 13 Dec 2025 05:58:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 SCB EIC แนะผู้ประกอบการอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์รับมือ Oversupply ประเมินตลาดสำนักงาน-ค้าปลีกเผชิญอุปทานใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตราว่างยังสูงตลอดปี 2569 https://thestandard.co/scbeic-oversupply-real-estate-2026-outlook/ Sat, 13 Dec 2025 05:58:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1154251 SCB EIC แนะผู้ประกอบการอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์รับมือ Oversupply ประเมินตลาดสำนักงาน-ค้าปลีกเผชิญอุปทานใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตราว่างยังสูงตลอดปี 2569

ธุรกิจพื้นที่สำนักงานให้เช่าและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าปี […]

The post SCB EIC แนะผู้ประกอบการอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์รับมือ Oversupply ประเมินตลาดสำนักงาน-ค้าปลีกเผชิญอุปทานใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตราว่างยังสูงตลอดปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB EIC แนะผู้ประกอบการอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์รับมือ Oversupply ประเมินตลาดสำนักงาน-ค้าปลีกเผชิญอุปทานใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตราว่างยังสูงตลอดปี 2569

ธุรกิจพื้นที่สำนักงานให้เช่าและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าปี 2569 ยังฟื้นตัวได้จำกัดจากแรงกดดันของอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า และอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ที่ยังไม่คลี่คลาย

 

ตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่าในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว จากความต้องการพื้นที่เช่าของบริษัทต่างชาติที่มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง และสถานการณ์ Oversupply ที่ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะสั้น

  • อุปสงค์ตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่าในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว หรือขยายตัวเล็กน้อย ราว +0% ถึง +1%YOY ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยความต้องการพื้นที่เช่าจากบริษัทต่างชาติมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามการค้าจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้บริษัทที่ต้องการลงทุนในไทยส่วนหนึ่งอาจชะลอการลงทุน เพื่อรอดูความชัดเจน แม้ตัวเลขการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 จะยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีข้างหน้าที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำ และมีแผลเป็นทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ยังคงกดดันความต้องการพื้นที่เช่าจากบริษัทในประเทศ
  • อุปทานพื้นที่ให้เช่าใหม่ในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเล็กน้อย ราว +0.5% ถึง+1.5%YOY หลังจากที่เพิ่มขึ้นราว +5%YOY ในปี 2568 โดยผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอหรือระงับแผนการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่โครงการเปิดใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นโครงการขนาดใหญ่เกรด A และ A+ ทำเลใจกลางเมืองเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ที่ยังเพิ่มขึ้นในระดับที่มากกว่าอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ Oversupply ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะสั้น
    โดยคาดว่าอัตราการปล่อยเช่าในปี 2569 โดยเฉลี่ยของตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่าจะอยู่ที่ราว 78% ใกล้เคียงกับปี 2568 

 

ตลาดพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียงเล็กน้อย โดยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ Traffic นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน

  • อุปสงค์ตลาดพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย ราว +1.5% ถึง +2.5%YOY ใกล้เคียงกับในปีก่อนหน้า โดยภาคครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลาง-ล่างยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย จากแรงกดดันของเศรษฐกิจในประเทศที่ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้าและขยายตัวต่ำ ขณะที่ Traffic นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มชะลอตัวลงเล็กน้อย ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงการระมัดระวังการใช้จ่ายท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากสงครามการค้า
  • อุปทานพื้นที่ให้เช่าใหม่ปี 2569 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราว +3.5% ถึง +4.5%YOY หลังจากที่เพิ่มขึ้นราว +5%YOY ในปี 2568 โดยเป็นโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ Midtown และ Suburb เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ที่ยังเพิ่มขึ้นในระดับที่มากกว่าอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ Oversupply ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะสั้น เช่นเดียวกับตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่า โดยคาดว่าอัตราการปล่อยเช่าในปี 2569 โดยเฉลี่ยของตลาดพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าจะอยู่ที่ราว 92% ใกล้เคียงกับปี 2568

 

พื้นที่ใจกลางเมืองยังสามารถปรับอัตราค่าเช่าขึ้นได้ดีกว่ารอบนอก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่สามารถดึงดูดผู้เช่าใหม่ และ Traffic ได้ดี อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในกลุ่มรายใหญ่ด้วยกันก็ยังเป็นไปอย่างเข้มข้น 

  • อัตราค่าเช่าพื้นที่สำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว หรือขยายตัวเล็กน้อย ราว +0% ถึง +1%YOY จากการปรับขึ้นของกลุ่มเกรด A และ A+ เป็นหลัก ขณะที่อัตราค่าเช่าในกลุ่มเกรด B ยังมีแนวโน้มทรงตัว หรือหดตัวเล็กน้อยต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า เพื่อรักษาและดึงดูดความต้องการพื้นที่ให้เช่าที่มีจำกัด
  • อัตราค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย ราว +0.5% ถึง +1.5%YOY จากการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าของโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ใจกลางเมือง และกรุงเทพฯ ชั้นกลางที่ Traffic ยังหนาแน่นเป็นหลัก โดยการแข่งขันที่ยังคงสูงทำให้การปรับขึ้นยังทำได้อย่างจำกัด ขณะที่อัตราค่าเช่าของโครงการในพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯ ยังมีแนวโน้มทรงตัว 

 

ท่ามกลางปัจจัยกดดันและการแข่งขันที่ยังคงเข้มข้นในระยะต่อไป ผู้ประกอบการควรพิจารณาปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือดังนี้

  • ผู้ประกอบการรายใหญ่ 1. พัฒนาโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในทำเลที่มีการแข่งขัน หรือสถานการณ์ Oversupply รุนแรง 2. สร้างความแตกต่างของพื้นที่หรือโครงการ โดยการเพิ่มความหลากหลายของประเภทผู้เช่า หรือรูปแบบของพื้นที่เช่าในโครงการ 3. ยกระดับคุณภาพของพื้นที่หรือโครงการ 4. บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 5. ให้ความสำคัญกับเทรนด์ ESG โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการใหม่ให้ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเช่าพื้นที่ รวมถึงส่งผลต่อความสามารถในการปรับขึ้นของอัตราค่าเช่าตามมา
  • ผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก นอกจากการพัฒนาโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการสร้างความแตกต่างของโครงการ เช่น มีรูปแบบการทำสัญญาเช่าพื้นที่ที่ยืดหยุ่น หรือเน้นเจาะกลุ่มผู้เช่าพื้นที่เฉพาะกลุ่ม เป็นต้น 

 

อ่านต่อรายงานฉบับเต็มได้ที่:

https://www.scbeic.com/th/detail/product/Commercial-RE-121225

The post SCB EIC แนะผู้ประกอบการอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์รับมือ Oversupply ประเมินตลาดสำนักงาน-ค้าปลีกเผชิญอุปทานใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตราว่างยังสูงตลอดปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทุนจีนแห่ถอนลงทุน ‘สีหนุวิลล์’ ทิ้งซากตึกกว่า 500 แห่ง | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-22042024-3/ Mon, 22 Apr 2024 06:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=925300

เมืองสีหนุวิลล์ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลของกัมพูชา กำลังเ […]

The post ชมคลิป: ทุนจีนแห่ถอนลงทุน ‘สีหนุวิลล์’ ทิ้งซากตึกกว่า 500 แห่ง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมืองสีหนุวิลล์ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลของกัมพูชา กำลังเต็มไปด้วยอาคารร้างที่สร้างไม่เสร็จหลายร้อยแห่ง หลังบริษัทอสังหาริมทรัพย์จากจีนถอนทุนกลับในช่วงโควิดระบาดและยังไม่ฟื้นตัวกลับมา อนาคตเมืองแห่งนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ทุนจีนแห่ถอนลงทุน ‘สีหนุวิลล์’ ทิ้งซากตึกกว่า 500 แห่ง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักธุรกิจอสังหาเวียดนามเผชิญโทษประหารชีวิต หลังศาลตัดสินคดีฉ้อโกงมูลค่า 4 แสนล้านบาท https://thestandard.co/truong-my-lan-sentenced-death/ Fri, 12 Apr 2024 09:29:28 +0000 https://thestandard.co/?p=922341 นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เวียดนาม ถูกตัดสินโทษ ประหารชีวิต

สื่อทางการของเวียดนามรายงานว่า Truong My Lan นักธุรกิจด […]

The post นักธุรกิจอสังหาเวียดนามเผชิญโทษประหารชีวิต หลังศาลตัดสินคดีฉ้อโกงมูลค่า 4 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เวียดนาม ถูกตัดสินโทษ ประหารชีวิต

สื่อทางการของเวียดนามรายงานว่า Truong My Lan นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ ถูกศาลในนครโฮจิมินห์ตัดสินโทษประหารชีวิต ด้วยข้อหายักยอกทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นคดีฉ้อโกงทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

 

ศาลระบุในคำตัดสินว่า My Lan วัย 67 ปี ได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงและส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยไม่มีความเป็นไปได้ในการกู้คืนเงินที่สูญหาย การกระทำของเธอยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐ

 

My Lan ผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Van Thinh Phat Group ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานติดสินบน ยักยอกทรัพย์ และใช้อำนาจในทางที่ผิด หลังจากการพิจารณาคดีที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว โดย My Lan ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ทนายความของเธอยืนยันว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน

 

My Lan ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินจำนวน 304 ล้านล้านดองเวียดนาม (1.2 หมื่นล้านดอลลาร์) จากธนาคาร Saigon Joint Stock Commercial Bank (SCB) โดยใช้บริษัทนอมินีกว่า 1,000 แห่งในการกู้เงิน และจ่ายสินบนหลายล้านดอลลาร์ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง

 

นอกเหนือจาก My Lan แล้วยังมีผู้ต้องหาอีก 85 คนในคดีนี้ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางด้วย ทางการระบุว่า SCB ได้ปล่อยกู้มูลค่ากว่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท) ให้กับ Van Thinh Phat และบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ My Lan ระหว่างปี 2012-2022 คิดเป็น 93% ของยอดสินเชื่อทั้งหมดที่ธนาคารปล่อยออกมา SCB ถูกธนาคารกลางเข้าควบคุมกิจการหลังจาก My Lan ถูกจับกุม

 

ข้อกล่าวหาทุจริตต่อ My Lan ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งใหญ่โดยพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งส่งผลให้การอนุมัติโครงการของรัฐบาลล่าช้า และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

 

ในเดือนมีนาคม Vo Van Thuong ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเวียดนามหลังจากดำรงตำแหน่งเพียงปีเดียว จากเหตุ ‘การละเมิด’ และ ‘ข้อบกพร่อง’ ที่ไม่ระบุรายละเอียด ก่อนหน้านี้ Nguyen Xuan Phuc ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนหน้า Thuong ได้ลาออกในเดือนมกราคม 2566 ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญของรัฐบาลที่ส่งผลให้รองนายกรัฐมนตรีสองคนพ้นจากตำแหน่งเช่นกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลหลายร้อยคนถูกจับกุมจากการปราบปรามนี้

 

การที่รัฐบาลขยายขอบเขตการตรวจสอบมาถึงภาคเอกชนได้เพิ่มความไม่แน่นอนเข้าไปอีก การจับกุม My Lan ในปี 2565 ก่อให้เกิดการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการออกตราสารหนี้ภาคเอกชน 

 

ทั้งนี้ My Lan มาจากหนึ่งในครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดของเวียดนาม และเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต นับตั้งแต่เริ่มมีการปราบปราม

 

เวียดนามเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของบริษัทข้ามชาติที่กำลังกระจายฐานการผลิตออกจากจีน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐฯ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) ในปีที่แล้ว 

 

แต่การปราบปรามคอร์รัปชันกลับลดทอนเสน่ห์บางส่วนของเวียดนามลง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐลังเลที่จะอนุมัติใบอนุญาตและโครงการต่างๆ เพราะเกรงว่าจะถูกตรวจสอบ จนนำไปสู่สิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า ‘ภาวะอัมพาตของระบบราชการ’

 

อ้างอิง:

The post นักธุรกิจอสังหาเวียดนามเผชิญโทษประหารชีวิต หลังศาลตัดสินคดีฉ้อโกงมูลค่า 4 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ของเวียดนาม เศรษฐีอสังหายักยอกเงิน 4.3 แสนล้านบาท https://thestandard.co/vietnams-historic-fraud/ Sun, 03 Mar 2024 11:58:59 +0000 https://thestandard.co/?p=906728

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Truong My Lan เศรษฐินีด้า […]

The post ฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ของเวียดนาม เศรษฐีอสังหายักยอกเงิน 4.3 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Truong My Lan เศรษฐินีด้านอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนาม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงและคอร์รัปชัน คิดเป็นเงินมากถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 4.3 แสนล้านบาท 

 

เจ้าหน้าที่ของเวียดนามระบุว่า การฉ้อโกงครั้งนี้ดำเนินการโดยใช้บริษัทนอมินีจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเพื่อให้เพิกเฉยต่อการกระทำผิด ขณะเดียวกันก็ให้ธนาคารที่ Lan มีอำนาจควบคุมโดยผิดกฎหมาย ปล่อยเงินกู้ให้กับตัวเธอและพวกพ้อง คิดเป็นมูลค่ามากถึง 11% ของ GDP เวียดนามในปี 2022 (ราว 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์)



ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาล 24 คน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลความมั่นคงปลอดภัยของระบบธนาคาร ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนจาก Lan เพื่อปกปิดการกระทำผิด

 

Lan เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของเวียดนามที่ชื่อว่า Van Thinh Phat Group เตรียมที่จะขึ้นศาลเพื่อเริ่มต้นการพิจารณาคดีในวันที่ 5 มีนาคมนี้ และหากพบว่ากระทำความผิดจริงอาจได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิตหรือจำคุก 

 

คดีฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายคดีที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามจริงจังกับการปราบปรามการทุจริต คดีนี้สะท้อนถึงความท้าทายของประเทศกำลังพัฒนาอย่างเวียดนาม ขณะที่พยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกให้กับบริษัทต่างๆ อย่าง Apple Inc. และ Samsung Electronics Co. 

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถของรัฐบาลในการปกป้องระบบธนาคาร ตลาดพันธบัตร และเศรษฐกิจโดยรวม ท่ามกลางกระแสความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

Zachary Abuza ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในอาเซียนของ National War College กล่าวว่า “หน่วยงานตรวจสอบของรัฐบาลกำลังถูกกดดันอย่างหนัก พวกเขาปรับตัวไม่ทันกับการเติบโตของเศรษฐกิจ เงินมหาศาลหลั่งไหลเข้าประเทศ ขณะที่กำลังคนไม่เพียงพอ และคนทำงานยังได้รับเงินเดือนเพียงน้อยนิด”

 

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เวียดนามเป็นประเทศที่เติบโตร้อนแรงที่สุดในอาเซียน เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามามากกว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2023 เพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อนหน้า 

 

ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อปีของแรงงานในเวียดนามอยู่ที่ราว 4,000 ดอลลาร์ แต่จำนวนของชาวเวียดนามที่มีความมั่งคั่งมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 82% เป็นจำนวน 1,059 ราย ในระหว่างปี 2018-2022 จากข้อมูลของ Knight Frank Wealth Report 

 

หนึ่งในปัญหาสำคัญของเวียดนามคือเรื่องของความโปร่งใส สำนักข่าวต่างชาติอย่าง Bloomberg เข้าถึงข้อมูลได้อย่างจำกัด เช่น รายงานของตำรวจ และข้อมูลส่วนใหญ่มักจะถูกเผยแพร่ผ่านสื่อที่กำกับโดยรัฐบาล 

 

สำนักงานอัยการสูงสุดของเวียดนามได้ยื่นฟ้องประธานกรรมการของกลุ่มบริษัท Van Thinh Phat Group ในข้อหายักยอกเงินกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์จากธนาคาร Saigon Commercial Bank (SCB) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ถึงเดือนตุลาคม 2022 ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากกว่ามูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ในเวียดนาม

 

ล่าสุด อสังหาริมทรัพย์กว่า 700 หน่วยของ Van Thinh Phat Group ที่อยู่ระหว่างการขายถูกอายัดไว้โดยรัฐบาล และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 156 แห่งถูกควบคุมโดยรัฐบาลเช่นกัน รวมทั้งการอายัดทรัพย์สินหลายล้านดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นเงินสด รถหรู เรือยอชต์ และอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งอายัดเงินในธนาคารมูลค่ามากกว่า 1.8 ล้านล้านดอง 

 

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเร็วสุดต่อเศรษฐกิจเวียดนามคือความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อาจหดหายไป 

 

Nguyen Tri Hieu นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 3 แห่ง กล่าวว่า “นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดพันธบัตร”

 

ตามข้อมูลของสมาคมตลาดพันธบัตรเวียดนาม ปีนี้มีหุ้นกู้ภาคเอกชนที่จะต้องชำระคืนประมาณ 279.2 ล้านล้านดอง ซึ่งรวมถึงพันธบัตรอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 115.7 ล้านล้านดองด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้บริษัทหลายแห่งประสบปัญหาในการชำระหนี้

 

BMI หน่วยงานของ Fitch Solutions ระบุว่า อีกหนึ่งผลกระทบที่ต้องจับตาคือ การเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามที่อาจผิดไปจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม และการที่โครงการกว่า 1,200 แห่งหยุดชะงักจากปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนได้มากเท่ากับในอดีต 

 

อ้างอิง:

The post ฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ของเวียดนาม เศรษฐีอสังหายักยอกเงิน 4.3 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจเรื่องราวของ ‘อุษณา มหากิจศิริ’ กับบทบาทการเป็นผู้บริหารหญิง ท่ามกลางภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทายของไทย [PR NEWS] https://thestandard.co/ausana-mahagitsiri/ Mon, 24 Jul 2023 07:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=813570

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่อาณาจักรแห่งอสังหาริมทรัพย์ถูก […]

The post สำรวจเรื่องราวของ ‘อุษณา มหากิจศิริ’ กับบทบาทการเป็นผู้บริหารหญิง ท่ามกลางภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทายของไทย [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่อาณาจักรแห่งอสังหาริมทรัพย์ถูกมองว่าเป็นป้อมปราการที่มีแต่เพียงผู้ชายเท่านั้นที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูง

 

แต่แล้วภาพในวันวานกำลังเปลี่ยนไป เมื่อผู้หญิงได้เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ได้รับการยอมรับ และที่สำคัญที่สุดคือนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง

  

เรื่องนี้สะท้อนได้จากผู้หญิงที่กลายเป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยดำรงตำแหน่งมากกว่า 40% ของตำแหน่งเชิงพาณิชย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก

 

ประสบการณ์ที่ได้รับการต่อยอด

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่ ‘ผู้หญิง’ ได้ขึ้นมาเป็นแม่ทัพของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ คือเรื่องราวของ ‘อุษณา มหากิจศิริ’ ที่ตอนนี้รั้งตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA และควบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มที พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือ PMT และบริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อีกด้วย

 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ TTA มีเป้าหมายที่จะขยายโอกาสการลงทุนไปยังหลากหลายธุรกิจ นอกเหนือจากกลุ่มธุรกิจที่ได้เข้าไปลงทุนกว่า 5 กลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจชิปปิ้ง, น้ำมันและก๊าซ, อาหาร และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย 

 

โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ TTA เล็งเห็นถึงศึกยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยที่เริ่มส่งสัญญาณบวก 

 

การที่อุษณาได้เข้ามาบริหารธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การขนส่ง เคมีเกษตร และอาหารและเครื่องดื่ม กลายเป็นประสบการณ์สำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน

  

ด้วยการวางวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนสำหรับการบริหาร การสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้พนักงานดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ในการทำงาน และสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานคือ การมีทีมงานที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้

 

ตลอดจนปรัชญาในการปรับตัวและการวางแผนงานล่วงหน้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ทำให้อุษณาประสบความสำเร็จในการสำรวจภูมิทัศน์ที่ท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  

“การได้บริหารงานที่มีความหลากหลายถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะแต่ละธุรกิจสามารถสนับสนุนกันและกันได้ รวมทั้งยังนำประโยชน์มาให้แก่ลูกบ้านในกลุ่มของอสังหาได้เช่นกัน”

 

 

โอกาสทองของผู้หญิงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

 

อุษณามองว่า การเพิ่มขึ้นของผู้หญิงในบทบาทต่างๆ เป็นโอกาสทอง เพราะปัจจุบันผู้หญิงมีโอกาสในหลากหลายเวที มีความรู้ มีความสามารถ และมีโอกาสเข้าถึงที่มาของข้อมูลต่างๆ ได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการทำงาน ประกอบกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไปส่งผลให้เกิดเทรนด์ใหม่ๆ ต่อภาคธุรกิจทั่วโลก เศรษฐกิจได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผู้หญิงในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของนักลงทุน ผู้บริหารระดับสูง หรือเจ้าของกิจการ และสังคมก็เปิดรับบทบาทของผู้หญิงเพิ่มขึ้น

 

จากประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอสังหา อุษณาและทีมงานเห็นแนวโน้มว่าผู้หญิงเป็นผู้ตัดสินใจหลักในเลือกการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เพราะผู้หญิงมีความละเอียดอ่อน ใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการเลือกที่อยู่อาศัย และส่วนตัวอุษณาเองก็ได้นำมุมมองจากการที่ชอบใช้เวลาส่วนมากอยู่ที่บ้าน ใช้เวลากับครอบครัวที่เป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งมีหลายเพศ หลายวัย และมีกิจกรรมที่แตกต่างกัน แต่ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้ 

 

ฉะนั้น ฟังก์ชันของบ้านจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างมากในการพัฒนาที่อยู่อาศัย และด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้บริหารหญิงจึงได้นำประสบการณ์ตรงมาต่อยอดในการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

  

ด้วยเหตุนี้บริษัท The Nest Property ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาทั้งแนวสูงและแนวราบ รวมทั้งศักยภาพของทีมงานคุณภาพทุกๆ ฝ่าย จึงมีความยืดหยุ่นในการบริหารงานสูง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทั้งหมดคือ Sense of Ownership ที่จะได้ส่งมอบงานให้ลูกค้าตามไทม์ไลน์ที่กำหนดเอาไว้ และยังมีเวลาลงรายละเอียดเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด 

  

สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อดี เพราะการทำงานตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันแผนงานจะถูกเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้บริษัทได้ก้าวไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น เช่น โครงการแนวราบที่กำลังพัฒนาอยู่ จะมีฟังก์ชันที่มีความโดดเด่นแตกต่างกัน ไม่ได้มีรูปแบบเฉพาะที่คล้ายกันหรือตายตัวเสมอไป

 

 

มองหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

 

อุษณากล่าวว่า ในการพัฒนาโครงการอสังหาไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือบ้านเดี่ยว จะมองที่ศักยภาพของทำเลที่ตั้งเป็นหลัก โดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของพื้นที่ การคมนาคมโดยรอบ และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เช่น ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, โรงเรียน และโรงพยาบาลต่างๆ 

 

โดยจะลงรายละเอียดไปจนถึงการใช้ชีวิตของลูกค้า ทำงานหรือเรียนที่ไหน เดินทางอย่างไร สามารถซื้อข้าวของเครื่องใช้และอาหารจากที่ไหน ตลอดจนถึงมีไลฟ์สไตล์ในวันพักผ่อนอย่างไร

 

ซึ่งทีมงานจะต้องมองหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มใด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักลงทุน ผู้ปล่อยเช่า หรือลูกค้าที่อยู่อาศัยเอง จากนั้นจึงหาทำเลในเมืองที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงศึกษาข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลและองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจพัฒนาโครงการ

  

“สำหรับเรา ปัจจัยที่จะได้เปรียบในการแข่งขันคือ เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนไว้แต่ต้น การเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าทำให้เราสามารถเลือกทำเลที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนา และทำให้เราสามารถควบคุมต้นทุนที่ดินได้ดี นอกจากนี้ การศึกษาพฤติกรรมของลูกค้ายังทำให้เราสามารถนำมาพัฒนาออกแบบห้องชุดหรือบ้านให้สอดคล้องกับความต้องการหรือพฤติกรรมของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น”

  

ทั้งหมดนี้ทำให้สามารถนำเสนอบ้านหรือสินค้าที่มีราคาที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งบริเวณโดยรอบได้ ในคุณภาพที่เท่าเทียมกัน และการออกแบบที่ตรงใจลูกค้ามากกว่า ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุดจากโครงการ

  

สำหรับปีนี้ บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่บริหารอยู่คือ 125 Sathorn โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise และบ้าน ภายใต้บริษัท The Nest Property ชื่อแบรนด์ AERIE เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น และแบรนด์ AVIAN เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่เปิดตัวไป และจะมีอีก 3-5 โครงการที่จะทยอยเปิดตัวในช่วงปลายปี เพราะเห็นถึงศักยภาพของตลาดที่กำลังค่อยๆ ฟื้นฟูจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 

  

อุษณาย้ำว่า บริษัทโชคดีที่มีพาร์ตเนอร์ที่มีศักยภาพยอดเยี่ยม และมีประสบการณ์ในด้านอสังหาจากญี่ปุ่น ทั้งบริษัท คันเดน เรียลตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ KRD ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาของญี่ปุ่น ที่มั่นใจและเชื่อมั่นมาลงทุนกับบริษัทอย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ประมาณ 3-5 โครงการต่อปี  

 

 

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีทิศทางสดใส

 

สำหรับแรงบวกของอสังหาในช่วงปี 2566 คือการที่รัฐต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง สำหรับที่อยู่อาศัยมือ 1 และมือ 2 ที่มีระดับราคาซื้อ-ขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกินมูลค่า 3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท อีก 1 ปี (ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2566) ซึ่งแม้มีการลดหย่อนน้อยลงบางเงื่อนไขหากเทียบกับปี 2565 นั้น

  

อุษณามองว่า ในตลาดอสังหามี 2 กลุ่มที่ยังไปได้ดีคือ กลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพราะลูกค้ายังได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการของรัฐ และกลุ่มโครงการระดับพรีเมียมราคา 15-30 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีเพราะลูกค้ามีกำลังซื้อสูง 

 

และยังมองว่าลูกค้าภายในประเทศที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ให้ความสำคัญเป็นหลัก แต่บริษัทก็มีแผนที่จะขยายไปยังกลุ่มลูกค้าต่างประเทศแถบเอเชีย เนื่องจากพาร์ตเนอร์มีความแข็งแกร่งในด้านอสังหา ซึ่งจะเป็นตัวหนุนด้านการตลาดและฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น

  

โดยการเติบโตมองว่ามีปัจจัยบวกทั้งตลาดการท่องเที่ยวและการบริโภค ที่มองว่าจะทยอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจเปิดประเทศอย่างรวดเร็ว จึงส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้เพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ซื้อ เนื่องจากทิศทางตลาดอสังหาจะค่อยๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดระดับพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูง 

  

มุมมองของ ‘อุษณา มหากิจศิริ’ ซึ่งตอกย้ำด้วยประสบการณ์ในฐานะผู้บริหารหญิงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ได้สะท้อนว่า ขณะที่ตัวเธอเองและทีมงาน The Nest Property ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกและกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ได้ทำให้เพียงแต่อยู่รอดเท่านั้น แต่ยังเติบโตในภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทายของไทยอีกด้วย

 

อ้างอิง:

The post สำรวจเรื่องราวของ ‘อุษณา มหากิจศิริ’ กับบทบาทการเป็นผู้บริหารหญิง ท่ามกลางภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทายของไทย [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาวนักธุรกิจอสังหาฯ ร้องเรียน ถูกซี 9 ดีเอสไอข่มขืน พร้อมขู่เผยคลิปลับ ผ่านไป 1 ปี เพิ่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง https://thestandard.co/real-estate-agent-raped-dsi-threatens-to-reveal-secret-clips/ https://thestandard.co/real-estate-agent-raped-dsi-threatens-to-reveal-secret-clips/#respond Fri, 16 Feb 2018 06:41:47 +0000 https://thestandard.co/?p=70912

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 48 ปี พ […]

The post สาวนักธุรกิจอสังหาฯ ร้องเรียน ถูกซี 9 ดีเอสไอข่มขืน พร้อมขู่เผยคลิปลับ ผ่านไป 1 ปี เพิ่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 48 ปี พา น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหลานสาว พร้อมทนายความเดินทางเข้าขอความเป็นธรรมต่อกองปราบปราม โดยกล่าวหาว่าถูก พ.ต.ต. รายหนึ่งซึ่งเป็นข้าราชการระดับซี 9 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมทั้งข่มขู่จะนำภาพลับไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย

        

นายเอเปิดเผยว่า เมื่อปี 2559 พ.ต.ต. คนดังกล่าวได้แอดขอเป็นเพื่อนกับหลานสาวทางเฟซบุ๊ก หลานสาวจึงรับเป็นเพื่อนเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนกับญาติคนหนึ่ง

 

ต่อมาเขาพยายามตีสนิทกับหลานสาว และขอเดินทางร่วมทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งใน จังหวัดระยอง กับกลุ่มเพื่อนประมาณ 10 กว่าคน

 

เมื่อถึงวันดังกล่าว ปรากฏว่า พ.ต.ต. คนดังกล่าว ได้ขับรถยนต์มาถึงที่นัดหมายตั้งแต่ 10 โมงเช้า พร้อมทั้งนำพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ภาพใหญ่มาให้เป็นของขวัญ จากนั้นก็ออกอุบายจะนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปเก็บที่คอนโดฯ ของหลานสาว ซึ่งอยู่ในละแวกดังกล่าว

 

แต่เมื่อขึ้นไปถึงคอนโด พ.ต.ต. คนดังกล่าวกลับใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืน โดยขู่ว่ามีปืนอยู่ด้วย ระหว่างข่มขืนก็ได้ถ่ายคลิปไว้ หลังจากถูกข่มขืนหลานสาวก็ป่วยเป็นเวลา 3 วัน เพราะร่างกายและจิตใจบอบช้ำ ต่อมา พ.ต.ต. คนดังกล่าวได้โทรศัพท์มาข่มขู่เรียกเงินและขอมีเพศสัมพันธ์อีก หากไม่ยอมจะนำคลิปไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียและส่งให้ญาติๆ หลานสาวดู นอกจากนี้ทราบมาว่า พ.ต.ต. คนดังกล่าว ยังให้ภรรยาของตัวเองฟ้องร้องหลานสาวว่าเป็นชู้กับสามี โดยเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท

 

นายเอ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเรื่องหลานสาวตนเครียดมากจึงหนีไปต่างประเทศ แต่ก็ยังถูกแฮกเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊ก อีเมล และส่งข้อความมาเยาะเย้ยอยู่ตลอดเวลา กระทั่งหลานสาวทนไม่ไหว จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับดีเอสไอ ต้นสังกัด จนมีการตั้งกรรมการสอบสวนกันเอง ต่อมาเรื่องก็เงียบหายไป มาทราบภายหลังว่าคณะกรรมการของดีเอสไอสรุปผลสอบว่าเป็นความผิดเล็กน้อย มีบทลงโทษแค่ตัดเงินเดือน เดือนละ 1 พันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งตนเห็นว่าคำตัดสินดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับหลานสาว จึงให้ทนายฟ้องศาลจังหวัดพัทยากับ พ.ต.ต. คนดังกล่าว ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของศาล และจึงมาเข้าร้องเรียนตำรวจกองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรม

 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

 

ด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษชี้แจงว่า สาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายดังกล่าวได้เคยเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 แต่เนื่องจากผู้ถูกร้องเรียนเป็นข้าราชการระดับ 9 (เชี่ยวชาญ) ดังนั้นการพิจารณาดำเนินการทางวินัยจึงอยู่ในอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้รายงานไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อโปรดพิจารณา โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเมื่อเดือนเมษายน 2560

 

ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการรายดังกล่าวแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการ ส่วนที่ผู้เสียหายได้ไปใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาเองที่ศาลจังหวัดพัทยา และขอความเป็นธรรมต่อกองบังคับการปราบปราม ก็เป็นส่วนของคดีอาญาที่สามารถทำได้ อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งการสอบสวนในส่วนของความผิดทางวินัยเรื่องนี้ก็ต้องนำผลของคดีอาญามาประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งต้องทำความจริงให้ปรากฏและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อมีความคืบหน้าของผลการสอบสวนทางวินัยเป็นประการใดแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้แจ้งผลให้สาธารณชนทราบต่อไป

The post สาวนักธุรกิจอสังหาฯ ร้องเรียน ถูกซี 9 ดีเอสไอข่มขืน พร้อมขู่เผยคลิปลับ ผ่านไป 1 ปี เพิ่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/real-estate-agent-raped-dsi-threatens-to-reveal-secret-clips/feed/ 0