LIFE | TECH & GADGET – THE STANDARD https://thestandard.co/category/life/life-tech-gadget/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 30 Sep 2026 12:00:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Bose กลับมาทำหูฟังมีสายอีกครั้ง พร้อม Noise Cancelling https://thestandard.co/life/bose-wired-earbuds-noise-cancelling/ Wed, 30 Sep 2026 11:52:03 +0000 https://thestandard.co/life/bose-wired-earbuds-noise-cancelling/ ภาพหูฟังมีสาย Bose Noise Cancelling Wired Earbuds สีดำ

ในวันที่หูฟังไร้สายกลายเป็นของปกติ หูฟังมีสายกลับกำลังว […]

The post Bose กลับมาทำหูฟังมีสายอีกครั้ง พร้อม Noise Cancelling appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหูฟังมีสาย Bose Noise Cancelling Wired Earbuds สีดำ

ในวันที่หูฟังไร้สายกลายเป็นของปกติ หูฟังมีสายกลับกำลังวนกลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้ง ตั้งแต่กล้องดิจิทัล เครื่องเล่นแผ่นเสียง ไปจนถึง Wired Earbuds ที่นอกจากจะมีเสน่ห์ในแง่แฟชั่นและความ Nostalgia แล้ว ยังมีข้อดีอย่างเสียบแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้อง Pair Bluetooth ให้ยุ่งยาก แถมไม่ต้องคอยเช็กว่าหูฟังเหลือแบตเตอรี่เท่าไร

 

ภาพหูฟังมีสาย Bose Noise Cancelling Wired Earbuds สีดำ 1

 

ล่าสุด Bose เลยขอกลับมาเล่นตลาดนี้ด้วย Bose Noise Cancelling Wired Earbuds หูฟังมีสายรุ่นใหม่ของแบรนด์ในรอบกว่า 10 ปี แต่การมาครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Bose จะย้อนกลับไปทำหูฟังแบบเดิมทั้งหมด เพราะภายในยังใส่เทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยจากหูฟังยุคปัจจุบันเข้ามาด้วย

 

ตัวหูฟังเปลี่ยนมาใช้ USB-C จึงเสียบกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ได้โดยตรง ข้อดีคือมาพร้อมระบบ Noise Cancelling ที่เลือกได้ทั้ง Quiet Mode สำหรับตัดเสียงรอบข้าง และ Aware Mode สำหรับเวลาที่ต้องการได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว รวมถึงรองรับ Lossless Audio และมีข้อได้เปรียบของการเชื่อมต่อแบบมีสายอย่าง latency ต่ำ

 

ภาพหูฟังมีสาย Bose Noise Cancelling Wired Earbuds สีดำ 2

 

ที่น่าสนใจคือระบบ Noise Cancelling ไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่ในตัวหูฟัง เพราะรับพลังงานจากอุปกรณ์ที่เราเสียบอยู่โดยตรง

 

ภาพหูฟังมีสาย Bose Noise Cancelling Wired Earbuds สีดำ 3

 

ดีไซน์มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, White Smoke และ Dewdrop Mint สีพิเศษที่ Bose หยิบแรงบันดาลใจจากยุค 90s มาใช้แบบชัดเจน ราคาเปิดตัว 99 ดอลลาร์สหรัฐ ตอนนี้ในเว็บไซต์ sold out แล้วเรียบร้อย

 

 

The post Bose กลับมาทำหูฟังมีสายอีกครั้ง พร้อม Noise Cancelling appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beats 360 หูฟังครอบหูสำหรับสายออกกำลังกาย ที่ออกแบบมาให้รับมือกับเหงื่อได้ดีขึ้น https://thestandard.co/life/beats-360-workout-headphones/ Fri, 25 Sep 2026 08:31:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1259375 ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ

ช่วงหลังมานี้นอกจากหูฟังมีสายที่คนเริ่มฮิตกัน เรายังเห็ […]

The post Beats 360 หูฟังครอบหูสำหรับสายออกกำลังกาย ที่ออกแบบมาให้รับมือกับเหงื่อได้ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ

ช่วงหลังมานี้นอกจากหูฟังมีสายที่คนเริ่มฮิตกัน เรายังเห็นคนใส่หูฟังครอบหูในยิมมากขึ้นด้วย ตั้งแต่เล่นเวต เดินบนลู่วิ่ง ไปจนถึงใช้ระหว่างเดินทางไปทำงาน นั่งวินมอไซค์ แต่ข้อจำกัดที่เจอกันแทบทุกแบรนด์ก็คล้ายกัน คือยิ่งเป็นเบาะหนังหรือวัสดุนุ่มที่ใส่สบายมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องรับมือกับเหงื่อ ความร้อน และความอับชื้นมากขึ้นเท่านั้น

 

 

Beats ภายใต้แบรนด์ Apple เลยเลือกแก้โจทย์นี้ใน Beats 360 หูฟังรุ่นใหม่ด้วยระบบเบาะรองที่ถอดเปลี่ยนได้ ทั้งบริเวณครอบหูและส่วนที่สัมผัสกับศีรษะ ทำให้หูฟังคู่เดียวสามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ตามกิจกรรมมากขึ้น

 

ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ 1

 

เปลี่ยนเบาะตามวิธีใช้

 

Beats 360 มีเบาะให้เลือกสองรูปแบบหลัก

 

Performance Knit ใช้ผ้าทอที่เน้นการระบายอากาศ เหมาะกับวันที่อยากใส่ออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่มีเหงื่อ ขณะที่ตัวหูฟังได้รับมาตรฐานกันเหงื่อและละอองน้ำระดับ IPX4 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับหูฟัง Over-ear ของ Beats

 

อีกแบบคือ UltraPlush ที่เน้นสัมผัสนุ่มและความสบาย เหมาะกับการฟังเพลงระหว่างเดินทาง ทำงาน หรือใช้งานต่อเนื่องนานๆ มากกว่า

 

จุดที่เราว่าน่าสนใจไม่ใช่แค่เรื่องการเปลี่ยนสีให้เข้ากับลุค แต่คือการที่ชิ้นส่วนซึ่งสัมผัสกับเหงื่อโดยตรงสามารถถอดเปลี่ยนได้ แทนที่จะต้องใช้เบาะชุดเดียวตั้งแต่เข้ายิมจนถึงขึ้นเครื่องบิน

 

ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ 2

 

เสียงและ ANC ก็ถูกอัปเกรดตามไปด้วย

 

นอกจากเรื่องดีไซน์ Beats 360 ยังปรับระบบเสียงภายในใหม่ด้วยไดรเวอร์แบบ 3-Layer Diaphragm และแม่เหล็กนีโอไดเมียมคู่ โดย Beats ระบุว่าช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงและควบคุมย่านเบสได้ดีขึ้น

 

ระบบตัดเสียงรบกวนยังเป็นแบบ Adaptive ANC ที่ปรับตามสภาพแวดล้อม พร้อม Transparency Mode สำหรับวันที่ต้องการได้ยินเสียงรอบตัว โดย Beats ระบุว่าประสิทธิภาพด้านการลดเสียงรบกวนโดยรวมดีขึ้นจาก Beats Studio Pro

 

ตัวหูฟังยังรองรับ Personalized Spatial Audio with Dynamic Head Tracking สำหรับคอนเทนต์ที่รองรับ รวมถึงใช้ชุดไมโครโฟนหลายตัวร่วมกับการประมวลผลเพื่อลดเสียงรบกวนระหว่างการสนทนา

 

ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ 3ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ 4ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ 5

 

ใช้ได้ทั้ง iPhone และ Android

 

เรื่องแบตเตอรี่ Beats 360 ใช้งานได้สูงสุด 32 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมี Fast Fuel ที่ชาร์จประมาณ 5 นาทีเพื่อใช้งานต่อได้อีกช่วงหนึ่ง

 

การเชื่อมต่อยังคงรองรับทั้ง iOS และ Android ไม่ได้ผูกกับระบบของ Apple อย่างเดียว พร้อมฟีเจอร์ช่วยจับคู่ ค้นหาอุปกรณ์ และใช้งานผู้ช่วยเสียงตามแต่ละแพลตฟอร์ม

 

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Beats 360 อาจไม่ใช่เรื่องเสียงหรือ ANC เพราะในระดับราคานี้คู่แข่งแทบทุกแบรนด์ต่างก็จริงจังกับสองเรื่องนี้อยู่แล้ว

 

แต่สิ่งที่ Beats หยิบมาคิดใหม่คือรายละเอียดเล็กๆ ของการใช้งานจริง โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากใช้หูฟังเดียวทั้งในยิม ระหว่างเดินทาง และในชีวิตประจำวัน

 

การทำให้ส่วนที่สัมผัสเหงื่อมากที่สุดสามารถถอดเปลี่ยนได้ จึงดูเป็นไอเดียที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ก็เป็นสิ่งที่หูฟังแบบครอบหูหลายรุ่นยังไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก

 

สำหรับในประเทศไทย Beats 360 วางจำหน่ายในราคา 10,900 บาท ส่วน Beats 360 Cushion Kit สำหรับเปลี่ยนเบาะรองหูและส่วนรองศีรษะมีราคา 1,790 บาท โดยสามารถสั่งซื้อได้ผ่าน Apple Store และช่องทางออนไลน์ของ Apple

 

ภาพ: Apple

 

ภาพหูฟัง Beats 360 แบบครอบหูสีดำ 6

The post Beats 360 หูฟังครอบหูสำหรับสายออกกำลังกาย ที่ออกแบบมาให้รับมือกับเหงื่อได้ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีวิว iPhone 18 Pro Max มีอะไรใหม่ และฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังไงบ้าง? https://thestandard.co/life/iphone-18-pro-max-review/ Mon, 21 Sep 2026 07:48:17 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1257588 ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง

ถ้าย้อนกลับไปตอนที่เราเปลี่ยนจาก iPhone รุ่น Pro มาใช้ […]

The post รีวิว iPhone 18 Pro Max มีอะไรใหม่ และฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังไงบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง

ถ้าย้อนกลับไปตอนที่เราเปลี่ยนจาก iPhone รุ่น Pro มาใช้ Pro Max สิ่งที่รู้สึกได้ชัดที่สุดไม่ใช่เรื่องความแรงหรือกล้อง แต่เป็นเรื่องง่ายๆ อย่างหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น มองอะไรได้เต็มตากว่าเดิม และแบตเตอรี่ที่ทำให้เราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกโดยไม่ต้องคอยมองหา Power Bank บ่อยเหมือนก่อน

 

 
 

พอมาปีนี้ iPhone 18 Pro Max ก็มีของใหม่เพิ่มเข้ามาหลายอย่าง ตั้งแต่กล้องที่ปรับรูรับแสงได้, Pro Controls, ชิป A20 Pro, ระบบระบายความร้อนใหม่ ไปจนถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

 

แต่ในวันที่ สมาร์ทโฟนเร็ว แรง และมีกล้องที่ดีมากอยู่แล้ว ขณะที่ตัวเลขต่างๆ ก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นแทบทุกปี เมื่อ iPhone เดินทางมาถึงรุ่นที่ 18 สิ่งที่เราสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่า มีอะไรใหม่ แต่คือของใหม่เหล่านี้ ทำให้ชีวิตประจำวันของเราดีขึ้นหรือสะดวกขึ้นตรงไหนบ้าง และ หลังจากลองใช้จริง นี่คือสิ่งที่เราเจอ

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 1

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 2

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 3

 

กล้องที่ให้เราเลือกได้มากขึ้น

 

ของใหม่ที่น่าสนใจที่สุดของ iPhone 18 Pro Max น่าจะเป็นกล้องหลัก Fusion Main 48MP ที่มาพร้อม Variable Aperture หรือรูรับแสงแบบปรับได้เป็นครั้งแรกบน iPhone ภายในใช้ใบเบลด 6 ชิ้น และเปิดให้เลือกรูรับแสงได้ทั้งหมด 4 ค่า

 

ความน่าสนใจจึงไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพของภาพ แต่คือการควบคุม Depth of Field หรือระยะชัดลึก ได้มากขึ้น เช่น

 

  • ถ่าย Portrait สามารถใช้รูรับแสงกว้างเพื่อแยกคนออกจากฉากหลัง
  • ถ่ายรูปกลุ่ม เลือกรูรับแสงแคบลงเพื่อให้คนหลายระยะอยู่ในโฟกัสมากขึ้น
  • ถ่ายอาหารหรือสิ่งของ เลือกได้ว่าอยากแยก Subject ออกจาก Background มากน้อยแค่ไหน
  • ในสภาพแสงน้อย รูรับแสงกว้างช่วยให้กล้องรับแสงได้มากขึ้น

 

ถ้าไม่ได้เล่นกล้อง คำว่า Aperture อาจฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่มันทำให้เราควบคุม Depth of Field หรือระยะชัดลึก ของภาพมากขึ้น เช่น ถ่าย Portrait แล้วอยากแยกคนออกจากฉากหลังมากขึ้น ถ่ายรูปกลุ่มแล้วอยากให้คนหลายระยะยังคงชัด หรือถ่ายอาหารและสิ่งของแล้วอยากเลือกเองว่าฉากหลังควรละลายมากน้อยแค่ไหน ส่วนในสภาพแสงน้อย การเปิดรูรับแสงกว้างก็ช่วยให้กล้องรับแสงได้มากขึ้น

 

ที่ผ่านมา Computational Photography ของ iPhone จัดการเรื่องเหล่านี้ให้เราเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ iPhone 18 Pro และ Pro Max เปิดโอกาสให้เราควบคุมภาพเองได้มากขึ้น

 

และ Variable Aperture ก็ไม่ได้ทำงานอยู่โดดๆ เพราะ Apple ยังปรับกระบวนการประมวลผลภาพใหม่ รวมถึง Photographic Styles ยังเพิ่มทางเลือกในการปรับ Texture และ Grain ทำให้การเลือกลุคของภาพไม่ได้จบแค่เรื่องสี แต่รวมถึงผิวสัมผัสและอารมณ์ของภาพด้วย เช่น เลือก Soft Skin เพื่อให้ผิวดูนุ่มขึ้น หรือเพิ่ม Grain เพื่อให้ภาพมีเม็ดเกรนและบรรยากาศใกล้เคียงภาพฟิล์มมากขึ้น ส่วนฝั่งวิดีโอก็สามารถใส่ Cinematic Effect หลังถ่ายเสร็จได้สูงสุด 60 fps รวมถึงถ่าย 4K Dolby Vision ในโหมด Time-lapse ได้แล้วด้วย

 

นั่นหมายความว่าภาพถ่ายของเราจะขยับเข้าไปใกล้ระดับโปรเฟสชั่นนัลยิ่งขึ้น สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น สามารถสร้างภาพที่ครีเอทีฟสูงๆ ได้เลย

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 4

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 5

 

Pro Controls เมื่ออยากคุมภาพเองมากกว่าเดิม

 

อีกของใหม่ที่มาคู่กับ Variable Aperture คือ Pro Controls ซึ่งนำการตั้งค่าหลายอย่างที่คนใช้กล้องคุ้นเคยเข้ามาไว้ในแอป Camera โดยตรง ทั้ง Aperture, Shutter Speed, White Balance รวมถึง Histogram สำหรับดูระดับแสงของภาพ

 

  • Aperture
  • Shutter Speed
  • White Balance
  • พร้อมเรียกดู Histogram เพื่อเช็กการกระจายระดับแสงในภาพ

 

รูรับแสงใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตั้งค่ากล้องเองทุกครั้ง เพราะ iPhone สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพแสงและระยะชัดลึกได้โดยอัตโนมัติ ส่วนคนที่อยากกำหนดภาพด้วยตัวเองมากขึ้น ก็สามารถเลือกควบคุมผ่าน Pro Controls ได้เช่นกัน

 

จากที่ลองใช้ เรามองว่า Pro Controls ไม่ได้เข้ามาแทน Auto แต่เป็นเหมือน อีกขั้นหนึ่งที่เปิดให้เข้าไปเล่นเมื่อเราอยากตั้งใจถ่ายภาพมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นวิธีใช้งานที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่มากกว่า

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 6

 

แบตเตอรี่จุใจ จนเราไม่ต้องคิดถึงการชาร์จระหว่างวัน

 

อีกเรื่องที่น่าจะส่งผลกับชีวิตประจำวันมากกว่าการเพิ่มสเปกหลายอย่างรวมกัน นั่นคือ แบตเตอรี่ เมื่อ Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro Max สามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 43 ชั่วโมง และเป็น iPhone รุ่น Pro ที่มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนหนึ่งเกิดจากประสิทธิภาพของ A20 Pro และการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ภายในเครื่อง

 

การชาร์จก็เร็วขึ้นเช่นกัน โดยการเสียบสายเพียง 5 นาที สามารถให้พลังงานสำหรับการเล่นวิดีโอได้ประมาณ 7 ชั่วโมง ในขณะที่การชาร์จถึง 50% ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ดังนั้น หากคุณเป็นคนใช้งานมือถือกับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเปิด Google map, แชตคุยกับเพื่อนและตอบเรื่องงาน, ทำงาน, เช็กโซเชียลมีเดีย, ดู Youtube, เปิด 5G ถ่ายภาพและวิดีโอตลอดวัน เราต้องการแบตฯ ที่ใช้งานได้ทั้งวัน หรืออย่างน้อย การชาร์จแบตฯ ที่เต็มไว หรือแค่ 5 นาทีก็นำไปใช้ต่อได้อย่างอุ่นใจ ก็ถือเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดแล้ว

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 7

 

แรงขึ้น ใช้งานได้นาน ลื่นไหลยิ่งขึ้น

 

ภายใน iPhone 18 Pro Max คือ A20 Pro ชิปที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร พร้อม CPU 6-core, GPU 7-core และ Neural Engine แบบคู่ รวม 32-core สำหรับรองรับการประมวลผล AI บนอุปกรณ์และ Computational Photography ที่หนักขึ้น แต่ในชีวิตประจำวัน ความเร็วอาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่สุด เพราะ iPhone รุ่น Pro หลายรุ่นที่ผ่านมาก็เร็วมากพอสำหรับงานทั่วไปอยู่แล้ว

 

สิ่งที่น่าสนใจกว่าจึงเป็น Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ Apple เพิ่มพื้นที่ผิวขึ้น 3 เท่าจากรุ่นก่อน พร้อมปรับโครงสร้างภายในให้ A20 Pro เชื่อมต่อกับระบบระบายความร้อนได้โดยตรง ซึ่ง Apple ระบุว่าช่วยเพิ่ม Sustained Performance หรือประสิทธิภาพเมื่อต้องทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 40% ทำให้การใช้โทรศัพท์ที่หนักต่อเนื่องกัน เช่น ถ่ายวิดีโอ 4K, ใช้กล้องกลางแดด, เปิด Maps และ 5G เป็นเวลานาน, เล่นเกม หรือตัดต่อวิดีโอนั้นลื่นไหลเร็วยิ่งขึ้น

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 8

 

เรื่องเล็กๆ ที่อาจทำให้ใช้ทุกวันง่ายขึ้น

 

เราชอบ iPhone 18 Pro Max ตรงที่ Dynamic Island เล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่บนหน้าจอ และสามารถแสดง Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 กิจกรรม เช่น ติดตามรถที่เรียกไว้ / จับเวลา / ดูสถานะกิจกรรมอื่นโดยไม่ต้องเปิดแต่ละแอปขึ้นมา (เพราะอย่างที่บอกหลายๆ ครั้งเรามักทำหลายๆ พร้อมกัน)

 

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับคนทำภาพคือ Apple Reference Image เมื่อเปิดโหมด Reference กล้องจะเก็บข้อมูลภาพที่มีการรับรองจากเซ็นเซอร์ไว้สำหรับสร้างภาพอ้างอิง เปรียบได้กับเนกาทีฟดิจิทัลที่สามารถเปิดดูคู่กับภาพหลักในแอป Photos เพื่อสังเกตว่าภาพถูกครอป ปรับสี หรือเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่กล้องบันทึกไว้อย่างไร จึงเป็นอีกเครื่องมือสำหรับคนที่ต้องการแสดงที่มาของภาพและความแตกต่างระหว่างภาพอ้างอิงกับภาพที่นำไปใช้งาน

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 9

Apple Reference Image

 

รีวิวจากการใช้งานจริง

 

หลังจากได้ลองลองใช้ iPhone 18 Pro Max สิ่งที่เราใช้เวลาลองมากที่สุดยังคงเป็นกล้อง โดยเฉพาะ Variable Aperture ที่ครั้งนี้เปิดให้เลือกควบคุมรูรับแสงได้มากขึ้น ความต่างจะเห็นง่ายขึ้นเมื่อเราตั้งใจถ่ายและนำภาพมาเทียบกัน เช่น Portrait ที่ต้องการแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง หรือภาพอาหาร และตอนกลางคืนในที่แสงน้อยที่ต้องบาลานซ์ระหว่างแสงกับระยะชัด

 

  • ส่วน Pro Controls อย่าง Shutter Speed, White Balance และ Histogram ทำให้การถ่ายสนุกขึ้นสำหรับคนที่อยากคุมภาพเอง แต่ในชีวิตประจำวัน Auto ก็ยังเป็นโหมดที่หยิบขึ้นมาใช้ได้เร็วและง่ายกว่า
  • ขณะที่ Dynamic Island ที่เล็กลง มองเห็นความต่างชัดเมื่อเอาเครื่องไปวางเทียบกับ iPhone 17 Pro Max แต่พอใช้จริงตลอดวัน ต้องยอมรับว่า เราไม่ได้รู้สึกว่าต่างจากเดิมมากนัก มากกว่าเป็นการทำให้พื้นที่ด้านบนของหน้าจอดูสะอาดขึ้น
  • แต่สิ่งที่เรากลับรู้สึกถึงความต่างได้ชัดกว่า คือ แบตเตอรี่และความร้อน เราลองใช้ 1 ตามวันปกติ ออกจากบ้านตอน 12.00 น. ด้วยแบตเตอรี่ 100% ใช้งานทั้งถ่ายรูป เล่นโซเชียล ตอบข้อความ ฟังเพลง และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้เรื่อยๆ โดยไม่ได้ชาร์จเพิ่ม ก่อนกลับถึงบ้านประมาณ 21.00 น. แบตเตอรี่ยังเหลือ 49% แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ Battery Test ที่ควบคุมทุกตัวแปร แต่ในฐานะการใช้งานจริงหนึ่งวัน ถือว่าเป็นตัวเลขที่ทำให้เราแทบไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จระหว่างวัน
  • อีกเรื่องที่สังเกตได้ชัดคือเครื่อง ร้อนน้อยกว่า iPhone 17 Pro Max แม้จะใส่เคสตลอด เครื่องยังมีอุ่นขึ้นเวลาใช้กล้องหรือใช้งานต่อเนื่องตามปกติ แต่ก็ร้อนไม่เท่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในการอัปเกรดที่ดูไม่หวือหวาบนหน้าสเปก แต่กลับรู้สึกได้ค่อนข้างชัดเมื่อใช้จริงในแต่ละวัน

 

Good for….

 

iPhone 18 Pro Max น่าจะเหมาะกับคนที่อยากได้ iPhone รุ่นใหญ่ที่จบในเครื่องเดียว โดยเฉพาะคนที่ใช้กล้องเยอะ อยากลอง Variable Aperture และ Pro Controls หรือให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวๆ ตลอดวัน

 

สำหรับคนที่ใช้ iPhone 14 หรือ 15 Series อยู่ การขยับมารุ่นนี้จะมีหลายอย่างให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงมากกว่าแค่ความแรง ตั้งแต่กล้อง แบตเตอรี่ ไปจนถึงการจัดการความร้อน แต่ถ้าใช้รุ่น Pro เจเนอเรชันใหม่กว่านั้นอยู่แล้ว เหตุผลในการเปลี่ยนอาจขึ้นอยู่กับว่า Variable Aperture, แบตเตอรี่ และกล้องที่ควบคุมได้มากขึ้น สำคัญกับวิธีใช้โทรศัพท์ของคุณแค่ไหน

 

ส่วนถ้าใครไม่ได้สนใจรูปทรงจอพับของ iPhone Duo และยังชอบโทรศัพท์ทรงเดิมที่ได้กล้องและแบตเตอรี่แบบเต็มที่สุดในไลน์ Pro ตอนนี้ iPhone 18 Pro Max ก็คือทางเลือกนั้น

 

iPhone 18 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Burgundy, Glacier, Silver และ Black ความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ราคาเริ่มต้น 52,900 บาท และเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว

The post รีวิว iPhone 18 Pro Max มีอะไรใหม่ และฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังไงบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
iPhone Duo มาแล้ว! การรอคอยของคนอยากได้ iPhone จอพับ ที่อาจเปลี่ยนวิธีใช้มือถือในทุกวัน https://thestandard.co/life/iphone-duo-foldable-change-usage/ Thu, 10 Sep 2026 04:21:17 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1253054 ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 19

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้กับงานเปิดตัวครั้งใหญ่ของ Apple […]

The post iPhone Duo มาแล้ว! การรอคอยของคนอยากได้ iPhone จอพับ ที่อาจเปลี่ยนวิธีใช้มือถือในทุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 19

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้กับงานเปิดตัวครั้งใหญ่ของ Apple ที่หนึ่งในพระเอกของงานคงหนีไม่พ้น iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ Apple ที่หลายคนตั้งตารอกันมานาน หลังจากปล่อยให้ฝั่ง Android เดินหน้าในตลาดจอพับมาหลายปี แน่นอนว่าครั้งนี้ Apple ใส่ของใหม่มาไม่น้อย ตั้งแต่หน้าจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว ชิป A20 Pro กล้องหลัก 48MP ไปจนถึงบานพับที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่สำหรับ iPhone โดยเฉพาะ

 

แต่สิ่งที่เราว่าน่าสนใจกว่าคือ iPhone Duo อาจกำลังเปลี่ยนวิธีที่เราใช้โทรศัพท์ในชีวิตประจำวัน เพราะทุกวันนี้โทรศัพท์หนึ่งเครื่องทำหน้าที่แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ตอบแชต ทำงาน ประชุม เปิดแผนที่ จองโรงแรม ดูซีรีส์ ไปจนถึงแต่งรูป แต่ข้อจำกัดหนึ่งที่อยู่กับเรามาตลอดคือพื้นที่หน้าจอ ซึ่งทำให้หลายครั้งเราต้องสลับแอปไปมา หรือสุดท้ายก็ต้องหยิบแท็บเล็ตและโน้ตบุ๊กขึ้นมาแทน

 

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 10

 

iPhone Duo พยายามแก้เรื่องนี้แบบตรงไปตรงมา เวลาปิดเครื่อง หน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้วยังทำหน้าที่เหมือน iPhone ทั่วไป แต่เมื่อกางออกจะกลายเป็นพื้นที่ 7.6 นิ้วที่ใหญ่กว่า iPhone 18 Pro Max ราว 50% และที่สำคัญคือสามารถเปิดสองแอปพร้อมกันแบบ Split View ได้เป็นครั้งแรกบน iPhone

 

นั่นหมายความว่าเราอาจเปิดแผนที่ไปพร้อมกับอ่านข้อความร้านอาหาร เปิด Slack ข้าง Safari ระหว่างทำงานนอกออฟฟิศ หรือเปิด Safari สองหน้าต่างเพื่อเทียบโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน โดยไม่ต้องสลับหน้าจอกลับไปกลับมา

 

ความสะดวกยังเกิดจาก ‘การพับ’ ในเรื่องเล็กกว่านั้นด้วย เช่น วางเครื่องบนโต๊ะเพื่อ FaceTime แบบไม่ต้องถือ ตั้งถ่าย Time-lapse โดยไม่ต้องหาขาตั้ง หรือใช้ StandBy เป็นนาฬิกา ปฏิทิน และหน้าจอ Widget แม้ไม่ได้เสียบชาร์จ ส่วนการมีจอสองด้านก็ทำให้คนที่กำลังถูกถ่ายเห็นตัวเองผ่าน Duo Preview ได้ หรือจะใช้กล้องหลัง 48MP ถ่าย Selfie พร้อมดูเฟรมจากหน้าจอด้านนอกก็ได้ สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้ฟังดูหวือหวาเท่าคำว่า ‘iPhone จอพับ’ แต่กลับเป็นรายละเอียดที่มีโอกาสถูกใช้จริงในชีวิตประจำวันมากกว่า

 

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 11

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 12

 

แน่นอนว่าสเปกยังสำคัญ โดยเฉพาะกับมือถือจอพับรุ่นแรกของ Apple ตั้งแต่บานพับที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น ตัวเครื่อง Grade 5 Titanium หน้าจอด้านในที่ออกแบบโครงสร้างหลายชั้น ไปจนถึงชิป A20 Pro และระบบแบตเตอรี่สองฝั่ง เพราะสุดท้ายแล้วเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังให้การเปิด พับ ตั้ง และใช้งานสองหน้าจอกลายเป็นเรื่องที่เราไม่ต้องคิดถึงมัน

 

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 13

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 14

 

หลายปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนพยายามทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นด้วยกล้องที่ดีขึ้น ชิปที่เร็วขึ้น และล่าสุดคือ AI ที่ช่วยทำหลายอย่างแทนเรา แต่ iPhone Duo กำลังเสนอความสะดวกในอีกแบบ นั่นคือ แทนที่จะให้เราปรับวิธีใช้ชีวิตเข้ากับหน้าจอ โทรศัพท์กลับเป็นฝ่ายปรับรูปร่างให้เข้ากับสิ่งที่เรากำลังทำ

 

iPhone Duo มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Star White และ Night Sky พร้อมความจุ 4 ตัวเลือก

 

256GB ราคา 79,900 บาท

 

512GB ราคา 87,900 บาท

 

1TB ราคา 103,900 บาท

 

2TB ราคา 127,900 บาท

 

โดยจะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในไทยวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 19.00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2026

 

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 15

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 16

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 17

ภาพ iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับของ Apple แสดงการใช้งาน 18

 

สำหรับคนที่รอ iPhone จอพับมานาน นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่น่าสนใจกว่าการได้เห็นโลโก้ Apple อยู่บนโทรศัพท์ที่พับได้เสียอีก

 

ใครสนใจ iPhone Duo สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Apple Thailand

 

ภาพ: Apple

 

The post iPhone Duo มาแล้ว! การรอคอยของคนอยากได้ iPhone จอพับ ที่อาจเปลี่ยนวิธีใช้มือถือในทุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] https://thestandard.co/life/porsche-cayenne-coupe-electric-thailand-launch/ Fri, 28 Aug 2026 13:00:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1247748 Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS]

ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมจัดงาน Haus of Porsche: Cayenne […]

The post Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS]

ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมจัดงาน Haus of Porsche: Cayenne Edition ระหว่างวันที่ 5–9 กันยายน 2569 ณ Das Haus BKK เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของคาเยนน์ หนึ่งในยนตรกรรมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของปอร์เช่ โดยวันที่ 5 กันยายนจะเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดของผู้ขับคาเยนน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมงานตั้งแต่วันที่ 6–9 กันยายน

ดูภาพข่าว 

ไฮไลต์ของวันที่ 5 กันยายน นอกจากการเผยโฉม Cayenne Coupé Electric เป็นครั้งแรกในประเทศไทยแล้ว ยังมีนิทรรศการที่รวบรวมคาเยนน์ครบทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน เคียงข้างปอร์เช่ 911 เพื่อพาย้อนดูวิวัฒนาการตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และความอเนกประสงค์ที่ทำให้คาเยนน์กลายเป็น ‘The Porsche among SUVs’ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยคอนเสิร์ตจาก Season Five ท่ามกลางการรวมตัวของคอมมูนิตี้ผู้ขับคาเยนน์จากทั่วประเทศ

 

ส่วนวันที่ 6-9 กันยายน งานจะเปิดให้เจ้าของรถและผู้ที่ชื่นชอบปอร์เช่เข้ามาสัมผัสคาเยนน์อย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมทดลองขับคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ และคาเยนน์ อิเล็กทริค รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านการแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง และการจัดแสดงรถยนต์ Porsche Approved Pre-Owned โดยแต่ละวันมีกิจกรรมที่ต่างกัน ได้แก่

 

6 กันยายน 2569 รวมตัวคนรักการปั่นจักรยาน พร้อมพูดคุยเรื่องการดูแล ฝึก และเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยง โดย บุ๊ค-วฤทธิ ต่อเทียนชัย เจ้าของช่อง ‘บุ๊ค บอก ต่อ’

 

7 กันยายน 2569 เปิดมุมมองเรื่องการเงิน การลงทุน และการวางแผนสร้างความมั่งคั่งระยะยาวสำหรับครอบครัว

 

8 กันยายน 2569 กิจกรรม Play with Passion กับ ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และโปรชุ้ง-อรรณพ ตั้งกมลประเสริฐ นักกอล์ฟชื่อดังและผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดเรื่องการพัฒนาทักษะกอล์ฟ

 

9 กันยายน 2569 กิจกรรม Morning Pilates ชวนเคลื่อนไหว ผ่อนคลาย และสร้างสมดุลให้ร่างกายและจิตใจในช่วงเช้า

 

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและลงทะเบียนร่วมงาน Haus of Porsche: Cayenne Edition ได้ที่ https://th.servicehub.porsche.com/webpage/page/hausofporsche-landingpage

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Facebook: Porsche Thailand และ Instagram: @porsche.thailand

 

Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS]

The post Porsche เตรียมเผยโฉม Cayenne Coupé Electric ครั้งแรกในไทย 5 ก.ย. นี้ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leica SL3-P กล้องฟูลเฟรมเรือธงรุ่นใหม่ ที่จริงจังทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ https://thestandard.co/life/leica-sl3p-full-frame-camera/ Thu, 13 Aug 2026 03:58:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1241323 กล้อง Leica SL3-P สีดำ วางอยู่บนพื้นผิวเรียบ

นี่อาจเป็นกล้องตัวโปรดตัวล่าสุดของใครหลายคน!   Lei […]

The post Leica SL3-P กล้องฟูลเฟรมเรือธงรุ่นใหม่ ที่จริงจังทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้อง Leica SL3-P สีดำ วางอยู่บนพื้นผิวเรียบ

นี่อาจเป็นกล้องตัวโปรดตัวล่าสุดของใครหลายคน!

 

Leica SL3-P กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมเรือธงรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน โดยถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งช่างภาพและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานภาพนิ่งและวิดีโอด้วยกล้องตัวเดียว

 

หัวใจของ Leica SL3-P คือเซนเซอร์ Full Frame ความละเอียด 44.9 ล้านพิกเซล ให้ Dynamic Range สูงสุด 14 Stops พร้อมระบบ Hybrid Autofocus ที่ผสาน Phase Detection, Object Detection และ Contrast Detection เพื่อช่วยให้โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น รองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 40 ภาพต่อวินาที และมีโหมด 176 MP Multishot สำหรับงานที่ต้องการรายละเอียดของภาพสูงเป็นพิเศษ

 

ด้านวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด 8K รวมถึง 8.1K Open Gate ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์นำฟุตเทจไปครอปและปรับอัตราส่วนสำหรับแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ยืดหยุ่นขึ้น พร้อม HDMI RAW 8K Open Gate, Apple ProRes สูงสุด 5.8K และ LUT ภายในกล้องอย่าง Leica Pure และ Leica Cine เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่พร้อมขยับจากงานภาพนิ่งสู่งานวิดีโอระดับมืออาชีพได้อย่างเต็มตัว

 

ตัวกล้องมาในบอดี้ Full Metal สีดำสไตล์มินิมอลตามแบบฉบับ Leica พร้อมมาตรฐาน IP54 สำหรับป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ และยังรองรับ Content Credentials ตามมาตรฐาน Content Authenticity Initiative (CAI) เพื่อช่วยยืนยันที่มาและความถูกต้องของไฟล์ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากขึ้นในยุคที่ภาพจาก AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกคอนเทนต์

 

Leica SL3-P สนนราคาเริ่มต้นที่ 231,000 บาท เฉพาะตัวกล้อง สามารถทดลองใช้งานและหาซื้อได้ที่ Leica Store Siam Paragon ชั้น 2 และ BIG Camera ทุกสาขา

 

ภาพ: Leica

The post Leica SL3-P กล้องฟูลเฟรมเรือธงรุ่นใหม่ ที่จริงจังทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกของคนรักษ์โลกแบบค่อยเป็นค่อยไป https://thestandard.co/life/gwm-ora-5-hev-suv/ Thu, 06 Aug 2026 07:16:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1237133 รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก

ความยั่งยืนเริ่มต้นจากตัวเรา แค่เลือกรับผิดชอบต่อสิ่งแว […]

The post GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกของคนรักษ์โลกแบบค่อยเป็นค่อยไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก

ความยั่งยืนเริ่มต้นจากตัวเรา แค่เลือกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในแบบที่เราทำได้ ก็เพียงพอแล้ว

 

การดูแลโลกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสมอไป แค่การเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละวัน ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะกับการ ‘การเดินทาง’ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนกรุงอย่างเราใช้พลังงานแทบทุกวัน

 

Eco-Curious ตอนนี้ เราจะพาไปสำรวจอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทางยุคใหม่กับ ‘GWM ORA 5 HEV SUV’ รถยนต์ไฮบริดที่ผสานข้อดีของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอบโจทย์คนที่อยากเริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนทีละก้าว

 

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 1

 

What is ‘HEV’?

 

HEV หรือ Hybrid Electric Vehicle คือรถยนต์ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเลือกใช้แหล่งพลังงานที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์โดยอัตโนมัติ เพื่อให้การใช้พลังงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ขับขี่จึงไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เพราะแบตเตอรี่จะได้รับพลังงานกลับจากเครื่องยนต์และระบบ Regenerative Braking หรือการนำพลังงานที่เกิดขึ้นระหว่างการชะลอความเร็วและการเบรกกลับมาเก็บไว้ใช้ใหม่

 

สำหรับ GWM ORA 5 HEV SUV รถรุ่นนี้ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘All Scenarios, All Powertrains, All Users’ ที่มองว่าผู้ใช้งานแต่ละคนมีรูปแบบการเดินทางแตกต่างกัน จึงควรมีตัวเลือกด้านพลังงานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด หรือปลั๊กอินไฮบริด

 

นอกจากระบบขับเคลื่อนไฮบริดแล้ว ORA 5 HEV SUV ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น ระบบช่วยเตือนและช่วยเบรกด้านหน้าและด้านหลัง ระบบปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้หลายโหมด รวมถึงหน้าจอสำหรับควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถ ขณะที่บริการหลังการขายของ GWM ก็ครอบคลุมทั้งศูนย์บริการทั่วประเทศ ทีมช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

 

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 2

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 3

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 4

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 5

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 6

 

How sustainable is it?

 

แม้ HEV จะยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือ การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานในทุกการเดินทาง ทุกครั้งที่ผู้ขับชะลอความเร็วหรือเหยียบเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่ปกติสูญเสียไปให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ก่อนนำกลับมาใช้ช่วยขับเคลื่อนรถในจังหวะที่เหมาะสม ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลงในบางช่วง ลดการใช้เชื้อเพลิง และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

 

GWM ซึ่งเป็นผู้นำเขารถรุ่นนี้ มองว่า ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เริ่มต้นได้จากการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละคน ดังที่ตัวแทนของแบรนด์กล่าวไว้ว่า

 

“การรักษ์โลกไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตจนเราลำบาก แค่เลือกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในแบบที่เราทำได้ ก็เพียงพอแล้ว”

 

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของรถยนต์ไฮบริด ที่ไม่ได้พยายามแทนที่รถยนต์ทุกประเภท แต่ทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากเริ่มใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

“รถที่ดีไม่ใช่รถที่พาเราไปถึงจุดหมายได้เร็วที่สุด แต่ต้องเป็นรถที่จัดสรรพลังงานได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ และยังมีรถให้ใช้ในวันพรุ่งนี้ต่อไป”

 

ความยั่งยืนอาจไม่ได้หมายถึงการเลือกเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดเสมอไป แต่คือการเลือกสิ่งที่เหมาะกับวิถีชีวิตของเรา และสามารถทำได้จริงในทุกวัน เพราะแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็อาจสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกในระยะยาวได้เช่นกัน

 

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 7

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 8

รถยนต์ GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกการเดินทางเพื่อคนรักษ์โลก 9

 

ใครที่สนใจอยากไปลองขับ ORA 5 HEV SUV ตัวจริง สามารถเชิญชมที่โชว์รูมรถทุกสาขา หรือคลิกไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gwm.co.th/th/models/ora-5-hev 

 

The post GWM ORA 5 HEV SUV ทางเลือกของคนรักษ์โลกแบบค่อยเป็นค่อยไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Garmin CIRQA คืออะไร? Smart Band รุ่นแรกของ Garmin ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน https://thestandard.co/life/garmin-cirqa-smart-band-no-subscription/ Thu, 23 Jul 2026 05:14:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1233993 ภาพ Garmin CIRQA Smart Band อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอ

Garmin เปิดตัว Garmin CIRQA อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ (W […]

The post Garmin CIRQA คืออะไร? Smart Band รุ่นแรกของ Garmin ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Garmin CIRQA Smart Band อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอ

Garmin เปิดตัว Garmin CIRQA อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ (Wearable) รุ่นใหม่ที่หลายคนอาจมองเผินๆ ว่าเป็น Smart Band ทั่วไป แต่จริงๆ แล้ว CIRQA คือผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ของ Garmin ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เน้นการเป็นสมาร์ตวอทช์สำหรับดูข้อความหรือแจ้งเตือน

 

 
 

จุดเด่นสำคัญของ CIRQA คือการเป็น Smart Band รุ่นแรกของ Garmin ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกแบบรายเดือน ผ่านแอป Garmin Connect (ยกเว้นบางฟีเจอร์ที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับการใช้งาน Connect+) ซึ่งแตกต่างจากอุปกรณ์ติดตามสุขภาพบางแบรนด์ที่มีระบบ Subscription สำหรับปลดล็อกข้อมูลเชิงลึก

 

Garmin CIRQA คืออะไร?

 

Garmin CIRQA เป็น Screen-free Smart Band หรืออุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอ ตัวเครื่องไม่มีการแสดงผล ไม่มีการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ และไม่มีแอปให้เล่นบนข้อมือ

 

แนวคิดของ Garmin คือให้อุปกรณ์ทำหน้าที่เก็บข้อมูลสุขภาพอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ผู้ใช้ใช้ชีวิตตามปกติ ก่อนซิงก์ข้อมูลเข้าสู่แอป Garmin Connect เพื่อดูสถิติ วิเคราะห์แนวโน้ม และติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในภายหลัง

 

ภาพ Garmin CIRQA Smart Band อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอ 1

 

Garmin CIRQA ทำอะไรได้บ้าง?

 

แม้จะไม่มีหน้าจอ แต่ CIRQA ยังคงติดตามข้อมูลสุขภาพที่ผู้ใช้ Garmin คุ้นเคยได้อย่างครบถ้วน ได้แก่

 

  • อัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง
  • Heart Rate Variability (HRV)
  • Body Battery
  • Sleep Score และคุณภาพการนอน
  • ระดับความเครียด (Stress)
  • ค่า Pulse Ox
  • อุณหภูมิผิว (Skin Temperature)
  • จำนวนก้าว แคลอรี และกิจกรรมประจำวัน

 

นอกจากนี้ยังรองรับกิจกรรมออกกำลังกายมากกว่า 80 ประเภท พร้อมข้อมูลด้านการฟื้นตัว เช่น Training Readiness, Recovery Time และ VO₂ Max ผ่านระบบ Garmin Connect

 

ภาพ Garmin CIRQA Smart Band อุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอ 2

 

Garmin CIRQA ต่างจาก Garmin Forerunner หรือ Fenix อย่างไร?

 

หลายคนอาจเข้าใจว่า CIRQA เป็นนาฬิกา Garmin รุ่นใหม่ แต่จริงๆ แล้วอุปกรณ์ทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละวัตถุประสงค์

 

สมาร์ตวอทช์อย่าง Forerunner หรือ Fenix เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูข้อมูลระหว่างออกกำลังกาย เช่น Pace, Heart Rate, ระยะทาง หรือแผนที่แบบเรียลไทม์

 

ส่วน Garmin CIRQA เน้นการติดตามสุขภาพระยะยาวมากกว่า ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคอยมองหน้าจอระหว่างวัน เพราะข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในแอป เพื่อใช้วิเคราะห์ภาพรวมของสุขภาพในภายหลัง

 

Garmin CIRQA เหมาะกับใคร?

 

Garmin CIRQA เหมาะกับผู้ที่อยากติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวัน มากกว่าการใช้งานในฐานะสมาร์ตวอทช์ เช่น คนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอน ระดับความเครียด การฟื้นตัวของร่างกาย และพลังงานในแต่ละวัน โดยไม่ต้องมีภาระค่าสมาชิกรายเดือน

 

รวมถึงกลุ่มที่ใช้งานอุปกรณ์ของ Garmin อยู่แล้ว โดยเฉพาะสายออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา แต่อยากได้ ‘ตัวเสริม’ ที่เพื่อติดตามสุขภาพ ไม่มีหน้าจอ น้ำหนักเบา ใส่นอนได้สบาย และเชื่อมั่นในแบรนด์ Garmin นี่ก็จะเป็น Ecosystem ที่ตอบโจทย์มาก

 

Garmin CIRQA สนนราคา 6,990 บาท มี 7 สีให้เลือก ได้แก่ Citron Gray, Mauve, French Gray, Dark Olive, Captain Blue, French Blue และสีดำ วางขาย 13 สิงหาคม 2569

 

ภาพ: Garmin

The post Garmin CIRQA คืออะไร? Smart Band รุ่นแรกของ Garmin ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
LG ARTCOOL AI: ทำไมเครื่องปรับอากาศถึงช่วยยกระดับความสุขในบ้านได้มากกว่าที่คิด https://thestandard.co/life/lg-artcool-ai-home-comfort/ Mon, 11 May 2026 07:30:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1202695 เครื่องปรับอากาศ LG ARTCOOL AI สีดำดีไซน์กระจกเงา แสดงถึงความหรูหราและนวัตกรรม

ทำไมบางวันที่กลับบ้านถึงรู้สึกสบายใจโดยไม่รู้เหตุผล ทำไ […]

The post LG ARTCOOL AI: ทำไมเครื่องปรับอากาศถึงช่วยยกระดับความสุขในบ้านได้มากกว่าที่คิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่องปรับอากาศ LG ARTCOOL AI สีดำดีไซน์กระจกเงา แสดงถึงความหรูหราและนวัตกรรม

ทำไมบางวันที่กลับบ้านถึงรู้สึกสบายใจโดยไม่รู้เหตุผล ทำไมบางคืนที่นอนหลับถึงพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม ส่วนหนึ่งของความรู้สึกนี้มาจากสิ่งใกล้ตัวที่เราหลายคนมองข้ามไป นั่นคือเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ที่ควบคุมทั้งอุณหภูมิ ความเย็นสบาย ความชื้น และคุณภาพอากาศที่เราหายใจอยู่ทุกวัน

 

นอกเหนือจากสภาพอากาศแล้ว เครื่องปรับอากาศยังเติมเต็มการอยู่อาศัยให้รื่นรมย์ได้ในอีกหลายมิติ เห็นได้จาก LG ARTCOOL AI ที่สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องปรับอากาศสามารถยกระดับความสุขในการอยู่อาศัยได้ ทั้งในแบบที่มองเห็นและในแบบที่รู้สึกได้โดยไม่รู้ตัว

 

เครื่องปรับอากาศ LG ARTCOOL AI สีดำดีไซน์กระจกเงา แสดงถึงความหรูหราและนวัตกรรม 1

 

เมื่อความสุขสะท้อนผ่านดีไซน์

 

ของทุกชิ้นในบ้านล้วนมีส่วนสร้างบรรยากาศของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสีของผนัง พื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ หรือแสงที่ตกกระทบในแต่ละมุม เมื่อทุกอย่างอยู่ในที่ของมันอย่างกลมกลืน ความรู้สึกสบายใจก็เกิดขึ้นเองโดยปริยาย

 

LG ARTCOOL AI เข้าใจถึงความสำคัญของการออกแบบ จึงยกระดับเครื่องปรับอากาศให้เป็นหัวใจสำคัญของความงามในบ้าน โดดเด่นด้วยนวัตกรรมดีไซน์ Mirror Design พื้นผิวกระจกเงาสีดำล้ำสมัย ที่มอบสัมผัสแห่งความเรียบหรู เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศให้กลายเป็นไอเทมตกแต่งชิ้นเอก ที่พร้อมสะท้อนความสมบูรณ์แบบให้กับห้องสไตล์โมเดิร์นและลักชัวรีของคุณ

 

สัมผัสความสุขแห่งการพักผ่อน ผ่านบรรยากาศที่เข้าใจ

 

ความรู้สึกอึดอัดหรือผ่อนคลาย มักถูกกำหนดด้วยมิติของสภาพอากาศที่เราอาจไม่ทันสังเกต ทั้งระดับอุณหภูมิ ความชื้น และมวลอากาศ เครื่องปรับอากาศที่ดีจึงต้องทำได้มากกว่าการให้ความเย็น แต่ต้องเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขในทุกตารางนิ้ว

 

LG ARTCOOL AI คือบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องปรับอากาศที่ดี สามารถเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านได้ ด้วยระบบ Perfect Comfort AI ที่อ่านสภาพแวดล้อมในห้องอย่างต่อเนื่องและปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ ตอบสนองฉับไวด้วยระบบ Window Open Detection ที่รับรู้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหัน พร้อมรักษาสภาวะที่ผ่อนคลายที่สุดด้วย Comfort Humidity Control ที่ควบคุมระดับความชื้นอย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์ความสบายที่เหนือกว่า เพื่อให้ทุกโมเมนต์ในบ้านคือการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

เครื่องปรับอากาศ LG ARTCOOL AI สีดำดีไซน์กระจกเงา แสดงถึงความหรูหราและนวัตกรรม 2

 

ความสุขที่เริ่มต้นจากการสูดลมหายใจได้เต็มปอด

 

อากาศในบ้านคือสิ่งที่เราสัมผัสอยู่ตลอดเวลา และคุณภาพของมันก็ส่งผลต่อทั้งสุขภาพและความรู้สึก เครื่องปรับอากาศจึงเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ทำให้อากาศสะอาดและปลอดภัย LG ARTCOOL AI มีระบบ Total Air Care ระบบอากาศสะอาดที่เริ่มต้นจาก Pre-Filter ซึ่งกรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่และ PM2.5 ออกไปก่อน ต่อด้วย Plasmaster Ionizer++ ที่เข้ามาจัดการในระดับที่ลึกกว่า ด้วยการกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเทคนิคนี้ผ่านมาตรฐานรับรองจาก Intertek และ TUV Rheinland

 

และเพื่อให้เครื่องปรับอากาศสะอาดอยู่เสมอ จึงมาพร้อมระบบ Auto Cleaning และ Freeze Cleaning ที่ทำความสะอาดภายในเครื่องอัตโนมัติหลังการใช้งานทุกครั้ง ช่วยให้มั่นใจว่าอากาศที่ปล่อยออกมาในบ้านทุกครั้งนั้นสะอาดจริง

 

ความสุขที่แท้จริง คือความผ่อนคลายที่ไร้ความกังวล

 

คงยากที่จะดื่มด่ำกับความสุขในบ้านได้อย่างเต็มที่หากเงินในกระเป๋าต้องหายวับไปกับค่าไฟในบ้านที่บานปลาย หรือการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความกังวลเล็กๆ เหล่านี้บั่นทอนความสุขในบ้านได้มากกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นการใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและเชื่อถือได้ในระยะยาว คือการคืนความอุ่นใจให้ชีวิตในบ้าน

 

LG ARTCOOL AI มาพร้อม DUAL Inverter Compressor ที่ทำความเย็นได้เร็วและเงียบกว่า ส่วนความกังวลเรื่องความทนทานในระยะยาว ก็คลายลงด้วยการรับประกันตัวเครื่อง แผงคอยล์ถึง 5 ปี และคอมเพรสเซอร์ 10 ปี แถมประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว พร้อมฟังก์ชัน kW Manager ที่สามารถกำหนดการใช้พลังงานบนแอป LG ThinQ สำหรับติดตามการใช้ไฟแบบ real-time โดยไม่ต้องลุ้นผลค่าไฟปลายเดือนเพื่อให้บ้านวันนี้และวันข้างหน้าคือพื้นที่ที่เราวางใจเสมอ 

 

เครื่องปรับอากาศ LG ARTCOOL AI สีดำดีไซน์กระจกเงา แสดงถึงความหรูหราและนวัตกรรม 3

 

ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไม เครื่องปรับอากาศจึงมีความหมายกับบ้านมากกว่าที่เราคิด เพราะแอร์ที่ดีไม่ได้ทำหน้าที่แค่สร้างความเย็น แต่คือผู้ช่วยคนสำคัญที่คอยดูแลทั้ง บรรยากาศให้รื่นรมย์ คุณภาพอากาศให้บริสุทธิ์ และเติมเต็มความสบายใจ ในทุกมิติของการใช้ชีวิต

 

และเมื่อสิ่งที่เราต้องใกล้ชิดและสัมผัสอยู่ทุกวันอย่าง LG ARTCOOL AI สามารถทำหน้าที่ดูแลคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ความสุขในบ้านก็พร้อมเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายในทุกวัน

The post LG ARTCOOL AI: ทำไมเครื่องปรับอากาศถึงช่วยยกระดับความสุขในบ้านได้มากกว่าที่คิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? https://thestandard.co/life/fitbit-air-whoop/ Fri, 08 May 2026 04:01:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1204983 ลง web / fb / ig

ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม […]

The post Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลง web / fb / ig

ที่ผ่านมา Whoop ถือเป็นเจ้าตลาดของ wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่นักกีฬาและคนรักสุขภาพจริงจังใช้กันมาหลายปี จุดขายคือวัดละเอียด ข้อมูลลึก แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ครบครันก็ต้องจ่ายค่า subscription รายปีประมาณหกพันบาท

 

 
 

ล่าสุด Google เปิดตัว Fitbit Air มาแข่งตรงๆ ในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง เป็น wearable สุขภาพแบบไม่มีหน้าจอเหมือนกัน คำถามคือ แล้วมันต่างกันยังไง และแบบไหนจะเหมาะกับเรามากกว่า?

 

ราคาที่ต่างกันอย่างชัดเจน

 

Fitbit Air ราคา $99.99 จ่ายครั้งเดียว แล้วฟีเจอร์หลักส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้เลย ทั้ง heart rate, sleep tracking, SpO2 และข้อมูลสุขภาพพื้นฐานอื่นๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ถ้าอยากได้ Google Health Coach ที่ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และแนะนำเพิ่มเติม ก็จ่ายเพิ่ม $9.99 ต่อเดือน ซึ่งซื้อแล้วได้ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน ถ้าชอบก็ไปต่อ ถ้าไม่อินก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

 

ลง web / fb / ig 1

 

ส่วน Whoop 5.0 ไม่มีราคาตัวเครื่อง แต่ต้องสมัคร subscription ก่อนถึงจะได้อุปกรณ์มา แพ็กเกจถูกสุดชื่อ Whoop One อยู่ที่ $199 ต่อปี แต่ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ครบหรืออุปกรณ์รุ่น MG ที่มี ECG ราคาอยู่ที่ $359 ต่อปี และที่สำคัญถ้าหยุดจ่าย subscription ฟีเจอร์หลักของอุปกรณ์ก็จะใช้งานต่อไม่ได้แบบเต็มรูปแบบ

 

เมื่อเทียบการใช้งาน 3 ปี ค่าใช้จ่ายของ Fitbit Air จะถูกกว่าการใช้แพ็กเกจเริ่มต้นของ Whoop ค่อนข้างมาก และยิ่งต่างชัดขึ้นเมื่อเทียบกับแพ็กเกจระดับสูงของ Whoop

 

ลง web / fb / ig 2

 

ใครลึกกว่า ใครฉลาดกว่า

 

ทั้งสองตัววัดข้อมูลสุขภาพพื้นฐานได้ใกล้เคียงกัน ทั้ง heart rate ตลอดวัน, sleep stages, SpO2, HRV และ skin temperature แต่แนวทางการใช้ข้อมูลนั้นต่างกันพอสมควร

 

Whoop 5.0 เก็บข้อมูล biometric ถี่มาก และมีจุดเด่นด้านการวิเคราะห์ recovery กับ performance ที่ละเอียดกว่า โดยเฉพาะ Strain และ Recovery score ที่ช่วยบอกว่าวันนี้ร่างกายพร้อมรับภาระได้แค่ไหน และฟื้นตัวแล้วหรือยัง

 

ส่วน Fitbit Air ใช้ Gemini AI มาช่วยอ่านและอธิบายข้อมูลผ่าน Google Health Coach ซึ่งพูดคุยได้เหมือนถามเพื่อน พูดให้เข้าใจง่ายคือ Whoop ให้ข้อมูลที่ลึกและละเอียดกว่า แต่ Fitbit Air พยายามทำให้ข้อมูลสุขภาพเหล่านั้นเข้าใจง่ายกว่า

 

ลง web / fb / ig 3

 

การใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

Whoop 5.0 อยู่ได้ประมาณ 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วน Fitbit Air อยู่ได้ประมาณ 7 วัน ทั้งสองตัวถูกออกแบบมาให้ใส่สบายและเบากว่าสมาร์ทวอชทั่วไปมาก โดยเฉพาะเวลานอนหรือใส่ติดตัวทั้งวัน

 

ด้านการกันน้ำ ทั้งคู่สามารถใส่ออกกำลังกายหรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย แต่ Fitbit Air ดูจะเหมาะกับสายว่ายน้ำมากกว่าเล็กน้อย

 

แล้วใครเหมาะกับแบบไหน?

 

อันที่จริงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องและตายตัว Whoop จะเหมาะกับคนที่ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ต้องการข้อมูลที่ละเอียดที่สุดเท่าที่ wearable device จะให้ได้ และไม่มีปัญหากับค่าสมาชิกรายปี

 

ส่วนคนที่ไม่ได้ต้องการข้อมูลระดับนักกีฬาโปร แค่อยากรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้นสักนิด และไม่อยากผูกตัวเองกับค่าสมาชิกรายปี Fitbit Air น่าจะเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า

 

 

 

The post Fitbit Air กับ Whoop ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Scandinavian Summer House: จุดพักใจกลางมอเตอร์โชว์ นิยามใหม่ของความมีระดับจาก Volvo [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/scandinavian-summer-house/ Tue, 31 Mar 2026 10:50:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1192287 บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์

ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์และเสียงอึกทึกของเทคโนโลยีที่ขับเค […]

The post Scandinavian Summer House: จุดพักใจกลางมอเตอร์โชว์ นิยามใหม่ของความมีระดับจาก Volvo [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์

ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์และเสียงอึกทึกของเทคโนโลยีที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พื้นที่ของ Volvo กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ด้วยความสดชื่นจากป่าสน และโอบกอดของดอกไม้นานาพันธุ์ จังหวะชีวิตที่เคยดำเนินอย่างรวดเร็วก็กลับช้าลง

 

ปีนี้ Volvo ไม่ได้มาเพียงจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ แต่เลือกสร้าง “Oasis” ใจกลางฮอลล์จัดแสดง ภายใต้แนวคิด “Scandinavian Summer House” พื้นที่ที่นิยามความหรูหราใหม่ผ่านสุนทรียภาพของการหยุดพักและการเชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

 

บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์ 1

สวนป่าฤดูร้อนที่สะท้อนปรัชญา “For Life” ของ Volvo

 

“Scandinavian Summer House” คือการร้อยเรียงแรงบันดาลใจจากสวนป่าสแกนดิเนเวียในปีก่อน สู่การเนรมิตบรรยากาศฤดูร้อนที่อบอวลด้วยมวลดอกไม้และความมีชีวิตชีวา เชิญชวนให้ทุกคนเข้ามาหยุดพักและสูดลมหายใจให้เต็มปอด นิชานันท์ ปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แห่ง Volvo Car Thailand เลือกเปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็น พื้นที่ของการพักผ่อน เพื่อสะท้อนปรัชญา “For Life” ของแบรนด์ที่เชื่อว่านวัตกรรมยานยนต์ที่ดีที่สุด ต้องทำหน้าที่โอบอุ้มและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

 

“รถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เวลาที่รู้สึกเหนื่อยจากงานแล้วเปิดประตูขึ้นมานั่งบนรถ เราจะรู้สึกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความเร่งรีบภายนอก การออกแบบบูธในงานนี้ก็อยากสร้างความรู้สึกแบบนี้ ให้ทุกคนได้มาพักสูดลมหายใจลึกๆ ที่นี่” นิชานันท์ กล่าว

 

บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์ 2

 

แนวคิดที่ว่ายังนำไปสู่การนิยาม “ความหรูหรา” ในมิติใหม่ที่ก้าวข้ามภาพลักษณ์ที่ตามองเห็น แต่คือการใช้ชีวิตสุนทรีย์และการมีอิสระจัดสรรเวลาอย่างมีคุณค่าให้กับตัวเองและคนที่รัก ดีเอ็นเอเหล่านี้ถูกถ่ายทอดอย่างละเมียดละไมสู่ยนตรกรรมของ Volvo อย่างเช่น Volvo EX90 และ ES90 ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าพาหนะ แต่คือห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียง Bowers & Wilkins ที่มอบสุนทรียภาพแห่งเสียงระดับสตูดิโอ ระบบนวดภายในเบาะที่นั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาแห่งการปรนนิบัติร่างกาย รวมถึงเทคโนโลยีความบันเทิงที่ครบครัน ซึ่งช่วยเปลี่ยนทุกนาทีบนรถให้เต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเพลิดเพลิน

 

บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์ 3บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์ 4

 

ดุ๊ก ภาณุเดช กับการรังสรรค์สวนป่าฤดูร้อนให้เกิดขึ้นจริง

 

เพื่อให้ “Scandinavian Summer House” เกิดขึ้นได้จริง Volvo จึงร่วมมือกับ ดุ๊ก-ภาณุเดช วัฒนสุชาติ นักออกแบบผู้หลงใหลในธรรมชาติและสุนทรียศาสตร์ของการใช้ชีวิต โดยภาณุเดชนำแรงบันดาลใจจากการท่องเที่ยวในสแกนดิเนเวีย มาเนรมิตผืนป่าอุดมคติให้เกิดขึ้นจริง

 

“ผมมีโอกาสนั่งรถไฟไปที่เมืองเบอร์เกน (Bergen) ประเทศนอร์เวย์ แล้วมองออกไปเห็นทุ่งหญ้าที่ผสมผสานกับดอกไม้อย่างงดงาม เลยเอาภาพความประทับใจนี้ มาออกแบบบูธที่นำสีของดอกไม้ทั้งสีส้ม ฟ้า ขาว มาผสมผสานกับสีเขียวให้เป็นธรรมชาติ” ภาณุเดช ว่า

 

บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์ 5

 

พื้นที่จัดแสดงในปีนี้จึงไม่ได้มีเพียงรถยนต์ แต่มาพร้อมทางเดินไม้ที่พาดผ่านเนินหิน หมู่มวลพฤกษา และขอนไม้ธรรมชาติ เป็นการจำลองทางเดินป่าในฤดูร้อนเอาไว้ได้อย่างงดงาม ทุกจุดพักผ่อนได้รับการออกแบบให้เป็นมุม “Fika” ที่เชิญชวนทุกคนมานั่งปล่อยใจ จิบชา พูดคุย และค้นหาจังหวะสมดุล ในบูธยังแวดล้อมด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากหมู่บ้านแถบสแกนดิเนเวีย ที่มีเอกลักษณ์จากหลังคาสีส้มตัดกับผนังโทนสีเทาอันเรียบง่าย

 

จิตวิญญาณแห่งความยั่งยืนของ Volvo ถูกร้อยเรียงผ่านประจักษ์พยานสำคัญอย่าง “ต้นสน” ขนาดใหญ่ที่มอบความร่มรื่นทั่วบริเวณ ทั้งหมดคือต้นสนต้นที่แบรนด์เคยใช้ในงานครั้งที่แล้ว ก่อนจะได้รับการดูแลและอนุบาลเป็นอย่างดีในพื้นที่ธรรมชาติ เพื่อให้พวกเขากลับมาเติบโตและสร้างความสดชื่นอีกครั้งในวันนี้ ไม่เพียงเท่านั้น บูธยังถูกรังสรรค์ด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างมะพร้าวสับและมอสแห้ง ภายใต้โครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อลดการเกิดขยะให้เหลือน้อยที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าสำหรับ Volvo ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่คือวิธีคิดที่ฝังรากลึกในทุกรายละเอียดการทำงาน

 

บรรยากาศบูธ Scandinavian Summer House ของ Volvo ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ตกแต่งด้วยสวนป่าสไตล์สแกนดิเนเวีย ดอกไม้นานาพันธุ์ และรถยนต์ 6

 

เติมเต็มไลฟ์สไตล์ด้วยสีสันแห่งการเดินทาง กับ Prang Vipaluk

 

นอกจากการพักผ่อนในบ้านพักฤดูร้อนแล้ว Volvo ยังมอบความพิเศษผ่านคอลเล็กชันไลฟ์สไตล์ที่ร่วมมือกับศิลปินไทย ปรางค์–วิภาลักษณ์ ศิริพลานนท์ (Prang Vipaluk) ที่ถ่ายทอดการเดินทางของครอบครัววอลโว่ผ่านภูมิทัศน์ที่หลากหลายของประเทศไทย ด้วยลายเส้นสดใสบนไอเทมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น แก้ว Tumbler, เสื้อยืด, กระเป๋า Tote หรือหมอนผ้าห่ม สะท้อนความผูกพันและการออกเดินทางครั้งใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

 

การมาเยือนบูธ Volvo ในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่การมาดูเทคโนโลยีการขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่คือการสัมผัสความอุ่นใจเมื่อก้าวเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องทุกชีวิต ไปหยุดพักใจและสัมผัสนิยามใหม่ของความมีระดับจาก Volvo ได้ที่ บูธ A15 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

The post Scandinavian Summer House: จุดพักใจกลางมอเตอร์โชว์ นิยามใหม่ของความมีระดับจาก Volvo [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Garmin x Pokémon เปลี่ยนการนอนให้สนุกขึ้นด้วยโปเกมอน https://thestandard.co/life/garmin-pokemon-sleep-smartwatch/ Tue, 17 Mar 2026 05:03:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1188402 ภาพหน้าปัดสมาร์ตวอตช์ Garmin ธีมโปเกมอน แสดงตัวละครโปเกมอนที่เปลี่ยนไปตามระดับพลังงาน

Garmin จับมือกับแอป Pokémon Sleep เปิดตัวหน้าปัดสมาร์ตว […]

The post Garmin x Pokémon เปลี่ยนการนอนให้สนุกขึ้นด้วยโปเกมอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าปัดสมาร์ตวอตช์ Garmin ธีมโปเกมอน แสดงตัวละครโปเกมอนที่เปลี่ยนไปตามระดับพลังงาน

Garmin จับมือกับแอป Pokémon Sleep เปิดตัวหน้าปัดสมาร์ตวอตช์ธีมโปเกมอน เพื่อต้อนรับ World Sleep Day และชวนผู้ใช้งานหันมาใส่ใจคุณภาพการนอนมากขึ้น โดยหน้าปัดใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อทำให้การติดตามการนอนและระดับพลังงานของร่างกายในแต่ละวันดูเข้าใจง่ายและสนุกขึ้นผ่านตัวละครโปเกมอนยอดนิยม ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามระดับพลังงานในฟีเจอร์ Body Battery ของ Garmin ตั้งแต่ท่าทางสดใสเมื่อพลังงานเต็ม ไปจนถึงอาการง่วงหรืออ่อนล้าเมื่อร่างกายต้องการพักผ่อน

 

ภาพหน้าปัดสมาร์ตวอตช์ Garmin ธีมโปเกมอน แสดงตัวละครโปเกมอนที่เปลี่ยนไปตามระดับพลังงาน 1

 

หน้าปัดดังกล่าวมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ Pokémon Sleep: Snorlax & Friends ที่มาพร้อมโปเกมอนยอดนิยมอย่าง Bulbasaur, Charmander, Squirtle, Pikachu และ Snorlax บนฉาก Greengrass Isle และ Pokémon Sleep: I Choose You ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกโปเกมอนที่ชื่นชอบได้จากทั้งหมด 48 ตัวละคร 

 

ภาพหน้าปัดสมาร์ตวอตช์ Garmin ธีมโปเกมอน แสดงตัวละครโปเกมอนที่เปลี่ยนไปตามระดับพลังงาน 2

 

นอกจากนี้ยังมี Night Mode ที่จะเปิดใช้งานอัตโนมัติประมาณ 90 นาทีก่อนเวลานอนที่ตั้งค่าไว้ เพื่อช่วยเตือนให้ผู้ใช้เริ่มผ่อนคลายและเตรียมตัวเข้านอนมากขึ้น ส่วนรุ่นที่รองรับ เช่น fēnix, Forerunner, Venu และ vívoactive สามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านแอป Connect IQ Store

The post Garmin x Pokémon เปลี่ยนการนอนให้สนุกขึ้นด้วยโปเกมอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
AirPods Max 2 มาแล้ว มีอะไรใหม่บ้าง เราสรุปให้ https://thestandard.co/life/airpods-max-2-new-features/ Tue, 17 Mar 2026 03:00:36 +0000 https://thestandard.co/airpods-max-2-new-features/ ภาพหูฟัง AirPods Max 2 สีต่างๆ ที่เปิดตัวใหม่

เมื่อคืนนี้ทาง Apple เปิดตัว AirPods Max 2 หูฟังครอบหูร […]

The post AirPods Max 2 มาแล้ว มีอะไรใหม่บ้าง เราสรุปให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหูฟัง AirPods Max 2 สีต่างๆ ที่เปิดตัวใหม่

เมื่อคืนนี้ทาง Apple เปิดตัว AirPods Max 2 หูฟังครอบหูรุ่นใหม่ที่อัปเกรดทั้งประสิทธิภาพเสียงและความสามารถอัจฉริยะ โดยมาพร้อม ชิป H2 ที่ช่วยยกระดับระบบตัดเสียงรบกวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้การใช้งานสะดวกและหลากหลายกว่าเดิม

 

และเหล่านี้คือของใหม่ที่เราสรุปมาให้แล้ว

 

1.การเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่ชิป H2 ซึ่งช่วยให้ระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ทำงานได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุดถึง 1.5 เท่า ช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

2.รองรับการฟังเพลงแบบ Lossless 24 บิต / 48 kHz เมื่อเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ละเอียดและใกล้เคียงต้นฉบับมากขึ้น

 

3.ด้านฟีเจอร์อัจฉริยะ AirPods Max 2 เพิ่มความสามารถหลายอย่าง เช่น Adaptive Audio ที่สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนและการรับเสียงรอบข้างให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ

 

  • ในขณะที่ Conversation Awareness จะลดระดับเสียงเพลงลงทันทีเมื่อผู้ใช้เริ่มพูดคุยกับคนอื่น ทำให้เราสามารถสนทนาได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก
  • ฟีเจอร์ใหม่ได้แก่ การแปลภาษาสดแบบเรียลไทม์ ที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับคนที่พูดต่างภาษาได้สะดวกขึ้น

 

ภาพหูฟัง AirPods Max 2 สีต่างๆ ที่เปิดตัวใหม่ 1

 

  • อีกหนึ่งของใหม่คือ สามารถตอบสนองต่อ Siri ด้วยการเคลื่อนไหวศีรษะ เพียงพยักหน้าเพื่อยืนยันหรือส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธ โดยไม่ต้องใช้เสียงสั่งงาน
  • ตอบโจทย์ครีเอเตอร์มากขึ้นด้วยฟีเจอร์ รีโมตกล้อง ที่ใช้ปุ่ม Digital Crown เพื่อถ่ายภาพหรือเริ่มบันทึกวิดีโอบน iPhone หรือ iPad
  • รองรับการบันทึกเสียงคุณภาพระดับสตูดิโอ สำหรับการทำพอดแคสต์หรือสร้างคอนเทนต์
  • มีฟีเจอร์ Voice Isolation ช่วยแยกเสียงพูดและลดเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้การสนทนาทางโทรศัพท์ชัดเจนขึ้น

 

ภาพหูฟัง AirPods Max 2 สีต่างๆ ที่เปิดตัวใหม่ 2

 

AirPods Max 2 มีราคาเริ่มต้น 18,990 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ มิดไนท์ สตาร์ไลท์ ส้ม ม่วง และฟ้า และจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้

 

 

ภาพหูฟัง AirPods Max 2 สีต่างๆ ที่เปิดตัวใหม่ 3

 

เครดิตภาพ: Apple

 

The post AirPods Max 2 มาแล้ว มีอะไรใหม่บ้าง เราสรุปให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MINI Paul Smith Edition รถไฟฟ้ารุ่นพิเศษที่เต็มไปด้วยดีเทลสนุก https://thestandard.co/life/mini-paul-smith-electric-car/ Sat, 14 Mar 2026 06:07:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1187383 รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว

ถ้ารถคันหนึ่งจะสะท้อนตัวตนของงานดีไซน์ MINI Paul Smith […]

The post MINI Paul Smith Edition รถไฟฟ้ารุ่นพิเศษที่เต็มไปด้วยดีเทลสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว

ถ้ารถคันหนึ่งจะสะท้อนตัวตนของงานดีไซน์ MINI Paul Smith Edition ก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของปีนี้ เมื่อมินิคูเปอร์จับมือกับดีไซเนอร์ชาวอังกฤษอย่างท่านเซอร์พอล สมิธ ในการนำเส้นสายสุดไอคอนิกของมินิ มาเติมกลิ่นอายของแฟชั่นสไตล์ Classic with a Twist ที่เรามักเห็นรายละเอียดสนุกๆ ในงานออกแบบ ที่แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็เต็มไปด้วยกิมมิคแพรวพราว ที่ใครหลายคนตกหลุมรัก

 

รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 1

 

ต้องบอกว่าความร่วมมือกันระหว่างสองแบรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะทั้งสองเคยร่วมงานกันมาก่อนในปี 1998 เมื่อ MINI และ Paul Smith เคยออกแบบรถรุ่นพิเศษร่วมกันจนกลายเป็นรถระดับตำนานที่คนยังคงตามหา ปัจจุบัน MINI และ Paul Smith กลับมาเจอกันอีกครั้งในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ยังคงลายเซ็นของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างกลมกลืน

 

 

 

รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 2

 

ดีไซน์ของรถยังเต็มไปด้วยลูกเล่นที่แฟน Paul Smith คุ้นตา ตั้งแต่หลังคาสีเขียว Nottingham Green ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองบ้านเกิดของท่านเซอร์ ไปจนถึงแถบ Signature Stripe สีสดที่พาดอยู่ด้านข้างหลังคา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างโลโก้โทน Black Blue, มือจับประตูที่มีลายเซ็น Paul Smith, ไฟส่องพื้น Hello และ Every day is a new beginning ที่กรอบประตูรถ ก็ช่วยให้รถคันนี้มีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ

 

รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 3รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 4

 

ด้านในห้องโดยสารก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกัน เช่น เบาะสีน้ำเงิน Nightshade Blue พวงมาลัยที่มีแถบสีสดอันเป็นซิกเนเจอร์ กราฟิกบนหน้าจอกลาง แต่ที่เราชอบเป็นพิเศษคือ พรมลายกระต่ายที่ท่านเซอร์วาดเอง ซึ่งเป็นอารมณ์ขันที่เรามักเจอในงานของ Paul Smith เสมอ

 

รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 5รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 6รถยนต์ไฟฟ้า MINI Paul Smith Edition สีเขียว Nottingham Green พร้อมแถบ Signature Stripe และดีไซน์เฉพาะตัว 7

 

ในแง่สมรรถนะ คันนี้ยังคงคาแร็กเตอร์แบบ Go-Kart Feeling ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 218 แรงม้า เร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ใน 6.7 วินาที วิ่งได้ไกลประมาณ 402 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เปิดราคาในไทยที่ 1,899,000 บาท ( แพงกว่ารุ่นปกติประมาณ 1 แสนบาท) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Statement Grey, Inspired White และ Midnight Black Metallic ใครสนใจไปดูของจริงได้ที่โชว์รูมวันนี้

 

ภาพ: MINI Thailand

The post MINI Paul Smith Edition รถไฟฟ้ารุ่นพิเศษที่เต็มไปด้วยดีเทลสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบาย และสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง https://thestandard.co/life/volvo-es90-electric-sedan/ Sat, 28 Feb 2026 03:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1182630 Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range นิยามใหม่ข […]

The post Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบาย และสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range นิยามใหม่ของ Scandinavian Electric Luxury

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 1

 

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นแข่งขันกันด้วยตัวเลขแรงม้าและระยะทางต่อการชาร์จ Volvo ES90 เลือกที่จะนิยามตัวเองต่างออกไป ด้วยการผสานความเรียบหรูของซีดาน ความอเนกประสงค์แบบ fastback และความสูงใต้ท้องรถ 18 เซนติเมตรที่ให้มุมมองและสมรรถนะแบบ SUV เข้าไว้ในเรือนร่างเดียวกัน ภายใต้ภาษาการออกแบบสแกนดิเนเวียนที่สะอาดและสุขุม

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 2

 

Why It Matters

 

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range คือรถไฟฟ้าลักชัวรีสแกนดิเนเวียนที่นิยามตัวเองด้วยความเรียบ สุขุม และใช้งานได้จริง ตัวรถผสานฟีลซีดาน + fastback พร้อมความสูงใต้ท้องรถ 18 ซม. ให้มุมมองแบบ SUV ดีไซน์เน้นอากาศพลศาสตร์ (Cd 0.25) ไฟหน้า Thor’s Hammer แบบ HD Pixel กว่า 20,000 จุด และพื้นที่เก็บของยืดหยุ่น ท้ายจุได้สูงสุด 904 ลิตรเมื่อพับเบาะ 40/20/40 พร้อม frunk หน้า 27 ลิตร

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 3Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 4Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 5

 

ขุมพลังเป็นมอเตอร์เดี่ยวขับหลัง (RWD) บนสถาปัตยกรรมแบต 800V ให้กำลัง 333 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร วิ่งได้มากกว่า 755 กม. (NEDC) รองรับชาร์จ DC สูงสุด 350kW ชาร์จ 10–80% ราว 20 นาที ช่วงล่างถุงลม dual-chamber + Four-C active chassis เพิ่มความนิ่งและนุ่ม ห้องโดยสารเงียบ 68 dB(A) พร้อมจอกลาง 14.5 นิ้ว Google built-in, OTA, 5G และ Digital Key Plus

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 6Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 7Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 8

 

ด้านบรรยากาศในห้องโดยสารให้โทนสแกนดิเนเวียนที่ใส่ใจความยั่งยืนจริงจัง ใช้วัสดุรีไซเคิลทั้งอะลูมิเนียม 29% เหล็ก 18% โพลิเมอร์ 16% และไม้จริงรับรอง หน้าจอกลาง 14.5 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Google built-in รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เสริมความโปร่งด้วยหลังคาพาโนรามา Electrochromic ที่ปรับใส-ทึบได้ทันที ส่วนระบบเสียง Hi-Fi ของ Bowers & Wilkins กำลังขับ 1,610 วัตต์ รองรับ Dolby Atmos และโหมดเสียงแรงบันดาลใจจาก Abbey Road Studios

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 9Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 10Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 11Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 12Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 13

 

The Drive

 

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range เป็นรถไฟฟ้าที่ให้ฟีล ขับสบายแบบผู้ใหญ่ ไม่ได้มาแนวโชว์ตัวเลขแรงม้าให้ตื่นเต้น แต่เน้นความนิ่ง ความเงียบ และความมั่นใจแบบที่ใช้ได้ทุกวัน ตัวรถเป็นลูกผสมที่ลงตัวระหว่างซีดานกับ fastback มีมุมมองดีขึ้นแบบ SUV แต่ยังคุมทรงได้ดี

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 14

 

ความแรงจะมาแนวนุ่มและต่อเนื่อง ไม่ได้กระชาก แต่ไหลลื่น ควบคุมง่าย เหมาะกับการขับทางไกลหรือขับในเมืองที่ต้องการความเนียน จุดที่น่าชอบคือความเงียบในห้องโดยสารที่ตั้งใจออกแบบมา ทำให้การเดินทางรู้สึกผ่อนคลาย เปิดเพลงฟังไปเรื่อยๆ

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 15Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 16

 

คันนี้ตอบโจทย์คนมีไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่หลากหลาย เพราะท้ายแบบแฮทช์แบ็กทำให้ขนของง่าย ใส่กระเป๋าเดินทางแล้วยังเหลือๆ รับรองว่าใส่ของได้จุใจ ทั้งหมดนี้มาในราคา 2,990,000 บาท

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 17

 

Good for…

 

Volvo ES90 เหมาะกับคนที่กำลังมองหา EV ระดับลักชัวรีในแบบสแกนดิเนเวียนที่เรียบ สุขุม และโดดเด่นผ่านรายละเอียดและคุณภาพ มากกว่าความฉูดฉาดภายนอก

 

เหมาะกับคนที่ขับทางไกลบ่อย ให้ค่ากับความนิ่ง ความเงียบ และช่วงล่างที่นุ่มแต่มีชั้นเชิง สร้างความมั่นใจได้ในทุกความเร็ว

 

ตอบโจทย์สายไลฟ์สไตล์หรือนักเดินทางที่ต้องการพื้นที่ภายในยืดหยุ่น กว้างขวาง และใช้งานได้จริงโดยไม่ลดทอนความสบาย

 

รวมถึงสายมินิมอลที่อินกับความยั่งยืน ชื่นชอบบรรยากาศห้องโดยสารโปร่งโล่ง พร้อมระบบเสียงพรีเมียมที่เติมเต็มทุกการเดินทาง คันนี้ตอบโจทย์อย่างลงตัว

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

The post Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบาย และสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม https://thestandard.co/life/samsung-s26-privacy-display/ Thu, 26 Feb 2026 02:57:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1181837 สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S26 Series เน้นฟีเจอร์ AI และ Privacy Display 'จอกันเผือก'

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้กับงาน ‘Galaxy Unpacked 2026’ งา […]

The post Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S26 Series เน้นฟีเจอร์ AI และ Privacy Display 'จอกันเผือก'

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้กับงาน ‘Galaxy Unpacked 2026’ งานเปิดตัวในรอบต้นปีของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ฝั่งแอนดรอยด์ Samsung ที่มีพระเอกหลักเป็นสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy S26 Series แน่นอนว่าคราวนี้ Samsung ยังคงดัน Galaxy AI อย่างจริงจัง โดยปรับการทำงานของ Galaxy AI ในฉลาดขึ้น ง่ายขึ้น ร่วมถึงเพิ่ม AI Agent มาใช้ในเครื่องถึง 3 ตัว

 

แต่หนึ่งฟีเจอร์ที่เราเห็นว่าน่าสนใจและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยคือ ‘Privacy Display’ หรือที่คนไทยเราชอบเรียกกันเล่นๆ ว่า ‘จอกันเผือก’ ซึ่งมีเฉพาะในรุ่น Galaxy S26 Ultra เท่านั้น โดยฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบให้ลดการมองเห็นจากมุมด้านข้างโดยไม่ต้องติดฟิล์มเพิ่ม และไม่ลดทอนคุณภาพจอเมื่อมองตรงหน้า นั่นหมายความว่าความเป็นส่วนตัวถูกยกระดับจากอุปกรณ์เสริม กลายเป็นโครงสร้างของฮาร์ดแวร์

 

ลองคิดดูว่าในแต่ละวัน เราเปิดแชตงานในรถไฟฟ้า เช็กยอดเงินในร้านกาแฟ อ่านอีเมลสำคัญในสนามบิน หรือไถฟีดระหว่างรอประชุม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นต่อหน้าคนแปลกหน้าโดยแทบไม่ทันคิด Privacy Display จึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ตอบโจทย์ ‘ความอุ่นใจ’ ในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด–ปิด และปรับระดับการป้องกันได้ เช่น โหมด Partial Screen Privacy ที่จำกัดการมองเห็นเฉพาะบางส่วนของหน้าจออย่างชาญฉลาด หรือโหมด Maximum Privacy Protection ที่เพิ่มการป้องกันมุมมองด้านข้างแบบเข้มข้นขึ้นอีกระดับ

 

AI ทำให้มือถือฉลาดขึ้น ช่วยให้เราทำอะไรได้เร็วขึ้น แต่ Privacy Display ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยขึ้น และในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สิน ความปลอดภัยเล็กๆ บนหน้าจออาจมีค่าพอๆ กับความแรงของชิปหรือจำนวนพิกเซลที่เพิ่มขึ้นทุกปี คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า Galaxy S26 มี AI ดีแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า ต่อไปนี้ ‘ความเป็นส่วนตัว’ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือ หรือจะยังเป็นสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มในรุ่นท็อปเท่านั้น

 

Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม

 

ใครสนใจ Samsung Galaxy S26 Series สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s26-ultra

 

ภาพ: Samsung

The post Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น https://thestandard.co/life/top-10-ces-2026-innovations-lifestyle/ Wed, 07 Jan 2026 07:41:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1162220 พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

พาส่องนวัตกรรมเจ๋ง ๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น […]

The post พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

พาส่องนวัตกรรมเจ๋ง ๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

 

ทุกต้นปี วงการเทคโนโลยีทั่วโลกจะมีงานหนึ่งที่หลายคนรอคอย นั่นก็คือ CES 2026 (Consumer Electronics Show) งานแสดงนวัตกรรมที่จัดขึ้นที่ลาสเวกัส และ มักถูกมองว่าเป็นเวทีที่บอกเรากลาย ๆ ว่าเทคโนโลยีในปีต่อไปจะหน้าตาเป็นแบบไหน สำหรับ CES ปีนี้ บรรยากาศโดยรวมไม่ได้เน้นโชว์ความล้ำแบบไกลตัวเหมือนในอดีต แต่หันมาโฟกัส เรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ทั้ง AI ที่เข้ามาช่วยงานบ้าน อุปกรณ์อัจฉริยะที่เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ และ Gadget ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

CES 2026 เลยไม่ใช่งานที่มีแต่ของไฮเทคสำหรับคนสายเทคเท่านั้น แต่เป็นงานที่สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีกำลังค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์เราและ วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำ 10 นวัตกรรมจากงาน CES 2026 ที่อาจจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกขึ้นในอนาคต

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 1

 

SwitchBot Onero H1 หุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านที่พร้อมใช้งานจริง

 

Onero H1 จาก SwitchBot คือหุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบ้านจริง ไม่ใช่แค่สาธิตเทคโนโลยี หุ่นยนต์ตัวนี้ใช้ AI Vision และ แขนกลในการมองเห็น หยิบจับ และจัดการสิ่งของในสภาพแวดล้อมจริง เช่น เก็บของหรือช่วยเตรียมอุปกรณ์ แนวคิดหลักคือการลดภาระงานซ้ำซากในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ใช้มีเวลามากขึ้นสำหรับงานหรือการพักผ่อน

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 2

 

Mui Board Smart Home ที่ไม่ทำให้บ้านดูเป็นห้องทดลอง

 

Mui Board จาก Mui Lab คือแผงควบคุมบ้านอัจฉริยะที่ซ่อนเทคโนโลยีไว้ในดีไซน์ไม้เรียบง่าย หน้าจอจะแสดงเฉพาะตอนใช้งาน ช่วยลดความรกรุงรังของหน้าจอดิจิทัล แนวคิดนี้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการ Smart Home แต่ยังอยากให้บ้านดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 3

 

LG Wallpaper OLED TV เมื่อทีวีแทบจะหายไปเป็นส่วนหนึ่งของผนัง

 

ทีวี OLED รุ่นบางพิเศษจาก LG ถูกออกแบบให้ติดผนังเหมือนวอลเปเปอร์ พร้อมระบบส่งสัญญาณไร้สายที่ช่วยลดสายระโยงระยาง ทีวีรุ่นนี้ใช้ AI วิเคราะห์ทั้งคอนเทนต์และสภาพแสงในห้องเพื่อปรับภาพและเสียงอัตโนมัติ นอกจากคุณภาพภาพระดับสูงแล้ว ยังตอบโจทย์คนที่ต้องการบ้านเรียบ โล่ง และดูทันสมัย

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 4

 

Samsung Freestyle+ โปรเจกเตอร์อัจฉริยะที่ไม่ต้องตั้งค่าเอง

 

Freestyle+ จาก Samsung คือโปรเจกเตอร์พกพาที่เน้นความง่ายในการใช้งานเป็นหลัก ด้วย AI ที่ช่วยปรับโฟกัส มุมภาพ และเสียงให้เหมาะกับพื้นที่โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถวางเครื่องตรงไหนก็พร้อมใช้งานทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองหรือผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการสร้างพื้นที่ความบันเทิง

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 5

 

Fender ELIE ลำโพงที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานร่วมกัน

 

ลำโพง ELIE จาก Fender โดดเด่นด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อเสียงจากหลายอุปกรณ์พร้อมกัน แตกต่างจากลำโพง Bluetooth ทั่วไปที่ต้องสลับการเชื่อมต่อไปมา ดีไซน์ และซาวด์ซิกเนเจอร์ยังคงเอกลักษณ์ของ Fender เหมาะกับบ้านหรือพื้นที่ที่มีผู้ใช้หลายคน ช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานร่วมกัน

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 6

 

Garmin Smart watch รุ่นใหม่ สมาร์ทวอทช์ที่เน้นสุขภาพเชิงลึก

 

สมาร์ทวอทช์จาก Garmin ที่โชว์ใน CES 2026 มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน ไม่ใช่แค่การนับก้าวหรือแคลอรี ระบบ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงช่วยวิเคราะห์ความล้า ความเครียด และการฟื้นตัวของร่างกาย เหมาะกับทั้งนักกีฬาและคนทำงานที่ต้องการเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 7

 

Petkit Yumshare ผู้ช่วยดูแลมื้ออาหารของสัตว์เลี้ยง

 

Yumshare จาก Petkit เป็นเครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะที่ควบคุมผ่านแอปและ AI ระบบสามารถกำหนดเวลา ปริมาณ และติดตามพฤติกรรมการกินได้อย่างแม่นยำ เหมาะกับเจ้าของที่ทำงานหนักหรือเดินทางบ่อย ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับการดูแลสม่ำเสมอแม้เจ้าของไม่อยู่บ้าน

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 8

 

Fraimic Smart Canvas งานศิลปะที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์

 

Smart Canvas จาก Fraimic คือจอศิลปะดิจิทัลแบบ E-Ink ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานระยะยาวโดยไม่รบกวนสายตา ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนภาพตามคำสั่งเสียงหรือบรรยากาศที่ต้องการได้ง่าย ช่วยเพิ่มมิติให้บ้านหรือออฟฟิศโดยไม่ต้องตกแต่งใหม่บ่อยครั้ง

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 9

 

LEGO Smart Brick เมื่อตัวต่อในวัยเด็กโตขึ้นพร้อม AI

 

LEGO Smart Brick คือการต่อยอดตัวต่อคลาสสิกให้กลายเป็นของเล่นยุคใหม่ ด้วยการฝังเซนเซอร์และระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะเข้าไปในก้อนเลโก้ ทำให้ตัวต่อสามารถโต้ตอบกับแอปหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้แบบเรียลไทม์ จุดเด่นของแนวคิดนี้คือการผสาน “การเล่น” เข้ากับการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ เด็ก ๆ สามารถสร้างผลงานที่ขยับได้ มีแสง เสียง หรือแม้แต่ตอบสนองตามคำสั่ง

 

พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น 10

 

Xreal Neo Mobile Dock อุปกรณ์ที่ทำให้แว่น AR ใช้งานนอกบ้านได้อย่างสมบูรณ์

 

อุปกรณ์ Neo Mobile Dock จาก Xreal ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหลักของแว่น AR คือแบตเตอรี่และความไม่สะดวกในการพกพา Dock นี้ทำหน้าที่ทั้งเป็นแบตเตอรี่สำรองและศูนย์เชื่อมต่ออุปกรณ์ ทำให้แว่น AR สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้น ช่วยเปลี่ยนแว่น AR จากของเล่นเทคโนโลยีให้กลายเป็นจอส่วนตัวที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

The post พาส่องนวัตกรรมเจ๋งๆ ใน CES 2026 ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Longevity Station เครื่องแรกของโลกที่สแกนร่างกายระดับเซลล์ได้ใน 90 วินาที! https://thestandard.co/life/longevity-station/ Tue, 06 Jan 2026 12:19:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1161978

หากพูดถึงเวทีปล่อยของล้ำระดับโลกอย่าง CES 2026 ที่ลาสเว […]

The post Longevity Station เครื่องแรกของโลกที่สแกนร่างกายระดับเซลล์ได้ใน 90 วินาที! appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากพูดถึงเวทีปล่อยของล้ำระดับโลกอย่าง CES 2026 ที่ลาสเวกัสปีนี้ สิ่งที่น่าจับตามองคงหนีไม่พ้นนวัตกรรมที่เข้ามาตอบโจทย์ทิศทางของโลกสุขภาพที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากคำว่า ‘Wellness’ ไปสู่ ‘Longevity’ อย่างสมบูรณ์แบบ และดาวเด่นที่ทำเอาวงการ Health Tech สั่นสะเทือนคงหนีไม่พ้นการเปิดตัว Withings Body Scan 2

 

Longevity Station  

นี่ไม่ใช่แค่เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะรุ่นอัปเกรด แต่ Withings นิยามมันใหม่ว่าเป็น ‘Home Longevity Station’ เครื่องแรกของโลก ที่จะเข้ามายกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) ให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ด้วยสนนราคาเปิดตัวที่ $600 หรือราว 20,xxx บาท 

 

 

 

มากกว่าแค่น้ำหนัก คือการถอดรหัสร่างกาย 

 

สิ่งที่ทำให้ Body Scan 2 ล้ำกว่าอุปกรณ์ทั่วไปในตลาด คือการนำเทคโนโลยีระดับ Medical-grade มาสู่ผู้ใช้ตามบ้าน ทำให้สามารถในการอ่านค่า Biomarkers (ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ) ได้กว่า 60 รายการ ในเวลาเพียง 90 วินาที ซึ่งเป็นข้อมูลระดับเดียวกับที่แพทย์ใช้ประเมินความเสี่ยงโรคร้าย โดยมีฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจดังนี้

 

Longevity Station

 

  • วัดอายุเซลล์ (Cellular Age Assessment)

รู้ได้ทันทีว่าเซลล์ในร่างกายคุณแก่หรือเด็กกว่าอายุจริง ด้วยเทคโนโลยีสแกนระดับลึกเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของเซลล์ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความชรา (Aging) ที่แท้จริง 

 

  • ดักจับผลกระทบจากน้ำตาล (Early Detection of Glycemic Impact) 

ระบบใหม่นี้จะช่วยตรวจจับสัญญาณว่าร่างกายเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำตาล หรือไม่ เพื่อให้คุณรู้ทันและป้องกันภาวะก่อนเบาหวานได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

  • รู้ทันหัวใจและความดัน (Advanced Heart & Hypertension) 

ยกระดับการดูแลหัวใจด้วย 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ การประเมินอายุหัวใจ (Heart Age) ที่ช่วยบอกระดับความฟิต และการดักจับช่วงที่ความดันพุ่งสูง (Hypertension Spikes) ก่อนที่จะพัฒนาเป็นโรคความดันถาวร เพื่อให้คุณจัดการความเครียดได้ทันท่วงที

 

  • แยกส่วนร่างกาย 6 โซน (6-Zone Breakdown) 

อัปเกรดความละเอียดจากเดิมที่ดูได้เพียงภาพรวม มาเป็นการแยกส่วนร่างกายถึง 6 โซนเพื่อวิเคราะห์การกระจายตัวของกล้ามเนื้อและไขมันได้แม่นยำระดับนักกีฬา ทำให้เห็นจุดบกพร่องที่ต้องเร่งแก้ไขได้อย่างชัดเจนที่สุด

 

Longevity Station

 

ลงทุนเพื่อ Reversible Stage

 

Withings Body Scan 2 มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 แม้ราคาเปิดตัวราว 2 หมื่นบาทจะดูเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยสำหรับ Home Gadget แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าราคา คือแนวคิดเรื่อง ‘Reversible Stage’

 

Longevity Station

 

นวัตกรรมชิ้นนี้กำลังชี้ให้เห็นว่า การลงทุนกับสุขภาพยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่การรักษาเมื่อป่วย แต่คือการมองเห็นสัญญาณความเสื่อมและจัดการมันได้ทันท่วงที ซึ่งการมีข้อมูลระดับ Medical-grade อยู่ในมือ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเป็นเจ้าของสุขภาพของตัวเองได้อย่างแท้จริง

 

อ้างอิง:

 

The post Longevity Station เครื่องแรกของโลกที่สแกนร่างกายระดับเซลล์ได้ใน 90 วินาที! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์สไตล์เท่ที่ออกแบบมาเพื่อคนเมือง https://thestandard.co/life/marshall-heston-60-compact-soundbar-condo/ Sun, 14 Dec 2025 05:13:39 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1154476 marshall-heston-60-compact-soundbar-condo

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีที่จะยกระดับเสียงทีวีให้ดูหนังสนุกข […]

The post Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์สไตล์เท่ที่ออกแบบมาเพื่อคนเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
marshall-heston-60-compact-soundbar-condo

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีที่จะยกระดับเสียงทีวีให้ดูหนังสนุกขึ้น ฟังเพลงเพราะขึ้น แต่ไม่อยากได้ชุดโฮมเธียเตอร์ชิ้นใหญ่มาเต็มห้อง เราคิดว่า Marshall Heston 60 น่าจะตอบโจทย์คุณได้ดีทีเดียว เพราะซาวด์บาร์รุ่นนี้ออกแบบมาให้กะทัดรัด เหมาะกับคอนโดหรือห้องนอนที่พื้นที่ไม่กว้างขวางนัก แต่ยังคงเอกลักษณ์สไตล์ Marshall ที่ผสมผสานระหว่างงานดีไซน์สวยงามกับพลังเสียงที่น่าประทับใจไว้ได้อย่างลงตัว

 

ไม่ใช่แค่ซาวด์บาร์ธรรมดา แต่คือชิ้นงานที่คิดมาเพื่อบ้านจริงๆ

 

เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้ Heston 60 แตกต่างจากซาวด์บาร์ทั่วไป คือมันไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ที่วางหน้าทีวีแล้วจบเลย แต่เป็นงานที่ออกแบบมาภายใต้ความสวยงามและใช้งานได้จริงด้วย โดยเฉพาะคนที่ชอบแขวนทีวีติดผนัง มากกว่าตั้งโต๊ะ เพื่อประหยัดพื้นที่ ลำโพงตัวนี้จะเข้ากับสไตล์บ้านแนวนี้ได้เป็นอย่างดี

 

Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์

 

รวมถึงฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างดีไซน์แบบ Flippable ที่เราสามารถหมุนปรับทิศทางตัวซาวด์บาร์ให้เข้ากับแนวการติดตั้งบนผนังได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะแขวนแนวไหนก็ดูสวย นอกจากนี้ยังมีโลโก้ Marshall แบบแม่เหล็กที่ปรับตำแหน่งได้ตามใจชอบ และแผงควบคุมสามารถสลับทิศทางตามแนวการแขวนได้ด้วย

 

Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์

 

เรามองว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้อาจดูไม่มีอะไร แต่ถ้าคนที่ชอบแต่งบ้าน หรือเคยแต่งบ้านมาก่อน จะรู้ว่ามันช่วยให้ทุกอย่างลงตัวได้ง่ายจริงๆ

 

เชื่อมต่อได้ครบ ไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลง

 

Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์

 

อีกสิ่งที่ทำให้เราชอบลำโพงรุ่นนี้มากคือการเชื่อมต่อที่ง่ายและครบจบ ทั้ง HDMI eARC สำหรับต่อกับทีวีเป็นหลัก ส่วนการฟังเพลงก็มีทั้ง Wi-Fi, Bluetooth LE Audio, Auracast สำหรับรับสัญญาณ รวมถึง AirPlay 2 และ Google Cast ที่เราสามารถสตรีมเพลงจากมือถือหรือแท็บเล็ตได้เลย สะดวกมาก แต่หากคุณยังใช้สายอยู่ ลำโพงก็มีช่อง AUX 3.5 มม. ให้ใช้งานร่วมกันด้วย

 

จะเป็นอย่างไรเมื่อใช้คู่กับ Marshall Heston Subwoofer 200

 

Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์

 

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูหนังแอ็กชัน เล่นเกมบ่อยๆ หรือฟังเพลงประเภทที่ต้องการเบสหนักๆ ชัดๆ การจับคู่ Heston 60 กับ Heston Subwoofer 200 จะช่วยเติมเต็มมิติเสียงพื้นต่ำให้สมบูรณ์ขึ้น

 

Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์

 

เวลาใช้ทั้งคู่ร่วมกัน คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าประสบการณ์การดูหนังหรือซีรีส์ต่างออกไปอย่างชัดเจน เวลาฟังเพลงก็จะได้เบสที่ลงลึกกว่าเดิมเยอะ ทำให้เพลงป๊อป ฮิปฮอป หรือ EDM ฟังสนุกขึ้นอีกระดับ และยังช่วยให้เสียงโดยรวมมีสเกลที่ใหญ่ขึ้นด้วย

 

แล้ว Heston 60 เหมาะกับใครบ้าง? คุ้มค่าไหม?

 

ซาวด์บาร์รุ่นนี้เหมาะมากถ้าคุณเป็นคนที่อยู่คอนโดหรือห้องนอนที่พื้นที่ไม่กว้างมากนัก แต่อยากอัปเกรดเสียงให้ดีกว่าลำโพงในตัวของทีวี หรือถ้าคุณเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องดีไซน์และมองหาซาวด์บาร์ที่สามารถเป็นของแต่งบ้านได้ด้วย Marshall ก็ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี แบบไม่ต้องพึ่งพาชุดเครื่องเสียงเซตใหญ่ที่กินพื้นที่

 

Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์

 

แต่ถ้าคุณเน้นดูหนัง เล่นเกมเป็นประจำ หรือเป็นคนที่ชอบเสียงเบสหนักๆ เราแนะนำให้พิจารณาซื้อเซตไปเลย เพราะการมี Subwoofer 200 จะทำให้คุณได้ประสบการณ์ที่อัปเกรดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

Marshall Heston 60 วางจำหน่ายที่ 25,900 บาท มีให้เลือกสองสีคือ Black และ Cream ส่วน Heston Subwoofer 200 ราคาอยู่ที่ 16,900 บาท ก็มีสองสีเช่นกัน

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

The post Marshall Heston 60 ซาวด์บาร์สไตล์เท่ที่ออกแบบมาเพื่อคนเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
BMW iX1 L รถครอบครัวไฟฟ้าที่ให้ฟีลขับสนุกเกินคาด https://thestandard.co/life/bmw-ix1-l-electric-suv-fun-to-drive/ Tue, 02 Dec 2025 03:16:45 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1150536

BMW iX1 L รถครอบครัวไฟฟ้าที่ให้ฟีลลิ่งขับสนุกเกินคาด &n […]

The post BMW iX1 L รถครอบครัวไฟฟ้าที่ให้ฟีลขับสนุกเกินคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

BMW iX1 L รถครอบครัวไฟฟ้าที่ให้ฟีลลิ่งขับสนุกเกินคาด

 

BMW iX1 L คือรถยนต์ไฟฟ้าแบบ SUV ที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ X1 แต่เพิ่มเติมความพิเศษด้วยฐานล้อยาวขึ้น (Long Wheelbase) ทำให้ห้องโดยสารโปร่งและนั่งสบายกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 204 แรงม้า แบตเตอรี่ 66.5 kWh และระยะทางวิ่งสูงสุดราว 402–433 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ฟีเจอร์เด่นมีทั้งการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 130 kW, ระบบช่วยขับขั้นสูง และโหมดขับแบบ One-pedal ที่ใช้งานง่ายในเมือง จุดเด่นคือเป็น SUV ไฟฟ้าที่คล่องตัว ใช้ชีวิตในเมืองได้ดี เก็บของได้เยอะ และพร้อมออกทริปต่างจังหวัดบ้าง เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กที่อยากได้รถอเนกประสงค์ใช้งานจริง แต่ยังคงฟีลลิ่งขับสนุกแบบ BMW ไว้ครบถ้วน

 

BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง

 

ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ

 

หลายคนน่าจะตกหลุมรักรถคันนี้ตั้งแต่ตอนเปิดประตูเข้าไปในห้องโดยสาร เพราะขนาดพื้นที่ภายในให้ความรู้สึกกว้างขวาง เบาะหลังนั่งสบายจริงๆ ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 490 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังแบบ 40:20:40 ก็เพิ่มได้ถึงประมาณ 1,600 ลิตร ภายในมีหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ทำให้ทุกที่นั่งของรถรู้สึกโปร่งไม่อึดอัด นั่งทางไกลได้สบาย, มาพร้อมกับพวงมาลัยดีไซน์ M ทำให้คนขับรู้สึกได้ขับรถสมรรถนะสูง, หน้าจอแบบ BMW Live Cockpit Plus + ระบบเสียง Harman Kardon รวมถึงระบบเชื่อมต่อ Smartphone และ Digital Key Plus ที่เปลี่ยนมือถือเป็นกุญแจรถได้เลย เรียกได้ว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของหลายๆ ครอบครัวเลย

 

BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง

 

ภายนอกดูเรียบแต่ซ่อนความสปอร์ตเอาไว้

 

ดีไซน์ภายนอกของ iX1 L ซ่อนความเป็นสปอร์ตแบบ M ไว้ได้อย่างเนียนด้วย ชุดแต่ง M Sport, ล้ออัลลอย 19-นิ้ว Double-Spoke แบบทูโทน, และไฟหน้า Adaptive LED พร้อมระบบ High-beam Assistant รวมถึงหลังคากระจก Panorama ที่ช่วยให้ตัวรถดูคมและหรูขึ้นอีกระดับ โครงสร้างของรถดูเรียบแต่มีพลัง เส้นสายไม่หวือหวาแบบสปอร์ตเต็มตัว แต่เมื่อมองดีๆ จะเห็นว่าใส่ลาย M และชุดตกแต่งไว้อย่างลงตัว ทำให้เวลาขับออกต่างจังหวัดแล้วรู้สึกมั่นใจทั้งในเมืองและบนทางโค้ง

 

BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง BMW iX1 L สีขาวหรือสีฟ้าที่จอดอยู่ในเมือง

 

รถครอบครัวที่ขับขี่สนุกเกินคาด

 

เมื่อกดคันเร่งแล้วโหมดขับขี่ให้ฟีลลิ่งที่ใช้งานง่าย ไม่รู้สึกว่ารถใหญ่เกินจนคล่องตัวไม่ดี กลับรู้สึกว่าเข้าโค้งได้มั่นคง ช่วงล้อยาวช่วยให้รถนิ่งและเกาะถนนได้ดี ทำให้ผู้โดยสารนั่งหลังไม่เมื่อย ซึ่งสำหรับวันเที่ยวหนึ่งวันถือว่าครบทั้งใช้งานในเมืองและออกต่างจังหวัดได้อย่างลงตัว

The post BMW iX1 L รถครอบครัวไฟฟ้าที่ให้ฟีลขับสนุกเกินคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>