หากพูดถึงชื่อร้านที่ยืนหนึ่งในใจคนรักมัทฉะ แน่นอนว่าต้อ […]
The post MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากพูดถึงชื่อร้านที่ยืนหนึ่งในใจคนรักมัทฉะ แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ MTCH
อยู่ในลิสต์ต้นๆ แน่นอน ล่าสุดทางแบรนด์ได้ขยับขยายความเข้มข้นมาสู่ย่านธุรกิจอย่างสาทร โดยสาขานี้มาในขนาดที่กะทัดรัดขึ้นกว่าสาขาอื่น เน้นบริการแบบเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้านเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนเมืองในพื้นที่
สาขานี้เหมาะมากสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการมัทฉะเพิ่มความสดชื่นระหว่างวัน หรือจะแวะมาเช็กอินหลังลงจากรถไฟฟ้าก็สะดวกสุดๆ เพราะร้านตั้งอยู่ติดกับทางออกที่ 2 ของสถานี BTS สุรศักดิ์เลย และที่พลาดไม่ได้คือการได้ชมถ้วยมัทฉะ Asahiyaki ของจริงจากเกียวโต ที่มีลวดลาย ‘หลังกวาง’ (ลายดวงๆ บนผิวเคลือบ) ซึ่งงดงามและมีเอกลักษณ์ในทุกใบ



ตัวร้านตั้งอยู่ใต้โรงแรม The Step Sathon โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเรียบง่ายสไตล์มินิมัล เน้นงานไม้และปูนเปลือยที่ตัดกับเคาน์เตอร์บาร์สเตนเลสดูทันสมัย แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่มากแต่ก็ยังมีที่นั่งรองรับสำหรับคนที่อยากพักจิบมัทฉะเงียบๆ สักครู่ก่อนไปต่อ ด้วยบรรยากาศของสาขาสาทรนี้ให้ความรู้สึกแบบ Urban Matcha Bar ที่มีความคล่องตัว ส่วนเรื่องการตกแต่งก็คงฉบับความสวยงามแต่มีสไตล์แบบญี่ปุ่นร่วมสมัย


แม้เมนูที่สาขานี้อาจจะไม่หลากหลายเท่าสาขาอื่น แต่รับประกันว่ารสชาติมัทฉะยังคงเข้มข้นและคัดสรรมาอย่างดีเหมือนเดิม พร้อมมีบริการจำหน่ายผงมัทฉะและอุปกรณ์สำหรับกลับไปทำเองที่บ้านด้วย

ถ้ามาแล้วเราแนะนำให้ลองสั่ง OKUMIDORI (150 บาท) มัทฉะลาเต้ระดับ Medium ที่ดื่มง่าย รสชาติมีความกลมกล่อมและนุ่มนวลอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยรสสัมผัสที่ละมุนลิ้น มีความหวานปลายแบบธรรมชาติ และให้กลิ่นหอมนวลๆ
และสำหรับใครที่ไม่อยากดื่มนม ต้องสั่ง Matcha Coconut (145 บาท) การรวมตัวของเพียวมัทฉะและน้ำมะพร้าว ให้กลิ่นโทนนัวและรสอูมามิที่สดชื่น เหมาะสำหรับคนชอบดื่มชาแบบไม่ใส่นม

ส่วนสาขาแน่นอนว่าก็มีของทานเล่นอย่าง MTCH
MONAKA (160 บาท) ขนมโมนากะแป้งกรอบสไตล์ญี่ปุ่น สอดไส้ไอศกรีมมัทฉะเจลาโต้และถั่วแดง แนะนำให้เลือกไอศกรีมระดับ Medium จะได้ความหอมอร่อยที่กำลังดี

และ MONAKA SET (90 บาท) เซตรวมโมนากะ 2 รสชาติที่ให้สัมผัสแตกต่าง ทั้งไส้ถั่วแดงคลาสสิก และไส้ถั่วขาวผสมยูซุที่ให้ความหอมสดชื่น



ชาวสาทรและพนักงานออฟฟิศย่านสุรศักดิ์ที่กำลังมองหามัทฉะดีๆ สักแก้ว ในวันทำงาน รวมถึงคนที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการซื้อแบบ Grab & Go ร้านนี้คือพิกัดที่ถูกต้องที่สุดในการเติมพลังงานจากคาเฟอีนคุณภาพ และยังเหมาะสำหรับคนรักงานคราฟต์ที่อยากมาชมความงามของถ้วยชาระดับตำนานก่อนตัดสินใจสะสมสักใบ
SathornAddress: ชั้น 1 โรงแรม The Step Sathon (BTS สุรศักดิ์ ทางออก 2)
Open: เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.30 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)
Contact: MTCH
Budget: ราคา 150-350 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/oJNehzfLay9FQf6o6
The post MTCH™ Sathorn คาเฟ่มัทฉะสาขาใหม่ติด BTS สุรศักดิ์ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศ appeared first on THE STANDARD.
]]>
4 HOURS LIFE with เชฟแพม กับร้านแถวบ้านที่ไปได้ทุกวัน & […]
The post 4 HOURS LIFE with Chef Pam กับร้านแถวบ้านที่ไปได้ทุกวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
4 HOURS LIFE with เชฟแพม กับร้านแถวบ้านที่ไปได้ทุกวัน
สำหรับเชฟแพม จากการที่เธอเป็นเด็กสุขุมวิทที่คุ้นเคยกับชีวิตในเมือง ปัจจุบันเธอเลือกใช้ชีวิตอีกจังหวะหนึ่งในย่านศาลายา พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่น ถนนไม่วุ่นวาย และร้านอาหารแบบครอบครัวที่กระจายตัวอยู่มากมาย หลังย้ายมาอยู่ที่นี่หลังแต่งงาน ชีวิตของเธอก็ค่อย ๆ ปรับเข้าสู่ความเรียบง่ายมากขึ้น ระหว่างการดูแลครอบครัว การทำงานในครัว และการใช้เวลากับย่านที่กลายเป็นบ้านของเธอในวันนี้


สำหรับเชฟที่ใช้เวลาอยู่กับอาหารแทบทุกวัน ร้านแถวบ้านจึงไม่ใช่แค่ที่แวะไปกินข้าวแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่พื้นที่ที่รวมกิจกรรมสำหรับครอบครัว ไปจนถึงร้านประจำที่กินได้บ่อยแบบไม่ต้องคิดมาก แถมยังมีร้านที่เหมาะกับการนั่งกินข้าวกับครอบครัว หรือร้านซีฟู้ดสด ๆ ที่นาน ๆ ทีจะไปฝากท้อง และนอกจากร้านอาหารแล้ว ยังมีร้านอุปกรณ์ครัวที่แวะไปเลือกของใช้ทั้งสำหรับบ้านและร้านอาหาร ทุกที่ล้วนเป็นร้านที่เชฟแพมแวะเวียนไปอยู่เสมอในย่านนี้


4 HOURS LIFE with ในครั้งนี้จะพาไปใช้เวลา 4 ชั่วโมงกับ Chef Pam ผ่านร้านโปรดใกล้บ้านที่เธอไปได้แทบทุกวัน ตั้งแต่ร้านสำหรับครอบครัว ร้านที่คนทำอาหารต้องรู้จัก ไปจนถึงมื้ออร่อยที่ช่วยเติมพลังหลังวันทำงาน พร้อมสิทธิพิเศษที่ช่วยให้ทุกช่วงเวลาคุ้มค่ายิ่งขึ้นสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี
บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ร้านแรกที่เชฟแพมแนะนำให้มาในย่านศาลายา คือ Oyard ที่นี่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้สเปซสำหรับครอบครัว มากกว่าจะเป็นแค่ร้านอาหาร เพราะรวมทั้งพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็ก คาเฟ่ และร้านอาหารหลายสไตล์ไว้ในที่เดียว เชฟแพมเล่าว่าเป็นที่ที่สามารถพาครอบครัวมาใช้เวลาด้วยกันได้ทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่


หนึ่งในร้านที่เชฟแพมเลือกแวะคือ ออกรส ร้านอาหารไทยใน Oyard ที่นำเสนอเมนูไทยแบบปรับรสให้ร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยไว้ครบ เมนูที่เชฟแพมแนะนำคือ ม้าฮ้อ ที่บาลานซ์รสได้ดี ไม่หวานเกินไป กินแล้วสดชื่น และอีกเมนูคือ แกงนพเก้า แกงเครื่องเทศ 9 อย่าง ที่มีคาแรกเตอร์อยู่กึ่งกลางระหว่างแกงเผ็ดและแกงเทโพ ให้รสเข้มข้นแต่ไม่หนักจนเกินไป เหมาะกับการสั่งมากินแชร์กันในมื้อสบาย ๆ

Open: ทุกวัน 08.30-22.00 น
Address: พุทธมณฑล สาย 1
Budget: 200–500 บาท
Map:https://maps.app.goo.gl/Bw7JCZXuHRwLw3v18?g_st=ic


สำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิตยูโอบี รับฟรี กล้วยไข่บวชชีมูลค่า 69 บาท เมื่อทานครบ1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค. 69
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

อีกหนึ่งที่ที่เชฟแพมแวะบ่อยจนเรียกว่าเป็นแหล่งเสียเงินประจำคือ Seven Five Distributor ร้านขายอุปกรณ์ครัวขนาดใหญ่ที่สายทำอาหารหรือเจ้าของร้านอาหารต้องรู้จัก ที่นี่เป็นเหมือนโกดังรวมทุกอย่างเกี่ยวกับครัว ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นเล็กไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่


เชฟแพมเล่าว่ารู้จักร้านนี้มานานแล้ว และยิ่งสะดวกขึ้นเมื่อรู้ว่าอยู่ใกล้บ้าน สิ่งที่เธอซื้อบ่อยที่สุดคือกล่องจัดเก็บอาหาร ทั้งแบบพลาสติกและสเตนเลสที่ใช้ในครัว ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในครัวที่บ้านได้เช่นกัน ความสนุกของที่นี่คือการได้เดินเลือกของในโชว์รูม เห็นของจริงก่อนตัดสินใจซื้อ และถึงจะไม่ได้ตั้งใจมาซื้ออะไร ก็มีโอกาสได้ของติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ
สำหรับใครที่ชอบจัดครัว หรือกำลังเริ่มทำอาหารจริงจัง แนะนำให้ลองเช็กของในเว็บไซต์ก่อน แล้วค่อยมาเดินดูของจริง เพราะของค่อนข้างเยอะและเลือกเพลินมาก

Open: เวลา 08.00–17.00 น. ปิดวันอาทิตย์
Address: บางคูเวียง , นนทบุรี
Map: https://maps.app.goo.gl/ZsxnNvnBdJiN5qKn8?g_st=ic

ร้านอีกร้านที่เชฟแพมอยากแนะนำเป็นร้านที่กินได้ทุกวันนั่นคือ Anya’s Place ร้านอาหารที่อยู่คู่ย่านนี้มายาวนาน และเป็นร้านของครอบครัวด้วย ที่นี่มีเมนูหลากหลายมาก ตั้งแต่อาหารไทย อีสาน ไปจนถึงอาหารอิตาเลียน และยังมีเมนูเบรกฟาสต์ทำให้เป็นร้านที่ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา


เมนูที่เชฟแพมสั่งบ่อยเริ่มจาก ข้าวต้มแห้ง ที่โดดเด่นด้วยเครื่องแน่น ทั้งหมูก้อน หมูกระดูกอ่อน และเต้าหู้ทอด ยิ่งคลุกกับซอสแล้วได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว อีกเมนูคือสปาเกตตีลุงชัย ที่มีความเผ็ดและกลิ่นอายแบบไทย ๆ ผสมกับซอสมะเขือเทศ ทำให้เป็นจานที่กินแล้วอยากสั่งซ้ำ และเมนูซุปที่ไม่ควรพลาดคือ แกงส้ม ที่รสเข้มข้นแต่ไม่เผ็ดเกินไป ซดได้คล่อง ด้วยความที่เมนูมีให้เลือกเยอะและชื่นชอบในรสชาติ ทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านประจำของหลายครอบครัวในย่านนี้

Open: ทุกวัน เวลา 10.30-22.00 น.
Address: ถนนคลองทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
Budget: 150-400 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/Zi6iPLzEMhfCFgq18?g_st=ic

ปิดท้ายด้วยร้านซีฟู้ดที่เชฟแพมยกให้เป็นหนึ่งในร้านโปรด แม้จะไม่ได้กินบ่อย แต่ไปทีไรไม่เคยผิดหวัง กินกับก้อยเป็นร้านซีฟู้ดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดของวัตถุดิบ และคุณภาพที่ค่อนข้างพรีเมียม


เมนูที่เชฟแพมแนะนำคือ ไข่ปูนึ่ง ที่นึ่งมาแบบไม่สุกเกินจนแข็ง แต่ยังคงความนุ่มและหวานคล้ายไข่ออนเซ็น กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดแล้วรสชาติยิ่งเด่นขึ้น นอกจากนี้ยังมี กั้งผัดพริกไทยดำ และหอยแครงลวกที่ยังคงความสดและหวานของเนื้อไว้ได้ดี ที่นี่เป็นร้านที่ราคาสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ เหมาะสำหรับมื้อพิเศษหรือวันที่อยากกินซีฟู้ดดี ๆ แบบจัดเต็ม

Open: ทุกวัน เวลา 10.30-20.30 น.
Address: พุทธมณฑล สาย 2
Budget: 500-1,000 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/QiNixjAw4m4Cr2CS8?g_st=ic
#TheStandardLife #TheUrbanGuidetoWellbeing #4hourswith #UOB #UOBT #4hourswithChefPam #Oyard #SevenfiveDistributor #AnyasPlace #กินกับก้อย
[ADVERTORIAL]
The post 4 HOURS LIFE with Chef Pam กับร้านแถวบ้านที่ไปได้ทุกวัน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าคุณเป็นคนที่รักการเดินทางพอๆ กับการวิ่ง ลองจินตนาการ […]
The post Gyeongju Cherry Blossom Marathon: วิ่งก็ใช่ เที่ยวก็ฟิน กลางดอกพ็อดกด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าคุณเป็นคนที่รักการเดินทางพอๆ กับการวิ่ง ลองจินตนาการถึงทริปที่ไม่ต้องเลือกระหว่างเที่ยวหรือออกกำลังกาย เพราะที่คยองจู เราสามารถทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกันได้ในครั้งเดียว กับ Gyeongju Cherry Blossom Marathon 2026 งานวิ่งที่จะที่พาคุณไปไกลกว่าการท่องเที่ยว เพราะได้ทั้งเรื่องสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ แถมยังได้สัมผัสความสวยงามของเมืองคยองจู เมืองมรดกโลกของสาธารณรัฐเกาหลี ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องราวในอดีต แต่ยังโดดเด่นเรื่องดอกพ็อดกด (Cherry Blossom) ที่บานสะพรั่งยอดนิยมที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีอีกด้วย เพราะถ้ามาถูกจังหวะ คุณจะได้เห็นความสวยงามของดอกพ็อดกดเต็มตา แบบไม่ต้องคอยลุ้นเลยว่าจะเจอไหม


Gyeongju Cherry Blossom Marathon เป็นงานวิ่งนานาชาติประจำฤดูใบไม้ผลิของสาธารณรัฐเกาหลี ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 33 นับเป็นงานวิ่งยอดนิยมอันดับ 3 ของเกาหลี รองจากโซลและเกาะเชจู รองรับนับวิ่งร่วมพันทั้งคนท้องถิ่นและต่างชาติที่มาร่วมวิ่งในเส้นทางนี้ ซึ่งมีไฮไลท์เป็นอุโมงค์ดอกพ็อดกดเต็มสองข้างทาง เรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็เจอ

งานนี้เปิดทั้งระยะ 5K, 10K และ 21K ที่รับประกันว่าเจอดอกพ็อดกดแน่ๆ ทุกระยะ ปกติจะจัดในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี (อย่างปีนี้จัดวันที่เสาร์ที่ 4 เมษายน 2026) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบายอยู่ที่ 10–15 องศา ไม่ต้องใส่ชุดที่มีเลเยอร์เยอะเพราะวิ่งไปสักพักก็จะเริ่มอุ่นพอให้เราไปต่อ


ส่วนเส้นทางวิ่งของงานนี้จะวิ่งผ่านบรรยากาศของเมืองเก่า และแลนด์มาร์กสำคัญอย่างโซนวัดพุลกุกซา (Bulguksa) วัดพุทธเก่าแก่สง่างามท่ามกลางธรรมชาติ ทะเลสาบบอมุน (Bomun Lake) ที่ถือเป็นจุดชมดอกพ็อดกดประจำเมือง มีกองเชียร์ตีกลองส่งเสียงให้กำลังใจ มีจุดแจกน้ำและเครื่องดื่มทุกๆ 5 กิโลเมตร และจุดแจกอาหาร เช่น กล้วย บราวนี่ ให้ด้วย นับเป็นงานวิ่งที่อบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของคยองจูยังมีอีกมาก เริ่มจากวัดพุลกุกซา (Bulguksa) และถ้ำซอกกูรัม (Seokguram Grotto) มรดกโลกที่สะท้อนความรุ่งเรืองของศิลปะพุทธศาสนาในยุคชิลลา ใครมาแล้วอย่าลืมเผื่อเวลาเดินเล่นรอบๆ เพราะในฤดูดอกพ็อดกดบริเวณนี้เต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูที่สวยไม่แพ้จุดอื่นในเมือง


สวนดอกพ็อดกดใกล้วัด
ต่อด้วยอุทยานสุสานหลวงแดนึงวอน (Daereungwon) ที่ให้ฟีลเงียบสงบ แปลกตา และถ่ายรูปออกมาสวยแบบมินิมอล ก่อนจะขยับไปย่านฮวังนิดันกิล (Hwangnidan-gil) ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารในบ้านสไตล์ฮันอก เหมาะสำหรับการพักเหนื่อยหลังวิ่ง


อุทยานสุสานหลวงแดนึงวอน (Daereungwon)


ย่านฮวังนิดันกิล (Hwangnidan-gil)
ถ้ามีเวลาและอยากขยับทริปไปต่อที่ปูซาน เมืองติดทะเลที่อยู่ไม่ไกล ก็มีหลายจุดที่เรา
ไม่ควรพลาด เริ่มจากหาดกวางอัลลี (Gwangalli Beach) ที่มองเห็นสะพาน Gwangan ยามค่ำคืนได้แบบเต็มตา

หาดกวางอัลลี (Gwangalli Beach)


ย่านนี้มีร้านอาหารซีฟู้ดดองและคาเฟ่น่ารักมากมาย
ก่อนจะไปต่อที่โซน Mipo–Cheongsapo ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทะเลและคาเฟ่บรรยากาศดี ไฮไลต์ของโซนนี้คือการนั่ง Haeundae Sky Capsule รถไฟลอยฟ้าขนาด 2 ที่นั่ง และ Haeundae Beach Train รถไฟดีไซน์ย้อนยุควิ่งเลียบชายฝั่ง ให้คุณได้ชมวิวทะเลแบบใกล้ชิดในมุมที่ต่างออกไป แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อย เพราะที่นั่งค่อนข้างเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วงพีคอย่างฤดูดอกพ็อดกด


Haeundae Beach Train

Haeundae Sky Capsule รถไฟลอยฟ้าขนาด 2 ที่นั่ง
ปิดท้ายด้วย Gamcheon Culture Village หมู่บ้านสีพาสเทลที่เต็มไปด้วยมุมถ่ายรูป และแลนด์มาร์กอย่างเจ้าชายน้อยที่ต้องเผื่อเวลาต่อคิวกันสักหน่อย หรือสำหรับสายช้อปปิ้ง ก็สามารถแวะไปที่ Seomyeon และ Nampo-dong/Jagalchi Market ที่มีทั้งของกินและร้านค้าให้เลือกเดินแบบเพลินๆ ได้ทั้งวัน


Gamcheon Culture Village
การเดินทางไปคยองจูสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่เมืองปูซาน ใช้เวลาประมาณ 5.5–6 ชั่วโมง จากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยังคยองจูได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง (KTX) ที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือรถบัสและรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทางที่เลือก
สำหรับใครที่อยากให้ทริปนี้ครบทั้งการวิ่งและการเที่ยว แนะนำให้เริ่มต้นที่ปูซานก่อนสัก 2 คืน เพื่อเก็บบรรยากาศเมืองทะเล คาเฟ่ และแลนด์มาร์กสำคัญ ก่อนเดินทางต่อมายังคยองจูเพื่อเข้าร่วมงานวิ่งและใช้เวลาอีก 2 คืนแบบสโลว์ไลฟ์ในเมืองมรดกโลก เท่านี้ก็จะได้ทริปที่บาลานซ์ทั้งความสนุกและการพักผ่อนอย่างลงตัว

Gyeongju Cherry Blossom Marathon นับเป็นงานวิ่งที่ยังใหม่และคนยังไม่ค่อยรู้จัก ข้อดีคือมีความโลคัลและนักวิ่งต่างชาติยังไม่เยอะ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์วิ่งต่างแแดน ที่ไม่ต้องใช้วีซ่า ไม่ไกลจากเมืองไทย มีทุกระยะเริ่มต้นให้ลง แถมยังถือโอกาสนี้ได้เที่ยวเกาหลีฝั่งตะวันออกเฉียงใต้อย่างคยองจูและปูซาน เราเชียร์ให้ไปเลย ใครสนใจลองติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktc.promo/KTO-2026 โทร. 02-123-5000
The post Gyeongju Cherry Blossom Marathon: วิ่งก็ใช่ เที่ยวก็ฟิน กลางดอกพ็อดกด appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก้าวเข้าสู่เดือนเมษายนที่อุณหภูมิพุ่งทะยานสูงต้อนรับเทศ […]
The post หนีร้อนไปกิน ‘ข้าวแช่’ รวมลิสต์ร้านดังและโรงแรมทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก้าวเข้าสู่เดือนเมษายนที่อุณหภูมิพุ่งทะยานสูงต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยพอดี ยิ่งแดดแรงๆ อย่างนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังเลยคือ ‘ฮีตสโตรก’ หรือโรคลมแดด ใครที่มีแพลนทำกิจกรรมหนักๆ กลางแจ้ง อย่าลืมหาจังหวะหลบแดด มาพักรีเฟรชร่างกายกันสักนิด พร้อมหาอะไรเย็นๆ กินให้สดชื่น
อย่างเมนู ‘ข้าวแช่’ ข้าวหอมมะลิในน้ำลอยดอกไม้อบควันเทียน เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงทั้งคาวและหวาน เมนูอาหารไทยหากินยาก 1 ปีจะมีให้ลิ้มลองสักครั้ง แต่เราว่านี่แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงรักและรอคอยเมนูนี้มาทุกปี
และนี่คือลิสต์พิกัดร้าน ‘ข้าวแช่’ ที่เราคัดสรรมาให้ทุกคนได้ตามไปหลบแดด และลิ้มรสความสดชื่นตลอดหน้าร้อนนี้!

ห้องอาหารไทย เบญจรงค์ ณ บ้านดุสิตธานี บอกเล่าเรื่องราวความละเมียดละไมผ่าน ‘ข้าวแช่ตำรับชาววัง’ ไฮไลต์ของเมนูนี้คือการใช้ข้าวหอมมะลิออร์แกนิกจากจังหวัดสุรินทร์ เสิร์ฟมาในน้ำลอยดอกมะลิเย็นๆ กินคู่กับเครื่องเคียงหลายอย่าง แต่ที่น่าสนใจเลยคือ ปลาผัดหวานสูตรโบราณจากสุราษฎร์ธานี ไข่แดงเค็มไชยา และปลาเค็มหมูสับ แนมด้วยผักสดออร์แกนิก ก่อนปิดท้ายสำรับด้วยของหวานดับร้อนอย่าง ‘ส้มฉุน’
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569
Budget: เริ่มต้น 1,099 บาท ต่อชุด และสำหรับนำกลับบ้าน 1,890 บาท
Contact: https://www.facebook.com/baandusithani

ปีแรกของห้องอาหาร Tropicana ของโรงแรมเอ็นเอช กรุงเทพฯ สุขุมวิท บูเลอวาร์ด ต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยเมนู ‘ข้าวแช่ตำรับเมืองเพชรบุรี’ ความน่าสนใจของเซ็ตนี้คือการคอลแลบส์กันระหว่างเชฟซี อลงกรณ์ Executive Chef ประจำโรงแรม และเชฟบอย ปิยะชาติ ดีกรีเชฟมิชลิน 1 ดาว มาร่วมกันถ่ายทอดความประณีตฉบับชาววังให้ร่วมสมัยขึ้น โดยไฮไลต์จะอยู่ที่เครื่องเคียงอย่าง ลูกกะปิทอด, หอมแดงยัดไส้ปลากะพง, ไชโป๊หวานผัด, พริกหยวกสอดไส้ไก่, ไก่ฝอยหวาน และไข่เค็มทอด
When: ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569
Budget: 650 บาท ต่อท่าน
Contact: https://www.facebook.com/NHBangkokSukhumvitBoulevard

ข้าวแช่ที่หลายคนตั้งตารอจาก Nara Thai Cuisine ปีนี้เอาใจสายสุขภาพและสายรักษ์โลกแบบเต็มๆ เมื่อทางแบรนด์เลือกจับมือกับกรมการค้าภายในนำเสนอ ‘ข้าวแช่นารา’ ที่ใช้ ‘ข้าวพันธุ์ กข 43’ ข้าวโลว์คาร์บอนดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงตำรับชาววัง 14 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลูกกะปิคลองโคน, พริกหยวกสอดไส้, ปลายี่สนเพชรบุรีผัดหวาน รวมถึงเครื่องว่างดับร้อนอย่างแตงโมปลาแห้งและเมี่ยงลาวทอง
เริ่มต้นที่ราคาเซ็ตละ 890 บาท หรือหากใครที่กำลังมองหาของขวัญไปฝากญาติผู้ใหญ่ ที่นี่มีเซ็ตชะลอมดีไซน์พิเศษ ในราคา 1,490 บาท และสำหรับสาย Take Away ที่สาขา Emsphere ก็มีเซ็ตเล็กๆ ให้กลับไปอิ่มอร่อยที่บ้านได้ในราคา 490 บาทเช่นกัน
When: ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569
Budget: เริ่มต้น 890 บาท ต่อเซ็ต
Contact: https://www.facebook.com/narathaicuisine

ห้องอาหาร Ventisi โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ จับมือกับ ‘ร้านบ้านย่า’ ร้านอาหารไทยเจ้าของรางวัลมิชลินไกด์ 8 ปีซ้อน นำเสนอเมนูคลายร้อนอย่าง ‘ข้าวแช่โบราณ’ ที่โดดเด่นด้วยน้ำลอยดอกไม้หอมกลิ่นอบควันเทียน เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงตำรับดั้งเดิม ทั้งลูกกะปิทอด หมูฝอย หัวไชโป๊วผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน หอมแดงทอด พริกหยวกสอดไส้ มะม่วงเขียวเสวย และผักเคียง
จะเลือกสั่งเป็นเซ็ต ในราคา 590 บาท หรือใครที่แวะมาฝากท้องกับบุฟเฟต์นานาชาติของทางโรงแรมอยู่แล้ว ก็ได้กินข้าวแช่ให้คลายร้อนกันแบบไม่อั้นเช่นเดียวกัน
When: วันที่ 9-19 เมษายน 2569
Budget: ราคา 590 บาท ต่อเซ็ต
Contact: https://www.facebook.com/ventisibkk

ห้องอาหาร Bangkok Baking Company (BBCO) โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ นำเสนอสำรับข้าวแช่ที่ปรุงแบบโบราณ ตัวข้าวหอมมะลิเสิร์ฟในน้ำลอยดอกมะลิเย็นชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง 9 อย่าง เริ่มจากเครื่องคาวอย่าง ลูกกะปิ, พริกหยวกยัดไส้หมูสับและกุ้ง, หอมแดงยัดไส้ และลูกไข่เค็ม ตามด้วยเครื่องหวานอย่าง หมูฝอย, เนื้อฝอย, ไชโป๊หวาน, ปลาสลิดเคลือบหวาน และปลายี่สนผัดหวาน ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานโบราณอย่างเมนู ‘ส้มฉุน’ เสิร์ฟมาพร้อมกับ ‘ชาอัญชันมะนาว’ ที่ช่วยเติมความเฟรชมากขึ้น
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569
Budget: สำหรับกินที่ร้าน 850 บาท และซื้อกลับบ้าน 1,350 บาท ต่อสำรับ
Contact: https://www.facebook.com/BBCOBKK

สำรับข้าวแช่จากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดย เชฟป้อม-พัชรา พิระภาค ได้หยิบยกสูตรที่สืบทอดกันในครอบครัวมาถ่ายทอดเป็นข้าวแช่ตำรับพิเศษ พร้อมเสิร์ฟข้าวหอมมะลิแช่ในน้ำอบดอกไม้หอมเย็น คู่กับเครื่องเคียงรสกลมกล่อม พร้อมผักแนมที่แกะสลักมาอย่างวิจิตรงดงาม
สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับสวัสดีปีใหม่ไทยนี้ ก็เหมาะมากๆ เพราะมีให้เลือกถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ ‘ชุดคลาสสิกบ็อกซ์’ สำหรับ 1 ท่าน (ราคา 1,295 บาท) บรรจุมาในกล่องสีเขียวศิลาดลพิมพ์ลายสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกของโรงแรม และ ‘ชุดปิ่นโต’ สำหรับ 2 ท่าน (ราคา 2,890 บาทสุทธิ)
สามารถซื้อได้ที่ Mandarin Oriental Shop ทั้ง 4 สาขา (สยามพารากอน เกษรวิลเลจ ดิ เอ็มโพเรียม พาร์ค สีลม) ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ถึง 15 พฤษภาคม 2569
When: ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569
Budget: ชุดคลาสสิกบ็อกซ์ ราคา 1,295 บาท และชุดปิ่นโต ราคา 2,890 บาท
Contact: https://www.facebook.com/MandarinOrientalBangkok

ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ที่หลายคนรอคอย ปีนี้กลับมาพร้อมเมนูไอคอนิก อย่าง ‘ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน’ ที่นำเสนอข้าวแช่ในตำรับชาววังผสมผสานกับสูตรชาวบ้าน จัดวางมาในชามทองเหลืองแบบดั้งเดิม กินคู่กับเครื่องเคียง 7 ชนิด ทั้งลูกกะปิชุบไข่ทอด ไชโป๊วหวาน พริกหยวกสอดไส้ห่อไข่ลูกไม้ ปลายัดไส้หอมแดง หมูฝอย พริกแห้งไส้ปลาหวาน และปลายี่สนหวาน แนมด้วยผักผลไม้แกะสลัก ก่อนปิดท้ายความสดชื่นด้วยของหวานอย่าง ‘ส้มฉุนลูกหม่อนลิ้นจี่มะยงชิด’
When: ตั้งแต่วันนี้ – 17 พฤษภาคม 2569
Budget: สำหรับรับประทานที่ร้านเริ่มต้น 890 บาทต่อชุด เวลา 11.30-16.30 น. เซ็ตปิ่นโตกลับบ้าน ราคา 1,550 บาท พร้อมถุงผ้า หรือ 1,450 บาท แบบไม่รับถุงผ้า (สั่งจองล่วงหน้า 1 วัน)
Contact: https://www.facebook.com/jimthompsonrestaurant.thailand

เปลี่ยนบรรยากาศขึ้นเหนือไปคลายร้อนกันที่ห้องอาหาร Bodhi Terrace ณ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ที่นำเสนอ ‘ข้าวแช่ตำรับดั้งเดิม’ ตัวข้าวหอมมะลิแช่น้ำอบดอกไม้ เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงครบครันอย่าง ลูกกะปิยัดไส้ไข่แดงเค็ม พริกหยวกสอดไส้ และหอมแดงยัดไส้ปลายี่สน และอีกเมนูที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง ‘มะยงชิด’ ผลไม้ประจำฤดูกาล ที่เขานำมารังสรรค์เป็นกิมมิกเสริมความอร่อยให้กับสำรับ ไม่ว่าจะเป็น ม้าฮ่อมะยงชิด ยำมะยงชิดกุ้งสด ข้าวเหนียวมะยงชิด และมะยงชิดลอยแก้ว
When: ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2569
Budget: เริ่มต้น 499 บาท ต่อท่าน
Contact: https://www.facebook.com/AnantaraChiangMai

กลับมาเช็กอินใจกลางเมือง ที่ห้องอาหาร Spice Market โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ มาพร้อม ‘ข้าวแช่ตำรับโบราณ’ ที่ครบถ้วนทั้งรสชาติและรูปโฉม มาพร้อมเครื่องเคียง 6 อย่าง ที่ทำแบบพอดีคำ อาทิ กะปิทรงเครื่อง, หอมสอดไส้ทอด, ปลายี่สนผัดหวาน, หมูฝอยหวาน, หัวผักกาดหวาน, พริกหยวกสอดไส้) และกิมมิกที่น่าสนใจอีกอย่างของปีนี้คือ ‘กล้วยบวชชี’ ทวิสต์กับไอศกรีมมะพร้าว เป็นเมนูของหวานปิดท้ายมื้อ
When: ตั้งแต่วันนี้ – 31 เมษายน 2569
Budget: เริ่มต้น 1,250 บาท ต่อเซ็ต
Contact: https://www.facebook.com/AnantaraSiamBangkokHotel

ร้าน ‘ฤดูกาล’ รูฟท็อปอาหารไทยบนชั้น 56 ของ The Empire นำโดย เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ได้หยิบสำรับข้าวแช่ดั้งเดิม มายกระดับกลายเป็นเมนูของหวานสุดล้ำ นำเสนอผ่านไอศกรีมนมข้าวเนื้อเนียน กินคู่กับครัมเบิลกะปิ ไข่เค็มสอดไส้ถั่วกวน และมะม่วงดอง
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569
Budget: เริ่มต้น 390 บาท
Contact: https://www.facebook.com/ledukaan

ห้องอาหาร Savio หยิบเมนูข้าวแช่ตำรับโบราณ กลับมาให้เรากินคลายร้อนกัน ตัวสำรับเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงที่ทำอย่างพิถีพิถัน ทั้งลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้หลุ่ม หมูฝอย ไข่แดงเค็ม ไชโป๊วหวาน แนมด้วยผักสด แต่ที่น่าสนใจเลยคือ ‘แตงโมปลาแห้ง’ ของว่างโบราณหากินยากที่ช่วยรีเฟรชความสดชื่น ก่อนเข้าจานหลัก
When: ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569
Budget: ราคาเซ็ตละ 999 บาท และสำหรับซื้อกลับบ้าน ราคาเซ็ตละ 1,199 บาท
Contact: https://www.facebook.com/chatriumgrandbangkok

‘บุรามาลี’ ร้านอาหารไทยสไตล์โรงน้ำชาของคุณปลา iberry เป็นอีกหนึ่งร้านที่ซัมเมอร์นี้ก็จัดเสิร์ฟ ‘สำรับข้าวแช่’ เช่นเดียวกัน ซึ่งความน่าสนใจจะอยู่ที่ข้าวแช่ในน้ำลอยดอกไม้ เพราะเขาใช้ดอกไม้ถึง 3 ชนิดด้วยกัน (มะลิ กระดังงา กุหลาบมอญ) กินพร้อมเครื่องเคียงทีละคำเล็กๆ กว่า 10 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ลูกกะปิย่าง ลูกไข่เค็ม หอมแดงสอดไส้ปลาช่อน พริกหยวกห่อไส้หมูและกุ้งบะช่อ ไข่ปลาสลิดทอด พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลาดุกฟูผัดพริกขิง ปลาสลิดครองแครง ปลายี่สนผัดหวาน และไชโป๊วผัดหวาน ก่อนปิดท้ายด้วยกรานิต้าส้มซ่าจานของหวานที่ช่วยเติมความสดชื่น เป็นอันจบสำรับได้อย่างลงตัว
When: ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าจะหมด
Budget: เริ่มต้น 890++ บาท
Contact: https://www.facebook.com/profile.php?id=61578917631904

‘ข้าวแช่บ้านใน’ กลับมาให้คลายร้อนกันอีกครั้งในฤดูกาลนี้ มาในรูปแบบชุดแสตนดาร์ดสำหรับ 1 ท่าน ที่ยังคงคอนเซปต์ความเป็น ‘สูตรครอบครัว’ รสชาติกลมกล่อม กินง่าย แต่ใส่ใจในรายละเอียดทุกองค์ประกอบ ตัวข้าวเป็นข้าวเม็ดสวยนุ่มลอยในน้ำมะลิจากดอกที่ปลูกเอง ให้กลิ่นหอมแบบธรรมชาติ (ไม่อบควันเทียน) กินแล้วให้ความรู้สึกเบา สดชื่น และสบายกว่าที่คิด
เครื่องเคียงจัดมาแบบพอดีอิ่มกับ 5 อย่างคลาสสิก ได้แก่ ลูกกะปิ หอมแดงยัดไส้ปลา พริกหยวกยัดไส้หมูสับผสมกุ้งสับแบบแน่นๆ (ให้มาถึง 2 ลูก) ไชโป๊วหวาน และหมูฝอย ทุกอย่างบาลานซ์รสหวาน เค็ม มัน ได้ดี กินสลับกับข้าวแช่แล้วลงตัว เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะกับคนอยากกินข้าวแช่แบบเรียบง่าย แต่คุณภาพครบ
When: ส่งเฉพาะวันศุกร์–อาทิตย์
Budget: 450 บาท / ชุด
Contact: www.facebook.com/Baannaithereminiscence

สัมผัสเสน่ห์ของ ‘ข้าวแช่ตำรับไทย’ ที่ยังคงความประณีตแบบดั้งเดิม แต่เติมรายละเอียดให้ร่วมสมัยมากขึ้นในแต่ละสำรับ เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างม้าฮ่อวอลนัท ก่อนเข้าสู่ข้าวแช่ที่เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย ทั้งพริกหยวกสอดไส้หมู กุ้ง และไข่แพร พริกแห้งสอดไส้ปลาแซลมอนผัด ลูกกะปิปลาช่อนชุบทอด และหอมใหญ่สอดไส้เนื้อปู ปิดท้ายด้วยวุ้นดอกไม้น้ำผึ้งสามแซ่ และเครื่องดื่มอย่างน้ำชะเอมเทศมะขามป้อมที่ช่วยเติมความสดชื่นได้อย่างลงตัว
ความน่าสนใจคือแต่ละสาขาจะมีรายละเอียดเฉพาะตัว โดยสาขาสุขุมวิท 22 จะเพิ่มเครื่องเคียงอย่างปลายี่สนผัดหวาน และดอกอัญชันยัดไส้หมูและกุ้ง พร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำแดงมะกรูดโซดา ขณะที่สาขาเอเชียทีคจะเน้นสำรับที่ครบเครื่องในแบบคลาสสิก
When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Budget: เริ่มต้น 899++ บาท (เอเชียทีค) / 1,048 บาทสุทธิ (สุขุมวิท 22)
Contact: https://www.facebook.com/siamtearoom

‘เสน่ห์จันทน์’ นำเสนอ ‘สำรับข้าวแช่’ ที่ถ่ายทอดความงดงามของอาหารไทยในแบบฉบับดั้งเดิม พร้อมตีความให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยยังคงความประณีตในทุกองค์ประกอบ ความโดดเด่นอยู่ที่ “ข้าวและน้ำลอยดอกไม้” ซึ่งหุงข้าวกับดอกอัญชันจนได้สีฟ้าคราม ก่อนนำไปลอยในน้ำดอกไม้ที่ผสานทั้งกระดังงา กุหลาบมอญ มะลิ ชมนาด และจันทน์กะพ้อ ก่อนอบควันเทียนให้กลิ่นหอมละมุน กินคู่กับเครื่องเคียงตำรับชาววังกว่า 11 ชนิดที่ปรุงอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน
ความพิเศษของปีนี้คือมีทั้งแบบรับประทานที่ร้าน และ Takeaway Set ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญช่วงสงกรานต์ เป็นสำรับที่ให้ทั้งความสดชื่นและความหมายในคำเดียว
When: ทุกวัน เวลา 11.30–14.00 น.
Budget: 1,290++ บาท (Dine-in) / 1,490++ บาท (Takeaway)
Contact: https://www.facebook.com/sanehjaan

ใครมองหาข้าวแช่ตามตำรับชาววังคลาสสิก ให้แวะไปที่ ‘The House of Smooth Curry’ ของ The Athenee Hotel Bangkok ที่เชฟมนตรีเลือกใช้ข้าวหอมมะลิออร์แกนิกจากอำนาจเจริญ นำมาล้างและแช่น้ำลอยดอกมะลิข้ามคืน จนได้เนื้อสัมผัสเบาและกลิ่นหอมละมุน กินแล้วให้ความรู้สึกเย็นสบายแบบพอดี
ตัวสำรับมาพร้อมเครื่องเคียง 8 อย่างสูตรดั้งเดิม ทั้งลูกกะปิ หอมแดงสอดไส้ปลา พริกหยวกสอดไส้ ไชโป๊วผัดไข่ หมูฝอยหรือเนื้อฝอย และปลาช่อนแห้งผัดหวาน ก่อนปิดท้ายด้วยมะยงชิดลอยแก้วที่ช่วยเติมความสดชื่นให้ครบจบในชุดเดียว
When: วันนี้ – 30 เมษายน 2569 เวลา 11.30–14.30 น. / 18.00–22.00 น.
Budget: 980++ บาท (Dine-in) / 1,480+ บาท (Takeaway)
Contact: https://www.facebook.com/theatheneehotel

ร้านอาหารไทยในบรรยากาศสุดคลาสสิกที่นำเสนอ ‘ข้าวแช่ชาววัง’ ที่น่าสนใจตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ตั้งแต่นำเมล็ดข้าวหอมมะลิเกษตรอินทรีย์ ไปหุงด้วยเตาถ่านโบราณ แล้วนำมาขัดและอบควันเทียนจนหอม ก่อนแช่ในน้ำดอกไม้เย็นๆ มาพร้อมเครื่องเคียงทั้ง 6 ชนิด ทั้งลูกกะปิ หมูหวานฝอย เนื้อหวานฝอย ไชโป๊วผัด ไข่แดงเค็ม หรุ่มหรือพริกหยวกยัดไส้ กินแกล้มกับผักและผลไม้สดที่แกะสลักมาอย่างงดงาม
When: ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.00-22.00 น.
Budget: ชุดละ 450 บาท
Contact: https://www.facebook.com/RuenMallika

สำหรับใครที่เป็นสายบุฟเฟต์ หรืออยากกินแบบจัดเต็มต้องแวะมาที่ ‘บ้านขนิษฐา (Baan Khanitha)’ เพราะที่นี่มี ‘ข้าวแช่บุฟเฟต์ชาววัง’ ในน้ำลอยดอกไม้ออร์แกนิกเย็นชื่นใจ พร้อมเครื่องเคียงโบราณแบบจุใจรวมอยู่ในไลน์บุฟเฟต์ด้วย แต่อีกอย่างหนึ่งที่ก็น่าสนใจไม่แพ้กันคือ มีการแสดงนาฏศิลป์และขบวนกลองยาวให้เราได้ชมกัน แถมยังมีบริการให้ยืมชุดไทยพร้อมเครื่องประดับมาใส่ถ่ายทำคอนเทนต์ที่กำลังฮิตในช่วงนี้กันแบบฟรีๆ อีกด้วย (จำกัดเวลารับประทาน 2 ชั่วโมง)
When: วันที่ 13-15 เมษายน 2569 เวลา 11.30-15.30 น.
Budget: บุฟเฟต์ราคา 1,190++ บาท ต่อคน
Contact: https://www.facebook.com/baankhanithabkk

ถ้าใครกำลังมองหาร้าน ‘ข้าวแช่โบราณตำรับเพชรบุรี’ แบบแท้ๆ ชนิดไม่ต้องไปไกลถึงเพชรบุรีต้องแวะมาที่ ‘สรร’ ร้านอาหารไทยใจกลางสวนผลไม้เมืองนนทบุรี ที่เน้นความเรียบง่าย เสิร์ฟเครื่องเคียงเพียง 3 อย่างตามแบบฉบับดั้งเดิม ได้แก่ ไชโป๊วหวาน ลูกกะปิ และปลากระเบนผัดหวาน และอีกหนึ่งกิมมิกที่น่ารักมากๆ คือสำรับนี้จะเสิร์ฟมาในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาจากเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นการเบลนด์เสน่ห์ของเมืองนนทบุรีและเพชรบุรีเข้ากันอย่างลงตัว
When: วันนี้ – 31 เมษายน 2569
Budget: ราคา 290 บาท
Contact: https://www.facebook.com/sannrestaurant
The post หนีร้อนไปกิน ‘ข้าวแช่’ รวมลิสต์ร้านดังและโรงแรมทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
4 ชั่วโมง ทำอะไรดีในย่านวงเวียน 22 กรกฎาคม พาลุย […]
The post 4 HOURS in ‘วงเวียน 22 กรกฎาคม’ ย่านพี่น้องเยาวราชที่มีแต่ของอร่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
4 ชั่วโมง ทำอะไรดีในย่านวงเวียน 22 กรกฎาคม
พาลุยย่านลูกพี่ลูกน้องของเยาวราชอย่าง ‘วงเวียน 22 กรกฎาคม’ นี่คือทริปยามเช้า ที่เดินทางมาได้สบายๆ แค่นั่ง MRT ลงสถานีวัดมังกร เดินลัดเลาะมาอีกนิดเดียวก็ถึงรูทตระเวนกินที่เรารวมมาครบจบทุกหมวด ไม่ว่าจะเป็นมื้อหลักอย่าง ฉั่วฮะเซ้ง ห่านพะโล้, หอมดีหมี่เกี๊ยว และเจ้น้อย กู๋ฉ่าย หอเจี๊ยะ แล้วแวะจิบน้ำสมุนไพรที่คั้นกี่น้ำเต้าทองกันสักหน่อย ต่อด้วยเติมน้ำตาลกันที่ ขนมครกเศรษฐี, ขนมปี๊บใต้โรงแรม Old Thai Heng และข้าวเหนียวมะม่วง ป้าเล็ก-ป้าใหญ่ ก่อนปิดท้ายทริปด้วยคาเฟ่ตั้งบั๊กเส็ง ร้านน้ำชงสุดคลาสสิกที่โดนใจชาว Gen Z เพราะไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็เทสดีสุดๆ เลยล่ะ
ดูคลิป Reel ได้ที่ https://www.instagram.com/p/DW5SuDHkcD_
View this post on Instagram

เริ่มต้นทริปกันด้วยร้านระดับตำนานของย่านวงเวียน 22 กรกฎาคมอย่าง ‘ฉั่วฮะเซ้ง ห่านพะโล้’ ที่เปิดมานานกว่า 50 ปี เดินผ่านหน้าร้านจะเห็นห่านพะโล้เรียงแขวนอยู่หน้าตู้ กลิ่นเครื่องเทศหอมชัดตั้งแต่ยังไม่ทันสั่ง จุดเด่นอยู่ที่เนื้อห่านนุ่ม หนังบางไม่มันเกินไป เคลือบด้วยน้ำพะโล้สูตรจีนโบราณที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อ รสเค็มหวานกลมกล่อมแบบไม่ต้องจิ้มอะไรเพิ่มก็อร่อย แนะนำให้สั่งแบบจานรวม จะได้ทั้งเนื้อ หนัง และเครื่องในกินคู่ข้าวสวยร้อนๆ พร้อมพริกน้ำส้มอร่อยมาก หรือถ้าใครอยากสั่งแบบจานเดี่ยวราดข้าว เขาก็มีขายเช่นกัน
Open: ทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.
Budget: 100-300 บาท
Map: https://share.google/4fj2zGg7cHaVkvsI7

ร้านบะหมี่ขนาดกะทัดรัดแต่ความอร่อยไม่ธรรมดา จุดเด่นคือเส้นบะหมี่ไข่ทำเองที่ลวกมาได้แบบพอดี เส้นมีความเด้งเล็กน้อย คลุกกับซอสสูตรของร้านที่ให้กลิ่นหอมสมชื่อ หมูแดงย่างมาแบบขอบไหม้นิดๆ เพิ่มความหอม ส่วนเกี๊ยวหมูไส้แน่น รสชาติเข้มข้น ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็ได้ ใครอยากกินอะไรเร็วๆ แต่ยังได้คุณภาพแบบร้านดั้งเดิม ร้านนี้ตอบโจทย์มาก
Open: ทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี)
Budget: 50-100 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/gYmq5Uwt2v4xAXTR9

หนึ่งในร้านสตรีทฟู้ดที่คนพื้นที่แนะนำต่อกันมา ‘เจ้น้อย กู๋ฉ่าย หอเจี๊ยะ’ จุดเด่นคือแป้งกู๋ฉ่ายบาง เหนียวนุ่ม ไส้แน่นแบบไม่กั๊ก มีให้เลือกทั้งไส้กุยช่าย หน่อไม้ และเผือก ทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานอมเผ็ด ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ‘หอเจี๊ยะ’ หรือเผือกทอด ที่ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน หอมเผือกแบบชัดเจน เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะกับการซื้อกินเล่นระหว่างเดิน
Open: ทุกวัน เวลา 07.00-15.00 น.
Budget: 30-80 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/rGq3BV1iaZtqEBXD8

ร้านขนมครกที่มักจะมีคนยืนรออยู่หน้ากระทะตลอดเวลา ใครจะกินเราแนะนำให้แวะไปสั่งก่อนทุกร้าน แล้วค่อยวนไปรับ จุดเด่นคือการทำสดทุกถาด ตัวขนมครกเป็นแบบดั้งเดิม ไม่มีไส้ ผิวนอกกรอบ นุ่มใน หอมกะทิแบบกำลังดี ไม่หวานเลี่ยน เหมาะสำหรับซื้อกินเล่น หรือถือเดินกินเพลินๆ ระหว่างสำรวจย่าน
Open: ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.
Budget: 20-50 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/rUhtSEc6PUBBqdE66

อีกหนึ่งร้านระดับตำนานที่อยู่มานานกว่า 123 ปี ‘คั้นกี่ น้ำเต้าทอง’ ที่ย้ายจากสามแยกหมอมีมาอยู่บนถนนมิตรพันธ์ แต่ยังคงเสน่ห์แบบร้านสมุนไพรจีนดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ ‘น้ำขม’ สมุนไพรจีนสูตรโบราณที่ผสมสมุนไพรกว่า 24 ชนิด รสชาติขมแบบมีมิติ ดื่มแล้วช่วยแก้ร้อนใน ปรับสมดุลร่างกาย และกระตุ้นความอยากอาหาร โดยมีให้เลือกทั้งแบบร้อนและเย็นสำหรับสายคลาสสิก แนะนำให้จิบทีละน้อย เพราะน้ำขมช่างขมได้ใจจริงๆ แต่ใครไปต่อกับน้ำขมไม่ไหว ทางร้านก็มีน้ำสมุนไพรอื่นๆ ในรูปแบบเกล็ดหิมะ ลูกอม ไอศกรีม และแบบผงชง
Open: ทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.
Budget: 20-60 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/gLtKn8oFmu9bEcqe6

ร้านขนมปี๊บใต้โรงแรม Ola Thai Heng ที่เราด้อมๆ มองมาสักพัก เพราะมีขนมถังให้เราเลือกเยอะมากกว่า 30 แบบ แถมยังในราคาย่อมเยาเพียงถุงละ 20 บาท ทั้งขาไก่แบบขาเล็กขาใหญ่ ขนมปังกรอกไส้สับปะรด เผือกอบกรอบ คุ๊กกี้ ABC และอีกสารพัด ใครอยากกลับสู่วัยเด็กหรืออยากลองความอร่อยของเด็กยุค 80 – 90 แนะนำให้แวะมา
Open: ประมาณ 07.30-16.30 น.
Budget: เริ่มต้น 20 บาท
Location: https://maps.app.goo.gl/68XhPjR1aKofjgqP9

นั่งพักเหนื่อยที่ ‘ตั้งบั๊กเส็ง’ สภากาแฟแบบดั้งเดิมที่ยังคงความเรียบง่ายไว้ครบ ทั้งโต๊ะหินอ่อน พัดลมตัวเก่า และจังหวะการนั่งดื่มกาแฟที่ไม่เร่งรีบ เมนูของที่นี่เน้นเครื่องดื่มสไตล์คลาสสิกอย่างโอเลี้ยง โอยั๊วะ และกาแฟโบราณ รสเข้ม หอมคั่วแบบไทย เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งแก้วใหญ่ ดื่มแล้วสดชื่นและได้ฟีลย้อนยุค ร้านนี้เหมาะสำหรับแวะนั่งพักระหว่างตะลุยกิน หรือเริ่มต้นเช้าวันแบบสบายๆ ก่อนจะเดินต่อไปยังร้านอื่นๆ รอบวงเวียน 22
Open: ประมาณ 07.30-16.30 น.
Budget: 30-60 บาท
Location: https://maps.app.goo.gl/W5jKPXhUS4JWgVRd9

ของหวานคลาสสิก ร้านดังประจำย่านที่ไม่ว่าใครมาละแวกนี้เป็นต้องแวะกับ ‘ข้าวเหนียวมะม่วง ป้าเล็ก-ป้าใหญ่’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวเหนียวมูนเนื้อนุ่ม หอมกะทิแบบไม่เลี่ยน รสหวานมันกำลังดี เสิร์ฟคู่มะม่วงสุกลูกใหญ่ที่หวานฉ่ำ น้ำกะทิราดเข้มข้น และบางช่วงยังมีหน้าปลาแห้งหรือสังขยาให้เลือกเพิ่มด้วย
Open: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
Budget: ชุดละ 150 บาท
Map: https://maps.app.goo.gl/JVQrpJJSWp2ApBQw9
ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง
#TheStandardLife #TheUrbanGuidetoWellbeing #4HoursinWongwian22 #4Hours #wongwian22
The post 4 HOURS in ‘วงเวียน 22 กรกฎาคม’ ย่านพี่น้องเยาวราชที่มีแต่ของอร่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมรับแรงกระแทกจากดนตรีระดับโลก สงกรานต์ 2569 นี้ กร […]
The post SONGKRAN 2026 รวม 11 เฟสติวัลสงกรานต์และปาร์ตี้สุดเดือดในกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เตรียมรับแรงกระแทกจากดนตรีระดับโลก สงกรานต์ 2569 นี้ กรุงเทพฯ ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่คนทั่วโลกต้องจดจำ กับลิสต์ปาร์ตี้และเฟสติวัลที่อัดแน่นด้วยโปรดักชันระดับโลก ทั้งแสง สี เสียง และมวลน้ำที่พุ่งพล่านกว่าเดิม
LIFE เลย มัดรวม 11 พิกัดเฟสติวัลและงานปาร์ตี้สงกรานต์ในกรุงเทพฯ ที่คัดมาเพื่อสายปาร์ตี้เน้นความมันส์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษของปาร์ตี้ระดับตำนานที่ Emsphere การเปิดตัวบ้านหลังใหม่ ‘S2O LAND’ ใจกลางรัชดา ไปจนถึงการโคจรมาเจอกันของศิลปิน K-Pop และดีเจฝั่งยุโรปที่พร้อมจะสาดพลังดนตรีใส่กันแบบไม่มีพัก
ถ้าคุณคือสายปาร์ตี้เน้นเดือดและต้องการแดนซ์แบบสุดเหวี่ยง เซฟลิสต์นี้ไว้แล้วเตรียมตัวไประเบิดความมันส์ให้สุดเหวี่ยงตลอด 6 วัน 6 คืน
ส่วนใครหาที่เล่นน้ำสงกรานต์ฟรีในช่วงกลางวันก่อน เราแนะนำให้ดูลิสต์จาก LIST: SONGKRAN 2026 รวม 14 พิกัดเล่นน้ำฟรี สงกรานต์กรุงเทพฯ ที่ LIFE ได้รวมรวบไว้ให้

เริ่มเปิดฉากก่อนใครเขา กับการกลับมาของเวทีลูกบาศก์อันเป็นเอกลักษณ์ในสมรภูมิปาร์ตี้สุดลึกลับ ปีนี้ KYVO ยึดพื้นที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้า River City Bangkok เนรมิตให้เป็นเวที Fire Cube F02 ภายใต้คอนเซปต์ ‘Wings of Fire’ ความมันส์ระดับโลกที่มาพร้อมคำใบ้ดีเจดีกรี Tomorrowland Mainstage และ Grammy Nominated Duo ที่บินตรงจากเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ สัมผัสระบบ Pyrotechnic สุดล้ำที่เปลวไฟจะพวยพุ่งตัดกับสายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ อีกมุมหนึ่ง
KYVO // 004 – PHOENIX
Date: วันที่ 10-11 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00-22.00 น.
Location: ชั้นดาดฟ้า ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 700 บาท
การเดินทาง: MRT สถานีหัวลำโพง ต่อรถ หรือเรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่าเรือสี่พระยา หรือจอดรถที่ River City
Tickets: https://megatix.in.th/kyvo (บัตรมีจำนวนจำกัด)

GCIRCUIT 2026: 20th Anniversary Extravaganza เฉลิมฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษกับปาร์ตี้ LGBTQ+ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปีนี้ GCIRCUIT กลับมาสร้างประวัติศาสตร์ภายใต้ธีม ‘Adro Mada – City of Tomorrow’ เนรมิตเมืองแห่งอนาคตสุดล้ำข้ามกาลเวลา ยึดพื้นที่แลนด์มาร์กใจกลางสุขุมวิทอย่าง Emsphere จัดเต็มทั้ง Night Party บนฮอลล์ UOB Live Hall และ Pool Party ริมสระสุดฮอตอย่าง Tribe Sky Beach Club พร้อมทัพ 9 ดีเจตัวพ่อระดับสากลที่จะมาสะกดทุกย่างก้าวด้วยจริตเพลง Circuit ที่ดีที่สุดในโลก
GCIRCUIT
Date: วันที่ 10-13 เมษายน 2569
Time: เวลา 12.00-00.00 น.
Location: EmSphere (UOB Live Hall และ Tribe Sky Beach Club)
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 2,900 บาท
การเดินทาง: BTS สถานีพร้อมพงษ์ (ทางออก 6)
Tickets: https://www.gcircuit.com/

เตรียมรับแรงกระแทกจากปรากฏการณ์ดนตรีที่รวมตัวท็อปไว้ สงกรานต์ปีนี้เปลี่ยน Warehouse Stadium พระราม 4 ให้กลายเป็นสมรภูมิน้ำขนาดยักษ์ที่รองรับแฟนเพลงได้มหาศาล พร้อมลุกเป็นไฟกับกองทัพศิลปินที่ครอบคลุมทุกแนวเพลง ตั้งแต่ T-POP กระแสแรง ไปจนถึง Rock, Hip Hop และ Indie ผสมผสานความมันส์ของสายน้ำเข้ากับไวบ์ดนตรีสดแบบจัดเต็ม 6 วัน 6 คืน การันตีโปรดักชันแสงสีเสียงระดับสเตเดียมท่ามกลางบรรยากาศโกดังสุดอินดัสเทรียลที่เท่ที่สุดในย่านพระราม 4
Highlight:
X FESTIVAL
Date: วันที่ 10-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00-00.00 น.
Location: Warehouse Stadium พระราม 4
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 2,500 บาท
การเดินทาง: MRT สถานีคลองเตย หรือ MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์
Tickets: https://www.eventpop.me/e/136270

เตรียมหลุดโลกไปกับปรากฏการณ์ ‘SPLASH TO SPACE’ ปาร์ตี้เล่นน้ำสุดขีดคลั่งที่ทุกคนต่างรอคอยอย่าง ONYX RCA ปีนี้จัดเต็ม 6 วัน 6 คืนรวด ไฮไลต์อยู่ที่การรวมทัพศิลปินระดับโลกที่ครอบคลุมทุกแนวเพลง ตั้งแต่คู่แฝดสาว NERVO ตัวแม่ระดับสากล 4B เจ้าพ่อบีต Jersey Club สุดแรง ไปจนถึงสายย่อเกาหลี TPA & Friends และดีเจสาวทรงอิทธิพล Amber Na (17.5 ล้าน Followers) งานนี้การันตีความฉ่ำน้ำจากทุกทิศทางให้คุณได้ฉ่ำปอดกลับบ้าน
Highlight ตามวัน:
SPLASH RCA 2026
Date: วันที่ 10-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
Location: หน้า ONYX RCA
Tickets: https://onyxbangkok.club/splash2026

ปรากฏการณ์สงกรานต์ปีนี้ S2O ทุ่มงบมหาศาลเนรมิต ‘S2O LAND’ ฮับสงกรานต์ปาร์ตี้ระดับภูมิภาคบนถนนรัชดาภิเษก พื้นที่ใหม่ใจกลางเมืองที่กว้างขวางขึ้น รองรับโปรดักชั่นสเตจสุดอลังการและโซนแฮงเอาต์สุดชิกจาก Dewar’s Club มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Bigger, Bolder, Wetter’ จัดเต็มระบบฉีดน้ำ 360 องศาอันเป็นเอกลักษณ์ และไลน์อัปดีเจระดับ The God of EDM ที่รวมตัวพ่อมาไว้ในงานเดียว ผนึกกำลังพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง Singha Life, Dewar’s Club และ Crocs เพื่อสร้าง Ecosystem ของเฟสติวัลให้ครบวงจรที่สุดทั้งดนตรี แฟชั่น และไลฟ์สไตล์
Highlight ตามวัน:
S2O MUSIC FESTIVAL
Date: วันที่ 11-13 เมษายน 2569
Time: เวลา 16.00-24.00 น.
Location: S2O LAND ถนนรัชดาภิเษก
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 1,700 บาท
การเดินทาง: MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หรือ MRT สถานีพระราม 9 แล้วต่อ Shuttle Bus ของงาน
Tickets: https://www.eventpop.me/e/87299

ปีนี้ สยามสงกรานต์ ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่ ‘Best International Cultural Festival’ อย่างเต็มรูปแบบ ปีนี้มาในคอนเซปต์ ‘MELORA’ เนรมิตเวทีสุดอลังการในธีม THE MELORA – Unified Thai Heritage ปลุกวิหารแห่งการเฉลิมฉลองด้วยสายน้ำและงานดีไซน์สุดแฟนตาซี พบกับกิจกรรมแบบ Day-to-Night ที่ช่วงกลางวันคุณจะได้สนุกกับพาเหรดวัฒนธรรมและโซน Taste of Thailand รวมร้านเด็ดคิวยาวทั่วไทย ก่อนจะเปลี่ยน RCA ให้กลายเป็นแดนซ์ฟลอร์ระดับโลกกับทัพดีเจตัวท็อปและระบบฉีดน้ำมหาศาลตลอด 4 วัน 4 คืน
Highlight ตามวัน:
SIAM SONGKRAN
Date: วันที่ 11-14 เมษายน 2569
Time: กิจกรรมเริ่มตั้งแต่กลางวัน – 00.00 น.
Location: Bravo BKK, Arena Area (RCA)
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 2,500 บาท
การเดินทาง: MRT สถานีเพชรบุรี หรือ MRT สถานีพระราม 9 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้า
Tickets: https://siamsongkran.info/

K2O (Korea to Ocean) Songkran Music Festival เดบิวต์ครั้งแรกในไทย จักรวาลใหม่ของ S2O ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสายเกาหลีโดยเฉพาะ กับเทศกาลสงกรานต์ดนตรี K-Pop ครั้งแรกของประเทศไทย ที่จะเปลี่ยน S2O LAND ให้กลายเป็นรันเวย์สายน้ำของเหล่าไอดอลและศิลปินส่งตรงจากเกาหลี มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสงกรานต์ที่ผสมผสานเสน่ห์แบบ K-Culture เข้ากับความชุ่มฉ่ำของเทศกาลไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
K2O MUSIC FESTIVAL
Date: วันที่ 14 เมษายน 2569
Time: เวลา 16.00-24.00 น.
Location: S2O LAND ถนนรัชดาภิเษก
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 2,500 บาท
การเดินทาง: MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หรือ MRT สถานีพระราม 9 แล้วต่อ Shuttle Bus ของงาน
Tickets: https://www.eventpop.me/e/134917

ร้านสุดฮิตขวัญใจทุกเจนเนอเรชันที่ปีนี้ขอเนรมิตลานจอดรถให้กลายเป็นสมรภูมิน้ำสุดฉ่ำ ปีนี้ aiya ก็กลับมาทวงคืนพื้นที่ความสนุกย่านพหล-อารีย์ ด้วยการจัดเต็ม 5 วันรวดเช่นเคย ไฮไลต์อยู่ที่ระบบน้ำที่สาดทั่วพื้นที่งาน และสระน้ำกลางงานถึง 2 บ่อที่เป็นซิกเนเจอร์ ใครเห็นก็ต้องรู้ว่านี่คือไวบ์แบบ aiya แท้ๆ เน้นความเปียกสุด ฉ่ำสุด และฟินสุด
aiya SK Festival 2026
Date: วันที่ 10-14 เมษายน 2569
Time: เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
Location: The Hub พหล-อารีย์
Budget: สามารถ Walk In ซื้อได้บริเวณหน้างาน ในวันนั้นๆ

สงกรานต์ปีนี้ร้าน Beef สีลมชวนเหล่า ‘เกย์หมี’ และแฟนคลับมาเติมพลังความฟินริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับปรากฏการณ์ปาร์ตี้ลอยน้ำที่จัดเต็มถึง 3 เวที 3 บรรยากาศ ตั้งแต่บ่ายยันดึก พบกับกองทัพนายแบบทั่วเอเชียที่จะมาสาดความมันส์ไปพร้อมกับเสียงดนตรีจากดีเจเฮดไลน์เนอร์สุดฮอตส่งตรงจากโตเกียว พร้อมดนตรีแนว Electronic, House และ Circuit Music
Highlight 3 เวที:
BEEFEST 2026
Date: วันที่ 11 เมษายน 2569
Time: เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
Location: The River Club
Budget: ราคาบัตรเริ่มต้น 2,600 บาท
Tickets: https://www.eventpop.me/e/133985/beefest-2026

เมื่อคลับนักวิ่งตัวท็อปอย่าง Rolling Run Club ประกาศว่างานนี้ ‘เราจะไม่วิ่ง แต่เราจะปาร์ตี้’ ความมันส์แบบไม่ต้องวอร์มอัพจึงบังเกิดขึ้น และเป็นครั้วแรกของสงกรานต์ปีนี้ชวนทุกคนมา ‘ละลาย’ ไปกับจังหวะดนตรีในงาน MELT (Music, Enjoy, Live, Tempo) ปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางอารีย์ที่เปลี่ยนคอมมูนิตี้มอลล์สุดชิคให้กลายเป็นแาร์ตี้สงกรานต์ย่านอารีย์แห่งหนึ่ง
งานนี้ปืนฉีดน้ำไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือ ‘NEEEEEEEEEEDED!’ ใครที่ชื่นชอบปาร์ตี้ไวบ์สนุกๆ มีความเป็นกันเอง และอยากสาดน้ำไปพร้อมกับบีทเพลงดีๆ ต้องรีบพุ่งตัวมาที่นี่
MELT by Rolling Run Club
Date: วันที่ 11 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00-21.00 น.
Location: GUMP’s Ari (ร้าน Everest & Co.)
Budget: ฟรี (ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าร่วม)
Tickets: https://luma.com/dnsgxq1u

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสพลังงานความสนุกของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในแบบฉบับคอมมูนิตี้อันเดอร์กราวด์ S.U.P NAAM (ซัปน้ำ) คืออีเวนต์ที่คุณไม่ควรพลาด งานนี้จัดขึ้นที่ Bar Temp บาร์สุดฮิปย่านวงเวียน 22 ที่เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นสมรภูมิเสียงเพลงสุดชุ่มฉ่ำตลอด 12 ชั่วโมงเต็ม
จัดหนักด้วยกองทัพดีเจถึง 24 ชีวิตที่จะมาสลับกัน B2B (Back to Back) สาดพลังดนตรีใส่กันแบบไม่มีพัก ครอบคลุมทุกแนวตั้งแต่ House, Deep Tech ไปจนถึง Techno และ Electro
Two Stages Experience:
Highlight: พบกับการโคจรมาเจอกันของดีเจแถวหน้าในคอมมิวนิตี้ อาทิเช่น KRIT SU B2B THAISTICK, JAYJA B2B NAVA และช่วงดึกสุดพีกกับ CLUB MASCOT B2B DJ SWEED
S.U.P NAAM at BAR TEMP
Date: วันที่ 14 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
Location: ถนนไมตรีจิตต์ ย่านเยาวราช (วงเวียน 22)
Budget: Street Stage ฟรี / Club Stage 400 บาท
Tickets: ซื้อบัตรได้ที่หน้างาน
ภาพ: The Standard Team, Courtesy of Place
The post SONGKRAN 2026 รวม 11 เฟสติวัลสงกรานต์และปาร์ตี้สุดเดือดในกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงกรานต์ปีนี้จะสวยแบบเมกอัพไม่ละลาย ต้องเริ่มจากการเลือ […]
The post ชี้เป้า Beauty Item ที่น่าใช้ในช่วงสงกรานต์ 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงกรานต์ปีนี้จะสวยแบบเมกอัพไม่ละลาย ต้องเริ่มจากการเลือกไอเท็มให้ถูกต้องก่อน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ตั้งใจจะออกไปคลายร้อนกับสนามน้ำอย่างเต็มที่ ต้องยอมรับว่าอากาศช่วงนี้ร้อนไม่ยั้ง แดดแรง เหงื่อออก และน้ำสาดไม่หยุด แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ความสวยจะต้องพังตาม LIFE คัดสรรไอเท็มความงาม Must-Have ที่รับมือได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งกันน้ำ กันเหงื่อ และยังดูดีตลอดวันมาฝากแล้ว

กลิ่นหอมติดตัวที่ชวนให้ทุกคนหันจาก OUAI กลิ่น Ibiza ที่ผสมโกโก้ Tonka Bean วานิลลา และรัม เหมือนได้หนีร้อนไปเต้นริมทะเลกลางค่ำคืน อบอุ่นเย้ายวนในแบบที่จำได้ไม่ลืม เหมาะสำหรับสาวที่อยากให้กลิ่นหอมเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกตัวเองแม้ในวันที่ร้อนที่สุดของปี

ครีมกันแดดที่ผิวสาวไทยต้องการที่สุดในวันนี้ ถ้าสงกรานต์จะเล่นน้ำทั้งวัน กันแดดต้องสูตรกันน้ำเท่านั้น Anessa ในตำนานมาในเนื้อน้ำนมบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UV อย่างทรงพลัง พร้อมลดเลือนจุดด่างดำและให้ผิวโกลว์ใสตลอดวัน ยิ่งโดนแดดโดนน้ำ ยิ่งแอ็กทีฟ เรียกได้ว่าเป็นคู่หูสงกรานต์ที่ขาดไม่ได้

คลีนซิ่งบาล์มจากแบรนด์ไทยที่ใช้มะพร้าวจากลุ่มแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี สลายเมกอัพ กันแดดกันน้ำ และมลภาวะขั้นสุด เนื้อบาล์มนุ่มละมุนสัมผัสน้ำเปลี่ยนเป็นน้ำนม ล้างออกสะอาดโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง พร้อมสารอาหาร 18 ชนิดที่บำรุงผิวไปในขั้นตอนเดียว เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวที่เหนื่อยล้าจากแดดร้อนตลอดวัน

อายไลเนอร์ที่สาดน้ำมาก็ยังอยู่และคมชัดตลอดวันสงกรานต์ต้องอาศัย Gel Eyeliner กันน้ำแบบนี้เท่านั้น ดีไซน์มาสำหรับ tightline ริมขนตาโดยเฉพาะ ช่วยให้ดวงตาดูคมและโดดเด่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เลอะ ไม่ซีด แม้จะโดนน้ำสาดทั้งวัน

แป้งที่ไม่กลัวเหงื่อไม่กลัวความร้อน แป้งอัดแข็งในตำนานที่กลับมาพร้อมสูตรเบลอผิวสูงกว่าที่เคย ผ่านการทดสอบทางคลินิกว่าเบลอผิว +68% อำพรางรูขุมขน +64% เนื้อแป้งบางเบาสัมผัสนุ่มราวแอร์บรัช ติดทนสมบูรณ์แบบตลอดวัน มาพร้อมพัฟขนาดกะทัดรัดที่พกพาทัชอัปได้ทุกที่ ไม่แห้ง ไม่เป็นคราบขาว ไม่วอกลาย แม้ในวันที่ร้อนที่สุด

โทนอัพผิวสวยได้แม้อากาศร้อน เป็นสูตร 3-in-1 ที่เป็นทั้งกันแดด ไพรเมอร์ และมอยส์เจอไรเซอร์ในขั้นตอนเดียว ฉลองยอดขายกว่า 2.5 ล้านชิ้นทั่วโลกด้วยเฉดสีใหม่ Pure Beige ที่ปรับโทนผิวให้สม่ำเสมอ บูสต์คอลลาเจน และให้ผิวโกลว์ใสเป็นธรรมชาติตั้งแต่ทาแรก สำหรับสาวที่อยากสวยแบบสเต็ปน้อยแต่ผลลัพธ์ครบ

กันแดดทินต์จบในขั้นตอนเดียวที่เพิ่งเปิดตัวใหม่สดๆ ร้อนๆ เนื้อทินต์เบาบางที่เบลอผิวทันที คุมมันได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง พร้อม Marshmallow Film Technology ฟิล์มบางเบาที่ช่วยลดการเกาะของฝุ่น PM2.5 บนผิว และสารสกัดจากเปลือกแอปเปิลที่บูสต์ผิวให้นุ่มเด้งใน 24 ชั่วโมง ปกป้องครบทั้ง UVA UVB และ Blue Light สำหรับวันที่อยากสวยครบจบในขั้นตอนเดียว
The post ชี้เป้า Beauty Item ที่น่าใช้ในช่วงสงกรานต์ 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
Play Mode: ทำไมผู้ใหญ่ก็ต้องได้เล่น เพื่อให้ใจไม่ล้าเกิ […]
The post Play Mode ผลวิจัยชี้จิตใจผู้ใหญ่ก็ต้องการความสนุกแบบเด็กๆ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Play Mode: ทำไมผู้ใหญ่ก็ต้องได้เล่น เพื่อให้ใจไม่ล้าเกินไป
ตอนเป็นเด็ก เราถูกสอนให้เล่นอย่างเต็มที่ แต่พอโตขึ้น เรากลับถูกสอนให้จริงจังกับชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนเผลอรู้สึกผิดเมื่อใช้เวลากับเรื่องไร้สาระ หรือทำอะไรที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ชัดเจนทันที ทั้งที่งานวิจัยระยะหลังเริ่มชี้ตรงกันมากขึ้นว่าการเล่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระเสมอไป และไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้นที่เล่นสนุกได้ แต่การที่ผู้ใหญ่หันมาเล่นอะไรแบบเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเลโก้ เล่นซ่อนหา เล่นบทบาทสมมติ หรือ DIY ล้วนเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่อาจช่วยพยุงสุขภาพใจของผู้ใหญ่ได้จริง ตั้งแต่การลดแรงกดดันภายใน การฟื้นพลังทางอารมณ์ ไปจนถึงการทำให้เรารับมือกับความเครียดได้ยืดหยุ่นขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ วงการวิจัยเริ่มมองการเล่นในผู้ใหญ่จริงจังขึ้นกว่าที่เคย The Journal Of Positive Psychology รวบรวมงานแทรกแซงด้านสุขภาพจิตที่มีผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลาง 20 การศึกษา และสรุปว่า Play และ Playfulness สามารถทำหน้าที่ได้หลายแบบมาก ทั้งเป็นส่วนประกอบของการบำบัด เป็นตัวกลางที่ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น เป็นคุณลักษณะที่ช่วยกันแรงกระแทกจากความเครียด หรือแม้แต่เป็นผลลัพธ์ที่ถูกพัฒนาได้เองจากกระบวนการแทรกแซง แม้งานวิจัยยังหลากหลายและยังต้องการหลักฐานเพิ่ม แต่ภาพรวมถือว่าน่า Promising มากสำหรับ Mental Health ในผู้ใหญ่
คำว่า ‘เล่น’ ในวัยผู้ใหญ่เองก็ไม่ได้หมายถึงการวิ่งเล่นแบบเด็กเสมอไป งานศึกษาว่าด้วยประสบการณ์การเล่นของผู้ใหญ่ในปี 2024 พบรูปแบบการเล่นที่เด่นอยู่ 5 แบบ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์และการผจญภัย ความรู้สึกได้ฟื้นฟูตัวเอง การจดจ่ออย่างลึก การเล่นเพื่อความสนุกล้วนๆ และการเล่นที่โยงกับการฝึกทักษะหรือ Mastery ซึ่งแปลว่า การเล่นของผู้ใหญ่สามารถอยู่ในรูปของการเต้น ทำอาหาร เล่นกีฬา บอร์ดเกม งานคราฟต์ ดนตรี อิมโพรไวส์ ไปจนถึงการคุยหยอกล้ออย่างมีชีวิตชีวากับคนที่เราสบายใจ ไม่จำเป็นต้องดูเป็นเด็ก แต่ต้องมีองค์ประกอบของความเพลิดเพลิน ความสมัครใจ และการหลุดออกจากโหมดประสิทธิภาพชั่วคราว
หนึ่งในเหตุผลที่การเล่นสำคัญกับใจผู้ใหญ่ เพราะมันช่วยให้เราเปลี่ยนวิธีอยู่กับความเครียด ไม่ใช่แค่หนีความเครียด งานวิจัยปี 2024 เรื่อง Playfulness กับการรับมือความเครียดในที่ทำงานพบว่า ผู้ใหญ่ที่มีลักษณะ Playful มากกว่า มักใช้ Coping Strategies ที่เป็นบวกมากกว่า ใช้การรับมือเชิงลบน้อยกว่า และความสัมพันธ์นี้เชื่อมไปถึง Life Satisfaction ด้วย นี่ทำให้การเล่นไม่ใช่เรื่องตรงข้ามกับความรับผิดชอบ แต่เป็นคุณภาพบางอย่างที่ทำให้คนยังรับผิดชอบไหว โดยไม่ต้องแข็งจนเปราะ
งานอีกชิ้นที่ศึกษาผู้ใหญ่สหรัฐฯ 503 คนในบริบทความไม่แน่นอนช่วงโควิดพบว่า คนที่มีความ Playful สูงไม่ได้มองโลกสวยแบบไม่เห็นความจริง พวกเขารับรู้ความเสี่ยงและข้อจำกัดไม่ต่างจากคนอื่น แต่มีแนวโน้มจะมี Resilient Coping สูงกว่า ปรับตัวกับข้อจำกัดได้ดีขึ้น และยังสร้างคุณภาพของประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้มากกว่า ผู้วิจัยจึงอธิบายว่า Playfulness ทำงานเหมือน Color Spotlight มากกว่า Rose-Tinted Glasses คือไม่ได้บิดเบือนความจริง แต่ช่วยให้เรามองเห็นความเป็นไปได้เชิงบวกท่ามกลางความจริงที่ยากอยู่แล้ว
ในผู้ใหญ่วัยกลางคนและวัยสูงอายุ หลักฐานก็ไปในทิศทางคล้ายกันคือ Playfulness มีความสัมพันธ์กับ Life Satisfaction องค์ประกอบด้าน Well-Being แบบ Perma และ Character Strengths ในระดับ Small-To-Medium Effect Sizes โดยเฉพาะมิติที่เรียกว่าความสามารถในการหยอกล้อ เชื่อมโยง และสร้างบรรยากาศที่เบาสบายร่วมกับคนอื่น มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างชัดเจน นี่น่าสนใจมาก เพราะมันทำให้เราเห็นว่า ‘การเล่น’ ไม่ได้มีค่าเฉพาะในฐานะกิจกรรมเดี่ยวๆ แต่ยังเป็นภาษาความสัมพันธ์ที่ช่วยพยุงใจมนุษย์ด้วย
บางทีปัญหาของผู้ใหญ่ยุคนี้อาจไม่ใช่เราไม่มีเวลาพักอย่างเดียว แต่คือเราไม่มีพื้นที่ให้ตัวเอง ‘เล่น’ อีกแล้ว เราอนุญาตให้ตัวเองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ทำสมาธิเพื่อ Productivity หรือพักผ่อนเพื่อกลับไปทำงานต่อได้ดีขึ้น แต่เราไม่ค่อยอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรเพียงเพราะมันสนุก สด และเบาใจ การเล่นจึงค่อยๆ ถูกลดสถานะลงเป็นเรื่องไม่จำเป็น ทั้งที่ในความเป็นจริง มันอาจเป็นหนึ่งในพฤติกรรมพื้นฐานที่ช่วยรีเซ็ตระบบอารมณ์ของเราอย่างเงียบๆ มากที่สุด
อย่าลืมว่า Mental Health ที่ดีไม่ได้เกิดจากการจัดการชีวิตอย่างมีวินัยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากการที่เรายังมีช่วงเวลาเล็กๆ ให้ตัวเองได้หัวเราะ ได้ลองอะไรใหม่ๆ ได้โง่บ้าง ได้แพ้บ้าง ได้ทำสิ่งที่ไม่ได้มีแต้มต่อในโลกการแข่งขัน และได้กลับไปเป็นมนุษย์ที่ไม่ต้อง Perform ตลอดเวลา ในโลกที่จริงจังกับทุกอย่างมากเกินไป การเล่นอาจไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย แต่มันอาจเป็นวิธีที่ใจของผู้ใหญ่พยายามเอาตัวรอดอย่างอ่อนโยนที่สุดวิธีหนึ่ง







The post Play Mode ผลวิจัยชี้จิตใจผู้ใหญ่ก็ต้องการความสนุกแบบเด็กๆ appeared first on THE STANDARD.
]]>
พร้อมไปดื่มไปดริงก์กันหรือยัง? จบงานประกาศรางวัล […]
The post เตรียมตับให้พร้อม! Asia’s 50 Best Bars 2026 คอนเฟิร์มจัดที่มาเก๊า 28 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
พร้อมไปดื่มไปดริงก์กันหรือยัง?
จบงานประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants 2026 ได้ไม่เท่าไร ทางสถาบัน 50 Best ก็เดินหน้าต่อมารันวงการบาร์ ด้วยการประกาศสถานที่จัด Asia’s 50 Best Bars 2026 ที่คราวนี้ปักหมุดที่ ‘มาเก๊า’ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยจัดขึ้น ณ สองโรงแรมดังมีชื่อ Wynn Macau และ Wynn Palace ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2026
สำหรับโปรแกรมไฮไลต์ครั้งนี้ยังคงเป็น ‘Bartenders’ Feast’ งานเลี้ยงบาร์เทนเดอร์ซึ่งจัดขึ้นในคืนก่อนพิธีมอบรางวัลให้แก่คนบาร์ผู้มีความสามารถ รวมถึง ‘Meet the Bartenders’ เซสชันโต๊ะกลมพิเศษเฉพาะสำหรับสื่อมวลชน ก่อนตามด้วยพิธีหลักซึ่งเปิดตัวด้วยต้อนรับแขกบนพรมแดง
และเหมือนเช่นเคยทุกปี ก่อนหน้าจะถึงพิธีมอบรางวัล ทาง 50 Best จะทยอยประกาศรางวัลพิเศษ ซึ่งได้แก่ ‘Art of Hospitality Award’ มอบให้กับบาร์ที่ให้บริการที่โดดเด่นแก่ลูกค้าในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และ ลิสต์รายชื่อ 50 บาร์ยอดเยี่ยมในลำดับที่ 51-100 อีกด้วย
ใครที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางเที่ยวช่วงกลางปี และเป็นคนรักกินดื่ม บอกเลยว่างานนี้ไม่ต้องเป็นคนบาร์ก็สนุกได้ เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ตามบาร์ในมาเก๊า รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงจะมีอีเวนต์พิเศษ รวมถึง Guest Shift ดีๆ ให้นักดื่มเดินฮอป จิบได้ตลอดทั้งคืน
ภาพ: coolbiere photograph via Getty Images
The post เตรียมตับให้พร้อม! Asia’s 50 Best Bars 2026 คอนเฟิร์มจัดที่มาเก๊า 28 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เพราะบ้านที่ “อยู่สบาย” เริ่มจากการออกแบบด้วยความใส่ใจ […]
The post AP CODE: ดีเทล “สถาปัตยกรรม” ที่ใส่ใจ เพื่อชีวิตสมบูรณ์แบบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เพราะบ้านที่ “อยู่สบาย” เริ่มจากการออกแบบด้วยความใส่ใจ มากกว่ารูปโฉมภายนอกที่สวยงาม คือดีเทลภายในที่ออกแบบมาเพื่อโอบกอดทุกจังหวะของชีวิต AP CODE จาก AP จึงไม่ใช่แค่หลักการและมาตรฐานของ AP แต่คือความตั้งใจเปลี่ยนทุกตารางนิ้วของบ้าน ให้กลายเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่พร้อมซัพพอร์ตทุกอารมณ์ และทำให้ทุกวินาทีที่กลับบ้าน คือเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง
องศาหน้าต่างที่เปลี่ยนไป มอบความหมายใหม่ให้การพักผ่อน
ความสุขของการใช้ชีวิตบนคอนโด High Rise คือการได้ปล่อยสายตาโอบรับความงดงามของทัศนียภาพภายนอก AP จึงตั้งใจสร้างความแตกต่างผ่านดีเทลการหักมุมกระจกหน้าต่าง 45 องศา เพื่อเปิดมุมมองวิวให้แตกต่างจากเคย พร้อมเปิดให้แสงธรรมชาติทอดตัวลงมาอย่างนุ่มนวล และสร้างมิติของแสงเงาที่สดใหม่ เปลี่ยนการอยู่อาศัยในทุกวันให้เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่จำเจ

การได้อยู่ในพื้นที่ของเราจริงๆ คือความสุขที่เรียบง่ายที่สุด ผนังของบ้าน จึงเป็นผนัง Double Wall ที่เว้นช่องว่างไว้ตรงกลาง เพื่อแยกบ้านแต่ละหลังให้เป็นอิสระต่อกัน และเป็นฉนวนธรรมชาติที่คอยดูดซับเสียงรบกวนและกันความร้อน คืนโลกส่วนตัวอันเงียบสงบและเย็นสบาย ไม่ว่าจะอยากเจาะผนังหรือตกแต่งมุมโปรดแค่ไหน ก็ทำได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนใคร

ทุกเซนติเมตรของเพดานที่สูงขึ้น คือความผ่อนคลายที่ถูกขยายออกไป AP CODE กำหนดความสูงฝ้าเพดานให้โปร่งโล่งเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวที่มีฝ้าเพดานโปร่งโล่งถึง 6 เมตร หรือทาวน์โฮมที่สูงไม่ต่ำกว่า 2.60 – 2.80 เมตร เพื่อช่วยให้บ้านมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง โอ่อ่า และช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว

สถาปัตยกรรมที่ดีคือสถาปัตยกรรมที่โอบกอดเราด้วยความเข้าใจ หลักการและมาตรฐาน AP CODE จึงไม่ได้ใส่ใจแค่เรื่องฟังก์ชัน แต่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ทำให้คุณสดชื่นในทุกเช้าที่ตื่น และมอบความสงบในทุกคืนก่อนนอน เพื่อให้คุณภาพชีวิตที่ดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นความสุขที่จับต้องได้ในบ้านของเรา
“เอพี ไทยแลนด์ – ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”
อัปเดตข่าวสารโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดฯ จากเอพี ไทยแลนด์ ตลอดปี 2026 นี้ คลิก ›
The post AP CODE: ดีเทล “สถาปัตยกรรม” ที่ใส่ใจ เพื่อชีวิตสมบูรณ์แบบ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าพูดถึงน้ำหอม Niche สัญชาติไทยที่กำลังไปไกลในระดับเอเ […]
The post THE O.B.A. พาน้ำหอมไทยบุกเซี่ยงไฮ้กับคอนเซปต์ Second Skin appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถ้าพูดถึงน้ำหอม Niche สัญชาติไทยที่กำลังไปไกลในระดับเอเชีย ต้องพูดถึง THE O.B.A. เพราะล่าสุดแบรนด์ได้เดินทางสู่นครเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมงาน NOTES Shanghai ณ West Bund Art Center หนึ่งในนิทรรศการศิลปะน้ำหอมนานาชาติที่เฉพาะทางที่สุดในจีน และเป็นพื้นที่รวมตัวของแบรนด์น้ำหอม Niche ชั้นนำจากทั่วโลก
สิ่งที่ THE O.B.A. นำไปบอกเล่าครั้งนี้คือปรัชญาแห่งกลิ่นในคอนเซปต์ Second Skin น้ำหอมไม่ใช่แค่สิ่งที่ฉีดแล้วหอม แต่คือผิวชั้นที่สองที่ช่วยส่งเสริมตัวตนของคนใส่ให้มีชีวิตมากขึ้น โดยนำคอลเล็กชันทั้ง 7 กลิ่นไปจัดแสดงครบ ครอบคลุมตั้งแต่ Skin Scent ที่แนบเนื้อสะอาด ความเซ็กซี่ลึกลับของกลิ่น Leather ไปจนถึงความสงบนิ่งสไตล์มินิมอล
อนพัทย์ ธนากิจปฐมพงศ์ CEO & Co-founder เล่าว่าการมาเยือน NOTES Shanghai ครั้งนี้คือการนำเสนอน้ำหอมไทยในฐานะงานศิลปะ และถ่ายทอดเสน่ห์ผ่านภาษาของกลิ่นที่สื่อสารได้ลึกกว่าคำพูดใดๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์มองตัวเองอย่างจริงจังและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการก้าวสู่เวทีนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ
The post THE O.B.A. พาน้ำหอมไทยบุกเซี่ยงไฮ้กับคอนเซปต์ Second Skin appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกเพียงไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ไทยกันแล้ว! และถึ […]
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 8-14 เมษายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกเพียงไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ไทยกันแล้ว! และถึงแม้สถานการณ์ฝุ่นในช่วงนี้จะทำให้ไม่อยากขยับตัวไปไหน แต่เราเชื่อว่าก็น่าจะมีอีกหลายคนที่เริ่มวางแพลนกันแล้วว่าสงกรานต์ปีนี้ ‘จะไปเล่นน้ำที่ไหนดีนะ’ เช่นเดียวกัน
สำหรับบางคนอาจจะอยากปักหลักชิลๆ อยู่แถวบ้าน ในขณะที่บางคนก็เตรียมแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวกันแล้ว แต่ถ้าหากว่าใครยังไม่ได้มีสถานที่ในใจหรือกำลังมองหาอะไรใหม่ๆ แล้วล่ะก็ เราอยากชวนทุกคนมาทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน ไม่ว่าจะสายลุยที่อยากเปียกฉ่ำสะใจ ที่รอคอยช่วงเวลาสงกรานต์มาทุกปี หรือสายซอฟต์ที่อยากหาสถานที่ฮีลใจเดินเล่นชิลๆ ก็มีทั้งนิทรรศการ งานอาร์ต และเวิร์กช็อปให้ได้ทำกัน
ถ้าหากว่าพร้อมแล้ว ก็มาดูกิจกรรมที่เราคัดมาให้ในสัปดาห์นี้กันเลย เผื่อว่าจะเป็นตัวเลือกดีๆ ให้ทุกคนได้ลองหยิบไปใส่ในแพลนกัน

สำหรับใครที่เป็นสายรถแห่ หรือเป็นแฟนพันธุ์แท้ลูกทุ่ง ต้องมาที่ ‘ช่างชุ่ยสงกรานต์ จักรวาลลั่นทุ่ง 2026’ เลย! เพราะสงกรานต์นี้ ที่นี่กลับมาพร้อมความสนุกขึ้นมากกว่าเดิมด้วยไลน์อัพศิลปินระดับ ‘ตัวแม่’ อย่าง ปราง ปรางทิพย์, เจน นุ่น โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์, จินตหรา พูนลาภ และอาภาพร นครสวรรค์ รวมถึงดีเจสายไทยรีมิกซ์ ลูกทุ่ง หมอลำ ที่บอกเลยว่าแสงสีเสียงจัดเต็ม
นอกจากนี้ภายในงานยังมีสระน้ำ, สไลเดอร์, กิจกรรมสไตล์งานวัด และสตรีทฟู้ดอร่อยๆ ให้เดินกินเพลินๆ ดังนั้นรีบชวนแก๊งเพื่อนๆ เตรียมชุดและอุปกรณ์ให้พร้อม กับธีมชุดไทย Thai Re(mix & match) แล้วออกไปสาดน้ำกันเลย!
When: วันที่ 11-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 11.00-00.00 น.
Where: ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า
More Info: ช่างชุ่ย ChangChui

ใครว่าสงกรานต์ต้องเปียกน้ำเสมอไป? เพราะที่งาน ‘NEXTOPIA: Culture of Tomorrow’ เอาใจสายรักษ์โลก ร่วมทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้น้ำ เช่น กิจกรรม Bring, Write, Drop ที่ให้เรานำขวดพลาสติกใช้แล้ว มาเขียนคำอธิษฐานด้วยปากกาเรืองแสง แล้วหย่อนลงไปใน ‘เจดีย์คริสตัล’ แล้วยังมีโซนเวิร์กช็อปที่เบลนด์ความเป็นไทยลงไป เช่น การพิมพ์ลายผ้าด้วยดอกไม้สด, ทำเทียนไขถั่วเหลืองจากเปลือกไข่ และทำแป้งร่ำกลิ่นดอกไม้
ส่วนช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 18.30-19.30 น. พื้นที่ตรงนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นมิวสิกสเปซ แนว Thai Funk, หมอลำ และดนตรีไทยร่วมสมัยจากศิลปินรุ่นใหม่ ที่จะมาสร้างบรรยากาศชิลๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ให้เราได้พักจากความวุ่นวาย แล้วซึมซับวัฒนธรรมในมุมใหม่ๆ
When: วันที่ 10-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Where: NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน
More Info: NEXTOPIA

เป็นปีแรกของสวนลุมพินีกับงาน ‘Saneh Art by Songkran Festival 2026’ ที่เบลนด์ระหว่างสงกรานต์เข้ากับอาร์ตทอย Trendy Gallery จนกลายเป็นโอเอซิสของคนรักงานศิลปะใจกลางกรุงฯ และสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือผลงานประติมากรรมขนาดยักษ์ และ Art Installation ไม่ว่าจะเป็น CRYBABY, MAMUANG, POORBOY, TOMATO TWINS และ FINGIES
นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปให้เราได้ลงมือทำงานคราฟต์ต่างๆ หรือหากว่าใครเป็นนักสะสม ที่นี่ก็มีตราประทับให้เราได้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษด้วยเช่นกัน
(แอบกระซิบว่าที่นี่มีวันสำหรับเล่นน้ำแบ่งไว้อย่างชัดเจน โดยวันที่ 11-15 เมษายน สามารถเล่นน้ำกันได้เต็มที่ แต่ถ้าใครอยากมาเดินเสพงานศิลป์ชิลๆ แนะนำให้มาช่วง 16-30 เมษายนได้เลย!)
When: วันที่ 11-30 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
Where: ณ สวนลุมพินี (ลานบันเทิง)
More Info: Amazing Thailand

หากสงกรานต์ในเมืองวุ่นวาย ลองแวะไปพักใจรีเซ็ตร่างกายกัน ‘The Songkran Cure’ คอร์สฟื้นฟูร่างกาย 3 ชั่วโมงเต็ม ที่เราจะได้โยคะ 60 นาที กับคลาส Sunset Yoga Flow, อบสมุนไพร, แช่อ่างน้ำแข็ง (Ice Bath) และปิดท้ายด้วยการว่ายน้ำดับร้อน หลังจากจบคอร์สก็จะได้ดื่มสมูทตี้ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ และชาอุ่นๆ ปรับสมดุลร่างกาย ก่อนลุยปาร์ตี้ต่อในช่วงพีคของเทศกาล
When: วันที่ 14 และ 15 เมษายน 2569
Time: เวลา 16.00-19.00 น.
Where: OUR space Nimman (Ice Bath, Pool, Mindfulness) ซอยศิริมังคลาจารย์ 11, เชียงใหม่
More Info: Our Space

สายสตรีทและชาวสนีกเกอร์เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะสงกรานต์นี้ที่บ้านพรีดิ๊วซ์มีเปิดตัวรองเท้าผ้าใบ ‘Nike SB Songkran Dunk’ ที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของการเล่นน้ำและประเพณีปีใหม่ไทย มาผสมผสานเข้ากับคัลเจอร์ของสเกตบอร์ดได้อย่างลงตัว
ภายในงานมี ดนตรี อาหาร เครื่องดื่ม และไฮไลต์เด็ดอย่าง Skateboard Jam ที่ได้ Eric Koston, Jake Anderson และ Danny Supa มาร่วมแจมด้วย บอกเลยว่าใครเป็นแฟนคลับนักสเกตบอร์ดระดับโลกห้ามพลาดเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันสเก็ตบอร์ดบนอุปสรรคที่ออกแบบมาในธีมสงกรานต์โดยเฉพาะ
When: วันที่ 11 เมษายน 2569
Time: เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
Where: บ้านพรีดิ๊วซ์ 10 ซ.ฟาร์มวัฒนา แขวงพระโขนง เขตคลองเตย
More Info: Baan Preduce – บ้านพรีดิ๊วซ์

สงกรานต์นี้หากว่าไม่อยากเปียก แต่ขอได้เหงื่อ ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการสาดน้ำ มาเป็นพิสูจน์สมรรถนะรองเท้าเทรล Speedgoat 7 โดย ‘วิ่งขึ้นตึก’ ของเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ไม่ได้มีให้ลองกันง่ายๆ บอกเลยว่าท้าทายทั้งแรงขาและแรงใจสุดๆ
When: วันที่ 11 เมษายน 2569
Time: เวลา 06.00-09.00 น.
Where: Centralworld
More Info: HOKA ONE ONE

ย่านเก่าแก่อย่างทรงวาดถูกแต่งแต้มสีสันให้มีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมด้วย ‘ทรงวาดคัดไทย 2569’ ที่นำของดีจากทั่วประเทศมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงงานคราฟต์
โดยมีหัวใจหลักอยู่ที่โซน Lost in Songwat ซึ่งจะถูกแปลงให้กลายเป็นพื้นที่สุดสร้างสรรค์ ที่รวมเมนูคอลแลบจากหลากหลายแบรนด์ดังทั่วไทยและร้านระดับตำนานของย่าน นอกจากนี้ยังมีโชว์เคสแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทยโมเดิร์น พร้อมบาร์ลับที่นำเสนอเครื่องดื่มจากสุราไทย และกิจกรรมสนุกๆ ตั้งแต่เวิร์กช็อป D.I.Y. ดนตรีหมอลำ ไปจนถึงหนังกลางแปลงและเกมสะสมแสตมป์
When: วันที่ 9-12 เมษายน 2569
Time: เวลา 11.00-20:30
Where: Lost in Songwat, ถนนทรงวาด
More Info: madeinsongwat

นิทรรศการ Immersive ‘Lost&Flower’ จะพาเรากลับมาโฟกัสกับเสียงข้างในใจตัวเองอีกครั้ง ผ่านการตามหา ‘ดอกไม้’ ที่เราอาจจะบังเอิญทำหล่นหายไปในระหว่างการใช้ชีวิต ให้เราได้ฮีลใจตัวเองและกลับมาเบ่งบานอีกครั้ง ซึ่งงานจะจัดเป็นรอบๆ จำกัดรอบละ 8 คนเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัว ให้เรามีสเปซดำดิ่งกับตัวเองได้แบบเต็มที่
สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ https://www.ticketmelon.com/thepresenthaus/lostandf1ower-main
When: ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์)
Time: เวลา 10.00-18.00 น.
Where: The Present Haus (ราชวิถี 24 ติดถนนใหญ่) แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต
More Info: The Present Haus

สำหรับสาวกน้องหมาน้องแมวต้องมาทางนี้! กับนิทรรศการชวนใจฟู ‘1 วัน 1,000 ภาพ ครั้งที่ 7: Pawtrait’ ที่ครั้งนี้มาในรูปแบบ Photographic Installation รวบรวมโมเมนต์น่ารักๆ ของเหล่าสัตว์เลี้ยงกว่า 1,000 ภาพ จากฝีมือคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งภาพน้องๆ เข้าประกวดมากกว่า 700 คน หากว่าใครที่อยู่ย่านศรีนครินทร์ แล้วกำลังมองหานิทรรศการฮีลใจ เดินเพลินๆ ในวันว่าง หรือแอบลุ้นว่าภาพเด็กๆ ของตัวเองอยู่ในนั้นไหม ลองแวะไปดูกันได้เลย!
When: ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569
Time: เวลา 11.00-19.00 น.
Where: ชั้น 2 มันมัน ศรีนครินทร์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
More Info: MMAD – MunMun Art Destination

‘Soul of Garden’ เป็นอีกนิทรรศการหนึ่งที่เราว่า หลายคนพอได้ก้าวเข้ามาก็จะรู้สึกถึงความสงบในจิตใจ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนสภาวะต่างๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็น ความโดดเดี่ยวหรือการค้นหาความหมายบางอย่างในตัวเอง เหมือนกับการเดินท่องไปใน ‘สวน’ แล้วค่อยๆ พาเราไต่ระดับอารมณ์ผ่านโซนต่างๆ ตั้งแต่ความคาดหวัง (Perfection), การตั้งคำถาม (Searching), ความสับสน (Confusion), การใคร่ครวญ (Reflection) ไปจนถึงการปลดปล่อย (Release) ทิ้งความหนักอึ้งไว้แล้วเดินตัวเบากลับบ้าน
When: ตั้งแต่วันนี้ – 26 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น.
Where: RCB Galleria 5 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
More Info: River City Bangkok

เมื่อความแตกต่างคือพลังนิทรรศการ ‘รวมมิตรบางกอก’ จึงถ่ายทอดมุมมองที่เข้าใจทุกความหลากหลายผ่านงาน ‘ศิลปะ’ ให้กลายเป็นสื่อกลางที่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดทางร่างกายหรือมีรูปแบบการเรียนรู้แบบไหน ก็สามารถเข้ามาเอ็นจอยได้แบบไม่ต้องฝืนเปลี่ยนตัวเอง ภายในงานจัดเต็มตั้งแต่นิทรรศการอาร์ตๆ ตลาดนัดงานคราฟต์ วงเสวนา และเวิร์กช็อปสนุกๆ
When: ตั้งแต่วันนี้ – 12 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
Where: หอศิลปกรุงเทพฯ บริเวณโถง ชั้น 1, ผนังโค้งชั้น 3-5 และห้องนิทรรศการชั้น 3
More Info: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

มาเดินเล่นชิลๆ ในตลาดนัดรักษ์โลก ‘Slow So Green Market ครั้งที่ 6’ ที่จะพาทุกคนชะลอจังหวะชีวิต แล้วได้เลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองและโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของกินที่เฮลตี้ สินค้าคุณภาพดีที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรและธุรกิจโลคัลได้ด้วย อีกทั้งยังมีเวิร์กช็อป Full Moon Bath Salt และงานคราฟต์จากวัสดุเหลือใช้
When: ตั้งแต่วันนี้ – 9 เมษายน 2569
Time: เวลา 09.00-15.00 น.
Where: Slowcombo, Living Space ชั้น 1
More Info: Slowcombo
The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 8-14 เมษายน 2569 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงกรานต์กรุงเทพฯ ปี 2569 นี้ LIFE มัดรวม 15 จุดเล่นน้ำฟ […]
The post SONGKRAN 2026 รวม 15 พิกัดเล่นน้ำฟรี สงกรานต์กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สงกรานต์กรุงเทพฯ ปี 2569 นี้ LIFE มัดรวม 15 จุดเล่นน้ำฟรี ที่มาพร้อมโปรดักชันจัดเต็มและทัพศิลปินตัวท็อป ให้คุณออกไปเปียกได้แบบไม่ต้องควักกระเป๋า. พบกับการอัปเลเวลความมันส์ที่ฉ่ำกว่าที่เคย ตั้งแต่ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดวิจิตรริมเจ้าพระยา สมรภูมิน้ำสุดล้ำใจกลางวัน แบงค็อก ไปจนถึงจุดเช็กอินระดับตำนานอย่างถนนสีลมและข้าวสารที่กลับมาคึกคักจนถนนแทบจะกลายเป็นรันเวย์สายน้ำ
ใครสายลุยที่อยากสนุกแบบจัดเต็มแต่สบายกระเป๋า เซฟสถานที่ชื่นชอบไว้เตรียมชุดให้พร้อม แล้วออกไปสาดความสุขให้ทั่วเมืองไปพร้อมกัน

ปรากฏการณ์สงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางสุขุมวิทที่เปลี่ยนย่าน EM DISTRICT ให้กลายเป็นสมรภูมิน้ำสุดมันส์ ไฮไลต์อยู่ที่ Sphere Street หน้าศูนย์การค้า EMSPHERE กับการเนรมิต ‘อุโมงค์น้ำที่ยาวที่สุดบนถนนสุขุมวิท’ ให้คุณได้เดินสาดความฉ่ำกันแบบยาวๆ พร้อมความบันเทิงจากกองทัพศิลปิน T-POP, J-POP และดีเจชื่อดังตลอด 6 วันเต็ม แฟนคลับห้ามพลาด! เพราะงานนี้รวมตัวท็อปไว้เพียบ ตั้งแต่หนุ่มๆ วง CIR*CRL, มีน นิชคุณ ไปจนถึงศิลปินญี่ปุ่นสุดฮอต และความน่ารักเกินต้านจากน้องเนย Butterbear
Highlight กิจกรรม:
EM DISTRICT (EMSPHERE)
Date: วันที่ 10-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Location: บริเวณ Sphere Street หน้า EMSPHERE และทั่วทั้ง EM DISTRICT
การเดินทาง: BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 6 เดินเชื่อมต่อเข้าได้โดยตรง

ปักหมุดแลนด์มาร์คสงกรานต์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รวม กิน เที่ยว ช้อปไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์แบบ ปีนี้ไอคอนสยามเนรมิตพื้นที่ River Park กว่า 10,000 ตร.ม. ให้กลายเป็น Water Splash Landmark สุดไอคอนนิก ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือขบวนแห่นางสงกรานต์สุดวิจิตรนำโดยซูเปอร์สตาร์ระดับประเทศในชุดไทยโบราณเสริมพลัง Soft Power สู่สายตาชาวโลก พร้อมระเบิดความมันส์กับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าทุกคืน สนุกแบบไร้กังวลด้วยคอนเซปต์ ‘สาดสนุกอย่างสะอาดและปลอดภัย’ มีการแบ่งโซนชัดเจนทั้ง Wet Zone และ Kids Zone สำหรับครอบครัว ที่สำคัญคือมีบริการ ‘Drying Station’ หรือจุดเป่าแห้ง แก้ปัญหาคนอยากเล่นน้ำแต่ไม่อยากตัวเปียกเข้าร้านอาหาร ให้คุณจัดการตัวเองแล้วไปช้อปปิ้งต่อได้ทันที
ICONSIAM
Date: วันที่ 10-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Location: ริเวอร์ พาร์ค และ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม
การเดินทาง: MRT สถานีลุมพินี (ทางออก 1) เชื่อมต่อเข้าโครงการได้โดยตรงสะดวกที่สุด
เงื่อนไขการเข้างาน: ต้องสมัครสมาชิกและดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน One Bangkok เพื่อกดรับสิทธิ์ QR Code หน้างาน

ฉลองสงกรานต์ระดับเวิลด์คลาส ณ แลนด์มาร์คใจกลางกรุง วัน แบงค็อก ขนกองทัพศิลปินไทยตัวท็อปกว่า 57 ชีวิต มาเนรมิตความสนุกต่อเนื่อง 6 วันเต็ม ตั้งแต่เช้ายันดึก ไฮไลต์อยู่ที่พิธีเปิดสุดอลังการกับการแสดง THE AWAKENING OF WATER และไลน์อัปคอนเสิร์ตที่คัดมาแล้วว่าโดนใจ Gen Z ทุกแนว ตั้งแต่ TILLY BIRDS, BUS, MILLI ไปจนถึง JEFF SATUR งานนี้เน้นความสะดวกสบาย ระบบจัดการดีเยี่ยม และบรรยากาศเมืองอัจฉริยะที่หาจากที่ไหนไม่ได้
Highlight ตามวัน (เริ่มโชว์ 19.00 น. เป็นต้นไป):
One Bangkok
Date: วันที่ 10-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Location: วัน แบงค็อก ปาร์ค (One Bangkok Park)
การเดินทาง: MRT สถานีลุมพินี (ทางออก 1) เชื่อมต่อเข้าโครงการได้โดยตรงสะดวกที่สุด
เงื่อนไขการเข้างาน: ต้องสมัครสมาชิกและดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน One Bangkok เพื่อกดรับสิทธิ์ QR Code หน้างาน

ยืนหนึ่งแลนด์มาร์คสงกรานต์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ที่วัยรุ่นทั่วโลกต้องมาเช็กอิน! ปีนี้มาในคอนเซปต์สุดจอย #เริ่มก่อนจบหลัง ตั้งแต่วันที่ 10-19 เมษายน ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือขบวนแห่นางสงกรานต์ในตำนานนำโดยคู่จิ้นห้างแตก Freen-Becky และการเปิดตัวขบวนแห่นายสงกรานต์ครั้งแรกกับหนุ่มๆ วง PERSES นอกจากความมันส์บนเวทีคอนเสิร์ตที่มีทัพศิลปินกว่า 100 ชีวิตแล้ว ยังมีโซน Iconic Thai Experience ที่รวมโชว์วัฒนธรรมไทยล้ำสมัย และกิจกรรม Snap & Refresh ถ่ายรูปสวยๆ รับ Voucher ฟรี 100 บาท เรียกได้ว่าเป็น Lifestyle Destination ที่รวมความสนุกและสิทธิพิเศษไว้ครบที่สุดสำหรับ Gen Z
Highlight กิจกรรม:
centralwOrld
Date: วันที่ 10-19 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Location: ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Square A, B, C)
การเดินทาง: BTS สถานีชิดลม หรือ สยาม (เดินผ่าน Skywalk เชื่อมเข้าห้างได้โดยตรงสะดวกที่สุด)

สงกรานต์ที่เปลี่ยนซอยรางน้ำให้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก สัมผัสความยิ่งใหญ่ของขบวนแห่ ‘มาหา’ สนุก นำโดยซุปตาร์ตัวท็อปอย่าง อาโป ณัฐวิญญ์, เจฟ ซาเตอร์, เจมีไนน์-โฟร์ท และอีกมากมาย สนุกไปกับโซนเล่นน้ำขนาดใหญ่ที่มีเอฟเฟกต์ WATER BOMB สุดล้ำ พร้อมระเบิดความมันส์กับเทศกาลดนตรี SUPERFLUID ที่ขนศิลปินไทยและต่างประเทศกว่า 60 ชีวิตมาขึ้นเวทีตลอด 6 วันเต็ม สายกินห้ามพลาดกับโซนอาหารร้านดังจาก Robinhood Food กว่า 20 ร้าน และโปรโมชันชอปปิ้งสุดฮอตที่จัดมาเพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ
Highlight ตามวัน:
King Power Rangnam
Date: วันที่ 9-14 เมษายน 2569
Time: เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
Location: คิง เพาเวอร์ รางน้ำ
การเดินทาง: BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ทางออก 2) เดินต่อเข้าซอยรางน้ำ หรือใช้บริการ Shuttle Bus รับ-ส่งฟรีของทาง King Power

แลนด์มาร์คสงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ปีนี้เมกาบางนามาในคอนเซปต์ ‘สงกรานต์ไทยบ้านร่วมสมัย’ ที่รวมความสนุกครบเครื่องไว้ถึง 4 โซน ไฮไลต์อยู่ที่ ศาลแมวเรียกทรัพย์ แลนด์มาร์กสุดคิวต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากแมววิเชียรมาศให้สายคอนเทนต์ได้มาแชะภาพรัวๆ ต่อด้วย Entertainment Complex กลิ่นอายงานวัดสุดชิคที่มีทั้งเกมดาวเดือนตกน้ำและรถอีแต๋นซิ่งสีสันจัดจ้าน สำหรับครอบครัวต้องห้ามพลาด Splash Park สวนน้ำโฉมใหม่ที่เปิดให้น้องๆ หนูๆ ลงทะเบียนเข้าเล่นฟรี ปิดท้ายด้วยการตะลุยกินเมนูเด็ดจากร้านดังทั่วไทยกว่า 20 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศตลาดไทยที่ม่วนจอยที่สุดในย่านนี้
Highlight กิจกรรม:
Mega Bangna
Date: วันที่ 11-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น.
Location: ศูนย์การค้าเมกาบางนา
การเดินทาง: รถเมล์สาย 132, 145 หรือ Shuttle Bus ฟรีจาก BTS สถานีอุดมสุข และ BTS สถานีบางนา
เงื่อนไขการเข้างาน: เข้าชมงานฟรีทั่วทั้งศูนย์การค้า
Splash Park: ลงทะเบียนเข้าฟรีที่หน้างาน (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด)

เปลี่ยนปอดกลางเมืองให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสงกรานต์ระดับโลก ปีนี้มาในคอนเซปต์ที่ผสมผสานเสน่ห์ ‘สงกรานต์ไทย’ เข้ากับความล้ำสมัยของโลกอนาคต ไฮไลต์อยู่ที่การเนรมิตพื้นที่สวนและโรงงานยาสูบเดิมให้เป็นโซนสงกรานต์ 5 ภูมิภาคที่ยกเอกลักษณ์ทั่วไทยมาไว้ในที่เดียว ตื่นตาตื่นใจกับ โชว์โดรนแปรอักษร สุดอลังการบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และโซนเล่นน้ำที่ออกแบบมาเพื่อคนทุกเจน ตั้งแต่โซนเด็ก ผู้สูงอายุ ไปจนถึง โซน EDM สำหรับสายแดนซ์ นอกจากนี้ยังมีงาน Saneh Art by Songkran ที่นำคาแรกเตอร์ดังจากศิลปินไทยมาตีความสงกรานต์ใหม่ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย เป็นงานที่สายคอนเทนต์และสาย Wellness ห้ามพลาดเด็ดขาด!
Highlight กิจกรรม:
MAHA SONGKRAN WORLD WATER FESTIVAL
Date: วันที่ 11-15 เมษายน 2569 (งาน Saneh Art จัดถึง 30 เม.ย.)
Time: เวลา 11.00-22.00 น.
Location: สวนเบญจกิติ และพื้นที่โรงงานยาสูบเดิม
การเดินทาง: MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ทางออก 3) หรือ BTS สถานีอโศก แล้วเดินเข้าสวนสะดวกที่สุด

เปลี่ยนแลนด์มาร์คการช้อปปิ้งระดับโลกให้กลายเป็นสมรภูมิน้ำสุดชิค! สงกรานต์จตุจักรปีนี้มาในธีมสร้างสรรค์ที่รวมเอาวัฒนธรรมไทยและการใช้ชีวิตแบบคนเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ไฮไลต์อยู่ที่ ‘อุโมงค์น้ำยักษ์’ บริเวณประตู 1 และ 3 ที่พร้อมสาดความฉ่ำให้คุณตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้างาน สนุกต่อเนื่องกับจุดเช็กอินรดน้ำที่มีบริการทุกประตูทางเข้า สายกินห้ามพลาดโซน Street Food & Creative Market ที่คัดสรรร้านเด็ดเจ้าดังในตลาดมาไว้ที่เดียว และพิเศษสุดสำหรับสายโซเชียล! เพียงไลฟ์สดหรือโพสต์โปรโมตการท่องเที่ยวไทย รับของรางวัลพิเศษได้ที่จุดประชาสัมพันธ์ เป็นพิกัดที่มาที่เดียวได้ทั้ง “ช้อป กิน เล่น” ครบจบในที่เดียว
Highlight กิจกรรม:
CHATUCHAK MARKET
Date: วันที่ 11-12 เมษายน 2569
Time: เวลา 08.30-22.00 น.
Location: ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพมหานคร
การเดินทาง: MRT สถานีกำแพงเพชร (ทางออก 2) หรือ MRT สถานีจตุจักร / BTS สถานีหมอชิต เดินต่อเพียงเล็กน้อยสะดวกที่สุด

เปลี่ยนสยามสแควร์ให้กลายเป็น WATERLAND สวนน้ำกลางกรุงที่ซ่าที่สุดในซีซั่นนี้ PMCU จับมือกับ Coca-Cola เนรมิตพื้นที่ Walking Street ให้กลายเป็นสมรภูมิน้ำสุดสร้างสรรค์ที่เน้นความสนุกแบบปลอดภัย “ไม่แป้ง ไม่โป๊ ไม่เปลือย และไม่แอลกอฮอล์” ไฮไลต์อยู่ที่การอัปเลเวลความมันส์ด้วยทัพศิลปินชื่อดังที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างเซอร์ไพรส์บนเวทีตลอด 4 วัน 4 คืน เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ Gen Z สายคอนเทนต์ที่อยากเล่นน้ำแบบชิคๆ เสื้อผ้าหน้าผมยังเป๊ะ และถ่ายรูปสวยทุกมุมสไตล์ Urban Splash
Highlight กิจกรรม:
SIAM SQUARE
Date: วันที่ 12-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 11.00-22.00 น.
Location: สยามสแควร์ (Siam Square Walking Street)
การเดินทาง: BTS สถานีสยาม (ทางออก 2 หรือ ทางออก 4)

เตรียมตัวให้พร้อมกับปรากฏการณ์ปิดถนนสีลมอีกครั้ง สมรภูมิน้ำระดับตำนานที่ทุกคนรอคอย ปีนี้สีลมยังคงความขลังด้วยการปิดถนนยาวตั้งแต่ แยกศาลาแดง ไปจนถึงแยกนรารมย์ ให้กลายเป็นพื้นที่เดินเท้าสาดน้ำตลอด 3 วันเต็ม ไฮไลต์อยู่ที่บรรยากาศสุดคึกคักที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเสียงดนตรีจากดีเจและกิจกรรมความบันเทิงที่กระจายตัวอยู่ตามสถานบันเทิงและหน้าห้างสรรพสินค้าตลอดเส้นทาง เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์สายลุยที่ต้องการสัมผัสความมันส์ของสงกรานต์กรุงเทพฯ แบบถึงพริกถึงขิง และทุกคนคงทราบกันดีว่าย่านนี้เป็นย่าน LGBTQ+ Friendly ดังนั้นถนนสีลมจึงเปรียบเสมือนพื้นที่ฉลองความหลากหลายที่คึกคักและมีสีสันที่สุดในกรุงเทพฯ
SONGKRAN SILOM 2569
Date: วันที่ 12-14 เมษายน 2569
Time: เวลา 13.00-21.00 น.
Location: ปิดถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง ถึงแยกนรารมย์
การเดินทาง: BTS สถานีศาลาแดง หรือ MRT สถานีสีลม

สงกรานต์สายสตรีทฟู้ดเล่นไป อิ่มไป เปลี่ยนถนนบรรทัดทองให้เป็นถนนแห่งการเล่นน้ำที่เต็มไปด้วยของอร่อย สนุกกับกิจกรรม Random Dance กลางถนน และตะลุยด่านผจญภัยใต้อุโมงค์น้ำยักษ์ พร้อมมันส์กับคอนเสิร์ตจากศิลปินดังมากมาย ก่อนจะไปเติมพลังกับสตรีทฟู้ดร้านดังระดับโลกในย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุด อาทิเช่น กิจกรรมเต้นกลางถนนที่รวม Energy วัยรุ่นไว้มากที่สุด แถมยังมีอุโมงค์น้ำยักษ์ให้ได้ตะลุยฉีดน้ำกันอย่างสะใจ แน่นอนว่าเล่นน้ำแล้วหิวถนนบรรทัดทองก็มีร้านอาหารชื่อดังไว้ให้เติมพลังตลอดทั้งวัน
BANTHADTONG
Date: วันที่ 12-14 เมษายน 2569
Location: ถนนบรรทัดทอง
การเดินทาง: MRT สถานีสามย่าน หรือ BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

จุดเช็กอินสงกรานต์ที่โด่งดังระดับโลกในปี 2569 ถนนข้าวสารยังคงความเป็น No.1 Destination สำหรับสายปาร์ตี้และนักท่องเที่ยวทั่วโลก สนุกจัดเต็ม 3 วันติดกับบรรยากาศสุดคึกคักที่มีทั้งดีเจ ดนตรีสด และมวลมหาประชากรที่พร้อมจะสาดความสุขใส่กันแบบไม่ยั้ง ตั้งแต่บ่ายยันกลางคืน ท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดและการจัดการระบบทางเดินที่เป็นระเบียบมากขึ้นเพื่อให้ทุกคนสนุกได้อย่างเต็มที่
KHAOSAN ROAD
Date: วันที่ 13-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
Location: ถนนข้าวสาร และบริเวณโดยรอบ (รามบุตรี – ตะนาว – จักรพงษ์)
การเดินทาง: แท็กซี่ หรือ ตุ๊กตุ๊ก (แนะนำให้ลงบริเวณถนนราชดำเนินแล้วเดินต่อเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด)

ปีนี้สามย่านมิตรทาวน์จัดเต็มกับซิกเนเจอร์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง ‘อุโมงค์น้ำยาวกว่า 100 เมตร’ ที่พร้อมสร้างความสดชื่นตลอดทางเข้างาน สนุกแบบปลอดภัย ไม่มีแอลกอฮอล์ 100% เล่นได้ทุกวัย แถมมีจุดเติมน้ำสะอาดฟรี ไฮไลต์อยู่ที่ฟรีคอนเสิร์ตจาก 12 ศิลปินดังตลอด 3 วันเต็ม พร้อมกิจกรรม Thai Thai Zone ที่มีทั้ง Workshop สุดคูล, สรงน้ำพระพุทธชินราชจำลองเสริมสิริมงคล และเช็กดวงรับปีใหม่ไทย เป็นงานที่ครบเครื่องทั้งสายบันเทิงและสายมูในที่เดียว
Highlight ตามวัน:
SAMYAN MITRTOWN
Date: วันที่ 13-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 14.00-19.00 น.
Location: ลานหน้าศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
การเดินทาง: MRT สถานีสามย่าน (ทางออก 2) เชื่อมตรงเข้าตัวศูนย์การค้าได้เลย สะดวกและตัวแห้งก่อนเข้างาน

เอเชียทีคฯ กลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ของเทศกาลริมน้ำเจ้าพระยาที่ทุกคนรอคอย ปีนี้จัดเต็มกับ ‘อุโมงค์น้ำยาวตลอดแนวท่าเรือ’ ให้คุณได้เล่นน้ำชุ่มฉ่ำพร้อมวิวแม่น้ำสุดปัง เสริมทัพด้วยดีเจ EDM ชื่อดังที่จะมาเขย่าความมันส์ให้แดนซ์กันจนตัวเปียก นอกจากความสนุกในสมรภูมิน้ำแล้ว ยังมีเทศกาลว่าวยักษ์ริมน้ำ และไฮไลต์ที่ชาวด้อม ALIS ห้ามพลาดกับมินิคอนเสิร์ตจากหนุ่มๆ วง ATLAS ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ความร้อนแรงในวันสุดท้ายของสงกรานต์ แถมโซนบริเวณท่าเรือมีจุดเติมน้ำสะอาดให้บริการฟรีตลอดวัน
Highlight ตามวัน:
ASIATIQUE THE RIVERFRONT
Date: วันที่ 13-15 เมษายน 2569 (งาน Saneh Art จัดถึง 30 เม.ย.)
Time: เวลา 14.00-21.00 น. (โซนเล่นน้ำ)
Location: เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
การเดินทาง: เรือรับ-ส่ง ฟรี (Shuttle Boat) จากท่าเรือสาทร (BTS สะพานตากสิน)

ครั้งแรกที่แยกอโศกจะฉ่ำกว่าที่เคย Terminal21 Asok เปิดโหมดความเปียกเป็นปีแรกกับ อุโมงค์น้ำยาวกว่า 25 เมตร หน้าศูนย์การค้าที่มาพร้อมม่านน้ำ แสง สี เสียง และดีเจเปิดบีทความจอยแบบจัดเต็ม พิเศษสุดกับธีมงาน ‘ไทยไทด์’ ที่ดึงเอาศิลปิน Bittercake มาสร้างสรรค์งานอาร์ตสไตล์ Pop Surreal ผ่านคาแรคเตอร์ BT และ 2TONESMOKE ปลุกความทรงจำสงกรานต์วันวานให้จี๊ดจ๊าดกว่าเดิม พร้อมกิจกรรม Rally 4 ตรอกหรรษาและ Random Dance ที่จะทำให้คุณฟินตลอดช่วงสงกรานต์กลางสุขุมวิท
TERMINAL21 ASOK
Date: วันที่ 13-15 เมษายน 2569
Time: เวลา 10.00-22.00 น. (กิจกรรมเล่นน้ำเริ่ม 17.00 น.)
Location: ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก
การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิท เชื่อมต่อเข้าตัวอาคารได้โดยตรง สะดวกที่สุดในย่านสุขุมวิท
ภาพ: The Standard Team, Courtesy of Place
The post SONGKRAN 2026 รวม 15 พิกัดเล่นน้ำฟรี สงกรานต์กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความรักในช่วงเริ่มต้นมักเต็มไปด้วยความพยายามที่ดูสวยงาม […]
The post Drained: รักไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะอยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความรักในช่วงเริ่มต้นมักเต็มไปด้วยความพยายามที่ดูสวยงาม เราอยากเข้าใจอีกฝ่าย อยากปรับตัว อยากทำให้มันไปต่อได้ดี ตอนแรกเริ่มอะไรๆ ก็ดูน่ารัก น่าสนุก และเราก็ยินดีที่จะปรับเข้าหากันเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความพยายามแบบเดียวกันนั้นอาจเริ่มเปลี่ยนรูป จาก ‘ความตั้งใจ’ กลายเป็น ‘ความฝืน’ โดยที่เราไม่ทันสังเกต และความรู้สึกเหล่านั้นแหละที่ค่อยๆ บั่นทอนความสุขของคนสองคนให้ห่างไกลออกจากกันเรื่อยๆ
การที่ความรักไปต่อไม่ไหว พบว่าหลายคู่ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่โต บางคู่ไม่มีการนอกใจ ไม่มีคำพูดรุนแรง แต่เต็ มไปด้วยความไม่สบายใจเล็กๆ ที่สะสมทุกวัน เช่น ต้องทนกับนิสัยเคยชินของอีกฝ่ายซ้ำๆ แบบไม่มีการแก้ไข ต้องคิดก่อนพูด ต้องเก็บบางความรู้สึกไว้ ต้องพยายามเป็นคนที่อีกฝ่ายสบายใจ แม้จะไม่ใช่ตัวเองทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดูเป็นปัญหาในวันเดียว แต่เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำๆ มันค่อยๆ ทำให้ใจล้าโดยไม่รู้ตัว
นักจิตวิทยาเรียกว่า Emotional Exhaustion หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่บอกว่าความสัมพันธ์กำลังไม่สมดุล เราอาจยังรักเขาอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่า การอยู่ตรงนี้ต้องใช้พลังงานมากเกินไป มากจนบางวันแค่จะคุยกันธรรมดายังรู้สึกเหนื่อย
ความเหนื่อยในความรักไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ได้แปลว่าใครคนหนึ่งเป็นคนไม่ดีเสมอไป บางครั้งมันคือความไม่เข้ากันในจังหวะชีวิต วิธีคิด หรือวิธีแสดงความรัก เราอาจต้องการความสบายใจ ในขณะที่อีกฝ่ายแสดงความรักในแบบที่ทำให้เราต้องพยายามมากกว่าที่ควรจะเป็น เราอาจอยากสื่อสารตรงๆ แต่อีกฝ่ายเลือกเงียบ ความต่างเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่ถ้ามันทำให้เราต้องปรับตัวจนหลงลืมตัวเอง นั่นคือจุดที่ความรักเริ่มกลายเป็นภาระ
หลายคนกำลังรู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่ แต่ไปต่อแบบนี้ไม่ไหว เพราะมันไม่มีตัวร้าย ไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนพอให้ตัดใจ มีแค่ความรู้สึกบางๆ ที่บอกว่า ถ้ายังอยู่ต่อ เราอาจจะค่อยๆ สูญเสียความเป็นตัวเองที่เคยมีชีวิตชีวาและสดใสไปทีละนิด หากพยายามเต็มที่แล้วแต่ไม่เวิร์ก ลองเดินออกมา นี่คือการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมากที่สุด เลือกที่จะไม่ฝืน ไม่ยื้อ และไม่ทำให้ความรักกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ
ลองคิดดูว่าการจบความสัมพันธ์ที่ยังมีความรักอยู่อาจไม่ได้แย่เสมอไป โอเคมันอาจจะเจ็บปวด แต่อย่างน้อยมันคือการรักษาความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกันไว้ในรูปแบบที่ไม่ทำร้ายกันมากไปกว่านี้ และในวันที่เราย้อนกลับมามอง เราอาจจะเข้าใจว่า ความรักที่ดี คือความรักที่ทำให้เราหายใจได้ลึกขึ้น รู้สึกเป็นตัวเองได้มากขึ้น และไม่ต้องใช้แรงทั้งหมดที่มี แค่เพื่อจะอยู่ในความสัมพันธ์นั้นต่อไป
The post Drained: รักไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะอยู่ด้วยกันแล้วเหนื่อย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ช่วยคืนความสุขและอำนวยความสะด […]
The post สงกรานต์ปี 2569 นี้ ขึ้นทางด่วนฟรี 7 วันรวด! 10-16 เม.ย นี้ รวม 10 เส้นทาง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ช่วยคืนความสุขและอำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วงหยุดยาว เมื่อ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และ กรมทางหลวง (ทล.) มอบของขวัญให้คนเดินทางด้วยการยกเว้นค่าผ่านทางรวม 10 เส้นทาง พร้อมใจกันเปิดให้ใช้เส้นทางฟรีสูงสุดถึง 7 วันเต็ม เพื่อระบายการจราจรและคืนความสุขให้ประชาชนในช่วงเทศกาล ตั้งแต่วันที่ 10-16 เมษายนนี้
เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น.
กรมทางหลวง 5 เส้นทาง
ทางพิเศษ (2 เส้นทาง)
เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 24.00 น. โดยยกเว้นค่าผ่านทางด่วน 3 สายหลักตามสัญญาสัมปทาน เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการประจำปี
การยกเว้นค่าผ่านทางครั้งนี้คาดว่าจะช่วยรองรับปริมาณจราจรรวมกว่า 7.7 ล้านคัน แม้รัฐจะสูญเสียรายได้บางส่วน แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของการท่องเที่ยวประเมินไว้สูงถึง 104 ล้านบาทเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ที่น้ำมันยังคงราคาสูง LIFE แนะนำให้เช็กสภาพรถและวางแผนเส้นทางล่วงหน้าเพื่อให้ทริปสงกรานต์ปีนี้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
The post สงกรานต์ปี 2569 นี้ ขึ้นทางด่วนฟรี 7 วันรวด! 10-16 เม.ย นี้ รวม 10 เส้นทาง appeared first on THE STANDARD.
]]>
คุณเดินเข้าคลินิกทันตกรรมครั้งล่าสุดเมื่อไร? ใช่ […]
The post ‘Resmile’ กับภารกิจเปลี่ยน ‘การดูแลฟัน’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิต’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
คุณเดินเข้าคลินิกทันตกรรมครั้งล่าสุดเมื่อไร?
ใช่ตอนที่ Google Calendar แจ้งเตือนว่าถึงเวลาขูดหินปูนประจำปี หรือตอนที่เริ่มเสียวฟันเวลากินของเย็นๆ หรือเปล่า
แม้ว่าปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เดินเข้าคลินิกทันตกรรมจะเปลี่ยนไป ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษา แต่หันมาใช้บริการฟอกสีฟันหรือทำหัตถการอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายงาน Oral Care in Thailand (ฉบับปี 2024-2025) ของ Euromonitor International พบว่าผู้บริโภคชาวไทยมีกำลังซื้อผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์เฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องความสะอาดและการดูแลเชิงป้องกัน
แต่การดูแล ‘สุขภาพช่องปาก’ ก็ยังถูกจัดไว้เป็นความสำคัญลำดับสุดท้ายเมื่อเทียบกับการกิน การออกกำลังกาย การดูแลความงาม
นั่นคือโจทย์สำคัญที่ ‘Resmile’ คลินิกทันตกรรมต้องการขับเคลื่อนวงการทันตกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของ Wellness & Lifestyle พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อเกิดปัญหาให้กลายเป็น ‘การลงทุนกับคุณภาพชีวิตระยะยาว’

โจทย์แรกที่แบรนด์ต้องทำคือ เปลี่ยนแนวทางการสื่อสารเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่า ทำไมการดูแลสุขภาพช่องปากก่อนที่จะเกิดปัญหาถึงสำคัญ และควรทำให้เป็น Routine Lifestyle
พีรพล บริสุทธิ์สุนทร ผู้ก่อตั้ง Resmile บอกว่าการจัดฟันหรือขูดหินปูนไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นพื้นฐานของสุขภาพช่องปาก เมื่อฟันเรียงตัวดี ทําความสะอาดง่าย ก็ลดโอกาสที่จะเกิดโรคทางช่องปากในอนาคต
“จริงๆ แล้ว Wellness กับทันตกรรมเป็นเรื่องเดียวกันมาโดยตลอด มันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ดูแลตัวเอง เราไม่อยากให้คนมาคลินิกทันตกรรมเพราะเกิดปัญหา แต่อยากให้เขามาเพราะเข้าใจว่าการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเขาในระยะยาวยังไง”

ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้การมาคลินิกทันตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และเป็นเรื่องที่ต้องทำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และความมั่นใจ
“เราเห็นพฤติกรรมของลูกค้าปัจจุบันที่มาฟอกสีฟันก่อนวันงานสำคัญ เช่น งานแต่ง ต้องไปสัมภาษณ์งาน ต้องขึ้นเวที ออกงานสังคม มันสะท้อนว่าพวกเขากำลังให้ความสำคัญกับเรื่องบุคลิกภาพและความมั่นใจ”
แบรนด์จึงวางกรอบ ‘3 Wells’ แนวคิดการให้บริการที่ให้มากกว่า Functional Benefit แต่ต้องมอบ Emotional Benefit
สิ่งที่แบรนด์เน้นย้ำก็คือ การดูแลสุขภาพช่องปากคือ ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิตระยะยาว’

เปลี่ยน Mindset อย่างเดียวไม่พอ แบรนด์จึงลุกขึ้นมารีโนเวทคลินิกทั้ง 3 สาขา ลบภาพจำคลินิกทันตกรรมแบบเดิมๆ โดยหยิบแนวคิด Human-Centric Design มาเป็นโจทย์หลักในการออกแบบ คำนึงถึงบริบทของพื้นที่และพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมเลือกบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

โจทย์ต่อมาคือ ทำอย่างไรให้ ‘คลินิกทันตกรรม’ เป็นพื้นที่ดูแลสุขภาพช่องปากและกายใจสำหรับทุกคน
แบรนด์มองเห็นความเชื่อมโยงที่เหมือนกันของกลุ่มลูกค้าที่สนใจเรื่อง Wellness คือ ความต้องการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกด้าน จึงทลายกรอบ ‘คลินิกทันตกรรม’ สู่การเป็นพื้นที่ของการดูแลตัวเองในทุกมิติ ด้วยการสร้าง
‘Dental Wellness Community’ ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลาสโยคะในสวน Sound Healing หรือกิจกรรม Wellness รูปแบบอื่นๆ ที่จะตามมา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับคลินิกมากขึ้น
“เราเชื่อว่าเมื่อคนรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดกัน ความกังวลในการมาคลินิกก็จะค่อยๆ หายไป”

เพราะ ‘ทันตกรรม’ ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในโลกการแพทย์ แต่สามารถเชื่อมต่อกับศิลปะ ความงาม ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์ เพื่อทำให้การดูแลช่องปากเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงได้มากขึ้น Resmile จึงขับเคลื่อนแนวคิดนี้ผ่านกลยุทธ์ Cross-Industry Collaboration จับมือกับศิลปินและองค์กรต่างๆ เพื่อพาทันตกรรมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น
หนึ่งในความร่วมมือที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดเจนที่สุด คือการทำงานร่วมกับศิลปินไทยอย่าง Gongkan และ Nutdao เพื่อออกแบบเคสจัดฟันใสและดิสเพลย์หน้าสาขา

พีรพล บอกว่า ความร่วมมือนี้ไม่เพียงสะท้อนว่าศิลปะกับทันตกรรมเป็นเรื่องเดียวกันได้ ทำให้การดูแลฟันดูเป็นมิตรและใกล้ตัวมากขึ้น แต่ยังช่วยโปรโมตนักวาดภาพประกอบไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
นอกจากศิลปะและไลฟ์สไตล์ Resmile ยังขยายบทบาทสู่ความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น N15 Technology ที่นำพลาสติกเหลือใช้จากเคสจัดฟัน นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน เพื่อให้ทุกการรักษามีส่วนช่วยดูแลโลกใบนี้ด้วย รวมไปถึงการสนับสนุนองค์กร Operation Smile โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากบริการจะนำไปสนับสนุนโครงการเพื่อช่วยเหลือการผ่าตัดเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ลูกค้าของ Resmile ได้มีส่วนร่วมในการช่วยให้เด็กกลับมายิ้มได้

เมื่อวางบทบาทแบรนด์เป็นผู้ดูแลสุขภาพช่องปากแบบครบวงจรในทุกช่วงเวลาของชีวิต นำไปสู่การพัฒนา Dental Product Line-up เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์จากคลินิกสู่การดูแลตัวเองที่บ้าน ทำให้การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นกิจวัตรที่ทำได้ทุกวัน
โจทย์คือเปลี่ยนอุปกรณ์ทันตกรรมให้ดูเหมือนไอเท็มความงาม ผลิตภัณฑ์ของ Resmile จึงถูกออกแบบให้สวยงาม ทันสมัย พกพาง่าย และกลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความรู้สึกเชิงบวก และทำให้ผู้ใช้รู้สึกภูมิใจในการดูแลตัวเอง

โดยยังคงผสมผสาน Functional Benefit เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาช่องปาก เช่น แผ่นแปะฟอกฟันขาวหรือเม็ดฟู่ทำความสะอาด เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการดูแลฟันไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นกิจวัตรที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
“แผนระยะยาว เราตั้งใจขยายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกมิติของช่องปาก ตั้งแต่ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไปจนถึงไอเท็มความงามที่เชื่อมโยงสุขภาพช่องปาก เพื่อให้เราดูแลสุขภาพช่องปากแบบครบวงจร ไม่ว่าจะอยู่ที่คลินิกหรือที่บ้าน”

การดูแลฟันที่ได้ผลที่สุดคือการดูแลอย่างสม่ำเสมอ Resmile จึงมุ่งสร้างพฤติกรรมระยะยาวผ่านระบบ Dental Subscription และโปรแกรม Membership เพื่อทำให้การดูแลฟันกลายเป็นกิจวัตรที่เกิดขึ้นได้จริง โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยเข้าคลินิก
ระบบ Subscription ของ Resmile ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่คือเครื่องมือในการสร้าง Health Behavior Change ด้วยระบบตัดบัตรอัตโนมัติ ทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้การดูแลฟันกลายเป็นเรื่องง่าย
“ผลลัพธ์คือสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่ลดลงในระยะยาว”
“เราอยากให้คนจดจำ Resmile ในฐานะผู้นำเปลี่ยนแปลงวงการทันตกรรมที่ผลักดันให้การดูแลสุขภาพช่องปากและการมาคลินิกทันตกรรมเป็นเรื่องเดียวกับการดูแลสุขภาพ” พีรพล กล่าวทิ้งท้าย
อ้างอิง
#TheStandardLife #resmile #dentalwellness
The post ‘Resmile’ กับภารกิจเปลี่ยน ‘การดูแลฟัน’ ให้กลายเป็น ‘การลงทุนในคุณภาพชีวิต’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากคุณคือคนทำงานที่ต้องจ้องจอนานจนปวดกระบอกตา เครียดสะส […]
The post รีเซ็ตสมองล้า ล้างพิษทางอารมณ์ด้วย Shiro-Vitality Cranial Ritual โดย Healing Master ระดับเอเชีย appeared first on THE STANDARD.
]]>
หากคุณคือคนทำงานที่ต้องจ้องจอนานจนปวดกระบอกตา เครียดสะสมจนเผลอกดกรามแน่น หรือรู้สึกหัวหนักจนเกิดภาวะ Brain Fog อยู่บ่อยๆ หน้าร้อนนี้เราอยากชวนคุณไปทำความรู้จักกับ Shiro-Vitality Cranial Ritual ทรีตเมนต์ซิกเนเจอร์โดยราจูล (Rajeshwari Nerurkar) ผู้เชี่ยวชาญระดับมาสเตอร์ด้านการบำบัดที่พกพาประสบการณ์กว่า 20 ปี มาจัดโชว์เคสพิเศษ ณ Kempinski The Spa
ความพิเศษของ Shiro-Vitality Cranial Ritual เริ่มต้นด้วยศาสตร์การนวดศีรษะแบบอินเดียโบราณ โดยใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของออกซิเจนและพลังงาน ตั้งแต่ศีรษะจรดแนวกระดูกสันหลัง ช่วยรีเซ็ตระบบประสาทให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลายอย่างล้ำลึก

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการนวด ‘ทุยหนา’ (Tuina) เพื่อ สลายความตึงตื้อ และจุดที่พลังงานติดขัดบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่ ช่วยให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงสมองได้คล่องตัวขึ้น ลดอาการปวดตึง

ก่อนจะปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญอย่างการกดจุด ‘มาร์มะ’ (Marma Points) บริเวณใบหน้าและแนวกราม ซึ่งเป็นจุดสะสมความเครียดและอารมณ์ที่ค้างคาโดยเฉพาะในผู้หญิง การนวดจุดนี้จึงเปรียบเสมือนการปลดล็อกความรู้สึกที่ตกค้าง ให้ความรู้สึกเบาสบายทั้งกายและใจ

นอกจาก Shiro-Vitality Cranial Ritual แล้ว คุณราจูลยังเตรียมศาสตร์บำบัดอื่นๆ ไว้รอให้คุณมาค้นพบคำตอบของสุขภาพดีอย่างยั่งยืน แวะมาสัมผัสประสบการณ์พิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 เมษายน 2569 เท่านั้น
The post รีเซ็ตสมองล้า ล้างพิษทางอารมณ์ด้วย Shiro-Vitality Cranial Ritual โดย Healing Master ระดับเอเชีย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้ใครกำลังเล็งตั๋วเครื่องบินวางแผนเที่ยวในช่วงครึ่ […]
The post สรุปสถานการณ์น้ำมัน สายการบินไหนปรับราคาขึ้นเท่าไหร่? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้ใครกำลังเล็งตั๋วเครื่องบินวางแผนเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง อาจเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมตั๋วราคาขึ้นเร็วและแพงจัง” นั่นไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นผลจากสถานการณ์โลกกำลังร้อนแรง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งต่อแรงกระเพื่อมมาถึงอุตสาหกรรมการบินแบบเลี่ยงไม่ได้
สายการบินทั่วโลกทั้ง Full Service และ Low Cost จึงเริ่มปรับตัวกันแบบรายสัปดาห์ ตั้งแต่การเพิ่ม ‘ภาษีน้ำมัน’ (Fuel Surcharge) ไปจนถึงการปรับโครงสร้าง ‘ราคาตั๋วใหม่’ ทำให้ราคาตั๋วช่วงนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ High หรือ Low Season อีกต่อไป แต่มี ‘สถานการณ์โลก’ เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญแบบเต็มตัว และนี่คือสิ่งที่นักเดินทางอย่างเราๆ ต้องรับภาระ ถ้าใจยังอยากไปเที่ยวอยู่
ส่วนสายการบินไหนจะปรับเพิ่มอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันได้ด้านล่าง เราสรุปมาให้แล้ว โดยเน้นเฉพาะสายการบินที่คนไทยนิยมบินเป็นประจำ
The post สรุปสถานการณ์น้ำมัน สายการบินไหนปรับราคาขึ้นเท่าไหร่? appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากได้ไปสัมผัสบรรยากาศของงานพิเศษ S.Pellegrino Youn […]
The post รู้จัก S.Pellegrino Young Chef Academy โอกาสสำคัญของเชฟไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากได้ไปสัมผัสบรรยากาศของงานพิเศษ S.Pellegrino Young Chef Academy (SPYCA) ที่ฮ่องกง สิ่งที่ชัดเจนมากคือ นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทำอาหารธรรมดา แต่คือแพลตฟอร์มระดับโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาและผลักดันเชฟรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และตัวตนในฐานะเชฟยุคใหม่
เวทีนี้เกิดขึ้นภายใต้ S.Pellegrino Young Chef Academy ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ระดับนานาชาติที่เชื่อว่าอาหารสามารถเปลี่ยนโลกได้ และสิ่งที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงคือคนรุ่นใหม่ ที่มีทั้งแพสชันและมุมมองใหม่ต่อวงการอาหาร

SPYCA Competition จัดขึ้นต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในวงการไฟน์ไดนิ่งว่าเป็นหนึ่งในเวทีที่จริงจังที่สุดสำหรับเชฟอายุน้อย โดยในปี 2026-27 นี้จะถือเป็นครั้งที่ 7 ของการแข่งขัน เปิดรับสมัครเชฟจากทั่วโลกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน 2026 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้น เพื่อเฟ้นหาเชฟ 165 คนจาก 15 ภูมิภาค เข้าไปแข่งขันในรอบระดับภูมิภาค และสุดท้ายจะมีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ไปยืนบนเวที Grand Finale ที่มิลาน ประเทศอิตาลี


เรามองว่าสิ่งที่ทำให้เวทีนี้แตกต่างคือโอกาสที่มากกว่ารางวัล ผู้เข้าแข่งขันจะได้ทำงานร่วมกับเชฟระดับโลก ได้รับ mentorship แบบใกล้ชิด และได้เรียนรู้จากตัวจริงของวงการ อย่างเชฟที่มาร่วมในงานมื้อเที่ยงที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับสื่อมวลชนระดับภูมิภาค ก็เป็นการรวมตัวกันของศิษย์เก่าและเหล่าเมนเทอร์ ไม่ว่าจะเป็น Chef Ardy Ferguson (ผู้ชนะระดับโลกปีล่าสุดจาก BELON) เชฟ Julien Royer (เชฟเจ้าของร้าน Odette และ Louise และ Grand Juror ของเวทีนี้) เชฟ Yasuhiro Fujio (ผู้ชนะระดับโลกปี 2018) เชฟ Kevin Wong (ผู้เข้ารอบลึกระดับเอเชียและ Global Runner-Up) และเชฟ Ian Goh (ผู้ชนะระดับเอเชียและรองชนะเลิศระดับโลก) ซึ่งแต่ละคนไม่เพียงแค่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเวทีนี้สามารถปั้นเชฟให้ไปไกลระดับโลกได้จริง


ภายในงานยังมีการพูดคุยถึงสิ่งที่สำคัญมากในเส้นทางเชฟ นั่นคือ mentorship และ คอมมูนิตี้ เพราะการเติบโตในวงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมือ แต่คือการมีคนที่ช่วยชี้ทาง และการได้อยู่ในเครือข่ายที่เปิดโอกาสให้เราได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง SPYCA ทำหน้าที่นี้ได้อย่างชัดเจน เพราะที่คือ คอมมูนิตี้ที่เชฟรุ่นใหม่จากทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อกัน และเติบโตไปพร้อมกัน

ซึ่งเรามองว่า นี่คือโอกาสสำคัญที่เชฟไทยจะได้ก้าวสู่เวทีโลก เพราะในวันที่โลกกำลังสนใจเรื่อง identity และ storytelling มากขึ้น ความเป็นไทย ทั้งวัตถุดิบ เทคนิค และเรื่องราว คือจุดแข็งที่ทรงพลังมาก ดังนั้น หากคุณเป็นเชฟที่กำลังมองหาก้าวต่อไป ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหรืออยู่ในเส้นทางนี้มาสักพักแล้ว ลองดูเวที SPYCA ที่จะช่วยเปิดประตูบานใหม่ให้กับเส้นทางนี้ได้เป็นอย่างดี

The post รู้จัก S.Pellegrino Young Chef Academy โอกาสสำคัญของเชฟไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
Groove & Grit ไลฟ์สไตล์กอล์ฟคลับแห่งใหม่ในโครงการ S […]
The post ฉีกภาพกอล์ฟคลับเดิมๆ! Groove & Grit เบลนด์วงสวิงเข้ากับบาร์ไวบ์ดีในย่านสาทร appeared first on THE STANDARD.
]]>
Groove & Grit ไลฟ์สไตล์กอล์ฟคลับแห่งใหม่ในโครงการ Supalai Icon สเปซที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรักวงสวิง และกลุ่มคนที่อยากบาลานซ์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้สุดในทุกมิติ
ความเก๋ของที่นี่คือสเปซที่ออกแบบมาให้เราได้สวิตช์โหมด จากที่กำลังโฟกัสวงสวิงอยู่ที่หน้าจอ Simulator มาเอ็นจอยกับเครื่องดื่มแก้วโปรดที่เลานจ์บาร์ได้เลย



พาร์ตกอล์ฟที่นี่จัดเต็มด้วย Private Golf Simulator ขนาดใหญ่ถึง 4 ห้อง ชวนแก๊งเพื่อนมาสนุกได้สบายๆ ที่สำคัญคือการหยิบเทคโนโลยีระดับโปรทัวร์มาไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง Launch Monitor อย่าง Foresight Falcon ที่จะช่วยวัดค่าต่างๆ ได้แม่นยำ ทั้งระยะ ทิศทาง และสปินแบบเรียลไทม์ ไปจนถึง Swing Catalyst ซอฟต์แวร์ที่ช่วยวิเคราะห์วงสวิงของเราจากวิดีโอแบบละเอียด แถมยังใช้ลูกกอล์ฟ ProV1 รุ่นยอดนิยมของนักกอล์ฟทั่วโลก ทำให้คุมทิศทางลูกได้ง่ายขึ้นพร้อมฟีลที่คุ้นเคย
สำหรับนักกอล์ฟที่ถนัดซ้ายก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่สามารถตั้งค่าระบบให้พร้อมตีได้ทันที ไม่ต้องสลับให้เสียจังหวะ ส่วนมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวลด้วยบริการจากโปรคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
อีกจุดที่น่าสนใจคือเทคโนโลยี Private Sound System ที่ให้เราฟังเพลย์ลิสต์โปรดไปพร้อมกับการตีได้เพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็สนุกยาวจนหมดเวลา

หวดจนพลังหมดหรืออยากหาอะไรดื่มดับกระหาย ก็มาแวะจิบดริงก์ได้ที่ Lounge & Bar สำหรับสายไวน์ ที่นี่ก็มี Wine Butler คอยช่วยแนะนำให้แบบไม่ต้องคิดเยอะ
นอกจากนี้ยังมีโซนรีเทลให้สายกอล์ฟได้แวะมาอัปเดต Premium จากแบรนด์ดัง ทั้ง Vessel, Peter Millar, G/FORE และ Public Drip พร้อมยกระดับความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยบริการปักชื่อบนกระเป๋า ให้กลายเป็นใบเดียวในโลกได้อีกด้วย



สำหรับใครที่กำลังมองหาสเปซสำหรับแวะมาเทสต์วงสวิงชิลๆ หรือนัดแฮงก์เอาต์กับแก๊งเพื่อนหลังเลิกงาน Groove & Grit ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ลงตัว
The post ฉีกภาพกอล์ฟคลับเดิมๆ! Groove & Grit เบลนด์วงสวิงเข้ากับบาร์ไวบ์ดีในย่านสาทร appeared first on THE STANDARD.
]]>