LIFE – THE STANDARD https://thestandard.co/category/life/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 28 Feb 2026 08:42:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชวนไขแนวคิด AP Code – สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด https://thestandard.co/life/ap-code-living-quality/ Sat, 28 Feb 2026 09:30:19 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1182370 ชวนไขแนวคิด AP Code - สร้าง Living Quality

ทุกคนสามารถเลือกคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองได้ ทว่านิย […]

The post ชวนไขแนวคิด AP Code – สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนไขแนวคิด AP Code - สร้าง Living Quality

ทุกคนสามารถเลือกคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองได้ ทว่านิยามของ Living Quality ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นก็คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างใส่ใจรายละเอียดเพื่อตอบโจทย์ชีวิตให้ตรงจุด มันเหมือนกับเวลาที่เราเจอปัญหาหากเผชิญหน้าอย่างใส่ใจและเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง นอกจากจะรู้ทางแก้ที่อาจมีตัวเลือกมากกว่าหนึ่งแล้วเรายังสามารถเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดได้ด้วย การมี Living Quality ที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการมีที่อยู่อาศัยได้มาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีเพียงเท่านั้นแต่ต้องตอบโจทย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง  

 

ชวนไขแนวคิด AP Code - สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด

 

ใส่ใจรายละเอียดเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงจุด

 

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการใส่ใจรายละเอียดก็คือการเปิดใจรับฟังและต้องฟังอย่างเข้าใจ นั่นเป็นสิ่งที่ AP สั่งสมประสบการณ์ที่เริ่มด้วยการรับฟังลูกค้าจนนำมาสู่การสำรวจวิจัยความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่แท้จริง นอกจากนี้ AP ยังเปิดรับองค์ความรู้จากพันธมิตรระดับโลกเพื่อนำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้ในสร้างพื้นที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่และตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น สิ่งสำคัญเหล่านี้ยังทำให้ AP ร่วมกันพัฒนาจนต่อยอดกลายมาเป็น AP CODE (The Code of Living Quality) ที่มากกว่าการเป็นมาตรฐานการออกแบบก่อสร้างแต่ยังกลายเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในทุกมิติด้วย

 

เปลี่ยนให้ใช่ ปรับให้ลงตัว

 

ในเรื่อง Space & Design ทาวน์โฮมมักสร้างเรียงชิดติดกันเป็นแผงยาวราวกับกำแพงคอนกรีตยักษ์ หนึ่งในปัญหาที่รับฟังมาก็คือการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้น้อยและยาก ประกอบกับวิถีคนรุ่นใหม่ที่อยู่กับงานจนไม่มีเวลาออกไปผ่อนคลาย  AP จึงปรับความคิดใหม่ด้วยการออกแบบ Pocket Garden เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทาวน์โฮมทุกหลัง นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นแล้วสวนกะทัดรัดนี้นอกจากจะทำให้อาคารดูมีชีวิตชีวาขึ้นแล้วก็ยังทำให้ผู้อยู่อาศัยสดชื่นและผ่อนคลายได้ทันทีที่บ้านตัวเอง

 

ชวนไขแนวคิด AP Code - สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด

 

เปลี่ยนให้ใช่ ปรับให้ลงตัว

 

ในเรื่องของ Architect Design สำหรับที่อยู่อาศัยรูปแบบ High Rise Condominium  AP ใส่ใจรายละเอียดเพื่อสร้างความพิเศษให้พื้นที่ด้วยการดีไซน์กระจกหน้าต่างให้หักมุม (บางอาคารหักมุมถึง 45 องศา) ทำให้แสงสะท้อนผ่านเข้ามาในห้องได้หลากหลายมิติและสร้างอารมณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังช่วยปรับเปลี่ยนให้มุมมองภายในมีมิติน่าสนใจรวมถึงสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวได้ดีกว่าเดิม 

 

ชวนไขแนวคิด AP Code - สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด

 

เปลี่ยนให้ใช่ ปรับให้ลงตัว

 

ในเรื่องของ Facility & Service พื้นที่สีเขียวเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนเมืองได้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน การได้ออกกำลังกายหรือเดินเล่นในสวนสาธารณะร่มรื่นช่วยให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจดีขึ้นได้พร้อมกัน ตรงจุดนี้ AP จึงมีแนวคิดในการสร้างพื้นที่สาธารณะใหม่ด้วยหลักการ Openness to Biodiversity ที่เหมือนยกธรรมชาติมาอยู่ใกล้ชิดวิถีชีวิตคนเมืองมากขึ้น ภายในยิม AP เลือกใช้กระจกใสบานใหญ่เพื่อเปิดมุมมองให้เห็นสวนเขียวขจี ทำให้พื้นที่ออกกำลังกายในร่มสามารถผ่อนคลายได้ในตัว ส่วนสวนส่วนกลางก็ร่มรื่นด้วยหลากพันธุ์ไม้ ชวนให้เสียเหงื่อไปพร้อมกับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

 

ชวนไขแนวคิด AP Code - สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด

 

มาตรฐานที่เกิดจากการรับฟัง

 

แค่ใส่ใจรายละเอียดเพิ่มขึ้นก็สามารถสร้าง Living Quality ให้มีคุณภาพชีวิตสอดคล้องกับความต้องการได้และสามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ตรงจุดยิ่งขึ้น การเปิดใจรับฟังและตั้งใจเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่าเดิม อาจทำให้สิ่งที่ เรามองว่าเป็นอุปสรรคหรือปัญหากลายเป็นความท้าทายที่น่าเผชิญ และการได้ลงมือแก้ปัญหาให้ถูกวิธีอย่างเหมาะสมนอกจากจะแก้ปัญหาได้ถูกจุดแล้วผลลัพธ์นี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตดียิ่งกว่าเดิม  

The post ชวนไขแนวคิด AP Code – สร้าง Living Quality ให้ตอบโจทย์ด้วยการใส่ใจรายละเอียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พักสายตามาเดินทอดน่องใน ‘สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร)’ เวอร์ชันใหม่ https://thestandard.co/life/new-sathorn-royal-park/ Sat, 28 Feb 2026 07:42:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1182741 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น

บางทีการพักสายตาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การปิดหน้าจอเฉยๆ แ […]

The post พักสายตามาเดินทอดน่องใน ‘สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร)’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น

บางทีการพักสายตาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การปิดหน้าจอเฉยๆ แต่เป็นการออกไปมองต้นไม้เขียวๆ สักพักหนึ่ง

 

เพราะการมอง ‘สีเขียว’ โดยเฉพาะธรรมชาติและมองออกไปไกลๆ ในพื้นที่โล่งกว้าง ดวงตาก็จะเปลี่ยนระยะโฟกัสจากใกล้เป็นไกล ซึ่งเป็นตัวช่วยอย่างดีที่ทำให้กล้ามเนื้อตาอันเหนื่อยล้า จากการจ้องหน้าจอมาทั้งวันได้พักและผ่อนคลายลง

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 1ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 2

 

เราจึงอยากพาทุกคนมา ‘สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร)’ ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นกว่าเดิม มีโซนพักผ่อนครบครันและร่มรื่น ด้วยพืชน้ำ ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ และสนามหญ้ากว้างๆ ให้สายปิกนิกได้มาปูเสื่อนั่งชิลกันอย่างเต็มที่ สามารถอยู่ได้ยาวๆ ตั้งแต่เช้าถึงมืด

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 3

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 5ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 6

 

และสำหรับสายแอคทีฟที่ชอบการเดิน-วิ่ง ที่นี่ก็มีทั้งทางเดินกลางน้ำ ทางเดินศึกษาธรรมชาติ และสวนบำบัด ที่เป็นพื้นที่เชื่อมยาวต่อเนื่องกัน ให้ได้เดินเพลินๆ จนครบรอบสวนพอดี

 

ส่วนใครเป็นสายวิ่งในช่วงค่ำก็สบายใจได้ เพราะมีไฟส่องสว่างทั่วทั้งสวน พร้อมขยายประตูเข้า-ออกเป็น 4 จุด โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเดินเข้าจากทางไหนก็สะดวก

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 7 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 8 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 9

 

นอกจากนี้ยังมีเวทีกลางแจ้ง เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างวันที่เราไป ก็ได้เจอกับกลุ่มคุณป้า คุณย่า คุณยาย ผู้มีใจรักการแอโรบิก ออกมาเต้นกันอย่างคึกคักช่วงเย็นๆ ในขณะเดียวกันที่โซนสนามเด็กเล่น ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ออกมาปล่อยพลังกันหลังเลิกเรียน

 

ซึ่งภาพเหล่านี้ทำให้ที่นี่กลายเป็นเหมือนคอมมูนิตี้สุดอบอุ่นขนาดย่อม ที่รวมคนทุกเจเนอเรชันออกมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันในพื้นที่เดียว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง

 

ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 9 ภาพมุมกว้างของสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร) โฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว สนามหญ้ากว้าง และพืชพรรณร่มรื่น 10

 

ส่วนบ้านไหนที่มีสมาชิกสี่ขา สวนนี้ยังไม่ได้เปิดเป็น Pet-Friendly เลยอาจจะไม่ค่อยสะดวกสำหรับน้องๆ เท่าไหร่

 

สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร) เปิดทุกวัน เวลา 05.00-21.00 น. สำหรับการเดินทาง นั่ง MRT มาลงสถานีลุมพินี ทางออก 1 (หน้าซอยงามดูพลี) แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีก 1.3 กม.

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/park/suan-chaloem-phra-kian-80-phansa-phra-bat-somdet-phra-jao-yu-hua-sathorn/

 

ภาพ: ลักษณา บุญญาปฏิภา, ภัณฑิลา วงษ์วรรณ

The post พักสายตามาเดินทอดน่องใน ‘สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา (สาทร)’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CONTE DE TULEAR โฮมคาเฟ่ ‘ช็อกโกแลตมูส’ ในตำนานจากโซล ปักหมุดใจกลางสยามพารากอน https://thestandard.co/life/conte-de-tulear-siam-paragon/ Sat, 28 Feb 2026 05:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1182667 โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม

หากคุณเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้งแบบเราที่หลงรักไวบ์คาเฟ่เกาหลี […]

The post CONTE DE TULEAR โฮมคาเฟ่ ‘ช็อกโกแลตมูส’ ในตำนานจากโซล ปักหมุดใจกลางสยามพารากอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม

หากคุณเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้งแบบเราที่หลงรักไวบ์คาเฟ่เกาหลี ชื่อของ CONTE DE TULEAR (คอนเต เดอ ตูเลียร์) ควรอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน จากแบรนด์ไลฟ์สไตล์และเครื่องหอมในกรุงโซลที่เริ่มต้นเส้นทางตั้งแต่ปี 2014 ก่อนจะขยับสู่คาเฟ่บรันช์ที่ผสมผสาน ‘กลิ่น’ เข้ากับ ‘รสชาติ’ ได้อย่างมีเอกลักษณ์

 

จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามของเมนูของหวาน Chocolate Mousse ที่ The Food School หลังเปิดป๊อปอัพเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นเมนูที่หลายคนตั้งใจไปตามล่าหามาชิม

 

จนในที่สุดก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สยามพารากอน ชั้น 5 ยกบ้านอิฐสีแดงอันอบอุ่นจากย่านกังนัมมาไว้ใจกลางเมือง พร้อมสเปซที่รองรับทั้งโซนคาเฟ่และโซนโปรดักต์เครื่องหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

 

จริงๆ ชื่อร้านมีที่มาจากสุนัขพันธุ์ Coton de Tuléar สุนัขขนปุยสีขาวราวกับก้อนเมฆที่มีต้นกำเนิดในเมือง Tuléar บนเกาะมาดากัสการ์ที่มีคาแรกเตอร์อบอุ่น ขนนุ่ม เป็นมิตร ภาพลักษณ์นี้ถูกถ่ายทอดสู่ตัวร้าน ทั้งโทนอิฐแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ความฟูของช็อกโกแลตมูส ไปจนถึงบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนก้อนเมฆที่จับต้องได้

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 1โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 2โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 3

 

The Vibe

 

การตกแต่งที่นี่เป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์คาเฟ่เกาหลีเข้ากับกลิ่นอายตะวันตก โดยของตกแต่งทุกชิ้นภายในร้าน เจ้าของแบรนด์เป็นคนเดินทางไปเลือกด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูมีความเป็น ‘บ้าน’ ที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจในทุกมุม

 

พื้นที่ภายในร้านเน้นความโปร่งสบาย มีผนังอิฐสีแดงเป็นจุดเด่นและงานไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการสอดแทรกวัสดุอย่างสเตนเลสเข้ามาเพื่อเพิ่มความโมเดิร์น ไม่ว่าคุณจะแวะมาเพื่อเลือกซื้อ Diffuser กลิ่นโปรด หรือนั่งรอ Chocolate Mousse ในตำนาน พื้นที่ตรงนี้ก็ทำหน้าที่ได้ครบ

 

The Taste

 

เมนูอาหารที่นี่ใช้สูตรเดียวกับที่เกาหลีแบบไม่มีผิดเพี้ยน แต่มีความน่าสนใจตรงที่เลือกใช้วัตถุดิบในไทยมาปรับเปลี่ยนได้อย่างมีชั้นเชิง โดยแต่ละจานมาในพอร์ชันที่ใหญ่มาก เหมาะกับการชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาแชร์ช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 4โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 5

 

เมนูแรกที่เราแนะนำให้สั่ง Lemon Anchovy Oil Pasta (350 บาท) พาสต้าสไตล์อิตาเลียนที่เน้นอโรม่าความหอมเป็นตัวนำ ปลาแอนโชวีก็ถูกเคี่ยวจนกลายเป็นซอสครีมเข้มข้นเคลือบเส้นสปาเก็ตตี้อย่างทั่วถึง ตัดรสด้วยความเค็มและเผ็ดปลายจากพริกป่น ความพิเศษคือใช้ ‘คะน้าอ่อน’ แทนก้านต้นกระเทียมของเกาหลีเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบเข้ากับซอสนัวๆ ได้อย่างลงตัว

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 6โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 7

 

จานนี้ไม่สั่งไม่ได้ Kimchi Fried Rice (500 บาท) ข้าวผัดกิมจิที่เป็นนิยามของ ‘โปรตีนบอมบ์’ ตัวกิมจิถูกนำไปผัดกับข้าวชุ่มๆ ก่อนจะคลุกเคล้ากับเนื้อ Beef Brisket ที่สุกกำลังพอดี ทำให้รสชาติเนื้อแทรกซึมอยู่ในทุกคำ ท็อปด้วยไข่ข้นเนื้อละเอียดและอะโวคาโดสด

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 8

 

Spicy Tteok-Bokki (470 บาท) เมนูสตรีตฟู้ดที่ถูกยกระดับสู่จานบรันช์ มีทั้งเส้นต๊อกและเส้นรามยอนในหนึ่งจาน รสชาติครีมมี่และหวานนำตามสไตล์เกาหลีแท้ สิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือการเสิร์ฟคู่กับ ‘ปาท่องโก๋’ แทนปลาเส้น เข้ากับซอสเข้มข้ เราแนะนำให้ทานคู่กับใบงาเพื่อเพิ่มมิติของกลิ่นที่สดชื่นขึ้น

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 9

 

Brioche Egg Waffle & Bacon (510 บาท) วาฟเฟิลจากแป้งบริออชเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยไข่ข้นผสมมอซซาเรลลาชีสจนยืดนัว ส่วนเบคอนใช้ชิ้นหนาพิเศษเซียกับโรสแมรีจนหอมฟุ้ง ให้สัมผัสที่เต็มคำและหอมกลิ่นสมุนไพร

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 10

 

และสำหรับสายเฮลตี้ Burrata Salad (470 บาท) สลัดที่ชูโรงด้วยบูร์ราตาชีสลูกใหญ่ ทานคู่กับผักร็อกเกต มะเขือเทศเชอร์รี่ เพิ่มความหวานฉ่ำด้วยองุ่นเขียวและความกรุบกรอบจากวอลนัต ราดด้วยน้ำมันเลม่อนที่ช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบทุกอย่างให้โดดเด่น

 

ในส่วนของเครื่องดื่ม เราได้ลอง Tulear Latte (230 บาท) เมนูพิเศษของร้านที่นำกาแฟคั่วเข้ม เบลนด์ไทย-บราซิล แต่ที่นี่เลือกใช้ ‘นมกล้วย’ จากเกาหลี สำหรับเราเป็นรสชาติที่มีความนุ่มนวล หอมหวานของนมหล้วย ตบท้ายด้วยกลิ่นกาแฟโทนถั่ว อีกแก้วสำหรับสายชาเขียว Green Latte (200 บาท) ร้านจะใช้เบสเป็นชาเขียวมากกว่ามัทฉะผสมสาหร่ายบลูสไปรูลินาสีฟ้าสวยงาม รสชาติเข้มข้นและกลมกล่อม ดื่มได้เรื่อยๆ

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 11โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 12โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 13

 

ปิดท้ายด้วยของหวาน Chocolate Mousse (290 บาท) ที่เป็นตัวเอกตามชื่อร้าน มูสช็อกโกแลตที่นี่โดดเด่นด้วยการบาลานซ์รสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป แต่ยังคงความเข้มข้นของช็อกโกแลตแท้ มีเท็กซ์เจอร์ที่กึ่งแน่นกึ่งหนึบ ตัดกับความเบาฟูของวิปครีมสดด้านบน เป็นรสชาติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังสมคำร่ำลือ แนะนำว่าได้มาให้ทานเลยตอนเย็นๆ ยิ่งเพิ่มอรรถรส

 

โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 14โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 15โฮมคาเฟ่ CONTE DE TULEAR สยามพารากอน เสิร์ฟช็อกโกแลตมูสในตำนาน อาหารและเครื่องดื่ม 16

 

Good for

 

ใครที่หลงรักคาเฟ่เกาหลีที่ไม่ได้มีดีแค่ถ่ายรูปสวย หลงรักที่ร้านให้ความสำคัญกับรสชาติอาหารที่จริงจังและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม CONTE DE TULEAR ถือเป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การแวะมา ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับแบรนด์อยู่แล้ว หรือเป็นคนรัก Chocolate Mousse ที่พลาดช่วงป๊อปอัปไป นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับที่กังนัม รับรองว่าไวบ์ที่นี่จะทำให้คุณมีความสุขกลับไปแน่นอน

 


 

CONTE DE TULEAR

Address: ชั้น 5 สยามพารากอน (โซน Nextopia)

Open: เปิดให้บริการทุกวันเวลา 10:00-22:00 น.

Contact: CONTE DE TULEAR Thailand

Budget: ราคา 500-1,000 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/xapZqy7iTFk8xYJw6

The post CONTE DE TULEAR โฮมคาเฟ่ ‘ช็อกโกแลตมูส’ ในตำนานจากโซล ปักหมุดใจกลางสยามพารากอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
HOW DO YOU LIVE? EP.19 บ้านหลังแรกในวัย 40 ของเบนซ์ ธนชาติ https://thestandard.co/life/benz-thanachart-first-home-40/ Sat, 28 Feb 2026 03:11:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1182647 เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง

“เราอยากมีเสาร์-อาทิตย์ที่สงบและพอควบคุมได้”   เบน […]

The post HOW DO YOU LIVE? EP.19 บ้านหลังแรกในวัย 40 ของเบนซ์ ธนชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง

“เราอยากมีเสาร์-อาทิตย์ที่สงบและพอควบคุมได้”

 

เบนซ์-ธนชาติ ศิริภัทราชัย เล่าถึงการตัดสินใจมีบ้านของตัวเองในวัยเกือบ 40 ปีว่าเมื่อถึงวัยหนึ่งความต้องการของตัวเองจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความรู้สึกอยากมีพื้นที่พักผ่อนได้อย่างแท้จริงในวันหยุด คาดการณ์ได้ และอิสระพอที่จะทำอะไรได้อย่างที่ต้องการ

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปตั้งแต่เด็กเบนซ์ ธนชาติเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับอาโกว (ป้าและอาผู้หญิง) ที่บ้านย่านฝั่งธนฯ พร้อมลูกพี่ลูกน้องอีกหลายคน การเลี้ยงดูแบบคนจีนของอาโกวที่ไม่ได้บอกรักกันตรงๆ ค่อยๆ หล่อหลอมให้เขาค่อยๆ ถอดรหัสการวิธีการสื่อสารจนกลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่เขาใช้ทำงานจนถึงปัจจุบัน แต่บ้านหลังนั้นก็มีการเข้าออกของคนอยู่ไม่น้อย ทั้งเพื่อนของอาโกว เพื่อนบ้านที่เข้ามาเยี่ยมเยียน รถหาเสียงหรือเสียงต่อเติมที่ดังตั้งแต่เช้า หรือแม้กระทั่งวันดีคืนดีก็มีคนกระโดดเข้ามาเพื่อหลบหนีตำรวจ ทั้งหมดไม่ใช่ความอึดอัดแต่กลายเป็นคนเคยชินกับสภาพแวดล้อมในแหล่งชุมชน

 

ช่วงเวลาหนึ่งเขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะนักเรียนภาพยนตร์ โลกของเขาก็ขยายกว้างขึ้นด้วยการพบเห็นผู้คนที่หลากหลาย ได้ทำงานภาพยนตร์ทดลองในรูปแบบศิลปะ ได้ลองหัดใช้ชีวิตตัวคนเดียว แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาอยากมีบ้านเป็นของตัวเองจริงๆ เพราะเมื่อกลับมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เริ่มเขียนหนังสือ NEW YORK 1st TIME คลิปพาโรดี้ลุงเนลสัน และเริ่มเป็นผู้กำกับโฆษณาของ Salmon House เขาก็ถือโอกาสรีโนเวตห้องใหม่และยังใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านอาโกวอย่างอบอุ่นเสมอมา

 

แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น และพลังงานที่ต้องใช้ไปกับการดูแลคนในกองถ่าย 60-70 คนเป็นประจำ เมื่อถึงเวลาพักชาร์จพลังเขายังต้องรับมือกับเสียงคนคุยกันจากบ้านข้างๆ และเสียงเจียเหล็กตอนเช้าตรู่ จนเกิดคำถามว่าหรือนี่คือเวลาที่ต้องมีพื้นที่ของตัวเองจริงๆ?

 

เขาใช้เวลาหาบ้านที่รู้สึกว่าเป็นที่ของตัวเองจริงๆ อยู่หลายเดือนจนพบทาวน์โฮมหลังริมที่ด้านข้างมีสนามให้พอเดินเล่น ตัวบ้านเป็นแบบ Double Volume ที่โถงสูงจรดเพดาน 3 ชั้น แถมอยู่ไม่ไกลจากบ้านของอาโกวมากนัก ใช้เวลากลับมานอนคิดอีก 2 ครั้งและตัดสินใจเป็นเจ้าของทันที

 

ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยของผู้กำกับหรือคนทำงานศิลปะทำให้เบนซ์ ธนชาติสามารถรวม Reference บ้านในฝันของตัวเองไว้อย่างชัดเจน แล้วเดินเข้าไปหาบริษัทออกแบบอย่าง space+craft ให้ช่วยเนรมิตบ้านสไตล์​ Mid-Century Modern อย่างที่เขาชอบ ด้วย Reference ที่อัดแน่นทำให้เขาแก้แบบน้อยมาก และบ้านหลังนี้ก็เสร็จสมบูรณ์

 

เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 1เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 2เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 3เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 4

 

ถ้าเดินเข้าจากทางหน้าบ้านเราจะผ่านห้องครัว โต๊ะรับประทานอาหารทรงกลม ก่อนจะเห็นชั้นหนังสือสี Rosewood เข้มๆ ที่แทรกด้วยสีสันสนุกๆ จากปกหนังสือ อาร์ตทอย ตัดกับโซฟาสีเขียว เพดานสูงและหน้าต่างบานกว้างที่แสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ อีกด้านคือกระจกที่มองออกไปเห็นสวนสีเขียวและโต๊ะดื่มกาแฟทุกเช้า

 

เขาเชื่อมโยงให้ฟังว่าบ้านก็คล้ายกับการทำงานกำกับโฆษณา ที่ต้องการให้แสงธรรมชาติเข้ามามากที่สุดเพื่อให้บ้านนี้มีชีวิต แม้ว่าต้องแลกกับค่าผ้าม่านที่สูงและแอร์ที่ต้องใช้ BTU มากเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมความยืดหยุ่น เพราะโซฟาตัวใหญ่ไม่ใช่สีที่เขาสเป๊กไว้ตั้งแต่แรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถเข้ากับบ้านได้อย่างเป็นส่วนหนึ่ง

 

เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 5เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 6เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 7เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 8

 

ถัดขึ้นไปชั้น 2 มีพื้นที่ให้ออกกำลังกายเล็กๆ ที่เขาใช้เป็นกิจกรรมเล็กๆ ให้ได้อยู่กับตัวเองก่อนเริ่มงานแต่ละวัน ก่อนเข้าสู่ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องทำงานที่ยังเล่นคู่สีไม้เข้ม ส้ม เขียว ฟ้า ด้านหลังเป็นชั้นโชว์แบบเปิดที่วางของสะสมอย่างฟิกเกอร์ ตกแต่งด้วยโปสเตอร์หนังและอาร์ตปรินต์ที่เขาสะสม เขาตั้งใจใช้สีที่สนุกและมีของที่รักเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน

 

เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 9เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 10เบนซ์ ธนชาติ ยืนอยู่หน้าบ้านทาวน์โฮมสไตล์ Mid-Century Modern ที่เขาออกแบบเอง 11

 

หลังจากใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้มาสักพักเบนซ์นิยามว่าเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘ลุง’ มากขึ้น เพราะหลังจากทำงานหนัก เขาอยากมีวันหยุดที่สงบ ได้ดริปกาแฟดื่มตอนเช้า มีเวลาเอาเท้าสัมผัสหญ้า รดน้ำต้นไม้ ได้มีเวลานอนอ่านหนังสือจนค่อนวันอย่างอิสระ แม้ว่าการมีบ้านตอนอายุใกล้ 40 ปี อาจเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตามสเตปชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขาเชื่อทุกคนล้วนมีจังหวะชีวิตเป็นของตัวเอง และเขาก็รักสเตปความเป็น ‘ลุงๆ’ อย่างทุกวันนี้

 

รับชมบ้านหลังแรกในวัย 40 ของเบนซ์ ธนชาติ ได้ในรายการ HOW DO YOU LIVE? ทาง YouTube ของ THE STANDARD LIFE คลิกชมได้ที่: บ้านหลังแรกในวัย 40 ของเบนซ์ ธนชาติ | How Do You Live EP.19

The post HOW DO YOU LIVE? EP.19 บ้านหลังแรกในวัย 40 ของเบนซ์ ธนชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบาย และสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง https://thestandard.co/life/volvo-es90-electric-sedan/ Sat, 28 Feb 2026 03:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1182630 Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range นิยามใหม่ข […]

The post Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบาย และสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range นิยามใหม่ของ Scandinavian Electric Luxury

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 1

 

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นแข่งขันกันด้วยตัวเลขแรงม้าและระยะทางต่อการชาร์จ Volvo ES90 เลือกที่จะนิยามตัวเองต่างออกไป ด้วยการผสานความเรียบหรูของซีดาน ความอเนกประสงค์แบบ fastback และความสูงใต้ท้องรถ 18 เซนติเมตรที่ให้มุมมองและสมรรถนะแบบ SUV เข้าไว้ในเรือนร่างเดียวกัน ภายใต้ภาษาการออกแบบสแกนดิเนเวียนที่สะอาดและสุขุม

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 2

 

Why It Matters

 

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range คือรถไฟฟ้าลักชัวรีสแกนดิเนเวียนที่นิยามตัวเองด้วยความเรียบ สุขุม และใช้งานได้จริง ตัวรถผสานฟีลซีดาน + fastback พร้อมความสูงใต้ท้องรถ 18 ซม. ให้มุมมองแบบ SUV ดีไซน์เน้นอากาศพลศาสตร์ (Cd 0.25) ไฟหน้า Thor’s Hammer แบบ HD Pixel กว่า 20,000 จุด และพื้นที่เก็บของยืดหยุ่น ท้ายจุได้สูงสุด 904 ลิตรเมื่อพับเบาะ 40/20/40 พร้อม frunk หน้า 27 ลิตร

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 3Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 4Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 5

 

ขุมพลังเป็นมอเตอร์เดี่ยวขับหลัง (RWD) บนสถาปัตยกรรมแบต 800V ให้กำลัง 333 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร วิ่งได้มากกว่า 755 กม. (NEDC) รองรับชาร์จ DC สูงสุด 350kW ชาร์จ 10–80% ราว 20 นาที ช่วงล่างถุงลม dual-chamber + Four-C active chassis เพิ่มความนิ่งและนุ่ม ห้องโดยสารเงียบ 68 dB(A) พร้อมจอกลาง 14.5 นิ้ว Google built-in, OTA, 5G และ Digital Key Plus

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 6Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 7Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 8

 

ด้านบรรยากาศในห้องโดยสารให้โทนสแกนดิเนเวียนที่ใส่ใจความยั่งยืนจริงจัง ใช้วัสดุรีไซเคิลทั้งอะลูมิเนียม 29% เหล็ก 18% โพลิเมอร์ 16% และไม้จริงรับรอง หน้าจอกลาง 14.5 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Google built-in รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เสริมความโปร่งด้วยหลังคาพาโนรามา Electrochromic ที่ปรับใส-ทึบได้ทันที ส่วนระบบเสียง Hi-Fi ของ Bowers & Wilkins กำลังขับ 1,610 วัตต์ รองรับ Dolby Atmos และโหมดเสียงแรงบันดาลใจจาก Abbey Road Studios

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 9Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 10Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 11Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 12Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 13

 

The Drive

 

Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range เป็นรถไฟฟ้าที่ให้ฟีล ขับสบายแบบผู้ใหญ่ ไม่ได้มาแนวโชว์ตัวเลขแรงม้าให้ตื่นเต้น แต่เน้นความนิ่ง ความเงียบ และความมั่นใจแบบที่ใช้ได้ทุกวัน ตัวรถเป็นลูกผสมที่ลงตัวระหว่างซีดานกับ fastback มีมุมมองดีขึ้นแบบ SUV แต่ยังคุมทรงได้ดี

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 14

 

ความแรงจะมาแนวนุ่มและต่อเนื่อง ไม่ได้กระชาก แต่ไหลลื่น ควบคุมง่าย เหมาะกับการขับทางไกลหรือขับในเมืองที่ต้องการความเนียน จุดที่น่าชอบคือความเงียบในห้องโดยสารที่ตั้งใจออกแบบมา ทำให้การเดินทางรู้สึกผ่อนคลาย เปิดเพลงฟังไปเรื่อยๆ

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 15Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 16

 

คันนี้ตอบโจทย์คนมีไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่หลากหลาย เพราะท้ายแบบแฮทช์แบ็กทำให้ขนของง่าย ใส่กระเป๋าเดินทางแล้วยังเหลือๆ รับรองว่าใส่ของได้จุใจ ทั้งหมดนี้มาในราคา 2,990,000 บาท

 

Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบายและสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง 17

 

Good for…

 

Volvo ES90 เหมาะกับคนที่กำลังมองหา EV ระดับลักชัวรีในแบบสแกนดิเนเวียนที่เรียบ สุขุม และโดดเด่นผ่านรายละเอียดและคุณภาพ มากกว่าความฉูดฉาดภายนอก

 

เหมาะกับคนที่ขับทางไกลบ่อย ให้ค่ากับความนิ่ง ความเงียบ และช่วงล่างที่นุ่มแต่มีชั้นเชิง สร้างความมั่นใจได้ในทุกความเร็ว

 

ตอบโจทย์สายไลฟ์สไตล์หรือนักเดินทางที่ต้องการพื้นที่ภายในยืดหยุ่น กว้างขวาง และใช้งานได้จริงโดยไม่ลดทอนความสบาย

 

รวมถึงสายมินิมอลที่อินกับความยั่งยืน ชื่นชอบบรรยากาศห้องโดยสารโปร่งโล่ง พร้อมระบบเสียงพรีเมียมที่เติมเต็มทุกการเดินทาง คันนี้ตอบโจทย์อย่างลงตัว

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

The post Volvo ES90 ซีดานไฟฟ้าที่บาลานซ์ดีไซน์ ความสบาย และสมรรถนะอย่างมีชั้นเชิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ASICS Gel-Nimbus 28 ดีไหม? สรุป 5 จุดเปลี่ยนที่ทำให้รุ่นนี้น่าใส่วิ่งทุกวัน https://thestandard.co/life/asics-gel-nimbus-28-review/ Fri, 27 Feb 2026 13:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1182552 ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ ASICS หรือเป็นนักวิ่งสาย […]

The post ASICS Gel-Nimbus 28 ดีไหม? สรุป 5 จุดเปลี่ยนที่ทำให้รุ่นนี้น่าใส่วิ่งทุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ ASICS หรือเป็นนักวิ่งสายชิลล์ที่อยากได้รองเท้านุ่มๆ ไว้ใส่วิ่งสบายๆ ชื่อของตระกูล Nimbus มักโผล่มาเป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ ด้วยคาแร็กเตอร์ที่เด่นเรื่องความนุ่ม น้ำหนักไม่ถ่วงเท้า และความใส่สบายแบบหยิบมาใส่ได้ทุกวัน

 

เมื่อ ASICS เปิดตัว Nimbus 28 ภาพรวมก็ยังชัดเจนว่าเป็นรองเท้า daily training ที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเหมือนเดิม แต่คราวนี้มีการเก็บรายละเอียดบางจุดให้ใช้งานง่ายขึ้น คล่องขึ้น และดูเพรียวขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนบุคลิกใหม่หมด

 

และนี่คือ 5 การเปลี่ยนแปลง ที่เราสัมผัสได้จาก Nimbus 28

 

ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย 1

 

1) น้ำหนักลดลง

 

Nimbus 28 เบากว่ารุ่น 27 มากกว่า 20 กรัม ซึ่งเห็นแค่ตัวเลขอาจดูไม่เยอะ แต่พอสวมใส่เท้าจริง เรารู้สึกถึงความต่างที่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาวิ่งยาวๆ หรือใส่เดินทั้งวัน จะรู้สึกว่ายกเท้าได้ง่ายขึ้น ไม่หน่วงเท้า เคาะๆ ไปได้เรื่อยๆ

 

ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย 2

 

2) โฟมเดิม แต่ไหลขึ้น

 

รุ่นนี้ยังคงใช้โฟมหลักเป็น FF BLAST PLUS ที่นุ่มมากตามสไตล์ Nimbus แต่รุ่นนี้มีการจูนให้การเคลื่อนตัวได้ลื่นไหลขึ้น ใส่วิ่งไปได้เรื่อยๆ แบบไม่ฝืนจังหวะ แม้าจะไม่ได้เด้งจัด เหมือนบังคับให้เราต้องพุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา แต่ก็ให้ฟีล ที่นุ่มและไหลมากกว่าเดิม บางทีพาเราไปเร็วเกินเพซโซน 2 ที่วางไว้เสียอีก

 

ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย 3

 

3) ซัพพอร์ตด้วย PureGEL เวอร์ชันใหม่

 

จุดซับแรงกระแทกบริเวณส้นยังมีเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้ PureGEL เวอร์ชันใหม่ เพื่อให้การลงส้นนุ่มขึ้น และทำให้ทรงรองเท้าดูเพรียวขึ้นด้วย เรามองว่าความซัพพอร์ตยังคงสูงอยู่ เพียงแต่ดูไม่เทอะทะเท่าที่เคย

 

ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย 4

 

4) ปรับพื้นนอกให้นิ่งและมั่นคงขึ้น

 

พื้นนอกยังใช้ HYBRID ASICSGRIP เน้นความยึดเกาะและความทนในจุดที่จำเป็น แต่ปรับโครงสร้างให้เบาลง ผลที่ได้คือความรู้สึกตอนลงเท้าจะนิ่งและมั่นคงขึ้น เฟิร์มขึ้นแบบพอดีๆ ไม่กระด้าง

 

5) อัปเปอร์และรายละเอียดการสวมใส่ เปลี่ยนเยอะกว่าที่คิด

 

Nimbus 28 เปลี่ยนอัปเปอร์เป็น Engineered knit วัสดุใหม่ที่เน้นเบา นุ่ม ระบายอากาศ และกระชับขึ้น พร้อมเติมดีเทลอย่าง Tongue loop ที่ช่วยสวมรองเท้าได้ง่ายขึ้น และ Eyelet loop ที่ทำให้หน้าตาห่วงเชือกเรียบเนียนขึ้น

 

ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย 5

 

Good for…

 

ภาพรองเท้าวิ่ง ASICS Gel-Nimbus 28 ที่แสดงให้เห็นการออกแบบที่เพรียวบางและจุดเด่นด้านความนุ่มสบาย 6

 

ถ้าถามว่าเหมาะกับใคร? คำตอบยังคงชัดเจนว่าเหมาะกับสายซ้อมที่อยากวิ่งนุ่มสบาย วิ่งยาว วิ่งเรื่อยๆ ไม่ได้เน้นทำความเร็ว นี่คือความถนัดของ Nimbus แต่ความใหม่คือดีไซน์ที่ทรงเพรียวขึ้น สวมใส่คล่องตัวขึ้น คาดว่าถ้ามาในโทนสีขาวหรือดำล้วน น่าจะขายดีเลย แต่ราคาอยู่ที่ 6,500 บาท

 

ก็นับว่าสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดรองเท้าวิ่งสายใส่นุ่มสบายที่มีอยู่ตอนนี้ สุดท้ายคงต้องรอดูว่า Nimbus 28 จะทำให้แฟนๆ ยังเทใจให้อยู่เหมือนเดิม หรือจะมีใครเผลอใจให้ตัวเลือกอื่นที่ราคาย่อมเยากว่า สดกว่า

 

#ASICSTH #GELNIMBUS28 #MoveYourBodyMoveYourMind

#SoundMindSoundBody

The post ASICS Gel-Nimbus 28 ดีไหม? สรุป 5 จุดเปลี่ยนที่ทำให้รุ่นนี้น่าใส่วิ่งทุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก 10 กันแดดยุคใหม่ที่ต้อง ‘เป็นมากกว่ากันแดด’ https://thestandard.co/life/modern-sunscreens-review/ Fri, 27 Feb 2026 11:25:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1182516 ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง

ชวนคนรักผิวมารู้จัก 10 กันแดดยุคใหม่ที่ต้อง “เป็นมากกว่ […]

The post รู้จัก 10 กันแดดยุคใหม่ที่ต้อง ‘เป็นมากกว่ากันแดด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง

ชวนคนรักผิวมารู้จัก 10 กันแดดยุคใหม่ที่ต้อง “เป็นมากกว่ากันแดด” ต้องยอมรับว่ายุคนี้เวลาเลือกกันแดดเราไม่ได้ดูแค่การปกป้อง UV แต่ยังให้ความสำคัญคุณสมบัติบำรุงผิว ต้านมลพิษ และอื่นๆ อีกมากมาย เริ่มจาก Anthelios UVmune 400 Oil Control Fluid SPF50+ กันแดดเนื้อฟลูอิดสำหรับผิวมันและผิวผสม โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี UVmune 400 ที่ปกป้อง Ultra Long UVA ได้อย่างเหนือชั้น, DECORTÉ UV Comfort Series เทคโนโลยี Melting Even Veil 4 สูตรตามไลฟ์สไตล์, PrimaNest Ultimate Hydra Sun Serum ปกป้อง 5 รังสี พร้อมคอลแลบ FAHFAHS, Anua Zero-Cast ให้ความชุ่มชื้น 72 ชั่วโมง, Anessa Perfect UV เจอน้ำเหงื่อยิ่งแรง Aqua Booster EX, Shiseido Perfect Sun Protector Spray SPF 50+ PA++++ สเปรย์กันแดดใหม่จากซีรีส์ Sun Skincare ที่ใช้ได้ทั้งผิวและเส้นผม ปกป้องและดูแลในทุกช่วงเวลาที่ต้องเผชิญแสงแดด, Amuse Dew Moisture ชุ่มชื้น 24 ชั่วโมง, Estée Lauder Perfectionist Pro ซ่อมแซมผิวแพ้ง่าย, FYNE Ultra Mild ต้านมลพิษ PM2.5 และ Melixir Vegan Airfit ปกป้อง 10 ชั่วโมงไร้ขาวคล้ำ กันแดดยุคนี้ต้องทำได้มากกว่า

 

1. La Roche-Posay Anthelios UVmune 400 Oil Control Fluid SPF50+

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 1

 

Anthelios UVmune 400 Oil Control Fluid SPF50+ กันแดดเนื้อฟลูอิดสำหรับผิวมันและผิวผสม โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี UVmune 400 ที่ปกป้อง Ultra Long UVA ได้อย่างเหนือชั้น ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB อย่างสมบูรณ์ SPF50+ ด้วยฟิลเตอร์กันแดดที่ครอบคลุมทุกความยาวคลื่นของ UVA รวมถึง Ultra Long UVA ที่ทะลุผ่านชั้นผิวลึกและเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และความเสื่อมของผิว สูตร Oil Control คุมความมันได้ยาวนาน เนื้อบางเบาซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน ฟินิชแมตต์เรียบเนียนไม่มัน เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม ผ่านการทดสอบภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง ใช้ได้แม้ผิวบอบบางและผิวแพ้ง่าย

 

2. Anua Zero-Cast™ Moisturizing Finish Sunscreen SPF50+ PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 2

 

 

Anua แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีใต้ที่โดดเด่นด้วยแนวคิด Less is more เปิดตัว Zero-Cast™ Moisturizing Finish Sunscreen SPF50+ PA++++ กันแดดเบาบางใช้ประจำวันปกป้อง SPF 50 สเปกตรัมกว้าง ไม่ทิ้งขาวคล้ำหรือความมัน ให้ความชุ่มชื้นตลอดวันยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ผิวนุ่มเนียน เตรียมและปรับผิวเรียบเนียนสำหรับแต่งหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกสภาพผิว สูตรอ่อนโยนไม่อุดตันรูขุมขนเหมาะแม้ผิวแพ้ง่าย

 

3. AMUSE Dew Moisture 365 Vegan Sunscreen SPF 50+ PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 3

 

AMUSE แบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีที่โดดเด่นด้วยสีสันสดใสและคุณภาพ เปิดตัว Dew Moisture 365 Vegan Sunscreen SPF 50+ PA++++ กันแดดเบาบางสดชื่นอัดแน่น 13 ส่วนผสมบำรุง ให้ความชุ่มชื้นเข้มข้นและปกป้อง UV ทรงพลัง พร้อมเอฟเฟกต์ปรับผิวเรียบเนียน พิสูจน์ทางคลินิกให้ความชุ่มชื้น 24 ชั่วโมง สูตรครีมชุ่มชื้นซึมไวให้ความชุ่มชื้นทันทีและล็อกความชุ่มชื้น 24 ชั่วโมง ปกป้องแสงแดดแบบ 3-STEP ดูดซับ สะท้อน และกระจาย ไม่ขาวคล้ำ Natural Prep Complex เพิ่มความเป็นมิตรและล็อกความชุ่มชื้น

 

 

4. Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Gel/ Milk SPF50+ PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 4

 

Perfect UV Sunscreen Skincare Gel และ Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ เป็นกันแดดสูตรคลาสสิกที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Auto Veil Technology ที่สร้างฟิล์มปกป้อง UV อัตโนมัติบนผิว และ Aqua Booster EX Technology ที่ยิ่งเจอน้ำหรือเหงื่อยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้อง ปกป้อง UVA และ UVB อย่างสมบูรณ์ SPF50+ PA++++ อุดมด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอย่าง Super Hyaluronic Acid, Collagen และสารสกัดจากพืช 50% กันน้ำ กันเหงื่อ เนื้อเจลบางเบาซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื้อมิลค์เนียนนุ่มกระจายง่าย เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานประจำวัน

 

 

5. DECORTÉ UV Comfort Series SPF50+/PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 5

 

DECORTÉ แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำางระดับลักชูรีจากญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและความประณีต เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการกับ New UV Comfort Series SPF50+/PA++++ เทคโนโลยี Melting Even Veil UV สร้างฟิล์มปกป้องผิวแบบนาโนแคปซูลอย่างสม่ำเสมอเรียบเนียนทั่วผิว พร้อมคัดกรองแสงสีแดงที่เป็นประโยชน์ผ่านสู่ผิวได้ เนื้อบางเบาราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับผิว เลือกได้ 4 สูตรตามไลฟ์สไตล์ ได้แก่ Watery Smooth (บางเบาสบายผิวชุ่มชื้นล้ำลึก), Ultra Protect (บางเบากันน้ำมั่นใจกิจกรรมกลางแจ้ง), Bright (ผสานอนุพันธ์วิตามิน C ผิวกระจ่างใสลดหยาบกร้าน) และ Tone Up CC (ปรับโทนผิวสดใสปกปิดบางเบากันน้ำเหงื่อคุมมัน)

 

6. PrimaNest Ultimate Hydra Sun Serum

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 6

 

PrimaNest แบรนด์สกินแคร์ไทยที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและส่วนผสมคุณภาพ จับมือ FAHFAHS ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดัง เปิดตัวคอลแลบพิเศษ PrimaNest x FAHFAHS พร้อม Exclusive GWP Collection ลิมิเต็ดเอดิชัน กระเป๋าพกพาพร้อมพวงกุญแจและกระเป๋าสะพายบักเก็ตดีไซน์น่ารัก แนะนำ Ultimate Hydra Sun Serum กันแดดเนื้อเซรั่มรวมปกป้องและบำรุงไว้ในขั้นตอนเดียว ด้วย X6 Complex ผสานเทคโนโลยี Encapsulated UV Filters ช่วยสารกันแดดยึดเกาะผิวดี และ Lipoaminoacid ลดความร้อนสะสมบนผิว ปกป้องครบ 5 รังสี UVA I, UVA II, UVB, Blue Light และ Infrared

 

7. Shiseido Perfect Sun Protector Spray SPF 50+ PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 7

 

สเปรย์กันแดดใหม่จากซีรีส์ Sun Skincare ที่ใช้ได้ทั้งผิวและเส้นผม ปกป้องและดูแลในทุกช่วงเวลาที่ต้องเผชิญแสงแดด โดดเด่นด้วย 5 จุดเด่น ได้แก่ SPF50+ PA++++ UV Water Resistance ปกป้องสูง, ฉีดพ่นได้รวดเร็วง่ายดาย เหมาะกับผิวบริเวณกว้างและจุดที่มือเอื้อมยาก, อุดมส่วนผสมสกินแคร์ Argan Oil ให้ความชุ่มชื้น และ Grapeseed Oil ปกป้องผิว ลดริ้วรอยจากความแห้งให้ผิวเนียนนุ่มสวยงาม, WetForce Technology เจอเหงื่อหรือน้ำยิ่งเพิ่มฟิล์มปกป้อง UV และล้างออกง่ายด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการใช้งานสะดวกรวดเร็ว

 

8. Estée Lauder Perfectionist Pro Dynamic Defense UV Milk SPF 50+ PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 8

 

Estée Lauder แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางระดับลักชูรีจากอเมริกา เปิดตัว Perfectionist Pro Dynamic Defense UV Milk SPF 50+ PA++++ การปกป้องไดนามิกสำหรับผิว มอบพลังป้องกันวัยก่อนเกิดและซ่อมแซมผิวแพ้ง่ายอย่างเห็นได้ชัด ปกป้องแสงแดดสูง 8 ชั่วโมงต้านอนุมูลอิสระ UV Max SPF 50+/PA++++ ด้วย Interlacing Matrix Technology, Anti-Oxidant Complex ต้านอนุมูลอิสระ 8 ชั่วโมง ลดรอยแดงใช้ครั้งเดียว เสริมสร้าง Skin Barrier +15% เหมาะผิวแพ้ง่ายและหลังหัตถการ Tiger Lily Extract ปกป้องอีลาสตินรักษาความกระชับ

 

9. FYNE Ultra Mild Hybrid Sunscreen Broad Spectrum SPF50+ PA++++

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 9

 

FYNE แบรนด์สกินแคร์ที่เน้นนวัตกรรมเปปไทด์และส่วนผสมระดับวิทยาศาสตร์ เปิดตัว Ultra Mild Hybrid Sunscreen Broad Spectrum SPF50+ PA++++ กันแดดเจลครีมพัฒนาสำหรับทุกสภาพผิว รวมผิวแพ้ง่ายและผิวสิว ปกป้องสเปกตรัมกว้าง SPF 50+ PA++++ ต้าน UVA I, UVA II, UVB และ HEV Light สารสกัดเมล็ดมะรุม ปกป้องผิวจากมลพิษฝุ่น PM Ceramide Complex, Hyaluron และ Glycerin ให้ความชุ่มชื้นเสริมเกราะป้องกัน สารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด Ferulic Acid, Vitamin E, Rosemary, Bisabolol ปลอบประโลมและปกป้องผิวจากความเสียหาย

 

10. Melixir Vegan Airfit™ Sunscreen SPF 50+

 

ผลิตภัณฑ์กันแดดหลากหลายแบรนด์สำหรับผิวหน้าและผิวกาย พร้อมคุณสมบัติปกป้องและบำรุง 10

 

Melixir แบรนด์สกินแคร์วีแกนจากเกาหลีที่เน้นความอ่อนโยนและธรรมชาติ เปิดตัว Vegan Airfit™ Sunscreen SPF 50+ กันแดดใบหน้าล่องหนและให้ความชุ่มชื้น SPF 50+ ฟินิชธรรมชาติโกลว์ สูตรสำหรับทุกสภาพผิวและทุกสีผิว เนื้อ Airfit ซึมง่ายไม่ทิ้งขาวคล้ำหรือความมัน กันแดดใสไม่ระคายเคือง ซึมไว ปกป้อง SPF 50+ นานถึง 10 ชั่วโมง ไม่ทิ้งขาวหรือมัน อุดมด้วยพืชต้านอนุมูลอิสระ Kale, Pine Leaf และ Basil ปลอบประโลมบำรุงผิวแพ้ง่าย ปกป้องผิวจากมลพิษ

 

The post รู้จัก 10 กันแดดยุคใหม่ที่ต้อง ‘เป็นมากกว่ากันแดด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟที่แผ่วไม่เป็น พาทุกคนย้อนเวลากลับไปซ่าในปี 2016 https://thestandard.co/life/morning-affair-vol6-2016-emsphere/ Fri, 27 Feb 2026 09:13:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1182455 ภาพบรรยากาศงาน Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟย้อนยุค 2016

สุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีแพลนไปไหน เตรียมหยิบชุดเก่งแล้ว […]

The post Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟที่แผ่วไม่เป็น พาทุกคนย้อนเวลากลับไปซ่าในปี 2016 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศงาน Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟย้อนยุค 2016

สุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีแพลนไปไหน เตรียมหยิบชุดเก่งแล้วออกไปขยับร่างกายตอนกลางวัน เพราะ RISE Coffee x TICTACTOE Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟเจ้าดังกำลังจะกลับมาทำลายทุกขีดจำกัดอีกครั้ง หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ Sold Out ไปถึง 5 ครั้งติดต่อกัน คราวนี้พวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ แต่กลับมาในสเกลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

ภาพบรรยากาศงาน Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟย้อนยุค 2016 1

 

ความพิเศษของ Vol.6 มาในธีม Take Me Back to 2016 พาทุกคนย้อนเวลากลับไปในปี 2016 ยุคที่ฟิลเตอร์ Tumblr และแฟชั่นแนว Grunge (กรันจ์) ครองเมือง ช่วงเวลาที่ความคลาสสิกของ Gen Y มาปะทะกับความกล้าลองของ Gen Z อย่างลงตัว ผ่าน 2 สเตจใหญ่บนชั้น 5 ของ Emsphere

 

ภาพบรรยากาศงาน Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟย้อนยุค 2016 2

 

Pung-Mak (ปังมาก) Stage at Sphere Hall

 

เปลี่ยนฮอลล์ขนาดใหญ่ให้กลายเป็นกาแล็กซีนีออนสุดล้ำ พาคุณย้อนเวลาไปในช่วงวันที่เรายังเป็นอิสระและไร้ขีดจำกัด พร้อมโปรดักชันแสงสีเสียงระดับเวิลด์คลาสและไลน์อัปดีเจและศิลปินรับเชิญสุดพิเศษอย่าง Tilly Birds ที่จะทำให้คุณเต้นเหมือนอยู่ท่ามกลางดวงดาว

 

 

ภาพบรรยากาศงาน Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟย้อนยุค 2016 3

 

Jubu Jubu (จุ๊บุจุ๊บุ) Stage at TICTACTOE

 

ครั้งแรกกับการเปลี่ยนพื้นที่ TICTACTOEให้กลายเป็นสีชมพูนีออนไฟฟ้า เพื่อถ่ายทอดความซ่าสะบัดในแบบฉบับปี 2016 เตรียมพบกับความสุข ความสนุกท่ามกลางความสับสนวุ่นวายที่คุ้นเคย แต่เพิ่มเติมคือความรู้สึกที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

นอกจากดนตรีที่พาเราย้อนวัย ยังจัดเต็มเรื่องกินดื่ม ด้วย Specialty Coffee จาก RISE เหมือนเดิม พร้อมร้านโปรดที่ยกขบวนมาเสิร์ฟให้คุณอิ่มท้องยาวๆ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 2 ทุ่ม ได้เวลาปัดฝุ่นชุดเก่งสไตล์ 2016 เตรียม OOTD สีขาวให้พร้อม แล้วมาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันอีกครั้ง

 

EVENT DETAILS

Location: TICTACTOE & Sphere Hall, ชั้น 5 Emsphere

Date: วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569

Time: 10:30-20:30 น.

Dress Code: White (สีขาว)

Tickets: Ticketmelon 

  • Early Bird: Sphere Hall 590.- / All Stages 990.-
  • At Door: Sphere Hall 690.- / All Stages 1,090.-

 

Line OA: @tictactoebangkok

 

ภาพ: TICTACTOE

The post Morning Affair Vol.6 ปาร์ตี้กาแฟที่แผ่วไม่เป็น พาทุกคนย้อนเวลากลับไปซ่าในปี 2016 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tropic City บาร์ดังย่านเจริญกรุง ประกาศปิดตำนาน 8 ปี เตรียมอำลาปลาย เม.ย.นี้ https://thestandard.co/life/tropic-city-bar-closes/ Fri, 27 Feb 2026 01:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1182185 Tropic City บาร์ค็อกเทลชื่อดังย่านเจริญกรุงที่ประกาศปิดกิจการ

‘Tropic City’ หนึ่งในบาร์ที่อยู่คู่ซีนค็อกเทลไทยมายาวนา […]

The post Tropic City บาร์ดังย่านเจริญกรุง ประกาศปิดตำนาน 8 ปี เตรียมอำลาปลาย เม.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tropic City บาร์ค็อกเทลชื่อดังย่านเจริญกรุงที่ประกาศปิดกิจการ

Tropic Cityหนึ่งในบาร์ที่อยู่คู่ซีนค็อกเทลไทยมายาวนาน ประกาศปิดบ้านอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนเมษายน 2026 หลังเปิดให้บริการและเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้บาร์ในกรุงเทพฯ มานาน 8 ปีเต็ม

 

จากความฝันเล็กๆ ของการเปิดบาร์ของตัวเอง Tropic City เติบโตเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ช่วยผลักดันภาพลักษณ์ค็อกเทลไทยให้ก้าวหน้า ทั้งการบุกเบิกสไตล์เครื่องดื่มใหม่ๆ การให้ดนตรีเป็นหัวใจของประสบการณ์ในบาร์ และการเป็นส่วนหนึ่งของการปลุกย่านประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

ทีมงานเผยว่านี่คือการตัดสินใจที่ยาก แต่เต็มไปด้วยความภูมิใจในเส้นทางที่ผ่านมา แม้จะปิดสาขาปัจจุบัน แต่ทางทีมบาร์ยืนยันว่า ‘นี่ไม่ใช่จุดจบของ Tropic City’ เพียงแค่ปิดหนึ่งฉากเพื่อรอการเดินทางครั้งใหม่เท่านั้น ก่อนอำลาอย่างเป็นทางการ Tropic City เตรียมเปิดตัวเมนูค็อกเทลใหม่ ปิดท้ายด้วยงาน Farewell Party 3 วัน ระหว่างวันที่ 24–26 เมษายน ชวนแฟนๆ มาร่วมดื่มด่ำช่วงเวลาสุดท้ายของบาร์

 

ใครที่มีความทรงจำกับบาร์ทรอปิคอลแห่งนี้ อาจถึงเวลานัดเพื่อนอีกครั้ง ก่อนแสงไฟบนถนนเจริญกรุงจะดับลงชั่วคราวในปลายเดือนนี้

 

ภาพ: Tropic City

The post Tropic City บาร์ดังย่านเจริญกรุง ประกาศปิดตำนาน 8 ปี เตรียมอำลาปลาย เม.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Olive Oil กิน 1 ช้อนตอนเช้า กระแสไวรัลนี้ดีจริงหรือไม่? https://thestandard.co/life/olive-oil-morning-health-trend/ Thu, 26 Feb 2026 11:01:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1182108 ภาพน้ำมันมะกอกในช้อน พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับกระแสไวรัลการดื่มเพื่อสุขภาพและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ช่วงนี้หลายคนอาจเคยเห็นคลิปไวรัลใน Tiktok หรือ Ig ที่แน […]

The post Olive Oil กิน 1 ช้อนตอนเช้า กระแสไวรัลนี้ดีจริงหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำมันมะกอกในช้อน พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับกระแสไวรัลการดื่มเพื่อสุขภาพและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ช่วงนี้หลายคนอาจเคยเห็นคลิปไวรัลใน Tiktok หรือ Ig ที่แนะนำให้ดื่มน้ำมันมะกอก 1 ช้อนตอนเช้า โดยเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อลำไส้ ผิวพรรณ และสุขภาพหัวใจ แต่เมื่อมองในมุมของโภชนาการจริงๆ คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือเป็น Healthy Habit พฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว หรือแค่ Wellness Trend ที่เป็นกระแสช่วงหนึ่งกันแน่

 

น้ำมันมะกอก โดยเฉพาะแบบ Extra Virgin ถือเป็นไขมันดีที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและสารต้านอนุมูลอิสระสูง งานวิจัยจำนวนมากก็มีรายงานการกินน้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ การอักเสบ และโรคเรื้อรัง รวมถึงการช่วยปรับระดับคอเลสเตอรอลและสนับสนุนสุขภาพสมอง แต่ก็มีสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญย้ำคือ “ประโยชน์เหล่านี้มาจากการกินน้ำมันมะกอกในอาหาร ไม่ใช่การดื่มเพียวๆ”

 

บทความจาก Time อธิบายว่า แม้น้ำมันมะกอกจะดีต่อสุขภาพและมีสารต้านการอักเสบ แต่ไม่มีหลักฐานว่าการดื่มเป็นช็อตจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าการใช้ในมื้ออาหารปกติ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า การดื่มน้ำมันมะกอกเพียวๆ อาจทำให้ได้รับพลังงานเกินโดยไม่อิ่ม เพราะน้ำมันไม่มีไฟเบอร์ และ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานราว 119 แคลอรี

 

มีนักโภชนาการบางคนออกมาให้ความคิดเห็นว่าเทรนด์ Olive Oil Shot เป็นกระแสโซเชียลมากกว่าวิธีดูแลสุขภาพที่มีหลักฐานชัด แม้น้ำมันมะกอกจะช่วยดูดซึมวิตามิน ลดการอักเสบ และดีต่อหัวใจ แต่การกินแบบช็อตอาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนหรือได้รับไขมันมากเกินจำเป็นได้ ถ้าให้สรุปในมุมมองภาพรวม เทรนด์กินน้ำมันมะกอก 1 ช้อนตอนเช้าไม่ถือว่าอันตรายสำหรับคนสุขภาพดี แต่ก็ไม่ใช่ Magic Trick ที่ช่วยดีท็อกซ์หรือฮีลลำไส้แบบทันที หากอยากลองทำเป็น Morning Ritual ก็ทำได้ในปริมาณพอเหมาะ แต่ถ้ามองในเชิงสุขภาพระยะยาว การใส่น้ำมันมะกอกในสลัด ผักย่าง หรืออาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ยังเป็นวิธีที่สมเหตุสมผลและมีหลักฐานรองรับมากกว่า

 

 

อ้างอิง:

The post Olive Oil กิน 1 ช้อนตอนเช้า กระแสไวรัลนี้ดีจริงหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
TOPSPIN TENNIS สนามเทนนิสในร่ม แอร์เย็นฉ่ำเปิดใหม่ ย่านพระราม 4 https://thestandard.co/life/topspin-tennis-indoor-rama-4/ Thu, 26 Feb 2026 06:14:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1181972 ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการตีเทนนิสเป็นชีวิตจิตใจ คุณน่า […]

The post TOPSPIN TENNIS สนามเทนนิสในร่ม แอร์เย็นฉ่ำเปิดใหม่ ย่านพระราม 4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการตีเทนนิสเป็นชีวิตจิตใจ คุณน่าจะเข้าใจความเจ็บปวดของการนัดล่มเป็นอย่างดี นัดเพื่อนไว้แล้ว นัดคู่ซ้อมไว้ดิบดี แต่พอใกล้ถึงเวลา ฝนดันเทลงมาซะอย่างนั้น สุดท้ายจบที่การยกเลิก วนเวียนอยู่แบบนี้จนรู้สึกว่าเมื่อไหร่ฝีมือจะพัฒนาสักที

 

นี่คือจุดเริ่มต้นแบบง่ายๆ ที่สุดของ Topspin Tennis ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ Ace of Clubs พระราม 4 สถานที่ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของคนเล่นเทนนิสในกรุงเทพฯ แบบตรงจุดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 1ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 2

 

Mint Leung (ผู้ก่อตั้ง Topspin) เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า “ในปีหนึ่งจะมีประมาณ 4 เดือน ที่นัดโดนยกเลิกเกือบทุกอาทิตย์เพราะฝนตก แล้วพอหมดหน้าฝนก็มาเจอ PM 2.5 อีก เวลาเล่นเอาต์ดอร์บางวันเหมือนเรากลืนทรายลงไปคำหนึ่งเลยค่ะ” ซึ่งเธอเพิ่งเริ่มตีเทนนิสได้แค่ 2 ปี แต่สิ่งที่ขวางทางความเก่งไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่ด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยที่คาดเดาไม่ได้

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 3

 

บวกกับคอร์ตในเมืองที่จองยากเหลือเกิน สุดท้ายความอัดอั้นนี้เลยกลายเป็นคำตอบว่า งั้นก็เปิดเองเลยละกัน เพื่อให้คนเมืองมีที่ตีเทนนิสในแอร์ฉ่ำๆ ไม่ต้องง้อฟ้าฝน และไม่ต้องสูดฝุ่นให้เสียสุขภาพ

 

เธอจึงเสนอไอเดียให้เครื่องพ่นลูกทำหน้าที่ฟีดบอลแทนโค้ช 50% เพื่อให้เราซ้อมท่าซ้ำๆ จนชินมือ แล้วค่อยให้โค้ชคอยจัดท่า จัดระเบียบร่างกายอีก 50% วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดค่าเรียน แถมยังมีสมาธิกับการตีมากขึ้น ไม่ต้องเดินเก็บลูกทั่วสนามให้เหนื่อยฟรี ดังนั้นเป้าหมายของที่นี่ชัดเจนมาก คือการผลิตคนที่เล่นเป็นเพื่อส่งต่อออกไปจองสนามจริงข้างนอกได้อย่างมั่นใจ

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 4

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 5

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 6

First floor

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 7

Second floor

 

ตัวคอร์ทจะแบ่งเป็น 3 ชั้น 3 อารมณ์ เมื่อเดินเข้าไปในอาคาร คุณจะพบกับการแบ่งพื้นที่อย่างตั้งใจมาก โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด

 

ชั้น 1 และ ชั้น 2 มาในโทนสีฟ้า ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในสนาม Australian Open หรือ US Open ซึ่งสีน้ำเงินตัดกับลูกเทนนิสสีเหลืองสะท้อนแสง ช่วยให้โฟกัสลูกได้ดี ส่วนชั้น 2 มี 2 สนามติดกัน ใครมากับกลุ่มเพื่อนมาเหมาทั้งชั้นได้เลย

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 8

Third floor

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 9

 

ส่วนชั้น 3 ก็มี 2 สนามเช่นกัน แต่จะมาเป็นโทนสีส้ม เหมาะกับใครที่โหยหาฟีลลิ่งแบบ French Open เพราะโครงสร้างชั้นนี้ฝ้าจะสูงเป็นพิเศษ แม้พื้นที่คอร์ตจะสั้นลงมาหน่อย แต่กลับเหมาะมากสำหรับการซ้อมลูกวอลเลย์ ลูกสแมช หรือลูกโด่งที่ต้องใช้ระยะแนวดิ่งมากกว่าปกติ การเปลี่ยนสีคอร์ตเลยเหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่า นี่คือพื้นที่สำหรับฝึกซ้อมทักษะเฉพาะ

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 10

 

และตัวเครื่องพ่นลูกอัตโนมัติ ก็เหมาะมากสำหรับคนที่อยากฝึกมากกว่าแค่ตีเล่น เครื่องพ่นลูกที่นี่ทำได้แทบทุกอย่างที่คุณต้องการ ตั้งแต่ปรับสปีดความเร็ว (Speed) สำหรับมือใหม่ไปจนถึงระดับแอดวานซ์ ปรับลูกสปิน (Spin) ให้รับยากขึ้น หรือจะตั้งโปรแกรมให้ยิงมาในทิศทางที่หลากหลายเพื่อฝึก Footwork ก็ทำได้ และที่นี่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว ด้วยตัวพื้นที่คุณสามารถหวดโฟร์แฮนด์ 50 ลูกติดต่อกัน เพื่อแก้ท่าทางได้โดยไม่ต้องกังวลว่าคู่ซ้อมจะเหนื่อย หรือลูกจะไปรบกวนใคร เพราะมันคือพื้นที่ของคุณจริงๆ

 

ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 11 ภาพสนามเทนนิสในร่ม TOPSIPN TENNIS ย่านพระราม 4 ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำและแบ่งเป็นหลายโซน 12

 

Good for

 

เหมาะกับทั้งสายซ้อมเดี่ยวที่อยากซ้อมให้ชินมือแบบจริงจัง คนที่อยากปรับฟอร์มเฉพาะจุดหรือวอร์มให้เข้ามือก่อนออกไปลงสนามจริง รวมถึงคนที่ไม่ไหวกับแดดเมืองไทยและกังวลเรื่องฝุ่น ที่อยากได้พื้นที่ในร่ม แอร์เย็นให้ซ้อมได้ต่อเนื่อง และถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ยังขี้อาย อยากหวดเต็มแรงแบบไม่ต้องเขินสายตาใคร ที่นี่ก็เป็นพื้นที่ที่ทำให้คุณโฟกัสกับการตีของตัวเอง เพราะมันคือโซนซ้อมของคุณจริงๆ

 

Topspin Tennis

Address: ถนนพระรามที่ 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย (หน้า Ace of Clubs)

Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09:00-22:00 น.

Contact: Topspin Thailand 

Booking: Topspin Tennis Court 

Budget: ราคาเริ่มต้น 600 บาทต่อชั่วโมง

 

 

The post TOPSPIN TENNIS สนามเทนนิสในร่ม แอร์เย็นฉ่ำเปิดใหม่ ย่านพระราม 4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hatyai Sidewalk: Amazing Smile อีเวนท์ซ่อมเมืองหาดใหญ่ ที่ชวนคนออกมาใช้ชีวิตกันอีกครั้ง https://thestandard.co/life/hatyai-sidewalk-amazing-smile-event/ Thu, 26 Feb 2026 03:52:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1181875 ภาพกิจกรรม Hatyai Sidewalk: Amazing Smile อีเวนท์ซ่อมเมืองหาดใหญ่ ชวนคนกลับมาใช้ชีวิต

หลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่กระทบทั้งโครงสร้างเมือง […]

The post Hatyai Sidewalk: Amazing Smile อีเวนท์ซ่อมเมืองหาดใหญ่ ที่ชวนคนออกมาใช้ชีวิตกันอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกิจกรรม Hatyai Sidewalk: Amazing Smile อีเวนท์ซ่อมเมืองหาดใหญ่ ชวนคนกลับมาใช้ชีวิต

หลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่กระทบทั้งโครงสร้างเมือง เศรษฐกิจท้องถิ่น และความเชื่อมั่นของผู้คน ตอนนี้หาดใหญ่กำลังค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับอีเวนต์แรก ‘Hatyai Sidewalk : Amazing Smile’ ซีรีส์กิจกรรม 6 สัปดาห์ที่ชวนผู้คนกลับมาเดินใช้เวลาร่วมกับเมืองอีกครั้ง

 

กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 5 เมษายน 2569 เวลา 16.30–24.00 น. บนถนนประชารมย์และถนนภราดร ใจกลางเมือง ตลอด 6 สัปดาห์ กิจกรรมจะถูกจัดวางเป็นลำดับประสบการณ์ ตั้งแต่การชวนให้คนกลับมาใช้เมือง ชะลอจังหวะชีวิต ไปจนถึงการตั้งคำถามว่าเมืองจะรักษาพลังบวกนี้ไว้ต่ออย่างไร ภายในงานมีทั้งตลาดงานคราฟต์ อาหารและเครื่องดื่มจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ดนตรีสด เวิร์กช็อป และพื้นที่นั่งพัก โดยทีมงานย้ำว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมหรือความคึกคัก แต่ดูจากการที่ผู้คนกลับมาใช้พื้นที่ซ้ำ และเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของเมืองอีกครั้ง

 

รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจากการเช่าล็อกและกิจกรรม จะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ โรงเรียนเทศบาลทั้ง 6 แห่ง โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดธรรมสากลหาดใหญ่ และมูลนิธิบ้านหมายิ้ม เพื่อสนับสนุนทั้งระบบสาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิตในเมือง ตามแนวคิด ‘Amazing Smile’ ที่ถูกแปลงเป็นกลไกพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมกิจกรรม พื้นที่ และคนในพื้นที่เข้าด้วยกัน

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหาดใหญ่หรือเมืองไหนๆ สามารถมาจอยงานนี้ได้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 5 เมษายน 2569 เวลา 16.30–24.00 น. เวลา 16.30 – 24.00 น. ณ ถนนภราดร ซอยประชารมย์

 

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Hatyaisidewalk

 

ภาพ: Hatyai Sidewalk

The post Hatyai Sidewalk: Amazing Smile อีเวนท์ซ่อมเมืองหาดใหญ่ ที่ชวนคนออกมาใช้ชีวิตกันอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม https://thestandard.co/life/samsung-s26-privacy-display/ Thu, 26 Feb 2026 02:57:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1181837 สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S26 Series เน้นฟีเจอร์ AI และ Privacy Display 'จอกันเผือก'

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้กับงาน ‘Galaxy Unpacked 2026’ งา […]

The post Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S26 Series เน้นฟีเจอร์ AI และ Privacy Display 'จอกันเผือก'

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้กับงาน ‘Galaxy Unpacked 2026’ งานเปิดตัวในรอบต้นปีของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ฝั่งแอนดรอยด์ Samsung ที่มีพระเอกหลักเป็นสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy S26 Series แน่นอนว่าคราวนี้ Samsung ยังคงดัน Galaxy AI อย่างจริงจัง โดยปรับการทำงานของ Galaxy AI ในฉลาดขึ้น ง่ายขึ้น ร่วมถึงเพิ่ม AI Agent มาใช้ในเครื่องถึง 3 ตัว

 

แต่หนึ่งฟีเจอร์ที่เราเห็นว่าน่าสนใจและเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยคือ ‘Privacy Display’ หรือที่คนไทยเราชอบเรียกกันเล่นๆ ว่า ‘จอกันเผือก’ ซึ่งมีเฉพาะในรุ่น Galaxy S26 Ultra เท่านั้น โดยฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบให้ลดการมองเห็นจากมุมด้านข้างโดยไม่ต้องติดฟิล์มเพิ่ม และไม่ลดทอนคุณภาพจอเมื่อมองตรงหน้า นั่นหมายความว่าความเป็นส่วนตัวถูกยกระดับจากอุปกรณ์เสริม กลายเป็นโครงสร้างของฮาร์ดแวร์

 

ลองคิดดูว่าในแต่ละวัน เราเปิดแชตงานในรถไฟฟ้า เช็กยอดเงินในร้านกาแฟ อ่านอีเมลสำคัญในสนามบิน หรือไถฟีดระหว่างรอประชุม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นต่อหน้าคนแปลกหน้าโดยแทบไม่ทันคิด Privacy Display จึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ตอบโจทย์ ‘ความอุ่นใจ’ ในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด–ปิด และปรับระดับการป้องกันได้ เช่น โหมด Partial Screen Privacy ที่จำกัดการมองเห็นเฉพาะบางส่วนของหน้าจออย่างชาญฉลาด หรือโหมด Maximum Privacy Protection ที่เพิ่มการป้องกันมุมมองด้านข้างแบบเข้มข้นขึ้นอีกระดับ

 

AI ทำให้มือถือฉลาดขึ้น ช่วยให้เราทำอะไรได้เร็วขึ้น แต่ Privacy Display ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยขึ้น และในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สิน ความปลอดภัยเล็กๆ บนหน้าจออาจมีค่าพอๆ กับความแรงของชิปหรือจำนวนพิกเซลที่เพิ่มขึ้นทุกปี คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า Galaxy S26 มี AI ดีแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า ต่อไปนี้ ‘ความเป็นส่วนตัว’ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือ หรือจะยังเป็นสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มในรุ่นท็อปเท่านั้น

 

Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม

 

ใครสนใจ Samsung Galaxy S26 Series สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s26-ultra

 

ภาพ: Samsung

The post Samsung S26 Series ไม่ใช่แค่ AI เด่น แต่ ‘จอกันเผือก’ อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE with WJMILD กับวันว่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต https://thestandard.co/life/4-hours-life-with-wjmild/ Thu, 26 Feb 2026 01:04:59 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1181798

4 ชั่วโมงที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต   ถ้าพูดถึง WJMI […]

The post 4 HOURS LIFE with WJMILD กับวันว่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>

4 ชั่วโมงที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต

 

ถ้าพูดถึง WJMILD ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นการยืนอยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ต ท่ามกลางเสียงเพลง เพราะมายด์เป็นคนที่รักการดูคอนเสิร์ตมาก และยังคงหาเวลาไปดูได้เสมอ แม้ในช่วงที่ชีวิตจะเต็มไปด้วยงาน ทั้งการถ่ายละคร ตารางงานที่แน่น รวมถึงการเตรียมงานแต่งที่ทำให้แต่ละวันยุ่งเป็นพิเศษก็ตาม

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

แต่ในวันที่ไม่ได้อยู่ท่ามกลางเสียงดนตรี ไลฟ์สไตล์ของมายด์กลับเรียบง่ายและเป็นระบบ เธอใช้ชีวิตอยู่ในย่านที่คุ้นเคยอย่างพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท ซึ่งกิจกรรมในแต่ละวันของเธอมีทั้งการดูแลธุรกิจร้านขนม การหาร้านอร่อยๆกิน และการจัดสรรเวลาออกกำลังกายเพื่อดูแลร่างกายให้พร้อมกับทุกบทบาทของชีวิต

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล) WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

สำหรับมายด์ ความสุขในวันธรรมดาเกิดจากสิ่งใกล้ตัว เช่น อาหารจานโปรดในวันที่เหนื่อย การออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมถึงการหันมาใส่ใจสุขภาพจากภายในมากกว่าที่เคย เพื่อให้เธอสามารถรับมือกับตารางชีวิตที่วุ่นวายได้อย่างสมดุล

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

4 HOURS LIFE with WJMILD ในครั้งนี้ เราเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักมายด์ในอีกมุมหนึ่ง ผ่าน 4 ชั่วโมงของชีวิตประจำวันที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต แต่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเธอได้อย่างชัดเจน ก่อนจะพาไปทำความรู้จักแต่ละสถานที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของวันธรรมดานี้

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

Chez Shibata 365

 

ร้านขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่ผสานกลิ่นอายความละเอียดแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 และเป็นหนึ่งในร้านขนมที่หลายคนแวะมาเพราะคุณภาพของวัตถุดิบและหน้าตาของขนมที่ดูสวยงามทุกชิ้น Chez Shibata 365 ก่อตั้งโดยเชฟชาวญี่ปุ่นจากเมืองนาโกย่า ก่อนจะมาเปิดสาขาในประเทศไทย และค่อยๆ กลายเป็นร้านขนมที่มีฐานแฟนประจำในหมู่คนรักของหวาน

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล) WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

สำหรับมายด์ ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านขนมของเธอเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สื่อถึงความชอบส่วนตัวของเธอ เพราะเธอเป็นคนที่อินกับการทำและกินขนมมาตั้งแต่เด็ก เมนูที่เธอชอบเป็นพิเศษคือ Chocolate Signature (ราคา 350 บาท) ที่ได้ทั้งความเข้มข้นของช็อกโกแลตด้านบนและเนื้อสัมผัสที่หนึบกำลังดี ส่วนซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Yuzu tart (ราคา 260 บาท) ก็เป็นอีกเมนูที่มายด์แนะนำ เพราะรสเปรี้ยวหวานสดชื่น ไม่หวานเกินไป และกินได้เรื่อยๆ แบบไม่เลี่ยน ซึ่งทางร้านยังมีเค้ก signature อีกมากมาย ใครเป็นสายขนมหวานคุณควรแวะไปที่ร้านนี้สักครั้ง 

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

Open: ทุกวัน เวลา 08.30-20.00 น.

Address: สุขุมวิท 38

Budget: 200-400 บาท

Map: maps.app.goo.gl

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

Figure 8 Pilates

 

สตูดิโอพิลาทิสที่ตั้งอยู่ใน RQ Residence 14 ซอยสุขุมวิท 49/9 และเป็นที่ที่มายด์เลือกดูแลร่างกายอย่างจริงจังมาเป็นเวลาหลายปี Figure 8 Pilates โดดเด่นด้วยการสอนแบบใกล้ชิด ครูผู้สอนจะประเมินร่างกายของผู้เรียนตั้งแต่ครั้งแรก และออกแบบท่าให้เหมาะกับแต่ละคน ทำให้การออกกำลังกายที่นี่ไม่ใช่แค่การขยับร่างกาย แต่เป็นการฟื้นฟูและพัฒนาไปพร้อมกัน

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล) WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

มายด์เล่าว่าพิลาทิสเป็นกีฬาที่ตอบโจทย์เธอมากที่สุด เพราะช่วยทั้งเรื่องความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว จากคนที่เคยตัวแข็ง กลายเป็นคนที่รู้สึกว่าร่างกายสมดุลขึ้น และแทบไม่มีปัญหาปวดหลัง แม้ต้องยืนดูคอนเสิร์ตเป็นเวลานาน พิลาทิสจึงกลายเป็นกิจวัตรสำคัญที่เธอขาดไม่ได้ ถึงขั้นมีอุปกรณ์ตั้งไว้เล่นต่อที่บ้านในวันที่ตารางงานแน่น

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.00-16.00 น.

Address: สุขุมวิท 49/9

Map: maps.app.goo.gl

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

ข้าวต้มกุ๊ยรวยมิตร

 

ที่นี่คือร้านข้าวต้มกุ๊ยเจ้าประจำของมายด์ เพราะด้วยรสชาติที่จัดจ้านและกินได้ทุกวัน ข้าวต้มของที่นี่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วนตัวข้าวก็ต้มมาพอดี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นในวันที่อยากกินอะไรเบาๆ แต่ยังอร่อย

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล) WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

เมนูที่มายด์สั่งเป็นประจำคือ หมูสับผัดหนำเลี๊ยบ (ราคา 150 บาท) ที่มีเอกลักษณ์ตรงหมูสับละเอียด กรุบกรอบ และอีกเมนูที่ขาดไม่ได้นั่นคือ หมูสับต้มอุเมะ (ราคา 170/270 บาท) ที่รสเปรี้ยวเค็มกำลังดี เธอบอกว่าเมนูนี้ต้องกินคู่กับข้าวต้มเท่านั้นถึงจะอร่อยที่สุด สำหรับมายด์ ข้าวต้มกุ๊ยคืออาหารที่ช่วยให้วันวุ่นวายรู้สึกผ่อนลง และเป็นความสบายใจที่เรียบง่ายแต่สำคัญมาก

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น. 

Address: สุขุมวิท 61 / สาทร 10

Budget: 300-500 บาท

Map:  maps.app.goo.gl

maps.app.goo.gl

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

ปุ๊ เย็นตาโฟ

 

และร้านสุดท้ายคือร้านเย็นตาโฟรสจัดจ้านที่มายด์รู้จักมานานตั้งแต่สมัยร้านยังอยู่แถว RCA ก่อนจะย้ายมาอยู่ย่านพระราม 9 ปุ๊ เย็นตาโฟขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปและซอสที่จัดจ้านกว่าหลายร้าน ทำให้กลายเป็นตัวเลือกแรกๆ เวลาคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล) WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

มายด์บอกว่าถ้าเป็นเย็นตาโฟ ต้องสั่งเป็น เย็นตาโฟต้มยำ (ราคา 60 บาท) เท่านั้น และเลือกบะหมี่แบนที่เข้ากับรสซอสของร้านมากที่สุด เธอเป็นคนชอบกินรสจัด เปรี้ยวนำ เค็มตาม ซึ่งตรงกับสไตล์ของร้านนี้พอดี นอกจากนี้ยังมีขนมถ้วยที่กินคู่กันได้แบบเพลินๆ ทำให้มื้อก๋วยเตี๋ยวธรรมดากลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสบายๆ ในวันธรรมดาของเธอ

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น. 

Address: พระราม 9

Budget: 60-100 บาท

Map: maps.app.goo.gl

 

หลังจากได้ใช้เวลากับร้านอาหารและสถานที่ที่มายด์เลือกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราจะเห็นอีกหนึ่งด้านที่เธอทำอยู่เสมอ นั่นคือการชาร์จพลังให้ตัวเอง ผ่านการดูคอนเสิร์ต และการไปเทศกาลดนตรี วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกคนมาพบกับจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรักโลกของคอนเสิร์ตตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสมันด้วยตัวเองของมายด์กัน

 

WJMILD (มายด์-ลภัสลัล)

 

คอนเสิร์ตแรกที่เปลี่ยนโลกของมายด์

 

คอนเสิร์ตแรกของมายด์คือการได้ดู Korn วงเมทัลจากสหรัฐอเมริกาที่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนว Nu Metal ดนตรีหนักหน่วงที่ผสมความดิบของเมทัลเข้ากับอัลเทอร์เนทีฟและฮิปฮอป เพลงของ Korn เต็มไปด้วยพลังและอารมณ์เข้มข้นจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพลงอย่าง Blind หรือ Freak on a Leash คือภาพจำของวง และในปี 2015 มายด์ได้สัมผัสพลังนั้นเป็นครั้งแรกที่คอนเสิร์ตซึ่งจัดขึ้นย่านประตูน้ำ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าโลกของการดูคอนเสิร์ตกว้างกว่าที่เคยคิดไว้มาก

 

มายด์เล่าว่าสิ่งที่ทำให้คืนนั้น เปิดโลก ไม่ใช่แค่ดนตรีบนเวที แต่คือพลังของผู้ชมรอบตัว ทั้งการเซิร์ฟคน การโยนตัวไปตามจังหวะ และโมเมนต์ที่คนแปลกหน้าซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน กลับพร้อมใจกันดูแลกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่คอนเสิร์ตครั้งนั้นเธอไปคนเดียว ในช่วงที่เพิ่งย้ายมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และยังไม่มีเพื่อนที่ฟังเพลงแนวเดียวกัน แต่แทนที่จะรู้สึกโดดเดี่ยว มันกลับกลายเป็นคืนที่สนุกและอิสระอย่างคาดไม่ถึง และหลังจากวันนั้น มายด์ก็รู้ตัวทันทีว่าเธอหลงรักการดูคอนเสิร์ตเข้าแล้ว

 

The post 4 HOURS LIFE with WJMILD กับวันว่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ชวนเวียนเทียนด้วย ‘ต้นไม้’ ลดขยะ ลดฝุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว https://thestandard.co/life/bangkok-green-merit-making/ Wed, 25 Feb 2026 11:14:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1181711 ภาพผู้คนกำลังเดินเวียนเทียนรอบโบสถ์โดยถือต้นกล้าเล็กๆ แทนธูปเทียนในกิจกรรมเวียนเทียนด้วยต้นไม้

เปิดปีมาไม่ทันไร ก็เข้าสู่เดือนที่ 3 ของปี ซึ่งวันที่ 3 […]

The post กทม. ชวนเวียนเทียนด้วย ‘ต้นไม้’ ลดขยะ ลดฝุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้คนกำลังเดินเวียนเทียนรอบโบสถ์โดยถือต้นกล้าเล็กๆ แทนธูปเทียนในกิจกรรมเวียนเทียนด้วยต้นไม้

เปิดปีมาไม่ทันไร ก็เข้าสู่เดือนที่ 3 ของปี ซึ่งวันที่ 3 มีนาคมของปีนี้ ตรงกับ ‘วันมาฆบูชา’ หนึ่งในวันสำคัญทางพุทธศาสนา โดยกรุงเทพมหานครและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน อยากชวนเหล่าพุทธศาสนิกชนมา ‘เวียนเทียนด้วยต้นไม้’ เปลี่ยนการถือธูปเทียนเพื่อเวียนเทียนแบบเดิม มาเป็นการถือต้นกล้าเล็กๆ เดินเวียนรอบพระอุโบสถ

 

กิจกรรมนี้ ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดการใช้เทียนที่ก่อให้เกิดควันและขยะตกค้าง พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกต้นไม้ได้ที่วัด หรือจะพกไปเองก็ได้ จากนั้นก็นำไปอธิษฐาน สวดมนต์ เดินเวียนรอบพระอุโบสถ ก่อนนำกลับไปปลูกที่บ้าน หรือปลูกในพื้นที่สาธารณะ เพื่อสานต่อความหมายของการสร้างบุญให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม

 

เวียนเทียนด้วยต้นไม้ มีวัดเข้าร่วมมากถึง 300 แห่ง โดยต้นไม้ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ กรุงเทพมหานคร, กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, สภาลมหายใจ และหน่วยงานอื่นๆ อีกมากมาย

 

ใครที่อยากหากิจกรรมสร้างสรรค์ อยากสร้างบุญอย่างเป็นรูปธรรม สามารถเช็กรายชื่อวัดที่เข้าร่วมได้ https://treefordhamma.org/home/tree-circumambulation/temple-participation หรือจะหิ้วไปเวียนเองยังวัดใกล้บ้านก็ได้เช่นกัน

 

ภาพ: Tree for Dhamma

The post กทม. ชวนเวียนเทียนด้วย ‘ต้นไม้’ ลดขยะ ลดฝุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Omakase Test: พิสูจน์เคมีคู่เดตให้รู้เรื่องใน 2 ชั่วโมง ด้วยโอมากาเสะ https://thestandard.co/life/omakase-date-chemistry-test/ Wed, 25 Feb 2026 03:44:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1181497 ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต

หลายคนบอกว่าอยากรู้จักใครให้ลองไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกั […]

The post Omakase Test: พิสูจน์เคมีคู่เดตให้รู้เรื่องใน 2 ชั่วโมง ด้วยโอมากาเสะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต

หลายคนบอกว่าอยากรู้จักใครให้ลองไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน แต่ในทุกวันนี้โลกของความสัมพันธ์ที่หมุนไวขึ้นทุกวัน เราอาจไม่ต้องรอถึงทริปยาวๆ เพราะแค่การนั่งสบตากันหน้าบาร์ไม้ฮิโนกิสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศที่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างประณีตอย่าง ‘โอมากาเสะ’ ก็อาจทำหน้าที่เป็นเครื่องตรวจวัดเคมีและความเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

 

สำหรับเราแล้ว โอมากาเสะจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่มันคือการสร้างพื้นที่จำลองของความสัมพันธ์ ภายใต้แสงไฟนวลตาและช่วงเวลาของมื้ออาหารที่เชฟเป็นผู้กำหนด เราจะได้เห็นตัวตนของอีกฝ่ายผ่านรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่ความใส่ใจเรื่องสิ่งที่เราทานไม่ได้ก่อนเริ่มจองโต๊ะ ไปจนถึงวิธีที่เขารับมือกับความเงียบในพื้นที่ที่หลบสายตากันไม่ได้

 

และยังรวมถึงวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนรอบข้างในช่วงที่ต้องรอคำถัดไป เพราะในความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรทำให้ใครต้องเดา และต้องไม่ทำให้ใครรู้สึกตัวเล็กลง แม้ในมื้ออาหารที่หรูหราที่สุดก็ตาม หากจบคอร์สแล้วบทสนทนายังลื่นไหลจนลืมมองนาฬิกา คุณอาจกำลังพบความสัมพันธ์ที่รสชาติกลมกล่อม ยิ่งกว่าอูนิคำสุดท้ายที่เพิ่งทานหมดไป

 

LIFE เลยคัด 5 ร้านโอมากาเสะที่แตกต่างทั้งบรรยากาศและเรื่องราว มาให้คุณเลือกใช้เป็นพื้นที่เช็กเคมีในเดตถัดไป

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 1

 

Sushi Masato

 

หนึ่งในตำนานโอมากาเสะของกรุงเทพฯ ที่ได้รับมิชลินสตาร์ และถูกพูดถึงในฐานะร้านซูชิระดับแถวหน้าของวงการมาอย่างยาวนาน โดยเชฟมาซาโตะ ชิมิสุ ผู้ยึดมั่นในศาสตร์ซูชิสไตล์ Edomae สไตล์เก่าดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การบ่มปลา การปรับอุณหภูมิข้าว ไปจนถึงจังหวะการเสิร์ฟที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ

 

วัตถุดิบส่วนใหญ่ส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่นตามฤดูกาล คอร์สโอมากาเสะจึงถูกจัดเรียงลำดับรสชาติอย่างละเอียด ทุกคำเน้นความสมดุลระหว่างปลาและข้าวในแบบที่เรียบง่าย และกลายเป็นหมุดหมายของคนที่อยากสัมผัสโอมากาเสะแบบจริงจังในไทย

 

บรรยากาศของร้านค่อนข้างเงียบ มีความเป็นส่วนตัวสูง เคาน์เตอร์ขนาดเล็กทำให้ทุกที่นั่งใกล้ชิดกับเชฟและทุกขั้นตอนของการรังสรรค์อาหาร เป็นร้านที่ไม่เน้นความหวือหวา เน้นความนิ่ง ความแม่นยำ และความตั้งใจในทุกองค์ประกอบ

 

เหมาะกับเดตที่อยากได้ประสบการณ์โอมากาเสะระดับตำนาน และบทสนทนาที่จริงจังในพื้นที่ที่สงบและโฟกัสกับสิ่งตรงหน้า

 

Address: ซอยสุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี 1)

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 12.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.00 น. / 19.30 น.

Contact: Sushi Masato

Budget: เริ่มต้น 4,000++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 2

 

Umi

 

อีกหนึ่งในร้านโอมากาเสะที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน และมีฐานลูกค้าประจำชัดเจน ซึ่งเป็นร้านที่หลายคนรู้จักในฐานะจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักโอมากาเสะของไทย

 

เชฟเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล โดยเน้นความสดและความสมดุลของรสชาติในทุกคำ คอร์สถูกจัดเรียงอย่างเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป แต่ยังคงความละเมียดในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำให้เป็นร้านที่ทั้งมือใหม่และคนที่คุ้นเคยกับโอมากาเสะอยู่แล้วสามารถนั่งทานได้อย่างสบายใจ

 

ด้วยบรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเองมากกว่าความเคร่งขรึม ตัวเคาน์เตอร์ไม่ใหญ่ ทำให้เกิดบทสนทนาได้ง่าย และไม่กดดันจนเกินไปสำหรับเดตแรก

 

ก็เหมาะกับคู่เดตที่อยากเช็กเคมีในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่ยังได้มาตรฐานโอมากาเสะที่ไว้ใจได้

 

Address: มี 2 สาขา ที่ Gaysorn Village และ Velaa Sindhorn Village

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 12.00-14.00 น. / 17.30-19.30 น.

Contact: Umi

Budget: เริ่มต้น 3,800++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 3

 

Sushi Ichizu

 

เชฟเลือกใช้วัตถุดิบในสไตล์โอมากาเสะญี่ปุ่นแท้แบบ Edomae สไตล์เก่าดั้งเดิม โดยเสิร์ฟคอร์สซูชิที่เปลี่ยนตามฤดูกาลและเลือกวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น เช่น Uni จากฮอกไกโดหรือปลาทูน่าคัดพิเศษ และมีตัวเลือกทั้ง Nigiri Course, Mini Omakase และ Full Omakase ที่ระดับสูงกว่าเดิม

 

บรรยากาศของร้านออกแบบให้รู้สึกเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ด้วยสไตล์ญี่ปุ่นแบบมินิมอลและเคาน์เตอร์ที่ไม่ใหญ่ ทำให้เป็นหนึ่งในร้านโอมากาเสะที่ได้รับคำชมว่ามีทั้งคุณภาพวัตถุดิบและการบริการที่ดี ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเสมอเพราะจำนวนที่นั่งมีจำกัด

 

เหมาะกับเดตที่อยากได้ประสบการณ์พิเศษของโอมากาเสะที่สงบและละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นแท้

 

Address: ซอยเพชรบุรี 38/1 (ท้ายซอยสุขุมวิท 39)

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 12.00 น. / 13.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.30 น. / 19.30 น. / 20.00 น.

Contact: Sushi Ichizu

Budget: เริ่มต้น 2,500++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 4

 

Sushi Saryu

 

โอมากาเสะระดับพรีเมียมที่ได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ของกรุงเทพฯ เชฟ Seiji Sudo จะรังสรรค์ คอร์สโอมากาเสะประมาณ 15 คำ พร้อมวัตถุดิบส่งตรงจากตลาดปลาโทโยสุในโตเกียว

 

บรรยากาศของร้านออกแบบให้รู้สึกเป็นส่วนตัวและมินิมอล ด้วยเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิที่เชฟทำอาหารตรงหน้าแขก ทำให้ทุกคำสัมผัสได้ทั้งรสชาติและความตั้งใจของผู้เสิร์ฟ โดยมีที่นั่งจำกัดเพียง 6-8 คนต่อรอบเท่านั้น ดังนั้นการจองล่วงหน้าจึงสำคัญมาก

 

Address: ชั้น G, Kronos Building Sathorn

Open: เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-22:00 น.

Contact: Sushi Saryu

Budget: เริ่มต้น 8,000++ บาทต่อคน

 

ภาพประกอบร้านโอมากาเสะทั้ง 5 แห่งที่แนะนำในบทความ เพื่อพิสูจน์เคมีคู่เดต 5

 

Sushi Zo

 

ร้านโอมากาเสะที่โดดเด่นในแนวคิด Ittaikan หรือการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างอาหารทะเลและข้าวซูชิ ให้ทั้งสององค์ประกอบกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ที่ก่อตั้งโดยเชฟ เคอิโซ เซกิ ชาวโอซาก้า นำเสนอซูชิแบบเอโดะมาเอะจากโตเกียว ก่อนเดินทางไปเปิดสาขาแรกที่ลอสแอนเจลิส และได้รับการการันตีด้วย มิชลินสตาร์ 2 ดวง จากลอสแอนเจลิส ปี 2009 และนิวยอร์ก ปี 2016

 

โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของซูชิแบบเอโดะมาเอะไว้อย่างชัดเจน ทั้งในลำดับคอร์ส รสชาติ และจังหวะของมื้ออาหาร เหมาะกับเดตที่อยากสัมผัสโอมากาเสะแบบจริงจัง

 

ในบรรยากาศที่เน้นรายละเอียดและความตั้งใจในทุกคำ

 

Address: ชั้น G, Athenee Tower

Open: เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 12:00 น. / 17:30 น. / 19.30 น.

Contact: Sushi Zo

Budget: เริ่มต้น 7,000++ บาทต่อคน

 

ภาพ: Courtesy of the restaurant

The post Omakase Test: พิสูจน์เคมีคู่เดตให้รู้เรื่องใน 2 ชั่วโมง ด้วยโอมากาเสะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 25 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 https://thestandard.co/life/life-this-week-bangkok-events-late-feb-2026/ Wed, 25 Feb 2026 03:30:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1181476 life-this-week-bangkok-events-late-feb-2026

ก้าวเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ช่วงเวล […]

The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 25 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
life-this-week-bangkok-events-late-feb-2026

ก้าวเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ช่วงเวลานี้ของเมืองดูเหมือนจะสนุกขึ้นและน่าค้นหาขึ้นในเวลาเดียวกัน ถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เดือนใหม่ที่ดีที่เราจะอนุญาตให้ตัวเองได้พักจากความเร่งรีบบ้าง แล้วหันมาสำรวจประสาทสัมผัสผ่านกลิ่นรสของชา เสียงดนตรีแจ๊สในบาร์ลับ หรือแม้แต่การออกไปร่วมฉลองกับคอมมูนิตี้ที่เติบโตมาด้วยกัน

 

LIFE This Week สัปดาห์นี้ เราคัดสรรลิสต์ที่จะพาคุณไปพบกับความหลากหลาย ตั้งแต่ปาร์ตี้ริมน้ำสุดเท่ การฉลองครบรอบ 10 ปีของพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางทองหล่อ ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่จะช่วยรีเซ็ตการนอนของคุณให้มีคุณภาพที่สุด ไม่ว่าคุณจะอยากออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรืออยากหาพื้นที่สงบเพื่ออยู่กับตัวเอง นี่คือลิสต์กิจกรรมที่เราไม่อยากให้คุณพลาดก่อนจะเริ่มเดือนมีนาคมอย่างเต็มตัว

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

A Pause of Senses


ท่ามกลางความเร่งรีบของย่านสุขุมวิท NORSE Republics ชวนคุณมาหยุดพักจังหวะชีวิตในนิทรรศการ ‘A Pause of Senses’ โปรเจกต์พิเศษที่ชุบชีวิตบ้านเก่าใจกลางซอยสุขุมวิท 20 ให้กลายเป็นพื้นที่เชื่อมต่อประสบการณ์ร่วมกับ &Tradition แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากเดนมาร์ก นำเสนอไลฟ์สไตล์และดีไซน์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อให้เราได้มองเห็นความงามที่ซ่อนอยู่ในความเรียบง่ายรอบตัว

 

ความพิเศษของนิทรรศการนี้คือการนำงานออกแบบไอคอนิกที่หยั่งรากจากขนบสแกนดิเนเวียมาตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โดยใช้งานออกแบบเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และการสัมผัส ให้ผู้มาเยือนได้ดิ่งลึกลงสู่ห้วงความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน นับเป็นครั้งแรกที่มีการนำจิตวิญญาณแห่งงานดีไซน์จากโคเปนเฮเกนมาถ่ายทอดอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมเฟอร์นิเจอร์ หรือเพียงแค่อยากหาพื้นที่สงบเพื่อมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ การแวะมาจะทำให้คุณได้พบกับบทสนทนาระหว่างงานดีไซน์คลาสสิกและวิถีชีวิตร่วมสมัยที่ลงตัวที่สุด พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปที่น่าสนใจตลอดระยะเวลาการจัดงาน เป็นช่วงเวลาแห่งการหยุดพัก เพื่อให้เราได้กลับมาสำรวจตัวเองผ่านงานศิลปะที่จับต้องได้จริง

 

Open: เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันจันทร์)

When: 13 กุมภาพันธ์ -15 เมษายน 2569

Where: ชั้น 2 STILL House (หน้าปากซอยสุขุมวิท 20)

More Info: NORSE Republics , &Tradition

 

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

Matcha Mixology

 

เปลี่ยนวันหยุดสุดสัปดาห์ให้กลายเป็นช่วงเวลาพิถีพิถันที่ Sanjō Space พื้นที่สร้างสรรค์บนชั้น 3 ของคาเฟ่ HOMU ที่ยึดถือแนวคิด Where love is made by hand ในทุกๆ สัปดาห์พวกเขาชวนคุณมาสัมผัสสุนทรียภาพผ่านรสชาติในเวิร์กชอปการชงมัทฉะสไตล์ Mixology

 

นอกจากเรื่องของมัทฉะ ที่นี่ยังมีเวิร์กชอปที่ช่วยฝึกสมาธิและสร้างสมดุลให้กับจิตใจอีกมากมาย Ikebana ศิลปะการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นที่เน้นความงามของความว่างเปล่า และ Earthform Ceramics งานเซรามิกที่ให้คุณได้สัมผัสกับพื้นผิวธรรมชาติและรูปทรงออร์แกนิก

 

แต่ละกิจกรรมถูกออกแบบมาเพื่อให้เราได้ใช้มือและใจ สื่อสารกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งทำของทำมือชิ้นเดียวในโลก พร้อมจิบมัทฉะรสชาติลุ่มลึกที่ปรุงด้วยตัวเอง นี่คือพิกัดที่จะช่วยเติมเต็มพลังงานด้านบวกให้กับคุณได้อย่างดีเยี่ยม

 

Open: รอบเวลา 10.00 น. และ 13.30 น.

When: 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569

Where: Sanjō Space ชั้น 3 HOMU BKK

More Info: Sanjo Space , Homu BKK

 

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

Ugly Running Training Club


เช้าวันศุกร์นี้ สลัดความง่วงแล้วมาสวมรองเท้าคู่ใจออกไปวิ่งรับอรุณกับคอมมูนิตี้นักวิ่งที่เชื่อว่าความสนุกสำคัญพอๆ กับการฝึกซ้อม ครั้งนี้พวกเขาชวนทุกคนมาวอร์มอัพและวิ่งไปด้วยกันในบรรยากาศสดชื่นของสวนเบญจกิติที่เหมาะที่สุดสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีพลัง

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งสายสปีดหรือสายจ็อกกิงกินลมชมวิว ที่นี่เปิดกว้างสำหรับทุกระดับความฟิต เน้นการฝึกซ้อมที่ถูกต้องควบคู่ไปกับการสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ในกลุ่มคนรักการออกกำลังกาย เริ่มต้นด้วยการยืดเหยียดร่างกายอย่างถูกวิธีก่อนจะออกไปวิ่งตามจังหวะฝีเท้าของตัวเอง

 

ใครที่กำลังมองหาแรงผลักดันในการลุกจากเตียงช่วงเช้ามืด ลองพาตัวเองออกมาจอยกับ Ugly Running ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าการตื่นเช้ามาวิ่งไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แล้วคุณจะติดใจว่าการวิ่งก่อนไปทำงานเช้าวันศุกร์มันสนุกกว่าที่คิด

 

Open: เริ่มวิ่งเวลา 06.30 น.

When: 27 กุมภาพันธ์ 2569

Where: สวนเบญจกิติ ประตู 3

More Info: Ugly Running Training Club

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

Rehab City Run

 

‘Run. Recover. Repeat.’ คอนเซปต์ของกิจกรรมซิตี้รันในเช้าวันอาทิตย์นี้ที่ Clubtempo จับมือกับ Agile Rehabilitation & Physio Clinic ชวนเหล่านักวิ่งออกมาขยับร่างกายสำรวจเมืองไปด้วยกัน โดยมีให้เลือก 2 ระยะทาง ทั้งสายชิลล์ 5KM (Fun Run) และสายอึด 11KM (Long Run) ที่สำคัญงานนี้ไม่ได้จบแค่ที่เส้นชัย แต่เน้นให้ทุกคนกลับมาฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงกว่าเดิม

 

ความพิเศษที่พลาดไม่ได้คือเซสชันฟื้นฟูร่างกายที่จัดเต็มแบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายหลายส่วน หลายข้อต่อพร้อมกัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ คลาสโยคะยืดเหยียดผ่อนคลาย หรือการลงแช่ Ice Bath เพื่อลดการอักเสบและฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างล้ำลึก ซึ่งทุกเซสชันดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้เรียนรู้วิธีการดูแลร่างกายหลังการวิ่งอย่างถูกวิธี

 

Open: เริ่มลงทะเบียน 06.00 น.

When: 1 มีนาคม 2569

Where: Agile Rehabilitation & Physio Clinic

More Info: CLUB Tempo BKK

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

Deep Sleep Reset


เพราะการนอนคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการใช้ชีวิต แต่ในวันที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความเครียด หลายคนอาจหลงลืมวิธีที่ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะพักผ่อนได้อย่างล้ำลึก RECHILL จึงชวนคุณมาเข้าร่วมเวิร์กช็อป Deep Sleep Reset ที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกลไกการนอนและเรียนรู้วิธีการ ‘ปิดสวิตช์ความคิด’ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับความเพลียสะสมที่เจอมาตลอดทั้งสัปดาห์

 

ไฮไลต์ของค่ำคืนนี้คือการทำ Evening Breathwork เพื่อปรับจูนระบบประสาทให้สงบลง ผสานกับการทำ Ice Bath ที่ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายและบรรเทาการอักเสบของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ลึกและเร็วขึ้น เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้การนอนหลับของคุณดีขึ้นและตื่นมาพร้อมความสดชื่นอย่างแท้จริง

 

เวิร์กช็อปนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีปัญหาหลับยาก หลับไม่สนิท หรือต้องการ Wind down ร่างกายหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ลองเปลี่ยนคืนวันศุกร์ให้เป็นช่วงเวลาของการรีเซ็ตระบบภายในร่างกาย ให้คุณได้ดำดิ่งลงสู่ความสงบและค้นพบกุญแจสำคัญของการนอนที่มีคุณภาพ เพื่อเตรียมพร้อมรับวันหยุดอย่างมีพลัง

 

Open: เวลา 19.00-21.00 น.

When: 27 กุมภาพันธ์ 2569

Where: RECHILL

More Info: RECHILL

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

Jazz Night By Cinnamon Soul


เปลี่ยนคืนกลางสัปดาห์ให้กลายเป็นช่วงเวลาสุนทรีย์ที่ TUBA ร้านอาหารและบาร์ระดับตำนานย่านเอกมัย 21 ที่ขึ้นชื่อเรื่องของสะสมสไตล์วินเทจสุดแปลกตา ทราบกันดีในหมู่คอเพลงว่าทุกคืนวันอังคารและวันพฤหัสบดี ที่นี่คือหมุดหมายของดนตรีแจ๊สคุณภาพ และในสัปดาห์นี้บรรยากาศจะพิเศษยิ่งขึ้นด้วยท่วงทำนองจากวง Cinnamon Soul ที่จะมาสะกดผู้ฟังด้วยเสียงร้องทรงพลังของ ฟ้า จากเวที The Voice

 

ด้วยเสน่ห์ของ TUBA ที่รวบรวมทั้งงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุคเข้าไว้ด้วยกัน การมาฟังเพลงที่นี่จึงเหมือนการพาตัวเองมาพักผ่อนในบรรยากาศกึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ใครที่มองหาที่นั่งชิลล์พร้อมเสียงเพลงคุณภาพในทุกสัปดาห์ ปักหมุดคืนวันอังคารและพฤหัสบดีที่เอกมัย 21 ไว้ได้เลย

 

Open: ดนตรีแจ๊สเริ่มเวลา 20.30 น.

When: 26 กุมภาพันธ์ 2569

Where: TUBA ซอยเอกมัย 21

More Info: Tuba BKK 

 

LIFE This Week ประจำสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (26 ก.พ. - 1 มี.ค. 2026)

 

A Couple Hours


หากคุณกำลังมองหาค่ำคืนที่อบอุ่น Bluebird Jazz Bar ชวนคุณมาใช้เวลาไปกับโปรเจกต์พิเศษ #miscandmatch ที่เป็นการรวมตัวกันของ Sararn Quartet และ Misc. Strings ในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง Grammy’s Best New Artist Celebration Night ที่จะเนรมิตบาร์แจ๊สขนาดกะทัดรัดให้กลายเป็นพื้นที่แห่งเสียงดนตรีที่ลุ่มลึกและมีชีวิตชีวา

 

ความพิเศษของโชว์นี้คือการนำบทเพลงจากศิลปินที่เคยคว้ารางวัล Best New Artist อย่าง Olivia Dean และศิลปินคุณภาพอีกมากมาย มาเรียบเรียงใหม่ผ่านการผสมผสานระหว่างเครื่องสาย เสียงร้องที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และจังหวะกรูฟที่ลงตัว โดยทีมงานตั้งใจคัดสรรมาทั้งเพลงที่คุ้นหู และเพลงที่ทรงคุณค่า เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการแสดงสดในบรรยากาศสุดพิเศษที่คุณจะได้ยินเสียงดนตรีชัดเจนในทุกรายละเอียด

 

Open: ดนตรีแจ๊สเริ่มเวลา 21.00 น.

When: 26 กุมภาพันธ์ 2569

Where: Bluebird Jazz Bar ซอยสุขุมวิท 24

More Info: Bluebird Jazz Bar

 

LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 25 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2569

 

10 Years With Love


ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 อย่างเป็นทางการกับ theCOMMONS Thonglor พื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ย่านทองหล่อมาตลอดทศวรรษ ในโอกาสพิเศษนี้พวกเขาจึงจัดงานเพื่อแทนคำขอบคุณและส่งต่อความรักผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ทุกคนในครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำในบรรยากาศที่คุ้นเคย

 

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ปาร์ตี้เค้กวันเกิดสุดอบอุ่น และกิจกรรม Spring Soirée โดย Little Pea ที่ชวนเด็กๆ มาสนุกกับการเปิดบ้านและคลาสทดลองเรียน รวมถึงเวิร์กช็อป Pretend Lab ที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการผ่านบทบาทสมมติต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Memory Lane Photo Exhibit นิทรรศการภาพถ่ายที่รวบรวมบันทึกการเดินทาง 10 ปีของ theCOMMONS ให้เราได้เดินย้อนรำลึกความทรงจำไปด้วยกัน

 

และอย่าลืมแวะไปที่ Love Letter Corner พื้นที่ชวนคุณเขียนข้อความส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านตู้จดหมายถึงคนที่คุณรักหรือถึงตัวคอมมูนิตี้เอง เป็นการเติมเต็มพลังงานบวกและเฉลิมฉลองความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ใครที่โตมากับที่นี่หรือกำลังมองหากิจกรรมสำหรับครอบครัวในวันเสาร์นี้ ต้องแวะมาเจอกันที่ทองหล่อนะ

 

Open: เวลา 10.00-17.00 น. ( ปาร์ตี้เค้กวันเกิดเวลา 13.00-15.00 น.)

When: 28 กุมภาพันธ์ 2569 / นิทรรศการถึง 15 มีนาคม 2569

Where: theCOMMONS Thonglor

More Info: theCOMMONS Thonglor

 

LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 25 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2569

 

Looker ‘N’ Friends


เมื่อ Looker ชวนเพื่อนมาเจอกัน ในพื้นที่โกดังเก่าริมน้ำจึงกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่มีชีวิต จัดเป็นอีเวนต์ที่ต่อยอดจากหน้ากระดาษสู่พื้นที่จริง เพื่อให้ผู้คน สไตล์ และเรื่องราวได้มาบรรจบกัน ภายใต้บรรยากาศสุดคลาสสิกของ OLD SMOKE โรงงานยาสูบเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ร่องรอยของกาลเวลายังคงชัดเจนและเท่ในแบบฉบับของตัวเอง

 

ภายในงานคุณจะได้พบกับตลาดของคอมมูนิตี้ต่างๆ ที่คัดสรรร้านค้ามาอย่างดี ตั้งแต่แฟชั่นวินเทจ ดีไซน์ไอเท็ม งานคราฟต์ ไปจนถึงไอเท็มหายากที่เหล่าสายเก็บไม่ควรพลาด และช่วงเย็นก็ต่อด้วยปาร์ตี้จากไลน์อัปดีเจและกลุ่มดนตรีแถวหน้าอย่าง DUDESWEET, QUAY RECORDS, RATTANAGOSOUND, TAPEJAM ที่จะทำให้บรรยากาศริมน้ำคึกคักไปจนถึงเที่ยงคืน เรียกได้ว่าเป็นอีเวนต์ส่งท้ายเดือนกุมภาพันธ์ที่รวมความเท่ไว้อย่างครบถ้วนในที่เดียว

 

Open: เวลา 15.00-00.00 น.

When: 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569

Where: Old Smoke Riverside เจริญกรุง 74 (ใกล้เอเชียทีค)

More Info: LOOKER MARKET

 

LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 25 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2569

 

Bangkok Art Walk ครั้งที่ 2


การกลับมาของเส้นทางเดินชมศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ Bangkok Art Walk ครั้งที่ 2 ที่จะเปลี่ยนย่านถนนหลานหลวง-จักรพรรดิพงษ์-นางเลิ้ง ให้กลายเป็นแกลเลอรีมีชีวิตยามเย็น ชวนทุกคนออกมาเดินทอดน่องสำรวจเมือง พบปะพูดคุยกับศิลปินไทยและนานาชาติหลากหลายแขนง พร้อมเลือกชมผลงานศิลปะที่ถูกคัดสรรมาจัดแสดงตามจุดต่างๆ ในย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้

 

เสน่ห์ของงานนี้คือการผสมผสานระหว่างงานศิลป์และวิถีชุมชน คุณจะได้สนับสนุนร้านค้าของดีประจำย่านไปพร้อมกับการฟังดนตรีสดที่ร้อยเรียงมาให้เข้ากับ Vibe ของแต่ละจุด ตั้งแต่แจ๊ส ป๊อป โซลไปจนถึงดนตรีเพื่อชีวิต ที่สำคัญรายได้ส่วนหนึ่งจากศิลปินและ L’On Gallery จะถูกมอบให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เพื่อช่วยเหลือเด็กที่เป็นมะเร็ง เด็กคลอดก่อนกำหนด และเด็กผู้พิการทางสมอง รวมถึงมูลนิธิ Soi Dog เพื่อช่วยเหลือสัตว์อีกด้วย

 

ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเสพงานศิลป์ แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่ร่วมกันส่งต่อความปรารถนาดีคืนสู่สังคมและสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือ ใครที่มองหากิจกรรมยามเย็นช่วงสุดสัปดาห์ที่ได้ทั้งความเพลิดเพลินและอิ่มใจ ปักหมุดหลานหลวง-นางเลิ้ง ไว้ได้เลย

 

Open: เวลา 16.00-22.00 น.

When: 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569

Where: ถนนหลานหลวง – จักรพรรดิพงษ์ – นางเลิ้ง

More Info: L’On bangkok

 

The post LIFE This Week สิ่งน่าทำที่เราอยากชวนคุณออกไปลองสัปดาห์นี้ 25 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความสัมพันธ์ของเรา แค่ Burnout หรือหมดรักกันแน่? https://thestandard.co/life/relationship-burnout-love-dilemma/ Wed, 25 Feb 2026 01:04:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1181458 ภาพคู่รักนั่งห่างกัน ดูเหม่อลอย สะท้อนความเหนื่อยล้าในความสัมพันธ์

มีความรู้สึกแบบหนึ่งที่พูดยากมาก คือการที่เรายังรักใครบ […]

The post ความสัมพันธ์ของเรา แค่ Burnout หรือหมดรักกันแน่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคู่รักนั่งห่างกัน ดูเหม่อลอย สะท้อนความเหนื่อยล้าในความสัมพันธ์

มีความรู้สึกแบบหนึ่งที่พูดยากมาก คือการที่เรายังรักใครบางคน ยังอยู่ในความสัมพันธ์เดิม ยังไม่ได้อยากจากไปไหน แต่ข้างในกลับเงียบลงอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่เพราะเลิกรัก ไม่ใช่เพราะมีคนใหม่ และไม่ใช่เพราะเกิดเหตุการณ์ใหญ่โตอะไร เพียงแค่เหนื่อย เหนื่อยแบบที่ไม่รู้จะอธิบายกับใครยังไงดี? นักจิตวิทยาเรียกสภาวะนี้ว่า Relationship Burnout คือภาวะที่คนยังรัก แต่รักในโหมดที่พลังงานลดลงเรื่อยๆ จนความรู้สึกเริ่มจางลงกว่าที่เคยเป็น

 

สาเหตุเกิดจากการพยายามและการปรับตัวที่สะสมมานาน Burnout ในความรักจึงไม่จำเป็นต้องมาพร้อมการทะเลาะใหญ่โต แต่มักมาในรูปของความเฉย ความเงียบ และความรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในความสัมพันธ์มากกว่ามีชีวิตอยู่ในนั้น สัญญาณอันตรายของสถานการณ์แบบนี้มักจะสังเกตยาก บางคนอาจต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น แม้การใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่รู้สึกแย่ แต่ก็ไม่เติมเต็มเหมือนเดิม บางคนหมดแรงจะวางแผนอนาคต หรือไม่มีพลังแม้แต่จะอธิบายความไม่สบายใจ สิ่งที่ทำให้เจ็บคือ เรายังห่วง ยังแคร์ แต่ก็ไม่รู้จะเอาพลังงานจากไหนมาซ่อมแซมหรือพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น

 

คำถามสำคัญคือ Burnout หรือหมดรักกันแน่?

 

Burnout มักมาพร้อมความรู้สึกว่าถ้าได้พัก ได้รับการเข้าใจ หรือได้เติมพลัง ความรู้สึกบางอย่างอาจกลับมาได้ ขณะที่ความรักที่จบแล้วมักให้ความรู้สึกว่างเปล่าแบบถาวร ไม่ว่าพยายามพักหรือซ่อมยังไงก็ไม่รู้สึกเหมือนเดิม การดูแลใจในช่วงนี้อาจเริ่มจากการยอมรับความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ตัดสินให้ได้ก่อนนะ เพราะอาการ Burnout ที่เกิดกับความรักเป็นสัญญาณว่าข้างในใจของเราต้องการพัก การมีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้นอาจช่วยให้ความสัมพันธ์ค่อยๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และหากรู้สึกว่าสองคนยังหาทางออกไม่เจอ การคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ได้ อย่ามองว่านี่คือความรักที่ล้มเหลว ลองมองในมุมบวกว่ามันแค่เตือนว่าคนเราล้วนมีขีดจำกัด และบางช่วงของการเดินทาง ก็ต้องการการดูแลที่ลึกกว่าแค่การอยู่ด้วยกัน การที่เรายังตั้งคำถามและยังอยากเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง นั่นเองคือหลักฐานเงียบๆ ว่าข้างในเรายังมีบางอย่างที่อยากรักษาไว้ และยังไม่อยากปล่อยมือจากกันถาวร ใครเคยติดอยู่ในสภาวะที่ ‘ยังรักแต่เหนื่อย’ แบบนี้บ้าง? ลองคอมเมนต์แชร์วิธีฮีลใจของตัวเองกันได้นะ

The post ความสัมพันธ์ของเรา แค่ Burnout หรือหมดรักกันแน่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Circadian Rhythm: รู้จักนาฬิกาชีวภาพที่กำหนดพลังงาน อารมณ์ และการนอน https://thestandard.co/life/circadian-rhythm-biological-clock/ Tue, 24 Feb 2026 10:49:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1181392 ภาพประกอบแสดงนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ที่ควบคุมจังหวะการตื่น การนอน พลังงาน และอารมณ์ของร่างกายมนุษย์

ชวนสังเกตพลังงานว่าทำไมบางช่วงเราคึก บางช่วงเราเฉื่อย ค […]

The post Circadian Rhythm: รู้จักนาฬิกาชีวภาพที่กำหนดพลังงาน อารมณ์ และการนอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ที่ควบคุมจังหวะการตื่น การนอน พลังงาน และอารมณ์ของร่างกายมนุษย์

ชวนสังเกตพลังงานว่าทำไมบางช่วงเราคึก บางช่วงเราเฉื่อย

ความรู้สึกตื่นตัวและอ่อนล้าในแต่ละวันไม่ได้เกิดแบบลอยๆ แต่มาจากฮอร์โมนที่นาฬิกาชีวภาพควบคุม Cortisol จะสูงขึ้นในช่วงเช้าเพื่อช่วยให้เราตื่นและพร้อมเริ่มวันใหม่ ขณะที่ Melatonin จะค่อยๆ เพิ่มในช่วงค่ำเพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายผ่อนคลายและเตรียมเข้านอน ในคนส่วนใหญ่ พลังงานมักพีกช่วงสายถึงเที่ยง และอีกครั้งในช่วงบ่ายต้นๆ ขณะที่ช่วงหลังอาหารกลางวันหลายคนจะรู้สึกง่วงเล็กๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากการกินเยอะอย่างเดียว แต่เป็นจังหวะ circadian ที่ลดลงชั่วคราว แน่นอนว่าทุกคนมีจังหวะไม่เหมือนกัน คนตื่นเช้าและคนนอนดึกมี chronotype ต่างกัน แต่หลักการใหญ่ยังเหมือนเดิม คือร่างกายต้องการจังหวะที่สม่ำเสมอ

 

รู้จักความเกี่ยวข้องระหว่างนาฬิกาชีวภาพกับใจของเรา


Circadian Rhythm ไม่ได้ดูแลแค่การนอน แต่ยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์อย่างลึกซึ้ง งานวิจัยจำนวนมากพบว่าการนอนผิดเวลา การทำงานกะกลางคืน หรือการใช้หน้าจอก่อนนอนบ่อยๆ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และ mood disorders หนึ่งในเหตุผลคือ Serotonin ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความสุขก็ได้รับอิทธิพลจากแสงเช่นกัน แสงธรรมชาติในตอนเช้าช่วยกระตุ้นการผลิต serotonin ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมแค่การออกไปโดนแดดอ่อนๆ ตอนเช้าก็สามารถทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

 

เมื่อผิวก็มีนาฬิกาของตัวเอง


ผิวหนังเองก็มี circadian rhythm ในระดับเซลล์ที่เรียกว่า peripheral clock ซึ่งทำงานประสานกับนาฬิกาแม่ในสมอง ช่วงกลางวันผิวจะอยู่ในโหมดปกป้องตัวเอง เสริม skin barrier สร้าง antioxidant และผลิต sebum เพื่อรับมือแสงแดดและมลภาวะ เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน โดยเฉพาะระหว่างการนอนหลับ ผิวจะเปลี่ยนเป็นโหมดซ่อมแซม กระบวนการฟื้นฟู เซลล์ใหม่ และ DNA repair จะทำงานมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำให้ใช้ active ingredients อย่าง retinol, peptide หรือ AHA ในตอนกลางคืน เพราะเป็นช่วงที่ผิวตอบสนองต่อการบำรุงได้ดีที่สุด

 

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนาฬิกาชีวภาพเสียจังหวะ


ชีวิตสมัยใหม่เต็มไปด้วยสิ่งที่รบกวนนาฬิกาชีวภาพ แสงสีฟ้าจากหน้าจอที่กดการหลั่ง melatonin การนอนดึกแบบไม่สม่ำเสมอ การกินอาหารผิดเวลา หรือความเครียดเรื้อรัง เมื่อจังหวะนี้ถูกรบกวน ผลที่เกิดขึ้นอาจเริ่มจากความง่วงและสมาธิลดลง แต่ระยะยาวสามารถกระทบการเผาผลาญ ภูมิคุ้มกัน สุขภาพผิว และสุขภาพใจได้

 

วิธีดูแลนาฬิกาชีวภาพแบบทำได้จริง


หนึ่งในวิธีที่ง่ายและทรงพลังที่สุดคือการรับแสงธรรมชาติในช่วงเช้าหลังตื่นนอน เพราะแสงช่วย reset นาฬิกาชีวภาพให้เริ่มต้นวันใหม่อย่างชัดเจน การพยายามนอนและตื่นให้ใกล้เคียงเวลาเดิมในแต่ละวัน แม้เป็นวันหยุด การลดแสงสว่างก่อนนอน รวมถึงการกินอาหารให้เป็นเวลา ล้วนช่วยให้ระบบภายในร่างกายซิงก์กันดีขึ้น อย่าลืมว่านาฬิกาชีวภาพไม่ใช่สิ่งที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด แต่เป็นจังหวะธรรมชาติที่เราสามารถฟังได้มากขึ้น แค่สังเกตว่าเมื่อไหร่ร่างกายตื่นตัว เมื่อไหร่เริ่มอ่อนล้า แล้วค่อยๆ ปรับพฤติกรรมให้สอดคล้อง ชีวิตก็จะไหลลื่นขึ้น ทั้งพลังงาน อารมณ์ และผิวพรรณในแบบที่ไม่ต้องฝืนตัวเองจนเกินไป

 

The post Circadian Rhythm: รู้จักนาฬิกาชีวภาพที่กำหนดพลังงาน อารมณ์ และการนอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Aether รูฟท็อปใหม่ละแวกสีลม เล่าเรื่องค่ำคืนผ่านดีไซน์และค็อกเทลแบบ Progressive https://thestandard.co/life/aether-rooftop-bar-silom-cocktail/ Tue, 24 Feb 2026 10:38:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1181379 บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก

ถ้าเอ่ยถึง Rooftop Bar นาทีนี้ไม่มีที่ไหนฮอตไปกว่า ‘Aet […]

The post Aether รูฟท็อปใหม่ละแวกสีลม เล่าเรื่องค่ำคืนผ่านดีไซน์และค็อกเทลแบบ Progressive appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก

ถ้าเอ่ยถึง Rooftop Bar นาทีนี้ไม่มีที่ไหนฮอตไปกว่า ‘Aether’ บาร์ชั้นสูงสุดของตึก Central Park Offices ที่มอบวิวเมืองแบบ 360 องศา มองเห็นทั้งเส้นขอบฟ้าและผืนเขียวของสวนลุมพินี นี่คือโปรเจกต์ล่าสุดของ Watermelon Group ที่ตั้งใจนิยามคำว่า Rooftop ใหม่ ครบเครื่องทั้งงานดีไซน์ บรรยากาศ แสงดี ไปจนถึงดริงก์ค็อกเทล

 

บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก 1บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก 2

 

The Vibe

 

‘Aether’ (อีเธอร์) มาจากชื่อของเทพเจ้าแห่งแสงและชั้นบรรยากาศในตำนานกรีก โดย Watermelon Group หยิบเอามาเป็นแรงบันดาลใจก่อนถ่ายทอดลงมาเป็นบาร์บนชั้นดาดฟ้ากึ่งเลานจ์กึ่งฟลอร์เต้นรำที่เล่นกับแสง เสียง และดีไซน์แบบฟิวเจอริสติก ลำโพงสีเงินขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านราวกับประติมากรรมล้ำยุค เฟอร์นิเจอร์เรียบหรูแต่ชวนให้นั่งยาวๆ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้พาอารมณ์ค่อยๆ ไต่ระดับเหมือนการเคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศ

 

แสงคือองค์ประกอบสำคัญของที่นี่ ไล่เฉดไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ให้ฟีลอบอุ่นโทนส้มอมชมพูของแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก่อนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นส้มแสดตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิทโดยมีฉากหลังเป็นกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน

 

บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก 3

 

The Taste

 

สำหรับเครื่องดื่ม มีทั้งเมนูทั่วไปอย่างไวน์ แชมเปญ ไปจนถึงค็อกเทลสูตรพิเศษที่ได้ ‘เดปป์-นพป์เศรษฐ์ หิรัญวาทิต’ Head Bartender จาก Rabbit Hole มาดูแลให้ โดยเน้นไปแนว Progressive ที่ให้ความสำคัญกับศาสตร์และศิลป์ของการผสมเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการกลั่น การควบคุมอุณหภูมิอย่างละเอียดแม่นยำ ไปจนถึงการสกัดรสจากวัตถุดิบเพื่อดึงคาแรกเตอร์ที่ชัดที่สุดออกมา ทุกขั้นตอนถูกคิดมาเพื่อให้ค็อกเทลแต่ละแก้วมีโครงสร้าง มีชั้นเชิง และมีจังหวะของตัวเอง

 

เมนูถูกออกแบบให้เล่าเรื่องเป็น 3 ลำดับ ราวกับการค่อยๆ เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศของค่ำคืน เริ่มต้นที่ Ground State จุดตั้งต้นของอารมณ์ ดริงก์แนะนำในหมวดนี้คือ ‘Awaken.ing’ ที่ใช้เทคนิคการหมักและการรมควันเป็นแกนหลัก กลิ่นสมุนไพรลอยชัดแต่ไม่รบกวน รสสัมผัสนุ่มลึก ค่อยๆ ปลุกประสาทรับรสให้ตื่นขึ้นอย่างสุขุม เหมาะกับช่วงหัวค่ำที่บทสนทนายังไหลอย่างสบาย

 

จากนั้นไต่ระดับขึ้นมาหน่อย ‘City Flora’ เป็นตัวแทนของช่วง Transcend ช่วงเวลาที่พลังงานเริ่มขยับ ดอกไม้และความสดใสของซิตรัสช่วยเพิ่มความสนุกและคึกคักโดยยังไม่ทิ้งความละเมียดละไม

 

ปิดท้ายด้วย Exosphere.Beyond บทสรุปที่นิ่งและสง่างาม ดริงก์แนะนำในหมวดนี้ คือ ‘AETHERIA’ มาในโทนดอกไม้บางเบา สะอาด และสมดุล ราวกับปล่อยให้ทุกอย่างค่อยๆ คลี่คลาย เหลือเพียงความรู้สึกเบาสบายที่ติดปลายลิ้น

 

บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก 4บรรยากาศ Aether รูฟท็อปบาร์ใหม่ย่านสีลม พร้อมค็อกเทลสร้างสรรค์และการออกแบบสไตล์ฟิวเจอริสติก 5

 

Good for…

 

ใครที่เบื่อรูฟท็อปแบบเดิมๆ และอยากได้ประสบการณ์ที่มากกว่าวิวสวย ลองเอา Aether เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่นี่ตอบโจทย์ทั้งสายดีไซน์และสายค็อกเทลที่ชอบดื่มแบบมีโครงสร้าง เมนูถูกออกแบบเป็นลำดับอารมณ์ตั้งแต่เบาไปหนัก ทำให้การนั่งดื่มมีจังหวะ ไม่เร่งรีบ จะมานั่งชมวิวช่วงพระอาทิตย์ตก หรือจะมาสนุกช่วง Deep House ก็ได้ทั้งนั้น ด้วยทำเลบนชั้น 44 ของ Central Park Offices ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับเดตแบบมีสไตล์ แฮงเอาต์กับเพื่อนหลังเลิกงาน หรือโอกาสพิเศษอย่างวันเกิดและคืนเคานต์ดาวน์

 

ใครที่มองหา Night Out แบบมีบาลานซ์ระหว่างวิว ดนตรี และรสชาติในแก้ว ÆTHER คืออีกหนึ่งหมุดหมายใหม่ของสีลมที่ควรลองสักครั้ง

 

Aether BKK

 

Location: ชั้น 44 Central Park Offices

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-02.00 น.

Budget: เริ่มต้น 500 – 1,000 บาทต่อคน

Facebook: https://www.facebook.com/AetherBKK.Official

Instagram: https://www.instagram.com/aether_bkk

Website: https://www.aetherbkk.com

Map: https://maps.app.goo.gl/X8AcS2zJHR3fDKmp6

 

 

ภาพ: ลักษณา บุญญาปฏิภา, Aether

The post Aether รูฟท็อปใหม่ละแวกสีลม เล่าเรื่องค่ำคืนผ่านดีไซน์และค็อกเทลแบบ Progressive appeared first on THE STANDARD.

]]>