José Mourinho Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/jose-mourinho/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 01 Mar 2026 01:30:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 The War of Words เวนเกอร์ vs. มูรินโญ กุนซือคู่กัดลูกหนังอังกฤษ https://thestandard.co/wenger-mourinho-managers-rivalry/ Sun, 01 Mar 2026 01:30:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1182934 ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน

สำหรับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์ของวงการฟุตบอลอย่ […]

The post The War of Words เวนเกอร์ vs. มูรินโญ กุนซือคู่กัดลูกหนังอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน

สำหรับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์ของวงการฟุตบอลอย่างอาร์แซน เวนเกอร์ สิ่งสุดท้ายที่เราคาดหวังว่าจะเห็นคือภาพของเขาที่กำลังสติขาดผึงพร้อมใช้กำลังมากกว่าปัญญา

 

แต่เพราะบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แม้แต่นักปราชญ์เมธีชาวฝรั่งเศสก็มีวันที่จิตหลุดกับเขาเหมือนกัน!

 

เมื่อปี 2014 ในเกมระหว่างอาร์เซนอลกับเชลซี เหตุปะทะกันหนักหน่วงที่แกรี เคฮิลล์ เข้าอัดใส่อเล็กซิส ซานเชซว่าร้อนแล้ว แต่ที่ข้างสนามกลับร้อนยิ่งกว่า เมื่อเวนเกอร์ในสีหน้าที่บ่งบอกถึงเส้นอารมณ์ที่ขาดผึงยืนประจัญหน้า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน กับกุนซือคู่แข่งก่อนที่จะมีการผลักอกกันเล็กน้อย ร้อนถึงผู้ตัดสินที่ 4 ต้องพยายามออกมาเบรกทันที

 

คนอย่างเวนเกอร์เนี่ยนะ?

 

ใช่คนอย่างเวนเกอร์เนี่ยแหละ แต่เชื่อเถอะบนโลกใบนี้ไม่มีคนที่สามารถทำให้เขานอตหลุดขนาดนี้ได้เยอะนักหรอก

 

มันมีแค่ ‘The Special One’ โชเซ มูรินโญ คนเดียวเท่านั้นแหละ!

 

และนี่คือสองกุนซือคู่ปรับในระดับหน้าไม่อยากมอง มือไม่อยากจับ (จับแล้วอาจจะรีบไปล้าง) กับเรื่องราวที่ผ่านมานานพอให้คิดถึง

 

ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน 1

 

ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษแล้ว ไม่อาจมีสองผู้จัดการทีมคู่ไหนที่จะแข่งขันกันในเชิงของความยิ่งใหญ่ไปมากกว่าคู่ระหว่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับอาร์แซน เวนเกอร์ นักปราชญ์ลูกหนังผู้เกิดมาเพื่อเป็นคู่แข่งกันแล้ว

 

ทั้งสองถือว่าเป็นคู่ต่อกรที่สมศักดิ์ศรี และแม้ในวันที่ต้องปะทะกันในเชิงของฝีไม้ลายมือแบบไม่ยอมลดราวาศอก แต่สำหรับทั้งเฟอร์กีและเวนเกอร์แล้วลึกๆในใจต่างฝ่ายต่างเคารพกันและกันอย่างสุดหัวใจ

 

มันเป็นความสัมพันธ์ที่คลาสสิกในแบบของ ‘รุ่นใหญ่’

 

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเวนเกอร์กับมูรินโญนั้นแตกต่างกัน มันเต็มไปด้วยสงครามน้ำลาย คำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย และเกมจิตวิทยาที่ใส่กันแบบไม่ยั้งตลอดระยะเวลาที่ประมือกันมาในหลายช่วงเวลา

 

เรื่องนี้ต้องปูพื้นให้เข้าใจกันสักเล็กน้อย อย่างแรกคือเวนเกอร์และมูรินโญมีความห่างและความต่างในเรื่องของวัยรวมถึงประสบการณ์

 

พูดแบบบ้านๆคือ ‘คนละรุ่น’

 

โดยเฉพาะในช่วงที่มูรินโญเข้ามาประกาศศักดาในฟุตบอลอังกฤษด้วยการรับข้อเสนอคุมทีมเชลซีในปี 2004 พร้อมเรียกตัวเองแบบมั่นใจว่า “ผมนี่แหละคือ The Special One” คนพิเศษหนึ่งเดียวคนนี้

 

มันเป็นช่วงเวลาฤดูกาล 2004/05 ซึ่งในปีก่อนหน้าอาร์เซนอล เพิ่งจะสร้างตำนานคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย ‘The Invincibles’ ได้เป็นทีมแรก (และทีมเดียว) ในประวัติศาสตร์พอดี

 

ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน 2

 

บวกกับแนวทางของเชลซี ซึ่งอยู่ในยุคของการลงทุนมหาศาลหลังได้เจ้าของใหม่อย่าง โรมัน อบราโมวิช นักธุรกิจระดับอัครมหาเศรษฐีที่อัดฉีดงบประมาณให้ทีมอย่างไร้ขีดจำกัดในการปรับทัพเสริมทีม ซึ่งเป็นแนวทางที่สโมสรอื่นในอังกฤษไม่ปลื้มสักเท่าไรนัก รวมถึงอาร์เซนอลของเวนเกอร์ ที่กำลังอยู่ในช่วงของการรัดเข็มขัดประหยัดงบเพื่อนำไปใช้สำหรับการลงทุนสร้างสนามแข่งแห่งใหม่ในย่านแอชเบอร์ตัน โกรฟ

 

ด้วยเรื่องนี้บวกกับความพูดเยอะของกุนซือชาวโปรตุเกสที่มาถึงก็เบ่งไม่น้อย มันอาจจะสะกิดความรู้สึกบางอย่างของกุนซือชาวฝรั่งเศสเข้า

 

และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการเปิดก่อนของเวนเกอร์ (ใช่ครับ เวนเกอร์เปิดก่อน!) โดยครั้งหนึ่ง ที่ถูกถามถึงการจัดทีมลงสนามโดยไม่มีผู้เล่นอังกฤษใน 11 ตัวจริงแม้แต่คนเดียว แทนที่จะพูดถึงเรื่องของทีมตัวเอง ครูใหญ่แห่งกันเนอร์สกลับบอกว่า

 

“ผมไม่เห็นว่าเชลซีจะส่งผู้เล่นอังกฤษลงสนามไปมากกว่าเราเลย พวกเขามีนักเตะท้องถิ่นใครบ้างนะ? คนเดียวมั้ง จอห์น เทอร์รี”

 

หลังจากนั้นซึ่งมูรินโญเพิ่งพาเชลซีผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกของสโมสร และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 50 ปี เวนเกอร์ก็พูดถึงแท็กติกการเล่นของทีมคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอนอีกรอบ

 

“ผมรู้แหละว่าเราอยู่ในโลกที่มันตัดสินกันด้วยการชนะและความพ่ายแพ้ แต่ถ้าวงการกีฬาสนับสนุนทีมที่ปฏิเสธจะเป็นผู้ริ่เริ่ม ผมว่าวงการเราจะตกอยู่ใต้อันตราย”

 

ถึงตานี้มูรินโญชักตะหงิดๆ และออกมาโต้ตอบแบบตรงไปตรงมา

 

“ดูเหมือนเวนเกอร์จะมีปัญหากับพวกเราจริงนะ ผมคิดว่าเขาคงเป็นพวกแบบที่พวกคุณเรียกกันว่าพวกถ้ำมองน่ะ” แน่นอนว่าเรื่องฝีปากไว้ใจได้อยู่แล้ว ใช่ไหมมู “เขาเป็นพวกคนที่ชอบแอบดูคนอื่น เป็นคนที่เวลาอยู่บ้านจะเอากล้องส่องทางไกลคอยส่องดูว่าบ้านอื่นเขาทำอะไรกัน เวนเกอร์เป็นพวกแบบนี้แน่ นี่มันเป็นอาการป่วยนะ เขาเอาแต่พูดถึงเชลซีตลอดเวลา”

 

อ้าวมาว่าแบบนี้ครูใหญ่จะปล่อยไปได้ไงจริงไหม?

 

“ผมว่าเขามากไปแล้ว พูดโดยไม่ยึดตามความจริงและขาดความเคารพ เวลาที่เราให้คนโง่ประสบความสำเร็จ มันก็จะยิ่งทำพวกเขาโง่มากขึ้นไปอีก ไม่ได้ช่วยให้ฉลาดขึ้นเลย”

 

นี่แค่ยกแรกๆ นะ!

 

ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน 3

 

หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างก็พร้อมสาดน้ำลายใส่กันในทุกจังหวะที่มีโอกาส ไม่เว้นแม้แต่ในวันที่มูรินโญอำลาเชลซีไปแล้วหลายปี ผ่านมาจนถึงวันที่กุนซือคนพิเศษมาคุมเรอัล มาดริดในช่วงปี 2010 เวนเกอร์เองก็ยังไม่ยอมรามือง่ายๆ

 

ครั้งหนึ่งที่มูรินโญ สั่งให้ชาบี อลอนโซ กับเซร์จิโอ รามอส เรียกใบเหลืองในเกมที่มาดริดพบกับกาลาตาซารายเพื่อจะได้ถูกโทษแบนในช่วงท้ายของรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ ลีก จะได้ไม่เสี่ยงโดนแบนในเกมรอบน็อกเอาต์ซึ่งสำคัญกว่า กุนซือชาวฝรั่งเศสก็ออกมาเหน็บทันที

 

“เวลาเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในทีวี มันคือตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะคิดถึงการอย่าหาทำอะไรแบบนี้อีก พูดตรงๆมันดูแย่มาก แย่มากที่เห็นสโมสรใหญ่ทำแบบนี้”

 

ได้ยินแบบนี้มูผู้โอหังก็ไม่ทนเหมือนกัน “แทนที่จะมาพูดถึงเรอัล มาดริด คุณเวนเกอร์ควรจะไปพูดเรื่องอาร์เซนอลแล้วอธิบายนะว่าทำไมเขาถึงแพ้ให้กับทีมที่เพิ่งลงแข่งแชมเปียนส์ ลีก เป็นหนแรก นักบอลที่บอกว่าเด็กๆ กันน่ะเริ่มแก่กันแล้ว ซาญา กลิชี วัลค็อตต์ ฟาเบรกาส ซง นาสรี ฟาน เพอร์ซี อาร์ชาวิน พวกนี้ไม่เด็กแล้ว พวกนี้เป็นนักเตะระดับท็อป”

 

จนมูรินโญ วนกลับมาคุมเชลซีในปี 2014 ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองก็กลับมาลุกลามใหม่และมันดูจะหนักขึ้น

 

เวนเกอร์ไม่พอใจการที่มูรินโญและเชลซีขายฮวน มาตา ให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดเพราะอาจจะส่งผลต่อการแข่งขันและอันดับในตารางได้

 

“เชลซีลงเตะกับยูไนเต็ดไป 2 นัดแล้ว พวกเขาควรจะขายไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ผมคิดว่าถ้าจะเคารพเรื่องของความยุติธรรมสำหรับทุกคน เรื่องนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น”

 

ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน 4

 

แน่ละว่ามูรินโญไม่ยอมโดนข้างเดียวอยู่แล้ว “เวนเกอร์จะโวยวายก็เป็นเรื่องปกติเพราะเขาทำตลอด ปกติแล้วเขาควรจะดีใจด้วยซ้ำนะที่เชลซีขายนักเตะอย่างฮวน มาตา แต่ว่ามันก็คงเป็นเพราะธรรมชาติของเขานั่นแหละ ผมคิดว่าเรื่องที่มันไม่ยุติธรรมจริงๆ คือการที่ทีมของเขามักจะได้ลงเล่นในวันที่ดีที่สุดเสมอ”

 

มันเป็นเหมือนกับการปูพรมไปสู่จุดไคลแมกซ์ของเรื่องในปี 2014

 

ในเดือนกุมภาพันธ์ เวนเกอร์พูดกระทบถึงมูรินโญว่า “เขากลัวจะล้มเหลว”

 

จุดนี้มูรินโญออกมาโต้ตอบด้วยคำพูดระดับตำนาน

 

“ผมเนี่ยนะกลัวที่จะล้มเหลว? เขาน่ะสิผู้เชี่ยวชาญด้านความล้มหลวเลย” ก่อนจะต่อว่า “ถ้าใครคิดว่าเขาพูดถูกว่าผมกลัวความล้มเหลว มันก็อาจจะเป็นเพราะปกติแล้วผมไม่ค่อยล้มเหลวนะ ซึ่งเขาอาจจะพูดถูกก็ได้ ผมไม่ชินหรอกกับความล้มเหลว แต่ความจริงก็คือเขาน่ะเป็นผู้เชี่ยวชาญเลย เพราะนี่ก็ 8 ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้ถ้วยแชมป์อะไรเลย นี่น่ะคือความล้มเหลว”

 

ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ประจันหน้าในเดือนตุลาคม 2014 ที่อาจจะยังไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่การที่เวนเกอร์น็อตหลุดถึงขั้นผลักอกมูรินโญ เป็นสิ่งที่ไม่ใช่แค่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วย

 

แต่ในอีกทางมันก็คือผลลัพธ์ของความไม่พอใจระหว่างกันที่สะสมมาเป็นระยะเวลายาวนานนับสิบปีของคนทั้งสอง

 

หลังเกมจบลงในวันนั้นมูรินโญ ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ว่า “มันเกิดในพื้นที่เทคนิค ผมก็มีที่ของผม เขาก็มีที่ของเขา เขาไม่สามารถจะมาในพื้นที่ของผมเพื่อกดดันให้ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองกับผู้เล่นของผม (แกรี เคฮิลล์ ในจังหวะปะทะกับอเล็กซิส ซานเชซ)”

 

ก่อนที่มูรินโญจะยืนยันด้วยสีหน้าที่เหยเกสวนทางกับคำพูดของเขาว่า “ไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีปัญหา”

 

แล้วเวนเกอร์ว่าไง? “ไม่หรอก ไม่อะไรทั้งนั้น มันอาจจะดูไม่ดีผ่านหน้ากล้อง แต่ผมก็แค่เดินไปดูเฉยๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

ภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ และ โชเซ มูรินโญ สองกุนซือคู่กัดกำลังเผชิญหน้ากัน 5

 

จากจุดพีกของเรื่องในเกมนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองยังเป็นแบบเหม็นเปรี้ยวกันต่อเนื่องยาวนาน

 

เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็คล้ายจะค่อยๆ บรรเทาลงบ้าง

 

ในวันที่เวนเกอร์ได้รับรางวัลเกียรติยศ Laureus Awards ในฐานะยอดโค้ชผู้ทำอะไรให้แก่วงการฟุตบอลมากมาย มูรินโญเป็นคนที่ออกมากล่าวคำสรรเสริญถึงยอดกุนซือชาวฝรั่งเศส (ถึงแม้หลายคนที่ได้ดูจะบอกว่าเหมือนโดนบังคับให้มานั่งพูดมากกว่า)

 

ขณะที่เวนเกอร์เองก็เคยออกรายการ Graham Norton Show ซึ่งพูดถึงหนังสืออัตชีวประวัติเล่มใหม่ของเขา ‘My Life in Red and White’ ด้วย แล้วโดนยิงคำถามเกี่ยวกับความเป็นอริกันของผู้จัดการทีม

 

พิธีกรชงคำถามถึงเซอร์อเล็กซ์ก่อน ซึ่งเวนเกอร์ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “เขาเป็นคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมถึง 10 ปี แต่เราแข่งกันจริง ไม่ผมก็เขา”

 

ไม่น่าเชื่อว่าเมธีลูกหนังจะไม่รู้ตัวว่าโดนล่อซื้อเข้าเสียแล้ว เพราะโดนถามต่อว่า “แต่ในหนังสือเล่มนี้คุณไม่พูดถึงมูรินโญเลยนะ”

 

“No” เวนเกอร์ตอบด้วยสีหน้านิ่ง ก่อนที่พิธีกรจะชงต่อถึงภาพเหตุการณ์ผลักอกกันข้างสนามที่แม้จะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ก็ยอมรับ

 

“มันมีบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้ เหตุการณ์นี้ผมเป็นคนเริ่มก่อน”

 

ส่วนมูรินโญเมื่อรู้ว่าเวนเกอร์ไม่เขียนถึงชื่อเขาสักคำในหนังสือน่ะเหรอ? “เขาจะเขียนทำไม ในเมื่อเขาไม่เคยชนะผมเลยสักครั้งใน 14 นัดแรกที่เจอกัน”

 

เวนเกอร์ ซึ่งขณะนั้นอำลาอาร์เซนอลไปแล้ว ได้แต่ถอนหายใจ

 

“กับเขานี่ผมรู้สึกเหมือนผมอยู่ในโรงเรียนอนุบาลเลย…”

 

ไม่ว่าระหว่างทั้งสองจะขัดกันเพราะวัย การวางตัว คำพูดคำจา ไปจนถึงสิ่งที่หลายคนแอบคิดว่ามันมีความอิจฉาเกิดขึ้นกันหรือเปล่านะ โดยเฉพาะกับเวนเกอร์ที่มีต่อคนรุ่นหลังอย่างมูรินโญ ที่ก็ห้าวและปีนเกลียวพอสมควร

 

แต่นี่แหละครับ ‘คู่กัด’ ของวงการฟุตบอลอังกฤษ

 

คิดถึงเหมือนกันนะ ว่าไหม

The post The War of Words เวนเกอร์ vs. มูรินโญ กุนซือคู่กัดลูกหนังอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ปีผ่านไป ‘มูรินโญ’ กลับสู่จุดเริ่มต้น…ที่เบนฟิกาอีกครั้ง https://thestandard.co/mourinho-returns-to-benfica/ Thu, 18 Sep 2025 02:54:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1120107

25 ปีก่อน ชื่อของ โชเซ มูรินโญ ยังไม่ใช่ “The Special O […]

The post 25 ปีผ่านไป ‘มูรินโญ’ กลับสู่จุดเริ่มต้น…ที่เบนฟิกาอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

25 ปีก่อน ชื่อของ โชเซ มูรินโญ ยังไม่ใช่ “The Special One” อย่างที่โลกคุ้นเคย แต่คือกุนซือวัย 37 ปี ที่ได้รับโอกาสครั้งแรกในชีวิตกับสโมสร เบนฟิกา ทีมดังของโปรตุเกสที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ

 

ตอนนั้นเขารับงานเพียง 3 เดือน คุมทีมไป 11 นัด ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 2 แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่กลับกลายเป็นเวทีที่ทำให้ชื่อของมูรินโญเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ด้วยบุคลิกตรงไปตรงมา และวิธีการทำทีมที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก เขาบรรยายถึงทีมชุดนั้นว่าเป็น “ทีมที่อ่อนแอ ไร้ความทะเยอทะยาน และเคยชินกับการพ่ายแพ้”

 

หลังออกจากเบนฟิกา มูรินโญออกเดินทางบนเส้นทางกุนซือที่ยิ่งใหญ่:

 

◾พา ปอร์โต้ สร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2004

◾ปักหมุดความสำเร็จด้วย ‘แชมป์พรีเมียร์ลีก’ ในอังกฤษกับ เชลซี

◾พา อินเตอร์ มิลาน คว้า ทริปเปิลแชมป์ 2010

◾พิชิตลาลีกากับ เรอัล มาดริด

◾คว้าถ้วย ยูโรปา ลีก กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

◾นำทัพ โรมา สร้างชื่อเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ยูฟา ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก 2022

 

เส้นทางที่เต็มไปด้วยดราม่า แรงปะทะ และถ้วยรางวัล ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกุนซือที่โลกฟุตบอลจดจำได้ชัดที่สุดตลอด 25 ปีที่ผ่านมา

 

และในปี 2025 เรื่องราวก็หมุนกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง มูรินโญกำลังกลับสู่เบนฟิกา ทีมที่เคยเป็นก้าวแรกของเขาในฐานะกุนซือ โดยครั้งนี้เซ็นสัญญา 2 ปี ถึงปี 2027 พร้อมภารกิจใหม่ที่ไม่ใช่แค่พิสูจน์ตัวเอง แต่คือการคืนความยิ่งใหญ่ให้กับทีมยักษ์ใหญ่โปรตุเกส

 

จากกุนซือโนเนมที่คุมทีมเพียง 3 เดือน สู่การเป็นตำนานในยุโรป และวันนี้ กลับสู่ “รังเหยี่ยว” อีกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่การหวนคืนสู่บ้านเก่า แต่นี่จะเป็นบทใหม่อีกหน้า…ของนิยายลูกหนังชื่อ โชเซ มูรินโญ

 

The post 25 ปีผ่านไป ‘มูรินโญ’ กลับสู่จุดเริ่มต้น…ที่เบนฟิกาอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ่ แยกทาง เฟเนร์บาห์เช หลังคุมทีมเพียง 1 ปี https://thestandard.co/mourinho-fenerbahce-departure/ Fri, 29 Aug 2025 08:41:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1113112 mourinho-fenerbahce-departure

โชเซ มูรินโญ่ ยุติบทบาทกุนซือของ เฟเนร์บาห์เช หลังเข้าร […]

The post โชเซ มูรินโญ่ แยกทาง เฟเนร์บาห์เช หลังคุมทีมเพียง 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
mourinho-fenerbahce-departure

โชเซ มูรินโญ่ ยุติบทบาทกุนซือของ เฟเนร์บาห์เช หลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียงกว่าหนึ่งปีเท่านั้น 

 

โดยการแยกทางครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังทีมดังตุรกีตกรอบเพลย์ออฟ UEFA แชมเปียนส์ ลีก ด้วยน้ำมือของ เบนฟิกา

 

แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า มูรินโญ่ ได้แยกทางกับสโมสร พร้อมกล่าวขอบคุณกุนซือชาวโปรตุเกสวัย 62 ปีสำหรับความทุ่มเท และอวยพรให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางข้างหน้า

 

ในฤดูกาลเดียวที่คุมทีม มูรินโญ่ พาเฟเนร์บาห์เชจบอันดับ 2 ของลีก แต่ตลอดการทำงานเต็มไปด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยมีประเด็นร้อนที่สุดเมื่อ กาลาตาซาราย ประกาศจะดำเนินคดีทางกฎหมาย หลังกล่าวหาว่าเขาใช้ถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติในเกมที่เสมอกัน 0-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

กุนซือชาวโปรตุเกสปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าเขาเป็น “สิ่งตรงข้ามกับการเหยียดเชื้อชาติ” และได้ยื่นฟ้องกลับสโมสรคู่แข่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย 1,907,000 ลีราตุรกี หรือราว 1.8 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ มูรินโญ่ ยังเป็นผู้วิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในตุรกีอย่างต่อเนื่อง จนถูกแบน 4 นัด ก่อนต่อมาลดเหลือ 2 นัด จากกรณีแสดงความคิดเห็นหลังเกมบิ๊กแมตช์กับ กาลาตาซาราย

 

สำหรับ มูรินโญ่ เคยผ่านงานคุมทีมชั้นนำมาแล้วถึง 10 สโมสร รวมถึง เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ โดยอนาคตการทำงานครั้งต่อไปยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

 

อ้างอิง

 

The post โชเซ มูรินโญ่ แยกทาง เฟเนร์บาห์เช หลังคุมทีมเพียง 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาร์เซนอล vs. เชลซี จากคู่แข่งสู่ลูกค้าขาประจำ? https://thestandard.co/arsenal-chelsea-transfer-shift/ Wed, 02 Jul 2025 13:26:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1092180 arsenal-chelsea-transfer-shift

บิดเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว สิ่งที่ไม […]

The post อาร์เซนอล vs. เชลซี จากคู่แข่งสู่ลูกค้าขาประจำ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
arsenal-chelsea-transfer-shift

บิดเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดจะได้เห็นมาก่อนในชีวิตได้เกิดขึ้น เมื่ออาร์แซน เวนเกอร์ สติหลุดเข้าผลักโชเซ มูรินโญ ที่ยืนคุมทีมอยู่ข้างสนามจนเกิดความวุ่นวายกันเล็กๆ ขึ้น

 

เวนเกอร์ ปรัชญาเมธีลูกหนังผู้สงบนิ่งคนนั้นเนี่ยนะ!

 

เหตุการณ์ระดับตำนานเล็กๆ ในวันนั้นเป็นกระจกสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ร้อนรุ่มระหว่างเชลซีกับอาร์เซนอล ที่ความจริงแล้วก่อนเรื่องจะปะทุก็เริ่มมีการก่อสงครามประสาทกันมาสักระยะแล้ว กับประโยคอมตะหนึ่งของ “The Special One” ที่เปรียบเทียบเวนเกอร์ว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว” (Specialist in failure)

 

บิดเข็มนาฬิกากลับมาที่ปัจจุบัน อาร์เซนอลเพิ่งเซ็นสัญญาคว้า เกปา อาร์ริซาบาลากา ผู้รักษาประตูชาวสเปนที่เคยครองสถิติผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดในโลกมาจากเชลซีด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการเสริมขุมกำลังให้พร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า

 

โดยที่เกปา ไม่ได้เป็นนักเตะรายแรกที่ย้ายข้ามฟากระหว่างกัน ในระดับที่ 7 ฤดูกาลหลังสุดอาร์เซนอลซื้อนักเตะมาจากเชลซีมากถึง 6 รายด้วยกัน และใช้จ่ายเงินมากถึง 90 ล้านปอนด์

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้อดีตสโมสรที่เคยวางตัวเป็นปฏิปักษ์ (Rivalry) กลายเป็น “ลูกค้าขาประจำ” กันในตอนนี้ไปเสียแล้ว?

 

เวนเกอร์ผลักมูรินโญ และการซื้อขายนักเตะระหว่างอาร์เซนอลกับเชลซี

 

จุดเริ่มต้นความผูกพันทางการค้า

 

ความจริงแล้วเชลซีและอาร์เซนอล ไม่ได้ถือเป็นทีมคู่แข่งกันโดยตรงเหมือนที่ “กันเนอร์ส” เป็นคู่แค้นกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมร่วมลอนดอนตอนเหนือ (North London Rivalry) ที่เจอกันเมื่อไรไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น

 

ระหว่างเชลซีกับอาร์เซนอล มากที่สุดก็เป็นเพียงคู่แข่งร่วมเมืองลอนดอนที่ต้องเจอกันบ่อยใน “ลอนดอน ดาร์บีแมตช์” เท่านั้น

 

แต่จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาที่นำไปสู่ช่วงเวลาที่ทั้งสองสโมสรรู้สึกเป็นคู่แข่งกันขึ้นมาเกิดขึ้นในช่วงหลังจากปี 2004 ที่เชลซีได้โชเซ มูรินโญ ซึ่งในขณะนั้นเป็นกุนซือคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่เก่งกาจสมฉายา “The Special One” เข้ามาคุมทีม

 

โดยเชลซีของมูรินโญ กลายเป็น “ตัวแปร” ที่เข้ามาสอดแทรกและคั่นกลางศึกของสองสโมสรใหญ่ในตอนเหนือและใต้ของอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล ที่ช่วงชิงความเป็นหนึ่งมายาวนานตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 90

 

สำหรับทีมที่ไร้รากความสำเร็จอย่างเชลซี สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงให้พวกเขาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จได้คือการลงทุนผู้เล่น โดยท่ามกลางผู้เล่นมากมายที่โรมัน อบราโมวิช อดีตเจ้าของสโมสรชาวรัสเซีย ทุ่มเงินให้ซื้อตัวมาเสริมทัพนั้น หนึ่งในผู้เล่นที่เป็นประเด็นพอสมควรคือ แอชลีย์ โคล

 

โคล ในเวลานั้นเป็นแบ็กซ้ายอันดับหนึ่งของอังกฤษ เป็นผลผลิตที่อาร์เซนอลและเหล่า “กูนเนอร์ส” ภาคภูมิใจ แต่ถูกดึงดูดด้วยโอกาสประสบความสำเร็จกับเชลซีที่กำลังเริ่มมาแรงในเวลานั้น จนนำไปสู่การแลกตัวกัน

 

โดยเชลซีส่งวิลเลียม กัลลาส ปราการหลังชาวฝรั่งเศส กลับมาให้อาร์เซนอล ซึ่งเวนเกอร์ก็ต้องการนักเตะกองหลังอยู่พอดี แม้ว่าจะไม่อยากเสียกำลังสำคัญอย่างโคลไปแต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเสียไปเปล่าๆ ไม่ได้อะไรกลับมา

 

เวนเกอร์ผลักมูรินโญ และการซื้อขายนักเตะระหว่างอาร์เซนอลกับเชลซี

 

ไม่ชอบหน้าแต่แวะมาหานิดหน่อย

 

หลังจากนั้นการขับเคี่ยวกันระหว่างอาร์เซนอลกับเชลซีในสนามยังดำเนินต่อมาเรื่อย แม้ว่าจะไม่ได้ร้อนแรงอะไรนักเพราะทั้งสองทีมต่างก็มีช่วงเวลาที่ดีและแย่สลับกันไปในแต่ละฤดูกาลที่ผ่านพ้น โดยยังมีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใต้การนำของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ครองความยิ่งใหญ่ยาวนานเป็นคู่แข่งของทั้งสองทีมอีกที

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคืออาร์เซนอล แอบหรอยนักเตะจากเชลซีมาเรื่อยๆ โดยในช่วงที่เวนเกอร์ ยังคุมทีมอาร์เซนอลจนถึงปี 2018 มีนักเตะอีก 3 รายที่คว้าตัวมาจากเชลซี

 

  • ลาสซานา ดิยาร์รา (2007) กองกลางดาวรุ่งระดับหัวแถวของวงการ ถูกซื้อมาด้วยค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์
  • ยอสซี เบนายูน (2011) ตัวทำเกมของดีชาวอิสราเอล ถูกยืมตัวมาใช้งาน 1 ฤดูกาลเต็ม
  • ปีเตอร์ เช็ก (2015) ผู้รักษาประตูระดับตำนานของเชลซี ที่ย้ายข้ามฝั่งมาเพราะสูญเสียตำแหน่งตัวจริงในทีม

 

หากสังเกตจะพบว่าการย้ายทีมเหล่านี้เป็นการย้ายทีมของผู้เล่นในระดับที่ไม่ใช่ตัวหลักอะไรนัก และทั้งสองสโมสรยังคงทำธุรกิจกันได้แม้ว่าจะมีช่วงของกระแสความขัดแย้งที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาล 2014/15 ที่มูรินโญ กลับมาพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง (และเป็นแชมป์ลีกสมัยสุดท้ายของเขา) ซึ่งเป็นช่วงที่เวนเกอร์ พยายามพาอาร์เซนอลกลับคืนสู่ความสำเร็จเช่นกัน

 

ความร้อนแรงทางอารมณ์ในเวลานั้นถึงขั้นทำให้เวนเกอร์มี “ตบะแตก” เกือบซัดกับมูรินโญเหมือนกัน และในความรู้สึกระหว่างแฟนบอลสองสโมสรก็เริ่มมีอาการเหม็นหน้ากันบ้างเล็กน้อย

 

เวนเกอร์ผลักมูรินโญ และการซื้อขายนักเตะระหว่างอาร์เซนอลกับเชลซี

 

ขาประจำ ไม่มาก็คิดถึง

 

สถานภาพและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของสองสโมสรทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นค่อยๆ จางและบางลงตามไปด้วย ทำให้เกิดการโยกย้ายระหว่างกันอีกหลายครั้ง

 

โดยเฉพาะอาร์เซนอล ที่นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมาได้กลายเป็นลูกค้าขาประจำของเชลซีไปแบบไม่น่าเชื่อ

 

  • ดาวิด ลุยซ์ (2019) 8 ล้านปอนด์
  • วิลเลียน (2020) ฟรี
  • จอร์จินโญ (2023) 12 ล้านปอนด์
  • ไค ฮาเวิร์ตซ์ (2023) 65 ล้านปอนด์
  • ราฮีม สเตอร์ลิง (2024) ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • เคปา อาร์ริซาบาลากา (2025) 5 ล้านปอนด์

 

ขณะที่เชลซีอุดหนุนอาร์เซนอลกลับแค่คนเดียวคือ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (2018) ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์

 

อย่างไรก็ดี หากมองในภาพรวมแล้วการโยกย้ายระหว่างทั้งสองทีมนั้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นที่เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาในการลงสนามกับต้นสังกัดเดิมแทบทั้งสิ้น และต้องการที่จะย้ายทีมเพื่อโอกาสในการเริ่มต้นใหม่และลงสนามที่มากขึ้น

 

มีเพียงรายของฮาเวิร์ตซ์ กองหน้าดาวเด่นทีมชาติเยอรมนีในเวลานั้นแค่คนเดียวที่ถือเป็นการย้ายทีมในแบบ “บิ๊กดีล” ที่สร้างความฮือฮาน่าจับตามองในวงการ

 

โดยที่เราไม่ได้พูดถึงการโยกย้ายแบบที่มี “จุดพัก” (ไม่ได้ย้ายตรง) เช่น นิโกลาส์ อเนลกา, เซสก์ ฟาเบรกาส หรือ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยัง

 

เวนเกอร์ผลักมูรินโญ และการซื้อขายนักเตะระหว่างอาร์เซนอลกับเชลซี

 

เหตุผลที่ซ่อนอยู่

 

สำหรับเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในการโยกย้ายระหว่างกันนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องของโอกาสในการลงสนามเท่านั้น

 

เรื่อง “หลังบ้าน” ก็เป็นเหตุผลที่สำคัญไม่แพ้กัน

 

เนื่องจากทั้งเชลซีและอาร์เซนอล ต่างอยู่ในลอนดอนเหมือนกัน ซึ่งสำหรับนักฟุตบอลแล้วเกือบทุกคนไม่ได้อาศัยเพียงคนเดียวแต่มีครอบครัวรวมถึงลูกที่ต้องคำนึงด้วย การย้ายทีมโดยที่ไม่ต้องย้ายเมืองหรือย้ายประเทศนั้นทำให้ชีวิตนอกสนามของครอบครัวยังดำเนินไปได้ตามปกติ

 

ลูกยังไปโรงเรียนเดิมได้ ภรรยายังมีไลฟ์สไตล์ในแบบเดิมได้ แม้ว่าสำหรับบางคนอาจจะตัดสินใจย้ายบ้านก็ตามเพราะการเดินทางระหว่างทางตอนเหนือของลอนดอน (อาร์เซนอล) ไปทางตะวันตกของลอนดอน (เชลซี) นั้นก็ไม่ใช่การเดินทางที่สะดวกสบายนัก แต่อย่างน้อยก็ยังได้ชื่อว่าอยู่ในลอนดอนเหมือนเดิม

 

อีกเหตุผลที่มีความสำคัญคือการที่อาร์เซนอล และเชลซี เป็นสโมสรไม่กี่แห่งที่สามารถจ่ายค่าเหนื่อยผู้เล่นในระดับสูงใกล้เคียงกันได้ ทำให้หากมีนักเตะที่คิดอยากจะย้ายออกจากทีมหนึ่ง อีกทีม (ส่วนใหญ่จะเป็นอาร์เซนอล) จะเป็นทีมแรกที่ถูกคิดถึงเสมอ

 

ดังนั้นถึงจะเป็นคู่แข่งร่วมเมืองกัน แต่เรื่องนอกสนามการซื้อขายระหว่างกันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถพูดคุยกันได้ไม่ยาก ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้เคียงกับการ “ผูกปิ่นโต” กันแล้ว

 

ไม่ต่างอะไรจากเวนเกอร์ ที่เคยออกมาเล่าถึงเรื่องเหตุการณ์กับมูรินโญ ในรายการทอล์คโชว์ Graham Norton

 

“มันมีสิ่งที่ผมพยายามบอกให้ลูกทีมพยายามควบคุมตัวเอง แต่บางครั้งผมเองก็ทำไม่ได้”

 

“ผมเป็นคนเริ่มก่อนด้วย” เสียงหัวเราะของผู้ชมที่อยู่ในสตูดิโอห้องส่งดังลั่น เช่นกันกับรอยยิ้มของเวนเกอร์ที่เหมือนบอกเป็นนัยว่าบางอย่างมันผ่านไปนานแล้วก็ผ่านไป

 

โลกนี้ ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวรหรอก (แต่ไม่เคยเอ่ยถึงมูรินโญในหนังสือของตัวเองนะ!)

 

อ้างอิง:

 

 

The post อาร์เซนอล vs. เชลซี จากคู่แข่งสู่ลูกค้าขาประจำ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุดเปลี่ยนการหันสู่ด้านมืดของ โชเซ มูรินโญ https://thestandard.co/mourinho-dark-side-turning-point/ Sat, 26 Apr 2025 05:00:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1068327

BBC ปล่อยตัวอย่างบทสัมภาษณ์พิเศษของ โชเซ มูรินโญ ในชื่อ […]

The post จุดเปลี่ยนการหันสู่ด้านมืดของ โชเซ มูรินโญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

BBC ปล่อยตัวอย่างบทสัมภาษณ์พิเศษของ โชเซ มูรินโญ ในชื่อว่า “How to win the Champions League – Jose Mourinho” และส่วนหนึ่งที่น่าสนใจในความสำเร็จของเขา คือช่วงเวลาที่ โจนาธาน วิลสัน นักข่าวของ The Guardian ให้นิยามว่าเป็นช่วงเวลาที่เขาหันสู่ด้านมืด

 

ช่วงเวลาที่ โชเซ มูรินโญ หันสู่ด้านมืด เกิดขึ้นในวันที่ แฟรงก์ ไรจ์การ์ด แยกทางกับบาร์เซโลนาเมื่อปี 2008

 

เวลานั้นตัวเลือกโค้ชใหม่ของบาร์ซามีแค่ โชเซ มูรินโญ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา แค่ 2 คนเท่านั้น

 

ทั้งคู่เคยร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดเมื่อมูรินโญทำงานเป็นผู้ช่วยของ บ็อบบี้ ร็อบสัน กับ หลุยส์ ฟาน กัล และกวาร์ดิโอลาเป็นกัปตันทีมบาร์ซา

 

เมื่อบาร์ซาเลือกกวาร์ดิโอลาที่ตอนนั้นมีประสบการณ์แค่คุมทีมเยาวชน ทำให้มูรินโญไม่ชอบใจอย่างมากและหันสู่ ‘ด้านมืด’ หลังจากนั้น

 

“ถ้าพวกเขาจะเล่นแบบครองบอล ผมจะเล่นแบบไม่มีบอล ถ้าพวกเขาจะเล่นเพื่อความบันเทิง ผมจะทำให้มั่นใจว่าไม่มีใครสนุกอีกต่อไป”

 

การล้างแค้นของมูรินโญเกิดขึ้นในรอบรองฯ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2010 ที่อินเตอร์ต้องไปเยือนบาร์ซาในเกมนัดที่ 2 หลังเกมแรกชนะมา 3-1

 

อินเตอร์ต้องเล่นโดยเหลือ 10 คน กว่า 60 นาที หลัง ติอาโก ม็อตตา โดนใบแดงนาทีที่ 28 ก็ยันสกอร์ได้จนจบเกม แม้จะพ่ายไป 0-1 แต่สกอร์รวมก็เอาชนะไปด้วยผล 3-2

 

มูรินโญวิ่งลงไปฉลองในสนามอย่างสุดเหวี่ยง ทางฝั่งบาร์ซาแก้เผ็ดด้วยการเปิดสปริงเกอร์ฉีดน้ำในสนาม แต่ก็หยุดการฉลองของอินเตอร์ไม่ได้

 

“ถ้าผมสามารถเลือกหนึ่งในผลงานที่น่าประทับใจที่สุดในอาชีพของผมตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ผมต้องเลือกเกมนั้น”

 

อ้างอิง:

The post จุดเปลี่ยนการหันสู่ด้านมืดของ โชเซ มูรินโญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ แกล้งหลับกลางโต๊ะแถลงข่าว หลังนักข่าวถามนานร่วมนาที https://thestandard.co/mourinho-fakes-sleep-press-con/ Fri, 07 Mar 2025 03:58:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1049513

ยังคงสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ โชเซ มูรินโญ กุนซื […]

The post โชเซ มูรินโญ แกล้งหลับกลางโต๊ะแถลงข่าว หลังนักข่าวถามนานร่วมนาที appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยังคงสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมเก๋าของเฟเนร์บาห์เช หลังแสดงท่าทางเหนื่อยหน่ายและ ‘แกล้งหลับ’ ระหว่างการแถลงข่าว หลังเกมที่เฟเนร์บาห์เชเปิดบ้านพ่ายต่อเรนเจอร์ส 1-3 ในศึกยูฟ่ายูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดแรก) เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งในนักข่าวใช้เวลากว่า 45 วินาทีตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกนักเตะในแนวรับของมูรินโญ ซึ่งระหว่างรอคำแปล กุนซือเจ้าของฉายา The Special One แสดงอาการเบื่อหน่าย ถอนหายใจ ก่อนจะหลับตาแล้วทำท่าพยักหน้าเหมือนกำลังจะหลับ

 

กระทั่งเมื่อได้รับคำแปลครบถ้วน มูรินโญตอบกลับอย่างสั้นๆ ว่า “นี่มันเยอะไปสำหรับหัวของผม ผมเหนื่อยกับ 90 นาทีข้างสนาม ไม่ได้มีแรงเหลือมาฟังอะไรแบบนี้หรอก มันเหนื่อยเกินไปแล้ว” แล้วหลังจากนั้นมูรินโญก็ตอบคำถามตามปกติ

 

ทั้งนี้ เฟเนร์บาห์เชจะลงเล่นนัดที่ 2 กับเรนเจอร์สที่ไอบร็อกซ์ สกอตแลนด์ ในวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม เวลา 03.00 น.

 

อ้างอิง:

The post โชเซ มูรินโญ แกล้งหลับกลางโต๊ะแถลงข่าว หลังนักข่าวถามนานร่วมนาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ เปิดตัวแบรนด์ไวน์ของตัวเองในชื่อ The Special One https://thestandard.co/mourinho-the-special-one-wine/ Mon, 20 Jan 2025 12:31:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1032351

ดูเหมือนยุคนี้อาชีพเดียวไม่พอจริงๆ เมื่อล่าสุด โชเซ มูร […]

The post โชเซ มูรินโญ เปิดตัวแบรนด์ไวน์ของตัวเองในชื่อ The Special One appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดูเหมือนยุคนี้อาชีพเดียวไม่พอจริงๆ เมื่อล่าสุด โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมเก๋าวัย 61 ปีที่ปัจจุบันรับงานคุมทีมเฟเนร์บาห์เชในลีกตุรกี เปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไวน์ในชื่อ The Special One ซึ่งมาจากฉายาในวงการลูกหนังของเจ้าตัวเอง

 

โดยไวน์ของมูรินโญได้รับการเปิดตัวบน Instagram ของเขาเอง พร้อมข้อความที่แสดงถึงความภาคภูมิใจในการนำเสนอไวน์ขวดนี้ต่อแฟนๆ โดยระบุว่า “ในฐานะคนที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ คุณภาพ และความเป็นเลิศในทุกความพยายาม 

 

“ผมภูมิใจที่จะนำเสนอไวน์ของตัวเอง ‘The Special One’ ไวน์นี้คัดสรรมาจากภูมิภาคที่ผมชื่นชอบแห่งหนึ่งในโปรตุเกส มันสะท้อนถึงจิตวิญญาณของบ้านเกิดและความปรารถนาอันแรงกล้าในตัวผมที่จะเพลิดเพลินกับทุกช่วงเวลาในชีวิต ไวน์นี้ผลิตขึ้นด้วยความหลงใหลและการเอาใจใส่ นี่จึงเป็นของขวัญที่ส่งต่อจากคนพิเศษถึงคนพิเศษ”

 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไวน์ The Special One ของ โชเซ มูรินโญ เปิดให้พรีออร์เดอร์ทางลิงก์ที่อยู่บน Bio ของ Instagram ในชื่อ josemourinho

 

อ้างอิง:

The post โชเซ มูรินโญ เปิดตัวแบรนด์ไวน์ของตัวเองในชื่อ The Special One appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาแอส โรมา กับโค้ชของทีมในปี 2024 https://thestandard.co/as-roma-coaches-2024-info/ Thu, 14 Nov 2024 14:42:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1008807

อาแอส โรมา ถือเป็นทีมกินโค้ชอีกทีมหนึ่ง หลังตัดสินใจปลด […]

The post อาแอส โรมา กับโค้ชของทีมในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

อาแอส โรมา ถือเป็นทีมกินโค้ชอีกทีมหนึ่ง หลังตัดสินใจปลด อีวาน ยูริช แล้วแต่งตั้งโค้ชคนใหม่อย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี และนั่นทำให้เขากลายเป็นโค้ชคนที่ 4 ของทีมในปีปฏิทิน 2024 แล้ว

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post อาแอส โรมา กับโค้ชของทีมในปี 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
KEY SUCCESS: Dark Necessities https://thestandard.co/key-success-dark-necessities/ Wed, 13 Nov 2024 06:58:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1008097 KEY SUCCESS

26 เมษายน 2011 ในช่วงพีคของการแข่งขันศึกเอลกลาซิโก ระหว […]

The post KEY SUCCESS: Dark Necessities appeared first on THE STANDARD.

]]>
KEY SUCCESS

26 เมษายน 2011 ในช่วงพีคของการแข่งขันศึกเอลกลาซิโก ระหว่าง 2 โค้ชแห่งยุคสมัยที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เป็นด้านของฟุตบอลที่สวยงาม เติบโตขึ้นมากับสโมสรอย่างบาร์เซโลนา และเป็นผู้พัฒนา Tiki-taka สไตล์การเล่นที่สวยงามมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลกฟุตบอล 

 

ขณะที่อีกด้านหนึ่งของเอลกลาซิโกคือ กาลาคติกอส ภายใต้การคุมของ โชเซ มูรินโญ หนึ่งในกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องของการเล่นฟุตบอลแบบเน้นผลงาน และการแข่งขันที่หลายครั้งถูกวิจารณ์ว่าเป็น Anti-football 

 

นอกจากพื้นที่การปะทะกันในจุดต่างๆ ของสนามฟุตบอล พื้นที่ซึ่งดุเดือดไม่แพ้กันในเวลานั้นคือการแย่งชิงพื้นที่สื่อ ซึ่ง โชเซ มูรินโญ มักจะเป็นผู้ชนะในสังเวียนนี้หลายต่อหลายครั้ง 

 

แต่ในช่วงเดือนเมษายนของ 2011 เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เป๊ปใช้เวลา พลังงาน และคำพูด ตอบโต้เกมสงครามจิตวิทยาก่อนเกมของมูรินโญกลับไปในรูปแบบที่ชนะใจนักเตะของเขาเป็นอย่างมาก 

 

ในงานแถลงข่าว ก่อนเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2011 รอบรองชนะเลิศ​ระหว่างบาร์เซโลนา กับเรอัล มาดริด ซึ่งมาดริดเป็นฝ่ายเริ่มต้นแถลงข่าวก่อนในเวลา 14.45 น. จากนั้นเวลา 20.00 น. บาร์เซโลนาจะเป็นฝ่ายแถลงต่อ 

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกโกปา เดล เรย์ ที่มาดริดชนะบาร์เซโลนาไป 1-0 และมีเหตุการณ์ที่เปโดรถูกปฏิเสธประตูเนื่องจากจังหวะล้ำหน้า จนเป๊ปออกมาโจมตีผู้ตัดสินหลังเกมนั้น 

 

นอกจากนี้ยังเป็นเกมเอลกลาซิโกเกมที่ 3 ในรอบ 16 วัน ที่สานต่อความดุเดือดระหว่าง 2 ทีมอย่างต่อเนื่อง 

 

“ผมว่าเราสามารถแบ่งผู้จัดการทีมออกได้เป็น 2 ประเภท” มูรินโญเริ่มงานแถลงข่าวด้วยการโจมตีเป๊ปที่วิจารณ์การตัดสินล้ำหน้าของกรรมการในนัดชิงโกปา เดล เรย์ 

 

“มีกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่มักจะไม่พูดถึงกรรมการผู้ตัดสินเลย และอีกกลุ่มคือกลุ่มใหญ่ที่ผมมองว่ามักจะพูดถึงกรรมการ วิจารณ์กรรมการเมื่อพวกเขาตัดสินผิดพลาด 

 

“ซึ่งพวกเราก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของพวกเราได้เวลาที่พวกเขาตัดสินผิดพลาด แต่สามารถแสดงความยินดีกับพวกเขา เมื่อพวกเขาตัดสินได้อย่างถูกต้องแล้ว

 

“แต่ตอนนี้เรามีคนกลุ่มที่ 3 ที่มีสมาชิกเพียงคนเดียว คนคนนั้นคือเป๊ป! 

 

“นี่เป็นยุคสมัยใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกฟุตบอล เพราะกำลังมีคนที่วิจารณ์กรรมการเพราะเขาตัดสินถูกแล้ว!

 

“คำอธิบายคือ ฤดูกาลแรกของกวาร์ดิโอลาในการโค้ชบาร์เซโลนา เขามีประสบการณ์กับเหตุการณ์อื้อฉาวของผู้ตัดสินในเกมที่พบกับเชลซีในศึกแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเป๊ปก็ไม่พอใจอีกเลยเวลากรรมการตัดสินถูกแล้ว” 

 

มูรินโญร่ายมนตร์ด้วยคำพูด ใช้ทักษะสงครามจิตวิทยาที่เขาเชี่ยวชาญ ไม่มีการพูดถึงว่าเป๊ปแสดงความยินดีกับชัยชนะของเรอัล มาดริด หลังเกมนั้นไม่มีการพูดถึงว่าเป๊ปแทบจะไม่ได้วิจารณ์การตัดสินของกรรมการโดยตรง ไม่มีการพูดถึงว่าเป๊ปวิจารณ์ เพียงแค่เขาพูดหลังเกมว่า “นั่นเป็นการตัดสินที่ห่างไปเพียง 2 เซนติเมตรจากไลน์แมน ที่ทำให้เราไม่ได้ประตูจากเปโดร” แต่เขาเปิดสงครามประสาทกับเป๊ปด้วยคำพูดของเป๊ปเพียงแค่ประโยคเดียว 

 

มูรินโญเชื่อเสมอว่าการแข่งขันฟุตบอลเริ่มต้นตั้งแต่งานแถลงข่าว หนึ่งวันก่อนเกมเริ่ม เขามักจะวางแผนกลยุทธ์ในการสื่อสารเพื่อให้สื่อมวลชนนำไปใช้สื่อสารต่อไปถึงทีมคู่แข่ง ก่อนที่เขาจะเดินยิ้มออกจากงานแถลงข่าว 

 

แต่ครั้งนี้มูรินโญกลับเจอในสิ่งที่เขาเองอาจไม่คาดคิดจากเป๊ป คนที่ปกติแล้วจะเลือกหนทางที่ถูกต้องด้วยการไม่ตอบโต้โดยตรง และมักจะให้เกียรติคู่ต่อสู้ในพื้นที่สื่ออยู่เสมอ แต่แค่วันนี้เป๊ปไม่ได้คิดแบบนั้น 

 

เขาและนักเตะใช้เวลาช่วงบ่ายวันนั้นดูแถลงข่าวของมูรินโญผ่านโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสด หลายคนในห้องนั้นแนะนำว่า นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่บาร์เซโลนาต้องโฟกัสที่การพูดถึงฟุตบอลเพียงเท่านั้น และเตือนกวาร์ดิโอลาถึงสิ่งนี้ หลังจากได้เห็นการแสดงครั้งสำคัญของมูรินโญในงานแถลงข่าว 

 

เริ่มต้นงานแถลงข่าวฝั่งบาร์เซโลนา ฮาเวียร์ มาสเคราโน เริ่มต้นก่อน และโฟกัสที่การพูดถึงแต่ฟุตบอลกับสภาพสนาม ก่อนที่เป๊ปจะเอามือตบหลังนักเตะของเขาเบาๆ และบอกว่า “ทำได้ดีมาก” เพราะเป๊ปรู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะตอบโต้มูรินโญในวันนี้ที่เขาก้าวข้ามเส้นของความเคารพมา 

 

เริ่มต้นเป็น ดาบิด เบร์นาเบว นักข่าวจากสเปน ถามตรงไปที่เป๊ปว่า 

 

“ผมไม่รู้ว่ามีใครบอกคุณแล้วหรือยังว่า มูรินโญพูดอะไรไปในงานแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา แต่ผมจดบางส่วนมาให้ 

 

“เขาตกใจที่คุณวิจารณ์กรรมการที่ตัดสินถูกแล้ว ในการพูดถึงจังหวะล้ำหน้าของเปโดรในเกมนัดชิงฟุตบอลถ้วยเมื่อสัปดาห์ก่อน เขายังถามอีกว่าคุณใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรกับเหตุการณ์อื้อฉาวในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับเชลซีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หรือทั้งหมดเป็นเพราะว่าคุณคุ้นเคยแต่กับกรรมการที่เข้าข้างบาร์ซา?

 

“เรามีเวลาอีก 24 ชั่วโมงก่อนเกมสำคัญนี้ คุณมีอะไรจะตอบโต้มูรินโญไหม?” 

 

เป๊ปใช้เวลา 2 นาที 27 วินาที พูดตอบกลับไปยังมูรินโญเป็นภาษาสเปน 

 

“อย่างแรกเลย สวัสดีตอนบ่ายทุกคน จากสิ่งที่มูรินโญเลือกที่จะเรียกผมว่า tu (ภาษาสเปนที่แปลว่าคุณ แบบที่ไม่ค่อยสุภาพนัก) และเรียกผมว่าเป๊ปตลอดทั้งการแถลงข่าว ผมก็จะเรียกเขาว่าโชเซในคืนนี้

 

“ผมไม่รู้ว่ากล้องไหนในห้องแถลงนี้ (เป๊ปกวาดสายตาหากล้องที่เขาจะมองตรงเข้าไปหาแทนที่จะสบตานักข่าวในห้อง) 

 

“พรุ่งนี้ เวลา 20.45 น. เราจะลงสนามไปเล่นฟุตบอล แต่นอกสนามฟุตบอลนั้นโชเซชนะไปแล้ว เขาเก็บชัยชนะได้ตลอดทั้งปี ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา และเขาก็ยังจะชนะต่อไปในอนาคต 

 

“ผมรู้สึกมีความสุขมากที่จะมอบถ้วยแชมเปียนส์ลีกนอกสนามส่วนตัวให้กับเขา เขาสามารถพกมันกลับบ้านและไปมีความสุขกับผลงานอื่นๆ ของเขา 

 

“สำหรับเรา เรามาเพื่อเล่นฟุตบอล เราอาจชนะหรือแพ้ ปกติเขาชนะ เหมือนกับที่ประวัติส่วนตัวเขาเป็นมาตลอด แต่เราจะขอหยุดอยู่ที่ชัยชนะที่เล็กกว่านั้น

 

“ชัยชนะที่สร้างแรงบันดาลใจให้ได้รับคำยกย่องจากทั่วโลกและทำให้เราภูมิใจ ผมสามารถจะผลิตคำบ่นและคำวิจารณ์ให้พวกคุณได้ แต่เราก็จะไม่มีวันจบงานแถลงนี้ 

 

“เขาพูดถึงเหตุการณ์ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ และผมเดาว่าเราสามารถยกตัวอย่างที่เรามองว่าไม่ยุติธรรมขึ้นมาได้กว่า 250,000 กรณี แต่เราไม่มีผู้ช่วย หรืออดีตผู้ตัดสิน หรือผู้บริหารในทีมของเราที่จะมานั่งบันทึกข้อมูลเหล่านั้นให้กับเรา 

 

“ดังนั้นเราเหลือแค่สิ่งเดียวที่ทำได้ คือก้าวออกไปเล่นฟุตบอลในเวลา 20.45 น. ของวันพรุ่งนี้ และพยายามจะชนะด้วยการเล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้

 

“ในห้องแถลงนี้ เขานั่นแหละเป็นบอสใหญ่ หัวหน้าใหญ่ 

 

“เขารู้หนทางในโลกนี้ดีกว่าใครทุกคน ผมไม่อยากแข่งกับเขาในสนามนี้ แม้ว่าจะแค่วินาทีเดียวก็ตาม 

 

“ผมอยากจะเตือนเขาแค่ว่า เราเคยอยู่ด้วยกัน เขากับผม เป็นเวลา 4 ปีที่บาร์เซโลนา เขารู้จักผมและผมรู้จักเขา นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับผม 

 

“ถ้าเขาเลือกที่จะใช้คำแถลงและคำกล่าวอ้างจากสื่อหนังสือพิมพ์ของนักข่าวที่เป็นเพื่อนของ ฟลอเรนติโน เปเรซ เกี่ยวกับโกปา เดล เรย์ และเลือกพูดถึงความสัมพันธ์แบบเพื่อน ผมจะบอกว่าไม่เลย ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นเพื่อนร่วมงาน เขากับผมตอนนั้น 

 

“เขาจะอ่านเกี่ยวกับอัลเบิร์ต (ตอนนั้นมูรินโญชอบอ้างถึงโควตคำพูดจาก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กับนักเตะของเขา) ให้เขาทำไปด้วยอิสระอย่างเต็มที่ หรือปล่อยให้เขาอ่านข่าวจากนักข่าวที่เป็นพวกของ ฟลอเรนติโน เปเรซ และหาข้อสรุปจากข้อมูลเหล่านั้นก็ได้ 

 

“ผมจะไม่อธิบายตัวเอง ผมบอกแล้วเราแพ้เพียงเพราะรายละเอียดเล็กน้อย เพราะสายตาของกรรมการผู้ตัดสินที่มองเห็นอย่างถูกต้อง คืนนั้นผมแค่แสดงความยินดีกับเรอัล มาดริด กับชัยชนะของพวกเขาเหนือทีมที่ดี ทีมที่ผมภูมิใจที่จะเป็นโค้ช 

 

“ดังนั้น โชเซ ผมไม่รู้ว่ากล้องไหนที่จะส่งตรงไปหาคุณ แต่เราพร้อมแล้ว ไปลุยกัน” 

 

ตั้งแต่มูรินโญก้าวเข้ามาคุมทีมเรอัล มาดริด สื่อสเปนหลายคนชื่นชอบเขา ส่วนหนึ่งก็เพราะความเป็น Special One รวมถึงการพูดถึงสโมสรอย่างบาร์เซโลนาอย่างต่อเนื่อง จน เคราร์ด ปิเก้ กองหลังของบาร์ซา ในตอนนั้นยอมรับว่าเขาเบื่อหน่ายกับการต้องตอบคำถามถึงมูรินโญตลอดเวลา 

 

ขณะที่นักเตะของบาร์ซาเองก็ทำตามคำสั่งของสโมสรให้ไม่ตอบโต้ตามกับดักที่มูรินโญวางไว้ในพื้นที่สื่อต่างๆ 

 

ดังนั้นเมื่อเป๊ปตัดสินใจตอบโต้ด้วยความชัดเจนในข้อความว่าพวกเขามีหน้าที่ด้วย คือการต่อสู้ในสังเวียนที่พวกเขาภูมิใจ นั่นคือสนามฟุตบอล จึงเป็นการตอบโต้ในสนามที่นักเตะรอคอยมานาน นั่นคือบนพื้นที่สื่อโดยเฮดโค้ชของพวกเขาเอง 

 

ค่ำคืนนั้นมือถือของนักเตะหลายคนปรากฏข้อความขึ้นมาคล้ายๆ กันว่า “เห็นสิ่งที่บอสทำหรือยัง” และกลับไปที่โรงแรมคืนนั้นนักเตะก็ร่วมกันปรบมือให้กับเป๊ป ซึ่งกลายเป็นค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมที่สุดคืนหนึ่งของทีม 

 

หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง บาร์เซโลนาก็เอาชนะเรอัล มาดริด ไปได้ในเลกแรก 2-0 ก่อนจะยันเสมอได้ 1-1 ในเลกที่ 2 พวกเขาผ่านเข้ารอบชิงฯ ไปเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไปได้ 3-1 

 

ปีต่อมานักเตะหลายคนก็ก้าวขึ้นไปป้องกันแชมป์ยูโรกับทีมชาติสเปนสำเร็จในปี 2012 

 

มีคำกล่าวที่โด่งดังในกีฬาคือ Beat them on the scoreboard หรือ ‘เอาชนะพวกเขาบนป้ายสกอร์’ เป็นวิธีที่หลายครั้งนักกีฬาและทีมเลือกใช้ในการต่อกรกับคู่แข่งที่มีฝีปากกล้า 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป๊ปเลือกทำในวันนั้น แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนอาจแนะนำว่าไม่ควรทำ คือการเลือกสู้ในเกมที่เขาอาจไม่ถนัดนัก นั่นคือสงครามจิตวิทยา 

 

แต่เขาทำไม่ใช่เพื่อเอาชนะเกมนี้ของมูรินโญ แต่เขาทำเพื่อให้นักเตะในทีมของเขาทุกคนเห็นว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดไม่ใช่ใครพูดได้ดีกว่า เสียงดังกว่า หรือหลักแหลมในคำพูดมากกว่า 

 

แต่ใครต่างหากที่ทำผลงานได้ออกมาดีที่สุดในสนามฟุตบอล 

 

เหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา อาจคล้ายกับเหตุผลการแต่งเพลง Dark Necessities ของ Red Hot Chili Peppers ซึ่ง แอนโทนี คีดิส นักร้องนำของวง เปิดเผยถึงเนื้อหาของเพลงนี้ว่า 

 

“ด้านมืดในตัวเรายังมีความงดงาม และความคิดสร้างสรรค์ การเติบโต รวมไปถึงแสงสว่าง อาจเกิดขึ้นจากการต่อสู้อันยากลำบากภายในจิตใจ ที่ปกติแล้วอาจไม่มีใครมองเห็น” 

 

The post KEY SUCCESS: Dark Necessities appeared first on THE STANDARD.

]]>
Instagram ที่ไม่ธรรมดาของ โชเซ มูรินโญ https://thestandard.co/mourinho-extraordinary-instagram/ Wed, 06 Nov 2024 03:00:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1004850

นอกจากเป็นยอดโค้ชแล้ว โชเซ มูรินโญ ยังมีอารมณ์ขันอย่างร […]

The post Instagram ที่ไม่ธรรมดาของ โชเซ มูรินโญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นอกจากเป็นยอดโค้ชแล้ว โชเซ มูรินโญ ยังมีอารมณ์ขันอย่างร้ายกาจในหลายๆ สถานการณ์ และหนึ่งในสิ่งที่แสดงออกถึงเรื่องนั้นได้ดีคือ Instagram ของเขา ที่หลายๆ ครั้งเขาลงภาพพร้อมกับแคปชันสุดฮาและสุดปั่นซึ่งเรียกรอยยิ้มจากแฟนบอลได้เสมอ

 

 

ภาพ: josemourinho / Instagram

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post Instagram ที่ไม่ธรรมดาของ โชเซ มูรินโญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 กุนซือที่ยังหาคำตอบให้กับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ https://thestandard.co/5-man-utd-managers-still-cant-find-the-answers/ Tue, 29 Oct 2024 06:42:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1001301

หลังการวางมือของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยู […]

The post 5 กุนซือที่ยังหาคำตอบให้กับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังการวางมือของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีกุนซือถึง 5 คน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นยังไม่สามารถพา ‘ปีศาจแดง’ กลับมาอยู่ในยุคสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ได้

 

เราไปดูกันว่ากุนซือที่ผ่านมาทั้ง 5 คน พวกเขาฝากผลงานอะไรไว้บ้าง ก่อนที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้กุนซือถาวรคนใหม่ในเร็ววันนี้

 

นับตั้งแต่หมดยุคสมัยของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้งกุนซือถาวรมาทั้งสิ้น 5 คน ไล่ตั้งแต่ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ มูรินโญ, โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ และ เอริก เทน ฮาก แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถพาปีศาจแดงประสบความสำเร็จได้เลย

 

 

เดวิด มอยส์ ‘The Chosen One’ พังไม่เป็นท่า

 

ผู้จัดการทีมคนแรกที่มารับงานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยท่านเซอร์เป็นคนเลือกเอง จนกลายมาเป็นฉายา ‘The Chosen One’ แต่ถึงอย่างนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

 

หลุยส์ ฟาน กัล ‘The Master’ ล้มเหลว

 

‘จารย์หลุยส์’ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก เดวิด มอยส์ พร้อมกับสิ่งที่มอยส์ไม่มี นั่นคือประสบการณ์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพาให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นทีมชั้นนำ และเขาเองก็ต้องจากทีมไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 2 ปี

 

 

โชเซ มูรินโญ ‘Special One’ แชมป์ยูโรปาที่ไม่ได้ไปต่อ

 

ในบรรดากุนซือทั้งหมดหลังยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โชเซ มูรินโญ ถือเป็นกุนซือที่ทำผลงานดีที่สุดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว เขาพาทีมได้แชมป์สโมสรยุโรปอย่างยูโรปาลีก และมีเปอร์เซ็นต์ชนะถึง 58.33% สูงที่สุดในบรรดากุนซือถาวรของปีศาจแดงหลังปี 2013 เป็นต้นมาด้วย

 

 

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ‘ปลุกผี ต้องใช้ผี’ แต่ผีไม่ตื่น

 

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นกุนซือที่ได้รับโอกาสยาวนานที่สุดในบรรดากุนซือถาวรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลัง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยเขาคุมทีมมากถึง 168 เกม ในเวลาเกือบ 3 ปี แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือมาเลยแม้แต่รายการเดียว

 

 

เอริก เทน ฮาก ‘มาเพื่อจบยุคสมัย’ แต่ยุคสมัยของเขาจบลงแล้ว

 

ในการเปิดตัวมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริก เทน ฮาก เขาเชื่อว่ายุคสมัยของแมนฯ ซิตี้ กับลิเวอร์พูล กำลังจะจบลง แต่น่าเสียดายที่ยุคสมัยของเขาต้องจบลงไปก่อน จากการประกาศปลดของสโมสรเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคว้าแชมป์ให้ทีมได้ถึง 2 รายการ

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

The post 5 กุนซือที่ยังหาคำตอบให้กับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มุมมองต่อนักเตะบาร์เซโลนาของ โชเซ มูรินโญ ก่อนเกมเจอเชลซีเมื่อปี 2006 https://thestandard.co/mourinhos-view-of-barcas-players-before-game-against-chelsea-in-2006/ Sat, 26 Oct 2024 02:00:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1000033

นี่คือรายงานการ Scout นักเตะบาร์เซโลนาของ โชเซ มูรินโญ […]

The post มุมมองต่อนักเตะบาร์เซโลนาของ โชเซ มูรินโญ ก่อนเกมเจอเชลซีเมื่อปี 2006 appeared first on THE STANDARD.

]]>

นี่คือรายงานการ Scout นักเตะบาร์เซโลนาของ โชเซ มูรินโญ เมื่อปี 2006 ตอนที่เขายังรับหน้าที่คุมทัพเชลซี และต้องพบกับเจ้าบุญทุ่มในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

 

สิ่งที่เขาลงความเห็นถึงนักเตะแต่ละคน แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดและอัจฉริยภาพด้านการวางแผนการเล่นของเขา

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดโค้ชผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในวงการฟุตบอล แม้ว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยชอบคาแรกเตอร์ของเขาก็ตาม

 

มุมมองต่อนักเตะบาร์เซโลนาของ โชเซ มูรินโญ ก่อนเกมเจอเชลซีเมื่อปี 2006

 

 

โรนัลดินโญ จากมุมมองของ โชเซ มูรินโญ

 

“เป็นตัวอันตรายระหว่างแนวรับ แต่เล่นเกมรับในจังหวะทรานสิชันแย่มาก ซึ่งใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ โดยรวมแล้วถือว่าเป็นทักษะในระดับที่โกงมากและล้มง่ายมาก”

 

 

ลิโอเนล เมสซี จากมุมมองของ โชเซ มูรินโญ

 

“มีทั้งคุณภาพและความเร็ว แต่ถนัดเท้าซ้ายเป็นพิเศษ มีพฤติกรรมเหมือนกับโรนัลดินโญทุกประการ อันตรายทั้งต่อแนวรับและแนวทแยง ขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้าด้วยการไปกับบอล ฟาวล์เขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเล่นตัวต่อตัวได้น่ามหัศจรรย์มาก” 

 

 

อันเดรส อิเนียสตา จากมุมมองของ โชเซ มูรินโญ

 

“มักจะลงเล่นจากม้านั่งสำรองเสมอ เป็นนักเตะที่มีไดนามิกสูง มีรัศมีการเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังมีความเร็วในการเคลื่อนที่และความเร็วในการดำเนินเกม เป็นนักเตะที่ฉลาดแกมโกง”

 

 

การ์เลส ปูโยล จากมุมมองของ โชเซ มูรินโญ

 

“ผู้เล่นที่ก้าวร้าวแต่มีอารมณ์ร่วมสูงมาก หัวเสียเมื่อถูกยั่วยุ เหมาะที่จะกดดันใส่เป็นอย่างยิ่ง ไม่มีเซนส์ในการยืนตำแหน่ง ชอบตามผู้เล่นตัวรุกจนถึงกลางสนาม ย่ำแย่ในการเป็นผู้นำในเกมรับ อยากจะเล่นกับดักล้ำหน้าเมื่อมันมีจังหวะที่เป็นไปไม่ได้”

 

 

ซามูเอล เอโต จากมุมมองของ โชเซ มูรินโญ

 

“เป็นตัวจุดชนวนคนสำคัญที่ดุดันมากไม่ว่าจะมีบอลหรือไม่ก็ตาม กัดไม่ปล่อย เชื่อมั่น และรักษาจังหวะอย่างเข้มข้นตลอดทั้งเกม ยิงจากทุกที่ได้โดยไม่ต้องเตรียมตัวใดๆ”

 

อ้างอิง:

The post มุมมองต่อนักเตะบาร์เซโลนาของ โชเซ มูรินโญ ก่อนเกมเจอเชลซีเมื่อปี 2006 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดโผ 6 กุนซือที่มีอัตราชนะ ‘ฟุตบอลถ้วย’ มากที่สุด https://thestandard.co/top-football-managers-cup-win-rates/ Thu, 17 Oct 2024 09:34:15 +0000 https://thestandard.co/?p=997183 ฟุตบอลถ้วย

หรือนี่คือเหตุผลที่ทีมชาติอังกฤษเลือก โธมัส ทูเคิล? &nb […]

The post เปิดโผ 6 กุนซือที่มีอัตราชนะ ‘ฟุตบอลถ้วย’ มากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลถ้วย

หรือนี่คือเหตุผลที่ทีมชาติอังกฤษเลือก โธมัส ทูเคิล?

 

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลและกูรูในต่างประเทศ ที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยถึงการมานั่งตำแหน่งกุนซือทีมชาติอังกฤษคนใหม่ของ โธมัส ทูเคิล

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่า เส้นทางอาชีพโค้ชและความสำเร็จในระดับสโมสรของทูเคิลนั้นจัดว่าทำได้ยอดเยี่ยม และตามข้อมูลของ GiveMeSport กุนซือชาวเยอรมันมีอัตราชนะในนัดชิงชนะเลิศ ‘ฟุตบอลถ้วย’ มากถึง 73%

 

และนี่คือผลงานของ 6 สุดยอดกุนซือที่มีอัตราชนะ ‘ฟุตบอลถ้วย’ มากที่สุด

 

 

The post เปิดโผ 6 กุนซือที่มีอัตราชนะ ‘ฟุตบอลถ้วย’ มากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas Originals ดึง ‘มูรินโญ’ เป็นนายแบบคอลเล็กชันล่าสุด https://thestandard.co/adidas-originals-jose-mourinho/ Tue, 18 Jun 2024 01:08:44 +0000 https://thestandard.co/?p=946301 adidas Originals

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา adidas Originals และสตูดิโอออกแบบใน […]

The post adidas Originals ดึง ‘มูรินโญ’ เป็นนายแบบคอลเล็กชันล่าสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
adidas Originals

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา adidas Originals และสตูดิโอออกแบบในมอนทรีออลอย่าง JJJJound เปิดตัวรองเท้าสนีกเกอร์รุ่น Samba คอลเล็กชันพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางกีฬาของแบรนด์ ‘สามแถบ’

 

คอลเล็กชัน adidas Originals by JJJJound ชุดนี้ ดึงเอาสุนทรียศาสตร์แห่งกีฬาฟุตบอลที่เป็นแก่นในการออกแบบเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และรองเท้า เพื่อให้เข้าถึงแก่นและหัวใจของฟุตบอล พรีเซนเตอร์ที่พวกเขาเลือกใช้จึงต้องเข้าถึงหัวใจของฟุตบอลอย่างแท้จริง และนั่นทำให้เราได้เห็น โชเซ มูรินโญ หนึ่งในสุดยอดกุนซือแห่งโลกฟุตบอลมาเป็นนายแบบให้คอลเล็กชันนี้

 

โดยภาพเซ็ตนี้นอกจากจะได้นายใหญ่ชาวโปรตุกีสมาเป็นนายแบบแล้ว ยังได้ เลียม แมคเร ช่างภาพชื่อดังที่ถ่ายภาพสตรีทแฟชั่นมาแล้วมากมาย มาถ่ายทอดคอลเล็กชันนี้ของ adidas ด้วย

 

คอลเล็กชันของ adidas Originals กับ JJJJound จะวางจำหน่ายในเว็บไซต์ของ adidas ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

 

adidas Originals adidas Originals adidas Originals adidas Originals

 

อ้างอิง:

The post adidas Originals ดึง ‘มูรินโญ’ เป็นนายแบบคอลเล็กชันล่าสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ ทำนายผล ยูโร 2024 และรางวัลอื่นๆ https://thestandard.co/mourinho-euro-2024-predictions/ Thu, 13 Jun 2024 07:16:45 +0000 https://thestandard.co/?p=944733

โชเซ มูรินโญ ทำนายผล ยูโร 2024 และรางวัลอื่นๆ   โช […]

The post โชเซ มูรินโญ ทำนายผล ยูโร 2024 และรางวัลอื่นๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โชเซ มูรินโญ ทำนายผล ยูโร 2024 และรางวัลอื่นๆ

 

โชเซ มูรินโญ ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘พ่อหมอ’ คนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรป ที่มักพูดอะไรไม่ค่อยจะพลาด

 

ล่าสุดเขาออกมาทำนายผลเกี่ยวกับฟุตบอล ยูโร 2024 รวมไปถึงรางวัลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์ รวมถึงผู้ชนะรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้

 

การทำนายของเขาในครั้งนี้จะแม่นยำขนาดไหน แล้วเห็นด้วยกับการทำนายของเขาหรือไม่

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post โชเซ มูรินโญ ทำนายผล ยูโร 2024 และรางวัลอื่นๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ จ่อเซ็นสัญญา 2 ปี คุมเฟเนร์บาห์เชในลีกตุรกี https://thestandard.co/jose-mourinho-sign-a-2-year-contract/ Fri, 31 May 2024 10:04:00 +0000 https://thestandard.co/?p=939830

สื่อยุโรปหลายสำนัก รวมถึง OneFootball และ Daily Mail รา […]

The post โชเซ มูรินโญ จ่อเซ็นสัญญา 2 ปี คุมเฟเนร์บาห์เชในลีกตุรกี appeared first on THE STANDARD.

]]>

สื่อยุโรปหลายสำนัก รวมถึง OneFootball และ Daily Mail รายงานตรงกันว่า โชเซ มูรินโญ อดีตหัวหน้าโค้ชของอาแอส โรมา ตกลงรับงานคุมทีมเฟเนร์บาห์เช สโมสรในซูเปอร์ลีกตุรกีเรียบร้อยแล้ว

 

หลังจากถูกหมาป่ากรุงโรมไล่ออกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เจ้าของฉายา ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ ก็รองานใหม่ที่เหมาะสมสำหรับเขามาตลอดหลายเดือน และล่าสุดดูเหมือนงานนั้นจะมาถึงแล้ว

 

จากรายงานของ จานลูกา ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อดังจาก Sky Sports ระบุว่า นายใหญ่ชาวโปรตุกีสได้รับหลากหลายข้อเสนอให้เขาไปคุมทีมก่อนจะถึงช่วงซัมเมอร์ แต่สุดท้ายมูรินโญก็เลือกเฟเนร์บาห์เช

 

รายงานยังระบุอีกว่า การเจรจาระหว่างตัวแทนของมูรินโญกับ มาริโอ บรังโก ผู้อำนวยการกีฬาชาวโปรตุกีสของเฟเนร์บาห์เช เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

โดยดิ มาร์ซิโอ รายงานว่า มูรินโญน่าจะเซ็นสัญญา 2 ปีกับเฟเนร์บาห์เชจนถึงซัมเมอร์ปี 2026 โดยรายละเอียดอื่นๆ น่าจะประกาศอย่างเป็นทางการตามมา

 

อ้างอิง:

The post โชเซ มูรินโญ จ่อเซ็นสัญญา 2 ปี คุมเฟเนร์บาห์เชในลีกตุรกี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดลิสต์ 4 ผู้จัดการทีม มีข่าวเชื่อมโยงลิเวอร์พูล https://thestandard.co/4-managers-have-news-linked-to-liverpool/ Tue, 23 Apr 2024 11:51:39 +0000 https://thestandard.co/?p=925866

นอกจากการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เข้มข้นในทุกสัปดาห์แล้ […]

The post เปิดลิสต์ 4 ผู้จัดการทีม มีข่าวเชื่อมโยงลิเวอร์พูล appeared first on THE STANDARD.

]]>

นอกจากการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เข้มข้นในทุกสัปดาห์แล้ว ตอนนี้แฟนบอล ‘ลิเวอร์พูล’ ยังต้องลุ้นว่าใครจะมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แห่งทัพหงส์แดง หลังเจอร์เกน คล็อปป์ ประกาศวางมือหลังจบฤดูกาลนี้

 

THE STANDARD SPORT ถือโอกาสเปิดลิสต์ 4 กุนซือที่มีข่าวโยงกับเก้าอี้ผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูลตลอดหลายวันที่ผ่านมา เพื่อดูว่าใครอยู่ในลิสต์นี้บ้าง

 

แล้วแฟนบอลลิเวอร์พูลอยากให้ใครมาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม

 

 

The post เปิดลิสต์ 4 ผู้จัดการทีม มีข่าวเชื่อมโยงลิเวอร์พูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ยืนยันสร้างสารคดี มูรินโญ ฉายปี 2025 https://thestandard.co/jose-mourinho-documentary-netflix/ Fri, 15 Mar 2024 01:22:36 +0000 https://thestandard.co/?p=911319 José Mourinho

Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังยืนยันอย่างเป็นทางการว่ […]

The post Netflix ยืนยันสร้างสารคดี มูรินโญ ฉายปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
José Mourinho

Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังยืนยันอย่างเป็นทางการว่า จะมีการสร้างซีรีส์สารคดีของ โชเซ มูรินโญ โดยได้ทีมสร้างและโปรดิวเซอร์ของ BECKHAM ซีรีส์สารคดีของ เดวิด เบ็คแฮม มาคุมงานการผลิต และจะออกอากาศในปี 2025

 

รายงานระบุว่า ซีรีส์สารคดีของ ‘เดอะสเปเชียลวัน’ จะมีความยาวทั้งหมด 4 ตอน ซึ่งจะบอกเล่าเรื่องราวการทำงานเป็นโค้ชตลอด 25 ปีของเขา ไล่ตั้งแต่ความสำเร็จที่ปอร์โต ก่อนย้ายไปสร้างทีมเชลซี แล้วมาคว้าทริปเปิลแชมป์กับอินเตอร์ มิลาน รวมไปถึงช่วงเวลาอื่นๆ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และการคุมทีมครั้งล่าสุดกับ อาแอส โรมา

โดยมูรินโญกล่าวว่า “สารคดีเรื่องเกี่ยวกับผมจะได้ฉายทาง Netflix ในนั้นมีหลายสิ่งที่คุณจะได้รู้จากที่นั่นเท่านั้น แล้วคุณจะรู้ว่าผมมันบ้าขนาดไหนเมื่อสารคดีชุดนี้ออกฉายทาง Netflix”

สารคดีในปัจจุบันจะเน้นไปที่ผู้เล่น ผู้จัดการทีมในวงการกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ซีรีส์ All or Nothing ของ Amazon Prime Video ไปจนถึงสารคดีฟุตบอลโลกกาตาร์ปี 2022 อย่าง Captains of the World ซึ่งฉายทาง Netflix

 

อ้างอิง:

 

The post Netflix ยืนยันสร้างสารคดี มูรินโญ ฉายปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟนบอลเชลซีร้องเพลงชื่อ ‘มูรินโญ-เสี่ยหมี’ ก่อนทีมทำได้เพียงเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2 https://thestandard.co/mourinho-roman-abramovich-chelsea/ Sun, 03 Mar 2024 05:38:17 +0000 https://thestandard.co/?p=906592 Mourinho Roman Abramovich

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เริ่มมีการพูดถึงกันขึ้นมา สำหรับค […]

The post แฟนบอลเชลซีร้องเพลงชื่อ ‘มูรินโญ-เสี่ยหมี’ ก่อนทีมทำได้เพียงเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mourinho Roman Abramovich

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เริ่มมีการพูดถึงกันขึ้นมา สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง เมาริซิโอ โปเชตติโน และแฟนบอลเชลซี ที่ล่าสุดแฟนบอลได้ตะโกนขับไล่โปเชตติโนให้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเชลซี ในขณะที่ทัพสิงห์บลูกำลังตามหลังเบรนท์ฟอร์ด 1-2

 

ขณะเดียวกันแฟนบอลของเชลซียังได้ตะโกนร้องเพลงชื่อ โชเซ มูรินโญ (อดีตผู้จัดการของทีมวัย 61 ปีที่ปัจจุบันอยู่ในภาวะว่างงาน) เพื่อส่งสัญญาณเป็นนัยว่า แฟนบอลต้องการให้มูรินโญกลับมาคุมอีกครั้ง ท่ามกลางผลงานในมือของโปเชตติโนที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ 

 

นอกจากนั้นยังมีช่วงที่แฟนบอลได้เยาะเย้ย ทอดด์ โบห์ลี เจ้าของทีมคนปัจจุบัน ด้วยการตะโกนชื่อยกย่อง โรมัน อับราโมวิช หรือ ‘เสี่ยหมี’ อดีตเจ้าของทีมที่เคยพาทีมประสบความสำเร็จตลอดเวลาร่วม 20 ปีที่ผ่านมา

 

โดยหลังจบเกม เมาริซิโอ โปเชตติโน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของแฟนบอลที่ตะโกนขับไล่เขาให้ลงจากตำแหน่งว่า “พูดตามตรง เป็นเรื่องปกติที่เรากำลังตามหลังในเกม 1-2 และแฟนบอลก็แสดงความหงุดหงิด แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบ เพราะผมคือหัวหน้าโค้ช

 

“ผมไม่กังวล (ต่อความสัมพันธ์กับแฟนบอล) เราต้องสร้างความสัมพันธ์ด้วยการชนะเกม แต่ในขณะนี้เราทำผลงานได้ไม่ตรงกับความคาดหวัง

 

“ผมคิดว่าความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ดี เราต้องเข้าใจว่าแฟนบอลมีอารมณ์ร่วม ผมต่อสู้อย่างสุดความสามารถ เพื่อพยายามจัดหาเครื่องมือให้ทีมในการทำงาน ปรับปรุง ทำประตู และคว้าชัยชนะ วันนี้เป็นวันเกิดที่ผมอายุครบ 52 ปี ผมรู้จักวงการนี้ดี แต่ผมจะไม่มีวันยอมแพ้ ผมพร้อมสู้ต่อไป และเกมหน้าเราจะลุยกันต่อ” โปเชตติโนกล่าว

 

แต่อย่างไรก็ดี ก่อนจบเกมนี้เชลซีมาได้ประตูตีเสมอจากลูกโหม่งของ อักเซล ดิซาซี ทำให้จบเกมด้วยการเสมอกัน 2-2 แบ่งไปทีมละแต้ม โดยเชลซีปัจจุบันพวกเขาจมอยู่อันดับ 11 ของตารางคะแนน หลังผ่านไป 26 นัด เก็บได้ 36 คะแนน ห่างจาก Top 4 ไกลถึง 19 คะแนน

 

The post แฟนบอลเชลซีร้องเพลงชื่อ ‘มูรินโญ-เสี่ยหมี’ ก่อนทีมทำได้เพียงเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูรินโญเคยแซวกวาร์ดิโอลาว่าหัวล้านเพราะเครียดเรื่องฟุตบอล https://thestandard.co/mourinho-say-pep-guardiola-stress-cause-bald/ Tue, 27 Feb 2024 04:01:09 +0000 https://thestandard.co/?p=904537 โชเซ มูรินโญ

โชเซ มูรินโญ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถือเป็นกุนซือคู่ปรับม […]

The post มูรินโญเคยแซวกวาร์ดิโอลาว่าหัวล้านเพราะเครียดเรื่องฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ

โชเซ มูรินโญ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ถือเป็นกุนซือคู่ปรับมากฝีมือที่นับเป็นมวยถูกคู่ เพราะนอกจากฝีมือในสนามจะไม่แพ้กันแล้ว การให้สัมภาษณ์ถึงกันและกันในแง่บวกและลบก็ต่างทำออกมาได้ยอดเยี่ยมทั้งคู่ และหลายครั้งก็สร้างความบันเทิงให้แฟนๆ ได้ไม่น้อย

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 สมัยที่มูรินโญยังทำงานกับเชลซี และกวาร์ดิโอลาเป็นกุนซือของบาเยิร์น มิวนิก ทั้งคู่เคยเถียงกันเรื่องความยาวของหญ้าในสนามระหว่างการประชุมผู้จัดการทีมของยูฟ่า

 

โดยหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกมาฉะกันผ่านสื่อเล็กน้อย โดยกวาร์ดิโอลาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน หลังไปวิจารณ์สไตล์การทำทีมของเฮดโค้ชชาวโปรตุเกส

 

แต่เป็นที่รู้กันดีว่ามูรินโญแสบแค่ไหน และเขาก็เอาคืนผ่านการให้สัมภาษณ์กับ El Confidencial ในเวลาต่อมาดังประโยคในภาพนี้

 

อ้างอิง:

The post มูรินโญเคยแซวกวาร์ดิโอลาว่าหัวล้านเพราะเครียดเรื่องฟุตบอล appeared first on THE STANDARD.

]]>