Hermes Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/hermes/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 25 Mar 2026 06:38:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รู้จัก Hermès Plein Air รองพื้นรุ่นแรกของเมซงที่มีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% https://thestandard.co/life/hermes-plein-air-foundation-skincare/ Wed, 25 Mar 2026 06:38:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1191151 รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง

Hermès แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผล […]

The post รู้จัก Hermès Plein Air รองพื้นรุ่นแรกของเมซงที่มีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง

Hermès แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอานม้า (Saddlery)และเครื่องหนังมาตั้งแต่ปี 1837 ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล และการที่ Hermès ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการรองพื้นเป็นครั้งแรกก็ไม่ต่างกัน ต้องยอมรับว่าตอนที่ทราบข่าวว่า Hermès จะเปิดตัวรองพื้นรุ่นแรก ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้นมาก เพราะการก้าวเข้ามาในเกมเมกอัพของแบรนด์ระดับเมซงนั้นเป็นเรื่องสุดท้าทาย แต่ Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ก็พิสูจน์แล้วการรอคอยที่ยาวนานก็คุ้มค่าเสมอ

 

 
 

ภายใต้การดูแลของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Gregoris Pyrpylis รองพื้นขวดนี้ไม่ได้พยายามแข่งขันกับใคร แต่เลือกที่จะนิยามคำว่า ‘แมตต์’ ใหม่ทั้งหมด โดยทำให้เป็น Luminous Matte ที่ผิวยังมีมิติและดูมีชีวิตชีวา ไม่แห้งตึง ไม่ดร็อประหว่างวัน และไม่ทำให้ผิวดูแบน ด้วยเบสสกินแคร์สูงถึง 82% ผสาน White Mulberry Extract ที่ปกป้องผิวจากมลภาวะและฟื้นฟูความยืดหยุ่น, Hyaluronic Acid เติมความชุ่มชื้นตลอดวัน และ Niacinamide ที่ค่อยๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ

 

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 1
 

 

มีจุดเด่นจากส่วนผสมสกินแคร์สูงถึง 82%

 

จุดที่น่าสนใจที่สุดของสูตรรองพื้นรุ่นแรกคือการที่ Hermès เลือกให้สกินแคร์เป็นแกนหลัก โดยมีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% และมีเม็ดสีเพียง 12% ซึ่งทำให้เนื้อสัมผัสบางเบาผิดคาด เกลี่ยลื่นและกลืนเข้ากับผิวในไม่กี่วินาที ให้ฟีลเหมือนมีผิวชั้นที่สอง (Second Skin Effect) มากกว่าจะรู้สึกว่ามีอะไรโปะทับอยู่บนหน้า

 

Hero Ingredient ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เสมอมาในหลายๆ ผลิตภัณฑ์คือ White Mulberry Extract หรือสารสกัดจากหม่อนขาว (Morus alba L.) ที่ทำหน้าที่เป็น Antioxidant ชั้นเลิศ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและฟื้นฟูความยืดหยุ่น ควบคู่กับ Hyaluronic Acid ที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวเราตลอดวัน และ Niacinamide ที่ค่อยๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้นเมื่อใช้สม่ำเสมอ พอรวมกันแล้วรู้สึกได้เลยว่านี่คือรองพื้นที่มอบการดูแลผิวไปพร้อมๆ กันเป็นทีม หนึ่งสิ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อนใช้คือ สัดส่วนสกินแคร์สูง เนื้อผลิตภัณฑ์จึงมีการแยกชั้นกันตามธรรมชาติ ก่อนใช้รองพื้นจึงต้องเขย่าขวดก่อนทุกครั้งด้วยนะ

 

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 2
 

 

15 เฉดสีที่เข้าใจผิวเอเชีย

 

รองพื้น Hermès ทำออกมาทั้งหมด 34 เฉดสี และสำหรับไทยกับตลาดเอเชียคัดมาแล้ว 15 เฉดที่ตอบโจทย์ที่สุด แบ่งตามอันเดอร์โทน Cool (C), Neutral (N) และ Warm (W) สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษคือโทน Neutral ที่บาลานซ์ระหว่างเม็ดสีชมพูและเหลืองได้อย่างลงตัว ไม่ทำให้หน้าเทาหรือดร็อปตลอดวัน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนเจอกับรองพื้นราคาสูงบางเจ้าอยู่เหมือนกัน

 

ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบโดย Pierre Hardy ก็ไม่น้อยหน้า ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมตัดกับฝาโลหะประดับตรา ex-libris สีทอง วางบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วสวยมากจนเหมือนเป็นไอเท็มเก๋ๆ แต่งโต๊ะเครื่องแป้งได้เลย

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 3
 
 

จับคู่กับไพรเมอร์เพื่อที่สุดของความลงตัว

 

ถ้าอยากได้งานผิวที่โปรที่สุด Hermès แนะนำให้เริ่มด้วย Perfecting Primer ไพรเมอร์เนื้อฟลูอิดที่ช่วยคุมมันและเบลอรูขุมขนให้ดูซาติน (สำหรับสาวผิวแห้ง ลองลงเฉพาะ T-Zone ดูก่อน)

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 4
 

เก็บงานด้วย Le Perfecteur Brush แปรงทรงตัดเฉียงที่ได้แรงบันดาลใจจากกีบม้า ขนแปรงนุ่มไม่กินเนื้อรองพื้น เกลี่ยได้เนียนและประณีตกว่านิ้วมือชัดเจน

 

 
รองพื้น Hermès Plein Air Luminous Matte Skincare Foundation ขวดแก้วพร้อมฝาทอง 5
 

ราคา: Luminous Matte Skincare Foundation 4,900 บาท, Perfecting Primer 3,900 บาท, Le Perfecteur Brush 4,800 บาท ที่เคาน์เตอร์ Hermès Beauty ทุกสาขา

 

 

The post รู้จัก Hermès Plein Air รองพื้นรุ่นแรกของเมซงที่มีเบสสกินแคร์สูงถึง 82% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermés มียอดขาย 1.6 หมื่นล้านยูโร และกำไรสุทธิ 4.5 พันล้านยูโรในปี 2025 https://thestandard.co/hermes-sales-profit-2025/ Fri, 13 Feb 2026 04:59:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1178135 สินค้าแฟชั่นหรูหราจาก Hermès สะท้อนผลประกอบการอันแข็งแกร่งของแบรนด์

Hermés เปิดเผยผลประกอบการในปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรา […]

The post Hermés มียอดขาย 1.6 หมื่นล้านยูโร และกำไรสุทธิ 4.5 พันล้านยูโรในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินค้าแฟชั่นหรูหราจาก Hermès สะท้อนผลประกอบการอันแข็งแกร่งของแบรนด์

Hermés เปิดเผยผลประกอบการในปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรายได้ที่สูงขึ้น 5.5% ในจำนวน 1.6 หมื่นล้านยูโร ในขณะที่กำไรสุทธิลดลง 1.72% ไปอยู่ที่จำนวน 4.5 พันล้านยูโร อันเป็นผลจากการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากบริษัทยักษ์ใหญ่ ตามนโยบายเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการคลังของฝรั่งเศส

 

Axel Dumas ประธานกรรมการบริหารของบริษัทเผยว่า ถ้าหากนับรวมเงินภาษีก้อนที่จ่ายไปทั้งหมด 330 ล้านยูโรนั้น Hermés จะมีกำไรสุทธิปี 2025 สูงขึ้นจากปีก่อนหน้าทั้งหมด 5.5% ด้วยเช่นกัน สำหรับปี 2026 ทางบริษัทจะใช้กลยุทธ์การเปิดสโตร์ใหม่และขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเขาเผยถึงความคาดหวังในปี 2026 ว่า

 

“ผมไม่สามารถคาดการณ์อะไรในปี 2026 ได้เลย เรากลับมาอยู่ในโลกที่ทุกๆ 2 ปีจะต้องเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นสักอย่างหรือรายได้ภูมิภาคหนึ่งชะลอตัวลง และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น อย่างตอนโควิดที่ทำให้ทุกภูมิภาคหยุดชะงัก และหลังยุคโควิดที่ทุกภูมิภาคกลับมาทำงานพร้อมกันอีกครั้ง ผมรู้ว่าตัวเองกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของอาชีพที่ซึ่งมีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้นที่ไหนสักที่ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่เมื่อเกิดความผิดพลาดในภูมิภาคหนึ่ง มันก็จะถูกชดเชยด้วยความสำเร็จของอีกภูมิภาคด้วยเช่นกัน”

 

Axel Dumas พูดถึงมุมมองต่อรายได้ Hermés ในปี 2026 ด้วยว่า เขาเห็นการเติบโตของรายได้ในสหรัฐอเมริกาและที่ยุโรป และเขาก็ยังคงทึ่งกับผลประกอบการในประเทศญี่ปุ่นที่เขาเชื่อว่าเป็นผลพวงจากการทำงานของทีมที่เขาส่งไป ส่วนรายได้จากจีนแผ่นดินใหญ่ก็เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 โดยรายได้ในเอเชียแบบไม่รวมญี่ปุ่นนั้นสูงขึ้น 0.8% ในจำนวน 6.7 พันล้านยูโร

 

ภาพ: CFOTO/Future Publishing via Getty Images

 

อ้างอิง

The post Hermés มียอดขาย 1.6 หมื่นล้านยูโร และกำไรสุทธิ 4.5 พันล้านยูโรในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER ดีไซเนอร์หญิงที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการ Menswear https://thestandard.co/7-things-we-love-about-grace-wales-bonner/ Sun, 08 Feb 2026 10:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1175181 7-things-we-love-about-grace-wales-bonner

หลังจากนี้ทุกคนจะต้องเริ่มจดจำชื่อของ Grace Wales Bonne […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER ดีไซเนอร์หญิงที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการ Menswear appeared first on THE STANDARD.

]]>
7-things-we-love-about-grace-wales-bonner

หลังจากนี้ทุกคนจะต้องเริ่มจดจำชื่อของ Grace Wales Bonner ไว้ให้ดีๆ เมื่อเธอถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Hermès ฝ่าย Menswear ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เธอไม่ใช่แค่ดีไซเนอร์ เธอเป็นนักเล่าเรื่องผู้รังสรรค์เสื้อผ้าให้กลายเป็นบทสนทนาทางวัฒนธรรม และเป็นชื่อที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางของแฟชั่นยุคใหม่ การมาครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวยิ่งใหญ่ที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ การร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสวมโลโก้ แต่มันคือการนำมรดกของ Hermès มาผสานกับมุมมองร่วมสมัยที่ลุ่มลึกและมีความหมาย

 

กว่า 37 ปี ของ Hermès ครั้งนี้เราจะได้เห็นทิศทางใหม่ๆ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเธอและความหลงใหลในงานตัดเย็บที่เธอมักถ่ายทอดบนแบรนด์ Wales Bonner ของเธอเอง ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่โลกจับตามองที่สุดในยุคปัจจุบัน วันนี้เรา The Standard Pop จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับดีไซเนอร์นาม Grace Wales Bonner กันมากขึ้น 

 

EARLY LIFE

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

Grace Wales Bonner เกิดเมื่อปี 1990 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีเชื้อสายจาเมกาและอังกฤษ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของมุมมองด้านวัฒนธรรมในงานออกแบบของเธอ Grace เติบโตในสภาพแวดล้อมที่รายล้อมด้วยดนตรี ศิลปะ และ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของลอนดอน เธอศึกษาด้านแฟชั่นที่ Central Saint Martins โดยเริ่มจากระดับปริญญาตรี และ ต่อยอดสู่ปริญญาโทด้าน Menswear Design งานวิทยานิพนธ์ของเธอมุ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างอัตลักษณ์ชายผิวสี ประวัติศาสตร์ยุโรป และ วัฒนธรรมแอฟริกัน-แคริบเบียน ซึ่งไม่เพียงเป็นงานแฟชั่น แต่เป็นงานวิจัยเชิงทฤษฎีที่มีน้ำหนักทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน 

 

HOW SHE STARTED IN FASHION

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

Grace Wales Bonner เริ่มต้นเส้นทางในวงการแฟชั่นอย่างโดดเด่นตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา โดยผลงานจบการศึกษาของเธอได้รับการจับตามองจากนักวิจารณ์และสื่อแฟชั่นระดับนานาชาติทันที หลังจบการศึกษาในปี 2014 เธอตัดสินใจไม่เข้าสู่ระบบแฟชั่นเฮาส์แบบดั้งเดิม แต่ก่อตั้งแบรนด์ของตัวเอง เพื่อรักษาความอิสระทางความคิดและการเล่าเรื่อง งานของเธอถูกนิยามว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างแฟชั่น ทฤษฎีวัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ส่งผลให้เธอกลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการ Menswear ช่วงทศวรรษ 2010s 

 

WALES BONNER BRAND

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

แบรนด์ Wales Bonner ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าแบรนด์เสื้อผ้า แต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สำรวจอัตลักษณ์ ความเป็นชาย และประวัติศาสตร์โลกแอฟริกัน-ยุโรป งานออกแบบของแบรนด์โดดเด่นด้วยการตัดเย็บแบบคลาสสิก ผสานซิลูเอตที่เรียบ ละเมียด และมีจังหวะของความเป็น Sportswear และ Tailoring อยู่ร่วมกัน พร้อมทั้งผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากชนเผ่ามาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยในงานดีไซน์ของเธอ Wales Bonner ยังขยายขอบเขตของแบรนด์ไปสู่สื่อสิ่งพิมพ์ นิทรรศการ และดนตรี ทำให้แบรนด์มีสถานะใกล้เคียงสถาบันทางวัฒนธรรมมากกว่าการเป็นเพียงแบรนด์แฟชั่นอย่างเดียว 

 

ADIDAS COLLABORATION

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

การร่วมงานระหว่าง Wales Bonner และ Adidas เริ่มขึ้นในปี 2020 และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ของ Grace เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น คอลเล็กชันนี้นำเอากลิ่นอาย sportswear ของ Adidas มาผสานกับการอ้างอิงวัฒนธรรม Afro-Atlantic ผ่านสี วัสดุ และดีเทลที่ละเอียดอ่อน รองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Samba, SL72 และ Gazelle ถูกตีความใหม่ในมุมที่หรู สุขุม และมีบริบททางประวัติศาสตร์ คอลแลบนี้ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงวิจารณ์และเชิงพาณิชย์ และกลายเป็นหนึ่งใน partnership ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Adidas ในยุคปัจจุบัน

 

BOSE HEADPHONES

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

Grace Wales Bonner ร่วมงานกับ Bose ในการออกแบบหูฟังรุ่นพิเศษที่ผสานเทคโนโลยีเสียงเข้ากับมุมมองเชิงวัฒนธรรมของเธอ โปรเจกต์นี้สะท้อนความสนใจของ Grace ต่อดนตรีในฐานะเครื่องมือเชื่อมโยงอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และอารมณ์ของมนุษย์ งานออกแบบเน้นความเรียบหรู วัสดุคุณภาพสูง และโทนสีที่สอดคล้องกับภาษาของแบรนด์ Wales Bonner การร่วมมือกับ Bose แสดงให้เห็นศักยภาพของเธอในการทำงานข้ามอุตสาหกรรม โดยยังคงความลุ่มลึกทางแนวคิดและตัวตนของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน

 

RECOGNITION

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

Grace Wales Bonner ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เธอคว้ารางวัล LVMH Prize ในสาขา Special Jury Prize ในปี 2016 ซึ่งถือเป็นจุดยืนยันสถานะของเธอในฐานะดีไซเนอร์ดาวรุ่งระดับโลก ต่อมาในปี 2021 เธอได้รับรางวัล CFDA International Men’s Designer of the Year สะท้อนอิทธิพลและวิสัยทัศน์ของเธอในวงการ menswear นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษยังมอบตำแหน่ง OBE (Officer of the Order of the British Empire) ให้แก่เธอ จากคุณูปการต่อวงการแฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัย

 

NEXT CHAPTER AT HERMÈS

 

7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER

 

บทบาทสำคัญของ Grace Wales Bonner ที่วงการแฟชั่นจับตามองหลังจากนี้คือ การเข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ Hermès ให้กับฝ่าย Menswear การมาของเธอครั้งนี้ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากเพราะ Grace ถือเป็นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่โดดเด่นในงานดีไซน์คอลเล็กชันผู้ชายเป็นอย่างมาก และกว่า 37 ปี แบรนด์ Hermès ยังไม่เคยเปลี่ยนดีไซเนอร์เลย การร่วมมือนี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ให้ Hermès ได้มีมุมมองและสร้างบทสนทนากับวัฒนธรรมร่วมสมัยที่กว้างขึ้น ผ่านมุมมองของ Grace ที่หลากหลายบวกกับภาษาการออกแบบของเธอที่เข้ากับงานคราฟต์ได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งเป็นหัวใจหลัก Hermès เธอน่าจะเป็นสะพานเชื่อมให้แบรนด์เข้าถึงคนหมู่มากโดยเฉพาะคนจากวัฒนธรรมที่หลากหลายมากขึ้น

 

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT GRACE WALES BONNER ดีไซเนอร์หญิงที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการ Menswear appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès เตรียมเปิดเวิร์กช็อปแห่งใหม่ที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส https://thestandard.co/hermes-normandy-workshop-france/ Tue, 03 Feb 2026 08:03:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1173185 ภาพเวิร์กช็อปผลิตเครื่องหนังของแบรนด์ Hermès

Hermès ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้บริหาร […]

The post Hermès เตรียมเปิดเวิร์กช็อปแห่งใหม่ที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเวิร์กช็อปผลิตเครื่องหนังของแบรนด์ Hermès

Hermès ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้บริหาร Axel Demas ประกาศเตรียมเปิดเวิร์กช็อปหรือโรงงานผลิตเครื่องหนังแห่งใหม่ที่ Les Andelys แห่งจังหวัด Eure ในภูมิภาคนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Hermès ได้เปิดโรงงานผลิตอยู่ในจังหวัดเดียวกันที่เทศบาล Val-de-Reuil และ Louviers มาแล้ว และยังกำลังเตรียมเปิดเวิร์กช็อปที่ Colembelles ในแคว้นนอร์มังดีเร็วๆ นี้อีกด้วย

 

Hermès เลือกพื้นที่ที่อดีตเคยเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตเครื่องแก้วของ Holophane มาพัฒนาเป็นเวิร์กช็อปแห่งใหม่ของแบรนด์ พร้อมกับให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงอนุรักษ์และคงไว้ซึ่งความรู้ความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศของช่างฝีมืออย่างที่เคยทำมาทุกครั้งเมื่อเปิดโรงงานใหม่

 

ปกติแล้วโปรดักชันการสร้างเวิร์กช็อปใหม่ของ Hermès จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10-20 ล้านยูโร โดยพวกเขาจะว่าจ้างช่างฝีมือทั้งหมด 260 ชีวิตสำหรับเวิร์กช็อปที่ Les Andelys ซึ่งก็จะเป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในชุมชนจังหวัด Eure ที่ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่รอบริมแม่น้ำแซนไม่ถึง 8,000 คน ช่างฝีมือหน้าใหม่ในอนาคตเหล่านี้จะได้รับความรู้สำคัญแห่งการประกอบอาชีพ จากการร่วมมือกันระหว่าง France Travail หรือหน่วยจัดหางานของรัฐบาลฝรั่งเศส กับหน่วยงานด้านการศึกษาของนอร์มังดี ก่อนที่จะได้ไปฝึกฝนอย่างเข้มข้นที่โรงงานใน Louviers

 

ภาพ: VAN DER HILST/Gamma-Rapho via Getty Images

อ้างอิง: https://th.fashionnetwork.com/news/Hermes-announces-plans-to-open-new-workshop-in-normandy-france,1803207.html

The post Hermès เตรียมเปิดเวิร์กช็อปแห่งใหม่ที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระเป๋า Hermès Birkin Voyageur ของ Jane Birkin ถูกประมูลไปกว่า 91 ล้านบาท https://thestandard.co/jane-birkin-birkin-bag-auction/ Wed, 10 Dec 2025 08:58:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1153232 กระเป๋า Hermès Birkin Voyageur ของ Jane Birkin ถูกประมูลไปกว่า 91 ล้านบาท

กระเป๋า Hermès Birkin รุ่น Voyageur ของ Jane Birkin ถูก […]

The post กระเป๋า Hermès Birkin Voyageur ของ Jane Birkin ถูกประมูลไปกว่า 91 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระเป๋า Hermès Birkin Voyageur ของ Jane Birkin ถูกประมูลไปกว่า 91 ล้านบาท

กระเป๋า Hermès Birkin รุ่น Voyageur ของ Jane Birkin ถูกประมูลไปในราคา 2.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 91 ล้านบาท ในงานประมูลของ Sotheby’s ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

กระเป๋าใบนี้ถูกตั้งราคาประมูลเริ่มต้นที่ 240,000-440,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6-12 ล้านบาท โดยเป็นรุ่น Le Birkin Voyageur ที่ได้ชื่อมาจากข้อความที่แฟชั่นไอคอนเขียนด้วยลายมือของตัวเองเอาไว้ใต้กระเป๋าด้านในว่า “Mon Birkin bag qui m’a accompagné dans le monde entier” ที่แปลว่า “Birkin ของฉัน เพื่อนเดินทางท่องโลกของฉัน”

 

ที่มาของใบคือเริ่มต้นเมื่อ Hermès มอบกระเป๋าทรงสูงหนังเรียบสีดำให้กับ Jane Birkin เป็นของขวัญในปี 2003 ก่อนจะถูกนำไปประมูลเมื่อปี 2007 เพื่อนำเงินช่วยเหลือองค์กรการกุศล และไม่เคยถูกนำออกมาใช้เลยจนถึงการประมูลครั้งล่าสุด ตามการระบุข้อมูลของ Sotheby’s

 

Hermès Birkin Voyageur เป็นหนึ่งใน 4 ใบที่ Jane Birkin ใช้งานในชีวิตประจำวัน หลังจากที่เธอขายรุ่นต้นแบบใบแรกของโลกไป และถูกเอาไปประมูลล่าสุดในราคา 7 ล้านยูโร หรือราว 267 ล้านบาทโดยนักสะสมชาวญี่ปุ่น

 

ภาพ: Sotheby’s

 

อ้างอิง:

The post กระเป๋า Hermès Birkin Voyageur ของ Jane Birkin ถูกประมูลไปกว่า 91 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ https://thestandard.co/hermes-iconsiam-renovated-expanded/ Fri, 28 Nov 2025 12:02:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1149237 HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่

Hermès เปิดร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ ณ ไอคอนสยามโดย […]

The post HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่

Hermès เปิดร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ ณ ไอคอนสยามโดยเริ่มตั้งแต่ façade ด้านหน้า ซึ่งโอบล้อมด้วยผนังกระจก เรื่อยไปจนถึงการสะท้อนภาพเมืองกรุงเทพฯ ที่สีสัน วัฒนธรรม และการพาณิชย์ หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา

 

ร้าน Hermès แห่งนี้เปิดทำการครั้งแรกในปี 2018 นี้ และในวันนี้ ได้ทำการขยายพื้นที่และออกแบบ นำเสนอรายละเอียดการตกแต่งภายในร้านใหม่ที่สว่างไสวด้วยความสูง 2 ชั้น พร้อมความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จาก 16 métier ของ Hermès

 

ทางเข้าหลักที่ชั้นบน โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ Ex-libris ของ Hermès ทำจากหินอ่อนสีชมพู ซึ่งจะนำทุกคนเข้าสู่โซนผ้าพันคอไหมและแฟชั่นจิวเวลรีสำหรับสตรี พื้นหินขัดลายเทอร์ราคอตตาไหลผ่านสู่โซนผ้าไหมสำหรับบุรุษ และโซนผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและน้ำหอมที่มีความเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะตามมาด้วยเสาหวายสานด้วยมือของช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญทรงโค้งมนอันงดงาม ที่ช่วยแบ่งพื้นที่ให้ฝั่งขวาเป็นโซนเสื้อผ้าบุรุษ

 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งผลงานศิลปะที่โดดเด่นภายในร้านคืองานออกแบบม้าคู่หนึ่งที่สร้างจากหวายและโลหะโดยนักออกแบบชาวไทย ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าม้าคู่นี้กำลังวิ่งควบขึ้นบันได

 

ร้านแห่งนี้ซึ่งได้รับการออกแบบโดย RDAI บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมจากปารีส ถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองใหม่ได้อย่างกลมกลืน สะท้อนทั้งความมุ่งมั่นของ Hermès ต่อการสร้างสรรค์งานฝีมือและจิตวิญญาณอันเป็นหัวใจของสายน้ำ เสาหวายสั่งทำพิเศษด้วยฝีมือของดีไซเนอร์และช่างฝีมือท้องถิ่น รวมถึงพรมที่อยู่ภายในร้าน ได้รับการออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับโคมไฟสไตล์กรีกภายในร้านยังมีการจัดแสดงผลงานศิลปะคัดสรรจากคอลเลกชันสะสมของ Émile Hermès และคอลเลกชันภาพถ่ายร่วมสมัยของ Hermès โดยมีการนำเสนอผลงานชุด “Nocturne 3” ของ Marie Joubert ช่างภาพชาวฝรั่งเศสด้วย

 

HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ 1
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ 2
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ 3
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ 4
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ 5
HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ 6

 

ภาพ: Hermès

The post HERMÈS AT ICONSIAM เผยโฉมร้านรีโนเวตและขยายพื้นที่ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès สวนกระแสสถานการณ์ลักชัวรี ด้วยยอดขายโต 9.6% ในไตรมาส 3 ปี 2025 https://thestandard.co/hermes-outperforms-luxury-market/ Wed, 22 Oct 2025 09:37:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1134139 Hermès สวนกระแส สถานการณ์ลักชัวรี ด้วยยอดขายโต 9.6% ในไตรมาส 3 ปี 2025

Hermès ออกมาเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 20 […]

The post Hermès สวนกระแสสถานการณ์ลักชัวรี ด้วยยอดขายโต 9.6% ในไตรมาส 3 ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès สวนกระแส สถานการณ์ลักชัวรี ด้วยยอดขายโต 9.6% ในไตรมาส 3 ปี 2025

Hermès ออกมาเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาแบรนด์ทำรายได้ไป 3.9 พันล้านยูโร หรือราว 1.48 แสนล้านบาท ซึ่งเติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 9.6%

 

โดยหากแยกออกเป็นภูมิภาคตลาดที่ทำรายได้ให้บริษัทมากที่สุด อันดับหนึ่งที่มีการเติบโตสูงสุดคือญี่ปุ่นและตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นถึง 15% ผลมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนลง ทำให้มีการท่องเที่ยวและซื้อสินค้ามากขึ้น รวมไปถึงฐานลูกค้าของแบรนด์ที่เหนียวแน่นอยู่แล้ว

 

ตามมาด้วยทวีปอเมริกาที่ 13% โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีการเปิดสาขาใหม่ในรัฐแอริโซนา และเทนเนสซี รวมไปถึงเม็กซิโกที่ปรับปรุงร้านบนถนน Molière ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ และกลับมาเปิดใหม่ในเดือนตุลาคมนี้

 

ส่วนฐานหลักอย่างยุโรปก็ตามมาติดๆ ที่ 12% และฝรั่งเศสบ้านฐานการผลิตที่ 9% ผลมาจากร้านหลักที่เมืองฟลอเรนซ์กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังปิดปรับปรุง และการนำกิจกรรมเวิร์กช็อป Hermès in the Making ไปจัดที่กรุงอีสตันบูล ของตุรกี

 

ส่วนเอเชียบ้านเราแบบไม่รวมญี่ปุ่นก็ยังอยู่ในแดนบวกที่ 4% ผลมาจากลูกค้าจีนที่เริ่มกลับมาซื้อสินค้า บวกกับไทยเรา ที่ร้านสาขาใหญ่ที่ Central Embassy กลับมาเปิดให้บริการเมื่อต้นปี ต่อด้วยสาขาใหม่ที่เมืองไถจง ของไต้หวัน, ร้านโรงแรม Four Seasons ที่มาเก๊า และร้านในห้าง Galleria ของกรุงโซล

 

ข้ามมาที่ฝั่งสินค้า พระเอกยังคงเป็นกลุ่มเครื่องหนังและอานม้า ซึ่งในรายการก็ระบุว่ากลุ่มตลาดนี้จะมีการเติบโตมากขึ้นอีกจากการขายโรงงานการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 3 โรงงานในอีก 3 ปี ตามมาด้วยเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรี จากการจัดโชว์ที่ฮ่องกง และกลุ่มผ้าไหมและสิ่งทอ และอื่นๆ อย่างเครื่องประดับและของแต่งบ้าน

 

ส่วนกลุ่มที่ดูจะเผชิญกับความท้าทายอยู่คือกลุ่มเครื่องสำอางและน้ำหอมที่ลดลง 5% และ นาฬิกาที่ 3% แต่อย่างไรก็ตามใน 9 เดือนแรกของปี 2025 แบรนด์ก็สามารถทำรายได้ไปแล้ว 1.19 หมื่นล้านยูโร

 

ภาพ: Bob Henry/UCG/Universal Images Group via Getty Images

The post Hermès สวนกระแสสถานการณ์ลักชัวรี ด้วยยอดขายโต 9.6% ในไตรมาส 3 ปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาหุ้น Hermès เพิ่มขึ้น 1.4% หลังประกาศ Grace Wales Bonner มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย https://thestandard.co/hermes-wales-bonner-director/ Wed, 22 Oct 2025 05:05:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1133805 ราคาหุ้น Hermès เพิ่มขึ้น 1.4% หลังประกาศ Grace Wales Bonner มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย

การมาถึงของ Grace Wales Bonner ที่ Hermès ในฐานะครีเอที […]

The post ราคาหุ้น Hermès เพิ่มขึ้น 1.4% หลังประกาศ Grace Wales Bonner มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาหุ้น Hermès เพิ่มขึ้น 1.4% หลังประกาศ Grace Wales Bonner มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย

การมาถึงของ Grace Wales Bonner ที่ Hermès ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่ง Menswear ไม่ได้เพียงสร้างความดีใจให้กับทั้งแฟนๆ ของดีไซเนอร์และลูกค้าของแบรนด์ แต่ยังส่งมาถึงราคาหุ้นของ Hermès เพิ่มขึ้น 1.4% หลังเธอเข้ามารับตำแหน่ง

 

โดยราคาหุ้นของแบรนด์ลักชัวรีขึ้นมาอยู่ในระดับ 2,250 ยูโรต่อหุ้น ขึ้นมาจากเดิม 32 ยูโร ตามราคาในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Paris ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และในช่วงของวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันประกาศตำแหน่ง ก็แตะระดับสูงสุดของวันที่ 2,268 ยูโร ต่อหุ้น ก่อนที่จะปิดวันในราคาดังกล่าว

 

ตำแหน่งและหน้าที่ใหม่ของ Grace Wales Bonner ไม่เป็นเพียงแค่การสานฝันส่วนตัวของเธอ แต่ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในการเป็นดีไซเนอร์ผิวดำคนแรกที่ Hermès และเป็นเพียงดีไซเนอร์หญิงที่แบรนด์ใหญ่ไม่กี่คนที่ออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายในเวลานี้

 

อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นหนึ่งข่าวดีจาก Hermès ของวัน เพราะว่าแบรนด์กำลังจะเปิดเผยรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2025 ในวันนี้ (22 ตุลาคม 9.00 ตามเวลาท้องถิ่นของปารีส) แต่จากตัวเลขครึ่งปีแรกก็สามารถสร้างรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อยู่ที่ 8 พันล้านยูโรหรือราว 3 แสนล้านบาท

 

ภาพ: Nina Westervelt/WWD via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ราคาหุ้น Hermès เพิ่มขึ้น 1.4% หลังประกาศ Grace Wales Bonner มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Grace Wales Bonner สร้างประวัติศาสตร์เป็นดีไซเนอร์หญิงผิวดำคนแรกของ Hermès https://thestandard.co/first-black-designer-for-hermes/ Tue, 21 Oct 2025 10:33:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1133456 Grace Wales Bonner สร้างประวัติศาสตร์เป็นดีไซเนอร์หญิงผิวดำคนแรกของ Hermès

Hermès อีกหนึ่งแบรนด์ลักชัวรีแบรนด์ใหญ่ที่มีการเปลี่ยนด […]

The post Grace Wales Bonner สร้างประวัติศาสตร์เป็นดีไซเนอร์หญิงผิวดำคนแรกของ Hermès appeared first on THE STANDARD.

]]>
Grace Wales Bonner สร้างประวัติศาสตร์เป็นดีไซเนอร์หญิงผิวดำคนแรกของ Hermès

Hermès อีกหนึ่งแบรนด์ลักชัวรีแบรนด์ใหญ่ที่มีการเปลี่ยนดีไซเนอร์ครั้งประวัติศาสตร์ และล่าสุดก็ได้ Grace Wales Bonner มาเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ใหม่ของฝั่งผู้ชาย และถือว่าเป็นดีไซเนอร์หญิงผิวดำคนแรกของแบรนด์แฟชั่นระดับท็อปของวงการ โดยจะโชว์ผลงานแรกในเดือนมกราคม 2027

 

ตำแหน่งหลังจากที่ Véronique Nichanian ได้อำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ทำมากว่า 37 ปี และได้ส่งช่วงต่อให้ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษเชื้อสายจาเมกาวัย 35 ปีที่ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากฝั่งลอนดอนอย่าง Wales Bonner ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการผสมวัฒนธรรมอังกฤษ แอฟริกันเข้ากับสไตล์ผู้ชายยุคใหม่ รวมไปถึงคอลลาบอเรชันกับ Adidas ที่ได้รับเสียงตอบรับดีหลายปี

 

และไม่ใช่ครั้งแรกที่ Hermès นำเอานักออกแบบมาแรงที่เติบโตจากแบรนด์ขนาดเล็กมาเป็นดีไซเนอร์ประจำ เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงปลายยุค 1990-2010 ก็มีทั้ง Martin Margiela และ Jean Paul Gaultier ในฝั่งของผู้หญิง ส่วนผลงานแรกของ Grace Wales Bonner ที่แบรนด์จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมปี 2027

 

ภาพ: Malick Bodian

 

อ้างอิง:

The post Grace Wales Bonner สร้างประวัติศาสตร์เป็นดีไซเนอร์หญิงผิวดำคนแรกของ Hermès appeared first on THE STANDARD.

]]>
Véronique Nichanian อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายของ Hermès ลาออกจากตำแหน่งที่ทำมานานกว่า 37 ปี https://thestandard.co/veronique-nichanian-leaves-hermes/ Fri, 17 Oct 2025 03:51:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1131716 Véronique Nichanian อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายของ Hermès ลาออกจากตำแหน่งที่ทำมานานกว่า 37 ปี

Hermès กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในรอบหลายสิบปี เมื่อ Vé […]

The post Véronique Nichanian อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายของ Hermès ลาออกจากตำแหน่งที่ทำมานานกว่า 37 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Véronique Nichanian อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายของ Hermès ลาออกจากตำแหน่งที่ทำมานานกว่า 37 ปี

Hermès กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ในรอบหลายสิบปี เมื่อ Véronique Nichanian อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายของแบรนด์ ประกาศวางมือจากตำแหน่งที่ทำมานานกว่า 37 ปี

 

การประกาศครั้งนี้ดีไซเนอร์หญิงชาวฝรั่งเศสวัย 71 ปีได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Le Figaro ว่าเธอได้วางแผนปูทางให้กับดีไซเนอร์คนใหม่มานานหลายปีแล้ว ผ่านการปรึกษากับ Axel Dumas ซีอีโอคนปัจจุบันของแบรนด์ ซึ่งทางโฆษกของ Hermès ได้ระบุว่าจะมีการประกาศคนที่จะมารับช่วงต่อในอีกไม่นานนี้

 

จนถึงตอนนี้ Véronique Nichanian ได้ชื่อว่าเป็นอาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ที่ประจำอยู่กับแบรนด์นานที่สุดในวงการแฟชั่น ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนี้เมื่อปี 1988 ในสมัยซีอีโอรุ่นคุณลุงอย่าง Jean-Louis Dumas และเป็นเพียงดีไซเนอร์หญิงไม่กี่คนที่ทำงานสำหรับฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย ส่วนฝั่งผู้หญิงในขณะนี้ยังคงเป็น Nadège Vanhee-Cybulski ที่เพิ่งจัดคอลเล็กชัน Spring/Summer 2025 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

 

“Hermès ใจดีกับฉันมากที่ให้ฉันได้เลือกโอกาสนี้ในการอำลาตำแหน่ง ตอนนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีที่จะส่งไม้ต่อให้กับคนใหม่… ฉันมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ เรามีค่านิยมที่เหมือนกันก็คืองานฝีมือ ที่เป็นค่านิยมสำคัญในอนาคต” Véronique Nichanian กล่าวใน Le Figaro

 

ผลงานของ Véronique ขึ้นชื่อในการนำวัสดุหนังมาปรับใช้ในเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ ควบคู่ไปกับเทคนิคใหม่ ๆ เข้ามาผสมกับเสื้อผ้าให้ยังคงความหรูหราที่คงเส้นคงวา ต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสแฟชั่น โดยโชว์สุดท้ายของเธอ จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมนี้สำหรับคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ช่วง Paris Men’s Fashion Week

 

ภาพ: WWD/Penske Media via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Véronique Nichanian อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์ฝั่งผู้ชายของ Hermès ลาออกจากตำแหน่งที่ทำมานานกว่า 37 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
HERMÈS IN HONG KONG แฟชั่นโชว์ Winter 2025 ณ Kai Tak Cruise Terminal https://thestandard.co/hermes-hongkong-winter-2025-fashion-show/ Sun, 21 Sep 2025 08:41:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1121232

กลายเป็นธรรมเนียมสำคัญของแบรนด์ Hermès ไปแล้วที่จะต้องน […]

The post HERMÈS IN HONG KONG แฟชั่นโชว์ Winter 2025 ณ Kai Tak Cruise Terminal appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นธรรมเนียมสำคัญของแบรนด์ Hermès ไปแล้วที่จะต้องนำคอลเล็กชันเสื้อผ้าที่เดบิวต์ไป ณ ปารีสแฟชั่นวีคมาจัดโชว์ Spin-Off อีกรอบในอีกหัวเมืองสำคัญรอบโลกช่วงที่จะวางขายในบูติค พร้อมกับมีการนำเสนอ Exclusive Looks ใหม่ๆ และชวนคนดังในสังคมในเมืองนั้นๆมาร่วมเดินแบบด้วย โดยล่าสุดทาง Hermès ก็ได้นำคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย Winter 2025 ดีไซน์โดย Véronique Nichanian มาจัดแฟชั่นโชว์บนเกาะฮ่องกง ณ Kai Tak Cruise Terminal กับพื้นหลังทิวทัศน์ Skyline สุดไอคอนนิก

 

โชว์ในครั้งนี้มีการเล่นกับคอนเซปท์ของคำว่า Casaque ที่เป็นชุดของนักขี่ม้าอันเป็ยรากฐานสำคัญของแบรนด์ Hermès โดยคอลเล็กชันก็เต็มไปด้วยไอเท็ม Outerwear ไม่ว่าจะเป็นเทรนช์โค้ตหนัง, Duffle Coat ในผ้า Piqué Ciré, โค้ตยาวกันฝนผ้า Serge หรือจะเป็นแจ็กเก็ตผ้าวูลผสมโมแฮร์แคนวาส ส่วนอีกหนึ่งไฮไลต์คือบรรดาสเวตเตอร์คอเต่าแคชเมียร์ผสมวูลที่มาในลายกราฟิกสีสันสดใส

 

นอกเหนือจากนี้ ทาง Hermès ยังมีการแสดงจากศิลปินสุดเท่ที่ช่วยทำให้ค่ำคืนนี้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินชาวอังกฤษ King Krule, วงร็อคอิเล็กโทรนิค Mount Kimbie, ดีเจหญิงชาวฮ่องกง Ani Phoebe และศิลปินดูโอ้ Baba Ali

 

 

ภาพ: Hermès

The post HERMÈS IN HONG KONG แฟชั่นโชว์ Winter 2025 ณ Kai Tak Cruise Terminal appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès เผยรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมกว่า 3 แสนล้านบาท https://thestandard.co/hermes-half-year-2025-revenue-growth/ Wed, 30 Jul 2025 11:55:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1101720 Hermès รายงานรายได้ครึ่งปีแรกปี 2025 เติบโต 8% จากยอดขายทั่วโลก

Hermès เปิดเผยรายได้ของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 […]

The post Hermès เผยรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมกว่า 3 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès รายงานรายได้ครึ่งปีแรกปี 2025 เติบโต 8% จากยอดขายทั่วโลก

Hermès เปิดเผยรายได้ของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 กับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อยู่ที่ 8 พันล้านยูโรหรือราว 3 แสนล้านบาท

 

โดยตัวเลขรวมนี้มีผลมาจากยอดขายของบริษัทในไตรมาส 2 ก็พุ่งสูงถึง 3.9 พันล้านยูโร (1.4 แสนล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ซึ่งรายงานครั้งนี้ก็ได้ระบุภูมิภาคที่มาแรงที่สุดได้แก่ประเทศญี่ปุ่น กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น 16% ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีตัวเลขเพิ่มมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ที่มีการเติบโตอยู่ที่ 3% ในไตรมาส 2 ส่วนทวีปยุโรปที่ไม่รวมฝรั่งเศสมีการเติบโตอยู่ที่ 13% ตามด้วยอเมริกาอยู่ที่ 12% ซึ่งมากกว่าประเทศฝรั่งเศสเพียง 3% และสำหรับภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงตะวันออกกลางก็มีการเติบโตโดยรวมที่ 17%

 

ซึ่งการเติบโตครั้งนี้ เป็นผลมาจากร้านค้าเปิดใหม่ พร้อมกับอีเวนต์ที่แบรนด์ได้จัดขึ้น อย่างเช่นการกลับมาเปิดร้าน Hermès ในห้างสรรพสินค้า Central Embassy ในเดือนมกราคมที่ใหญ่ขึ้น หรืออีเวนต์ Hermès in the Making ในเซินเจิ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

และเมื่อแยกยอดขายตามหมวดหมู่ของประเภทสินค้าและบริการ หมวดหมู่เครื่องหนังมีการเติบโตสูงสุดที่ 12% โดยส่วนใหญ่มาจากความสนใจในคอลเล็กชันกระเป๋าใหม่ อย่างกระเป๋า Faubourg Express, P’tit Arçon, Médor และ Bolide Messenger

 

ตามมาด้วยหมวดหมู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแบรนด์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องประดับและของใช้ในบ้าน กับยอดขายที่เพิ่มขึ้นที่ 10% โดยคอลเล็กชันเครื่องใช้ในบ้านที่เปิดตัวในงาน Salone del Mobile เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็เป็นส่วนหนึ่งในตัวเลขครั้งนี้ ส่วนกลุ่มเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์และเครื่องประดับเพิ่มขึ้น 6% ตามด้วยกลุ่มผ้าไหมและสิ่งทอที่เติบโต 4%

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีกลุ่มสินค้าที่มียอดขายที่ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปีที่แล้ว จากกลุ่มน้ำหอมและสินค้าบิวตี้ที่ลดลง 4% และกลุ่มนาฬิกาที่ 8%

 

จากการรายงานครั้งนี้ Hermès ก็ถือเป็นบริษัทเดียวที่มีผลการขายในเชิงบวกภายในตลาดสินค้าลักซ์ชัวรี ซึ่งในปีนี้เอง Hermes ก็ได้นำเสนอส่วนแรกของคอลเลกชัน Fall/Winter 2025 สำหรับผู้หญิงในเดือนมีนาคมในงาน Paris Fashion Week ตามด้วยส่วนที่สองในเดือนมิถุนายนที่เซี่ยงไฮ้ รวมถึงการแสดงคอลเล็กชัน Summer 2026 สำหรับผู้ชายที่ปารีสในเดือนเดียวกัน

 

นอกจากนี้ แบรนด์ยังประกาศเมื่อต้นปีนี้ ถึงความตั้งใจในการเข้าร่วม Paris Haute Couture Week ภายในปี 2027 อีกด้วย

 

ภาพ: CFOTO/Future Publishing via Getty Images

อ้างอิง: 

The post Hermès เผยรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 8% รวมกว่า 3 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ใช่ CHANEL แต่ The Row คือ ‘ม้ามืด’ ตัวจริงที่กำลังท้าชิงบัลลังก์ Hermès Birkin ด้วยกลยุทธ์ ‘ผลิตน้อยชิ้น’ ที่ทำให้กระเป๋าฮิตจนราคาพุ่งกว่าป้าย https://thestandard.co/hermes-vs-chanel-vs-the-row/ Wed, 16 Jul 2025 08:07:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1097012 hermes-vs-chanel-vs-the-row

ในโลกของสินค้าฟุ่มเฟือย การท้าชิงบัลลังก์กระเป๋าในฝันอย […]

The post ไม่ใช่ CHANEL แต่ The Row คือ ‘ม้ามืด’ ตัวจริงที่กำลังท้าชิงบัลลังก์ Hermès Birkin ด้วยกลยุทธ์ ‘ผลิตน้อยชิ้น’ ที่ทำให้กระเป๋าฮิตจนราคาพุ่งกว่าป้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
hermes-vs-chanel-vs-the-row

ในโลกของสินค้าฟุ่มเฟือย การท้าชิงบัลลังก์กระเป๋าในฝันอย่าง Birkin ของ Hermès ถือเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่ดูเหมือนว่ายักษ์ใหญ่อย่าง CHANEL ที่พยายามอย่างหนักกลับต้องพบกับความยากลำบาก สวนทางกับแบรนด์สัญชาติอเมริกันที่เล็กกว่ามากอย่าง The Row ซึ่งกำลังกลายเป็นผู้ท้าชิงที่น่าจับตามองยิ่งกว่า 

 

สถานการณ์ของสองแบรนด์ดังจากฝรั่งเศสเริ่มเห็นความแตกต่างชัดเจนในปีที่ผ่านมา โดยผลประกอบการล่าสุดของ CHANEL แสดงให้เห็นว่ายอดขายในปี 2024 ลดลง 4% และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเกือบหนึ่งในสาม ในทางกลับกัน Hermès กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 15% และกำไรที่สูงขึ้น 9% ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งที่ยากจะทัดเทียม

 

‘กลยุทธ์’ หลักที่ Chanel ใช้คือการขึ้นราคาอย่างก้าวกระโดด โดยกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Classic Flap มีราคาพุ่งจาก 5,800 ดอลลาร์ในปี 2019 มาอยู่ที่ 10,800 ดอลลาร์ในปัจจุบัน (จากประมาณ 1.88 แสนบาท สู่ 3.5 แสนบาท) ซึ่งหากเทียบกับอัตราเงินเฟ้อแล้ว ราคาควรจะอยู่ที่ราว 7,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.4 แสนบาท) เท่านั้น 

 

การขึ้นราคาครั้งนี้ทำให้ส่วนต่างราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อ Birkin แทน CHANEL หรือ ‘Birkin Premium’ ลดจาก 4,000 ดอลลาร์ในปี 2019 เหลือเพียง 200 ดอลลาร์ในปี 2023

 

แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เพราะสิ่งที่พิสูจน์สถานะความเป็น ‘ของมันต้องมี’ คือราคาในตลาดมือสอง ขณะที่ Birkin 25 ซึ่งมีราคาป้ายราว 11,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.7 แสนบาท) สามารถขายต่อได้ในราคาสูงกว่าเท่าตัว แต่ Classic Flap ของ CHANEL กลับมีราคาขายต่อเหลือเพียง 77% ของราคาป้าย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจาก 83% ในปี 2019 เสียอีก 

 

สมการความสำเร็จของ Hermès ไม่ได้อยู่ที่การตั้งราคาสูงลิ่ว แต่อยู่ที่ ‘เกม’ ของความพิเศษและการเข้าถึงที่จำกัด พวกเขาสร้างวัฒนธรรมที่ลูกค้าต้องสร้างความสัมพันธ์และใช้จ่ายกับสินค้าอื่น ๆ ก่อน หรือที่เรียกกันว่า ‘pre-spend’ โดยเพื่อให้ได้ Birkin 25 หนัง Togo สักใบ ลูกค้าอาจต้องยอมจ่ายเงินกว่า 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.24 แสนบาท) ไปกับสินค้าชิ้นอื่นเพื่อสร้างโปรไฟล์

 

และในขณะที่ CHANEL กำลังเพลี่ยงพล้ำ แบรนด์ The Row กลับใช้กลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับ Hermès ได้อย่างเหนือชั้น กระเป๋ารุ่น Margaux ซึ่งมีราคาป้ายอยู่ที่ 4,700 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.52 แสนบาท) ได้กลายเป็นไอเทมสุดฮิตที่มีราคาขายต่อในตลาดมือสองสูงกว่าราคาป้ายไปแล้วกว่า 41% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับสินค้าเพียงไม่กี่อย่างในโลก เช่น Birkin หรือนาฬิกา Rolex และ Patek Philippe

 

เรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ เมื่อปีที่แล้วบริษัทลงทุนของตระกูลมหาเศรษฐีที่อยู่เบื้องหลัง CHANEL ก็ได้เข้าซื้อหุ้นของ The Row เช่นกัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงการยอมรับในกลยุทธ์ที่เหนือกว่าของแบรนด์นี้

 

ความน่าสนใจของกลยุทธ์นี้คือ กระเป๋า Margaux ไม่ได้ผลิตด้วยการเย็บมือเหมือน Birkin ซึ่งหมายความว่า The Row สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้หากต้องการ แต่พวกเขาเลือกที่จะจำกัดการผลิตโดยเจตนา เพื่อสร้างความรู้สึก ‘หายาก’ และยอมสละผลกำไรในระยะสั้น แลกกับความต้องการที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

เรื่องราวของสามแบรนด์นี้ได้มอบ ‘บทเรียน’ สำคัญให้กับอุตสาหกรรมสินค้าหรู การจะสร้างผลิตภัณฑ์ให้กลายเป็นตำนานและเป็นที่ต้องการอย่างแท้จริงนั้น การตั้งราคาให้แพงระยับอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างความรู้สึกพิเศษที่มาพร้อมกับความปรารถนาที่จะได้ครอบครอง ซึ่งสิ่งนั้นมักจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสินค้านั้นไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน


หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.43 บาท ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2568



ภาพ: Moritz Scholz/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ไม่ใช่ CHANEL แต่ The Row คือ ‘ม้ามืด’ ตัวจริงที่กำลังท้าชิงบัลลังก์ Hermès Birkin ด้วยกลยุทธ์ ‘ผลิตน้อยชิ้น’ ที่ทำให้กระเป๋าฮิตจนราคาพุ่งกว่าป้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Marc-Antoine Barrois แบรนด์น้ำหอมนิชสัญชาติฝรั่งเศสเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/marc-antoine-barrois-launches-in-thailand/ Tue, 15 Jul 2025 03:54:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1096456 Marc-Antoine Barrois เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นดัง B683 และ Ganymède อย่างเป็นทางการที่ Emporium กรุงเทพฯ

Marc-Antoine Barrois แบรนด์น้ำหอมนิชระดับไฮเอนด์จากฝรั่ […]

The post Marc-Antoine Barrois แบรนด์น้ำหอมนิชสัญชาติฝรั่งเศสเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Marc-Antoine Barrois เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นดัง B683 และ Ganymède อย่างเป็นทางการที่ Emporium กรุงเทพฯ

Marc-Antoine Barrois แบรนด์น้ำหอมนิชระดับไฮเอนด์จากฝรั่งเศส ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยผู้ก่อตั้ง มาร์ค-อองตวน บาร์รัวส์ คือดีไซเนอร์เสื้อผ้าระดับโอต์ กูตูร์ที่เคยทำงานร่วมกับ Jean-Paul Gaultier และ Hermès ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของน้ำหอมตั้งแต่ปี 2016 ผ่านความร่วมมือกับนักปรุงน้ำหอมชื่อดัง อย่าง Quentin Bisch 

 

ไอเท็มเด่นๆ ที่แนะนำ เช่น B683 ที่ได้แรงบันดาลใจจาก The Little Prince กลิ่น Ganymède ที่สร้างเอกลักษณ์ Leather-Mineral ใหม่และคว้ารางวัลระดับนานาชาติ รวมถึงกลิ่นล่าสุด ALDEBARAN ที่เปิดตัวในงาน Milan Design Week 2025 ขณะที่ TILIA เป็นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้แรกของแบรนด์ที่ขนานนามว่าเป็น ‘น้ำหอมแห่งความสุขและฤดูร้อนที่ไม่เคยสิ้นสุด’

 

ปัจจุบันแบรนด์วางจำหน่ายใน 41 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยสามารถพบกับน้ำหอม Maison Marc-Antoine Barrois ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Atelier De Prestige สาขา Emporium ชั้น G (โซน Beauty Hall)

 

ภาพ: Courtesy of Marc-Antoine Barrois

The post Marc-Antoine Barrois แบรนด์น้ำหอมนิชสัญชาติฝรั่งเศสเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าของ Hermès ขึ้นแท่นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก https://thestandard.co/hermes-tops-france-richest/ Fri, 11 Jul 2025 06:29:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1095390 hermes-tops-france-richest

จากการจัดอันดับโดยนิตยสารสัญชาติฝรั่งเศส Challenges พบว […]

The post เจ้าของ Hermès ขึ้นแท่นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
hermes-tops-france-richest

จากการจัดอันดับโดยนิตยสารสัญชาติฝรั่งเศส Challenges พบว่าขณะนี้ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในฝรั่งเศสไม่ใช่ครอบครัวของ Bernard Arnault ประธานและผู้บริหารบริษัทลักชัวรี LVMH ผู้ครองตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2017 อีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นครอบครัว Hermès ที่ปัจจุบันมีทรัพย์สินมากมายเป็นอันดับ 1 ของประเทศ

 

ตระกูล Arnault ตกไปอยู่ที่อันดับ 2 ของการจัดอันดับผู้ร่ำรวยที่สุดในฝรั่งเศส ในขณะที่ครอบครัว Wertheimer ผู้เป็นเจ้าของ CHANEL ยังคงอยู่ที่อันดับ 3 เช่นเดิม ซึ่งตอกย้ำว่าธุรกิจลักชัวรียังคงเป็นธุรกิจทำเงินสูงสุดของประเทศ ถึงแม้ว่าช่วงปีที่ผ่านมาเหล่าบริษัทลักชัวรีจะต้องพบกับความท้าทายอันเข้มข้น เมื่อกลุ่มลูกค้าหลักอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาจับจ่ายใช้สอยกับผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์น้อยกันลงด้วยปัจจัยหลากหลายอย่าง เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และความขัดแย้งระหว่างประเทศเป็นต้น

 

เห็นได้ชัดจากกรณีของ LVMH ที่เมื่อปีก่อนมีรายได้อยู่ที่ 116.7 พันล้านยูโร น้อยลงจากปีก่อนหน้าถึง 38% และนับเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งก็เป็นผลพวงจากนโยบายการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศของจีน โดยนอกจาก LVMH แล้ว ครอบครัวเจ้าของ CHANEL, ตระกูล Pinault ผู้เป็นเจ้าของบริษัทลักชัวรี Kering และอาณาจักร L’Oréal ของตระกูล Bettencourt-Meyers ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างสูงเช่นเดียวกัน

 

ในทางกลับกัน Hermès กลับไปในทิศทางตรงข้าม เพราะพวกเขาได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ ‘Pricing Power’ หรือการเพิ่มราคาโปรดักต์ขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่สูญเสียลูกค้าไป โดยขณะนี้ Hermès มีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 245 พันล้านยูโร ซึ่งหมายความว่าครอบครัวผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่มีความเป็นเจ้าของ 2 ใน 3 ของบริษัทนั้นมีทรัพย์สินอยู่ที่ 163.4 พันล้านยูโร สูงขึ้น 5% จากปีที่แล้ว และนับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ครองอันดับ 1 ของการจัดอันดับนี้ที่เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีก่อน

 

ภาพ: Elisabetta A. Villa/Getty Images

 

อ้างอิง

The post เจ้าของ Hermès ขึ้นแท่นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès Birkin ใบแรกของโลกถูกประมูลไปในราคา 267 ล้านโดยนักสะสมชาวญี่ปุ่น https://thestandard.co/first-ever-birkin-bag-sells-at-auction/ Fri, 11 Jul 2025 01:13:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1095298 Hermès Birkin

กระเป๋า Hermès Birkin ใบแรกของโลกที่ Jane Birkin เคยเป็ […]

The post Hermès Birkin ใบแรกของโลกถูกประมูลไปในราคา 267 ล้านโดยนักสะสมชาวญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès Birkin

กระเป๋า Hermès Birkin ใบแรกของโลกที่ Jane Birkin เคยเป็นเจ้าของได้ถูกประมูล ณ Sotheby’s กรุงปารีสในราคาสูงถึง 7 ล้านยูโร หรือราว 267 ล้านบาท โดยนักสะสมชาวญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในไอเท็มลักชัวรีที่มีการประมูลได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ หากไม่รวมสินค้าเครื่องประดับ

 

กระเป๋า Birkin ใบนี้ถูกรังสรรค์ครั้งแรกเมื่อปี 1984 โดดเด่นด้วย 7 ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ อย่างสายสะพายไหล่ แมทีเรียลทองเหลือง และแสตมป์ตัวอักษรย่อ J.B. ด้านหน้า โดยต่อมาในปี 1994 ทาง Jane Birkin ก็ได้บริจาคกระเป๋าใบนี้ให้กับมูลนิธิโรคเอดส์ของฝรั่งเศสอย่าง Association Solidarité Sida

 

6 ปีหลังจากนั้น Catherine Bernier นักสะสมผู้เป็นเจ้าของร้านวินเทจก็ซื้อกระเป๋าไปโดยไม่เปิดเผยราคา ซึ่งที่งานประมูลทาง Catherine ก็ได้เปิดเผยกับกลุ่มผู้สื่อข่าวว่ากระเป๋า Birkin ใบนี้เปรียบเสมือนลูกชายของเธอ และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอต้องจากลาเพื่อให้เขาไปมีชีวิตใหม่

 

ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของนักสะสมชาวญี่ปุ่น แต่เขาหรือเธอก็มีเวลาถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้เพื่อมาจ่ายค่ากระเป๋า Birkin ใบนี้ ซึ่งหากรวมภาษีก็อยู่ที่ 8.6 ล้านยูโรหรือ 328 ล้านบาท

 

ภาพ: Edward Berthelot/Getty Images

อ้างอิง: Stylenotcom

The post Hermès Birkin ใบแรกของโลกถูกประมูลไปในราคา 267 ล้านโดยนักสะสมชาวญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
HERMÈS MEN’S SUMMER 2026 อีกหนึ่งคอลเล็กชันที่ลงตัวของ Véronique Nichanian https://thestandard.co/hermes-mens-summer-2026/ Sun, 29 Jun 2025 07:03:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1090688

ในช่วงสัปดาห์ Paris Fashion Week ซีซัน Spring/Summer 20 […]

The post HERMÈS MEN’S SUMMER 2026 อีกหนึ่งคอลเล็กชันที่ลงตัวของ Véronique Nichanian appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงสัปดาห์ Paris Fashion Week ซีซัน Spring/Summer 2026 ของเสื้อผ้าผู้ชายที่เราได้เห็นเดบิวต์คอลเล็กชันต่างๆ แฟชั่นโชว์สุดตระการตาที่เลือกปิดถนน ปิดลานด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ แบรนด์ลักชัวรีที่ยอดขายยังคงขึ้นอย่าง Hermès ก็เลือกที่จะจัดรันเวย์แบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาอะไร ดาราแทบไม่มี แต่ก็เปี่ยมไปด้วยเสื้อผ้าที่สวย เฉียบคม คลาสสิก และภาษาอังกฤษใช้คำว่า ‘Effortlessly Cool’

 

แฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ทางครีเอทีฟไดเรกเตอร์ผู้หญิงแกร่งอย่าง Véronique Nichanian ได้นิยามคอนเซปต์ว่า “Summer in the City” ที่อยากรังสรรค์ไอเท็มเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษที่ยังเลือกใช้วันหยุดซัมเมอร์ในเมืองใหญ่ แต่แทนที่จะดูทางการตลอดเวลากับสูทหรือเน็กไท ผู้ชายคนคนนั้นก็เลือกใส่ไอเท็ม อาทิ แจ็กเก็ต Windbreaker กางเกงทรงหลวม เสื้อยืด คาร์ดิแกนแขนกุดทำจากผ้าคอตตอนผสมลินิน และรองเท้าแตะหนัง Calfkin กับดีเทลเชือก พร้อมถือกระเป๋าผ้าแคนวาสใบใหญ่ที่ใส่ได้ทุกอย่าง ส่วนถ้าใครอยากยกระดับความเนี้ยบ คอลเล็กชัน Hermès นี้ก็ยังมีแจ็กเก็ตหนังสีดำทรงยาวกับดีเทล Stitching สีขาวจนถึงแบบหนังจระเข้แขนกุด

 

ปิดท้ายด้วยสีโทนพาเลตต์ของคอลเล็กชันนี้ที่ Hermès มันเลือกคำเรียกชื่อได้อย่างสร้างสรรค์และแตกต่าง ซึ่งครั้งนี้ใน Press Release ก็เขียนว่ามีสี อาทิ  Kraft, Caramel, Coffee, Elephant Grey, Vanilla, Ice cube, Chalk และ Stone

 

 

ภาพ: Hermès

The post HERMÈS MEN’S SUMMER 2026 อีกหนึ่งคอลเล็กชันที่ลงตัวของ Véronique Nichanian appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès เตรียมเปิดโรงงานผลิตเครื่องหนังแห่งที่ 26 ที่ประเทศฝรั่งเศส ภายในปี 2027 https://thestandard.co/hermes-new-leather-workshop-france/ Tue, 24 Jun 2025 09:35:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1088523 โรงงานผลิตเครื่องหนัง Hermès แห่งใหม่ในฝรั่งเศส พร้อมเปิดปี 2027

Hermès ขยายอาณาจักรแห่งการผลิตเครื่องหนังของแบรนด์ ด้วย […]

The post Hermès เตรียมเปิดโรงงานผลิตเครื่องหนังแห่งที่ 26 ที่ประเทศฝรั่งเศส ภายในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานผลิตเครื่องหนัง Hermès แห่งใหม่ในฝรั่งเศส พร้อมเปิดปี 2027

Hermès ขยายอาณาจักรแห่งการผลิตเครื่องหนังของแบรนด์ ด้วยการเดินหน้าเตรียมเปิดเวิร์กช็อปเครื่องหนังแห่งใหม่ในเมือง Charleville-Mézières แห่งจังหวัด Ardenes ประเทศฝรั่งเศสภายในปี 2027 ซึ่งจะนับเป็นโรงงานผลิตเครื่องหนังของ Hermès แห่งที่ 3 ในจังหวัดนี้ และนับเป็นโรงงานที่ 26 ในประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

 

อาคารเวิร์กช็อปเครื่องหนัง Hermès แห่ง Charleville-Mézères กินพื้นที่ 5,800 ตารางเมตร และจะมาพร้อมกับแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 1,400 ตารางเมตร พร้อมกับฉนวนกันความร้อนจากธรรมชาติ และเชื่อมต่อกับระบบการทำงานการใช้พลังหมุนเวียนของเขตเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานของ E4C2 โดยโรงงานจะเปิดรับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญจำนวน 250 คน และพวกเขาทั้งหมดจะได้ไปเข้ารับการฝึกฝนเพื่อผลิตโปรดักต์ต่างๆ รวมไปถึงกระเป๋าหนังอันเลื่องชื่อของ Hermès แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ École Hermès des Savoir-Faire หรือ Hermès School of Know-How ที่เปิดอยู่ในเมืองเดียวกันตั้งแต่ปี 2021

 

ก่อนหน้านี้ Hermès ก็มีเวิร์กช็อปเครื่องหนังอยู่ใน Ardennes อยู่แล้ว นั่นคือที่ Bogny-sur-Meuse ที่เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2004 ตามมาด้วยเวิร์กช็อปที่ La Sormonne ที่เปิดเมื่อปี 2023 และสำหรับโรงงานที่ Charleville-Mézères ทาง Hermès จะโฟกัสกับการฟื้นฟูธรรมชาติไปด้วย โดยพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตรจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง และอาคารจอดรถขนาด 1,500 ตารางเมตรจะทำจากวัสดุน้ำซึมผ่านได้ ส่วนพื้นที่ 6,000 ตารางเมตรจะมีการปลูกต้นไม้พันธุ์ท้องถิ่น นอกจากนั้นฝั่งริมแม่น้ำก็จะพลิกโฉมด้วยการปลูกพืชท้องถิ่นอย่างต้นหลิว ต้นมะนาว พอปลาร์ และพุ่มไม้ดอกที่จะช่วยระบายน้ำและสร้างสีสันตามฤดูกาล

 

ที่จริงแล้ว Hermès มีแพลนในการสร้างเวิร์กช็อปเครื่องหนังในประเทศฝรั่งเศสอีกหลายแห่ง ทั้งเวิร์กช็อปใน Isle d’Espagnac ที่จะเปิดทำการภายในปีนี้, เวิร์กช็อปที่ Loupes แห่ง Gironde ที่มีกำหนดเปิดทำการในปี 2026 ตามมาด้วยโรงงานใน Charleville-Mézères แห่งนี้ที่จะเปิดในปี 2027 และยังมีเวิร์กช็อปเครื่องหนังที่ Colembellles ฝั่ง Nothern Atlantic ที่พร้อมเปิดใช้งานในปี 2028

 

ภาพ: Hermès

อ้างอิง: 

The post Hermès เตรียมเปิดโรงงานผลิตเครื่องหนังแห่งที่ 26 ที่ประเทศฝรั่งเศส ภายในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระเป๋า Birkin ใบแรกในโลกของ Hermès กำลังจะถูกประมูลผ่าน Sotheby’s https://thestandard.co/original-birkin-auction/ Fri, 06 Jun 2025 08:17:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1082484 original-birkin-auction

กระเป๋า Birkin ใบแรกในประวัติศาสตร์ที่ Hemès ตั้งใจออกแ […]

The post กระเป๋า Birkin ใบแรกในโลกของ Hermès กำลังจะถูกประมูลผ่าน Sotheby’s appeared first on THE STANDARD.

]]>
original-birkin-auction

กระเป๋า Birkin ใบแรกในประวัติศาสตร์ที่ Hemès ตั้งใจออกแบบและผลิตออกมาเพื่อ Jane Birkin แฟชั่นไอคอนชาวอังกฤษ ผู้เป็นทั้งนักแสดง นางแบบ นักแต่งเพลง และผู้กำกับ กำลังจะเข้าสู่การประมูลผ่าน Sotheby’s โดยกระเป๋าใบนี้จะถูกตั้งโชว์ที่ Sotheby’s New York Galleries ตั้งแต่วันที่ 6-12 มิถุนายน ก่อนที่จะส่งไปประมูลที่กรุงปารีสในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้

 

อดีตผู้บริหารแห่ง Hermès อย่าง Jean-Louis Dumas เป็นผู้ริเริ่มโปรเจกต์การรังสรรค์กระเป๋าสำหรับ Jane Birkin เมื่อปี 1984 และทุกวันนี้ก็กลายเป็นกระเป๋าชิ้นสำคัญสุดไอคอนิกในประวัติศาสตร์แฟชั่นของโลก ทั้งเรื่องของราคาและความยากในการจับจอง โดยต้นแบบกระเป๋า Birkin เป็นกระเป๋าหนังสีดำล้วน ที่ขณะนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘Original Birkin’ โดดเด่นด้วย 7 ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ อย่างสายสะพายไหล่ แมตทีเรียลทองเหลือง และแสตมป์ตัวอักษรย่อ J.B. ด้านหน้า ที่ล้วนถูกตัดออกจากการผลิตกระเป๋า Birkin ในเวลาต่อมา

 

ในปี 1994 Jane Birkin บริจาคต้นแบบกระเป๋าใบนี้ให้กับมูลนิธิโรคเอดส์ของฝรั่งเศสอย่าง Association Solidarité Sida และ 6 ปีให้หลัง Catherine Bernier นักสะสมผู้เป็นเจ้าของร้านวินเทจก็ซื้อกระเป๋าไปโดยไม่เปิดเผยราคา ซึ่งขณะนี้ Sotheby’s เองก็ไม่เปิดเผยราคาประมูล Birkin ใบแรกที่คาดการณ์ไว้ด้วยเช่นกัน

 

Morgan Halimi หัวหน้าใหญ่ด้านกระเป๋าและแฟชั่นแห่ง Sotheby’s ระดับโกลบอล เปรียบเทียบกระเป๋า Birkin ใบแรกกับไอเท็มสุดไอคอนิกอื่นๆ ที่ Sotheby’s เคยเปิดประมูลอย่างสเวตเตอร์ Black Sheep Sweater ของเจ้าหญิงไดอานา และมงกุฎกับผ้าคลุมของ Freddie Mercury ที่ล้วนมีที่มาอันน่าตื่นตาตื่นใจว่า

 

“เช่นเดียวกับไอเท็มเหล่านั้น กระเป๋า Original Birkin อาจทำให้เกิดสถิติใหม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งสำคัญที่สุดของเราคือการตามหาบ้านหลังใหม่ที่คู่ควรกับสถานะไอคอนิก และประวัติศาสตร์ที่เป็นตำนาน”

 

ภาพ: Sotheby’s

 

อ้างอิง: 

The post กระเป๋า Birkin ใบแรกในโลกของ Hermès กำลังจะถูกประมูลผ่าน Sotheby’s appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès เปิดตัวหูฟังรุ่นแรกที่รังสรรค์ขึ้นโดย Ateliers Horizons ในราคากว่า 4.9 แสนบาท https://thestandard.co/hermes-first-headphones-ateliers-horizons/ Tue, 03 Jun 2025 04:11:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1081495 Hermès หูฟัง

Hermès เปิดตัวหูฟังระดับพรีเมียมรุ่นแรกที่รังสรรค์ขึ้นโ […]

The post Hermès เปิดตัวหูฟังรุ่นแรกที่รังสรรค์ขึ้นโดย Ateliers Horizons ในราคากว่า 4.9 แสนบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hermès หูฟัง

Hermès เปิดตัวหูฟังระดับพรีเมียมรุ่นแรกที่รังสรรค์ขึ้นโดย Ateliers Horizons ผู้ผลิตโปรดักต์ Bespoke ในเครือของแบรนด์ โดยหูฟังรุ่นนี้มีราคา 15,000 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 490,000 บาทเลยทีเดียว

 

หูฟังรุ่นนี้เป็นการบรรจบกันระหว่างความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ วิสัยทัศน์ และงานฝีมืออันเลื่องชื่อของ Hermès กับฟีเจอร์นวัตกรรมเครื่องเสียงระดับคุณภาพ ซึ่งก็นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ผลิตหูฟังผ่านทาง Ateliers Horizons ออกมา โดยแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างหูฟังรุ่นนี้จากกระเป๋ารุ่น Kelly อันโด่งดัง และรังสรรค์หูฟังด้วยแมตทีเรียลเมทัลลิก พร้อมด้วยหนังที่เย็บด้วยมือทุกชิ้นที่มอบความเรียบหรูและบ่งบอกถึงความเป็น Hermès อย่างชัดเจน

 

Axel de Beaufort ผู้ดำรงตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง Ateliers Horizons มาตั้งแต่ปี 2012 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบและการผลิตหูฟังรุ่นนี้ โดยเขาตอกย้ำถึงการทำงานที่คาดเดาไม่ได้ของ Ateliers Horizons ที่ก่อนหน้านี้ก็มีการผลิตโปรดักต์ในหมวดหมู่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟบอร์ด, เปลญวน, จูกบ็อกซ์ ไปจนถึงดิสโก้บอล ซึ่งโปรดักต์เหล่านี้ต่างก็เต็มไปด้วยดีเทลที่ใช้งานฝีมือเป็นหลักและสะท้อนมรดกตกทอดของ Hermès ด้วยงานเย็บมือและการเลือกใช้แมตทีเรียลหนังอานม้า

 

ภาพ: Hermès

อ้างอิง:

The post Hermès เปิดตัวหูฟังรุ่นแรกที่รังสรรค์ขึ้นโดย Ateliers Horizons ในราคากว่า 4.9 แสนบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>