เทรนด์ Clean Girl เป็นสไตล์ความงามที่เริ่มได้รับความนิย […]
The post 5 เหตุผลที่เทรนด์ Clean Girl สร้างความกดดันให้คนที่ไม่ได้เกิดมาผิวดี appeared first on THE STANDARD.
]]>
เทรนด์ Clean Girl เป็นสไตล์ความงามที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างมากบน TikTok และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลักษณะเด่นของลุคนี้คือมีการแต่งหน้าที่ดูมินิมัล เน้นผิวที่สวยอยู่แล้วดูเปล่งปลั่งและเป็นธรรมชาติ ใช้ทินต์มอยส์เจอไรเซอร์แทนรองพื้นเต็มหน้า คอนซีลเลอร์ก็ทาเพียงเล็กน้อย แต้มบลัชเบาๆ เพื่อความสดใส
แต่ไปๆ มาๆ เทรนด์ Clean Girl กลับดูเหมือนถอยหลังกลับไปสู่อุดมคติความงามแบบเดิมที่เข้าถึงได้ยากสำหรับคนส่วนใหญ่ ซึ่งเว็บไซต์ Popsugar มีบทความที่เขียนถึงประเด็นนี้ว่า มันอาจลดทอนความก้าวหน้าที่ขบวนการ Skin Positivity และ Body Positivity สร้างไว้ ซึ่งการเข้าใจผลกระทบเชิงลบของเทรนด์นี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่ชอบสไตล์ Clean Girl มีความผิด แต่เป็นการตระหนักว่าเราควรส่งเสริมการยอมรับความหลากหลายในความงาม และลดการตัดสินผู้อื่นจากมาตรฐานที่เฉพาะเจาะจงเกินไป ความงามที่แท้จริงควรเป็นการยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ไม่ใช่พยายามบีบให้ทุกคนเข้ากรอบเดียวกัน
และนี่คือเหตุผลที่เราวิเคราะห์ว่าทำไมเทรนด์ความงาม Clean Girl กลายเป็นความกดดันไปซะอย่างนั้น
1. Clean Girl เป็นเทรนด์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานผิวสมบูรณ์แบบที่คนส่วนใหญ่ไม่มีตามธรรมชาติ ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนที่ผิวดีแบบ Hailey Bieber ที่ใช้อะไรแตะนิดหน่อยบนผิวก็ดูดีและสวยได้ง่ายๆ เลย แต่สำหรับผู้ที่มีสิว รอยดำ หรือรอยแดงจึงอาจรู้สึกว่าตัวเองเข้าไม่ถึงเทรนด์นี้ การใช้เมกอัพเพียงเล็กน้อยจึงไม่สามารถปกปิดปัญหาผิวที่หลายคนมี
2. คำว่า Clean มีนัยที่สื่อว่าคนที่ทำตามเทรนด์ไม่ได้คือ ‘ไม่สะอาด’ ซึ่งอาจสร้างการตีตราที่รุนแรงและกระทบต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
3. เทรนด์นี้เอื้อประโยชน์ต่อคนผิวดีอยู่แล้ว และมีโครงหน้าแบบตะวันตก กีดกันความงามของผู้หญิงเชื้อชาติอื่นๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ บีบให้หลายคนต้องปรับเปลี่ยนลักษณะทางชาติพันธุ์เพื่อเข้าถึงความงามกระแสหลัก
4. ลุคที่ดูเรียบง่ายแท้จริงแล้วต้องลงทุนในสกินแคร์ราคาแพงจำนวนมาก สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในวงการความงาม ทำให้คนที่มีรายได้น้อยรู้สึกว่าไม่สามารถเข้าถึงมาตรฐานความงามที่สังคมยอมรับได้
5. ผลักดันแนวคิด ‘ดูดีแบบไม่ต้องพยายาม’ สร้างความคาดหวังผิดๆ ว่าความงามควรมาโดยง่ายแทนที่จะยอมรับความแตกต่างให้เปิดกว้างกว่านี้
แม้เทรนด์ Clean Girl จะสร้างมาตรฐานความงามที่เข้าถึงได้ยากสำหรับหลายคน แต่เราสามารถนำแง่มุมที่ดีของเทรนด์นี้มาปรับใช้โดยไม่ทำร้ายตัวเอง ความจริงแล้วแก่นแท้ของความงามไม่ได้อยู่ที่การทำตามเทรนด์ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่การยอมรับและรักในตัวตนที่แท้จริงของเราต่างหาก จริงไหมสาวๆ?
ภาพ: Shutterstock
The post 5 เหตุผลที่เทรนด์ Clean Girl สร้างความกดดันให้คนที่ไม่ได้เกิดมาผิวดี appeared first on THE STANDARD.
]]>
การดูแลสุขภาพไม่ใช่เทรนด์หรือกระแสอีกต่อไป ความจริงข้อน […]
The post สำรวจ ‘The Herniverse’ จักรวาลที่เข้าใจทุกมิติของผู้หญิง และเชื่อว่า ‘Healthy Standard’ คือความเพอร์เฟกต์ที่แท้จริงของผู้หญิงยุคใหม่ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
การดูแลสุขภาพไม่ใช่เทรนด์หรือกระแสอีกต่อไป ความจริงข้อนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นหลังสถานการณ์โควิด คนไม่อยากเจ็บป่วยและหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันก่อนเกิดโรคเพิ่มมากขึ้นขนาดที่ว่า Global Wellness Institute (GWI) คาดการณ์ว่า ปี 2025 ‘เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลก’ (Global Wellness Economy) จะมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 230 ล้านล้านบาท
ทิศทางข้างต้นทำให้โรงพยาบาลยุคนี้ปรับตัวเพื่อตอบรับความต้องการการดูแลสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้น แต่ละแห่งต่างหยิบจุดเด่นและความเชี่ยวชาญมาสร้างความแตกต่างได้อย่างน่าสนใจ
หนึ่งในนั้นคือ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ที่ออกแบบแนวคิดใหม่ในการดูแลสุขภาพ ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อคนต่างกันย่อมต้องการการดูแลรักษาที่แตกต่างกันไป แทนที่จะยึดตำราเล่มเดียวรักษาโรคเดียวกัน ทางโรงพยาบาลจะออกแบบการรักษาที่ต่างไปแต่ละบุคคล
แนวคิดใหม่ในการดูแลสุขภาพยังถูกต่อยอดไปที่การสร้าง ‘Healthy Standard’ ให้กับคนไทย โดยกลุ่มเป้าหมายแรกที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญคือ ‘ผู้หญิง’ นอกจากต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับศูนย์สูตินรีเวชแล้ว ยังต้องการสร้างค่านิยมใหม่ให้ผู้หญิงหันมาให้คุณค่ากับ Healthy Standard มากกว่า Beauty Standard อีกด้วย
ต้องยอมรับว่ายุคนี้ความเพอร์เฟกต์ของผู้หญิงไม่ได้วัดกันที่ ‘Beauty Standard’ อีกต่อไป เมื่อคนยอมรับความงามที่หลากหลายมาตรฐาน ความสวยจึงเป็นประเด็นที่ผู้หญิงยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญน้อยลง แต่สิ่งที่ควรให้คุณค่ามากขึ้นคือเรื่องของ Healthy standard เพราะเป็นสิ่งที่สามารถวัดค่าได้จริง

แม้ว่า Healthy Standard จะสามารถวัดค่าได้ แต่พอเป็นเรื่องผู้หญิงๆ ก็มักจะมีความซับซ้อนของโรคและความละเอียดอ่อนในเรื่องของความรู้สึกและความอ่อนไหวในการเข้ารับคำปรึกษา กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ปัญหาของผู้หญิงบานปลาย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่แตกต่างกันและดูแลสุขภาพที่ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่ยังรวมไปถึงจิตใจและความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนด้วยความเข้าใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นที่มาของ ‘The Herniverse’ คอมมูนิตี้ที่รวมทุกเรื่องของผู้หญิงทุกวัย โดยมี ‘โรงพยาบาลรวมใจรักษ์’ และศูนย์สูตินรีเวช อยู่เบื้องหลัง สร้างพื้นที่ที่เปรียบเสมือน Safe Zone ที่เซฟใจและปลอดภัยสำหรับผู้หญิง ให้คำตอบทุกเรื่องที่อยากรู้และพร้อมเปิดกว้างสำหรับฮีลใจภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่

นพ.สุขสันต์ กอแพร่พงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สูตินรีเวช โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ หนึ่งในทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังความสุขของคุณแม่ตั้งครรภ์มากมายก็เชื่อเช่นกันว่า สำหรับผู้หญิง ความสวยคือเรื่องสำคัญ แต่ยุคนี้สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า Beauty Standard คือ Healthy Standard หรือมาตรฐานการมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
“ถ้าเราสุขภาพดีจากภายในมันก็สะท้อนออกมาสู่ความงามภายนอกได้เช่นกัน และ Healthy Standard ก็ต่างกันไปตามอายุ พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เดี๋ยวนี้ใครก็สามารถเข้าถึงข่าวสารได้อย่างง่ายดาย ทำให้การดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรคเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องหรือละเลยการดูแลสุขภาพ เช่น คนวัยทำงานไม่อยากเสียเวลามาพบแพทย์ พอมีอาการปวดประจำเดือนหรือปวดท้องเล็กน้อยที่ยังพอทำงานได้ก็อดทน เพราะไม่อยากลางาน
“และด้วยวัฒนธรรมของไทยทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่า การมาตรวจภายในหรือปรึกษาแพทย์เป็นเรื่องน่าอาย หรือบางคนไม่อยากตรวจเพราะกลัวรู้ความจริง”
นพ.สุขสันต์ บอกว่า ในกลุ่มของคุณแม่ตั้งครรภ์ก็พบว่ายังมีไม่น้อยที่ละเลยความสำคัญของการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ หรือไม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนครอบครัว “การวางแผนก็เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพของคุณแม่ก่อนตั้งครรภ์ บางคนมีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์บางอย่างที่ส่งผลกระทบหากตั้งครรภ์
“ผู้หญิงบางคนไม่รู้ว่าตัวเองมีความดันสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษ หากทราบก่อนจะได้รักษาได้ตรงจุดก่อนเริ่มตั้งครรภ์ เป็นผลดีต่อตัวคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกในครรภ์ด้วย หรือใครที่ตั้งครรภ์แล้วแนะนำให้มาฝากครรภ์ทันที ยิ่งฝากเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี จะได้รู้อายุครรภ์ที่ถูกต้อง เพิ่มความแม่นยำในการดูแลครรภ์ของแพทย์ อีกทั้งการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดก็สามารถทำได้อย่างทันท่วงที
“สาเหตุที่มาฝากครรภ์ช้าส่วนหนึ่งคือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะคลอดที่โรงพยาบาลไหน เพราะถ้าเป็นไปได้ควรฝากครรภ์และคลอดที่โรงพยาบาลเดียวกัน แนะนำให้ดูแพ็กเกจที่ครอบคลุมการตรวจที่จำเป็นหรือไม่ และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ซึ่งทางแผนกสูตินารีเวชของโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ แพทย์ที่รับฝากครรภ์จะเป็นแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์เช่นกัน จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการตรวจอัลตราซาวด์ คัดกรอง และวินิจฉัยก่อนคลอดได้อย่างตรงจุด”

นอกจากจะดูแลและให้คำปรึกษาโดยแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์แล้ว ทางโรงพยาบาลยังเตรียมสมุดฝากครรภ์ที่มีข้อมูลด้านโภชนาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพ และการเจริญเติบโตของอายุครรภ์
“ในแพ็กเกจจะมีการตรวจครรภ์แบบ 3D ในช่วงเริ่มเข้าไตรมาสที่ 3 ทำให้ตรวจสอบความปกติของเด็กได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของปากแหว่ง เรานำเข้าเครื่องที่มีความทันสมัย เพราะนอกจากจะตรวจครรภ์แบบ 3D แล้ว ยังสามารถดูความผิดปกติของหัวใจได้ละเอียดยิ่งขึ้น
“อีกบริการคือการตรวจคัดกรองครรภ์เป็นพิษช่วงอายุครรภ์ 11-12 สัปดาห์ เป็นการตรวจหลายมิติร่วมกันเพื่อความแม่นยำสูง ไม่ว่าจะตรวจข้อมูลของคนไข้ที่อาจมีประวัติความเสี่ยง ความดัน อัลตราซาวด์ลักษณะการไหลเวียนของเส้นเลือดใหญ่ที่มาเลี้ยงมดลูก และการเจาะเลือดร่วมด้วย
“คุณแม่ยุคนี้มีความคาดหวังค่อนข้างสูง ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่เขาอยากได้ข้อมูลในทุกสเตจของการตั้งครรภ์เพื่อความสบายใจ อย่างเช่น การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดและคัดกรองก่อนคลอด ที่นี่ก็สามารถดูแลได้อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาความเสี่ยงดาวน์ซินโดรม ธาลัสซีเมีย ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือพอเข้าสเตจที่ 2 ก็มาดูว่าเด็กเติบโตตามเกณฑ์หรือไม่”

ด้าน พญ.อัจจิมา ตันกุล สูตินรีเวช ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์สูตินรีเวช โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เล่าถึงแนวโน้มโรคมะเร็งในผู้หญิงที่น่ากังวล โดยเฉพาะ ‘มะเร็งรังไข่’
“75% ของคนไข้กว่าจะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ก็เป็นระยะ 3-4 แล้ว จนถึงตอนนี้ทางการแพทย์ยังไม่สามารถตรวจคัดกรองได้ รวมถึงไม่มีข้อบ่งชี้หรืออาการของโรคปรากฏ ในขณะที่มะเร็งปากมดลูกตอนนี้มีวัคซีนที่ช่วยลดและป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้มากถึง 9 สายพันธุ์ นั่นหมายความว่าถ้าฉีดวัคซีน HPV โอกาสในการเป็นมะเร็งปากมดลูกแทบไม่มีเลย นอกจากนั้นปัจจุบันมีข้อคำแนะนำให้ผู้หญิงอายุ 21 ปีขึ้นไปที่แม้จะเคยหรือไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ให้คัดกรองมะเร็งปากมดลูก สามารถตรวจเจอระยะก่อนเป็นมะเร็งได้ จึงสามารถรักษาให้หายได้ ส่วนตัวหมอมองว่ามะเร็งรังไข่น่ากังวลกว่า ถึงจะตรวจสุขภาพ เจาะเลือด หรืออัลตราซาวด์ ก็ไม่พบ”
พญ.อัจจิมา บอกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางครั้งกว่าจะพบโรคก็อาจเสียเกินไปมาจากความเขินอายที่จะเข้ารับคำปรึกษาและคิดเอาเองว่า ‘ทนไหว’
“นอกจากจะอดทนเก่งแล้ว หมอว่าผู้หญิงอายที่จะเข้ามาปรึกษาหมอ เพราะสังคมไทยการพูดเรื่องเพศกับคนแปลกหน้าเป็นเรื่องน่าอาย พอมีอาการผิดปกติไม่รู้จะปรึกษาใคร ก็เสิร์ชหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นบางทีก็เป็นข้อมูลที่ไม่อัปเดตหรือไม่เป็นความจริง กว่าจะตัดสินใจและรวบรวมความกล้าเข้ามาหาหมอบางทีก็รุนแรงแล้ว”

เรื่องเข้าใจผิดที่สุดคือ ‘ตรวจภายในแล้วเจ็บ’ พญ.อัจจิมา บอกว่า ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ออกแบบมาหลากหลายขนาด หมอจะเลือกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
“คนไข้อาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อนหรือฟังคนที่เคยตรวจมาเลยทำให้ไม่กล้า แต่ปัจจุบันเครื่องมือมีขนาดที่หลากหลาย ทำให้การตรวจไม่เจ็บเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งหมอจะประเมินก่อนตรวจทุกครั้ง นอกจากเรื่องกลัวเจ็บ บางคนไม่กล้ามาเพราะรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว ที่นี่เราจึงออกแบบสถานที่ให้มีความเป็นส่วนตัวกับคนไข้มากที่สุด แยกห้องชัดเจนตั้งแต่ตอนซักประวัติ รวมไปถึงห้องตรวจจะมีห้องน้ำในตัว คนไข้ไม่ต้องเขินอายเวลาต้องเดินไปมา หรือแม้แต่ชุดของคนไข้ก็ออกแบบเป็นกางเกงที่มีช่องเปิดด้านล่าง เรียกได้ว่าเราค่อนข้างละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน เพราะต้องการให้คนไข้สบายใจที่สุด”
ยังมีโรคอีกมากที่อาจตรวจพบเมื่อตรวจภายใน เช่น เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ พญ.อัจจิมา แนะนำให้เข้ามาตรวจทุก 6 เดือนหรือทุกปีเป็นอย่างน้อย การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปไม่เพียงพอ
“ตัวโรคเกิดใหม่ได้ทุกเมื่อ ถึงคุณจะตรวจภายในเป็นประจำก็เป็นไปได้ว่าหนึ่งเดือนถัดไปตัวโรคเพิ่งแสดงอาการ และมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคได้ ดีที่สุดคืออย่ารอให้มีอาการถึงมาพบแพทย์ อย่างไรก็ดี การตรวจภายในและตรวจสุขภาพเป็นประจำก็ยังจำเป็น หรือสร้าง Healthy Standard ให้กับตัวเอง เป็นเป้าหมายเลยก็ได้ว่าปีนี้ฉันจะต้องสุขภาพแข็งแรง ค่าไขมัน ค่าตับ จะต้องลดลงเท่าไร เพราะการดูแลสุขภาพองค์รวมก็เป็นวิธีที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีได้อย่างแน่นอน”

นพ.สุขสันต์ กล่าวเสริมว่า The Herniverse จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้หญิงมากขึ้น โดยเฉพาะ Pain Point ต่างๆ ที่กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเขินอายไม่กล้ามาพบแพทย์ หรือต้องการทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อนมารับการรักษา
“The Herniverse จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้หญิงได้อย่างครบวงจร ข้อมูลที่ครอบคลุมทุกเรื่องนอกเหนือจากการรักษาโรค แต่เป็นการแนะนำก่อนเกิดโรคหรือวิธีการดูแลไลฟ์สไตล์อย่างไรให้ไม่เกิดโรค เพื่อให้มี Healthy Standard เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับปัญหาของผู้หญิงที่ต้องเจอในแต่ละวัย ไม่มองข้ามความเจ็บป่วยไม่ว่าจะมาด้วยอาการมากหรือน้อย ทุกอาการต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ว่าวัยไหนก็สามารถปรึกษาได้ ที่นี่เราพร้อมรับฟังและให้คำแนะนำเหมือนเพื่อนที่เข้าใจเพื่อน เปิดเผยได้ทุกเรื่อง และด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์หลากหลายสาขา เราจึงเข้าใจในทุกมิติทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ‘The Herniverse’ จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้หญิงทุกคน”
เข้าสู่จักรวาลของผู้หญิงยุค 2024 ได้ที่: https://www.facebook.com/theherniverse
The post สำรวจ ‘The Herniverse’ จักรวาลที่เข้าใจทุกมิติของผู้หญิง และเชื่อว่า ‘Healthy Standard’ คือความเพอร์เฟกต์ที่แท้จริงของผู้หญิงยุคใหม่ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องยอมรับว่าในยุคที่สังคมเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่าง […]
The post Beauty Standard เปลี่ยน ‘สาวพลัสไซส์’ กล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น ทำ ‘ห้างกรุงทองพลาซา’ มีอัตราเช่าเต็ม 100% กว่า 2 ปีซ้อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ต้องยอมรับว่าในยุคที่สังคมเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างเรื่องของ Beauty Standard มากขึ้น จากในยุคก่อนสาวพลัสไซส์มักจะเลือกใส่เสื้อผ้าเรียบๆ ตัวใหญ่ๆ เพื่อใช้ในการปกปิดรูปร่าง แต่ในปัจจุบันโลกของแฟชั่นสาวพลัสไซส์ได้เติบโตขึ้นมาก มีสาวๆ พลัสไซส์หลายคนที่กล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นผลดีต่อ ‘ห้างกรุงทองพลาซา’ ซึ่งบอกว่าตัวเองนั้นเป็นห้างค้าส่งเสื้อผ้าพลัสไซส์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ที่ล่าสุดได้ประกาศความสำเร็จจากการเดินทางตลอด 23 ปี ด้วยอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% ในปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ
โดยยอดผู้ใช้บริการภายในศูนย์การค้ามีจำนวนเฉลี่ย 10,000 คนต่อวันในวันธรรมดา และสูงถึง 20,000 คนต่อวันในช่วงวันหยุด ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2565
อัญชลี ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ ห้างกรุงทองพลาซา ระบุว่า สัดส่วนสินค้าในห้างมีเสื้อผ้าพลัสไซส์มากกว่า 70% ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยเน้นที่เสื้อผ้าแนวมินิมัลสำหรับใส่ประจำวันและชุดทำงาน
นอกจากนี้ ห้างยังมีการขายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีการไลฟ์สดขายสินค้าและการให้บริการลูกค้าที่ซื้อสินค้าเพื่อไลฟ์ขายต่อ ในขณะที่ธุรกิจออฟไลน์ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ต้องการเลือกสินค้าด้วยตัวเองและการขายส่ง
กลยุทธ์การตลาดของห้างกรุงทองพลาซา คือการสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอเสื้อผ้าหลากหลายไซส์ตั้งแต่ XS ถึง 6XL, ซึ่งในอนาคตจะขยายไปถึง 8XL นอกจากนี้ห้างยังมุ่งเน้นการทำตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มมุสลิมและยุโรปเพื่อเพิ่มทราฟฟิกและรายได้
“กลุ่มมุสลิมและยุโรปเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตและมีกำลังซื้อมาก ซึ่งจะช่วยให้ทราฟฟิกทางห้างฯ เพิ่มขึ้นได้อีก 30% และคาดว่าในปี 2567 จะมีรายได้ประมาณ 500 ล้านบาท”
ลูกค้าหลักของห้างเป็นคนไทยกว่า 70% และต่างชาติ 30% โดยมาจากประเทศในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยอดการจับจ่ายของลูกค้าปลีกอยู่ที่ 2,000-3,000 บาทต่อครั้ง และลูกค้าส่งที่ประมาณ 10,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของลูกค้าและความสำคัญที่ห้างฯ ให้กับทุกเพศและทุกวัย
การเติบโตของตลาดแฟชั่นสาวพลัสไซส์ในไทยสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานความงามในสังคม ห้างกรุงทองพลาซาจึงมีแฟชั่นที่หลากหลาย โดยมีสินค้าใหม่ทุกสัปดาห์ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมทั้งมีแผนการปรับปรุงการบริการและขยายสินค้าในปี 2567 เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
The post Beauty Standard เปลี่ยน ‘สาวพลัสไซส์’ กล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น ทำ ‘ห้างกรุงทองพลาซา’ มีอัตราเช่าเต็ม 100% กว่า 2 ปีซ้อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม Han So Hee ไลฟ์ผ่าน Instagram เพื […]
The post “เธอไม่ควรผอมแบบฉัน” Han So Hee ฝากผ่านไลฟ์ถึงแฟนๆ และพูดถึงประเด็น Beauty Standard appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม Han So Hee ไลฟ์ผ่าน Instagram เพื่อพูดคุยอัปเดตกับแฟนๆ ทั้งเรื่องงานและชีวิตของเธอ ซึ่งระหว่างนั้นเองเธอได้บ่นกับผู้ติดตามว่า ขณะนี้เธอต้องงดขนมสำหรับการถ่ายแบบสัปดาห์หน้าที่กำลังจะมาถึง
“ฉันมีถ่ายแบบสัปดาห์หน้าฉันก็เลยไดเอตอยู่ แต่ฉันอยากกินขนมใจจะขาด มันทำให้ฉันเป็นบ้าเลยเนี่ย ถ้าฉันแค่งดขนมฉันก็จะน้ำหนักลดได้อย่างไม่เสียสุขภาพ แต่ฉันก็อยากกินของหวานอยู่ตลอดเลย”
เมื่อเธอกล่าวถึงการควบคุมน้ำหนัก แฟนรายหนึ่งจึงคอมเมนต์ในไลฟ์ของเธอว่า “ฉันอยากผอมแบบพี่จังเลย ฉันจะทำอย่างไรดี”
ซึ่ง Han So Hee ก็ตอบข้อความนั้นอย่างจริงจัง และพูดถึงประเด็น Beauty Standard ด้วยว่า เธอต้องรักษาหุ่นเพราะการงานอาชีพของตัวเอง และเธอก็ไม่สนับสนุนให้แฟนๆ อยากผอมแบบเธอเลยแม้แต่น้อย
เธออธิบายว่า “มันไม่ใช่สิ่งที่เธอควรทำนะที่จะผอมแบบฉัน เธอไม่ควรผอมแบบฉันเลย แต่เธอควรจะมีสุขภาพที่ดีมากกว่า งานที่ฉันทำมันทำให้ฉันต้องเปิดเผยตัวเอง ทั้งภายนอกและภายใน และมันมีเงื่อนไขในเรื่องของภาพลักษณ์อยู่ ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องลดน้ำหนัก ถ้าไม่ใช่เพื่องานของฉัน ฉันก็คงจะรักษาน้ำหนักแบบที่คนทั่วไปเขาทำกัน
“ฉันว่ามันไม่ถูกต้องที่ Beauty Standard จะต้องแบ่ง ‘ผอม’ และ ’อ้วน’ มันก็ดีถ้าหากเธอสามารถใส่เสื้อผ้าที่ตัวเองต้องการสวมใส่ได้อย่างพอดี แต่ฉันหวังว่าเธอจะไม่ต้องเสียสุขภาพเพื่อมันนะ แค่เพียงเพราะว่าเธอถาม ไม่ได้หมายความว่าเธอสวยนะ คนที่ดูสุขภาพดีต่างหากที่ดูสวยกว่า”
ภาพ: The Chosunilbo JNS / Imazins via Getty Images
อ้างอิง:
The post “เธอไม่ควรผอมแบบฉัน” Han So Hee ฝากผ่านไลฟ์ถึงแฟนๆ และพูดถึงประเด็น Beauty Standard appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในโลกปัจจุบัน Gen Z กำลังสร้างเทรนด์แฟชั่นและการค้าปลีก […]
The post Gen Z ผู้ทำลายขนบด้านความงามแบบดั้งเดิม ผ่านการคาดหวังให้แบรนด์เพิ่มการตอบสนองที่รวดเร็ว ความหลากหลาย และโปร่งใสมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในโลกปัจจุบัน Gen Z กำลังสร้างเทรนด์แฟชั่นและการค้าปลีกสมัยใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมความงาม พวกเขากำลังทำลายบรรทัดฐานด้านความงามแบบดั้งเดิมและแนวทางปฏิบัติทางการตลาด โดยเรียกร้องแนวทางที่ครอบคลุม หลากหลาย และเป็นส่วนตัวมากขึ้น
การเติบโตในยุคดิจิทัลโดยมีสมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว ทำให้พวกเขาใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เพื่อแสดงความปรารถนา ความคับข้องใจ และข้อกังวล โดยคาดหวังว่าแบรนด์ต่างๆ จะตอบสนองอย่างรวดเร็วในเชิงรุกต่อผู้บริโภคของตนมากขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมความงามที่ขับเคลื่อนโดย Gen Z มีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่าความงามไม่ใช่สิ่งเดียว และจำเป็นต้องตอบสนองต่อคำจำกัดความที่หลากหลาย รูปลักษณ์ และการแสดงออก พวกเขาปฏิเสธมุมมองความงามแบบเดิมๆ และไม่เชื่อว่าในเรื่องการใช้สิ่งเดียวเพื่อทำให้เหมาะกับทุกคน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
MaryLeigh Bliss รองประธานฝ่ายเนื้อหาของ YPulse กล่าวว่า ความเข้าใจด้านดิจิทัลของ Gen Z ช่วยให้การแสดงความคิดเห็นนั้นดังกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ พวกเขาไม่เพียงชื่นชมแบรนด์ที่รับฟังความคิดเห็นของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังคาดหวังว่าแบรนด์จะปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลที่พวกเขาป้อนเข้ามา
ตัวอย่างเช่น e.l.f. Beauty ซึ่งครองอันดับสองในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางยอดนิยมสำหรับวัยรุ่นสหรัฐฯ พบว่า เมื่อผู้บริโภค Gen Z ขอคอนซีลเลอร์เพิ่มความชุ่มชื่น กลายเป็นที่มาของการเปิดตัว Camo Concealer รุ่นให้ความชุ่มชื่นที่ขายดีที่สุดในช่วงต้นปี 2020
ที่สำคัญความหลากหลายของ Gen Z ซึ่งเป็นรุ่นที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงคาดหวังให้แบรนด์ต่างๆ สะท้อนสิ่งนี้ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์และการส่งข้อความที่ครอบคลุมเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ เพศ รสนิยมทางเพศ ขนาดของร่างกาย และความทุพพลภาพ ในการสำรวจโดย YPulse 79% ของผู้ตอบแบบสอบถาม Gen Z เห็นด้วยว่าแบรนด์ที่สร้างผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวมีหน้าที่รับผิดชอบในการแสดงสีและโทนสีทั้งหมด
แบรนด์ต่างๆ กำลังตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ โดยมุ่งเน้นมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ของตน พวกเขากำลังสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับหลักการที่กว้างขึ้น เช่น วีแกน การปฏิบัติที่ปราศจากความโหดร้าย บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการสร้างผลกระทบทางสังคม ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของพวกเขา
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยังสังเกตได้จากพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยใช้เงินไปกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากกว่าเครื่องสำอาง การเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องอย่างมากกับระดับการยอมรับตนเองที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาของ Gen Z ที่ต้องการความเรียบง่ายและราคาย่อมเยา
แม้ว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเครื่องสำอางที่มีสีสันและจัดจ้านจะถูกทิ้งไป สำหรับพวกเขาแล้วการแต่งหน้าไม่จำเป็นต้องเสริมความงาม แต่เพื่อแสดงออกถึงอารมณ์หรือความรู้สึกในขณะนั้น ทัศนคติที่เปลี่ยนไปนี้กำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมความงามยอมรับคำจำกัดความของความงามที่กว้างขึ้นและครอบคลุมมากขึ้น
Gen Z ยังปฏิเสธการโฆษณาความงามแบบเดิมๆ แต่หันไปสนใจแบรนด์ที่นำเสนอความงามตามความเป็นจริง ทำให้แบรนด์ต่างๆ ได้เริ่มตอบสนองต่อสิ่งนี้โดยการนำเสนอนางแบบที่มีสิ่งที่เคยถูกพิจารณาว่าไม่สมบูรณ์ เช่น มีกระ แผลเป็น และรอยแตกลาย
นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนและมีความรู้ พวกเขามักจะเจาะลึกส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของตน ค้นคว้าส่วนผสมอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ ในการตอบสนอง แบรนด์ต่างๆ จึงต้องมีความโปร่งใสและให้ข้อมูลมากขึ้น ซึ่งนี้เองทำให้แบรนด์ที่ปรับตัวเท่านั้นจึงจะไปต่อได้ในโลกที่หมุนเร็วมากขึ้นทุกวัน
อ้างอิง:
The post Gen Z ผู้ทำลายขนบด้านความงามแบบดั้งเดิม ผ่านการคาดหวังให้แบรนด์เพิ่มการตอบสนองที่รวดเร็ว ความหลากหลาย และโปร่งใสมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายปีหลังมานี้เห็นได้ชัดว่า โลกดูเปิดรับเรื่องของความง […]
The post จะทำอย่างไรเมื่อใจยังก้าวข้าม Beauty Standard ไม่ได้? appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลายปีหลังมานี้เห็นได้ชัดว่า โลกดูเปิดรับเรื่องของความงามสำหรับทุกคน (Inclusive Beauty) มากขึ้น จากแรงขับเคลื่อนของเหล่าคนดังและสื่อที่ช่วยกันเป็นกระบอกเสียงให้แนวคิดดังกล่าวลบล้างมาตรฐานความงาม (Beauty Standard) ที่เป็นบรรทัดฐานทางสังคมมาตั้งแต่อดีตกาล
โฆษณาในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เดิมทีนำเสนอเพียงนางแบบรูปร่างผอมเพรียว ผิวขาว ต่างถูกเพิ่มเติมด้วยภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายในด้านรูปร่าง สีผิว เพศ วัย ชาติพันธุ์ เพื่อแสดงจุดยืนและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนรักในสิ่งที่ตัวเองเป็น

การที่สื่อและบุคคลสำคัญต่างออกมาเป็นกระบอกเสียงเรื่องดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมความงามที่ถูกปลูกฝังมานาน ทว่าสำหรับบางคนแล้วการจะพอใจและเห็นคุณค่าของตัวเอง (Self-Esteem) ได้อย่างเต็มร้อยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น สังคมรอบข้าง หรือเหตุการณ์ที่เคยสร้างบาดแผลหยั่งลึกในจิตใจ

ภาพ: Anete Lusina / Pexels
วันนี้หากคุณยังก้าวข้ามผ่านมันไปไม่ได้ เราอยากให้คุณรู้ว่า ‘ไม่เป็นไร…คุณไม่ได้รู้สึกคนเดียว’ ไม่ต้องฝืนใจให้ยอมรับตัวเองเต็มร้อยถ้ายังไม่พร้อม เพียงแค่ลองปรับความคิดทีละนิด ทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเองวันละหน่อย แล้วคุณจะค้นพบความงามมุมใหม่ในแบบฉบับของคุณอย่างแน่นอน

ภาพ: Anna Shvets / Pexels
ปัจจุบันโลกเรามีประชากรอยู่ 8 พันล้านคน และคุณก็เป็น 1 ใน 8 พันล้านที่ถูกสร้างมาอย่างแตกต่าง ไม่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังรวมไปถึงบุคลิก นิสัย และน้ำเสียง ทุกอย่างที่เป็นตัวคุณนั้นช่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ดังนั้นเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น มันไม่แปลกเลยที่คุณจะต่างกับเขา ในขณะเดียวกันคนอื่นก็เลียนแบบตัวตนของคุณไม่ได้เช่นกัน
เวลาที่เราเห็นภาพของใครในสื่อโซเชียลแล้วถึงกับอุทานว่า “เธอช่างเพอร์เฟกต์จริงๆ” แล้วเกิดความรู้สึกด้อยค่าในตัวเองขึ้นมาไม่มากก็น้อย คำถามคือ อะไรคือเกณฑ์ที่บอกว่าสิ่งนั้นเพอร์เฟกต์? หากนำคำถามเดียวกันไปถามคนอีกร้อยคนจะได้คำตอบเดียวกันหรือไม่?
ภาพของรูปลักษณ์ภายนอกที่เราเห็นตามสื่อ (ที่ส่วนใหญ่ผ่านการปรับแต่งมาแล้ว) อาจทำให้เรามองว่าร่างกายของเราผิดปกติ ทั้งหน้าท้องที่พับเป็นชั้นเวลานั่ง รอยแตกลาย ฟันห่าง คางยื่น รักแร้-ขาหนีบคล้ำ ผมชี้ฟู ผิวเป็นสิว รูขุมขนชัด ริ้วรอยที่นับเส้นไม่ถูก ฯลฯ สิ่งที่เรามองว่าเป็นจุดบกพร่องทั้งหมดนี้มันคือ ‘ธรรมชาติ’ ของร่างกายมนุษย์ และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเรามองร่างกายตัวเองได้อย่างเป็นกลาง (Body Neutrality) และยอมรับได้ว่าเนื้อหนังของเราไม่จีรัง คุณจะรู้สึกดีกับตัวเองได้มากขึ้น
หากมองย้อนไปในอดีต เราจะเห็นได้ว่านิยามความงามมันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อะไรที่ผู้คนเคยมองว่าสวยในยุคหนึ่ง อาจถูกมองว่าไม่สวยในอีกยุคหนึ่งก็ได้ ปัจจุบันค่านิยมความงามในแต่ละประเทศเองก็ยังแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นคุณจะนิยามความงามแบบไหนก็ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าโลกจะไม่ยอมรับ เพราะโลกเราเองยังไม่มีนิยามความงามที่ตายตัวเลย
การอยากทำให้ตัวเองดูดีนั้นไม่ใช่เรื่องผิดแปลก แต่อยากให้ลองถามใจตัวเองอีกครั้งว่าคุณอยากดูดีเพื่ออะไร? หนึ่งในแนวคิดที่ผู้เขียนมักถามตัวเองบ่อยๆ คือ หากวันหนึ่งเรามีรูปลักษณ์ทุกอย่างสมปรารถนา จนพูดได้เต็มปากว่า “ฉันสวยแล้ว” แต่ต้องใช้ชีวิตคนเดียวแบบที่ไม่มีใครเห็น ไม่ต้องเจอใคร เราจะยังพอใจอยู่ไหม? มันอาจเป็นประเด็นที่ดูเทียบกันได้ไม่เต็มร้อย แต่มันเป็นคำถามที่คอยเตือนสติผู้เขียนได้เสมอ
สรุปคือคุณมีอิสระในการเลือกปรนนิบัติตัวเองให้ดูดีได้เต็มร้อย ตราบใดที่มันไม่ทำให้คุณเสียสุขภาพจิต ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
และหากวันใดเริ่มรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเองอีกต่อไปหรือกำลังทำเพื่อเอาใจใคร คุณคงต้องกลับมาทบทวนข้อนี้ใหม่แล้วล่ะ
หากลองมองข้ามเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก สิ่งที่จะช่วยให้คุณดูดีได้ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ ทัศนคติ การพูด หรือแพสชัน ที่ล้วนหลอมรวมเป็น ‘เสน่ห์’ สะท้อนตัวตน และอยู่ยงกว่าสิ่งภายนอกเสียอีก
บทความตอนหนึ่งจากหนังสือ The Charisma Factor เขียนโดย Leesa Rowland ได้เผยถึงวิธีเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองได้น่าประทับใจ
“ลุคมันไม่สำคัญขนาดนั้น การจะมีเสน่ห์นั้นคุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดูดีที่สุดในห้อง ในทางกลับกันคุณควรจะเป็นแม่เหล็กมากกว่า จริงอยู่ที่การดูดีมันเป็นข้อดี แต่มันไม่ใช่คุณสมบัติของการมีเสน่ห์นะ มีคนมากมายที่ไม่ได้มีลุคโดดเด่นต้องตา แต่กลับมีเสน่ห์มากและมีบุคลิกที่แสนจะเปล่งประกายชวนให้คนนับล้านอยากติดตาม ดังนั้นแล้วเสน่ห์มันอยู่เหนือรูปลักษณ์ภายนอก มันสะท้อนออกมาจากข้างในต่างหาก”
“ทำไมอ้วนจัง ไปทำอะไรมา?, เมื่อไรจะผอม?, ทำไมสิวเต็มหน้า ล้างหน้าไม่สะอาดเหรอ?, ฟันเหยินขนาดนี้ ถ้าดัดฟันจะสวยขึ้นเยอะเลยนะ, ดำแบบนี้อย่าใส่เสื้อขาวเชียว เดี๋ยวสีตก”
เดิมทีเราอาจไม่ได้รู้สึกแย่กับตัวเองเท่าไร จนกระทั่งวันที่ถูกกระตุ้นด้วยความคิดเห็นจากคนรอบข้าง ที่แย่คือบางเคสเกิดจากคนใกล้ตัวหรือแม้กระทั่งคนในครอบครัว
ในฐานะผู้เขียนที่มีประสบการณ์เรื่องนี้โดยตรง ทั้งการอยู่ในจุดที่ถูกบูลลี่และถูกสรรเสริญเยินยอเรื่องรูปร่างในวันที่เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้เราเห็นว่า สังคมช่างเก่งเรื่องการวิจารณ์เสียจริง ใครอยากพูดอะไรก็ได้ และอ้างว่านี่คือเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิด ซึ่งมานั่งคิดตามมันก็จริง แต่การวิพากษ์วิจารณ์แล้วทำให้ผู้อื่นต้องทุกข์ตรมคงไม่ใช่สิ่งที่น่ารักเท่าไร เพราะคุณไม่รู้ว่าเบื้องหลังชีวิตของคนที่คุณวิจารณ์อย่างสนุกปากเผชิญกับอะไรบ้าง
วิธีรับมือกับคนเหล่านี้คือ การทำความเข้าใจกับเจตนาของผู้พูดก่อน หากฟังแล้วดูเข้าข่ายหวังดี เราสามารถรับมือโดยการรับฟัง แต่ไม่ต้องเก็บมากดดันตัวเองจนเกินไป หากคำพูดของคนที่สนิทฟังดูทำร้ายจิตใจเกินไป ก็ลองเปิดใจพูดกันตรงๆ
ส่วนคนที่คุณสัมผัสได้ว่าเขาแค่ต้องการพูดเอาสนุกปาก เราแนะนำให้เอาตัวเองออกมาให้ห่างจากวงจรนั้นดีกว่า เวลาของคุณมีค่าเกินกว่าจะซึมซับความท็อกซิกจากคนท็อกซิก
หากเรารักใครสักคน เราคงอยากจะหยิบยื่นแต่สิ่งดีๆ ให้กับคนคนนั้น สำหรับตัวเองก็เช่นกัน การพูดสิ่งดีๆ กับตัวเองในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการชม การให้กำลังใจ หรือให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ สามารถเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีได้ในระยะยาว
หลายครั้งคุณอาจใจร้ายกับตัวเองโดยไม่รู้ตัวด้วยการกดดัน ดุด่า หรือดูถูกตัวเองต่างๆ นานา ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาวได้เช่นกัน
ชีวิตต้องมีความสมดุล อะไรที่หย่อนหรือตึงไปก็ไม่ดี ไม่ว่าวันนี้คุณจะทำอะไรเพื่อตัวเองอยู่ ขอให้ย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จะมีประโยชน์อะไรหากวันหนึ่งคุณมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สมบูรณ์แบบตามความคิดของคุณ แต่กลับต้องนอนติดเตียงในโรงพยาบาลไปตลอดชีวิต
ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์เฉียดตายจากการกินยาลดความอ้วนที่เห็นโฆษณาหนักๆ ในยุคหนึ่งของโลกออนไลน์ และคงต้องขอบคุณที่เสียงในใจตะโกนบอกว่า “หยุดเถอะถ้าไม่อยากตาย” ระยะเวลาที่กินยาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่แคร์เสียงหวังดีของคนรอบข้างตลอด 6 ปี ทำให้ผู้เขียนต้องดิ้นรนชดใช้กรรมแก่ร่างกายตัวเองเป็นเวลากว่า 7 ปี เพื่อให้หายจากอาการโยโย่เอฟเฟกต์และโรคต่างๆ ที่รุมเร้า ซึ่งทำให้เราระลึกได้จริงๆ ว่า การมีสุขภาพดีเป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว
การยึดติดหรือหมกมุ่นกับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกอยู่ตลอดเวลาอาจทำให้คุณหลงลืมสิ่งต่างๆ รอบข้างได้ ลองพับเก็บความคิดนั้นไว้สักพัก แล้วมองไปรอบๆ ตัวว่า วันนี้คุณมีอะไรที่รู้สึกขอบคุณบ้าง อาจจะเป็นมื้ออาหารที่คนรักหรือคนในครอบครัวทำให้กิน, การจราจรที่ไม่ติด, ผลงานในที่ทำงานที่เป็นไปตามเป้า หรือแม้กระทั่งการที่ยังสามารถลืมตาตื่นมาใช้ชีวิตได้ทุกวัน เป็นต้น การฝึกขอบคุณสิ่งต่างๆ จะทำให้คุณมองโลกในแง่ดียิ่งขึ้น
“ต้องสวยให้ทันแต่งงานในอีก 3 เดือนข้างหน้า, ต้องลดให้ได้ 10 กิโลกรัมในปีนี้”
คุณอาจมีเป้าหมายอะไรหลายๆ สำหรับวันข้างหน้า ซึ่งไม่ผิดเลย แต่ความจริงคือ เราทุกคนไม่มีทางรู้เลยว่า ชีวิตจะยังมีพรุ่งนี้อยู่ไหม? หลายครั้งเราลืมที่จะ ‘เอ็นจอย’ กับสิ่งที่มีในปัจจุบัน เพราะมัวแต่ยึดติดกับอนาคตมากเกินไป ลองปรับมุมมองใหม่ อยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น แล้วคุณจะเห็นว่าชีวิตยังมีอะไรที่สำคัญกว่าความสวยเพียงเปลือกนอกอีกเยอะ
อ้างอิง:
The post จะทำอย่างไรเมื่อใจยังก้าวข้าม Beauty Standard ไม่ได้? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความสนใจด้านความสวยความงามในปัจจุบันได้รับความนิยมในทุก […]
The post เตรียมพบกับ ‘Real Life Beauty’ รายการที่ก้าวข้ามนิยามความสวยแบบเดิมๆ สู่เทรนด์ใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าใครก็ดูดีได้ในแบบของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ความสนใจด้านความสวยความงามในปัจจุบันได้รับความนิยมในทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกวันนี้ Beauty Standard ในกรอบเดิมๆ ถูกก้าวข้ามด้วยค่านิยมที่นิยามความเชื่อใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความสวยที่ไม่มีขีดจำกัด ไม่ตีกรอบ และมองว่าโลกแห่งความงามเป็นโลกสำหรับทุกคนที่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าใครก็สามารถสวยหล่อและดูดีได้ในแบบที่ตัวเองพึงพอใจ จากความเข้าใจด้านความงามอย่างลึกซึ้งนี้เอง ที่ทำให้ Allergan Aesthetics ในฐานะผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามจากสหรัฐอเมริกา ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย การกระชับสัดส่วน และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวพรรณ ด้วยประสบการณ์ในตลาดกว่า 30 ปี ได้จัดทำรายการ Real Life Beauty ขึ้นมาจำนวน 3 เอพิโสด เพื่อต้องการแบ่งปันความรู้ให้กับผู้บริโภคได้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ความงามโลก และเสริมสร้างความมั่นใจให้ทุกคนกล้าที่จะสวย ดูดี และมีความสุขกับการดูแลตัวเอง
รายการ Real Life Beauty จะนำเสนอผ่านตัวแทนด้านความงามที่หลากหลาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้ต่างเพศ ต่างรสนิยม ต่างอาชีพ และมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็สามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้ โดยในเอพิโสดแรกจะได้พบกับ โมเม Dailycherie ในฐานะ Beauty & Lifestyle Content Creator อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในอาณาจักรความงามมานับสิบปี และได้ข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงอันหลากหลายที่เกิดขึ้นในโลกความงามอยู่ตลอดเวลา เธอจะมานำเสนอให้ทุกคนได้ตระหนักว่า นวัตกรรมด้านความงามในยุคปัจจุบัน อาจทำให้คนเราสามารถชะลอวัยได้อย่างน่าทึ่ง เพราะทุกวันนี้ใครๆ ต่างก็นิยมดูแลตัวเองตั้งแต่อายุน้อยๆ และเทคโนโลยีด้านความงามก็ล้ำหน้าไปไกล ทุกคนสามารถเลือกสรรสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง และสามารถดีไซน์ความงามได้ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเลือกตัวช่วยเป็นคลินิกความงามที่ช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณ หรือจะพึ่งพาแอปพลิเคชันที่ช่วยสร้างลุคที่สวยปังได้เพียงคลิกนิ้ว หรือจะใช้เทคโนโลยีในการเข้าถึงคำปรึกษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ท้ายที่สุดทุกคนก็ต้องดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก และเมื่อมีปัญหาผิวที่ต้องแก้ไข การพบแพทย์ตัวเป็นๆ และการเข้ารับบริการที่คลินิกความงามก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผิวสวยๆ คงอยู่กับเราไปนานๆ
เอพิโสดที่สอง พบกับ แมทธิว ดีน จะนำเสนอมุมมองความสวยงามของการดูแลตัวเองที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศหญิงอีกต่อไป แม้แต่ผู้ชายแมนๆ ก็สามารถหันมาดูแลตัวเอง ทั้งผิวหน้า รูปร่างได้เหมือนกัน การเข้าคลินิกความงามของผู้ชายสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องเขินอายเหมือนเมื่อก่อน เพราะเทรนด์ความงามปัจจุบันตอบโจทย์ทุกเพศและทุกไลฟ์สไตล์ การเข้ารับบริการด้านความงามในคลินิกจะกลายเป็นหนึ่งใน Experience สำหรับทุกคนที่ต้องการดูดี อยากมั่นใจ เพื่อนำมาสู่บุคลิกที่ดีขึ้น
เอพิโสดสุดท้าย จะได้พบกับ ช่า บันทึกของตุ๊ด ผู้ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้รับรู้ว่าความสวยไม่มีเพศ แต่ละคนมีมาตรฐานการมองที่ต่างกัน ทุกคนสามารถมี Best Version ของตัวเองได้ อยากมีรูปร่างแบบไหน อยากมีโครงหน้าแบบไหน ก็เป็นตัวเองได้อย่างเท่าเทียมกัน เอพิโสดนี้เชิดชูความหลากหลายทางเพศ และย้ำให้เห็นว่าเทคโนโลยีความงามในปัจจุบันสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม
*รายการ Real Life Beauty จะเริ่มออนแอร์ EP.1 วันที่ 15 กุมภาพันธ์, EP.2 วันที่ 23 กุมภาพันธ์ และ EP.3 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 ทางยูทูบช่อง THE STANDARD POP
#AllerganAesthetics
#AllerganAestheticsTH
#TheFutureOfAesthetics
#WrinkleRelaxer
#สารเติมเต็ม
#สารลดเลือนริ้วรอย
#สลายไขมันด้วยความเย็น
The post เตรียมพบกับ ‘Real Life Beauty’ รายการที่ก้าวข้ามนิยามความสวยแบบเดิมๆ สู่เทรนด์ใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าใครก็ดูดีได้ในแบบของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เจ้าของแบรนด์ความงามไม่ได้จำกัดอยู่กับแค่เพศใดเพศหนึ่ง […]
The post ส่องหนุ่มๆ คนดังที่จับธุรกิจความงามเป็นอีกหนึ่งอาชีพ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เจ้าของแบรนด์ความงามไม่ได้จำกัดอยู่กับแค่เพศใดเพศหนึ่ง เพราะยุคนี้คือ Genderless ไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการตัดสินกันเรื่อง Beauty Standard ความหลากหลายเหล่านี้ได้ยกระดับวงการความงามให้สนุกและมีสีสันขึ้นไปอีก แม่ค้าคนดังระดับโลกต่างพากันครีเอตสินค้าออกมาบุกตลาดกันอย่างสนุก ตัวเลือกผลิตภัณฑ์ได้แผ่ขยายครอบคลุมไปทุกโทนสีผิว ทุกเชื้อชาติมากกว่าที่เคยเป็นมา ขณะที่ฝั่งหนุ่มๆ คนดัง ทั้งเซเลบ ศิลปิน นักแสดง ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อพวกเขาหันมาจับธุรกิจความงาม และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มาจากแพสชันและต่อยอดจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง จนเกิดเป็นแบรนด์ความงามคุณภาพแจ่มที่น่าใช้ไม่แพ้แบรนด์ของแม่ค้าคนดังเลยทีเดียว THE STANDARD POP จึงขอพาไปส่องหนุ่มๆ คนดังที่จับธุรกิจความงามเป็นอีกหนึ่งอาชีพว่ามีใคร และเขาก่อตั้งแบรนด์อะไรกันบ้าง

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร
ภาพ: Harrystyles / Instagram, Humanrace, BarkerWellness, Le Domaine Skincare
The post ส่องหนุ่มๆ คนดังที่จับธุรกิจความงามเป็นอีกหนึ่งอาชีพ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Florence Pugh (ฟลอเรนซ์ พิวจ์) เป็นนักแสดงคนหนึ่งที่มีผ […]
The post Florence Pugh เผยว่า เธอเคยถูกขอให้เปลี่ยนภาพลักษณ์เกือบทั้งหมดเมื่อเข้าวงการใหม่ๆ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Florence Pugh (ฟลอเรนซ์ พิวจ์) เป็นนักแสดงคนหนึ่งที่มีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และล่าสุดเธอได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน The Telegraph ว่า เธอเคยถูกขอให้เปลี่ยนภาพลักษณ์เกือบทั้งหมดเมื่อเข้าวงการใหม่ๆ แต่เธอก็ปฏิเสธไปอย่างแข็งขันถึงแม้ว่าในตอนนั้นเธอจะยังอายุน้อยอยู่ก็ตาม
Florence Pugh เริ่มเข้าวงการฮอลลีวูดครั้งแรกเมื่อมีอายุได้เพียง 17 ปี โดยเริ่มต้นจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Falling เมื่อปี 2014 หลังจากนั้นเธอจึงมุ่งหน้าสู่ลอสแอนเจลิสเพื่อออดิชันสำหรับไพลอตซีซันของรายการทีวี ซึ่งขณะนั้นทางทีมงานกำลังมองหานักแสดงหน้าใหม่ ในที่สุดเธอก็ได้รับเลือกให้รับบทเป็นป๊อปสตาร์ในเรื่อง Studio City เมื่ออายุ 19 ปี “ตอนนั้นฉันรู้สึกโชคดีและซาบซึ้งใจมาก เพราะฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะได้งานที่ใหญ่ขนาดนี้”
แต่หลังจากนั้นความยินดีก็หายไป เมื่อทางฝ่ายบริหารการผลิตขอให้เธอเปลี่ยนภาพลักษณ์เกือบทั้งหมด
“ทุกอย่างที่พวกเขาพยายามจะเปลี่ยนฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนัก ลุคของฉัน โครงสร้างใบหน้าของฉัน หรือแม้แต่รูปทรงคิ้วของฉัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำ และไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ฉันอยากจะทำงานด้วย ฉันเคยคิดว่าวงการภาพยนตร์จะเป็นเหมือนที่ฉันเคยสัมผัสจากการทำงานเรื่อง The Falling แต่นี่คือความเป็นจริงของพวกงานโปรดักชันใหญ่ในวงการ และฉันรู้สึกเลยว่าตัวเองพลาดเสียแล้วที่มาทำงานนี้”
ด้วยความรักในการแสดง เธอจึงเดินทางกลับบ้านเกิดที่ประเทศอังกฤษ และเริ่มต้นออดิชันอีกครั้งจนได้บทนำในเรื่อง Lady Macbeth ที่เป็นดั่งใบเบิกทางให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังทำให้เธอกลับมาตกหลุมรักการทำงานในวงการภาพยนตร์อีกครั้ง
ภาพ: Stefania D’Alessandro/WireImage
อ้างอิง:
The post Florence Pugh เผยว่า เธอเคยถูกขอให้เปลี่ยนภาพลักษณ์เกือบทั้งหมดเมื่อเข้าวงการใหม่ๆ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนที่เราจะเข้าสู่การเริ่มต้นใหม่ของ Beauty Trends ในป […]
The post Recap Beauty’s Trends 2021 รวบตึงเทรนด์ความงามตลอดปี 2021 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนที่เราจะเข้าสู่การเริ่มต้นใหม่ของ Beauty Trends ในปีหน้า THE STANDARD POP อยากพาทุกคนกลับไปสำรวจและทบทวนเทรนด์ความงามตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา ว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันบ้าง จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว มีทั้งเรื่องที่ดีและร้าย แต่ในโลกของความงาม เราก็ได้เห็นการปรับตัว การยืดหยุ่น การตั้งการ์ดสู้กับความไม่แน่นอนในธุรกิจความงาม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกคนซึ่งเป็นผู้บริโภค ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แต่ทุกคนก็ต้องปรับตัวและปรับวิถีชีวิตไปพร้อมๆ กัน ไปดูกันว่าตลอดปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกของความงาม

เป็นปีแห่งการทลายกรอบและปรับมายด์เซ็ตใหม่พร้อมกันทั่วทั้งโลกกับประเด็นมาตรฐานความงาม หรือ Beauty Standard ที่แต่ก่อนอาจนิยามถึงคุณค่าความงามเฉพาะในแบบที่สังคมยอมรับ เช่น โทนสีผิวพิมพ์นิยม ความเพอร์เฟกต์ หน้าตาสวย รูปร่างเป๊ะปัง แต่ Beauty Standard แห่งปี 2021 ได้เริ่มต้นปักหมุดให้แข็งแรงขึ้น ด้วยการรณรงค์ให้ทุกคนเปิดรับและเชิดชูความสวยงามที่หลากหลาย รวมถึงการตอบรับทุกความไม่สมบูรณ์แบบอย่างเท่าเทียม ผู้คนทั่วโลกจึงสามารถ Celebrate ให้กับความงามในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างมั่นใจ สบายใจ และพึงพอใจ โดยไม่ถูกตัดสินจากสังคม ไม่ว่าจะเกิดมามีสีผิวใด มีรสนิยมแบบไหน ชาติพันธุ์ใด หรือรูปร่างใด ทุกคนล้วนมีความงามในตัวเองด้วยกันทั้งหมด

ตลอดทั้งปี 2021 ตลาดความงามคึกคักแบบไม่มีแผ่ว เมื่อเหล่าคนดัง ศิลปิน นักแสดงชื่อดังระดับโลก ต่างตบเท้าเข้าสู่วงการพ่อค้า แม่ค้า กันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น Ariana Grande เปิดตัว R.E.M Beauty, Harry Styles เปิดตัว Pleasing, Naomi Osaka เปิดตัว KINLÒ, Billie Eilish เปิดตัวแบรนด์น้ำหอม Eilish, Kylie Jenner เปิดตัวแบรนด์สกินแคร์สำหรับเด็ก Kylie Baby, Vanessa Hudgens เปิดตัวแบรนด์ Know Beauty, Priyanka Chopra Jonas เปิดตัวแบรนด์แฮร์แคร์ Anomaly Haircare, Halsey เปิดตัวแบรนด์ About Face และล่าสุด Machine Gun Kelly เปิดตัวแบรนด์ยาทาเล็บของตัวเองชื่อ UN/DN LAQR

จากการระบาดของโรคโควิดในทั่วโลก ทำให้พฤติกรรมในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ความงามถูกเปลี่ยน Virtual Beauty คึกคัก และได้รับความนิยมสูงขึ้นตลอดทั้งปี เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการลองสี เลือกเฉดผลิตภัณฑ์ ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเอง หรือหน้าจอ Virtual Beauty ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง การขายผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง ยกขบวนกันไปบุกตลาดอีคอมเมิร์ซมากขึ้น และเป็นช่องทางที่ช่วยดึงรายได้ในช่วงที่ล็อกดาวน์ ต้องปิดหน้าร้านให้กลับมาทำเงินได้ นอกจากนี้แก็ดเจ็ตและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยถูกพัฒนาออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Beauty Tech ต่างๆ ที่มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภค

เทรนด์ความงามที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เข้ายึดครองอุตสาหกรรมความงามในปี 2564 ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้คนทั่วโลกให้การตอบรับที่ดี แบรนด์ความงามเองต่างให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปีที่ผ่านมาจึงได้เห็นหลายๆ แบรนด์ปฏิวัติรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำและรีฟิลได้ เพื่อช่วยลดขยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการสนับสนุนท้องถิ่นและใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ทำให้วงการความงามมีทิศทางที่ชัดเจนมากกว่าปีที่แล้ว ในการมุ่งสู่เส้นทางธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

เนื่องจากผู้คนทั่วโลกจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด หรือออกไปตามที่สาธารณะ ทำให้ผิวหน้าถูกปิดบังเหลือเพียงบริเวณดวงตาเท่านั้น พฤติกรรมด้านความงามจึงถูกเปลี่ยนเช่นกัน บางคนเจอปัญหาสิวที่มาพร้อมกับการใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้น บ้างมีภาวะตาแห้งจากการใส่หน้ากากอนามัย บางคนแพ้หน้ากากอนามัย ทำให้การแต่งหน้าถูกลดทอนขั้นตอนหลายอย่างลง กลายเป็นเทรนด์แต่งหน้าช่วงโควิดที่เน้นไปที่การดูแลผิว รักษาสิว และเน้นแต่งคิ้ว แต่งตา เป็นหลัก ทำให้ยอดขายเครื่องสำอางประเภท อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว ได้รับความนิยมมาก รวมถึงตลาดสกินแคร์ก็เติบโตสูงมากเช่นกัน

บางช่วงเวลา ผู้คนไม่สามารถไปคลินิกเสริมความงาม ร้านสปา และร้านนวดต่างๆ ได้ เนื่องจากติดล็อกดาวน์ (ตามมาตรฐานของแต่ละประเทศ) การทำสวยด้วยตัวเองที่บ้านจึงมีบทบาทมากในปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ประเภท มาสก์ สครับ เครื่องนวดหน้า เครื่องกำจัดขนพกพา Roller กระชับผิว กัวซา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกี่ยวกับสุขภาพและความงามจึงได้รับความนิยมมากในปี 2021
ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล
The post Recap Beauty’s Trends 2021 รวบตึงเทรนด์ความงามตลอดปี 2021 appeared first on THE STANDARD.
]]>
แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ชื่อนี้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร ด้ว […]
The post #RealSizeBeauty บรรทัดฐานใหม่ของความงาม นิยามโดย ‘แอนชิลี’ บนเวที Miss Universe appeared first on THE STANDARD.
]]>
แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ชื่อนี้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร ด้วยบุคลิกที่แสดงออกถึงความเป็นตัวเองผ่านอัตลักษณ์ ทั้งสำเนียง น้ำเสียง และบุคลิกภาพ ทั้งหมดบอกเล่าชีวิตเรื่องราวของสาวลูกครึ่งคนนี้ ที่มีโครงสร้างทางกายภาพด้วยส่วนสูงที่ดูโดดเด่นถึง 183 เซนติเมตร ซึ่งครั้งหนึ่งในวัยเพียง 13 ปี เธอเคยถูกพิพากษ์และตัดสินคุณค่าในร่างกายที่เข้ามาทำงานรับใช้อุตสาหกรรมแฟชั่นในฐานะนางแบบหน้าใหม่ว่าใหญ่เกินไป ทั้งยังถูกร้องขอในการลดสัดส่วนให้เล็กลงกว่าที่เป็น สิ่งนี้เปรียบเสมือนความบอบช้ำที่ฝังใจจนทำให้แอนชิลีก้าวเข้ามาสู่การประกวด MUT2021 เพื่อยืนหยัดและต่อสู้ในเรื่องนี้ผ่านแฮชแท็ก #RealSizeBeauty
View this post on Instagram
ในฐานะคณะกรรมการร่วมคัดเลือกสาวงาม Miss Universe Thailand 2021 ผมได้มองเห็นและรับรู้เรื่องราวที่หลากหลายของผู้เข้าประกวดในบริบทที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร หมอดู สาวบิ๊กไบค์ พยาบาล หรือนางแบบ Curve Model อย่างแอนชิลี ที่ได้ส่งสารผ่านความคิดเห็นส่วนตัวให้กรรมการและผู้ติดตามได้มีโอกาสทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นนางแบบ โดยเธอไม่อยากให้มีการแบ่งแยกในเรื่องรูปร่างว่าเป็นพลัสไซส์หรือ Curvy แต่อยากให้มองที่ Real Size มากกว่า เพราะไม่ว่าคุณจะสูง ต่ำ ล่ำ ใหญ่ หรือ ผอม เพรียว บาง อย่างไร เมื่อคุณก้าวเข้ามาทำงานในวงการนี้ คุณสามารถมีความอิสระและภาคภูมิใจในรูปร่างของตน โดยแนวคิดนี้คือที่มาของวิดีโอเปิดตัวแอนชิลีใน Miss Universe Thailand 2021 ซึ่งในรอบออดิชันเธอได้สวมใส่ชุดจัมป์สูทสีฟ้าสด หักกฎแฟชั่นของใครบางคนที่เคยพูดไว้ว่าคนโครงใหญ่หรือตัวใหญ่ไม่ควรใส่สีสดเพราะจะแลดูตัวใหญ่ขึ้น หากแต่มองให้ลึกซึ้งลงไป ก็จะเห็นถึงความตั้งใจในการใช้ร่างกายและเสื้อผ้า เป็นการประกาศบอกให้รู้ว่าเธอจะมาทวงคืนพื้นที่และปลดล็อกปมในใจที่เคยมีให้กับตนเองและบุคคลอื่นที่กำลังประสบปัญหาในแบบเดียวกัน
ฉันมายืนอยู่ตรงจุดนี้ในฐานะของตัวแทนของพวกเราทุกคนที่เคยคิดว่าตัวเองเคยถูกกีดกัน ตัดสินคุณค่า และถูกทำให้รู้สึกเจ็บปวดเพียงเพราะตัวเองไม่ได้เป็นไปตามบรรทัดฐานของความงามที่กำหนดไว้ ฉันมาที่นี่วันนี้เพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้พวกสาวๆ อย่างพวกคุณ และฉลองเชิดชูคุณค่าให้กับความเป็นปัจเจกชนและเอกลักษณ์ของเราแต่ละคน และ ‘คุณ’ ฉันเห็นคุณ ได้ยินเสียงคุณ และฉันก็อยู่ตรงนี้เพื่อพวกคุณ
นี่คือข้อความสุนทรพจน์ที่เธอได้กล่าวเอาไว้บนเวที Miss Universe Thailand 2021 รอบ Preliminary Competition ที่ทำให้แฟนนางงามและผู้ชมการประกวดทั่วไปมองเห็นแอนชิลีชัดเจนขึ้นในฐานะนางงามที่มาพร้อมกับเสียงขับเคลื่อนประเด็นการถูกกดทับจากมาตรฐานความงามที่สังคมกำหนด ซึ่งทำให้เกิดกระแสการสนับสนุนและเรียกร้องผ่านสังคมออนไลน์ของผู้หญิงวัยทำงานและเด็กสาวที่ออกมาแสดงความคิดเห็นและจุดยืนร่วมกับเธอผ่านแฮชแท็ก #RealSizeBeauty
นอกจากนี้ท่าทีและแนวคิดที่เป็นบวก รวมถึงเรือนกายและสุขภาพพลานามัยของหญิงสาวที่รักการกินและเล่นกีฬาอย่างแอนชิลี ยังถูกนำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อออนไลน์ของตัวเธอเองและกองประกวด ทั้งในระหว่างเก็บตัวก็ดี หรือหลังจากได้รับตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2021 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและขนมไทยสุดโปรด ทำให้เกิดภาพจำในรูปแบบใหม่ว่าผู้หญิงหรือนางงามก็สามารถมีความสุขและเป็นตัวของตัวเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องซีเรียสกับการคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างหักโหมจนเกิดความเครียด แต่ทุกอย่างสามารถทำควบคู่กันไปได้อย่างสมดุล ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดได้สะท้อนออกมาเป็นแรงสนับสนุนในตัวเธอจากแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ
ถ้าจะพูดว่าแอนชิลีและทีมงาน Miss Universe Thailand มองการณ์ไกลและอ่านเกมของการประกวดในปีนี้ทั้งในบ้านและระดับจักรวาลที่สาวงามจากทั่วมุมโลกกำลังขับเคี่ยวกันอยู่ ณ ตอนนี้ที่เมืองไอลัต ประเทศอิสราเอล ก็ไม่ผิดนัก เพราะสิ่งที่แอนให้ความสำคัญและเน้นย้ำมาตลอด ซึ่งเห็นได้จากการพูดคุยสัมภาษณ์ นั่นคือความคิดความอ่าน ทักษะการสื่อสาร ความจริงใจ สดใส และตัวตนที่จริงแท้ มากกว่าการโฟกัสในเรื่องของการวางภาพจำที่ไม่ใช่ตัวเอง ถึงขนาดย้ำให้แฟนนางงามเชื่อมั่นในตัวเธอและวางเฉยต่อคำวิจารณ์ในด้านลบว่า ‘I don’t care’ ซึ่งอาจจะดูห้วนและตรง หากแต่ฟังให้ดีและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว นี่คือการแบรนดิ้งตัวเธอเองที่ชัดเจน มั่นคงและมั่นใจในคุณค่าของตัวเอง
ในขณะเดียวกันเรื่องของลุคหรือแฟชั่นในครั้งนี้ เหมือนเป็นลมใต้ปีกที่ช่วยส่งให้ตัวเธอชัดขึ้นในฐานะของนางงามที่แปลกใหม่และมีบุคลิกภาพที่โดดเด่น เราจึงเห็นแอนชิลีสวมใส่เสื้อผ้าหรือลุคที่ซ้ำกันมากกว่าหนึ่งวาระ เช่น ชุดจัมป์สูทสีฟ้าที่เคยใส่ในรอบออดิชัน เธอก็นำมาวนใส่อีกครั้งในวันที่บินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไปยังประเทศอิสราเอล หรือชุดสีฟ้ากรมท่าเกาะอกที่มีผ้าแถบพันคอ ก็ถูกนำมาสวมใส่อีกครั้งในระหว่างที่มีการเก็บตัว รวมถึงชุดที่เปิดตัวเธอในรอบ Preliminary ของ Miss Universe Thailand 2021 เธอก็นำมาสวมอีกครั้งในรอบสัมภาษณ์ห้องดำของ Miss Universe 2021 เป็นต้น
ทั้งหมดเข้ากันเป็นอย่างดีกับแนวคิด Green Agenda ที่ทางกองประกวด Miss Universe ได้วางไว้ เพื่อให้ล้อไปกับประเด็นโลกที่เวทีการเมืองระหว่างประเทศให้ความสำคัญในปีนี้อย่างการประชุมเรื่องภาวะโลกร้อน COP26 ของ UNFCCC ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ซึ่งสอดคล้องกับวงการแฟชั่นของอิสราเอล ประเทศเจ้าภาพที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Fast Fashion ที่มุ่งเน้นให้คนในอุตสาหกรรมแฟชั่นได้ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องนี้ รวมถึงสนับสนุนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเห็นได้จากการสร้างสถานที่ประกวดชั่วคราวจากเต็นท์แทนการสร้างอาคารแบบถาวรวัตถุ
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมในฐานะคนทำงานและผู้ติดตามการประกวดในปีนี้เห็นได้ทันที นับตั้งแต่ที่แอนชิลีได้รับตำแหน่งและประเทศอิสราเอลประกาศตัวเป็นเจ้าภาพ Miss Universe 2021 ครั้งที่ 70 นั่นก็คือการทำให้ตัวเธอแลดูกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งกับสังคม วัฒนธรรม แนวคิด และความเชื่อของอิสราเอล รวมถึงการทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยและอิสราเอล อาจเรียกได้ว่าเป็น ‘การทูตสาธารณะ’ และ ‘การทูตเชิงวัฒนธรรม’ ที่ดำเนินไปแบบข้ามชาติ เปิดฉากตั้งแต่มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ฉลองตำแหน่งและมงกุฎให้กับเธอที่ทำเนียบทูตอิสราเอล ต่อมาเมื่อเดินทางถึงอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ จัดงานเลี้ยงต้อนรับแอนชิลี พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์เธอก่อนการประกวดจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

(ซ้าย) งานเลี้ยงต้อนรับ ฉลองตำแหน่งและมงกุฎให้กับเธอที่ทำเนียบทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย
(ขวา) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ จัดงานเลี้ยงต้อนรับแอนชิลี
หากการประกวดนางงามจักรวาลในครั้งนี้ ชื่อของ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ถูกประกาศจาก สตีฟ ฮาร์วีย์ ว่าเธอคือ Miss Universe คนที่ 70 จะเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของ (เด็ก) ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เคยถูกตราหน้าว่าไม่สามารถเป็นนางงามได้ เพราะรูปร่างที่ไม่ใช่แบบพิมพ์นิยมทั่วไป ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการประกวดที่ได้ข้ามผ่านมาตรฐานความงามแบบเดิมแล้ว…
The post #RealSizeBeauty บรรทัดฐานใหม่ของความงาม นิยามโดย ‘แอนชิลี’ บนเวที Miss Universe appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยังคงความเป็นตัวแทนศิลปินที่ไม่ทิ้งความตั้งใจในการรณรงค […]
The post QUEEN ซิงเกิลที่สองจาก SILVY ปลดเปลื้องความรู้สึก และร่ายรำบนฟลอร์เต้นรำแห่ง ‘ตัวตน’ ของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยังคงความเป็นตัวแทนศิลปินที่ไม่ทิ้งความตั้งใจในการรณรงค์เรื่อง Beauty Standard อย่างต่อเนื่อง หลังจากนำเสนอแง่มุมใหม่ว่าใครจะมองเรื่อง ‘ร่างกาย’ ของเราอย่างไร เพราะทุกคนดูดีในแบบของตัวเองผ่านเพลง XL มาแล้วในซิงเกิลแรก
คราวนี้ ซิลวี่-ภาวิดา มอริจจิ (SILVY) มาพร้อมกับ QUEEN ซิงเกิลใหม่ที่ตอกย้ำให้ทุกคนมั่นใจในความพิเศษ กล้าเป็นตัวเอง และตะโกนออกมาดังๆ ว่า
“Why be regular when you can be extra?”
เพลงนี้ยังคงถ่ายทอดเนื้อหาหนักๆ ดนตรีป๊อปติดหู เสียงร้องของซิลวี่ที่มีชีวิตชีวา ฟังแล้วรู้สึกสนุกสนาน เสริมด้วยเนื้อเพลงภาษาสเปน I’m a Queen De la fiesta ยืนยันความเป็น ‘ราชินี’ สุดสง่าบนฟลอร์เต้นรำของงานเลี้ยงเต็มไปด้วยสีสันที่หลากหลาย


นอกจากนี้ พาร์ตมิวสิกวิดีโอยังช่วยเสริมเรื่องความหลากหลายและกล้าที่จะเป็นตัวเองได้อย่างทรงพลัง เริ่มตั้งแต่คอนเซปต์ชุดของซิลวี่ที่เลือกชุดซีทรู ‘โนบรา’ เพื่อแสดงจุดยืนว่าทุกคนมีสิทธิ เสรีในการแต่งตัวตามที่ตัวเองต้องการ
รวมทั้งภาพลักษณ์ของนักแสดงอีกคนหนึ่งที่ค่อยๆ สลัดภาพลักษณ์หนุ่มเนิร์ดเรียบร้อย ทลาย ‘กรอบ’ ของการแต่งตัวที่ใครอาจจะมองว่าแปลก ลุกขึ้นมาเปลี่ยนลุคสุดแซ่บตามที่ตัวเองต้องการ

ออกไปงานปาร์ตี้ที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างเท่าเทียม ในฉากสุดท้ายในมิวสิกวิดีโอรวมตัว Celebrity Influencer ที่ออกมาแสดงความเป็นตัวตนที่หลากหลาย โยกย้ายร่างกายร่ายรำไปตามจังหวะเสียงเพลงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่มีใครมองกันด้วยสายตาแปลกประหลาดอีกต่อไป เหมือนที่ซิลวี่พูดถึงประเด็นนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า
“ซิลวี่เป็นคนที่รักและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วก็สนับสนุนให้ทุกคนมีอิสระในการ ‘เป็นตัวเอง’ โดยไม่ต้องมานอยด์ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา เพลง ‘QUEEN’ เป็นเพลงสำหรับชุมชนคน LGBTQ+ ก็จริง แต่ก็อยากให้ทุกคน…ทุกคนเลยนะ ร้องและเต้นไปด้วยกัน!”
ร่วมร้องและเต้นไปพร้อมๆ กับซิลวี่ และทุกคนในมิวสิกวิดีโอเพลง QUEEN ได้ที่
The post QUEEN ซิงเกิลที่สองจาก SILVY ปลดเปลื้องความรู้สึก และร่ายรำบนฟลอร์เต้นรำแห่ง ‘ตัวตน’ ของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.
]]>เปิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในงานบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรร […]
The post ชมคลิป: งานบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สร้างความเหลื่อมล้ำ ย้ำปัญหา Beauty Standard appeared first on THE STANDARD.
]]>เปิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในงานบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ กับ ธันยธรณ์ โรจน์มหามงคล ประธานฝ่ายพัฒนาสังคมและบำเพ็ญประโยชน์ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศิวกรณ์ ทัศนศร รักษาการนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
The post ชมคลิป: งานบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ สร้างความเหลื่อมล้ำ ย้ำปัญหา Beauty Standard appeared first on THE STANDARD.
]]>