แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 21 Mar 2026 06:58:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย https://thestandard.co/thai-politics-assassination-history/ Fri, 20 Mar 2026 13:37:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1189741 ภาพปกข่าว แสดงภาพกราฟิกเกี่ยวกับเหตุลอบสังหารนักการเมืองไทย พร้อมข้อความ 'เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนดูเหตุลอบสังหารนักการเมืองไทย'

ทุกวันนี้ความรุนแรงที่คอยบดขยี้นักการเมืองไทยมักปรากฏใน […]

The post จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปกข่าว แสดงภาพกราฟิกเกี่ยวกับเหตุลอบสังหารนักการเมืองไทย พร้อมข้อความ 'เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนดูเหตุลอบสังหารนักการเมืองไทย'

ทุกวันนี้ความรุนแรงที่คอยบดขยี้นักการเมืองไทยมักปรากฏในรูปแบบของ ‘บทลงโทษทางจริยธรรม’ จากองค์กรอิสระหรือกระบวนการยุติธรรม ที่สามารถกำจัดพวกเขาออกจากสนามการเมืองได้ โดยเฉพาะกลไกการตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่ความรุนแรงทางกายภาพในการเมืองระดับชาตินั้น เหมือนจะเงียบหายไปนับทศวรรษแล้ว

 

 

 

กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่รอดชีวิตจากการจู่โจมอย่างอุกอาจหน้าบ้านพักของเขาเอง เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 มีนาคม คนร้ายบุกกระหน่ำยิงกว่า 10 นัด ใส่ส่วนหน้าของรถยนต์ที่กมลศักดิ์ใช้เดินทางมาบนถนนเพชรเกษม หมู่ 9 ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เคราะห์ร้ายที่คนขับรถและผู้ติดตาม 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ รุดลงพื้นที่ให้กำลังใจกมลศักดิ์ ในฐานะ สส. ที่ได้คะแนนสูงที่สุดในจังหวัดนราธิวาส ก่อนจะเข้าสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ และรอยกระสุนที่ทะลุกระจกรถ รวมถึงตราสัญลักษณ์รัฐสภาไทยที่กระจังหน้ายังเต็มไปด้วยรูพรุน พ.ต.อ. ทวี ซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายน่าจะมี ‘ขบวนการ’ หนุนหลัง

 

ปัจจัยสนับสนุนที่ พ.ต.อ. ทวีระบุคือกลุ่มคนร้ายลงมือในยามวิกาล และคาดการณ์เวลาที่ สส. จะมาถึง อีกทั้งยังกล้าขับรถที่มีอาวุธปืนผ่านด่านตรวจโดยไม่เกรงกลัว พร้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เร่งสืบคดีด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

 

นอกจากนั้น คนร้ายยังลงมือในช่วงเวลาสำคัญ คือเป็นทั้งวันที่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว อีกทั้งยังใกล้กับช่วงวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือวันสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ซึ่งถือเป็นวันที่สำคัญอย่างมากสำหรับชาวไทยมุสลิมด้วย

 

ความรุนแรงในการเมือง นับตั้งแต่กำเนิดประชาธิปไตย

 

แม้ความรุนแรงทางกายภาพ อย่างการลอบสังหารหรือทำร้ายยังคงเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในระดับการเมืองท้องถิ่น แต่การก่อเหตุกับ สส. ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองระดับประเทศย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา

 

มองย้อนไปไกลนับตั้งแต่หลังประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีระบบรัฐสภา รวมถึง สส. และคณะรัฐมนตรี ความรุนแรงต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็เริ่มขึ้นนับแต่นั้นเรื่อยมา ในหลายเหตุการณ์มักพบว่า ผู้ก่อเหตุกระทำด้วยแรงจูงใจทางการเมือง กล่าวคืออาจเพื่อกำจัดนักการเมืองขั้วตรงข้าม หรือเป็นผู้เสียประโยชน์

 

เหตุการณ์สำคัญหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์บาดแผลคือ คดีสังหาร ‘4 รัฐมนตรีอีสาน’ เมื่อปี 2492 อดีตรัฐมนตรีและ สส. ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย ทองอินทร์ ภูริพัฒน์, ถวิล อุดล, จำลอง ดาวเรือง และ ทองเปลว ชลภูมิ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว และต่อมาถูกนำไปสังหารอย่างโหดเหี้ยมบริเวณทุ่งบางเขน (ถนนพหลโยธิน) ในเวลานั้นตำรวจอ้างว่าเกิดการปะทะกับโจรที่จะมาชิงตัวผู้ต้องหา แต่ความจริงแล้วเชื่อกันว่าเป็นการกวาดล้างขั้วอำนาจทางการเมือง

 

ตามมาด้วยเหตุลอบสังหาร บุญสนอง บุญโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งทางอุดมการณ์อย่างรุนแรงก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา บุญสนองถูกมือปืนซึ่งนั่งมาในรถบรรทุกขับขนาบข้าง และกระหน่ำยิงเข้าที่ท้ายทอยจนเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2519 บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต

 

4 ทศวรรษการเมืองไทยสมัยใหม่ เสียงปืนไม่เคยเงียบ

 

ในช่วงทศวรรษ 2540-2550 นอกเหนือจากความรุนแรงท่ามกลางขั้วการเมือง ความรุนแรงต่อนักการเมืองก็ยังคงดำเนินไป แม้จะจำกัดวงแคบมาเพียงนักการเมืองระดับชาติ ก็ยังมีเหตุลอบสังหารเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายกรณีมูลเหตุในการสังหารยังคงคลุมเครือจนถึงปัจจุบัน

 

เมื่อ 24 พฤษภาคม 2543 คนร้ายบุกเข้าไปยิงสังหาร สันติ ชัยวิรัตนะ อดีต สส. เชียงราย 7 สมัย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ สำนักงานบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ในอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

ต่อมาในปี 2549 กอบกุล นพอมรบดี สส. ราชบุรี สังกัดพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น ตกเป็นเหยื่อการลอบสังหารจนถึงแก่ชีวิต หลังเดินทางกลับจากงานบวช รถของเธอถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงถล่มใส่รถยนต์ขณะจอดติดไฟแดงกลางสี่แยกเจดีย์หัก ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

 

หรือแม้กระทั่ง พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ ‘เสธ.แดง’ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่สถานะหลักเป็นนายพลทหาร แต่ถือว่ามีบทบาททางการเมืองสูงมากในช่วงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. การเสียชีวิตของเขายิ่งทำให้ความขัดแย้งของการเมืองบนท้องถนนรุนแรงขึ้น เมื่อเขาถูกพลซุ่มยิงสไนเปอร์ลอบยิงเข้าที่ศีรษะท่ามกลางผู้ชุมนุมที่แยกศาลาแดง เมื่อ 13 พฤษภาคม 2553

 

เวียนกลับมาในเดือนพฤษภาคมอีกครั้ง เมื่อ 10 พฤษภาคม 2554 ประชา ประสพดี สส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ถูกคนร้ายกระหน่ำยิงใส่รถยนต์ขณะขับผ่านแยกพระประแดง กระสุน 1 นัด แฉลบถูกหัวไหล่ของประชาได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเข้ารักษาจนพ้นขีดอันตราย

 

ท้ายสุดตำรวจสามารถสืบสวนจนพบว่า คดีนี้เป็นการจ้างวานสังหารโดยผู้ที่มีความขัดแย้งกรณีโครงการก่อสร้างของท้องถิ่น ทำให้เกิดความเสียหายหลายสิบล้านบาท แต่ต่อมาพนักงานอัยการเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัว

 

การย้อนมองอดีตอาจช่วยเป็นบทเรียนสอนเราว่า ความรุนแรงไม่ว่าจะเกี่ยวเนื่องกับการเมืองหรือไม่ ล้วนแต่ไม่นำไปสู่การคลี่คลายปัญหา ตรงกันข้ามกลับยิ่งสะท้อนความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยกำลัง จนสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในสังคม

The post จากอดีตสู่ปัจจุบัน เสียงปืนไม่เคยเงียบ ย้อนมองเหตุลอบสังหารนักการเมืองระดับชาติในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญา สั่งจำคุก 5 ปี ‘เพชรวรรต-พายัพ’ ฐานสนับสนุนฝึกอาวุธในกัมพูชา-เอี่ยวทำผิดคดีก่อการร้าย ยกฟ้องข้อหา ม.112 ชี้พยานหลักฐานยังน่าสงสัย https://thestandard.co/phetchawat-payap-convicted-weapons-cambodia/ Mon, 09 Feb 2026 07:46:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1176477 ภาพ เพชรวรรต วัฒนพงศิริกุล และพายัพ ปั้นเกตุ หลังฟังคำพิพากษา

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่ […]

The post ศาลอาญา สั่งจำคุก 5 ปี ‘เพชรวรรต-พายัพ’ ฐานสนับสนุนฝึกอาวุธในกัมพูชา-เอี่ยวทำผิดคดีก่อการร้าย ยกฟ้องข้อหา ม.112 ชี้พยานหลักฐานยังน่าสงสัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เพชรวรรต วัฒนพงศิริกุล และพายัพ ปั้นเกตุ หลังฟังคำพิพากษา

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.3306/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3332/2567 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เพชรวรรต วัฒนพงศิริกุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ (พช.) เป็นจำเลยที่ 1 และ พายัพ ปั้นเกตุ อดีตแกนนำ นปช. และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นจำเลยที่ 2

 

ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ และความผิดฐานก่อการร้าย โดยการสะสมกำลังพลหรืออาวุธ และให้การสนับสนุนการก่อการร้าย

 

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือนเมษายนถึง 15 สิงหาคม 2553 ซึ่งภายหลังรัฐบาลเข้าสลายการชุมนุม โจทก์ฟ้องว่ากลุ่มแกนนำและจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันชักชวนมวลชนไปฝึกอาวุธที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพื่อเตรียมการก่อการร้ายในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความปั่นป่วนและข่มขู่รัฐบาล

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ในชั้นสอบสวนและชั้นศาลมีความขัดแย้งกันในสาระสำคัญ และไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่มีน้ำหนักเพียงพอมาสนับสนุน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง พิพากษายกฟ้องในข้อหานี้

 

ส่วนข้อหาก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 (2) ศาลรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้เข้ารับการฝึกอาวุธ พบว่ามีความสอดคล้องต้องกันและน่าเชื่อถือ ยืนยันได้ว่ามีการฝึกอาวุธจริงที่ประเทศกัมพูชา แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ชักชวนโดยตรง แต่พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองมีส่วนสำคัญในการปลุกระดมทางความคิด เตรียมความพร้อมทางจิตใจ จัดหาที่พักอาศัย มอบเงินสนับสนุน และเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้เข้ารับการฝึก

 

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในการสะสมกำลังพลและอาวุธเพื่อการก่อการร้าย ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/2 ประกอบมาตรา 86 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ ตามมาตรา 135/3 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 5 ปี

 

ทั้งนี้ ภายหลังฟังคำพิพากษา จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคำสั่งของศาล

The post ศาลอาญา สั่งจำคุก 5 ปี ‘เพชรวรรต-พายัพ’ ฐานสนับสนุนฝึกอาวุธในกัมพูชา-เอี่ยวทำผิดคดีก่อการร้าย ยกฟ้องข้อหา ม.112 ชี้พยานหลักฐานยังน่าสงสัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 https://thestandard.co/jeng-sooksek-imprisoned-udd-terrorism/ Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1167190 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดา […]

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

​ก่อนการอ่านคำพิพากษาบุตรสาวของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้ยื่นคำร้องแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปอีก 1 นัด โดยระบุว่ายศวริศมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

 

​อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้เคยอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษามาแล้ว 30 วันตามคำร้องขอ จึงมีคำสั่งให้นายประกันติดตามตัวจำเลยมาศาล มิฉะนั้นจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกัน

 

​ต่อมา บุตรสาวจึงได้ประสานนำตัวยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลอาญาด้วยรถแท็กซี่สาธารณะ โดยยศวริศปรากฏตัวในสภาพอิดโรย ต้องนั่งรถเข็นเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี โดยที่ข้อมือซ้ายยังมีป้ายชื่อผู้ป่วยและผ้าก๊อซปิดแผลเจาะสายน้ำเกลือติดอยู่

 

​ยศวริศได้แถลงต่อศาลด้วยตนเอง ขอความเมตตาเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าหากต้องเข้าเรือนจำในขณะที่อาการยังวิกฤต อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาจนถึงแก่ชีวิตได้ ทางคณะผู้พิพากษาจึงได้หารือกับผู้บริหารศาลอาญา ก่อนมีความเห็นให้ดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบขั้นตอน

 

​ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

 

​ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ยศวริศ ชูกล่อม (จำเลยที่ 7) และ สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ (จำเลยที่ 12) มีความผิดจริง โดยพฤติการณ์ของจำเลยเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในที่เกิดเหตุ และกระทำการข่มขืนจิตใจให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ และมิใช่เพียงการร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ตามที่ต่อสู้คดี ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 

​ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษดังนี้:

 

  • ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) จำเลยที่ 7: จำคุกรวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ จำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
  • สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ จำเลยที่ 12: พิพากษาลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต

 

​ภายหลังสิ้นสุดคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

 

​สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 กลุ่มแนวร่วม นปช. ได้จัดการชุมนุมต่อเนื่องเพื่อกดดันให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภาและยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยมีการเคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญ ทั้งบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์

 

​คำฟ้องระบุถึงพฤติการณ์ที่รุนแรง อาทิ การใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79, การสะสมกำลังพลและอาวุธสงคราม, และการฝึกกำลังคนเพื่อปฏิบัติการในลักษณะก่อการร้าย

 

เส้นทางการต่อสู้คดี:

 

  • ศาลชั้นต้น: พิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน
  • ศาลอุทธรณ์: เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 พิพากษาแก้ โดยลงโทษจำคุกยศวริศ และสุขเสก (ตามอัตราโทษข้างต้น) ส่วนจำเลยแกนนำคนอื่นๆ ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น
  • ศาลฎีกา: มีคำพิพากษาในวันนี้ (20 มกราคม 2569) ให้ยืนตามศาลอุทธรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความของจำเลยทั้งสอง

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. https://thestandard.co/udd-appeal-postponed-jeng/ Tue, 16 Dec 2025 06:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1155268 ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังค […]

The post ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ. 2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตเลขาธิการ นปช. กับพวก รวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

สืบเนื่องจากกรณีช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 พวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อเนื่อง เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อ้างว่า อภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์ นอกจากนั้น ยังเดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ด้วย ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด M79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังคน และฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย

 

จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย

 

ต่อมาวันที่ 9 มกราคม 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก ยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน สุขเสก พลตื้อ จำเลยที่ 12 ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น อัยการโจทก์กับจำเลยที่ 7 และที่ 12 ยื่นฎีกา

 

ล่าสุดวันนี้ (16 ธันวาคม) จำเลยที่ 12 ทนายของจำเลยที่ 12 และนายประกันของจำเลยที่ 7 มาศาล ส่วนยศวริศ จำเลยที่ 7 ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาล ทนายของจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเลื่อน พร้อมใบรับรองแพทย์ ประกอบกับภาพถ่ายจำเลยที่ 7 นอนโรงพยาบาล ซึ่งใบรับรองแพทย์ได้ระบุว่า จำเลยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์แนะนำให้รักษาตัว 30 วัน จึงไม่มาศาล และขอให้เลื่อนอ่านฎีกาไปอีก 30 วัน

 

พิเคราะห์แล้วทางจำเลยมีใบรับรองแพทย์ระบุว่า เป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ประกอบภาพนอนโรงพยาบาล จึงเชื่อว่าจำเลยป่วยและไม่สามารถมาศาลได้ เห็นสมควรอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังอ่านคำพิพากศาลฎีกา เป็นวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น.

The post ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิสิต สินธุไพร เข้ามอบตัวตำรวจกองปราบ สู้คดี นปช. บุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 หลังหลบหนีคดีนาน 6 ปี https://thestandard.co/nisit-surrenders-asean-riot/ Sat, 08 Nov 2025 06:49:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1141006 นิสิต สินธุไพร เข้ามอบตัวตำรวจกองปราบ สู้คดี นปช. บุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 หลังหลบหนีคดีนาน 6 ปี

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 […]

The post นิสิต สินธุไพร เข้ามอบตัวตำรวจกองปราบ สู้คดี นปช. บุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 หลังหลบหนีคดีนาน 6 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิสิต สินธุไพร เข้ามอบตัวตำรวจกองปราบ สู้คดี นปช. บุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 หลังหลบหนีคดีนาน 6 ปี

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นิสิต สินธุไพร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ประสานติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. เพื่อขอเข้ามอบตัว หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 618/2562 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562

 

หมายจับดังกล่าวระบุข้อหา ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ทำให้เสียทรัพย์ และบุกรุก เพื่อขอต่อสู้คดี โดยเดินทางมามอบตัวที่บริเวณป้อมตำรวจทางหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

 

สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อปี 2552 ที่กลุ่มผู้ชุมนุม นปช. บุกเข้าไปภายในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต เมืองพัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน จนการประชุมต้องยุติลงกลางคัน ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายนิสิต 4 ปี เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 แต่เจ้าตัวไม่ไปฟังคำพิพากษาและถูกออกหมายจับ จนกระทั่งนิสิตประสานติดต่อขอเข้ามอบตัวดังกล่าว

 

ทั้งนี้ จากการสอบสวน นิสิตให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่ขอให้รายละเอียดใดๆในชั้นสอบสวน เบื้องต้นจึงนำตัวส่งศาลจังหวัดพัทยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม นิสิตเคยเป็น สส. ร้อยเอ็ดหลายสมัย สังกัดพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย รวมถึงเป็นบิดาของ จิราพร สินธุไพร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา-แพทองธาร และเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

The post นิสิต สินธุไพร เข้ามอบตัวตำรวจกองปราบ สู้คดี นปช. บุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 หลังหลบหนีคดีนาน 6 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ยืนยันพร้อมชี้แจงหลังถูกเยาวชนทวงถามความรับผิดชอบเหตุสลายการชุมนุมปี 2553 https://thestandard.co/abhisit-clarifies-2010-crackdown/ Wed, 05 Nov 2025 07:34:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1139959 อภิสิทธิ์ ยืนยัน พร้อมชี้แจงหลังถูกเยาวชนทวงถามความรับผิดชอบ เหตุสลายการชุมนุม ปี 2553

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประ […]

The post อภิสิทธิ์ยืนยันพร้อมชี้แจงหลังถูกเยาวชนทวงถามความรับผิดชอบเหตุสลายการชุมนุมปี 2553 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ ยืนยัน พร้อมชี้แจงหลังถูกเยาวชนทวงถามความรับผิดชอบ เหตุสลายการชุมนุม ปี 2553

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เจอนิสิตชูป้ายกล่าวหาสั่งฆ่าประชาชน ในเหตุสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 ระหว่างไปบรรยายให้นิสิต หลักสูตรปริญญาเอกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

อภิสิทธิ์ระบุว่า ไม่เป็นไร ถ้าเราใช้สิทธิเสรีภาพ กรณีที่เกิดขึ้นคิดว่าได้พยายามอธิบายเหตุผลข้อเท็จจริง ซึ่งตรวจสอบกันได้ วิพากษ์วิจารณ์กันได้ ถ้าทุกอย่างอยู่ในขอบเขต ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

 

ส่วนที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ศาลไม่เคยมีคำพิพากษาในสิ่งที่อภิสิทธิ์กล่าวอ้าง และเรียกร้องให้นำหลักฐานออกมาแสดง อภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอให้ณัฐวุฒิไปฟังคำพูดของตนเองแบบคำต่อคำ ตรวจสอบกับข้อมูลสาธารณะที่มีอยู่ ก็ชัดเจนอยู่แล้ว

 

ส่วนจะมองว่าเป็นกระบวนการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ อภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ต้องมองอะไร ถือว่าเมื่อเขามาสอบถามเราก็ชี้แจง เพราะพูดมาตลอดว่า คนเป็นนักการเมืองต้องตรวจสอบได้ เราก็เคารพการใช้สิทธิ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีนักวิชาการบางคนครหาว่า อภิสิทธิ์ไม่ควรกลับมาลงเล่นการเมืองอีกด้วยซ้ำ อภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็เป็นความเห็นของท่าน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังไปต่อได้หรือไม่ อยู่ที่ประชาชน ซึ่งเมื่อสักครู่ได้แถลงข่าวถึงความตั้งใจของตนเองและกรรมการชุดใหม่ เรายืนยันว่าเป็นการเมืองที่สุจริต การเมืองที่รับผิดชอบ

 

ส่วนจากนี้จะมีวิธีการรับมืออย่างไร เพราะเมื่อมีการจุดประเด็นก็น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกือบทุกที่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าเป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริต ทั้งหลายทั้งปวงอยากให้ทุกฝ่ายเคารพการทำงาน เคารพการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

 

“ผมทำอะไรไว้ พูดอะไรไว้ ผมก็ต้องรับผิดชอบ ไม่มีปัญหาอะไร” อภิสิทธิ์กล่าว

 

ส่วนจะทำให้เสียสมาธิหรือไม่ที่ต้องมาตอบเรื่องเดิมๆ อภิสิทธิ์ยืนยันว่า สมาธิดีอยู่ เดินหน้าทำงานตามแนวนโยบายที่วางเอาไว้ว่าจะต้องทำอะไร แต่เราก็จะไม่หนีสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะเราต้องรับผิดชอบ และเราก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

The post อภิสิทธิ์ยืนยันพร้อมชี้แจงหลังถูกเยาวชนทวงถามความรับผิดชอบเหตุสลายการชุมนุมปี 2553 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลสั่งจำคุก ‘วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เหวง-อดิศร’ คนละ 4 ปี 4 เดือน คดีนำชุมนุม นปช. ปี 52 https://thestandard.co/nup-leaders-jailed-4-years-4-months-2552-rally-verdict/ Tue, 07 Oct 2025 07:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1127583 nup-leaders-jailed-4-years-4-months-2552-rally-verdict

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำ […]

The post ศาลสั่งจำคุก ‘วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เหวง-อดิศร’ คนละ 4 ปี 4 เดือน คดีนำชุมนุม นปช. ปี 52 appeared first on THE STANDARD.

]]>
nup-leaders-jailed-4-years-4-months-2552-rally-verdict

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมแกนนำและแนวร่วมรวม 13 คน 

 

ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 13 เมษายน 2552

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดและคำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจที่สอดคล้องกัน แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ของจำเลยที่เป็นแกนนำและผู้สั่งการในการจัดชุมนุมปราศรัย ยึดและเผารถโดยสารสาธารณะ ปิดทางเข้าสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมถึงบุกไปยังบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี (ขณะนั้น) ซึ่งเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ

 

ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด โดยมีคำสั่งลงโทษ ดังนี้:

 

  • จำคุก 4 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา: วีระกานต์ มุสิกพงศ์ (จำเลยที่ 1), จตุพร พรหมพันธุ์ (จำเลยที่ 2), ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (จำเลยที่ 3), นพ.เหวง โตจิราการ (จำเลยที่ 4) และ อดิศร เพียงเกษ (จำเลยที่ 11) ซึ่งเป็นแกนนำและผู้สั่งการ

หมายเหตุ: โทษเดิม 6 ปี 6 เดือน (ฐานมั่วสุม 6 ปี, ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 6 เดือน) ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือ 4 ปี 4 เดือน

  • จำคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา: สิระ พิมพ์กลาง (จำเลยที่ 5), วิภูแถลง พัฒนภูมิไท (จำเลยที่ 7), พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ (จำเลยที่ 8), พายัพ ปั้นเกตุ (จำเลยที่ 9) และ เมธี อมรวุฒิกุล (จำเลยที่ 13) ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  • ยกฟ้อง: ณรงศักดิ์ มณี (จำเลยที่ 6) และ พงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง (จำเลยที่ 10)

 

ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล.

The post ศาลสั่งจำคุก ‘วีระกานต์-จตุพร-ณัฐวุฒิ-เหวง-อดิศร’ คนละ 4 ปี 4 เดือน คดีนำชุมนุม นปช. ปี 52 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมปี 52 หลัง ‘อดิศร’ ติดประชุมสภาฯ – ออกหมายจับจำเลยหนี https://thestandard.co/red-shirt-leaders-verdict-2009/ Tue, 07 Oct 2025 05:25:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1127469 แกนนำ นปช.

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟัง […]

The post ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมปี 52 หลัง ‘อดิศร’ ติดประชุมสภาฯ – ออกหมายจับจำเลยหนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำ นปช.

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาครั้งที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. พร้อมแกนนำและแนวร่วมรวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมสร้างความกระด้างกระเดื่อง ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีชุมนุมขับไล่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้แจ้งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีกครั้ง เนื่องจากมีจำเลยบางรายยังไม่มาศาล โดยเฉพาะ อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (จำเลยที่ 11) ที่ติดภารกิจประชุมสภาฯ และ  พงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง (จำเลยที่ 10) ที่มีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับและปรับ ประกันไปแล้วตั้งแต่การนัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

ก่อนการเข้าฟังคำพิพากษา จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. (จำเลยที่ 2) ได้เดินทางมาถึงศาลในเวลา 09.10 น. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้เตรียมใจมาแล้วเหมือนกับทุกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ต่อสู้คดีมายาวนานเกือบ 17 ปี ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล โดยวันนี้ตนได้เตรียมโฉนดที่ดินที่เป็นบ้านพักมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อใช้ในการประกันตัวด้วย

 

จตุพรแสดงความเห็นว่า ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นโทษและต้องถูกคุมขัง หรือได้รับการประกันตัวเพื่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ก็พร้อมที่จะรับในสิ่งนั้น พร้อมเผยว่าตนไม่อยากให้คดีนี้ยืดเยื้อ อยากให้ศาลอ่านคำพิพากษาให้เรียบร้อยไปเลยในวันนี้

 

เมื่อถูกถามถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีต กรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการถูกจำคุก จตุพรกล่าวว่า ตนไม่ได้มีเรื่องติดค้างใด ๆ กับ ทักษิณ และต่างคนต่างทำหน้าที่กันไป 

 

“คนที่อยู่ในเรือนจำถือเป็นโชคชะตาชีวิตอย่างหนึ่ง เหมือนอยู่ในสุสานคนเป็น ต้องอยู่แบบคนตาย อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ…การปล่อยวางเป็นสิ่งที่ดีที่สุด” จตุพร กล่าว

 

ส่วนกรณีที่ ทักษิณยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นครั้งที่สอง จตุพรมองว่า เป็นสิทธิ์ของคนที่อยู่ในเรือนจำที่ต้องการอิสรภาพ และเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทั้งคนปัจจุบันและคนก่อนเห็นพ้องต้องกันคือให้ยกฎีกา ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

 

สำหรับแกนนำ นปช. และแนวร่วมทั้งหมด 13 คน ที่ถูกฟ้องในคดีนี้ ได้แก่ วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท, พายัพ ปั้นเกตุ, อดิศร เพียงเกตุ และ เมธี อมรวุฒิกุล อดีตนักแสดงชื่อดัง เป็นต้น

 

The post ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. ชุมนุมปี 52 หลัง ‘อดิศร’ ติดประชุมสภาฯ – ออกหมายจับจำเลยหนี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีอดีตแกนนำ นปช. ปี 52 เป็น 7 ต.ค. หลังจำเลย 2 รายไม่มาศาล พร้อมออกหมายจับ ‘พงศ์พิเชษฐ์’ https://thestandard.co/red-shirt-rally-2009-recap/ Wed, 20 Aug 2025 05:21:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1109231 red-shirt-rally-2009-recap

วันนี้ (20 สิงหาคม) ศาลอาญาได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาคดี […]

The post ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีอดีตแกนนำ นปช. ปี 52 เป็น 7 ต.ค. หลังจำเลย 2 รายไม่มาศาล พร้อมออกหมายจับ ‘พงศ์พิเชษฐ์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
red-shirt-rally-2009-recap

วันนี้ (20 สิงหาคม) ศาลอาญาได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมและก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง จากเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี 2552 โดยได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น.

 

คดีนี้สืบเนื่องมาจากการชุมนุมระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 9 เมษายน 2552 ซึ่งกลุ่ม นปช. ได้ร่วมกันปิดทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล เพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น 

 

นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมบางส่วนยังได้บุกไปยังบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี) เพื่อกดดันให้ พล.อ.เปรม พร้อมด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ ลาออกจากองคมนตรี ซึ่งในการชุมนุมครั้งนี้ยังได้มีการปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ ด้วย

 

การเลื่อนคำพิพากษาในครั้งนี้มีสาเหตุจากจำเลย 2 คนไม่เดินทางมาศาล ได้แก่ พงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 10 ซึ่งทนายความแจ้งว่าขาดการติดต่อไปนานแล้ว และ อดิศร เพียงเกษ จำเลยที่ 11 ซึ่งแจ้งว่าติดประชุมสภาฯ

 

ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงได้มีคำสั่ง ออกหมายจับพงศ์พิเชษฐ์ พร้อมทั้ง ปรับนายประกัน เป็นเงิน 200,000 บาท ขณะที่ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์ และนายแพทย์เหวง โตจิราการ รวมถึงแกนนำคนอื่น ๆ ได้ทยอยเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดหมายในวันนี้

The post ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีอดีตแกนนำ นปช. ปี 52 เป็น 7 ต.ค. หลังจำเลย 2 รายไม่มาศาล พร้อมออกหมายจับ ‘พงศ์พิเชษฐ์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รวมพลังแผ่นดิน’ นักเคลื่อนไหวหลากสีกว่า 40 ชีวิต แถลงจุดยืนให้แพทองธารลาออก นัดชุมนุมใหญ่ 28 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/call-for-pm-resign/ Fri, 20 Jun 2025 06:57:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1087199 call-for-pm-resign

วันนี้ (20 มิถุนายน) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน […]

The post ‘รวมพลังแผ่นดิน’ นักเคลื่อนไหวหลากสีกว่า 40 ชีวิต แถลงจุดยืนให้แพทองธารลาออก นัดชุมนุมใหญ่ 28 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
call-for-pm-resign

วันนี้ (20 มิถุนายน) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน กลุ่มอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, กปปส., นปช., คปท. รวมถึงนักวิชาการ ,ศิลปิน และนักแสดง กว่า 40 คน ได้รวมตัวกันแถลงข่าว ‘รวมพลังแผ่นดิน’

 

เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล สืบเนื่องจากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กับผู้นำประเทศไทย

 

นิติธร ล้ำเหลือ เริ่มต้นอ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่าตั้งแต่ปี 2475 ผู้บริหารและผู้บัญญัติกฎหมายไทยไม่ได้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยฯ และไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทำให้เกิดวิกฤตการณ์รุนแรง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรม และความมั่นคง โดยมีสาเหตุจากการที่ผู้มีอำนาจไม่เคารพกฎหมาย ทุจริตฉ้อฉล และขาดความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังมีขบวนการสมคบคิดที่ทำลายรัฐธรรมนูญ หลักนิติธรรม และอำนาจอธิปไตยของประเทศ

 

ที่เลวร้ายที่สุดคือ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความไร้ความสามารถอย่างชัดเจน และมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะการกระทำที่อาจผิดประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีหลักฐานสาธารณะที่บ่งชี้ถึงการสมคบคิดและใช้อำนาจเพื่อตอบสนองฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีเป้าหมายรุกล้ำอำนาจอธิปไตยและยึดครองประเทศไทย ถือเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนและขัดต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

แถลงการณ์จึงเรียกร้องให้ แพทองธาร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที เนื่องจากสิ้นความชอบธรรมแล้ว

 

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน บ้านพระอาทิตย์ และตัวแทนของ สนธิ ลิ้มทองกุล ได้เป็นสักขีพยานและสนับสนุนการประกาศแถลงการณ์ของภาคประชาชน โดยย้ำว่าประชาชนที่มารวมตัวกันมีเป้าหมายเดียวกันคือปกป้องประเทศชาติ พวกเขาเชื่อว่าภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติเมื่ออยู่นอกประเทศ ก็ต้องกำจัดผู้ที่เป็นมิตรกับอริราชศัตรูด้วยเช่นกัน

 

จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวอย่างชัดเจนว่า “บัดนี้เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับคนไทยและประเทศไทย นายกรัฐมนตรีเป็นคนของฝ่ายตรงข้าม”

 

ดังนั้นจึงไม่สามารถให้นายกรัฐมนตรีคนนี้บริหารประเทศต่อไปได้แม้แต่วันเดียว และพรรคการเมืองใดที่ฟังคลิปสนทนาระหว่างสมเด็จฮุนเซนกับ แพทองธาร แล้วยังต้องการร่วมรัฐบาลต่อ “พวกคุณเลยคำว่าพายเรือให้โจรนั่งไปแล้ว แต่คุณกำลังร่วมกันพายเรือไปขายชาติ พายเรือไปร่วมกันทรยศชาติ”

 

จตุพรย้ำว่าไม่เคยเจอนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ตัดหัวแม่ทัพของตัวเองส่งบรรณาการให้กับประเทศกัมพูชา พร้อมกล่าวถึงการที่รัฐบาลไม่สามารถจัดการสถานการณ์ความมั่นคง และเรียกร้องให้ประชาชนจมเรือถ้าใครพายเรือไปขายชาติ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เวลา 16.00-21.00 น.

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงคลิปเสียงที่หลุดออกมา และชี้แจงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องนักเรียนตำรวจ แต่ปัจจุบันต้องมายืนอยู่คนละฝั่ง เพราะเชื่อว่าทักษิณมีเป้าหมายที่จะเลียนแบบสมเด็จฮุนเซน ในการยึดอำนาจมาปกครองประเทศ

 

โดยเชื่อว่า ทักษิณ ต้องการนำระบบการเมืองแบบฮุนเซนมาใช้ในประเทศไทย แต่ยังไม่สำเร็จ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่า ทักษิณ พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนเองมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม และกล่าวว่า “สงสารประเทศไทยที่ได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่มีความรู้ความสามารถ”

 

ย้ำว่าเรื่องคลิปเสียงเป็นเรื่องของประเทศชาติที่ทุกคนต้องผนึกกำลัง “เอารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีความสามารถออกไปให้ได้” และเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลลาออก โดยระบุว่าตอนนี้มีเพียงพรรคภูมิใจไทยที่ชิงลาออก ซึ่งอาจถือโอกาสสวมบทเป็นพระเอก

 

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เชื่อว่าพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความไม่เหมาะสมในการบริหารประเทศได้ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นก่อน โดยเปรียบเทียบจากกรณี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยของรุ่นน้า (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) มาจนถึงพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ประชาชนรับรู้มาตลอดว่านายกรัฐมนตรีขาดความรู้ความสามารถและสติปัญญาในการเป็นผู้นำประเทศ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ความจริงเหล่านี้ก็ปรากฏออกมา พร้อมยกกรณีคลิปเสียงที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า “แม่ทัพภาคที่ 2 คือฝ่ายตรงข้ามของเรา ถ้าสมเด็จฮุน เซน ต้องการอะไรจะจัดการให้” ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ดีและตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่กับการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะแสดงให้เห็นถึงความไร้ความสามารถและจิตใจที่ไม่ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลังประชาชน

 

สมชาย แสวงการ อดีต สว. กล่าวถึงการบริหารของรัฐบาลแพทองธารที่ล้มเหลว จึงเรียกร้องให้ แพทองธาร ลาออก และพรรคร่วมรัฐบาลควรแสดงท่าทีชัดเจนโดยการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล “เลิกเป็นวอลเปเปอร์ให้กับคนขายชาติ”

 

พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ย้ำว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นฝั่งกัมพูชา วันที่ 28 มิถุนายนนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชน และข้าราชการทุกหมู่เหล่า มาแสดงพลังเป็นฝ่ายประเทศไทย พร้อมเชิญชวนนำธงชาติมาโบกสะบัดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ก่อร่างสร้างบ้านเมืองนี้มานับเป็นพันปีไม่เคยมีผู้นำคนไหนที่กลัวกัมพูชามากไปกว่านี้อีกแล้ว คำพูดของนายกรัฐมนตรีสื่อให้เห็นว่าไม่เคยคำนึงถึงประเทศจากคลิปสนทนา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำก่อนไล่เขมรคือไล่นายกก่อน

 

ปานเทพสรุปการแถลงข่าววันนี้ใน 3 ข้อ

 

  1. ประชาชนทั้งหมดที่มาร่วมในวันนี้เรียกร้องให้ แพทองธาร ชินวัตร ลาออกทันที
  2. เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกทันที
  3. เรียนเชิญพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกสีเสื้อ ทุกอายุ ชุมนุมในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 เวลา 16.00-21.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

โดยปานเทพย้ำว่า การขอรวมพลังครั้งนี้เป็นพลังแห่งความสามัคคีในการปกป้องอธิปไตยของราชอาณาจักรไทยและทวงคืนแผ่นดินไทยที่ถูกลุกลามมาทั้งหมดให้เป็นของราชอาณาจักรไทย

 

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมแถลงข่าว อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์, นิติธร ล้ำเหลือ, พิชิต ไชยมงคล, นัสเซอร์ ยีหมะ, ใจเพชร กล้าจน, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง, แก้วสรร อติโพธิ, ขวัญสรวง อติโพธิ, ปรีดา เตียสุวรรณ์, สมชาย แสวงการ, ชาญชัย อิสระเสนารักษ์, ประสาร มฤคพิทักษ์, จเด็จ อินสว่าง, ประพันธ์ คูณมี, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, พล.อ. สมเจตน์ บุญถนอม, พล.ท. กนก เนตรคเวสนะ, พล.ท. นันทเดช เมฆสวัสดิ์, พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา, กษิต ภิรมย์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ถาวร เสนเนียม, ถวิล เปลี่ยนศรี, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, รสนา โตสิตระกูล, ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์, คมสัน โพธิ์คง, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, เจษฎ์ โทณะวณิก, ไชยันต์ ไชยพร, นันทิวัฒน์ สามารถ, วีระ สมความคิด, เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, อัญชะลี ไพรีรัก, หฤทัย ม่วงบุญศรี (อุ๊ หฤทัย), ชัชชัย สุขขาวดี (หรั่ง ร็อคเคสตร้า), สาวิทย์ แก้วหวาน, มานพ เกื้อรัตน์, คมสันต์ ทองศิริ, ณีรนุช จิตต์สม, เสน่ห์ หงษ์ทอง และเครือข่ายองค์กรแรงงานรัฐวิสาหกิจ

 

รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง

รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง รวมพลังแผ่นดินเรียกร้องนายกฯลาออกจากตำแหน่ง

The post ‘รวมพลังแผ่นดิน’ นักเคลื่อนไหวหลากสีกว่า 40 ชีวิต แถลงจุดยืนให้แพทองธารลาออก นัดชุมนุมใหญ่ 28 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลคนเสื้อแดงผู้เสียชีวิต ย้ำรัฐสภาเร่งผลักดันกฎหมายคืนความเป็นธรรม https://thestandard.co/natthawut-red-shirts-merit-making-ceremony/ Mon, 19 May 2025 08:22:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1075815 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ (19 พฤษภาคม) แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ […]

The post ณัฐวุฒิร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลคนเสื้อแดงผู้เสียชีวิต ย้ำรัฐสภาเร่งผลักดันกฎหมายคืนความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ (19 พฤษภาคม) แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคเพื่อไทย และ วีวงศ์ อยู่วิจิตร คณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) 

 

พร้อมอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคเพื่อไทย และญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงด้วยความรุนแรง 19 พฤษภาคม 2553 ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วีรชนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ที่วัดบางนาใน เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 

 

โดยได้มีการถวายสังฆทานและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 50 รูป โดยมีญาติผู้เสียชีวิตและคนเสื้อแดงมาร่วมเป็นจำนวนมาก 

 

ณัฐวุฒิกล่าวกับญาติผู้เสียชีวิตและคนเสื้อแดงที่มาร่วมทำบุญว่า การทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องคนเสื้อแดงนั้นทุกฝ่ายดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. …. เพื่อเปิดทางให้ญาติผู้เสียชีวิตมีโอกาสฟ้องร้องต่อศาลได้นั้น คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในสมัยประชุมหน้า 

 

สำหรับการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมที่ยังติดค้างอยู่ ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ส่งเรื่องถึงกองบัญชาตำรวจนครบาลแล้ว

The post ณัฐวุฒิร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลคนเสื้อแดงผู้เสียชีวิต ย้ำรัฐสภาเร่งผลักดันกฎหมายคืนความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: แก้ รธน. ล่ม – จี้ที่ดินอนุทิน เปิดศึกการเมือง รัฐบาลไร้เอกภาพ? จับตาคดี 44 สส. https://thestandard.co/thestandardnow170268/ Mon, 17 Feb 2025 12:26:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1042889

แก้รัฐธรรมนูญล่ม-จี้ที่ดินอนุทิน เปิดศึกการเมือง รัฐบาล […]

The post ชมคลิป: แก้ รธน. ล่ม – จี้ที่ดินอนุทิน เปิดศึกการเมือง รัฐบาลไร้เอกภาพ? จับตาคดี 44 สส. appeared first on THE STANDARD.

]]>

แก้รัฐธรรมนูญล่ม-จี้ที่ดินอนุทิน เปิดศึกการเมือง รัฐบาลไร้เอกภาพ? จับตาคดี 44 สส. พรรคประชาชน

 

คุยกับ จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: แก้ รธน. ล่ม – จี้ที่ดินอนุทิน เปิดศึกการเมือง รัฐบาลไร้เอกภาพ? จับตาคดี 44 สส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 อดีตแกนนำ นปช. รับคำท้า ‘สนธิ’ พร้อมดีเบต​ปม​ MOU 44​ ขอให้รัฐบาลทำงาน เชื่อม็อบจุดไม่ติด https://thestandard.co/udd-leaders-mou-44-debate-challenge/ Thu, 12 Dec 2024 02:21:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1018704 นปช. MOU 44

วันนี้ (12 ธันวาคม)​ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่ […]

The post 3 อดีตแกนนำ นปช. รับคำท้า ‘สนธิ’ พร้อมดีเบต​ปม​ MOU 44​ ขอให้รัฐบาลทำงาน เชื่อม็อบจุดไม่ติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นปช. MOU 44

วันนี้ (12 ธันวาคม)​ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย วรชัย เหมะ อดีต​ สส. พรรคเพื่อไทย​ และ​ อรรถชัย อนันตเมฆ​ อดีตแกนนำ​ นปช. ​และกล่าวถึงกรณี ​สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย​ ออกมาเคลื่อนไหว​เตรียมลงถนนในประเด็น MOU 44 

 

พร้อมพงศ์ระบุว่า​ สนธิบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อหวังผลทางการเมือง พยายามดิสเครดิตรัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร และการที่สนธิให้เวลา 15 วันแล้วจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตนมองว่า ไม่ว่าศาลจะตัดสินว่าขัดหรือไม่ขัด สนธิก็จะให้ยกเลิก MOU 44 อยู่ดี ซึ่งเป็นการหาเรื่องกันชัดๆ 

 

พร้อมพงศ์ยังกล่าวว่า ตนจึงขอถามกลับว่าในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี 9 ปี สนธิเว้นวรรคหายไปไหน ไปรักชาติแบบเว้นวรรค ทำไมถึงความรู้สึกช้ามารักชาติกะทันหัน ตน 3 คนพร้อมรับคำท้าสนธิ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องเปิดเวทีสาธารณะให้มาคุยกันว่า MOU 44 ไม่ดีตรงไหน และเราจะอธิบายว่ามันดีอย่างไร สนธิจะรับคำท้าหรือไม่ 

 

“ผมมีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่ได้ไปฉ้อโกงใคร ก็ท้าคุณสนธินี่แหละ รับคำท้าคุณสนธิด้วย จะได้จบๆ กันไป ประชาชนจะเห็นว่าวันนี้คุณสนธิต้องการอะไร ก็จะมาแฉกัน” พร้อมพงศ์กล่าว

 

พร้อมพงศ์ยังเรียกร้องไปยังมวลชนของสนธิ​ว่า ที่ผ่านมานำลัทธิคลั่งชาติจนทำให้เกิดความเสียหาย อีกไม่กี่วันจะปีใหม่ ประชาชนอยากได้ข่าวดี ไม่อยากฟังความเสียอารมณ์ หากสนธิพร้อมเมื่อไรก็เชิญมาคุยกัน แต่ขอให้รัฐบาลได้ทำงาน และหากเห็นว่าเรื่องนี้มีประเด็นก็ขอให้ยื่นผ่านสภา

 

ด้านวรชัยกล่าวว่า “ตนอยากจะถามว่านักการเมืองคนไหนขายชาติ MOU 44 ยังไม่มีเรื่องการเสียดินแดนเลย ยังไม่ได้ใช้เป็นข้อตกลง MOU 44 เนื่องจากกัมพูชาลากเส้น ไทยก็ลากเส้น และยึดกฎหมายสากลเหมือนกัน ถ้าเรายอม หรือรัฐบาลทักษิณยอม หรือคนไทยยอม ก็ถือว่าเสียเปรียบเขา แต่นี่เรายังไม่ได้ยอม เรื่องนี้กลับลุกลามว่านักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว นักการเมืองเพื่อไทยขายชาติ ตนรับไม่ได้ พวกตน 3 คนพร้อมที่จะดีเบตและคุยกัน ช่องทางไหนก็ได้” 

 

วรชัยกล่าวอีกว่า วันนี้มวลชนทุกฝ่ายรู้แล้วว่าตอนที่สนธิชุมนุมใช้เงินเท่าไร ประเทศชาติเสียหายเท่าไร ความเชื่อมั่นหายไป วันนี้คนไทยไม่โง่ จะไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้ม็อบหรือให้ใคร ตนขอถามกลับว่า สนธิเอาเงินมาจากไหน ใครอยู่ข้างหลัง ตอนนี้คนที่อยู่ข้างหลังสนธิน้อยมาก แทบไม่มี เขาอาจโม้ไปหน่อย คิดว่าวันนี้มวลชนเยอะ และคิดว่าคนอื่นโง่หมด ตัวเองฉลาดอยู่คนเดียว

 

พร้อมพงศ์กล่าวย้ำด้วยว่า​ ม็อบสนธิจุดไม่ติด เพราะยังไม่มีเงื่อนไข ประชาชนผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาเยอะ เชื่อว่าประชาชนเบื่อแล้ว และเชื่อว่าวันนี้ยังไม่มีม็อบที่จะลง แม้จะมีทุนก็หามวลชนไม่ได้ เพราะไม่มีพรรคการเมืองหนุน สารตั้งต้นอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็มาร่วมรัฐบาลแล้ว พรรคประชาชนเองก็ไม่ลงเช่นกัน 

 

ด้านอรรถชัยกล่าวว่า คนที่สร้างเงื่อนไขอย่างสนธิก็ยังงงอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลที่แท้จริงคือเส้นไหน เส้นอาณาเขต และเส้นไหล่ทวีป และพระราชโองการมีความชัดเจนอยู่ ไม่มีทางที่จะกระทำขัดต่อพระราชโองการ พร้อมย้ำว่าสนธิอ่าน MOU 44 ไม่รู้เรื่อง ตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆ ถึงออกมา แต่เชื่อว่าคนไทยไม่งง มีแต่สนธิและพวกที่อ่านไม่เข้าใจ

 

 “ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตของสนธิสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติมาเท่าไร ขายชาติไม่มีหรอก มีแต่คนทำชาติเสียหาย ที่ทำมาตลอด ค่าปรับที่สนามบินไปจ่ายเขาหรือยัง ฝากถามด้วย” อรรถชัยกล่าว

The post 3 อดีตแกนนำ นปช. รับคำท้า ‘สนธิ’ พร้อมดีเบต​ปม​ MOU 44​ ขอให้รัฐบาลทำงาน เชื่อม็อบจุดไม่ติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมคิดมอง ณัฐวุฒิเหมาะสม ช่วยไกล่เกลี่ยกลุ่มผู้ชุมนุม เหตุเป็นม็อบเก่า ขอรอนายกฯ กลับจาก สปป.ลาว มาแบ่งงาน https://thestandard.co/somkit-nattawut-suited-mob-mediate/ Wed, 09 Oct 2024 04:39:04 +0000 https://thestandard.co/?p=993595 ณัฐวุฒิ

วันนี้ (9 ตุลาคม) สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตร […]

The post สมคิดมอง ณัฐวุฒิเหมาะสม ช่วยไกล่เกลี่ยกลุ่มผู้ชุมนุม เหตุเป็นม็อบเก่า ขอรอนายกฯ กลับจาก สปป.ลาว มาแบ่งงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิ

วันนี้ (9 ตุลาคม) สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ดูเรื่องการเมือง โดยอาจจะให้ช่วยประสานกับทางกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่า ยังไม่ได้คุยกันว่าณัฐวุฒิจะมาช่วยตนดูแลม็อบหรือไม่ ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีกลับมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก่อน​ แต่หากมาช่วยไกล่เกลี่ยม็อบก็ดี​ เพราะณัฐวุฒิเป็นม็อบเก่า ถือเป็นมือโปรในเรื่องนี้ ก็ต้องให้ไปคุยกับม็อบ

 

เมื่อถามว่า เหมือนจะเป็นการจัดวางให้ณัฐวุฒิชนกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่ากันตั้งแต่สมัยที่มีการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือไม่ สมคิดกล่าวว่า ก็คุยกันได้ ก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้น

The post สมคิดมอง ณัฐวุฒิเหมาะสม ช่วยไกล่เกลี่ยกลุ่มผู้ชุมนุม เหตุเป็นม็อบเก่า ขอรอนายกฯ กลับจาก สปป.ลาว มาแบ่งงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร’ 2 ทศวรรษความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ https://thestandard.co/two-decades-of-conflict-between-pheu-thai-and-democrat/ Sat, 31 Aug 2024 02:16:24 +0000 https://thestandard.co/?p=977840

ความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษระหว่างพรรคเพื่อไทยแ […]

The post ‘เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร’ 2 ทศวรรษความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จบสิ้นอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเวลา 22.40 น. ของคืนวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา 

 

เมื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้บริหารพรรค แถลงมติตอบรับคำเชิญร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้นำรัฐบาล พร้อมส่งชื่อตนเองและ เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามสัดส่วนโควตา

 

‘พระแม่ธรณีบีบมวยผม’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค

ซึ่งประดิษฐานไว้ ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

ภาพ: ฐานิส สุดโต 

 

หลังการปฏิวัติสยาม 2475 ให้หลังจากนั้น 14 ปี พรรคประชาธิปัตย์ถูกก่อตั้งขึ้นโดย ควง อภัยวงศ์ และกลุ่มคนที่มีแนวคิดและอุดมการณ์เหมือนกันมารวมตัวกันในปี 2489 

 

หากต้องเปรียบเทียบพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้เป็นมนุษย์แล้ว ก็น่าจะเข้าสู่ช่วงวัยผู้สูงอายุ ด้วยนับเนื่องตามอายุขัยแล้วยาวนานถึง 78 ปี ถือว่าผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองไทยมาอย่างโชกโชน 

 

เคยเป็นทั้งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน คือ ควง อภัยวงศ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, ชวน หลีกภัย และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือกระทั่งฝ่ายค้าน ที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีผู้นำฝ่ายค้านมากที่สุด 

 

กล่าวโดยสรุป เส้นทางของพรรคการเมืองนี้ผ่านมาทุกฉากทัศน์การเมืองไทยแล้ว

 

และเส้นทางที่หลายฝ่ายไม่คาดคิด หรืออาจกล่าวได้ว่าอะไรที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ได้เห็นก็คือ เหตุการณ์ที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือการที่พรรคประชาธิปัตย์จับมือร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยต่างได้รับ ‘ก้อนหิน’ และ ‘ก้อนอิฐ’​ มากเป็นพิเศษ เนื่องจากการเมืองไทยตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ ทักษิณ ชินวัตร ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยการก่อตั้งพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบันคือพรรคเพื่อไทย

 

พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นศัตรูคู่อาฆาต มีอุดมการณ์คนละขั้วมาโดยตลอด

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 ทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และนำทัพชนะศึกเลือกตั้ง 2 สมัยต่อเนื่องในการเลือกตั้งปี 2544 และปี 2548 จากนั้นในปี 2549 เขาถูกยึดอำนาจทำรัฐประหารโดย คมช. ทำให้ทักษิณต้องหลบภัยการเมืองไปอยู่นอกแผ่นดินเกิดยาวนานถึง 17 ปี 

 

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ยื่นฟ้องต่อ กกต. ให้ดำเนินคดียุบพรรคไทยรักไทย ด้วยสาเหตุเพราะทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ในเวลาต่อมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกพรรคไทยรักไทยฟ้องกลับว่ามีการสร้างพยานเท็จขึ้นมาป้ายสีปรักปรำ 

 

ท้ายที่สุด คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอันมีที่มาจากคณะรัฐประหาร ได้วินิจฉัยยกคำร้องในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แต่มีมติให้ยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคเล็กที่ถูกฟ้องร่วมในคดี รวมทั้งตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจำนวน 111 คนและพรรคเล็กทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี 

 

จากนั้นพรรคไทยรักไทยขนองคาพยพมาอยู่พรรคใหม่ที่ชื่อว่า ‘พลังประชาชน’ เข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2550 ที่นำโดย สมัคร สุนทรเวช แม้พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้งและเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเงา เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ควบคู่ไปกับรัฐบาล ก่อนที่ในเวลาต่อมาศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้สมัครพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจากกรณีรายการ ชิมไปบ่นไป

 

ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบ 3 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยข้อกล่าวหากระทำการที่เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรคจำนวน 109 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

 

คดีนี้เป็นผลมาจากการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากให้ใบแดง ยงยุทธ ติยะไพรัช สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เนื่องจากพบว่ามีการกระทำที่น่าเชื่อได้ว่าทุจริตการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการตัดสินยุบพรรคตามมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่กรรมการบริหารพรรคกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเช่นกัน 

 

จากคดีดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เพราะ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วยเช่นกัน 

 

จากนั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เดินหน้าดีลใหญ่กับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคือ พรรคชาติไทย, พรรคเพื่อแผ่นดิน (บางส่วน), พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมไปถึง สส. กลุ่มเพื่อนเนวิน (ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชาชน) ที่ต่อมาก่อตั้งเป็นพรรคภูมิใจไทย ให้สนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของพรรค และถูกจดจำจากสาธารณชนว่ารัฐบาลชุดนี้ก่อตั้งขึ้นในค่ายทหาร

 

ขณะที่พรรคพลังประชาชนเดิมได้ก่อกำเนิดเปลี่ยนรูปใหม่เป็น ‘พรรคเพื่อไทย’ ในเวลาต่อมา ทำให้ฝ่ายทักษิณต้องเผชิญชะตากรรมทางการเมือง กลายเป็นฝ่ายค้านครั้งแรกด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม ห้วงเวลาดังกล่าวยังเป็นช่วงเดียวกับที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘คนเสื้อแดง’ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการต่อต้านการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 และการแสดงพลังของคนชนบทที่เป็นฐานเสียงของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน 2552 

 

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ธิดา ถาวรเศรษฐ และ เหวง โตจิราการ

ขณะร่วมชุมนุมกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ 

รำลึกครบรอบ 14 ปี เหตุสลายการชุมนุม

และมีภาพถ่ายของคนที่เสียชีวิตเป็นฉากหลัง

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

‘คนเสื้อแดง’ เลือกสถานที่ในการปักหลักชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมานำไปสู่การมีมาตรการทางทหารในการสลายการชุมนุมโดยใช้ยุทธการล้อมปราบใหญ่ในเมือง และมีคนเสื้อแดงจำนวน 99 ชีวิตถูกสังหารกลางใจเมือง ทั้งยังบาดเจ็บกว่า 2,000 คน และกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่สังคมไทยอยู่ในภาวะกล้ำกลืน ลืมไม่ได้ จำไม่ลง กับป้ายที่เขียนว่า ‘เขตใช้กระสุนจริง’

 

จากนั้นเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ในปี 2554 จากพรรคพลังประชาชนสู่พรรคเพื่อไทย และทักษิณก็เปิดหน้าส่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว เข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว โดยใช้เวลาเพียง 49 วันก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็น ‘นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย’ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงพ่ายแพ้การเลือกตั้งหนนี้เช่นเดิม

 

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยของยิ่งลักษณ์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนัก ตั้งแต่ต้องเจอกับมหาอุทกภัยใหญ่ในปี 2554 ขณะที่อีก 2 ปีต่อมา​​ได้ก่อเกิดกลุ่มการเมืองที่ทำให้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกต้องพลัดพรากจากแผ่นดินเกิด นับเนื่องจนถึงเวลานี้ก็เกือบ 1 ทศวรรษแล้ว 

 

คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่รู้จักกันในนาม ‘กปปส.’ ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเลขาธิการ คือพายุลูกใหญ่ทางการเมืองของยิ่งลักษณ์ ที่ปมเหตุเริ่มต้นประท้วงจนหลุดเก้าอี้มาจากกรณีการเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง ที่อาจรวมถึงทักษิณด้วย

 

การชุมนุมประท้วงกินเวลาเกือบปี ก่อนจะนำมาซึ่งการก่อรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะก่อการ ก่อนที่ในเวลาต่อมา พล.อ. ประยุทธ์ จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ด้วยตนเอง และอยู่ในตำแหน่งนี้ยาวนานถึง 8 ปี 363 วัน

 

ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช.

ระหว่างร่วมกิจกรรม ‘รำลึกและสดุดีวีรชน 14 ปี เมษา-พฤษภา 2553’

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

THE STANDARD สนทนากับ ธิดา ถาวรเศรษฐ ในฐานะอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตคนเสื้อแดง ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ที่มี แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายใหญ่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัว ณ เวลานี้ไม่ได้รู้สึกอะไรตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้ข้ามขั้วไปแล้ว ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็เกือบจะได้เข้าร่วมรัฐบาลตั้งแต่ 16 เสียงโหวตเห็นชอบ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

 

พรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่อยู่ในขั้วรัฐบาลเดิม (รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์) ดังนั้นบริบททางสังคมก็หมายความว่า “คุณเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว” ดังนั้นการจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ก็เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น และเพื่อป้องกันพรรคการเมืองอื่นออกเสียงได้เท่าที่ควรจะเป็น 

 

“ส่วนตัวอาจารย์ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เรื่องใหญ่คือเขาตัดสินใจไปแล้ว ประชาธิปัตย์เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เป็นส่วนย่อยที่เข้าไปเสริม”

 

ธิดากล่าวอีกว่า หากให้เธอพูดในฐานะอดีตประธาน นปช. และพูดความรู้สึกแทนคนเสื้อแดงก็รู้สึกว่าเหมือนถูกตอกย้ำ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นตัวแทนของฝั่งอำมาตย์และขั้วอนุรักษนิยมในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจ โดยเฉพาะเมื่อปี 2553 ที่ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน และการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการตอกย้ำให้แผลของคนเสื้อแดงที่เคยมีอยู่ ‘ถูกกระทุ้ง’ ให้เจ็บปวดมากขึ้นอีกครั้ง 

 

ในส่วนของคนเสื้อแดงที่ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ธิดากล่าวว่า ไม่ใช่ว่าคนเหล่านั้น ‘ไม่เจ็บ’ กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยังมีความจงรักภักดีกับพรรคเพื่อไทย กล่าวคือถึงอย่างไรก็หยวนๆ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ 

 

ขณะเดียวกันเวลานี้ความคิดของคนเสื้อแดงกระจายไปเป็นโหวตเตอร์ให้กับพรรคก้าวไกลและพรรคอนาคตใหม่ไปบ้างแล้ว แต่ส่วนที่ยังเหลืออยู่ คนที่ยังเลือกอยู่ ก็เพราะยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในฟากฝั่งประชาธิปไตย ยังอยู่ในดินแดนเดียวกัน ส่วนตัวคิดว่าคนส่วนนี้น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด 

 

ธิดาขยายความเพิ่มว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยมีการข้ามขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาล สำหรับตนเองมองว่า ณ เวลานี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในฝั่งพรรคประชาธิปไตยอีกต่อไป และได้เข้าไปเป็นแกนนำของฝั่งจารีตนิยมแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าเป็นศัตรู เนื่องจากเพิ่งก้าวข้ามไปได้ไม่นาน ยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่สุดท้ายต้องรอดูว่าจะถูกกลุ่มอำมาตย์จัดการอย่างไร เนื่องจากฝั่งอำมาตย์ก็ยังไม่ได้ไว้ใจพรรคเพื่อไทยขนาดนั้น 

 

“ถ้าไม่มีพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีวันนี้ เขาไม่ได้ไว้ใจและยังต้องการให้พรรคเพื่อไทยอยู่ใต้อาณัติ เชื่อว่าคุณทักษิณจะต้องถูกดำเนินคดีอีกมาก เพราะฝั่งอนุรักษนิยมยังคงกลัวและเกลียด”

 

ถึงกระนั้นธิดาก็กล่าวว่า ยังถึงไม่เวลาที่จะต้องมองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นศัตรู เพราะยังหวังความร่วมมือในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม รวมถึงแก้กฎหมายต่างๆ หากทำได้สำเร็จก็อาจจะรักษาฐานเสียงของคนเสื้อแดงที่ยังรักทักษิณและยังพอที่จะลงคะแนนเสียงให้อยู่

 

ธิดายังมองสถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ล่มสลายในฐานะแกนนำพรรคอนุรักษนิยมไปแล้ว ในเวลานี้จึงทำได้เพียงแค่พยายามที่จะเกาะติดไปกับพรรคแกนนำรัฐบาลเท่านั้น 

 

ธิดาประเมินสถานการณ์อนาคตของรัฐบาลของแพทองธารว่า ตนเองไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่หรือนานแค่ไหน แต่เท่าที่ตนเองทราบ ความเป็นเอกภาพและความเกลียดชังของฝั่งอนุรักษนิยมที่มีต่อพรรคเพื่อไทยนั้นยังมีสูงมาก 

 

ดังนั้นเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่เสียงในสภามีเพียงพอหรือไม่ แต่จะรัฐบาลจะถูกช่องโหว่ทางกฎหมายเล่นงาน 

 

แม้จะมีความเชื่อมั่นว่ามีบิ๊กดีล กล่าวคือฝั่งจารีตนิยมยังต้องการตัว แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การถูกควบคุม โดยที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจได้ ดังนั้นเราจะเห็นนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตก็ไม่ได้อนุญาตให้ถูกทำตามใจชอบ ไม่สามารถทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่เคยโฆษณาไว้ได้ 

 

“ต้องอยู่ภายใต้กรอบที่อนุญาตให้ทำได้ อย่าเกินขอบเขตและอย่าเปิดช่องโหว่ โดยเฉพาะการพูดว่าไม่ใช่การครอบงำแต่เป็นครอบครองนั้น ครอบครองนั้นแย่กว่าครอบงำด้วยซ้ำ เรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรโอ้อวด ที่จะต้องเที่ยวไปประกาศหรือต้องพูด” ธิดากล่าวทิ้งท้าย

The post ‘เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร’ 2 ทศวรรษความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทักษิณวางเกมยาว ดึงบ้านใหญ่สู้กระแสส้ม ก้าวข้ามบ้านป่าฯ หมดขัดแย้ง? | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow140667/ Fri, 14 Jun 2024 12:20:13 +0000 https://thestandard.co/?p=945306

ทักษิณวางเกมยาว ดึงบ้านใหญ่สู้กระแสส้ม ก้าวข้ามบ้านป่าฯ […]

The post ชมคลิป: ทักษิณวางเกมยาว ดึงบ้านใหญ่สู้กระแสส้ม ก้าวข้ามบ้านป่าฯ หมดขัดแย้ง? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทักษิณวางเกมยาว ดึงบ้านใหญ่สู้กระแสส้ม ก้าวข้ามบ้านป่าฯ หมดขัดแย้ง?

 

คุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน

 

  • จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 
  • รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 14 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ทักษิณวางเกมยาว ดึงบ้านใหญ่สู้กระแสส้ม ก้าวข้ามบ้านป่าฯ หมดขัดแย้ง? | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
จักรภพ เพ็ญแข ประกาศกลับไทย 28 มี.ค. ขอ “กลับไปรับใช้เมืองไทย” https://thestandard.co/jakrapob-penkhae-announces-return-to-thailand/ Wed, 27 Mar 2024 09:59:18 +0000 https://thestandard.co/?p=916228

วันนี้ (27 มีนาคม) จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนัก […]

The post จักรภพ เพ็ญแข ประกาศกลับไทย 28 มี.ค. ขอ “กลับไปรับใช้เมืองไทย” appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 มีนาคม) จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาล ‘สมัคร สุนทรเวช’ และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล ‘ทักษิณ ชินวัตร’ และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประกาศเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (28 มีนาคม) หลังลี้ภัยอยู่ต่างประเทศมากว่า 10 ปี พร้อมระบุว่า “กลับไปรับใช้เมืองไทยครับ”

 

สำหรับจักรภพ เป็นอดีตผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์และนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศชื่อดัง ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักการเมือง และยังเป็นนักการเมืองที่ได้รับข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการไปพูดเรื่องระบบอุปถัมภ์ในไทยที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยด้วย

 

จักรภพมีบทบาทในการก่อตั้ง นปก. หรือแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ก่อนจะขยายตัวมาเป็น นปช. เคยจัดรายการ ความจริงวันนี้ ร่วมกับ วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ ก่อแก้ว พิกุลทอง ทางช่อง NBT ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศในช่วงการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน 2552 และเมื่อรัฐประหารปี 2557 ได้ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกรายงานตัว แต่ไม่มา จึงถูกศาลทหารออกหมายข้อหาฝ่าฝืนการไปรายงานตัว และถูกกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามในปี 2560

 

อ้างอิง:

The post จักรภพ เพ็ญแข ประกาศกลับไทย 28 มี.ค. ขอ “กลับไปรับใช้เมืองไทย” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิเอาใจช่วยก้าวไกล เชื่อแกนนำพรรคหาทางรอดได้ ชี้ยุบไปก็ไม่มีฝ่ายใดชนะ https://thestandard.co/nattawut-cheers-move-forward-party/ Thu, 14 Mar 2024 07:33:47 +0000 https://thestandard.co/?p=911000 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ (14 มีนาคม) ที่รัฐสภา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ […]

The post ณัฐวุฒิเอาใจช่วยก้าวไกล เชื่อแกนนำพรรคหาทางรอดได้ ชี้ยุบไปก็ไม่มีฝ่ายใดชนะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ (14 มีนาคม) ที่รัฐสภา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคก้าวไกลว่า เรื่องยุบพรรคไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาอะไรเลย และไม่ได้นำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายไหนด้วย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่อาจรู้สึกว่าได้ประโยชน์จากการมีพรรคใดถูกยุบ ก็พิสูจน์มาแล้วว่าไม่ใช่จะได้ประโยชน์จริง ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน หรือกระทั่งอนาคตใหม่

 

ณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้ฝ่ายที่ถูกยุบจะได้แรงสนับสนุนจากประชาชนเพิ่ม แต่ก็บอบช้ำไม่ใช่น้อยในการทำงานการเมือง เพราะฉะนั้นส่วนตัวเอาใจช่วย และหวังใจว่าจะไม่มีการตัดสินยุบพรรคการเมืองไหนๆ ขึ้นมาอีก

 

ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า แต่ถ้าประเมินตามข้อเท็จจริงของหลายๆ ฝ่าย สถานการณ์ของพรรคก้าวไกลอยู่ในช่วงที่ล่อแหลมมาก สำหรับการเผชิญคำพิพากษาต่างๆ ก็เชื่อว่าแกนนำ กรรมการบริหาร และสมาชิกพรรคก้าวไกล คงกำหนดวิธีการรับมือ และคงมีแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไป ดังนั้นคิดว่าเรื่องยุบพรรคไม่ควรจะมีขึ้นอีกแล้ว และควรมีการพิจารณาในชั้นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงชั้นของการพูดถึงตัวบทกฎหมายด้วยว่า การเขียนกฎหมายให้อำนาจยุบพรรคการเมืองอย่างเช่นที่เคยเป็นมา ควรจะยุติได้เสียที

The post ณัฐวุฒิเอาใจช่วยก้าวไกล เชื่อแกนนำพรรคหาทางรอดได้ ชี้ยุบไปก็ไม่มีฝ่ายใดชนะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิชี้ ควรดึงศักยภาพทักษิณช่วยบ้านเมือง เพราะมีคอนเน็กชันระดับโลก https://thestandard.co/nattawut-say-let-thaksin-help-politics/ Thu, 14 Mar 2024 07:28:02 +0000 https://thestandard.co/?p=910997 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ (14 มีนาคม) ที่รัฐสภา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ […]

The post ณัฐวุฒิชี้ ควรดึงศักยภาพทักษิณช่วยบ้านเมือง เพราะมีคอนเน็กชันระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

วันนี้ (14 มีนาคม) ที่รัฐสภา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมครอบครัวว่า ตนเองยังไม่ได้พบทักษิณ แต่ส่วนตัวไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นสงครามการแย่งชิงพื้นที่ แต่มองในฐานะคนที่ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่กว่า 20 ปี หากเป็นตนเองจะเดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นบ้านเกิดเช่นเดียวกัน ซึ่งตามกำหนดการอดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่เพื่อไปไหว้สักการะครูบาศรีวิชัยที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ หากเป็นตนเองก็จะไปกราบพระบรมธาตุเจดีย์เช่นกัน 

 

“ผมว่ามันคงเร็วเกินไปที่จะมาวิเคราะห์และตีความทางการเมือง เราต้องดูว่าบทบาทของท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ หลังจากนี้พ้นเงื่อนไขต่างๆ และสามารถเคลื่อนไหวโดยอิสระ จึงจะพิจารณาเป็นมิติทางการเมืองได้มากกว่าและชัดกว่า” ณัฐวุฒิกล่าว 

 

ส่วนทักษิณจะมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือไม่นั้น ณัฐวุฒิกล่าวว่า ทักษิณเป็นคนการเมือง การที่ท่านกลับมาครั้งนี้ในวัย 75 ปี แน่นอนได้กลับมาทำหน้าที่คุณตา คุณปู่ แต่ช่วงเวลาอื่นๆ จะให้อดีตนายกรัฐมนตรีวางมือจากการเมืองเสียเลย โดยธรรมชาติของตัวท่านคงไม่เป็นเช่นนั้น แต่บทบาทของท่านจะเป็นอย่างไรต่อไป คนที่เห็นด้วยหรือเห็นต่างสามารถวิจารณ์ได้ กองเชียร์ก็ต้อนรับ ส่วนกองไม่เชียร์ก็ตั้งคำถาม นี่เป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครสามารถมีข้อยกเว้นได้

 

ณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ทักษิณเป็นคนระดับโลก สังคมไทยควรที่จะหาวิธีการดึงเอาศักยภาพของท่านมาใช้ โดยเฉพาะในเวทีนานาชาติ ทักษิณเป็นคนไทยที่มีเครือข่าย มีสายสัมพันธ์ มีศักยภาพ รวมถึงมีต้นทุนทางความเชื่อถือในการคบหากับบุคคลสำคัญทั้งในแวดวงการเมือง ธุรกิจ หรือสังคมอย่างมาก ในวันนี้ประเทศไทยต้องการคนที่มีศักยภาพแบบนี้ แต่ตนเองไม่ได้บอกว่าให้ทักษิณเข้ามามีตำแหน่งหรือมีบทบาท แต่จะปล่อยให้คนที่มีศักยภาพแบบนี้เงียบหายเฉยๆ โดยไม่นำมาช่วยเหลือบ้านเมือง ตนเองก็มองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ตัวเองไม่ได้พูดเพื่อสร้างกระแสหรือปลุกอารมณ์ของสังคม 

 

“ถ้าไม่คิดจะใช้นายกฯ ทักษิณให้เป็นประโยชน์ ผมว่าขาดทุนนะครับ” ณัฐวุฒิกล่าว

The post ณัฐวุฒิชี้ ควรดึงศักยภาพทักษิณช่วยบ้านเมือง เพราะมีคอนเน็กชันระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอเหวงยื่นก้าวไกลเร่งฟื้นคดีเสื้อแดง 53 ชัยธวัชยันทำเต็มที่ แม้อยู่ในสถานะฝ่ายค้าน https://thestandard.co/dr-weng-submits-petition-to-mfp/ Thu, 29 Feb 2024 09:13:42 +0000 https://thestandard.co/?p=905716

วันนี้ (29 กุมภาพันธ์) นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำแนวร่ […]

The post หมอเหวงยื่นก้าวไกลเร่งฟื้นคดีเสื้อแดง 53 ชัยธวัชยันทำเต็มที่ แม้อยู่ในสถานะฝ่ายค้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กุมภาพันธ์) นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะประชาชนทวงคืนความยุติธรรม 2553 (คปช.53) พร้อมญาติผู้สูญเสีย ยื่นหนังสือถึง ชัยธวัช ตุลาธน สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทวงคืนสัญญารื้อฟื้นคดีที่ถูกแช่แข็งตั้งแต่ปี 2553 

 

โดยคณะประชาชนทวงคืนความยุติธรรม 2553 ได้นำเสนอข้อเสนอดังนี้

 

  1. ตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายรัฐบาลที่มีอำนาจสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ตัวแทนพรรคการเมือง, ตัวแทนผู้สูญเสีย, นักวิชาการ, นักสิทธิมนุษยชน และนักกฎหมาย เพื่อตรวจสอบคดีความกรณีปี 2553 ที่ถูกแช่แข็ง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหลักนิติรัฐนิติธรรม รวมทั้งคดีความที่ปฏิบัติต่อเยาวชนและประชาชนปี 2563 ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ได้ลงนามหลักสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงเร่งรัดคดีความที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชนและยังค้างคาอยู่ที่หน่วยงานต่างๆ 

 

  1. แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระธรรมนูญศาลทหาร, พระธรรมนูญศาลยุติธรรม, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีที่ทหารและนักการเมืองทำความผิดทางอาญาต่อประชาชนให้ขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ทหารขึ้นศาลทหาร นักการเมืองขึ้นศาลนักการเมือง เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 

 

  1. ขอให้ลงนามรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เฉพาะกรณีเหตุการณ์ปี 2553 ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์แต่ประการใด 

 

  1. ดำเนินการเพื่อแก้ไขให้ได้รัฐธรรมนูญของประชาชนให้ได้ระบอบประชาธิปไตยแท้จริง 

 

  1. แก้ไขกฎหมายอื่นอันเป็นผลพวงจากการทำรัฐประหาร รวมทั้งพระราชบัญญัติองค์กรรัฐซ้อนรัฐ กอ.รมน. กฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116 ที่กลายเป็นเครื่องมือจัดการผู้เห็นต่างทางการเมือง 

 

  1. ดำเนินการเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปกองทัพ และองค์กรอิสระอย่างจริงจัง 

 

  1. กระจายอำนาจบริหารจากส่วนกลางไปยังภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์ เจ้าขุนมูลนาย และการคอร์รัปชันส่งนายใหญ่ตามลำดับ ให้ผู้บริหารผ่านการเลือกตั้งของประชาชนและถูกตรวจสอบได้ง่าย 

 

  1. ให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด หรือมาจากประชาชนโดยอ้อม ผ่านการคัดสรรตามโควตา สส. ในรัฐสภาของพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งทั่วไป

 

นพ.เหวง กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ เราสนับสนุนการนิรโทษกรรมคดีความของผู้เห็นต่างทางการเมืองที่ไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการเรียกร้องทวงความยุติธรรมของประชาชน เพื่อการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศตามหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงข้อเรียกร้องของเราในกรณีการปราบปรามประชาชนปี 2553 เป็นข้อเรียกร้องให้รัฐดำเนินการตามกฎหมายของประเทศและระหว่างประเทศที่เราลงนามไปแล้ว เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่มีการฆ่าประชาชนมือเปล่ากลางถนนครั้งแล้วครั้งเล่าอีกต่อไป

 

ด้านชัยธวัชกล่าวว่า ในฐานะฝ่ายค้าน เราพยายามค้นหาข้อเท็จจริง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะยังเป็นฝ่ายค้านอยู่ แต่เราพยายามทำอย่างเต็มที่ 

 

ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ประสานงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยู่เป็นระยะ เพื่อติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ทั้งหมดที่ค้างอยู่ในสารบบ ซึ่งยังไม่มีการสั่งฟ้องขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นคดีความที่มีการยื่นสั่งฟ้องไปแล้ว แต่ก็ยังถูกตีตกด้วยสาเหตุในแง่เทคนิคทางกฎหมาย อย่างน้อยทั้ง 62 ศพที่ยังไม่มีการไต่สวนการเสียชีวิตจนถึงวันนี้ก็มีการติดตามอยู่เป็นระยะ เพื่อผลักดันให้คดีความเหล่านี้มีความคืบหน้า ก็เป็นเรื่องที่เราติดตามอยู่ จึงขอแจ้งให้ญาติวีรชนได้รับทราบ

 

ชัยธวัชกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะมีการรับข้อเสนอเพื่อผลักดันให้มีคณะกรรมการในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งน่าจะมีหลายช่องทาง 

 

ทั้งนี้ หากจะให้มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการชุดนี้ต้องมีอำนาจทางกฎหมายพอสมควร ซึ่งตนก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางการตราร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่ได้พูดคุยกันเฉพาะเรื่องนิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียว แต่มีการค้นหาความจริงเกี่ยวกับความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดคือการสลายการชุมนุมปี 2553 

 

โดยตนใช้ช่องทางนี้ในการผลักดันด้วย ขณะเดียวกัน กมธ. ของสภาก็น่าจะทำได้ แต่อาจจะมีข้อจำกัดในการเรียกพยานหลักฐานและบุคคล รวมถึงจะมีการหารือกับ กมธ.การกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าจะมีฝ่ายรัฐบาลเป็นประธาน กมธ.การกฎหมายฯ แต่ก็คิดว่าจะสามารถพูดคุยกันได้ 

 

ชัยธวัชกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลยังได้พิจารณากฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาทบทวนกฎหมายความมั่นคงต่างๆ ที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงได้โดยที่ไม่ต้องรับผิด รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมปี 2553 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนมาก

The post หมอเหวงยื่นก้าวไกลเร่งฟื้นคดีเสื้อแดง 53 ชัยธวัชยันทำเต็มที่ แม้อยู่ในสถานะฝ่ายค้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>