เอเปค Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เอเปค/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 20 Nov 2022 01:55:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วาทะเด็ดในงาน APEC CEO Summit 2022 วันสุดท้าย https://thestandard.co/apec-ceo-summit-2022-quote-2/ Fri, 18 Nov 2022 14:20:58 +0000 https://thestandard.co/?p=711906 APEC CEO Summit 2022

ประมวลวาทะเด็ดบนเวทีเสวนา APEC CEO Summit 2022 ในวันสุด […]

The post วาทะเด็ดในงาน APEC CEO Summit 2022 วันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
APEC CEO Summit 2022

ประมวลวาทะเด็ดบนเวทีเสวนา APEC CEO Summit 2022 ในวันสุดท้าย (18 พฤศจิกายน) จากบรรดาผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระดับโลก บริษัทมหาชนทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่มาร่วมกันแชร์ไอเดียในประเด็นสำคัญของโลก ทั้งในแง่เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การค้า การลงทุน และความยั่งยืน โดยงานในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้สโลแกน ‘Embrace, Engage, Enable’

 

APEC CEO Summit 2022

 

“นโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินไปมีความเสี่ยงน้อยกว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดน้อยเกินไป… เป็นเรื่องสำคัญมากที่ธนาคารกลางจะต้องเดินหน้าชนในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ”

 

 

“ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตในภูมิภาค แต่เป็นวิกฤตระดับโลก… นี่เป็นการรุกรานที่ละเมิดกฎระเบียบระหว่างประเทศ ซึ่งผลักให้หลายประเทศตกอยู่ในภาวะที่ต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างใด… ในขณะที่เราต้องการระเบียบโลกที่เป็นหนึ่งเดียว”

 

 

“คนทุกเพศ รวมทั้งผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ควรมีโอกาสเท่าเทียมกัน”

 

 

“6.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.4 ล้านล้านบาท คือรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าไว้ว่าจะทำได้ในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายได้ช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิดถึง 80%”

 

 

“สหรัฐฯ มีพันธสัญญาทางเศรษฐกิจที่ยืนยงต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่จะคงอยู่อย่างยาวนานไม่เพียงแค่หลายปี แต่จะยาวนานไปอีกหลายทศวรรษและหลายชั่วอายุคน เราจะไม่ห่างหายไปไหน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศและภาคธุรกิจในภูมิภาคนี้”

 

 

 “เราพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารแบบเฉพาะหน้า… จินตนาการได้ไม่ยากว่าหากมีสถานการณ์แบบยูเครนเกิดขึ้นอีกในอนาคต อาหารจะถูกใช้เป็นอาวุธ”

 

 

“เราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเทคโนโลยีคือคำตอบของการผลิตอาหารได้เพียงพอในราคาที่เหมาะสม… โรงเรือนที่ทันสมัย ระบบจัดการอัตโนมัติ และการควบคุมสภาพแวดล้อม ทำให้คนงานเพียง 1 คน เลี้ยงไก่ได้ถึง 10,000 ตัว”

 

 

“ในช่วงเริ่มต้นของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผู้คนในอุตสาหกรรมยังไม่ควรจะแข่งขันกัน แต่ควรจะหันมาร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรหรือรัฐบาล”

 

 

“โควิดช่วยให้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหน้าใหม่ในอาเซียนเพิ่มขึ้น 18% ทำให้ปัจจุบันอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในอาเซียนอยู่ที่ 75% แม้ว่าโควิดจะผ่านไปแล้ว แต่อุตสาหกรรมดิจิทัลในภูมิภาคจะพัฒนาต่อไป ไม่ถอยหลังกลับ เพื่อเพิ่มการเติบโตที่ยั่งยืนและเท่าเทียม”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post วาทะเด็ดในงาน APEC CEO Summit 2022 วันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพผู้นำนานาประเทศตบเท้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2022 https://thestandard.co/apec-thailand-18112022-14/ Fri, 18 Nov 2022 13:47:46 +0000 https://thestandard.co/?p=711869

ประมวลภาพเวทีเสวนา APEC CEO Summit 2022 วันที่สอง (18 พ […]

The post ประมวลภาพผู้นำนานาประเทศตบเท้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประมวลภาพเวทีเสวนา APEC CEO Summit 2022 วันที่สอง (18 พฤศจิกายน) ผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระดับโลก บริษัทมหาชนทั้งในไทยและต่างประเทศ ร่วมขึ้นเวทีถกประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การค้า การลงทุน ธุรกิจ สังคม รวมทั้งสุขภาพ

 

ในประเด็นสำคัญของการร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้คือ การมองอนาคตของสังคมโลกในหลากหลายบริบท ผ่านหลากหลายมุมมอง ภายใต้หัวข้อ ‘Embrace, Engage, Enable’ ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการเตรียมความพร้อมทางด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อไปได้ในอนาคต

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

The post ประมวลภาพผู้นำนานาประเทศตบเท้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพผู้นำนานาประเทศตบเท้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2022 https://thestandard.co/photo-leaders-in-apec-ceo-summit-2022/ Thu, 17 Nov 2022 12:56:45 +0000 https://thestandard.co/?p=711127

ประมวลภาพเวทีเสวนา APEC CEO Summit 2022 วันแรก (17 พฤศจ […]

The post ประมวลภาพผู้นำนานาประเทศตบเท้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประมวลภาพเวทีเสวนา APEC CEO Summit 2022 วันแรก (17 พฤศจิกายน) ผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระดับโลก บริษัทมหาชนทั้งในไทยและต่างประเทศ ร่วมขึ้นเวทีถกประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การค้า การลงทุน ธุรกิจ สังคม รวมทั้งสุขภาพ

 

ในประเด็นสำคัญของการร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้คือ การมองอนาคตของสังคมโลกในหลากหลายบริบท ผ่านหลากหลายมุมมอง ภายใต้หัวข้อ ‘Embrace, Engage, Enable’ ซึ่งเป็นเวทีสำหรับการเตรียมความพร้อมทางด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อไปได้ในอนาคต


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ประมวลภาพผู้นำนานาประเทศตบเท้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคเอกชนเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนเวที ‘APEC 2022’ ชูแนวคิด ‘Embrace Engage Enable’ https://thestandard.co/private-sector-proposes-economy-guidelines/ Wed, 16 Nov 2022 08:27:56 +0000 https://thestandard.co/?p=710004

ภาคเอกชนภายใต้การนำของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) […]

The post ภาคเอกชนเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนเวที ‘APEC 2022’ ชูแนวคิด ‘Embrace Engage Enable’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาคเอกชนภายใต้การนำของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) ผู้รับหน้าที่ประธานและเจ้าภาพการจัดประชุมสภาที่ปรึกษาธุรกิจ 2022 และ APEC CEO Summit 2022 ภายใต้แนวทาง ‘Embrace Engage Enable’ พร้อมส่งมอบข้อเสนอแนะและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแก่ภาคนโยบายผ่านเวทีการประชุม APEC 2022 โดยพร้อมกันนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก PwC ในฐานะ ‘พันธมิตรด้านองค์ความรู้’ ของงาน APEC CEO Summit 2022 ในการส่งมอบรายงานทางธุรกิจ (Thought Leadership) แก่ภาคธุรกิจ ทิศทางสำคัญต่อการขับเคลื่อนและก้าวข้ามความท้าทายของการดำเนินธุรกิจภาคเอกชนในอนาคตอันใกล้

 

สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค คือหน่วยงานภาคเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1995 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของภาคเอกชนในการส่งมอบข้อเสนอแนะต่อผู้นำ APEC ในการเจรจาประจำปี และให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ APEC ในข้อกังวลต่างๆ ของภาคธุรกิจ ตลอดจนประเด็นต่างๆ ที่สำคัญของภาคธุรกิจ โดยการประชุมสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคจะจัดขึ้น 4 ครั้งต่อปี โดยระหว่างนี้ สมาชิกสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคจะเข้าร่วมการประชุมของเจ้าหน้าที่อาวุโส การประชุมระดับรัฐมนตรีประจำปี และการประชุมระดับรัฐมนตรีรายสาขาของการประชุม APEC ที่จัดขึ้นตลอดปี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ข้อเสนอแนะต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC

ด้วยช่วงปีที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เผชิญภาวะการหยุดชะงักครั้งใหญ่ ไม่ว่าจากการแพร่ระบาดของโควิด ความท้าทายด้านสงคราม วิกฤตความมั่นคงด้านอาหาร วิกฤตพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ ฯลฯ การส่งมอบข้อแนะนำจากสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค 2022 (ABAC 2022) ภายใต้แนวทาง ‘Embrace Engage Enable’ ในปีนี้ จึงนับเป็นมิติใหม่ทางสถานการณ์โลก ที่จะเป็นการเปิดรับโอกาส (Embrace), การสอดประสานความร่วมมือ (Engage) และการร่วมผลักดันสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ (Enable) โดยมีเป้าหมายของการสนับสนุนการเร่งการฟื้นตัว และการกลับมาสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจใหม่อีกครั้งเป็นประการสำคัญ

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจ 2022 กล่าวว่า คำแนะนำของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคในปีนี้ รวบรวมขึ้นโดยมีฉากหลังของความขัดแย้งและแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง เราพบความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าความไม่มั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ผลกระทบอย่างต่อเนื่องของการระบาดใหญ่ การหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อันบั่นทอนความสามารถของภูมิภาคในการบรรลุวิสัยทัศน์ของ APEC นั่นคือการเป็นชุมชนเอเชีย-แปซิฟิกที่เปิดกว้าง มีพลัง ยืดหยุ่น และสงบสุขภายในปี 2040 เพื่อความมั่งคั่งของประชาชนและคนรุ่นต่อไปในอนาคต 

 

อย่างไรก็ดี หลังสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคผ่านการประชุมใหญ่มาตลอดปีรวม 3 ครั้ง ไม่ว่าที่สิงคโปร์ แคนาดา และเวียดนาม จนมาถึงครั้งสุดท้ายที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายนนี้ ณ วันนี้เราสามารถกล่าวได้ว่า เราได้ข้อสรุปของข้อเสนอแนะรวมทั้งสิ้น 69 ข้อ ภายใต้เป้าหมายใหญ่ 2 แนวทาง นั่นคือการส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน และการกลับมาสร้างแรงกระตุ้นสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั่วถึง และมีความยืดหยุ่น โดยในข้อหลัง ประกอบด้วยการก้าวสู่ความยั่งยืน การบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยผ่านการทำให้เป็นดิจิทัล โดยคณะทำงานจะทำการส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์แก่ผู้นำ APEC ในลำดับต่อไป”

 

ข้อเสนอแนะต่อภาคธุรกิจ

นอกจากข้อเสนอแนะต่อภาคนโยบาย สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคยังรับหน้าที่การเป็นประธานและเจ้าภาพการจัดประชุม APEC CEO Summit 2022 ระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน ภายใต้แนวทาง ‘Embrace Engage Enable’ อีกเช่นกัน อันนับเป็นการประชุมที่รวมผู้นำเขตเศรษฐกิจ ผู้นำทางความคิด และซีอีโอชั้นนำจำนวนมากในการแลกเปลี่ยนมุมมองทางการค้า การลงทุน และการขับเคลื่อนทางสังคม เพื่อให้ชุมชนเอเชีย-แปซิฟิกได้ร่วมโอบรับโอกาส สอดประสานความร่วมมือ และการผลักดันสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน

 

มนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ APEC Business Advisory Council Executive Director 2022 และ APEC Business Advisory Council Thailand Alternate Member กล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนข้อมูลจากเอกชนต่อภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญยิ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และลงทุนในเอเชีย-แปซิฟิกไว้ว่า “แม้บทบาทหลักของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคจะเป็นการส่งมอบข้อเสนอแนะต่อภาคนโยบาย แต่เพื่อให้กลไกของภาคเอกชนขับเคลื่อนอย่างรอบด้านและมีพลวัต เราจึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับในอีกช่องทาง ผ่านรายงานที่จะเป็นการให้คำแนะนำต่อภาคธุรกิจในประเด็นสำคัญต่างๆ ดังที่เราต่างพบว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าแรงกดดันจากอัตราเงินที่เฟ้อที่สูงขึ้น การปรับตัวหลังโควิดจากหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวสู่ดิจิทัลของธุรกิจและผู้บริโภคที่รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศที่ทั้งโลก รวมทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังให้ความสำคัญอยู่ในเวลานี้…เราเชื่อว่าช่วงเวลานี้ ภาคธุรกิจกำลังต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ในการนำไปเป็นแนวทางในการปรับใช้เป็นการเร่งด่วน”

 

รายงานดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือจาก PwC หรือพันธมิตรด้านองค์ความรู้ (Knowledge Partner) ของการประชุม APEC CEO Summit 2022 ในการส่งมอบข้อมูลเชิงลึกระหว่างการประชุม เกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ Executive Director, APEC CEO Summit 2022 และ APEC Business Advisory Council Thailand Alternate Member กล่าวถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ไว้ว่า “ด้วยสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ยังรับหน้าที่ประธานและการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC CEO Summit 2022 เราจึงเห็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีข้อมูลเชิงลึกประกอบการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ เพื่อที่สุดแล้ว นอกเหนือจากบทสนทนาที่เข้มข้นที่จะเกิดขึ้นระหว่างการประชุม เราก็ยังมีรายงานที่อัดแน่นด้วยข้อเสนอแนะที่สำคัญแก่ภาคธุรกิจในการไปปรับใช้ เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต โดยผู้จัดงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ PwC ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านองค์ความรู้ (Knowledge Partner) ของ APEC CEO Summit 2022 ได้ร่วมสนับสนุนในการส่งมอบรายงาน (Thought Leadership) ดังกล่าว เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งสำหรับการประชุมอันทรงคุณค่า และการเป็นแนวทางของภาคธุรกิจในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

 

ด้าน ศรีดารัน ไนร์ รองประธาน PwC ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวถึงการสนับสนุนด้านรายงาน (Thought Leadership) ภายใต้ชื่อ ‘การรับมือต่อโลกแห่งความเป็นจริงใหม่’ (Asia Pacific’s Time: Responding to the new reality) ฉบับนี้ไว้ว่า “ธุรกิจต่างๆ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และนำพาภูมิภาคนี้ไปสู่อนาคต ในฐานะขุมพลังทางเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ เปลี่ยนความไม่แน่นอนของความเป็นจริงในวันนี้ให้เป็นโอกาส ผู้นำธุรกิจจำเป็นต้องมีความกล้าที่จะปรับตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความไว้วางใจ และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ซึ่งเราพบว่า มีปัจจัยห้าประการที่มีความสอดคล้องและส่งเสริมกัน ได้แก่ ห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตขององค์กรระดับภูมิภาค เศรษฐกิจดิจิทัล กำลังแรงงาน และภูมิทัศน์ของ ESG ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนการสร้างความแตกต่าง และความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจในภูมิภาคให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป

 

พลังสำคัญแห่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

การส่งมอบข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนต่อภาคนโยบาย (ABAC’s Recommendations) และจากภาคเอกชนต่อภาคธุรกิจ (Thought Leadership) ที่ดำเนินการผ่านสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค 2022 นี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ นั่นเพราะภาคธุรกิจคือกลไกหลักในการสร้างความเจริญเติบโตทางการค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านเวที APEC และเป้าหมายหลักของ APEC คือการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค

 

ภาคเอกชน โดยสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค 2022 มีความเชื่อมั่นว่า คำแนะนำดังกล่าวจะช่วยหลอมรวม APEC สู่ความเป็นหนึ่ง ในการขับเคลื่อนชุมชนเอเชีย-แปซิฟิกให้เกิดพลวัตและมีความกลมกลืน โดยสนับสนุนการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้างและเสรี ส่งเสริมและเร่งการรวมตัวทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและทางเทคนิค เสริมสร้างความมั่นคงของมวลมนุษย์ และอำนวยความสะดวกในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยและยั่งยืน และทำให้นโยบายกลายเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสร้างข้อตกลงที่จับต้องได้อันเป็นประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน

The post ภาคเอกชนเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนเวที ‘APEC 2022’ ชูแนวคิด ‘Embrace Engage Enable’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการประชุม APEC ที่ไทยเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพ https://thestandard.co/apec-10-must-knows/ Tue, 15 Nov 2022 04:46:17 +0000 https://thestandard.co/?p=709181 APEC

ใกล้เข้ามาแล้วกับการประชุมผู้นำเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิ […]

The post 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการประชุม APEC ที่ไทยเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
APEC

ใกล้เข้ามาแล้วกับการประชุมผู้นำเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ แต่คนไทยหลายคนยังคงมีคำถามและไม่เข้าใจว่าการประชุม APEC คืออะไรกันแน่ และมันมีความสำคัญอย่างไร THE STANDARD WEALTH จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ APEC แบบเข้าใจง่ายผ่านคำถาม 10 ข้อดังต่อไปนี้

 

1. APEC คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?

 

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) เป็นการรวมกลุ่มแบบพหุภาคี 21 เขตเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย รัสเซีย, สาธารณรัฐประชาชนจีน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีนไทเป (ไต้หวัน), เขตบริหารพิเศษฮ่องกง, เวียดนาม, ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, บรูไน, ปาปัวนิวกินี, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, เปรู และชิลี โดยไทยเป็นหนึ่งใน 12 เขตเศรษฐกิจผู้ร่วมก่อตั้ง และประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเมื่อปี 1992 และปี 2003

 

APEC ถูกจัดตั้งเมื่อปี 1989 เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นทางเศรษฐกิจ ให้สมาชิกที่มีแนวนโยบายที่แตกต่างกันหาแนวทางร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นประเด็นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือในเศรษฐกิจของทุกภาคส่วน พลังงาน สาธารณสุข อีคอมเมิร์ซ และสิ่งแวดล้อม เพื่อลดอุปสรรค และอำนวยความสะดวกทางการค้า (สินค้าและบริการ) การลงทุน และการเดินทางระหว่างประเทศ

 

2. APEC แตกต่างจากข้อตกลงพหุภาคีอื่นๆ อย่างไร

 

APEC คือการรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมหลายมิติในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ต่างจากข้อตกลงในพหุภาคีอื่นๆ ที่เน้นเจรจาเพื่อการค้า การดำเนินความร่วมมืออยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ ความสมัครใจ และความยืดหยุ่น รวมถึงไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สมาชิกสามารถดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนตามความพร้อมของแต่ละสมาชิก

 

การประชุม APEC ไม่ใช่ความร่วมมือเฉพาะของภาครัฐเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย ซึ่งก็คือ APEC Business Advisory Council (ABAC) หรือสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของ APEC ซึ่งทุกปีจะมีการรวมตัวกันเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธุรกิจและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อสรุปคำแนะนำประจำปีต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC

 

3. APEC สำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก 

 

APEC ถือเป็นความร่วมมือพหุภาคีที่สำคัญของโลก ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งมูลค่า GDP รวมกันประมาณ 61% ของทั้งโลก และจำนวนประชากรที่คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 1 ใน 3 ของพลเมืองทั้งโลก จึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

 

จากข้อมูลของ World Bank ในปี 2021 พบว่า มูลค่า GDP ของสมาชิก APEC เท่ากับ 59.4 ล้านล้านดอลลาร์ รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของ GDP ในจำนวนนี้ 3 ชาติสมาชิกหลักของ APEC ถือเป็นประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่ 3 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ส่วนไทยมีขนาดทางเศรษฐกิจอยู่ในลำดับที่ 11 (GDP เท่ากับ 0.5 ล้านล้านดอลลาร์) รองจากไต้หวัน (0.7 ล้านล้านดอลลาร์) และเมื่อเทียบในกลุ่มอาเซียนถือเป็นลำดับที่ 2 รองจากอินโดนีเซีย (1.2 ล้านล้านดอลลาร์) 

 

ทางด้านประชากร APEC มีพลเมืองในปี 2021 รวมกันทั้งสิ้น 2.9 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 37% ของทั้งโลก ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 ชาติสมาชิกสำคัญที่จำนวนพลเมืองอยู่ใน 5 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ จีน (อันดับ 1) สหรัฐฯ (อันดับ 3) และอินโดนีเซีย (อันดับ 4) ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 9 ของกลุ่ม APEC และถือเป็นลำดับที่ 4 ของกลุ่มอาเซียนที่เป็นสมาขิก APEC 

 

นอกจากจะเป็นการรวมกลุ่มที่มีขนาดใหญ่แล้ว APEC ยังเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากสัดส่วนกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมดของสมาชิก APEC ในปี 2021 สูงถึง 63.6% สะท้อนว่าโครงสร้างทางประชากรกว่า 2 ใน 3 ยังอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนของทั้งโลก (59%) บ่งชี้โอกาสในการลงทุนและการเข้าถึงตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต นอกจากนี้ APEC ยังเป็นตลาดที่มีพลวัตสูง เนื่องจากหลายประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นเมือง

 

จากข้อมูลของ United Nations พบว่า APEC มีประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองสูงถึง 73% มากกว่าสัดส่วนของโลก (56.6%) การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานมาสู่เมืองของประชากรใน APEC จึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญต่อไปในอนาคต 

 

4. ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับ APEC เป็นอย่างไร

 

เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศค่อนข้างสูง โดยในปี 2021 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ (ทั้งสินค้าและบริการ) มากถึง 116.7% ของ GDP สะท้อนถึงความสำคัญของการเปิดประเทศเพื่อส่งเสริมภาคต่างประเทศให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะด้านการส่งออกและการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงถึง 53.4% และ 45.4% ของ GDP 

 

โดยไทยพึ่งพาด้านการค้ากับกลุ่ม APEC ทั้งการส่งออกสินค้าที่มากถึง 72.1% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากกลุ่ม APEC คิดเป็น 71.9% ของการนำเข้าจากทั่วโลก ตลาดการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ไทยยังมีการเชื่อมโยงทางด้านการลงทุนกับกลุ่มสมาชิก APEC อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโดยตรงจากประเทศสมาชิก APEC ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และการลงทุนของไทยในประเทศสมาชิก APEC เพิ่มขึ้นเช่นกัน 

 

สำหรับด้านการท่องเที่ยว ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกลุ่มประเทศ APEC สูงถึง 28.1 ล้านคน คิดเป็น 70.4% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาไทยทั้งหมดในปี 2019 โดยสัญชาติที่เดินทางมามากที่สุดคือ จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

 

5. กลุ่ม APEC มีบทบาทอย่างไรต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย

 

ในกลุ่ม APEC มีหลายชาติในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจีน ไทย และเกาหลีใต้ ที่อัตราส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Share of Manufacturing to GDP) คิดเป็นสัดส่วนสูงประมาณเกือบ 30% ของ GDP ล่าสุดในปี 2021 สัดส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมต่อ GDP ของชาติข้างต้น ถือเป็น 3 ลำดับแรกของ APEC ที่ระดับ 27.4%, 27.0% และ 25.4% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนของ APEC (15.4%) และของโลก (17.0%) บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยและหลายชาติในเอเชีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงงานของโลก 

 

สำหรับกรณีของไทยนั้น พบว่าสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย 4 อันดับแรกในปี 2021 เป็นผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (คิดเป็น 26.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด), ยานยนต์และชิ้นส่วน (14.2%), ผลิตภัณฑ์ยาง (5.8%) และพลาสติก (5.3%) ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปยัง APEC ทั้งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่ผลิตป้อนตลาด APEC ถึง 77.3%, ยานยนต์ฯ (57.5%), ผลิตภัณฑ์ยาง (72.5%) และพลาสติก (72.8%) แสดงถึงบทบาทของการค้าระหว่างกันในกลุ่มสมาชิก (Intra-trade) ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างสูง ซึ่งต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ร่วมกันจากเงื่อนไขทางการค้าและการลงทุนที่เอื้อแก่สมาชิกในกลุ่มภายใต้กรอบ APEC รวมถึงความพยายามในการลดอุปสรรคทางการค้า และปรับกฎเกณฑ์ที่ช่วยให้ตลาด APEC เปิดกว้างแก่ชาติสมาชิกให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของบรรดาสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

 

6. นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก APEC มีความสำคัญต่อไทยอย่างไร

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่ม APEC สะท้อนจากที่ไทยเป็นประเทศพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในกลุ่ม APEC ซึ่งคิดเป็น 11.8% ของ GDP ในปี 2019 (หรือคิดเป็นมูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่ม APEC คิดเป็น 66.2% ของรายได้ทั้งหมด โดยสัญชาติที่สำคัญคือ จีน คิดเป็นร้อยละ 1 ใน 4 ของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือ มาเลเซีย (5.6%), รัสเซีย (5.4%) และญี่ปุ่น (4.9%) 

 

7. ความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ระดับไหน หากเทียบกับสมาชิก APEC

 

หากพิจารณาถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในโลก จากการจัดอันดับของ International Institute for Management Development หรือ IMD ปี 2022 เผยว่าไทยมีความสามารถทางการแข่งขัน 63.7 คะแนน จาก 100 คะแนน และอยู่อันดับที่ 33 จาก 63 ประเทศทั่วโลก โดยไทยถูกจัดอันดับลดลง 5 อันดับ จากทั้ง 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ด้านสภาวะเศรษฐกิจ อยู่อันดับที่ 34 (ลดลง 13 อันดับ) ลดลงจากด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ด้านราคาปรับดีขึ้น, ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ อยู่อันดับที่ 31 (ลดลง 11 อันดับ) โดยปัจจัยสำคัญที่ลดลงคือด้านการคลังและกฎหมายทางธุรกิจ, ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ อยู่อันดับที่ 30 (ลดลง 9 อันดับ) โดยปัจจัยสำคัญที่ปรับลดลงคือผลิตภาพและประสิทธิภาพ ขณะที่การบริหารจัดการยังคงอันดับเดิม และด้านโครงสร้างพื้นฐาน อยู่อันดับที่ 44 (ลดลง 1 อันดับ) ลดลงจากด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานทั่วไปและการศึกษาปรับดีขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้อันดับความสามารถทางการแข่งขันลดลงมากที่สุดคือ ด้านสภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าหลายประเทศ เนื่องจากไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวสูง จึงทำให้อันดับของไทยอยู่ในอันดับต่ำเมื่อเทียบกับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งในปี 2019 ความสามารถทางการแข่งขันของไทยอยู่ในอันดับที่ 25 จาก 63 ประเทศ 

 

นอกจากนี้หากเปรียบเทียบในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก จะเห็นว่าความสามารถทางการแข่งขันของไทยในปี 2022 อยู่อันดับที่ 9 จาก 14 ประเทศ ซึ่งคงอันดับเดิมจากปีก่อน และอยู่สูงกว่าญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่เป็นสมาชิกใน APEC ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จะสนับสนุนให้อันดับขีดความสามารถของไทยปรับดีขึ้นได้ในระยะข้างหน้า แม้ว่าไทยยังมีความเปราะบางในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังอยู่ในอันดับที่ต่ำ 

 

8. APEC มีความสำคัญเพียงใดต่อภาคการเงินและการขับเคลื่อน Digital Economy

 

ศักยภาพของ APEC สามารถสะท้อนได้จากแนวโน้มการเติบโตของระบบการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ช่วยให้เขตเศรษฐกิจกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน และเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการกระจายธุรกิจและขยายตลาดออกไปในภูมิภาค การระดมทุนของสมาชิก APEC มีแนวโน้มเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่อ GDP ล่าสุดในช่วงปี 2016-2020 ของหลายประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Emerging Markets ในเอเชีย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ รวมถึงไทยที่ตัวเลขดังกล่าวแตะระดับ 107% ต่อ GDP และถือเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของชาติอาเซียนที่เป็นสมาชิก APEC การเติบโตของตลาดทุนดังกล่าวถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในการแสวงหาผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง 

 

นอกจากนี้ระบบการเงินของ APEC ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล Deloitte คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ในทิศทางที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซและดิจิทัลแบงกิ้ง ที่ช่วยกระตุ้นธุรกรรมข้ามพรมแดนระหว่างสมาชิก APEC สอดคล้องกับตัวเลขสัดส่วนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต่อประชากร ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความพร้อมของระบบนิเวศทางดิจิทัล 

 

โดยอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของสมาชิกกลุ่ม APEC ในปี 2021 เท่ากับ 81.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 59.9% ขณะที่ตัวเลขของหลายชาติในเอเชียและไทยต่างมีสัดส่วนที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของโลก นวัตกรรมล่าสุดจากการพัฒนาระบบข้อมูลเปิดที่เชื่อมโยงกัน (Interoperable Open Data) ซึ่งธนาคารกลางในกลุ่มอาเซียนรวมถึงไทยได้ร่วมกันผลักดันเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศผ่าน QR Payment ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค 

 

9. การเข้าร่วม APEC ของไทย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างไร  

 

นับตั้งแต่ไทยได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง APEC กับอีก 11 เขตเศรษฐกิจเมื่อปี 1989 นั้น ความร่วมมือที่ไทยได้ดำเนินการร่วมกับ APEC ในการสนับสนุนการค้าเสรีและลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้มีส่วนช่วยให้การค้าระหว่างไทยกับสมาชิกในกลุ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตลอดช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ไทยร่วมกับชาติสมาชิกได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างกัน ตลอดจนแสวงหาแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เช่น พิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้า ผลจากการดำเนินการดังกล่าวช่วยให้ไทยกับสมาชิกกลุ่ม APEC มีความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น 

 

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS พบว่าสัดส่วนการส่งออกของไทยไปยัง APEC เพิ่มจาก 63.8% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดในปี 1990 เป็น 72.1% ในปี 2021 โดยมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 1990 เป็น 192.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2021 หรือเพิ่มขึ้นถึง 13.1 เท่าตัว ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาด APEC เติบโตโดยเฉลี่ย (CAGR) ถึงประมาณปีละ 9.6% 

 

แม้จะมีความล่าช้าในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของกลุ่ม APEC ซึ่งเป็นความริเริ่มตามปฏิญญาโบกอร์เมื่อปี 2010 ขณะที่การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) ยังไม่สามารถบรรลุข้อสรุปได้ แต่ความพยายามผลักดันการลดอัตราภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้าระหว่างสมาชิก APEC ที่ดำเนินมาโดยตลอด 3 ทศวรรษ ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญและเอื้อต่อการค้าระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยอีกด้วย

 

10. ประเด็นสำคัญของการประชุม APEC ครั้งนี้คืออะไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทยและโลก

 

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจะได้พบปะเยี่ยมเยือนกันภายหลังจากการแพร่ระบาด ประกอบกับสมาชิก APEC ต่างอยู่ในช่วงปรับเศรษฐกิจเพื่อรองรับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ‘เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open. Connect. Balance.)’ ภายใต้ประเด็นหลักที่ไทยมุ่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจากครั้งนี้ ได้แก่ 

 

  1. การเปิดโอกาสด้านการการค้าเสรีและการลงทุนผ่านเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTAAP) ซึ่งไทยจะนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อน FTAAP โดยมีเป้าหมายให้สามารถจัดตั้งขึ้นได้ภายในปี 2040 โดยจะผลักดันให้ผู้นำ APEC ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อรับรองแผนงานดังกล่าว 

 

  1. การจัดตั้งกลไก APEC Safe Passage เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยระหว่างกลุ่มสมาชิก ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว 

 

  1. การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนภาคธุรกิจและยกระดับวิสาหกิจ MSME เพื่อดำเนินกิจการอย่างสมดุลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนการเงินที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) เป็นแนวคิดหลักในการประชุมครั้งนี้ 

 

ในบรรดาความริเริ่มของไทยดังกล่าว การขับเคลื่อน FTAAP ถือเป็นประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งหากไทยสามารถผลักดันประเด็นนี้ให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้ จะส่งผลให้เกิดเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ ความคืบหน้าดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับประเทศนอกกลุ่ม APEC ทั้งยังจะช่วยกดดันให้การเจรจาเปิดเสรีทางการค้าในกรอบของ WTO ที่ชะงักงันให้เดินหน้าต่อไป 

 

จากการศึกษาของ World Bank ประเมินว่า FTAAP จะช่วยให้การส่งออกและ GDP ของไทยเติบโตสะสมในช่วง 10 ปีภายหลังการจัดตั้งประมาณ 4.1% และ 0.8% ตามลำดับ นอกจากนี้ World Bank ยังพบว่า หากเปรียบเทียบผลได้จากการเปิดเสรีทางการค้าในกรอบ FTAAP เทียบกับกรอบอื่นๆ แล้ว FTAAP จะช่วยให้ GDP ของโลกเพิ่มขึ้นได้มากกว่ากรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership: CPTPP) และกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% และ 0.6% ตามลำดับ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

  • ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

The post 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการประชุม APEC ที่ไทยเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม ‘คลังเอเปค’ ปิดฉากแบบไร้แถลงการณ์ร่วม หลังสมาชิกเห็นต่างปมรัสเซีย-ยูเครน พร้อมรับกังวลเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะพุ่ง https://thestandard.co/apec-fmp-communique/ Thu, 20 Oct 2022 13:14:47 +0000 https://thestandard.co/?p=698001 คลังเอเปค

การประชุมคลังเอเปค ครั้งที่ 29 ปิดฉากแบบไร้แถลงการณ์ร่ว […]

The post ประชุม ‘คลังเอเปค’ ปิดฉากแบบไร้แถลงการณ์ร่วม หลังสมาชิกเห็นต่างปมรัสเซีย-ยูเครน พร้อมรับกังวลเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลังเอเปค

การประชุมคลังเอเปค ครั้งที่ 29 ปิดฉากแบบไร้แถลงการณ์ร่วม เหตุสมาชิกยังเห็นต่างปมความขัดแย้งรัสเซียและยูเครน ท่ามกลางการผลักดันเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกต่อรัสเซียของชาติตะวัน ด้านรัฐมนตรีคลังไทยเผย มี 2 ประเด็นซึ่งที่ประชุมเป็นห่วง คืออัตราเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะ ประกาศเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ พร้อมส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน

 

ในวันนี้ (20 ตุลาคม) อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปค ครั้งที่ 29 ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ได้จึงต้องออกเป็นแถลงการณ์ประธาน (Chair’s Statement) แทน เนื่องจากที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างกันต่อกรณีรัสเซีย-ยูเครน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


“รัฐมนตรีและผู้แทนจากประเทศต่างๆ อาจหยิบหยกประเด็นนี้ขึ้นมาในการประชุม อย่างไรก็ตาม ต่อประเด็นดังกล่าวยังมีมุมมองที่หลากหลาย โปรดเข้าใจว่าเวทีโอเปคเป็นการประชุมเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยสิ่งที่ที่ประชุมให้ความสนใจคือ วิธีการในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้คนโดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้ต่ำ ท่ามกลางค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น” อาคมกล่าว

 

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การอภิปรายในการประชุมครั้งนี้ อาจมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกต่อรัสเซีย หลังจากรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมไปถึงการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียของกลุ่ม G7 ที่จะมีผลในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เพื่อลดรายได้ที่ใช้ทำสงครามของรัสเซียจากการส่งออกน้ำมัน

 

โดยอาคมยังยืนว่า เนื้อหาทั้งหมดที่อยู่ในวาระอื่นๆ ที่ประชุมสามารถตกลงกันได้หมด ยกเว้นแต่ความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย ที่ไม่ได้อยู่ใน Joint Statement

 

อาคมระบุอีกว่า มี 2 ประเด็นที่ที่ประชุมเห็นร่วมกันและเป็นห่วง คืออัตราเงินเฟ้อที่มาจากราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น อีกประเด็นคือหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิดทำให้แต่ละประเทศมีการกู้ยืมเงินมาเพื่อแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจ ดังนั้น จึงมีการหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้หลังยุคโควิด นำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมๆ กับประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ โดยเห็นตรงกันว่าเมื่อรัฐบาลมีภาระมาก การลงทุนต่อไปในอนาคตจะให้เอกชนมาร่วมด้วย 

 

รัฐมนตรีคลังไทยเปิดเผยอีกว่า ในการประเมินภาวะเศรษฐกิจของผู้แทนจากประเทศต่างๆ และองค์การระหว่างประเทศที่เข้าร่วมประชุม เห็นตรงกันทั้งหมดว่า เศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะเกิดภาวะชะลอตัว แต่การชะลอตัวนั้นไม่ได้เกิดในทุกประเทศ โดยบางประเทศเศรษฐกิจอาจเติบโตสูงว่าปีนี้ อย่างไรก็ตาม แต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกัน ส่วนไทยมองว่าด้วยอานิสงส์การปรับตัวของภาคท่องเที่ยว น่าจะทำให้เศรษฐกิจเราปีนี้และปีหน้าปรับตัวขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่าประเทศกลุ่มลูกค้าจะมีการเปิดประเทศเมื่อไร

 

ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 29 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจ และผู้บริหารองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และหน่วยงานสนับสนุนนโยบายของเอเปค (APEC Policy Support Unit)

 

โดยในแถลงการณ์ประธานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 29 (Chair’s Statement of the 29th APEC Finance Ministers’ Meeting) ยังระบุถึงสาระสำคัญต่างๆ ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล (Digitalization for Digital Economy) และผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเซบู ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าของผลลัพธ์ภายใต้การประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อประสบการณ์และวิธีการสำหรับการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Experiences and Available Tools for Financing a Just Energy Transition)

The post ประชุม ‘คลังเอเปค’ ปิดฉากแบบไร้แถลงการณ์ร่วม หลังสมาชิกเห็นต่างปมรัสเซีย-ยูเครน พร้อมรับกังวลเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยชูประเด็น ‘การคลังยั่งยืน’ และ ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ เข้าหารือในการประชุม รมว.คลัง เอเปค 19-20 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/thai-sustain-finance-digital-economy/ Mon, 17 Oct 2022 08:52:58 +0000 https://thestandard.co/?p=696418 พรชัย ฐีระเวช

ในระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม 2565 กระทรวงการคลังจะเป็นเ […]

The post ไทยชูประเด็น ‘การคลังยั่งยืน’ และ ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ เข้าหารือในการประชุม รมว.คลัง เอเปค 19-20 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรชัย ฐีระเวช

ในระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม 2565 กระทรวงการคลังจะเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอเปค และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงการคลังเผยว่า ประเด็นสำคัญที่ไทยเตรียมผลักดันในการประชุมนี้คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล

 

พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค (APEC Finance Ministers’ Meeting: APEC FMM) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม 2565 จะมุ่งหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มเศรษฐกิจการเงิน ความท้าทายต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการดำเนินนโยบายของเขตเศรษฐกิจเอเปค


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


สำหรับประเด็นสำคัญที่ไทยเตรียมผลักดันในช่วงการเป็นเจ้าภาพการประชุมคลังเอเปคคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล

 

พรชัยกล่าวอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 250 คน จาก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค และองค์การระหว่างประเทศต่างๆ เช่น ผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group), ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และหน่วยงานสนับสนุนด้านนโยบายเอเปค (APEC Policy Support Unit)

 

นอกจากนี้ในการประชุมยังเตรียมหารือประเด็นสืบเนื่องภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ได้แก่ ความคืบหน้าของการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเซบู (Implementation of Cebu Action Plan: CAP) ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการสนับสนุนการรวมกลุ่มด้านการเงินและการคลังของเอเปค พร้อมทั้งรับรองยุทธศาสตร์การนำแผนปฏิบัติการเซบูสู่การปฏิบัติฉบับใหม่ (New Strategy for Implementation of the CAP: New CAP) รวมทั้งจะมีการพิจารณาร่างแถลงการณ์ร่วมระดับรัฐมนตรี (Joint Ministerial Statement) ครั้งที่ 29 ด้วย

 

โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะสามารถนำข้อหารือต่างๆ ที่ได้รับจากการประชุมคลังเอเปคมาจัดทำเป็นแนวทางที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมด้านการเงินที่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการเงินและการคลังได้ต่อไปในอนาคต เช่น การออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนที่แพร่หลายมากขึ้น การนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ในการส่งผ่านมาตรการของรัฐอย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น การเพิ่มการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างเขตเศรษฐกิจคู่ค้าต่างๆ เป็นต้น

The post ไทยชูประเด็น ‘การคลังยั่งยืน’ และ ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ เข้าหารือในการประชุม รมว.คลัง เอเปค 19-20 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>