เจ๋ง ดอกจิก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เจ๋ง-ดอกจิก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 https://thestandard.co/jeng-sooksek-imprisoned-udd-terrorism/ Tue, 20 Jan 2026 08:34:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1167190 ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดา […]

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก เจ๋ง ดอกจิก 5 ปี 4 เดือน สุขเสก ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53

วันนี้ (20 มกราคม ) ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

​ก่อนการอ่านคำพิพากษาบุตรสาวของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้ยื่นคำร้องแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปอีก 1 นัด โดยระบุว่ายศวริศมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

 

​อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้เคยอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษามาแล้ว 30 วันตามคำร้องขอ จึงมีคำสั่งให้นายประกันติดตามตัวจำเลยมาศาล มิฉะนั้นจะพิจารณาออกหมายจับและปรับนายประกัน

 

​ต่อมา บุตรสาวจึงได้ประสานนำตัวยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลอาญาด้วยรถแท็กซี่สาธารณะ โดยยศวริศปรากฏตัวในสภาพอิดโรย ต้องนั่งรถเข็นเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี โดยที่ข้อมือซ้ายยังมีป้ายชื่อผู้ป่วยและผ้าก๊อซปิดแผลเจาะสายน้ำเกลือติดอยู่

 

​ยศวริศได้แถลงต่อศาลด้วยตนเอง ขอความเมตตาเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปอีก 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าหากต้องเข้าเรือนจำในขณะที่อาการยังวิกฤต อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาจนถึงแก่ชีวิตได้ ทางคณะผู้พิพากษาจึงได้หารือกับผู้บริหารศาลอาญา ก่อนมีความเห็นให้ดำเนินการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบขั้นตอน

 

​ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

 

​ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ยศวริศ ชูกล่อม (จำเลยที่ 7) และ สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ (จำเลยที่ 12) มีความผิดจริง โดยพฤติการณ์ของจำเลยเข้าข่ายความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในที่เกิดเหตุ และกระทำการข่มขืนจิตใจให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ และมิใช่เพียงการร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ตามที่ต่อสู้คดี ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 

​ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษดังนี้:

 

  • ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) จำเลยที่ 7: จำคุกรวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษ จำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
  • สุขเสก หรือ สุข พลตื้อ จำเลยที่ 12: พิพากษาลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต

 

​ภายหลังสิ้นสุดคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสองไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทันที

 

​สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 กลุ่มแนวร่วม นปช. ได้จัดการชุมนุมต่อเนื่องเพื่อกดดันให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภาและยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยมีการเคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญ ทั้งบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์

 

​คำฟ้องระบุถึงพฤติการณ์ที่รุนแรง อาทิ การใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79, การสะสมกำลังพลและอาวุธสงคราม, และการฝึกกำลังคนเพื่อปฏิบัติการในลักษณะก่อการร้าย

 

เส้นทางการต่อสู้คดี:

 

  • ศาลชั้นต้น: พิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน
  • ศาลอุทธรณ์: เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 พิพากษาแก้ โดยลงโทษจำคุกยศวริศ และสุขเสก (ตามอัตราโทษข้างต้น) ส่วนจำเลยแกนนำคนอื่นๆ ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น
  • ศาลฎีกา: มีคำพิพากษาในวันนี้ (20 มกราคม 2569) ให้ยืนตามศาลอุทธรณ์ ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความของจำเลยทั้งสอง

The post ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก ‘เจ๋ง ดอกจิก’ 5 ปี 4 เดือน ‘สุขเสก’ ตลอดชีวิต คดี นปช. ก่อการร้ายปี 53 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. https://thestandard.co/udd-appeal-postponed-jeng/ Tue, 16 Dec 2025 06:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1155268 ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังค […]

The post ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค.

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ. 2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตเลขาธิการ นปช. กับพวก รวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ

 

สืบเนื่องจากกรณีช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 พวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อเนื่อง เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อ้างว่า อภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์ นอกจากนั้น ยังเดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ด้วย ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด M79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังคน และฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย

 

จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย

 

ต่อมาวันที่ 9 มกราคม 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก ยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน สุขเสก พลตื้อ จำเลยที่ 12 ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น อัยการโจทก์กับจำเลยที่ 7 และที่ 12 ยื่นฎีกา

 

ล่าสุดวันนี้ (16 ธันวาคม) จำเลยที่ 12 ทนายของจำเลยที่ 12 และนายประกันของจำเลยที่ 7 มาศาล ส่วนยศวริศ จำเลยที่ 7 ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาล ทนายของจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเลื่อน พร้อมใบรับรองแพทย์ ประกอบกับภาพถ่ายจำเลยที่ 7 นอนโรงพยาบาล ซึ่งใบรับรองแพทย์ได้ระบุว่า จำเลยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์แนะนำให้รักษาตัว 30 วัน จึงไม่มาศาล และขอให้เลื่อนอ่านฎีกาไปอีก 30 วัน

 

พิเคราะห์แล้วทางจำเลยมีใบรับรองแพทย์ระบุว่า เป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ประกอบภาพนอนโรงพยาบาล จึงเชื่อว่าจำเลยป่วยและไม่สามารถมาศาลได้ เห็นสมควรอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังอ่านคำพิพากศาลฎีกา เป็นวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น.

The post ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี นปช. เหตุ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ป่วยมาศาลไม่ได้ นัดใหม่อีกครั้ง 20 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาคดีทุจริตสั่งจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 6 ปี กรณีเรียกรับเงิน ด้านศรีสุวรรณพร้อมพวก โดนฐานสนับสนุน จำคุกคนละ 4 ปี https://thestandard.co/court-sentences-jeng-dokjik-srisuwan/ Wed, 17 Sep 2025 05:29:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1119958 ศาลพิพากษาจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 6 ปี ศรีสุวรรณ 4 ปี คดีทุจริต

วันนี้ (17 กันยายน) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก […]

The post ศาลอาญาคดีทุจริตสั่งจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 6 ปี กรณีเรียกรับเงิน ด้านศรีสุวรรณพร้อมพวก โดนฐานสนับสนุน จำคุกคนละ 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลพิพากษาจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 6 ปี ศรีสุวรรณ 4 ปี คดีทุจริต

วันนี้ (17 กันยายน) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 นัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าวในขณะนั้น เข้าแจ้งความกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ว่า ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตข้าราชการเมือง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องเรียนชื่อดัง กับพวกรวม 5 คน กรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีการเรียกรับทรัพย์สิน จำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกรมการข้าว 

 

ตำรวจได้วางแผนเข้าจับกุมศรีสุวรรณได้คาบ้านพัก หลังนัดมอบให้เงิน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือถูกจับกุมในเวลาต่อมา

 

ก่อนขึ้นฟังคำพิพากษา ศรีสุวรรณเปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีการเมืองที่ผู้มีอำนาจต้องการเตะตัดขา ไม่ต้องการให้ทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง เพราะสิ่งที่ทำมานับ 10 ปี เป็นที่หวาดผวาของนักการเมืองและข้าราชการจำนวนมาก 

 

ศรีสุวรรณกล่าวว่า เรื่องร้องเรียนนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองหลายพรรค จบอนาคตการเมืองของนักการเมืองดังหลายคน จึงเป็นที่มาของการหาเหตุให้ต้องคดี โดยใช้เทคนิควิธีการ ซึ่งในภาษากฎหมายเรียกว่า ล่อให้กระทำความผิด ทั้งการเอาถุงเงินไปแขวนหน้าบ้าน หากพฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นความผิดอนาคตอาจนำไปใช้กันทั่วประเทศและก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อประชาชน 

 

ศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด เพราะต้องการพิสูจน์ให้ความปรากฏชัดเจน เพราะได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชนมาตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงได้ ทำให้นักการเมืองดีอกดีใจ กระพือปีก ทำอะไรโดยอำเภอใจ แล้วย่ามใจ

 

ศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า วันนี้ไม่กังวลใจอะไร แต่กลับมีความมั่นใจในการไต่สวนสืบ และเชื่อมั่นในคำพิพากษาว่าศาลจะให้เจ้าตัวกลับไปทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งเหมือนเดิม โดยการต่อสู้ไม่ได้มีพยานหรือหลักฐานอื่น นอกจากหลักฐานตามคำฟ้องที่ตำรวจและอัยการเสนอมาที่ศาลจำนวน 4,773 หน้า เพราะคำฟ้องทั้งหมด ทีมทนายความสามารถจับได้ว่ามีข้อพิรุธ พยานหลักฐานอ่อน และขอให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานที่ไม่ให้ผู้มีอำนาจมากลั่นแกล้งอีกต่อไป 

 

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งหมดกระทำความผิดจริง ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด ทำคลิปเสียง, คลิปภาพ, ข้อความแชทในแอปพลิเคชัน LINE และหมายเลขธนบัตรที่นำไปมอบให้ศรีสุวรรณที่บ้านนั้นเป็นหมายเลขเดียวกันกับที่ภรรยาของ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เบิกจากธนาคารมาเพื่อเป็นหลักฐานในการส่งมอบเงินในวันเกิดเหตุ 

 

ศาลจึงพิพากษาจำคุก เจ๋ง ดอกจิก เป็นเวลา 6 ปี ส่วนศรีสุวรรณและพวก รวม 4 คน พิพากษาให้จำคุก 4 ปี หลังศาลพิพากษาทางจำเลยได้ยื่นขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดีต่อไป

The post ศาลอาญาคดีทุจริตสั่งจำคุก เจ๋ง ดอกจิก 6 ปี กรณีเรียกรับเงิน ด้านศรีสุวรรณพร้อมพวก โดนฐานสนับสนุน จำคุกคนละ 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดปม ‘กำไล EM’ อดีตเป้าขบวนการนักร้องศรีสุวรรณ https://thestandard.co/key-messages-em-srisuwan/ Tue, 20 Feb 2024 08:46:22 +0000 https://thestandard.co/?p=902170

โครงการจัดเช่ากำไล EM ของกระทรวงยุติธรรม ในสมัยที่ สมศั […]

The post เปิดปม ‘กำไล EM’ อดีตเป้าขบวนการนักร้องศรีสุวรรณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โครงการจัดเช่ากำไล EM ของกระทรวงยุติธรรม ในสมัยที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เคยตกเป็นเป้าหมายในขบวนการร้องเรียนนำโดย ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน และ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ทั้งสองเปิดหน้าเดินทางไปร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรมด้วยตัวเองเมื่อ 20 ตุลาคม 2566 ก่อนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อที่สภาผู้แทนราษฎร

 

โดยขณะนั้นมีการร้องขอให้ทางกระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดขบวนการฮั้วประมูลโครงการจัดเช่ากำไล EM มูลค่า 1,600 ล้านบาท 

 

THE STANDARD ชวนย้อนดูความเป็นมาของโครงการพันล้านว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงนำไปสู่การร้องเรียน

 

9 ปีที่ผ่านมา ‘ยุติธรรม’ ทำอะไรกับ ‘กำไล EM’

 

ทีมข่าวได้สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ ‘ภาษีไปไหน’ โดยค้นหาด้วยคำว่า ‘อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว’ สืบย้อนไปตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 จนถึงปัจจุบัน (ปี 2567) ซึ่งปรากฏข้อมูลว่าหน่วยที่จัดซื้อคือกรมคุมประพฤติ สังกัดกระทรวงยุติธรรม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

ปีงบประมาณ 2561

 

  • โครงการจ้างผลิตแผ่นพับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวและแผ่นพับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวสำหรับประชาชน ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 400,180 บาท

 

ปีงบประมาณ 2563

 

  • โครงการประกวดราคาเช่าโครงการการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวมาใช้เพื่อเป็นมาตรการทางเลือกแทนการลงโทษจำคุก ครั้งที่ 2 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) งบประมาณ 848,245,371 บาท
  • โครงการจ้างที่ปรึกษาโครงการการศึกษาและจัดทำแนวทางการบริหารจัดการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring: EM) สำหรับผู้กระทำผิดในกระบวนการยุติธรรม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 864,000 บาท

 

ทั้งนี้ในปี 2563 มี 2 โครงการที่กรมราชทัณฑ์ สังกัดกระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยจัดซื้อ ได้แก่

 

  • โครงการจ้างเหมารถบัสปรับอากาศและรถตู้ปรับอากาศ โครงการสัมมนาเพื่อวางแผนแนวทางและการปฏิบัติต่อนักโทษเด็ดขาดที่ต้องใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring: EM) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 38,000 บาท
  • โครงการจ้างเช่าห้องประชุม สำหรับโครงการสัมมนาเพื่อวางแผนแนวทางและการปฏิบัติต่อนักโทษเด็ดขาดที่ต้องใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring: EM) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 20,000 บาท

 

ปีงบประมาณ 2564

 

  • โครงการซื้อวัสดุหมึกพิมพ์คอมพิวเตอร์ โครงการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 66,961 บาท
  • โครงการซื้อหมึกพิมพ์ใช้สำหรับเครื่องพิมพ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 24,400 บาท
  • โครงการซื้อกระดาษถ่ายเอกสาร โครงการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว EM โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 11,900 บาท

 

ปีงบประมาณ 2565

 

  • โครงการจ้างดำเนินกิจกรรมสร้างความเข้าใจในการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring: EM) มาใช้เฝ้าระวังผู้กระทำความผิดคดีทางเพศหรือใช้ความรุนแรงภายหลังพ้นโทษ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 100,000 บาท

 

ปีงบประมาณ 2566

 

  • โครงการประกวดราคาเช่าการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวมาใช้เพื่อเป็นมาตรการทางเลือกแทนการลงโทษจำคุก โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) งบประมาณ 782,000,000 บาท
  • โครงการซื้อหมึกพิมพ์เพื่อใช้ในภารกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว โดยวิธีเฉพาะเจาะจง งบประมาณ 13,400 บาท

 

ผู้ชนะประมูลโครงการใหญ่มีเพียงรายเดียว

 

หากพิจารณา 2 โครงการที่มีงบประมาณมากที่สุด และตกเป็นเป้าในการร้องเรียนในเวลาต่อมาคือ โครงการจัดเช่ากำไล EM ในปีงบประมาณ 2563 และ 2566 ซึ่งรวมมูลค่างบประมาณอยู่ที่ 1,630,245,371 บาท

 

ผู้ชนะการประมูลจากทั้ง 2 ปีงบประมาณคือ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 

เมื่อค้นหาข้อมูลกิจการจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าบริษัท ฟอร์ท จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ 8 กรกฎาคม 2548 ทุนจดทะเบียน 467,687,350 บาท 

 

มีรายชื่อกรรมการ 10 คน โดยพบว่ามี สนิท วรปัญญา อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดลพบุรี และเป็นอดีตประธานวุฒิสภา และ พงษ์ชัย อมตานนท์ กรรมการองค์การเภสัชกรรม ร่วมด้วย

 

ประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด 2565 คือการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รับเหมาผลิตและรับจ้างประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

 

ข้อมูลผลประกอบการเบื้องต้น ปีงบการเงิน 2565 มีรายได้รวม 3,139,372,519 บาท มีกำไรสุทธิ 499,147,880 บาท

 

มูลค่าหุ้นและสัดส่วนการลงทุนจำแนกตามสัญชาติ (ข้อมูลปี 2563-2567) ประเทศไทย 442.26 ล้านบาท รวม 8,750 ราย ประเทศอื่นๆ 25.43 ล้านบาท รวม 45 ราย

 

ข้อชี้แจงจากกรมคุมประพฤติ

 

เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2566 วิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์จากกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ. 2564 ถึงความผิดปกติในโครงการกำไล EM โดยสรุปได้ว่า

 

  • การที่บริษัท ฟอร์ท เสนอราคากำไล EM แพงกว่า แต่ชนะการประมูล เพราะการประกวดราคาปี 2563 มีผู้ยื่นข้อเสนอ 2 ราย แต่มีเพียงบริษัท ฟอร์ท ที่มีการนำอุปกรณ์มาทดสอบ และมีคุณสมบัติผ่านถูกต้องครบถ้วนตาม TOR จึงเป็นผู้ชนะการประกวดราคา
  • สาเหตุที่กรมคุมประพฤติต้องเช่าซื้อ ไม่ซื้อขาด เพราะอุปกรณ์นี้เกี่ยวกับเทคโนโลยี ต้องอาศัยเรื่องระบบการสื่อสาร สัญญาณดาวเทียม และเครือข่ายโทรศัพท์ เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้พัฒนาตลอด ถ้าเราจัดซื้ออุปกรณ์เอง หากเทคโนโลยีเปลี่ยนอุปกรณ์นั้นจะกลายเป็นเศษเหล็ก 
  • การเช่าอุปกรณ์ EM ปี 2564 วงเงินสัญญา 849 ล้านบาท รวมค่าเช่าอุปกรณ์เป็นเวลา 30 เดือน ประกอบด้วย 1. เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว 30,000 เครื่อง 2. ค่าบริการเครือข่ายสื่อสารสำหรับแท็ก 30,000 เครื่อง 3. ค่าวงจรสื่อสาร 4. โปรแกรมควบคุมเครื่องมือติดตามตัว 5. ระบบแจ้งเตือนผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะ 6. ค่าจ้างบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ควบคุมไม่น้อยกว่า 62 คน และ 7. ค่าฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 240 คน
  • การเช่าอุปกรณ์ปี 2563-2565 เป็นราคาที่รวมครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ การปรับปรุงศูนย์ EM และการใช้ระบบสัญญาณสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้ระบบ 4G ส่วนของปี 2561-2563 เป็นราคาไม่รวมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และการปรับปรุงศูนย์ EM และใช้เป็นระบบ 2G 

 

ร่วมมือเปิดโปงขบวนการเรียกรับทรัพย์

 

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เป็นครั้งแรกที่ นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี (สมศักดิ์ เทพสุทิน) เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) อย่างเป็นทางการ นำข้อมูลและพยานหลักฐานที่มีเพื่อขยายผลพฤติการณ์ขบวนการเรียกรับทรัพย์

 

หลังย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 ตัวเขาที่ขณะนั้นเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเคยถูกสมาชิกหนึ่งในขบวนการติดต่อมาพูดคุยในลักษณะ ‘คล้ายกันกับที่อธิบดีกรมการข้าว’ โดน

 

นายกองตรี ธนกฤต ยืนยันว่าเป้าหมายครั้งนั้นของขบวนการเรียกทรัพย์คือ ‘โครงการจัดเช่ากำไล EM’

 

“วันนี้เราได้เห็นแล้วว่ารูปแบบขบวนการนี้มีจุดเริ่มต้นจากคนปั้นข้อมูล ส่วนคนอื่นก็แบ่งหน้าที่และบทบาททำเป็นขบวนการ รูปแบบไม่ต่างกันในการก่อเหตุแต่ละครั้ง” นายกองตรี ธนกฤต กล่าว

 

ด้าน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวเรือใหญ่ที่ดำเนินคดีขบวนการรีดทรัพย์ ได้ระบุว่า จากการพูดคุยและรับพยานหลักฐานเบื้องต้น พิจารณาได้ว่า 2 กรณีมีลักษณะแผนประทุษกรรมไม่ต่างกัน เพียงแต่ของกรมการข้าวมีการระบุจำนวนเงิน แต่ของกระทรวงยุติธรรมยังไม่มีการระบุจำนวนเงิน แต่ใช้ ‘คำแบบเดียวกัน’ กับกลุ่มเป้าหมาย

 

1 เดือนบุกจับนักร้อง ผู้เสียหายยังไม่สิ้นสุด

 

มาจนถึงวันนี้ (20 กุมภาพันธ์) ระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนตั้งแต่ปฏิบัติการบุกจับนักร้องและขยายผลต่อไปถึงพรรคพวก ได้ปรากฏผู้เสียหายในหลายแวดวงตั้งแต่ข้าราชการไปจนถึงหน่วยงาน และดูเหมือนว่าจะยังไม่สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

 

มีข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใบ้มาอย่างมีนัยแล้วว่าผู้เสียหายยังมีอีกหลายวง เพราะอย่าลืมว่าแม้บางรายจะยังไม่รับ-ให้เงิน แต่ในทางกฎหมายก็ถือว่าความผิดนั้นเกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post เปิดปม ‘กำไล EM’ อดีตเป้าขบวนการนักร้องศรีสุวรรณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจแจง ศรีสุวรรณกับพวกขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์ ยอมรับอาจเรียกนักร้องรายอื่นๆ มาสอบปากคำ https://thestandard.co/srisuwan-to-postpone-testimony/ Fri, 16 Feb 2024 07:49:36 +0000 https://thestandard.co/?p=900736 ตำรวจแจง ศรีสุวรรณ จรรยา ขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผ […]

The post ตำรวจแจง ศรีสุวรรณกับพวกขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์ ยอมรับอาจเรียกนักร้องรายอื่นๆ มาสอบปากคำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจแจง ศรีสุวรรณ จรรยา ขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กับพวก มีพฤติการณ์ร่วมกันตบทรัพย์อธิบดีกรมการข้าวว่า ตามกำหนดการเดิม ทนายความของศรีสุวรรณประสานว่าจะขอยื่นเอกสารคำชี้แจงข้อกล่าวหาภายในวันนี้ 

 

แต่ล่าสุดทางทนายความได้ติดต่อมาขอเลื่อนไปเป็นวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ส่วนกรณีของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือ การ์ตูน เลขาของเจ๋ง ขอเลื่อนไปเป็นวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 แทน 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า กรณีของศรีสุวรรณ พนักงานสอบสวนยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องการจะสอบปากคำ แต่ศรีสุวรรณจะให้การหรือไม่นั้น ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ส่วนกรณีของ เอกลักษณ์ วารีชล หรือ อาจารย์เอก ปากน้ำ ยังไม่มีความชัดเจนในการกำหนดวันที่จะมายื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหา 

 

ภายในสัปดาห์หน้า พนักงานสอบสวนจะเรียก วีระ สมความคิด นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจากการพูดคุยกันในเบื้องต้นนั้น วีระมีหลายเรื่องที่อยากจะชี้แจงกับพนักงานสอบสวน อีกทั้งยังมี นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ที่จะให้ข้อมูล แต่ยังอยู่ระหว่างการกำหนดวันและเวลา 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า ผู้เสียหายวงแรกมีเวลาให้พนักงานสอบสวนทำงาน 6 เดือน ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อวางเป็นต้นแบบแผนประทุษกรรม ก่อนจะทำการสืบสวนสอบสวนไปยังผู้เสียหายวงอื่นๆ 

 

ทั้งนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่พนักงานสอบสวนอาจจะพิจารณาเรียกนักร้องเรียนหรือผู้ร้องเรียนรายอื่นๆ มาสอบปากคำและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนี้พบว่ามีหลายคน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ตำรวจแจง ศรีสุวรรณกับพวกขอเลื่อนให้การคดีตบทรัพย์ ยอมรับอาจเรียกนักร้องรายอื่นๆ มาสอบปากคำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ๋ง ดอกจิก พาเลขาฯ เปิดใจเป็นคนกลางช่วยอธิบดีกรมการข้าว ฐานะคนเสื้อแดงไม่มีตบทรัพย์ ผิดหวังถูกหักหลังตอนจบ https://thestandard.co/jeng-dokjik-01022024/ Thu, 01 Feb 2024 05:46:57 +0000 https://thestandard.co/?p=894710 เจ๋ง ดอกจิก

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ยศวริศ ชูกล […]

The post เจ๋ง ดอกจิก พาเลขาฯ เปิดใจเป็นคนกลางช่วยอธิบดีกรมการข้าว ฐานะคนเสื้อแดงไม่มีตบทรัพย์ ผิดหวังถูกหักหลังตอนจบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ๋ง ดอกจิก

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และ พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ หรือ การ์ตูน อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงชี้แจงกรณีตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ 

 

จากกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลการจับกุมมาจาก ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ปมเรียกรับทรัพย์ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว จำนวน 3 ล้านบาท

 

ยศวริศกล่าวว่า วันนี้ตนได้รับความเสื่อมเสีย ตัวของการ์ตูนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม สำหรับตนเองขอยืนยันว่า ไม่ได้ถูกจับกุมแต่เป็นการติดต่อขอมอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต ตนทราบว่ามีหมายจับจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มารับตัวไป โทรศัพท์ส่วนตัวถูกยึดไปตั้งแต่วันแรก ซึ่งตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ได้พยายามนั่งนึกทบทวนทุกเรื่องราวเพื่อมาเล่าให้ฟัง

 

เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ศรีสุวรรณกับตนเจอข้อพิรุธในกรมฝนหลวงเกี่ยวกับการทุจริต เมื่อเจอข้อพิรุธจึงนัดหมายกันเพื่อไปร้องที่กรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20 ธันวาคม 2566 เมื่อยื่นข้อร้องเรียนเสร็จสิ้นจึงมีการแถลงข่าวและโปรยต่อถึงเรื่องข้อทุจริตของกรมการข้าว

 

ยศวริศกล่าวว่า ตนกับศรีสุวรรณมีข้อมูลตรงกันเรื่องกรมการข้าวว่ามีการทุจริตมหาศาล และในเย็นวันนั้น เพื่อนของตนที่อยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงโทรศัพท์มาพูดคุยทำนองว่า อย่าไปยุ่งกับคนนี้ อธิบดีกรมนี้เปรียบเหมือนน้องชาย คนนี้เป็นคนเสื้อแดงเหมือนกัน เมื่อตนเห็นว่าเป็นพรรคพวก ในคืนวันที่ 20 ธันวาคม ตนจึงรีบโทรศัพท์ไปหาอธิบดีกรมการข้าว

 

จากนั้นเวลา 23.00 น. อธิบดีกรมการข้าวโทรกลับมาแต่ตนไม่ได้รับสาย และได้มาคุยกันอีกครั้งในเช้าวันที่ 21 ธันวาคม โดยอธิบดีกรมการข้าวเป็นผู้เอ่ยขอนัดหมายกินกาแฟกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างทางที่ตนกำลังจะไปโรงแรม อธิบดีฯ ก็ขอเปลี่ยนสถานที่เป็นที่กรมการข้าว ทั้งนี้ ตลอดทางอธิบดีฯ พยายามโทรศัพท์ตามตนหลายรอบ 

 

จากนั้นเมื่อไปถึง ตนจึงโทรศัพท์หาเพื่อนที่ฝากฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่แรกว่าได้เจออธิบดีกรมการข้าวแล้ว เพื่อนคนนั้นย้ำว่าขอให้ช่วยน้องเขา น้องเขาเป็นคนดี น้องเขาไม่มีปัญหา จากนั้นตนก็ขึ้นไปที่ห้องทำงาน เจอกับภรรยาอธิบดีฯ ที่รออยู่แล้วด้วย ตนจึงยืนยันว่าที่มาวันนี้มาเพื่อช่วย

 

ยศวริศกล่าวต่อว่า อธิบดีฯ แสดงตัวว่าตัวเขาเป็นคนเสื้อแดง ช่วยคนเสื้อแดงมาตลอด ขอยืนยันว่าไม่มีข้อกังขาใดๆ พร้อมขอบคุณที่ตนเข้ามาช่วย

 

ตนเองจึงแนะนำให้จากนี้ไปอธิบดีกรมการข้าวประสานกับเลขาฯ ของตนคือการ์ตูน ซึ่งเป็นผู้ติดตาม เมื่อจบการสนทนาตนก็ลากลับ อธิบดีฯ และภรรยาก็ลงไปส่งตนที่รถ พร้อมกับกราบสวัสดีอีกครั้งและย้ำว่าขอให้ตนช่วย

 

ส่วนกรณีที่ภรรยาอธิบดีไปติดต่อกับศรีสุวรรณที่บ้าน ตนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร เป็นเพียงผู้ประสานเพียงเท่านี้ ตนขอยืนยันว่า เข้าไปช่วยคุยไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในแก๊งปลดทรัพย์ ตนไม่คิดเลยว่าในกรมการข้าวจะมีงูเห่า ตนเป็นชาวนาไม่ใช่แก๊งตบทรัพย์

 

ยศวริศกล่าวอีกว่า ถ้ามีการร้องเรียนก็ต้องมีการสอบสวน ถ้าคนเราไม่ผิดหรือไม่มีแผล จะมาเคลียร์ปัญหา มาเจรจาทำไม ส่วนตนไม่รู้หรอกว่าผิดหรือถูก ตนถ้าพบพิรุธก็มีหน้าที่เตรียมร้องเรียนตาม ซึ่งที่ผ่านมาตนกับศรีสุวรรณร้องเรียนมาหลายกรณี ส่วนมากเป็นการร้องเรียนการทุจริตองค์กร เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ที่ผ่านมาตนไม่เคยจัดการปัญหากับใครมาก่อน และจากกรณีนี้ตนไม่ได้เงินสักบาทเดียว วันนี้ตัวของการ์ตูนกำลังมีอนาคตที่ดี กำลังมีแนวทางในสังคม เขาต้องร้องไห้เสียใจทุกวัน เขาผิดตรงไหน เขาไปเป็นแก๊งตบทรัพย์เมื่อไร เขามีหน้าที่แค่ไปประสานงานระหว่างผู้ร้องเรียนกับผู้ถูกร้อง

 

ยศวริศกล่าวว่า ส่วนบุคคลใด สื่อใด ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตน ตนกำลังให้ทนายความรวบรวมทุกกรณี ขอให้เตรียมรับหมายศาลกันให้ดี แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเองก็เหมือนกัน ที่กล่าวหาเกินเหตุเกินควร ออกมาชี้แจงรายวันว่าจับตัวการใหญ่ ตนก็จะใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการทุกนายไม่เว้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเสียหายสำหรับตนมาก

 

“จะผิดหรือไม่ผิด ใช่หรือไม่ใช่ กระบวนการทางศาลจะมีหน้าที่พิพากษา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐมาพูดจนประชาชนคนไทยทั้งประเทศมาพิพากษาตนเรียบร้อยแล้ว” ยศวริศกล่าว

 

จากนั้นยศวริศได้ยกพานธูปเทียนขึ้นและกล่าวว่า ตนขอสาบานว่าเรื่องทั้งหมดที่มีการกล่าวหาว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ เรียกทรัพย์เพื่อประโยชน์ตนเองและผู้อื่น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ 

 

หากพิสูจน์ความจริงแล้ว ใครก็ตามที่กล่าวหาตน ที่พิพากษาตน ขอให้ได้รับผลไม่ดี ขอให้ชีวิตไม่มีความสุข ขอให้ต้องรับผลจากการกระทำของตนเอง

 

ด้านพิมณัฏฐากล่าวยืนยันว่า วันนี้ตนไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นตัวกลางระหว่างภรรยาอธิบดีกรมการข้าวกับใคร ตนไม่อยากพาดพิงถึงบุคคลอื่น ส่วนที่ตนพยายามตามยอดเงินคือตนพยายามชี้แจงว่าหากโอนไม่ครบ ตนที่เป็นคนเจรจาจะถูกมองว่ายักยอกเงิน

 

ยศวริศกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการแต่งตั้งสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ตนเองได้รับการแต่งตั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน และถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 18 ธันวาคม แต่ขณะเดียวกัน ขัดแย้งกับเอกสารที่ระบุว่ามีการแต่งตั้งในวันที่ 28 กันยายน ส่วนที่เห็นภาพตนเองเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงมีป้ายชื่อที่ปรึกษารัฐมนตรีนั่งประชุมนั้น ตนเข้าออกรัฐสภาและทำเนียบเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะไปหาเพื่อน ส่วนที่มีป้ายนั้นเจ้าหน้าที่ทำเนียบเป็นผู้จัดเตรียมไว้ น่าจะไม่รู้ว่าตนเองถูกปลดจากตำแหน่งไปแล้ว

 

ยศวริศยืนยันว่า ตนเองไม่รู้จัก หมู ที่ปรึกษาของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ตนเองยังไม่มีการพูดคุยกับศรีสุวรรณแต่อย่างใด ในส่วนของข้อสงสัยที่บอกว่า ตนเองและศรีสุวรรณต่างขั้วกันนั้นทำไมถึงมาจับมือร้องเรียนกัน ตนเองมองว่าหากมีเรื่องทุจริตก็สามารถเข้ามาร้องเรียนตรวจสอบร่วมกันได้ เช่นเดียวกันกับที่ตนเองเคยอยู่เสื้อแดง แต่ขณะนี้ไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติได้

 

เมื่อถามว่า หลังจากเกิดเหตุได้เข้าไปพูดคุยชี้แจงกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี แล้วหรือไม่ ยศวริศระบุว่า รอเคลียร์ตัวเองให้ใสสะอาดก่อนถึงจะเข้าไปหาและชี้แจงอีกครั้ง

 

พร้อมทิ้งท้ายฝากให้สื่อมวลชนตรวจสอบภรรยาของอธิบดีกรมการข้าว เนื่องจากได้รับข้อมูลว่ามีการเปิดบริษัทด้วยเงินสดจำนวน 600 กว่าล้านบาท ว่าเป็นการร่ำรวยผิดปกติหรือไม่

 

ยศวริศกล่าวย้ำว่า สาเหตุที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการน่าจะเป็นเรื่องทางการเมืองที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นใคร ก่อนที่จะฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปเฝ้าหน้าบ้านว่า การทำแบบนี้เป็นการลิดรอนสิทธิและคุกคาม

The post เจ๋ง ดอกจิก พาเลขาฯ เปิดใจเป็นคนกลางช่วยอธิบดีกรมการข้าว ฐานะคนเสื้อแดงไม่มีตบทรัพย์ ผิดหวังถูกหักหลังตอนจบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รทสช. เตรียมสังคายนาครั้งใหญ่ พิมณัฏฐาลาออก ตั้งกรรมการสอบ เจ๋ง ดอกจิก ย้ำเป็นความผิดส่วนบุคคล https://thestandard.co/utnp-major-overhaul/ Tue, 30 Jan 2024 12:24:48 +0000 https://thestandard.co/?p=894024

วันนี้ (30 มกราคม) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อัครเ […]

The post รทสช. เตรียมสังคายนาครั้งใหญ่ พิมณัฏฐาลาออก ตั้งกรรมการสอบ เจ๋ง ดอกจิก ย้ำเป็นความผิดส่วนบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงภายหลังประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า สัญญา นิลสุพรรณ สส. นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามให้ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการกิจการศาลฯ แล้ว ขณะที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร สส. รวมไทยสร้างชาติ แต่พิมณัฏฐาได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติวันนี้ กรรมการจึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ 

 

อัครเดชกล่าวอีกว่า พรรคยังสั่งการให้ตรวจสอบคณะทำงานของคณะรัฐมนตรีและประธานกรรมาธิการฯ โดยภายในการประชุมพรรคสัปดาห์หน้าขอให้ส่งรายชื่อให้เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติว่าไปกระทำการอันใดที่สร้างความเสียหายให้กับพรรคหรือไม่ ยืนยันว่าพรรคจะไม่มีการปกป้อง 

 

เบื้องต้นยังไม่พบสมาชิกบุคคลอื่นนอกเหนือจาก 2 คนที่มีความเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาข่มขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้านบาท หากมีเพิ่มเติม ผู้บริหารพรรคยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ปกป้องคนผิด และพร้อมส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี 

 

“การจับตัว เจ๋ง ดอกจิก ที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่มองเป็นความผิดทางอาญาส่วนบุคคล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย หากวันดังกล่าว เจ๋ง ดอกจิก อยู่ที่รัฐสภาก็ต้องไปจับที่รัฐสภา”

 

ส่วนที่สังคมสงสัยว่า การให้ยศวริศพ้นจากตำแหน่งคณะทำงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 แต่ยังปรากฏภาพเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานนั้น อัครเดชกล่าวว่า พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าต้องการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้คนอื่นเข้ามาทำงาน จึงให้ยศวริศพ้นจากตำแหน่ง สำหรับเรื่องเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เพราะมีผลต่อรูปคดี 

 

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับคนที่นำยศวริศเข้ามาที่พรรคบ้างหรือไม่ อัครเดชกล่าวว่า วันนี้ได้สอบถามเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ยังไม่ได้ชี้แจงเรื่องนี้ คงจะมีการสอบถามอีกครั้งว่าใครเป็นคนพายศวริศเข้ามาในพรรค แต่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ายศวริศเคยเป็นแกนนำเสื้อแดง และกลับใจในนามกลุ่มคนไทยรักชาติ และส่วนตัวไม่ได้รู้จัก แต่เคยเจอที่สภา 

 

ทั้งนี้ ได้มีการร้องเรียนบุคคลทั้งสองเข้ามาที่พรรคบ้างหรือไม่ อัครเดชกล่าวว่า ไม่มีเลย ขณะเดียวกันพรรคไม่ได้ระแคะระคาย ถ้ามีก็คงดำเนินการ หัวหน้าพรรคไม่ปล่อยไว้แน่นอน เพราะขนาดตอนนี้พอทราบเรื่องก็ได้ยกเลิกคำสั่งทันที เพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่าเรื่องนี้เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล และพรรครวมไทยสร้างชาติมีสมาชิกกว่า 6 หมื่นคน ก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี 

 

อัครเดชกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่เป็นแบบนี้ แต่สิ่งที่สำคัญคือความรับผิดชอบของพรรคการเมือง และผู้บริหารพรรค เมื่อทราบเรื่องก็พ้นจากตำแหน่งทันที เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง โดยไม่มีการยื้อ เพื่อแสดงให้เห็นความจริงใจในการไม่ปกป้องคนผิด และสนับสนุนให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่

 

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าว อัครเดชได้นำเอกสารที่ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในหนังสือให้ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการฯ และใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติของพิมณัฏฐา

The post รทสช. เตรียมสังคายนาครั้งใหญ่ พิมณัฏฐาลาออก ตั้งกรรมการสอบ เจ๋ง ดอกจิก ย้ำเป็นความผิดส่วนบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลหนุนปราบพวกรับผลประโยชน์ ชี้คั่งค้างมานาน ส่วนคดี ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ให้รับผิดตามกระบวนการ https://thestandard.co/phumtham-on-jeng-dokjik/ Sat, 27 Jan 2024 10:02:42 +0000 https://thestandard.co/?p=892988

วันนี้ (27 มกราคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ […]

The post รัฐบาลหนุนปราบพวกรับผลประโยชน์ ชี้คั่งค้างมานาน ส่วนคดี ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ให้รับผิดตามกระบวนการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 มกราคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการเข้าจับกุม ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ที่ทำเนียบรัฐบาล ฐานร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ ว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เราเองก็สนับสนุนให้มีการปราบปรามเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะเป็นปัญหาที่คั่งค้างมานานและกระทบกระเทือนต่อการทำงานของหน่วยงานราชการต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้วย ตนอยากให้ระบบตรงนี้หายไปมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถขับเคลื่อนไปได้ 

 

ไม่แทรกแซง ใครผิดรับโทษตามกฎหมาย

 

“กระบวนการยุติธรรมว่าไปเลยครับ ถึงตรงไหน ถ้าสรุปว่าอย่างไรก็รับผิดชอบไปตามกระบวนการ ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซง และจะพยายามผลักดันอย่างเต็มที่” ภูมิธรรมกล่าว

 

เมื่อถามว่า ต่อไปนี้ต้องมีการตรวจสอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองมากขึ้นหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ปกติตอนนี้เรามีกระบวนการตรวจสอบในทุกตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่อาจอยู่กับชาวบ้าน ทำให้ตรวจสอบยาก 

 

ทั้งนี้ในส่วนของรัฐมนตรีหรือตำแหน่งทางการเมือง ก่อนมาดำรงตำแหน่งมีหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบอยู่แล้ว ถ้าพบว่ามีปัญหาก็ต้องจัดการ แต่บางคนเข้ามาแล้วหากเขาดำเนินการอะไรที่ผิดพลาดเพราะอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์ ก็ต้องดำเนินการ ไม่มีปัญหาอะไร

 

เชื่อทุกคนรู้หน้าที่ ไม่ต้องกำชับพรรคร่วม 

 

เมื่อถามว่า เหตุการณ์นี้ก็เหมือนจะมีมูลหรือไม่ ไม่เช่นนั้น ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ก็คงไม่ออกไปร้อง และจะต้องมีการตรวจสอบลงลึกหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่อยากให้สรุปว่ามีหรือไม่มีมูล เราจะต้องคิดว่าปรักปรำหรือไม่ปรักปรำ ถ้าพบว่ามีปัญหาต้องจัดการ เป็นไปได้ทั้งนั้น ไม่อยากให้มีการคาดการณ์ อยากให้เอาข้อเท็จจริงและไปตรวจสอบกันทุกฝ่าย ทำให้ชัดเจนขึ้น และดำเนินการไปตามกฎหมายตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องของบุคคล บุคคลใดมีปัญหาก็ต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นคนของพรรคใด ซึ่งที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีทั้งที่เคยร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่ละเมิดและผิดกฎหมายต่างๆ ในหลายแบบ ต้องให้กระบวนการยุติธรรมจัดการและตัดสิน ยืนยันว่าไม่ต้องกำชับไปยังพรรคร่วมรัฐบาล เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าต้องดำเนินการ ใครทำผิดมา กระบวนการยุติธรรมก็ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว

The post รัฐบาลหนุนปราบพวกรับผลประโยชน์ ชี้คั่งค้างมานาน ส่วนคดี ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ให้รับผิดตามกระบวนการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ แจงปมตำรวจจับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ยืนยันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ถ้าพบผิดต้องให้ออกตามข้อบังคับ https://thestandard.co/peeraphan-explain-yoswarit-arrest-is-personal/ Fri, 26 Jan 2024 12:57:30 +0000 https://thestandard.co/?p=892741 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พีระพันธุ์ สาลีรัฐว […]

The post หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ แจงปมตำรวจจับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ยืนยันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ถ้าพบผิดต้องให้ออกตามข้อบังคับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

วันนี้ (26 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตำรวจนอกเครื่องแบบรวบตัว ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก สมาชิกพรรค ภายในทำเนียบรัฐบาล กรณีมีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้านบาทว่า ยศวริศเป็นสมาชิกพรรค ต้องไปดูก่อนหากเขามีความผิดต้องให้เขาออก เราไม่เอาอยู่แล้วถ้ามีพฤติการณ์ลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสีย เรามีสิทธิ์ให้เขาออก หรือเขาอาจจะมาลาออกก็ได้เป็นสิทธิ์ของเขา และต้องดูผลการตรวจสอบของตำรวจว่าเป็นอย่างไร ถ้าดูแล้วไม่เหมาะสมก็คงต้องให้ออก แต่อะไรก็แล้วแต่ไม่เกี่ยวกับตน ไม่เกี่ยวกับพรรค และเขาไม่ได้เป็นคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 แล้ว ตนปรับเปลี่ยนไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 แล้ว แต่วันเดียวกันนี้ตนมีการประชุมมอบนโยบายเขตตรวจราชการที่ 4, 9 และ 11 ที่ทำเนียบ เขารู้ก็แวะเวียนมา 

 

พีระพันธุ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เขาไปทำอะไร และทำจริงแค่ไหน เราไม่ทราบ เขาไปเกี่ยวกับ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ตนไม่รู้เลย ก็ต้องให้เขาไปว่ากันเอง แต่ตนไม่รู้เรื่อง ไปลงข่าวว่าตนประสานตำรวจเข้ามาจับกุมนายยศวริศที่ทำเนียบ ตนไม่รู้เรื่อง เอาข่าวที่ไหนมา ตนไม่รู้จักตำรวจ ให้ไปถามตำรวจว่าใครติดต่อมา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการบริหารพรรคจะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้หรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่า ถ้ามีคนเสนอเรื่องในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค และข้อมูลข้อเท็จจริงเข้าลักษณะที่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคก็คงต้องให้ออก อาจต้องให้เขามาชี้แจงในที่ประชุม ทั้งนี้เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เรายังไม่รู้ข้อเท็จจริงเลยว่าเป็นอย่างไร 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวได้คุยกับยศวริศหรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ได้คุย เขามาหรือใครมาตนก็มีห้องให้นั่งต่างหาก ตนก็เพิ่งรู้เรื่องดังกล่าว

The post หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ แจงปมตำรวจจับ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ยืนยันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ถ้าพบผิดต้องให้ออกตามข้อบังคับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘ศรีสุวรรณ’ กับฉายานักร้องฟ้องไม่เลือก https://thestandard.co/key-messages-get-to-know-srisuwan/ Fri, 26 Jan 2024 11:32:50 +0000 https://thestandard.co/?p=892648

จับศรีสุวรรณคาบ้าน เรียก 3 ล้านแลกไม่ร้องเรียนอธิบดีกรม […]

The post รู้จัก ‘ศรีสุวรรณ’ กับฉายานักร้องฟ้องไม่เลือก appeared first on THE STANDARD.

]]>

จับศรีสุวรรณคาบ้าน เรียก 3 ล้านแลกไม่ร้องเรียนอธิบดีกรมการข้าว

 

กลายเป็นข่าวใหญ่ วันนี้ (26 มกราคม) เมื่อ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

 

นำหมายค้นเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3  จุดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการนักเคลื่อนไหวหรือนักร้องเรียนข่มขู่เรียกเงินเจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งให้ถูกตรวจสอบ

 

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ว่าได้ถูก ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หรือนักเคลื่อนไหว พร้อมด้วย ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเขตราชการที่ 11 ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พร้อม พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ 

 

หลังร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองเหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว และโครงการปรับปรุงการผลิตสำหรับผู้ปลูกข้าว โดยระบุว่าพบข้อพิรุธที่ส่อไปในทางทุจริต 

 

อธิบดีกรมการข้าวมั่นใจไม่ผิด แอบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน

 

อย่างไรก็ตาม ณัฏฐกิตติ์มั่นใจว่าที่ผ่านมาตนบริหารงานหรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 รายกล่าวอ้างเพื่อข่มขู่ จึงมองว่าการถูกกระทำเช่นนี้ไม่เป็นธรรมแก่ตนเอง 

 

แต่ด้วยความที่เกรงว่าหากถูกร้องเรียนโจมตีบ่อยครั้งเข้าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินให้ครั้งแรกก่อนเป็นจำนวน 1.4 แสนบาท ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอตอนส่งมอบเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

 

จากนั้นจึงนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ก่อนมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับศรีสุวรรณและพิมณัฏฐา 

 

ในข้อความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด พร้อมออกหมายจับยศวริศ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนวางแผนให้ผู้เสียหายทำการนัดหมายส่งมอบเงินงวดต่อมาอีก 5 แสนบาทไปส่งมอบให้ในวันนี้เพื่อซ้อนแผนเข้าจับกุม

 

ศรีสุวรรณไหวตัวทัน โยนซองเงินทิ้ง แต่ไม่รอด

 

เป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจุดแรกเป็นบ้านพัก ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของศรีสุวรรณ หลังจากผู้เสียหายส่งคนนำเงิน 5 แสนบาทไปส่งมอบให้กับภรรยาของศรีสุวรรณ กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีการหยิบซองเงินเข้าไปภายในบ้านจริง ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม 

 

มีรายงานว่าระหว่างนั้นศรีสุวรรณเกิดไหวตัวพยายามวิ่งนำซองเงินไปโยนทิ้งบริเวณข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปตรวจยึดกลับคืนมาได้ ก่อนแสดงหมายจับให้เจ้าตัวรับทราบและทำการควบคุมตัวพร้อมพามาตรวจค้นภายในบ้านพัก เพื่อค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมทางคดี นอกจากนี้ยังได้เตรียมเชิญตัวภรรยาของศรีสุวรรณไปทำการสอบปากคำเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่ 

 

ในวันที่นักร้องโดนร้องกลับ THE STANDARD ชวนทำความรู้จักกับนักร้องมือวางอันดับ 1 ที่ชื่อว่า ศรีสุวรรณ จรรยา บทสัมภาษณ์และข้อมูลในรายงานชิ้นนี้เรียบเรียงจากที่ศรีสุวรรณเคยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ในปี 2565

 

ศรีสุวรรณ จรรยา เป็นใคร?

 

ศรีสุวรรณเรียกตัวเองว่าเป็น NGO นักเคลื่อนไหวผู้ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในสังคม ใช้ความรู้ทางกฎหมายที่ตนเรียนมาฟ้องร้องให้กับคดีมวลชน มีผลกระทบกับชาวบ้าน ไม่รับคดีส่วนบุคคล ทั้งชีวิตร้องมาแล้วกว่า 3,000-4,000 คดี ไม่คิดค่าดำเนินคดีกับชาวบ้าน แต่ก็มักได้รับสินน้ำใจตอบแทนมาเสมอ มีคดีใหญ่ๆ เป็นที่ประจักษ์อย่างเช่น คดีโรงงานที่มาบตาพุดรุกพื้นที่ชุมชน คดีระงับโครงการเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทของโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลประยุทธ์ เป็นต้น

 

ร้องได้ไม่เลือกหน้า ไม่เว้นแต่รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

 

ศรีสุวรรณย้ำว่าตนเองไม่ได้เข้าข้างฝักฝ่ายใด ฟ้องได้หมดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ตลอดจนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญก็ยื่นตรวจสอบมาหมดแล้ว โดยในช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ศรีสุวรรณเผยว่าตนถูกทหารเข้ามาเยี่ยมพบถึง 20-30 ครั้ง และโดนเรียกไปปรับทัศนคติอีกหลายครั้ง ตนก็ไปตามหมายเรียก ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด

 

ไม่กลัวศัตรู? ฟ้องเพื่อยกประเด็นถกถาม ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินถูก-ผิด

 

แม้ศรีสุวรรณจะฟ้องร้องใครต่อใครไปทั่ว แต่ก็ไม่หวั่นว่าจะมีศัตรูตามไล่ล่า ตนเปิดเผยว่าในยุคที่สื่อสารสนเทศครอบคลุมเช่นนี้ ตนถูกสะกดรอยตามได้ง่ายมาก แต่ตนก็หลบหลีกหนีมาได้โดยตลอด พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ตนเองยื่นฟ้องร้องสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่ตั้งอยู่บนหลักกฎหมาย มองตามหลักข้อเท็จจริง ไม่คิดร้ายกลั่นแกล้งใคร ตนเองไม่ใช่ผู้ตัดสินคดี หวังเป็นเพียงผู้ตรวจตราความผิดปกติในสังคม (Watchdog) ให้สังคมได้ตระหนักรู้ ส่วนจะตัดสินผิด-ถูกอย่างไรก็สุดแท้แต่สังคมจะมอง

 

“สุดท้ายแล้ว ถึงเราจะถูกเกลียดชัง เราก็ยืนอยู่บนหลักกฎหมาย บนหลักข้อเท็จจริง กฎหมายไม่กลั่นแกล้งใครเป็นการเฉพาะ สิ่งที่เราร้องเรียนคือเป็นข้อสงสัยที่เราคิดว่ามันน่าจะขัดต่อกฎหมาย เราไม่ใช่ผู้ตัดสิน ไม่ใช่ผู้พิพากษา ผมไม่ใช่คนมีอำนาจวินิจฉัย ผมก็นำเรื่องที่ผมสงสัยแคลงใจนี้ร้องให้หน่วยงานที่เขามีหน้าที่ในการวินิจฉัยพิพากษาทำหน้าที่ ส่วนเขาจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขาเอง ถ้าเขาตอบมาได้เคลียร์ก็จบ บางเรื่องไม่จบก็ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป”

 

ไม่อยากให้สังคมมีศรีสุวรรณแค่คนเดียว อยากให้มีสักหมื่นแสนคน

 

ศรีสุวรรณระบุว่าตนเองไม่ใช่คนดีเลิศประเสริฐ หากใครสงสัยในตัวของเขาก็สามารถตั้งคำถามได้เฉกเช่นคนธรรมดาทั่วไป แต่ตนมั่นใจดีแล้วว่าสิ่งที่ทำทุกวันนี้ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน สำคัญคือเราได้ทำให้เกิดความกระจ่างชัดขึ้นในสังคม ให้ได้มีคนเข้ามาชี้แจง และหวังว่าประชาชนจะออกมากล้าพูด กล้าร้อง เพราะสิทธิในการตรวจสอบรัฐไม่ได้อยู่แค่ศรีสุวรรณคนเดียว แต่อยู่ในตัวทุกคน

 

“ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเข้ามาร้องเรียน เข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยตลอด ไม่ได้เขียนว่าทำได้เฉพาะนายศรีสุวรรณคนเดียวเท่านั้น ทุกคนทำได้หมด แล้วผมอยากให้มีคนที่เป็นเหมือนศรีสุวรรณ คนที่หนึ่ง คนที่สอง คนที่หมื่นแสนทำหน้าที่เหล่านี้ มันจะทำให้ระบบคอร์รัปชันที่พยายามจะหาช่องทางหรือโอกาสในการที่จะคิดไม่ดีไม่ร้ายต่อประเทศชาติ มันถูกจับตาเหมือนมีตาสับปะรดคอยตรวจสอบมากขึ้น ผมว่ามันจะทำให้ประเทศเราได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้น”

 

ไม่มีใครเป็นแบบอย่างนอกจากพ่อของตัวเอง

 

ศรีสุวรรณกล่าวว่าพ่อคือไอดอลเพียงคนเดียวของเขา พร้อมกับเล่าอย่างภาคภูมิใจว่า แม้พ่อจะจบแค่ ป.4 แต่ท่านเป็นนักอ่านตัวยง มักจะอธิบายเนื้อหายากๆ ในหนังสือ และวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองบนหน้าหนังสือพิมพ์ให้ฟังเป็นประจำ 

 

“ช่วงที่มีคดีความกับคนเยอะๆ เวลาพ่อผมไปศาลก็มักจะให้ผมติดสอยห้อยตามไปด้วย ผมก็เรียนรู้และซึมซับมา เพราะฉะนั้นไอดอลของผมจึงเป็นคุณพ่อ”

 

นอกจากร้องเรียนแล้ว ก็ชอบร้องเพลง

 

ศรีสุวรรณกล่าวว่าตนชอบร้องเพลง ในอดีตเป็นนักร้องเพลงสากลประจำวงดนตรีของมหาวิทยาลัย ปัจจุบันชอบร้องเพลงลูกทุ่ง โดยทุกเวทีไม่ว่าจะงานแต่งหรืองานบวช ตนจะต้องออกไปร้องเพลง สาวงามเมืองพิจิตร ของ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง

 

ฝากถึงนักการเมืองให้ทำตามกฎหมาย

 

“กฎหมายว่าอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น ไม่ใช่ว่าท่านจะทะเลาะกันเฉพาะคู่ต่อสู้ทางการเมือง อย่างน้อยต้องมีบุคคลที่สามคือประชาชนอย่างผมคอยมอนิเตอร์พวกท่าน เหมือนสุนัขเฝ้าบ้าน (Watchdog) ถ้าท่านทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ผมซัดหมด ไม่เลือกที่รักมักที่ชังหรอก ถ้ามีอะไรที่ผมดำเนินการได้ก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีทันที”

 

ศรีสุวรรณย้ำถึงข้าราชการว่า ต้องทำตามบทบาทหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด อย่าไหลตามคำพูดของนักการเมือง เพราะเจ้านายที่ต้องเคารพมากที่สุดคือประชาชน

 

“ผมทนทุกข์กับชาวบ้านมาเยอะ มีชาวบ้านมาร้องเรียนผมว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานรัฐ-นักการเมืองค่อนข้างจะเยอะ เราจึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรม นี่คือบทบาทที่ผมพยายามทำมาโดยตลอด แต่ผมไม่ใช่เทวดาที่จะทำให้ทุกอย่างสำเร็จเสร็จสิ้นได้ บางเรื่องที่ผมทำมันก็ล้มเหลวหรือไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่ผมไม่ท้อและทำต่อไป นี่คือสิ่งที่อยากฝากถึงนักการเมือง ไม่ว่าคุณจะรวยล้นฟ้า ใช้อำนาจล้นเมือง ศรีสุวรรณก็ไม่กลัวถูกตรวจสอบ”

 

หนึ่งในสิ่งที่ศรีสุวรรณอยากได้ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

 

“ผมไม่อยากให้มี 22 พฤษภาคม 2557 เกิดขึ้นอีกแล้วในสังคมไทย ความขัดแย้งในสังคมเป็นเรื่องปกติ แต่ผมไม่อยากให้มีอำนาจพิเศษหรืออำนาจนอกกฎหมายมาทำให้ระบบสังคมเกิดปัญหา ไม่อยากให้มีการรัฐประหาร ไม่อยากให้มีการปฏิวัติ ขอให้ความขัดแย้งอยู่บนพื้นฐานการใช้สิทธิใช้เสียงของพี่น้องประชาชน”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post รู้จัก ‘ศรีสุวรรณ’ กับฉายานักร้องฟ้องไม่เลือก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจซ้อนแผนจับกุม ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ หลังข่มขู่รีดเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้าน แลกไม่ยื่นเรื่องร้องเรียน https://thestandard.co/srisuwan-janya-arrested-26012567/ Fri, 26 Jan 2024 10:47:23 +0000 https://thestandard.co/?p=892626

วันนี้ (26 มกราคม) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บั […]

The post ตำรวจซ้อนแผนจับกุม ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ หลังข่มขู่รีดเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้าน แลกไม่ยื่นเรื่องร้องเรียน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 มกราคม) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

 

นำหมายค้นเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3  จุด ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการนักเคลื่อนไหวหรือนักร้องเรียนข่มขู่เรียกเงินเจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งให้ถูกตรวจสอบ

 

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ว่าได้ถูก ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หรือนักเคลื่อนไหว พร้อมด้วย ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเขตราชการที่ 11 ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พร้อม พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ 

 

หลังร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองเหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว และโครงการปรับปรุงการผลิตสำหรับผู้ปลูกข้าว โดยระบุว่าพบข้อพิรุธที่ส่อไปในทางทุจริต 

 

แต่ด้วยความที่ณัฏฐกิตติ์มั่นใจว่าที่ผ่านมาตนบริหารงานหรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 รายกล่าวอ้างเพื่อข่มขู่ จึงมองว่าการถูกกระทำเช่นนี้ไม่เป็นธรรมแก่ตนเอง แต่ด้วยความที่เกรงว่าหากถูกร้องเรียนโจมตีบ่อยครั้งเข้าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินให้ครั้งแรกก่อนเป็นจำนวน 1.4 แสนบาท ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอตอนส่งมอบเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

 

จากนั้นจึงนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ก่อนมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับศรีสุวรรณและพิมณัฏฐา 

 

ในข้อความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด พร้อมออกหมายจับยศวริศ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนวางแผนให้ผู้เสียหายทำการนัดหมายส่งมอบเงินงวดต่อมาอีก 5 แสนบาทไปส่งมอบให้ในวันนี้เพื่อซ้อนแผนเข้าจับกุม

 

โดยเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจุดแรกเป็นบ้านพัก ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของศรีสุวรรณ หลังจากผู้เสียหายส่งคนนำเงิน 5 แสนบาทไปส่งมอบให้กับภรรยาของศรีสุวรรณ กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีการหยิบซองเงินเข้าไปภายในบ้านจริง ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม 

 

มีรายงานว่าระหว่างนั้นศรีสุวรรณเกิดไหวตัวพยายามวิ่งนำซองเงินไปโยนทิ้งบริเวณข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปตรวจยึดกลับคืนมาได้ ก่อนแสดงหมายจับให้เจ้าตัวรับทราบและทำการควบคุมตัวพร้อมพามาตรวจค้นภายในบ้านพัก เพื่อค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมทางคดี นอกจากนี้ยังได้เตรียมเชิญตัวภรรยาของศรีสุวรรณไปทำการสอบปากคำเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่

The post ตำรวจซ้อนแผนจับกุม ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ หลังข่มขู่รีดเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้าน แลกไม่ยื่นเรื่องร้องเรียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. รวบ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คาทำเนียบ เจ้าตัวชี้แจงแค่ประสานให้ ‘ศรีสุวรรณ’ ปมข่มขู่เรียกรับเงิน https://thestandard.co/arrest-jeng-dok-jik-gov-house/ Fri, 26 Jan 2024 10:31:55 +0000 https://thestandard.co/?p=892622

วันนี้ (26 มกราคม) จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับก […]

The post ตร. รวบ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คาทำเนียบ เจ้าตัวชี้แจงแค่ประสานให้ ‘ศรีสุวรรณ’ ปมข่มขู่เรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 มกราคม) จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เข้าจับกุม ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กรณีข่มขู่เรียกรับเงิน เจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้ง ไม่ถูกตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของ ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว รวมถึงฝ่ายการเมือง โดยมีรายงานว่ามีชื่อของ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

 

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.20 น. ภายในทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และ สน.ดุสิต ได้เข้ามาพูดคุยและเชิญยศวริศขึ้นรถ เพื่อไปที่ สน.ดุสิต ทำการสอบสวนตามขั้นตอนและกระบวนการต่อไป

 

เบื้องต้นยศวริศระบุว่า ยังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้เรื่องอะไร เพิ่งรู้เรื่องจากตำรวจ ตนมีหน้าที่ประสานให้ศรีสุวรรณเฉยๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องคุยกัน ไม่เป็นไร ยืนยันว่าชี้แจงได้ ขอย้ำว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา

 

ขณะที่บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางได้มาเตรียมพร้อมบริเวณห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 1 และด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงเที่ยง ซึ่งมีรายการว่า ยศวริศได้เดินทางเข้ามาที่ตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงสายๆ เพื่อพบกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

The post ตร. รวบ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คาทำเนียบ เจ้าตัวชี้แจงแค่ประสานให้ ‘ศรีสุวรรณ’ ปมข่มขู่เรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจ๋ง ดอกจิก’ ตั้งกลุ่มรวมใจรักชาติ เดินหน้าขอคะแนนเสียงคนเสื้อแดงให้ พล.อ. ประยุทธ์และพรรค ย้ำหมดยุคสู้เพื่อเขาเราติดคุก ถูกทอดทิ้ง https://thestandard.co/jeng-dokjik-ruam-jai-rak-chart/ Sat, 11 Mar 2023 07:22:45 +0000 https://thestandard.co/?p=761438

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ยศวริศ ชูกล่อ […]

The post ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ตั้งกลุ่มรวมใจรักชาติ เดินหน้าขอคะแนนเสียงคนเสื้อแดงให้ พล.อ. ประยุทธ์และพรรค ย้ำหมดยุคสู้เพื่อเขาเราติดคุก ถูกทอดทิ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนได้ร่วมกับ สมหวัง อัสราษี และอดีตแกนนำ นปช. หลายจังหวัดที่เคยเป็นคนเสื้อแดงร่วมต่อสู้ด้วยกันมาในอดีตมาตั้งกลุ่มรวมใจรักชาติ มีตนเป็นประธานกลุ่มฯ 

 

มีจุดประสงค์เพื่อไปรวบรวม ติดตาม ค้นหา เชิญชวน จูงใจพี่น้องเสื้อแดงในทุกจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน 17 จังหวัดที่ถูกทอดทิ้งมาหนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะยังมีคนเสื้อแดงจำนวนมากที่เคยร่วมทัพกันมาแต่ถูกกระทำแบบนี้ ตนติดคุกมา 4 รอบแต่ขาดการเหลียวแล หรือเราติดคุกสู้เพื่อเขาแต่เราขาดการเหลียวแล

 

“กลุ่มรวมใจรักชาติจะร่วมมือกับคนเสื้อแดงทำประโยชน์เพื่อชาติ คนเสื้อแดงเปรียบเสมือนหมาล่าเนื้อ ล่าเสร็จเขาก็เอาเนื้อไปแบ่งกันกิน ทอดทิ้งให้หมาเลียแผลตัวเองจากการต่อสู้ที่บาดเจ็บ พอเนื้อหมดก็ให้ออกไปล่าต่อ ขอโทษที่เปรียบเป็นหมาล่าเนื้อ แค่เพียงการเปรียบเปรยเท่านั้น เพราะคนเสื้อแดงถูกย่ำยีถูกทอดทิ้งมาตลอด ผมในนามประธานกลุ่มจะไปรวบรวมคนเสื้อแดงให้มาสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเป็นพรรคที่ทำประโยชน์เพื่อประชาชนจริงๆ มีนโยบายดีๆ ออกมาดูแลประชาชนจำนวนมากและจับต้องได้” ยศวริศกล่าว

 

ยศวริศกล่าวอีกว่า การทำงานของกลุ่มรวมใจรักชาติจะทำคล้ายกับอดีต นปช. ที่เดินคู่กับพรรคเพื่อไทย กลุ่มนี้ก็จะเดินคู่กับรวมไทยสร้างชาติ เพื่อบอกให้ประชาชนรู้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองอย่างไรบ้าง

The post ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ตั้งกลุ่มรวมใจรักชาติ เดินหน้าขอคะแนนเสียงคนเสื้อแดงให้ พล.อ. ประยุทธ์และพรรค ย้ำหมดยุคสู้เพื่อเขาเราติดคุก ถูกทอดทิ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 แกนนำเสื้อแดง ‘สมหวัง-เจ๋ง ดอกจิก’ พลิกขั้ว สมัครสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ ร่วมงานประยุทธ์ หลังสู้เพื่อเขาแต่เราติดคุก https://thestandard.co/somwang-jeng-dokjik-join-utnp/ Fri, 10 Feb 2023 00:34:42 +0000 https://thestandard.co/?p=748275

วานนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ สมหวัง อัส […]

The post 2 แกนนำเสื้อแดง ‘สมหวัง-เจ๋ง ดอกจิก’ พลิกขั้ว สมัครสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ ร่วมงานประยุทธ์ หลังสู้เพื่อเขาแต่เราติดคุก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (9 กุมภาพันธ์) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ สมหวัง อัสราษี และยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เดินทางมายื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นตัวแทนต้อนรับพร้อมสวมเสื้อพรรคให้กับทั้งสองคน

 

สมหวังให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคว่า ตนได้ตัดสินใจมายื่นใบสมัครเป็นสมาชิก เพราะคิดมานาน ได้เห็นการทำงานและติดตามข่าวของพรรคมาตลอด เห็นว่าพรรคนี้ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่มีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้น ตรงกับอุดมการณ์ของตน ทำให้คิดว่าพรรคนี้ช่างแตกต่างกับที่เคยอยู่มาในอดีต ซึ่งถือว่าเป็นความภูมิใจและยินดีที่เข้ามาเป็นสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ รับรองว่าจะให้ความร่วมมือในการทำงาน ถ้ามีโอกาสจะทำให้ดีที่สุด อุดมการณ์ของตนคือ มีหัวใจสามสี คือขาว น้ำเงิน แดง ไม่ว่าจะอยู่ นปช. หรืออะไรก็ตาม แต่ก้นบึ้งหัวใจของตนเป็นแบบนี้มาตลอด

 

“ในการปราศรัยบนเวที ผมไม่เคยแตะต้องหรือพูดถึงสถาบันฯ เลย ใครจะพูดอะไรก็พูดไป หากไม่อยากฟัง ผมจะเดินหนี แต่วันนี้ที่ได้มาอยู่ตรงนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจ วันนี้พร้อมทุกเวลาที่จะลงสมัครในนามพรรคที่ชอบ ผมเห็นการทำงานของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เสียสละแม้ว่าจะเกษียณอายุแล้วแต่ยังอุทิศตัวมาทำงาน ผมก็อยากจะเดินตามรอยแบบเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีเช่นกัน” สมหวังกล่าว

 

ด้านยศวริศ หรือ เจ๋ง ดอกจิก กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมีแนวความคิดที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งตลอดกว่า 10 ปี จนมาถึงวันนี้เห็นแล้วว่าบ้านเมืองไม่ควรมีความแตกแยกอีกต่อไป ทุกคนต้องหันหน้าเข้ามาสามัคคีกัน ไม่มีแดง ไม่มีเหลือง ไม่มีนกหวีด หรือพันธมิตรฯ แต่ต้องหันหน้ามาพัฒนาประเทศด้วยกัน ไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาทำให้บ้านเมืองพัฒนาไปไม่ได้ ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่ไปพบประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้เห็นว่าชาวบ้านมีความเจ็บปวด แต่ละจังหวัดมีปัญหาอยู่แล้ว ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน ค่าครองชีพ สินค้าแพง ดังนั้นสิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือ พรรคการเมืองที่อยู่ในฟากรัฐบาลที่จะต้องนำเสนอนโยบายเพื่อนำไปแก้ปัญหาให้กับประชาชน

 

เจ๋ง ดอกจิก กล่าวต่อว่า จากที่ตนติดตามพรรครวมไทยสร้างชาติมาตลอด ได้เห็นแล้วว่าพรรครวมไทยสร้างชาติน่าจะได้เป็นพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลในครั้งหน้า โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่เพียงแต่ดูที่ผู้นำอย่าง พล.อ. ประยุทธ์ ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนเดียวเท่านั้น แต่ดูในภาพรวมอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคนี้เป็นศูนย์รวมของนักการเมืองที่มีคุณภาพและเป็นประชาธิปไตย เชื่อว่าจะสามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและประชาชนได้มาก จึงได้ตัดสินใจมาสมัครร่วมงานด้วย

 

“ผมคิดว่าสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การที่จะต้องหาจุดยืนที่มั่นคงให้กับตัวเอง การเดินหน้าต่อสู้แบบ ‘สู้เพื่อเขา เราติดคุก’ ที่เคยทำมาแบบเดินเข้า-ออกคุกหลายรอบ เป็นบทเรียนแล้วว่าไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับผมและครอบครัวเลย ‘สู้เพื่อเขา แต่เวลาอับเฉาเราไร้คนดูแล’ สำหรับผมเพียงพอแล้ว เมื่อเขาเห็นค่า เขาเห็นมูลค่าผม และชวนมาร่วมงาน ผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” เจ๋ง ดอกจิกกล่าว

 

เจ๋ง ดอกจิก กล่าวด้วยว่า การเปิดตัวของตนในการมาสมัครเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติวันนี้ก็อาจจะมีทัวร์ลง คงต้องทำที่ไว้จอดรถทัวร์มากๆ แต่อยากอธิบายว่าตนไม่ได้เอาอุดมการณ์มาเป็นเครื่องพันธนาการตัวเอง ต้องจงรักภักดีต่อพรรคการเมืองฝั่งเดิมอยู่ตลอดเวลาจนขยับไปไหนไม่ได้ การพูดว่าทรยศ อุดมการณ์เปลี่ยน กินกล้วย เหล่านี้ตนคิดว่าเป็นการกล่าวหากัน เพราะคนเรามีอุดมการณ์ แต่ไม่ใช่เอาอุดมการณ์มาพันธนาการตัวเองจนขยับขยายไปไหนไม่ได้ และคิดว่าทุกอย่างทำได้หมด ขยับขยายได้หมด ไปได้ทุกทิศทุกที่ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและต่อตัวเรา ไม่ใช่ว่าเดินหน้าบ้าอย่างเดียว ลูกเมียจะเดือดร้อน คนข้างหลังเดือดร้อน

 

“ผมขอฝากไปยังบริษัททัวร์ทั้งหลายที่จะมาจอดที่หน้าบ้านผม ว่าเปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น เปลี่ยนทิศ เปลี่ยนทาง เปลี่ยนอุดมการณ์ อย่านะครับ ผมมีอุดมการณ์เหมือนเดิม แต่พรรคไหนที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ ผมสนับสนุนทั้งสิ้น และอยากให้ทุกคนช่วยกันเสริมสร้างให้ประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้า ไม่มีว่าฝั่งเผด็จการแล้ว ฝั่งประชาธิปไตย เหล่านั้นคือคำครหา ขอให้ประชาชนทั้งที่เคยร่วมงานกับผมหรือเป็นแฟนคลับได้เข้าใจว่าผมได้มาถูกทิศถูกทางแล้ว” เจ๋ง ดอกจิกกล่าว

 

สำหรับบุคคลทั้งสองที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติในครั้งนี้ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของ นปช. หรือคนเสื้อแดง มีความใกล้ชิดกับ จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. เคลื่อนไหวเคียงบ่าเคียงไหล่กับจตุพรมาโดยตลอดถึงขั้นต้องเข้าคุกมาแล้ว 

 

สำหรับสมหวัง หรือ เฮียหวัง ถือเป็นนายทุนคนสำคัญของคนเสื้อแดง อดีตเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมช.พาณิชย์ (ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ)

 

อย่างไรก็ตาม สมหวังได้เคยระบายความในใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ว่า “ใครไม่โดนกับตัวเองจะไม่รู้ว่าหนักแค่ไหนแบบเดียวกับผม ผมอยู่ นปช. มีแต่ใจเกินร้อยกับพี่น้อง แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังมีชะตากรรมที่ต้องแบกรับแทนคนอื่น สามเกลอ (วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) ใช้ผมไปเปิดบัญชีเพื่อรับเงินบริจาค และกิจกรรมอื่นๆ โดยที่พวกเขาไม่ยอมใช้ชื่อตัวเองไปเปิดบัญชีรองรับเงิน เพราะเขารู้ว่าจะถูกสรรพากรประเมินเสียภาษี ทั้งหมดนี้ผมโดนสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากเงินเหล่านี้เป็นเงิน 572 ล้านบาท ผมจะเอาที่ไหนไปจ่าย ก็เลยโดนฟ้องล้มละลาย และตอนนี้โดนอายัดทรัพย์และอายัดบัญชีทั้งหมด เหลือแต่ตัวแล้วครับ แถมเป็นบุคคลล้มละลายด้วย ไม่สามารถทำอะไรได้เลย…นี่คือ สมหวัง อัสราษี ผมมันโง่เอง รักพวกจนไม่คิดถึงชีวิตและอนาคตตัวเอง บทเรียนที่แสนแพงในชีวิต ฉิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่าเพื่อน”

 

นอกจากนั้น สมหวังยังเป็นเจ้าของธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อมิซูชิต้า ในชื่อ บริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จดทะเบียนวันที่ 19 สิงหาคม 2539 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ปัจจุบัน 45 ล้านบาท แต่ได้โอนหุ้นให้ สราวุทธิ อัสราษี ลูกชายไปหมดแล้ว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 

 

ส่วนการเรียกเก็บภาษีจากกรมสรรพากร เป็นการเรียกเก็บจากบุคคลธรรมดาที่ค้างชำระภาษีจากการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง (รับเงินบริจาค) ในอดีต มิได้เกี่ยวข้องกับบริษัท สแกนเนอร์ อิเลคทริค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แต่อย่างใด

The post 2 แกนนำเสื้อแดง ‘สมหวัง-เจ๋ง ดอกจิก’ พลิกขั้ว สมัครสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ ร่วมงานประยุทธ์ หลังสู้เพื่อเขาแต่เราติดคุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 ปี สลายชุมนุมปี 53 แกน นปช. สวมชุดคนไร้ที่พึ่ง ทวงถามความคืบหน้า 99 ชีวิต https://thestandard.co/8-years-red-shirt-gatherings/ https://thestandard.co/8-years-red-shirt-gatherings/#respond Tue, 10 Apr 2018 05:09:56 +0000 https://thestandard.co/?p=83113

วันนี้ (10 เมษายน 2561) ครบ 8 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมก […]

The post 8 ปี สลายชุมนุมปี 53 แกน นปช. สวมชุดคนไร้ที่พึ่ง ทวงถามความคืบหน้า 99 ชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 เมษายน 2561) ครบ 8 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. ปี 2553 จนมีประชาชนเสียชีวิตกว่า 99 ศพ

 

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อม นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ และเจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช. สวมชุดคนไร้ที่พึ่งเดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมถือป้ายร้องขอความยุติธรรมด้วยข้อความต่างๆ

 

 

ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันครบรอบ 8 ปี สลายการชุมนุม ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นมีการใช้กำลังและอาวุธสงคราม ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยการเดินทางมาวันนี้ไม่ได้มีเจตนาท้าทายและสร้างความเสียหาย แต่มาทวงถามความคืบหน้าของคดี ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ป.ป.ช.

 

 

ส่วนชุดคนไร้ที่พึ่งที่สวมใส่มาในวันนี้ก็เป็นผลมาจากการเดินหน้าทวงถามเรื่องนี้หลายครั้งและหลายหน่วยงาน แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ ทั้งในประเด็นที่ร้องขอให้กรรมการ ป.ป.ช. หยิบคดีนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ตามกรอบของกฎหมายที่เปิดช่องให้ และอีกประเด็นที่มีการร้องขอสำนวนการไต่สวนยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อเทียบเคียงการใช้ดุลยพินิจกับการจ้างทนายความฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งสองเรื่องนี้เจ้าหน้านี้กลับตอบไม่ได้ว่า วินาทีนี้เรื่องอยู่ที่ขั้นตอนไหน อยู่ที่โต๊ะใคร

 

นายณัฐวุฒิ ยังระบุทิ้งท้ายด้วยว่า หลังจากนี้ตนก็ยังจะเดินหน้าติดตามทวงถามต่อไปด้วยความสุภาพ ไม่แสดงความหยาบคาย และสื่อสารด้วยเหตุผล แต่หากที่สุดแล้วตนเห็นว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตนและพวกก็จะต้องดำเนินการทุกวิถีทางตามที่กฎหมายกำหนด

 

อย่างที่เคยประกาศไว้ว่าจะรวบรวมรายชื่อประชาชนยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อยื่นต่อประธานศาลฎีกาให้ตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ แต่แนวทางนี้จะทำในช่วงเวลาที่มีสภาจากการเลือกตั้ง ส่วนแนวทางอื่นๆ จะให้ฝ่ายกฎหมายปรึกษาหารือกันเพื่อดำเนินการต่อไป

 

The post 8 ปี สลายชุมนุมปี 53 แกน นปช. สวมชุดคนไร้ที่พึ่ง ทวงถามความคืบหน้า 99 ชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/8-years-red-shirt-gatherings/feed/ 0