หนังสือพิมพ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/หนังสือพิมพ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 01 May 2026 07:04:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เริ่มวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ขึ้นราคาเป็น 15 บาท สะท้อนวิกฤตต้นทุนสื่อสิ่งพิมพ์ไทยยุคเปลี่ยนผ่าน https://thestandard.co/thairath-dailynews-price-hike/ Fri, 01 May 2026 06:55:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1203011 หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ และเดลินิวส์ วางแผง หลังประกาศปรับขึ้นราคาเป็น 15 บาท

หนังสือพิมพ์รายวันที่อยู่คู่แผงมายาวนานอย่าง ‘ไทยรัฐ’ แ […]

The post เริ่มวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ขึ้นราคาเป็น 15 บาท สะท้อนวิกฤตต้นทุนสื่อสิ่งพิมพ์ไทยยุคเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ และเดลินิวส์ วางแผง หลังประกาศปรับขึ้นราคาเป็น 15 บาท

หนังสือพิมพ์รายวันที่อยู่คู่แผงมายาวนานอย่าง ‘ไทยรัฐ’ และ ‘เดลินิวส์’ ประกาศปรับราคาจำหน่ายปลีกจากฉบับละ 10 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 15 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ (1 พฤษภาคม 2569) เป็นต้นไป

 

การปรับราคาขึ้นในรอบ 19 ปีครั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

 

รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผู้บริโภคหันไปรับข้อมูลข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายระดับภูมิภาคไปจนถึงแผงหนังสือรายย่อย

 

ในช่วงก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและเดลินิวส์วางแผงขายในราคาฉบับละ 1 บาท การปรับขึ้นราคาเป็น 1.50 บาท ครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 2516 ในยุครัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันตะวันออกกลาง (OPEC) และมีการปรับเพิ่มขึ้นเป็นลำดับตามวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานแต่ละยุค

 

จากนั้นช่วงปี 2530-2539 ราคาหนังสือพิมพ์ขยับขึ้นอีกครั้งเป็นฉบับละ 5 บาทโดยเฉลี่ย สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจฟองสบู่ ธุรกิจสิ่งพิมพ์เฟื่องฟู ยอดขายสูง และเนื้อหาในหนังสือพิมพ์เองก็หนาขึ้นอย่างมาก

 

กระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 ต้นทุนกระดาษนำเข้าพุ่ง เป็นผลให้ราคาปรับขึ้นเป็น 8 บาท

 

ก่อนที่ราคาฉบับละ 10 บาท ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นปีที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แตะระดับ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนกรกฎาคม ต้นทุนของหมึกพิมพ์และแม่พิมพ์ที่มีส่วนประกอบของปิโตรเคมี จึงสูงขึ้นตามไป

 

ราคานี้ยืนระยะมาต่อเนื่องยาวนานที่สุด จนถึงปัจจุบันที่มีการประกาศปรับราคาขึ้นอีกครั้งในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่าน และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่สื่อสิ่งพิมพ์ต้องเผชิญโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

เริ่มวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ขึ้นราคาเป็น 15 บาท เริ่มวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ขึ้นราคาเป็น 15 บาท เริ่มวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ขึ้นราคาเป็น 15 บาท

The post เริ่มวันนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ขึ้นราคาเป็น 15 บาท สะท้อนวิกฤตต้นทุนสื่อสิ่งพิมพ์ไทยยุคเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 https://thestandard.co/90s-sports-fan-memories/ Sun, 12 Apr 2026 02:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1197249 ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”   ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บ […]

The post Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”

 

ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บกวาด ผมแอบสงสัยกับตัวเองว่าสิ่งที่อยู่ในม้วนภาพนี้มันคืออะไร และยิ่งไปกว่านั้นคือไปสั่งซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร (เพื่อจะหาคำตอบและคำอธิบายทางบ้านได้)

 

ยืนคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมตัดสินใจจะเปิดกลักมันออกมา ก่อนจะพบกับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิด

 

มันคือภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ น่าจะในไซส์ A2 และในนั้นไม่ได้เป็นภาพวาด ภาพเขียน หรือภาพวาบหวิวจากไหน แต่เป็นภาพของปีกร่างระหงในชุดเสื้อฟุตบอล Reebok สีแดง

 

ใต้ภาพมีชื่อที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกำกับไว้ “STEVE McMANAMAN”

 

สรุปแล้วมันคือภาพโปสเตอร์ฟุตบอลที่น่าจะไปสั่งซื้อมาจากสักกลุ่มเพื่อหวังว่าจะมาติดในห้องนอน แต่ก็เอาไปเก็บไว้ในหลืบมุมของห้องนานจนลืม

 

แต่ความมหัศจรรย์คือ โปสเตอร์ภาพนี้ภาพเดียวทำให้ความทรงจำมากมายของชีวิตการเป็นแฟนกีฬาในช่วงเวลานั้น – ในความหมายของผมคือยุค 90 – ผุดขึ้นมาทันที

 

มาลองไล่ความทรงจำ ‘สมัยนั้น’ ไปด้วยกันสักหน่อยไหมครับ เอาเท่าที่จำได้ก็ได้

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 1

 

‘สมัยนั้น’ การติดตามฟุตบอลและเกมกีฬาอื่นๆ มีความแตกต่างจากยุคสมัยนี้ในแบบคนละโลกและคนละเรื่องเลยครับ

 

อย่าถามหาแอปพลิเคชันแบบ LiveScore หรือโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter) หรือกลุ่ม Line ที่จะมีเพื่อนสักคนคอยคาบข่าวเอามาฝากกันทุกเช้าเลย

 

กว่าที่คนจะรู้จักและเข้าใจอินเทอร์เน็ตจริงๆ ก็แทบจะเป็นช่วงปลายๆ ของยุค 90s แล้ว

 

ช่องทางหลักในการติดตามข่าวสารถูกจำกัดเอาไว้เพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ

 

โทรทัศน์คืออย่างแรก

 

ตามด้วยวิทยุ

 

และสื่อสิ่งพิมพ์อย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่มหรือพ็อกเกตบุ๊ก

 

แต่ถึงจะมีน้อย แต่ก็เป็นความน้อยที่มีความสุขอย่างมาก

 

โดยส่วนตัวหลักๆ แล้วช่องทางที่สำคัญและเป็นต้นธารสำหรับคนรักกีฬาหลายต่อหลายคนคือหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เข้าถึงได้ง่ายและเร็วที่สุด

 

ในหนังสือพิมพ์ทุกหัว (สำนักข่าว) จะมีเซกชันข่าวกีฬาแยกเอาไว้อย่างชัดเจน และมีจำนวนหน้าที่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเบอร์ต้นของตลาดอย่างไทยรัฐและเดลินิวส์ที่หน้ากีฬามีเรื่องราวให้อ่านมากมาย ทั้งรายงานข่าวกีฬาประจำวัน ไปจนถึงคอลัมน์จากนักเขียน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือนักหนังสือพิมพ์) ฝีมือฉมังเดชทั้งหลาย

 

แต่ถ้าเป็นคนที่รักกีฬาแบบลึกขึ้นไปอีกขั้นก็ยังมีหนังสือพิมพ์กีฬาโดยเฉพาะอย่างสยามกีฬา (ซึ่งในวงการเรียกกันว่าเล่มใหญ่)

 

และเล่มที่เป็น ‘รักแรก’ ของแฟนฟุตบอลหลายๆ คนอย่าง สยามกีฬา สตาร์ซ็อคเก้อร์ (ที่จะเรียกกันว่าเล่มเล็ก)

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 2

 

สมัยนั้นสตาร์ซ็อคเกอร์รายวันคือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับแฟนฟุตบอลทุกคน เพราะจะมีทั้งข่าวสารที่เจาะลึก ผลการแข่งขันที่ละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าคอลัมน์จากคอลัมนิสต์ระดับมืออาชีพที่จะมาร่ายเรื่องราวให้ได้อ่านกันในแต่ละวัน (และอ่านวนไปทั้งวัน ส่วนใหญ่เล่มเดียววนได้รอบห้องด้วย)

 

พี่ๆ ในวันนั้นหลายๆคน ก็กลายมาเป็นครูบาอาจารย์ เป็น ‘เสาหลัก’ ของวงการฟุตบอลและวงการกีฬาในเวลานี้

 

คอลัมนิสต์ในสตาร์ซ็อคเกอร์จะแบ่งออกเป็นหลายสายครับ สายหลักแน่นอนย่อมต้องเป็นฟุตบอลอังกฤษ ที่จะเกาะติดแวดวงของลูกหนังเมืองผู้ดีมาฝากกัน เช่น แจ็คกี้, บอบู๋, ซัมเมอร์ฮิลล์, ลิตเติ้ลโจ, ตังกุย, ยักษ์ดอยแดง นอกจากนี้ก็จะมีสายเฉพาะของลีกแต่ละประเทศอีก เช่น ก.ป้อหล่วน, ช่อคูน, นพนันท์, ป๋ายาว, มาเฟียรี่, โมนาลิซ่า และอีกมากมาย ไปจนถึงนักเขียนสายเรื่องนอกกระแสอย่าง ศาธนันท์ และคอลัมน์ฮิตตอบคำถามแฟนๆ ของบิ๊กจ๊ะ (ซึ่งรับช่วงต่อจาก ย.โย่ง ผู้จากไปก่อนเวลาอันควร)

 

งานเขียนเหล่านี้แม้จะเหมือนงานเขียนรายวันธรรมดา แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปในความทรงจำแล้วนับว่าเป็นงานเขียนที่เลอค่า เพราะมันไม่ได้มอบแค่ข้อมูลหรือข่าวสาร แต่มันคือสิ่งที่ทำให้อรรถรสในการติดตามกีฬาสนุกขึ้น

 

เป็นความสุนทรีย์ (เขาเรียกกันว่า Aesthetic ใช่ไหม?) ของคนในยุคสมัยนั้น และปลูกฝังนิสัยการรักการอ่านให้หลายคน – รวมถึงตัวผมเอง – มาจนถึงวันนี้

 

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 3

 

ผมมีหนึ่งคอลัมน์ที่ชอบติดตามเป็นพิเศษและเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจส่วนตัวเพราะเป็นของที่ใหม่มากในยุคสมัยนั้นคือ ‘ตามรอยหงส์แดง’ โดยไทซอน หรืออาภากร โยมา ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกันเกมส์ในปัจจุบัน (และเป็นอีกหนึ่งคอลัมนิสต์ขาประจำของ The Standard Sport ด้วย)

 

ตามรอยหงส์แดง น่าจะเป็นคอลัมน์ที่เกิดในช่วงปลายยุค 90 แล้ว โดยจะเป็นเนื้อหาที่แปลกแหวกแนวสำหรับสมัยนั้นคือการรวบรวมข่าวกอสซิปย้ายทีม หรือที่เรียกกันว่า Transfer rumour news ที่เกี่ยวกับลิเวอร์พูลมาฝากแฟนๆเป็นประจำในทุกสัปดาห์

 

เพราะปกติแล้วข่าวทำนองนี้ถึงจะมีลงในแต่ละวัน ซึ่งฝ่ายข่าวของหนังสือพิมพ์จะได้รับแหล่งข่าวจากต่างประเทศ ตั้งแต่ระบบเทเล็กซ์ (Telex เครื่องพิมพ์ข่าวที่ถูกส่งมาจากสำนักข่าวต่างประเทศอีกที) จนถึงยุคของอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามาก็ตามเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างๆ และหนังสือพิมพ์จากต่างประเทศที่จะมีผู้สื่อข่าวที่ถูกส่งไปประจำการอยู่ที่อังกฤษคอยส่งหนังสือพิมพ์จากที่โน่นมาให้อีกทอดหนึ่ง

 

ในยุคสมัยนั้นเท่านี้ก็ถือว่าเร็วแล้ว แต่มันไม่ได้มีใครมาคอยอัพเดตให้ต่อเนื่องยิบๆจนถึง ‘Here We Go’ ดังนั้นหลายครั้งข่าวอาจจะออกไม่กี่วันแล้วก็ได้เห็นภาพชูเสื้อเซ็นสัญญาย้ายทีมเลย

 

ครั้งนึงที่จำได้แม่นคือเรื่องของสตีฟ แม็คมานามาน ที่เกือบจะย้ายไปบาร์เซโลนา แต่สุดท้ายการเจรจาล่มก็เป็นข่าวใหญ่โต หรืออีกครั้งที่จำได้เป็นการส่วนตัวคือไปเที่ยวต่างจังหวัดกับที่บ้านมาแล้วเดินไปซื้อหนังสือพิมพ์ที่ร้านในซอยแล้วได้เห็น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนชูเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉยเลย

 

คอลัมน์อย่างตามรอยหงส์แดงที่เก็บรวบรวมข่าวซุบซิบในวงการ (ซึ่งขณะนั้นก็ไม่ได้จอแจเหมือนทุกวันนี้) จึงเป็นคอลัมน์ที่สนุกมาก ในการติดตามข่าวสาร ได้เห็นชื่อนักฟุตบอลแปลกๆ ใหม่ๆ (เช่น เวการ์ด เฮกเกม ที่ต่อมาย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูลจริงๆ) ก็ช่วยแต่งเติมจินตนาการได้สนุก

 

บางทีเอาชื่อนักบอลเหล่านี้ไปหาต่อในเกม Championship Manager (หรือ CM) ซึ่งก็เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงกลางยุค 90 ด้วย

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 4

 

แต่หนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นแค่แหล่งเดียวครับ ยังมีนิตยสารอีกมากมาย ซึ่งไม่ได้สงวนแค่นิตยสารฟุตบอลอย่างสตาร์ซ็อคเก้อร์รายสัปดาห์ เพราะยังมีนิตยสารอะไรต่อมิอะไรให้อ่านอีกเยอะ

 

แฟนบอลลิเวอร์พูลก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แม้แต่แฟนนิวคาสเซิลซึ่งเป็นอีกทีมดังในสมัยนั้นก็เหมือนจะมีนิตยสารของแฟนทีมตัวเองด้วย (ของอาร์เซนอลไม่แน่ใจว่ามีไหม)

 

ยังมีบรรดานิตยสารฉบับพิเศษที่ออกวางเป็นรายเฉพาะกิจ เช่น Extra ฟุตบอลโลก, Extra ยูโร ไปจนถึงฉบับรวมนักฟุตบอลดาวดังอย่าง Extra โรแบร์โต้ บักโจ้

 

เรื่องราวในสิ่งพิมพ์เหล่านี้สร้างจินตนาการในหัวของเราครับ

 

ที่เหลือคือการหาโอกาสในการดูของจริงให้ได้ ซึ่งในยุคนั้นเราไม่ได้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลครบทุกถ้วยทุกลีกทุกนัดแบบในสมัยนี้ โอกาสที่เราจะได้ดูฟุตบอลยากกว่ามากๆ

 

แต่อย่างน้อยในทุกสัปดาห์จะมีรายการยอดฮิตตลอดกาลของคนสมัยนั้นอย่าง ‘เจาะสนาม’ ที่มีไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษมาให้ชมทางช่อง 7 แม้ว่ามันจะดีเลย์สักหน่อยแต่ก็เป็นความสุขที่สุดที่หาได้แล้วในวันเวลานั้น

 

เรียกว่าบ่ายๆ วันเสาร์นี่แทบจะต้องจองโทรทัศน์กันเลยทีเดียว

 

นอกเหนือจากนั้นคือการติดตามการถ่ายทอดสด หรือถ่ายทอดบันทึกการแข่งขัน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะมีให้ดูคู่ไหน แต่อย่างน้อยช่วงกลางสัปดาห์และสุดสัปดาห์จะมีให้ชมกันพอสมควร ไม่มากแต่อย่างน้อยก็ได้ดูกันแบบฟรีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ฟุตบอลอังกฤษ แต่ยังมีฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน รวมถึงกัลโช เซเรีย อา อิตาลีให้ได้ดูด้วย

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคสมัยที่ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดตกอยู่กับบริการ Pay TV หรือบริการบอกรับสมาชิก ที่ถ้าใครอยากดูแบบครบๆก็ต้องจ่ายให้กับ IBC (ที่ต่อมาคือ UBC และ True Visions ในปัจจุบัน) ซึ่งค่าสมาชิกรายเดือนก็ไม่ใช่น้อย

 

อีกรูปแบบคือการติดตามข่าวทางรายการข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และที่ตามมาคือสถานีวิทยุกีฬา ซึ่งสยามกีฬาริเริ่มทำในยุคนั้น โดยมีรายงานข่าวฟุตบอล ข่าวกีฬา ฯลฯ

 

และไฮไลต์ของยุคนั้นคือการรายงานการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งนอกจากคู่หลักที่บรรยายในช่วงเวลานั้นๆ แล้ว ก็จะมีการตัดเข้าช่วงการรายงานสกอร์แบบสดๆ ตามที่ได้รับรายงานล่าสุดเข้ามาด้วย

 

มันจะเป็นช่วงที่แฟนบอลลุ้นกันจัดๆเลยว่าคู่ของทีมที่เชียร์ (หรือแช่ง) อยู่เป็นอย่างไร

 

คนรายงานที่สร้างชื่อในเวลานั้นน่าจะเป็น ‘คุณฉุย’ สมศักดิ์ สงวนทรัพย์ ที่แฟนฟุตบอลคุ้นชื่อเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 5

 

เห็นยุคนี้คนเล่นเสื้อบอลวินเทจกันมากมาย แต่สมัยนั้นใครมีเสื้อฟุตบอลของแท้ถือว่าเท่สุดๆ เพราะแพงมหาแพง (เมื่อคิดกับค่าเงินในเวลานั้น) ซึ่งการจะได้มาก็ต้องไปหาที่ร้านสตาร์ซ็อคเกอร์ ที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ

 

ในร้านนอกจากจะมีเสื้อฟุตบอลของแท้โชว์ตัวบนราวให้น้ำลายไหลแล้ว ยังมีสินค้าอีกมากมายหลายอย่างที่น่าซื้อหามาเป็นเจ้าของไปเสียหมดทุกอย่าง (แต่ก็ซื้อไม่ไหวสักอย่างเพราะยังเป็นเด็กค่าขนมน้อยนิด) ซึ่งก็เป็นของที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศทั้งนั้น

 

แต่ทีเด็ดคือวิดีโอเทปฟุตบอล ที่มีทั้งแมตช์การแข่งขัน ไปจนถึงไฮไลต์การทำประตู หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งถูกอัดเอาไว้ในม้วนวิดีโอ VHS

 

ถ้าจำไม่ผิดวีดีโอเหล่านี้จะซื้อก็ได้ หรือถ้าไม่อยากซื้อก็เช่าได้เหมือนร้านวีดีโอในสมัยนั้น เมื่อถึงกำหนดก็เอามาคืน

 

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยซ้อนมอเตอร์ไซค์ของป๊าไปพันทิพย์ ประตูน้ำ เพื่อเช่าไฮไลต์การทำประตูของ แมตธิว เลอ ทิสซิเอร์ นักเตะผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์สูงที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษในยุค 90 เพราะอยากเห็นประตูแห่งฤดูกาล 1994 ที่ยิงใส่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ว่าของจริงเป็นอย่างไร เพราะเคยเห็นแต่ภาพวาดที่อธิบายว่าเลี้ยงเลาะเลื้อยแบบไหน

 

ได้ดูแล้วก็มีความสุขสมใจ

 

รวมๆ ก็ประมาณนี้ครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นยุคสมัยที่ไม่ได้มองหาทุกอย่างได้ง่ายเหมือนเวลานี้

 

แต่เพราะมันต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และความตั้งใจอย่างมากในการจะได้มา ในการจะอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งเล่มวนไปเพราะไม่ได้มีข่าวไหลตามฟีดโซเชียลมีเดียแบบทุกวันนี้ ไม่มี AI มาคอยหาคำตอบให้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในแบบของคนยุคนั้น – ยุคก่อนอินเตอร์เน็ต Yahoo Google และโซเชียลมีเดีย

 

ที่อยากจะหยิบมาเล่าเป็นการอำลาซีรีส์ ‘Sport Retro’ ซึ่งเขียนยาวกันมาเกือบปีจนถึงตอนนี้เป็นตอนที่ 40 พอดี

 

40 ตอนที่ผ่านมาเราได้ย้อนเวลามาด้วยกันเยอะมากครับ ทั้งคนตัวเล็กผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งเรื่องราวเหตุการณ์ ทั้งตำนานในหัวใจ

 

หวังว่าจะทำให้มีความสุขกันบ้าง

 

ส่วนหลังจากนี้จะมีซีรีส์อะไรต่อนั้น รอติดตามกันนะครับ 🙂

 

The post Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Buffett จะไม่เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2026 ตามรายงานของ Omaha Paper https://thestandard.co/buffett-skip-berkshire-2026-meeting/ Mon, 19 May 2025 02:03:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1075588 Warren Buffett จะไม่ขึ้นเวทีงานประชุมประจำปีของ Berkshire Hathaway ปี 2026

Warren Buffett จะไม่ขึ้นเวทีในงานประชุมประจำปีของบริษัท […]

The post Buffett จะไม่เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2026 ตามรายงานของ Omaha Paper appeared first on THE STANDARD.

]]>
Warren Buffett จะไม่ขึ้นเวทีงานประชุมประจำปีของ Berkshire Hathaway ปี 2026

Warren Buffett จะไม่ขึ้นเวทีในงานประชุมประจำปีของบริษัท Berkshire Hathaway ในปี 2026 โดยเลือกที่จะปล่อยให้ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาเป็นผู้ได้รับความสนใจแทน หลังจากที่เขาเกษียณ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Omaha World-Herald

 

Warren Buffett วัย 94 ปี ได้ประกาศเมื่อสิ้นสุดการประชุมในปีนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่า เขาจะลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทที่เขาก่อตั้ง แต่จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทต่อไป Greg Abel ผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา จะกลายเป็น CEO คนต่อไปของ Berkshire เมื่อสิ้นปีนี้ และจะขึ้นเวทีแทน Buffett ตามคำขอของ Buffett เอง 

 

ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า Buffett มีแผนจะนั่งร่วมกับคณะกรรมการบริษัทที่เหลือ

 

Abel ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ว่า การประชุมประจำปีของบริษัทจะจัดขึ้นที่เมืองโอมาฮาในวันที่ 2 พฤษภาคม เขากล่าวว่าความมุ่งมั่นของ Buffett ที่มีต่อบริษัทนั้น “ไม่เปลี่ยนแปลง” โดยเขาให้คำมั่นว่าจะไม่ขายหุ้น Berkshire แม้แต่หุ้นเดียว และจะบริจาคหุ้นทั้งหมดเข้าสู่กองทุนการกุศลหลังจากเขาเสียชีวิต

 

ขณะที่ Susie Buffett ลูกสาวของ Warren Buffett และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของ Berkshire กล่าวว่า พ่อของเธอคิดว่าเหมาะสมแล้วที่ Abel จะเป็นผู้ขึ้นเวทีโดยไม่มีเขาอยู่ด้วย

 

อ้างอิง:

The post Buffett จะไม่เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2026 ตามรายงานของ Omaha Paper appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คุยกับ ‘คุณป้าอรุณศรี’ ตำนานร้านหนังสือพิมพ์แห่งกาดหลวง | THE STANDARD https://thestandard.co/interview-with-aroonsri/ Fri, 31 Jan 2025 12:28:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1036819

คุยกับ ‘คุณป้าอรุณศรี’ ตำนานร้านหนังสือพิมพ์แห่งกาดหลวง

The post ชมคลิป: คุยกับ ‘คุณป้าอรุณศรี’ ตำนานร้านหนังสือพิมพ์แห่งกาดหลวง | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุยกับ ‘คุณป้าอรุณศรี’ ตำนานร้านหนังสือพิมพ์แห่งกาดหลวง

The post ชมคลิป: คุยกับ ‘คุณป้าอรุณศรี’ ตำนานร้านหนังสือพิมพ์แห่งกาดหลวง | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’ 69 ปีที่อยู่คู่สี่กั๊กพระยาศรี https://thestandard.co/end-of-china-daily-newspaper-69-years/ Tue, 24 Dec 2024 03:14:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1022854 end-of-china-daily-newspaper-69-years

วานนี้ (23 ธันวาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรร […]

The post ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’ 69 ปีที่อยู่คู่สี่กั๊กพระยาศรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
end-of-china-daily-newspaper-69-years

วานนี้ (23 ธันวาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศการผลิตหนังสือพิมพ์จีนรายวันภายในบริษัท หนังสือพิมพ์สากล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่สี่กั๊กพระยาศรี (สี่แยกจุดตัดระหว่างถนนเจริญกรุง ถนนเฟื่องนคร และถนนบ้านหม้อ) เขตพระนคร

 

หลังจากที่เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัท หนังสือพิมพ์สากล จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’ ออกประกาศความจำเป็นต้องปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

 

สำหรับหนังสือพิมพ์จีนสากลก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2498 โดย ชิน โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ด้วยแนวคิดต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์และแนวคิดการเมืองฝ่ายขวาเป็นหลัก

 

หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทย เมื่อปี 2500 ซึ่ง พล.ต.อ. เผ่า ผู้สนับสนุนหลัก ลี้ภัยการเมืองไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้ในเดือนมกราคม 2501 มีการโอนสิทธิในทรัพย์สิน และพ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีนที่ให้การสนับสนุนไต้หวันระดมทุนเพื่อซื้อหนังสือพิมพ์สากลและปรับโครงสร้างหลายครั้ง

 

โดยทางการไต้หวันส่ง Fang Guozhu อดีตเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย มาเป็นประธานหนังสือพิมพ์ในปี 2518 และเนื่องจากเวลานั้นมีการปิดกั้นข่าวสารที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หนังสือพิมพ์จีนสากลจึงเป็นหนังสือพิมพ์จีนในประเทศไทยเพียงฉบับเดียวที่มีข้อมูลข่าวสารที่นำมาจากหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับในประเทศจีน

 

หนังสือพิมพ์จีนสากลขายกิจการให้กับ Taiwan United Daily News ในปี 2529 พร้อมส่งทีมงานเข้ามาจัดระเบียบการดำเนินงานใหม่และทำให้เป็นกิจการเอกชนอิสระยุคใหม่ หลังจากการเพิ่มข่าวจีนแผ่นดินใหญ่ ในปี 2531 มีการทำรายงานข่าวการเมือง เศรษฐกิจ และความเคลื่อนไหวทางสังคมในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

 

ซึ่งผลจากการรวมกับหนังสือพิมพ์จีนระดับนานาชาติ หนังสือพิมพ์สากลได้เปรียบในแง่การนำเสนอข่าวสารที่กว้างขวาง ครอบคลุมหลายประเทศ เนื่องจาก United Daily News ได้ควบรวมกิจการหนังสือพิมพ์จีนในประเทศต่างๆ มากมาย ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป

 

ช่างภาพข่าวได้พูดคุยกับหัวหน้าควบคุมแท่นพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ ซึ่งทำงานมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ระบุว่า การปิดตัวของหนังสือพิมพ์สากลในประเทศไทยเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตคนที่ไม่นิยมอ่านข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์

 

จากนี้บริษัทใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ไต้หวันจะกำหนดทิศทางการเผยแพร่ข่าวในช่องทางออนไลน์ต่อไป เพราะที่ไต้หวันยังมีการผลิตหนังสือพิมพ์ตามปกติ

 

ปัจจุบันเฉพาะในประเทศไทยมียอดตีพิมพ์อยู่ที่ประมาณ 1,000 ฉบับ ส่งกระจายในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2538 ที่ยอดการผลิตต่อวันอยู่ที่ประมาณ 10,000 ฉบับ

 

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’

 

The post ปิดตำนานหนังสือพิมพ์จีนรายวัน ‘ชื่อ เจี้ย ยื่อ เป้า’ 69 ปีที่อยู่คู่สี่กั๊กพระยาศรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิทธิพล AI? Bild หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เยอรมนี เตรียมปลดพนักงาน 200 ตำแหน่ง หันมาใช้ AI แทน https://thestandard.co/bild-to-lay-off-200-jobs/ Sat, 24 Jun 2023 09:53:51 +0000 https://thestandard.co/?p=807215 bild ปลดพนักงาน

Axel Springr ผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ Bild ของเ […]

The post อิทธิพล AI? Bild หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เยอรมนี เตรียมปลดพนักงาน 200 ตำแหน่ง หันมาใช้ AI แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
bild ปลดพนักงาน

Axel Springr ผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ Bild ของเยอรมนี ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุดในยุโรป ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อลดค่าใช้จ่าย 100 ล้านยูโร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพนักงานราว 200 คนที่อาจถูกปลดออกจากงาน พร้อมเตือนด้วยว่า อาจลดขนาดกองบรรณาธิการลงอีก เนื่องจากบางตำแหน่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำแทนได้

 

Frankfurter Allgemeine (FAZ) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์คู่แข่ง รายงานว่า Axel Springer เจ้าของหนังสือพิมพ์ Bild ระบุในอีเมลที่ส่งถึงพนักงานว่า “น่าเสียดายที่ต่อไปผมจะไม่ได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีภาระงานที่ AI และ/หรือ กระบวนการอัตโนมัติทำงานแทนได้” 

 

Bild ระบุว่า การปรับลดจำนวนพนักงานนั้นมีเป้าหมายเพื่อลดตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อน โดยจะลดขนาดกองบรรณาธิการลงประมาณ 200 ตำแหน่ง และลดจำนวนหนังสือพิมพ์ฉบับภูมิภาคจาก 18 เหลือ 12 ฉบับ ตามการรายงานของ FAZ

 

อีเมลดังกล่าวลงนามโดยผู้จัดการระดับสูง 4 คนของหนังสือพิมพ์ รวมถึง มาเรียน ฮอร์น หัวหน้ากองบรรณาธิการ และ โรเบิร์ต ชไนเดอร์ และคาดว่าในที่สุดแล้วมาตรการที่คล้ายกันจะเกิดขึ้นกับ Die Welt ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันเรือธงของกลุ่ม Springer

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า การปลดพนักงาน 200 ตำแหน่งตามที่มีรายงานนั้นเป็นตำแหน่งงานระยะสั้น และเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจหนังสือพิมพ์ระดับภูมิภาค และไม่เกี่ยวข้องกับ AI

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากซีอีโอ มาเธียส ดอฟเนอร์ ออกมาประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ว่า Axel Springer จะต้องเป็นบริษัทสื่อดิจิทัลร้อยเปอร์เซ็นต์ เครื่องมือ AI อย่างเช่น ChatGPT ช่วยให้การทำข่าวอิสระดีขึ้นกว่าที่เคย หรืออาจเข้ามาแทนที่ได้ 

 

เขาคาดการณ์ด้วยว่า ในไม่ช้า AI จะสามารถรวบรวมข้อมูลได้ดีกว่านักข่าวที่เป็นมนุษย์ และกล่าวว่า สื่อที่ผลิตเนื้อหาต้นฉบับที่ดีที่สุด เช่น การทำข่าวเชิงสืบสวน และบทวิจารณ์ต้นฉบับเท่านั้นที่จะอยู่รอด

 

Axel Springer ไม่ใช่บริษัทสื่อเจ้าแรกที่พิจารณานำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ โดยก่อนหน้านี้ BuzzFeed ประกาศว่า ทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะนำ AI มาใช้เพื่อยกระดับคอนเทนต์และแบบทดสอบออนไลน์ต่างๆ ในขณะที่ Daily Mirror และ Daily Express ของสหราชอาณาจักร กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เช่นกัน

 

Men’s Journal และเว็บไซต์เทคโนโลยี CNET ก็ใช้ AI เช่นกัน เพื่อผลิตบทความให้บรรณาธิการที่เป็นมนุษย์ตรวจสอบความถูกต้อง อย่างไรก็ดี CNET ยอมรับในเดือนมกราคมว่า การใช้ AI มีข้อจำกัด หลังจากมีรายงานว่าบทความมากกว่าครึ่งมีเนื้อหาไม่ถูกต้องและต้องได้รับการแก้ไข

 

ที่ผ่านมาดอฟเนอร์ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรครั้งใหญ่มาแล้ว หลังจากที่ยอดขาย Bild ลดลงจาก 4.5 ล้านเมื่อ 20 ปีก่อน เหลือเพียง 1 ล้านในปีที่แล้ว โดยหวังที่จะช่วยพลิกฟื้นผลประกอบการทางการเงินที่น่าผิดหวังและฟื้นตัวจากเรื่องอื้อฉาว

 

สมาคมนักข่าวเยอรมัน (DJV) ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์แผนการของ Springer โดยเตือนว่า การลดตำแหน่งงานที่ Bild จะเป็นการฆ่าธุรกิจที่ทำกำไรให้กับกลุ่มบริษัท การตัดสินใจดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพนักงานเท่านั้น แต่ยังไม่เป็นผลดีทางเศรษฐกิจด้วย

 

อย่างไรก็ดี โฆษกของ Bild กล่าวว่า “เราเชื่อในโอกาสของ AI เราต้องการใช้ AI ที่ Axel Springer เพื่อทำให้สื่อสารมวลชนดีขึ้น และคงไว้ซึ่งการทำข่าวที่เป็นอิสระ

 

“เรากำลังพิจารณาประเด็นนี้ด้วยใจที่เปิดกว้าง ขณะนี้มีโครงการริเริ่มมากมายที่เรากำลังสำรวจขอบเขตของการประยุกต์ใช้ AI กับสื่อในเครือของเรา ทั้งในกระบวนการผลิตของกองบรรณาธิการและในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของผู้อ่าน”

 

ภาพ: Adam Berry / Getty Images

อ้างอิง:

The post อิทธิพล AI? Bild หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เยอรมนี เตรียมปลดพนักงาน 200 ตำแหน่ง หันมาใช้ AI แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขอบคุณสำหรับทุกความสุขและความทรงจำนะ ‘สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน’ https://thestandard.co/star-soccer-daily-farewell/ Wed, 31 May 2023 08:10:21 +0000 https://thestandard.co/?p=797422 สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน

ได้เห็นข้อความสั้นๆ จากพี่จอม ‘บอ.บู๋’ คอลัมนิสต์ฝีปาก […]

The post ขอบคุณสำหรับทุกความสุขและความทรงจำนะ ‘สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน

ได้เห็นข้อความสั้นๆ จากพี่จอม ‘บอ.บู๋’ คอลัมนิสต์ฝีปาก (กา) กล้าระดับตำนานอีกคนของวงการลูกหนังบ้านเราแล้วหัวใจก็หล่น

 

“เล่มเล็กจะไม่มีแล้วนะครับ”

 

ข้อความสั้นๆ นี้สำหรับคนที่พอมีอายุมากหน่อยก็จะรู้ครับ ว่า ‘เล่มเล็ก’ ในความหมายนั้นหมายถึงหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน หนังสือพิมพ์ฟุตบอลรายวันฉบับแรกของประเทศไทยที่มีอายุยืนยาวมากว่า 31 ปี

 

ที่เรียกว่าเล่มเล็กนั้นเป็นเพราะขนาดของหนังสือพิมพ์ที่เป็นไซส์แท็บลอยด์ ที่เป็นเหมือนน้องเล็กของ ‘เล่มใหญ่’ ซึ่งหมายถึงหนังสือพิมพ์สยามกีฬารายวันซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์กีฬาดั้งเดิมของไทยที่เป็นหนังสือพิมพ์ขนาดบรอดชีต 

 

ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าคำว่าเล่มเล็กนี้ใครเป็นคนเรียกคนแรก เพียงแต่ชื่อเรียกนี้เป็นชื่อที่ไม่เฉพาะคนในวงการสื่อที่เรียกกัน แต่ก็ยังเป็นชื่อที่คอบอลที่เป็นแฟนของสตาร์ซอคเก้อร์รายวันคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

 

สตาร์ซอคเก้อร์รายวันนั้นตามประวัติถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดของ ระวิ โหลทอง เจ้าพ่อสื่อกีฬาของไทยที่เริ่มจับกระแสจากช่วงฟุตบอลยูโร 1992 ที่ประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ โดยทำหนังสือพิมพ์ฟุตบอลฉบับพิเศษวางจำหน่ายเป็นฉบับบ่าย (หนังสือพิมพ์ช่วงนั้นจะมีฉบับเช้าและฉบับบ่าย โดยให้ชื่อว่า ‘สยามกีฬา/สตาร์ซอคเก้อร์ เอ็กซ์ตรา ยูโร’92’ 

 

ผลปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมาก แฟนฟุตบอลชาวไทยตื่นตัวต่อการเสพข่าวฟุตบอลต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ระวิตัดสินใจเดินหน้าต่อด้วยการเปิดหัวหนังสือพิมพ์ใหม่ สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน ซึ่งก็เป็นทีมงานของนิตยสารฟุตบอลรายสัปดาห์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้นอย่างสตาร์ซอคเก้อร์รายสัปดาห์ รวมกับทีมงานสยามกีฬารายวัน

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by Adisorn Jackie Piungya (@jackie14ap)

 

 

วันแรกที่สตาร์ซอคเก้อร์รายวันปรากฏบนแผงคือวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2535 (หัวหนังสือพิมพ์วันที่ 16 สิงหาคม) โดยเป็นวันเดียวกับการเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะเป็นวันเปิดฤดูกาลลีกฟุตบอลระดับสูงสุดในชื่อใหม่ที่เปลี่ยนจากชื่อเดิม ‘ดิวิชัน 1’ ซึ่งอยู่ภายใต้ฟุตบอลลีก (Football League) มาเป็นองค์กรใหม่ที่ชื่อว่าพรีเมียร์ลีก (Premier League) 

 

พรีเมียร์ลีกเปิดตัวในครั้งนั้นด้วยการโปรโมตว่า ‘A Whole New Ball Game’ โดยมี Sky ของเจ้าพ่อสื่อ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก เข้ามาใช้การตลาดที่ทันสมัยล้างภาพฟุตบอลอังกฤษดั้งเดิมที่แอบโบราณและคร่ำครึให้ดูทันสมัยขึ้น

 

สตาร์ซอคเก้อร์รายวันก็เช่นกัน หนังสือพิมพ์ฉบับเล็กๆ 16 หน้านี้ได้เปิดศักราชใหม่ของวงการฟุตบอลต่างประเทศในไทยด้วย

 

จากที่แฟนบอลจะต้องรอคอยซื้อสตาร์ซอคเก้อร์รายสัปดาห์เพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ จากต่างประเทศโดยเฉพาะจากอังกฤษ ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลยอดนิยมของคนไทยมายาวนานและเป็นมาโดยตลอด ก็สามารถติดตามข่าวสารได้รวดเร็วทันใจมากยิ่งขึ้น

 

ในยุคสมัยที่อินเทอร์เน็ตยังเป็นวุ้น การได้ติดตามข่าวสารจากสตาร์ซอคเก้อร์รายวันคือสิ่งที่เติมเต็มความสุขให้แก่แฟนฟุตบอลในยุคสมัยนั้นได้อย่างดีที่สุด

 

การที่ต้องรีบตื่นแต่เช้า เพื่อรีบไปแผงหนังสือพิมพ์ใกล้บ้าน เจอหน้าอาแปะหรืออาซิ้มคนขายเพื่อถามว่า “ซอคเก้อร์มายัง” คือความทรงจำของคนมากมาย

 

ความรู้สึกใจเต้นระรัวที่จะต้องลุ้นผลการแข่งขันบนพาดหัวหนังสือพิมพ์ เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเป็นถ้อยคำได้

 

หลังจากนั้น? คือการนั่งอ่านทุกตัวอักษรในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่รายงานผลการแข่งขัน ข่าวความเคลื่อนไหว คอลัมน์จากปลายปากกาของคอลัมนิสต์ฝีมือดีทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ 

 

ไปจนถึงโฆษณาแบบประกาศ Classified ช่องเล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยที่ทุนรอนไม่หนาพอจะซื้อโฆษณาเต็มหน้า ครึ่งหน้า หรือ 1 ใน 4 ของหน้า (ควอเตอร์) หรือแม้แต่สตริป (แถบ) ได้ซื้อโฆษณาช่องเล็กๆ เพื่อโปรโมตสินค้า บริการ ซึ่งบ่อยครั้งก็มีประกาศที่อ่านแล้วต้องเลิกคิ้วขึ้น

 

และโฆษณาแบบวับๆ แวมๆ ที่เด็กๆ ในวันนั้นสนใจเป็นพิเศษ เกี่ยวกับสถานที่ที่ใช้ชื่อของเทพในปกรณัมทำนองนั้น 

 

หนังสือพิมพ์เล่มเดียวนั่งอ่านกันได้ทั้งวัน และบ่อยครั้งที่หนังสือพิมพ์เล่มเดียวนั่งอ่านกันทั้งห้องตั้งแต่เช้ายันเย็น

 

ความสุขและความทรงจำเหล่านี้เชื่อว่าอยู่ในใจของแฟนฟุตบอลที่อายุ 30 ปีขึ้นไปแทบทุกคน 

 

อยู่ที่ว่าจะเป็นคนที่เดินไปซื้อหนังสือพิมพ์ทุกวัน หรือคนที่รอยืมเพื่อนเพื่ออ่านต่อก็ตาม

 

ความนิยมของสตาร์ซอคเก้อร์ในยุคสมัยนั้นยิ่งใหญ่มาก ตลาดหนังสือพิมพ์เติบโต และในเวลาต่อมาก็แตกแขนงออกมาอีกเป็น สปอร์ตพูล, สปอร์ตแมน ไปจนถึงตลาดลูกหนัง รวมถึงเกิดหนังสือพิมพ์กีฬาคู่แข่งอย่าง Sport Express ของค่ายผู้จัดการ และโลกกีฬาของวัฏจักร 

 

รวมถึงคิกออฟ จากค่ายฐานเศรษฐกิจ และฮอตสกอร์ที่เป็นทีมงานคิกออฟเดิม ซึ่งเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาของตัวผมเองที่เริ่มงานในการเป็นผู้สื่อข่าว/คอลัมนิสต์ฟุตบอล อย่างเต็มตัวเมื่อปี 2004 หลังจากที่ขอโอกาสมาฝึกงาน 2 ครั้งตั้งแต่เรียนจบปี 2 และปี 3

 

ภาพจาก เพจ Facebook – บอ.บู๋

 

แต่ในเรื่องของการยอมรับแล้ว ไม่มีเล่มไหนสู้สตาร์ซอคเก้อร์รายวันได้ทั้งในเชิงของชื่อเสียง ความยิ่งใหญ่ และยอดขายที่ในช่วงพีคยอดขายของ ‘เล่มเล็ก’ นั้นสูงถึงวันละ 1-2 แสนเล่มต่อวัน

 

เพียงแต่บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่จีรังและยั่งยืน

 

หนังสือพิมพ์ที่ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานในวันนั้น ถูกกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกซัดถล่มมาต่อเนื่องยาวนาน

 

ข่าวสารที่เคยต้องติดตามที่นี่ที่เดียว อินเทอร์เน็ตทำให้ใครก็สามารถเข้าถึงข่าวสารได้เหมือนกันหมดจากแหล่งเดียวกัน 

 

จากคอลัมนิสต์ที่ต้องฝ่าด่านพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักกว่าจะได้รับโอกาสให้เขียนลงบนหน้าหนังสือพิมพ์ได้ (สมัยก่อนจะเป็นคอลัมนิสต์ได้ต้องเริ่มจากการสอบเข้าเป็นพนักงานกองข่าวกีฬาต่างประเทศ ซึ่งรับน้อยและรับยาก ใครสอบได้คือเก่งจริง และต้องทำงานพื้นฐานยาวนานกว่าจะได้โอกาสเป็นคอลัมนิสต์) ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียทำให้ใครก็สามารถตั้งตัวเป็น ‘ผู้รู้’ กลายเป็นสื่อได้อย่างง่ายดายผ่านช่องทางทันสมัยต่างๆ

 

ผลฟุตบอล? ไม่ต้องรอลุ้นตอนเช้าแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอีกฟากโลก ในวินาทีถัดมาผลก็อยู่บนมือเราแล้วด้วยแอปพลิเคชันรายงานผลฟุตบอลที่รวดเร็วและแม่นยำ

 

ในขณะที่คู่แข่งล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ‘เล่มเล็ก’ พยายามที่จะยืนหยัดต้านทานสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างอดทนและสง่างาม

 

ผมในฐานะทั้งที่เป็นสาวกตัวยงตั้งแต่เด็ก ทั้งเคยเป็นนักเขียนของค่ายคู่แข่ง (ความจริงก็ไม่ควรจะเรียกคู่แข่งเท่าไรนัก ต้องยอมรับว่าห่างชั้นกันมาก) เองก็ตั้งคำถามมานานว่า สตาร์ซอคเก้อร์รายวันจะอยู่รอดตลอดไปไหม

 

เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงมานานแล้ว และอย่าว่าแต่คนรุ่นใหม่เลย คนรุ่นเก่ารวมถึงตัวเองก็ไม่ได้สนใจอ่านหนังสือพิมพ์เหมือนก่อน

 

สุดท้ายก็เป็นอย่างที่ ‘บอ.บู๋’ โพสต์ วันนี้คือวันสุดท้ายที่สตาร์ซอคเก้อร์รายวันจะวางแผง ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนที่ทราบข่าวตั้งแต่เมื่อวานน่าจะออกไปตามหาหนังสือพิมพ์กันให้วุ่นในช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

 

 

ส่วนหลังจากนี้ อดิศรณ์ พึ่งยา หรือ แจ็คกี้ อีกหนึ่งคอลัมนิสต์ระดับตำนานแจ้งข่าวว่าเล่มเล็กจะเปลี่ยนสภาพเป็น ‘เล่มสอด’ หรือ Supplement ในสยามกีฬารายวันเล่มใหญ่อีกที โดยยังมีคอลัมนิสต์ระดับกูรูตัวจริงของวงการประจำการเหมือนเดิม ซึ่งนอกจาก บอ.บู๋, แจ็คกี้ ยังมี ตังกุย, ลิตเติ้ลโจ, ไก่ป่า, ช่อคูน, แอ๊ดดี้, เจมส์ ลาลีกา และอีกมากมายที่จะผลัดกันมาร่ายรำระบำเกมลูกหนังผ่านตัวอักษรให้คนที่ยังรักการอ่านบนหนังสือเหมือนเดิม ไม่นับในส่วนของการอ่านบนออนไลน์ (ที่อย่างไรก็ไม่คลาสสิกเท่าการอ่านบนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์)

 

เป็นการปรับตัวตามยุคสมัยและความจำเป็น

 

เขียนถึงตรงนี้ ผมหยิบหัวใจที่หล่นในพารากราฟแรกขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่

 

หัวใจดวงนี้มันอาจจะร้าวนิดหน่อยจากที่หล่นเมื่อสักครู่ แต่หัวใจมันยังอยู่เหมือนเดิม เช่นกันกับความทรงจำมากมายที่เคยเกิดขึ้นและจะคงอยู่ตลอดไป จนกว่าส่วนความทรงจำของสมองจะไม่อยากเก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้

 

หัวใจนี้มีแต่คำว่าขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นคุณูปการให้แก่วงการฟุตบอลต่างประเทศในบ้านเรา เป็นแรงบันดาลใจของเด็กมากมายในวันนั้น

 

ส่วนตัวแล้วพอจะบอกได้ว่าหากไม่ได้อ่านสตาร์ซอคเก้อร์อย่างเป็นบ้าเป็นหลังในวันนั้น ผมเองก็อาจจะไม่มีโอกาสได้มาทำงานอยู่ตรงนี้เหมือนกัน (แม้ความฝันที่อยากจะเขียนลง ‘เล่มเล็ก’ สักครั้งคงจะไม่มีวันเป็นจริงก็ตาม)

 

และเขียนถึงตรงนี้ เดี๋ยวผมจะลองแวะไปดูที่แผงหนังสือพิมพ์สักหน่อย เผื่อจะหาฉบับสุดท้ายของสตาร์ซอคเก้อร์รายวันได้สักเล่ม

 

แต่ถึงไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

 

‘เล่มเล็ก’ อยู่ในใจเสมอ และไม่มีใครจะพรากความสุขกับความทรงจำที่เกิดขึ้นในวันวานเหล่านั้นไปจากผมได้ 🙂

The post ขอบคุณสำหรับทุกความสุขและความทรงจำนะ ‘สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
28 มีนาคม 2507 – หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ https://thestandard.co/onthisday28032507-2/ Tue, 28 Mar 2023 07:29:32 +0000 https://thestandard.co/?p=769728

แสง เหตระกูล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากลูกจ้าง […]

The post 28 มีนาคม 2507 – หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

แสง เหตระกูล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากลูกจ้างโรงพิมพ์ตงหนำ สี่แยกวัดตึก กรุงเทพฯ ต่อมาเขาเริ่มก่อตั้งบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ออกหนังสือรายสัปดาห์ชื่อ เดลิเมล์วันจันทร์ เมื่อปี 2476

 

ต่อมาปี 2493 ออกหนังสือพิมพ์รายวัน เดลิเมล์ แต่ถูกรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สั่งปิดแบบไม่มีกำหนดและไม่มีเหตุผลและข้อกล่าวหา

 

วันที่ 28 มีนาคม 2507 สี่พระยาการพิมพ์กลับมาพิมพ์หนังสือพิมพ์อีกครั้ง โดยใช้ชื่อ แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ นำเสนอข่าวทั่วไป มีจำนวน 16 หน้า ราคาฉบับละ 1 บาท

 

ต่อมาปี 2521 ได้ขอเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์เป็น เดลินิวส์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2522 และได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

The post 28 มีนาคม 2507 – หนังสือพิมพ์เดลินิวส์วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ธันวาคม 2505 – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย https://thestandard.co/onthisday-25122505/ Sun, 25 Dec 2022 05:42:57 +0000 https://thestandard.co/?p=728347

วันที่ 25 ธันวาคม 2505 ถือเป็นครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์ ‘ […]

The post 25 ธันวาคม 2505 – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 25 ธันวาคม 2505 ถือเป็นครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์ ‘ไทยรัฐ’ ออกวางจำหน่าย โดยก่อนหน้านี้จะเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในประเทศไทย เดิมไทยรัฐเคยใช้ชื่อว่า ข่าวภาพ รายสัปดาห์, รายสามวัน และรายวัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น ‘เสียงอ่างทอง’ และยกกองมาเป็นไทยรัฐจนถึงปัจจุบัน โดยมี กำพล วัชรพล เป็นผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากองบรรณาธิการคนแรก 

 

ภาพ: www.thairath.co.th

The post 25 ธันวาคม 2505 – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประยุทธ์พัก-ประวิตรรักษาการ บันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย https://thestandard.co/thai-politics-newspaper/ Thu, 25 Aug 2022 05:18:59 +0000 https://thestandard.co/?p=671733 ประยุทธ์-ประวิตร

หลังวานนี้ (24 สิงหาคม) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องฝ่ายค […]

The post สำรวจหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประยุทธ์พัก-ประวิตรรักษาการ บันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์-ประวิตร

หลังวานนี้ (24 สิงหาคม) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องฝ่ายค้าน ที่ให้ตรวจสอบสถานความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าครบวาระ 8 ปีตามรัฐธรรมนูญกำหนดแล้วหรือไม่ หากนับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 พร้อมกันนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งให้ พล.อ. ประยุทธ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ส่งผลให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้องขยับขึ้นมาทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตามลำดับ

 

ประยุทธ์-ประวิตร ประยุทธ์-ประวิตร

 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ต้องถูกบันทึกไว้ เพราะไม่เคยเกิดกรณีสั่งให้ผู้นำฝ่ายบริหารคือ นายกฯ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเช่นนี้มาก่อน

 

เช้าวันนี้ (25 สิงหาคม) ช่างภาพ THE STANDARD ออกสำรวจแผงหนังสือเพื่อบันทึกภาพหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่ต่างพร้อมใจนำเสนอข่าวเดียวกัน

 

ประยุทธ์-ประวิตร ประยุทธ์-ประวิตร ประยุทธ์-ประวิตร ประยุทธ์-ประวิตร ประยุทธ์-ประวิตร ประยุทธ์-ประวิตร

The post สำรวจหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ประยุทธ์พัก-ประวิตรรักษาการ บันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
28 มีนาคม 2507 – หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ https://thestandard.co/onthisday28032507/ Mon, 28 Mar 2022 01:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=609701 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แสง เหตระกูล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากลูกจ้าง […]

The post 28 มีนาคม 2507 – หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แสง เหตระกูล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากลูกจ้างโรงพิมพ์ตงหนำ สี่แยกวัดตึก กรุงเทพฯ ต่อมาเขาเริ่มก่อตั้งบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ออกหนังสือรายสัปดาห์ชื่อ ‘เดลิเมล์วันจันทร์’ เมื่อปี 2476

 

ต่อมาปี 2493 ออกหนังสือพิมพ์รายวัน เดลิเมล์ แต่ถูกรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สั่งปิดแบบไม่มีกำหนด และไม่มีเหตุผลและข้อกล่าวหา

 

วันที่ 28 มีนาคม 2507 สี่พระยาการพิมพ์ กลับมาพิมพ์หนังสือพิมพ์อีกครั้ง ใช้ชื่อ ‘แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์’ นำเสนอข่าวทั่วไป มีจำนวน 16 หน้า ราคาฉบับละ 1 บาท

 

ต่อมาปี 2521 ได้ขอเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์เป็น ‘เดลินิวส์’ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2522 ได้ย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

The post 28 มีนาคม 2507 – หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วางจำหน่ายฉบับปฐมฤกษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ใช่ ‘ดาวสยาม’ แต่คือ Scandalous หนังสารคดีตีแผ่เบื้องหลังแท็บลอยด์สุดฉาวของอเมริกา เตรียมพิสูจน์ความจริง 7 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/scandalous/ Wed, 06 Oct 2021 03:33:27 +0000 https://thestandard.co/?p=545085 Scandalous

เรื่องฉาวและใต้เตียงคนดังคือหนึ่งในเรื่อง (ไม่ต้องรู้) […]

The post ไม่ใช่ ‘ดาวสยาม’ แต่คือ Scandalous หนังสารคดีตีแผ่เบื้องหลังแท็บลอยด์สุดฉาวของอเมริกา เตรียมพิสูจน์ความจริง 7 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Scandalous

เรื่องฉาวและใต้เตียงคนดังคือหนึ่งในเรื่อง (ไม่ต้องรู้) ที่คนทั่วโลกสอดหูสอดตาอยากรู้มากที่สุด และ Scandalous: The Untold Story of the National Enquirer ภาพยนตร์สารคดีเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ Mark Landsman ที่พาผู้ชมไปขุดค้นเบื้องหน้าเบื้องหลังของหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่ฉาวโฉ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาอย่าง The National Enquirer ซึ่งก็ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมในระดับที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม โดยนักวิจารณ์จากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ได้ให้คะแนนมะเขือเทศสดไว้สูงถึง 83%

 

ขณะที่เว็บไซต์ The Hollywood Reporter ได้กล่าวชื่นชมสารคดีเรื่องนี้ว่า “ไม่ว่าคุณจะชอบหรือเกลียดหนังสือพิมพ์ The National Enquirer แต่คุณจะต้องหรรษากับสารคดีเรื่องนี้แน่นอน” ด้านเว็บไซต์ Variety กล่าวว่า “ถ้าคุณคิดว่าข่าวฉาวคนดังมันก็แค่ความบันเทิง แต่สารคดีเรื่องนี้จะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดนั้น”

 

 

นอกจากนี้ สื่อหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง The Washington Post ก็กล่าวชื่นชมสารคดีเรื่องนี้ว่า “สารคดีว่าด้วยข่าวอื้อฉาวที่สนุกและเปี่ยมไปด้วยปัญญา” และ The New York Times กล่าวว่า “ตีแผ่นิสัยสอดรู้สอดเห็นแบบอเมริกันได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง”

 

สำหรับภาพยนตร์สารคดี Scandalous: The Untold Story of the National Enquirer จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวเบื้องหลังของหนังสือพิมพ์ชื่อดังระดับโลกอย่าง The National Enquirer หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่ฉาวโฉ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเซ็กซ์ กอสซิป และเรื่องฉาวต่างๆ นานา เพื่อตามหาคำตอบว่าอะไรทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนอ่านมาหลายสิบปี จนกลายเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายสูงสุด สร้างทั้งกำไรและอิทธิพลในวงการข่าวอย่างใหญ่หลวง ผ่านคำบอกเล่าของเหล่านักข่าวตัวจริง

 

“ผมหวังว่าคนดูจะเดินออกจากโรงพร้อมความรู้เท่าทันสื่อที่มากขึ้น ผมอยากให้พวกเขาเข้าใจว่า The National Enquirer ไม่เหมือนกับ New York Times หรือ Washington Post หรือ Wall Street Journal แต่ในอีกด้านหนึ่งมันก็คือหมาป่าในชุดแกะนั่นแหละ บางครั้งมันไม่ปิดบังตัวเองว่าเป็นหมาป่าด้วยซ้ำ เมื่อไรก็ตามที่หนังสือพิมพ์พูดถึงเรื่องการเมือง เรื่องของประธานาธิบดีในหน้า 1 มันก็เผยให้เห็นเลยว่า หนังสือพิมพ์ฉบับนี้นี่แหละคือหมาป่า” Mark Landsman เล่าถึงสิ่งที่เขาค้นพบในการทำสารคดีเรื่องนี้

 

 

ด้าน The National Enquirer คือหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของสหรัฐอเมริกา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 โดยบริษัท The New York Enquirer ก่อนที่ Generoso Pope Jr. จะเข้าซื้อกิจการในปี 1952 ด้วยเงินของ Frank Costello มาเฟียขาใหญ่แห่งนิวยอร์ก และเปลี่ยนชื่อกิจการเป็น The National Enquirer โดย Generoso Pope Jr. ได้เปลี่ยนให้หนังสือพิมพ์กีฬาที่ไม่ค่อยมีใครสนใจให้กลายเป็นหนังสือพิมพ์ขายดีประจำร้านสะดวกซื้อทุกหนแห่ง ด้วยการขายแต่ข่าวฉาวของดารา คนดัง และตีแผ่ทฤษฎีสมคบคิดทั้งหลาย รวมถึงเรื่องอื้อฉาวทางการแพทย์และบริษัทยาที่ไม่มีใครกล้าแตะ

 

Scandalous: The Untold Story of the National Enquirer แฉแท็บลอยด์ฉาว มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

The post ไม่ใช่ ‘ดาวสยาม’ แต่คือ Scandalous หนังสารคดีตีแผ่เบื้องหลังแท็บลอยด์สุดฉาวของอเมริกา เตรียมพิสูจน์ความจริง 7 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผย Apple Daily หนังสือพิมพ์ดังฮ่องกง เตรียมปิดตัวในอีกไม่กี่วัน หลังถูกทางการอายัดทรัพย์สินจากการละเมิดกฎหมายความมั่นคง https://thestandard.co/apple-daily-hongkong-newspaper-launching/ Mon, 21 Jun 2021 04:49:41 +0000 https://thestandard.co/?p=502754 Apple Daily

มาร์ก ไซมอน ที่ปรึกษาของ จิมมี่ ไล เจ้าพ่อวงการสื่อและน […]

The post เผย Apple Daily หนังสือพิมพ์ดังฮ่องกง เตรียมปิดตัวในอีกไม่กี่วัน หลังถูกทางการอายัดทรัพย์สินจากการละเมิดกฎหมายความมั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Daily

มาร์ก ไซมอน ที่ปรึกษาของ จิมมี่ ไล เจ้าพ่อวงการสื่อและนักเคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตยชาวฮ่องกง เปิดเผยต่อสำนักข่าว Reuters ว่าหนังสือพิมพ์ Apple Daily ที่ไลเป็นเจ้าของ ถูกบังคับให้ต้องปิดตัวลงภายในอีกไม่กี่วัน หลังจากที่ทางการฮ่องกงดำเนินการอายัดทรัพย์สินของทางบริษัท เนื่องจากละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

 

ไซมอน ซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐฯ เผยว่าบริษัท Next Digital ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ Apple Daily หนึ่งในหนังสือพิมพ์ยอดนิยมของฮ่องกง จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการในวันนี้ (21 มิถุนายน) เพื่อหารือถึงแผนดำเนินธุรกิจต่อไปของทางบริษัท ขณะที่คาดว่า Apple Daily อาจอยู่รอดได้ถึงประมาณสิ้นเดือนนี้ 

 

“เราคิดว่าเราสามารถรอดพ้นไปได้จนถึงสิ้นเดือน มันยากขึ้นและยากขึ้นเรื่อยๆ” ไซมอน กล่าว พร้อมเผยว่าทางบริษัท ไม่สามารถที่จะทำธุรกรรมกับธนาคารและผู้จัดจำหน่ายหลายรายไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทได้

 

“ผู้ค้าหลายรายพยายามนำเงินเข้าบัญชีของเราและถูกปฏิเสธ เราไม่สามารถนำเงินเข้าบัญชีได้ ผู้ค้าบางรายพยายามทำเพื่อสนับสนุนเรา เราแค่ต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ถูกปฏิเสธ”

 

ความเห็นของไซมอนยังสอดคล้องกับท่าทีของ Apple Daily ที่เปิดเผยเมื่อวานนี้ (20 มิถุนายน) ว่าการที่ทางการฮ่องกงอายัดทรัพย์สิน ทำให้ทางหนังสือพิมพ์ มีเงินสดเหลือสำหรับดำเนินธุรกิจต่อไปตามปกติอีกเพียง 2-3 สัปดาห์

 

หนังสือพิมพ์ Apple Daily ตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน นับตั้งแต่ที่ จิมมี่ ไล ถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ จากการเข้าร่วมชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยเมื่อปี 2019 โดยถูกจำคุกและถูกอายัดทรัพย์สิน 

 

และเมื่อวันพฤหัสบดี (17 มิถุนายน) ที่ผ่านมา ตำรวจฮ่องกงกว่า 500 นาย นำกำลังบุกไปยังสำนักงานของหนังสือพิมพ์ พร้อมทั้งจับกุม 5 ผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ จากความผิดในข้อหาสมคบคิดต่างชาติกระทำการที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ซึ่งนอกจากนี้ยังมี 3 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Apple Daily ถูกดำเนินคดีและอายัดทรัพย์สินจากความผิดในข้อหาเดียวกันด้วย

 

ขณะที่ล่าสุด ไรอัน ลอว์ บรรณาธิการบริหารวัย 47 ปี และ จางกิมฮัง ประธานบริหารวัย 59 ปี ยังถูกปฏิเสธให้ประกันตัว ส่วนผู้บริหารอีก 3 คนได้รับการประกันตัวแล้ว โดยการบุกจับกุมดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์และการประณาม ทั้งจากหลายชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ 

 

ภาพ: Photo Illustration by Chan Long Hei / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post เผย Apple Daily หนังสือพิมพ์ดังฮ่องกง เตรียมปิดตัวในอีกไม่กี่วัน หลังถูกทางการอายัดทรัพย์สินจากการละเมิดกฎหมายความมั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘วัคซีนไม่มี ยาไม่มี จะให้เอาหอกไม้ไผ่ไปสู้ (โควิด-19) เหรอ’ บริษัทญี่ปุ่นทุมงบซื้อสื่อในหนังสือพิมพ์ 3 เล่ม ตำหนิการจัดการโรคโควิด-19 ที่ล่าช้าของรัฐบาลญี่ปุ่น https://thestandard.co/takarajimasha-blame-japanese-government-for-covid-19-management/ Wed, 12 May 2021 09:44:13 +0000 https://thestandard.co/?p=487980 รัฐบาลญี่ปุ่น จัดการ โควิด ล่าช้า

“วัคซีนไม่มี ยาไม่มี จะให้เอาหอกไม้ไผ่ไปสู้ (โควิด-19) […]

The post ‘วัคซีนไม่มี ยาไม่มี จะให้เอาหอกไม้ไผ่ไปสู้ (โควิด-19) เหรอ’ บริษัทญี่ปุ่นทุมงบซื้อสื่อในหนังสือพิมพ์ 3 เล่ม ตำหนิการจัดการโรคโควิด-19 ที่ล่าช้าของรัฐบาลญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลญี่ปุ่น จัดการ โควิด ล่าช้า

“วัคซีนไม่มี ยาไม่มี จะให้เอาหอกไม้ไผ่ไปสู้ (โควิด-19) เหรอ หากยังปล่อยสิ่งต่างๆ ดำเนินไปแบบนี้พวกเราจะโดนการเมืองฆ่าตายกันหมด” นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น 3 ฉบับในวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

Takarajimasha ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำนิตยสารแฟชั่นตัดสินใจซื้อโฆษณาดังกล่าว เพื่อตำหนิการจัดการโรคโควิด-19 ที่ล่าช้าของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดวัคซีนที่ล้าช้าเป็นอย่างมาก 


จากรายงานของ Reuters ระบุว่า เมื่อเทียบกับประเทศที่ร่ำรวย แดนซามูไรยังมีอัตราการฉีดวัคซีนเพียง 2.6% ของประชากรทั้งประเทศ 

 

ภาพประกอบของโฆษณาดังกล่าวเสียดสีรัฐบาลผ่านภาพถ่ายขาวดำของเด็กญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฝึกให้ต่อสู้ด้วยไม้ ซึ่งในโฆษณายังระบุด้วยว่า ประชาชนต้องทนกับข้อจำกัดต่างๆ มาแล้ว 1 ปีในขณะที่ไวรัสยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง

 

“เรากำลังถูกหลอก ปีที่ผ่านมามีไว้เพื่ออะไร” นี่คือคำส่วนหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในโฆษณา

 

รูปภาพของแคมเปญโฆษณาถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนทวิตเตอร์ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนเกี่ยวกับเรื่องวัคซีน ตลอดจนการที่รัฐบาลยืนยันว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวจะดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งตอนนี้เหลือเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้นมหกรรมกีฬาระดับโลกก็จะเกิดขึ้น

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้ขยายภาวะฉุกเฉินไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม โดยมีเป้าหมายในการพยายามควบคุมการแพร่ระบาดครั้งใหม่ด้วยการประกาศครอบคลุมโตเกียว โอซาก้า และอีก 4 จังหวัดด้วยกัน

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

The post ‘วัคซีนไม่มี ยาไม่มี จะให้เอาหอกไม้ไผ่ไปสู้ (โควิด-19) เหรอ’ บริษัทญี่ปุ่นทุมงบซื้อสื่อในหนังสือพิมพ์ 3 เล่ม ตำหนิการจัดการโรคโควิด-19 ที่ล่าช้าของรัฐบาลญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ธันวาคม 2505 – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย https://thestandard.co/onthisday25122505/ Fri, 25 Dec 2020 02:52:09 +0000 https://thestandard.co/?p=435773 25 ธ.ค. 2505 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย

วันที่ 25 ธันวาคม 2505 ถือเป็นครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์ ไ […]

The post 25 ธันวาคม 2505 – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ธ.ค. 2505 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย

วันที่ 25 ธันวาคม 2505 ถือเป็นครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ออกวางจำหน่าย โดยก่อนหน้านี้จะเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในประเทศไทย เดิม ไทยรัฐ เคยใช้ชื่อว่า ข่าวภาพ รายสัปดาห์, รายสามวัน และรายวัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น เสียงอ่างทอง และยกกองมาเป็น ไทยรัฐ จนถึงปัจจุบัน โดยมี กำพล วัชรพล เป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการคนแรก 

 

ช่วงก่อตั้ง ไทยรัฐ มีจำนวนพิมพ์ 3,000 ฉบับ ปัจจุบันมีจำนวนพิมพ์ 1,000,000 ฉบับ ราคาจำหน่าย 10 บาท ในแต่ละวัน ไทยรัฐ ใช้กระดาษทั้งหมด 230 ม้วน หรือคิดเป็น 225 ตันต่อวัน ใช้สีดำ 1,200 กิโลกรัม สีแดง 445 กิโลกรัม สีฟ้า 430 กิโลกรัม และสีเหลือง 630 กิโลกรัม 

 

ภาพ: www.thairath.co.th 

The post 25 ธันวาคม 2505 – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแรกวางจำหน่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ส่งเรื่องย่อซีรีส์เกาหลีลงหนังสือพิมพ์ ตีตลาดแฟนละครไทย เพื่อหันมาปันใจให้ซีรีส์รสชาติสดใหม่ https://thestandard.co/netflix-sends-synopsis-of-korean-series-to-newspapers/ Sat, 19 Dec 2020 09:10:06 +0000 https://thestandard.co/?p=433401 Netflix ส่งเรื่องย่อซีรีส์เกาหลีลงหนังสือพิมพ์ ตีตลาดแฟนละครไทย เพื่อหันมาปันใจให้ซีรีส์รสชาติสดใหม่

เรียกว่าเป็นปีของซีรีส์เกาหลีอย่างแท้จริง ที่สร้างปรากฏ […]

The post Netflix ส่งเรื่องย่อซีรีส์เกาหลีลงหนังสือพิมพ์ ตีตลาดแฟนละครไทย เพื่อหันมาปันใจให้ซีรีส์รสชาติสดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ส่งเรื่องย่อซีรีส์เกาหลีลงหนังสือพิมพ์ ตีตลาดแฟนละครไทย เพื่อหันมาปันใจให้ซีรีส์รสชาติสดใหม่

เรียกว่าเป็นปีของซีรีส์เกาหลีอย่างแท้จริง ที่สร้างปรากฏการณ์มากมายให้เกิดขึ้นกับผู้ชมชาวไทยตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภารกิจรักภารกิจลับระหว่างชายแดนเหนือ-ใต้ ใน Crash Landing on You หรือที่เพิ่งจบไปหมาดๆ กับการตามล่าฝันของเหล่าวัยรุ่นสร้างตัวใน Start-Up ก็เป็นที่ชื่นชอบมากๆ ของผู้ชม

 

 

Netflix เล็งเห็นกระแส K-Series ที่กำลังบูมมากๆ จึงได้สร้างแคมเปญใหม่ขึ้นมา ที่อยากชวนให้ผู้ชมคนไทยได้ชมซีรีส์เกาหลีกันอย่างเต็มอิ่มผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขา และครั้งนี้พวกเขาได้ทดลองการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ และบุกตรงไปสู่กลุ่มผู้ชมที่พวกเขาสนใจจริงๆ โดยการส่งเรื่องย่อของซีรีส์ Crash Landing on You หรือ ปักหมุดรักฉุกเฉิน ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้สัญชาติเกาหลี ที่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ลงไปในหนังสือพิมพ์หน้าบันเทิง ที่คุ้นตาแฟนละครชาวไทยอย่างดี

 

 

ความน่าสนใจของแคมเปญนี้คือ การเลือกนำเรื่องย่อซีรีส์แต่ละตอนไปปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับที่ละครไทยทำมาหลายปีดีดัก ที่แฟนละครจะต้องเปิดหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงตามอ่านเรื่องราวอันเข้มข้นของละครว่า คืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยั่วล้อกับวิถีชีวิตของคนไทย และใช้ได้เป็นประโยชน์มากๆ ทั้งยังกระตุ้นให้แฟนละครไทยหันมาเปิดตาเปิดใจให้กับซีรีส์เกาหลีบ้าง และก่อนหน้านี้ Netflix เพิ่งมีการจัดหมวดซีรีส์เกาหลีล้อกับการจัดเรตติ้งของรายการโทรทัศน์ไทย ซึ่งก็มีความสนุกสนานและน่าสนใจไม่แพ้กัน

 

เข้าสู่โลกของซีรีส์เกาหลีที่ครบรสชาติ หลากหลาย และสดใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

 

 

[PR NEWS]

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Netflix ส่งเรื่องย่อซีรีส์เกาหลีลงหนังสือพิมพ์ ตีตลาดแฟนละครไทย เพื่อหันมาปันใจให้ซีรีส์รสชาติสดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The New York Times ลิสต์รายชื่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบ 1 พันชื่อขึ้นหน้า 1 ร่วมรำลึกต่อการจากไป ก่อนยอดแตะหลักแสนราย https://thestandard.co/the-new-york-times-list-all-coronavirus-casualties/ Mon, 25 May 2020 08:43:03 +0000 https://thestandard.co/?p=366571

เมื่อวานนี้ (24 พฤษภาคม) หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ […]

The post The New York Times ลิสต์รายชื่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบ 1 พันชื่อขึ้นหน้า 1 ร่วมรำลึกต่อการจากไป ก่อนยอดแตะหลักแสนราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (24 พฤษภาคม) หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง The New York Times ลิสต์รายชื่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบ 1 พันรายชื่อขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ เพื่อร่วมรำลึกต่อการจากไปของบรรดาผู้เสียชีวิตทุกราย ก่อนยอดผู้เสียชีวิตสะสมจะแตะหลักแสนรายในอนาคตอันใกล้นี้ โดยรายชื่อดังกล่าวคิดเป็น 1% ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วประเทศเท่านั้น

 

ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ สูงกว่า 1.68 ล้านราย รักษาหายแล้วกว่า 4.5 แสนรายทั่วประเทศ ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 99,300 ราย หลังการแพร่ระบาดกำลังก้าวเข้าสู่เดือนที่ 5 ทั้งนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ยังระบุอีกว่า โศกนาฏกรรมนี้จะยังคงดำเนินต่อไป เป็นความสูญเสียที่ยากจะคณานับได้ โดยจะมีการระบุชื่อ อายุ เมืองที่อยู่อาศัยและคำบรรยายถึงตัวผู้เสียชีวิตสั้นๆ 

 

 

โดยสหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก หลังจากตรวจหาเชื้อไปแล้วกว่า 14.7 ล้านตัวอย่าง ซึ่งผู้ติดเชื้อเกือบ 1 ใน 4 ของประเทศอยู่ในรัฐนิวยอร์ก พบผู้ติดเชื้อในรัฐนี้แล้วกว่า 3.7 แสนราย

 

ภาพ: @nytimes / Twitter

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 


 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum  

 

The post The New York Times ลิสต์รายชื่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบ 1 พันชื่อขึ้นหน้า 1 ร่วมรำลึกต่อการจากไป ก่อนยอดแตะหลักแสนราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ตีพิมพ์ฉบับ 8 เมษายน เป็นฉบับสุดท้าย ปิดฉากรูปแบบกระดาษ 19 ปี https://thestandard.co/kom-chad-luek-last-issue/ Wed, 08 Apr 2020 02:33:15 +0000 https://thestandard.co/?p=351585 หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการระบุว่า หนัง […]

The post หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ตีพิมพ์ฉบับ 8 เมษายน เป็นฉบับสุดท้าย ปิดฉากรูปแบบกระดาษ 19 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการระบุว่า หนังสือพิมพ์ฉบับที่ 6605 วันพุธที่ 8 เมษายน ปี 2563 จะเป็นฉบับสุดท้ายที่จะถูกตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม หลังจากนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นรูปแบบออนไลน์ 100%

 

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเร็วมาก สื่อสิ่งพิมพ์ได้รับความนิยมลดน้อยลง ประชาชนหันไปบริโภคข่าวสารผ่านสื่อดิจิทัลและสื่อโซเซียลแทน กระทบกับธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงรายได้จากโฆษณาที่ลดลง คมชัดลึกทราบถึงการเปลี่ยแปลงนี้มาตลอด จึงเตรียมทรานส์ฟอร์มสื่อกระดาษไปออนไลน์ 100%

 

เดิมวางแผนไว้กลางปี 2563 แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้แผงหนังสือต้องปิด คนอ่านไม่กล้าเดินไปซื้อหนังสือ เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้การทรานส์ฟอร์มต้องเร็วกว่าที่กำหนด ถือเป็นการปิดฉากฉบับตีพิมพ์ที่มีมานาน 19 ปี

The post หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ตีพิมพ์ฉบับ 8 เมษายน เป็นฉบับสุดท้าย ปิดฉากรูปแบบกระดาษ 19 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สปอร์ตแมน ประกาศงดจัดทำและวางจำหน่ายชั่วคราว เหตุลีกฟุตบอลยุโรประงับการแข่งหนีโควิด-19 https://thestandard.co/sportman-sport-newspaper-temporary-stop-due-to-coronavirus/ Sat, 28 Mar 2020 05:43:56 +0000 https://thestandard.co/?p=347538

วันนี้ (28 มีนาคม) หนังสือพิมพ์กีฬา ‘สปอร์ตแมน […]

The post สปอร์ตแมน ประกาศงดจัดทำและวางจำหน่ายชั่วคราว เหตุลีกฟุตบอลยุโรประงับการแข่งหนีโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มีนาคม) หนังสือพิมพ์กีฬา ‘สปอร์ตแมน’ ออกรายละเอียดแจ้งเพื่อทราบ ระบุว่า พร้อมงดการจัดทำและวางจำหน่ายชั่วคราวนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าฟุตบอลลีกใหญ่ยุโรปจะกลับมาแข่งขันตามปกติ โดยสามารถติดตามเซกชันสปอร์ตแมนได้ทุกวันที่หนังสือพิมพ์สยามกีฬารายวัน หน้า 19

The post สปอร์ตแมน ประกาศงดจัดทำและวางจำหน่ายชั่วคราว เหตุลีกฟุตบอลยุโรประงับการแข่งหนีโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Giorgio Armani ซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 60 ฉบับทั่วอิตาลี เพื่อส่งกำลังใจแก่ทีมแพทย์ที่อุทิศชีวิตในวิกฤตโควิด-19 https://thestandard.co/giorgio-armani-bought-front-ad-from-60-newspaper-issue-around-italy/ Sun, 22 Mar 2020 09:35:47 +0000 https://thestandard.co/?p=344913

ณ เวลานี้อิตาลีได้กลายเป็นประเทศที่โดนผลกระทบจากโควิด-1 […]

The post Giorgio Armani ซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 60 ฉบับทั่วอิตาลี เพื่อส่งกำลังใจแก่ทีมแพทย์ที่อุทิศชีวิตในวิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ณ เวลานี้อิตาลีได้กลายเป็นประเทศที่โดนผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตขึ้นอันดับหนึ่งของโลก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ทางเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ที่ต้องเสียสละทำงานไม่หยุด ทางดีไซเนอร์ระดับตำนาน จิออร์จิโอ อาร์มานี ได้ซื้อหนึ่งหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 60 ฉบับทั่วประเทศอิตาลี พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจ

 

“ผมตื้นตันที่พวกคุณทุกคนทำงานของตัวเองอย่างสุดความสามารถ แม้จะลำบากขนาดไหน ซึ่งคนทั่วโลกควรรู้ได้แล้ว…ผมคิดว่าความรู้สึกนี้เชื่อมโยงกับความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นคุณหมอ และกำลังหาหนทางให้กับชีวิตตัวเอง…” อาร์มานีได้เขียนในหน้าโฆษณา พร้อมเพิ่มเติมว่า “ทุกคนที่บริษัท Giorgio Armani ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะอยู่เคียงข้างคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหามเปลคนไข้ พยาบาล คุณหมอ หรือผู้เชี่ยวชาญในสายการแพทย์” 

 

เขาได้ซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ทั้งแบบข่าวทั่วไปจนถึงเฉพาะทางอย่างกีฬา อาทิ Corriere della Sera, La Repubblica, La Stampa, Il Giornale, Il Sole 24 Ore, Tuttosport, Corriere dello Sport, Gazzetta del Sud, La Sicilia, Corriere Adriatico, Messaggero Veneto, La Nuova Venezia, Il Tirreno และ Bresciaoggi เป็นต้น

 

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทางอาร์มานีได้ช่วยเหลือ เพราะก่อนหน้านี้ก็บริจาคเงินจำนวน 1.25 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและสถาบันที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แม้ในทางภาคธุรกิจจะโดนผลกระทบอย่างหนัก ยกเลิกให้ผู้ชมมาชมโชว์คอลเล็กชัน Fall/Winter 2020 ของแบรนด์ที่มิลาน และเปลี่ยนเป็นการถ่ายทอดสดแทน และยังต้องเลื่อนโชว์คอลเล็กชัน Cruise 2021 ที่เมืองดูไบในเดือนเมษายนออกไปอีกด้วย 

 

ภาพ: Stephane Cardinale – Corbis/Corbis via Getty Images 

อ้างอิง:

The post Giorgio Armani ซื้อหน้าโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 60 ฉบับทั่วอิตาลี เพื่อส่งกำลังใจแก่ทีมแพทย์ที่อุทิศชีวิตในวิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>