สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สถิตย์-ลิ่มพงศ์พันธุ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 08 May 2025 01:14:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ส่องเรซูเม 6 ว่าที่แคนดิเดต ผู้ชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ คนต่อไป’ https://thestandard.co/bot-governor-candidates-profiles/ Thu, 08 May 2025 01:14:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1072223 ผู้ว่าแบงก์ชาติไทยคนใหม่

อีกตำแหน่ง ‘เก้าอี้ร้อน’ ที่กำลังถูกจับจ้องมากที่สุดตอน […]

The post ส่องเรซูเม 6 ว่าที่แคนดิเดต ผู้ชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ คนต่อไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าแบงก์ชาติไทยคนใหม่

อีกตำแหน่ง ‘เก้าอี้ร้อน’ ที่กำลังถูกจับจ้องมากที่สุดตอนนี้ คือ การคัดเลือก ‘ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย’ (ธปท.) คนใหม่ เพื่อแทน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ที่กำลังจะครบวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้ 

 

หลังจากเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) คัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว โดยมีบอร์ดคัดเลือก 7 ราย และเลขานุการ 1 ราย มีรายชื่อดังนี้

 

  1. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลังและอดีตประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประธาน
  2. ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์
  3. วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
  4. วรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
  5. อัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  6. ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  7. สุทธิพล ทวีชัยการ อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) 

 

อีกทั้งแต่งตั้ง พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นเลขานุการ บอร์ดคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

เปิดไทม์ไลน์และขั้นตอนการคัดเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่

 

  • วันที่ 23 เมษายน บอร์ดคัดเลือกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ มีการนัดประชุมนัดแรกภายในเดือนนี้ เพื่อกำหนดแนวทางขั้นตอนการทำงานในการพิจารณาคุณสมบัติคัดเลือกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่
  • วันที่ 7 พฤษภาคม กระทรวงการคลังจัดประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ และวันเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่
  • เดือนพฤษภาคม เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจให้ยื่นส่งใบสมัคร และตรวจสอบคุณสมบัติผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ
  • ภายใน 30 มิถุนายนนี้ จะทราบผลการคัดเลือกรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ อย่างน้อยจำนวน 2 ชื่อ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะคัดเลือกเหลือ 1 รายชื่อ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบ
  • ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงแต่งตั้งผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่

 

เปิดคุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร

 

  • ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ ครม. มีมติเสนอชื่อ 
  • มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐศาสตร์ การเงินการธนาคาร หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป (จากสถาบันที่ ก.พ. รับรอง) 
  • สามารถทำงานเต็มเวลาให้ ธปท. โดยไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อกำหนด
  • ส่วนคุณสมบัติเฉพาะต้องมีความเข้าใจด้านเศรษฐกิจมหภาค เศรษฐกิจการเงินโลก มีความเชี่ยวชาญด้านนโยบายการเงิน การกำกับดูแลสถาบันการเงิน ระบบการชำระเงิน และมีประสบการณ์บริหารองค์กรระดับสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

โดยจากการตรวจสอบรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในภาคสถาบันการเงินของทีม THE STANDARD WEALTH ล่าสุด พบรายชื่อมีที่มีโอกาสยื่นผู้สมัครหรือแคนดิเดตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ จำนวน 6 รายชื่อ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีคุณวุฒิ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน และมีความรู้ ประสบการณ์การทำงานในภาคการเงินและเศรษฐกิจ ดังนี้

 

  1. ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และอุปนายก สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย 

 

  1. ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

 

  1. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ttb) กรรมการ และกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP)

 

  1. ดร. สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด 

 

  1. ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ อดีตรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (SCB) 

 

  1. ดร.สันติธาร เสถียรไทย Future Economy Advisor สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) จะลงสมัครผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ด้วยนั้น ทีม THE STANDARD WEALTH จึงสอบถามไปยัง ดร.พิพัฒน์ ซึ่งได้ปฏิเสธข่าว โดยระบุว่าไม่มีแผนจะลงสมัครผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ และยังไม่ได้รับการทาบทามให้สมัครในตำแหน่งดังกล่าวแต่อย่างใด

 

 

 

ชื่อ: ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล (อายุ 57 ปี)

 

ประวัติการศึกษา:

  • ป.เอก เศรษฐศาสตร์มหภาค และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ Massachusetts Institute of Technology (MIT)
  • ป.ตรี คณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ Williams College

 

ประวัติการทำงานเด่น:

  • ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และอุปนายก สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย 

 

  • มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งเศรษฐศาสตร์ การเงิน และตลาดทุน เคยดำรงตำแหน่งทั้งในภาครัฐและเอกชน เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 

 

  • มีบทบาทสำคัญในการทำงานด้านนโยบายการเงิน นโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสถาบันการเงิน และแผนพัฒนาตลาดทุน ในช่วงที่ร่วมงานกับ ธปท. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

  • เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน ธปท. ได้แก่ ผู้บริหาร ฝ่ายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ส่วนกลยุทธ์นโยบายการเงิน สายนโยบายการเงิน และส่วนเศรษฐกิจมหภาค

 

 

ชื่อ: ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส (อายุ 57 ปี)

 

ประวัติการศึกษา:

  • ป.เอก เศรษฐศาสตร์ Massachusetts Institute of Technology (MIT)
  • ป.ตรี เศรษฐศาสตร์ Harvard University

 

ประวัติการทำงานเด่น:

  • ทำงานที่ ธปท. มานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

 

  • มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนภูมิทัศน์ทางการเงินใหม่ นำไปสู่การพัฒนาโครงการ Your Data การจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) การยกระดับกลไกการค้ำประกันเครดิต (NaCGA) อีกทั้งมีส่วนร่วมผลักดันแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

 

  • เคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารกองทุนประกันชีวิต (กปช.) คณะกรรมการบริหารกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) คณะกรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) กรรมการบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Global Business and Strategy บมจ. ธนาคารกรุงไทย  (KTB) เป็นต้น

 

 

 

ชื่อ: ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (อายุ 54 ปี)

 

ประวัติการศึกษา:

  • ป.เอก เศรษฐศาสตร์/เศรษฐศาสตร์มหภาคและการเงินระหว่างประเทศ Claremont Graduate University
  • ป.โท เศรษฐศาสตร์/เศรษฐศาสตร์เชิงนโยบาย University of Illinois at Urbana-Champaign
  • ป.ตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ประวัติการทำงานเด่น:

  • มีประสบการณ์บริหารองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่สำคัญหลายแห่ง ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ttb) กรรมการ และกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP)

 

  • ระหว่างที่รับราชการอยู่ที่กระทรวงการคลัง เคยนั่งตำแหน่งผู้บริหารหลายหน่วยงาน เช่น อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมสรรพากร  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และรองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง เป็นต้น

 

  • เคยมีประสบการณ์ในฐานะประธานกรรมการและกรรมการในบริษัทต่างๆ เช่น กรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ประธานกรรมการ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เป็นต้น

 

 

ชื่อ: ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ (อายุ 50 ปี)

 

ประวัติการศึกษา:

  • ป.เอก เศรษฐศาสตร์ การบริหารและนโยบาย จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) 
  • ป.ตรี สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ จาก Harvard University

 

ประวัติการทำงานเด่น:

  • ปัจจุบัน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด  หลังจากก่อนหน้านี้ เคยดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริหารสายงาน Economic Intelligence Center และดูแลสายงานวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analytics) 

 

  • ก่อนร่วมงานในแวดวงธนาคารไทย มีประสบการณ์ทำงาน ทั้งองค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชนชั้นนำ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สหรัฐอเมริกา, สายงานบริหารความเสี่ยงของกลุ่มการเงิน ING ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

 

  • เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง นอกจากงานทางด้านการเงินการธนาคารแล้ว เป็นอนุกรรมาธิการด้านการเงิน การธนาคาร สถาบันการเงินและตลาดทุน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

 

 

ชื่อ: ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ (อายุ 50 ปี)

 

ประวัติการศึกษา:

  • ป.เอก. เศรษฐศาสตร์ University of Maryland at College Park
  • ป.โท เศรษฐศาสตร์และการเงิน University of Warwick
  • ป.โท. เศรษฐศาสตร์ University of Maryland at College Park
  • ป.ตรี เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ประวัติการทำงานเด่น:

 

  • มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งเศรษฐศาสตร์และการเงิน โดยเคยทำงานในแบงก์ใหญ่มาถึง 2 แห่ง โดยเคยดำรงตำแหน่ง รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (SCB) และเคยดำรงตำแหน่ง Chief Economist และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY 

 

  • เคยเป็นรองคณบดี และรองศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีประสบการณ์ทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจมหภาค การจัดทำแบบจำลองทางเศรษฐกิจรายภาคการผลิต และทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคการออมของครัวเรือนไทยให้กับหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น 

 

 

ชื่อ: ดร.สันติธาร เสถียรไทย (อายุ 43 ปี)

 

ประวัติการศึกษา:

  • ป.เอก นโยบายสาธารณะ (ด้านเศรษฐกิจ) Harvard University 
  • ป.โท นโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัย London School of Economics and Political Science (LSE)
  • ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์ ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ Harvard University 
  • ป.ตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย London School of Economics and Political Science (LSE)

 

ประวัติการทำงานเด่น:

  • ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย, ที่ปรึกษาด้าน Future Economy ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

 

  • เคยดำรงตำแหน่งประธานทีมเศรษฐกิจ (Group Chief Economist) และกรรมการผู้จัดการของ Sea Group เคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของทีมเศรษฐกิจเอเชียที่ธนาคาร Credit Suisse มีหน้าที่วิเคราะห์พยากรณ์เศรษฐกิจและให้คำแนะนำการลงทุนใน10 เศรษฐกิจในเอเชีย 

 

  • เคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 13 ด้าน SME, อนุกรรมการของกฤษฎีการ่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้ มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

  • ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสิงคโปร์ให้เป็นคณะกรรมการ Digital Readiness Council ดูแลเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลของประเทศ ทั้งยังเคยทำงานที่กระทรวงการคลัง ประเทศไทย

The post ส่องเรซูเม 6 ว่าที่แคนดิเดต ผู้ชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ คนต่อไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คลัง เซ็นแต่งตั้งบอร์ดคัดเลือกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่แล้ว มี ‘สถิตย์’ นั่งประธาน ภายใน 30 มิ.ย. นี้ รู้ชื่อผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ https://thestandard.co/bank-of-thailand-governor-2025/ Fri, 18 Apr 2025 01:02:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1065538 bank-of-thailand-governor-2025

กระบวนการเริ่มคัดเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ได้นับหนึ่งแ […]

The post รมว.คลัง เซ็นแต่งตั้งบอร์ดคัดเลือกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่แล้ว มี ‘สถิตย์’ นั่งประธาน ภายใน 30 มิ.ย. นี้ รู้ชื่อผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
bank-of-thailand-governor-2025

กระบวนการเริ่มคัดเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ได้นับหนึ่งแล้ว เพื่อแทน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. คนปัจจุบันที่กำลังจะครบวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้ หลังเมื่อวันที่ 17 เมษายน รมว.คลัง เซ็นแต่งตั้ง จำนวน 7 รายชื่อเป็นบอร์ดคัดเลือกผู้ว่า ธปท. คนใหม่

 

ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ล่าสุดวานนี้ (17 เมษายน) พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) คัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว เพื่อแทน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. คนปัจจุบันที่กำลังจะครบวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้

 

โดยมีบอร์ดคัดเลือก 7 ราย และเลขานุการ 1 ราย มีรายชื่อดังนี้

 

  1. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลังและอดีตประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประธาน
    2. ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์
    3. วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
    4. วรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
    5. อัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
    6. ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
    7. สุทธิพล ทวีชัยการ อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) 

โดยแต่งตั้ง พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นเลขานุการ บอร์ดคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

“รายชื่อของบอร์ดคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. ที่ออกมาทั้ง 7 ท่าน มี 6 ท่านเป็นรายชื่อชุดเดียวกันกับบอร์ดคัดเลือกประธานบอร์ดแบงก์ชาติก่อนหน้านี้มีเพียงรายชื่อเดียวที่แต่งตั้งใหม่ คือ ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ดร.สถิตย์ กล่าว”

 

ดร.สถิตย์ กล่าวต่อว่า บอร์ดคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. จะมีการนัดประชุมนัดแรกภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อกำหนดแนวทางขั้นตอนการทำงานในพิจารณาคุณสมบัติคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ที่จะมีการเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสมัครเพื่อรับการคัดเลือก โดยคาดว่าจะทราบผลการคัดเลือกรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ได้ภายใน 30 มิถุนายนนี้

 

ด้าน พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวยืนยันกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ยืนยันว่าได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการ บอร์ดคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งเตรียมที่นัดประชุมบอร์ดคัดเลือกผู้ว่าการ ธปท. นัดแรกภายในเดือนเมษายนนี้

The post รมว.คลัง เซ็นแต่งตั้งบอร์ดคัดเลือกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่แล้ว มี ‘สถิตย์’ นั่งประธาน ภายใน 30 มิ.ย. นี้ รู้ชื่อผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: โค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐฯ ไทยได้-เสียแค่ไหน เรื่องใดที่คนไทยต้องรู้ | Morning Wealth 5 พ.ย. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-05112024/ Tue, 05 Nov 2024 01:55:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1004467

วิเคราะห์โค้งสุดท้าย ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ใครจะก้าวขึ้นมาเป […]

The post ชมคลิป: โค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐฯ ไทยได้-เสียแค่ไหน เรื่องใดที่คนไทยต้องรู้ | Morning Wealth 5 พ.ย. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • วิเคราะห์โค้งสุดท้าย ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ใครจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป ไทยได้-เสียประโยชน์แค่ไหน เรื่องอะไรบ้างที่คนไทยต้องรู้
  • ผลตอบแทนตลาดหุ้นโลกหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไร พูดคุยกับ สุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์
  • การเมืองแทรกแซง-ครอบงำแบงก์ชาติได้จริงหรือไม่ พูดคุยกับ ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: โค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐฯ ไทยได้-เสียแค่ไหน เรื่องใดที่คนไทยต้องรู้ | Morning Wealth 5 พ.ย. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ดสรรหาเลื่อนเคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่เป็น 16 ต.ค. นี้ หลังฝ่ายเลขานุการขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม https://thestandard.co/thai-central-bank-chairman-selection-delayed/ Wed, 09 Oct 2024 03:20:58 +0000 https://thestandard.co/?p=993550 แบงก์ชาติ

ศึกชิงบอร์ด แบงก์ชาติ คนใหม่ยังไม่จบ บอร์ดสรรหาเลื่อนเค […]

The post บอร์ดสรรหาเลื่อนเคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่เป็น 16 ต.ค. นี้ หลังฝ่ายเลขานุการขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์ชาติ

ศึกชิงบอร์ด แบงก์ชาติ คนใหม่ยังไม่จบ บอร์ดสรรหาเลื่อนเคาะไปเป็นวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จากเดิมจะเคาะวันที่ 8 ตุลาคม หลังฝ่ายเลขานุการ ธปท. จี้ แจงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับการพิจารณาของที่ประชุม

 

แหล่งข่าวระดับสูงจากภาคการเงินเปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ช่วงบ่ายวานนี้ (8 ตุลาคม) คณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มี ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานสรรหา ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งประธานคณะกรรมการ ธปท. คนใหม่ แทนที่ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ที่หมดวาระลง ซึ่งจะครบวาระในเดือนกันยายนนี้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

โดยในที่ประชุมดังกล่าว ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการ ธปท. ยังไม่ได้มีข้อสรุปในเรื่องการแต่งตั้งเลือกรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดของ ธปท. เนื่องจากฝ่ายเลขานุการต้องการไปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกส่งเสนอชื่อเข้ามาจำนวนทั้ง 3 รายชื่อ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง โดยแบ่งเป็นโควตาที่เสนอจากปลัดกระทรวงการคลังได้ 1 ชื่อ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบันสามารถเสนอชื่อส่งแข่งได้อีก 2 ชื่อ

 

โดยหนึ่งในนั้นมีชื่อของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นโควตาที่ถูกส่งมาโดยปลัดกระทรวงการคลัง เป็นบุคคลที่มีแนวคิดการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจหรือมุมมองนโยบายทางการเงินที่มีความขัดแย้งกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ทั้งนี้ เบื้องต้นคณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธปท. ได้กำหนดการประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อแต่งตั้งบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดของ ธปท. อีกครั้งในวันที่ 16 ตุลาคมนี้

 

สำหรับคณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธปท. ประกอบด้วย 7 รายชื่อ ดังนี้

 

  1. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
  2. บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์
  3. วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
  4. วรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
  5. อัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  6. ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  7. สุทธิพล ทวีชัยการ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

 

แบงก์ชาติแจง ฝ่ายเลขานุการมีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม

 

ด้าน ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสรรหา กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ฝ่ายเลขานุการต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้มีข้อมูลของผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้รับการสรรหาเป็นประธานบอร์ด ธปท. ครบถ้วน หากดำเนินการเสร็จสิ้นก็จะเสนอคณะกรรมการสรรหาให้พิจารณาต่อไป 

 

ด้าน วิเรขา สันตะพันธุ์ เลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ธปท. เปิดเผยว่า ฝ่ายเลขานุการมีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับการพิจารณาของที่ประชุม ฝ่ายเลขานุการจึงขอขยายระยะเวลาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกมีความรอบคอบที่สุด และจะรวบรวมกลับมานำเสนอคณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยเร็ว

The post บอร์ดสรรหาเลื่อนเคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่เป็น 16 ต.ค. นี้ หลังฝ่ายเลขานุการขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาศึกชิงเก้าอี้ร้อน ‘ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ’ ที่มีอำนาจควบคุม ธปท. และมีส่วนสำคัญเคาะเลือกชื่อผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ https://thestandard.co/the-battle-for-the-chairman-of-the-bank-of-thailand/ Wed, 18 Sep 2024 11:05:16 +0000 https://thestandard.co/?p=984978

ตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติถือเป็นเก้าอี้ร้อนที่กำลังสร […]

The post จับตาศึกชิงเก้าอี้ร้อน ‘ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ’ ที่มีอำนาจควบคุม ธปท. และมีส่วนสำคัญเคาะเลือกชื่อผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติถือเป็นเก้าอี้ร้อนที่กำลังสรรหาบุคคลมานั่งแทน ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ที่จะครบวาระในเดือนกันยายนนี้ โดยกรรมการหรือบอร์ดของแบงก์ชาติถือว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากตามกฎหมายได้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการและการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน กำลังจะทำงานครบวาระในเดือนกันยายน 2568 เพราะประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่จะมีส่วนสำคัญในการกำหนดรายชื่อบุคคลที่จะนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ จากอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่ให้ในการควบคุมดูแลแบงก์ชาติ

 

ดังนั้นการเลือกประธานบอร์ดแบงก์ชาติในรอบนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นการทำศึกรอบใหม่อีกครั้งระหว่างรัฐบาลกับแบงก์ชาติ เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดให้มี 2 หน่วยงานสามารถเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมมาเพื่อมาชิงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่

 

โดยแบ่งเป็นโควตาที่เสนอจากปลัดกระทรวงการคลังได้ 1 ชื่อ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบันสามารถเสนอส่งแข่งได้อีก 2 ชื่อ

 

ก่อนหน้านี้สื่อต่างชาติรายงานว่า รายชื่อที่อาจจะมานั่งเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติมี 2 ชื่อ คือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรืออาจเป็น ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ และล่าสุดยังได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในทีมคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 

 

อย่างไรก็ดี ในช่วงการทำงานของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบันในยุคที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาลตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา มักเห็นข่าวผ่านสื่อบ่อยครั้งที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมีความเห็นด้านการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการเงินที่ไม่ตรงกับฝั่งรัฐบาล ทั้งการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยที่ฝั่งรัฐบาลต้องการ และส่งสัญญาณหลายต่อหลายครั้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดเบี้ย แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะถึงปัจจุบันดอกเบี้ยก็ยังยืนที่ระดับ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลง 

 

ขณะที่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ที่โน้มเข้าสู่ศักยภาพและการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน

 

ไม่นับความเห็นที่ไม่ต้องตรงกันเกี่ยวกับรูปแบบโครงการแจกเงิน Digital Wallet ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแสดงความเห็นว่าควรเจาะจงกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าโครงการนี้ ส่วนรัฐบาลเองก็ต้องการที่จะแจกให้กับประชาชนทั่วไปที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข ซึ่งช่วงแรกรัฐบาลเคยประเมินว่าจะมีถึง 50 ล้านคน ก่อนที่ปัจจุบันอาจเห็นตัวเลขลดไปบ้างเหลือราว 41-45 ล้านคน

 

‘รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์’ เล็งนัดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอ 3 เรื่องช่วยเศรษฐกิจ

 

ล่าสุดยังมีประเด็นที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่า เตรียมนัดหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในเร็วๆ นี้ โดยมี 3 เรื่องที่จะเสนอมาช่วยดูแลเศรษฐกิจและภาคการส่งออก ได้แก่

 

  1. การลดดอกเบี้ย เนื่องจากขณะนี้อัตราเงินเฟ้อลดลง และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ก็เตรียมลดดอกเบี้ย ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจึงควรปรับดอกเบี้ยลงเช่นกัน

 

  1. ดูแลเงินบาทที่แข็งค่าเร็วมาอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่าขึ้นถึง 5-6% ภายในเดือนเดียว ส่งผลกระทบอย่างมากกับผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีกำไรน้อยอยู่แล้ว

 

  1. การเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ซึ่งเป็นความเดือดร้อนที่ต่อเนื่องมาจากผลกระทบในช่วงโควิด

 

จับตาเคาะชื่อประธานบอร์ดแบงก์ชาติกลางเดือนตุลาคมนี้

 

ด้าน ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หลังจากแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติแล้ว ได้เริ่มประชุมนัดแรกเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมปีนี้ที่ผ่านมา โดยในที่ประชุมมีมติให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามา แบ่งเป็นโควตาโดยปลัดกระทรวงการคลังเสนอได้จำนวน 1 ชื่อ และเป็นโควตาของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถเสนอได้อีกจำนวน 2 ชื่อ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำส่งเสนอชื่อรวมทั้ง 3 ชื่อ ต่อฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ โดยเป็นทีมงานของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติว่าตรงกับข้อกฎหมายที่กำหนดไว้หรือไม่

 

โดยคาดว่าในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาฯ จะส่งรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติกลับมาให้คณะกรรมการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่ได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้

 

สำหรับหลักการในการสรรหาประธานบอร์ดแบงก์ชาติคนใหม่ที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะใช้ 

  1. มีคุณสมบัติต้องห้ามหรือไม่
  2. มีความรู้และความสามารถเหมาะสม มีความเข้าใจระบบการเงินและการลงทุน รวมทั้งเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นอย่างดี

 

“ส่วนกระแสข่าว กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกส่งเข้ามาจากกระทรวงการคลังนั้นเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ ผมในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ตอนนี้ยังไม่เห็นรายชื่อ เพราะฝ่ายเลขานุการฯ ต้องนำทั้ง 3 รายชื่อที่ถูกเสนอมาไปทำการตรวจสอบคุณสมบัติก่อน จากนั้นจะส่งไปยังคณะกรรมการสรรหาฯ ให้พิจารณา จึงจะทราบรายชื่อว่ามีใครบ้าง” ดร.สถิตย์กล่าว

The post จับตาศึกชิงเก้าอี้ร้อน ‘ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ’ ที่มีอำนาจควบคุม ธปท. และมีส่วนสำคัญเคาะเลือกชื่อผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 ปี ‘ความภูมิใจ’ สว. ชุดพิเศษ https://thestandard.co/5-years-pride-special-senators/ Mon, 08 Jul 2024 04:01:48 +0000 https://thestandard.co/?p=954593

ก่อนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ 12 ที่ถูกขนานนามว่าเป็น […]

The post 5 ปี ‘ความภูมิใจ’ สว. ชุดพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ 12 ที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘สว. ชุดพิเศษ’ ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต่อในฐานะสภาสูง และอำนาจตามบทเฉพาะกาล เช่น การเลือกนายก​​รัฐมนตรี ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดอนาคตของประเทศ

 

รวมถึงมีอำนาจลงมติร่วมกับ สส. เพื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ หรือแม้แต่การมีอำนาจลงมติด้วยเสียง 1 ใน 3 เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะหมดอำนาจลงในอีกไม่กี่วันนี้

 

และก่อน สว. ชุดพิเศษนี้จะจากลาการเมืองไทยไปตลอดกาล THE STANDARD ประมวลความคิดเห็น 8 สว. ผู้ทรงเกียรติ ผ่านการสนทนาพิเศษเกี่ยวกับความภูมิใจในการทำหน้าที่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการส่งท้าย

 

 

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 


 

 

ซากีย์ พิทักษ์คุมพล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงความภูมิใจในการทำหน้าที่ สว. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่:

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post 5 ปี ‘ความภูมิใจ’ สว. ชุดพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. 67 : สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สว. ผู้ถูกเลือก ขอความเป็นธรรม มองประโยชน์มากกว่า ‘ที่มา’ หมดวาระแล้วกลับไปฮีลสุขภาพกาย-ใจ https://thestandard.co/sathit-limpongpan/ Fri, 21 Jun 2024 14:07:56 +0000 https://thestandard.co/?p=948219 สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

THE STANDARD ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านการส […]

The post สว. 67 : สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สว. ผู้ถูกเลือก ขอความเป็นธรรม มองประโยชน์มากกว่า ‘ที่มา’ หมดวาระแล้วกลับไปฮีลสุขภาพกาย-ใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

THE STANDARD ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านการสนทนาพิเศษกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ 12 ชุดที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘สว. ชุดพิเศษ’ ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงผลงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และก้าวต่อไปหลังพ้นวาระ

 

การสนทนาครั้งที่ 6 นี้ เป็นการสนทนาพิเศษกับ ‘สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์’ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ผู้เป็นอดีตข้าราชการประจำ สู่ตำแหน่ง ‘สว.’ ผู้ที่ถูกเลือกให้เข้ามาอยู่ในสภาสูง ได้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตประเทศ มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ‘ตามบทเฉพาะกาล’ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

 

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่า สวมกางเกงสีกากีตัดกับเข็มขัดสีน้ำตาลเข้ม 

ยืนรอที่หน้าปากซอยลาดพร้าว 87
ซึ่งเป็นซอยของที่ตั้งสำนักงานที่เป็นสถานที่สำหรับการสัมภาษณ์พิเศษในครั้งนี้

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

ประชาสัมพันธ์น้อย ประชาชนจึงไม่เห็นผลงาน

 

สถิตย์เริ่มต้นการสนทนาด้วยการรีแคปการทำงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวคิดว่า ‘วุฒิสมาชิก’ ทั้ง 250 คน ทำหน้าที่ได้ดี มีเหตุและมีผล โดยคำนึงถึงหลักกฎหมายที่มีอยู่ รวมถึงได้วินิจฉัยเรื่องต่างๆ ตามอำนาจภายใต้ข้อจำกัดที่ถูกกำหนดไว้ของรัฐธรรมนูญปี 2560

 

เราทำหน้าที่ทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย หรือแม้แต่การตั้งกระทู้ต่างๆ ก็ได้รับความร่วมมือจากรัฐมนตรีกว่า 90% ขณะเดียวกัน การทำหน้าที่เพื่อเลือกผู้ที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระก็เป็นไปด้วยดี 

 

ผมมองว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่สมกับที่ได้ดำรงตำแหน่ง

 

ส่วนเสียงของประชาชนที่ตั้งคำถามต่อการมีอยู่และการปฏิบัติหน้าที่ของ สว. มีการติดแฮชแท็ก #สวมีไว้ทำไม บนโซเชียลมีเดีย สถิตย์ยืนยันว่าการทำงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ด้วยที่มาของพวกเราทั้ง 250 คน ที่ไม่ได้มีที่มาที่ตรงต่อหลักการทางประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ จนก่อให้เกิดความคิดเห็นว่า สว. ไม่ได้ทำหน้าที่ 

 

สถิตย์ยอมรับว่าสาเหตุข้างต้นส่วนหนึ่งเพราะอาจมีการประชาสัมพันธ์ผลงานบนโซเชียลมีเดียที่ไม่มากพอ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการรับรู้ของประชาชน จนประชาชนไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว สว. มีผลงานอะไรบ้าง

 

 

2 สมาชิกวุฒิสภา: ประภาศรี สุฉันทบุตร และ สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์
ระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

“แล้ว สว. มีหน้าที่ มีผลงานที่แท้จริงอะไรบ้าง” THE STANDARD ถาม

 

สถิตย์กล่าวว่า สว. มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมถึงมีหน้าที่ในการผลักดันการปฏิรูปประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผมทราบดีถึงสิ่งที่หลายคนตั้งคำถามถึงแผนพัฒนาประเทศผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า “20 ปีไม่นานเกินไปเหรอ”

 

เขาอธิบายแผนพัฒนาประเทศผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้วยการยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียว่า ในปี 1991 ที่มี ‘มาฮาดีร์ บิน โมฮามัด’ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้วางวิสัยทัศน์ให้ภายในปี 2020 มาเลเซียจะต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แม้เวลาจะล่วงเลยมา เนื่องจากติดวิกฤตทางเศรษฐกิจ จนทำให้การก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วของมาเลเซียล่าช้าออกไปในปี 2025

 

“อย่างน้อยก็ถือว่ามีวิสัยทัศน์ที่จะบรรลุไปสู่เป้าหมายที่จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งก็เกิดมาจากการวางแนวทางของอดีตนายกรัฐมนตรี”

 

สถิตย์เห็นว่าประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เราได้วางวิสัยทัศน์เมื่อปี 2561 ด้วยการตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2580 ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เนื่องด้วยวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิดเมื่อปี 2562 อาจจะต้องมีความล่าช้าออกไป

 

แต่อย่างน้อยๆ การตั้งเป้าหมายและตั้งวิสัยทัศน์ในลักษณะนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ดีกว่าขับรถแบบไม่มีเป้าหมาย และไม่รู้ว่าจะก้าวไปทางไหน โดยที่ระหว่างทางอาจมีถนนขาด ถนนเบี่ยง หรืออาจต้องเปลี่ยนเส้นทางก็สามารถทำได้ เพราะยุทธศาสตร์ชาติสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และไม่ได้ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีทุกคน ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

 

ดังนั้นหน้าที่ในการกำกับยุทธศาสตร์ชาติของวุฒิสมาชิกเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายก็ดำเนินการด้วยดีมาโดยตลอดเช่นกัน

 

 

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ขณะนั่งสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว THE STANDARD
ภายในออฟฟิศย่านลาดพร้าว

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

THE STANDARD ถามต่อว่า “เป็นไปได้ด้วยดีอย่างไร มีผลงานอะไรที่จับต้องได้บ้าง ประชาชนส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามอยู่เลยว่า สว. ทำงานคุ้มภาษีหรือเปล่า”

 

สถิตย์อธิบายผลงานของตนเองว่า ในฐานะคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินของวุฒิสภาก็ได้ร่วมกันผลักดัน ‘One Country One Platform’ ซึ่งเป็นการนำประเทศไทยไปสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างแท้จริง เราได้มีการผลักดันไปหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน แม้อาจไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์มากนัก แต่ ณ เวลานี้ ‘One Country One Platform’ เกือบจะพร้อมแล้ว

 

อีกตัวอย่างคือคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ได้พยายามผลักดันให้มีพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่ดึงงานวิจัยที่อยู่บน ‘หิ้ง’ ก้าวไปสู่ ‘ห้าง’ กล่าวคือ การได้นำงานวิจัยที่ปล่อยทิ้งเปล่าได้ออกไปใช้ประโยชน์นั่นเอง

 

“เราส่งเสริมให้นักวิจัยเป็นเจ้าของ ไม่ใช่องค์กรที่นักวิจัยได้สังกัดอยู่ ขณะเดียวกันได้ผลักดันให้มีงบประมาณสำหรับการวิจัยมากขึ้น ซึ่งวุฒิสมาชิกได้มีการอภิปรายเพื่อของบประมาณเพิ่ม และท้ายที่สุดก็ได้งบเพิ่มขึ้นจริงๆ เราเชื่อหากได้รับงบประมาณจากภาครัฐมากขึ้น จะทำให้มีงานวิจัยของภาครัฐและภาคเอกชนถูกต่อยอดให้ประเทศได้เติบโตขึ้น

 

 

ผมทำงานคุ้มภาษีอย่างแน่นอน

“ผมทำงานคุ้มภาษีอย่างแน่นอน” สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ตอบคำถามของ THE STANDARD ที่สะท้อนว่าเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ได้ตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของ สว. ว่าคุ้มกับภาษีของประชาชนหรือไม่

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

‘8 เต็ม 10’ ขอให้มองประโยชน์ สว. มากกว่า ‘ที่มา’

 

สถิตย์ให้คะแนนการทำงานของตนเองตลอด 5 ปีที่ผ่านมาด้วยคะแนน 8 เต็ม 10 เพราะคิดว่าตนเองมีผลงานที่ได้ร่วมจุดประกายเศรษฐกิจกระแสใหม่ รวมถึงได้มีส่วนในการผลักดันงานวิจัยตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น และได้มีส่วนในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีอยู่แล้วให้เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกันตนเองในฐานะอดีตปลัดกระทรวงการคลัง ก็ได้ให้ความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจในทุกรายงานที่ถูกนำเสนอเข้ามาในที่ประชุมวุฒิสภาด้วย

 

ส่วนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สว. ชุดที่ 12 ทั้ง 250 คน ถูกผู้คนในสังคมส่วนใหญ่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มาจากการทำรัฐประหาร และเป็นทายาทของ คสช. สถิตย์เห็นว่าเรื่องนี้เป็นการเมือง เป็นวิวัฒนาการระหว่างการเลือกตั้งและการรัฐประหาร ในตอนนั้นการรัฐประหารก็มีเหตุผลของการรัฐประหาร ในที่สุดก็กลับสู่การเลือกตั้งแล้ว แต่รอยต่อระหว่างรัฐประหารกับการเลือกตั้งยังมีความเชื่อมโยงกันอยู่ ซึ่งยอมรับว่าการทำหน้าที่ของ สว. ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงของรอยต่อนี้

 

ผมว่าถ้าให้ความเป็นธรรมกับ สว. ก็ควรจะมองว่า สว. ทำประโยชน์อะไรบ้าง ดีกว่ามองว่าเรามาอย่างไร มาจากไหน

 

สถิตย์ยกตัวอย่างกรณี ‘เติ้งเสี่ยวผิง’ อดีตผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ของจีน ซึ่งพยายามพลิกฟื้นประเทศให้เป็นประเทศที่มีความทันสมัย โดยได้ระบุว่าจะเป็นแมวแดง (สีแดง เป็นสีแห่งคอมมิวนิสต์) หรือแมวขาว (บุคคลทั่วไป) ก็ไม่เป็นปัญหา ขอแค่ให้จับหนูได้ก็เพียงพอ หรืออีกความหมายคือจะเป็นแมวแดงหรือแมวขาว หากทำประโยชน์ได้ก็ขอให้มองประโยชน์ที่ทำได้มากกว่าที่มาของเรา

 

 

แต่หากมองลึกลงไปก็จะเห็นว่าทุกองคาพยพทั้ง สว. และ สส. ก็ล้วนมาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นมรดกส่วนหนึ่งของ คสช. ทั้งสิ้น แต่สังคมไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การหลุดพ้น ขณะเดียวกัน สว. ชุดผมก็กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว THE STANDARD

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

ไม่ได้โหวตพิธาเพราะป่วย

 

สถิตย์ยังแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการให้อำนาจ สว. โหวตนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีในแต่ละครั้งของตนเองไม่ได้ถูกรับการติดต่อหรือพูดคุยกับใคร เพราะตนเองวางตัวเป็นนักวิชาการอิสระ

 

แต่ขอยืนยันว่าส่วนตัวจะพิจารณาจากพรรคการเมืองที่สามารถรวมเสียงข้างมาก ซึ่งเป็นไปตามหลักเสียงข้างมากของรัฐสภาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ เศรษฐา ทวีสิน ก็เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากได้

 

“หากยึดแนวทางว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีที่มีเสียงข้างมาก แล้วเหตุใดการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ที่ได้เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล จึงไม่ถูกเลือก” THE STANDARD ถามต่อ

 

สถิตย์ชี้แจงว่า หากในวันนั้นผมอยู่ ผมก็จะเลือกคุณพิธา แต่วันเลือกผมป่วย ผมไม่สบาย เข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์ ผมได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะลงคะแนนให้กับคนที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ และเรายึดในหลักการตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ หากในวันนั้นตนเองไม่ได้ป่วย ก็ยืนยันว่าจะโหวตเห็นชอบให้แก่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่สามารถรวมเสียงข้างมากได้

 

โดยไม่จำเป็นว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร จะเป็นพิธาจากพรรคก้าวไกลหรือไม่ และส่วนตัวไม่ติดใจนโยบายมาตรา 112 เพราะเชื่อว่าสุดท้ายจะเป็นเรื่องของการพิจารณาในรัฐสภา

 

 

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว THE STANDARD

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

 

เคารพทุกความเห็นต่าง

 

ส่วนการตั้งรับกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น สถิตย์กล่าวว่า เราได้ทำหน้าที่ของเราไปแล้ว เราในระบอบประชาธิปไตยความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องที่สำคัญ เราต้องเคารพในความเห็นต่าง โดยที่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเคารพความเห็นต่างของเราหรือไม่ แต่ผมเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างของคนอื่น

 

สถิตย์ได้ยกตัวอย่างคำกล่าวของ ‘วอลแตร์’ นักปราชญ์ นักเขียน และนักประวัติศาสตร์ในยุคเรืองปัญญาของฝรั่งเศส ผู้มีชื่อเสียงก้องโลก ที่ระบุไว้ว่า “แม้ไม่เห็นด้วยกับคุณ แต่ผมจะต่อสู้จนสุดชีวิต เพื่อให้ความเห็นของคุณได้ปรากฏอยู่บนโลกนี้ ผมเชื่อในความคิดเห็นที่แตกต่าง และยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นทั้งหลายทั้งมวล”

 

ถึงกระนั้นก็ขอให้การวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขอบเขต แค่ สว. ผู้ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้นพอ โดยไม่เห็นด้วยกับการวิพากษ์วิจารณ์ลามไปถึงคนในครอบครัว

 

“ส่วนตัวไม่ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อะไร เพราะผมเองก็ไม่ใช่ตัวตึง และไม่ได้แสดงความคิดเห็นไปทางข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงความคิดเห็นที่อ้างอิงจากหลักวิชาการ ดังนั้นทุกความคิดเห็นของผมจะมีหลักวิชาการคอยสนับสนุนตลอด”

 

 

สถิตย์นั่งบนอุปกรณ์ออกกำลังกายจักรยานไฟฟ้า ซึ่งตั้งอยู่กลางสำนักงาน

ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว THE STANDARD

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

หมดวาระแล้ว…กลับไปฮีลสุขภาพกาย-จิตใจ

 

“หลังหมดวาระ มีสิ่งที่กังวลต่อบ้านเมืองอีกไหม” THE STANDARD ถาม

 

สถิตย์ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ไม่เลย ปล่อยวางแล้ว จากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบุคคลที่จะได้เข้ามาดำรงตำแหน่งชุดใหม่” ส่วนชีวิตหลังจากหมดวาระแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรมาก กลับไปดูแลมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจการพาณิชย์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เพื่อเป็นสื่อกลางการวิจัยเชิงนโยบาย และพัฒนาต่อยอดงานวิจัยนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ รวมทั้งกลับไปดูแลสุขภาพกายด้วยการออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพจิตใจโดยการอ่านหนังสือพุทธทาสภิกขุ

 

หากทำประโยชน์ต่อสังคมได้ก็พร้อมที่จะทำไปเท่าที่มีความสามารถ แต่ไม่ได้สนใจ และไม่คิดที่จะมาเลือกอยู่บนเส้นทางการใช้ชีวิตนักการเมืองอีกแล้ว จากนี้ขอเป็นผู้ติดตามการเมืองในฐานะนักวิชาการด้านเศรษฐกิจเท่านั้น

 

 

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว THE STANDARD

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร  

 

The post สว. 67 : สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สว. ผู้ถูกเลือก ขอความเป็นธรรม มองประโยชน์มากกว่า ‘ที่มา’ หมดวาระแล้วกลับไปฮีลสุขภาพกาย-ใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : มาอีกเสียง ส.ว. สถิตย์ ชี้ ส.ส. เปิดสวิตช์ให้แล้ว ต้องใช้สิทธิโหวตตามเสียงข้างมาก ชม ‘ไอติม’ สื่อสารดี ให้เกียรติคนต่างวัย https://thestandard.co/sathit-limpongpan-senate-approved/ Thu, 18 May 2023 08:42:14 +0000 https://thestandard.co/?p=792306 สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

วันนี้ (18 พฤษภาคม) สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา […]

The post เลือกตั้ง 2566 : มาอีกเสียง ส.ว. สถิตย์ ชี้ ส.ส. เปิดสวิตช์ให้แล้ว ต้องใช้สิทธิโหวตตามเสียงข้างมาก ชม ‘ไอติม’ สื่อสารดี ให้เกียรติคนต่างวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

วันนี้ (18 พฤษภาคม) สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ว่า 

 

เดิมมีอยู่ 2 คำคือคำว่า แลนด์สไลด์ และปิดสวิตช์ ส.ว. ความหมายของสองคำนี้คือ ไม่จำเป็นต้องใช้เสียง ส.ว. แต่ใช้เสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 376 คน ถ้าเป็นไปตามนั้น ส.ว. ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ ตอนแรกตนตั้งใจว่าจะงดออกเสียง เนื่องจากเมื่อได้เสียงเกิน 376 เสียงแล้วตนก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ ควรจะเป็นสิทธิของ ส.ส.

 

“เมื่อรวมกันแล้ว 313 เสียง และไม่ตั้งใจที่จะรวบรวมมากกว่านี้ แสดงว่ามีการเปิดสวิตช์ ส.ว. แล้ว ผมในฐานะ ส.ว. ต้องใช้สิทธิตามหลักการประชาธิปไตย ด้วยการ โหวตให้ตามเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตอนแรกที่ไม่ได้พูดออกมา เพราะต้องรอว่า ส.ส. จะปิดสวิตช์ ส.ว. หรือไม่ ซึ่งก็เป็นหลักการตามประชาธิปไตยอย่างหนึ่ง และที่สัญญาไว้ให้กับประชาชน” สถิตย์กล่าว

 

สถิตย์ยังกล่าวถึงกรณี ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กจดหมายเปิดผนึกถึง ส.ว. 250 คนว่า สิ่งที่พริษฐ์ได้ทำถือว่าเป็นประโยชน์มาก มีวิธีการสื่อสารที่ดี เพราะมาในแนวทางของการให้เกียรติ จูงใจที่มีเหตุผล เป็นการพูดที่เข้าใจคนต่างวัย เป็นการสื่อสารที่มีตรรกะของความเข้าใจมากกว่าการสร้างความไม่เข้าใจระหว่างรุ่น ซึ่งทำให้มีผลในทางที่ดี

 

“ไม่มีเงื่อนไขอื่น ถ้าพูดตามหลักการไม่ว่าใครที่มาแนวทางนี้ก็ควรได้รับการสนับสนุน แต่ต้องเป็นเงื่อนไขที่ว่าได้สัญญากับประชาชนไว้แล้วว่าจะทำอะไร ไม่ใช่ประชาชนเลือกมาแล้วไปทำอีกอย่างที่ประชาชนไม่รับทราบ อย่างนั้นก็สนับสนุนไม่ได้ และวุฒิสมาชิกก็ใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ไม่ใช่เป็นหุ่นยนต์อย่างที่เขาพูดกัน สมาชิกวุฒิสภา คือสมาชิกที่มีวุฒิภาวะ” สถิตย์กล่าว

The post เลือกตั้ง 2566 : มาอีกเสียง ส.ว. สถิตย์ ชี้ ส.ส. เปิดสวิตช์ให้แล้ว ต้องใช้สิทธิโหวตตามเสียงข้างมาก ชม ‘ไอติม’ สื่อสารดี ให้เกียรติคนต่างวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ‘อย่าหวังน้ำบ่อหน้า’ ส.ว. ย้ำจุดยืน แม้เลือกนายกฯ ตามเสียงประชาชน แต่ถ้าอยากปิดสวิตช์ ต้องรวมเสียงให้ได้ 376 เสียง https://thestandard.co/election-2023-senator/ Fri, 12 May 2023 01:32:56 +0000 https://thestandard.co/?p=788752 สมาชิกวุฒิสภา

วานนี้ (11 พฤษภาคม) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ‘อย่าหวังน้ำบ่อหน้า’ ส.ว. ย้ำจุดยืน แม้เลือกนายกฯ ตามเสียงประชาชน แต่ถ้าอยากปิดสวิตช์ ต้องรวมเสียงให้ได้ 376 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาชิกวุฒิสภา

วานนี้ (11 พฤษภาคม) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา ‘สมาชิกวุฒิสภาในฐานะหุ้นส่วนประชาธิปไตย’ โดยภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย กลุ่มสันติประชาธิปไตย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้ง 5 คน ร่วมเป็นวิทยากร คือ ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, คำนูณ สิทธิสมาน, กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, เฉลิมชัย เฟื่องคอน และ มณเฑียร บุญตัน ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและแสดงจุดยืนของตนเองในการเลือกนายกรัฐมนตรี 

 

คำนูณกล่าวว่า ในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภานั้น ทุกพรรคการเมืองสามารถรวมใจกันเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่รวมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมรัฐบาลทั้งหมด หากสามารถรวมเสียงได้ เสียงของ ส.ว. จะไม่มีความหมายอีกต่อไป แต่การจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงจำนวน 376 เสียงนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก 

 

“อยากจะปิดสวิตช์ ส.ว. นั้นทำได้ไม่ยาก และไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญอะไรเลย…สภามี ส.ส. 500 คน ตัดสินใจเลยให้ได้ 376 เสียง ต่อให้พวกผมจะงดออกเสียงหรืออะไรก็ไม่มีความหมาย” คำนูณกล่าว 

 

ขณะที่กิตติศักดิ์กล่าวว่า เราในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงนี้ เราทำหน้าที่ของเราอย่างดี การเลือกตั้งครั้งนี้เราเห็นแล้วว่ามีการใช้เงินซื้อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อนักการเมืองลงทุนไปแล้ว เขาจะเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาหรือไม่ ที่หนักใจข้อต่อมาคือไม่ว่า ส.ว. จะเลือกใคร เลือกฝ่ายไหน หรือเลือกลุง ความขัดแย้งก็ไม่หาย และความขัดแย้งจะเพิ่มดีกรีขึ้นอีก

 

ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น กิตติศักดิ์ยืนยันว่ายังคงต้องพิจารณาดูว่าบุคคลนั้นเป็นอย่างไร การที่เราจะเลือกใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้นั้น แล้วเป็นการโหวต และจะโหวตไปโดยไม่ต้องมี ส.ว. ก็ได้ แต่ยืนยันว่าขอใช้สิทธิที่ตนเองมี และให้คำสัญญาว่าเสียงของประชาชนคือเสียงของสวรรค์อย่างแท้จริง ดังนั้นอย่ากังวลว่า ส.ว. จะตัดสินใจผิด และลงคะแนนให้กับฝ่ายที่มีคะแนนน้อยจนเกินไป 

 

“อย่าห่วงเลยครับ ส.ว. จะหลับหูหลับตาโหวตให้แก่เสียงข้างน้อย ส.ว. ก็เป็นลูกเป็นหลานของพี่น้องประชาชน และ ส.ว. ฟังเสียงของท่าน เมื่อได้ตัดสินใจแล้ว ส.ว. ก็ไม่ขัดข้อง” กิตติศักดิ์กล่าว

 

เฉลิมชัยแสดงความคิดเห็นว่า ตนเองจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนตัวจะโหวตเลือกนายกฯ จะพิจารณาจาก 1. นโยบาย ต้องเลือกนายกฯ ที่หาเงินได้ และสามารถแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนได้หรือไม่ 2. แคนดิเดตนายกฯ กับทีมเศรษฐกิจว่ามีความหวัง เข้าท่าหรือไม่ 3. นโยบายที่เสนอมานั้นเคยทำสำเร็จหรือไม่ 4. พรรคที่สามารถรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ต้องได้ 251 เสียงขึ้นไป จะไปหาเสียงให้ครบ 375 เสียงหรือไม่อย่างไร ก็ต้องทำให้ได้

 

“แล้วอย่ามาหวังนะว่าเมื่อรวมเสียงแล้วได้ 320 เสียง ขาดอีก 56 เสียง และหวังจิตสำนึกว่าจะได้เสียงจาก ส.ว. เพราะการที่ ส.ส. ซื้อตัวกันไปมานั้นมีจิตใต้สำนึกหรือไม่ ต้องไปรวมเสียงให้ได้อย่างน้อย 376 ที่นั่ง จะได้ไม่จำเป็นต้องมาหวังเสียง ส.ว.”

 

ส่วนมณเฑียรกล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ตนให้สัมภาษณ์มาก่อนตั้งแต่ตอนสนับสนุนการตัดอำนาจ ส.ว. เลือกนายกฯ มาตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงฉบับล่าสุด เพราะไม่เห็นประโยชน์อะไรอีกแล้ว เพราะเราได้ทำหน้าที่ในการส่งต่อประเทศไทยจากรัฐบาลรักษาการไปสู่รัฐบาลประชาธิปไตยอย่างสมูทที่สุดว่า ในการเลือกนายกฯ ครั้งนี้จะงดออกเสียง ไม่ว่าพรรคใดจะได้คะแนนมากน้อยแค่ไหน เพราะคิดว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตนเองที่จะไปร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี

 

โอกาสของรัฐบาลเสียงข้างน้อย

กิตติศักดิ์กล่าวว่า ตนเองเคยถูกตั้งคำถามว่า ส.ว. หมกมุ่นอยู่กับ 2 ลุง (พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) และจะโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้เพียงสองคนนี้เท่านั้นหรือไม่ โดยไม่สนใจคะแนนว่าทั้ง 2 บุคคลจะได้คะแนนเท่าไร และ ส.ว. สามารถอยู่เฉยๆ โดยให้ ส.ส. เป็นผู้ดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ 

 

“ส.ว. ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับ 2 ลุง หาก 2 ลุงไม่สามารถรวบรวมเสียง ส.ส. ได้เกินครึ่ง หรือการที่ พล.อ. ประยุทธ์, พล.อ. ประวิตรจัดตั้งรัฐบาลจากฝ่ายที่เสียงข้างมากไม่อาจจัดตั้งรัฐบาลได้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง” กิตติศักดิ์กล่าว 

 

อย่างไรก็ตาม ส.ว. ไม่สามารถอยู่เฉยๆ ได้ นอกจากการละเว้นจากหน้าที่แล้ว ยังเปลืองภาษีแผ่นดิน เพราะ ส.ว. ถูกจ้างให้มาปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่สามารถนั่งทิ้งลมหายใจไปวันๆ ได้ ประเทศชาติเสียหาย และความวุ่นวายก็จะตามมาได้ ส่วนรัฐบาลเสียงข้างน้อยนั้นไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สง่างาม และยังสร้างปัญหาให้กับประเทศในระยะอันสั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่า ส.ว. จะเลือกใครเป็นนายกฯ จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่นอน

 

“รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้านี้อายุไม่ยืน เพราะว่าเจตจำนง ส.ส. จะขอแก้รัฐธรรมนูญ​อยู่แล้ว จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ พร้อมมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นถ้าหากว่าไม่แตะหมวดที่ 1-2 ตนเองไม่ขัดข้อง และยอมรับว่าตนเองสนับสนุนมาตรา 272 ตลอดมา การที่มีมาตรา 272 เหมือนมีดาบสักเล่มหนึ่ง หากมีความจำเป็นเราก็หยิบขึ้นมาใช้ หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องนำมาใช้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่า ส.ว. จะไปสนับสนุน 2 ลุง หรือว่าผู้ที่ได้เสียงข้างน้อย 

 

“ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้การเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ลดความขัดแย้ง ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน ถ้าหากว่ามีการพูดเจรจากันได้ ขอให้เจรจากัน แต่ผมก็ห่วงบ้านเมือง กลัวว่าจะเกิดความไม่สงบขึ้น และจะย้อนกลับไปที่หนังม้วนเดิมที่ผ่านมาเหมือนในปี 2557” กิตติศักดิ์กล่าว 

 

ด้านเฉลิมชัยกล่าวว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อย แม้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะ ส.ว. มาจากการแต่งตั้งของ คสช. แม้จะได้เสียงไม่มาก แต่เมื่อรวมกับเสียงของ ส.ว. แล้วก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงเป็นเหตุให้ ส.ส. ต้องรวมกันให้ได้ 376 เสียง และอย่าหวังน้ำบ่อหน้าโดยเด็ดขาด เพราะไม่มีทางได้ ยกเว้นตนเองที่อาจลงคะแนนให้ 

 

ขณะที่มณเฑียรกล่าวว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ส.ว. มันอยู่ที่ว่าท่านจะสามารถรวมเสียงได้ 376 เสียงหรือไม่ และไม่ต้องคาดหวังอะไรจากตนเองและ ส.ว. ท่านอื่น รวมให้ได้ 376 เสียง จะได้ปิดสวิตช์ ส.ว. ตามที่แถลงกันไว้ ซึ่งเป็นความท้าทายของนักการเมืองที่ต้องรวมกันให้ได้

 

สเปกนายกรัฐ​มนตรีของ ส.ว.

คำนูณกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคนนั้นจำเป็นต้องได้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้ง 2 สภารวมกัน คือ 376 เสียง แม้เวลานั้นตนเองจะลุกขึ้นขานชื่อ จะเห็นด้วยกับบุคคลนั้น บุคคลนี้ หรืองดออกเสียง หรือไม่ประสงค์จะลงคะแนนก็ทำได้ แต่ในความเป็นจริงได้ใช้สิทธิไปแล้ว จะทำให้เสียงของฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ถึง 376 เสียง ในกรณีนี้ขอตัดสินใจดูหน้างานอีกครั้ง และโดยทั่วไปก็ควรจะต้องเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีเสียงข้างมาก แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้กำหนดไว้ แต่รัฐบาลที่มีเสียงข้างน้อยไม่สามารถบริหารประเทศให้ไปต่อได้ 

 

“ในวันเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ว. จะเลือกใช้สิทธิอย่างดีที่สุด เราอยากเห็นประเทศเดินหน้าเหมือนที่ทุกคนอยากเห็น แต่เราก็อยากเห็นประเทศเดินหน้าไปโดยไม่ก้าวสู่ความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตยิ่งกว่าในอดีต ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับตัวเลขของแต่ละพรรค และพันธมิตรที่รวมกลุ่มกันสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง” คำนูณกล่าว 

 

มณเฑียรกล่าวว่า ตนเองไม่เลือกใครโดยการงดออกเสียง แต่หากผู้ที่ได้เสียงไม่ครบ 376 เสียง ได้ประมาณ 374 เสียง และมีผู้ที่มาคาดหวังให้ ส.ว. ช่วยให้ครบเสียงกึ่งหนึ่งจะได้จบ ต้องคิดกลับเช่นกันว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้น อาจเกิดภาวะสุ่มเสี่ยงที่ทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย สู้ตัดช่องน้อยแต่พอตัวและอยู่นิ่งๆ ไม่ว่าใครได้คะแนนแค่ไหน

 

สถิตย์กล่าวทิ้งท้ายถึงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่าต้องดูหน้างาน ต้องพิจารณาถึงนโยบาย พิจารณาถึงคุณสมบัติที่จะทำให้นโยบายนั้นเกิดขึ้นจริง ต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น มองเห็นว่านโยบายอะไรที่จะทำให้ประเทศไทยเติบโตขึ้น มองเห็นว่านโยบายอะไรที่จะทำให้คนในสังคมลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้คนในสังคมมีโอกาสเท่าเทียมกัน 

 

ทั้งเศรษฐกิจทางการเมืองหรือสังคม นอกจากการมีวิสัยทัศน์แล้ว ต้องมีความสามารถในการทำให้วิสัยทัศน์เกิดขึ้นจริง มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ มีทักษะในการบริหารรัฐบาลที่จะไปสู่การเป็นประชาธิปไตย

The post เลือกตั้ง 2566 : ‘อย่าหวังน้ำบ่อหน้า’ ส.ว. ย้ำจุดยืน แม้เลือกนายกฯ ตามเสียงประชาชน แต่ถ้าอยากปิดสวิตช์ ต้องรวมเสียงให้ได้ 376 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>