ละครรีเมก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ละครรีเมก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 25 Feb 2026 12:09:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ใบเฟิร์น-เจษ-เบนซ์-ป๋อ ร่วมประชันฝีมือการแสดงในละครรีเมก แรงเงา https://thestandard.co/raeng-ngao-remake-baifern-jes/ Wed, 25 Feb 2026 12:08:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1181727 ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, เจษ เจษฎ์พิพัฒ, เบนซ์ พรชิตา และ ป๋อ ณัฐวุฒิ ในงานปรากฏการณ์ one สนั่นจอ 2026 เปิดตัวละครรีเมก แรงเงา

กลับมาอีกครั้งสำหรับละครเรื่อง แรงเงา เรื่องราวความรักแ […]

The post ใบเฟิร์น-เจษ-เบนซ์-ป๋อ ร่วมประชันฝีมือการแสดงในละครรีเมก แรงเงา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, เจษ เจษฎ์พิพัฒ, เบนซ์ พรชิตา และ ป๋อ ณัฐวุฒิ ในงานปรากฏการณ์ one สนั่นจอ 2026 เปิดตัวละครรีเมก แรงเงา

กลับมาอีกครั้งสำหรับละครเรื่อง แรงเงา เรื่องราวความรักและความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนระดับตำนาน พร้อมเปิดตัวแคสต์นักแสดงแรก นำโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, เจษ เจษฎ์พิพัฒ, เบนซ์ พรชิตา และ ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่งานประกาศไลน์อัป ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ 2026 ที่จัดขึ้นวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2026) ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์

 

ซึ่งนอกจากแคสต์นักแสดงที่ทำเอาเซอร์ไพรส์แฟนละครแล้ว ยังมีการปล่อยตัวอย่างแรกที่นำเสนอคาแรกเตอร์แต่ละบทบาทของตัวละคร พร้อมการันตีความเข้มข้นกว่าเวอร์ชันเดิม ด้วยบันไดที่สูงกว่า พร้อมประโยคฟาดฟัน “ชื่อแม่เราไม่ได้เหมือนกัน แต่ชื่อผัวเราต่างหากที่เหมือนกัน”

 

โดย แรงเงา เป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายจากนักเขียน นันทนา วีระชน ก่อนจะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1986 และนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกในปี 2001 นำแสดงโดย เคน ธีรเดช และ แอน ทองประสม ก่อนจะนำกลับมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์อีกครั้งในปี 2012 นำแสดงโดย เคน ภูภูมิ, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ปิ๊ป รวิชญ์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ

 

สำหรับ แรงเงา เป็นเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้นของ มุนินทร์ ที่สวมรอยเป็น มุตตา น้องสาวฝาแฝดเพื่อแก้แค้น เจนภพ ผู้อำนวยการกระทรวง ที่หลอกน้องสาวของเธอจนฆ่าตัวตาย รวมถึง นพนภา ภรรยาที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความแค้นในครั้งนี้ โดยมี วีกิจ ที่ตกหลุมรักเธอและคอยเป็นที่พึ่งพิงให้กับมุนินทร์ โดยมีการยืนยันแล้วว่า แรงเงา เวอร์ชันนี้ จะได้รับชมกันภายในปีนี้

 

ภาพ: one31official

 

อ้างอิง: https://youtu.be/YMZpn_Je62o?si=ufZfjfF0n7uD9SbQ

The post ใบเฟิร์น-เจษ-เบนซ์-ป๋อ ร่วมประชันฝีมือการแสดงในละครรีเมก แรงเงา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีเมกซีรีส์ต่างประเทศในเวอร์ชันไทย ส่วนใหญ่ ‘ร่วง’ หรือ ‘รอด’? https://thestandard.co/foreign-series-thai-remake/ Mon, 04 Jul 2022 06:51:56 +0000 https://thestandard.co/?p=649767 รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

เปิดตัวโปสเตอร์อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อนสำหรับ […]

The post รีเมกซีรีส์ต่างประเทศในเวอร์ชันไทย ส่วนใหญ่ ‘ร่วง’ หรือ ‘รอด’? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

เปิดตัวโปสเตอร์อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อนสำหรับ Doctor Foster เวอร์ชันไทยในชื่อ เกมรักทรยศ พอวันรุ่งขึ้นบริษัทผู้ผลิตอย่าง JSL Global Studio ก็ประกาศปิดธุรกิจบางส่วน เล่นเอาใจหายใจคว่ำว่าซีรีส์รีเมกที่รอคอยเรื่องนี้จะตกไปอยู่ในมือใคร สรุปสุดท้ายก็ยังคงอยู่ในมือพาร์ตเนอร์อย่างจูเวไนล์ (Juvenile) อยู่ดี 

 

ซึ่งถ้าหากดูจากผลงานชิ้นเก่าๆ อย่าง Mother เรียกฉันว่า…แม่ (LINE TV), Tea Box ชายชรากับหมาบ้า (Thai PBS), The Rhythm of Life จังหวะชีวิต…ลิขิตฝัน (Thai PBS) ก็จะเห็นจุดเด่นในเรื่องภาพและการเล่าเรื่องสะเทือนอารมณ์ได้ดี ดูแล้วก็น่าจะเหมาะกับละครที่สร้างจากบทละครระดับอินเตอร์แบบนี้ 

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

จังหวะหัวใจนายสะอาด

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

 Mother เรียกฉันว่า…แม่

 

Doctor Foster เป็นผลงานบทประพันธ์ของ ไมค์ บาร์เลตต์ ผลิตโดย BBC Studios ที่เคยประสบความสำเร็จทั้งทางด้านเรตติ้งและรางวัลในสหราชอาณาจักร ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ในเวอร์ชันของประเทศต่างๆ ทั้งในฝรั่งเศส, รัสเซีย, อินเดีย, เกาหลีใต้, ตุรกี, ฟิลิปปินส์, ไทย และอินโดนีเซีย 

 

ส่วนเวอร์ชันที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดก็คงจะเป็น The World of the Married ของเกาหลีใต้ ที่ครองตำแหน่งซีรีส์ที่มีเรตติ้งสูงสุดในเคเบิลทีวีของเกาหลีใต้คือ 28% และเวอร์ชันฝรั่งเศสกับตุรกีก็ประสบความสำเร็จมากในเรื่องเรตติ้งเช่นกัน แต่ก็ใช่ว่าทุกๆ เวอร์ชันจะปังทั้งหมด เพราะอย่างในเวอร์ชันอินเดียก็ได้กระแสในระดับกลางๆ แต่ได้รับคำชมในแง่การแสดง ขณะที่เวอร์ชันฟิลิปปินส์ที่เพิ่งออกอากาศไปก็นำไปยืดจนมีความยาวมากกว่า 100 ตอน! (เวอร์ชันต้นฉบับมีเพียง 10 ตอนเท่านั้น!) และจากการลองสแกนดู เวอร์ชันเกาหลีใต้และอินเดียทำออกมาได้ดีและใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด เรียกว่าฉากสำคัญๆ มีความคล้ายกันแทบจะช็อตต่อช็อตเลยทีเดียว

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

เกมรักทรยศ

 

ความจริงแล้วเรื่องโปรดักชันของละครไทยหลายๆ เจ้าก็ทำออกมาได้ดี แต่ติดปัญหาที่บทละคร ไม่ใช่ว่าคนเขียนบทของไทยไม่เก่ง แต่ด้วยงบประมาณ เวลา และจำนวนคนเขียนบทในเมืองไทย (ตลาดคนดูละครไทยก็มีส่วน) ทำให้เนื้อหาวนเวียนอยู่กับประเด็นไม่กี่เรื่อง หลายๆ ช่องจึงหันไปมองบทซีรีส์จากต่างประเทศแทน อย่างช่อง 3 ก็เคยซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์จากต่างประเทศมาผลิตในเวอร์ชันไทย เช่น ในปี 2562 เรื่อง ลิขิตรักข้ามดวงดาว จากซีรีส์เกาหลีใต้เรื่อง My Love from the Star และในปี 2564 ก็ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์ตุรกีเรื่อง Ölene Kadar มาสร้างเป็นละครเรื่อง บาปอยุติธรรม แต่กระแสตอบรับกลับไม่ดีอย่างที่คิด เกมรักทรยศจึงเป็นความหวังใหม่ให้ลุ้นกันว่าช่อง 3 จะล้างอาถรรพ์รีเมกแล้วแป้กได้หรือเปล่า 

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

เธอคือพรหมลิขิต

 

ขณะที่ช่อง 3 ยังไม่มีดวงเรื่องรีเมกละครต่างประเทศ แต่กับช่อง one31 ดูเหมือนจะถูกโฉลกกับละครแนวนี้ด้วยการหยิบจับซีรีส์จากไต้หวันมาทำในเวอร์ชันไทยอย่าง เมีย 2018 ที่รีเมกจาก The Fierce Wife ก็ทำเรตติ้งตอนจบได้ถึง 6.4 และ เธอคือพรหมลิขิต ที่รีเมกจาก Fated to Love You ก็คว้าเรตติ้งตอนจบไปได้ถึง 4.4 แถมยังไปฮิตในฟิลิปปินส์ คว้าเรตติ้งแตะเลข 6 มากกว่าซีรีส์เกาหลีอีกต่างหาก

 

ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะการเลือกหยิบซีรีส์ที่มีกระแสในหมู่คนไทยในระดับหนึ่งมาสร้าง แต่ก็ไม่ได้ฮิตเปรี้ยงปร้างขนาดที่คนคาดหวัง แล้วใส่บริบทละครไทยเข้าไป ทำให้ได้อรรถรสและฐานคนดูที่ไม่ได้ดูซีรีส์ต้นฉบับมากกว่า ซึ่งถ้าเทียบกับ ขอโทษที่รักเธอ ที่รีเมกจากซีรีส์เรื่องดังของเกาหลีใต้ Sorry, I love you และ รักซ่อนแค้น รีเมกจาก Love to Kill สองเรื่องหลังนี้กระแสค่อนข้างแผ่วกว่ามากทีเดียว

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

Princess Hours รักวุ่นๆ เจ้าหญิงจอมจุ้น 

 

ส่วนช่องโทรทัศน์ที่เรียกได้ว่าละครและซีรีส์เกินว่าครึ่งคืองานรีเมกจากต่างประเทศก็คือ True4U แม้จะไม่ค่อยมีกระแสในเมืองไทย แต่กลับไปฮิตในต่างประเทศ อย่างเช่น Full House วุ่นนักรักเต็มบ้าน ก็ฮิตมากๆ ในจีน ทำให้ ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล และ ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง กลายเป็นขวัญใจชาวจีนจนถึงทุกวันนี้ 

 

หรืออย่าง Princess Hours รักวุ่นๆ เจ้าหญิงจอมจุ้น ที่กระแสเงียบเชียบในไทย แต่กลับไปฮิตติดในชาร์ตละครของฟิลิปปินส์ กวาดเรตติ้งในระดับเลข 6 ไปเหมือนกัน 

 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่อาจทำงานได้ไม่ดีที่หน้าจอทีวี แต่กลับไปได้ไกลในระบบสตรีมมิง อย่างเช่น VOICE สัมผัสเสียงมรณะ หรืออย่างงานจาก PPTV เรื่อง จังหวะหัวใจนายสะอาด งานรีเมกจากซีรีส์จีน The Fox’s Summer ก็ขึ้นอันดับหนึ่ง Netflix ของไทยอยู่เป็นสัปดาห์

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

VOICE สัมผัสเสียงมรณะ     

 

รีเมกซีรีส์ต่างประเทศ

แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

 

อย่างไรก็ดี เมื่อดูจากจำนวนละครไทยรีเมกจากต่างประเทศที่ปัจจุบันมีมากกว่า 30 เรื่อง ทั้งที่ออกอากาศทางโทรทัศน์และระบบสตรีมมิง ก็เรียกได้ว่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จยังนับว่าเป็นจำนวนน้อยอยู่ดี ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าละครรีเมกเรื่องใหม่ๆ ในอนาคตจะปรุงอรรถรสได้ถูกใจคนไทยและทำได้ดีตามที่คนดูคาดหวังมากน้อยแค่ไหน 

 

อ้างอิง:

The post รีเมกซีรีส์ต่างประเทศในเวอร์ชันไทย ส่วนใหญ่ ‘ร่วง’ หรือ ‘รอด’? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Remember You คือเธอ ร่วมค้นหาหมาป่าในจิตใจ ไปพร้อมกับไขปริศนาโศกนาฏกรรมอันดำมืด https://thestandard.co/remember-you-thai-remake-series/ Thu, 16 Sep 2021 10:59:12 +0000 https://thestandard.co/?p=537381 Remember You

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์*   สภาพสังค […]

The post Remember You คือเธอ ร่วมค้นหาหมาป่าในจิตใจ ไปพร้อมกับไขปริศนาโศกนาฏกรรมอันดำมืด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Remember You

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์*

 

สภาพสังคม การเลี้ยงดูของครอบครัว อาการทางจิต และพันธุกรรม อาจเป็นข้อสรุปของพฤติกรรมอันโหดร้ายและทารุณที่ใครคนหนึ่งสามารถกระทำต่อใครอีกคนได้ ไม่เพียงเท่านั้น เพราะมันอาจเป็น ‘ข้ออ้าง’ เพื่อสร้างความชอบธรรมในจิตใจของใครหลายคน ในการจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น ‘ฆาตกร’

 

“เราทุกคนมีหมาป่าสองตัวในใจเราเสมอ หมาป่าตัวหนึ่งคือความโหดร้าย ส่วนหมาป่าอีกตัวคือความบริสุทธิ์

 

หมาป่าสองตัวนี้สู้กันในจิตใจของเรา”

 

“ปู่ครับ แล้วหมาป่าตัวไหนจะชนะครับ”

 

บทสนทนาระหว่างปู่อินเดียนแดงกับหลานชายจากนิทานเด็กที่ ทนายเพทาย เล่าให้ ชรัส ที่นอนอาการสาหัสอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลฟัง

 

ฉากหนึ่งใน Remember You คือเธอ ทางช่อง True Asian Series HD (ช่อง 120, 239), TrueID+ และ Netflix ซีรีส์รีเมกจากเกาหลี ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ติด 10 อันดับซีรีส์ยอดนิยมบน Netflix 

 

Remember You

 

Remember You คือเธอ เล่าเรื่องราวของ ธันวา (เพชร เผาเพชร) อาจารย์ และนักจิตวิทยาฆาตกร ที่ตั้งใจกลับจากอเมริกาเพื่อมาช่วยคลีคลายคดีฆาตกรต่อเนื่อง และตามหาน้องชายที่หายสาบสูญ โดยมี ทนายเพทาย (เต ตะวัน) ทนายอิสระ ที่น่าจะเป็นน้องชายที่หายสาบสูญของธันวา และอาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องด้วย

 

เรื่องปูทางมาด้วยภูมิหลังของ ธันวา เด็กที่มีอาการ Psychopath เขาอาศัยอยู่กับพ่อและน้องชาย เขาและน้องสนิทกันมาก จนวันหนึ่งพ่อของเขาถูกฆาตกรต่อเนื่องฆ่า น้องชายหายสาบสูญ ส่วนตัวเขาก็ไม่สามารถจำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้ 

 

Remember You

Remember You

 

ชรัส และ เอกสิทธิ์ คือตัวละครที่ปรากฏขึ้นในอีพีที่ 6 ของเรื่อง ตัวละครที่เผยให้เห็นแง่มุมและปมเกี่ยวกับอีกหนึ่งแรงจูงใจที่สำคัญในการเป็นฆาตกร และทำให้เราเห็นทางเลือกที่ชัดเจนขึ้นของธันวาและเพทายด้วย

  

ชรัสเป็นเด็กที่มาปรึกษาธันวาด้วยความกังวลว่าตัวเองอาจจะกลายเป็นฆาตกรเหมือนพ่อในสักวัน นอกจากความกังวลแล้ว ความรู้สึกผิดต่อครอบครัวเหยื่อที่พ่อของเขาฆ่า ทำให้ชรัสเลือกที่จะตีสนิทกับ เอกสิทธิ์ ลูกชายของเหยื่อคนนั้น และพยายามเป็นเพื่อนที่ดีของเอกสิทธิ์ เพื่อทดแทนในสิ่งที่พ่อของเขาทำลงไป โดยที่เอกสิทธิ์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนสนิทของเขาคือลูกชายของคนที่ฆ่าพ่อ

 

ด้านตัวเอกสิทธิ์ที่ไม่เคยรู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร เพราะแม่ปิดบังเป็นความลับไว้ ก็เริ่มต้นสืบหาความจริงด้วยตัวเอง จนเข้าใจผิดว่า ‘ฆาตกร’ ในข่าวที่แม่ตัดเก็บไว้คือ ‘พ่อ’ 

 

นอกจากความเข้าใจผิดเรื่องพ่อแล้ว เรายังเห็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในใจของเอกสิทธิ์ ที่ช่วยประกอบร่างสร้างให้เขากลายเป็นฆาตกร นั่นก็คือสภาพสังคมและครอบครัวที่ไร้ความอบอุ่น แม่ที่ไม่มีเวลาให้ พ่อเลี้ยงที่ทุบตี และมีชีวิตอยู่กับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคือชรัส

 

ใครคนหนึ่งที่ต้องเจอกับความโหดร้ายจากความรุนแรงในครอบครัว โตมาโดยปราศจากความรักของพ่อแม่ และโดนสังคมผลักให้เขาต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ใครคนนั้นอาจจะกำลังสะสมความเจ็บปวดของโลกใบนี้ไว้ในตัวเอง แล้วปลดปล่อยความเจ็บปวดเหล่านั้นออกมาด้วยการมอบความตายให้กับใครอีกคนก็เป็นได้

 

Remember You

Remember You

 

ใช่ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกนี้มันช่างโหดร้าย และเราอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมบ่มเพาะความโหดร้ายนี้ด้วย

 

แต่ภายใต้ความโหดร้ายที่ทุกคนต้องเจอ เราต่างก็สร้างเส้นทางอันชอบธรรมของตัวเองในการต่อสู้กับโลกใบนี้

 

เช่นกัน เอกสิทธ์สร้างความชอบธรรมในการฆ่าใครคนหนึ่ง ด้วยการให้เหตุผลว่าตัวเองเป็นลูกชายของฆาตกร 

 

ส่วนชรัสที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฆาตกร ทั้งที่จะรู้อยู่เต็มอก แต่ก็แน่วแน่ที่จะเดินให้ไกลจากเส้นทางของพ่อมากที่สุด 

 

คนสิบคนที่อยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะกลายเป็นปีศาจเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้น นอกเหนือจากปัจจัยทางสังคมแล้ว จิตใจก็เป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบสร้างฆาตกรขึ้นมาเช่นกัน

 

หลานชายจึงถามปู่ขึ้นว่า

 

“ปู่ครับ แล้วหมาป่าตัวไหนจะชนะครับ”

 

ปู่อินเดียนแดงตอบว่า

 

“ก็ตัวที่เราให้อาหารมันไงล่ะ”

 

ธันวาและเพทายต่างเลือกให้อาหารหมาป่าคนละตัวกัน พวกเขาจึงก้าวเดินในเส้นทางที่ไม่เหมือนกัน คนหนึ่งเลือกใช้ปมด้อยของตัวเองในการจับฆาตกร ส่วนอีกคนก็เลือกใช้ปมด้อยนั้นในการอยู่เบื้องหลังการฆาตกรรม

 

ร่วมไขปริศนาโศกนาฏกรรม และค้นหาหมาป่าดำในจิตใจมนุษย์ไปพร้อมกันกับซีรีส์ Remember You คือเธอ ทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 20.00 น. ทาง True Asian Series HD (ช่อง 120, 239) และรับชมทางออนไลน์ได้ที่ TrueID+ และ Netflix

 

รับชมตัวอย่าง Remember You คือเธอ ได้ที่: 

 

 

Remember You

The post Remember You คือเธอ ร่วมค้นหาหมาป่าในจิตใจ ไปพร้อมกับไขปริศนาโศกนาฏกรรมอันดำมืด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น…ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก? https://thestandard.co/thai-drama-remake-scenes-crop/ Mon, 16 Aug 2021 12:17:36 +0000 https://thestandard.co/?p=525672 ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น...ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก?

ทำไมแม่เบี้ยต้องขูดมะพร้าว? ทำไมแม่นากต้องเก็บมะนาวใต้ถ […]

The post ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น…ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น...ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก?

ทำไมแม่เบี้ยต้องขูดมะพร้าว? ทำไมแม่นากต้องเก็บมะนาวใต้ถุนเรือน? เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามกับหลากหลายฉากจำในหนังและละครหลายๆ เรื่อง ความจริงแล้วทั้งหมดนี้มีที่มาที่ไป ในแง่การทำหน้าที่สื่อสารผ่านภาพและสร้างความจดจำสุดประทับใจให้คนดู และเชื่อหรือไม่ว่าบางฉากที่ปรากฏในหนังหรือละครเพียงเวอร์ชันเดียว แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ชมเรียกร้องอยากดูมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนบางฉากก็จำเป็นชนิดไม่มีไม่ได้ เพราะมันช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า ส่วนจะมีเรื่องไหนบ้างเราลองไปสำรวจกัน 

 

 ‘ขูดมะพร้าว’ จะขูดก็ได้ไม่ขูดก็ได้ในแม่เบี้ย 

ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น...ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก?

แม่เบี้ยในเวอร์ชันปี พ.ศ. 2544 จากผลงานการกำกับของ คิง-สมจริง ศรีสุภาพ นำแสดงโดย มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์ 

 

แม่เบี้ย ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครทีวี และละครเวทีรวม 6  ครั้ง ฉากจำที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของเรื่องคือ ฉากขูดมะพร้าว ทั้งที่ความจริงแล้วฉากขูดมะพร้าวมีอยู่แค่ในแม่เบี้ยเวอร์ชันปี พ.ศ. 2544 จากผลงานการกำกับของ คิง-สมจริง ศรีสุภาพ นำแสดงโดย มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์ เท่านั้น สำหรับในเวอร์ชันแรก ปี พ.ศ. 2532 (ฮันนี่-ภัสสร บุณยเกียรติ) และเวอร์ชันละครทีวีครั้งแรก ปี พ.ศ. 2534 (แสงระวี อัศวรักษ์) เน้นความเซ็กซี่ของตัวละครเมขลาในฉากอาบน้ำในคลองมากกว่า 

 

ความจริงแล้วตามบทประพันธ์เดิมไม่ได้มีฉากขูดมะพร้าวในเรื่อง แต่พูดถึงตัวละครเมขลาที่มีความงามอย่างไทย ทำให้เกิดการตีความได้หลากหลาย ซึ่งการนั่งกระต่ายขูดมะพร้าวคือความลงตัว ทั้งท่วงท่าลีลาที่เน้นให้เห็นสรีระความเป็นหญิง และความเป็นไทยในคาแรกเตอร์ของนางเอก ส่วนในเวอร์ชันล่าสุด ทางช่อง 7 ก็ใช้วิธีนวดแป้งคั้นน้ำกะทิแทน 

 

ฉากเก็บมะนาวใต้ถุนเรือน ถ้าไม่มีก็คงไม่ใช่แม่นาก 

 

ครองแชมป์เรื่องราวที่ถูกนำมารีเมกมากที่สุดในเมืองไทย แค่เฉพาะในเวอร์ชันละครทีวีก็ประมาณ 9 ครั้ง ยังไม่นับรวมเวอร์ชันภาพยนตร์และละครเวทีอีกนับไม่ถ้วน และแทบทุกเวอร์ชันจะต้องมีฉากสำคัญนั่นคือฉากเก็บมะนาวใต้ถุนเรือนบรรจุไว้ โดยปรากฏครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง แม่นาคพระโขนง (ภายหลังชื่อแม่นากสะกดด้วย ก) เมื่อปี พ.ศ. 2502 ผลงานการกำกับของ เสน่ห์ โกมารชุน นำแสดงโดย ปรียา รุ่งเรือง ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้ไปกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินมหาศาลในสมัยนั้น ทำให้ ปรียา รุ่งเรือง ได้รับบทแม่นากต่อจากนั้นอีกถึง 4 ครั้ง ซึ่งฉากเก็บมะนาวมีความสำคัญในฐานะฉากที่เผยให้พ่อมากรู้ว่าเมียของตัวเองเป็นผี อีกทั้งคุณลักษณะแขนยืดยาวก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวแม่นากพระโขนงไปโดยปริยาย 

 

ฉากเก็บมะนาวเกือบไม่ได้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง นางนาก (2542) เพราะตีความเรื่องเล่าของแม่นากใหม่ทั้งหมด แต่ในที่สุด อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร ก็ตัดสินใจบรรจุไว้ในเรื่อง 

 

พจมานต้องถือชะลอมเข้าบ้านทรายทองจริงหรือ? 

 

เมื่อได้ยินวรรคหนึ่งของเพลง บ้านทรายทอง ‘นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่…’ ภาพที่ปรากฏขึ้นในสมองก็คือเด็กสาวผู้เปีย 2 ข้าง ถือกระเป๋าเดินทางและชะลอมเข้าสู่รั้วคฤหาสน์ทรายทอง แต่ความจริงแล้วภาพพจมานถือชะลอมเพิ่งจะปรากฏครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง บ้านทรายทอง ในปี พ.ศ. 2523 ผลงานการกำกับของ รุจน์ รณภพ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมี ส่วนในเวอร์ชันล่าสุดที่แสดงโดย มิน-พีชญา วัฒนามนตรี พจมานก็เดินเข้าบ้านทรายทองด้วยกระเป๋าเดินทางเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ถือชะลอมอีกต่อไป จนกลายเป็นที่วิจารณ์ของชาวเน็ต  

 

ฉากพจมานเดินเข้าบ้านทรายทองนับว่าเป็นการสื่อสารด้วยภาพที่เล่าเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม องค์ประกอบในแทบทุกเวอร์ชันคือฉากพจมานยืนประจันหน้ากับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล และมุมกล้องที่ซ้ำกันจนเหมือนจะตั้งใจ คือการฉายจากมุมสูงมาที่ตัวพจมาน ที่สื่อให้เห็นถึงความต่ำต้อยของเด็กสาวจากบ้านนอกในสายตาของสมาชิกบ้านทรายทอง 

 

‘ลูบน้ำแข็ง’ ในจันดารา ลูบที่หลังสะเทือนถึงหัวใจ  

 

 

ถ้าคิดว่าฉากในจันดาราเวอร์ชันต่างๆ แซ่บซ่านสะท้านทรวงแล้ว อยากแนะนำให้อ่านบทประพันธ์เรื่องนี้จากฝีมือของ อุษณา เพลิงธรรม แล้วจะรู้ว่าคนไทยสมัยก่อนเสรีเรื่องเซ็กซ์แทบไม่ต่างจากคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งฉากลูบน้ำแข็งก็มีการกล่าวถึงในบทประพันธ์ด้วย ทำให้ต้องมีฉากนี้ในจันดาราทุกเวอร์ชันตั้งแต่ถูกสร้างในปี พ.ศ. 2520 โดย อรัญญา นามวงศ์ รับบทคุณบุญเลื่อง และในเวอร์ชันต่อๆ มา ทั้ง คริสตี้ ชุง และ หญิง-รฐา โพธิ์งาม ก็ต้องเผยแผ่นหลังให้จันใช้น้ำแข็งลูบหลังเช่นกัน 

 

ฉากนี้เป็นฉากสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ชั่วชีวิตระหว่างจันและคุณบุญเลื่อง ผู้เป็นแม่เลี้ยงและรักแท้ของเขา อีกทั้งยังแสดงถึงปมในใจเกี่ยวกับแม่ ทำให้เขาชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่า 

 

‘นั่งบนขื่อ’ ฉากหลอนของบัวแปงหรืออีแพงจากบ่วง

 

ผีบัวแปงหรืออีแพง (ในเวอร์ชันปี พ.ศ.​ 2535 ใช้ชื่อบัวแปง แสดงโดย หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ส่วนเวอร์ชันปี พ.ศ.​ 2553 ใช้ชื่ออีแพง แสดงโดย นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) ขึ้นทำเนียบผีที่หลอนที่สุดในวงการผีไทย เพราะเป็นผีบ้าคลั่งแค้น จนบทสวดมนต์หรือผลบุญใดๆ ก็ไม่อาจทำให้เธอสงบลงได้ ภาพจำของผีตัวนี้คือการนั่งอยู่บนขื่อ ที่หลอนไปถึงจินตนาการของคนดู เพราะมันเป็นตำแหน่งที่เราจะมองเห็นเมื่อนอนหงาย กลายเป็นโพสิชันเอกลักษณ์ที่ทำให้นึกถึงประจำตัวละครตัวนี้ไปในที่สุด 

 

‘ตบหน้ากระทรวง’ ฉากเอาคืนแสนสะใจสไตล์ละครไทย 

 

 

ฉากคลาสสิกที่บ่งบอกถึงความเป็นละครไทยได้เป็นอย่างดี เพราะมันถึงพริกถึงขิงและเล่นกับอารมณ์คนดู เหมือนได้ชำระแค้นให้กับมุตตาด้วยลูกตบแบ็กแฮนด์ของมุนินทร์ที่หน้ากระทรวง สถานที่เดียวกัน แต่ผู้ถูกกระทำนั้นต่างไป นอกจากลูกตบสลบลงบันได ความเด็ดของฉากนี้คือบทสนทนาของตัวละครที่เผ็ดร้อนไม่แพ้กัน นับตั้งแต่เวอร์ชันภาพยนตร์ในชื่อ แรงหึง ในปี พ.ศ. 2529 แสดงโดยจินตหรา สุขพัฒน์ กับประโยค “…คุณมันอภิสิทธิ์ชนอยู่แล้วนี่ ขนาดหาผัวคุณยังต้องใช้เส้นเลย” หรือในเวอร์ชันปี พ.ศ. 2544 และ 2555 ทั้งแอน ทองประสม และ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ใช้บทสนทนาที่แทบจะเหมือนกันเป๊ะ! โดยเฉพาะประโยคปิดท้าย “จำไว้ มุตตาไม่ใช่เหยื่อของคุณอีกต่อไป”

 

อ้างอิง: 

The post ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น…ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวสุดแรง เตรียมรีเมกลงจออมรินทร์ทีวีปีหน้า https://thestandard.co/change2561-drama-remakes/ Wed, 04 Dec 2019 09:16:34 +0000 https://thestandard.co/?p=309569 บังเกิดเกล้า

แค่เปิดชื่อโปรเจกต์มาก็นับว่าน่าตื่นเต้นมากๆ แล้ว สำหรั […]

The post บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวสุดแรง เตรียมรีเมกลงจออมรินทร์ทีวีปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังเกิดเกล้า

แค่เปิดชื่อโปรเจกต์มาก็นับว่าน่าตื่นเต้นมากๆ แล้ว สำหรับละครใหม่จากบ้าน CHANGE2561 ที่ลุยสนามรบการเป็น Content Provider อย่างเต็มตัวและค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก กับการป้อนละครให้ช่องอมรินทร์ทีวี 34 ในปีนี้ถึง 2 เรื่อง ทั้ง สามีสีทอง และ รองเท้านารี ที่ผู้ชมในโลกออนไลน์และดูสดนั้นสูงไม่ยิ่งหย่อนกันเลย และปี 2563 ค่ายนี้ก็เตรียมเซอร์ไพรส์แรงๆ กับการหยิบบทประพันธ์ชั้นครูมารีเมกกับเรื่อง ‘บังเกิดเกล้า

 

บังเกิดเกล้า คือบทประพันธ์ของ แมน สุปิติ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2537 โดย แมน สุปิติ เป็นนามปากกาของ นพคุณ จิตตะยโศธร นักเขียนและบรรณาธิการรางวัลนราธิปปี 2552 ผู้ล่วงลับ โดยเธอเติบโตมาจากการเป็นนักเขียนรุ่นแรกๆ ที่ตีพิมพ์บทประพันธ์ลงนิตยสาร สกุลไทย ก่อนที่บทประพันธ์นี้จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครออกฉายครั้งแรกในปี 2541 ทางช่อง 3 

 

เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของสองสามีภรรยาที่รับบทโดย นก-สินจัย เปล่งพานิช และ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี กับชีวิตคู่ที่ระหองระแหง และคำว่า ‘บังเกิดเกล้า’ ที่เป็นชื่อเรื่องที่ตั้งคำถามกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ว่า พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตหรือเป็นตัวอย่างแบบไหนให้ครอบครัวของเขาในฐานะ ‘พ่อแม่บังเกิดเกล้า’ และภาพจำของเรื่องที่สินจัยรับบทเป็นสาวหัวสมัยใหม่ ทำงานศิลปะ แต่งตัวฉูดฉาด ก็ทำให้ละครดูน่าสนใจอย่างมากในตอนนั้น

 

บังเกิดเกล้า

 

บังเกิดเกล้า ถือว่าเป็นละครที่ชะล้างบทบาททางสังคมของเพศได้อย่างน่าสนใจตามบริบทเวลาและสังคมที่เกิดขึ้นในเรื่อง ที่ฝ่ายหญิงมีบทบาทเป็นผู้นำครอบครัว หัวสมัยใหม่ ไม่ยอมคน ทั้งยังเป็นการลดบทบาทและอำนาจทางเพศของฝ่ายชายจนเกิดการตั้งคำถามกับสังคมภาคใหญ่ว่า แท้จริงแล้วเพศทุกเพศควรเท่าเทียมกันหรือเปล่า จนละครเรื่องนี้ได้รับรางวัลละครสะท้อนสังคมยอดเยี่ยม รางวัลเมขลาในปีที่ออกฉายอีกด้วย ซึ่งต้องยกเครดิตความยอดเยี่ยมนี้ให้กับผู้จัดอย่าง ดา-หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ และผู้กำกับ ตู่-นพพล โกมารชุน

 

ถึงแม้เมื่อ 22 ปีก่อนละครเรื่องนี้จะสร้างความฮือฮาในเรื่องการเป็นละครที่ดูสมจริง ด่ากันไฟแลบ และการแสดงที่ถึงพริกถึงขิง ทั้งยังไม่ประนีประนอมกับตัวละครใดๆ ในช่วงท้ายเรื่องที่ต่างมีจุดจบแบบไม่เอาใจคนดูเท่าไร รวมถึงฉากประเภทการใช้ความรุนแรงที่ค่อนข้างชัดเจน เช่น ผัวต่อยหน้าเมียซึ่งๆ หน้า หรือเมียเอาหมวกกันน็อกฟาดหัวเมียน้อย ล้วนเป็นภาพจำหากพูดถึงละครเรื่องนี้ แต่หากมองในบริบทสังคมปัจจุบัน กลายเป็นว่าเราอาจจะคาดหวังให้ละครเรื่องนี้ใช้ความละเอียดลออกับบทที่อาจไม่ต้องใช้ความรุนแรงจนเกินไป หรือคาดหวังให้แก่นของการตั้งคำถามกับสังคมในเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัวนั้นออกมาชัดเจน ก็น่าจะเหมาะเจาะจะเป็นละครที่น่าสนใจอีกเรื่อง รวมถึงหากได้นักแสดงรุ่นใหญ่มาแสดงแสนยานุภาพทางการแสดงกันก็น่าจะยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

 

บังเกิดเกล้า

 

บังเกิดเกล้า เวอร์ชันใหม่จะอยู่ภายใต้การกำกับของ กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข ผู้กำกับคู่ขวัญค่าย CHANGE2561 ที่ปีที่ผ่านมาเขามีผลงานระดับปรากฏการณ์อย่าง ใบไม้ที่ปลิดปลิว ออกฉายไป ส่วนทางฟากนักแสดงยังไม่มีการประกาศออกมาแต่อย่างใดว่าใครจะมารับบทไหนบ้าง มีแผนจะออกอากาศในช่วงครึ่งปีหลังทางช่องอมรินทร์ทีวี 34

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวสุดแรง เตรียมรีเมกลงจออมรินทร์ทีวีปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บี น้ำทิพย์ หวนเล่นคอเมดี้ใน ‘ฉันชื่อบุษบา’ ละครรีเมกเกาหลีจาก My Name is Kim Sam Soon https://thestandard.co/my-name-is-kim-sam-soon-remake/ Tue, 03 Dec 2019 10:25:34 +0000 https://thestandard.co/?p=309320 My Name is Kim Sam Soon

โปรเจกต์หนึ่งที่คาดว่าจะมาเรียกความสนใจจากผู้ชมละครได้อ […]

The post บี น้ำทิพย์ หวนเล่นคอเมดี้ใน ‘ฉันชื่อบุษบา’ ละครรีเมกเกาหลีจาก My Name is Kim Sam Soon appeared first on THE STANDARD.

]]>
My Name is Kim Sam Soon

โปรเจกต์หนึ่งที่คาดว่าจะมาเรียกความสนใจจากผู้ชมละครได้อย่างแน่นอนในปีหน้าคือการเอาซีรีส์เกาหลี My Name is Kim Sam Soon มาดัดแปลงให้กลายเป็น ‘ฉันชื่อบุษบา’ ละครใหม่ปี 2020 ของช่อง one31 ที่ได้พระ-นางที่เคยสร้างปรากฏการณ์ ‘บอส-อรุณา’ มาแล้วจาก เมีย 2018 เมื่อ 2 ปีก่อน ทั้ง บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ และฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ มานำแสดง ซึ่งเป็นการกลับมารับบทคอเมดี้ในละครยาวของน้ำทิพย์ในรอบ 9 ปีอีกด้วย!

 

ฉันชื่อบุษบา คือการหยิบเอาซีรีส์สัญชาติเกาหลีเมื่อปี 2005 อย่าง My Name is Kim Sam Soon หรือ ฉันนี่แหละ คิมซัมซุน มารีเมก ว่าด้วยเรื่องราวของตัวละครหลัก คิม ซัมซุน สาวอวบผู้ผิดหวังในความรัก ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่เป็นคนที่มีความสามารถสูงในเรื่องการทำขนมหวาน และจะต้องมีสถานการณ์ให้เธอมาพบรักกับ ฮยอนจินฮอน พระเอกผู้เพียบพร้อม

 

นักแสดงหลักของเรื่องนี้ได้นางเอกเบอร์หนึ่งของช่อง one31 อย่าง บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ มารับบท ‘บุษบา’ หรือ คิมซัมซุน นั่นเอง ด้วยคาแรกเตอร์ที่จะต้องเป็นสาวเปิ่นๆ และดูไม่สวย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยเล็กน้อยถึงแคสต์ดังกล่าวว่าน้ำทิพย์อาจจะสวยเกินบทไปหรือเปล่า ในละครเรื่องนี้จึงเปลี่ยนจากคิมซัมซุน วัย 29 ปีที่อวบอ้วน เป็นบุษบาวัย 35 ปีที่โทรม หน้ามัน และไม่แต่งหน้าแทน โดยบทนี้จะเป็นการกลับมาเล่นบทคอเมดี้เต็มตัวในละครในรอบ 9 ปีของเธออีกด้วย หลังจากเคยเล่นบทสลับร่างกับ แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล ในเรื่อง เมียไม่ใช่เมีย เมื่อปี พ.ศ. 2554 และชิมลางงานซิตคอม ชะนีหนีคาน ไปเมื่อปีก่อน

 

ส่วนทางด้านนักแสดงนำชาย ละครเรื่องนี้ได้ ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ มารับบทเดิมของ ฮยอนบิน พระเอกผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและฐานะ โดยหลังจากที่เขาเคยประกบ บี น้ำทิพย์ มาแล้วในเรื่อง เมีย 2018 ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วเมือง การกลับมาเจอกันอีกครั้งของนักแสดงนำทั้งสองน่าจะสร้างเคมีทางการแสดงที่ดีให้เกิดขึ้นได้ อีกทั้งแฟนๆ ของทั้งคู่เองก็มีอยู่จำนวนมากเช่นกัน จึงน่าจะส่งให้ละครเป็นที่พูดถึงได้อยู่ เหลือเพียงแค่ลุ้นให้ละครออกมาสนุกเท่านั้นก็พอ

 

My Name is Kim Sam Soon

 

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการหยิบเอาซีรีส์เกาหลีมารีเมกอีกครั้งของช่อง one31 หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยหยิบเอาซีรีส์ดัง 2 เรื่อง ทั้ง Sorry, I Love You และ A Love to Kill มารีเมก แต่ด้วยฐานแฟนช่องที่ยังไม่มากนักในตอนนั้น จึงทำให้ทั้ง 2 เรื่องไม่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างสักเท่าไร ซึ่งหากการโปรโมตและตัวงานที่ออกมานั้นน่าสนใจ น่าจะทำให้ละครเรื่องนี้ฮิตขึ้นมาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะพล็อตชวนฝันประเภทพระเอกให้นางเอกแกล้งมาเป็นคู่รัก น่าจะชวนให้ผู้ชมสนุกไปกับเรื่องราวได้ไม่ยาก

 

อีกความน่าสนใจหนึ่งคือการได้ ดวงดาว จารุจินดา มาร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งเป็นการกระโดดเข้ามาร่วมงานกับช่องอื่นที่ไม่ใช่ช่อง 7HD ในรอบ 30 ปี หลังจากเธอผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระ และนี่อาจเป็นก้าวย่างใหม่ๆ ของนักแสดงรุ่นเก๋าที่จะทำให้ผู้ชมได้สัมผัส ดวงดาว จารุจินดา ในมิติใหม่ๆ อย่างแน่นอน

 

และนอกเหนือจาก ดวงดาว จารุจินดา แล้ว ฉันชื่อบุษบา ยังได้นักแสดงที่น่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น บิ๊ก-ทองภูมิ สิริพิพัฒน์, อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล, เหมียว-ชไมพร จตุรภุช, ปุยฝ้าย-ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเดชตระกูล มาร่วมจอ กำกับการแสดงโดย กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์ ร่วมด้วย ปุ๊ก-พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ มีแผนออกอากาศภายในปีหน้า

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post บี น้ำทิพย์ หวนเล่นคอเมดี้ใน ‘ฉันชื่อบุษบา’ ละครรีเมกเกาหลีจาก My Name is Kim Sam Soon appeared first on THE STANDARD.

]]>
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เตรียมกินจุ๊บจิ๊บใน ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ เวอร์ชันใหม่ https://thestandard.co/sapai-rai-sakdina-remake/ Wed, 27 Nov 2019 08:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=307740 สะใภ้ไร้ศักดินา

หนึ่งในละครของปี 2563 ที่เพียงได้ยินชื่อละคร ก็ได้ยินเส […]

The post จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เตรียมกินจุ๊บจิ๊บใน ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สะใภ้ไร้ศักดินา

หนึ่งในละครของปี 2563 ที่เพียงได้ยินชื่อละคร ก็ได้ยินเสียงของเพลงยอดฮิตลอยเข้าหูตามมา สำหรับ ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ ซึ่งจะถูกนำมารีเมกอีกครั้งทางช่อง 8 หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ ‘โดเรมี’ กันมาทั่วบ้านทั่วเมือง และส่งให้เป็นผลงานที่น่าจดจำที่สุดของนักแสดงสาว เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ไปโดยปริยาย 

 

โดยเวอร์ชันใหม่นี้จะได้ จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะเมนเทอร์จาก The Face Men Thailand ซีซันล่าสุดมารับบท ‘ปลิวลม’ สาวล่าฝันผู้มีดนตรีในหัวใจ

 

สะใภ้ไร้ศักดินา เป็นบทประพันธ์ของ เพ็ญศิริ ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 ในปีเดียวกัน เล่าเรื่องราวของ ‘ปลิวลม’ สาวน้อยจากบ้านนาแกลบที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้อง แต่กลับต้องโดนกีดกันจากแม่ของเธอที่เคยมีความหลังฝังใจกับอาชีพนักร้องคาเฟ่ที่เคยโดนหลอกให้เจ็บช้ำใจ ก่อนที่ปลิวลมจะหนีออกจากบ้านไปทำตามความฝันและกลายเป็นนักร้องขวัญใจมหาชนในที่สุด ค้นพบอุปสรรคในชีวิตมากมาย ซึ่งพล็อตแบบนี้ก็กลายเป็นพล็อตยอดฮิตของละครเพลงลูกทุ่งอีกหลายเรื่องในเวลาต่อมา

 

ในตอนนั้นหลังจากละครออกฉาย แน่นอนว่าละครเรื่องนี้กลายเป็นฟีเวอร์ย่อมๆ ที่ทุกๆ คนต่างต้องสามารถร้องเพลง ‘โดเรมี’ ที่เป็นเพลงหลักของเรื่อง หรือเพลง ‘กินจุ๊บจิ๊บ’ ได้อย่างคล่องปาก ส่งให้ทั้งละคร เพลง และนักแสดงขึ้นแท่นเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าจดจำของวงการโทรทัศน์ไทย โดยเฉพาะอัลบั้มเพลงประกอบที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 2 ล้านก๊อบปี้! ก่อนที่ 10 ปีให้หลัง ช่อง 3 เองก็พยายามจะต่อยอดความสำเร็จของละครเรื่องดังกล่าวด้วยภาคต่อ ‘สะใภ้(ไม่)ไร้ศักดินา’ ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และในปี 2563 ตำนานการกินจุ๊บจิ๊บจะกลับมาเขย่าจออีกครั้งโดยช่อง 8

 

สะใภ้ไร้ศักดินา เวอร์ชันใหม่นี้เป็นทีของทางช่อง 8 ที่จะมานำเสนอเรื่องราวความสนุกดังกล่าว โดยได้นักแสดงสาว จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข มารับบท ‘ปลิวลม’ ซึ่งเธอเองเคยแสดงละครเพลงลูกทุ่งเช่นนี้มาแล้วเมื่อครั้งเธอไปร่วมงานกับบ้านเอ็กแซ็กท์ในเรื่อง ผู้พิทักษ์รักเธอ เมื่อปี พ.ศ. 2549 ออกอากาศทางช่อง 5 ในบท ‘ลูกโซ่ จิราภา’ ซึ่งเธอเองก็ได้กล่าวกับสื่อในวันฟิตติ้งชุดว่า เธอเองก็ต้องไปเรียนร้องเพลงเพิ่ม และหัดพูดภาษาอีสานอีกด้วยสำหรับการแสดงในละครเรื่องนี้

 

คำถามหลักๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ หากภาพจำของละครเรื่อง สะใภ้ไร้ศักดินา คือเพลงประกอบที่โด่งดังมากๆ ทั้ง โดเรมี, กินจุ๊บจิ๊บ หรือ ฝนตกแดดออก ซึ่งในตอนนั้นละครเองก็ได้ทีมแกรมมี่โกลด์เป็นผู้มาดูแลเรื่องเพลงทั้งหมดให้ แต่ในละครเวอร์ชันใหม่นี้กลับกลายเป็นว่าทางช่อง 8 เป็นผู้ได้บทประพันธ์ไปผลิต ซึ่งอาจจะต้องมีการขอลิขสิทธิ์เพลงข้ามค่าย หากพวกเขายังต้องการเพลงเดิมที่เป็นภาพจำของละครเรื่องนี้มาใช้ ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าบ้านอโศกและบ้านลาดพร้าวนั้นเป็นคู่แข่งทางการค้ากันมาแต่ไหนแต่ไร แล้วจะเป็นไปได้หรือที่แกรมมี่โกลด์จะยอมขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้ไปใช้ในละครเวอร์ชันใหม่นี้

 

ถ้าหากช่อง 8 สามารถจัดการเรื่องเพลงและลิขสิทธิ์ได้ทั้งหมด เราอาจจะได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ย่อมๆ ของวงการบันเทิงไทยแน่นอนที่อดีตค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ แกรมมี่-อาร์เอส จะได้แบ่งปันงานดีๆ แก่กัน แต่ถ้าหากต้องจัดการสร้างเพลงและภาพจำใหม่ๆ ขึ้นมาก็ถือว่าเป็นงานช้างสำหรับช่อง 8 เหมือนกันที่เราจะต้องรอชมกันเมื่อละครออนแอร์

 

นอกจากสองนักแสดงนำอย่าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และ ไนกี้ นิธิดล แล้ว ยังมีนักแสดงมาร่วมจออีกเพียบ ทั้ง ดวงตา ตุงคะมณี, เอ-อนันต์ บุนนาค, เอ-ไชยา มิตรชัย, ฝน ธนสุนทร, แอ้ว-อำภา ภูษิต และหนึ่งชื่อที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราคือการมาร่วมงานกับช่อง 8 ของ ส้มเช้ง-บุญญาวัลย์ พงษ์สุวรรณ หรือ ส้มเช้ง สามช่า ที่ไม่ค่อยจะได้ร่วมงานกับช่องอื่นๆ นอกจากบ้านเวิร์คพอยท์เท่าไรนัก

 

สะใภ้ไร้ศักดินา เป็นหนึ่งในละครปี 2020 ของช่อง 8 ที่น่าจับตามอง โดยระหว่างนี้ซ้อมร้องเพลงไปก่อนนะ กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บกินจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ (ตือ ดือ ดื่อ ดือ ดึ่ง) 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เตรียมกินจุ๊บจิ๊บใน ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>