มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มานะพงษ์-วงศ์พิวัฒน์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Dec 2025 04:48:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พล.ต.อ.วิสนุ แจงปมภาพถ่ายร่วมบุคคลสำคัญในอดีต ยืนยันไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือคดีดัง ‘บอส อยู่วิทยา – สารวัตรซัว – สารวัตรพญาไท’ https://thestandard.co/wisanu-boss-yuwittaya-case/ Thu, 11 Dec 2025 04:46:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1153457 พล.ต.อ.วิสนุ แจงปมภาพถ่ายร่วมบุคคลสำคัญในอดีต ยืนยันไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือคดีดัง ‘บอส อยู่วิทยา - สารวัตรซัว - สารวัตรพญาไท’

วันนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรต […]

The post พล.ต.อ.วิสนุ แจงปมภาพถ่ายร่วมบุคคลสำคัญในอดีต ยืนยันไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือคดีดัง ‘บอส อยู่วิทยา – สารวัตรซัว – สารวัตรพญาไท’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.วิสนุ แจงปมภาพถ่ายร่วมบุคคลสำคัญในอดีต ยืนยันไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือคดีดัง ‘บอส อยู่วิทยา - สารวัตรซัว - สารวัตรพญาไท’

วันนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีสื่อมวลชนนำเสนอภาพถ่ายเมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นภาพที่ได้ร่วมถ่ายรูปหมู่และรับประทานอาหารร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งข้าราชการและนักธุรกิจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีการใช้อำนาจหน้าที่ในสมัยดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือบุคคลในภาพเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ หรือไม่

 

พล.ต.อ.วิสนุ ระบุว่าในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้เป็นประธานกรรมการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 3 คดีสำคัญ ซึ่งตนเองและคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและมีความเห็น ชี้มูลความผิดข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกราย พร้อมส่งสำนวนให้ ผบ.ตร. พิจารณาโทษแล้ว

 

1. คดีวรยุทธ อยู่วิทยา (บอส) กรณีพบข้อบกพร่องของตำรวจในการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการฯ ได้สรุปสำนวนและมีมติชี้มูลความผิดวินัยข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แล้ว

 

2. กรณี พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ (สว.สส.สน.พญาไท):กรณีการชี้แจงต่อ ก.ต. เรื่องการขอหมายจับและการเพิกถอนหมายจับคดีทุนจีนสีเทา/ยาเสพติด คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบและมีมติชี้มูลความผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยัง ตร. แล้วเช่นกัน

 

3. กรณีสารวัตรซัวและ นายพล จ: กรณีพัวพันธุรกิจพนันออนไลน์ คณะกรรมการฯ ได้ตรวจสอบและมีมติชี้มูลความผิดตำรวจที่เกี่ยวข้อง เสนอไปยัง ตร. เรียบร้อยแล้ว

 

พล.ต.อ.วิสนุ ย้ำว่า การทำงานของตนเองเป็นการใช้อำนาจทางปกครองเพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ความผิดทางวินัย ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการสอบสวนคดีอาญา และได้ดำเนินการส่งสำนวนทั้งหมดผ่านผู้บังคับการกองวินัย ไปยัง ผบ.ตร. เสร็จสิ้นก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 ดังนั้น อำนาจการสั่งการปัจจุบันจึงอยู่ที่ ผบ.ตร.

 

อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตลอดอายุราชการ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยมีมลทิน และไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริตเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดรายใดให้พ้นโทษตามกฎหมาย

The post พล.ต.อ.วิสนุ แจงปมภาพถ่ายร่วมบุคคลสำคัญในอดีต ยืนยันไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือคดีดัง ‘บอส อยู่วิทยา – สารวัตรซัว – สารวัตรพญาไท’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งจเรตำรวจรายงานกรณี รังสิมันต์ โรม โพสต์ 12 ตำรวจส่อผิดวินัยถอนหมายจับ สว. ชี้ราชทัณฑ์เป็นผู้พิจารณาว่าทักษิณจะกลับเข้าเรือนจำหรือไม่ https://thestandard.co/torsak-rangsiman-12-police/ Sat, 21 Oct 2023 10:54:32 +0000 https://thestandard.co/?p=857203 ต่อศักดิ์ ผบ.ตร. สั่งจเรตำรวจรายงานกรณี รังสิมันต์ โรม โพสต์

วันนี้ (21 ตุลาคม) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชากา […]

The post ผบ.ตร. สั่งจเรตำรวจรายงานกรณี รังสิมันต์ โรม โพสต์ 12 ตำรวจส่อผิดวินัยถอนหมายจับ สว. ชี้ราชทัณฑ์เป็นผู้พิจารณาว่าทักษิณจะกลับเข้าเรือนจำหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต่อศักดิ์ ผบ.ตร. สั่งจเรตำรวจรายงานกรณี รังสิมันต์ โรม โพสต์

วันนี้ (21 ตุลาคม) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณี รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบของจเรตำรวจ หลังมีมติเอกฉันท์ว่ามีข้าราชการตำรวจจำนวน 12 นายสงสัยว่ากระทำผิดวินัย กรณีการถอดถอนหมายจับ อุปกิต ปาจรียางกูร หรือ สว.ทรงเอ หลังรังสิมันต์ได้ร้องเรียนและติดตามความคืบหน้า เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่ปรากฏอยู่ในหนังสือของ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ ที่ได้ทำขึ้นเพื่อชี้แจงต่อกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม โดยได้ขอให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุดนั้น

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เพิ่งจะรับทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ขณะที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตนไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ เมื่อทราบข่าวที่รังสิมันต์โพสต์ข้อความ ก็ได้สั่งการให้จเรตำรวจรายงานให้ทราบแล้วและจะเร่งดำเนินการให้ ทั้งนี้ ได้มีการประสานข้อมูลกันไว้บ้างแล้ว จะดูแลให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หากผิดก็คือผิด การพิจารณาไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่ใช้พยานหลักฐานและสอบปากคำต่างๆ โดยได้สั่งการเร่งรัดให้รายงานให้ทราบโดยเร็วแล้ว

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นดี และอยู่ระหว่างรักษาตัวภายนอกเรือนจำที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีอาการป่วย โดยจะรักษาตัวครบ 60 วันในวันพรุ่งนี้ (22 ตุลาคม) และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องกลับเข้าไปยังเรือนจำหรือไม่ ว่า กรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว พอครบ 60 วัน คำวินิจฉัยของแพทย์จะถูกรายงานไปที่กรมราชทัณฑ์ แล้วจะเป็นการพิจารณาของกรมราชทัณฑ์ ไม่ใช่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากตำรวจจะดูแลในเรื่องของความปลอดภัยให้กับหน่วยงานที่ขอความร่วมมือมา ซึ่งขณะนี้คำวินิจฉัยของแพทย์อยู่ระหว่างดำเนินการส่งให้กับกรมราชทัณฑ์พิจารณาอีกครั้ง

The post ผบ.ตร. สั่งจเรตำรวจรายงานกรณี รังสิมันต์ โรม โพสต์ 12 ตำรวจส่อผิดวินัยถอนหมายจับ สว. ชี้ราชทัณฑ์เป็นผู้พิจารณาว่าทักษิณจะกลับเข้าเรือนจำหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ให้ข้อมูลจเรตำรวจเพิ่ม กรณีร้องให้สอบการเพิกถอนหมายจับ ส.ว. อุปกิต ขออัยการแจ้งข้อหาสมคบค้ายาฯ ก่อนนัดฟังคำสั่งคดี https://thestandard.co/rome-inspect-revocation-arrest-warrant-upakit/ Mon, 12 Jun 2023 06:43:32 +0000 https://thestandard.co/?p=802057 รังสิมันต์ โรม

วันนี้ (12 มิถุนายน) รังสิมันต์ โรม ว่าที่สมาชิกสภาผู้แ […]

The post รังสิมันต์ให้ข้อมูลจเรตำรวจเพิ่ม กรณีร้องให้สอบการเพิกถอนหมายจับ ส.ว. อุปกิต ขออัยการแจ้งข้อหาสมคบค้ายาฯ ก่อนนัดฟังคำสั่งคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ โรม

วันนี้ (12 มิถุนายน) รังสิมันต์ โรม ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล เข้าพบจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำข้อมูลและให้การเพิ่มเติมคดีที่ยื่นเรื่องร้องเรียน กรณีที่ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พญาไท ออกหมายจับและให้เพิกถอนหมายจับ อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 

 

รังสิมันต์กล่าวว่า ปัจจุบันคดีนี้อุปกิตถูกดำเนินคดีฟอกเงินไปแล้ว แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีสมคบกันค้ายาเสพติด ซึ่งอัยการจะนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ส่วนตัวเห็นว่าล่าช้าเกินไป อัยการควรที่จะแจ้งข้อกล่าวหานี้ไปก่อน ไม่ต้องรอถึงวันสั่งฟ้องคดี 

 

นอกจากนี้ยังเห็นว่า คดีนี้มีความพยายามแทรกแซงคดีอย่างชัดเจน เพราะ พ.ต.ท. มานะพงษ์ ถูกสั่งให้ไปเพิกถอนหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ให้หลักฐานกับจเรตำรวจแห่งชาติไปร่วมตรวจสอบแล้ว วันนี้ก็จะส่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติม

 

ขณะที่ พล.ต.อ. วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว มีการเรียก พ.ต.ท. มานะพงษ์ มาสอบสวนเรียบร้อย ส่วนวันนี้ก็จะนำข้อมูลของรังสิมันต์ไปเพิ่มเติมในเรื่องการสอบสวนให้ครบถ้วน ก่อนจะสรุปว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง

The post รังสิมันต์ให้ข้อมูลจเรตำรวจเพิ่ม กรณีร้องให้สอบการเพิกถอนหมายจับ ส.ว. อุปกิต ขออัยการแจ้งข้อหาสมคบค้ายาฯ ก่อนนัดฟังคำสั่งคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.ว. อุปกิต ยื่นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฟ้อง พ.ต.ท. มานะพงษ์ ผิด ม.157 เจ้าพนักงานปฏิบัติ-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีขอศาลอาญาออกหมายจับตน https://thestandard.co/upakit-report-manapong-corruption/ Fri, 24 Mar 2023 10:35:47 +0000 https://thestandard.co/?p=768151

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกล […]

The post ส.ว. อุปกิต ยื่นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฟ้อง พ.ต.ท. มานะพงษ์ ผิด ม.157 เจ้าพนักงานปฏิบัติ-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีขอศาลอาญาออกหมายจับตน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยื่นฟ้อง พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ อดีตสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)

 

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ตามคำร้องขอหมายจับโจทก์ของจำเลย จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา เป็นตำแหน่งในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในวันที่ 3 ตุลาคม 2565 จำเลยเป็นผู้ยื่นคำร้องขอหมายจับพร้อมกับพยานเอกสารประกอบคำร้องขอหมายจับโจทก์ต่อศาลอาญา เพื่อขอให้ศาลอาญาพิจารณาออกหมายจับโจทก์ ซึ่งจำเลยเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ได้ทำการสืบสวนมาโดยตลอด และจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์มีสถานะหรือดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นข้าราชการทางการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 

 

ประกอบกับมีพยานหลักฐานอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องสืบค้นว่า โจทก์มีที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นหลักแหล่ง สามารถออกหมายเรียกให้มาพบได้โดยง่าย และไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี หรือมีพฤติการณ์ที่จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีนี้ได้เลย ซึ่งจำเลยก็ทราบดีอยู่แล้ว 

 

แต่จำเลยกลับไปยื่นคำร้องขอหมายจับโจทก์ต่อศาลอาญา โดยฝ่าฝืนต่อคำสั่งสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (ตร.) ที่ 419/2556 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 อีกทั้งจำเลยก็ไม่ได้แจ้งให้ผู้พิพากษาเวรทราบด้วยวาจาอีกครั้งขณะผู้พิพากษาเวรทำการไต่สวน ว่าโจทก์เป็นสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ผู้พิพากษาเวรของศาลอาญาได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. 2548 และฉบับที่ 2-5 ประกอบกับ ป.วิอาญา มาตรา 58-68 และคำสั่งของศาลอาญาที่ 110/2565 เพราะการออกหมายจับบุคคลทางการเมืองเป็นที่สนใจของประชาชน และมีผลกระทบต่อฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศไทย เพื่อจะได้พิจารณาการขอออกหมายจับบุคคลดังกล่าวนั้น และจะได้มีการประชุมปรึกษาหารือให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของประธานศาลฎีกากำหนดไว้ด้วยเช่นเดียวกับการขอออกหมายจับบุคคลสำคัญในคดีสำคัญอื่นๆ ที่ผ่านมา 

 

แต่ในคำร้องขอหมายจับจำเลยได้พิมพ์ระบุว่า โจทก์เป็นสมาชิกวุฒิสภาครั้งเดียวในหน้าที่ 2 ของคำร้องขอหมายจับ ประกอบกับเนื้อหารายงานการสืบสวนซึ่งเป็นพยานเอกสารประกอบคำร้องขอหมายจับ โจทก์ไม่มีการสั่งการของผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเหนือตนโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้บังคับบัญชาของจำเลยได้พิจารณาแล้วและได้สั่งการให้จำเลยมาขอออกหมายจับโจทก์ต่อศาลอาญาเพื่อให้ชอบด้วยกฎหมายและคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

 

ดังนั้น การมายื่นคำร้องขอหมายจับโจทก์ต่อศาลอาญาของจำเลยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยผู้บังคับบัญชาเหนือตนของจำเลยไม่ได้ทราบ และไม่ได้สั่งการให้จำเลยมาขอหมายจับโจทก์ต่อศาลอาญา เป็นการนึกคิดเอาเองโดยไม่รอคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตนที่มีหน้าที่ในการกำกับการ ดูแล และควบคุม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงพฤติการณ์อื่นๆ ตามที่ปรากฏ

 

พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยดังกล่าวข้างต้นนี้ ถือได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา แต่ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาและไม่มีอำนาจไปขอหมายจับโจทก์และไม่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเหนือตนให้ไปขอหมายจับโจทก์ และไม่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ 

 

ซึ่งคดีนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนแล้ว และจำเลยได้รวบรวมพยานหลักฐานจากการสืบสวน เป็นภาพการสนทนาทางโทรศัพท์ของโจทก์กับ ตุน มิน ลัต ผู้ต้องหาที่ได้ถูกจับกุมไปแล้ว โดยเป็นการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษระหว่างกัน แต่จำเลยได้แปลและอธิบายภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยไม่ถูกต้องตามพยานหลักฐานที่ปรากฏที่แท้จริง และไม่มีล่ามแปลรับรองเนื้อหาแห่งความถูกต้องในพยานหลักฐานดังกล่าว แต่จำเลยได้แปลและอธิบายและรับรองเอกสารความถูกต้องด้วยตนเอง เพื่อจะแสดงให้เห็นว่านายโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ถูกจับไปแล้ว เพื่อให้ศาลอนุมัติออกหมายจับโจทก์ให้จงได้ 

 

ประกอบกับจำเลยได้ทำหนังสือรายงานการสืบสวนและกล่าวโทษโจทก์ตามฐานความผิดดังกล่าว เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเหนือตนโปรดพิจารณา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยต้องมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติและต้องรอคำสั่งของผู้บังคับบัญชาของตนว่าจะให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร แต่จำเลยกลับไปขอหมายจับโจทก์โดยไม่ทำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

 

เท่ากับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยในการขอหมายจับโจทก์ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ อาจทำให้สูญเสียเสรีภาพและชื่อเสียงที่ได้สร้างสะสมมายาวนานและความเสียหายต่อทรัพย์สิน และการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยดังกล่าวนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและหน่วยงานของรัฐอีกด้วย และสุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายจากต้นสังกัดของจำเลย ซึ่งสุดท้ายอาจต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาชำระค่าเสียหาย และยังเป็นการกระทำการเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ต้องได้รับโทษทางอาญา 

 

ดังนั้น การกระทำของจำเลยเช่นนี้ อันเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ได้กระทำการหรือไม่กระทำการนั้นเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษทางอาญา และเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด 

 

อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 157 และ 200 วรรคสอง และ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 และ 172 

 

เหตุเกิดที่ศาลอาญาและกองบัญชาการตำรวจนครบาลต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน โดยศาลรับคำฟ้องไว้เพื่อนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา ชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 11 เมษายน 2566 เวลา 09.30 น.

The post ส.ว. อุปกิต ยื่นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฟ้อง พ.ต.ท. มานะพงษ์ ผิด ม.157 เจ้าพนักงานปฏิบัติ-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีขอศาลอาญาออกหมายจับตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.ว. อุปกิต ส่งทนายยื่นอธิบดีศาลอาญาไต่สวน พ.ต.ท. มานะพงษ์ แปลเอกสารเท็จบิดเบือนในการยื่นขอออกหมายจับ https://thestandard.co/upakit-petition-to-investigate-manapong/ Fri, 17 Mar 2023 08:24:09 +0000 https://thestandard.co/?p=764541

วันนี้ (17 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เรืองศักดิ์ […]

The post ส.ว. อุปกิต ส่งทนายยื่นอธิบดีศาลอาญาไต่สวน พ.ต.ท. มานะพงษ์ แปลเอกสารเท็จบิดเบือนในการยื่นขอออกหมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มีนาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความ ซึ่งได้รับอำนาจจาก อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยื่นหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรม การใช้พยานหลักฐานที่เจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงในการยื่นคำร้องขอออกหมายจับอุปกิต ต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา

 

เรืองศักดิ์กล่าวว่า จากกรณี พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ อดีตสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในขณะนั้น มายื่นคำร้องขอออกหมายจับอุปกิต มีพฤติการณ์ใช้เอกสารที่บิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมีการแปลให้ผิดเจตนาของข้อความในการใช้ประโยชน์ให้ศาลเชื่อและออกหมายจับ 

 

ซึ่งตนมองว่าการที่ศาลเพิกถอนหมายจับถูกต้องแล้ว และเอกสารดังกล่าวเป็นการบิดเบือนและไม่สามารถขอออกหมายจับได้ วันนี้จึงมายื่นร้องขอให้ศาลพิจารณาว่าเอกสารนั้นชอบหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่ชอบก็ขอให้ศาลขอไต่สวน ว่าการกระทำเป็นความผิดหรือไม่ เนื่องจากมันเกิดความเสียหายทั้งศาลและอุปกิต วันนี้ไม่ได้มาแก้ตัวแต่ต้องการแสวงหาข้อเท็จจริง ในความเห็น ถ้าศาลมองว่าผิด อันดับแรกก็น่าจะเข้าข่ายเรื่องละเมิดอำนาจศาล ก็คงนัดไต่สวนในข้อหาละเมิดอำนาจศาลต่อไป

 

เรืองศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ไม่ทราบว่าการขอออกหมายจับดังกล่าวมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ ซึ่งความเป็นจริงถือว่าเป็นส่วนน้อยที่เจ้าหน้าที่สืบสวนจะมาทำการขอออกหมายจับเอง เพราะส่วนมากจะเป็นพนักงานสอบสวนมายื่นขอ ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามหลักการตามรัฐธรรมนูญ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ว่าผู้ต้องหามีเจตนาหลบหนี และพยานหลักฐานเพียงพอในการขอออกหมายจับหรือไม่ แต่การใช้วิธีบิดเบือนเพื่อให้ศาลเชื่อและออกหมายจับ มันทำได้หรือไม่ เรื่องนี้มันต้องดูหลายอย่างประกอบกัน

 

“ในส่วนการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับเอกสารที่บิดเบือน ขั้นตอนต่อไปทางทนายความคงใช้วิธีฟ้องตรง ส่วนจะมีใครที่ถูกดำเนินคดีอาญาบ้างขอปรึกษากันก่อน” เรืองศักดิ์กล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนคดีที่อัยการสูงสุดตั้งคณะพนักงานสอบสวน มีการเรียกอุปกิตไปให้ถ้อยคำแล้วหรือไม่

 

เรืองศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่ขอก้าวล่วง เป็นอำนาจอัยการสูงสุด ต้องปล่อยให้พนักงานสอบสวนที่ตั้งขึ้นมาทำคดีไป แต่ถ้ามีการออกหมายเรียกมา อุปกิตก็พร้อมไปให้ความร่วมมือ ถ้าอุปกิตผิดคงหนีไปแล้ว ตั้งแต่มีข่าวมาอุปกิตก็อยู่บ้านและคุยกับตนตลอด

The post ส.ว. อุปกิต ส่งทนายยื่นอธิบดีศาลอาญาไต่สวน พ.ต.ท. มานะพงษ์ แปลเอกสารเท็จบิดเบือนในการยื่นขอออกหมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาแจงรายละเอียดถึงอธิบดีฯ เหตุเพิกถอนหมายจับ ส.ว.ทรงเอ ชี้การออกหมายจับไม่เป็นไปตามระเบียบศาล-ตำรวจ https://thestandard.co/atthakarn-explained-senate-arrest-warrant/ Tue, 14 Mar 2023 11:59:35 +0000 https://thestandard.co/?p=762889 อรรถการ ฟูเจริญ

วันนี้ (14 มีนาคม) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ […]

The post รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาแจงรายละเอียดถึงอธิบดีฯ เหตุเพิกถอนหมายจับ ส.ว.ทรงเอ ชี้การออกหมายจับไม่เป็นไปตามระเบียบศาล-ตำรวจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อรรถการ ฟูเจริญ

วันนี้ (14 มีนาคม) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้ทำหนังสือบันทึกข้อความถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ชี้แจงการเพิกถอนหมายจับสมาชิกวุฒิสภารายหนึ่ง ความว่า 

 

ตามที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ข้อมูลคดี กรณีมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายพาดพิงศาลยุติธรรมว่า ศาลอาญามีการเพิกถอนหมายจับ โดยมีการแทรกแซงจากรองอธิบดีผู้พิพากษารายหนึ่ง ซึ่งมีข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอหมายจับ อ. ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หลังจากนั้นมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาแล้วศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนหมายจับดังกล่าว โดยต้องการทราบว่าผู้ใดเป็นผู้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาเพื่อเพิกถอนหมายจับ และผู้ที่สั่งทราบได้อย่างไรว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น ความดังทราบแล้วนั้น 

 

เดิมเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มาดำเนินการขอหมายจับบุคคล 9 คน ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามที่ได้สมคบกันนั้น ฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด ฐานจัดหาวัตถุใดๆ เพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ และฐานรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นๆ จากผู้กระทำความผิด เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิด หรือไม่ให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ และประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งต่อมาเบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน คือ 

 

  1. ตุน มิน ลัต (Tun Min Latt) สัญชาติเมียนมา 
  2. ดีน ยัง จุลธุระ
  3. น้ำหอม เนตรตระกูล 
  4. ปิยะดา คำต๊ะ 
  5. บริษัท อัลลัวร์กรุ๊ป (พีแอนด์อี) จำกัด โดย ตุน มิน ลัต

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 10.00 น. พ.ต.ท. มานะพงษ์ ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับ ส.ว. รายหนึ่งในข้อหาเช่นเดียวกับการขอหมายจับครั้งแรกดังกล่าวข้างต้น ทั้งเพิ่มเติมให้ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สมคบโดยตกลงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและสนับสนุนการฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ด้วยเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงาน ซึ่งเป็นหัวหน้างานฝากขัง หมายค้น หมายจับ ได้แจ้งเลขานุการศาลอาญา ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นวุฒิสมาชิก เพื่อรายงาน ศักดิ์ชัย รังษีวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ทราบตามลำดับ 

 

ต่อมาเมื่อผู้พิพากษาศาลอาญาที่ทำหน้าที่พิจารณาออกหมาย ค้นหมายจับประจำวันดังกล่าว ได้พิจารณาแล้วออกหมายจับ ส.ว. ให้ พ.ต.ท. มานะพงษ์ ไปดำเนินการแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงานคนดังกล่าวได้โทรศัพท์รายงานเลขานุการศาลอาญาอีกครั้ง และแจ้งว่าการออกหมายจับดังกล่าวน่าจะไม่ได้มีการปรึกษาผู้บริหารศาลอาญาก่อนออกหมายจับ เลขานุการศาลอาญาจึงได้รายงานแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และมาสอบถามข้าพเจ้าในฐานะรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคนที่ 1 ว่ามีเหตุการณ์ที่มีการออกหมายจับ ส.ว. โดยยังมิได้มีการปรึกษาท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา (ที่เพิ่งมารับตำแหน่งเป็นวันแรก) ก่อน

 

ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่า การออกหมายจับดังกล่าวยังเป็นการมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565 ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. 2548 คำแนะนำอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน พ.ศ. 2565 ระเบียบศาลอาญาว่าด้วยแนวทางการบริหารจัดการคดีของศาลอาญา ลงวันที่ 1 เมษายน 2565  

 

และคำสั่งศาลอาญาที่ 110/2565 เรื่อง มอบหมายหน้าที่รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีพิเศษในศาลอาญา ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2565 เนื่องจากการร้องขอให้ออกหมายจับ ผู้ร้องขอต้องเสนอพยานหลักฐานตามสมควรว่าผู้จะถูกจับน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่านั่นจะหลบหนี ไปยุ่งกับพยานหลักฐานหรือก่ออันตรายประการอื่น พยานหลักฐานที่อาจพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุสมควรในการออกหมายจับ ให้รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน เช่น บันทึกสรุปข้อเท็จจริงจากสำนวนการสอบสวนที่เสนอต่อผู้บังคับบัญชา 

 

ในการพิจารณาคำร้องขอหมายจับ แม้ในคดีที่มีอัตราโทษขั้นสูงเกิน 3 ปี ซึ่งอาจออกหมายจับได้ตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66(1) แต่หากไม่ปรากฏเหตุว่า การออกหมายเรียกก่อนจะมีผลเสียหายแก่คดี เสี่ยงต่อการที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี การจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะก่อเหตุอันตรายประการอื่น ศาลจึงพิจารณาให้ออกหมายเรียกแทนที่จะออกหมายจับ

 

การปรึกษาคดีนอกจากคดีที่กำหนดไว้แล้ว ให้ผู้พิพากษาปรึกษาอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคือ คำร้องขอหมายค้นหรือหมายจับคดีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เสียหาย เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ บุคคลในสถานทูต หรือผู้พิพากษา คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอื่น คดีความผิดเกี่ยวกับการชุมนุมคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีผลกระทบต่อสังคมเป็นพิเศษ ซึ่งคดีที่ต้องปรึกษานี้ให้ผู้พิพากษาปรึกษารองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อนที่จะไปปรึกษาอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาต่อไป 

 

ให้รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีพิเศษปรึกษาอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาในคดีต่อไปนี้

 

คำร้องขอหมายค้นหรือหมายจับคดีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือผู้เสียหายเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ บุคคลในสถานทูต หรือผู้พิพากษา คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือคดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายอื่น คดีความผิดเกี่ยวกับการชุมนุมคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีผลกระทบต่อสังคมเป็นพิเศษ 

 

ซึ่งปรากฏว่า เอกสารประกอบคำร้องขอหมายจับในคดีนี้ที่ผู้ร้องขอให้ออกหมายจับได้ส่งบันทึกข้อความลงวันที่ 28 กันยายน 2565 เรื่อง รายงานสืบสวนถึงผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตน โดยรายงานการสืบสวนสรุปความว่า เห็นควรให้มีการดำเนินคดีกับ ส.ว. ในความผิดดังกล่าว แต่ผู้บังคับบัญชาของผู้ยื่นคำร้องขอยังไม่มีการเกษียนสั่งในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด 

 

การที่จะออกหมายจับวุฒิสมาชิก ยังมิได้มีการดำเนินการปรึกษารองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อนมีคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาฯ คำแนะนำอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาฯ ระเบียบศาลอาญาฯ และคำสั่งศาลอาญาที่ 110/2565 ดังกล่าวข้างต้นด้วย ท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและข้าพเจ้าจึงมอบหมายให้เลขานุการศาลอาญาแจ้งเจ้าหน้าที่งานหมายค้นหมายจับประสาน พ.ต.ท. มานะพงษ์ ผู้ร้องขอออกหมายจับดังกล่าว นำหมายจับดังกล่าวกลับมาที่ศาลอาญาก่อน เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

 

ในชั้นแรก ผู้ขอให้ออกหมายจับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าออกหมายจับให้แล้วจะเรียกกลับไปทำไม ตนได้ส่งหมายจับดังกล่าวเข้าระบบหมายจับของตำรวจทั่วประเทศแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ยืนยันให้นำหมายจับกลับมาพิจารณากันใหม่ก่อน เมื่อผู้ขอให้ออกหมายจับดังกล่าวมาที่ศาลอาญาพร้อมกับผู้กำกับการฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของตน ก็ได้ร่วมการประชุมปรึกษาร่วมกันกับอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ข้าพเจ้า ผู้พิพากษาที่ออกหมายจับดังกล่าว และเลขานุการศาลอาญาทำหน้าที่หาเอกสาร ต่างๆ 

 

สอบถามแล้วได้ความว่า ผู้ร้องขอให้ออกหมายจับอ้างว่าได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่หมายจับหมายค้นของศาลแล้วว่ามาออกหมายจับวุฒิสมาชิก แต่ผู้พิพากษาผู้ที่ออกหมายจับไม่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว ทั้งวันดังกล่าวมีการขอออกหมายจับ หมายค้น เป็นจำนวนมาก ผู้พิพากษาได้พิจารณาออกหมายจับ หมายค้น ไปตามที่เคยปฏิบัติมา โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่าเป็นวุฒิสมาชิก เนื่องจากในคำร้องดังกล่าวระบุว่า ส.ว. ดังกล่าวเป็นวุฒิสมาชิกเพียงครั้งเดียวในหน้าที่ 2 ของคำร้องฯ จึงออกหมายจับให้ไป โดยมิได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษากับผู้บริหารศาลอาญาตามระเบียบและข้อแนะนำดังกล่าวข้างต้นก่อน 

 

ข้าพเจ้าได้สอบถามจากผู้กำกับการสืบสวน 2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ร้องขอให้ออกหมายจับแล้ว ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย ขณะนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบระเบียบหรือข้อบังคับใดๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการขอหมายจับบุคคลสำคัญเช่นนี้ จึงได้โทรศัพท์สอบถาม พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ขณะนั้น) แจ้งว่าหน่วยงานดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของตน แต่ตนได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการท่านอื่นดูแล เรื่องที่ขอหมายจับดังกล่าวตนไม่ทราบ แต่แสดงความเห็นว่าการออกหมายจับวุฒิสมาชิก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของสถาบันหลักเช่นนี้ น่าที่จะต้องขอออกหมายเรียกก่อน ไม่ควรขอออกหมายจับทันที 

 

ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์สอบถาม พล.ต.ต. อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่ศาลอาญาอยู่ในเขตความรับผิดชอบ ถึงเรื่องดังกล่าว พล.ต.ต. อรรถพล แจ้งว่า เรื่องดังกล่าวควรจะขอออกหมายเรียกก่อนเช่นกัน และจำได้ว่าน่าจะมีระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงด้วย โดยจะตรวจสอบอีกครั้ง และต่อมาแจ้งว่าเรื่องการที่จะออกหมายเรียกหรือหมายจับสมาชิกรัฐสภา ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายก่อนเท่านั้น และหากเป็นช่วงที่อยู่ในสมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แม้แต่การออกหมายเรียก สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องออกหนังสือขออนุญาตต่อประธานสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกก่อนด้วย ซึ่งในภายหลังได้ส่งตัวอย่างของการดำเนินคดีทำนองเดียวกันนี้มาให้ด้วย 

 

ข้าพเจ้าได้สอบถามผู้พิพากษาที่ออกหมายจับเรื่องดังกล่าวว่า หากท่านพบโดยชัดแจ้งว่าผู้ที่ถูกร้องขอให้ออกหมายจับเป็นบุคคลสำคัญ เช่น วุฒิสมาชิกเช่นนี้ ท่านจะปฏิบัติอย่างไร ท่านผู้พิพากษาผู้ออกหมายจับแจ้งว่า หากตนพบเช่นนั้นก็จะต้องนำเรื่องมาปรึกษารองอธิบดีและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาก่อนอย่างแน่นอน

 

อีกประการหนึ่งข้าพเจ้าได้สอบถามผู้ร้องขอให้ออกหมายจับว่า คดีดังกล่าวเนื่องจากมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับ ส.ว. มาก่อนแล้ว คดีนี้จึงมีพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวน เหตุใดจึงไม่ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนที่มีอำนาจเป็นผู้มาขอหมายด้วยตนเอง และเหตุใดจึงไม่มีการขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายก่อน ผู้ร้องขอให้ออกหมายจับแจ้งว่า ส.ว. คนนี้เส้นใหญ่มาก ไม่มีทางที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการหรือดำเนินคดีใดๆ กับ ส.ว. คนดังกล่าวอย่างแน่นอน ตนสืบสวนมาตั้งแต่ต้น จึงต้องดำเนินการจับกุมเอง 

 

ในการประชุมนั้นข้าพเจ้าเห็นว่าหากให้มีการนำหมายจับที่ออกโดยไม่ชอบดังกล่าวไปดำเนินการจับคน ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิก และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบของวุฒิสภา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศาลยุติธรรมแล้ว ย่อมจะต้องมีผลเสียหายกลับมาสู่ศาลยุติธรรมอย่างแน่นอน วุฒิสภาต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และก็จะพบว่าความบกพร่องส่วนหนึ่งก็มาจากศาลยุติธรรม ซึ่งไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้ ประกอบกับแม้จะมีการออกหมายจับ ไปแล้วแต่ก็ยังมิได้มีการนำหมายจับดังกล่าวไปแสดงเพื่อจับกุมนายอุปกิตแต่อย่างใด จึงสมควรที่แก้ไขเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง โดยการเพิกถอนหมายจับดังกล่าว 

 

จากนั้นข้าพเจ้าจึงขอตัวกลับไปที่ห้องทำงาน เนื่องจากมีผู้พิพากษามาปรึกษาคดี ในที่ประชุมจึงมีความเห็นร่วมกันว่า คำร้องขอออกหมายจับของผู้ร้องดังกล่าวน่าจะยังไม่ชอบ เนื่องจากผู้บังคับบัญชายังไม่มีคำสั่งมอบหมายให้ดำเนินการ และไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเพิกถอนหมายจับดังกล่าว เพื่อให้ออกหมายเรียกก่อนภายใน 15 วัน 

 

หากทางบุคคลสำคัญดังกล่าวไม่มาตามหมายเรียก ก็ให้ผู้ร้องดำเนินการขอหมายจับต่อไป สำหรับหมายเรียกให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินการโดยด่วน ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้า ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ของศาลอาญาที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่มีผู้ใดรู้จักหรือเพื่อช่วยเหลือบุคคลซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกคนดังกล่าวแต่อย่างใด การประชุมปรึกษาหารือและมีคำสั่งเพิกถอนหมายจับดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับและคำแนะนำทางกฎหมายทั้งสิ้น จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ส.ว. รายนี้คือบุคคลที่ก่อนหน้านี้ รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลและเรียกว่า ส.ว.ทรงเอ 

The post รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาแจงรายละเอียดถึงอธิบดีฯ เหตุเพิกถอนหมายจับ ส.ว.ทรงเอ ชี้การออกหมายจับไม่เป็นไปตามระเบียบศาล-ตำรวจ appeared first on THE STANDARD.

]]>