มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/มะเดี่ยว-ชูเกียรติ-ศักดิ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 06 Jan 2026 10:06:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผ่าจ้าน โปรเจกต์ใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม ที่พา ท็อป ทศพล และเจนิส เจณิสตา ร่วมงานกันครั้งแรก https://thestandard.co/pha-jaan-top-janis-first/ Tue, 06 Jan 2026 10:06:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1161930 ผ่าจ้าน โปรเจกต์ใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม ที่พา ท็อป ทศพล และเจนิส เจณิสตา ร่วมงานกันครั้งแรก

สหมงคลฟิล์ม เปิดเผยโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่ต้อนรับปี […]

The post ผ่าจ้าน โปรเจกต์ใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม ที่พา ท็อป ทศพล และเจนิส เจณิสตา ร่วมงานกันครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผ่าจ้าน โปรเจกต์ใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม ที่พา ท็อป ทศพล และเจนิส เจณิสตา ร่วมงานกันครั้งแรก

สหมงคลฟิล์ม เปิดเผยโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่ต้อนรับปี 2026 กับเรื่อง ผ่าจ้าน เรื่องราวความเฮี้ยนครั้งใหม่ที่มาจากความเชื่อของไทย เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกของหนุ่มฮอตแห่งชาติ ท็อป ทศพล และสาวไวรัลแห่งยุค เจนิส เจณิสตา เคมีคู่ใหม่ที่จะมาร่วมพิธีกรรมแห่งความหลอนไม่รู้ลืม

 

โดย ผ่าจ้าน เป็นชื่อชั่วคราว ของ 1 ใน 7 ไฮไลต์โปรเจกต์ภาพยนตร์จาก สหมงคลฟิล์ม ในปี 2026 ที่เป็นการร่วมงานกันของโปรดิวเซอร์มือทอง มะเดี่ยว ชูเกียรติ ที่เคยมีผลงานกำกับแจ้งเกิด อาทิ รักแห่งสยาม, 13 เกมสยอง และแสงกระสือ ร่วมกับ 2 ผู้กำกับน่าจับตามอง นัทสอ สรวิชญ์ และตู้ อัศฎา ที่เคยมีผลงานกำกับคู่กันอย่าง เทอม 3 มาแล้ว

 

สำหรับ ผ่าจ้าน เป็นชื่อพิธีตัดความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายที่จากไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่นำความเชื่อแบบไทยมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง ร่วมกับ 2 นักแสดงดาวรุ่ง ท็อป ทศพล ที่เคยฝากผลงานคุ้นตาอย่าง ธี่หยด 2 ในบทบาท จิรศักดิ์ และ วัยหนุ่ม 2544 ในบทบาทของ บอย

 

ในส่วนของ เจนิส เจณิสตา ก็ถือเป็นที่คุ้นตากันทั้งในพาร์ตของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ และพาร์ตของนักแสดงก็ยังมีผลงานมากมาย อาทิ เมีย 2018 ในบทบาท พลอยใส หรือผลงานล่าสุดอย่างบทบาท เขมมิกา ในซีรีส์เขมจิราต้องรอด การร่วมงานกันของทั้งคู่จึงเป็นที่น่าจับตามองกับการประชันฝีมือการแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้

 

ภาพ: toptodsapol, janistarr / Instagram

 

อ้างอิง: https://x.com/Sahamongkolfilm/status/2008124593689489749?s=20

The post ผ่าจ้าน โปรเจกต์ใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม ที่พา ท็อป ทศพล และเจนิส เจณิสตา ร่วมงานกันครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะเดี่ยว ชูเกียรติ ก้าวขึ้นเป็นนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนที่ 9 https://thestandard.co/chookiat-9th-thai-film-director-association-president/ Fri, 01 Nov 2024 10:38:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1002708 นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

เมื่อวานนี้ (31 ตุลาคม) มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุ […]

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ ก้าวขึ้นเป็นนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

เมื่อวานนี้ (31 ตุลาคม) มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย จากผลการเลือกตั้งของเหล่าผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในระบบออนไลน์ 161 คน และออนไซต์ 38 คน รวมทั้งสิ้น 199 คน ก่อนได้ผลการเลือกตั้งนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนใหม่อย่างเป็นทางการ

 

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก รศ.บรรจง โกศัลวัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์) เป็นประธานการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ จะได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนที่ 9 ถัดจาก นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ

 

สำหรับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์ ผู้เติบโตในวงการมายาวนานผ่านผลงานกำกับ เช่น คน ผี ปีศาจ (2547), 13 เกมสยอง (2549), รักแห่งสยาม (2550), Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ (2555), เกรียน ฟิคชั่น (2556), ดิว ไปด้วยกันนะ (2562) และผลงานภาพยนตร์ล่าสุดในปีนี้อย่าง ตาคลี เจเนซิส (2567)

 

มะเดี่ยว ชูเกียรติ เขียนข้อความแสดงความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังจากทราบผลการเลือกตั้ง โดยมีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า “อยู่กับสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยมาตั้งแต่เข้าวงการ เห็นพี่ๆ น้องๆ ร่วมอาชีพหลายคนวนเวียนเข้ามาช่วยกันสร้างช่วยกันทำ จนตอนนี้สมาคมเติบโตแข็งแรง ทุกคนรักอาชีพนี้และอยากช่วยกันผลักดันให้วงการนี้ก้าวหน้า ตอนนี้มะเดี่ยวได้รับความไว้วางใจจากเสียงส่วนใหญ่ของสมาคมให้นำพาองค์กรนี้ไปสู่เส้นทางที่ดีขึ้น งานนี้ไม่ง่าย แต่ก็จะตั้งใจทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง

 

“ขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากทุกคนที่มอบให้ ผมจะไม่ทำให้ความไว้เนื้อเชื่อใจของทุกคนสูญเปล่า ทุกนโยบายที่วางไว้จะเริ่มทำให้เป็นรูปร่างให้เร็วที่สุด และเป็นประโยชน์กับทุกคนให้มากที่สุด”

 

THE STANDARD POP ขอแสดงความยินดีกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับการขึ้นทำหน้าที่นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยในครั้งนี้

 

อ้างอิง:

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ ก้าวขึ้นเป็นนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taklee Genesis หนังไซไฟจำแลงกายภายใต้ประวัติศาสตร์การเมืองไทย https://thestandard.co/taklee-genesis-movie-opinion/ Fri, 13 Sep 2024 11:41:54 +0000 https://thestandard.co/?p=983298

  ทันทีที่ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ให้สัม […]

The post Taklee Genesis หนังไซไฟจำแลงกายภายใต้ประวัติศาสตร์การเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ทันทีที่ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ให้สัมภาษณ์ว่า เขามีแผนจะสร้างภาคต่อของ Taklee Genesis ภาพยนตร์ยาวเรื่องล่าสุดที่ยังไม่ได้ออกฉาย ทันใดนั้นคณะทัวร์ก็ออกมารุมสับภาพยนตร์กันอย่างมากมาย ซึ่งก็ดูจะไม่ค่อยแฟร์กับคนทำภาพยนตร์สักเท่าไร เพราะยังไม่มีใครได้ดูภาพยนตร์เต็มเลยด้วยซ้ำ 

 

ในกรณีของ Taklee Genesis การถูกปรามาสทั้งหมดก็อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์โดยตรงเสียทีเดียว หากแต่โดนหางเลขในฐานะภาพยนตร์ที่เปิดตัวด้วยคำว่า ‘ไซไฟ’ ซึ่งหลายคนก็รู้ดีว่านี่เป็นหนึ่งในคำแสลงของวงการภาพยนตร์ไทยเหมือนกับคำว่า ‘ภาพยนตร์ชายรักชาย’ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การโปรโมตแบบนี้เลยย่อมเข้าใจได้ว่า ทำไมภาพยนตร์ถึงกลายเป็นประเด็นร้อนให้พูดถึงตั้งแต่ก่อนฉาย 

 

แง่หนึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เลยเป็นเหมือนตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับคนทำและนายทุน ว่าพวกเขาควรจะลงแรง ลงเงิน เพื่อปั้นภาพยนตร์ไซไฟต่อไปในอนาคตหรือไม่ ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จ เราจะได้เห็นภาพยนตร์ในทำนองนี้เพิ่มขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และการตัดสินจากแค่ตัวอย่างก็ดูจะด่วนสรุปเกินไป เพราะภาพยนตร์เกือบทุกเรื่องของมะเดี่ยวมีความยอกย้อนอยู่เสมอ และที่สำคัญมันมักจะชอบล่อลวงคนดูด้วยความเรียบง่าย ก่อนที่จะพาผู้ชมเข้าไปยังอีกโสตหนึ่งของเนื้อหาที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

Taklee Genesis ว่าด้วยเรื่องของ สเตลล่า (พอลล่า เทเลอร์) แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ชีวิตกำลังตกที่นั่งลำบากเนื่องจากความระหองระแหงของครอบครัว ทำให้เธอต้องดูแลลูกสาวอย่าง วาเลน (นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน) ตามลำพัง ก่อนที่จะได้รับโทรศัพท์จาก อิษฐ์ (ปีเตอร์-คอร์ป ไดเรนดัล) เพื่อนสมัยเด็กของเธอ เรื่องอาการป่วยไข้ของ ดวงพร (เจนจิรา พงพัศ) ผู้เป็นแม่ ที่ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านดอนหาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่หญิงสาวในวัยเด็กได้พบเจอกับเรื่องลึกลับภายในป่าพร้อมกับการหายตัวไปของพ่อ 

 

การมายังบ้านเกิดครั้งนี้ของเธอเลยไม่ได้เป็นแค่การกลับมาเยี่ยมแม่ หากแต่เป็นการกลับมาเพื่อค้นหาความจริงในอดีตที่ จำนูญ (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) ผู้เป็นหัวหน้าชุมชน ได้บอกกล่าวว่า พ่อของเธอแค่หนีไป และสิ่งที่เห็นก็เป็นเพียงความฝันที่เธอจินตนาการขึ้นมา แต่ในเวลาเดียวกันการได้พบกับ ก้อง (วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์) ลูกชายของจำนูญ ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ เพราะก้องดูไม่แก่ลงเลยจากภาพจำของสเตลล่าในวัยเด็ก ส่วนในเวลานี้กลับเป็นเธอที่ดูเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับก้อง

 

ไม่เพียงแค่นั้น การได้ยินเสียงพ่อผ่านวิทยุสื่อสารยุคสงครามเวียดนามที่เคยมอบเอาไว้ให้กับเธอเมื่อ 30 ปีก่อน ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เห็นในตอนนั้นเป็นความจริง สเตลล่ากับอิษฐ์เลยมาโน้มน้าวให้ก้องเข้าไปขโมยกำไลข้อมือของพ่อ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำทางพวกเขาเพื่อเข้าไปเก็บแหวนวิเศษและเปิดเครื่องตาคลีเจเนซิส เพื่อพาพ่อของเธอที่หายตัวไปกลับมายังช่วงเวลาปัจจุบันอีกครั้ง

 

 

เป้าหมายของสเตลล่าเลยเป็นแก่นหลักที่คอยขับเคลื่อนเรื่องราวทั้งหมดภายในเรื่อง ซึ่งก็เหมือนกับภาพยนตร์ผจญภัยข้ามเวลาเรื่องอื่นๆ ที่ตัวเอกจะต้องพบเจอกับอุปสรรคบางอย่างที่ขวางกั้นระหว่างพวกเขากับความสำเร็จ และสถานการณ์นี้ก็ได้บีบบังคับให้ทั้ง 3 คนต้องก้าวเท้าเข้าไปยังช่วงเวลาต่างๆ เพื่อนำวงแหวนกลับมา 

 

ซึ่งในระหว่างทางที่ภาพยนตร์มุ่งหน้าไปในทิศทางของไซไฟอย่างเต็มตัว เนื้อแท้ของมันก็ค่อยๆ เผยโฉมออกมานั่นคือ บรรดานัยทางการเมืองที่ซุกซ่อนเอาไว้ผ่านการเดินทางของตัวละคร ที่ในมุมหนึ่งมันทั้งโจ่งแจ้งและปราศจากความกลัว ซึ่งเป็นประเด็นที่มะเดี่ยวให้ความสนใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะนอกจากหน้าโปสเตอร์และแคมเปญโปรโมตภาพยนตร์ การที่ชื่อของเขาปรากฏอยู่ตามหน้าสื่อบ่อยครั้งก็มาจากความเห็นทางการเมืองด้วยเช่นกัน

 

 

หน้าภาพยนตร์อีกแบบหนึ่งที่ซ้อนทับอยู่ในความเป็นไซไฟเลยเป็นสิ่งที่ประดังเข้ามาพร้อมๆ กับเส้นเรื่องของการเดินทางข้ามเวลา ทั้งการทดลองในช่วงสงครามเวียดนาม ภูมิหลังของสัตว์ประหลาดในป่า การต่อสู้ โลกที่พังทลาย แนวคิดที่แตกต่างกัน การหาตำแหน่งแห่งที่ของตัวเอง ความหวังในการมีชีวิตที่ดีขึ้น และเหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งเป็นบาดแผลครั้งสำคัญของการเมืองไทย ที่ในทางหนึ่งยังคงคาบเกี่ยวกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

ภาพการสังหารหมู่นักศึกษาที่โลดแล่นอยู่บนจอเลย เป็นการนำประวัติศาสตร์กลับมาฉายวนซ้ำอีกครั้ง แง่หนึ่งก็เพื่อย้ำเตือนให้เห็นถึงความอำมหิตของมัน ส่วนอีกแง่ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการไปตามยุคสมัย และในทำนองเดียวกัน เสียงหัวเราะของคนที่ยินดีปรีดากับเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความไร้หัวใจ เมื่อความตายของผู้อื่นยังคงมีคนบางกลุ่มมองเป็นเรื่องตลกได้อย่างไม่ไยดี แต่ครั้นจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่อดีตที่เราควรเรียนรู้และจดจำ ภาพก็ตัดกลับไปที่การเมืองไทยในปัจจุบัน ที่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรน่าเศร้ามากกว่ากันระหว่างภาพยนตร์กับชีวิตจริง

 

แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่รายละเอียดส่วนใหญ่มีความเป็นการเมืองซุกซ่อนอยู่ ข้อแลกเปลี่ยนของมันก็คือ การที่ภาพยนตร์ตกสำรวจความสัมพันธ์ของตัวละคร ซึ่งส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของไดเรกชันบางอย่างดูลดน้อยถอยลง เพราะคนดูอาจไม่ได้รู้สึกคล้อยตามในสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเสียทีเดียว โดยเฉพาะการแต่งองค์ทรงเครื่องของพวกเขาในโลกอนาคตที่ดูโดดเด่นกว่าบริบททางสังคม คอนเซปต์ของภาพยนตร์เลยมีความแข็งแรงกว่าแบ็กกราวด์ ตัวละคร อีกทั้งสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวออกมาในเรื่องก็เหมือนจะมีหน้าที่เพียงแค่รับใช้คอนเซปต์นั้น

 

 

ถึงแม้นัยของภาพยนตร์จะต่อติดเชื่อมโยงง่าย แต่ความเป็นไซไฟที่ผลักดันประเด็นการเมืองให้ออกมาอยู่หน้าฉาก ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เงื่อนไขนั้นเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา และในเวลาเดียวกันก็เป็นจุดที่คนทำสอดแทรกแนวคิดเรื่องการส่งต่อโลกที่ดีขึ้นผ่านการตัดสินใจของตัวละครอย่างอิษฐ์และก้อง ที่เปรียบเสมือนภาพแทนของคนที่มีหน้าที่คอยสั่งสอนและเป็นบทเรียนให้กับคนรุ่นหลัง แต่ด้วยน้ำหนักของเรื่องราวที่ปูมาตลอดทางยังเบาบาง ตัวตนของพวกเขาเลยไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเรื่องราวเท่าที่ควรจะเป็น 

 

อย่างไรก็ดี ความหวังนี้ดูจะไม่ได้ครอบคลุมอยู่แค่ในงานเท่านั้น หากแต่เป็นเหมือนประตูบานสำคัญที่พิสูจน์แล้วว่า การเมืองนั้นสามารถอยู่ในภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ได้จริงโดยที่ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป 

 

 

แต่ท่ามกลางงานโปรดักชันที่เด่นสะดุดตาด้าน CG การถ่ายทอดอารมณ์ในฐานะตัวละครหลักของ พอลล่า เทเลอร์ ก็ดูจะเป็นสะเก็ดแผลที่กวนใจอยู่ไม่น้อย เมื่อพิจารณาจากตัวละครรอบข้างอย่าง วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์, นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน หรือ ปีเตอร์-คอร์ป ไดเรนดัล ที่ถึงแม้ตัวละครของเขาจะดูติดตลกจนทำให้ภาพยนตร์เสียความกลมกล่อมไปหน่อย แต่ก็ยังถือว่าสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีกว่า ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากบทภาพยนตร์ที่ไม่เอื้อให้กับเธอด้วย

 

ถึงกระนั้นทุกคนที่กล่าวมาก็อาจจะต้องหลีกทางให้กับตัวละครที่ ‘น้อยแต่มาก’ ของ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ที่ตลอดทั้งเรื่องเธอรับบทเป็นคนบ้านเชียงที่สื่อสารได้เพียงไม่กี่คำ และทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็มักจะมีมวลอารมณ์บางอย่างที่ห้อมล้อมอยู่รอบตัวเธอเสมอ การแสดงของทรายเลยโดดเด่นมากกว่านักแสดงคนอื่นๆ ด้วยเงื่อนไขที่ว่า อารมณ์ของเธอจะต้องถูกสื่อสารออกมาผ่านสีหน้า แววตา และภาษากาย ซึ่งข้อจำกัดนี้ทำให้ตัวละครของเธอกลายเป็นคนที่น่าจดจำมากที่สุดในเรื่องไปโดยปริยาย

 

 

อีกคนที่น่าหยิบยกขึ้นมาพูดถึงก็คือ เจนจิรา พงพัศ นักแสดงคู่บุญของ เจ้ย-อภิชาติ​พงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ถึงจะโผล่มาแค่ไม่กี่ฉาก แต่การแสดงที่จริงใจของเธอก็ทิ้งความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ในหัวใจของผู้ชม และดีไม่ดีก็อาจเป็นตัวละครที่ทำให้เสียน้ำตาได้เหมือนกัน

 

จริงอยู่ที่กรอบส่วนใหญ่ของภาพยนตร์เป็นไซไฟที่สอดไส้ด้วยนัยทางการเมือง แต่เมื่อตีความจากความสัมพันธ์ของตัวละครก็อาจบอกได้ว่า แนวทางของภาพยนตร์ที่ต้องการหยิบยกเอาเรื่องครอบครัวและคนรอบข้างมาใช้ ยังดูเป็นตัวเลือกที่ยังไม่ค่อยรัดกุมนัก และนั่นอาจเป็นช่องโหว่ของภาพยนตร์ที่ทำให้เราสงสัยในความสัมพันธ์ของตัวละครอยู่ตลอดเวลาว่า เหตุใดพวกเขาถึงดูไร้ชีวิตกว่าที่ควรจะเป็น และในที่สุดเมื่อภาพยนตร์ขมวดรวบยอดปิดท้ายด้วยเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูจะหยุดลงที่ตรงนั้น กลายเป็นว่าพัฒนาการของตัวละครตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเท่าที่ควร

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อาจจะบอกได้ว่า Taklee Genesis เป็นภาพยนตร์ที่มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางนัก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะปมเรื่องที่ถูกใส่เข้ามามากมายในเวลาที่จำกัด ทำให้ต้องเลือกตัดบางส่วนออกเพื่อให้ความสำคัญกับอีกส่วน และตัวภาพยนตร์ที่เป็นไซไฟก็เป็นเหมือนเปลือกนอกที่คอยห่อหุ้มความจริงอันแสนเจ็บปวดเอาไว้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เลยเป็นทั้งงานคราฟต์และความบันเทิงแฟนตาซีที่หัวใจหลักยังคงยึดโยงอยู่กับความจริงในสังคม ที่ถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ดีแต่ก็น่าสนใจ ไม่ว่าความทะเยอทะยานของมันจะให้น้ำหนักไปที่การเมืองหรือไซไฟมากกว่าก็ตาม

 

Taklee Genesis เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่าง Taklee Genesis ได้ที่:

 

The post Taklee Genesis หนังไซไฟจำแลงกายภายใต้ประวัติศาสตร์การเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taklee Genesis สำรวจเบื้องหลังหนังไซไฟ-ผจญภัย จากวิสัยทัศน์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ https://thestandard.co/exploring-taklee-genesis/ Wed, 11 Sep 2024 11:08:00 +0000 https://thestandard.co/?p=982344 Taklee Genesis

เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ผู้ชมต่างตั้งตารอสำหรับ Taklee G […]

The post Taklee Genesis สำรวจเบื้องหลังหนังไซไฟ-ผจญภัย จากวิสัยทัศน์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taklee Genesis

เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ผู้ชมต่างตั้งตารอสำหรับ Taklee Genesis ภาพยนตร์ไซไฟ-ผจญภัยสุดทะเยอทะยานจากวิสัยทัศน์ของผู้กำกับอย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่จะพาคนดูออกเดินทางท่องกาลเวลาไปพร้อมกับทีมนักแสดงนำอย่าง พอลล่า เทเลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์, ทราย เจริญปุระ, นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน และแน่นอนว่า Taklee Genesis เต็มไปด้วยเบื้องหลังน่าสนใจที่อยากพาสำรวจก่อนภาพยนตร์จะเข้าฉายเป็นทางการวันที่ 12 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ระบบปกติ และ IMAX

 

ออกเดินทางท่องกาลเวลาในจักรวาลอันไร้ขอบเขต

 

Taklee Genesis พาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ สเตลล่า (พอลล่า เทเลอร์) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่รู้ข่าวจาก อิษฐ์ (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) เพื่อนสมัยเด็กว่า แม่ของเธอกำลังป่วยหนัก เธอจึงต้องพา วาเลน (นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน) ลูกสาวของเธอเดินทางกลับบ้านเกิดที่หมู่บ้านดอนหาย สถานที่ที่พ่อของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อ 30 ปีก่อน

 

แต่หลังจากถึงบ้านได้ไม่นาน สเตลล่าได้รับสัญญาณติดต่อจากพ่ออีกครั้งผ่านวิทยุสื่อสารเครื่องเก่า แถมยังพบว่าระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาสำหรับพ่อของเธอเพิ่งผ่านไปเพียง 30 นาทีเท่านั้น เธอจึงตัดสินใจออกเดินทางไปที่ค่ายรามสูร ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ สร้างสถานีสื่อสารขนาดใหญ่เอาไว้ช่วงสงครามเวียดนาม เธอมาที่ค่ายแห่งนี้เพื่อเปิดเครื่อง Taklee Genesis ที่ว่ากันว่าเป็นอุปกรณ์เดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง และเริ่มต้นเดินทางข้ามกาลเวลาเพื่อช่วยเหลือพ่อของเธอ

 

 

Science Fiction และนิตยสารต่วย’ตูน พิเศษ ชิ้นส่วนสำคัญที่จุดประกายให้ มะเดี่ยว ชูเกียรติ สรรค์สร้างโปรเจกต์ Taklee Genesis

 

สัตว์ประหลาด, การเดินทางข้ามกาลเวลา, เทคโนโลยีสุดล้ำ, สงครามสุดตื่นตา หลากหลายองค์ประกอบเหนือจินตนาการที่เราได้เห็นในตัวอย่างเหล่านี้ และน่าจะเป็นหลักฐานที่ทำให้เราเห็นว่า Taklee Genesis คือผลงานกำกับภาพยนตร์ที่ทะเยอทะยานที่สุดครั้งหนึ่งของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ หนึ่งในผู้กำกับระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่เคยฝากผลงานเรื่องเยี่ยมมาแล้วมากมายทั้ง 13 เกมสยอง (2549), รักแห่งสยาม (2550) และ ดิว ไปด้วยกันนะ (2562)

 

คำถามที่ชวนให้อยากรู้คือ อะไรเป็นสิ่งจุดประกายให้มะเดี่ยวเริ่มต้นโปรเจกต์นี้

 

มะเดี่ยวเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับและผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวไซไฟมาอย่างยาวนาน ซึ่งจุดประกายให้เขาเริ่มสนใจศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์หลายแขนง ทั้งชีววิทยา มิติเวลา อวกาศ ไปจนถึงควอนตัมฟิสิกส์ที่มีปริศนามากมายให้นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันได้ศึกษาหาคำตอบ

 

 

หนึ่งในสื่อที่พามะเดี่ยวเข้าไปสำรวจเรื่องราวเหล่านี้คือนิตยสารต่วย’ตูน พิเศษ ซึ่งรวบรวมบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ สัตว์ดึกดำบรรพ์ ประวัติศาสตร์ และเรื่องลี้ลับ ขณะเดียวกัน ความสนใจเหล่านี้ก็ชวนให้มะเดี่ยวเริ่มตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว และจินตนาการถึงเรื่องราวเหนือจินตนาการที่เป็นไปได้ไม่สิ้นสุด ซึ่งเขาก็ค่อยๆ เก็บเกี่ยวข้อมูลและจดบันทึกไอเดียต่างๆ ไว้ ด้วยความหวังว่าเขาจะได้หยิบถ้อยคำบนหน้ากระดาษเหล่านี้มาร้อยเรียงและถ่ายทอดสู่จอภาพยนตร์ในสักวัน

 

จนในที่สุด มะเดี่ยวก็กำลังพาผู้ชมออกเดินทางข้ามกาลเวลาใน Taklee Genesis ที่ถือเป็นผลงานครบรอบ 20 ปีในการกำกับภาพยนตร์ของมะเดี่ยว หลังจากภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาอย่าง คน ผี ปีศาจ เข้าฉายในปี 2547

 

 

อำเภอตาคลีและค่ายรามสูร สถานที่เริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

 

สถานที่สำคัญซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดคือ ค่ายรามสูร อดีตสถานีตรวจจับสัญญาณที่กองทัพสหรัฐฯ สร้างขึ้นในปี 2507 ณ จังหวัดอุดรธานี ที่มะเดี่ยวบังเอิญเดินทางไปพบ โดยมีจุดเด่นคือสถานีเรดาร์ร้างขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารพร้อมด้วยเสาสัญญาณล้อมรอบมากถึง 48 ต้น อีกทั้งยังมีอุโมงค์ใต้ดินที่ยาวถึง 300 เมตร

 

มะเดี่ยวและทีมสร้างจึงเริ่มต้นค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เพิ่มเติม จนพบว่าที่นี่เป็นหนึ่งใน 7 สถานีตรวจจับสัญญาณของกองทัพสหรัฐฯ หรือ 7th Radio Research Field Station (7th RRFS) ซึ่งมีทั้งหมด 7 แห่งในโลก และยังถือเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อสงครามเวียดนามสิ้นสุด กองทัพสหรัฐฯ จึงขนย้ายกำลังพลและอุปกรณ์ทั้งหมดกลับไปและปล่อยให้ที่นี่เป็นสถานีร้าง ซึ่งด้วยการออกแบบสถานที่ที่ลึกลับแปลกตาจึงทำให้มีเรื่องเล่าขานมากมาย

 

 

ส่วนที่มาของชื่อ ตาคลี มาจากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ อีกหนึ่งสถานที่ที่กองทัพสหรัฐฯ ตั้งฐานทัพช่วงสงครามเวียดนาม และมีเรื่องเล่าชวนพิศวงอยู่เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวที่ว่า ฐานทัพในอำเภอตาคลีแห่งนี้อาจมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่

 

ทั้งหมดนี้จุดประกายให้มะเดี่ยวเริ่มต้นสร้างโปรเจกต์ Taklee Genesis โดยเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นหากมีการทดลองสร้างเครื่องที่สามารถควบคุมเวลาได้ในค่ายรามสูร” โดยใช้อ้างอิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่มะเดี่ยวและทีมสร้างช่วยกันสืบค้น ก่อนจะแต่งแต้มจินตนาการจนนำมาสู่เรื่องราวการเดินทางข้ามกาลเวลานับล้านปี

 

 

เบื้องหลังงานสร้างที่ถูกออกแบบมาเพื่อระบบ IMAX โดยเฉพาะ

 

สำหรับทีมสร้างผู้อยู่เบื้องหลังงานวิชวลเอฟเฟกต์ที่น่าตื่นตาครั้งนี้คือ Fatcat Studios ที่อยู่เบื้องหลังงานวิชวลเอฟเฟกต์ในภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง อาทิ นาคี ๒ (2561) และ ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2562) นอกจากนี้ภาพยนตร์ยังได้ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นักวาดการ์ตูนที่เคยร่วมงานกับมะเดี่ยวมาแล้วใน 13 เกมสยอง เขากลับมารับหน้าที่ออกแบบสัตว์ประหลาดที่ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง

 

และเพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด มะเดี่ยวและทีมสร้างจึงตัดสินใจถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อรองรับในระบบ IMAX มาตั้งแต่ต้น ทั้งสัดส่วนภาพที่ใหญ่ขึ้นและการออกแบบมิติของเสียงเพื่อรองรับระบบเสียง Dolby Atmos เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับงานภาพและงานเสียงได้อย่างเต็มที่

 

 

มะเดี่ยวเล่าถึงความภูมิใจกับผลงานล่าสุดของตัวเองว่า “เป็นงานที่ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะได้ทำอะไรแบบนี้อีกหรือเปล่า พอทำก็ไม่ง่าย มันเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของหนังไทยที่ไม่มีใครกล้าหาญและบ้าบิ่นให้เราทำอะไรแบบนี้ เต็มที่กับมันมากๆ แต่จะเรียกว่าเป็นจุดสูงสุดของเราคงไม่ใช่ เพราะอยากให้มันเป็นประตูที่เปิดให้เราทำอะไรที่ไปไกลกว่านี้ได้มากกว่า แล้วก็อยากให้มันเป็นใบเบิกทางให้กับคนที่ชอบงานไซไฟ ชอบหนังที่มีความท้าทายได้เติบโตต่อไปในอนาคต”

 

รับชมตัวอย่างได้ที่

 

 

 

ภาพ: เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

อ้างอิง:

The post Taklee Genesis สำรวจเบื้องหลังหนังไซไฟ-ผจญภัย จากวิสัยทัศน์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงครามเวียดนาม ตาคลี อารยธรรมบ้านเชียง? จับตา Taklee Genesis หนังไซไฟสัญชาติไทยที่ขายลิขสิทธิ์เตรียมฉายแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก https://thestandard.co/taklee-genesis-2/ Fri, 09 Aug 2024 10:18:40 +0000 https://thestandard.co/?p=969456 Taklee Genesis

เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าจับตามองไปพร้อมกันสำหรับ Taklee […]

The post สงครามเวียดนาม ตาคลี อารยธรรมบ้านเชียง? จับตา Taklee Genesis หนังไซไฟสัญชาติไทยที่ขายลิขสิทธิ์เตรียมฉายแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taklee Genesis

เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าจับตามองไปพร้อมกันสำหรับ Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส ภาพยนตร์แนวไซไฟฟอร์มยักษ์ของผู้กำกับ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ Warner Bros. รับหน้าที่จัดจำหน่าย ซึ่ง ณ ตอนนี้หนังได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์การฉายไปแล้วมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เม็กซิโก, ไต้หวัน, เยอรมนี, อินเดีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, บรูไน และอีกหลากหลายประเทศ

 

 

Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส เป็นงานภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์สัญชาติไทยที่เนื้อหาสำคัญของเรื่องผูกโยงกับทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงของไทย เช่น อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ แห่งแรกในไทย, ค่ายรามสูร จังหวัดอุดรธานี สถานีวิทยุขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร และอีกส่วนคือเนื้อหาไซไฟที่พูดกันตามตรงก็ต้องเรียกว่าเป็นความท้าทายสำหรับโปรดักชันไทยเสมอมา

 

Taklee Genesis

 

เรื่องราวใน Taklee Genesisตาคลี เจเนซิส มีจุดเริ่มต้นว่าด้วยเรื่องราวในช่วงสงครามเวียดนาม ซึ่งมีกองทัพสหรัฐฯ มาตั้งฐานทัพในหลายพื้นที่ในไทย หนึ่งในนั้นคือค่ายรามสูร ซึ่งว่ากันว่าเป็นสถานีทดลองการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสงในชื่อว่า ตาคลี เจเนซิส โดยมี สเตลล่า (รับบทโดย พอลล่า เทเลอร์ ที่กลับมาเล่นหนังใหญ่ครั้งแรกในรอบ 10 ปี) เป็นประจักษ์พยานการหายตัวของพ่อชาวอเมริกันในคืนหนึ่งที่ดอนหาย ท่ามกลางเหตุการณ์ประหลาด เมื่อฝนตกลงมาเป็นศพ จนกระทั่ง 30 ปีผ่านไป เธอกลับได้รับการติดต่อจากพ่ออีกครั้งผ่านวิทยุสื่อสารเครื่องเก่าด้วยโค้ดลับ Bravo 125

 

Taklee Genesis

 

ถ้าใครที่ได้ดูตัวอย่างแรก อีกสิ่งที่น่าจับตานอกจากงานเทคโนโลยี CG ที่คาดว่าจะมีอยู่จำนวนมาก คืองานการออกแบบ ‘สัตว์ประหลาด’ ผลงานของ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นักวาดการ์ตูน นักออกแบบกราฟิก และมือบทภาพยนตร์ระดับหัวแถว ที่กลับมาร่วมงานกับชูเกียรติอีกครั้ง หลังจากเคยร่วมกับเขียนบท 13 เกมสยอง (2549) และ บอดี้..ศพ#19 (2550)

 

 

Taklee Genesisตาคลี เจเนซิส นำแสดงโดย พอลล่า เทเลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ ร่วมด้วย นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, พีค-ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, นารา เทพนุภา และ ทราย เจริญปุระ อดใจอีกไม่นานเกินรอ หนังมีกำหนดเข้าฉาย 12 กันยายนนี้

 

รับชมตัวอย่างภาพยนตร์ Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส ได้ที่: 

 

The post สงครามเวียดนาม ตาคลี อารยธรรมบ้านเชียง? จับตา Taklee Genesis หนังไซไฟสัญชาติไทยที่ขายลิขสิทธิ์เตรียมฉายแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เนรมิตรหนัง ฟิล์ม เปิดไลน์อัพหนังไทยเรื่องใหม่ที่น่าจับตา Morrison, The Cursed Land และ Taklee Genesis https://thestandard.co/neramitnungfilm-line-up-movies/ Sat, 27 Jan 2024 05:51:56 +0000 https://thestandard.co/?p=892843 เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

ปี 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่อัดแน่นไปด้วยภาพยนตร์ไทยหลา […]

The post เนรมิตรหนัง ฟิล์ม เปิดไลน์อัพหนังไทยเรื่องใหม่ที่น่าจับตา Morrison, The Cursed Land และ Taklee Genesis appeared first on THE STANDARD.

]]>
เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

ปี 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่อัดแน่นไปด้วยภาพยนตร์ไทยหลากรสชาติที่เตรียมจ่อคิวให้ทุกคนได้รับชมอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุดค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ก็ได้ประกาศไลน์อัพภาพยนตร์ไทยเรื่องใหม่ที่มีกำหนดฉายในปี 2567 มาให้ผู้ชมได้ปักหมุดรอชมเพิ่มเติมอีก 3 เรื่องด้วยกัน 

 

เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

 

เริ่มต้นกันที่ Morrison ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากผู้กำกับ พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง จาก กระเบนราหู (2561) ซึ่งได้เดินทางไปเข้าฉายที่ Busan International Film Festival โดยภาพยนตร์จะเล่าเรื่องราวของเศษซากอารยธรรมหลังกองทัพสหรัฐฯ มาตั้งฐานกำลังที่เมืองไทยในยุคสงครามเวียดนาม ขณะที่รายชื่อนักแสดงประกอบด้วย ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์, คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล และ โจ คัมมินส์

 

เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

 

ต่อเนื่องกันด้วย The Cursed Land แดนสาป ภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาที่คับคั่งด้วยทีมงานเบื้องหลังมากฝีมือ นำโดย ภาณุ อารี มานั่งแท่นผู้กำกับ, ก้อง ฤทธิ์ดี มารับหน้าที่เขียนบท และ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร มาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ ซึ่งภาพยนตร์ยังได้รับเลือกให้เดินทางไปเข้าฉายที่ International Film Festival Rotterdam อีกด้วย 

 

โดยบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชาวพุทธที่ย้ายไปอยู่ในบ้านเก่าแก่ของชุมชนมุสลิม ภาพยนตร์นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ และ บรอนต์ พาลาเร จากมาเลเซีย (Satan’s Slaves)

 

เนรมิตรหนัง ฟิล์ม

 

Taklee Genesis ภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และจัดจำหน่ายโดย Warner Bros. Thailand โดยบอกเล่าเรื่องราวการทดลองที่ผิดพลาดในยุคสงครามเวียดนาม กองทัพอเมริกันได้สร้างสถานีสื่อสารขนาดใหญ่ ณ ค่ายรามสูร ว่ากันว่ามันเป็นสถานที่ทดลองการเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสงในชื่อโปรเจกต์ว่า ‘ตาคลี เจเนซิส’ ที่เปิดประตูสู่การผจญภัยครอบคลุมเวลานับพันปีและความวิจิตรพิสดารที่ไปสุดจินตนาการ 

 

ซึ่งนอกจากชื่อของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ภาพยนตร์ยังคับคั่งด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือนำโดย พอลล่า เทเลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์, นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล, ทราย-อินทิรา เจริญปุระ, นารา เทพนุภา, พีค-ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, แจ็ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา, นุชนภา สร้อยดารา และ เจนจิรา พงพัศ

 

นอกจากภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง ก่อนหน้านี้ทางเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ก็เพิ่งจะเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องใหม่ในชื่อ วัยหนุ่ม 2544 ภาพยนตร์เรื่องใหม่จากผู้กำกับ พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง ที่จับมือกับทีมนักแสดงจาก 4KINGS ทั้งสองภาค มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ เช่น เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี และ นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต ฯลฯ 

 

ซึ่งเราต้องมาติดตามกันว่า ภาพยนตร์เรื่องใหม่จากค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม จะมาสร้างความคึกคักให้กับวงการภาพยนตร์ไทยบ้านเราในรูปแบบไหนกันอีกบ้าง

The post เนรมิตรหนัง ฟิล์ม เปิดไลน์อัพหนังไทยเรื่องใหม่ที่น่าจับตา Morrison, The Cursed Land และ Taklee Genesis appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมตัวอย่างแรก Taklee Genesis ภาพยนตร์ไซไฟสุดตื่นตาจากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ https://thestandard.co/taklee-genesis/ Thu, 21 Dec 2023 06:13:06 +0000 https://thestandard.co/?p=879363 Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส

“ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนถูกสร้างด้วยเหตุผลบางอย่าง”   […]

The post ชมตัวอย่างแรก Taklee Genesis ภาพยนตร์ไซไฟสุดตื่นตาจากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส

“ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนถูกสร้างด้วยเหตุผลบางอย่าง”

 

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ไทยที่ใครหลายคนจับตารอตั้งแต่ประกาศโปรเจกต์ สำหรับ Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส ภาพยนตร์ไซไฟสุดล้ำจากผู้กำกับ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Studio Commuan, เนรมิตรหนัง ฟิล์ม และ Warner Bros. Pictures ที่ล่าสุดภาพยนตร์ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกที่อัดแน่นด้วยสัตว์ประหลาด การย้อนเวลา และฉากสงครามสุดตื่นตา ออกมาให้ทุกคนรับชมเป็นการอุ่นเครื่อง โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายภายในปี 2024

 

 

สำหรับเนื้อหาของภาพยนตร์ที่เปิดเผยออกมาในตอนนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงสงครามเวียดนาม เมื่อกองทัพอเมริกันได้สร้างสถานีสื่อสารขนาดใหญ่ ณ ค่ายรามสูร ว่ากันว่ามันเป็นสถานที่ทดลองการเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง ในชื่อโปรเจกต์ว่า ‘Taklee Genesis ตาคลี เจเนซิส’

 

ภาพยนตร์จะได้ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่เพิ่งปล่อยผลงานภาพยนตร์แนวโรแมนติกไซไฟให้ทุกคนได้ชมกันไปแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมากับ MONDO รัก l โพสต์ l ลบ l ลืม มานั่งแท่นผู้กำกับ

 

 

พร้อมด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือที่จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกไซไฟเหนือจินตนาการ นำโดย พอลล่า เทเลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์, นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล, ทราย-อินทิรา เจริญปุระ, นารา เทพนุภา, พีค-ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, แจ็ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา, นุชนภา สร้อยดารา และ เจนจิรา พงพัศ

 

รับชมตัวอย่างได้ที่:

 

The post ชมตัวอย่างแรก Taklee Genesis ภาพยนตร์ไซไฟสุดตื่นตาจากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“นี่เป็นหนังไทยที่คนทั่วโลกควรได้ดู” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวเชิญชวนให้มาสนับสนุน MONDO ผลงานล่าสุดของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ https://thestandard.co/pita-invite-mondo-film/ Thu, 10 Aug 2023 03:27:16 +0000 https://thestandard.co/?p=827686 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ค่ำวานนี้ (9 สิงหาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้ […]

The post “นี่เป็นหนังไทยที่คนทั่วโลกควรได้ดู” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวเชิญชวนให้มาสนับสนุน MONDO ผลงานล่าสุดของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ค่ำวานนี้ (9 สิงหาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมากล่าวชื่นชมพร้อมกับเชิญชวนให้ผู้คนออกมาสนับสนุนภาพยนตร์เรื่อง MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ผลงานล่าสุดของผู้กำกับมากความสามารถ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า

 

“มาชวนสนับสนุนภาพยนตร์ Sci-fi ของไทยที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา

 

อะไรคือ จริยธรรมบนโลก social media?

 

อะไรคือ นิยามของความสำเร็จในปัจจุบัน?

 

ตอนนี้เราใช้เทคโนโลยี หรือ เทคโนโลยีใช้เรา?

 

ยังประทับใจ #รักแห่งสยาม ไม่ลืมเลือน?

 

เชื่อว่ามีคนทั่วโลกที่มีคำถามแบบนี้ หนังของคุณมะเดี่ยว #MONDO รัก โพสต์ ลบ ลืม จึงเป็นหนังที่ชวนคนดูสำรวจความสัมพันธ์ในยุคสมัยใหม่ ที่คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้

 

เป็นหนังไทย content ไทยที่ contemporary และคนทั่วโลกควรได้ดู

 

ไปดูกันนะครับ!”

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ภาพ: pita.ig / Instagram

 

นอกจากนี้ พิธายังให้กำลังใจ ATLAS ศิลปินบอยแบนด์จากค่าย XOXO Entertainment ที่มีส่วนร่วมกับการทำเพลงประกอบในภาพยนตร์ด้วย

 

“ได้เจอ ATLAS เปิดโลก T-Pop ให้ผม ลองฟังแล้ว ชอบเพลง คุยแก้เหงา (Mr.Lonely) ครับ หวังว่าจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกันในอนาคตอันใกล้

 

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ”

 

สำหรับ MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม เป็นผลงานที่มะเดี่ยวและสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จับมือร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟ-คอเมดี้ ที่จะพาคนดูไปสำรวจเรื่องราวความสัมพันธ์ในโลกที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของมนุษย์ ผ่านตัวละคร ยี่หวา (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) หญิงสาวยูทูเบอร์ชื่อดังเจ้าของช่องแนวท่องเที่ยวในชื่อ ‘โสดไปไหน’ ที่กำลังกลัดกลุ้มกับชีวิต เนื่องจาก ดอม (เกรท-สพล อัศวมั่นคง) แฟนหนุ่มที่แอบคบหากันอย่างลับๆ ได้ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน 

 

แต่ในระหว่างนั้นเองยี่หวาก็ได้พบกับ หวัง (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) เพื่อนเก่าที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจากการพัฒนาแอปพลิเคชันอัจฉริยะอย่าง ‘เม-บอต’ (May-Bot) ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องหัวใจและยังพาผู้คนเข้าไปในโลกเสมือนอย่าง ‘มอนโด’ (MONDO) ได้ ด้วยเหตุนี้ยี่หวาจึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่มีอนาคตเรื่องการงานและความรักของเธอเป็นเดิมพัน

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: 

 

 

อ้างอิง:

The post “นี่เป็นหนังไทยที่คนทั่วโลกควรได้ดู” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวเชิญชวนให้มาสนับสนุน MONDO ผลงานล่าสุดของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจเบื้องหลังน่าสนใจจาก MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม หนังรอมคอม-ไซไฟโดยผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ https://thestandard.co/interesting-behind-the-scenes-from-mondo/ Tue, 08 Aug 2023 09:56:22 +0000 https://thestandard.co/?p=827047

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟ-คอเม […]

The post สำรวจเบื้องหลังน่าสนใจจาก MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม หนังรอมคอม-ไซไฟโดยผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟ-คอเมดี้ไอเดียเจ๋งจากสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้การกำกับของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่เคยฝากผลงานเรื่องเยี่ยมมาแล้วหลายเรื่อง เช่น รักแห่งสยาม (2550), Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ (2555) และ ดิว ไปด้วยกันนะ (2562) ฯลฯ

 

โดยครั้งนี้ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ได้หยิบนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) สุดล้ำและโลกเสมือนจริง มาร้อยเรียงเข้ากับความสัมพันธ์ของคน Gen Z จนเกิดเป็นเรื่องราวของยูทูเบอร์สาวที่ต้องเลือกระหว่างความสำเร็จในหน้าที่การงานกับชายหนุ่มที่เธอรัก

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสรวบรวมเกร็ดน่าสนใจของ MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม มาให้ทุกคนได้ติดตาม เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนก้าวเข้าสู่โลกเสมือนจริงพร้อมกัน 10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์  

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


 

 

เมื่อการดำเนินชีวิตของผู้คนถูกกำหนดด้วย ‘ตัวเลข’

 

มะเดี่ยว ชูเกียรติ ถือเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับระดับแถวหน้าของเมืองไทย และเคยกำกับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมมาแล้วหลากหลายแนว เช่น ภาพยนตร์ระทึกขวัญอย่าง 13 เกมสยอง (2549) ที่เนืองแน่นไปด้วยฉากอันเป็นที่จดจำของผู้ชม, รักแห่งสยาม (2550) ภาพยนตร์โรแมนติกที่กวาดรางวัลจากเวทีภาพยนตร์มาแล้วมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในหนังรักในดวงใจของผู้ชมหลายคนมาจนถึงปัจจุบัน หรือ เกรียน ฟิคชั่น (2556) กับเรื่องราวของแก๊งเพื่อนมัธยมปลายสุดเกรียนที่สะท้อนภาพชีวิตวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี 

 

และสำหรับผลงานล่าสุดอย่าง MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม มะเดี่ยว ชูเกียรติ ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบัน ที่มีการใช้โซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เข้ามาเป็นเครื่องมือในการช่วยคำนวณ สร้างสรรค์ และตัดสินใจ ในการทำงานมากยิ่งขึ้น จนนำมาสู่คำถามที่ว่า หาก AI ได้รับการพัฒนาจนสามารถช่วยเราตัดสินใจในการดำเนินชีวิตที่เป็น ‘ชีวิตจริงๆ’ ได้จะเป็นอย่างไร 

 

“โลกมันเปลี่ยนไปเยอะมาก ตั้งแต่เราทำภาพยนตร์มาเรื่อยๆ ก็ลองสังเกตคนรอบตัว ความสัมพันธ์ของคน การปฏิบัติต่อกัน การเข้าหากัน การพลัดพรากจากกัน มันเปลี่ยนไปเยอะนะ โดยเฉพาะโลกที่เราเอาตัวเราเข้าไปในโซเชียลมีเดีย ในโลกอินเทอร์เน็ต โลกออนไลน์ ทุกคนเชื่อมโยงไปกับมัน ยึดมันเป็นสรณะ แล้วเราก็เห็นอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่างเช่น อินฟลูเอ็นเซอร์, คอนเทนต์ครีเอเตอร์, บล็อกเกอร์, รีวิวเวอร์ ต่างๆ นานา คนที่เติบโตจากการใช้โซเชียลมีเดีย และมันก็เป็นอาชีพได้จริงๆ 

 

“สิ่งหนึ่งที่สะท้อนมาได้ก็คือ ชีวิตมันถูกกำหนดด้วย ‘ตัวเลข’ ไปเสียเยอะเลย แล้วมันก็ทำให้คนรู้สึกว่าคุณค่าของฉันมันผูกมัดอยู่กับตัวเลขที่กำหนดว่าลูกค้าจะจ้างฉันไหม มีคนติดตามฉันเยอะไหม มีคนเห็นด้วยกับสเตตัสที่โพสต์ขนาดไหน” มะเดี่ยว ชูเกียรติ เล่าถึงสิ่งที่ตนเองค้นพบจากผู้คนรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา จนนำมาสู่ไอเดียในการสร้างสรรค์เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม 

 

“สิ่งเหล่านี้มันกำหนดเราให้กลายเป็นแบบใดแบบหนึ่ง มันก็เกิดคำถามใหม่ว่า ‘ความเป็นมนุษย์’ ของเรามันถูกชั่ง วัด ตวง อย่างนี้ได้หรือเปล่า จริงๆ คำนี้เคยถูกพูดถึงในภาพยนตร์เรื่อง 13 เกมสยอง เรื่องของการวัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ แต่เรื่องนี้ไม่ซีเรียสขนาดนั้น จริงๆ มันมีความเป็นวิทยาศาสตร์อะไรคล้ายๆ กันอยู่ เราเลยอยากจะเล่าเรื่องและมุมมองของเราที่มีต่อมนุษย์ที่เปลี่ยนไปตามวิถีของสังคม ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป ตัวเราที่เปลี่ยนไป เราถูกขับเคลื่อนด้วยสถิติ ด้วยอัลกอริทึม ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันทำให้เราเป็นคนแบบนี้ และมันกำลังจะพาเราไปทางไหน”

 

 

เมื่อหญิงสาวต้องเลือกระหว่างความสำเร็จในอาชีพกับความรัก จึงเป็นหน้าที่ของ AI สุดอัจฉริยะ ที่จะเข้ามาช่วยเธอตัดสินใจ 

 

จากคำถามที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นหาก AI สามารถช่วยให้คำแนะนำและตัดสินใจสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิตของเราได้จริงๆ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ก็ได้ร่วมมือกับสองมือเขียนบทอย่าง ฐานะมาศ เถลิงสุข จากซีรีส์ Triage ทริอาช (2565) และ สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ ในการต่อยอดไอเดียและเสริมแต่งจินตนาการ 

 

จนนำมาสู่เรื่องราวของยูทูเบอร์สาวชื่อดังอย่าง ยี่หวา (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) เจ้าของช่องแนวท่องเที่ยวในชื่อ ‘โสดไปไหน’ ที่กำลังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างล้นหลาม แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ ดอม (เกรท-สพล อัศวมั่นคง) แฟนหนุ่มที่เธอแอบคบกันอย่างลับๆ ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน 

 

ในระหว่างนั้นเอง ยี่หวาก็มาพบกับ หวัง (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) เพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สุดอัจฉริยะอย่าง ‘เม-บอต’ (May-Bot) ที่สามารถหาทางออกให้กับทุกปัญหาได้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจ และเชื่อมโยงไปสู่โลกเสมือนในมอนโด (MONDO) ยี่หวาจึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตว่าเธอจะเลือกความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือชายหนุ่มที่เธอรัก โดยมี AI May-Bot คอยช่วยเหลือ 

 

 

โดยเบื้องหลัง AI สุดอัจฉริยะอย่าง May-Bot ผู้กำกับและทีมสร้างได้อ้างอิงมาจากเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน ที่สามารถช่วยเราวิเคราะห์และให้คำแนะนำแนวทางแก่ผู้ใช้ได้ อาทิ ChatGPT ก่อนที่จะมาเสริมแต่งจินตนาการ จนกลายเป็น AI อัจฉริยะที่ไม่ได้แค่ช่วยผู้ใช้ในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยตัดสินใจ ‘การดำเนินชีวิต’ ของเราได้อีกด้วย 

 

ส่วนที่มาของคำว่า MONDO หรือโลกเสมือนจริงที่ AI May-Bot จะพาผู้ใช้งานเข้าสู่โลกอันไร้ขีดจำกัด มีที่มาจากภาษาอิตาลีแปลว่า ‘โลก’ โดยผู้กำกับนำคำนี้มาใช้เป็นชื่อเรื่อง เพื่อสื่อถึง ‘โลก’ ในปัจจุบันที่ถูกแบ่งออกมาได้มากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกในโซเชียลมีเดีย โลกในแบบของแต่ละคน ไปจนถึงโลกเสมือนจริงที่ทับซ้อนกันอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา 

 

 

และเพื่อให้ภาพยนตร์สามารถนำเสนอแง่มุมชีวิตของคนหนุ่มสาวที่ต้องดำเนินชีวิตอยู่บนโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ตัวเลข’ ออกมาได้อย่างครบถ้วนและรอบด้าน มะเดี่ยว ชูเกียรติ จึงบอกเล่าเรื่องราวผ่าน ยี่หวา ยูทูเบอร์สาวสายท่องเที่ยวที่ต้องหาวิธีการให้ช่องของตัวเองมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น โดยได้ พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร นักแสดงและยูทูบเบอร์ชื่อดัง มาสวมบทบาทนี้ โดยทางผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD POP ถึงตัวละครของพลอยว่า 

 

“จริงๆ คิดมานานแล้วว่านางเอกควรจะมีอาชีพอะไร ซึ่งมีหลายอย่างเหมือนกันนะ แต่ปรากฏว่ายูทูเบอร์ อินฟลูเอ็นเซอร์ ง่ายที่สุด เพราะเป็นอาชีพที่ถูกกำหนด KPI (ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ) โดยตัวเลข ฉะนั้นมันจึงเป็นอาชีพที่ชัดเจนที่สุด 

 

“ถ้าเป็นหมอหรืออะไรอย่างอื่นก็ต้องใช้เรื่องในการเล่าว่าคุณประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลอะไร แต่กับยูทูเบอร์ ตัวเลขที่อยู่ในแต่ละคลิปหรือจำนวนของผู้ติดตาม อันนั้นคือตัววัดแล้วว่าคุณเก่งหรือไม่เก่งบนโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน มันเห็นตัวเลขง่ายที่สุด เราก็เลยเลือกอาชีพที่อธิบายน้อยที่สุด

 

“แล้วด้วยความที่เป็นพลอย เราก็ต้องเลือกนักแสดงที่เราเชื่อว่าเป็นยูทูเบอร์ที่คล่อง เพราะมันก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ จะเอานักแสดงทั่วไปมาเล่นเป็นยูทูเบอร์บางทีก็ไม่เชื่อ”

 

    

พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร กับบทบาท ยี่หวา ยูทูเบอร์สาวที่มีทั้งความ ‘เหมือน’ และ ‘แตกต่าง’

 

พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง หลังจากที่ชื่อของเธอเริ่มกลายเป็นที่รู้จักจากการทำเพจ ‘พลอยเรียนจบแล้วทำไรต่อ’ พร้อมออกหนังสือบันทึกการเดินทางในชื่อ วิชาเดินทางหลังเลิกเรียน ก่อนที่เธอจะเริ่มมีผลงานการแสดงออกมาให้ทุกคนได้ชมกันมากขึ้น ทั้งละครโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็น หอเฮ้วขนหัวลุก (2559), แม่สื่อปากร้าย ผู้ชายรสจัด (2561), ซีรีส์ เดอะ เดบิวต์..อวสานไอดอล (2564), รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Low Season สุขสันต์วันโสด (2563) ฯลฯ 

 

สำหรับผลงานล่าสุด MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม พลอยรับบทเป็น ยี่หวา ซึ่งทำอาชีพยูทูเบอร์เช่นเดียวกับตัวพลอยเอง โดยเธอเล่าถึงความเหมือนและแตกต่างระหว่างตัวเธอในชีวิตจริงและตัวละครว่า “ตอนแรกที่เราอ่านบทคร่าวๆ ก็รู้สึกว่ามีความคล้ายๆ เราอยู่นะ ด้วยความที่ว่าเราทำท่องเที่ยว มันตรงกับเรามากๆ แต่ว่าพอเรามาเจาะบทดีๆ แล้วก็มาแสดง มันมีความไม่เหมือนกันหลายๆ อย่างทั้งเรื่องของความคิด มายด์เซ็ต หรือว่าแบ็กกราวด์ของยี่หวาเองที่ไม่เหมือนกัน 

 

“ยี่หวาจะเป็นผู้หญิงที่ทะเยอทะยานในการอยากได้ยอดฟอล ได้ความสนใจ แต่กับตัวพลอยไม่ได้เป็นคนที่ต้องการยอดฟอลหรืออะไรขนาดนั้น แล้วยี่หวาก็ต้องพยายามทำทุกอย่าง แม้กระทั่งว่าตัวเองไม่ได้ชอบเที่ยวโหดๆ แต่ฉันต้องทำ เพราะว่าฉันอยากได้ยอดคนดู แต่พลอยเป็นคนชอบเที่ยวแบบนั้นอยู่แล้ว มันมีความตรงกันข้ามมากๆ คือถ้ามองผ่านๆ มันอาจจะเหมือนกัน แต่ว่าถ้าเจาะลึกในเป้าหมายของตัวยี่หวามันจะไม่เหมือนกันกับตัวเราเลย บทมันมีความเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ มันก็ยากมากๆ เหมือนกัน 

 

“จุดเด่นในเรื่องนี้พลอยว่ามันคือความที่เข้าใจในโลกสมัยใหม่ เข้าใจวัยรุ่น แล้วก็คนสมัยนี้มากๆ ในเรื่องของโซเชียลมีเดีย ความที่เป็นสังคมของการวิ่งหาความสำเร็จโดยที่เราลืมคนรอบตัวไปหมดเลย มันเป็นยุคของสังคมที่กดดันเราว่าต้องสำเร็จโน่นนี่นั่นนะ แล้วโซเชียลมีเดียก็เข้ามาทำให้เห็นว่าคนอื่นเขาประสบความสำเร็จไปแล้ว ทำไมเรายังอยู่ที่เดิมล่ะ เราก็ต้องไปอีก ทะเยอทะยานอีก จนเราก็อาจจะหลงลืมสิ่งรอบตัวไปเยอะมากๆ เหมือนกัน”

 

 

เกรท-สพล อัศวมั่นคง, มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร และนักแสดงสมทบมากฝีมือที่มาร่วมเติมเต็มเรื่องราว  

 

นอกจากชื่อของ พลอย พลอยไพลิน ที่จะมารับบทเป็นยี่หวาแล้ว ภาพยนตร์ยังได้สองนักแสดงหนุ่มที่น่าจับตามองอย่าง เกรท-สพล อัศวมั่นคง จากภาพยนตร์เรื่อง แสงกระสือ (2562) มารับบทเป็น ดอม แฟนหนุ่มของยี่หวาที่ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน และ มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร จากภาพยนตร์เรื่อง วอน(เธอ) (2563) มารับบทเป็น หวัง นักธุรกิจหนุ่มผู้นำด้านเทคโนโลยีสุดล้ำ และยังเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของยี่หวาด้วย 

 

โดย เกรท สพล เล่าถึงความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าถึงชีวิตของคนยุคใหม่ได้ดีมากๆ ว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ชีวิตของเราทุกวันนี้มันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว แต่สิ่งที่ผมชอบมากๆ เลยสำหรับเรื่องนี้ก็คือ แม้เทคโนโลยีที่มันทำให้คนเราใกล้กันมากขึ้น แต่ภาพยนตร์ก็สะท้อนให้เราเห็นว่าจริงๆ แล้วมันก็อาจทำให้เราห่างกันมากขึ้นด้วย แล้วก็ปัญหาต่างๆ ที่ทุกคนคิดว่าเทคโนโลยีจะแก้ได้ บางทีมันอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาก็ได้เช่นเดียวกัน”

 

 

ขณะที่ มีน พีรวิชญ์ กล่าวว่า “ผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ภาพใหญ่ๆ ที่คนเห็นอาจจะรู้สึกว่ามันคือภาพยนตร์เทคโนโลยี ภาพยนตร์เกี่ยวกับอนาคต แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดมันถูกขับเคลื่อนไปสู่สิ่งเดียวก็คือการใช้ชีวิตประจำวันของคน ฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้มันอาจเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของใครบางคน หรือท้ายที่สุดมันอาจกลับมาพูดเรื่องง่ายๆ ถึงความสัมพันธ์ว่า เทคโนโลยีมันเติบโตขึ้นไป มันทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น และหาคำตอบได้ง่ายขึ้น แต่คำตอบของความสัมพันธ์นั้นสุดท้ายแล้วเราต้องคิดมาจากมุมไหน ถามใคร หรือปรึกษาใจตัวเอง มันจะมีทั้งคำถามและคำตอบอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่อยากให้หลายๆ คนไปดู และคงจะได้แนวคิดอะไรที่ต่างกันออกไป”

 

 

ไม่เพียงแค่นั้น ภาพยนตร์ยังได้ 3 นักแสดงมากฝีมือที่จะมาร่วมเติมเต็มเรื่องราว นำโดย พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล จาก รักแห่งสยาม มารับบทเป็น เฮียได๊ พี่ชายผู้เป็น LGBTQIA+ ที่คอยดูแลดอมและแม่, ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ จาก ชั่วฟ้าดินสลาย (2553) มารับบทเป็น หมุยหลี แม่ของดอมและเฮียได๊ ผู้คอยดูแลครอบครัวหลังจากเสียสามีไป และ แอนนา ชวนชื่น จาก แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า (2549) มารับบทเป็น อากง ผู้เป็นจุดศูนย์กลางของบ้านหลังนี้ 

  

มาร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้ยี่หวากับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตไปพร้อมกันใน MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม 10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

รับชมตัวอย่าง MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ได้ที่:

 

 

ภาพ: สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล 

The post สำรวจเบื้องหลังน่าสนใจจาก MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม หนังรอมคอม-ไซไฟโดยผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับมุมมองชีวิตที่สะท้อนถึงความรักและความภาคภูมิใจในการทำงาน https://thestandard.co/madeaw-chookiat-quotes/ Mon, 31 Jul 2023 05:04:47 +0000 https://thestandard.co/?p=823814

THE STANDARD POP ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับมากความสามา […]

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับมุมมองชีวิตที่สะท้อนถึงความรักและความภาคภูมิใจในการทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD POP ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับมากความสามารถอย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล อีกครั้ง โดยคราวนี้เขาได้เล่าถึงที่มาของหนังเรื่องล่าสุดอย่าง MONDO มอนโด รัก l โพสต์ l ลบ l ลืม l ที่จะพาคนดูไปสำรวจความรักที่เกิดขึ้นในโลกที่เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตและการตัดสินใจของพวกเขาได้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงแง่มุมหนึ่งในสังคมยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ มะเดี่ยวยังเล่าให้ฟังอีกว่า แม้ผลรับของหนังจะออกมาอย่างไร เขาก็จะภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองผ่านพ้นมาได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงผลงานที่เคยสร้างความทรงจำระหว่างตัวเขาและคนดูด้วย

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสนี้รวบรวมมุมมองชีวิตดีๆ จากมะเดี่ยวมาให้แฟนหนังทุกคนได้ทำความรู้จักกับตัวตนของผู้กำกับคนนี้อีกครั้ง

 

สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ในวันที่ความรักและเทคโนโลยีหลอมรวมประสบการณ์เป็นหนังเรื่อง MONDO ฉบับเต็มได้ที่: https://thestandard.co/madeaw-chookiat-mondo

 


 

 

“ถ้าให้เลือกระหว่าง ‘การงาน’ กับ ‘ความรัก’ เราเลือกความรักนะ เพราะเราผ่านช่วงที่วิ่งสู้กับงานมาจนอายุ 42 แล้ว และเราก็เคยมีความรักมีชีวิตคู่มาก่อน ผ่านจุดที่เห็นอะไรหลายอย่าง สำหรับเราความรักไม่ใช่เรื่องโรแมนซ์อย่างเดียว เรามองความรักเป็นสิ่งที่ยึดโยงคนเข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจทำอะไรเยอะแยะมากมาย และรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เกิดขึ้นด้วย ‘อารมณ์’ มากกว่า ‘เหตุผล’ ดังนั้นมีความรักต่อกัน มีความปรารถนาดีต่อกัน เราว่ามันช่วยชีวิตได้หลายเรื่อง”

 

มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD POP ถึงแง่มุมความรักที่คอยเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และยังเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้เราตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ 

 


 

 

“เราผ่านอะไรกับการสร้างหนังเรื่องหนึ่งมาทั้งฝ่าฟันในเรื่องการเขียนบทให้ดี งบประมาณ นักแสดง ลมฟ้าอากาศ อุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนถึงวันนี้ที่จะส่งมันเข้าโรง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราผ่านมาได้ เป็นการทำงานที่หนักและอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นจงภูมิใจกับมันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม”

 

มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD POP ถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง MONDO มอนโด รัก l โพสต์ l ลบ l ลืม l และความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง 

 


 

 

“เรารู้สึกดีทุกครั้งเวลาที่มีคนเดินมาบอกว่า ‘เคยดูเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วชอบมาก อยู่ในใจ’ เราก็ไม่รู้หรอกว่าไปอยู่ในใจด้วยเรื่องอะไร แต่คิดว่ามันคงตอบคำถามในความคิด ในหัวใจ ในสมองของเขาทางใดทางหนึ่ง สุดท้ายหนังก็คือการขายความทรงจำ เขาจำหนังเราได้ แสดงว่าเขาซื้อความทรงจำนั้นไปแล้ว” 

 

มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD POP เกี่ยวกับความรู้สึกของเขาเวลาที่มีคนดูเข้ามาแสดงความรู้สึกต่อผลงานของตนเอง 

 

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับมุมมองชีวิตที่สะท้อนถึงความรักและความภาคภูมิใจในการทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะเดี่ยว ชูเกียรติ ในวันที่ความรักและเทคโนโลยีหลอมรวมประสบการณ์เป็นหนังเรื่อง MONDO https://thestandard.co/madeaw-chookiat-mondo/ Sun, 30 Jul 2023 04:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=823303

ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตของมนุษย์ทุก […]

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ ในวันที่ความรักและเทคโนโลยีหลอมรวมประสบการณ์เป็นหนังเรื่อง MONDO appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตของมนุษย์ทุกหนทุกแห่ง และดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้เองได้จุดประกายให้กับผู้กำกับที่หลายคนคุ้นชื่ออย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ในทางใดทางหนึ่ง จนเกิดเป็นหนังโรแมนติกไซไฟเรื่องล่าสุดอย่าง MONDO มอนโด รัก l โพสต์ l ลบ l ลืม l ที่จะพาคนดูไปสำรวจนัยบางอย่างเกี่ยวกับความรักผ่านการตัดสินใจของตัวละครในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาให้ไม่เหมือนเดิม 

 

ถึงแม้ช่วงเวลาหลายปีนี้ มะเดี่ยวจะเริ่มหันมาเป็นโปรดิวเซอร์และคนเขียนบทมากขึ้น แต่ฝีมือการกำกับของเขาก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด เมื่อหันกลับไปมองผลงานก่อนนั้นอย่าง ทริอาช The Series (2022) ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จและได้รับคำชมจากคนดูอย่างล้นหลาม เราก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่า นอกจากการตีแผ่ความจริงในสังคม มะเดี่ยวยังคงเป็นผู้กำกับที่นำเสนอเรื่องราว ‘ความรัก’ ให้กับคนดูได้อย่างจริงใจเสมอมา

 

วันนี้ THE STANDARD POP ได้มีโอกาสคุยกับมะเดี่ยวถึงที่มาของหนังเรื่องล่าสุดอย่าง MONDO มอนโด รัก l โพสต์ l ลบ l ลืม l ตั้งแต่จุดเริ่มต้น การทำงาน ไปจนถึงมุมมองความรักที่มีต่อโลกเทคโนโลยี และประสบการณ์ที่ทำให้เกิดเป็นหนังเรื่องนี้ 

 

 


 

จุดเริ่มต้นของ MONDO มีที่มาอย่างไร

 

จุดเริ่มต้นของหนังมาจากคำว่าก่อน 30 ปี เราควรมีอะไร ซึ่งเอาเข้าจริงมันเป็นวัยที่เราเคยผ่านแล้ว แต่ด้วยคำนี้ และสิ่งเหล่านี้ก็เลยเกิดเป็นตัวละครที่ถ้าถูกตั้งคำถามแบบนี้เขาจะทำอย่างไร

 

อีกเหตุผลคือ สำหรับเราหนังตอนนี้มันเป็นเหมือนบทบันทึกอะไรบางอย่าง มีเมสเสจ มีสตอรีที่น่าสนใจ แล้วรู้สึกว่ามันคุยรู้เรื่องกับทั้งตัวเรา ทั้งสตูดิโอ และทั้งคนดู เราเลยทำ 

 

ส่วนที่มาของคำว่า MONDO คำนี้เป็นภาษาอิตาเลียนแปลว่า ‘โลก’ เราอยู่ในโลกที่ต่างกัน ทุกตัวละครมีโลกเป็นของตัวเอง เวลาโลกมาเจอกัน และต้องใช้โลกร่วมกันเราจะอยู่อย่างไร นี่คือประเด็น เพราะชีวิตของเราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับคนมากมายในสังคม แล้วในเรื่องมันก็มีการสร้างโลกเสมือนที่ทุกอย่างจะแฮปปี้สมดั่งใจทุกประการ มันจะเกิดอะไรขึ้นจากตรงนั้น

 

นอกจากชื่อเรื่องแล้ว คำโปรยที่มาพร้อมกับหนังคือ ‘Where machine dreams’ ประโยคนี้มันมีความสำคัญอย่างไร

 

หนังมันเกี่ยวกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ซึ่งในหนังก็จะบอกว่ายินดีต้อนรับสู่ MONDO ความฝันของสิ่งประดิษฐ์ ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งประดิษฐ์ฝันไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นในเรื่องจะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้ามันฝันได้ขึ้นมา

 

 

“ถ้าเราจะพูดถึงความรักในยุคนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการพูดถึงสิ่งที่ใกล้ตัวกับคนมากๆ แต่เขาไม่รู้ตัว นั่นก็คือเรื่องของวิทยาศาสตร์”

 

มะเดี่ยวรีเสิร์ชข้อมูลอะไรบ้างก่อนทำหนังเรื่องนี้

 

เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด รีเสิร์ชกระทั่งไปเรียนเขียนโค้ดเพื่อให้เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร ซึ่งเอาเข้าจริงก็สนุกดี เพราะว่าเราได้เข้าไปในพรมแดนของสิ่งที่ไม่รู้จักมาก่อน เราเป็นคนทำหนังเกี่ยวกับความคิดความฝัน แต่พอเป็นโลกของปัญญาประดิษฐ์มันทำให้เราต้องเรียนรู้อะไรใหม่ขึ้นมา

 

เพราะอะไรถึงเลือกที่จะนำเสนอในรูปแบบของหนังไซไฟ

 

ถ้าเราจะพูดถึงความรักในยุคนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการพูดถึงสิ่งที่ใกล้ตัวกับคนมากๆ แต่เขาไม่รู้ตัว นั่นก็คือเรื่องของวิทยาศาสตร์ ชีวิตเราผูกติดกับไซไฟวิทยาศาสตร์อยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว คุณใกล้ชิดกับสิ่งเหล่านี้มากกว่าที่คิด ยกตัวอย่างเช่น พวกโซเชียลมีเดียต่างๆ มันสามารถเช็กวิธีคิดของเราได้ ทำให้เราเห็นโลกในแบบต่างๆ ได้ ทำให้เรามีความคิดในทางใดทางหนึ่งได้ โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราควรจะมีอะไร และเราควรจะเป็นอะไร

 

โดยบอกเล่าผ่านเรื่องราวของรักสามเส้า

 

(หัวเราะ) รักสามเส้ามันเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนหนังอย่างหนึ่ง เวลาถามเพื่อนหรือใครต่อใคร ถ้าคุณตกอยู่ในสภาพเดียวกับนางเอกที่จะต้องเลือกระหว่างอะไรสักอย่างโดยที่ไม่ทำลายอีกอย่างมันเป็นไปได้ไหม

 

ถ้าเกิดว่าความรักตีเป็นตัวเลขแบบเรารักกัน เราอยู่ด้วยกันมานาน มันคือความผูกพันที่ตีค่าเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่วันหนึ่งมีโปรแกรมอะไรไม่รู้มาบอกว่าคนนี้ดีกว่า เคยรู้จักกันมาก่อน มีติ๊กถูกทุกประการ มันง่ายขนาดนั้นไหมที่จะไปรักอีกคนหนึ่งเลยโดยที่ไม่ทำให้คนอื่นเสียใจ และเหตุผลอะไรที่จะไป บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่รีเลตกับคนดูง่ายที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้วนะ

 

 

“สำหรับเราความรักไม่ใช่เรื่องโรแมนซ์อย่างเดียว เรามองความรักเป็นสิ่งที่ยึดโยงคนเข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจทำอะไรเยอะแยะมากมาย และรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เกิดขึ้นด้วย ‘อารมณ์’ มากกว่า ‘เหตุผล’”

 

มุมมองความรักในโลกเทคโนโลยีของมะเดี่ยวเป็นแบบไหน

 

เราเจอกันและฉาบฉวยง่ายขึ้น อันนี้พูดแบบไม่กลัวทัวร์ลง หรือว่ามะเดี่ยวไปด้อยค่าสิ่งต่างๆ อะไรอีกแล้ว (หัวเราะ) แต่ความจริงมันเป็นแบบนั้น สมมติว่าไม่ถูกใจกันเราก็แค่เลิกแล้วไปหาคนอื่น มันไม่ลึกซึ้งดื่มด่ำเหมือนแต่ก่อน

 

ถ้าลองมองในมุมของสมรสเท่าเทียม มะเดี่ยวมองเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

 

เป็นคำถามที่น่าคิดนะ ในขณะที่โลกเปลี่ยนความรักเป็นเรื่องฉาบฉวย การสมรสกันยังมีความจำเป็นอยู่ไหม แต่พอมาถึงเรื่องสมรสเท่าเทียมของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ข้อดีก็คืออย่างน้อยมันเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าเรามีความสัมพันธ์ มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวเกี่ยวดองกันโดยกฎหมาย เราได้รับสิทธิ์ทางกฎหมายอย่างเต็มที่ 

 

เราว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของความยุติธรรมในรูปแบบหนึ่ง แต่ทีนี้ก็ต้องดูว่าเราเห็นอะไรจากตรงนั้น คนที่ไปสมรสเท่าเทียมอาจจะมองว่ามันให้ในสิ่งที่เขาสมควรจะได้รับ แต่ถ้าคนที่ยังไม่อยากจะสมรส หรือยังอยากสนุกสนานกับชีวิตอยู่ก็อาจไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอะไรเท่าไร

 

จากวันแรกที่ตัวเองเริ่มทำหนังรัก มุมมองความรักในวันนี้ของมะเดี่ยวเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน 

 

คิดว่าโตขึ้น ถ้าให้เลือกระหว่าง ‘การงาน’ กับ ‘ความรัก’ เราเลือกความรักนะ เพราะเราผ่านช่วงที่วิ่งสู้กับงานมาจนอายุ 42 แล้ว และเราก็เคยมีความรักมีชีวิตคู่มาก่อน ผ่านจุดที่เห็นอะไรหลายอย่าง สำหรับเราความรักไม่ใช่เรื่องโรแมนซ์อย่างเดียว เรามองความรักเป็นสิ่งที่ยึดโยงคนเข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจทำอะไรเยอะแยะมากมาย และรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เกิดขึ้นด้วย ‘อารมณ์’ มากกว่า ‘เหตุผล’ ดังนั้นมีความรักต่อกัน มีความปรารถนาดีต่อกัน เราว่ามันช่วยชีวิตได้หลายเรื่อง

 

 

การทำงานในเรื่อง MONDO ส่วนไหนคือส่วนที่ยากที่สุด

 

ตอนแรกคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการอธิบาย Scientific Facts (ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์) บางอย่างให้คนเข้าใจ แต่ตอนนี้ไม่ยากแล้ว เพราะมี AI ออกมาเต็มไปหมด ตอนที่ทำยังไม่มีวี่แววว่าสิ่งเหล่านี้จะมีเลย อยู่ดีๆ ก็มี ChatGPT เกิดขึ้น มี AI มากมายออกสู่ท้องตลาด หนังเราก็เลยกลายเป็นของดูไม่ยากอีกต่อไป 

 

คาแรกเตอร์ของนางเอกดูมีความเป็น พลอย (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) สูงมาก มะเดี่ยวตั้งใจเอาไว้แบบนี้แต่แรกไหม

 

จริงๆ คิดมานานแล้วว่านางเอกควรจะมีอาชีพอะไร ซึ่งมีหลายอย่างเหมือนกันนะ แต่ปรากฏว่า YouTuber Influencer ง่ายที่สุด เพราะเป็นอาชีพที่ถูกกำหนด KPI (ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ) โดยตัวเลข ฉะนั้นมันจึงเป็นอาชีพที่ชัดที่สุด 

 

ถ้าเป็นหมอหรืออะไรอย่างอื่นก็ต้องใช้เรื่องในการเล่าว่าคุณประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลอะไร แต่กับ YouTuber ตัวเลขที่อยู่ในแต่ละคลิป จำนวนของผู้ติดตาม อันนั้นคือตัววัดแล้วว่าคุณเก่งหรือไม่เก่งในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน มันเห็นตัวเลขง่ายที่สุด เราก็เลยเลือกอาชีพที่อธิบายน้อยที่สุด

 

แล้วด้วยความที่เป็นพลอย เราก็ต้องเลือกนักแสดงที่เราเชื่อว่าเป็น YouTuber ที่คล่อง เพราะมันก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ จะเอานักแสดงทั่วไปมาเล่นเป็น YouTuber บางทีก็ไม่เชื่อ

 

ที่นี่มันอาจเป็นดาบสองคมเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ พลอยได้โชว์ของเต็มไปหมด อย่างคุณดูคลิปเธอไปเที่ยว เธอก็พาคุณไปบันเทิงต่างๆ นานา แต่นี่คือเป็นอีกมุมหนึ่งของตัวละครที่นางมาสวมบทบาท และพี่ก็เชื่อว่านางไม่ใช่ Pigkaploy

 

 

“สุดท้ายหนังก็คือการขายความทรงจำ เขาจำหนังเราได้ แสดงว่าเขาซื้อความทรงจำนั้นไปแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นความทรงจำที่ดีให้กับใครหลายคนได้”

 

การโกหกเพื่อความฝัน กับความรักที่ทำตามหัวใจ ทำไมมะเดี่ยวถึงเลือกที่จะให้สองสิ่งนี้เป็นเป้าประสงค์ที่ตัวละครต้องเป็นคนตัดสินใจ

 

นางก็เลยต้องไปให้ AI ช่วยไง ถ้าเป็นหนังแต่ก่อนก็อาจจะไปเรียกหมอดูมาช่วยดู แต่เดี๋ยวนี้ก็มีบางคนเลือกให้ AI มาช่วยวิเคราะห์หนทางในการตัดสินใจ ทีนี้การตัดสินใจมันตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งมีโอกาสที่จะผิดอยู่พอสมควร แต่ถ้าเราเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ และถ้าเกิดมันมีความคิดขึ้นมา ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปไหม ซึ่งก็ต้องไปดูกันต่อในหนังว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอยู่ในนั้น

 

หนังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งความจริงของสังคม มะเดี่ยวมีวิธีบาลานซ์สองสิ่งนี้อย่างไร 

 

สิ่งที่ทำให้คนดูหันมาสนใจก็คือพล็อตและบิ๊กไอเดีย เอาเข้าจริงถ้าคุณดูตั้งแต่ รักแห่งสยาม (2007) เป็นต้นมา จะพบว่าหนังของเราไม่ได้มีบิ๊กไอเดียอะไรเลย แต่มันคือการมาดูระหว่างทาง ซึ่งระหว่างทางนี่เองที่เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนตกผลึกแล้วกลายเป็นบทที่มีมุมมองรอบด้าน

 

หนังเรื่องนี้เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์อย่างหนึ่งของสังคมด้วยหรือเปล่า

 

คิดว่านะ (หัวเราะ) ยังไม่แน่ใจว่าสังคมจะตอบรับกับหนังอย่างไร แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ ตอนนี้ และมันกำลังจะพูดถึงอนาคตข้างหน้าด้วย บางทีคุณอาจจะพบแง่มุมต่างๆ ที่มันคือชีวิตคุณก็ได้ ซึ่งเรารู้สึกดีทุกครั้งเวลาที่มีคนเดินมาบอกว่า “เคยดูเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วชอบมาก อยู่ในใจ” เราก็ไม่รู้หรอกว่าไปอยู่ในใจด้วยเรื่องอะไร แต่คิดว่ามันคงตอบคำถามในความคิด ในหัวใจ ในสมองของเขาทางใดทางหนึ่ง

 

สุดท้ายหนังก็คือการขายความทรงจำ เขาจำหนังเราได้ แสดงว่าเขาซื้อความทรงจำนั้นไปแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นความทรงจำที่ดีให้กับใครหลายคนได้

 

 

พอพูดถึงความร่วมสมัยในหนังแล้ว มะเดี่ยวมีความเห็นอย่างไรกับการประท้วงเรื่อง AI ที่เกิดขึ้นในฮอลลีวูด

 

จริงๆ มันก็มีในหนัง (หัวเราะ) บางทีดูในหนังอาจจะฮือฮากว่านี้อีกก็ได้ สำหรับเราเรื่องนี้สักวันมันต้องเกิดขึ้น เรารู้ตั้งแต่วันแรกที่คนสร้างตัวละคร 3D ขึ้นมาได้ ถ้าคุณเล่นเกมก็จะพบว่าการไปขอหน้าดารามาใช้เป็นสิ่งที่มีมานานมากแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายว่าจะเกิดขึ้น แต่ถามว่าเป็นธรรมสำหรับนักแสดงไหม มันไม่เป็นธรรมหรอก เว้นแต่จะเอาหน้าเขาไปใช้ในหนังแล้วจ่ายค่าตัวเท่าเดิม แบบนี้อาจจะแฟร์ก็ได้แต่ใครจะยอม

 

เรากำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นโลกศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ถึงกระนั้น จุดอ่อนของ AI คือมันไม่สามารถสร้างสไตล์ใหม่ๆ ได้เหมือนมนุษย์ มันทำได้แค่เรียนรู้จากสิ่งที่มีอยู่ ถ้าไม่มีข้อมูลมันก็เรียนรู้ไม่ได้ แต่ในอนาคตอาจจะทำได้ ซึ่งคนก็ต้องออกมาปกป้องสิทธิ์ รวมถึงรู้จักควบคุมและใช้มันให้เป็น

 

เอาจริงๆ เรื่องการประท้วงนี่ก็น่าสนใจ ไม่รู้ว่าจะลามมาบ้านเราหรือเปล่า แต่คงจะยากเพราะผลประโยชน์มันเยอะมาก และอาจจะต้องต่อรองกันไปอีกนาน

 

มองมาที่ประเทศไทย การเรียกร้องสิทธิของคนทำงานเบื้องหลังมีมาตลอด คำถามคือทำไมถึงไม่สำเร็จสักที

 

มันไม่สำเร็จเพราะว่าเรายังไม่ได้นั่งโต๊ะคุยกัน มันไม่มีวงไหนที่มีทั้งผู้จัด โปรดิวเซอร์ นายทุน นายสถานีทั้งอุตสาหกรรมมานั่งแชร์ว่า ใครได้อะไร ใครเสียอะไร เรามองจากมุมไหนเป็นหลัก อย่างคนทำงานก็จะมองในมุมของคนทำงานว่าค่าแรงน้อย เวลาทำงานไม่เป็นธรรม บางคนได้โอที ทำไมบางคนไม่ได้ สวัสดิภาพในการทำงานอยู่ไหน กฎหมายไหนจะเข้ามาช่วยควบคุมให้คนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ได้รับความเป็นธรรมเหมือนคนทำงานทั่วไป

 

แต่ในมุมของนายทุนก็จะมองว่าอุตสาหกรรมนี้ตลาดมันเล็ก ยังหาเช้ากินค่ำอยู่ กำไรก็เอามาหมุนวนอยู่ในความเสี่ยงที่สูงมาก เรื่องนี้ได้เรื่องหน้าอาจจะเจ๊ง อันนี้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร ซีรีส์ หรืออะไรก็ตามแต่

 

แล้วคอนเทนต์บ้านเราเป็นคอนเทนต์อยู่ในตลาดแคบๆ ยังไม่สามารถเติบโตเหมือนหนังเกาหลี ซึ่งอันนั้นพอเขาเติบโตมีคนทำเรื่องหนึ่งและมีคนซื้อของเขาเยอะในตลาด ก็ไม่แปลกที่เขาจะมีเงินเยอะ แล้วเขาก็สามารถดูแลแรงงานในอุตสาหกรรมได้อย่างเท่าเทียม ผลประโยชน์มันเยอะพอที่จะทำให้คนทำงานสามารถต่อรองได้ ซึ่งปัญหาใหญ่ของบ้านเราคือ วงที่จะต้องมานั่งคุยกันแบบนี้มันไม่เกิดขึ้น 

 

 

หากมองถึงเรื่องการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า มะเดี่ยวคิดว่ามันจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมหนังไทยในอนาคตอย่างไรบ้าง

 

ถ้าเราได้รัฐบาลที่มองเห็นประชาชนเป็นศูนย์กลาง แล้วเข้ามาเพื่อพัฒนาชีวิตของคนให้ดีขึ้นเขาจะมองตรงนี้ แต่อย่างว่ารัฐบาลที่ประชาชนไม่ได้เลือกมาก็อวยแต่นายทุนใหญ่ ซึ่งมันเป็นกิจการที่ประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการนั้น 

 

เอาจริงๆ คุณมองเห็นไหมว่า 9 ปีที่ผ่านมา ทุนใหญ่ ทุนผูกขาด ค่อยๆ เป็นปัญหาที่เติบโตขึ้น และรัฐก็เอื้อต่อทุนใหญ่ เขาไม่เห็นประชาชนตัวเล็กๆ เป็นคนที่เขาจะต้องแคร์ แล้วทุนใหญ่มันก็เติบโตมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและทางกฎหมาย 9 ปีผ่านไปคนอ่อนแอลง ในขณะที่อำนาจนิยมเติบโตขึ้นมากๆ บางทีอาจจะมากกว่ารัฐด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คอยกัดกินพวกเราอย่างช้าๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้องมีรัฐที่แคร์เรา เพราะปัญหาทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกับตัวของประชาชนหรือคนทำหนังเอง ถ้ารัฐบาลที่ดีเข้ามาจะจัดการตรงนี้ได้ 

 

 

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราผ่านมาได้เป็นการทำงานที่หนักและอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นจงภูมิใจกับมันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม”

 

สำหรับมะเดี่ยวในฐานะผู้กำกับ รู้สึกอย่างไรกับ MONDO 

 

ภูมิใจกับมันนะ ทุกเรื่องเลย ไม่ว่าจะดีหรือเลว ถ้าเราไม่ภูมิใจใครจะมาภูมิใจ ไม่ใช่แค่เรื่องหนังออกมาดีไม่ดี ดีไม่ดีมันอยู่ที่สายตาคนอื่นตัดสินด้วย สิ่งเหล่านี้ควบคุมไม่ได้ แต่เราผ่านอะไรกับการสร้างหนังเรื่องหนึ่งมาทั้งฝ่าฟันในเรื่องการเขียนบทให้ดี งบประมาณ นักแสดง ลมฟ้าอากาศ อุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนถึงวันนี้ที่จะส่งมันเข้าโรง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราผ่านมาได้เป็นการทำงานที่หนักและอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นจงภูมิใจกับมันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม 

 

ณ วันนี้ความท้าทายในการเป็นผู้กำกับของมะเดี่ยวคืออะไร

 

คนจะตอบรับเราอย่างไรในโลกที่มันเปลี่ยนไป เราเริ่มทำงานเป็นผู้กำกับครั้งแรกตอนอายุ 22 ปี ตอนนี้ 42 ปี ผ่านมา 2 ทศวรรษคนดูก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทัศนคติของเรากับโลกนี้มันยังไปด้วยกันได้หรือเปล่า ถามว่าถ้าไปตามยุคตามสมัยจุดยืนของเราอยู่ตรงไหน มันก็มีหลายเรื่องที่เราตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกัน แต่เราก็คิดว่าเรามีโอกาสเป็นผู้เล่นในวงการนี้อยู่ 

 

 

ในมุมของคนดู อะไรคือสิ่งสำคัญที่เราจะได้เห็นจากหนังเรื่องนี้

 

เห็นชีวิต เห็นการเติบโตของตัวเอง เข้าไปในโรงหนังรอบนี้ออกมาคุณอาจจะไม่ใช่คนเดิมก็ได้ และหนังมันคุยกับคุณเหมือนที่ผ่านๆ มาด้วยภาษาที่ง่ายและร่วมสมัยมากขึ้น

 

มีอะไรอยากฝากถึงคนที่รอดูหนังอยู่บ้าง

 

ไปดูเถอะครับ ทำมาให้ดู แล้วก็เป็นนิมิตหมายอันดีในการสืบทอดมรดกหนังไทยต่อไป (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหนังไซไฟในไทยอีกแบบหนึ่งที่ไม่เจอกันมานานแล้วก็ได้นะ อยากให้ลองไปดูกัน 

 

หลังจาก MONDO โปรเจกต์ต่อไปของมะเดี่ยวจะมีอะไรให้เราติดตามกันบ้าง

 

มีเพลงประกอบ MONDO และก็มีหนังไซไฟอีกเรื่อง ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไปในปีหน้า

 


 

MONDO มอนโด รัก l โพสต์ l ลบ l ลืม l มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: www.youtube.com/watch?v=V0_CUWzIxdA

 

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ ในวันที่ความรักและเทคโนโลยีหลอมรวมประสบการณ์เป็นหนังเรื่อง MONDO appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมตัวอย่างเต็ม MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ก่อนก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่ฝันใหญ่แค่ไหนก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม 10 ส.ค. นี้ https://thestandard.co/mondo-sci-fi-love-film/ Wed, 19 Jul 2023 09:01:16 +0000 https://thestandard.co/?p=819332 MONDO

ภาพยนตร์สำหรับคนที่หัวใจยังเต้นแรงได้, เจ็บปวดได้, รักไ […]

The post ชมตัวอย่างเต็ม MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ก่อนก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่ฝันใหญ่แค่ไหนก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม 10 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MONDO

ภาพยนตร์สำหรับคนที่หัวใจยังเต้นแรงได้, เจ็บปวดได้, รักได้ และลืมได้

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟ-คอเมดี้ไอเดียเจ๋งจากค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้การกำกับของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ได้ปล่อยตัวอย่างฉบับเต็มให้ผู้ชมได้เตรียมความพร้อม ก่อนพาทุกคนก้าวเข้าสู่โลกไร้ข้อจำกัด โลกใหม่ที่ฝันใหญ่แค่ไหนก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม 10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ ยี่หวา (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) ยูทูเบอร์สาวชื่อดัง เจ้าของช่องแนวท่องเที่ยวในชื่อ ‘โสดไปไหน’ ที่กำลังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างล้นหลาม แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ ดอม (เกรท-สพล อัศวมั่นคง) แฟนหนุ่มที่เธอแอบคบอย่างลับๆ เพื่อรักษาฐานแฟนคลับ ได้ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน

 

ในระหว่างนั้นเอง ยี่หวาก็ได้มาพบกับ หวัง (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) เพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สุดอัจฉริยะอย่าง ‘เม-บอต’ (May-Bot) ที่สามารถหาทางออกให้กับทุกปัญหาได้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจ รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่โลกเสมือนใน มอนโด (Mondo) ยี่หวาจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ที่มีอนาคตทั้งเรื่องการงานและความรักเป็นเดิมพัน

 

 

นอกจากชื่อของผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ภาพยนตร์ยังคับคั่งด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ที่จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกเสมือนจริง นำโดย พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร จาก สุขสันต์วันโสด (Low Season) (2563), เกรท-สพล อัศวมั่นคง จาก แสงกระสือ (2562), มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร จาก วอน (เธอ) (2563), พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล จาก รักแห่งสยาม (2550), ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ จาก อุโมงค์ผาเมือง (2554), แอนนา ชวนชื่น จาก หลุด 4 หลุด (2554) และ เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ จาก สยามสแควร์ (2560)

 

 

โดยผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “แรงบันดาลใจเรื่องนี้ก็มาจากที่ทุกวันนี้เราใช้โซเชียลมีเดียกันเยอะขึ้น มีการใช้ AI แอปพลิเคชันต่างๆ ที่มันช่วยเราทำงานหลายๆ เรื่องได้มากขึ้น ก็เลยจินตนาการว่าในอนาคตมันจะช่วยเราตัดสินใจในการดำเนินชีวิตที่เป็นชีวิตจริงๆ ได้ไหม คือโลกมันเปลี่ยนไปเยอะมาก โดยเฉพาะโลกที่เราเข้าไปในโซเชียลมีเดีย ทุกคนเชื่อมโยงไปกับมัน ยึดมันเป็นสรณะ ก็เลยอยากจะเล่ามุมมองของเราที่มีต่อมนุษย์ที่เปลี่ยนไปตามวิถีของสังคม ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป ตัวเราที่เปลี่ยนไป เราถูกขับเคลื่อนด้วยตัวเลขสถิติ ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้ว่ามันทำให้เราเป็นคนแบบนี้ และมันกำลังจะพาเราไปทางไหน

 

“เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ ผสมความเป็นไซไฟด้วย คือภาพยนตร์มันจะเล่าเป็นคู่ขนานกันไป ชีวิตที่ต้องถูกไดรฟ์ด้วยอัลกอริทึมต่างๆ กับชีวิตคนจริงๆ ที่อยู่ด้วยกันเขาสำคัญกับคุณไหม บางทีมันถูกหลงลืมไปว่ามนุษย์มีข้อบกพร่องกันทุกคน เมื่อก่อนเรารักกันโดยมองข้ามความบกพร่องของกันและกันได้ แต่ทุกวันนี้เราแทบจะมองหาแต่สิ่งที่ดีขึ้น และพยายามทำให้คนที่ไม่สมบูรณ์แก้ไขให้เป็นอย่างที่เราต้องการ นี่แหละตลกร้าย มันก็จะสะท้อนให้ตัวนางเอกกับตัวเราเห็นกันและกัน”

 

รับชมตัวอย่างฉบับเต็มได้ที่: 

 

The post ชมตัวอย่างเต็ม MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ก่อนก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่ฝันใหญ่แค่ไหนก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม 10 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลอย พลอยไพลิน, มีน พีรวิชญ์, เกรท สพล จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกเสมือนใน MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม 10 ส.ค. นี้ https://thestandard.co/mondo/ Fri, 14 Jul 2023 13:12:07 +0000 https://thestandard.co/?p=817380 MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟไอเดี […]

The post พลอย พลอยไพลิน, มีน พีรวิชญ์, เกรท สพล จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกเสมือนใน MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม 10 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟไอเดียเจ๋งจากค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้การกำกับของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จาก รักแห่งสยาม (2550) ที่หยิบนำปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะและโลกเสมือนจริงมาร้อยเรียงเข้ากับเรื่องราวความสัมพันธ์ โดยภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉาย 10 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ ยี่หวา (พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) ยูทูเบอร์สาวชื่อดังเจ้าของช่องแนวท่องเที่ยวในชื่อ ‘โสดไปไหน’ ที่กำลังได้กระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างเนืองแน่น แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ ดอม (เกรท-สพล อัศวมั่นคง) แฟนหนุ่มที่เธอแอบคบอย่างลับๆ เพื่อรักษาฐานแฟนคลับ ได้ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

ในระหว่างนั้นเองยี่หวาก็ได้มาพบกับ หวัง (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) เพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจากการพัฒนาแอปพลิเคชันสุดอัจฉริยะอย่าง ‘เม-บอต’ (May-Bot) ที่สามารถหาทางออกให้กับทุกปัญหาได้ไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจ รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่โลกเสมือนใน มอนโด (Mondo) ยี่หวาจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่มีอนาคตทั้งเรื่องการงานและความรักเป็นเดิมพัน

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

นอกจากชื่อของผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ภาพยนตร์ยังคับคั่งด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า ที่จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกเสมือนจริง นำโดย พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร จาก สุขสันต์วันโสด (Low Season) (2563), เกรท-สพล อัศวมั่นคง จาก แสงกระสือ (2562), มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร จาก วอน (เธอ) (2563), พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล จาก รักแห่งสยาม (2550), ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ จาก อุโมงค์ผาเมือง (2554), แอนนา ชวนชื่น จาก หลุด 4 หลุด (2554) และ เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ จาก สยามสแควร์ (2560)

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

ด้านผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ได้บอกเล่ารายละเอียดของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “Mondo (มอนโด) เป็นศัพท์ภาษาอิตาเลียนแปลว่า ‘โลก’ ภาพยนตร์เรื่องนี้พูดถึงโลก มันมีทั้งโลกจริง โลกเสมือน โลกจริงของเรา โลกเสมือนคนอื่น โลกเสมือนของเรา โลกจริงของคนอื่น มันมารวมกันหมดเลย ก็เลยกลายเป็นชื่อนี้ขึ้นมา

 

“เม-บอต ก็คือผลิตภัณฑ์หนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้เรารู้จัก Chat GPT หรือ BAS-AI เราก็จะคุ้นชินกับการที่มนุษย์เราจะต้องมีบอตมานำเสนอ เราสัมผัสกับมันอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเราไม่รู้ตัว เราไม่รู้มันทำอะไรกับเรา เราอยู่เฉยๆ มันก็มายุ่งกับเราแล้ว แล้วเม-บอตตัวนี้สามารถรู้เกี่ยวกับตัวเราหลายๆ อย่าง แล้วมันก็สามารถสร้างโลกที่เราอยากจะอยู่ อยากจะเป็นได้ งั้นเรามาลองเล่าเรื่องนี้กันดูและจินตนาการให้มันบรรเจิดไปอีก ถ้ามันพาเราไปไกลกว่าที่เรารู้ เรื่องราวมันจะเป็นยังไง

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

“มันเป็นรักในสมัยนี้ละกัน เราทุกคนก็อยู่ในยุคสมัยที่ถ้าเราแบบสมมติเลิกกับคนนี้ไปแล้วเราอาจจะเจอคนใหม่ภายในวันสองวันนี้ก็ได้ เพราะเราสามารถเจอกันได้ง่ายขนาดนั้น อย่างตอน รักแห่งสยาม มันก็เป็นครอบครัวในมุมของเด็กวัยรุ่นมองเห็นครอบครัว แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ตัวละครทุกคนโตแล้ว มันก็จะเป็นผู้ใหญ่เหมือนๆ กันหมด ก็จะคิดไม่เหมือนกัน ทำอะไรไม่เหมือนกัน แต่ครอบครัวก็คือโลกโลกหนึ่งที่รวมผู้คนหลากหลายเอาไว้ มันก็เป็นภาพยนตร์โรแมนติกนะ แต่ก็จะมีความไซไฟเข้ามา มันเป็นไซไฟที่เราสัมผัสได้ เราสัมผัสกับมันอยู่แล้วแค่เราไม่รู้ตัว มันรู้จักเรามากกว่าที่เราคิดอีก มันรู้ว่ามนุษย์ตัดสินใจด้วยอารมณ์ใช่ไหม มันก็เลยตอบสนองคำถามของเราให้เป็นอย่างที่เราอยากได้ยิน ได้ฟัง และเพื่อที่จะไกด์ให้เลือกไปในทางที่มันจะเลือกให้ แล้วมันก็นำไปสู่อะไรหลายๆ อย่าง”

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่:

 

The post พลอย พลอยไพลิน, มีน พีรวิชญ์, เกรท สพล จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกเสมือนใน MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม 10 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม หนังรักไซไฟจาก มะเดี่ยว ชูเกียรติ ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ในวันที่ ‘เทคโนโลยีคือวิถีชีวิต’ https://thestandard.co/mondo-sci-fi-love-film-from-chookiat-sakweerakul/ Thu, 15 Jun 2023 12:58:30 +0000 https://thestandard.co/?p=804162 MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

ผู้กำกับมากความสามารถ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล […]

The post MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม หนังรักไซไฟจาก มะเดี่ยว ชูเกียรติ ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ในวันที่ ‘เทคโนโลยีคือวิถีชีวิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

ผู้กำกับมากความสามารถ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กลับมาอีกครั้ง พร้อมจับมือกับสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเรื่องใหม่อย่าง MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานระหว่างความโรแมนติก คอเมดี้ และไซไฟ ไว้ในเรื่องเดียวกัน โดยล่าสุดทางสหมงคลฟิล์มได้เผยโปสเตอร์ของภาพยนตร์ พร้อมกับประกาศวันฉายอย่างเป็นทางการ 10 สิงหาคมนี้ 

 

สำหรับ MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ และความสำเร็จ ของคนหนุ่มสาวในวัยทำงาน ซึ่งต่างเชื่อมโยงและส่งผลให้พวกเขาต้องก้าวผ่านเข้าไปในโลกที่เทคโนโลยีคือวิถีชีวิต และปัญญาประดิษฐ์คือโลกเสมือน ทว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้า ความรักก็ยังคงเป็นสิ่งหนึ่งที่ยากจะลบเลือนไปจากหัวใจ

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

นอกจากพล็อตเรื่องที่น่าติดตามแล้ว ภาพยนตร์ยังได้นักแสดงที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่าง พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร จาก Low Season สุขสันต์วันโสด, เกรท-สพล อัศวมั่นคง จาก แสงกระสือ และ มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร จาก วอน (เธอ) มาร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวความแปลกใหม่ที่ผู้ชมจะไม่มีวันลืมในครั้งนี้

 

พร้อมกับนักแสดงมากฝีมือที่จะทำให้โลกของความรักและเทคโนโลยีเต็มไปด้วยชีวิตชีวามากขึ้นอย่าง พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล จาก รักแห่งสยาม, ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ จาก อุโมงค์ผาเมือง และ แอนนา ชวนชื่น จาก หลุด 4 หลุด 

 

MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม

 

ภาพ: สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

The post MONDO รัก | โพสต์ | ลบ | ลืม หนังรักไซไฟจาก มะเดี่ยว ชูเกียรติ ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ในวันที่ ‘เทคโนโลยีคือวิถีชีวิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“หนังมีสิทธิ์ที่จะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเท่ากัน” มะเดี่ยว ชูเกียรติ ร่วมแสดงจุดยืน #แบนสุพรรณหงส์ https://thestandard.co/madeaw-chookiat-expressed-his-stance/ Thu, 30 Mar 2023 12:41:40 +0000 https://thestandard.co/?p=771030 มะเดี่ยว ชูเกียรติ แบนสุพรรณหงส์

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีข […]

The post “หนังมีสิทธิ์ที่จะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเท่ากัน” มะเดี่ยว ชูเกียรติ ร่วมแสดงจุดยืน #แบนสุพรรณหงส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะเดี่ยว ชูเกียรติ แบนสุพรรณหงส์

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีของเวทีประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ กับกติกาการคัดเลือกภาพยนตร์ไทยเพื่อเข้าชิงรางวัล ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมกับภาพยนตร์อิสระ และะส่งผลให้ผู้กำกับและทีมงานเบื้องหลังภาพยนตร์ไทยหลายคนออกมาร่วมติดแฮชแท็ก #แบนสุพรรณหงส์ และประกาศถอนตัวจากการถูกรับเลือกให้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้ทางสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติแก้ไขกติกาดังกล่าว 

 

ล่าสุด มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เจ้าของผลงานอย่าง รักแห่งสยาม (2550) เป็นอีกหนึ่งบุคคลในวงการภาพยนตร์ไทยที่ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อกรณีที่เกิดขึ้นเช่นกัน 

 

โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ได้กล่าวถึงคุณค่าของการมอบรางวัลให้กับทีมงานไว้ว่า ภาพยนตร์คืองานศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นจากความตั้งใจของทีมงานหลายตำแหน่ง และรางวัลที่ทรงเกียรติคือการมอบให้เพื่อสรรเสริญความตั้งใจทุ่มเทของคนและผลงานของเขา ดังนั้นแล้วไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่ ภาพยนตร์ทุกเรื่องล้วนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเท่าเทียมกัน

 

พร้อมกล่าวเสริมว่า รางวัลสุพรรณหงส์กำลังเดินไปสู่ทิศทางที่ตรงกันข้ามต่อการให้คุณค่าอื่นๆ ของภาพยนตร์ รวมถึงเพิกเฉยต่อคนทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว ตนเองจึงขอร่วมการ #แบนสุพรรณหงส์ จนกว่าทางสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติจะเห็นคุณค่าของคนทำงาน และเลิกเอื้อประโยชน์ต่อคนไม่กี่กลุ่มจนลืมไปว่าวงการไม่ได้ขับเคลื่อนไปด้วยเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว

 

สำหรับข้อความฉบับเต็มของมะเดี่ยว ชูเกียรติ ระบุว่า 

 

“รางวัลที่ทรงเกียรติคือการมอบให้เพื่อสรรเสริญความตั้งใจทุ่มเทของคนและผลงานของเขา ภาพยนตร์คือศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้ความวิริยะอุตสาหะของคนหลายตำแหน่ง และเราเชื่อว่าไม่ว่าเม็ดเงินในการสร้างมากหรือน้อย หนังจะมีคนดูนับแสนเก็บเงินได้ร้อยล้าน หรือมีคนดูเพียงหยิบมือ มันมีสิทธิ์ที่จะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเท่ากัน 

 

“ภาพยนตร์เป็นทั้งสื่อสารมวลชน เป็นศิลปะ เป็นวิทยาศาสตร์ และเป็นอุตสาหกรรม ตลอดทั้งอายุขัยของหนังไทยที่เข้าโรงถูกประเมินค่าด้วยมูลค่าทางอุตสาหกรรมมาตลอดอยู่แล้ว เวทีสุพรรณหงส์กำลังเดินไปสู่ทิศทางที่ตรงกันข้ามต่อการให้คุณค่าอื่นๆ ของภาพยนตร์

 

“ที่ผ่านมาคนทำงานเบื้องหลังจำนวนมากที่ควรจะได้ประกาศตัวตนของเขาและเธอผ่านเวทีแห่งนี้ก็ถูกลิดรอนแสงไฟที่จะสาดส่องและปิดเสียงที่พวกเขาควรจะได้รับการมองเห็นและได้ยิน เพราะที่ตรงนั้นยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังของวงการที่จะได้เดินไปสู่จุดที่ผู้คนมองเห็นและให้ความสำคัญ โดยไม่ต้องเป็นดารา เป็นผู้กำกับ หรือเป็นนายทุน รางวัลสุพรรณหงส์ได้เพิกเฉยต่อคนทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว 

 

“ด้วยกฎใหม่จากสมาพันธ์ฯ ที่จำกัดสิทธิ์ภาพยนตร์อิสระออกจากเวทีการประกวด เป็นการตอกย้ำการไม่เห็นคุณค่าของ #คนทำหนัง และ #คุณค่าของศิลปะภาพยนตร์ อย่างเท่าเทียม เราจึงไม่คิดว่ารางวัลนี้จะสง่างามพอที่จะให้คุณค่าเช่นกัน

 

“จึงขอเป็นกำลังใจแก่คนทำหนังและร่วมการ #แบนสุพรรณหงส์ จนกว่าคณะทำงานของสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติจะเห็นคุณค่าของคนทำงาน และเลิกเอื้อประโยชน์ต่อคนไม่กี่กลุ่มจนลืมไปว่าวงการไม่ได้ขับเคลื่อนไปด้วยเม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคนทำงานอีกมากมายที่ขับเคลื่อนวงการนี้ด้วยความฝัน ด้วยหยาดเหงื่อ ด้วยจิตวิญญาณ และกระทั่งด้วยชีวิต

 

“ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ 

 

“มะเดี่ยว”

 

อ้างอิง:

https://www.facebook.com/Chookiat.Sakveerakul/posts/pfbid0fgdRZbB4rr428EarMwp1CCjEdfkGiVBVprhBdpD8xFjKgZWvMVWHLpNAXGRBehHMl

The post “หนังมีสิทธิ์ที่จะได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเท่ากัน” มะเดี่ยว ชูเกียรติ ร่วมแสดงจุดยืน #แบนสุพรรณหงส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอชม ตาคลี เจเนซิส หนังไซไฟเรื่องใหม่จากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ วางกำหนดฉายปลายปีนี้ https://thestandard.co/madeaw-chookiat-taklee-genesis/ Wed, 15 Mar 2023 01:50:19 +0000 https://thestandard.co/?p=762994 ตาคลี เจเนซิส

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2565 ค่ายภาพยนตร์ เนรมิตรหนัง ฟิ […]

The post รอชม ตาคลี เจเนซิส หนังไซไฟเรื่องใหม่จากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ วางกำหนดฉายปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตาคลี เจเนซิส

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2565 ค่ายภาพยนตร์ เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง 4KINGS (2564) ได้แง้มถึงโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่จะได้ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จาก รักแห่งสยาม (2550) มานั่งแท่นผู้กำกับ และดูแลการผลิตโดย Studio Commuan

 

ล่าสุดทางเพจ Godzilla : The Legend of King ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ดังกล่าวในชื่อว่า ตาคลี เจเนซิส (Taklee Genesis) ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวไซไฟ และมีกำหนดเข้าฉายให้คอภาพยนตร์ได้ติดตามในช่วงปลายปีนี้ 

 

ด้านรายชื่อนักแสดงนำที่เปิดเผยออกมาในตอนนี้ ประกอบด้วย พอลล่า เทเลอร์ จาก บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) (2553), ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล จาก 30 กำลังแจ๋ว (2554), วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ จาก Love Mechanics กลรักรุ่นพี่ (2563), นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน จาก Cracked ภาพหวาด (2565) และ เจนจิรา พงพัศ จาก ลุงบุญมีระลึกชาติ (2553) 

 

 

อ้างอิง:

The post รอชม ตาคลี เจเนซิส หนังไซไฟเรื่องใหม่จากผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ วางกำหนดฉายปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หยาดเหงื่อ เวลา ค่าตอบแทน คุยกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ เพื่อขยายภาพ ‘การมีชีวิตอยู่’ ของคนบนโลกโปรดักชัน https://thestandard.co/madeaw-chookiat-the-interview/ Wed, 08 Feb 2023 06:33:05 +0000 https://thestandard.co/?p=747470 มะเดี่ยว ชูเกียรติ

จากจุดเริ่มต้นของมุกประชาสัมพันธ์ค่าตัวนักแสดงในภาพยนตร […]

The post หยาดเหงื่อ เวลา ค่าตอบแทน คุยกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ เพื่อขยายภาพ ‘การมีชีวิตอยู่’ ของคนบนโลกโปรดักชัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะเดี่ยว ชูเกียรติ

จากจุดเริ่มต้นของมุกประชาสัมพันธ์ค่าตัวนักแสดงในภาพยนตร์ ส่งผลให้ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่วันนี้เป็นทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์ ที่เติบโตอยู่ในวงการมายาวนาน ผ่านผลงานกำกับ เช่น คน ผี ปีศาจ, 13 เกมสยอง, รักแห่งสยาม ฯลฯ ต้องออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ตลอดจนสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างภายในระบบกองถ่าย 

 

THE STANDARD POP ชวนมะเดี่ยวพูดคุยถึงประเด็นที่เกิดขึ้นกับคนทำงานเบื้องหลังอีกครั้งอย่างลึกขึ้น เพื่อหวังว่าประสบการณ์ตรงที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริงจะเป็นแว่นขยายให้ ‘บางสิ่งบางอย่าง’ ถูกมองเห็น สะกิดใจ ไปจนถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ขึ้นในอนาคต 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ต้นทุน เวลา คุณค่าของคนทำงาน ‘สเตตัสในวันนั้น’ เพื่อสะท้อนความเป็นจริงเบื้องหลังกองถ่าย 

 

นักแสดงเป็นตำแหน่งที่อยู่เบื้องหน้า เป็นจุดขายที่ได้รับความสำคัญอันดับต้น จนนายทุนมองว่าสามารถดึงดูดกลุ่มผู้รับชมมาได้ ขณะที่คนฝ่ายโปรดักชันต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก มะเดี่ยวจึงอยากสร้างบทสนทนาเชิงวิพากษ์ที่คนกองจะรู้สึกภาคภูมิใจกับการดูแลคนทำงานด้วยกันให้มีชีวิตที่ดีขึ้น 

 

 

“สายงานนี้มันคล้ายๆ กับการสร้างบ้านนี่แหละ แต่ว่าสิ่งที่เราทำมันคือเหตุการณ์ มันคือโลกจำลอง มันไม่ได้เป็นวัตถุสิ่งของ ถ้าถามว่าลงทุนพอๆ กันไหม ใช่ เราลงทุนเยอะกว่าอีกในบางครั้ง”

 

มะเดี่ยวมองว่าคนทำงานฝ่ายโปรดักชันนั้นถูกเหลียวแลเพียงน้อยนิด หลายคนทำงานเกินขอบเขตที่กำหนดไว้จนล่วงเลยตาราง แลกมากับความเสี่ยงทางสุขภาพและจิตใจ รวมถึงความเสียหายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานค่อนข้างมาก

 

ยังไม่นับถึงแง่มุมการรองรับอภิสิทธิ์ ‘ดารา’ และผู้ติดตามส่วนตัว กลุ่มคนที่อยู่เหนือห่วงโซ่ในวงการนี้ ทีมงานหลายคนต้องคอยรองรับอารมณ์หรือความต้องการของพวกเขาอยู่เสมอ ซึ่งจุดนี้มะเดี่ยวรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำงานหนักอยู่แล้ว เขาเล่าถึงแม้กระทั่งการออกกองเกินกำหนดจนผ่านพ้น 24 ชั่วโมง จากการที่คิวนักแสดงไม่เอื้ออำนวยเพราะอีกฝ่ายไปรับคิวอื่นมาแทนที่ ขณะที่ทีมงานบางคนต้องร่วมกระโจนการทำงานแสนเหนื่อยล้านี้ หากแต่ไม่ได้รับแม้กระทั่งค่า OT 

 

ภาพ: Chookiat Sakveerakul / Facebook

 

“คนทำงานกองไม่ได้มาบอกว่า กูอยากได้ค่าตัวเท่าดารา อะไรเลยนะ เพียงแต่ว่าสเกลค่าตัวคนในโปรดักชันมันโตช้า มันไม่มีสวัสดิภาพที่จะรับประกันว่าเขาจะไม่เอาอะไรมาแลกกับมัน เช่น สุขภาพหรือความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานมากชั่วโมงเกินไป”

 

เมื่อพูดถึงค่าตอบแทนของเหล่าดารา ที่ขณะนี้กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันในโลกออนไลน์ มะเดี่ยวชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ควรจะสนใจแล้ว เขามองว่าปัญหารายได้ของฝ่ายทำงานโปรดักชันนั้นเรื้อรังมานานมาก และยังคงเข้าใจได้ว่าเหล่าดาราก็มีราคาของพวกเขาที่ทางเบื้องหลังต้องจ่าย เพียงแค่ต้องมีระบบการประกันสังคมมารองรับเป็นหลักประกันให้คนทำงาน มีกฎหมายควบคุมแรงงานในวงการโปรดักชันให้เหมาะสม เอื้อให้ทุกคนได้ทำงานและรับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม ตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่ทีมงานหลายคนได้สูญเสียไป ไม่ว่าจะเป็นเวลาชีวิต หรือสุขภาพร่างกาย

 

การลงทุนก็เป็นอีกสิ่งในฐานะผู้กำกับที่มะเดี่ยวเล็งเห็นถึงจุดที่ควรนำไปใช้กับด้านความคิดสร้างสรรค์ โปรดักชันเสียมากกว่า เนื่องจากต้นทุนโปรดักชันส่วนใหญ่ของภาพยนตร์ไทยหรือละครหลายสิบเปอร์เซ็นต์กลับนำเอาไปลงกับค่าตัวดารา จนลืมเลือนขั้นตอนการเขียนบท ระยะเวลา คนเขียนบทระดับน้ำดี รวมถึงเรื่องเวลาถ่ายทำ งบประมาณน้อยนิดจนกระเบียดกระเสียรส่วนอื่นๆ น้ำเสียงของเขามีความเหนื่อยล้าเจือปนเล็กน้อยยามเอ่ยถึงจุดอ่อนด้านนี้

 

ภาพ: Chookiat Sakveerakul / Facebook

 

ผนวกกับมีคอมเมนต์ของผู้ใช้บัญชีรายหนึ่งในเฟซบุ๊กที่ได้แวะไปร่วมแสดงความคิดเห็นภายในโพสต์ต้นทางของมะเดี่ยวว่า “กองถ่ายคือสถานการณ์ปิดตายที่จำลองโลกของชนชั้นวรรณะได้แบบชัดเจนที่สุด” ซึ่งเรามองว่าเป็นวลีที่เสียดสีคนในวงการนี้ได้อย่างสมจริงมาก มะเดี่ยวได้ให้คำตอบกับประโยคต้นทางไว้ว่า

 

“จริงๆ มันก็เหมือนบริษัทหนึ่งแหละ มีลำดับขั้นของงานละกัน แต่บริษัทนี้มันเคลื่อนที่ไปถ่ายหนังไง ถามว่ามันเห็นได้ชัดขนาดนั้นไหม ผมว่าชัดก็ชัดแหละ อย่างที่อยู่ของผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ดารา อะไรอย่างนี้ ก็จะมีที่อยู่ในสัดส่วนของเขา

 

“เราก็ไม่รู้นะว่ากองคนอื่นเป็นยังไง แต่ว่ามันก็เคยมีการได้ยิน ไม่มีโค้ก ไม่มีน้ำหวาน ไม่มีขนมให้เอ็กซ์ตร้า อันนี้เราก็ว่ามันเกินไปหน่อย ไม่มีโต๊ะให้กินข้าว อันนี้จะเห็นค่อนข้างชัด บางทีกองไปไหนมีโต๊ะให้กินข้าวอยู่ไม่กี่โต๊ะ นอกนั้นไปนั่งกันอยู่ตามพื้นหญ้า พุ่มไม้ นั่งกลางดินกินกลางทราย คือทำกันมานานแล้ว แต่หลังๆ ก็ดีขึ้น เห็นคอมเพลนในโซเชียลมีเดียกันเยอะ 

 

“หลังๆ ผมไปกองก็เห็นว่ามีโต๊ะ พยายามนั่งๆ กันให้ได้มากที่สุด คือเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางกองปฏิบัติต่อกันอย่างไม่เท่าเทียมจริงๆ อันนี้เราคิดว่ามันจะค่อยๆ หมดลงไปมั้ง ถ้าเกิดพูดกันเยอะๆ ก็จะแสดงความคิดเห็นกันและสะท้อนไปยังบรรดาผู้บริหารให้เขารู้ว่ามีการปฏิบัติกับมนุษย์แบบนี้” 

 

ภาพ: Chookiat Sakveerakul / Facebook

 

นอกจากปัญหาค่าเหนื่อยของทีมงานในกองถ่าย มะเดี่ยวยังมองว่าปัญหาในวงการนี้ค่อนข้างควบคุมผลลัพธ์ของมันได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนักแสดง หรือโปรดักชันก็ตาม การพูดถึงความเป็นธรรมในการทำงานค่อนข้างยาก เนื่องจากความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทุกอย่างส่วนใหญ่ถูกนายทุนกุมบังเหียนอยู่มากโข งานบางชิ้นจึงอาจไปไม่ถึงมือคนดู หรือแม้กระทั่งคนเขียนบทบางคนอาจจะเป็นเพชรในตม มะเดี่ยวยังคงยืนยันจุดเดิมว่าความยุติธรรมที่สำคัญที่สุด คือการกำหนดเวลาของการทำงาน และคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานที่เท่าเทียมกันในทุกๆ ฝ่าย

 

“ถ้าเขามีความมั่นคงทั้งการเงินและความเป็นอยู่ เขาก็สามารถครีเอตงานที่มันสบายใจได้ อย่างที่บอกงานที่เราทำมันต้องใช้อารมณ์ ต้องใช้บรรยากาศในการทำ ถ้าคุณกังวลว่าเดือนหน้ากูจะมีอะไรกินหรือเปล่าวะ กูเลยรับไป 4 เรื่อง แล้วก็ต้องไปวิ่งรอบสับรางกัน งานมันก็สับๆ ไม่มีคุณภาพ จริงไหมล่ะ”

 

มุมมองนี้ได้ถูกแลกเปลี่ยนจากมะเดี่ยว เมื่อเราถามถึงระบบจ้างงานที่ไม่มั่นคง ซึ่งอาจส่งผลกับการทำงานสร้างสรรค์จนออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเขาได้ตอบกลับมาว่า ตนเองโชคดีที่เจอคนที่ตั้งใจทำงานโดยตลอด ไม่เคยมีใครลดประสิทธิภาพในการทำงานของตัวเอง แต่กลับถูกใช้งาน รีดเค้นพลังของพวกเขาไปจนหมดสิ้น มะเดี่ยวย้ำกับเราอย่างหนักแน่นมากว่า สิ่งตอบแทนหยาดเหงื่อคือใจความหลักของทุกอย่าง คนจะสามารถดำรงอยู่ได้ ที่ไม่ใช่การอยู่เป็น เพราะพออยู่ได้แล้วชีวิตคนทำงานจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

 

 

พอได้คุยกับมะเดี่ยวเรื่อยๆ เราจึงอยากรู้ถึงปัญหาชอกช้ำการทำงานหนักที่ส่งผลต่อตัวเขา มะเดี่ยวตอบว่า ยิ่งชั่วโมงการทำงานเยอะความกดดันก็ยิ่งสูง สมมติเขามีคิวถ่ายทำที่ต่างจังหวัด แล้วดารามีคิวจำกัด เขาจำเป็นต้องถ่ายซีนเหล่านั้นให้จบ จนขอบเขตการทำงานล่วงเลยเกินเวลา แทบไม่ได้นอน บางครั้งทีมงานเองก็ท้อแท้และเสียสุขภาพไป เขาบอกว่าตัวเองยังหลุดพ้นจุดนี้ไปไม่ได้จึงต้องลุกขึ้นมาพูด

 

“ประสบการณ์ตรงของการทำงานเยอะๆ อย่างแฟนเราเขาก็เสียตอนเขาอายุ 31 เป็นตากล้อง ทำกันไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ออกกองอยู่ 20 วัน ตื่นเช้า นอนเที่ยงคืน ตีห้าหกโมงลุกมาทำละ เรี่ยวแรงมันมีอะ มันไหว มันก็ได้ค่าตอบแทนที่ค่อนข้างโอเคนะ แต่เห็นไหมสิ่งที่ได้รับกลับมามันไม่คุ้ม มันไม่คุ้มเลย มันเอาทุกอย่างกลับคืนมาไม่ได้ แล้วมันก็เปลี่ยนชีวิตเราเลยนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าไม่เกิดสิ่งนี้ขึ้น เราอาจจะมองโลกนี้ มองวงการนี้อีกแบบหนึ่ง”

 

ว่าด้วยการสูญเสียคนรักไปจากภาระงานอันหนักหน่วง แง่มุมด้านนี้มะเดี่ยวได้เคยพูดตามสื่อมาแล้วหลายแห่ง เขายอมรับว่าตอนนั้นคือช่วงเวลาที่ต้องกอบโกยตามวัยที่ยังมีเรี่ยวแรงและพลัง แต่ก็ต้องนำไปจ่ายให้หมอหมด จนกระทั่งมีบทเรียนให้มะเดี่ยวได้เรียนรู้ว่าบางอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย และบางทีมันแพงจนเขาซื้อคืนกลับมาไม่ได้ หรือซื้อคืนกลับมาได้ด้วย 

 

“ไม่อยากให้คนอื่นต้องเจออะไรแบบเรา ต้องเจออะไรแบบนี้เหมือนเรา ถ้ามันมีอะไรบางอย่างที่จะช่วยไม่ให้ใครต้องมาเกิดการสูญเสียแบบนี้ได้ ก็ทำให้มันเกิดขึ้นเถอะ วงการเรามันจะได้เฮลตี้กับคนที่เข้ามาแล้วก็จะรันวงการนี้กันต่อไป เพราะบางทีคนเก่งๆ คนที่เขาแบบว่ามีความสามารถ แต่เขาเจอการทำงานแบบนี้ก็ไม่ไหวไง เขาก็หนีไปทำอย่างอื่น เป็นคุณครู ไปทำยูทูบ ที่เขาควบคุมการทำงานของตัวเองได้ เขาก็ไปทำ แล้วพอมันไม่มีคนเก่งๆ มาต่อยอด ไม่ใช่ว่าคนที่ทำอยู่ไม่เก่ง แต่คนเก่งมันอาจจะตายก่อนวันอันควรก็ได้ไงใครจะรู้ 

 

“มาคุยกันว่าเราจะมีชีวิตกันอยู่ต่อไปได้อย่างสุขภาพแข็งแรงดี แล้วก็มีค่าตอบแทนที่มั่นคง แล้วก็คนรุ่นหลังๆ เขาเห็นว่าอาชีพการงานนี้มันดูไม่สิ้นหวัง มันดูไม่ใช้เขาจนเยินแล้วโยนทิ้งอะไรแบบนี้ เขาถึงจะเดินก้าวเข้ามาได้ ใครที่จะเป็นตัวกลางที่จะทำให้การพูดคุยนี้เกิดขึ้นได้ก็ยินดีนะ รอวันที่เราจะได้นั่งคุยกันแล้วหาทางออกร่วมกัน”

 

ภาพ: Chookiat Sakveerakul / Facebook

 

“เราไม่อยากให้ใครล้มหายตายจากไปก่อนเวลาอันควรจริงๆ หลังจากแฟนตายไป ทีมอาร์ตคู่ใจก็ตายตามไปอีกคน มันจึงเป็นเรื่องที่เจ็บปวด เราอยู่ในวงการนี้พร้อมกับการล้มหายตายจากของคนที่เรารักและคนที่เป็นกัลยาณมิตรไปหลายคนมากๆ”

 

มะเดี่ยวยังเชื่อว่าที่คนในแวดวงนี้เลือกทำอาชีพนี้เพราะความรักที่แท้จริง ใครก็ตามที่อยู่ด้วยกันมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะมีใจให้วงการนี้ หลายคนยอมอดทนและทำงานนี้ เพราะนี่เป็นอาหารทางจิตวิญญาณของพวกเขา

 

“เรานับถือ เรารัก เราศรัทธาในอุดมการณ์นี้ของทุกคนมากเลย ที่เหนื่อยและทำมันมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ก็ทำกันต่อไปครับ และช่วยกันออกมาพูดอย่างสร้างสรรค์ มาเปิดบทสนทนาแลกเปลี่ยนในเรื่อง เช่น เราอยากเห็นชีวิตอนาคตข้างหน้าของเราเป็นอย่างไร อยากเห็นน้องๆ ที่เข้ามาในวงการเติบโตไปแบบไหน ร่วมกันส่งเสียงไปให้ถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ให้รู้ว่าพวกเราอยากทำงานสายนี้อยู่ เพียงแต่ว่าเราอยากให้อนาคตดีๆ มันเกิดขึ้นไปด้วยกัน อยากให้ออกมาพูดกันแบบสร้างสรรค์ เราเชื่อว่าการนั่งคุยกันด้วยเหตุด้วยผลมันจะสามารถทำให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนไปได้ มันเป็นการหันหลังให้กันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

The post หยาดเหงื่อ เวลา ค่าตอบแทน คุยกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ เพื่อขยายภาพ ‘การมีชีวิตอยู่’ ของคนบนโลกโปรดักชัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะเดี่ยว ชูเกียรติ โพสต์แสดงความเห็นต่อประเด็นความไม่เสมอภาคและสวัสดิภาพชีวิตคนทำงานหลังกองถ่าย https://thestandard.co/madeaw-chookiat-opinion-inequality/ Mon, 30 Jan 2023 09:01:57 +0000 https://thestandard.co/?p=743660

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนออกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลา […]

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ โพสต์แสดงความเห็นต่อประเด็นความไม่เสมอภาคและสวัสดิภาพชีวิตคนทำงานหลังกองถ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนออกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลายทิศทาง เกี่ยวกับอภิสิทธิ์ชนของเหล่าดารานักแสดงที่สวนทางกับแรงงานในฝ่ายโปรดักชัน ซึ่งผู้กำกับภาพยนตร์ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของเขา พร้อมอิงถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของตนเอง หลังจากที่ได้พบเจอปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้น โดยในข้อความของโพสต์ดังกล่าวระบุว่า

 

 

ภาพ: Chookiat Sakveerakul / Facebook

 

“กูเบื่อสังคมที่นิยมชมชื่นกับความอู้ฟู่ร่ำรวยของดาราและอินฟลูเอ็นเซอร์ เวลาเห็นคนทำงานในวงการนี้ดิ้นรนกับค่าตัวที่ยากจะสร้างตัวและน้อยนิดเมื่อเทียบกับความเหนื่อย โดยเฉพาะกับความลำบากที่ต้องดีลกับผู้โด่งดังทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ต้องถึงขั้นเอาค่าตัวมาแจกจ่ายใครหรอกจ้า รู้ว่าบุญวาสนามันแข่งกันบ่ได้ แต่เห็นใจคนทำงานกันหน่อยก็ดี

 

  • มาทำงานให้ตรงเวลา
  • ทำการบ้านอ่านบทมาให้เป๊ะ
  • ดูแลตัวเองให้ดูดีทั้งสุขภาพกายและจิต
  • ทีมงานไม่ใช่คนใช้ ไม่ใช่ลูกจ้างของคุณ บริษัทเขาจ้างมาทำหน้าที่ของเขา ให้เกียรติกันด้วย
  • ช่างหน้า ช่างผม สไตลิสต์ อยากได้ดังใจจ้างมาเอง อย่าเบียดบังเงินกอง จริงอยู่ว่ามีโปรดักชันที่จ่ายได้ แต่บางทีเขาก็ไม่ไหว บางทีต้องตัดจากงบ Set งบกล้องไฟ งบสวัสดิภาพของคนอื่นๆ เรื่องแบบนี้รู้ไว้บ้างก็ดี
  • ผู้จัดการทั้งหลายความเยอะ ความเขี้ยว เบาได้เบา หลายครั้งที่รีดเค้นความเป๊ะจากกอง แต่ขอความอะลุ่มอล่วยให้ตัวเอง บางทีให้ดาราเล่นบทน่ารัก เขารู้กันหมดแล้วว่าศีลเสมอกัน เลยอยู่กันได้
  • นายทุน ช่อง ลูกค้าใดๆ หันมาใส่ใจทีมงานบ้าง อย่าไปมองแต่จะต้องเอาดาราดัง อินฟลูเอ็นเซอร์ล้านวิวมาขาย ลงกับบท กับโปรดักชัน และอย่าไปคิดแทนคนดูว่าเขาบ้าดาราหรือคนดัง บางทีเขาก็อยากเห็นงานดีๆ ที่ลงทุนกับสติปัญญาเหมือนกันนะ 

 

“ฯลฯ ที่อยากจะแนะนำผู้อยู่เบื้องบนๆ

 

“ที่ว่ามานี่ไม่ได้เจาะจงใคร มาจากประสบการณ์ของเราเองกับผู้อยู่เบื้องหลังล้วนๆ ประเด็นที่ยกมาข้างต้นนี่แทบจะเป็นประสบการณ์ร่วมของคนกองทุกคนแหละ ไม่ได้จะด่าใคร วันหนึ่งกูเลิกจากวงการนี้จะเขียนเล่าให้ฟัง เก็บเป็นตำนานไว้ชั่วลูกหลาน

 

“เป็นกำลังใจให้ทีมงานผู้ขยันขันแข็งทุกคนนะครับ หวังว่าวงการนี้จะทำให้เราและคนรุ่นหลังมีความสำคัญขึ้นมาในสายตาผู้มีตังค์ทั้งหลายบ้าง

 

“อยากให้เขาภูมิใจกันบ้างว่าได้ลงทุนกับสวัสดิภาพชีวิตคนทำงานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและเท่าเทียมกัน ขอให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ”

 

ซึ่งหลังจากสเตตัสดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป หลายคอมเมนต์ที่ได้ตอบกลับในโพสต์ต้นทางจากมะเดี่ยวก็มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน บ้างก็มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในเชิงว่าวงการบันเทิงไทยยังมีการวางระบบชนชั้นวรรณะไว้อย่างชัดเจน ทั้งที่ทุกฝ่ายในการผลิตล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการรังสรรค์ผลงานร่วมกัน เรียกได้ว่าการออกมาพูดคุยครั้งนี้ของมะเดี่ยวได้สร้างจุดขบคิดให้กับใครได้หลายคน ตลอดจนสามารถเล็งเห็นได้ถึงปัญหาดังกล่าวที่สืบเนื่องมายาวนาน และก็ได้แต่วาดหวังกันว่าปัญหาต่างๆ ใต้พรมของอุตสาหกรรรมบันเทิงไทย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคนทำงานเบื้องหลังจะได้รับการใส่ใจและแก้ไขให้ดีขึ้นในสักวัน

 

อ้างอิง:

The post มะเดี่ยว ชูเกียรติ โพสต์แสดงความเห็นต่อประเด็นความไม่เสมอภาคและสวัสดิภาพชีวิตคนทำงานหลังกองถ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MONDO หนังรอมคอม-ไซไฟ โปรเจกต์ใหม่น่าจับตาของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และสหมงคลฟิล์ม วางแผนฉายปี 2566 https://thestandard.co/mondo-chookiat-sakveerakul/ Tue, 06 Sep 2022 08:30:27 +0000 https://thestandard.co/?p=677066

เรียกว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่น่าจับตามอง เมื่อค่ายส […]

The post MONDO หนังรอมคอม-ไซไฟ โปรเจกต์ใหม่น่าจับตาของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และสหมงคลฟิล์ม วางแผนฉายปี 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรียกว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่น่าจับตามอง เมื่อค่ายสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จับมือร่วมกับ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เปิดตัวโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง MONDO (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) กับเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างความโรแมนติก คอเมดี้ และไซไฟ ซึ่งเป็น Genre ที่ไม่ได้พบเห็นกันมากนักในวงการภาพยนตร์ไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 5 กันยายน ทางผู้กำกับและทีมนักแสดงก็ได้เริ่มต้นจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เป็นที่เรียบร้อย ณ อาคารสหมงคลฟิล์มฯ พร้อมวางกำหนดฉายภายในปี 2566 

 

 

สำหรับทีมนักแสดงที่จะร่วมรับบทนำ ต่างก็เป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตาและนักแสดงมากประสบการณ์ที่ทุกคนคุ้นหน้า นำโดย พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร, เกรท-สพล อัศวมั่นคง, มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, นักแสดงคู่บุญอย่าง พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ และ แอนนา ชวนชื่น 

 

ขณะที่มะเดี่ยวจะมารับหน้าที่เขียนบทและกำกับภาพยนตร์ เรียกได้ว่าเป็นหนังรักที่น่าจับตามอง ด้วยไอเดียสุดล้ำของผู้กำกับผู้มาก่อนกาลเสมอ ที่จะเล่าเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ความสำเร็จในชีวิต และการเติบโตในโลกยุคใหม่ ด้วยสไตล์การกำกับที่เล่าเรื่องละเอียดลึกซึ้งและจริงใจที่เรามักจะได้เห็นกันในผลงานของมะเดี่ยว ซึ่งคอภาพยนตร์ไทยจะต้องติดตามกันว่าเรื่องราวความรักในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี จะมาพร้อมกับความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ในรูปแบบไหน กับโปรเจกต์ MONDO ไม่นานเกินรอ

 

ภาพ: สหมงคลฟิล์ม

The post MONDO หนังรอมคอม-ไซไฟ โปรเจกต์ใหม่น่าจับตาของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และสหมงคลฟิล์ม วางแผนฉายปี 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง’ ฉายรักแห่งสยามกลางสยามสแควร์ มาริโอ้ควงพิชย้อนความทรงจำของโต้ง-มิว https://thestandard.co/love-of-siam-at-bangkok-outdoor-film-festival/ Fri, 29 Jul 2022 02:57:51 +0000 https://thestandard.co/?p=660174 รักแห่งสยาม

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ‘กรุงเทพกลางแปลง’ โดยกรุงเทพมหานครม […]

The post ‘ตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง’ ฉายรักแห่งสยามกลางสยามสแควร์ มาริโอ้ควงพิชย้อนความทรงจำของโต้ง-มิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักแห่งสยาม

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ‘กรุงเทพกลางแปลง’ โดยกรุงเทพมหานครมีการจัดฉายภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ที่บริเวณสยามสแควร์ ในช่วงเวลา 19.00 น. ทว่าตั้งแต่ช่วงเย็นมีประชาชนเข้ามาจับจองพื้นที่จนเต็มบริเวณก่อนการฉายภาพยนตร์

 

โดยก่อนฉายภาพยนตร์มีศิลปินมาร่วมแสดง เช่น วงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป HatoBito และวง ASIA7 จากค่าย Gene Lab รวมถึง พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล และ มาริโอ้ เมาเร่อ นักแสดงนำ และ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับ มาร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์

 

สำหรับภาพยนตร์ รักแห่งสยาม เป็นภาพยนตร์รักวัยรุ่นที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของเด็กชายสองคน โต้งและมิว ที่สนิทกันตอนเด็กแต่ต้องจากกันไป เมื่อพวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางปัญหาครอบครัวที่คาราคาซังมาเป็นแรมปี โดยมีสยามสแควร์เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำหลัก ฉายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2550

 

The post ‘ตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง’ ฉายรักแห่งสยามกลางสยามสแควร์ มาริโอ้ควงพิชย้อนความทรงจำของโต้ง-มิว appeared first on THE STANDARD.

]]>