บมจ.ไทยประกันภัย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บมจ-ไทยประกันภัย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 01 Apr 2022 10:15:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ด่วน! รมว.คลัง สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย https://thestandard.co/suthiphon-ordered-dismiss-southeast-and-tic-insurance-and/ Fri, 01 Apr 2022 10:15:50 +0000 https://thestandard.co/?p=613177 ด่วน! รมว.คลัง สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย

สุทธิพล​ ทวีชัยการ​ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและ […]

The post ด่วน! รมว.คลัง สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ด่วน! รมว.คลัง สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย

สุทธิพล​ ทวีชัยการ​ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (1 เมษายน) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 วรรค (1) (2) (4) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ลงนามคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากพบว่าทั้งสองบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินจนไม่สามารถดำเนินการธุรกิจต่อได้

 

เลขาฯ คปภ. กล่าวว่า คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของทั้งสองบริษัทจะมีผลบังคับใช้ทันที โดยหากบริษัททั้งสองไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน 

 

สุทธิพลกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ คปภ.ได้มีคำสั่งให้ทั้งสองบริษัทหยุดรับประกันภัยชั่วคราว และได้มีการพูดคุยกับตัวแทนผู้ถือหุ้น และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องการรับผิดชอบการรับประกันภัย แต่บริษัททั้งสองยืนยันจะไม่เติมเงินเข้ามาเพิ่มทุน​ เพื่อจ่ายสินไหม​ จนในที่สุดมีปัญหานำมาสู่การไม่สามารถจัดเงินสำรอง​ และจัดการทรัพย์สินได้ตามที่กฎหมายกำหนด​ โดยมีทรัพย์สินสภาพคล่องไม่เพียงพอ​ มีการประวิงจ่ายสินไหม​โดยไม่มีเหตุผล​อันเป็นการฝ่าฝืน​ คปภ. จึงเห็นว่า​ หากยังขืนให้บริษัทประกอบกิจการต่อไปจะกระทบต่อพี่น้องประชาชน​ จึงต้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการทั้งสองบริษัท

 

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนใบอนุญาตทั้งสองบริษัท คือ ลูกค้าที่ถือประกันโควิด เจอ จ่าย จบ เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการโอนย้ายประกันภัยต่างๆ ไปยังบริษัทประกันภัยอื่นๆ ไปก่อนหน้าแล้ว โดยปัจจุบันทั้งสองบริษัทยังมีลูกค้าประกันโควิด เจอ จ่าย จบ ที่ได้รับความคุ้มครองอยู่รวมกัน 1.17 ล้านบัญชี 

 

อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือสภาพคล่องของธุรกิจประกันภัยในภาพรวม เนื่องจากเป็นปัญหาฐานะการเงินและการจัดการภายในของบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 

 

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้เตรียมมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย เพื่อรองรับมิให้ผู้เอาประกันภัยได้รับผลกระทบไว้แล้ว ดังนี้

 

  1. ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายและได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไว้แล้วกับ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สามารถติดต่อกองทุนประกันวินาศภัย เพื่อยื่นขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัยตามที่ประกาศกำหนด โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะเข้ารับช่วงจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้มีการอนุมัติค่าสินไหมทดแทนไว้แล้ว 

 

  1. ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไว้กับทั้งสองบริษัท สามารถติดต่อกองทุนประกันวินาศภัยเพื่อยื่นขอรับชำระหนี้ต่อกองทุนประกันวินาศภัยตามที่ประกาศกำหนด โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย

 

  1. ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยทุกประเภทของทั้งสองบริษัท สามารถที่จะดำเนินการในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าว ดังนี้ ในกรณีขอรับคืนเบี้ยประกันภัยที่เหลือจากกองทุนประกันวินาศภัย โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยให้ตามส่วนระยะเวลาตามความคุ้มครองที่เหลืออยู่ 

 

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้จัดตั้งศูนย์ให้คำแนะนำ รับเรื่องร้องเรียน และอำนวยความสะดวกในการรับคำขอรับชำระหนี้ รวมทั้งการสนับสนุนบุคลากรในการรับคำขอรับชำระหนี้ ทั้งที่สำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง และสำนักงาน คปภ. ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัยและประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ด่วน! รมว.คลัง สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปภ. ตั้งโต๊ะแถลงด่วน 1 เม.ย. นี้ เรื่องคุ้มครองสิทธิลูกค้า ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ จับตาเลิกประกอบกิจการ https://thestandard.co/protect-the-benefits-of-the-insured-people-1-apr/ Thu, 31 Mar 2022 13:35:00 +0000 https://thestandard.co/?p=612841 ธุรกิจประกันภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน […]

The post คปภ. ตั้งโต๊ะแถลงด่วน 1 เม.ย. นี้ เรื่องคุ้มครองสิทธิลูกค้า ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ จับตาเลิกประกอบกิจการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธุรกิจประกันภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวด่วน เรื่อง การดำเนินการด้านการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย กรณีบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) 

 

ในการแถลง สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. พร้อมด้วยรองเลขาธิการ คปภ. 3 คน และผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. อีก 7 คน ที่รับผิดชอบดูแลทั้งด้านกำกับและด้านตรวจสอบจะร่วมกันให้ข้อมูล

 

ทั้งนี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า คปภ. จะมีการใช้มาตรการสูงสุดคือ สั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยของบริษัทอาคเนย์ประกันภัยและบริษัทไทยประกันภัย หลังก่อนหน้านี้บอร์ด คปภ. ได้มีมติออกคำสั่งให้ทั้งสองบริษัทหยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราว และให้เร่งขายทรัพย์สินเพื่อแก้ไขฐานะการเงิน

 

ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาบริษัทอาคเนย์ประกันภัยและบริษัทไทยประกันภัย ส่งหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ขอเลิกกิจการและคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยหลังจากทั้งสองบริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง 

 

โดยอาคเนย์ประกันภัยได้จ่ายสินไหมไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนไทยประกันภัยจ่ายไป 2.6 พันล้านบาท รวมกว่า 1.66 แสนกรมธรรม์จากกรมธรรม์เจอจ่ายจบที่มีอยู่ทั้งหมด 1.8 ล้านกรมธรรม์

The post คปภ. ตั้งโต๊ะแถลงด่วน 1 เม.ย. นี้ เรื่องคุ้มครองสิทธิลูกค้า ‘อาคเนย์ฯ-ไทยประกันภัย’ จับตาเลิกประกอบกิจการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bloomberg ตีข่าว วิกฤตธุรกิจประกันภัยของ ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี’ กำลังเขย่าขวัญอุตสาหกรรม https://thestandard.co/insurance-business-crisis-charoen-sirivadhanabhakdi/ Thu, 24 Feb 2022 07:24:08 +0000 https://thestandard.co/?p=598079 เจ้าสัวเจริญ

Bloomberg ออกรายงานที่ระบุว่า ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภัก […]

The post Bloomberg ตีข่าว วิกฤตธุรกิจประกันภัยของ ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี’ กำลังเขย่าขวัญอุตสาหกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าสัวเจริญ

Bloomberg ออกรายงานที่ระบุว่า ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี’ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศไทย ซึ่งมีความมั่งคั่งมูลค่า 1.59 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 5.2 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสุราและการค้าปลีก กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนักในธุรกิจการเงิน

 

เมื่อเดือนที่แล้ว บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งควบคุมโดย บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ของเจ้าสัวเจริญพยายามที่จะยุติการดำเนินงานแผนกประกันวินาศภัย โดยกล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องจากโรคโควิดโดยผู้ถือกรมธรรม์อีกต่อไป

 

แม้คำขอให้ชำระบัญชีซึ่งยังคงได้รับการประเมินโดยหน่วยงานกำกับดูแล แต่ได้ส่งความกระวนกระวายใจไปทั่วอุตสาหกรรมแล้ว และกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ของรัฐออกมารับรองผู้ถือกรมธรรม์ ว่าบริษัทประกันอื่นๆ ของประเทศส่วนใหญ่ยังมีเงินทุนเพียงพอ

 

“กรณีผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังสูง จะยังคงสร้างความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทางการเงินของบริษัทประกันบางราย ที่ต้องเผชิญกับการเรียกร้องค่าชดเชยที่อาจเกิดขึ้นจำนวนมาก” ปรเมศร์ ทองบัว นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงกล่าว “บริษัทที่มีสถานะทางการเงินอ่อนแอ ได้รับแรงกดดันมหาศาลในการหาเงินทุนเพื่อความอยู่รอด”

 

บริษัทประกันในประเทศไทย เช่น อาคเนย์ประกันภัย สินมั่นคงประกันภัย และกรุงเทพประกันภัย เริ่มขายกรมธรรม์สำหรับการติดเชื้อโควิดในปี 2020 หลังจากที่ผู้คนกังวลเรื่องการติดเชื้อจากตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้น โดยแผนประกันที่แปลกใหม่อย่าง ‘เจอ จ่าย จบ’ ในเวลานั้นได้รับการตอบรับที่ดี เพราะผู้ถือกรมธรรม์จะได้ค่าชดเชย 50,000 บาท กรณีที่ติดเชื้อโควิด โดยค่าเงินเบี้ยประกันเพียง 300 บาท

 

จนกระทั่งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสายพันธุ์เดลตาเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ทำให้จำนวนผู้ป่วยและการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และก่อให้เกิดมาตรการหลายอย่าง เช่น เคอร์ฟิว การปิดกิจการ และข้อจำกัดการเดินทางภายในประเทศ แม้ว่ามาตรการจะคลายลงแล้ว แต่การการระบาดของ ‘เชื้อโอมิครอน’ ทำให้เกิดแรงกดดันต่อระบบการดูแลสุขภาพและบริษัทประกัน

 

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า “เรากำลังจับตาดูการระบาดของโควิดอย่างใกล้ชิด และหวังว่ามันจะไม่เลวร้ายไปกว่าจุดสูงสุดในปี 2021” โดยวันนี้ ( 24 กุมภาพันธ์) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์โควิดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 23,557 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่การระบาดของเดลตาในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หากนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 570,915 ราย

 

ปัจจุบันบริษัทต่างๆ ในประเทศไทยถือกรมธรรม์ประกันโควิดไว้ประมาณ 8 ล้านฉบับ ซึ่งเกือบทั้งหมดจะหมดอายุภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนหน้านี้ตัวเลขดังกล่าวเคยพุ่งขึ้นไปมากขึ้น 15 ล้านฉบับ ก่อนที่บริษัทหลายแห่งจะระงับการขายเนื่องจากต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนมาก

 

Bloomberg รายงานต่อว่า ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ รายงานขาดทุนสุทธิ 269 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2021 จากกำไร 586 บ้านบาทในปีก่อนหน้า ขณะที่อาคเนย์ประกันภัยได้จ่ายเงินประมาณ 8.1 พันล้านบาทสำหรับกรมธรรม์โควิด 

 

ในบรรดาบริษัทประกันไทยรายอื่นๆ สินมั่นคงประกันภัยรายงานผลขาดทุนสุทธิ 3.85 พันล้านบาทในช่วงเก้าเดือนจนถึงเดือนกันยายน มากที่สุดในบรรดาบริษัทประกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย โดยมีสาเหตุมาจากกรมธรรม์โควิด  Bloomberg ได้รายงานในเดือนพฤศจิกายนว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นกำลังสำรวจการขายหุ้นส่วนใหญ่เพื่อเพิ่มทุน

 

สำหรับ ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี’ วัย 77 ปี ครองอันดับ 120 ในดัชนีมหาเศรษฐี Bloomberg และรั้งอันดับ 1 ของคนไทย โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากหุ้น 68% ในบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจเบียร์ สุรา และน้ำยักษ์ใหญ่ นอกจากนี้ เขายังควบคุมทรัพย์สินจำนวนมาก และทรัพย์สินการค้าปลีกผ่าน Frasers Hospitality Trust และ Berli Jucker Pcl

 

สำหรับผลประกอบการปี 2021 (ตุลาคม 2020 – กันยายน 2021) ‘ไทยเบฟ’ มีรายได้จากการขาย 240,543 ล้านบาท ลดลง 5.1% มีเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากผลกระทบต่อเนื่องของการระบาดใหญ่และมาตรการควบคุมโควิด ที่เข้มงวดในประเทศไทยและเวียดนาม โดยมีกำไรสุทธิ 27,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิปีที่แล้ว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

อ้างอิง:

 

The post Bloomberg ตีข่าว วิกฤตธุรกิจประกันภัยของ ‘เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี’ กำลังเขย่าขวัญอุตสาหกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยเสนอคืนเบี้ยประกันโควิดให้ลูกค้าเต็มจำนวน 1-7 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/southeast-insurance-and-thai-insurance-offer-return-of-insurance-premiums-for-covid-19/ Mon, 31 Jan 2022 05:20:25 +0000 https://thestandard.co/?p=588617 อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย

สืบเนื่องจากบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบร […]

The post อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยเสนอคืนเบี้ยประกันโควิดให้ลูกค้าเต็มจำนวน 1-7 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย

สืบเนื่องจากบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอแนวทางเพื่อดูแลผลประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เอาประกันภัยทุกกลุ่ม ในขณะที่บริษัทยังคงมีความมั่นคงเพียงพอ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้รับคำขอคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัทแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ซึ่งหากคณะกรรมการ คปภ. อนุญาตให้บริษัทเลิกประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยแล้ว จะส่งผลให้บริษัทปิดการดำเนินงานทันที 

 

ดังนั้นบริษัทจึงขอเสนอแนวทางให้แก่ลูกค้าประกันภัยโควิดที่ยังไม่เคยแจ้งเคลม โดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอรับเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน ผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทได้ตั้งแต่วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. จนถึงวันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 23.59 น. 

 

ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกค้าไม่ประสงค์จะรับคืนเบี้ยประกันภัยโควิด กรมธรรม์ของท่านจะยังคงมีผลบังคับตราบเท่าที่บริษัทยังคงประกอบธุรกิจประกันภัยอยู่

 

ลูกค้าอาคเนย์ประกันภัยสามารถสแกน QR Code ได้ที่ช่องทางออนไลน์หลักของบริษัท คือ 

 

– เว็บไซต์: southeastinsurance.co.th  

– Facebook: facebook.com/Segsoutheastpage  

– LINE: @Southeast.th 

 

ลูกค้าไทยประกันภัยสามารถสแกน QR Code ได้ที่ช่องทางออนไลน์หลักของบริษัท คือ

 

– เว็บไซต์: thaiins.com  

– Facebook: facebook.com/pchangthaiinsurance  

– LINE: @pchang 

 

ทั้งนี้ บริษัทจะเร่งคืนเบี้ยประกันภัยโควิดเต็มจำนวนให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด โดยความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิดของท่านจะสิ้นสุดลงในวันที่ท่านได้แจ้งความประสงค์ขอรับเบี้ยประกันภัยคืนกับทางบริษัท

 

สำหรับลูกค้ากรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นๆ ของอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมการ และเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบต่อไป

 

อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยขอยืนยันในความตั้งใจที่จะดูแลลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยเสนอคืนเบี้ยประกันโควิดให้ลูกค้าเต็มจำนวน 1-7 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปประเด็นร้อน ประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ กลุ่มธุรกิจเจ้าสัวเจริญ ยื่นฟ้อง คปภ. หวังให้บอกเลิกกรมธรรม์ได้ https://thestandard.co/key-messages-covid-insurance-meet-payfinish-issue/ Sun, 16 Jan 2022 03:07:05 +0000 https://thestandard.co/?p=582996 ประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’

ดูเหมือนว่าประเด็นข่าวกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ชนิด ‘เ […]

The post สรุปประเด็นร้อน ประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ กลุ่มธุรกิจเจ้าสัวเจริญ ยื่นฟ้อง คปภ. หวังให้บอกเลิกกรมธรรม์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’

ดูเหมือนว่าประเด็นข่าวกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ชนิด ‘เจอ จ่าย จบ’ จะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะล่าสุดสองบริษัทประกันภัย คือ บมจ.อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ.ไทยประกันภัย ที่อยู่ภายใต้ เครือไทย โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป (TGH) กลุ่มบริษัทประกันของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ยื่นฟ้อง สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในข้อหา กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

ประเด็นการฟ้องร้องครั้งนี้สืบเนื่องจากการที่สุทธิพล ในฐานะเลขาธิการ คปภ. ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เรื่องให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งสรุปแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ คำสั่งฉบับนี้ ได้สั่งห้ามบริษัทประกันวินาศภัยบอกเลิกกรมธรรม์โควิด-19 ที่ได้ออกขายไปในช่วงก่อนหน้านี้จำนวนมาก โดยเฉพาะกรมธรรม์ชนิด ‘เจอ จ่าย จบ’ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อผู้ซื้อกรมธรรม์จำนวนมาก

 

ปัญหาดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2564 หลังจากที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มทวีความรุนแรง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุหลักหมื่นรายต่อวัน ส่งผลให้ยอดเคลมกรมธรรม์โควิด-19 โดยเฉพาะชนิด เจอ จ่าย จบ พุ่งสูงขึ้นมาก จนบริษัทประกันวินาศภัยบางแห่งที่ออกขายกรมธรรม์ดังกล่าว เริ่มไปต่อไม่ไหวเพราะต้องแบกรับภาระค่าสินไหมทดแทนจำนวนมาก 

 

‘สินมั่นคงประกันภัย’ จุดประเด็นยกเลิกกรมธรรม์เจอ จ่าย จบ

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจาก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 บมจ.สินมั่นคงประกันภัย(SMK) ออกมาใช้สิทธิ ‘บอกเลิกกรมธรรม์’ ประกันภัยการติดเชื้อโควิด-19 ชนิด เจอ จ่าย จบ ซึ่งเป็นไปตามแบบและข้อความ หมวดที่ 2 เงื่อนไขทั่วไป และข้อกำหนด ข้อ 2.4.3 และข้อ 2.5.1 โดยให้กรมธรรม์ประกันภัยข้างต้นสิ้นสุดความคุ้มครองทั้งฉบับ เมื่อล่วงพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ผู้เอาประกันได้รับหนังสือเป็นต้นไป โดยที่สินมั่นคงฯ จะคืนค่าเบี้ยประกันภัยให้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับใช้

 

การออกมาใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์โควิด-19 ของ สินมั่นคงฯ ทำให้ คปภ. ต้องเรียกประชุมผู้บริหารอย่างเร่งด่วนเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีผลกระทบต่อผู้ซื้อกรมธรรม์จำนวนมาก ซึ่งนำมาสู่การออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น จนในที่สุด สินมั่นคงฯ ต้องแจ้งยกเลิกการบอกเลิกกรมธรรม์ดังกล่าวไปในที่สุด

 

คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 นับว่าส่งผลดีต่อผู้ซื้อกรรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 จำนวนมาก เพราะทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกบริษัทประกันภัยลอยแพตราบใดที่บริษัทเหล่านี้ยังไม่เจ๊งหรือต้องปิดกิจการไป 

 

แต่สำหรับในมุมของบริษัทประกันภัยแล้ว คำสั่งนี้ถือเป็นเสี้ยนหนามสำคัญที่ทำให้หลายๆ บริษัทเผชิญกับภาวะขาดทุนและปัญหาสภาพคล่อง เพราะต้องหาเงินจำนวนมากมาจ่ายค่าสินไหม จนในที่สุดเริ่มมีบางบริษัทไปต่อไหม่ไหวต้องขอรับการช่วยเหลือจาก คปภ. ขณะที่บางบริษัทเองยอมยกธงขาวปิดกิจการไปในท้ายที่สุด

 

สำหรับบริษัทประกันภัยที่เผชิญผลกระทบอย่างหนักจากกรมธรรม์โควิด-19 ชนิด ‘เจอ จ่าย จบ’ จนไม่สามารถไปต่อได้และต้องปิดกิจการไปมีทั้งสิ้น 2 ราย คือ บมจ.เอเชียประกันภัย 1950 และ บมจ.เดอะวัน ประกันภัย ส่วนบริษัทที่ขอรับมาตรการเสริมสภาพคล่องจาก คปภ. มี 2 บริษัท คือ บมจ.สินมั่นคงประกันภัย และ บมจ.ไทยประกันภัย 

 

‘โอมิครอน’ ซ้ำเติมธุรกิจประกันภัย

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2564 จะเริ่มลดลงจากหลักหมื่นรายต่อวันลงมาเหลือราวๆ 2-5 พันรายต่อวัน แต่ทว่าการเข้ามาของสายพันธุ์โอมิครอนซึ่งแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา เริ่มทำให้ผู้ประกอบการบริษัทประกันภัยกลับมาเป็นกังวลอีกครั้ง และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ สมาคมประกันวินาศภัย ต้องยื่นอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการ คปภ. เพื่อขอพิจารณายกเลิกคำสั่งนายทะเบียน 38/2564 และ คำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2564 

 

โดยคำสั่งนายทะเบียน 38/2564 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เรื่องให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เนื่องจาก สมาคมมองว่าผิดหลักการที่เคยปฏิบัติกันมา เพราะการออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่นายทะเบียนเคยให้ความเห็นชอบไว้แล้วก่อนหน้า จะบังคับใช้เฉพาะการออกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่หลังวันที่คำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขมีผลบังคับแล้วเท่านั้น 

 

นอกจากนี้ เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดได้วางบรรทัดฐานไว้ว่า ฝ่ายปกครองไม่มีอำนาจออกกฎหรือคำสั่งทางปกครอง ให้มีผลย้อนหลังที่เป็นโทษหรือเป็นผลร้ายต่อผู้อยู่ภายใต้ปกครอง การให้คำสั่งมีผลบังคับย้อนหลังดังกล่าว ยังถือว่าเป็นการทำลายหลักการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย เพราะจะทำให้ภาพความเสี่ยงโดยรวมนั้นต่างไปจากภาพความเสี่ยง ณ วันที่บริษัทประกันภัยได้ยื่นขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียน และจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยที่ได้กำหนดไว้เดิมไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป เนื่องจากเงื่อนไขในการรับประกันภัยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยตัดสินใจไม่รับประกันภัยตั้งแต่ต้นหากไม่มีการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ในกรมธรรม์

 

ส่วนการอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนที่ 17/2564 ลงวันที่ 12 เมษายน 2564 เรื่อง การรักษาพยาบาลตามกรมธรร์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้าย เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งการอุทธรณ์คำสั่งนี้มีประเด็นสำคัญจากการออกคำสั่งซึ่งได้ขยายความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยที่เคยได้รับความเห็นชอบทั้งเงื่อนไขและอัตราเบี้ยประกันภัยจากนายทะเบียนไปแล้ว ส่งผลให้บริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบความคุ้มครองเพิ่มเติม โดยไม่ได้มีการคำนวณเบี้ยประกันภัยรองรับไว้ตั้งแต่ต้น 

 

ทางด้าน สุทธิพล เลขาธิการ คปภ. ออกมาตอกย้ำในเรื่องดังกล่าวว่า ข้ออุทธรณ์ของสมาคมฯ อยู่ระหว่างพิจารณาโดย คปภ. ซึ่งมีกรอบเวลาพิจารณา 30 วัน ก่อนที่จะเสนอบอร์ด คปภ. เพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งทีมกฎหมายได้ดูข้อมูลแล้ว ยืนยันว่า เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้มีการย้อนหลังเป็นโทษต่อบริษัทประกันภัยแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ แม้จะมีข้อความที่ให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบอกเลิกโดยต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะสามารถบอกเลิกได้ โดยไปอ้างว่ามีความเสี่ยงเปลี่ยนไปหรือจะขาดทุน แล้วบอกเลิกแบบเหมาเข่ง แทนที่จะเลือกวิธีการอื่นที่ไม่เป็นการรอนสิทธิ เนื่องจากแนวทางเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก 

 

วิบากกรรมของ คปภ. ซึ่งพยายามทำหน้าที่ปกป้องผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะล่าสุดสองบริษัทประกันภัยใน ‘เครือไทยโฮลดิ้ง’ กลุ่มบริษัทประกันของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ยื่นฟ้อง สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในข้อหา กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากกรณีออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 

 

โดยเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 ศาลปกครองกลางได้รับคำฟ้องคดีปกครอง หมายเลขดำที่ 44/2564 ซึ่งมี บมจ.อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ.ไทยประกันภัย ได้ยื่นฟ้อง สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. และต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 ทั้งสองฝ่ายได้มารับฟังศาลพิจารณาว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ โดยเรื่องนี้ยังคงอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณา 

 

‘เครือไทยโฮลดิ้ง’ ของเจ้าสัวเจริญขาดทุนหนักจากกรมธรรม์โควิด-19

สำหรับ เครือไทยโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสองบริษัทประกันภัยที่ยื่นฟ้อง คปภ. นับเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทประกันภัยที่โดนผลกระทบจากกรมธรรม์โควิด-19 อย่างหนัก สะท้อนผ่านผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ขาดทุนสุทธิกว่า 662 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 89.86 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลการดำเนินงานที่แย่ลงถึง 836% ซึ่งเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบหลายปี โดยสาเหตุสำคัญมาจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิดเป็นหลัก 

 

จากการตรวจสอบงบการเงินของเครือไทยโฮลดิ้งพบว่า ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจประกันภัยรวม 2,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 371 ล้านบาท หรือ 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมาจากเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 342 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ และการปรับสัดส่วนการรับประกันภัยอัคคีภัยรายย่อย โดยรับเสี่ยงภัยไว้เองมากขึ้น 

 

ส่วนค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยในไตรมาส 3 ปี 2564 ของกลุ่มธุรกิจประกันภัย เครือไทยโฮลดิ้งพบว่า เพิ่มขึ้น 8,770 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนสุทธิจำนวน 8,150 ล้านบาท และสำรองความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุดเพิ่มขึ้น 860 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนของการประกันโควิด-19 เป็นส่วนใหญ่ 

 

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลังของเครือไทยโฮลดิ้งส์ พบว่ามีกำไรสุทธิต่อเนื่องในช่วงระหว่างปี 2561-2563

 

ปี 2561 กำไรสุทธิ 998.10 ล้านบาท

ปี 2562 กำไรสุทธิ 304.92 ล้านบาท

ปี 2563 กำไรสุทธิ  728.45 ล้านบาท

 

การยื่นฟ้องศาลปกครองโดยสองบริษัทประกันภัยในเครือไทยโฮลดิ้งส์ ถือเป็นประเด็นที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะมีผลกับผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันมีรวมกันเกือบ 10 ล้านกรมธรรม์ หากศาลตัดสินว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ของ คปภ. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีโอกาสสูงที่ผู้ถือกรมธรรม์เหล่านี้จะถูกลอยแพ 

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post สรุปประเด็นร้อน ประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ กลุ่มธุรกิจเจ้าสัวเจริญ ยื่นฟ้อง คปภ. หวังให้บอกเลิกกรมธรรม์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>