นาฬิกาอัจฉริยะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นาฬิกาอัจฉริยะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 23 Nov 2025 11:41:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก https://thestandard.co/apple-watch-series-11/ Sun, 23 Nov 2025 11:41:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1146500 รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 1

ปีนี้ครบรอบ 10 ปีเต็มพอดีที่โลกใบนี้ได้ทำความรู้จักกับ […]

The post รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 1

ปีนี้ครบรอบ 10 ปีเต็มพอดีที่โลกใบนี้ได้ทำความรู้จักกับ Apple Watch นาฬิกาอัจฉริยะที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และแน่นอนเป็นอุปกรณ์สุดสมาร์ทที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยตั้งแต่ปี 2015

 

เพียงแต่ Apple ไม่ได้มีการทำอะไรเป็นพิเศษให้ Apple Watch แต่อย่างใด โดยในงานเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนได้มีการแนะนำตัวผลิตภัณฑ์ในไลน์นี้ใหม่ 3 รุ่น อันได้แก่ Apple Watch Series 11, Apple Watch SE3 และ Apple Watch Ultra 3 ซึ่งเป็นตัวท็อปของรุ่น แต่ก็อาจจะนับเป็นความพิเศษเล็กๆได้เพราะเป็นการอัพเกรดพร้อมกันครบ 3 รุ่นเป็นครั้งแรกนับจากปี 2022

 

ความพิเศษเล็กๆน้อยๆนี้จึงอาจเป็นคีย์ของ Apple Watch Series 11 รุ่นใหม่ด้วย เพราะแม้การเปลี่ยนแปลงนั้นจะดูเล็กน้อยจนคิดถึงคำว่า ‘มินิมอล’ (Minimal) แต่ก็เป็นความน้อยแต่มาก

 

มี 2 อย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน

 

1. ตัวเรือนสีใหม่ และการเคลือบหน้าปัด

สำหรับผู้เขียนที่หลงรักในความ ‘ดำเงา’ ของ Apple มาตั้งแต่ iPhone 7 การได้เห็นสีใหม่ของ Apple Watch Series 11 อย่างสี ‘Space Gray Aluminum’ (สำหรับรุ่นอะลูมิเนียมมาตรฐาน) ถือว่าถูกใจอย่างมาก เพราะดูมีความเงาวับสวย หรู และสุขุม แต่ไม่ได้ดำเข้มจนเกินไปยังรู้สึกถึงสีเทาเข้ม เหมือนจับสี Jet Black มาผสมกับสี Silver เข้าด้วยกัน

 

แต่การเปลี่ยนแปลงที่ตัวเรือนไม่ได้มีแค่เรื่องสี แต่ยังมีการเคลือบหน้าปัดใหม่ให้ทนทานขึ้นด้วยการเคลือบเซรามิก (Ceramic Coating) บนกระจก Ion-X ซึ่งแข็งแกร่งกว่ารุ่นที่แล้ว (Series 10) ถึง 2 เท่า

 

การเคลือบเซรามิก (ฟังแล้วเหมือนรถยนต์) นี้มีผลไม่ใช่แค่ทางใจ เพราะในทางปฏิบัติจริงแล้ว เท่าที่ใช้งานตามประสาผู้ชายไม่ค่อยระมัดระวัง เฉี่ยวนั่นเฉี่ยวนี่ ชนนั่นชนนี่บ้างก็ยังไม่พบร่องรอยขีดข่วนอะไรบนหน้าปัดให้จิตตกเล่น

 

ในวงเล็บว่าใจไม่แข็งพอจะทดสอบกันถึงขั้นเอามีดกรีดหรือทำตกลงบนพื้นคอนกรีตขนาดนั้น ส่วนเรื่องทนน้ำทนฝุ่นนั้นถือว่าตามมาตรฐานอยู่แล้ว

 

2. แบตเตอรี่อยู่ครบวัน แถมชาร์จไว

 

ความจริงในรุ่นหลังๆแบตเตอรี่ไม่ใช่ปัญหาของ Apple Watch เหมือนในรุ่นแรกๆอีกแล้วด้วยความสามารถของชิปประมวลผล ระบบปฏิบัติการ และการออกแบบแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพดีขึ้น

 

แต่! นี่เป็นครั้งแรกที่ Apple Watch สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ครบวัน – ในความหมายถึง 24 ชั่วโมงเท่ากับระยะเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ – ซึ่งมากกว่าใน Series 10 ที่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 18 ชั่วโมงถึง 33 เปอร์เซ็นต์

 

และถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงานจะใช้ได้นานขึ้นไปอีกถึง 38 ชั่วโมง

 

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ใส่ออกไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันในตอนเช้า และกลับมาชาร์จตอนกลางคืนอยู่แล้ว ความอึดที่เพิ่มมากขึ้นอาจไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญอะไรนัก แต่อย่างน้อย ‘เหลือย่อมดีกว่าขาด’ โดยในการใช้งานจริงสำหรับคนที่ตื่นเช้าราว 6 โมงและเข้านอนในเวลา 4-5 ทุ่ม แบตเตอรี่นั้นเหลือเฟือแบบสบายๆ

 

อย่างไรก็ดีแบตเตอรี่ที่อยู่ครบวันนั้นจะตอบโจทย์กับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Sleep Score หนึ่งในคุณสมบัติสุขภาพใหม่ที่จะตรวจจับคุณภาพในการนอนหลับของเราได้ ทำให้เราเข้าใจตัวเองได้มากขึ้นไม่ใช่แค่ในยามตื่นแต่รวมถึงในยามนอนหลับด้วยว่าคุณภาพในการหลับของเราดีหรือไม่ เรียกว่าเราสามารถนอนหลับไปกับ Apple Watch ได้เลย

 

โดยที่สามารถใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที ในการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในวันต่อไปได้สบายๆ หรือถ้าเวลาน้อยกว่านั้น การชาร์จแค่ 15 นาทีก็เพียงพอสำหรับการใช้งานได้อีก 8 ชั่วโมง

 

อันนี้ลองแล้วไวจริง และช่วยได้มากในเวลาที่ลืมชาร์จตอนกลางคืน

 

ส่วนอื่นๆที่มีการทำให้ดีขึ้น ยังมีเรื่องของการเชื่อมต่อโดย Apple Watch Series 11 รองรับการเชื่อมต่อแบบ 5G (สำหรับรุ่นเซลลูลาร์ ซึ่งจะมีเฉพาะที่ AIS 5G eSim) ไปจนถึงการเป็นผู้ช่วยที่ดีนอกเหนือจากเรื่องสุขภาพที่ดีอยู่เดิม (เพิ่มเติมการตรวจวัดความดัน Hypertension Notification) ก็จะเพิ่มเติมฟีเจอร์ Apple Wallet, ฟีเจอร์การแปลภาษาสด ด้วย Apple Intelligence ด้วยขุมพลังของชิป S-10

 

ดังนั้นแม้จะไม่ได้ดูมีการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาหรืออัดคุณสมบัติต่างๆแบบมีนัยสำคัญ แต่สำหรับ Apple Watch Series 11 ในสนนราคาเริ่มต้น 14,900 บาทถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่คุ้มในแบบของมัน

 

การอัพเกรดแบบมินิมอลครั้งนี้อาจจะไม่สะกิดใจคนที่ใช้รุ่นก่อนหน้า แต่สำหรับคนที่ใช้รุ่นเก่ากว่านั้นอย่างต่ำ 2-3 รุ่น นี่แหละคือการอัพเกรดใหญ่ที่คุ้มค่าแน่นอน

 

รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 2
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 3
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 4
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 5
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 6
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 7
รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก 8

The post รีวิว Apple Watch Series 11: อัพเกรดแบบมินิมอล เปลี่ยนน้อยแต่แน่น แบตอึดใช้ ‘ครบ 24 ชั่วโมง’ ครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หัวเว่ยลั่นกลองรบตลาดสมาร์ทวอทช์ไทย เปิดตัว WATCH FIT 4 Series ชูฟีเจอร์ระดับโปร ราคาเริ่ม 3,990 บาท https://thestandard.co/huawei-watch-fit-4-thailand-launch/ Sat, 14 Jun 2025 04:12:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1084939 HUAWEI WATCH FIT 4 และ WATCH FIT 4 Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่จากหัวเว่ย เปิดตัวในไทย ปี 2025

หัวเว่ย ประเทศไทย เดินหน้าขยายส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์สวมใส่ […]

The post หัวเว่ยลั่นกลองรบตลาดสมาร์ทวอทช์ไทย เปิดตัว WATCH FIT 4 Series ชูฟีเจอร์ระดับโปร ราคาเริ่ม 3,990 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
HUAWEI WATCH FIT 4 และ WATCH FIT 4 Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่จากหัวเว่ย เปิดตัวในไทย ปี 2025

หัวเว่ย ประเทศไทย เดินหน้าขยายส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ด้วยการเปิดตัว HUAWEI WATCH FIT 4 Series อย่างเป็นทางการ แบ่งเป็น 2 รุ่นคือ WATCH FIT 4 และ WATCH FIT 4 Pro ตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่คนรักสุขภาพทั่วไปถึงนักกีฬาระดับมืออาชีพ

 

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ของหัวเว่ยในการแข่งขันด้วยฟีเจอร์ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะรุ่น Pro ที่มาพร้อมคุณสมบัติเทียบเท่าสมาร์ทวอทช์ระดับไฮเอนด์ แต่กำหนดราคาเพียง 7,490 บาท ขณะที่รุ่นมาตรฐานวางจำหน่ายที่ 3,990 บาท

 

จุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจ ได้แก่ หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.82 นิ้วในรุ่น Pro พร้อมความสว่างสูงสุด 3,000 nits และวัสดุระดับพรีเมียมอย่างกระจกแซฟไฟร์ ขอบไทเทเนียม ตัวเรือนอะลูมิเนียมเกรดการบิน แต่ยังคงน้ำหนักเบาเพียง 33.5 กรัม

 

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นครอบคลุมทั้งกีฬากลางแจ้งและในร่ม อาทิ โหมดกอล์ฟพร้อมแผนที่สนามกว่า 15,000 แห่งทั่วโลก รองรับการดำน้ำลึก 40 เมตร ระบบนำทางออฟไลน์สำหรับนักปีนเขาและวิ่งเทรล รวมถึงเซ็นเซอร์ TruSense รุ่นใหม่ที่ตรวจวัดสุขภาพได้ครอบคลุมทั้งร่างกายและอารมณ์

 

การรองรับทั้งระบบ iOS และ Android ผ่านแอป HUAWEI Health ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่เปิดตลาดให้กว้างขึ้น พร้อมบริการ HUAWEI Health+ แบบสมาชิกที่มีเทรนเนอร์ระดับแชมป์โลกให้คำแนะนำ

 

ด้านแบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 10 วันในโหมดประหยัดพลังงาน หรือ 7 วันในการใช้งานปกติ พร้อมระบบชาร์จเร็วที่ใช้เวลาเพียง 60-75 นาที

The post หัวเว่ยลั่นกลองรบตลาดสมาร์ทวอทช์ไทย เปิดตัว WATCH FIT 4 Series ชูฟีเจอร์ระดับโปร ราคาเริ่ม 3,990 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดำเงา (หรือดำด้าน?) Apple Watch Series 10 บางขึ้น สวยขึ้น ตอบโจทย์กว่าเดิม https://thestandard.co/apple-watch-series-10/ Tue, 15 Oct 2024 12:37:27 +0000 https://thestandard.co/?p=996243

เวลาผ่านไปไวอย่างไม่น่าเชื่อ จากวันเปิดตัว Apple Watch […]

The post ดำเงา (หรือดำด้าน?) Apple Watch Series 10 บางขึ้น สวยขึ้น ตอบโจทย์กว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เวลาผ่านไปไวอย่างไม่น่าเชื่อ จากวันเปิดตัว Apple Watch ครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2014 วันนี้นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะที่ขายดีที่สุดในโลก เปลี่ยนชีวิตของใครหลายคนมานานถึง 10 ปีแล้ว และแน่นอนว่าด้วยความเป็น ‘รุ่นที่ 10’ เราย่อมอยากเห็นอะไรพิเศษๆ บ้าง

 

ปรากฏว่าไม่มี! เพราะการเปิดตัว Apple Watch Series 10 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรมากมายนัก (และเป็นเรื่องที่เราควรชินได้แล้วสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple ในยุคหลัง) ในการฟังข้อมูลทางเทคนิคและฟีเจอร์ต่างๆ แล้ว ในความรู้สึกคิดว่าน่าจะไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า (Series 9) มากเท่าไรนัก

 

แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น และสิบตาเห็นก็ไม่เท่าการสัมผัสจริง ซึ่งต้องบอกว่า Apple Watch Series 10 ทำให้ประหลาดใจได้อยู่พอสมควรเลยทีเดียว

 

ความเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกชัดเจนที่สุดคือ ตัวเรือนบางลงแบบรู้สึกได้ โดย Apple บอกว่าตัวเรือนบางลง 10% จากเดิม ทำให้ไม่นูนเหมือนซีรีส์ก่อนๆ ซึ่งถ้าเป็นผู้ที่ใช้งาน Apple Watch อยู่แล้วจะรู้สึกถึงความแตกต่าง

 

และแน่นอน บางขึ้นก็ทำให้ตัวเรือนดูสวยและลงตัวมากขึ้นด้วย ยิ่งตัวเรือนสีใหม่ (แต่เป็นสีเก่าอันลือลั่นของ iPhone 7) อย่างสี Jet Black ที่เป็นสีดำเงาก็ทำให้รู้สึกถึงความหรูเล็กๆ

 

Apple Watch Series 10 ไม่ได้มีดีแค่ความบาง แต่ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่มีผลไม่น้อยคือขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น 1 มิลลิเมตร จากรุ่นเดิม 41 มิลลิเมตร และ 45 มิลลิเมตร เป็น 42 มิลลิเมตร และ 46 มิลลิเมตร (ยังใช้สายของรุ่นก่อนได้ไม่มีปัญหา) ทำให้จอใหญ่ขึ้น (30% เมื่อเทียบกับ Series 4-6 และ 9% สำหรับ Series 7-9) สวยขึ้นและดูง่ายขึ้นมาก

 

ให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเดิมแบบรู้สึกได้เลย เพราะมองเห็นชัดทุกมุมมอง โดยเฉพาะขนาด 46 มิลลิเมตร เมื่อทดลองใช้ดูจะรู้สึกได้ว่ามีผลต่อหัวใจ ชวนอยากให้อัปเกรดมากจริงๆ

 

แต่การอัปเกรดของรุ่นที่ 10 ไม่ได้จบแค่ตัวเรือนและขนาดหน้าจอเท่านั้น สิ่งที่ Apple ใส่เข้ามายังมีเรื่องของลำโพงที่ทำให้เราฟังเพลง ฟังรายการ Podcasts หรือกระทั่งการอ่านหนังสือก็ทำได้ ซึ่งจริงๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักกับลำโพงเล็กๆ ที่ติดมากับนาฬิกา

 

แต่เท่าที่ลองใช้ดูก็ถือว่าใช้ได้อยู่ วิ่งไปฟังเพลงคลอไปเบาๆ โดยไม่ต้องใส่หูฟังก็ใช้ได้เหมือนกัน และแน่นอนว่าใช้คุยโทรศัพท์ได้ดีขึ้นด้วยระบบแยกเสียงสนทนา ที่แยกระหว่างเสียงพูดและเสียงพื้นหลังได้ อันนี้อยากบอกว่าฉลาดมาก

 

และที่ชอบอีกอย่างคือ สายแบบ Link Bracelet สายแบบใหม่ที่ให้ความหรูหรา ใส่ออกงานทางการได้เลย (แต่คุณต้องจ่ายเพิ่มอีก 14,500 บาท) ซึ่ง Apple บอกว่ามีชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้นที่ผลิตจากโลหะผสมสเตนเลสสตีล 316L ใช้เวลาเกือบ 9 ชั่วโมงในการตัดข้อต่างๆ สำหรับสายนาฬิกาเพียงเส้นเดียว โดยมีตัวล็อกแบบปีกผีเสื้อที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะพับติดอยู่กับตัวสาย

 

นอกจากนี้ตรงข้อหลายข้อยังมีปุ่มปลดล็อกที่กดง่าย ให้ใส่ข้อเพิ่มหรือถอดออกได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษให้ยุ่งยาก ซึ่งเราลองแล้วปรากฏว่าจริงแม้จะขลุกขลักไปบ้างในตอนแรก แต่ในที่สุดก็เรียนรู้เรื่องการถอดและใส่ได้แล้วในเวลาสั้นๆ

 

สิ่งที่น่าติงสำหรับ Apple Watch Series 10 ยังเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ที่ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ชดเชยด้วยระบบการชาร์จใหม่ ที่ชาร์จเร็วจาก 0-80% ได้ในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

 

สำหรับคนที่ชอบลืมชาร์จตอนกลางคืน (เช่น ผู้เขียน) การชาร์จไวแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาและลดความตึงเครียดในยามเช้าที่เร่งรีบได้มาก และน่าจะดีสำหรับผู้ที่ใช้งานหนักจนอาจทำให้แบตเตอรี่หมดไวก่อนครบวัน (ชาร์จ 15 นาทีใช้ได้ 8 ชั่วโมง)

 

ยังมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน Depth และ Tides สำหรับผู้ที่ชอบกิจกรรมทางน้ำ แอป Vitals ที่เป็นเหมือนตัวสรุปข้อมูลด้านสุขภาพประจำตัวของเรา ไปจนถึงการเพิ่มประเภทกีฬาใน Workout (มีฟุตบอลด้วย!) และ Sleep Apnea ฟีเจอร์ที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งสามารถตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

 

รวมๆ แล้ว Apple Watch Series 10 เป็นการอัปเกรดที่ดีกว่าความคาดหวังพอสมควร อย่างน้อยแค่เรื่องขนาดตัวเรือนที่บางลง และหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ชัดขึ้น ก็มีผลต่อหัวใจแล้ว เพียงแต่แนะนำให้ไปลองจับของจริงก่อน จะช่วยตอบความรู้สึกได้ดีที่สุด

 

โดย Apple Watch Series 10 มี 2 รุ่นหลักคือ รุ่น Aluminum ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท (สำหรับ GPS) มี 3 สีด้วยกันคือ Jet Black, Rose Gold และ Silver ขณะที่รุ่น Titanium (ที่สวยและหรูขึ้นไปอีก) ราคา 25,900 บาท มี 3 สีคือ Natural, Gold และ Silver โดยทุกรุ่นมี 2 ขนาดคือ 42 มิลลิเมตร และ 46 มิลลิเมตร

 

ทีนี้จะดำเงาหรือดำด้าน ก็ลองถามใจตัวเองกันดู!

 

เมธา พันธุ์วราทร

The post ดำเงา (หรือดำด้าน?) Apple Watch Series 10 บางขึ้น สวยขึ้น ตอบโจทย์กว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
watchOS 11 ใหม่มาแล้ว! เน้นฟีเจอร์สุขภาพและฟิตเนส https://thestandard.co/life/watchos-11-is-here/ Wed, 26 Jun 2024 03:00:54 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=949713

Apple Watch ฉลาดขึ้นอีกขั้นด้วย watchOS 11 ฟีเจอร์ใหม่เ […]

The post watchOS 11 ใหม่มาแล้ว! เน้นฟีเจอร์สุขภาพและฟิตเนส appeared first on THE STANDARD.

]]>

Apple Watch ฉลาดขึ้นอีกขั้นด้วย watchOS 11 ฟีเจอร์ใหม่เพื่อสุขภาพและฟิตเนสที่ไม่ควรพลาด

 

watchOS 11 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ Apple ที่สามารถปรับปรุงสุขภาพและการฝึกซ้อมของผู้ใช้ได้อย่างเป็นทางการ เต็มไปด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เน้นข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและฟิตเนส การปรับแต่งที่มากขึ้น และการเชื่อมต่อที่สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีพื้นฐานอยู่ที่เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ขั้นสูงและข้อมูลที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะทางของผู้ใช้งาน

 

ว่าแล้วเรามาดูกันว่ามีสิ่งใหม่อะไรที่น่าสนใจบ้าง

 


 

1. แอป Vitals ใหม่

 

 

Vitals เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันใหม่ที่มาพร้อมกับ watchOS 11 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวัดและติดตามข้อมูลสุขภาพต่างๆ ของผู้ใช้ ตั้งแต่อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ไปจนถึงการวัดออกซิเจนในเลือด แอปพลิเคชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและติดตามข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

 

นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อตัวชี้วัดต่างๆ อยู่นอกเกณฑ์ปกติและมีข้อความแสดงรายละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้ในสุขภาพของตนเอง ซึ่งเรามองว่ามันเป็นข้อมูลด้านสุขภาพที่ละเอียดและลึกยิ่งขึ้น

 


 

2. Training Load

 

 

มาป้องกันการโอเวอร์เทรนด้วยการวัดระดับความฟิตของร่างกายในการฝึกซ้อม (Training Load) ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจระดับความเครียดที่ร่างกายได้รับจากการออกกำลังกาย โดย Apple Watch จะสร้าง Training Load ในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ใช้ทั้งระยะเวลาในการออกกำลังกายและ Effort Rating ของผู้ใช้มาคิดคำนวณ 

 

ผู้ใช้สามารถดูในแอปกิจกรรมได้ว่า Training Load ในช่วง 7 วันล่าสุดเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับ Training Load ในช่วง 28 วันที่ผ่านมา โดยจำแนกเป็น Well Below, Below, Steady, Above หรือ Well Above ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยบ่งชี้ระดับความเครียดของร่างกายว่าเพิ่มขึ้น คงเดิม หรือผ่อนคลายลง ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลนี้มาปรับใช้กับการฝึกซ้อม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 


 

3. ติดตามการตั้งครรภ์ ข้อมูลครบครันสำหรับคุณแม่

 

 

ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ แจ้งเตือนนัดหมายแพทย์ และอีกมากมาย หลังผู้ใช้บันทึกการตั้งครรภ์ในแอปสุขภาพบน iPhone หรือ iPad แอปการติดตามรอบเดือนบน Apple Watch จะแสดงอายุครรภ์และให้ผู้ใช้บันทึกอาการต่างๆ ที่พบบ่อยในระหว่างตั้งครรภ์ เกณฑ์การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจที่สูง เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจว่าสุขภาพกายและใจของคุณแม่จะสมบูรณ์ที่สุด และรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น 

 


 

 

4. ปรับแต่งได้ดังใจ

 

ลูกเล่นใหม่ที่เราสามารถปรับแต่งวงแหวนกิจกรรมได้แล้ว ไม่ว่าผู้ใช้จะวางแผนวันพักระหว่างการฝึกซ้อม ได้รับบาดเจ็บ หรือแค่ต้องการวันหยุด เราก็สามารถหยุดวงแหวนชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน หรือนานกว่านั้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการได้รับรางวัลสถิติต่อเนื่อง นอกจากนั้นเรายังสามารถปรับแต่งเป้าหมายวงแหวนกิจกรรมตามวันในสัปดาห์ เพื่อให้วงแหวนมอบแรงจูงใจที่เหมาะสมได้อีก 

 

ตอนนี้พร้อมให้ใช้งานเวอร์ชัน Beta ในเดือนหน้าที่เว็บไซต์ beta.apple.com ส่วน watchOS 11 พร้อมให้ดาวน์โหลดภายในปีนี้สำหรับ Apple Watch Series 6 หรือใหม่กว่า จับคู่กับ iPhone XS หรือใหม่กว่าที่ใช้ iOS 18

 

ภาพ: Apple

The post watchOS 11 ใหม่มาแล้ว! เน้นฟีเจอร์สุขภาพและฟิตเนส appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัว HUAWEI WATCH FIT 3 สมาร์ทวอทช์ที่ถูกย้ำว่า ดีไซน์ ‘ทรงสี่เหลี่ยม’ รุ่นแรก เตรียมขายในไทยเร็วๆ นี้ https://thestandard.co/huawei-watch-fit-3/ Mon, 13 May 2024 11:12:58 +0000 https://thestandard.co/?p=932894

หลังจากเปิดตัวในระดับโลกไปแล้ว ล่าสุด HUAWEI ได้จัดงาน […]

The post เปิดตัว HUAWEI WATCH FIT 3 สมาร์ทวอทช์ที่ถูกย้ำว่า ดีไซน์ ‘ทรงสี่เหลี่ยม’ รุ่นแรก เตรียมขายในไทยเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากเปิดตัวในระดับโลกไปแล้ว ล่าสุด HUAWEI ได้จัดงาน Innovative Product Launch เปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล่าสุดในระบบภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) ณ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ซึ่ง THE STANDARD WEALTH เป็นหนึ่งในสื่อที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานด้วย

 

งานครั้งนี้ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สวมใส่ หูฟัง และผลิตภัณฑ์สมาร์ทออฟฟิศประกอบด้วย HUAWEI WATCH FIT 3 ใหม่ล่าสุด HUAWEI MateBook X Pro ที่ได้รับการอัปเกรด HUAWEI MatePad 11.5″S แท็บเล็ตของ HUAWEI ที่มาพร้อมกับจอแสดงผล PaperMatte รุ่นใหม่

 

“การเปิดตัวในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ HUAWEI นับเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ แสดงถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเราในการส่งมอบเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการบุกเบิกทิศทางใหม่ๆ ในด้านการออกแบบและการใช้งาน” หลุย ลวี่ ประธานหัวเว่ยดีไวซ์ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กลุ่มธุรกิจคอนซูมเมอร์หัวเว่ย กล่าว

 

แน่นอนว่าหากจะถามว่าใครที่เป็นพระเอกที่สุดในงานนี้คงหนีไม่พ้น ‘HUAWEI WATCH FIT 3’ ซึ่ง  HUAWEI ย้ำว่า เป็นสมาร์ทวอทช์ทรงสี่เหลี่ยมรุ่นแรก โดยมีจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียดสูงขนาด 1.82 นิ้ว ตัวเรือนแบบอะลูมิเนียมอัลลอยบางเพียง 9.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 26 กรัม ซึ่งทำให้สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มีน้ำหนักเบาและบางที่สุดเท่าที่เคยมีมาในซีรีส์นี้

 

 

ในแง่ของฟีเจอร์นั้น HUAWEI บอกว่า สำหรับการออกกำลังกายมีเทคโนโลยีการติดตามการออกกำลังกายรุ่นใหม่ผ่านแอปพลิเคชัน Stay Fit ให้บริการมากกว่า 9 หมวดหมู่และแผนการฝึกอบรมทางวิทยาศาสตร์ส่วนบุคคลมากกว่า 200 แผนผ่านแอป HUAWEI Health

 

Smart Sports ที่แนะนำให้ออกกำลังกายบางประเภทในช่วงเวลาที่กำหนด โดยพิจารณาจากนิสัยของผู้ใช้ สภาพอากาศ และสถานะของวงแหวนกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้พัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันมีการติดตามการนอนหลับที่แม่นยำยิ่งขึ้น

 

ในงานได้ประกาศราคาสำหรับประเทศมาเลเซียไว้ที่ 599 และ 699 ริงกิตมาเลเซีย หรือราว 4,700 บาท และ 5,400 บาท ตามลำดับ สำหรับประเทศไทยนั้นอดใจรออีกไม่นานก็จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและประกาศราคาออกมา ซึ่งแว่วๆ ว่าอาจจะมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าของมาเลเซีย

 

 

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในครั้งนี้คือ ‘HUAWEI MateBook X Pro’ แล็ปท็อปเรือธงที่มีตัวเครื่องน้ำหนักเบา 980 กรัม ซึ่งถูกย้ำกว่าเบากว่าคู่แข่งอย่างแบรนด์ A (ที่ตีความว่าเป็น Apple MacBook Air) และใช้โปรเซสเซอร์ Intel® CoreTM Ultra 9 ที่มีประสิทธิภาพสูง ยังมีหน้าจอ 14.2 นิ้วแบบ OLED

 

 

ในแง่ราคาก็ตามสเปก เพราะมีการประกาศไว้ที่ 8,999 ริงกิตมาเลเซีย หรือราว 70,000 บาทสำหรับสเปก Core Ultra 7 แรม 16GB และพื้นที่ 1TB อีกรุ่นคือราคา 10,999 ริงกิตมาเลเซีย หรือราว 85,000 บาท แม้จะเป็นราคาที่สูง แต่ก็มาพร้อมกับ Core Ultra 9 แรม 32GB และพื้นที่ 2TB 

 

HUAWEI MateBook X Pro ยังไม่มีการยืนยันว่าจะถูกนำมาขายในประเทศไทยหรือไม่ สำหรับแฟนๆ ที่อยากได้รุ่นนี้อาจจะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก HUAWEI อีกครั้ง

 

 

ยังมีการแนะนำ HUAWEI MatePad 11 5″S แท็บเล็ตที่มีเทคโนโลยีจอแสดงผล PaperMatte รุ่นใหม่ของ HUAWEI เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้ทำให้การสะท้อนแสงของพื้นผิวลดลงเหลือต่ำกว่า 2% และลดการรบกวนของแสงได้ 99% โดยทำงานได้ดีกับ HUAWEI M-Pencil (รุ่นที่ 3 รองรับโดยเทคโนโลยี NearLink) คล้ายกับความรู้สึกเมื่อเขียน วาดภาพ หรือระบายสี บนกระดาษ ช่วยเพิ่มประสบการณ์การเขียนได้ถึง 47% เมื่อเทียบกับแท็บเล็ตแบบดั้งเดิม

 

HUAWEI ยังได้เปิดตัวแอปพลิเคชันวาดภาพที่พัฒนาขึ้นมาเองอย่าง GoPaint โดยทำงานร่วมกับทีมวิจิตรศิลป์ชั้นนำ เพื่อสร้างแอปที่มีเอฟเฟกต์การเขียนและวาดภาพที่สมจริง มาพร้อมกับพู่กันเสมือนจริงกว่า 100 แบบ 

 

รวมถึงเปิดตัว HUAWEI WATCH GT 4 ขนาด 41 มิลลิเมตร สีเขียว สีใหม่ พร้อมการผสมผสานระหว่างฤดูใบไม้ผลิกับความสง่างามแบบฝรั่งเศส และ HUAWEI FreeClip Beige Edition สีเบจใหม่ที่มีลักษณะเป็นสีทรายและพื้นผิวที่อ่อนนุ่ม

 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post เปิดตัว HUAWEI WATCH FIT 3 สมาร์ทวอทช์ที่ถูกย้ำว่า ดีไซน์ ‘ทรงสี่เหลี่ยม’ รุ่นแรก เตรียมขายในไทยเร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Pixel Watch’ สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่รวมเอาจุดเด่นของ Fitbit และ Google ไว้หนึ่งเดียว เริ่มจับจอง 13 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/pixel-watch-fitbit-google/ Fri, 07 Oct 2022 06:18:55 +0000 https://thestandard.co/?p=692587

หลังประกาศเปิดตัวชิมลางไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื […]

The post ‘Pixel Watch’ สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่รวมเอาจุดเด่นของ Fitbit และ Google ไว้หนึ่งเดียว เริ่มจับจอง 13 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังประกาศเปิดตัวชิมลางไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อวานนี้บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง Google ได้ประกาศว่า Pixel Watch นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของ Google จะปล่อยออกสู่ตลาดให้ผู้บริโภคจับจองแล้วในวันที่ 13 ตุลาคม 2022

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Google ประกาศเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรก Pixel Watch ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของ Google ในการบุกตลาดสมาร์ทวอทช์ หลังมี Apple และ Samsung เป็นผู้นำตลาดมาเนิ่นนาน โดยร่วมมือกับ Fitbit พัฒนาฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


Google Pixel Watch รุ่นแรกจะเป็นนาฬิกาลักษณะโค้งมน ปรับเปลี่ยนสายได้ ตัวเรือนทำจากสเตนเลส ไร้ขอบ ใช้ระบบปฏิการ Wear OS by Google (Wear OS 3.5) มีความจุ 32GB โต้ตอบผ่านหน้าปัดได้ด้วยการปัด และด้วยความร่วมมือกับ Fitbit ทำให้ Pixel Watch กลายเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีรูปลักษณ์สวยเฉียบ และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ดูแลสุขภาพที่ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็น โหมดอัตราวัดการเต้นของหัวใจในระดับแม่นยำ, โหมดออกกำลังกาย 40 โหมด, GPS ในตัว รวมถึงฟีเจอร์ Active Zone Minutes ช่วยให้การออกกำลังกายต่อเนื่อง ทั้งยังรองรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG เพื่อตรวจจับอาการหัวใจเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ด้วย

 

แน่นอนว่าแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Google Maps, Google Wallet และ Google Assistant จะเป็นส่วนหนึ่งของ Pixel Watch รวมไปถึงหลากหลายแอปพลิเคชันที่เข้าถึงได้ผ่าน Google Play Store บนข้อมือของคุณ เช่น Adidas Running, Calm, Spotify, MyFitnessPal และ Strava 

 

ตัวนาฬิกายังสามารถกันน้ำได้ในระดับ 50 เมตร (5 ATM) มีระบบ Emergency SOS ระบบตรวจจับการล้มและติดต่อบริการฉุกเฉิน

 

Pixel Watch จะวางขายในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ Bluetooth/Wi-Fi ในราคา 349.99 ดอลลาร์สหรัฐ และ 4G LTE+Bluetooth/Wi-Fi ราคา 399.99 ดอลลาร์สหรัฐ

 

สอบถามข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://blog.google/products/pixel/google-pixel-watch

 

ภาพ: Google

อ้างอิง:

The post ‘Pixel Watch’ สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่รวมเอาจุดเด่นของ Fitbit และ Google ไว้หนึ่งเดียว เริ่มจับจอง 13 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การมาของ Apple Watch Ultra อาจทำให้ Garmin ตกอยู่ในสภาพเดียวกับ Nokia ที่ย่ำแย่หลังการมาถึงของ iOS และ Android https://thestandard.co/apple-watch-ultra-vs-garmin/ Tue, 13 Sep 2022 09:32:58 +0000 https://thestandard.co/?p=680836 Apple Watch Ultra

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 ตอนเปิดตัว iPhone บริษัทไอทียักษ […]

The post การมาของ Apple Watch Ultra อาจทำให้ Garmin ตกอยู่ในสภาพเดียวกับ Nokia ที่ย่ำแย่หลังการมาถึงของ iOS และ Android appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Watch Ultra

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 ตอนเปิดตัว iPhone บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ณ ตอนนี้อย่าง Apple ได้ถูกสาวก Nokia ตอนนั้นที่ยึดติดระบบปฏิบัติการของตนมากเกินไปเย้ยหยัน 

 

แม้ในตอนนั้นสเปกโทรศัพท์ของ Nokia จะเหนือกว่า iPhone ก็จริง แต่การใช้งานนั้น Apple ทำได้ดีกว่า ซึ่งการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่อย่างช้าๆ ของ Apple ในทุกๆ ปี ทำให้ไล่ตามโทรศัพท์เรือธงของแบรนด์ชั้นนำ ณ​ ตอนนั้นอย่าง Nokia, BlackBerry และ Motorola ได้ทัน และทำให้ส่วนแบ่งในตลาดของทั้ง 3 แบรนด์ย่ำแย่ลง 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

ในขณะที่สถานการณ์ของ Nokia ย่ำแย่ลงไวยิ่งขึ้น เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบปฏิบัติการ Android ที่มี Google เป็นเจ้าของ และในปี 2011 ก็ได้แซงหน้า Symbian OS ของ Nokia ซึ่งหลังจากนั้นธุรกิจโทรศัพท์ของ Nokia ถูกขายให้กับ Microsoft ในปี 2014

 

รายงานจาก The Verge ชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดซ้ำรอยกับ Garmin ที่กำลังโดน Apple Watch แย่งชิงส่วนแบ่งในตลาด 

 

จากงานวิจัยของ Counterpoint พบว่า Apple นั้นครองตลาดสมาร์ทวอทช์ในช่วงราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์แล้ว และในส่วนของ Garmin นั้นครองตลาดระดับบนด้วยนาฬิกากลางแจ้งระดับพรีเมียมราคาตั้งแต่ 699 ดอลลาร์ จนถึงมากกว่า 1,500 ดอลลาร์ 

 

ราคาอันสูงลิ่วของ Garmin เป็นเหตุให้บริษัทอยู่อันดับที่ 3 ในแง่ของรายได้ แม้จะอยู่อันดับที่ 5 ในการจัดส่งอุปกรณ์ไปยังผู้บริโภคก็ตาม 

 

ล่าสุด Apple ได้เปิดตัว Apple Watch Ultra ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Apple หิวโหยส่วนแบ่งทางการตลาดของสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมียมที่ใหญ่กว่า พร้อมอัตรากำไรที่ร่ำรวยกว่าตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่ Apple นั้นครองอยู่แล้ว

 

Apple Watch Ultra ที่เพิ่งเปิดตัวไปและมีราคาต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์นั้น ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบฟีเจอร์กับนาฬิการาคาใกล้เคียงของแบรนด์อย่าง Garmin, Coros และอื่นๆ อีกมาก 

 

แม้ Apple Watch Ultra ยังด้อยกว่าในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ 36 ชั่วโมง หรือ 60 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งานโหมดแบตเตอรี่ต่ำ ขณะที่แบรนด์อื่นๆ นั้นคำนวณอายุการใช้งานแบตเตอรี่เป็นสัปดาห์ ไม่ใช่ชั่วโมง 

 

นอกจากนี้ยังขาดสิ่งต่างๆ เช่น แผนที่ภูมิประเทศที่ใส่มากับนาฬิกา ซึ่งจำเป็นสำหรับเส้นทางเดินเขา หรือการรองรับเครื่องวัดกำลังไฟฟ้าแบบบลูทูธและเซ็นเซอร์วัดรอบขาที่นักปั่นจักรยานใช้ คุณสมบัติด้านกีฬาและการวิเคราะห์ของ Apple นั้นยังอ่อนด้อยเมื่อเทียบกับความลึกและความหลากหลายที่นำเสนอโดยคู่แข่ง

 

แต่ Apple นั้นมีตลาดแอปพลิเคชันที่ยอดเยี่ยมเพื่อมาชดเชยสิ่งที่บริษัทยังไม่มีหรือไม่ได้ทำ ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ iPhone แล้ว และตอนนี้ Apple Watch ได้นำฟีเจอร์เดียวกันกับแบรนด์อื่นๆ เข้ามาแล้ว 

 

เมื่อบวกกับไมโครโฟนที่ดีกว่า ลำโพงที่ดังขึ้น และไซเรนขอความช่วยเหลือ อาจทำให้นักกีฬากลางแจ้งที่จริงจังบางคนถูกดึงดูดโดย Ultra อย่างไม่ต้องสงสัยในฐานะนาฬิกามัลติสปอร์ตที่พอใช้ได้

 

ขณะที่จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของ Garmin คือความสามารถในการใช้งาน นาฬิการะดับไฮเอนด์มีฟีเจอร์และความสามารถมากมายที่บดบังด้วยซอฟต์แวร์ที่ ‘ซับซ้อน’ ซึ่งบางครั้งรู้สึกเหมือนอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ 

 

สวนทางกับ Apple ที่เก่งเรื่องการออกแบบอินเทอร์เฟซสำหรับผู้ใช้ แต่ Garmin นั้นไม่ใช่ ซึ่งคล้ายกับที่ Nokia พยายามปรับ Symbian เพื่อโต้กลับ iPhone และ Android แต่มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น และในอนาคตนาฬิกาของ Apple จะตามสเปกและฟีเจอร์ที่มีในนาฬิกาเรือธงของ Garmin ได้ทัน และนั่นอาจทำให้ภาพประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย

 

ภาพ: Courtesy of Apple

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post การมาของ Apple Watch Ultra อาจทำให้ Garmin ตกอยู่ในสภาพเดียวกับ Nokia ที่ย่ำแย่หลังการมาถึงของ iOS และ Android appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์สำหรับสายเอ็กซ์ตรีม ฉลาด สมบุกสมบัน ดีไซน์สวย https://thestandard.co/apple-watch-ultra/ Thu, 08 Sep 2022 07:33:10 +0000 https://thestandard.co/?p=678109 Apple Watch Ultra

ใครที่เคยใช้ Apple Watch เล่นกีฬา โดยเฉพาะกิจกรรมที่กิน […]

The post Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์สำหรับสายเอ็กซ์ตรีม ฉลาด สมบุกสมบัน ดีไซน์สวย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Watch Ultra

ใครที่เคยใช้ Apple Watch เล่นกีฬา โดยเฉพาะกิจกรรมที่กินเวลานานอย่างมาราธอนหรือไตรกีฬา จะรู้ดีว่าจุดอ่อนของ Apple Watch คือ แบตเตอรี่ที่หมดไวกว่าเจ้าอื่นๆ บวกกับยังไม่ตอบโจทย์นักกีฬาหรือผู้ที่จริงจังกับ Performance เท่าไรนัก แต่ปัญหานี้จะหมดไปด้วยการมาของ Apple Watch Ultra 

 

 

Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์ซีรีส์ใหม่จาก Apple ถูกออกแบบมาเพื่อกิจกรรมกลางแจ้งที่หนักไปทางเอ็กซ์ตรีม สำรวจ หรือผจญภัย ที่ต้องการนาฬิกา Performance ที่มีความทนทาน สมบุกสมบัน และอึดมากเป็นพิเศษ ทาง Apple จึงออกตัวนี้มาเพื่อเจาะตลาดนี้โดยเฉพาะ ตัวเรือนทำจากไทเทเนียมมีขนาด 49 มิลลิเมตร ด้านหน้าแบบผลึกแซฟไฟร์แบนเรียบ นับเป็นหน้าจอที่ใหญ่และสว่างที่สุดในบรรดา Apple Watch ทำให้ง่ายต่อการมองเห็น 

 

ปุ่มการทำงานหรือเม็ดมะยมปรับดีไซน์ใหม่ให้เป็นสีส้ม มองเห็นชัดและกดได้แม่นยำ สั่งการง่าย สามารถปรับแต่งให้ใช้หลายๆ คุณสมบัติในทันที เช่น การออกกำลังกาย จุดอ้างอิงเข็มทิศ การติดตามการเดิน ฯลฯ 

 

 

มาพร้อม GPS แบบสองคลื่นความถี่ที่แม่นยำ ซึ่งรวม GPS ย่าน L1 และย่านความถี่ล่าสุดอย่าง L5 มีอัลกอริทึมใหม่สำหรับการระบุตำแหน่ง ที่ทำให้ Apple Watch Ultra มี GPS ที่ถูกต้องที่สุดเท่าที่ Apple Watch เคยมีมา สามารถแสดงระยะทาง เวลาเฉลี่ยต่อระยะทาง และเส้นข้อมูลสำหรับการฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างแม่นยำที่สุด จึงแก้ปัญหาเรื่องการคลาดเคลื่อนของตัวเลขที่เกิดขึ้นกับรุ่นก่อนๆ 

 

 

กันน้ำได้ลึก 40 เมตร สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันใหม่อย่าง Oceanic+ ที่สามารถดูเวลา ความลึกปัจจุบัน อุณหภูมิน้ำ ระยะเวลาใต้น้ำ และความลึกสูงสุดที่ลงไปถึง ทั้งยังสามารถตั้งโปรแกรมปุ่มการทำงานเพื่อใช้เปิดแอปความลึกได้ทันที 

 

แบตเตอรี่สามารถใช้ได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานปกติ 1 ครั้ง แต่หากตั้งค่าประหยัดพลังงานจะยืดเวลาการใช้งานได้สูงถึง 60 ชั่วโมง ดังนั้นสายไตรกีฬาจึงไม่ต้องเป็นกังวล รวมทั้งคนที่ต้องเดินป่า ขึ้นเขา หรืออยู่ในที่ที่ไม่สามารถชาร์จไฟได้ก็ไม่ต้องเป็นห่วง

 

 

หน้าปัดมีดีไซน์เฉพาะอย่างนาฬิกา Wayfinder ที่มาพร้อมเข็มทิศและมีพื้นที่สำหรับใส่กลไกหน้าปัดได้สูงสุด 8 แบบ มีสายดีไซน์ใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ Trail Loop, Alpine Loop และ Ocean Band เน้นการใส่ที่แน่น กระชับ และสบายสำหรับกิจกรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะวิ่ง ว่าย ปั่น ไตรฯ ดำน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นของ Apple คือการให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ถึงแม้จะฉลาด ถึก และอึด แต่ก็ยังคงกลิ่นอายความมินิมัลตามแบบฉบับของ Apple Watch ไม่เสื่อมคลาย 

 

Apple Watch Ultra สนนราคาอยู่ที่ 31,900 บาท พร้อมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ 

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post Apple Watch Ultra สมาร์ทวอทช์สำหรับสายเอ็กซ์ตรีม ฉลาด สมบุกสมบัน ดีไซน์สวย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google เปิดตัว Pixel Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่เด่นทั้งเรื่องเทคโนโลยีและสุขภาพ https://thestandard.co/google-pixel-watch/ Thu, 12 May 2022 11:41:25 +0000 https://thestandard.co/?p=628019 Google Pixel Watch

วงการสมาร์ทวอทช์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ล่าสุดจาก Google […]

The post Google เปิดตัว Pixel Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่เด่นทั้งเรื่องเทคโนโลยีและสุขภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google Pixel Watch

วงการสมาร์ทวอทช์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ล่าสุดจาก Google กับ Pixel Watch 

 

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 พฤษภาคม) บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง Google เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรก Pixel Watch ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของ Google ในการบุกตลาดสมาร์ทวอทช์ หลังจากที่มี Apple และ Samsung เป็นผู้นำมาตลาดมาเนิ่นนาน โดย Google ตั้งเป้าว่า Pixel Watch จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการสร้างแบรนด์ Pixel ให้ครบวงจร เช่นเดียวกับ 2 แบรนด์ก่อนหน้า ซึ่งมีทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หูฟังไร้สาย และนาฬิกาอัจฉริยะ 

 

ข่าวลือเรื่องการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ของแบรนด์ เริ่มต้นตั้งแต่ Google ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ Fitbit เมื่อปี 2021 หลายฝ่ายเชื่อว่าการควบรวมครั้งนี้ เป็นการรวมจุดเด่นของ 2 นวัตกรรมสมาร์ทวอทช์เข้าด้วยกัน คือการนำเทคโนโลยีของ Google อย่าง LTE หรือ Health Tracking มารวมกับตัวต้นแบบสมาร์ทวอทช์ Fitbit ที่เด่นในเรื่องของแบตเตอรี่ที่คงทน 

 

“ข้อดีของการรวมกันของ Google และ Fitbit คือการที่เราสามารถรวมอุปกรณ์ที่คุณสมบัติแตกต่างมาไว้ด้วยกันได้” เจมส์ พาร์ก ผู้ก่อตั้งบริษัท Fitbit ซึ่งตอนนี้เป็นหัวแรงแผนกอุปกรณ์สวมใส่ของ Google กล่าว

 

แน่นอนว่า แอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Google Maps, Google Wallet และ Google Assistant จะเป็นส่วนหนึ่งของ Pixel Watch พร้อมกับซอฟต์แวร์ที่ได้รับการปรับแต่งให้ลื่นไหลและใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น และยังสามารถเปลี่ยนสายรัดข้อมือได้ตามชอบ เป้าหมายหลักของ Google ไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นกลยุทธ์ที่จะให้ผู้คนยังคงใช้แอปพลิเคชันของ Google ต่อไป 

 

ในส่วนของราคา Google ไม่ได้ประกาศราคาของสมาร์ทวอทช์ออกมา รวมถึงคุณสมบัติและฟีเจอร์ต่างๆ ด้วย แต่คาดว่าจะมีการเปิดเผยอีกครั้งในช่วงใกล้วางขาย

 

นอกจากนี้ Google ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Pixel 6A สมาร์ทโฟน Pixel Buds Pro ทั้งสองผลิตภัณฑ์จะวางขายในเดือนกรกฎาคมนี้ และ Pixel 7 ซึ่งวางแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปิดท้ายด้วย Pixel Tablet ที่จะออกมาในปี 2023 

 

ภาพ: Google

อ้างอิง:

The post Google เปิดตัว Pixel Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรก ที่เด่นทั้งเรื่องเทคโนโลยีและสุขภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fitbit Charge 5 สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ ครบเครื่องในราคาไม่ถึงหมื่น https://thestandard.co/fitbit-charge-5-smart-watch/ Tue, 11 Jan 2022 10:46:54 +0000 https://thestandard.co/?p=581326 Fitbit Charge 5

ขึ้นชื่อว่า Fitbit แน่นอนว่าสมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพจากค่ […]

The post Fitbit Charge 5 สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ ครบเครื่องในราคาไม่ถึงหมื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fitbit Charge 5

ขึ้นชื่อว่า Fitbit แน่นอนว่าสมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพจากค่ายนี้เชื่อถือได้เรื่องความแม่นยำในการเก็บข้อมูลด้านสุขภาพและการประมวลผลวิเคราะห์ค่าต่างๆ ในแอปพลิเคชัน ที่แบรนด์นี้ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดสมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพที่หมั่นพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่เสมอ แต่ด้วยความที่ Fitbit มีไลน์สินค้าค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งแตกต่างกันทั้งดีไซน์ ความสามารถ และราคา ทำให้หลายคนเลือกไม่ถูกว่าถ้าจะเป็นเจ้าของสมาร์ทวอทช์จาก Fitbit สักเรือน เราจะเลือกรุ่นไหนดี เพราะมีทั้งตัวท็อปออปชันจัดเต็มอย่าง Sense, รุ่นกลางๆ หน้าจอสี่เหลี่ยม Versa, รุ่นที่เน้นการออกกำลังกาย เช่น Charge และ Inspire สำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งครั้งนี้เราจะมาพูดถึง Fitbit Charge 5 ที่เข้ามาเจาะกลุ่มคนรักการออกกำลังกายโดยเฉพาะ  

 

Fitbit Charge 5 ถือเป็นรุ่นแรกในตระกูล Charge ที่มาพร้อมหน้าจอสีแบบ AMOLED สามารถตั้ง Always-on-Display หรือหน้าจอเปิดทำงานตลอดเวลา หากจะดูเวลาก็เพียงพลิกข้อมือขึ้น ทำให้สะดวกในการมองเห็นขณะออกกำลังกาย ดีไซน์เรียบ มินิมัล ไร้ปุ่มกดใดๆ เพราะเป็นระบบสัมผัส 100 เปอร์เซ็นต์ ตัวนาฬิกาติดตั้ง GPS มาให้ใส่ทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างวิ่ง ว่าย ปั่น หรือ Trekking ก็ได้ด้วย และเป็นตัวแรกที่มีเซ็นเซอร์ EDA ไว้วัดระดับความเครียด วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และ Heart Rate Variability หรือการติดตามการแปรผันของหัวใจ ที่ทำให้เรารู้ถึงสภาวะร่างกายในเวลานั้น เช่น ผ่อนคลาย เครียด ฯลฯ เพื่อดูความพร้อมของร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถดูอัตราการหายใจและวิเคราะห์ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดแดง หรือ SpO2 ได้อีกด้วย มีโหมดออกกำลังกาย 20 แบบ สามารถตรวจจับการออกกำลังกายได้อัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องคอยกดเปิดโหมดใช้งาน ซึ่งดีมากสำหรับคนที่มักลืมกดสตาร์ทเวลาเริ่มเสียเหงื่อไปแล้ว 

 

Fitbit Charge 5

หน้าจอเป็นระบบสัมผัส ไม่มีปุ่มกดใดๆ ตัวเลขและตัวอักษรมีขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจน 

 

Fitbit Charge 5

ด้วยขนาดที่เล็ก บาง และเบา ทำให้ใส่ออกกำลังกายได้โดยไม่รู้สึกติดขัด 

 

นอกจากนั้น อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ Fitbit คือการติดตามคุณภาพการนอน เพราะเมื่อเราใส่นอนและตื่นมาเช็กค่าต่างๆ ในแอป จะมีข้อมูลบอกอย่างละเอียดว่าคุณภาพการนอนเป็นอย่างไร แสดงผลเป็น Sleep Stage ที่ทำให้เราเข้าใจการนอนได้ดียิ่งขึ้น และรู้ว่าเราหลับสนิทจริงหรือไม่ มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ ซึ่งคนที่ซื้อรุ่นนี้ไปยังสามารถเปิดใช้งาน Fitbit Premium ที่บอกข้อมูลเชิงลึกและเพิ่มโปรแกรมการออกกำลังกายที่แอดวานซ์ยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมออกกำลังกาย StrongWill จากทีมเทรนเนอร์ วิลล์ สมิธ หรือ LES MILLS ได้ฟรี 6 เดือน (แต่ต้องดูผ่านแอปในมือถือ) แต่หลังจากนั้นจะมีค่าบริการรายเดือนที่ต้องเราจ่ายเพิ่ม 

 

Fitbit Charge 5

Fitbit Charge 5

มี 3 สีให้เลือก 

 

ความรู้สึกหลังใช้งานจริง 

เราพบว่า Fitbit Charge 5 มาพร้อมความสามารถครบครันที่สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพยุคนี้พึงมี ด้วยความที่ใส่มาให้อย่างไม่มีกั๊ก ซึ่งหากเป็นสมาร์ทวอทช์ค่ายอื่นๆ จะมีราคาสูงกว่านี้ จึงถือว่า Charge 5 คุ้มค่ามากทีเดียว และต้องบอกว่าด้วยดีไซน์และน้ำหนักของ Fitbit Charge 5 ที่เล็ก เบา และบาง ทำให้เราแทบไม่รู้สึกว่าสวมใส่มันอยู่แม้ในขณะออกกำลังกายหรือนอนหลับ แต่ด้วยความที่ไม่มีปุ่มใดๆ ทำให้บางครั้งการเข้าถึงเมนูต่างๆ ต้องอาศัยการจดจำการปัดหน้าจอขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา แต่หากใช้จนคล่องมือแล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา หน้าจอคมชัด สว่าง แม้อยู่ท่ามกลางแดดจ้า จุดนี้ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ข้อดีอีกอย่างคือ ตัวแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานเมื่อเทียบกับสมาร์ทวอทช์ค่ายอื่นๆ ที่แทบต้องชาร์จวันต่อวัน เรียกได้ว่าถ้าไม่ถอดตอนอาบน้ำก็ใส่ได้นานเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว 

 

Fitbit Charge 5 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, ขาว และฟ้า สนนราคาอยู่ที่ 7,690 บาท 

The post Fitbit Charge 5 สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ ครบเครื่องในราคาไม่ถึงหมื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Apple Watch’ สมาร์ทวอทช์ที่ช่วยให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่าย คัดกรองอาการเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ได้ https://thestandard.co/apple-watch-health-care-smarrt-watch-for-help-seniors/ Mon, 19 Apr 2021 14:59:22 +0000 https://thestandard.co/?p=477459 ‘Apple Watch’ สมาร์ทวอทช์ที่ช่วยให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่าย คัดกรองอาการเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ได้

เราพบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยในวันนี้หันมาใส่มาร์ทวอทช์ […]

The post ‘Apple Watch’ สมาร์ทวอทช์ที่ช่วยให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่าย คัดกรองอาการเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Apple Watch’ สมาร์ทวอทช์ที่ช่วยให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่าย คัดกรองอาการเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ได้

เราพบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยในวันนี้หันมาใส่มาร์ทวอทช์ นาฬิกาอัจฉริยะเพื่อดูแลสุขภาพและตรวจเช็กข้อมูลสุขภาพของตัวเองกันเยอะมากๆ จากการสังเกตด้วยเวลาออกไปเดินตามถนนหนทาง ศูนย์การค้า และสถานที่ต่างๆ (ก่อนโควิด-19 จะระบาดรุนแรงในระลอกใหม่เดือนเมษายนนี้)

 

ซึ่งก็จะมีทั้งผู้ใช้งานกลุ่มผู้สูงวัยซึ่งรักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ชอบที่จะศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองด้วยตัวเอง กับอีกกลุ่มคือกลุ่มที่ลูกๆ หลานๆ ซื้อหามาให้

 

ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ 13 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันสงกรานต์แล้ว ก็ยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติอีกด้วย เราจึงถือโอกาสในช่วงนี้มาแนะนำฟีเจอร์การใช้งาน ‘บางส่วน’ จาก Apple Watch ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานกลุ่มผู้สูงวัยกันไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในแง่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพตัวเองเพื่อเฝ้าระวังการรักษาโรคต่างๆ

 

Apple Watch ช่วยให้ผู้ใช้งาน ผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูลสุขภาพตัวเองได้ด้วย ‘ตัวเอง’

ว่ากันว่า ถ้าตัดเรื่องระบบนิเวศอุปกรณ์ Apple ที่อยู่ในลูปเดียว และความง่ายของอินเทอร์เฟซการใช้งานต่างๆ ออกไป อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจ Apple Watch มาคล้องข้อมือนั้นเป็นผลมาจากการที่มันมาพร้อมกับฟีเจอร์การใช้งานด้านสุขภาพ ‘Health’ ที่มีมาให้อย่างครบครัน (ข้อมูลจากผลสำรวจพบว่า กว่า 45% ของผู้ใช้งานที่ซื้อ Apple Watch มาใช้เป็นเพราะฟีเจอร์ด้าน Health)

 

Apple Watch ผู้สูงอายุ

 

โดยเฉพาะการวัดจังหวะการเต้นของหัวใจที่สามารถนำไปใช้งานต่อยอดเพื่อตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ทั้งการแจ้งเตือนภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกติ, เต้นเร็วหรือช้าจนเกินไป หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG ที่เพิ่งเปิดให้ใช้งานในไทยไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เอง

 

 

ส่วนผู้สูงอายุบางรายที่อาจจะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับยามค่ำคืน ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ Sleep Tracking เพื่อตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ ข้อมูลการนอนในระหว่างที่ใส่ Apple Watch นอนหลับแต่ละคืน พร้อมตั้งเป้าหมายการนอนหลับหรือ Sleep Goal ในแบบที่ตัวเองต้องการ เพื่อยกระดับคุณภาพการนอนให้ดีขึ้น โดยที่ในระหว่างนอนก็ยังสามารถตรวจวัดจังหวะการเต้นของหัวใจ เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกต่างหาก

 

 

ในด้านการแจ้งเตือนสภาพแวดล้อม ผู้สูงอายุที่สวม Apple Watch ก็ยังสามารถเฝ้าระวังการอยู่ในพื้นที่ที่เป็นมลพิษทางเสียงได้อีกด้วย ผ่านแอปฯ Noise ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ใช้งานในกรณีที่อยู่ในบริเวณที่เสียงรอบตัวดังจนอาจจะเป็นอันตรายกับสุขภาพการได้ยิน ซึ่งเราพบว่าเวิร์กมากๆ (ผู้เขียนมักจะได้รับการแจ้งเตือนนี้บ่อยๆ เมื่ออยู่ในร้านอาหารที่เปิดเพลงเสียงดัง) และก็ยังใช้ควบคู่ผ่านอุปกรณ์หูฟังต่างๆ เพื่อตรวจเช็กว่าเราฟังเพลงเสียงจากสื่อต่างๆ ในระดับที่ดังกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็นหรือไม่ได้ด้วย

 

มาต่อกันที่การตรวจวัดข้อมูลในแง่การเคลื่อนไหว ใน WatchOS7 ยังช่วยให้ผู้ใช้งานที่ใส่ Apple Watch ทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถลงลึกตรวจเช็กข้อมูลการเคลื่อนไหวของตัวเอง (Mobility) ที่ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย เช่น การก้าวเดิน การวิ่ง ฯลฯ เท่านั้น เพราะสามารถลงดีเทลได้ลึกถึง 6 ระดับมาตรวัด ตั้งแต่ ระยะของย่างก้าวที่เดิน, ความเร็วในการขึ้นลงบันได ไปจนถึงความเร็วในการเดิน เป็นต้น เพื่อช่วยให้ลูกๆ หลานๆ คอยมอนิเตอร์ข้อมูลต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังกรณีที่อาจจะเป็นความเสี่ยงในการเดินหรือการใช้ชีวิตประจำวันในแต่ละวันได้ดี

 

ส่วนในแง่ของการแจ้งเตือนกรณีเกิดอุบัติเหตุ ก็แน่นอนว่าตัว Apple Watch ตั้งแต่รุ่น 4 เป็นต้นมาสามารถใช้ฟีเจอร์การตรวจวัดการล้มแบบอัตโนมัติได้ (Fall Detection) ซึ่งในกรณีที่ผู้ใส่เกิดล้มจริงๆ แล้วไม่มีการตอบสนองใดๆ ตัว Watch ก็จะดำเนินการแจ้งผ่านคอนแท็กผู้ใช้งานฉุกเฉินที่เราได้ผูกไว้ตอนเปิดใช้งานได้ด้วยตัวเอง (ตรงนี้ลูกๆ หลานๆ สามารถเซ็ตอัพการคั้งค่าตัวเบอร์ติดต่อฉุกเฉินให้กับพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ได้ด้วยตัวเอง) และยังสามารถเพิ่มข้อมูลทางการแพทย์ Medical ID ไว้เพื่อป้องกันกรณีการเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีใครคาดคิดได้อีก

 

 

ทั้งนี้สำหรับผู้ใช้งานที่เป็นลูกๆ หลานๆ ซื้อให้ก็สามารถตั้งค่า Family Setup (เพิ่งเปิดตัวไปปลายปี 2020) ให้กับผู้ใช้งานสูงอายุด้วยตัวเองได้ เพื่อใช้ในการแจ้งเตือนกรณีที่เกิดความผิดปกติของผู้สวมใส่ ซึ่งจะเด้งข้อความแบบอัตโนมัติบนอุปกรณ์ของเราได้ทันที ทั้งการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ การล้ม หรือในกรณีที่เกิดพลัดหลง สูญหาย ก็สามารถติดตามได้จากข้อมูล Find My ได้เลย เรียกได้ว่าสะดวกสุดๆ

 

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ใน Watch OS7 ยังเพิ่ม ‘ความหลากหลาย’ ในการปรับแต่งหน้าจอหน้าปัดนาฬิกามาให้ด้วย เอาไว้แก้ปัญหากรณีที่กังวลว่าตัวอักษร ตัวเลขบนนาฬิกาจะมี ‘ขนาดเล็กกว่า’ ที่จะมองเห็น ก็สามารถปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามความถนัดในการมองเห็นของผู้สวมใส่ได้ง่ายๆ เลย

 

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย อายุรแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย อายุรแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

คุณหมอพบ Apple Watch ช่วยคัดกรองผู้ป่วยขั้นต้น ให้ผู้ใส่มีข้อมูลสุขภาพตัวเองเวลามาพบแพทย์ได้

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย อายุรแพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงประโยชน์การใช้งาน Apple Watch ในผู้ใช้งานที่เป็นผู้สูงวัยกับ THE STANDARD โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจของยูสเคสการใช้งานจริงว่า ตั้งแต่ที่คนไข้สูงอายุบางรายนำ Apple Watch มาใช้งานควบคู่เวลาพบแพทย์ ก็ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลกรณีการผิดปกติที่ตัว Watch มีการแทร็กเก็บไว้ได้เลย โดยที่บางครั้งกรณีความผิดปกตินั้นๆ คนไข้อาจจะไม่รู้ตัว ไม่แสดงอาการ หรือจำไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

ตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์มากๆ เพราะช่วยให้แพทย์สามารถได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งแม้จะไม่ใช้ข้อมูลที่นำมาประกอบการรักษาโดยตรง แต่ก็เป็นชุดข้อมูลของคนไข้ที่มีการเก็บข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

 

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหมอสุวานิชพบว่า Apple Watch ยังเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ Pre Screen ช่วยคัดกรองคนไข้ในเบื้องต้นได้ดีอีกต่างหาก โดยพบคนไข้เส้นเลือดสมองตีบจากการตรวจคลื่นหัวใจเบื้องต้นบน Apple Watch ก่อนจะดำเนินการตรวจซ้ำตามกระบวนการทางการแพทย์ถึง 2-3 ราย

 

และยังพบคนไข้ที่มีภาวะหัวใจสั่นพลิ้วมากกว่า 4 เคส จากที่มีการตรวจเบื้องต้นโดย Apple Watch ทั้งหมด 40 เคส (ระดับการคัดกรองที่ 10%) ซึ่งตรงนี้คุณหมอระบุว่า Apple Watch สามารถเข้ามาปิดช่องว่าง หรือ Gap การคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นได้สะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น 

 

เพียงแต่ข้อแนะนำที่คุณหมอเชื่อว่าอาจจะทำให้ผู้สูงอายุใช้งาน Apple Watch ได้ดีขึ้นในอนาคต คือหากมันสามารถใช้วัดระดับความดันของผู้สวมใส่ สามารถตรวจวัดคลื่นหัวใจได้ทันทีในกรณีที่ผู้ใช้งานเกิดอุบัติเหตุล้ม รวมถึงการหาแนวทางช่วยให้ผู้ใช้งานที่อาจจะมีภาวะมือสั่น แตะนิ้ววัดข้อมูลบนแป้นมะยม Digital Crown ได้แม่นยำขึ้น ก็จะเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ครบครันรอบด้าน

 

และนี่ก็เป็นทั้งหมดจากมุมมองการใช้งาน Apple Watch เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยที่สนใจจะใช้งาน หรือช่วยให้บรรดาลูกๆ หลานๆ ที่กำลังพิจารณาทางเลือกสมาร์ทวอทช์ให้กับคนที่รักสามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้ดีขึ้นกว่าเดิม

The post ‘Apple Watch’ สมาร์ทวอทช์ที่ช่วยให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ดูแลสุขภาพตัวเองได้ง่าย คัดกรองอาการเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Facebook รุกฮาร์ดแวร์หนัก ซุ่มพัฒนา ‘นาฬิกาอัจฉริยะ’ ให้ข้อมูลสุขภาพ แจ้งเตือนข้อความ คาดพร้อมขายปีหน้า ท้าชน Apple https://thestandard.co/facebook-plans-smartwatch-with-focus-on-messaging-health/ Sat, 13 Feb 2021 04:19:11 +0000 https://thestandard.co/?p=453933 Facebook นาฬิกาอัจฉริยะ

สมรภูมิเทคโนโลยีเป็นอีกสังเวียนหนึ่งที่ขับเคี่ยวกันดุเด […]

The post Facebook รุกฮาร์ดแวร์หนัก ซุ่มพัฒนา ‘นาฬิกาอัจฉริยะ’ ให้ข้อมูลสุขภาพ แจ้งเตือนข้อความ คาดพร้อมขายปีหน้า ท้าชน Apple appeared first on THE STANDARD.

]]>
Facebook นาฬิกาอัจฉริยะ

สมรภูมิเทคโนโลยีเป็นอีกสังเวียนหนึ่งที่ขับเคี่ยวกันดุเดือดสูสีชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความขัดแย้งระหว่าง Apple และ Facebook ที่ดูจะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว เมื่อมีรายงานออกมาว่า Facebook กำลังซุ่มพัฒนานาฬิกาอัจฉริยะ โดยเตรียมจำหน่ายในช่วงปีหน้า ซึ่งตลาดนี้ในปัจจุบัน Apple ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายเคยมีข้อพิพาทกันในประเด็น ‘ข้อมูล’ และความเป็นส่วนตัวผู้ใช้งาน

 

เว็บไซต์ข่าวสารเทคโนโลยีชั้นนำในต่างประเทศ ทั้ง The Verge และ The Information ได้นำเสนอข่าวที่ระบุว่า Facebook กำลังซุ่มพัฒนานาฬิกาอัจฉริยะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเตรียมวางจำหน่าย โดยคาดว่าน่าจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android แต่ในขณะเดียวกัน Facebook ก็กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองอยู่เหมือนกัน เพื่อเตรียมใช้งานกับผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์อื่นๆ ในอนาคตของบริษัท

 

เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่า นาฬิกาอัจฉริยะของ Facebook น่าจะมาพร้อมความสามารถในการแจ้งเตือนข้อความ ฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งเจ้า Smartwatch เรือนนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศครอบครัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรายนี้ได้พัฒนาขึ้นมา เช่น แว่น VR ของ Oculus และหน้าจอแชต Portal Video Chat เป็นต้น

 

ข้อมูลจาก Counterpoint Research ในช่วงเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมาพบว่า Apple ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดในลำดับที่ 3 ของตลาดสินค้าในกลุ่ม Smartwatch โดยมีส่วนแบ่งในตลาดมากถึง 28% ขยับขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า ขณะที่อันดับ 2 และ 3 ตกเป็นของ Huawei (15%) และ Samsung (10%) ตามลำดับ

 

ซึ่งหาก Facebook กระโดดเข้ามาในสังเวียน Consumer Products ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความแมส และเป็นที่นิยมมากกว่าแว่นตา Oculus อย่าง Smartwatch ก็น่าสนใจว่า ศักยภาพของพวกเขาจะทำให้บริษัทสามารต่อกรกับเจ้าตลาดที่มีสถานะใกล้จะเป็นเหมือนคู่แข่งกันโดยตรงได้มากน้อยแค่ไหน

 

รวมถึงประเด็นปัญหาความท้าทายในด้านการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ Facebook ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด ว่าที่สุดแล้ว พวกเขาจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปใช้งานได้หรือไม่

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Facebook รุกฮาร์ดแวร์หนัก ซุ่มพัฒนา ‘นาฬิกาอัจฉริยะ’ ให้ข้อมูลสุขภาพ แจ้งเตือนข้อความ คาดพร้อมขายปีหน้า ท้าชน Apple appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม ตอบทุกคำถาม ‘Apple Watch 6’ นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้เจ๋งแค่ไหน มีอะไรใหม่บ้าง https://thestandard.co/apple-watch-series-6/ Wed, 06 Jan 2021 11:46:49 +0000 https://thestandard.co/?p=440002 ซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม ตอบทุกคำถาม ‘Apple Watch 6’ นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้เจ๋งแค่ไหน มีอะไรใหม่บ้าง

“ต่างจากสมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่นๆ อย่างไร?” “ทำอะไรได้บ้าง […]

The post ซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม ตอบทุกคำถาม ‘Apple Watch 6’ นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้เจ๋งแค่ไหน มีอะไรใหม่บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม ตอบทุกคำถาม ‘Apple Watch 6’ นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้เจ๋งแค่ไหน มีอะไรใหม่บ้าง

“ต่างจากสมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่นๆ อย่างไร?”

“ทำอะไรได้บ้างนอกจากดูเวลา หรือวัดจังหวะการเต้นของหัวใจ?”

“ซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม ถ้าเทียบกับ SE หรือ Watch 5 เรือนไหนน่าสนใจกว่า?”

 

เหล่านี้เป็นเพียงคำถามบางส่วนเท่านั้นที่เราได้รับจากคนรอบตัวที่เกิดทั้งความสงสัยและสนใจอยากจะรู้จักเจ้า Apple Watch Series 6 ให้มากขึ้น ก่อนจะตัดสินใจจ่ายค่าตัวหลักหมื่นพาเจ้านาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้ขึ้นมาประดับสวมใส่อยู่บนข้อมือของตัวเอง

 

และนี่คือมุมมองความคิดเห็นที่เรามีต่อ Apple Watch 6 จากการใช้งานจริงนานกว่า 2 เดือนเต็ม ว่าสรุปแล้วเจ้านาฬิกาอัจฉริยะจาก Apple เรือนนี้มีความพิเศษอย่างไร เหมาะกับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์แบบไหน แล้วอะไรคือสิ่งที่คุณจะได้รับจากมัน?

 

 

ตัวเรือนยังสวยงามเช่นเคย เพิ่มเติมคือ ‘สีใหม่’ มีให้เลือกเยอะขึ้น และความแข็งแรงทนทาน

เริ่มต้นกันที่ดีไซน์ก่อน สำหรับ Apple Watch 6 ที่เราใช้งานนั้นเป็นตัวเรือนแบบสเตนเลส ขนาดหน้าปัด 44 มม. สีดำกราไฟต์ (ในโมเดลสเตนเลสยังมีสีทองและเงินให้เลือกอีก 2 สี) สายแบบ Milanese Loop สีเดียวกับตัวเรือน เข้าคู่กันลงตัวพอดีเป๊ะ สนนราคาอยู่ที่ 25,900 บาท ซึ่งดีไซน์ตัวเรือนโดยรวมจะไม่ได้แตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นที่แล้วอย่าง Watch 5 มากนัก

 

ส่วนในรุ่นอะลูมิเนียมจะมีสีให้เลือกเพิ่มขึ้นหลากหลายจาก Watch 5 อยู่พอสมควรคือ เงิน, ฟ้า, เทาสเปซเกรย์, สีทอง และสีแดง (PRODUCT)RED และรุ่นไทเทเนียมมีสีให้เลือก 2 สีคือ ดำธรรมชาติและดำสเปซแบล็ก

 

แวบแรกที่เปิดกล่อง หยิบเอาตัวเรือนออกมาจากกล่อง ความรู้สึกที่มีต่อ Watch 6 คือ เราพบว่าตัวเรือนสวยงามหรูหราสมราคาการเป็น Apple Watch มากๆ (แม้จะไม่ได้เปลี่ยนไปจาก Watch 5 ก็ตาม) ด้วยความที่วัสดุเป็นแบบสเตนเลส มันจึงเงางามและรีเฟลกซ์แสงที่ตกกระทบมาบริเวณตัวเรือนได้เป็นอย่างดี แต่ในเวลาเดียวกัน จุดสังเกตของการที่ตัวเรือนเป็นแบบสเตนเลสคือหากคุณไม่หมั่นเช็ดถูทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ กรอบตัวเรือนซึ่งจะต้องสัมผัสกับนิ้วอยู่บ่อยๆ ก็จะเป็นรอยนิ้วมือคราบมันได้ง่ายเช่นกัน

 

ขณะที่บริเวณกระจกหน้าปัดเรือน ในรุ่นสเตนเลสและไทเทเนียมจะใช้จอแบบ ‘ผลึกแซฟไฟร์’ และรุ่นอะลูมิเนียมจะใช้จอภาพกระจก Ion‑X ซึ่งในมุมของผู้ใช้งาน เรามองว่าวัสดุกระจกแบบแซฟไฟร์แข็งแรงและทนทานมากๆ ไม่ค่อยเป็นรอยง่ายๆ ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคย Drop Test ด้วยความไม่ตั้งใจ (พลาดทำตกตอนกำลังจะสวมในข้อมือ) แต่ตัวหน้าปัดกลับไม่ปรากฏรอยบิ่นหรือรอยขีดข่วนใดๆ เลยแม้แต่น้อย (ขอเตือนว่าคุณไม่ควรไป Drop Test ด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะอาจจะไม่โชคดีเหมือนกับเรา)

 

Apple Watch 6 คุ้มไหม

 

ต่างจากโมเดลแบบอะลูมิเนียมที่ใช้กระจกหน้าปัดแบบ Ion‑X ซึ่งเราเคยมีประสบการณ์ใช้งานในรุ่น Watch 4 แล้วพบว่ามันเป็นรอยง่ายมากๆ เพราะแค่เผลอทำหน้าปัดกระแทก เฉี่ยวขอบโต๊ะ มันก็พร้อมจะเป็นรอยขีดข่วนกวนใจได้แล้ว ดังนั้นถ้าต้องเลือกจริงๆ เราขอชูป้ายไฟเชียร์ให้คุณพิจารณาตัวเครื่องที่ใช้วัสดุแบบสเตนเลสขึ้นไปน่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและทนทานมากกว่า

 

อีกจุดความเปลี่ยนแปลงคือการที่ Apple เปลี่ยนมาใช้วัสดุสายนาฬิกาแบบรัดแนบสนิทไปกับข้อมือ เช่น สายซิลิโคนแบบ Solo Loop Band ที่ไม่มีเข็มมาให้กลัดแล้ว แต่จะใช้วิธีสวมเข้าไปให้แนบกับข้อมือเลย (ต้องวัดขนาดข้อมือก่อนเลือกซื้อสาย) ซึ่งจุดสังเกตคือเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ตัวสายอาจจะขยายใหญ่และหลวมได้ หรือสายแบบ Braided Solo Loop ซึ่งใช้วัสดุแบบผ้าถักรีไซเคิลผสมเข้ากับด้ายซิลิโคน

 

หน้าปัด Apple Watch 6

 

จอไม่ดับ ‘Always on Display’ สว่างกว่าเก่า watchOS 7 ช่วยให้ตัวเรือนทำงานฉลาดกว่าเดิม

Apple Watch 6 มาพร้อมกับชิปประมวลผล SiP รุ่น S6 พร้อมโปรเซสเซอร์แบบ Dual-core 64 บิต ช่วยให้ประมวลผลการทำงานโดยทั่วไปได้เร็วกว่าชิป S5 ใน Watch 5 สูงสุด 20% 

 

หน้าจอเป็น LTPO OLED Retina (ความสว่าง 1,000 นิต) แบบติดตลอด หรือ ‘Always on Display’ ที่ Apple เปิดตัวครั้งแรกในรุ่นที่แล้ว แต่มาครั้งนี้ Apple ได้ปรับให้จอของ Watch 6 แสดงผลได้สว่างขึ้นจาก Watch 5 ที่ราว 2.5 เท่า มีประโยชน์มากๆ เวลาออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งในสภาพแวดล้อมแดดจัดๆ 

 

ข้อดีของการใช้งาน Always on Display จากมุมมองของเราคือการที่ไม่ต้องบิดข้อมือมาให้ตรงกับองศาหน้าเพื่อดูเวลาอยู่บ่อยๆ เพราะแค่เหลือบตา ชำเลืองมองก็สามารถดูเวลาบนหน้าปัดได้แล้ว เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน Apple Watch ได้ดีจนลืม Watch 4 ไปเลย (สามารถปิดโหมดแสดงผลแบบติดตลอดเวลาได้ ถ้าต้องการประหยัดแบตเตอรี่)

 

ขณะที่ตัวแบตเตอรี่ของ Watch 6 ยังเป็นลิเธียมไอออน ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 18 ชั่วโมงเช่นเคย ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับ Watch 4 ที่ไม่มีฟีเจอร์ Always on Display จะพบว่าตัวเครื่องสามารถทำงานได้อึดถึกทนขึ้นมากๆ และใช้เวลาชาร์จเร็วขึ้นกว่าใน Watch 5 ที่ 1 ชั่วโมงครึ่ง (เดิม 2 ชั่วโมงครึ่ง) ย่ิงใช้คู่กับ watchOS 7 ก็จะพบกับ ‘ความสะดวกและความฉลาด’ ของ Watch 6 มากๆ เพราะเมื่อตัวเรือนชาร์จแบตฯ เต็มหรือใกล้เต็มแล้ว ข้อมูลทั้งหมดก็จะเด้งเตือนมาที่ iPhone ของคุณเพื่อให้ทราบสถานะการชาร์จได้ง่ายๆ 

 

แต่ข้อเสียคือ เมื่อมันใช้งานได้แค่ 18 ชั่วโมง ความหมายคือคุณก็ยังจะต้องใช้ Watch 6 แล้วชาร์จแบตฯ แบบวันต่อวันอยู่ดี ไม่สามารถปล่อยข้ามวันแล้วใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนนาฬิกาออกกำลังกายของแบรนด์อื่นๆ ที่ถูกออกแบบมาให้ซัพพอร์ตการใช้งานข้ามวันข้ามคืนแบบลืมเดือนลืมตะวัน

 

ยิ่งถ้าคุณต้องเดินทางไปค้างแรมต่างที่ต่างถิ่นเป็นเวลาหลายๆ วัน ก็จะต้องคอยเตือนสติตัวเองไม่ให้ลืมหยิบเอาสายชาร์จแถบแม่เหล็กพกเข้ากระเป๋าเดินทางทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นแล้ว Watch 6 ก็อาจจะหมดแรง ไม่สามารถไปต่อกับทริปของคุณได้ตลอดรอดฝั่ง (เราเองก็เจอปัญหานี้มาแล้ว!)

 

 

ทริกแก้ขัดที่อาจจะพอช่วยให้คุณใช้งาน Watch 6 แบบฉุกเฉิน บอกเวลาระหว่างวันพอถูไถได้อยู่บ้าง (แต่ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์อื่นๆ) แม้แบตเตอรี่จะเหลือต่ำกว่า 10% หรือหมดแล้วคือการเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน Power Reserve (โดยปกติแล้วหากแบตฯ เหลือต่ำกว่า 10% ระบบจะเตือนให้เราเข้าสู่โหมดนี้อัตโนมัติ แต่ถ้าต้องการเข้าสู่โหมดดังกล่าวด้วยตัวเอง) ให้คลิกที่เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ หรือเข้าหน้าการตั้งค่า > แบตเตอรี่ > เข้าสู่ Power Reserve ด้วยตัวเอง

 

ซึ่งเราเคยประสบปัญหาแบตฯ หมดนี้ด้วยตัวเองแล้วสามารถยืดอายุการใช้ Watch ออกไปเพื่อดูเวลาในโหมด Power Reserve ได้สูงสุดที่ประมาณ 3-4 วัน (ข้อมูลจาก Apple แจ้งว่าจะใช้ได้สูงสุดที่ 72 ชั่วโมง)

 

 

วัดระดับออกซิเจนในเลือดได้ สิ้นสุดการรอคอย ‘ฟีเจอร์แทร็กพฤติกรรมนอนหลับ’ 

ไฮไลต์ของ Apple Watch 6 คือการที่ตัวเรือนมาพร้อมกับความสามารถในการวัดค่าระดับออกซิเจนในเลือดภายในเวลาแค่ 15 วินาที ต่างจากรุ่นก่อนๆ ที่วัดได้แค่อัตราการเต้นของหัวใจ โดยทำงานผ่านเซนเซอร์ตัวใหม่ที่ฝังอยู่บริเวณฝาหลังตัวเครื่อง ประกอบด้วย หลอดไฟ LED ทั้ง 4 ดวง และโฟโต้ไดโอดทั้ง 4 ตัว 

 

โดย Apple อธิบายไว้ว่า ตัวเซนเซอร์จะปล่อยแสงอินฟราเรดออกมาเพื่อส่องไปบนเส้นเลือดในข้อมือ จากนั้นเจ้าโฟโต้ไดโอดจะวัดปริมาณแสงที่สะท้อนกลับมา ก่อนที่อัลกอริทึมจะคำนวณสีของเลือดแล้วแปลงค่าเป็นปริมาณออกซิเจนที่อยู่ในเลือกของเราอีกที

 

นอกจากนี้ยังมีมาตรวัดความสูง Always-on-altimeter ที่สามารถใช้งานเพื่อตรวจวัดระดับความสูงจากพื้นดินในจุดที่คุณอยู่ ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งานที่มีงานอดิเรกโปรดปรานการออกกำลังกายแนวโลดโผน ไม่ว่าจะวิ่งเทรล, เดินป่า, ไฮกิ้งหรือปีนเขา เป็นต้น

 

หน้าปัด Apple Watch 6

 

ขณะที่ใน watchOS 7 ยังมีฟีเจอร์ที่ใครหลายๆ คน (รวมถึงผู้เขียน) ถวิลหามานานอย่างฟีเจอร์ติดตามการนอนหลับ ‘Sleep’ ที่ช่วยให้เราสามารถตั้งค่าเวลานอนหลับ เวลาตื่น (พร้อมตั้งปลุก) เป้าหมายของระยะเวลาที่อยากนอน เพียงแต่ข้อเสียที่เราพบคือ ข้อมูลที่ตัว Sleep แสดงผลออกมาจะไม่ละเอียด โดยจะโชว์แค่ข้อมูลระยะเวลาที่เราหลับหรือไม่หลับเท่านั้น

 

ต่างจากแอปฯ ตรวจจับการนอนหลับที่เราใช้อยู่อย่าง AutoSleep (ไม่ใช่แอปฯ ของ Apple) ซึ่งสามารถแสดงข้อมูลการแทร็กกิ้งที่ละเอียดกว่าได้เยอะมากๆ เช่น ระยะเวลาที่นอนหลับ, ช่วงเวลาที่หลับลึก, ระยะเวลาการนอนที่มีคุณภาพของคุณ และช่วงเวลาที่นอนไม่หลับ เป็นต้น แต่จุดนี้เรามองว่าไม่เป็นปัญหา เพราะเชื่อว่าในอนาคต Apple อาจจะปรับ เพิ่ม หรือพัฒนา Sleep ให้ใช้งานได้หลากหลาย รอบด้านขึ้นได้ไม่ยาก

 

 

Watch 6 เหมาะกับใคร ใช้ทำอะไรได้อีกนอกจากบอกเวลา สรุปแล้วซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม?

มาถึงคำถามสำคัญที่ใครหลายคนรอคอยว่า Apple Watch 6 จะเหมาะกับใคร? แล้วใช้ทำอะไรได้อีกนอกจากบอกเวลา? 

 

สำหรับผู้เขียน นอกเหนือจากการใช้งานเพื่อบอกเวลา เรายังใช้งาน Apple Watch เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันแบบรอบด้าน ง่ายที่สุดคือการแจ้งข้อมูลอีเมล, SMS, สายโทรเข้า-โทรออก หรือแจ้งเตือนทุกสิ่งอย่าง หรือเช็กตารางางานของตัวเองในแต่ละวัน ซึ่งเราสามารถควบคุมผ่านนาฬิกาบนข้อมือได้เลย ไม่ต้องล้วงมือถือเข้าออกจากกระเป๋ากางเกงให้ยุ่งยากเสียเวลา

 

และด้วยความที่เป็นคนขี้ลืมอยู่บ่อยๆ เผลอลืมว่าวาง iPhone ไว้ตรงไหน ปัญหานี้จึงหมดไปทันที ด้วยการใช้ Watch ให้ iPhone ของเราแสดงผลคำสั่งเสียงเพื่อช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งหรือสถานที่ที่เราลืมวาง iPhone ทิ้งไว้ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากๆ

 

Apple Watch

 

อีกฟีเจอร์ที่มีโอกาสได้ใช้งานบ่อยๆ (เป็นฟีเจอร์ที่มีมานานแล้ว) คือการสั่ง iPhone ถ่ายรูปผ่าน Apple Watch ที่ช่วยให้ปัญหาโลกแตกถ่ายรูปหมู่ ถ่ายรูปคู่แล้วหาคนถ่ายรูปให้ไม่ได้หมดไปโดยปริยาย ช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องที่ทำได้สะดวกสุดๆ แถมยังเลือกปรับตั้งค่าเวลาลั่นชัตเตอร์ได้เองที่ 3 วินาทีและ 10 วินาที (เราสามารถสวิตช์กล้องหน้าและกล้องหลัง ปรับเปลี่ยนโหมด Live Photo, HDR หรือการใช้แฟลชผ่าน Watch ได้ด้วย)

 

ภาพที่ได้จากการใช้ Apple Watch 6 สั่งการ iPhone12 Pro Max ถ่าย

 

นอกจากนี้ด้วยความที่มีไลฟ์สไตล์ชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เราจึงมักจะใช้ Watch คู่กับแอปฯ Nike Run Club เพื่อดูข้อมูลแคลอรีที่เผาผลาญ Pace ที่ใช้โดยเฉลี่ยในการวิ่งครั้งนั้นๆ และบอกระยะทางที่เราวิ่งไปทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เราสามารถทำได้ใน Apple Watch นั่นเอง

 

ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนมองว่า Apple Watch มีความเป็นไฮบริด ลูกผสมระหว่างนาฬิกาอัจฉริยะสายไลฟ์สไตล์และสปอร์ต ที่สามารถใช้งานช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเราได้ทุกวันด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีมาให้อย่างครบครัน  มากกว่าจะเป็นนาฬิกาสำหรับคนออกกำลังกายหนักๆ บุกป่าฝ่าดงแบบแอดแวนเจอร์แบบสุดทาง 

 

ดังนั้นแล้วหากคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์สักเรือนที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว อำนวยความสะดวกในทุกๆ แง่มุมไลฟ์สไตล์ Apple Watch 6 คือตัวเลือกที่เราแนะนำว่าเหมาะกับคุณมากๆ แต่หากคุณกำลังมองหานาฬิกาที่โดดเด่นเรื่องกิจกรรมแอดเวนเจอร์หนักๆ นิยมชมชอบการเข้าป่า หรือแม้แต่ดำน้ำแบบจริงจัง Apple Watch ก็อาจจะไม่ได้เหมาะกับคุณสักเท่าไร

 

ส่วนถามว่าจาก Apple Watch 5 เปลี่ยนมาเป็น Watch 6 ความเปลี่ยนแปลงมันแตกต่างกันมากขนาดนั้นไหม เรามองว่าอาจจะ ‘ไม่’ เพราะเชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้งานฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือดอยู่เป็นประจำ (มีเฉพาะ Watch 5) เว้นแต่ว่าคุณเป็นสายดูแลสุขภาพแบบจัดๆ หรืออยากซื้อให้พ่อ แม่ ผู้สูงอายุ เพื่อคอยตรวจวัดข้อมูลในส่วนนี้ เพราะนอกเหนือจากนั้นฟีเจอร์และฮาร์ดแวร์ที่มีมาให้ใน Watch 6 ก็แทบจะเปลี่ยนจาก Watch 5 เพียงเล็กน้อยจนแทบจะแยกความต่างด้วยตาไม่เห็น

 

เว้นแต่ว่าคุณใช้งาน Watch รุ่นก่อน Watch 5 การเปลี่ยนมาใช้ Watch 6 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจพอสมควร

 

ส่วน Watch SE ซึ่งถือเป็น ‘Apple Watch รุ่นประหยัด’ ที่เปิดตัวออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน อาจจะเหมาะกับคนที่ ‘อยากลอง’ ใช้งาน Apple Watch เป็นครั้งแรก แต่ยังไม่รู้ว่าจะตัวเองจะใช้งานมันได้คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน โดย Watch SE เปรียบเสมือน Apple Watch 3 ที่ถูกปรับปรุงให้ทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยชิป S5 แบบ Dual-core Digital Crown (แบบเดียวกับใน Watch 5 แต่เร็วกว่า Watch 3 ถึงสองเท่า) จอเป็นเรตินา แสดงผลได้คมชัด ขนาดเท่า Watch 6 แต่ไม่มีฟีเจอร์ Always on Display, มีฟีเจอร์มาตรวัดความสูง Always-on-altimeter เหมือนกัน

 

จุดตัดความต่างด้านอื่นๆ คือ วัสดุตัวเรือนมีให้เลือกแค่อะลูมิเนียมเท่านั้น ไม่มีฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด แต่แลกมาด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 9,400 บาท ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเลยทีเดียว

 

Apple Watch 6

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ซื้อตอนนี้ยังคุ้มไหม ตอบทุกคำถาม ‘Apple Watch 6’ นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้เจ๋งแค่ไหน มีอะไรใหม่บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>