ต่อศักดิ์ สุขวิมล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ต่อศักดิ์-สุขวิมล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 26 Dec 2025 07:16:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่น ป.ป.ช. เร่งรัดสอบ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน เผย ก.ร.ตร. ชี้มูลแล้ว https://thestandard.co/surachate-nacc-torsak-gambling/ Fri, 26 Dec 2025 07:16:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1158516 พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่น ป.ป.ช. เร่งรัดสอบ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน เผย ก.ร.ตร. ชี้มูลแล้ว

วันนี้ (26 ธันวาคม) ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรา […]

The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่น ป.ป.ช. เร่งรัดสอบ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน เผย ก.ร.ตร. ชี้มูลแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่น ป.ป.ช. เร่งรัดสอบ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน เผย ก.ร.ตร. ชี้มูลแล้ว

วันนี้ (26 ธันวาคม) ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ายื่นหนังสือเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับส่วยจากเว็บพนันออนไลน์

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ เพื่อยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. และผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ขอให้ ป.ป.ช. เรียกสำนวนการสอบสวนจาก คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เข้ามาประกอบการพิจารณา

 

พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ ก.ร.ตร. ได้มีมติชี้มูลความผิดทางวินัย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พร้อมพวกกว่า 100 ราย ในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งตนต้องการให้ ป.ป.ช. เร่งรัดนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ต้องทำให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ประชาชนทั้งประเทศ ให้ได้รับรู้ว่าจากวันนี้ไป ตำรวจที่ไม่ดี หรือกระทำพฤติกรรมแบบนี้ต้องหมดสิ้นไป รวมถึงเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ข้าราชการตำรวจน้ำดีทั่วประเทศที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วย

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้กล่าวพาดพิงถึงคดีความของตนเองที่เคยถูกกล่าวหาว่าพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งอยู่ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. ว่า จากข้อมูลแหล่งข่าวใกล้ชิดภายใน ป.ป.ช. ทราบว่า คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง ให้ยุติเรื่องของตนไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567

 

อดีตรอง ผบ.ตร. ตั้งข้อสังเกตเปรียบเทียบกับคดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ว่า แม้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติตั้งไต่สวน แต่เวลาผ่านไปกว่า 1 ปี กลับยังไม่มีการชี้มูลความผิดหรือเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

 

“เรื่องนี้ต้องตั้งข้อสังเกตว่ามีขบวนการช่วยเหลือทางคดีกันหรือไม่ ก็ต้องดูว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ นามสกุลอะไร และเป็นญาติกับใคร” พร้อมทิ้งท้ายว่า ตนเองพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน แต่ในทางกลับกัน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยังไม่เคยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนใดเลย แม้จะมีรายงานว่าเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษแล้ว ก็ไม่ได้ไปรายงานตัวที่ไหน ซึ่งอาจจะบ่ายเบี่ยงได้เพียงชั่วคราว แต่สุดท้ายกระบวนการยุติธรรมต้องเดินหน้าต่อไป

The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่น ป.ป.ช. เร่งรัดสอบ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน เผย ก.ร.ตร. ชี้มูลแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน https://thestandard.co/surachet-police-chief-neglect-bribes/ Tue, 16 Dec 2025 07:38:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1155325 สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน

วันนี้ (16 ธันวาคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บ […]

The post สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน

วันนี้ (16 ธันวาคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ท. สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. คณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่ง ตร. ที่ 177/2568 ซึ่งมี พล.ต.อ. สราวุฒิ การพานิช อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นประธาน

 

โดยมาร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. กรณีที่ละเว้น ประวิงเวลา ไม่มีการดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญากับตำรวจ 32 นาย กรณีรับส่วยเว็บพนัน ที่จ่ายโดยพิมพ์วิไล ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ตนเองได้ไปยื่นต่อ รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แล้ว วันนี้จึงได้มายื่นกับ กร.ตร. ด้วย

 

ทั้งนี้ ในจำนวนตำรวจ 32 นายนั้น มีตัวสำคัญคือ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. ซึ่งมีเส้นเงินไปถึงภรรยา พี่ชาย และพี่สาว ซึ่งทาง กร.ตร. ก็ได้ชี้มูลความผิดกับ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ไปแล้ว แต่ในทางกลับกัน กรณีนี้ของตนเองกลับถูกกลั่นแกล้งจนถึงขั้นถูกไล่ออกจากราชการ เพราะถูกกล่าวหาว่ารับเงินเว็บพนัน จึงต้องมาร้องเรียนเพื่อให้ตนเองได้รับความยุติธรรม และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องปราบตำรวจที่รับส่วยเว็บพนันให้ได้

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ยังชี้แจงกรณีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษายกฟ้อง บัญชีม้าของ พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตรอง ผกก.ป.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ลูกน้องคนสนิท ว่าบัญชีที่ พ.ต.ท. คริษฐ์ ถือใช้ไม่ได้มีเส้นเงิน หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน จึงไม่ถือว่าเป็นบัญชีม้า ฉะนั้นตนเองจึงไม่มีส่วนกับการรับเงินส่วยเว็บพนันด้วยเช่นกัน

 

โดยในวันเดียวกันนี้ เวลา 15:00 น. จะเดินทางไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องรองประธานศาลปกครองสูงสุด และองค์คณะตุลาการศาลปกครองทั้งหมดรวม 61 คน ที่ทำหน้าที่พิจารณา และมีความเห็นในคดีของตนเอง ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ มีมติอันชอบด้วยกฎหมายเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเอง

The post สุรเชษฐ์ยื่น คกก. ร้องทุกข์ ดำเนินคดี ผบ.ตร. ละเว้นไม่ดำเนินการทางวินัย 32 ตร. ถูกกล่าวหารับส่วยเว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร https://thestandard.co/surachet-disappointed-police-no-show/ Wed, 26 Nov 2025 09:12:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1147969 สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่ […]

The post สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ติดตามความคืบหน้าปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบราชการ ตำรวจด้านการบริหารงานบุคคล กรณีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูล ความผิดทางวินัยร้ายแรงกับ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ ตำรวจอีกกว่า 200 นาย จากกรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์

 

ในการนี้ กรรมาธิการฯ ได้เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูล โดยก่อนการประชุมได้เปิดเผยว่า การให้ข้อมูลวันนี้ เป็นเรื่องที่เคยร้องเรียนเอาไว้กับกรรมาธิการฯ กรณี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ช ผบ. ตร. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

สืบเนื่องจากมาวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ได้ส่งข้อมูล ร้องเรียนต่อ ผบ.ตร.ว่ามีตำรวจรับเงินจากเว็บพนัน ประมาณ 30 ถึง 40 นาย ซึ่งข้อมูลนี้ไม่เกี่ยวกับนายตำรวจกว่า 200 นาย ที่ ก.ร.ตร.เคยชี้มูลไปแล้ว แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น ผบ.ตร. กลับไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย ตัวเองจึงตัดสินใจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการความมั่นคงฯ แทน

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์มองว่า ในขณะที่ตัวเองร้องเรียนเรื่องนี้กับ ผบ.ตร. นั้น ได้ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว ก็เปรียบเหมือนตัวเองเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ต้องการแจ้งความดำเนินคดี แต่ ผบ.ตร. กลับไม่ได้แจ้งความ ขณะที่ต่อมา พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นที่ตนเองร้องเรียนล่าช้าจริง แต่ ท้ายที่สุดก็มีมีการสั่งไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ถือว่าล่าช้าไปปีกว่า โดยวันนี้ตัวเองจะนำเส้นเงินเรื่องนี้มาให้กรรมาธิการเพิ่มเติมด้วย

 

ขณะที่ อัจฉริยะ เรืองรัตนาพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ก็ทราบว่าจะนำเรื่องส่วยแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่พบว่าเกี่ยวข้องกับ ผบ.ตร. และภรรยามาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการด้วย

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์บอกว่า ในวันนี้ได้เตรียมข้อมูลและหลักฐานไว้เต็มที่ เพื่อเตรียมที่จะถาม ผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ แต่น่าเสียดายที่ฝั่งของตำรวจไม่มีใครยอมมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ส่วนตัวมองว่า การทำงานของตำรวจทุกวันนี้สังคมเสื่อมศรัทธาไปแล้ว ดังนั้น ผบ.ตร. ควรมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการเพื่อความโปร่งใส

 

“การที่อ้างว่ากลัวเสียรูปคดี มองว่าเป็นนิยามที่เอาไว้หลอกชาวบ้านแบบโบราณมากกว่า” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าว

 

ส่วนกรณีที่ตำรวจไซเบอร์เข้าไปกลับคำให้การเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีเว็บพนัน อย่าง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรมนั้น พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาออกหมายเรียก นายตำรวจ 2 นาย ไปรับทราบข้อกล่าวหา กรณีกลับคำให้การเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา แต่ไม่รู้ว่าจะยอมไปรับทราบข้อกล่าวหา หรือจะอ้างว่าติดน้ำท่วมหรือไม่

 

สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร 1
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร 2
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร 3
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร 4
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร 5
สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร 6

The post สุรเชษฐ์ผิดหวัง ตัวแทนฝั่งตำรวจไม่เข้าชี้แจง กมธ. ย้ำควรมาเหตุสังคมเสื่อมศรัทธาในองค์กร appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เมื่อเงิน ใหญ่กว่างาน’ เจาะลึกวิกฤต ตำรวจไทย ภายใต้เงาการซื้อขายตำแหน่งและสงครามขั้วอำนาจ https://thestandard.co/key-messages-thai-police-crisis/ Thu, 20 Nov 2025 11:25:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1145613 Applying the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the headline remains unchanged because there are no instances of a proper noun immediately following a verb in this specific sentence. ตำรวจไทย is considered a descriptive noun phrase, not a proper noun in the context of this spacing rule, which typically applies to specific names of people, places, or organizations. Headline (unchanged): ‘เมื่อเงินใหญ่กว่างาน’ เจาะลึกวิกฤตตำรวจไทย ภายใต้เงาการซื้อขายตำแหน่งและสงครามขั้วอำนาจ

เมื่อการเปิดโปงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ อัจฉริยะ […]

The post ‘เมื่อเงิน ใหญ่กว่างาน’ เจาะลึกวิกฤต ตำรวจไทย ภายใต้เงาการซื้อขายตำแหน่งและสงครามขั้วอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Applying the Khaosod/Thairath spacing rule (add a space before proper nouns that follow a verb), the headline remains unchanged because there are no instances of a proper noun immediately following a verb in this specific sentence. ตำรวจไทย is considered a descriptive noun phrase, not a proper noun in the context of this spacing rule, which typically applies to specific names of people, places, or organizations. Headline (unchanged): ‘เมื่อเงินใหญ่กว่างาน’ เจาะลึกวิกฤตตำรวจไทย ภายใต้เงาการซื้อขายตำแหน่งและสงครามขั้วอำนาจ

เมื่อการเปิดโปงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กลายเป็นคลื่นยักษ์สาดซัดเข้าใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปมทุจริตซื้อขายตำแหน่งที่ถูกลากไส้ออกมาตีแผ่ ได้เปลือยให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบบริหารงานบุคคล และสงครามขั้วอำนาจระดับสูงที่กัดกร่อนศรัทธาองค์กรอย่างรุนแรง

 

เมื่อเงินตรา สำคัญกว่าความสามารถ

 

การออกมาแฉข้อมูลเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าหลักเกณฑ์ในการเลื่อนตำแหน่งที่ควรจะยึดถือเรื่อง อาวุโส ความรู้ความสามารถ และผลงานตามระบบคุณธรรมนั้น อาจถูกบิดเบือนโดยผลประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

 

ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยระบุถึงตัวเลขมูลค่าในการซื้อขายตำแหน่งที่สูงลิ่วและมีอัตราที่ชัดเจน เช่น กรณีการเลื่อนตำแหน่งนายตำรวจ 4 นายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการใช้ทรัพย์สินแลกเปลี่ยนรวมมูลค่าสูงถึง 24 ล้านบาท หรือการขยับตำแหน่งจากรองผู้กำกับการ ขึ้นเป็น ผู้กำกับการ ต้องเสียเงิน 5-7 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเลือกพื้นที่ทำเลทองได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลย้อนหลังเรื่องการจ่ายเงินเพื่อแลกตำแหน่งในวาระประจำปี 2560 ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึง 2.5 ล้านบาท

 

ขบวนการซื้อขายตำแหน่งที่ถูกกล่าวอ้าง มีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพลตำรวจเอก, พลตำรวจโท, คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปจนถึง คุณหญิง หรือแม้กระทั่ง ภรรยาน้อยของ ก.ตร. ที่มีการแอบอ้างชื่อสามีในการซื้อขายตำแหน่ง

 

แม้จะมีการตรา พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ขึ้นด้วยเหตุผลหลักเพื่อให้ข้าราชการตำรวจได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายตาม ระบบคุณธรรมที่ชัดเจน และเพื่อให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่าง มีอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันว่าโครงสร้างเดิมยังคงมีปัญหาด้านความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งอยู่อย่างชัดเจน

 

สงครามตัวแทน ความแตกแยกของขั้วอำนาจระดับสูง

 

การกล่าวหาเรื่องการทุจริตได้เปิดเผยให้เห็นถึง ความขัดแย้งทางอำนาจ ที่รุนแรงและเรื้อรังระหว่างบุคลากรระดับสูงภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

 

กรณีความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล (อดีต ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (อดีตรอง ผบ.ตร.) มีลักษณะ ต่อเนื่อง ติดกันตลอดเวลา และเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาสาธารณชนว่ามีการ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งในด้านการบริหารงานบุคคลและงานด้านกระบวนการยุติธรรม

 

ความขัดแย้งนี้ได้ลุกลามจนถึงขั้นมีการ กล่าวหาต่อกันในเรื่องส่วนตัว และมีการ ดำเนินคดีอาญาซึ่งกันและกัน ส่งผลให้องค์กรตำรวจไม่สามารถหาข้อยุติได้ด้วยกลไกภายใน จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องใช้อำนาจบริหารออกคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระดับผู้นำเหล่านี้ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำลาย ความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอย่างรุนแรง

 

ทางตันการตรวจสอบ เมื่อต้องพึ่งพา ‘กลไกภายนอก’

 

การออกมาแฉข้อมูลการทุจริตผ่านสื่อ ยังสะท้อนถึงโครงสร้างที่ขาดแคลนกลไกภายในที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา เพราะการที่ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ต้องนำหลักฐานไปยื่นต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเอาผิดผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติและพวก และการที่ต้องนำหลักฐานทั้งหมดไปเปิดเผยต่อ ที่ประชุมกรรมาธิการตำรวจ รัฐสภา บ่งชี้ว่าช่องทางการตรวจสอบภายในองค์กรอาจไม่เพียงพอหรือขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้ต้องพึ่งพากลไกภายนอกเพื่อเปิดโปงขบวนการซื้อขายตำแหน่ง

 

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 จึงได้กำหนดให้มี คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) เพื่อพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องร้องทุกข์จากผู้บังคับบัญชา และมี คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เพื่อเป็นกลไกสำหรับประชาชนในการร้องเรียน ซึ่งการจัดตั้งคณะกรรมการเหล่านี้สะท้อนถึงการยอมรับว่าโครงสร้างเดิมมีช่องโหว่ทางด้านการคุ้มครองความเป็นธรรมให้แก่ทั้งตำรวจและประชาชน

 

การกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการซื้อขายตำแหน่งในครั้งนี้ เปรียบเสมือน กระจกสะท้อนรอยร้าวขนาดใหญ่ในเสาหลักขององค์กรตำรวจ ซึ่งรอยร้าวนี้ไม่ใช่แค่การกระทำผิดส่วนบุคคล แต่เป็นความบกพร่องของระบบที่ทำให้เงิน มีความสำคัญกว่าผลงาน ในการเติบโตในสายอาชีพ และเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจระดับสูงจนกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และศรัทธาของสาธารณชนในที่สุด

The post ‘เมื่อเงิน ใหญ่กว่างาน’ เจาะลึกวิกฤต ตำรวจไทย ภายใต้เงาการซื้อขายตำแหน่งและสงครามขั้วอำนาจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. https://thestandard.co/surachet-torsak-gambling-web-probe/ Thu, 13 Nov 2025 06:16:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1142875 ‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร.

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิ […]

The post ‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร.

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณากรณีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 200 นาย กรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

 

คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร., อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะผู้ร้อง รวมถึง พิมพ์วิไล ปล้องอ่อน ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากเว็บพนันออนไลน์ให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และครอบครัว

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ. กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เข้าชี้แจงแทน

 

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้เชิญ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม รวมถึง สมยศ พลายด้วย สส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชี้แจงด้วย แต่ทั้ง 2 คน ไม่ได้มาชี้แจงเนื่องจากติดภารกิจ

 

ในระหว่างการชี้แจง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ได้ซักถามพิมพ์วิไลให้ชี้แจงเส้นทางการเงิน โดยพิมพ์วิไลยอมรับว่า รู้ว่าบัญชีปลายทางการโอนเป็นบัญชีม้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายราย ซึ่งตนเองจะได้รับเงินมาในทุกวันที่ 5 และวันที่ 10 ของเดือน อย่างไรก็ตาม ตนได้ไปแจ้งความต่อสถานีตำรวจจังหวัดสงขลา และสถานีเตาปูน เนื่องจากตนเองเป็นเพียงผู้ร่วมขบวนการ แต่เหตุใดจึงถูกดำเนินคดีอยู่คนเดียว แต่ไม่ได้มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่น

 

‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 1
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 2
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 3
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 4
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 5
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 6
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 7
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 8
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 9
‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. 10

The post ‘สุรเชษฐ์-อัจฉริยะ’ เข้าแจง กมธ. มั่นคงแห่งรัฐฯ สางปม ‘ต่อศักดิ์’ ถูกโยงเว็บพนันออนไลน์ พร้อมซัก ‘พิมพ์วิไล’ ผู้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ตร. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ การดำเนินการทางวินัยเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ต่างกัน https://thestandard.co/police-deny-bias-surachate-torsak/ Tue, 11 Nov 2025 04:15:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1141948 ตร. แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ การดำเนินการทางวินัยเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ต่างกัน

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โ […]

The post ตร. แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ การดำเนินการทางวินัยเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ต่างกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ การดำเนินการทางวินัยเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ต่างกัน

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยสำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.) ได้ชี้แจงประเด็นที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รอง ผบ.ตร.) กล่าวหาว่ามีการเลือกปฏิบัติในการดำเนินการทางวินัยระหว่างกรณีของตนเองกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งสองกรณีเป็นไปตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

กมค. ได้สรุปความแตกต่างในประเด็นหลัก ดังนี้:

 

1. ผู้มีอำนาจสั่งการทางวินัยต่างกันตามกฎหมาย: ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 105 กำหนดให้ ผบ.ตร. เป็นผู้มีอำนาจสั่งการทางวินัยกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ (ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.) แต่กรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ (ตำแหน่ง ผบ.ตร.) ผู้มีอำนาจสั่งการทางวินัยคือ นายกรัฐมนตรี ซึ่งการที่ผู้มีอำนาจต่างกันจึงเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่การเลือกปฏิบัติ

 

2. ความชัดเจนของพยานหลักฐาน:

 

  • กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์: มี พยานหลักฐานชัดเจนและรุนแรง ถึงขั้นมีคดีอาญาที่ สน.เตาปูน และมีหมายจับจากศาลอาญา ทำให้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
  • กรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์: ยังอยู่ระหว่างการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 378/2568 ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกก่อนพิจารณาว่าจะดำเนินการทางวินัยหรือไม่

 

3. หลักเกณฑ์การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน: การจะสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ มาตรา 131 ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ประการ คือ 1) ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน/ต้องหาคดีอาญา และ 2) คดีมีความซับซ้อนจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่ง กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ จึงถูกสั่งให้ออกไว้ก่อน แต่ กรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยังไม่เข้าเงื่อนไข เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

กมค. ชี้แจงถึงผลการดำเนินการที่แตกต่างกันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกลงโทษ ไล่ออกจากราชการ โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พ้นจากราชการเนื่องจาก เกษียณอายุราชการตามปกติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567

 

ดังนั้น การดำเนินการทางวินัยทั้งสองกรณีจึงเป็นไปตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน โดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาจากพยานหลักฐานและความร้ายแรงของการกระทำในแต่ละกรณี ยืนยันว่ามิใช่การเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และพร้อมที่จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายหากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมในภายหลัง

The post ตร. แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ การดำเนินการทางวินัยเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ต่างกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จเรตำรวจชี้แจงปมร้องเรียนคดีเว็บพนันสงขลา ยัน ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เข้ามารับตำแหน่งหลังสำนวนเสร็จสิ้นนานกว่า 1 ปี https://thestandard.co/trairong-not-involved-songkhla-gambling-case/ Mon, 10 Nov 2025 09:09:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1141688 จเรตำรวจชี้แจงปมร้องเรียนคดีเว็บพนันสงขลา ยัน ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เข้ามารับตำแหน่งหลังสำนวนเสร็จสิ้นนานกว่า 1 ปี

วันนี้(10 พฤศจิกายน) สำนักงานจเรตำรวจได้ออกแถลงการณ์ชี้ […]

The post จเรตำรวจชี้แจงปมร้องเรียนคดีเว็บพนันสงขลา ยัน ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เข้ามารับตำแหน่งหลังสำนวนเสร็จสิ้นนานกว่า 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จเรตำรวจชี้แจงปมร้องเรียนคดีเว็บพนันสงขลา ยัน ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เข้ามารับตำแหน่งหลังสำนวนเสร็จสิ้นนานกว่า 1 ปี

วันนี้(10 พฤศจิกายน) สำนักงานจเรตำรวจได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด กรณีถูกพาดพิงจาก อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่ามีการขอคดีวินัย ที่เกี่ยวกับการสอบสวนเอาผิดทางวินัยชุดทำคดีเว็บพนันออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อปี พ.ศ. 2565

 

โดยระบุว่า ภายหลังการร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขณะนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งให้สำนักงานจเรตำรวจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งที่ 52/2567 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2567

 

ผลการดำเนินการของคณะกรรมการฯ:

 

  • ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานรวม 10 ปาก และรวบรวมพยานเอกสาร 21 รายการ
  • คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเป็นธรรม และได้ประชุมลงมติเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567
  • สรุปสำนวนพร้อมความเห็นเสนอต่อ จเรตำรวจ (หัวหน้าจเรตำรวจ) ผู้สั่งแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567
  • เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 สำนักงานจเรตำรวจได้เสนอสำนวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่านกองวินัย) เพื่อเสนอให้ดำเนินการทางวินัยตามมาตรา 117 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา และ สภ.หาดใหญ่ ที่พบว่าเข้าข่ายมีมูลกระทำผิดวินัยตามกรณีที่ถูกร้องเรียน

 

สำนักงานจเรตำรวจยังได้ชี้แจงถึงข้อพาดพิงถึงบุคคลว่า ในขณะที่สำนวนถูกสรุปและเสนอให้ดำเนินการทางวินัยไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ยังคงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานจเรตำรวจแต่อย่างใด

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งรองจเรตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่สำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปนานกว่า 1 ปี เศษ

 

สำนักงานจเรตำรวจได้ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาการก่อตั้งกว่า 110 ปี ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยยึดมั่นในกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีความเที่ยงตรง และโปร่งใส ไม่มีใครเข้ามาก้าวก่าย หรือแทรกแซงการดำเนินการทางคดีวินัยได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสามารถดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดได้อย่างเที่ยงธรรม

 

สำนักงานจเรตำรวจขอยืนยันว่า จะดำรงการทำหน้าที่อย่างมีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและข้าราชการตำรวจต่อไป

The post จเรตำรวจชี้แจงปมร้องเรียนคดีเว็บพนันสงขลา ยัน ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง-เข้ามารับตำแหน่งหลังสำนวนเสร็จสิ้นนานกว่า 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดผังส่วยเว็บพนัน BNK Master คดีสะเทือนวงการสีกากี หลัง ก.ร.ตร. ชี้มูลอดีต ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ และตำรวจกว่า 200 นาย https://thestandard.co/bnk-master-money-trail-pol-gen-t-gambling-web-scandal/ Sat, 25 Oct 2025 05:26:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1135305 bnk-master-money-trail-pol-gen-t-gambling-web-scandal

จากกรณีที่มีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต […]

The post เปิดผังส่วยเว็บพนัน BNK Master คดีสะเทือนวงการสีกากี หลัง ก.ร.ตร. ชี้มูลอดีต ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ และตำรวจกว่า 200 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
bnk-master-money-trail-pol-gen-t-gambling-web-scandal

จากกรณีที่มีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร. ได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ชี้มูลว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 200 นาย มีมูลความผิดทางวินัย กรณีถูกกล่าวหาว่ามีการรับเงินหรือผลประโยชน์จากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์

 

การชี้มูลดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ก.ร.ตร. ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 โดยรายงานระบุว่า ก.ร.ตร. ใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงนานกว่า 7 เดือน มีการรวบรวมเอกสารจากหลายหน่วยงานและตรวจสอบย้อนหลังหลายปี จนกระทั่งมีมติในที่สุด

 

หลังจากนี้ ก.ร.ตร. จะเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อกล่าวหา เพื่อนำคำชี้แจงมาประกอบการพิจารณาอีกครั้งในการกำหนดโทษทางวินัยว่าจะมีความร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง ก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

 

ทั้งนี้ มีการย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่หรือข้อโต้แย้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงรูปคดี โดย ก.ร.ตร. ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน

 

กรณีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับปมเรื่องเส้นทางการเงินจากเว็บพนันออนไลน์ที่เคยมีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ โดยในเดือนเดียวกับที่ทนายตั้มยื่นเรื่อง ก.ร.ตร. ทาง พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย ได้เคยจัดแถลงข่าวเปิดเผยเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน BNK Master ซึ่งแสดงถึงปลายทางของเงินจากผู้ต้องหาคดีเว็บพนันไปยังบุคคลพลเรือน และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับต่างๆ จนถึงนายพลและครอบครัว

 

ซึ่งต้นทางเงินมาจากบัญชีของ ‘พิมพ์วิไล’ ผู้ต้องหาในคดีเว็บพนัน BNK Master ในพื้นที่ สน.เตาปูน การตรวจสอบจนนำมาสู่การเผยแพร่ครั้งดังกล่าวเกิดจากการประสานงานระหว่างทนายความของพิมพ์วิไลและทีมทนายความของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เพื่อตรวจสอบธุรกรรมกับ พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ (ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันเครือข่ายมินนี่)

 

สำหรับ 34 เส้นทางการเงินที่ถูกเปิดเผยมีดังนี้

 

เส้นทางการเงินที่ 1 พบธุรกรรมจากพิมพ์วิไลสู่นาย พ. ส่งต่อเงิน 9.2 ล้านบาท ถึงตำรวจ ชุด ABC 1, 2, 3 และ 5 ปัจจุบัน นาย พ. ถูกจับกุมแล้ว โดยสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ จังหวัดสงขลา เป็นผู้ดูแลคดี 

 

เส้นทางการเงินที่ 2 พบธุรกรรมจากพิมพ์วิไลสู่นาย จ. ส่งต่อเงิน 13 ล้านบาท ถึงตำรวจ ชุด ABC 4 ปัจจุบัน นาย จ. ถูกหมายจับ อยู่ระหว่างหลบหนี โดยสถานีตำรวจภูธรคอหงส์ จังหวัดสงขลา เป็นผู้ดูแลคดี 

 

เส้นทางการเงินที่ 3 พบธุรกรรมจากพิมพ์วิไลสู่นาย ค. แยกเป็นเงิน 140,000 บาท ถึงผู้สื่อข่าว, สมาคมนักข่าว เงิน 2.4 ล้านบาท ถึงตำรวจหลายหน่วย และ 230,000 บาท ถึงญาติผู้บังคับบัญชาระดับสูง (โอนตรงบัญชี ภรรยา พี่สาว และบุคคลใกล้ชิด) ในส่วนนี้ พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ หนึ่งในลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ และในฐานะผู้ต้องหาคดีเว็บพนันเครือข่ายมินนี่ ได้ให้ข้อมูลระบุว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงรายนี้คือ นายพล ต.

 

เส้นทางการเงินที่ 4 พบธุรกรรมจากพิมพ์วิไลสู่นาย อ. และดาบ ย. เป็นเงิน 27 ล้านบาท มีหลักฐานร่วมกันถอนเงิน 27 ล้านบาท พื้นที่แถวเมืองทองธานี และใกล้เคียง

 

เส้นทางการเงินที่ 5-31 ที่มีการทำธุรกรรมจากพิมพ์วิไล มีรายละเอียดดังนี้

เส้นทางการเงินที่ 5: 2.6 ล้านบาท ถึง ด.ต. ย.

เส้นทางการเงินที่ 6: 160,000 บาท ถึง พ.ต.ต. ม.

เส้นทางการเงินที่ 7: 420,000 บาท ถึง พ.ต.ท. ป.

เส้นทางการเงินที่ 8: 160,000 บาท ถึง ส.ต.ท. ช.

เส้นทางการเงินที่ 9: 45,000 บาท ถึง ด.ต. ข.

เส้นทางการเงินที่ 10: 3.2 ล้านบาท ถึง ร.ต.ต. ว.

เส้นทางการเงินที่ 11: 1 ล้านบาท ถึง พ.ต.อ. ภ.

เส้นทางการเงินที่ 12: 3,000 บาท ถึง จ.ส.ต. ศ.

เส้นทางการเงินที่ 13: 420,000 บาท ถึง พ.ต.ท. ย.

เส้นทางการเงินที่ 14: 20,000 บาท ถึง ด.ต. ก.

เส้นทางการเงินที่ 15: 3.9 ล้านบาท ถึง ด.ต. พ.

เส้นทางการเงินที่ 16: 5,000 บาท ถึง พ.ต.ต. ล.

เส้นทางการเงินที่ 17: 240,000 บาท ถึง พ.ต.ท. ต.

เส้นทางการเงินที่ 18: 2.1 ล้านบาท ถึง พ.ต.ท. ภ.

เส้นทางการเงินที่ 19: 11,000 บาท ถึง ร.ต.ต. ช.

เส้นทางการเงินที่ 20: 9.6 ล้านบาท ถึง พ.ต.อ. ป.

เส้นทางการเงินที่ 21: 270,000 บาท ถึง พ.ต.ท. ช.

เส้นทางการเงินที่ 22: 70,000 บาท ถึง พ.ต.ต. ร.

เส้นทางการเงินที่ 23: 150,000 บาท ถึง พล.ต.ต. ย.

เส้นทางการเงินที่ 24: 43,000 บาท ถึง ด.ต. บ.

เส้นทางการเงินที่ 25: 2.2 ล้านบาท ถึง พ.ต.อ. ต.

เส้นทางการเงินที่ 26: 5.6 ล้านบาท ถึง พ.ต.อ. ก.

เส้นทางการเงินที่ 27: 95,000 บาท ถึง พ.ต.ท. จ.

เส้นทางการเงินที่ 28: 99,000 บาท ถึง ด.ต. ศ.

เส้นทางการเงินที่ 29: 13 ล้านบาท ถึง พ.ต.อ. ธ.

เส้นทางการเงินที่ 30: 15,000 บาท ถึง พ.ต.ต. ร.

เส้นทางการเงินที่ 31: 150,000 บาท ถึง ด.ต. ย.

 

เส้นทางการเงินที่ 32 มีธุรกรรมจากพิมพ์วิไลถึง น.ส. บ. 230,000 บาท

 

เส้นทางการเงินที่ 33 มีธุรกรรมจากพิมพ์วิไลถึง นาย ห. 140,000 บาท

 

เส้นทางการเงินที่ 34 มีธุรกรรมจากพิมพ์วิไลถึง พ.ต.อ. ก. 3.5 ล้านบาท

 

ขณะนั้นณัฐวิชช์ เนติจารุโรจน์ ทนายความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ระบุว่า ชุดพนักงานสืบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์ดำเนินคดีเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่ 32, 33 และ 34 เท่านั้น และตั้งข้อสังเกตว่ามีข่าวว่าหนึ่งในชุดพนักงานสืบสวนคดีเว็บพนันมีรายชื่ออยู่ในเส้นทางการทำธุรกรรมกับพิมพ์วิไลด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต. นำเกียรติ ย้ำว่า การแสดงข้อมูลดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นว่าเกิดการทำธุรกรรมเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้ว่ามีความผิดในส่วนใด

 

ในขณะนั้น พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล (ในฐานะ ผบ.ตร. ณ ขณะนั้น) ได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้เรื่องดังกล่าวว่า “หากมีข้อมูลยืนยันขอให้เปิดรายชื่อออกมาเลย เพราะหากมีความผิดจริงก็จะดำเนินการ ไม่มีการละเว้น การพูด (ชื่อย่อ) แบบนี้ถือว่าเป็นการด้อยค่าสังคม”

 

ข้อมูลการแถลงข่าวทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567

ข้อมูลการแถลงข่าวทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567

The post เปิดผังส่วยเว็บพนัน BNK Master คดีสะเทือนวงการสีกากี หลัง ก.ร.ตร. ชี้มูลอดีต ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ และตำรวจกว่า 200 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ร.ตร. ชี้มูล พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พร้อมพวกกว่า 200 นาย มีมูลความผิดทางวินัย ปมส่วยเว็บพนัน https://thestandard.co/torsak-police-gambling-bribe-case/ Fri, 24 Oct 2025 07:07:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1134844 ก.ร.ตร. ชี้มูล พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ พร้อมพวกกว่า 200 นาย มีมูลความผิดทางวินัย ปมส่วยเว็บพนัน

วันนี้ (24 ตุลาคม) มีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร […]

The post ก.ร.ตร. ชี้มูล พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พร้อมพวกกว่า 200 นาย มีมูลความผิดทางวินัย ปมส่วยเว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ร.ตร. ชี้มูล พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ พร้อมพวกกว่า 200 นาย มีมูลความผิดทางวินัย ปมส่วยเว็บพนัน

วันนี้ (24 ตุลาคม) มีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ได้มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 200 นาย สืบเนื่องจากกรณีที่ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมีนาคม 2567 กล่าวหาเกี่ยวกับการรับเงินจากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์

 

รายงานระบุว่า ภายหลังจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นนานกว่า 7 เดือน โดยมีการรวบรวมเอกสารจากหลายหน่วยงานและตรวจสอบย้อนหลังไปหลายปี คณะกรรมการ ก.ร.ตร. ได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าผู้ถูกร้องมีมูลความผิดทางวินัย

 

สำหรับขั้นตอนต่อไป ก.ร.ตร. จะเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหา เพื่อนำคำชี้แจงดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ในการกำหนดโทษทางวินัยว่าจะเป็นความผิดร้ายแรง หรือ ไม่ร้ายแรง ก่อนจะส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

ทั้งนี้ มีการยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำในประเด็นเดิมได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่ หรือข้อโต้แย้งที่มีนัยสำคัญที่อาจทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยทาง ก.ร.ตร. ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายในการพิจารณาอย่างรอบด้าน

The post ก.ร.ตร. ชี้มูล พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พร้อมพวกกว่า 200 นาย มีมูลความผิดทางวินัย ปมส่วยเว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ รวย 209 ล้าน มีที่ดิน 20 แปลง, ปืน 37 กระบอก, บ้านที่อังกฤษ 2 หลัง มูลค่า 60 ล้าน https://thestandard.co/torsak-wealth-209-million/ Fri, 27 Dec 2024 10:51:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1024753

วันนี้ (27 ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรา […]

The post ​ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ รวย 209 ล้าน มีที่ดิน 20 แปลง, ปืน 37 กระบอก, บ้านที่อังกฤษ 2 หลัง มูลค่า 60 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 ธันวาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล กรณีพ้นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 โดย พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ และ นิภาพรรณ สุขวิมล คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินรวม 209,868,973 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 1,032,904 บาท

 

ทั้งนี้ เป็นทรัพย์สินของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ 17,530,696 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 10,687,281 บาท, เงินลงทุน 965,600 บาท, ยานพาหนะ 719,000 บาท, สิทธิและสัมปทาน 300,712 บาท, ทรัพย์สินอื่น 4,858,103 บาท

 

และแจ้งมีรายได้ต่อปีประมาณ 5,175,360 บาท เป็นเงินเดือน 936,360 บาท, เงินประจำตำแหน่ง 252,000 บาท, ค่าตอบแทน 252,000 บาท, ขายรถจักรยานยนต์ 500,000 บาท, ขายปืน 19 กระบอก 2,791,000 บาท, เงินประจำตำแหน่ง 444,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายรวม 1,320,000 บาท

 

ส่วน นิภาพรรณ คู่สมรส แจ้งว่าเป็นกรรมการ 3 บริษัท คือ บริษัท คอปส์ วิคตอรี่ จำกัด, บริษัท สุขวัฒนะ บางกอก จำกัด, บริษัท พอใจ ออร์แกนิค ฟาร์ม จำกัด มีทรัพย์สินรวม 189,382,013 บาท แบ่งเป็นเงินสด 100,000 บาท, เงินฝาก 3,396,963 บาท, เงินลงทุน 31,695,986 บาท, เงินให้กู้ยืมแก่บริษัท สุขวัฒนะบางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 จำนวน 2,086,500 บาท, ที่ดิน 20 แปลง รวม 61,722,115 บาท ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครนายก, นนทบุรี, มุกดาหาร, นครราชสีมา, กรุงเทพฯ และมี 2 แปลงที่ระบุเป็นที่ดินที่สหราชอาณาจักร ได้มาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 มูลค่า 7,000,000 บาท และที่ดินที่สหราชอาณาจักร ได้มาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 มูลค่า 36,640,280.36 บาท

 

นอกจากนี้ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพัก และห้องชุด 13 หลัง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 80,397,506 บาท ในจำนวนนี้แจ้งเป็นบ้านพักตึก 2 ชั้นที่ Lower Upnor, Rochester, ster มูลค่า 10,000,000 บาท กับตึก 2 ชั้นที่ Cathles Road, London มูลค่า 50,000,000 บาท, ยานพาหนะ 1,310,000 บาท, สิทธิและสัมปทาน 6,224,441 บาท, ทรัพย์สินอื่นๆ 2,448,500 บาท และมีหนี้สินเบิกเกินบัญชี 1,032,904 บาท

 

ทั้งนี้ นิภาพรรณแจ้งไม่มีรายได้ แต่มีรายจ่ายต่อปีรวม 6,600,000 บาท ส่วนทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก 2,956,263 บาท

 

สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ เช่น กระเป๋า 4 รายการ 1,395,500 บาท, แหวน 6 วง 949,000 บาท, อาวุธปืน 37 กระบอก 3,874,700 บาท, สร้อยคอทองคำ 5 เส้น 720,403 บาท, นาฬิกา 1 เรือน 200,000 บาท, พระเครื่อง 15 องค์ 63,000 บาท

 

อย่างไรก็ตาม ในการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ไม่พบรายการเงินกู้ยืม 20,000,000 บาท ที่เป็นกู้เงินเพื่อไปทำธุรกิจ ตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า ป.ป.ช. ตรวจสอบอยู่แต่อย่างใด

The post ​ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ รวย 209 ล้าน มีที่ดิน 20 แปลง, ปืน 37 กระบอก, บ้านที่อังกฤษ 2 หลัง มูลค่า 60 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ อำลาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจคนที่ 14 ขอให้จากนี้ตำรวจทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน https://thestandard.co/good-bye-torsak/ Mon, 30 Sep 2024 10:45:24 +0000 https://thestandard.co/?p=989810

วันนี้ (30 กันยายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีรับ- […]

The post “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ อำลาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจคนที่ 14 ขอให้จากนี้ตำรวจทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 กันยายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เกษียณอายุราชการในวันนี้ 

 

โดย พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เป็นประธานในพิธีขึ้นแท่นรับความเคารพ จากนั้นได้ตรวจแถวกองเกียรติยศ โดยมี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ. สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาระดับสูง เข้าร่วมในพิธี 

 

ต่อมามีพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จากนั้นมีพิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และมีพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ห้องประชุมศรียานนท์

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวในพิธีว่า ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, จเรตำรวจแห่งชาติ, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเพื่อนข้าราชการตำรวจที่รักทุกท่าน ผมมีความยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

 

ผมขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกท่านที่ร่วมกันปฏิบัติงานในหน้าที่ตลอดมาอย่างเต็มกำลังความสามารถทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ แม้ว่าจะมีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของอาชีพตำรวจ แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถปฏิบัติภารกิจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมได้

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ตนจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ กฎ ก.ตร., ระเบียบ และหลักเกณฑ์ ว่าด้วยการแต่งตั้งยังไม่อาจเริ่มกระบวนการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ ประกอบกับมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 335/2567 ลงวันที่ 26 กันยายน 2567 ให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ เป็นผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ผมจึงขอส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้แก่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ บัดนี้

 

ด้าน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ผมในฐานะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่อาวุโสสูงสุด ขณะนี้เป็นผู้ทำหน้าที่รับมอบงานในหน้าที่ราชการ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งบัญชีรายการเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบต่อไป

 

สำหรับบรรยากาศหลังพิธี มีการบันทึกภาพร่วมกันของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นข้าราชการตำรวจได้ตั้งแถวมอบดอกกุหลาบให้ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ โดยตั้งแถวเป็นแนวยาวตั้งแต่หน้าห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 ลงมาจนถึงด้านหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ, พล.ต.อ. ธนา, พล.ต.ท. ประจวบ และผู้บังคับบัญชาระดับสูง รอส่ง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พูดคุยกับ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ นานที่สุด 

 

ก่อนขึ้นรถกลับ ผู้สื่อข่าวถาม พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ว่าจะฝากอะไรถึงตำรวจบ้าง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ระบุว่า ไม่มีอะไรจะฝาก ให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนตัวเองก็ถึงเวลาพัก เมื่อถามว่ารู้สึกใจหายหรือไม่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ตนเตรียมตัวไว้อยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า เกษียณอายุราชการแล้วหลังจากนี้จะทำอะไร พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ยิ้มและตอบว่า พักครับ

 

The post “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ อำลาตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจคนที่ 14 ขอให้จากนี้ตำรวจทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นัดประชุม ก.ตร. 7 ต.ค. นี้ วาระเลือก ผบ.ตร. คนที่ 15 คาดเป็น พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ด้วยอาวุโสและประสบการณ์ https://thestandard.co/thailand-new-police-chief-selection/ Sun, 29 Sep 2024 12:55:21 +0000 https://thestandard.co/?p=989431 ผบ.ตร.

วันนี้ (29 กันยายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรา […]

The post นายกฯ นัดประชุม ก.ตร. 7 ต.ค. นี้ วาระเลือก ผบ.ตร. คนที่ 15 คาดเป็น พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ด้วยอาวุโสและประสบการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร.

วันนี้ (29 กันยายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจวาระพิเศษ ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ณ ห้องประชุมศรียานนท์ โดยมีวาระคัดเลือกแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แทน พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ที่จะเกษียณอายุราชการ

 

โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 1 ขึ้นเป็น ผบ.ตร. จากผู้ที่มีชื่อเข้าข่ายได้รับการแต่งตั้ง 3 คน ได้แก่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ, พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ อาวุโสลำดับ 2 และ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 3

 

สำหรับเหตุผลที่นายกฯ จะเสนอชื่อ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ที่ครองอาวุโสและทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร. เพื่อสานต่อนโยบายยาเสพติดของรัฐบาล และปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ได้ดี ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ สายตำรวจ ได้แก่ พล.ต.อ. วินัย ทองสอง, พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ และ พล.ต.อ. มนู เมฆหมอก เนื่องจากบทเรียนการประชุม ก.ตร. วาระแต่งตั้ง ผบ.ตร. ในปีที่ผ่านมา การเสนอชื่อ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ที่อาวุโสลำดับสุดท้ายข้ามมาเป็น ผบ.ตร. เป็นเรื่องถูกฟ้องร้องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

 

พล.ต.อ. เอก กล่าวว่า ปี 2567 จะเป็นการแต่งตั้งตำรวจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ครั้งแรก โดยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2566 นายกฯ ได้ลงนาม และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 จะมีผลบังคับใช้ 180 วันหลังจากนั้น หมายความว่ากฎ ก.ตร. ฉบับนี้จะมีผลหลังวันที่ 2 ตุลาคมนี้

 

“ในการพิจารณาคัดเลือก ผบ.ตร. ซึ่งหลักเกณฑ์ตามกฎหมายให้คำนึงถึงอาวุโส ความรู้ ความสามารถ งานสืบสวนสอบสวน และงานป้องกันปราบปราม ส่วนตัวพิจารณาอาวุโส ความรู้ ความสามารถ เป็นลำดับต้นๆ ให้ความสำคัญคนที่อาวุโสที่ 1 มีความรู้ ความสามารถ หากจะข้ามไปในระดับรองลงมาต้องมีบันทึกเหตุผล ปีที่ผ่านมาพิจารณาอาวุโสสุดท้ายขึ้นมาจึงมีปัญหาฟ้องร้องและร้องเรียน”พล.ต.อ. เอก กล่าว

 

สำหรับขั้นตอนการคัดเลือก ผบ.ตร. ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 78 ระบุว่า ให้นายกฯ คัดเลือกรายชื่อเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยระหว่างที่พิจารณาวาระดังกล่าว พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ, พล.ต.อ. ไกรบุญ และ พล.ต.อ. ธนา จะต้องออกจากห้องประชุม เนื่องจากถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย องค์ประชุมจึงมีเพียงนายกฯ ในฐานะประธาน และคณะกรรมการ

 

สำหรับประวัติ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ จบการศึกษานักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 25 รุ่นเดียวกับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 41 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.อ. กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ จะเกษียณอายุราชการในปี 2569

 

งานที่เรียกว่าเป็นการเปิดตัวและทำให้เป็นที่รู้จักของสาธารณชนคือการดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทน ผบ.ตร. เป็นระยะเวลานาน 3 เดือน ตลอดเวลาดังกล่าวได้มีความพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ หลังประชาชนหมดศรัทธาในองค์กรตำรวจ โดยเน้นส่งสารผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อแทบทุกครั้งจะเน้นไปที่การสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

The post นายกฯ นัดประชุม ก.ตร. 7 ต.ค. นี้ วาระเลือก ผบ.ตร. คนที่ 15 คาดเป็น พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ด้วยอาวุโสและประสบการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภรรยา ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ เข้าชี้แจงคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ มั่นใจ 100% ในหลักฐานที่มี ยืนยันไม่ได้ปกปิดข้อมูลบ้านที่อังกฤษ https://thestandard.co/torsak-wife-testifies-complaint/ Thu, 26 Sep 2024 09:07:49 +0000 https://thestandard.co/?p=988427

วันนี้ (26 กันยายน) ที่สำนักงานจเรตำรวจ นิภาพรรณ สุขวิม […]

The post ภรรยา ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ เข้าชี้แจงคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ มั่นใจ 100% ในหลักฐานที่มี ยืนยันไม่ได้ปกปิดข้อมูลบ้านที่อังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กันยายน) ที่สำนักงานจเรตำรวจ นิภาพรรณ สุขวิมล ภรรยาของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าพบคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) สืบเนื่องจากกรณีที่ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ร้องเรียนให้ตรวจสอบข้าราชการตำรวจและพลเรือนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันและส่วย 18 ธุรกิจสีเทา

 

นิภาพรรณให้สัมภาษณ์หลังจากให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ก.ร.ตร. นานกว่า 3 ชั่วโมงว่า วันนี้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ก.ร.ตร. ไปหมดแล้ว มั่นใจในพยานหลักฐานที่เตรียมมา 100%

 

ส่วนประเด็นบ้านพักในประเทศอังกฤษที่มีรายงานข่าวว่าไม่ได้รายงานบัญชีทรัพย์สิน นิภาพรรณยืนยันว่า ให้ข้อมูลเรื่องนี้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) หมดแล้ว ไม่เคยปกปิดข้อมูลใดๆ

 

ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินที่ษิทราผู้กล่าวหากล่าวอ้างว่า มีเงินจากเว็บพนันโอนเข้าบัญชีหลักแสนบาททุกเดือน ตนเองชี้แจงแล้วเช่นกัน

 

ด้าน พล.ต.ท. สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธานคณะกรรมการ ก.ร.ตร. ยอมรับว่า นิภาพรรณมีการชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินและบ้านพักในประเทศอังกฤษ รวมถึงประเด็นข้อสงสัยอื่นๆ ที่คณะกรรมการ ก.ร.ตร. ตั้งปมไว้หมดแล้ว หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบควบคู่ไปกับการอ้างอิงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเส้นทางการเงินจากธนาคารเพิ่มเติมว่าสอดคล้องกับคำชี้แจงหรือไม่ โดยคาดว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จทันกรอบระยะเวลา 240 วัน หากพบว่ามีความผิดทางอาญา คณะกรรมการ ก.ร.ตร. จะส่งเรื่องไป ป.ป.ช. แต่หากพบว่าเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรงก็สามารถดำเนินการพิจารณาเองได้เลย

The post ภรรยา ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ เข้าชี้แจงคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ มั่นใจ 100% ในหลักฐานที่มี ยืนยันไม่ได้ปกปิดข้อมูลบ้านที่อังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ ตรวจพลสวนสนาม อำลาชีวิตราชการ ขอให้ตำรวจเกษียณใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความสุข https://thestandard.co/torsak-sukvimol-24092024/ Wed, 25 Sep 2024 02:42:47 +0000 https://thestandard.co/?p=987671 ต่อศักดิ์ สุขวิมล

วานนี้ (24 กันยายน) ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพรา […]

The post ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ ตรวจพลสวนสนาม อำลาชีวิตราชการ ขอให้ตำรวจเกษียณใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต่อศักดิ์ สุขวิมล

วานนี้ (24 กันยายน) ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และรับการเคารพจากกองเกียรติยศ

 

โดย ผบ.ตร. เป็นประธานตรวจพลสวนสนาม พิธีมอบแหวนอัศวิน และกล่าวอำลาชีวิตราชการ จากนั้นขบวนสวนสนามทำพิธีเชิญธงพิทักษ์สันติราษฎร์ลงจากยอดเสา ณ ลานฝึกศรียานนท์

 

กระทั่งเวลา 22.00 น. ข้าราชการตำรวจในสังกัดโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และนักเรียนนายร้อยตำรวจ ตั้งแถวซุ้มกระบี่หน้าประตูทางออกหอประชุมชุณหะวัณ และยืนแถวรายทางจากหน้าหอประชุมถึงลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นเกียรติแก่คณะผู้เกษียณอายุราชการ ผบ.ตร. และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว การที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในราชการจนวันเกษียณอายุราชการอย่างราบรื่น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่ง ขอให้ท่านใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความสุขต่อไป

 

นอกจากนี้ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายพึงระลึกเสมอว่า การที่เราได้อาสามาเป็นตำรวจนั้น หน้าที่หลักคือการดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละอุทิศกายและใจให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน โดยเฉพาะหน้าที่ที่สำคัญที่สุด คือการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

 

ขอให้ตำรวจทุกนายได้ภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาทในฐานะข้าของแผ่นดิน โดยมีเจตนาอันแน่วแน่ ในอันที่จะมุ่งหมายประพฤติปฏิบัติตนเป็นตำรวจที่ดีของประชาชน ให้สมกับคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

 

อ้างอิง: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

The post ผบ.ตร. ‘ต่อศักดิ์’ ตรวจพลสวนสนาม อำลาชีวิตราชการ ขอให้ตำรวจเกษียณใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ตรวจเยี่ยม-อำลาหน่วยตำรวจตระเวนชายแดน ขอบคุณที่ร่วมภารกิจปกป้องชายแดนใต้ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ https://thestandard.co/torsak-sukvimol-bpp-farewell/ Fri, 20 Sep 2024 00:51:00 +0000 https://thestandard.co/?p=985722 torsak sukvimol

วานนี้ (19 กันยายน) ที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กอง […]

The post พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ตรวจเยี่ยม-อำลาหน่วยตำรวจตระเวนชายแดน ขอบคุณที่ร่วมภารกิจปกป้องชายแดนใต้ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
torsak sukvimol

วานนี้ (19 กันยายน) ที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ค่ายนเรศวร) จังหวัดเพชรบุรี พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานในพิธีเทิดเกียรติผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวาระเยี่ยมอำลาหน่วยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) โดยมี นิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.ท. ยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.), ผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธี 

 

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดพิธีเทิดเกียรติขึ้น เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ที่ได้สร้างคุณูปการให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนด้วยดีเสมอมา

 

โดยช่วงเช้า พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ พร้อมด้วยนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้วางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์ฝึกกระโดดร่ม ซึ่งจะก่อสร้างที่ค่ายนเรศวร จากนั้นได้ร่วมพิธีเทิดเกียรติ โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ และขึ้นรถตรวจแถวกำลังพลเทิดเกียรติ บริเวณสนามโดดร่มตุงคะเตชะ 

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวขอบคุณกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนที่จัดพิธีเทิดเกียรติขึ้นในวันนี้ และขอขอบคุณพี่น้องตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้ร่วมสร้างผลงานและปฏิบัติภารกิจในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและความมั่นคง เช่น ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดน และการสนองงานตามโครงการพระราชดำริ จนทำให้ภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี 

 

การจัดพิธีเทิดเกียรติในครั้งนี้ ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้ร่วมกันกระโดดร่มแบบเกาะหมู่และโรยธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยธงชาติและธงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนักกระโดดร่มของค่ายนเรศวร เพื่อแสดงความเคารพรักและให้เกียรติสูงสุดแก่ ผบ.ตร.

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

 

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : THE STANARD

The post พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ตรวจเยี่ยม-อำลาหน่วยตำรวจตระเวนชายแดน ขอบคุณที่ร่วมภารกิจปกป้องชายแดนใต้ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลคดีมีเส้นทางการเงินเอี่ยวเว็บพนัน ด้านชุดทำคดีระบุ เอาผิดย้อนหลังได้แม้เกษียณราชการ ตั้งกรอบเวลาปิดจบ 180 วัน https://thestandard.co/torsak-gave-information-on-the-gambling-website-case/ Tue, 17 Sep 2024 09:01:39 +0000 https://thestandard.co/?p=984594

วันนี้ (17 กันยายน) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาก […]

The post ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลคดีมีเส้นทางการเงินเอี่ยวเว็บพนัน ด้านชุดทำคดีระบุ เอาผิดย้อนหลังได้แม้เกษียณราชการ ตั้งกรอบเวลาปิดจบ 180 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 กันยายน) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) กรณีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ 18 ธุรกิจสีเทาและเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ซึ่ง ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไว้

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เข้าให้ข้อมูลในเวลา 11.00 น. ใช้เวลาให้ข้อมูลกว่า 3 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่ามั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมาชี้แจงกับ ก.ร.ตร. เชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้

 

ขณะที่ พล.ต.ท. สรศักดิ์ เย็นเปรม ประธาน ก.ร.ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ได้นำหลักฐานเอกสารและถ้อยคำมาชี้แจงต่อ ก.ร.ตร. ในฐานะพยาน ในทุกประเด็นที่ ก.ร.ตร. สอบถามตั้งประเด็นไว้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งในแต่ละประเด็นจะต้องมีการพิจารณาของ ก.ร.ตร. อย่างละเอียดรอบคอบ คาดว่าจะใช้เวลานาน มีกรอบระยะเวลา 180 วัน ในกรอบเวลานี้จะต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จ แต่หากไม่แล้วเสร็จสามารถขยายกรอบเวลาได้อีก 60 วันตามความจำเป็น

 

ส่วนที่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ พล.ต.ท. สรศักดิ์ ระบุว่า ก.ร.ตร. เชื่อว่าจะดำเนินการต่อได้ หากพบมูลความผิดก็สามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการย้อนหลังได้ โดยเฉพาะโทษทางวินัยก็จะส่งไปให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่หากผิดทางอาญาจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล

The post ผบ.ตร. เข้าให้ข้อมูลคดีมีเส้นทางการเงินเอี่ยวเว็บพนัน ด้านชุดทำคดีระบุ เอาผิดย้อนหลังได้แม้เกษียณราชการ ตั้งกรอบเวลาปิดจบ 180 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ระบุ เป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องทำ หลังถูกถามใกล้เกษียณต้องกำชับอะไรหรือไม่ ก่อนเข้าพบกรรมการร้องเรียนตำรวจปมส่วย 18 ธุรกิจ https://thestandard.co/pol-gen-torsak-is-nearing-retirement/ Tue, 17 Sep 2024 05:57:06 +0000 https://thestandard.co/?p=984456

วันนี้ (17 กันยายน) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาก […]

The post พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ระบุ เป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องทำ หลังถูกถามใกล้เกษียณต้องกำชับอะไรหรือไม่ ก่อนเข้าพบกรรมการร้องเรียนตำรวจปมส่วย 18 ธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 กันยายน) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงาน และผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

หลังมอบโล่ ผู้สื่อข่าวพยายามถาม พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ว่า เนื่องจากใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว จะกำชับหรือฝากอะไรถึงข้าราชการตำรวจหรือไม่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ตอบสั้นๆ ว่าไม่มีอะไรต้องฝาก เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องทำอยู่แล้ว ก่อนปฏิเสธให้สัมภาษณ์ในคำถามอื่นโดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ

 

ขณะเดียวกัน หลังจากที่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ด้าน ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ ได้แจ้งสื่อมวลชนในกลุ่ม LINE ว่า พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ จะเดินทางไปพบคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) กรณีที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงจากปมส่วย 18 ธุรกิจ และมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์

The post พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ระบุ เป็นหน้าที่ที่ตำรวจต้องทำ หลังถูกถามใกล้เกษียณต้องกำชับอะไรหรือไม่ ก่อนเข้าพบกรรมการร้องเรียนตำรวจปมส่วย 18 ธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเชียงราย จัดที่พักและอาหารจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย https://thestandard.co/royal-thai-police-opens-chiang-rai-flood-relief-center/ Fri, 13 Sep 2024 08:18:57 +0000 https://thestandard.co/?p=983179

วันนี้ (13 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ. ต่อศัก […]

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเชียงราย จัดที่พักและอาหารจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีความห่วงใยประชาชนกรณีอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท. ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลและสั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน จัดระบบการจราจรในพื้นที่ที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความเข้มในการตรวจตราและระวังป้องกันคนร้ายอาศัยโอกาสในช่วงอุทกภัยก่อเหตุประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน อันเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบภัย ตลอดจนให้ความสำคัญในการร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย

 

พล.ต.ท. ประจวบ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายประสานความร่วมมือและร่วมบูรณาการกับผู้ประกอบการในพื้นที่ จัดตั้ง ‘ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ณ โรงแรมศิลามณีรีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยได้จัดเตรียมห้องพักเพื่อรองรับให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้เข้าพัก จำนวน 160 ห้อง พร้อมอาหารและน้ำดื่ม 3 มื้อ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งในปัจจุบันมีประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยเข้าพักแล้ว จำนวน 100 ห้อง โดยจะเปิดดำเนินการไปตลอด จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมระดมสรรพกำลัง เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มกำลัง เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง

 

 

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเชียงราย จัดที่พักและอาหารจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกหน่วยช่วยประชาชนเหตุอุทกภัย 7 จังหวัด สนับสนุนการอพยพ ตรวจเหตุอาชญากรรม https://thestandard.co/help-flood-victims-in-7-provinces/ Wed, 11 Sep 2024 09:20:03 +0000 https://thestandard.co/?p=982332 อุทกภัย 7 จังหวัด

วันนี้ (11 กันยายน) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาก […]

The post ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกหน่วยช่วยประชาชนเหตุอุทกภัย 7 จังหวัด สนับสนุนการอพยพ ตรวจเหตุอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุทกภัย 7 จังหวัด

วันนี้ (11 กันยายน) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการเร่งด่วนให้ตำรวจทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัด ได้แก่

  1. จังหวัดเชียงราย: อำเภอแม่สาย ขุนตาล พญาเม็งราย
  2. จังหวัดเชียงใหม่: อำเภอแม่อาย 
  3. จังหวัดตาก: อำเภอแม่สอด
  4. จังหวัดสุโขทัย: อำเภอกงไกรลาศ
  5. จังหวัดพิษณุโลก: อำเภอเมือง พรหมพิราม บางระกำ
  6. จังหวัดอ่างทอง: อำเภอวิเศษชัยชาญ 
  7. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: อำเภอบางบาล บางปะหัน ผักไห่ เสนา พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร 

 

ผบ.ตร. กำชับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเป็นหัวหน้ารับผิดชอบการปฏิบัติของตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่ คอยประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยเกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยวางแผนให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ และให้จัดชุดมวลชนชุมชนสัมพันธ์ จิตอาสา สำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ บูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือ กรณีสถานีตำรวจ บ้านพักตำรวจและครอบครัวได้รับความเสียหาย ให้รวบรวมรายงานเพื่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้เร่งช่วยเหลือต่อไป

 

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมสำรวจข้อมูลพื้นที่เกิดอุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ จัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ เรือ พาหนะ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยให้ตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ ตำรวจตระเวนชายแดน และสำนักงานส่งกำลังบำรุง สนับสนุนทั้งกำลังพล เครื่องมือ ยานพาหนะ และให้กองบินตำรวจเตรียมความพร้อมสำหรับอพยพช่วยเหลือประชาชน

 

รวมทั้งสนับสนุนช่วยเหลือทางการแพทย์ จัดหาพื้นที่ปลอดภัยรองรับการอพยพประชาชน พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือด้านการจราจรและเส้นทางการคมนาคมต่างๆ ในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์เส้นทางหลักและเส้นทางรองที่ใช้สัญจร รวมทั้งออกตรวจสอบพื้นที่ป้องกันการก่ออาชญากรรมต่างๆ ในช่วงอุทกภัย จัดพนักงานสอบสวนรับแจ้งเหตุผู้คนสูญหายและเหตุอาชญากรรมต่างๆ

The post ผบ.ตร. สั่งการตำรวจทุกหน่วยช่วยประชาชนเหตุอุทกภัย 7 จังหวัด สนับสนุนการอพยพ ตรวจเหตุอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดคำสั่งปลด 8 ลูกน้องคนสนิท ‘พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์’ ออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบพฤติการณ์เข้าข่ายหุ้นส่วน-ฟอกเงิน เว็บพนัน https://thestandard.co/surachate-team-official-dismiss/ Mon, 02 Sep 2024 14:02:04 +0000 https://thestandard.co/?p=978643 สุรเชชษฐ์

วันนี้ (2 กันยายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต. […]

The post เปิดคำสั่งปลด 8 ลูกน้องคนสนิท ‘พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์’ ออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบพฤติการณ์เข้าข่ายหุ้นส่วน-ฟอกเงิน เว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชชษฐ์

วันนี้ (2 กันยายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 436/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้

 

  1. พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  2. พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย รองผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4
  3. พ.ต.อ. เขมรินทร์ พิศมัย ผู้กำกับการ ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดจันทบุรี
  4. พ.ต.อ. อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผู้กำกับการ ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
  5. พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ (ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 177/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567)
  6. พ.ต.ต. ชานนท์ อ่วมทร สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
  7. ส.ต.อ. ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่จราจร) งานปฏิบัติการจราจร ตามโครงการพระราชดำริ 1 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร (ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567)
  8. ส.ต.อ. อภิสิทธิ์ คนยงค์ ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง สืบเนื่องจาก พล.ต.ต. นำเกียรติ กับพวกรวม 8 นาย ถูกสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 93/2567 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยปรากฏผลการสืบสวนข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2566 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 4 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลเครือข่าย หุ้นส่วน นายทุน เจ้าของเว็บไซต์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์

 

ซึ่งตรวจสอบพบการกระทำความผิด มีการเปิดบริการให้เล่นพนันออนไลน์ สล็อต บาคาร่า คาสิโนออนไลน์ เกมพนันออนไลน์อื่นๆ จึงได้สืบสวนสอบสวนในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

 

สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 468/2566 ของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 ศาลอาญาได้มีคำสั่งอนุญาตให้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการตำรวจทั้ง 8 นายดังกล่าว

 

จากการตรวจสอบข้อมูลที่ตรวจยึดได้ พบสรุปยอดบันทึกว่า ‘จ่ายตำรวจ’ พร้อมระบุ จำนวนเงินและข้อมูลของ ธันยนันท์ หรือ สุชานันท์ หรือ มินนี่ ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ พบว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พ.ต.อ. ภาคภูมิ โดยมีหลักฐานที่ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ให้ธันยนันท์โอนเงินค่าตำรวจ โดยวิธีการนำเงินสดไปฝากเข้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ เพื่อปกปิดอำพรางการได้มา

 

โดย พ.ต.อ. ภาคภูมิ ส่งเลขบัญชีธนาคารและภาพหน้าสมุดธนาคารไปยังธันยนันท์ เพื่อให้ดำเนินการนำเงินสดไปฝากเข้าตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีของ กิตติชัช และพุฒิพงษ์ จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเงินค่าตำรวจซึ่งเข้าไปในบัญชีของกิตติชัชมีความสัมพันธ์เชื่อมโยง มีการทำธุรกรรมรับโอนเงิน และโอนเงินเข้าไปในบัญชีธนาคารของพุฒิพงษ์, ครรชิต, วราวุฒิ และพิมพิลาศ ซึ่งเป็นบัญชีที่ พ.ต.ท. คริษฐ์ เป็นผู้ถือและใช้บัญชี และได้โอนเงินและรับโอนเงินผ่านบัญชีดังกล่าวไปยัง พล.ต.ต. นำเกียรติ, พ.ต.อ. เขมรินทร์, พ.ต.อ. อาริศ, พ.ต.ต. ชานนท์, ส.ต.อ. ณัฐวุฒิ และ ส.ต.อ. อภิสิทธิ์

 

ซึ่งเป็นการโอนเงินและรับโอนเงินจากบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดการพนันออนไลน์ และน่าเชื่อว่ามีพฤติการณ์เรียกรับเงินค่าตำรวจดังกล่าว เหตุเกิดในห้วงปี 2565-2566 กรณีนี้จึงมีมูลที่ควรกล่าวหาว่า พล.ต.ต. นำเกียรติ กับพวกรวม 8 นาย กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

 

อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 105, มาตรา 119 และมาตรา 179 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2547 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว

 

  1. พล.ต.ท. สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ เป็นประธานกรรมการ
  2. พล.ต.ต. อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นกรรมการ
  3. พ.ต.อ. รณชัย เมฆชัย รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 3 เป็นกรรมการ
  4. พ.ต.อ. ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นกรรมการ
  5. พ.ต.อ. ธรรมนิตย์ บุญเพ็ญ ผู้กำกับการฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กองตรวจราชการ 3 เป็นกรรมการและเลขานุการ
  1. พ.ต.ท. วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รองผู้กำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นกรรมการ
  2. พ.ต.ท. พฤฒ ศุภจิตตากร สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน เป็นกรรมการ

 

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ยังได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 437/2567 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้

 

  1. พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล
  2. พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย รองผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4
  3. พ.ต.อ. เขมรินทร์ พิศมัย ผู้กำกับการ ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดจันทบุรี
  4. พ.ต.อ. อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผู้กำกับการ ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
  5. พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ (ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 177/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567)
  6. พ.ต.ต. ชานนท์ อ่วมทร สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
  7. ส.ต.อ. ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่จราจร) งานปฏิบัติการจราจร ตามโครงการพระราชดำริ 1 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร (ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567)
  8. ส.ต.อ. อภิสิทธิ์ คนยงค์ ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน

 

โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหุ้นส่วน นายทุน เจ้าของเว็บไซต์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ สล็อต บาคาร่า คาสิโนออนไลน์ เกมพนันออนไลน์อื่นๆ และต้องหาคดีอาญาที่ 468/2566 ของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน

 

ซึ่งเป็นกรณีต้องหาคดีอาญาร้ายแรง จนถูกศาลอาญาออกหมายจับ ลงวันที่ 22 กันยายน 2566 ในกรณีดังกล่าว และมีเหตุผลให้พักราชการได้ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ข้อ 3 (1) คือ ถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญา

 

โดยผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่และอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา แต่กลับต้องหาว่ากระทำผิดทางอาญาเสียเอง ซึ่งเป็นคดีสำคัญ อยู่ในความสนใจของประชาชน ประกอบกับปรากฏข้อเท็จจริงตามเอกสารข่าว

 

สำนักงานอัยการสูงสุด ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ว่ามีพฤติการณ์การกระทำในเชิงคุกคามข่มขู่พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่ในการให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ และขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวน ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน และภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง ถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ ประกอบกับการสอบสวนพิจารณาในเรื่องนี้มีความยุ่งยาก สลับซับซ้อน และมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเป็นเครือข่ายจำนวนมาก พิจารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 มาตรา 131 และมาตรา 179 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2567 ข้อ 5 จึงให้ พล.ต.ต. นำเกียรติ กับพวกรวม 8 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

อนึ่งผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 141 ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัย อุทธรณ์ สั่ง ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2567

 

มีรายงานว่าขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องแจ้งให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทราบ เพื่อให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณี พล.ต.ต. นำเกียรติ เนื่องจากเป็นตำรวจระดับผู้บังคับการ นายกรัฐมนตรีต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 140 วรรคสอง

 

ทั้งนี้สำหรับนายตำรวจทั้ง 8 นายถือเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูก พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในขณะนั้น สั่งให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2567 ต่อมา พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 106/2567 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ให้ตำรวจทั้ง 8 นายปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. เช่นเดิม

The post เปิดคำสั่งปลด 8 ลูกน้องคนสนิท ‘พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์’ ออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบพฤติการณ์เข้าข่ายหุ้นส่วน-ฟอกเงิน เว็บพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>