<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202610200534</UUID><time>1792474454</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x20908" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12701041</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1792474149000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2108093349000</endYmdtUnix>

			<title>F-16V เขี้ยวเล็บใหม่ไต้หวันในการเผชิญหน้าจีน เป็น ‘ตัวพลิกเกม’ ดุลอำนาจทางทหารในช่องแคบหรือไม่</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1792474149000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-20 12:29:09</publishTime>
			<updateTimeUnix>1792474149000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-20 12:29:09</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>F-16V เขี้ยวเล็บใหม่ไต้หวันในการเผชิญหน้าจีน เป็น ‘ตัวพลิกเกม’ ดุลอำนาจทางทหารในช่องแคบหรือไม่</title>
					<description>F-16V เขี้ยวเล็บใหม่ไต้หวันในการเผชิญหน้าจีน เป็น ‘ตัวพลิกเกม’ ดุลอำนาจทางทหารในช่องแคบหรือไม่</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/taiwan-receives-f-16v-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/taiwan-receives-f-16v-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เสียงคำรามของเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 สองลำแรกจากสหรัฐฯ ที่บินมาแตะรันเวย์ ณ ฐานทัพอากาศจื้อหางในเมืองไถตงของไต้หวันนั้น ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานหลายปีจากปัญหาห่วงโซ่การผลิตที่ทำให้การส่งมอบล่าช้าเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันยังทำให้บรรยากาศบริเวณช่องแคบไต้หวันคุกรุ่นขึ้นด้วย ท่ามกลางความตึงเครียดของการเผชิญหน้าระหว่างจีนและไต้หวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">F-16V ความหวังใหม่ของกองทัพอากาศไต้หวัน?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">เจาะเทคโนโลยี F-16V ทำไมเรดาร์และสงครามอิเล็กทรอนิกส์จึงสำคัญ?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">เทียบขีดความสามารถกำลังรบทางอากาศกับจีน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">F-16V ไม่ได้มีดีแค่ป้องกันน่านฟ้า แต่ยังโจมตีเป้าหมายบนแผ่นดินใหญ่จีนได้หรือไม่?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">ยุทธศาสตร์เม่น</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง การมาของเครื่องบินรบล็อตแรกจากจำนวนทั้งหมด 66 ลำในสัญญาจัดหามูลค่ากว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้โครงการ Peace Phoenix Soaring นี้ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า เขี้ยวเล็บใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเรดาร์และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์อันทันสมัยนี้จะกลายเป็น ‘ตัวเปลี่ยนเกม’ (Game Changer) ที่ยกระดับศักยภาพทางอากาศของไทเปขึ้นมาต่อกรกับปักกิ่งได้จริงหรือไม่? หรือจะทำให้ดุลอำนาจทางทหารบริเวณนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพื่อหาคำตอบของโจทย์เชิงภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคง และยุทธศาสตร์การทหารนี้ เราประเมินผ่านมุมมองของ อนาลโย กอสกุล นักสังเกตการณ์การทหารอิสระและแอดมินเพจ <a href="Thaiarmedforce.com" target="_blank" rel="noopener">Thaiarmedforce.com</a> แบบรอบด้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 เครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 2 ลำ หมายเลขเครื่อง 6727 และ 6728 เดินทางจากสหรัฐอเมริกา ผ่านฮาวายและเกาะกวม มาถึงบ้านใหม่ที่ฐานทัพอากาศจื้อหาง (Chihhang Air Base) ในเมืองไถตง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการได้รับเครื่องบินขับไล่ที่ผลิตขึ้นใหม่หลังมีการอนุมัติจัดหาตั้งแต่ปี 2019</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดิมทีเครื่องบินล็อตแรกมีกำหนดส่งมอบตั้งแต่ปี 2023 แต่ต้องเผชิญความล่าช้าหลายครั้ง ทั้งจากการย้ายสายการผลิตของบริษัท Lockheed Martin⁠ จากรัฐเท็กซัสไปยังรัฐเซาท์แคโรไลนา ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนข้อจำกัดทางเทคนิคและการปรับปรุงซอฟต์แวร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การส่งมอบครั้งนี้ไม่เพียงเป็นหมุดหมายความสำเร็จในการจัดหายุทโธปกรณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความต่อเนื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้จะผ่อนคลายลงบ้างในช่วงหลังก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">F-16V ความหวังใหม่ของกองทัพอากาศไต้หวัน?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความสำคัญของการได้ F-16V ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีที่มีการอัปเกรดเพียงอย่างเดียว แต่คือการเพิ่มจำนวนเครื่องบินขับไล่ที่พร้อมรองรับภารกิจป้องกันน่านฟ้าของไต้หวันในระยะยาวด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยอธิบายว่า ไต้หวันไม่ได้จัดหาเครื่องบินขับไล่ที่ผลิตขึ้นใหม่เข้าประจำการมานานกว่าสองทศวรรษ ขณะที่กำลังรบหลักก่อนหน้านี้ยังคงประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่แบบ F-16A/B ที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะแล้ว เครื่องบินรบแบบ Mirage 2000 จากฝรั่งเศส และเครื่องบิน F-CK-1 Ching-kuo ซึ่งไต้หวันพัฒนาขึ้นเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อ F-16V Block 70 ทั้ง 66 ลำทยอยเข้าประจำการครบหมดแล้ว จะทำให้ไต้หวันมีกำลังรบทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอนาลโยประเมินว่าจำนวนเครื่องบินขับไล่ทั้งหมดอาจอยู่ที่ประมาณ 400 ลำ หากนับรวมฝูงบินรุ่นเดิมที่ยังใช้งานอยู่ ซึ่งจะช่วยให้ไต้หวันสามารถดูแลน่านฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งเกาะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินภาพรวม ไม่ใช่จำนวนเครื่องบินที่พร้อมปฏิบัติการพร้อมกันทั้งหมด เพราะยังขึ้นอยู่กับการปลดประจำการเครื่องบินรุ่นเก่าในอนาคตด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตามข้อมูลของ Focus Taiwan ไต้หวันมีฝูง F-16A/B Block 20 ที่อัปเกรดเป็นมาตรฐาน F-16V ไปแล้ว 139 ลำ ทว่าอนาลโยชี้ว่า แม้เครื่องบินฝูงเก่าผ่านการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว แต่ข้อจำกัดสำคัญยังอยู่ที่อายุการใช้งานของโครงสร้างเครื่องบิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยเหตุนี้การได้เครื่องบินใหม่จะช่วยให้ไต้หวันสามารถรักษากำลังรบทางอากาศในระยะยาวได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องบินรุ่นเก่าที่ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรเพิ่มขึ้นในการซ่อมบำรุง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ การเลือก F-16 ยังมีข้อได้เปรียบด้านความต่อเนื่อง เพราะนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของไต้หวันมีประสบการณ์กับเครื่องบินตระกูลนี้อยู่แล้ว จึงสามารถต่อยอดระบบการฝึก การซ่อมบำรุง และการส่งกำลังบำรุงได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินแบบใหม่ทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากพิจารณาในเชิงคุณภาพ คำถามสำคัญกว่าจำนวนเครื่องบินคือ F-16V Block 70 มีอะไรที่ทำให้มันแตกต่างจากเครื่องบินขับไล่ที่ไต้หวันใช้งานอยู่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เจาะเทคโนโลยี F-16V ทำไมเรดาร์และสงครามอิเล็กทรอนิกส์จึงสำคัญ?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ F-16 จะเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีต้นกำเนิดในช่วงยุคสงครามเย็น แต่ F-16V Block 70 ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ทันสมัยที่สุดของเครื่องบินตระกูลนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บริษัทผู้ผลิตระบุว่า Block 70/72 ได้รับการออกแบบให้มีขีดความสามารถด้านระบบตรวจจับและการรับรู้สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับเทคโนโลยีบางส่วนของเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 แม้ตัวเครื่องบินยังคงจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือที่มักเรียกกันว่า Generation 4.5</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หัวใจสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้อยู่ที่ระบบเรดาร์และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เราลองไล่ดูไปทีละอย่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>เรดาร์ AN/APG-83 SABR</b></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>F-16V ติดตั้งเรดาร์ AN/APG-83 Scalable Agile Beam Radar (SABR) ซึ่งเป็นเรดาร์แบบ Active Electronically Scanned Array หรือ AESA พัฒนาโดยบริษัท <a href="https://thestandard.co/tag/Northrop-Grumman/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Northrop Grumman</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความแตกต่างสำคัญจากเรดาร์รุ่นเก่าคือ การใช้ชุดส่งและรับสัญญาณจำนวนมากในการควบคุมลำคลื่นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนการอาศัยกลไกหมุนหรือกวาดจานเรดาร์เป็นหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้เรดาร์สามารถเปลี่ยนทิศทางการตรวจจับได้อย่างรวดเร็ว ติดตามเป้าหมายหลายเป้าหมายได้พร้อมกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับในสภาพแวดล้อมที่มีการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเรดาร์รุ่นนี้ยังใช้เทคโนโลยีบางส่วนร่วมกับระบบเรดาร์ที่ติดตั้งใน F-22 และ F-35 ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเครื่องบินรบยุคที่ 5 ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยอธิบายว่า ประโยชน์สำคัญของเรดาร์ AESA ไม่ใช่เพียงการมองเห็นเป้าหมายได้ไกลขึ้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามรบกวนสัญญาณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในสงครามทางอากาศยุคใหม่ การตรวจพบเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามก่อนเป็นเรื่องสำคัญ แต่การรักษาความสามารถในการตรวจจับและติดตามเป้าหมายระหว่างถูกโจมตีด้วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ Viper Shield</b></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกหนึ่งระบบที่อนาลโยให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ AN/ALQ-254(V)1 Viper Shield ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท L3Harris</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อช่วยตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบโต้ภัยคุกคามจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรดาร์ตรวจจับของฝ่ายตรงข้าม หรือเรดาร์ที่ใช้สนับสนุนการนำวิถีของอาวุธ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทางปฏิบัติ ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะเปรียบเสมือนเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่งของเครื่องบิน ช่วยให้นักบินรับรู้ภัยคุกคามและมีทางเลือกในการตอบสนองมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยกระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า Viper Shield รุ่น AN/ALQ-254(V)1 เป็นระบบแบบติดตั้งภายในสำหรับ F-16 Block 70 ที่ผลิตขึ้นใหม่ และได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับเรดาร์ AN/APG-83 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยมองว่า เทคโนโลยีด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุดของ F-16V เพราะการเผชิญหน้ากับกองทัพจีนในอนาคตจะไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านความเร็วหรือความคล่องตัวของเครื่องบินอีกต่อไป แต่ยังเป็นการแข่งขันเพื่อควบคุมข้อมูลและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสนามรบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>เครื่องยนต์ใหม่และถังเชื้อเพลิง CFT</b></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>F-16V Block 70 ของไต้หวันใช้เครื่องยนต์ General Electric F110-GE-129 ซึ่งให้แรงขับสูงสุดประมาณ 29,500 ปอนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครื่องบินยังสามารถติดตั้งถังเชื้อเพลิงแนบลำตัว หรือ Conformal Fuel Tank (CFT) ซึ่งเป็นถังเชื้อเพลิงที่ออกแบบให้ติดตั้งบริเวณด้านข้างส่วนบนของลำตัวเครื่องบิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อได้เปรียบคือสามารถเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงโดยไม่ต้องใช้ตำแหน่งติดตั้งอาวุธใต้ปีก และช่วยขยายระยะเวลาที่เครื่องบินสามารถปฏิบัติภารกิจอยู่ในอากาศได้นานขึ้น นอกจากนี้ F-16V ยังติดตั้งระบบแสดงผลในห้องนักบินที่ทันสมัย และระบบหมวกเล็งเป้า JHMCS II ซึ่งช่วยให้นักบินสามารถกำหนดเป้าหมายผ่านทิศทางการมองได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อพิจารณาร่วมกัน เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ช่วยให้ F-16V มีขีดความสามารถสูงกว่า F-16 รุ่นดั้งเดิมอย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เทียบขีดความสามารถกำลังรบทางอากาศกับจีน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากย้อนกลับไปประมาณ 20 ปีก่อน ไต้หวันเคยมีข้อได้เปรียบด้านคุณภาพของเครื่องบินขับไล่เหนือจีนในหลายด้าน เพราะในเวลานั้น กองทัพอากาศจีนยังพึ่งพาเครื่องบินรุ่นเก่าจำนวนมาก ขณะที่ไต้หวันมี F-16 และ Mirage 2000 ซึ่งใช้เทคโนโลยีจากตะวันตก แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความแตกต่างสำคัญคือ ต่อให้ F-16V ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยเพียงใด ก็ยังไม่ใช่เครื่องบินขับไล่ล่องหนยุคที่ 5 ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าอยู่ดี ในขณะที่จีนมีการพัฒนาเครื่องบินรบยุคที่ 5 อย่างต่อเนื่องและนำเข้าประจำการแล้วเป็นจำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยจึงสรุปว่า F-16V อาจช่วยลดช่องว่างด้านขีดความสามารถด้านกำลังรบทางอากาศระหว่างสองฝ่ายลงได้บางส่วน แต่ไม่มากพอที่จะเปลี่ยนสถานะความได้เปรียบโดยรวมของจีนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จีนไม่ได้มีเพียงจำนวนเครื่องบินรบที่มากกว่าเท่านั้น แต่ยังพัฒนาเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ได้เอง ทั้ง J-10C, J-16 และเครื่องบินขับไล่ล่องหน J-20 และ J-35 นอกจากนี้จีนยังอยู่ในขั้นพัฒนาเครื่องบินรบยุคที่ 6 แล้ว ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางทหารของจีนได้เป็นอย่างดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จุดนี้ทำให้อนาลโยมองว่า การมี F-16V ของไต้หวันไม่ได้ทำให้จีนสูญเสียความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเหตุผลสำคัญคือ F-16V ยังคงเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ขณะที่จีนมีเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 ซึ่งออกแบบให้มีคุณสมบัติลดการตรวจจับด้วยเรดาร์ตั้งแต่ต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และแม้เรดาร์ AN/APG-83 ของไต้หวันจะมีความทันสมัยสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตรวจจับและโจมตีเครื่องบินล่องหนได้อย่างง่ายดาย เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น ระยะทาง มุมตรวจจับ ระบบสนับสนุน และสภาพแวดล้อมในการรบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">F-16V ไม่ได้มีดีแค่ป้องกันน่านฟ้า แต่ยังโจมตีเป้าหมายบนแผ่นดินใหญ่จีนได้หรือไม่?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ภารกิจหลักของ F-16V จะเป็นการป้องกันน่านฟ้าตนเอง แต่เครื่องบินรุ่นนี้ยังมีขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินและทางทะเลด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ทำให้ F-16V Block 70 น่าสนใจคือความสามารถในการบรรทุกเชื้อเพลิงเพิ่มเติมผ่านถัง CFT ซึ่งช่วยเพิ่มพิสัยปฏิบัติการได้ไกลขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยประเมินว่า การติดตั้ง CFT สามารถเพิ่มระยะบินได้อย่างมีนัยสำคัญ และหากใช้ร่วมกับถังเชื้อเพลิงภายนอก ก็อาจขยายขอบเขตการปฏิบัติการออกไปได้อีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องแยกระหว่างระยะบินสูงสุด (Range) กับรัศมีปฏิบัติการรบ (Combat Radius) ซึ่งหมายถึงระยะทางที่เครื่องบินสามารถบินออกไปปฏิบัติภารกิจและกลับฐานได้ โดยยังมีเชื้อเพลิงเพียงพอตามเงื่อนไขของภารกิจ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ค่าตายตัว แต่เปลี่ยนแปลงตามน้ำหนักอาวุธ ความสูง ความเร็ว เส้นทางการบิน และระยะเวลาที่ต้องใช้ในการต่อสู้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น แม้ F-16V จะสามารถขยายระยะปฏิบัติการได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถบินเข้าไปโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ของจีนได้โดยปราศจากความเสี่ยง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ประเด็นที่น่าสนใจกว่าระยะบินคือ อาวุธที่ F-16V สามารถนำไปใช้ในภารกิจโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนึ่งในอาวุธที่อนาลโยจับตาคือ AGM-88 HARM หรือ High-speed Anti-Radiation Missile ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีแหล่งกำเนิดสัญญาณเรดาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทางยุทธวิธี อาวุธประเภทนี้มีบทบาทสำคัญในภารกิจ Suppression of Enemy Air Defenses (SEAD) หรือการกดดันและลดประสิทธิภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะระบบป้องกันภัยทางอากาศสมัยใหม่จำเป็นต้องพึ่งพาเรดาร์สำหรับค้นหา ติดตาม และสนับสนุนการยิงอาวุธ หากเรดาร์สำคัญถูกทำลายหรือถูกบังคับให้หยุดส่งสัญญาณ ก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการตรวจจับและโจมตีเป้าหมายของระบบนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตามต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การทำลายเรดาร์เพียงหนึ่งชุดไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศทั้งหมดหยุดทำงาน เพราะระบบสมัยใหม่สามารถใช้เรดาร์หลายชุด ระบบสำรอง และข้อมูลจากเครือข่ายตรวจจับอื่นร่วมกันได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากขีปนาวุธโจมตีแหล่งกำเนิดสัญญาณเรดาร์แล้ว ข้อมูลจาก Focus Taiwan ระบุว่า F-16V Block 70 สามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลาย ทั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศแบบ AIM-9X และ AIM-120D รวมถึงระเบิดร่อนนำวิถีแบบ AGM-154C, ระเบิดนำวิถี JDAM และขีปนาวุธต่อต้านเรือแบบ Harpoon ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งขีดความสามารถเหล่านี้เปิดทางให้ไต้หวันมีทางเลือกมากกว่าการส่งเครื่องบินขึ้นสกัดกั้นเครื่องบินรบจีนเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การมีขีดความสามารถในการโจมตี ไม่ได้หมายความว่าไต้หวันจะเลือกใช้เครื่องบินเหล่านี้สำหรับปฏิบัติการเชิงรุก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทางกลับกัน ความสามารถในการโจมตีเป้าหมายทางทหารอาจมีบทบาทสำคัญในการช่วยยับยั้ง เพราะทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องคำนึงถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากตัดสินใจใช้กำลังกับไต้หวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่กระนั้น ในทางทฤษฎีหากไต้หวันใช้เครื่องบินรบในยุทธการเชิงรุกจริง จีนเองก็มีเครื่องมือรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จีนสามารถใช้ระบบตรวจจับและอาวุธจากหลายแพลตฟอร์มร่วมกัน ทั้งเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า เครื่องบินขับไล่ เรือรบ และระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน สิ่งเหล่านี้ทำให้การประเมินกำลังรบไม่สามารถทำได้แค่การพิจารณาเปรียบเทียบเครื่องบินรบสองรุ่นแบบตัวต่อตัวเพียงอย่างเดียว หรือพูดง่ายๆ ก็คือ แม้ F-16V จะมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญกับระบบการรบและการป้องกันภัยทางอากาศของจีนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยกล่าวว่า กองทัพจีนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายระดับ เช่น HQ-9 สำหรับการป้องกันภัยทางอากาศระยะไกล และ HQ-16 สำหรับการป้องกันภัยทางอากาศระยะกลาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะเดียวกัน เครื่องบินขับไล่จีนยังสามารถติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกลอย่าง PL-15 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามที่พยายามเข้าใกล้พื้นที่ป้องกัน ซึ่งหากเปรียบเทียบกัน อนาลโยยังมองว่า เครื่องบินจีนมีช่วงชกที่ยาวกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนาลโยยังมองว่า ในการเผชิญหน้าจริง จีนมีความได้เปรียบจากการผสมผสานระบบอาวุธหลายประเภทเข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องบินขับไล่ ขีปนาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ นั่นทำให้ F-16V ไม่สามารถอาศัยเทคโนโลยีบนตัวเครื่องบินเพียงอย่างเดียวเพื่อเจาะผ่านระบบป้องกันของจีนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นการปฏิบัติการต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวกรอง การประสานงานระหว่างหน่วยรบ และการสนับสนุนจากระบบอาวุธประเภทอื่นด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กล่าวโดยสรุปคือ F-16V อาจเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีของไต้หวัน แต่ไม่ได้ทำให้ไต้หวันสามารถปฏิบัติการทางอากาศเหนือจีนได้อย่างอิสระ ดังนั้นจึงไม่ใช่ Game Changer หรือตัวพลิกเกมในสงคราม แต่ช่วยให้ไต้หวัน Stay in the Game หรือบีบช่องว่างให้แคบลงมากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ยุทธศาสตร์เม่น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นสำคัญจึงกลับมาโฟกัสที่ตัวไต้หวันเองว่า F-16V จะช่วยให้ไต้หวันมีปราการป้องกันน่านฟ้าตัวเองที่ดีขึ้นเพียงไร เพื่อทำให้การปฏิบัติการทางทหารของจีนยากลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะหากเกิดสงครามขึ้นจริง หนึ่งในภัยคุกคามสำคัญที่สุดต่อกองทัพอากาศไต้หวันอาจไม่ใช่การเผชิญหน้ากับเครื่องบินขับไล่ของจีนกลางอากาศ แต่คือการที่ฐานทัพอากาศและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อปฏิบัติการทางอากาศของไต้หวันตกเป็นเป้าถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นทางวิ่ง โรงเก็บเครื่องบิน ระบบเชื้อเพลิง หรือศูนย์ควบคุมปฏิบัติการ เพราะต่อให้เครื่องบินมีเทคโนโลยีทันสมัยเพียงใด หากไม่สามารถนำเครื่องบินขึ้นบินได้ ก็ย่อมไม่สามารถใช้ขีดความสามารถเหล่านั้นในการรบได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับแนวคิดที่เรียกว่า ‘ยุทธศาสตร์เม่น’ (Porcupine Strategy) ซึ่งมุ่งสร้างขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง โดยทำให้ฝ่ายที่มีอำนาจทางทหารเหนือกว่าต้องเผชิญกับต้นทุนและความเสี่ยงสูงหากตัดสินใจใช้กำลัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับไต้หวันแล้ว อนาลโยมองว่า เป้าหมายแท้จริงอาจไม่ใช่การเอาชนะจีนในการทำสงครามทางอากาศเต็มรูปแบบ แต่เป็นการรักษาขีดความสามารถในการต่อต้านการโจมตี และทำให้จีนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางทหารได้อย่างรวดเร็วหรือโดยง่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่ง F-16V สามารถมีบทบาทในยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ ทั้งการสกัดกั้นเครื่องบินรบ การป้องกันน่านฟ้า การโจมตีเรือรบ และการคุกคามระบบเรดาร์หรือเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ไต้หวันจะทำสิ่งเหล่านี้ได้นั้น การเพิ่มเครื่องบินรบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ไต้หวันยังจำเป็นต้องลงทุนในระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน ระบบเตือนภัยล่วงหน้า อาวุธต่อต้านเรือ โดรน และการเพิ่มความอยู่รอดของฐานทัพอากาศ เพื่อให้สามารถรักษาขีดความสามารถในการรบได้แม้ถูกโจมตีอย่างหนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังน้ัน ผลลัพธ์ของการใช้งาน F-16V จึงขึ้นอยู่กับความสามารถของไต้หวันในการนำเครื่องบินเหล่านี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กล่าวโดยสรุป การได้ F-16V จะเป็นทั้งการเสริมกำลังรบและการซื้อเวลาให้ไต้หวันสามารถรักษาศักยภาพในการป้องกันตนเองได้ ท่ามกลางการขยายขีดความสามารถทางทหารของจีนอย่างต่อเนื่อง แต่หากจะตอบคำถามว่า F-16V เป็น Game Changer สำหรับไต้หวันหรือไม่ คำตอบคืออาจจะยังไม่ใช่…</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ถ้าจะพูดว่าเป็น Game Changer ไหม ผมไม่รู้สึกว่ามันเปลี่ยนเกม … มันช่วยให้ไต้หวัน Stay in the Game มากกว่า” นักสังเกตการณ์การทหารกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> REUTERS / Ann Wang</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>สุรศักดิ์กังขาปมนักท่องเที่ยวจีนถูกหลอกมัดส่งชายแดน ยันไทยดูแลเข้ม-ไร้ปัญหาในชาติอื่น เชื่อถูกหลอกตั้งแต่ต้นทาง</title>
							<url>https://thestandard.co/thailand-tourism-chinese-tourists-safety-measures/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/thailand-tourism-chinese-tourists-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายผลจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้น 3 ฐานปฏิบัติการ รวบนายทุนจีน-แอดมินเกาหลีใต้ สั่งขึ้นแบล็กลิสต์เตรียมส่งตัวกลับดำเนินคดี</title>
							<url>https://thestandard.co/police-bust-call-center-gang-bangkok/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/police-bust-call-center-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สัมภาษณ์พิเศษ ผู้อำนวยการเอเชีย-แปซิฟิก IMF ถึงแนวโน้ม-ความเสี่ยง เศรษฐกิจเอเชียและไทย</title>
							<url>https://thestandard.co/imf-asia-pacific-economic-outlook-thailand/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/imf-asia-pacific-economic.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/taiwan-receives-f-16v-fighter-jets/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12700872</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1792471790000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2108090990000</endYmdtUnix>

			<title>Patient Zero ของ Taylor Swift ครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 เป็นสัปดาห์ที่ 3</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1792471790000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-20 11:49:50</publishTime>
			<updateTimeUnix>1792471790000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-20 11:49:50</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Patient Zero ของ Taylor Swift ครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 เป็นสัปดาห์ที่ 3</title>
					<description>Patient Zero ของ Taylor Swift ครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 เป็นสัปดาห์ที่ 3</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/taylor-swifts-patient-zero-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/taylor-swifts-patient-zero-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Billboard รายงานว่าซิงเกิลใหม่ของ <a href="https://thestandard.co/tag/Taylor-Swift/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Taylor Swift</a> อย่าง Patient Zero ครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่เปิดตัวอันดับ 1 มาตั้งแต่สัปดาห์แรก และเป็นเพลงอันดับ 1 เพลงที่ 16 ในอาชีพของเธออีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงสัปดาห์วันที่ 9-15 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพลงนี้ทำยอดสตรีมไปกว่า 12.8 ล้านครั้ง ยอดอิมเพรสชันทางวิทยุแอร์เพลย์อีก 28.2 ล้านครั้ง ส่วนยอดดาวน์โหลดเพลงก็สูงถึง 27,000 ครั้ง และยังทำยอดขายแผ่นจริงไปอีก 151,000 แผ่น ซึ่งยอดขายจำนวนมหาศาลเหล่านี้มาจากการที่เธอปล่อยเพลงเวอร์ชัน Acoustic, Piano และแผ่นเสียงไวนิล 7 นิ้วผ่านหน้าเว็บด้วยเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สถิตินี้ยังทำให้เธอกลายเป็น 1 ใน 5 ศิลปินในประวัติศาสตร์ชาร์ต 68 ปีของ Billboard ที่มีจำนวนสัปดาห์ที่ครองอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ครบ 52 สัปดาห์ (1 ปีเต็มพอดี) โดยก่อนหน้านี้ก็มี Mariah Carey ที่ทำสถิติสูงสุดถึง 101 สัปดาห์, Rihanna 60 สัปดาห์, The Beatles 59 สัปดาห์ และ Drake 58 สัปดาห์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Taylor Swift</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong> </span><br />
<span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.billboard.com/lists/taylor-swift-patient-zero-hot-100-number-one-three-weeks/" target="_blank" rel="noopener">https://www.billboard.com/lists/taylor-swift-patient-zero-hot-100-number-one-three-weeks/</a></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Taylor Swift ร่วมงาน Academy Museum Gala 2026 ในชุดสั่งตัดพิเศษของ DIOR</title>
							<url>https://thestandard.co/taylor-swift-academy-museum-gala-dior/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/taylor-swift-academy-museum-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Anne Hathaway เผยว่า Rihanna เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งตัวช่วงตั้งครรภ์</title>
							<url>https://thestandard.co/anne-hathaway-rihanna-maternity-fashion-inspiration/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/anne-hathaway-rihanna-maternity-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สำรวจปรากฏการณ์ &#8216;ปฏิทินดนตรี&#8217; ผ่านเทรนด์เพลงฮิตที่วนกลับมาแมสทุกปี</title>
							<url>https://thestandard.co/from-september-to-we-fell-in-love-in-october/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/on-ig-fb-and.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/taylor-swifts-patient-zero-holds-the-number-1/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12693583</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1792290061000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2107909261000</endYmdtUnix>

			<title>PARIS – ST. MORITZ เป็นน้ำหอมกลิ่นล่าสุดจากไลน์ LES EAUX DE CHANEL</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1792290061000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-18 09:21:01</publishTime>
			<updateTimeUnix>1792290061000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-18 09:21:01</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>PARIS – ST. MORITZ เป็นน้ำหอมกลิ่นล่าสุดจากไลน์ LES EAUX DE CHANEL</title>
					<description>PARIS – ST. MORITZ เป็นน้ำหอมกลิ่นล่าสุดจากไลน์ LES EAUX DE CHANEL</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/paris-st-moritz-les-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/paris-st-moritz-les-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>LES EAUX DE CHANEL<b> </b>เป็นกลุ่มน้ำหอมที่สาวกแบรนด์ CHANEL โปรดปรานกันอย่างมาก เพราะเน้นกลิ่นที่สดชื่น ใช้ง่าย และไม่ซับซ้อนจนเกินไป โดยล่าสุดก็ได้เปิดตัวกลิ่นใหม่ล่าสุด PARIS – ST. MORITZ<b> </b>ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Holiday Collection 2026</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>PARIS – ST. MORITZ เป็นน้ำหอมที่ทาง Olivier Polge นักปรุงน้ำหอมของ CHANEL ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงปลายทศวรรษ 1920 ตอนที่ <a href="https://thestandard.co/tag/Gabrielle-Chanel/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Gabrielle Chanel</a> ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้หลงใหลในการไปเล่นกีฬาฤดูหนาวบนเทือกเขาแอลป์ ณ เซนต์มอริตซ์ โดยตัวน้ำหอมประกอบไปด้วยกลิ่นสดชื่นของลูกแพร์ กลิ่นฟลอรัลของกุหลาบ และปิดท้ายด้วยความหอมของมัสก์และแอมเบอร์ที่เย้ายวน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>PARIS – ST. MORITZ มีวางขายแล้ววันนี้ที่ร้าน CHANEL Beauty และ <a href="Chanel.com" target="_blank" rel="noopener">Chanel.com</a> โดยมาในขนาดสองไซส์ 50 ml และ 125 ml</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> CHANEL</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Hailey Bieber มางาน Academy Museum Gala 2026 ในชุดสั่งตัดพิเศษของ CHANEL</title>
							<url>https://thestandard.co/hailey-bieber-academy-museum-gala-chanel/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/hailey-bieber-academy-museum-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Aesop เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นล่าสุด Unforeseen Aer Eau de Parfum</title>
							<url>https://thestandard.co/aesop-unforeseen-aer-eau-de-parfum/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/aesop-unforeseen-aer-eau-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Celine Dion สวมชุด CHANEL Haute Couture บนเวทีคอนเสิร์ต ที่ใช้เวลารังสรรค์ 1,380 ชั่วโมง</title>
							<url>https://thestandard.co/celine-dion-chanel-haute-couture-concert/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/celine-dion-chanel-haute-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/paris-st-moritz-les-eaux-chanel/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12660164</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1791432802000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2107052002000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1791432802000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-08 11:13:22</publishTime>
			<updateTimeUnix>1791432868000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-08 11:14:28</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97</title>
					<description>ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/exclusive-interview-Landlinked-laos.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/exclusive-interview-Landlinked-laos.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/pK1BvmgDMQU" title="ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true" data-pm-slice="1 1 []">“เราไม่ได้ขายทรัพยากร&#8230; แต่เรากำลังขาย ‘นวัตกรรม’ ”</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true" data-pm-slice="1 1 []">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">ถอดรหัสวิสัยทัศน์ ดร. จันทอน สิดทิไซ กับการพลิกโฉม สปป.ลาว ผ่าน &#8216;Lao Bullion Bank&#8217;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">หลายคนอาจมองว่า สปป.ลาว เป็นประเทศ Landlocked ที่ต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและความผันผวนของค่าเงิน แต่ในความเป็นจริง ลาวนั่งอยู่บนขุมทรัพย์ทองคำใต้ดินที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp; ซึ่งมากกว่า GDP ประเทศถึง 10 เท่า!</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">โจทย์สำคัญคือ&#8230; จะทำอย่างไรให้ ‘สินแร่’ เปลี่ยนเป็น ‘สินทรัพย์’ ที่แท้จริง?</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">ดร. จันทอน สิดทิไซ ประธาน PTL Holding และ Lao Bullion Bank เผยยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนา ‘Ecosystem ทองคำแบบครบวงจร’ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการทำเหมืองแร่ การพัฒนาโรงกลั่นตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการยกระดับสู่ระบบการเงินระดับธนาคาร และการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">การค้ำประกันเสถียรภาพเงินกีบ: นำทองคำมาเป็น Reserve Backing เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างสภาพคล่องทางการเงิน</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">เทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก: พัฒนาการกลั่นทองคำบริสุทธิ์สูงถึง 99.999% ซึ่งมีไม่ถึง 5 แห่งในโลก เพื่อป้อนอุตสาหกรรม High-Tech และ Semiconductor ยุคใหม่ (AI &amp; Microchips)</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">Digital Transformation: พัฒนาแอปพลิเคชัน LBB Plus และ Gold Certificate ยกระดับทองคำในตู้เซฟของประชาชนให้กลายเป็นสภาพคล่องในระบบดิจิทัล</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">เปลี่ยน Landlocked เป็น Landlinked: เชื่อมโยงโครงข่ายการค้าและโลจิสติกส์ในภูมิภาค เพื่อปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">รับชมสัมภาษณ์ฉบับเต็ม และร่วมเจาะลึกโมเดลการเงินแห่งอนาคตที่กำลังเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ สปป.ลาว ได้ที่นี่!</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Asset Allocation แบบเดิม &#8230; อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว เจ้าของเพจและติ้กต้อก WealthVerse ส่องจักรวาลการลงทุน</title>
							<url>https://thestandard.co/asset-allocation-investment-strategy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/asset-allocation-investment-strategy.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ลงทุน AI มากขึ้น แต่ทำไม ROI ยังไม่เกิด โจทย์ใหม่ขององค์กรในยุค AI กับอินไซต์สำคัญจาก Fujitsu [ADVERTORIAL]</title>
							<url>https://thestandard.co/ai-roi-fujitsu-organization-insight/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/ai-roi-fujitsu-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สภาหลุดมือทรัมป์ ฝันร้ายการเมือง สัญญาณบวกทองคำ</title>
							<url>https://thestandard.co/midterm-election-trump-congress-gold/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/midterm-election-trump-congress-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/exclusive-interview-landlinked-laos/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12694315</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1792299658000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2107918858000</endYmdtUnix>

			<title>บท 1: อย่ามัวทายอนาคต จนขยับไม่ทัน</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1792299658000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-18 12:00:58</publishTime>
			<updateTimeUnix>1792299658000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-18 12:00:58</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>บท 1: อย่ามัวทายอนาคต จนขยับไม่ทัน</title>
					<description>บท 1: อย่ามัวทายอนาคต จนขยับไม่ทัน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/dont-predict-future-prepare-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/dont-predict-future-prepare-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ในโลกที่ไม่แน่นอน ความได้เปรียบอยู่ที่การมีกระบวนท่าพร้อมก่อนคู่แข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งโลกไม่แน่นอน เรายิ่งอยากทายอนาคตให้แม่นขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สงครามจะจบเมื่อไร? น้ำมันจะขึ้นเท่าไร? ค่าเงินจะไปทางไหน? Supply Chain จะสะดุดตรงไหน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หลังจากฟัง Morning Wealth ในงาน Secret Sauce Summit 2026: The Age of Builders โดยดร.<a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%99/" target="_blank" rel="dofollow noopener">วิทย์ สิทธิเวคิน</a> และคุณศิรัถยา อิศรภักดี, คุณสถิตย์ แถลงสัตย์, คุณมนัสวิน วินิจฉัยกุล, ใน Morning Wealth on Stage</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมแอบคิดว่า… บางทีเราอาจกำลังถามผิดคำถาม… เราอาจไม่จำเป็นต้องทายว่า Shock ลูกต่อไปจะมาจากไหน แต่ควรรู้ว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้ามันมา Cash Flow ของเราจะกระเพื่อมตรงไหน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Morning Wealth ยกความขัดแย้งในตะวันออกกลางและ Strait of Hormuz เป็นตัวอย่าง เรื่องที่อยู่ห่างจากไทยหลายพันกิโลเมตร สามารถเดินทางผ่าน Supply Chain มาถึงเงินสดของบริษัทเราได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โลกกำลังเจอทั้ง Rivalry, Rewiring และ Risk Pricing แต่สิ่งที่ผมสนใจกว่าคือ Shock เหล่านี้เดินทางมาถึง Cash ของเราอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Framework 6C: From Shock to Cash ทำให้เห็นภาพชัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Chokepoint → Commodity → Cargo, Insurance &amp; FX → Cost &amp; Customer → Cash Conversion → Credit</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องที่เริ่มจากเรือผ่านช่องแคบไม่ได้ อาจทำให้ Commodity แพงขึ้น ค่าขนส่งและประกันเพิ่ม ค่าเงินผันผวน ต้นทุนสูงขึ้น แต่ลูกค้าอาจไม่ยอมให้เราขึ้นราคา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Margin จึงถูกบีบ…Inventory สูงขึ้น…Receivables ยาวขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และ Shock ที่ดูเหมือนเป็นเรื่อง Geopolitics ก็ค่อยๆ เดินทางผ่าน P&amp;L → Balance Sheet → Cash Flow</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลา Board กับ Management คุยเรื่องความไม่แน่นอน คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“โลกจะเกิดอะไรขึ้น?” แต่ควรถามว่า “ถ้าเกิดขึ้น Cash ของเราจะกระเพื่อมอย่างไร?”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมลองเลิกมอง Shock ตามชื่อของมัน แล้วมองตาม อาการที่มันทำกับ Cash และเห็นอย่างน้อย 4 แบบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Cost Shock &#8211; ต้นทุนสูงขึ้น Margin ลด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Supply Shock &#8211; ของมาไม่ทัน ผลิตไม่ได้ ส่งไม่ได้ เงินที่ควรเข้าก็ไม่เข้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Customer Shock &#8211; ลูกค้าซื้อน้อย ต่อราคามาก หรือยืด Credit Term ทำให้ Cash กลับช้าลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Liquidity Shock &#8211; หลายแรงเกิดพร้อมกัน Working Capital เพิ่ม Liquidity Headroom ลด เงินทุนแพงขึ้นหรือหาได้ยากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวอย่างที่ผมชอบคือ TOFUSAN</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนเม็ดพลาสติกกระทบบรรจุภัณฑ์ Supplier บางรายขอยกเลิก PO เดิมและเสนอราคาใหม่สูงขึ้นถึง 40%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ TOFUSAN ยังไม่ขึ้นราคา เพราะมี “ทางเลือก” ทั้ง Stock เดิม การ Lock ราคา Supplier สำรอง และการบริหารต้นทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โลกส่ง Shock มาให้เราโดยไม่ถาม แต่เราเลือกได้ว่าจะส่ง Shock นั้นต่อไปถึงลูกค้าหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>นี่คือ Optionality &#8211; ไม่ต้องทายอนาคตถูก แต่เมื่อ Shock มา ยังมีกระบวนท่าให้เลือก</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>Morning Wealth จึงเสนอ 2 Playbooks: Lean with Options และเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมพลิกเป็น Protect Cash &amp; Continuity</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะ Scenario Planning อย่างเดียวไม่พอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Scenario บอกว่าอะไรอาจเกิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Trigger บอกว่าเมื่อไรต้องขยับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Option บอกว่ายังขยับไปทางไหนได้บ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่สำคัญ มันอาจต่อกันเป็นลูกโซ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ของขาด → ต้นทุนขึ้น → ขึ้นราคาไม่ได้ → Margin ลด → Cash Conversion ยาวขึ้น → สุดท้ายไปจบที่วงเงินของบริษัท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่ารอให้ Cash กระเพื่อมแล้วค่อยเปลี่ยนกระบวนท่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลีกเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านี้: ของขาดแล้วค่อยหา Supplier….Margin หายแล้วค่อยเจรจาราคา … Cash ตึงแล้วค่อยขอวงเงิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Morning Wealth เสนอ 2 Operating Playbooks</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อระบบยังเดินได้แต่ผันผวน ใช้ Lean with Options &#8211; Lean แต่ยังมี Supplier และ Route สำรอง บริหาร FX, Pricing และรักษา Liquidity Headroom</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เมื่อวัตถุดิบสำคัญเริ่มมาไม่ทัน ต้องพร้อมพลิกเป็น Protect Cash &amp; Continuity &#8211; เลือกว่า Order ไหนต้องรักษา อะไรต้องชะลอ และคุยกับธนาคาร Supplier และลูกค้า ก่อนที่จะต้องคุย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตรงนี้ทำให้ผมแอบคิดว่า Scenario Planning อย่างเดียวไม่พอ เพราะ Scenario สิบแบบไม่มีประโยชน์ ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เรายังต้องเรียกประชุมถามกันว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“แล้วเราจะทำอย่างไร?”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมลองขอชวนสามคำนี้จึงต้องอยู่ด้วยกัน…​Scenario บอกว่า อะไรอาจเกิดขึ้น… Trigger บอกว่า เมื่อไรต้องขยับ… Option บอกว่า เรายังขยับไปทางไหนได้บ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น Optionality ไม่ใช่ Plan B หรือ C หรือ D ที่นอนอยู่ในลิ้นชัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่คือ มีทางเลือก รู้ว่าเมื่อไรต้องใช้ และพร้อมขยับทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนจบ ผมอยากฝาก 3 คำถามให้ Board กับ Management คุยกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. โซ่ของเรา จะขาดที่ข้อไหนก่อน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรารู้ Weakest Link ใน Value Chain จริงหรือยัง? เพราะบางครั้งทั้งธุรกิจอาจหยุดเพราะ Supplier ตัวเล็กๆ วัตถุดิบชิ้นเดียว หรือเส้นทางขนส่งเพียงเส้นเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>You are only as strong as the weakest link in your value chain.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2. เมื่อ Shock มาถึง เรามีทางเลือกมากพอที่จะไม่ส่งมันต่อไปถึงลูกค้าหรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>TOFUSAN เจอต้นทุนบรรจุภัณฑ์กระโดดขึ้น แต่การขึ้นราคาไม่จำเป็นต้องเป็นกระบวนท่าแรก เพราะยังมี Stock, Supplier สำรอง, การ Lock ราคา, FX และการลดต้นทุนหลังบ้านให้ขยับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3. ถ้าคลื่นลูกเดียวกันกระแทกทั้งอุตสาหกรรม ใครจะใช้มันแซงใคร?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะบางคนโดนคลื่นซัด บางคนประคองตัวรอด แต่บางคนกลับใช้คลื่นลูกเดียวกันนั้นแซงคู่แข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในโลกที่ไม่แน่นอน เราอาจเลือกคลื่นไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เราเลือกได้ว่าจะเตรียมกระบวนท่าอะไรไว้รับมัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> AKACHA / Shutterstock</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เป้าหมาย Superintelligence กับตลาดที่อาจต้องปรับฐานก่อนจะเป็นขาขึ้นรอบใหญ่</title>
							<url>https://thestandard.co/ai-superintelligence-market-correction-risks/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/ai-superintelligence-market-correction.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Asset Allocation แบบเดิม &#8230; อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว เจ้าของเพจและติ้กต้อก WealthVerse ส่องจักรวาลการลงทุน</title>
							<url>https://thestandard.co/asset-allocation-investment-strategy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/asset-allocation-investment-strategy.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ดอกเบี้ยสูง-Bond Yield พุ่งรอบหลายทศวรรษ เปลี่ยนการไหลของเงินทุน</title>
							<url>https://thestandard.co/high-interest-bond-yield-capital-flow/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/high-interest-bond-yield-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/dont-predict-future-prepare-cash-flow/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-10-20 12:34:15 by W3 Total Cache
-->