Film – THE STANDARD https://thestandard.co/category/culture/film/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 27 Jul 2026 06:02:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Ryan Gosling เตรียมรับบทเป็น Ghost Rider ในอาณาจักร MCU https://thestandard.co/ryan-gosling-ghost-rider-mcu/ Mon, 27 Jul 2026 06:02:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1235519 Ryan Gosling พูดบนเวทีในงาน San Diego Comic Con

นับเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการนำเสนอโปรเจกต์ใหม่ของ Ma […]

The post Ryan Gosling เตรียมรับบทเป็น Ghost Rider ในอาณาจักร MCU appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ryan Gosling พูดบนเวทีในงาน San Diego Comic Con

นับเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการนำเสนอโปรเจกต์ใหม่ของ Marvel Studios ที่อีเวนต์ San Diego Comic Con ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อมีการประกาศว่า Ryan Gosling จะมารับบทเป็น Ghost Rider คนใหม่ โดยที่เซอร์ไพรส์เปิดตัวเขาบนเวทีในงานนี้ด้วย โดยเขากล่าวกับแฟนๆ ว่า

 

“นี่คือคาแรกเตอร์ที่ผมอยากเล่นมานานมากแล้ว”

 

Ryan Gosling เคยกล่าวออกสื่ออย่างเปิดเผยเมื่อปี 2022 ว่าเขาต้องการรับบท Ghost Rider สักวันหนึ่ง พร้อมกับเผยว่าเขายังไม่เคยได้รับการติดต่อให้ไปแสดงภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากสตูดิโอใด หลังจากนั้น Kevin Feige ประธานแห่ง Marvel Studios จึงออกมากล่าวถึงเขาว่า “Gosling เป็นคนที่น่าเหลือเชื่อ เขายอดเยี่ยมมาก ผมก็อยากหาบทให้เขาในอาณาจักร MCU ด้วยเหมือนกัน เพราะเขาแต่งตัวเป็น Ken บนหาด Venice Beach แต่ได้รับความสนใจจากสื่อมากยิ่งกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เปิดตัวในสัปดาห์เดียวกันเสียอีก เยี่ยมไปเลย”

 

ในที่สุด Ryan Gosling ก็ได้รับบทเป็น Ghost Rider นักบิดโครงกระดูกเพลิงไฟอย่างเป็นทางการสำหรับภาพยนตร์เดี่ยวที่เตรียมฉายในปี 2028 โดยเขาจะร่วมงานกับผู้กำกับ Shawn Levy เจ้าของผลงาน Deadpool & Wolverine และนักเขียนบท Jonathan Tropper ซึ่งพวกเขาทั้ง 3 คนยังมีอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่กำลังทำร่วมกัน นั่นคือภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: Starfighter ที่มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 28 พฤษภาคม 2027

 

Ghost Rider เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2007 นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าบทบาท Nicolas Cage ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ Johnny Blaze เด็กหนุ่มที่ขายวิญญาณให้กับจอมปีศาจนาม Mephisto เพื่อแลกกับการรักษาโรคมะเร็งให้กับพ่อของเขา แต่คำขอของเขาถูกบิดเบือน และเขาก็โดนหลอมรวมเข้ากับพลังปีศาจ Spirit of Vengeance จนทำให้สามารถกลายร่างเป็นโครงกระดูกเพลิงไฟที่มีมอเตอร์ไซค์คู่ใจกับโซ่ติดไฟเป็นอาวุธ สิ่งหนึ่งที่ทำให้บทบาท Ghost Rider มีความสำคัญต่อ Ryan Gosling ก็คือการที่ Eva Mendes ภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเนิ่นนานก็ได้แสดงในภาพยนตร์ฉบับออริจินัลเรื่องนี้ในบทบาทนางเอก Roxanne Simpson ด้วย

 

ภาพ: Amy Sussman/Getty Images

 

อ้างอิง https://www.nme.com/news/film/ryan-gosling-officially-joins-the-mcu-as-ghost-rider-3959020

The post Ryan Gosling เตรียมรับบทเป็น Ghost Rider ในอาณาจักร MCU appeared first on THE STANDARD.

]]>
David Jonsson เตรียมรับบท Black Panther ในภาค 3 พร้อมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ LOEWE ด้วย https://thestandard.co/david-jonsson-black-panther-loewe/ Mon, 27 Jul 2026 01:12:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1235393 ภาพ David Jonsson ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ LOEWE

นาทีนี้ดูเหมือนว่าคอหนัง Marvel และคนรักวงการแฟชั่นจะแช […]

The post David Jonsson เตรียมรับบท Black Panther ในภาค 3 พร้อมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ LOEWE ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ David Jonsson ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ LOEWE

นาทีนี้ดูเหมือนว่าคอหนัง Marvel และคนรักวงการแฟชั่นจะแชร์สิ่งคล้ายกันตรงที่กำลังสนใจในตัวของนักแสดงชาวอังกฤษวัย 32 ปีอย่าง David Jonsson ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัวที่งาน Comic Con ว่าเขาจะมารับบท Black Panther ในภาคที่ 3 โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากที่แบรนด์ลักชัวรีชื่อดัง LOEWE เพิ่งได้ประกาศว่าเขาได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่

 

โดยสำหรับ Black Panther 3 ทาง David Jonsson จะมารับบทเป็นเจ้าชาย T’Challa หรือที่รู้จักในชื่อของ Toussaint ซึ่งเป็นลูกชายของ Nakia แสดงโดย Lupita Nyong’o และกษัตริย์ T’Challa แสดงโดย Chadwick Boseman ที่เสียชีวิตไปในปี 2020

 

ซึ่งที่งาน Comic-Con ทาง David Jonsson ก็ได้กล่าวว่า “ผมอยากจะขอขอบคุณมากจริงๆ ขอบคุณ Ryan [Coogler] ขอบคุณ Kevin Feige [ประธาน Marvel Studios] และขอบคุณครอบครัวอันยอดเยี่ยมกลุ่มนี้ที่ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง”

 

ส่วนกับการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ LOEWE ทาง David Jonsson ก็ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า “โลกภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผมมาโดยตลอด นับตั้งแต่เรื่องเครื่องแต่งกายไปจนถึงกล้องถ่ายทำ ทุกอย่างล้วนเปรียบเสมือนการเล่นสนุกอย่างแท้จริง ผมภูมิใจที่ได้เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นงานฝีมือของผม และผมก็มักจะมองหาพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผมได้สร้างนิยามใหม่ๆ อยู่เสมอ ผมรู้สึกถึงความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับจิตวิญญาณของ LOEWE ที่นี่เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่น และผมก็ตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสกับความสนุกสนานนี้”

 

โดยสำหรับ David Jonsson ก็ถือว่าเป็นนักแสดงที่เริ่มจากการแสดงละครเวทีที่ลอนดอน ก่อนที่จะแจ้งเกิดจากซีรีส์เรื่อง Industry ของ HBO ที่ช่วยให้เขาได้รับรางวัล BAFTA Rising Star ในปี 2025 ซึ่งนอกเหนือจากภาพยนตร์เรื่อง Black Panther 3 แล้ว ทาง David Jonsson ก็จะมีผลงานหนังเรื่อง The Chaperones ของค่าย A24 ที่มี Brad Pitt และ Robert Pattinson มาเป็นโปรดิวเซอร์เรื่องนี้ด้วย

 

ภาพ: LOEWE

The post David Jonsson เตรียมรับบท Black Panther ในภาค 3 พร้อมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ LOEWE ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samantha Morton รู้สึกเหมือนได้แจ้งเกิดใหม่ หลังแสดงใน The Odyssey https://thestandard.co/samantha-morton-odyssey-rebirth/ Sat, 25 Jul 2026 11:08:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1235099 Samantha Morton ในงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Odyssey รอบปฐมทัศน์ที่ลอนดอน

*มีการเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์*   ภาพยนตร์เรื่อง The […]

The post Samantha Morton รู้สึกเหมือนได้แจ้งเกิดใหม่ หลังแสดงใน The Odyssey appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samantha Morton ในงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Odyssey รอบปฐมทัศน์ที่ลอนดอน

*มีการเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์*

 

ภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey ของผู้กำกับ Christopher Nolan เต็มไปด้วยนักแสดงระดับคุณภาพหลายชีวิตที่ต่างก็ถ่ายทอดและตีความบทบาทของพวกเขาออกมาได้ดีเยี่ยม ซึ่ง Samantha Morton นักแสดงวัย 49 ปี ที่มีผลงานออกมาแล้วมากมายก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เหล่าคอหนังและนักวิจารณ์ต่างชื่นชมในการทำงานสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ จนกระทั่งเธอออกปากว่า The Odyssey เป็นเสมือนดั่งการแจ้งเกิดครั้งใหม่ในเส้นทางอาชีพของตัวเอง

 

Samantha Morton ให้สัมภาษณ์ผ่าน Variety ถึงโมเมนต์ที่ได้รับบท ‘แม่มดเซอร์ซี’ สำหรับ The Odyssey ที่ทำให้เธอถึงกับร้องไห้ออกมา

 

“เราก็ได้ทำความรู้จักกัน ฉันอ่านสคริปต์ แต่ไม่รู้ว่าจะผ่านไปได้ถึงขั้นตอนไหน ดังนั้นเมื่อ Christopher Nolan โทรมาบอกว่า ‘คุณชอบบทนี้ไหม?’ ฉันจึงดีใจและทึ่งมากๆ เพราะเขาจะเลือกใครก็ได้บนโลกใบนี้ แต่เขาเลือกฉัน”

 

Samantha Morton ได้รับบทเป็นเซอร์ซี แม่มดที่อาศัยอยู่บนเกาะอันห่างไกล เธอใช้อุบายในการล่อลวงทหารที่กำลังเหนื่อยล้าและหิวโซให้ถอดชุดเกราะป้องกันกายและมอบมื้ออาหารให้แก่พวกเขา ก่อนที่จะค่อยๆ ใช้มือเปลี่ยนแปลงร่างกายของเหล่าทหารของโอดิซิอัสให้กลายเป็นหมู ซึ่งฉากดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งซีนที่ได้รับการพูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยในภายหลังด้วยว่าฉากที่น่าพิศวงนี้ไม่ได้ใช้ CGI ในการถ่ายทำแต่อย่างใด และทาง Christopher Nolan ยังชื่นชมออกสื่อด้วยว่า เขาไม่ได้เห็นการแสดงที่น่าทึ่งเท่านี้มาตั้งแต่ที่ร่วมงานกับ Heath Ledger ใน The Dark Knight (2008)

 

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ Samantha Morton เผยถึงการเรื่องอายุที่เป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของนักแสดงหญิงในฮอลลีวูดด้วยว่า “ในฐานะนักแสดงหญิง เมื่ออายุมากขึ้น บทแบบนี้เป็นโอกาสที่หายากมาก ฉันยังทำงานอยู่ตลอด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพยนตร์นอกกระแส หรือรายการโทรทัศน์ ดังนั้นมันจึงรู้สึกเหมือนว่าฉันได้แจ้งเกิดใหม่ ฉันได้ทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุด การไ้ด้บทนี้จึงเหมือนได้รับโอกาสครั้งที่ 2 ในการได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก”

 

ภาพ: Jeff Spicer/Getty Images for Universal Pictures

 

อ้างอิง https://www.nme.com/news/film/samantha-morton-says-landing-the-odyssey-role-felt-like-a-rebirth-of-her-career-3957823

The post Samantha Morton รู้สึกเหมือนได้แจ้งเกิดใหม่ หลังแสดงใน The Odyssey appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผีใช้ได้ค่ะ เข้าชิง สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 มากสุด 15 รางวัล https://thestandard.co/a-useful-ghost-suphannahong-nominations/ Thu, 23 Jul 2026 04:00:44 +0000 https://thestandard.co/a-useful-ghost-suphannahong-nominations/ โปสเตอร์ภาพยนตร์ ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)

สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ จัดงานแถลงข่าว งานประกาศร […]

The post ผีใช้ได้ค่ะ เข้าชิง สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 มากสุด 15 รางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปสเตอร์ภาพยนตร์ ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)

สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ จัดงานแถลงข่าว งานประกาศรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2025 พร้อมประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลต่างๆ ทั้งหมด 17 สาขา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

งานประกาศรางวัลครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์ ALCHEMY OF LIGHT – Where Light, Sound and Soul Become Cinema เพื่อสื่อให้เห็นถึงกระบวนการสร้างภาพยนตร์เสมือนการเล่นแร่แปรธาตุ ที่รวมเอาแสงหนึ่งลำ เสียงหนึ่งคลื่น และจิตวิญญาณอันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจของผู้สร้างสรรค์ผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ตราตรึงใจบนจอเงิน

 

ซึ่งภาพยนตร์ไทยในปี 2025 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่คึกคักเพราะนอกจากจะมีภาพยนตร์เข้าฉายมากถึง 53 เรื่อง โดยมีภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกทะลุ 100 ล้านบาท จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ ซองแดงแต่งผี, ธี่หยด3, เสือ และ ข้างบ้าน โดย ธี่หยด3 สามารถทำรายได้ทะลุเกิน 400 ล้านบาท อีกทั้งยังมีภาพยนตร์คุณภาพอีกมากมายที่ประสบความสำเร็จรวมถึงคว้ารางวัลมาแล้วหลายเวที

 

ทำให้งานประกาศรางวัลในครั้งนี้เต็มไปด้วยการเข้าชิงของภาพยนตร์คุณภาพ อาทิ ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) ที่เข้าชิงไปได้ถึง 15 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์จากค่ายต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์จาก GDH ที่พา FLAT Girls เข้าชิงถึง 14 รางวัล, ซองแดงแต่งผี เข้าชิงทั้งหมด 3 รางวัล และ ดีว่าราวี เข้าชิงไป 2 รางวัล หรือจะเป็นภาพยนตร์จากค่าย M STUDIO ไม่ว่าจะเป็น เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ ที่เข้าชิงถึง 14 รางวัล และเรื่องอื่นๆ จากค่ายรวม 21 รางวัล นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์จากอีกหลากหลายค่ายที่เข้าชิงในสาขาต่างๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าในปีที่ผ่านมาวงการภาพยนตร์ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ, รางวัลภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม และ รางวัลภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุด โดยจะมอบให้กับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศไทยของปี 2025 อีกด้วย สำหรับงานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 จะจัดขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ณ สยามภาวลัย สยามพารากอน โดยสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง อมรินทร์ ทีวี และแฟนเพจ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

 

ภาพ: ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)

The post ผีใช้ได้ค่ะ เข้าชิง สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 มากสุด 15 รางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
แต๋ว อุษา ร่วมแสดงในภาพยนตร์จีน ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’ https://thestandard.co/taew-usa-dear-you-film/ Wed, 22 Jul 2026 08:01:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1233703 ภาพ แต๋ว อุษา นักแสดงชาวไทยจากภาพยนตร์ Dear You จดหมายรักถึงอาม่า

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล พาภาพยนตร์จีนดราม่าอบอุ่น […]

The post แต๋ว อุษา ร่วมแสดงในภาพยนตร์จีน ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ แต๋ว อุษา นักแสดงชาวไทยจากภาพยนตร์ Dear You จดหมายรักถึงอาม่า

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล พาภาพยนตร์จีนดราม่าอบอุ่นหัวใจแห่งปี Dear You จดหมายรักถึงอาม่า เข้าฉายในประเทศไทย โดยมี แต๋ว อุษา นักแสดงชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องนี้

 

Dear You จดหมายรักถึงอาม่า เล่าเรื่องราวของ เสี่ยวเว่ย ชายหนุ่มที่ตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อตามหาอากงที่ขาดการติดต่อกับครอบครัวไปนาน ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับนำเขาไปพบกับจดหมายเก่าแก่ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ และความจริงบางอย่างที่ไม่มีใครเคยรู้ เมื่อเขาค้นพบว่าชายผู้เขียนจดหมายรักถึงอาม่าของเขามาโดยตลอดนั้น แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่สามีของเธออย่างที่ทุกคนเข้าใจ จากจดหมายหนึ่งฉบับ สู่การเดินทางตามหาความทรงจำ และความรักที่ถูกส่งต่อข้ามกาลเวลา ท่ามกลางกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนแต้จิ๋วและเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลในไทย

 

โดย แต๋ว อุษา นักแสดงชาวไทยจะมารับบท Zia Lamgi ในวัยชรา ซึ่งผู้กำกับ Lan Hongchun ได้เปิดเผยว่า “ต้องการทักษะการแสดงที่สูงมาก กระทั่งค้นพบนักแสดงยอดฝีมือท่านหนึ่งที่เก่งกาจและเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว พอติดต่อไปพร้อมกับส่งบทภาพยนตร์ให้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณยายอุษาจะซาบซึ้งใจมาก และบอกกับเราว่าท่านอยากมาประเทศจีน บรรพบุรุษของท่านเป็นชาวแต้จิ๋ว การไปถ่ายทำที่จีนก็เปรียบเสมือนได้มาเยือนแผ่นดินถิ่นเกิดคุณปู่ มันจึงกลายเป็นสายใยความผูกพันที่มหัศจรรย์เอามากๆ”

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างปรากฏการณ์บอกต่ออย่างมหาศาลในจีนและหลายประเทศทั่วเอเชีย พร้อมกวาดรายได้ทะลุ 2,000 ล้านหยวน ขึ้นอันดับหนึ่ง Box-Office จีน 5 สัปดาห์ซ้อน มีผู้ร่วมรีวิวคะแนน ผ่าน Douban กว่า 860,000 คน และสร้างกระแสปากต่อปากไม่หยุด

 

สำหรับ แต๋ว อุษา เป็นนักแสดงชาวไทยที่มีผลงานสร้างชื่อจากบทบาท อาม่าเหม้งจู ในภาพยนตร์เรื่องหลานม่า ที่พิสูจน์ฝีมือจนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก การร่วมงานในโปรเจกต์นี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของนักแสดงชาวไทยรุ่นใหญ่ พร้อมถ่ายทอดความอบอุ่นหัวใจผ่าน Dear You จดหมายรักถึงอาม่า ที่จะเข้าฉายในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่โรงภาพยนตร์

 

ภาพ: amahtaew / Instagram

The post แต๋ว อุษา ร่วมแสดงในภาพยนตร์จีน ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan ยิ่งโลกไปไกล เรายิ่งต้องกลับไปหาสิ่งที่เป็นมนุษย์ https://thestandard.co/nolan-odyssey-human-creativity-ai/ Wed, 22 Jul 2026 07:21:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1233642 ภาพ Christopher Nolan ผู้กำกับภาพยนตร์ The Odyssey

ในยุคที่ AI สามารถสร้างได้แทบทุกอย่าง Christopher Nolan […]

The post สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan ยิ่งโลกไปไกล เรายิ่งต้องกลับไปหาสิ่งที่เป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Christopher Nolan ผู้กำกับภาพยนตร์ The Odyssey

ในยุคที่ AI สามารถสร้างได้แทบทุกอย่าง Christopher Nolan ยังเชื่อว่ามีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ นั่นคือความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์

 

ผมเดินทางไปมุมไบ ประเทศอินเดีย เพื่อร่วมงานพรีเมียร์ของ The Odyssey และสัมภาษณ์ Christopher Nolan, Matt Damon และ Tom Holland

 

นอกห้องสัมภาษณ์คือมุมไบ เมืองที่เต็มไปด้วยเสียงรถ ผู้คน ความร้อน และพลังงานที่เคลื่อนไหวไม่หยุด แต่เมื่อประตูห้องปิดลง บรรยากาศกลับนิ่งอย่างประหลาด ทีมงานเตรียมกล้อง เช็กเวลา ก่อนเริ่มนับถอยหลัง

 

“Five, four, three, two, one.”

 

Christopher Nolan นั่งอยู่ตรงหน้าผม

 

 

 
 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

 

ความรู้สึกแรกเมื่อพบเขาตัวจริงคือความนิ่ง สุขุม และบารมีบางอย่างที่สัมผัสได้ทันที เขาแทบไม่ต้องแสดงอำนาจผ่านน้ำเสียงหรือท่าทาง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้สร้างกำแพงระหว่างตัวเองกับคู่สนทนา เขาฟัง มองตา ยิ้ม และตอบทุกคำถามอย่างตั้งใจ

 

แก้ว tumbler ใส่ชาวางอยู่ใกล้ตัว เขายกขึ้นจิบเป็นระยะ ไม่มีท่าทีรีบร้อน แม้ทุกนาทีของบทสนทนาจะถูกจับเวลาไว้อย่างแม่นยำ

 

สำหรับคนทำงานกับเรื่องเล่า ชื่อ Christopher Nolan แทบไม่ต้องการคำอธิบาย เขาคือผู้กำกับไม่กี่คนของยุคที่สามารถยืนอยู่ระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี และภาพยนตร์กระแสหลักได้อย่างมั่นคง

 

จาก Memento ที่ทำให้ความทรงจำกลายเป็นโครงสร้างของเรื่อง Inception ที่ซ้อนโลกของความฝัน Interstellar ที่พาผู้ชมออกไปไกลระดับจักรวาลแต่ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกเป็นแรงโน้มถ่วงทางอารมณ์ ไปจนถึง The Dark Knight, Dunkirk, Tenet และ Oppenheimer

 

Nolan สร้างอาชีพจากการผลักขอบเขตของภาพยนตร์ออกไปทุกครั้ง

 

เขาเป็นผู้กำกับประเภทที่หาได้ยากใน Hollywood: ได้รับความนิยมราวกับซูเปอร์สตาร์ ขณะเดียวกันก็มีความทะเยอทะยานทางความคิดในระดับสูง ชื่อของ Nolan บนโปสเตอร์สามารถกลายเป็นจุดขายที่สำคัญกว่ารายชื่อนักแสดง หนังของเขาทดลองกับเวลา โครงสร้าง และการรับรู้ของผู้ชม แต่ยังดึงคนจำนวนมหาศาลเข้าโรงภาพยนตร์ เขาสร้างหนังซับซ้อนโดยไม่ละทิ้งคนดู และสร้างภาพยนตร์เชิงพาณิชย์โดยไม่ลดทอนวิสัยทัศน์ จนแฟนหนังชาวไทยบูชาเขาด้วยคำว่า ‘เสด็จพ่อโนแลน’

 

หลังจาก Oppenheimer ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งในเชิงรายได้และรางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ คำถามจึงไม่ใช่ว่า Christopher Nolan ยังต้องพิสูจน์อะไรอีก

 

แต่คือ เมื่อคนคนหนึ่งแทบไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้ว เขาจะเลือกเดิมพันกับอะไรต่อ

 

คำตอบคือเรื่องเล่าอายุเกือบ 3,000 ปี

 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

 

The Odyssey เรื่องเล่า 3,000 ปี ในโลกที่กำลังเปลี่ยนเร็วที่สุด

 

The Odyssey คือมหากาพย์กรีกของ Homer ว่าด้วย Odysseus กษัตริย์แห่ง Ithaca ผู้พยายามเดินทางกลับบ้านหลังสงครามโทรจัน การเดินทางที่ควรสิ้นสุดลงพร้อมสงครามกลับยืดเยื้อออกไปอีกสิบปี ผ่านทะเล เทพเจ้า สัตว์ประหลาด การล่อลวง ความสูญเสีย และผลจากการตัดสินใจของตัวเอง

 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

 

นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของนักรบที่พยายามเอาชีวิตรอด แต่เป็นเรื่องของมนุษย์คนหนึ่งที่ผ่านสงครามมาแล้ว และต้องหาทางกลับไปหาบ้าน ครอบครัว รวมถึงตัวตนของเขาเอง

 

สำหรับ Nolan เสน่ห์ของเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยทฤษฎีซับซ้อน

 

“ผมพยายามไม่วิเคราะห์ตัวเองมากเกินไปเวลาเลือกโปรเจกต์” เขาบอก “ผมอยากถูกดึงดูดด้วยเรื่องราวและตัวละคร”

 

“มหากาพย์ของ Homer ทำให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าหลงใหลมาเกือบ 3,000 ปี เพราะมันเป็นทั้งเรื่องราวของการเดินทางกลับบ้าน การก้าวผ่านวัย ความรัก สงคราม และความตาย นั่นคือสิ่งที่ดึงดูดผม เหตุผลที่ผลงานชิ้นนี้ยังคงยืนยง เป็นเพราะมันมีประเด็นความเป็นมนุษย์ที่เป็นสากลและเข้าถึงได้”

 

เป็นคำตอบที่น่าสนใจจากผู้กำกับซึ่งถูกพูดถึงเรื่องอนาคตของภาพยนตร์มากที่สุดคนหนึ่ง หลังจากสร้างหนังเกี่ยวกับความฝัน เวลา อวกาศ สงคราม ฟิสิกส์ และอาวุธนิวเคลียร์ Nolan กลับเลือกเดินไปข้างหน้าด้วยการย้อนกลับไปหาเรื่องเล่าเก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งของมนุษยชาติ

 

บางทีความใหม่อาจไม่ใช่การหลบหนีจากคำถามเก่า แต่อาจเป็นการกลับไปถามคำถามเดิมอีกครั้ง ในโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว

 

สงคราม ความไม่แน่นอน เทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วกว่าความสามารถของสังคมในการทำความเข้าใจ และ AI ที่กำลังตั้งคำถามใหม่ต่ออาชีพสร้างสรรค์ทั้งหมด ทำให้คำถามอายุหลายพันปีของ The Odyssey ฟังดูร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด

 

เมื่อผมถามว่า ในยุคที่ AI สามารถสร้างได้แทบทุกอย่าง อะไรคือสิ่งที่ทำให้นักเล่าเรื่องคนหนึ่งยังยอดเยี่ยม Nolan แทบไม่ลังเลตอบ

 

“ผมคิดว่ามันคือความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์”

 

ก่อนจะตามด้วยประโยคสั้นๆ

 

“ไม่มีอะไรมาแทนที่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้”

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ Nolan ไม่ได้อธิบาย human creativity ในฐานะพลังพิเศษของอัจฉริยะเพียงคนเดียว ตรงกันข้าม เขาพูดถึงคนเป็นพันคน

 

“เวลาคุณทำหนัง คุณต้องทำงานกับคนเป็นพันๆ คน ทุกคนต่างนำจินตนาการและประกายความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองเข้ามา ตั้งแต่ production designer, cinematographer, visual-effects supervisor ไปจนถึงนักแสดงอย่าง Matt Damon, Tom Holland และ Anne Hathaway ทุกคนนำการตีความของตัวเองเข้ามาในผลงาน”

 

Nolan เปรียบสิ่งนี้กับ Homer เราไม่อาจรู้แน่ชัดด้วยซ้ำว่า Homer คือบุคคลเพียงคนเดียว คนหลายคน หรือชื่อที่ผูกอยู่กับวิวัฒนาการของเรื่องเล่าซึ่งถูกส่งต่อผ่านวัฒนธรรมมุขปาฐะ

 

“ผมคิดว่าสิ่งนี้เชื่อมโยงกับภาพยนตร์ได้ดี เพราะภาพยนตร์คือการที่คนจำนวนมากมารวมตัวกัน”

 

ภาพจำของ Christopher Nolan มักเป็นนักเล่าเรื่องผู้มีวิสัยทัศน์ชัดเจนและควบคุมโลกในภาพยนตร์ของตัวเองอย่างแม่นยำ แต่คำอธิบายของเขากลับเผยให้เห็นภาพอีกแบบหนึ่ง

 

ในกองถ่าย Nolan พยายามทำหน้าที่เป็น “ผู้ชม”

 

“ผมพยายามชี้แนะผู้คน และพยายามทำตัวเป็นผู้ชมเวลาอยู่ในกองถ่าย”

 

เขาชี้ทิศทาง แต่ขณะเดียวกันก็เฝ้ามองว่า เมื่อคนเก่งจำนวนมากนำจินตนาการและการตีความของตัวเองเข้ามา สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ากล้องกำลังกลายเป็นอะไร

 

แม้ The Odyssey จะใช้เทคโนโลยีภาพยนตร์ระดับสูง แต่ Nolan ยืนยันว่า “นี่คือภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นด้วยวิธีแบบ analog และมีความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์อยู่แนวหน้าอย่างแท้จริง มันคือสัมผัสของความเป็นมนุษย์”

 

ผู้นำในแบบที่คนตรงหน้าต้องการ

 

การกำกับภาพยนตร์ระดับ The Odyssey ไม่ใช่เพียงงานสร้างสรรค์ แต่คือการนำองค์กรชั่วคราวขนาดมหึมา

 

วิสัยทัศน์อาจเริ่มต้นอยู่ในหัวของคนเพียงคนเดียว แต่คนอีกนับพันไม่สามารถเห็นภาพเดียวกันได้โดยอัตโนมัติ ผู้กำกับต้องแปลงภาพนั้นให้กลายเป็นการตัดสินใจ ระบบการทำงาน และความเชื่อร่วมกัน

 

นี่เป็นเหตุผลที่ผมสนใจ Nolan ไม่ใช่เพียงในฐานะผู้กำกับ แต่ในฐานะผู้นำ

 

เมื่อถามว่าเขาดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากทีมอย่างไร Nolan ให้คำตอบที่เรียบง่ายอย่างน่าประหลาด

 

“ผมพยายามเป็นผู้กำกับในแบบที่พวกเขาต้องการให้ผมเป็น”

 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

 

โดยเฉพาะกับนักแสดง เขาเชื่อว่านักแสดงที่ยอดเยี่ยมแต่ละคนมีกระบวนการทำงานเป็นของตัวเอง หน้าที่ของผู้กำกับจึงไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนเข้าสู่ระบบเดียวกัน แต่คือการฟัง สังเกต และเข้าใจว่าแต่ละคนต้องการอะไร

 

“ผมรักนักแสดง ผมชอบช่วยเหลือพวกเขา แม้แต่ละคนจะมีกระบวนการแตกต่างกัน แต่พวกเขาสามารถมารวมตัวและปรับเข้าหาสไตล์ของกันและกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

 

“ดังนั้นผมจึงพยายามฟัง สังเกตว่าพวกเขาต้องการอะไร และมอบสิ่งนั้นให้ บางครั้งคุณต้องใช้เสียงดังและนำอยู่ข้างหน้า แต่บางครั้งคุณต้องถอยออกมา และปล่อยให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปตามทางของมัน”

 

เบื้องหลังความสงบนิ่งนั้นคือการผลิตขนาดมหึมา The Odyssey ถ่ายทำ 91 วันใน 6 ประเทศ ใช้ทั้งสถานที่จริง ทะเลเปิด และสภาพอากาศที่ควบคุมไม่ได้ แต่ทีมกลับปิดกล้องเร็วกว่ากำหนด 9 วัน

 

คำถามคือ วิธีคิดเช่นนี้ทำงานอย่างไร เมื่อโปรเจกต์ตรงหน้ามีขนาดใหญ่จนแม้แต่คนที่อยู่ในนั้นเองยังมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้

 

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในบทสนทนากับ Matt Damon

 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

 

Damon ผู้รับบท Odysseus ยอมรับกับผมว่านี่คืองานแสดงที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา เมื่อมองสเกลของ The Odyssey เขารู้สึกว่าสิ่งที่ Nolan กำลังพยายามทำแทบเป็นไปไม่ได้

 

“ผมได้เรียนรู้ว่า คุณสามารถฝันถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้ ถ้าคุณเตรียมตัวและประสานงานได้ดีพอ”

 

ทีมงานนับพันคนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่สำหรับ Damon ความยิ่งใหญ่ของมันไม่ได้เกิดจากฮีโร่เพียงคนเดียว หากเกิดจากการค่อยๆ ทำงานทีละอย่าง

 

“ถ้าคุณค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว ในที่สุดคุณก็จะไปถึงยอดเขาได้”

 

เมื่อสิ้นสุดวันยากๆ ในกองถ่าย ผู้คนจะมองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกว่า สิ่งที่ดูแทบเป็นไปไม่ได้เมื่อเช้าเพิ่งเกิดขึ้นจริงตรงหน้า

 

“ว้าว เราทำได้แล้ว งั้นพรุ่งนี้กลับมาลองกันใหม่”

 

แล้ววันรุ่งขึ้น พวกเขาก็ทำแบบเดิมอีกครั้ง

 

เทคโนโลยีที่เลียนแบบดวงตามนุษย์

 

The Odyssey คือภาพยนตร์เรื่องแรกที่ถ่ายด้วยกล้อง IMAX film ตลอดทั้งเรื่อง ทีมงานใช้ฟิล์ม IMAX 70 มม. รวมกว่า 2.1 ล้านฟุต และพัฒนากล้องรุ่นใหม่ชื่อ Keighley พร้อมอุปกรณ์ครอบกล้องเก็บเสียงหรือ “blimp” เพื่อให้กล้อง IMAX ซึ่งเคยดังเกินกว่าจะถ่ายฉากสนทนาใกล้ชิด สามารถบันทึกเสียงพร้อมภาพได้จริง

 

ความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีของ The Odyssey เริ่มต้นก่อนภาพยนตร์เรื่องนี้หลายสิบปี

 

Nolan บอกว่า เขาอยากสร้างภาพยนตร์ด้วยกล้อง IMAX ทั้งเรื่องมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ในสายตาของเขา นี่คือหนึ่งในระบบภาพที่มีคุณภาพสูงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น แต่กล้อง IMAX film แบบดั้งเดิมมีขนาดใหญ่ เทอะทะ และเสียงดังมาก จนสร้างข้อจำกัดสำคัญต่อฉากสนทนาและภาพระยะใกล้

 

จนกระทั่ง The Odyssey

 

Nolan และทีมพัฒนาระบบเก็บเสียงที่เปิดความเป็นไปได้ใหม่ให้กับกล้อง IMAX

 

“มันเปิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่น่าสนใจสำหรับคนทำหนัง”

 

แต่ปลายทางของเทคโนโลยีซับซ้อนทั้งหมดกลับเป็นเป้าหมายที่เรียบง่าย

 

“มันเป็นวิธีที่ใกล้เคียงกับที่ดวงตามนุษย์มองเห็นมากที่สุด”

 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

 

Tom Holland บอกผมว่า วิธีทำงานของ Nolan เปลี่ยนสิ่งที่เขาเคยคุ้นชินจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

 

“เวลาคุณอ่านบท คุณจะถูกตั้งโปรแกรมให้คิดว่า ‘ฉากนี้คงต้องใช้ CGI แน่ๆ และเราคงต้องถ่ายในสตูดิโอ’”

 

แต่เมื่อ Holland ถามว่า Nolan จะถ่ายฉากเหล่านั้นอย่างไร คำตอบคือ

 

“เขาบอกว่า ‘ผมอยากสร้างมันขึ้นมาจริงๆ และผมอยากถ่ายในสถานที่จริง’”

 

การผลิตใช้เรือจริง ฉากขนาดใหญ่ และสถานที่จริงในหลายประเทศ Nolan อธิบายว่า เขาต้องการให้ฉากออกเรือหรือเผชิญพายุมีความรู้สึกเกือบเหมือนสารคดีไม่ใช่เพียงให้ผู้ชมเห็น แต่ให้รู้สึกเหมือนอยู่ตรงนั้น ให้นักแสดงยืนอยู่ตรงนั้นจริง มองเห็นจริง ได้ยินจริง และสัมผัสน้ำ ลม ความร้อน หรือระยะทางจริง

 

Holland เปรียบเทียบประสบการณ์นี้กับหนังฟอร์มยักษ์ที่เขาเคยทำ ซึ่งบางโปรเจกต์แทบไม่ได้พานักแสดงออกไปนอกสตูดิโอ การทำงานในโลกของ Nolan จึงเป็นประสบการณ์อีกขั้วหนึ่ง

 

“มีบางวันที่กองถ่าย ซึ่งจนถึงตอนนี้ผมยังพยายามทำความเข้าใจกับภาพที่เกิดขึ้นอยู่เลย”

 

หลายปีก่อน Holland เคยพูดว่าเขาอยากทำงานกับ Christopher Nolan เขาเป็นแฟน Memento และติดตามผลงานของ Nolan มานาน แต่เมื่อโอกาสมาถึงจริง เขากลับรู้สึกขอบคุณที่มันไม่ได้เกิดเร็วกว่านี้

 

“ผมดีใจที่เขาไม่ได้ติดต่อผมเมื่อห้าปีก่อน เพราะตอนนั้นผมอาจยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับภาพยนตร์ขนาดนี้”

 

บางโอกาสอาจไม่ได้มาช้า เราเพียงต้องใช้เวลาเติบโตให้พร้อมสำหรับมัน

 

บ้านของ Nolan

 

The Odyssey คือหนึ่งในเรื่องเล่าการกลับบ้านที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ

 

Odysseus ใช้เวลาสิบปีในสงคราม และอีกสิบปีเพื่อเดินทางกลับ Ithaca ระหว่างทาง เขาพบทั้งอำนาจ ความสุข การล่อลวง ความสูญเสีย และอุปสรรคที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด แต่แรงดึงดูดของเรื่องยังคงอยู่ที่เดิม

 

บ้าน

 

เมื่อผมถามว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ความหมายของคำว่าบ้านเปลี่ยนไปอย่างไร Tom Holland เริ่มต้นด้วยการพูดถึงความโชคดี

 

“สิ่งที่ผมรู้สึกขอบคุณมากที่สุดในชีวิตคือครอบครัวของผม พวกเขาคือจุดยึดเหนี่ยว เป็นชุมชน และเป็นรากฐานของชีวิตประจำวันของผม ความสำเร็จมากมายในชีวิตล้วนมาจากคำสอนของพ่อแม่และพี่น้อง”

 

ขณะสนทนา เราทุกคนอยู่ที่มุมไบ ห่างจากครอบครัวไปอีกซีกโลก

 

“ผมไม่แน่ใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เปลี่ยนมุมมองที่ผมมีต่อครอบครัวหรือเปล่า แต่มันทำให้ความรักที่ผมมีต่อพวกเขาหนักแน่นขึ้น”

 

Matt Damon พยักหน้าเห็นด้วย

 

“ผมไม่คิดว่ามันเปลี่ยนมุมมอง แต่มันทำให้ความรู้สึกนั้นลึกซึ้งขึ้น”

 

สำหรับ Damon การถ่ายทำในสถานที่ห่างไกลจากภรรยาและลูกๆ ทำให้เขาเข้าถึงความรู้สึกของ Odysseus ได้ง่ายขึ้น เขาไม่จำเป็นต้องจินตนาการทั้งหมดว่าความคิดถึงบ้านเป็นอย่างไร เพราะความรู้สึกนั้นมีอยู่จริง

 

เมื่อผมนำคำถามเดียวกันไปถาม Nolan เขาหยุดคิดเล็กน้อย มืออยู่ใกล้ tumbler ใบเดิมที่เขาจิบชามาตลอดบทสนทนา

 

“เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกัน”

 

ก่อนจะอธิบายว่า ความหมายของบ้านเปลี่ยนไปตามอายุและช่วงเวลาของชีวิต

 

“เมื่อคุณอายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีครอบครัว บ้านจะมีความหมายถึงสถานที่หรือที่ตั้งทางกายภาพน้อยลง แต่มันจะหมายถึงการได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น”

 

ตลอดการสร้าง The Odyssey ทีมงานเดินทางข้ามโลก แต่ Nolan บอกว่า พวกเขายังคงรู้สึกถึงความผูกพันและการอยู่ร่วมกัน

 

“สำหรับพวกเราทุกคน การถ่ายทำภาพยนตร์ The Odyssey เป็นเหมือนการเดินทางข้ามโลก แต่พวกเราก็มักจะรู้สึกถึงความผูกพันและการอยู่ร่วมกันเสมอ”

 

“ผมคิดว่านั่นแหละคือความรู้สึกของการมีบ้าน”

 

ไม่กี่นาทีต่อมา กล้องหยุดบันทึก ผมลุกขึ้นลา Christopher Nolan และเดินออกจากห้อง

 

ข้างนอก มุมไบยังคงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วของมัน ผู้คน รถยนต์ และเสียงของเมืองเดินหน้าต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

แต่ประโยคหนึ่งยังคงอยู่

 

“เมื่อเราอายุมากขึ้น บ้านจะหมายถึงสถานที่น้อยลง และหมายถึงการได้อยู่ท่ามกลางคนที่เรารักมากขึ้น”

 

บางที Odysseus อาจใช้เวลาสิบปีเพื่อค้นพบเรื่องนั้น

 

Nolan ใช้ภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง

 

ส่วนพวกเราที่เหลือ อาจยังอยู่ระหว่างทาง.

 

 

สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan

The post สัมภาษณ์เสด็จพ่อ Christopher Nolan ยิ่งโลกไปไกล เรายิ่งต้องกลับไปหาสิ่งที่เป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Christopher Nolan เตรียมพักเบรกอย่างต่ำ 3 ปี ก่อนเริ่มทำหนังเรื่องต่อไป https://thestandard.co/christopher-nolan-hiatus-odyssey/ Tue, 21 Jul 2026 03:39:17 +0000 https://thestandard.co/christopher-nolan-hiatus-odyssey/ คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับภาพยนตร์ ในงานอีเวนต์

The Odyssey มหากาพย์ภาพยนตร์ที่เขียนบทและกำกับโดย Chris […]

The post Christopher Nolan เตรียมพักเบรกอย่างต่ำ 3 ปี ก่อนเริ่มทำหนังเรื่องต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับภาพยนตร์ ในงานอีเวนต์

The Odyssey มหากาพย์ภาพยนตร์ที่เขียนบทและกำกับโดย Christopher Nolan ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกไปแล้ว ซึ่งผู้ชมต่างก็ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่อลังการของโปรดักชันตัวหนังที่ใช้ต้นทุนถึง 250 ล้านดอลลาร์ และการทุ่มเทพลังงานทางกายและใจให้กับการถ่ายทอดเรื่องราวจากบทประพันธ์ยุคกรีกโบราณของ Homer ของทีมผู้สร้าง

 

การทำงานในครั้งนี้ทำให้ Christopher Nolan วางแผนที่จะพักเบรกจากการทำงานเป็นเวลาอย่างต่ำ 3 ปี โดยเขาเปิดใจผ่านรายการ Today ว่า การสร้างภาพยนตร์ The Odyssey ได้ผลักดันให้เขาไปถึงขีดจำกัดสูงสุดทั้งทางร่างกายและสุขภาพจิตในการทำงานของตัวเองแล้ว อีกทั้งมันยังต้องใช้ความพยายามและความอดทนของทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรเจกต์นี้ด้วย

 

Christopher Nolan เผยว่า “ผมคิดว่าผมมาถึงขีดจำกัดสูงสุดในความอึดของตัวเองและของทุกคนแล้ว นี่คือ The Odyssey แน่นอนว่ามันควรจะยาก เราคงสร้างภาพยนตร์ The Odyssey ขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้องถ้าหากว่ามันดูออกมาเป็นอะไรง่ายๆ” เมื่อพิธีกรถามว่าเขาจะเว้นช่วงเวลา 3 ปีในการทำโปรเจกต์ต่อไป ดังเช่นที่เขาเคยทำที่ผ่านมากับผลงานเรื่อง The Dark Knight Rises (2012), Interstellar (2014), Dunkirk (2017), Oppenheimer (2023) มาจนถึง The Odyssey ที่เปิดตัวปี 2026 หรือไม่ เขาตอบว่า “โอ้ อย่างต่ำนั่นล่ะ”

 

The Odyssey เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ถ่ายทำโดยกล้องฟิล์ม IMAX 70mm

 

ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่ง Christopher Nolan และทีมงานก็จะต้องแบกกล้องขนาดยักษ์ใหญ่เดินทางไปถ่ายทำกันที่โลเคชันจริงตามสถานที่ ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งปีนเขาสูงและลงเรือในมหาสมุทร พร้อมกับเหล่านักแสดงและฝ่ายต่างๆ โดยพวกเขาใช้เวลาถ่ายทำกันทั้งหมด 91 วันใน 6 ประเทศ ตั้งแต่ถ้ำ Nestor Cave และปราสาท Methoni Castle ในประเทศกรีซ ไปจนถึงหาดทรายสีดำแห่ง Hjöleifshöfði ที่ ไอซ์แลนด์ เพื่อที่จะถ่ายทอดเส้นทางการกลับบ้านอันยาวไกลของโอดิซิอัสออกมาอย่างสมจริงที่สุด

 

ภาพ: Aalok Soni/Getty Images for Universal Pictures

อ้างอิง:
https://hypebeast.com/2026/7/christopher-nolan-anticipates-a-3-year-hiatus-following-the-odyssey

The post Christopher Nolan เตรียมพักเบรกอย่างต่ำ 3 ปี ก่อนเริ่มทำหนังเรื่องต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Odyssey กวาดรายได้จากทั่วโลกสุดสัปดาห์แรกไป 8.8 พันล้านบาท https://thestandard.co/the-odyssey-nolan-box-office-record/ Mon, 20 Jul 2026 05:38:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1232753 โปสเตอร์ภาพยนตร์ The Odyssey ของผู้กำกับ Christopher Nolan

The Odyssey ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับ Christopher N […]

The post The Odyssey กวาดรายได้จากทั่วโลกสุดสัปดาห์แรกไป 8.8 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปสเตอร์ภาพยนตร์ The Odyssey ของผู้กำกับ Christopher Nolan

The Odyssey ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับ Christopher Nolan สามารถกวาดรายได้ไปแล้วมากกว่า 264 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 8.8 พันล้านบาท ภายในสุดสัปดาห์แรกของการเปิดตัว

 

สื่อ Variety รายงานว่า The Odyssey ของผู้กำกับ Christopher Nolan กวาดรายได้ไปมากกว่า 264 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 8.8 พันล้านบาท ระหว่างช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเปิดตัวไปในวันที่ 16 กรกฎาคม โดยมีรายได้ Box Office จากโรงภาพยนตร์กว่า 3,191 แห่งในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 124.5 ล้านดอลลาร์ และ มีรายได้จากต่างประเทศ 139.6 ล้านดอลลาร์

 

ซึ่งความสำเร็จขั้นสูงนี้ส่งผลให้ The Odyssey ขึ้นแท่นเป็นผลงานที่เปิดตัวด้วยรายได้ สูงสุด เป็นอันดับ 3 แห่งปี 2026 ในสหรัฐอเมริกา ตามหลัง Toy Story 5 ที่เปิดตัวด้วยรายได้ 159 ล้านดอลลาร์ และ The Super Mario Galaxy Movie ที่เปิดตัวด้วยรายได้จำนวน 131 ล้านดอลลาร์

 

The Odyssey กลายเป็นภาพยนตร์ของ Christopher Nolan ที่เปิดตัวด้วยรายได้ สูงสุด ในชีวิตการเป็นผู้กำกับของเขา โดยผลงานที่เคยเปิดตัวด้วยรายได้จำนวนสูงที่สุดของเขาก็คือ The Dark Knight Rises ภาพยนตร์ที่ปิดฉากไตรภาค Bat Man อย่างสวยงาม ที่เปิดตัวด้วยรายได้จากทั่วโลก 249 ล้านดอลลาร์ในปี 2012 รองลงมาก็คือ The Dark Knight ที่กวาดรายได้ทั้งหมด 198 ล้านดอลลาร์ในการเปิดตัวเมื่อปี 2008 ส่วนผลงานเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง Oppenheimer ที่ชนะรางวัลออสการ์ไปถึง 7 สาขาเมื่อปี 2024 เปิดตัวด้วยรายได้ 180 ล้านดอลลาร์

 

The Odyssey เป็นภาพยนตร์ที่คอหนังให้ความสนใจตั้งแต่ประกาศสร้างโปรเจกต์ โดยเฉพาะในแง่ของโปรดักชันต้นทุนสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์ที่ Christopher Nolan ใช้กล้องฟิล์ม IMAX 70mm ขนาดยักษ์ถ่ายทำตลอดทั้งเรื่อง และถ่ายทอดมหากาพย์เรื่องราวการเดินทางกลับบ้านอันทรหดของโอดิซิอัสท่ามกลางการแทรกแซงของทวยเทพออกมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมกับเลือกกองทัพนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการฮอลลีวูดมาร่วมงาน โดย The Odyssey มีการเปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปีก่อน และถูกขายต่อตามแพลตฟอร์มต่างๆ โดยขึ้นราคาอย่างสูง

 

ภาพ: Universal Pictures

 

อ้างอิง
https://people.com/the-odyssey-earns-more-than-264-million-at-box-office-opening-weekend-12021679

The post The Odyssey กวาดรายได้จากทั่วโลกสุดสัปดาห์แรกไป 8.8 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Timothée Chalamet รู้สึกสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเอง หลังถ่าย Dune: Part Three จบ https://thestandard.co/timothee-chalamet-dune-part-three-filming-ends/ Sun, 19 Jul 2026 08:10:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1232480 Timothée Chalamet ในงานอีเวนต์เปิดตัวภาพยนตร์

มหากาพย์ภาพยนตร์ Dune กำลังดำเนินมาถึงภาค 3 ซึ่งมีกำหนด […]

The post Timothée Chalamet รู้สึกสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเอง หลังถ่าย Dune: Part Three จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Timothée Chalamet ในงานอีเวนต์เปิดตัวภาพยนตร์

มหากาพย์ภาพยนตร์ Dune กำลังดำเนินมาถึงภาค 3 ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 17 ธันวาคมนี้แล้ว ซึ่งเมื่อ Timothée Chalamet ผู้รับบทเป็นตัวละครเอกอย่าง Paul Atreides ได้เสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์ภาคสุดท้าย เขาจึงมีความโศกเศร้าเป็นอย่างมาก และรู้สึกราวกับว่าเขากำลังสูญเสียส่วนหนึ่งในชีวิตของตัวเองไป

 

Timothée Chalamet ไปร่วมงานอีเวนต์ Global IMAX Fan Event ที่ลอสแอนเจลิส เพื่อเปิดตัวตัวอย่างภาพยนตร์ Dune: Part Three ใหม่ล่าสุด โดยระหว่างนั้นเขาได้เปิดเผยกับเหล่าแฟนหนังที่ไปร่วมงานว่า การทำงานภาพยนตร์ภาค 3 เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสะเทือนใจและกินใจที่สุดแล้วสำหรับเขาจากการถ่ายทำไตรภาค Dune ทั้งหมด หลังจากที่ร่วมงานกับผู้กำกับ Denis Villeneuve มาตั้งแต่ปี 2018 เมื่อผ่านแคสติ้งบท Paul Atreides โดยในช่วง Q&A เขาตอบคำถามว่า

 

“ผมไม่รู้เลยว่าซีนไหนเป็นซีนที่ผมชอบการถ่ายทำมากที่สุดในหนังเรื่องนี้ ผมใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้มานานเหลือเกิน และผมก็ภาคภูมิใจที่ได้อยู่กับมัน ผมภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Denis และครอบครัวนี้ด้วย ดังนั้นผมจึงรู้สึกถึงวาระสุดท้ายของการทำงานที่ทำให้ใจหายและถวิลหา ตั้งแต่ในโมเมนต์นั้นในตอนที่ผมอายุ 29 ปีเมื่อเรากำลังถ่ายทำหนังเรื่องนี้กันอยู่

 

“ผมยังคงรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเองไปเมื่อต้องก้าวผ่านจุดนั้นอยู่เลย”

 

Timothée Chalamet เผยอีกว่า “ผมรู้สึกโศกเศร้าที่ต้องลาจากครอบครัวที่น่าทึ่งและทีมงานที่น่าทึ่งนี้ไป ผมแค่ไม่อยากเชื่อเลยว่าประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับมันมาไวและไปไวแค่ไหน”

 

ภาพ: Joe Maher/Getty Images

อ้างอิง: https://people.com/timothee-chalamet-melancholic-filming-end-of-dune-three-12014811

The post Timothée Chalamet รู้สึกสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเอง หลังถ่าย Dune: Part Three จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้านาย-เอินเอิน คว้ารางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม บนเวทีชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 34 https://thestandard.co/jaonaay-earnearn-bangkok-critics-assembly/ Fri, 17 Jul 2026 09:13:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1231960 เจ้านาย จินเจษฎ์ และ เอินเอิน ฟาติมา ถือรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม

อีกหนึ่งงานประกาศรางวัลเพื่อเชิดชูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย […]

The post เจ้านาย-เอินเอิน คว้ารางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม บนเวทีชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 34 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้านาย จินเจษฎ์ และ เอินเอิน ฟาติมา ถือรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม

อีกหนึ่งงานประกาศรางวัลเพื่อเชิดชูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง (Bangkok Critics Assembly) จัดพิธีประกาศผล รางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 34) โดย เจ้านาย จินเจษฎ์ คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในขณะที่รางวัลนักแสดงนำหญิงเป็นของ เอินเอิน ฟาติมา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก

 

งานประกาศรางวัลในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Make It Happen’ พร้อมเปิดพื้นที่ให้สื่อรุ่นใหม่และนักวิจารณ์จากแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อร่วมกันพัฒนาวงการวิจารณ์ภาพยนตร์ไทยให้เติบโตควบคู่กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ พร้อมทั้งเพิ่ม 2 สาขารางวัลใหม่ ได้แก่ ภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม (Best Asian Film) และ ภาพยนตร์แอนิเมชันเอเชียยอดเยี่ยม (Best Asian Animated Film) เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในภูมิภาค และส่งเสริมให้ภาพยนตร์ไทยก้าวสู่การยอมรับในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น

 

โดย งานประกาศรางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม ครั้งที่ 34 รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมตกเป็นของ เจ้านาย จินเจษฎ์ จากบทบาท เอก ในเรื่อง เดอะสโตน พระแท้ คนเก๊ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในวงการเซียนพระ ตีแผ่อีกแง่มุมที่ผู้ชมอาจไม่เคยเห็น ในขณะที่ เอินเอิน ฟาติมา เป็นผู้คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิง ด้วยบทบาท แอน จากเรื่อง FLAT Girls ชั้นห่างระหว่างเรา ถ่ายทอดเรื่องราว Coming of age ที่ผสมผสานความดราม่าระหว่างชนชั้นในสังคม

 

นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลอีกหลายรายการ อาทิ รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งตกเป็นของภาพยนตร์เรื่อง ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) และ รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่ อุ้ย รัชฏ์ภูมิ ผู้กำกับมากฝีมือจากภาพยนตร์เรื่อง ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) ก็เป็นผู้คว้ารางวัลในครั้งนี้ รวมถึงรางวัลอีกหลากหลายสาขาเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเวทีอันทรงเกียรติเพื่อเชิดชูบุคคลในวงการภาพยนตร์ไทยอย่างแท้จริง

 

ภาพ: ชมรมวิจารณ์บันเทิง

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/17hJtSBAt8/

The post เจ้านาย-เอินเอิน คว้ารางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม บนเวทีชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 34 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคี THE STAIN กวาดรายได้กว่า 4,555 ล้านดอง หลังเข้าฉายที่เวียดนามเพียง 5 วัน https://thestandard.co/the-stain-vietnam-revenue-5-days/ Thu, 16 Jul 2026 12:09:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1231570 โปสเตอร์ภาพยนตร์ ราคี THE STAIN

เดินหน้าสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องสำหรับ ราคี THE STAIN ภ […]

The post ราคี THE STAIN กวาดรายได้กว่า 4,555 ล้านดอง หลังเข้าฉายที่เวียดนามเพียง 5 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปสเตอร์ภาพยนตร์ ราคี THE STAIN

เดินหน้าสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องสำหรับ ราคี THE STAIN ภาพยนตร์จาก BeOnCloud นำแสดงโดย อิงฟ้า วราหะ, อาโป ณัฐวิญญ์, เจษ เจษฎ์พิพัฒ, ฟรีน สโรชา โดยล่าสุดได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

โดยหลังจากเข้าฉายได้เพียง 5 วันแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สามารถทำรายได้รวมกว่า 4,555,813,000 ดองเวียดนาม หรือประมาณ 5.83 ล้านบาท พร้อมกระแสตอบรับและการบอกต่อจากผู้ชมชาวเวียดนามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

ราคี THE STAIN เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกดราม่าผสมผสานความสยองขวัญที่พูดถึงเรื่องราวของ มาลี (อิงฟ้า วราหะ) หญิงสาวผู้มีอดีตอันเลวร้าย ได้มาพบกับ ปราณ (อาโป ณัฐวิญญ์) นักพฤกษศาสตร์เจ้าของแบรนด์ชาดอกไม้ไทย ที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำในวัยเด็ก ทั้งคู่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ท่ามกลางความทรงจำ ความรัก และความลับจากอดีตที่ค่อยๆ ถูกเปิดเผย เมื่อ มาลี ได้ตกลงมาจากชั้นบนของอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้

 

สำหรับโปรเจกต์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ของ BeOnCloud ที่น่าจับตามองตั้งแต่เปิดตัว โดย ราคี THE STAIN เข้าฉายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพร้อมทำสถิติกว่า 20 ล้านบาทหลังจากเข้าฉายเพียง 4 วัน การเข้าฉายในประเทศเวียดนามครั้งนี้ จากสถิติการเข้าฉายของภาพยนตร์ไทยในตลาดเวียดนาม ผลงานเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในการเปิดตัวที่แข็งแกร่ง และอยู่ในกลุ่มภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้เปิดตัวได้อย่างโดดเด่น สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้ชมชาวเวียดนาม และนับเป็นอีกก้าวสำคัญของภาพยนตร์ไทยในตลาดต่างประเทศ

 

ภาพ: ราคี THE STAIN

The post ราคี THE STAIN กวาดรายได้กว่า 4,555 ล้านดอง หลังเข้าฉายที่เวียดนามเพียง 5 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Free Willy กำลังถูกกลับมาสร้างใหม่โดยสองพี่น้อง Russo https://thestandard.co/free-willy-russo-reboot/ Thu, 16 Jul 2026 01:24:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1231262 ภาพจากภาพยนตร์ Free Willy แสดงวาฬเพชรฆาต Willy กำลังกระโดด

Free Willy เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่เปิดตัวภาคแรกเมื่อปี […]

The post Free Willy กำลังถูกกลับมาสร้างใหม่โดยสองพี่น้อง Russo appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจากภาพยนตร์ Free Willy แสดงวาฬเพชรฆาต Willy กำลังกระโดด

Free Willy เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่เปิดตัวภาคแรกเมื่อปี 1993 โดยว่าด้วยเรื่องราวมิตรภาพสุดซึ้งระหว่าง Jesse (รับบทโดย Jason James Richter) เด็กชายผู้เปล่าเปลี่ยวกับ Willy วาฬเพชรฆาต เมื่อเขาได้กลายเป็นเพื่อนกับเจ้าวาฬน้อยที่ถูกกักขังในสวนสนุกที่กำลังจะเจ๊ง และได้รู้ว่าเจ้าของวางแผนที่จะฆ่าสัตว์ในครอบครองเพื่อหวังเงินประกัน เขาจึงเริ่มวางแผนยิ่งใหญ่เพื่อพา Willy กลับสู่มหาสมุทร ซึ่งหนังเรื่องนี้ยังได้ Michael Jackson มาแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง Will You Be There อีกด้วย

 

ล่าสุดมีการรายงานว่า Free Willy กำลังจะถูกนำกลับมาสร้างใหม่ในฉบับรีบู้ท และกำลังได้รับการพัฒนาโดยสองพี่น้อง Joe และ Anthony Russo ที่โด่งดังจากผลงานกำกับในอาณาจักร Marvel หลายเรื่อง อาทิ Avenger: Infinity War และ Avenger: Endgame รวมไปถึงหนังเรื่องใหม่อย่าง Avengers: Doomsday และทั้งสองยังทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับภาพยนตร์ Everything Everywhere All at Once

 

โดยขณะนี้ Joe และ Anthony Russo กำลังทำงานสำหรับ Free Willy ภาคใหม่ ภายใต้บริษัทโปรดักชั่นของพวกเขาอย่าง AGBO โดย Mary-Margaret Kunze ที่มีผลงานโปรดิวซ์ซีรีส์ของ Marvel เรื่อง Daredevil กับ Jade Halley Bartlett ผู้กำกับซีรีส์เรื่องใหม่ของ Netflix อย่าง Icebreaker จะมารับตำแหน่งเขียนบทร่วมกัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังคงไม่มีการเปิดเผยไปมากกว่านี้

 

Free Willy ภาคออริจินัลประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งสามารถกวาดรายได้ไปถึง 153.7 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็นส่วนสำคัญของป๊อปคัลเจอร์ในยุค 90 โดยภาพยนตร์มีภาคต่อตามมาอีก 2 ภาค และภาคแยกอีก 1 เรื่อง พร้อมด้วยเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นซีรีส์ ซึ่งหนังเรื่องนี้ยังทำให้เกิดการเรียกร้องให้ปล่อยตัว Keiko วาฬเพชรฆาตตัวจริงเจ้าของบท Willy ที่ถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์ตั้งแต่ยังเด็กกลับสู่ทะเล และเรื่องราวของมันก็ถูกนำไปสร้างเป็นสารคดีโดย New York Times ในปี 2013

 

ภาพ: Warner Bros.

 

อ้างอิง https://www.nme.com/news/film/a-free-willy-spin-off-is-in-the-works-3956263

The post Free Willy กำลังถูกกลับมาสร้างใหม่โดยสองพี่น้อง Russo appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Holland นึกว่า Christopher Nolan ไม่ชอบการแสดงของเขาใน The Odyssey ระหว่างถ่ายทำช่วงแรก https://thestandard.co/holland-nolan-odyssey-misunderstanding/ Mon, 13 Jul 2026 00:52:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1229878 Tom Holland ในงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Odyssey

The Odyssey ภาพยนตร์สุดอีปิกเรื่องล่าสุดของ Christopher […]

The post Tom Holland นึกว่า Christopher Nolan ไม่ชอบการแสดงของเขาใน The Odyssey ระหว่างถ่ายทำช่วงแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Holland ในงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Odyssey

The Odyssey ภาพยนตร์สุดอีปิกเรื่องล่าสุดของ Christopher Nolan ที่ใช้ต้นทุนสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 8.3 พันล้านบาท สำหรับการทุ่มทุนให้กับทั้งโปรดักชันขนาดยักษ์ และเหล่ากองทัพนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูด ซึ่ง Tom Holland ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้มาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

 

สำหรับ Tom Holland แล้ว งานในครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งอื่นๆ เพราะ Christopher Nolan เลือกใช้วิธีถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์ม IMAX ขนาดใหญ่เป็นพิเศษตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งการที่ Tom Holland ได้ถ่ายทำภาพยนตร์ในลักษณะนี้เป็นครั้งแรก เขาจึงเกิดความเข้าใจผิดเล็กน้อยว่า Christopher Nolan ไม่ชอบการแสดงของตัวเองในช่วงแรกของการถ่ายทำ

 

เขาเล่าผ่านทาง Fandango ว่า “การทำงานกับกล้อง IMAX เป็นครั้งแรกถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษ มัน เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย และผมก็ไม่รู้ว่ามันใช้เวลาเดินกล้องครั้งละ 3 นาทีเท่านั้น ผมจำได้ว่าเราโดนสั่งคัตอยู่เรื่อยๆ และผมกับ Jon Berthall ก็คุยกันว่า ‘ทำไมเขาเอาแต่สั่งคัตอยู่เรื่อย? ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นล่ะ?’

 

ในหัวของผม ผมคิดว่า ‘หรือเขาไม่ชอบการแสดงของเรา? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?’

 

“แต่ George Cottle ผู้ประสานงานนักแสดงของเราอธิบายว่า ‘ไม่ใช่แบบนั้น แต่ละ Mag มันถ่ายทำได้แค่ 3 นาที’ และผมก็คิดว่าขอบคุณพระเจ้า ผมนึกว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดอย่างร้ายแรงไปเสียแล้ว”

 

The Odyssey เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากมหากาพย์บทประพันธ์ยุคกรีกโบราณชิ้นสำคัญของ Homer โดยว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางกลับบ้านของ โอดิซิอัส (รับบทโดย Matt Damon) ที่ใช้เวลายาวนานถึง 10 ปี หลังจากไปร่วมรบในสงครามกรุงทรอยมาแล้ว 10 ปี ท่ามกลางการแทรกแซงของเหล่าทวยเทพ สำหรับ Tom Holland ได้รับบทเป็น เทเลมาคัส ลูกชายของโอดิซิอัสที่รอคอยการกลับมาของเขาเคียงข้างคุณแม่ เพเนโลปี (รับบทโดย Anne Hathaway) โดย The Odyssey จะเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 16 กรกฎาคมนี้

 

ภาพ: Gareth Cattermole/Getty Images

 

อ้างอิง https://www.nme.com/news/film/tom-holland-thought-christopher-nolan-hated-his-performance-in-the-odyssey-at-first-3955242

The post Tom Holland นึกว่า Christopher Nolan ไม่ชอบการแสดงของเขาใน The Odyssey ระหว่างถ่ายทำช่วงแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป https://thestandard.co/a-conversation-with-pen-ek-morte-cucina/ Sun, 12 Jul 2026 08:07:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1229765 คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานของวงการหนังไทย ต้อม-เป็นเอก […]

The post คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานของวงการหนังไทย ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง กลับมาอีกครั้งพร้อมผลงานล่าสุด ‘ครัวสาว (Morte Cucina)’ ภาพยนตร์ลำดับที่ 14 ในเส้นทางการทำงานของเขา โดยครั้งนี้ THE STANDARD POP มีโอกาสได้พูดคุยกับเขาอีกครั้งในช่วงโปรโมต หลังจากห่างหายจากการสัมภาษณ์ร่วมกันไปนาน นับตั้งแต่ครั้งล่าสุด ช่วงภาพยนตร์ Samui Song

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทย

 

 
 

ในครั้งนี้ พี่ต้อมแวะมาที่ออฟฟิศของเราในลุคสบายๆ ด้วยเสื้อยืดสีเหลืองจับคู่กับกางเกงขาสั้น พร้อมกระเป๋าผ้าสกรีนโปสเตอร์จาก Paris Fait Son Cinéma พาดไหล่มาแบบไม่ตั้งใจ แม้อายุจะย่างเข้าเลข 60 แต่แววตา วิธีคิด และจังหวะการตอบคำถามของเขายังคงเฉียบคมและเก๋าเหมือนเดิม เขาจะมีอะไรมาอัปเดตกับเราบ้าง ลองมาอ่านไปพร้อมๆ กัน

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 1

 

ไอเดียตั้งต้นของ ‘ครัวสาว (Morte Cucina)’ เกิดจากความสนใจเรื่องอาหาร หรือเรื่องความแค้นก่อน?

 

เป็นเอก: พี่อาจจะจำคลาดเคลื่อนนะ ไอเดียมันคือ มันมีข่าวว่าผู้หญิงคนนึงที่เดินเข้ามาในสถานีตำรวจ แล้วจู่ๆ ก็มาสารภาพว่าตัวเองฆ่าผัว แล้วเขาก็เล่าวิธีการฆ่า บอกว่าอยู่กินกับผู้ชายคนนี้มา แล้วก็ใช้วิธีการทำกับข้าวให้กิน รมยาพิษไปเรื่อยๆ แล้วตั้งแต่ผัวตายไปเนี่ย คือผีแม่งมาหลอกอยู่เรื่อยๆ จนอยู่ไม่เป็นสุขอะ แล้วเขาก็ไปหาพระ หาหมอดู หาซินแสอะไรพวกเนี้ย ทุกคนก็บอกว่า ‘มึงต้องไปสารภาพบาปนะ’

 

แต่ฝั่งตำรวจก็บอกว่า เคสนี้มันจับไม่ได้ เพราะว่าถ้าเอากับข้าวให้ผัวกิน มันไม่ได้เป็นความผิด คือถ้าคุณใส่ยาพิษอะ ตรงๆ ไปเลยอ่ะ เออ มันได้ ซึ่งนี่มันก็เป็นไอเดียประหลาดเนาะ ตอนแรกสคริปต์เดิมมันก็ไม่ได้เป็นแบบหนังปัจจุบันนี้นะ เดี๋ยวถ้าไปดูก็จะรู้ว่าตอนนี้ถูกเปลี่ยนไปเยอะมาก แต่ว่าสคริปต์ร่างแรกๆ มันก็เป็นคล้ายๆ อย่างเงี้ยฮะ

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 2

 

แล้วถ้าหนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดเรื่องอาหารจริงๆ ความจริงมันกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่?

 

เป็นเอก: มันเป็นหนังรักนะ พูดเรื่องความรัก ทีมงานเราหลายคนดูจบแล้วบอกว่า นี่มันหนังรักนะพี่ (หัวเราะ) คือเป็นหนังรักประหลาดด้วยอะ จริงๆ เป็นโรแมนติกคอเมดี้ด้วยซ้ำนะ ไปดูก็จะรู้ว่ามันโรแมนติก แล้วเป็นแบล็กคอเมดี้มาก ทีนี้ ไอ้พาวเวอร์ของอาหารในการที่จะมัดใจคน มันก็เป็นแอสเปกต์นึงของของหนังเรื่องนี้กับอาหารไทยด้วยนะ

 

แต่ว่าอีกเรื่องนึงก็คือเรื่องที่อาจจะสำคัญพอกัน หรืออาจจะสำคัญกว่าเรื่องอาหาร ก็คือเรื่องที่ว่า เราไม่รู้เลยว่าไอ้เส้นบางๆ ที่กั้นอยู่ระหว่าง ‘เราเกลียดใคร’ กับ ‘เรารักใคร’ บางทีมันเส้นมันบางมากจนความรู้สึกเรามันข้ามเส้นนั้นไปเมื่อไหร่ เราไม่รู้เนอะ ตอนเราเกลียดเรารู้ว่ะ แต่ไอ้ความรู้สึกเกลียดนั้น พอกาลเวลามันผ่านไป ประกอบกับกิจกรรมที่เราทำอะ บางทีมันข้ามเส้นกลายไปเป็นไม่ได้เกลียดหรือรักแล้ว แต่มันอาจจะกลายเป็นความผูกพัน ไอ้พวกนี้แหละที่มันคือประเด็นของหนังเลย

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 3

 

ทำไมถึงเลือกให้การล้างแค้นของตัวละคร ‘สาว’ กินเวลายาวนานถึง 15 ปี?

 

เป็นเอก: เกิดจากการที่เขาไม่ใช้ยาพิษ คือในเรื่องนี้ เดี๋ยวไปดูจะรู้ว่า นอกเหนือจากแค่อาหารที่อร่อยจนทำให้ผู้ชายคนนี้ติดแล้ว มันไม่ได้มีแค่นั้น มันพูดถึงอาหารไทยในอดีต ยุคโบราณด้วย เป็นเหมือนตำรับที่ตัวละครไปเรียนมา เป็นตำรับแบบเอเชียนโบราณ

 

คนไทยในอดีตใช้อาหารเป็นยา ถ้าป่วย เช่น เป็นหวัด แม่ก็จะทำอาหารบางอย่างให้กิน หรือถ้าเป็นโรคบางอย่าง อย่างเกาต์ ก็กินอาหารเฉพาะ มันคือการกินเพื่อรักษา และอาหารไทยมีเรื่องของธาตุเข้ามาเกี่ยว เราทุกคนมีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เราต้องรู้ว่าธาตุของเราคืออะไร แล้วกินให้ถูกกับธาตุ ถ้ากินผิดก็จะเรียกว่าแสลง มันขัดกันและอาจกลายเป็นพิษได้

 

รวมถึงราศีเงี้ย มันก็มีผลต่ออารมณ์ ซึ่งอารมณ์ส่งผลต่ออวัยวะ คนแต่ละราศีมีอารมณ์ต่างกัน อย่างราศีเมษจะอารมณ์ร้อน แข่งขันสูง ทำให้อวัยวะบางส่วนทำงานหนักกว่าคนราศีอื่น อันนี้ยกตัวอย่างนะ (หัวเราะ) พอกินให้ถูกทั้งธาตุ ราศี และฤดูกาล เช่น หน้าฝนก็กินของฤทธิ์ร้อน หน้าหนาวถ้ากินของเย็นมากก็อาจป่วยง่าย ถ้ากินถูก ร่างกายก็แข็งแรง อาหารก็กลายเป็นยาวิเศษ แต่ถ้ากินตรงข้ามกับธาตุหรือราศี ก็จะส่งผลเสียแทน กับเคสของ ‘สาว’ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ อาหารมันเป็นยา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพิษได้เหมือนกัน

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 4

 

ในสายตาของพี่เป็นเอก อะไรยากกว่ากัน ระหว่างการเกลียดใครสักคน 15 ปี หรือการรักใครสักคน 15 ปี?

 

เป็นเอก: เราว่ามันง่ายพอๆ กันนะ มันไม่ใช่เรื่องยาก การจะเกลียดใครนานๆ กับการจะรักใครนานๆ มันง่ายพอกัน แค่ผลลัพธ์มันต่างกัน อันนึงเป็นผลดี อันนึงเป็นผลไม่ดี

 

สมมุติถ้าเราเกลียดใครนานๆ คนที่ซวยจริงๆ ไม่ใช่คนที่เรารเกลียด แต่เป็นตัวเราเอง อารมณ์มันจะขุ่นมัว แต่ถ้าเรารักใคร มันก็อีกแบบนึง อย่างเรา เรารักใครได้นาน 20 ปี 30 ปี 15 ปี เพราะเราเป็นคนชอบอะไรซ้ำๆ ชอบแล้วก็ชอบเลย อย่างก๋วยเตี๋ยวร้านนึง ก็กินได้เป็นสิบๆ ปี ไปจนร้านเขาจำได้ นั่งปุ๊บเขารู้เลยว่าเรากินอะไร บะหมี่แห้งไม่ใส่ตั้งฉ่าย

 

เพราะงั้นสำหรับเรามันง่าย แต่ถ้าจะให้เราเกลียดใคร 20-30 ปี อาจจะยาก เพราะเราไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์เกลียด มันเป็นอารมณ์ที่หนักเกินไป แบกไว้นานๆ ไม่น่าจะไหวสำหรับเรา เราไม่น่าจะทนไปได้นาน คนอย่างเราอ่ะ

 

อย่างนางเอกในเรื่องเนี้ย พี่ขอวกกลับมาพูดถึงหน่อย (หัวเราะ) มันไม่ได้เกลียดนะ สิ่งที่ทำให้เค้าต้องมาทำสิ่งนี้กับผู้ชายคนนี้ในเรื่อง มันเป็นความแค้น ไอ้ความแค้นมันเป็นคล้ายๆ Trauma เป็นปมที่สลัดไม่ออก ปลายทางของความเกลียดอ่ะ มันไม่มี Purpose อะไร แต่ความแค้นเนี่ย มันมีเป้าหมาย ทำให้ชีวิตแรงจูงใจบางอย่าง เหมือนกับว่า “กูรู้นะ กูตื่นมารู้ว่ากูจะทำอะไร ตั้งแต่กูตื่นจนกูหลับอ่ะ กูจะเอาไอ้เหี้ยนี่ให้แม่งจม” มันฟีลนั้นล่ะ

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 5

 

การกลับมาร่วมงานกับ Christopher Doyle อีกครั้งต่างจากครั้งก่อนอย่างไร? แล้วคุยกันถึง ‘รสชาติ’ ของภาพอย่างไร?

 

เป็นเอก: ดอยล์ไม่กินเหล้าแล้ว เลิกเหล้า งงไปเลยครับ ข้าพเจ้างงเลยครับ

 

ตอนใกล้จะเปิดกล้องนี่พี่ทองนี่เขามีงบเตรียมซื้อเบียร์สำหรับแต่ละวันเลยอ่ะ (หัวเราะ) สรุป อ้าว ไอ้เหี้ย เวย์เปลี่ยนไป แล้วคือไม่ใช่เพราะเรื่องสุขภาพนะ แต่เมียเขาสั่งให้เลิก อีกอย่างก็อายุมากขึ้นทั้งคู่ด้วย เขาอายุมากจริงๆ ฮะ คริส ดอยล์นี่อายุแก่กว่าผม 10 กว่าปีเลย ผม 64 เขาต้อง 75 นู่นแหละเนาะ แต่ว่าแข็งแรงมากนะ เดินไปดูโลเคชันเงี้ย แม่งนำทุกคนเลย เดินเร็วฉิบหาย อึดอยู่

 

คริสมาร่วมงานได้แบบกระชั้นมาก ไม่เหมือนตอน Last Life in the Universe กับ Invisible Wave ที่อยู่ได้นานหน่อย สมัยนั้นลากยาวหลายเดือนเลย ตอนทำครัวสาว เขามีถ่ายหนังเรื่องอื่นอยู่ ถ่ายหนังจีน พอเสร็จจากนี่ก็จะมีแต่งงานต่อแหนะ (หัวเราะ)

 

แต่ว่าสไตล์การทำหนังอะไรก็เปลี่ยนไปแหละ วิธีการเข้าถึง อะไรทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป อย่างไอ้ภาพของหนัง Wong Kar Wai ที่เราเคยนึก เคยชินกัน มันก็จะไม่ได้เห็นในหนังเรื่องนี้ จะเป็นหนังอีกลุค แต่นั่นคือวิธีการทำงานของคริสอยู่แล้วนะ ตั้งแต่สมัย 20 ปีที่แล้วที่ผมทำงานกับเขาอ่ะ ผลงานที่ผ่านมามันก็ไม่ได้หน้าตาแบบหนังหว่องนะ คริสเขาเป็นศิลปินอ่ะ ดีไซน์อะไรใหม่ๆ เป็นคนที่ตอบสนองกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สมมุติเขามาเมืองไทย เวลาออกไปดูโลเคชันกัน เขาก็จะแคร์เรื่อง Local color ของพื้นที่ตรงนั้น สมมุติคุณไปอยู่แหลมฉบัง พื้นที่มันเป็นยังไงล่ะ สีของพื้นที่ตรงนั้น ควรเป็นยังไง ก็ปรับให้เข้ากัน

 

เวลาเราไปดูโลเคชันกัน เราใช้เวลานานมากกับคริส อยู่กันเป็นวัน ดูแดด ดูลม แล้วหนังเรื่องนี้มันถ่ายที่ประจวบฯ กรุงเทพฯ แล้วก็เชียงใหม่ ลุยใต้ กลาง เหนือ แต่ละโลเคชันลักษณะของภูมิประเทศก็ต่างกันไป รวมถึงคัลเจอร์และอาหารด้วย แต่ละภาคก็จะให้อุณหภูมิที่ไม่เหมือนกัน

 

เราก็ไปสเกาต์กันแล้วไปดูกันอีกที แล้ววิธีการเลือกใช้ฟิลเตอร์หรือเลนส์ก็ปรับนะ คือถ้าเป็นสมัยก่อนเราถ่ายฟิล์มกัน อย่างคริสเนี่ย เขาโอลด์สคูลมาก คือคนยุคใหม่จะใช้คัลเลอร์เกรดดิ้งเป็นตัว Make difference แต่ของเขานี่คือเซ็ตอัพตั้งแต่ในกล้องเลย เพราะฉะนั้น ก่อนจะถ่ายช็อตแรกของแต่ละซีนเนี่ย เราใช้เวลาในการหาไอ้เซ็ตติ้งแบบแมนนวลกันสักแป๊บนึง สัก 10 นาที 15 นาที

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 6

 

ครัวสาว (Morte Cucina) เป็นภาพยนตร์ที่มี ‘อาหาร’ เป็นส่วนประกอบหลัก พาร์ตนี้ได้ดีไซน์ภาพของอาหารไว้อย่างไรบ้าง?

 

เป็นเอก: Food shot มันยากเสมอ เรื่องนี้เรา (กับคริส) คุยกันตั้งแต่ต้นแล้วว่า ด้วยความที่มันจะมีฟู้ดช็อตเยอะ เราจะไม่เอาไอ้การถ่ายฟู้ดช็อตแบบหนังโฆษณาอ่ะ ที่ถ่ายสโลว์โมชันแล้วเป็นควันๆ แต่เราจะทำให้มันดูเรียลเลย เหมือนตาเราเห็นจริงๆ แต่พอมันจริงมาก ก็เสือกไม่ photogenic อีก

 

เราทดลองกันเยอะมาก ตั้งแต่ภาชนะที่ใช้ ไปจนถึงวิธีมองผ่านภาชนะ ซึ่งทั้งหมดช่วยสร้างความรู้สึกอันตรายให้กับซีนได้

 

จำได้ว่าตอนเขียนสคริปต์ ซีน Big Cooking Scene ของเรื่อง เราวางรายละเอียดไว้ครบตั้งแต่ต้นจนจบ โดยบรรทัดสุดท้ายของซีนเขียนชัดเลยว่า นี่คือคุกกิ้งซีนที่ต้องถูกเล่าให้เหมือน Murder Scene ทั้งจังหวะการถ่าย การตัดต่อ และการเลือกเพลง ทุกอย่างต้องให้ความรู้สึกเหมือนการฆาตกรรม

 

เพราะฉะนั้น นอกจากความน่ากิน ความชวนให้น้ำลายไหลแล้ว มันต้องดูอันตรายด้วย ต้องสวย เย้ายวน แต่แฝงความเดนเจอรัส เป็นอะไรที่เหมือน “to die for”

 

ซีนนี้เลยต้องเทสต์ค่อนข้างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับฟู้ดสไตลิสต์ เราเลยต้องบาลานซ์ทุกอย่าง เช่น ผักเยอะเกินไปก็ไม่เวิร์ก บางจังหวะก็ต้องหาตัวช่วยเพิ่มเติมเพื่อให้ภาพออกมาตรงกับอารมณ์ที่ต้องการ

 

อย่างไอ้ตัวอาหารในหนังเรื่องนี้ เขาทำให้เห็นชัดเลยว่า ทุกจานแม่งไม่ได้พิเศษอะไรเลย เป็นอาหารที่เรารู้จักหมด เดลี่ไลฟ์สุดๆ คุ้นเคยแบบโคตรคุ้นเคย ไข่เจียวหอยนางรม ไข่ลูกเขย พะโล้ กุ้งผัดสะตอ กะเพรากรอบ ผัดหมูสามชั้น คือเมนูเบสิกที่พูดไปก็ยังน้ำลายสอ

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 7

 

เพราะงั้นตัวดิชแม่งเบสิกมากๆ แต่พอไปถึงวิธีทำงาน ตอนแรกก็เข้าใจไม่ตรงกัน เลยต้องมีเซสชันพรีโปร ทำให้ดูจริง ทำแล้วก็ถ่ายรูป ถ่ายเทสต์กันยับ แล้วก็มานั่งคอมเมนต์กันว่าอันนี้ไม่เวิร์ก อันนี้ได้ แล้วก็ปรับกันไปเรื่อยๆ

 

ขนาดเตรียมมาขนาดนั้นนะ ตอนถ่ายจริงแม่งยังชุลมุน ฉิบหายอยู่ดี ปัญหาของการถ่ายอาหารคือมันยากมาก แล้วจานมันยมเร็วชิบหาย แป๊บเดียวก็ไม่เฟรชแล้ว ผ่านไปนาทีเดียวใช้ไม่ได้ ถ้าจะถ่ายเทคใหม่ ต้องรออีกครึ่งชั่วโมง ทุกอย่างมันกะทันหันเหี้ยๆ ทำเสร็จปุ๊บต้องถ่ายปั๊บ ถ้าพลาดคือจบ ต้องทำใหม่

 

เราจะจำรายละเอียดโลเคชันทั้งหมดไว้ แล้วไปสร้างก๊อบในสตูดิโอแทน เพื่อคอนโทรลทุกอย่างได้ ไม่ว่าซีนจะเกิดที่เชียงใหม่ สงขลา กรุงเทพฯ หรือบ้านใคร ร้านไหน สุดท้ายก็ถูกรวบมาดีไซน์คอนทินิวในสองวันนั้นทั้งหมด

 

อีกอย่างคือเรื่องเลนส์ พวกเลนส์มาโครที่ต้องถ่ายใกล้ๆ แม่งแพง จะให้เช่ามาออกกองทุกวันก็ไม่ไหว นี่ไม่ใช่หนังเน็ตฟลิกซ์ที่แม่งทำได้ทุกอย่าง เราเลยวางแผนเช่าเฉพาะวันที่ต้องใช้จริง รวบถ่ายให้จบในช่วงนั้น

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 8

 

ทำไมนางเอกถึงต้องเป็น เบลล่า-ธนัชพร บุญแสง เธอคนนี้น่าสนใจอย่างไร?

 

เป็นเอก: ทำไมต้องเป็นเบลล่าเหรอ อ๋อ ก็เสี่ยงดวงฮะ (หัวเราะ) คือเธอไม่เคยเล่นหนังจริงจังมาก่อนเลย เคยมีบทเล็กๆ ในหนังฝรั่งเศสเรื่องหนึ่ง เป็นคอเมดี้มั้ง ผมก็ไม่ได้ดูนะ เป็นตัวประกอบเล็กมาก จริงๆ ตอนแคสต์มีคนเข้าตาอยู่สามคน เราก็นั่งคุยกันหมดทั้งสามคน แล้วสุดท้ายแม่ง…เอาวะ หัวก้อยละกัน ดีดเอา สรุป อ้าว เบลล่าได้

 

แต่ที่เบลล่าน่าสนใจสุดคือหน้าตาและลุคมันไปได้หลายทาง แล้วก็มีความตั้งใจสูงมาก แต่น้อง…อันนี้พี่ขอพูดตรงๆ เลยนะ คิดว่าแก่ขนาดนี้แล้วก็พูดได้แล้วล่ะ คือสังคมไทยแม่งมีปัญหาเรื่องความขาวแบบหนักมาก โดยเฉพาะผู้หญิง จะถูกตัดสินจากผิวเยอะมาก ดาราต้องขาว ไม่ขาวไม่ดัง กลายเป็นสเตอริโอไทป์ไปแล้ว

 

ต้องขาว หมวย สวย หรือไม่ก็ต้องลูกครึ่ง หน้าตาฝรั่งหน่อยๆ คือยังไงก็ต้องขาว มันเป็น obsession ของคนไทย ซึ่งกูไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเหี้ยอะไร บางทีมันอาจจะเป็นปมอะไรบางอย่างก็ได้

 

เราก็เลยคิดว่า งั้นกูเลือกคนที่ผิวเข้มที่สุดในกลุ่มแม่งเลยดีกว่า แหวกมันไปเลย ทำไมต้องขาววะ ทำไมต้องหลงใหลอะไรขนาดนั้น คนผิวคล้ำแม่งดูเฮลตี้ ดูแข็งแรงจะตาย คือไปไหนก็เห็นแต่คนกางร่มกัน กลัวแดดกันจะเป็นจะตาย (หัวเราะ) แบบเดินนิดเดียวก็หลบแดดแล้ว ซึ่งก็เข้าใจนะ มันเป็นผลพวงของสเตอริโอไทป์ในสังคม

 

แต่เอาจริงๆ ความคล้ำของเบลล่าไม่ใช่เหตุผลหลักที่เลือกหรอก มันเป็นแค่หนึ่งในเคมีเล็กๆ ที่ช่วยเสริมให้คาแรกเตอร์มันเวิร์กมากขึ้น แล้วสุดท้ายมันก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เธอวิน

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 9

 

ทางพระเอกอย่าง กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ก็ไม่ได้เล่นหนังมานานแล้ว พี่ต้อมไปดึงตัวเขามาเล่นได้อย่างไร?

 

เป็นเอก: แผนกแคสติ้งเขาแงะมา เราไม่รู้จักกฤษณ์มาก่อนเลย คือผู้ชายแบบนี้มันหายากฮะ นักแสดงไทยที่เข้าข่ายแบบนี้ อย่างแรกคือต้องอายุถึงก่อน เรื่องนี้พระเอกไม่ใช่วัย 20-30 นะ มัน 40 อัป แล้วแม่งแตะ 50 ด้วยซ้ำ พอเริ่มหาจริงๆ ถึงได้รู้ว่าแม่งหายากฉิบหาย

 

แล้วยิ่งเป็นนักแสดงอาชีพ จริงๆ มันจะมีวิธีการแสดงแบบไบเบิลของเขาอยู่ชุดหนึ่ง ซึ่งพอถึงจุดหนึ่งมันจะกลายเป็นความกังวลว่า “กูดูแก่ไหมวะ, กล้องจะออกมายังไง” มันเลยมีแบริเออร์สำหรับเรา เพราะสำหรับผม นักแสดงที่ดีไม่ใช่คนที่แสดงเก่งอย่างเดียว

 

นักแสดงที่ดีมันต้องเหมือนกระดาษขาว ผู้กำกับจะพิมพ์อะไรก็ได้ นั่นแปลว่าคุณต้องฟรีมาก พร้อมจะไปทุกที่กับผม ผมจูงมือคุณโดดเหว คุณต้องโดด ถ้ายังจะมาคิดว่า “พี่ มุมนี้ผมจมูกบานนะครับ” แบบนี้ทำงานกันไม่ได้เลย

 

ผมเคยทำงานกับนักแสดงผู้ชายคนนึงนะ นิสัยดีทุกอย่างเลย แต่มีคอนเซิร์นแปลกๆ มีซีนต้องโกนหนวดแปรงฟันตอนเช้า ถอดเสื้อ ใส่บ็อกเซอร์อยู่ในห้องน้ำ ปกติมาก แต่แม่งไม่ยอมถอดเสื้อ ผมก็งง เหี้ย…ผู้ชายถอดเสื้อมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ สุดท้ายต้องหยวน วิ่งไปหาเสื้อกล้ามมาให้ใส่ (หัวเราะ)

 

เพราะงั้นข้อจำกัดแบบนี้มันมี แล้วพอรวมกับเงื่อนไขทั้งหมด เรื่องนี้แม่งเกือบไม่ได้ทำแล้ว เพราะหานักแสดงผู้ชายไม่ได้ ตอนแรกเรานึกว่าฝั่งผู้หญิงจะหายาก เพราะบทก็แรงอยู่เหมือนกัน สรุปแม่งกลายเป็นฝั่งผู้ชายที่หายากกว่า

 

แล้วกฤษณ์แม่งมาแบบพระเจ้าส่งมาเลย ตอนแรกเกือบจะย้อนกลับไปใช้นักแสดงคู่บุญคนหนึ่งแล้วนะ เพราะเขาเก่ง จัดการได้หมด แต่เราก็อยากได้คนที่เราเชื่อจริงๆ ว่า “เป็นไอ้เหี้ยนี่” แล้วอยู่ๆ กฤษณ์ก็โผล่มา

 

เขาอัดเทปส่งมาให้ดู เราดูปุ๊บก็รู้เลยว่า เหี้ยนี่แม่งเวิร์กว่ะ แถมหน้าดันคล้ายณเดชน์อีก ตอนแรกยังคิดว่า เอ้า… ณเดชน์เหรอวะ เรามีเงินจ่ายเขาเหรอวะ (หัวเราะ) สรุปไม่ใช่ เป็นกฤษณ์ พอนัดคุยกันจริงก็ดี ทุกอย่างลงตัว สุดท้ายก็เอาวะ แล้วมันก็เวิร์กมากด้วย เพราะเขาไม่ได้แสดงมาสักพัก มันเลยสด น่าสนใจ

 

สำหรับผม การทำหนังไม่ค่อยคอนเซิร์นเรื่องว่าใครแสดงเก่งหรือไม่เก่ง สิ่งที่ผมสนใจคือ คุณ ‘ฟรี’ แค่ไหน กระโจนไปกับกูได้แค่ไหน บ้าได้แค่ไหน เปลี่ยนตัวเองได้แค่ไหน อีกอย่างคือเวลา ผมไม่เอาแบบมาถ่ายกับผมสองวัน แล้วไปถ่ายละครสามวัน สลับไปสลับมา แบบนั้นไม่เอา ผมขอฟูลไทม์ แต่จะทำให้สั้นที่สุด

 

คือพอเริ่มถ่ายไปอาทิตย์หนึ่ง นักแสดงก็มาบอกเลยว่า “พี่ วิธีนี้แม่งดีว่ะ” ดีจนหลุดไม่ออก สตันต์อยู่ในคาแรกเตอร์ไปเลย เพราะสำหรับนักแสดงหลายคน ถ้ามีงานเดียวมันจะรู้สึกไม่ยั่งยืน ต้องมี 3-4 งาน ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า แต่พอได้โฟกัสงานเดียวจริงๆ มันกลับพาไปได้ลึกกว่าเยอะนะ

 

คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป 10

 

ขอปิดจบแบบเบสิกแล้วกัน ให้พี่ต้อมฝากผลงาน ครัวสาว (Morte Cucina) หน่อย

 

เป็นเอก: เอาจริง ไอ้การฝากหนังนี่โคตรยากเลยนะ (หัวเราะ) จะฝากยังไงให้คนเห็นภาพในเวลาสั้นๆ ดี

 

งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า พวกเราเป็นคนไทยกันทั้งหมดใช่ไหม เพราะฉะนั้น นอกจากเราจะภูมิใจกับยิ้มสยาม หรืออะไรต่างๆ แล้ว อีกอย่างหนึ่งที่คนไทยภูมิใจมากก็คือ ‘อาหารไทย’ แล้วตอนนี้อาหารไทยก็ดังไปทั่วโลกแล้วด้วย

 

ลองนึกดูสิ มีหนังเรื่องไหนบ้างที่นำเสนออาหารไทยแต่ละจานออกมาได้อย่างสง่างามแบบเรื่องนี้ เราว่าไม่ค่อยมีนะ อย่าเพิ่งนึกถึง Hunger เพราะเรื่องนั้นแม้จะเกี่ยวกับอาหารก็จริง แต่มันมีความเป็นฟิวชัน มีวัฒนธรรมอื่นผสมอยู่

 

เรื่องนี้คืออาหารไทยเพียวๆ เลย แล้วก็เป็นอาหารที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ที่เรากินกันจริงๆ เพราะฉะนั้นอยากชวนให้ไปดูกันนะ เราคิดว่ามันน่าจะเป็นหนังที่ขึ้นหิ้งได้เลย ในแง่ของการนำเสนออาหารไทยด้วยความภาคภูมิใจ

 

แล้วก็มีอีกอย่างที่อยากฝากสำคัญมาก คือก่อนเข้าไปดู กินให้อิ่มไปก่อน (หัวเราะ) ไม่งั้นจะทรมานมาก เพราะมันมีแต่คนพูดแบบนี้กับเรามาตลอด

 

หนังเรื่องนี้ฉายมาแล้วหลายประเทศ ตั้งแต่เปิดตัวที่สเปน ไปญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ทุกที่คนจะพูดเหมือนกันหมดว่า “รู้งี้กินมาก่อนดีกว่า เพราะดูแล้วหิวมากจริงๆ”

 

เพราะฉะนั้นฝากไว้เลยว่า กินให้อิ่มก่อนเข้าไปดู แต่อย่าอิ่มเกินไปนะ เดี๋ยวหลับ (หัวเราะ) แอร์ในโรงมันเย็นด้วย เอาเป็นว่า อย่าปล่อยให้ท้องว่าง เพราะไม่งั้นจะทรมานแน่นอน หนังมันจัดเต็มทั้งภาพและเสียง ดูแล้วหิวแสบท้องแน่ๆ ครับ

The post คุยกับ เป็นเอก รัตนเรือง ถึง ‘ครัวสาว’ และวงการหนังไทยในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sana วง TWICE จะแสดงในภาพยนตร์ครั้งแรกร่วมกับ Takeru Satoh https://thestandard.co/sana-twice-acting-debut/ Sun, 12 Jul 2026 03:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1229619 ภาพ Sana วง TWICE ในชุดสีดำกำลังยิ้ม

Sana โลดแล่นอยู่ในวงการเคป๊อปในฐานะไอดอลจากวง TWICE และ […]

The post Sana วง TWICE จะแสดงในภาพยนตร์ครั้งแรกร่วมกับ Takeru Satoh appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Sana วง TWICE ในชุดสีดำกำลังยิ้ม

Sana โลดแล่นอยู่ในวงการเคป๊อปในฐานะไอดอลจากวง TWICE และได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถทั้งการร้องเพลงและการเต้นมานานหลายปี ล่าสุดเธอกำลังจะได้โชว์ศักยภาพอีกด้านหนึ่งให้แฟนๆ ได้เห็น โดย Sana กำลังจะเดบิวต์ในฐานะนักแสดงเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์สัญชาติเกาหลี-ญี่ปุ่นเรื่องใหม่

 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ต้นสังกัดอย่าง JYP Entertainment ได้ออกมาคอนเฟิร์มผ่านสื่อ Dispatch ว่า “Sana กำลังจะได้เดบิวต์บนจอใหญ่ เธอได้รับการทาบทามให้ไปร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ทางเกาหลีและญี่ปุ่นร่วมกันโปรดิวซ์ เรื่อง Nyangi (ชื่อโปรเจกต์อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต)”

 

สำหรับโปรเจกต์นี้ Sana จะได้ร่วมงานกับ Takeru Satoh พระเอกเจ้าบทบาทมากความสามารถคนดังที่มีผลงานน่าชื่นชมมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากการแสดงมหากาพย์ภาพยนตร์ Rurouni Kenchin ซึ่งที่จริงทั้งสองเคยได้ร่วมงานกันมาแล้ว เมื่อ Takery Satoh ได้ไปปรากฏตัวในวิดีโอ Highlight Medley อัลบั้ม Play ผลงานชุดใหม่ของวง MISAMO ยูนิตเจแปนไลน์จาก TWICE ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสมาชิกวง MISAMO ประกอบไปด้วยสามสาวเชื้อสายญี่ปุ่นอย่าง Sana, Momo และ Mina

 

มีการรายงานด้วยว่าโปรเจกต์ Nyangi จะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โดยแฟนๆ ก็ต้องติดตามข่าวการอัปเดตผลงานการแสดงครั้งแรกของ Sana กันต่อไป

 

ภาพ: The Chosunilbo JNS/Imazins via Getty Images

 

อ้างอิง: https://www.allkpop.com/article/2026/07/twices-sana-to-make-acting-debut-in-korean-japanese-film-alongside-takeru-satoh

The post Sana วง TWICE จะแสดงในภาพยนตร์ครั้งแรกร่วมกับ Takeru Satoh appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zendaya ชื่นชม Tom Holland ที่ทุ่มเทกับบท Spider-Man https://thestandard.co/zendaya-praises-tom-holland-spider-man/ Sat, 11 Jul 2026 04:27:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1229429 Tom Holland และ Zendaya ยืนคู่กันในงานเปิดตัวภาพยนตร์

เมื่อไม่นานมานี้ Tom Holland ได้ให้สัมภาษณ์ชื่นชม Zenda […]

The post Zendaya ชื่นชม Tom Holland ที่ทุ่มเทกับบท Spider-Man appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Holland และ Zendaya ยืนคู่กันในงานเปิดตัวภาพยนตร์

เมื่อไม่นานมานี้ Tom Holland ได้ให้สัมภาษณ์ชื่นชม Zendaya ในฐานะนักแสดงผู้มีพรสวรรค์ที่ทุ่มสุดตัวให้กับการทำงานอยู่เสมอ และครั้งนี้ก็ถึงคราวของ Zendaya ที่ออกมากล่าวชื่นชม Tom Holland ออกสื่อ โดยเผยว่าเขามีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานสำหรับการรับบท Spider-Man เป็นอย่างมาก

 

Zendaya กล่าวถึง Tom Holland ในคลิปที่ทาง Sony Pictures ปล่อยออกมาก่อนการเปิดตัวภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day ที่ทั้งสองได้กลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง โดยชื่นชมเขาว่า “หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจาก Tom Holland ไม่ใช่แค่เพียงเพราะว่าเขารับบทเป็น Spider-Man นะ แต่เป็นเพราะการทำงานหลังกล้องที่เขาทำทั้งหมดเลย

 

“เขาใส่ใจกับตัวละครนี้มากเหลือเกิน แล้วเขาก็ใส่ใจกับผู้คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความเกี่ยวโยงกับคาแรกเตอร์นี้มากด้วยเช่นกัน เขาอยากให้ถ่ายทอดเรื่องราวของ Peter Parker และความหมายที่ตัวละครนี้มีต่อผู้คนออกมาให้ดีที่สุด”

 

Zendaya เผยถึงวิถีการทำงานของ Tom Holland ด้วยว่า

 

“ไม่มีอะไรที่หลุดรอดจากสายตาของเขาไปได้ เขาทุ่มเทอย่างสุดตัว และไม่ได้เอาใจใส่กับทุกๆ รายละเอียดและทุกแง่มุมแค่กับ Spider-Man เท่านั้น แต่ยังใส่ใจกับตัว Peter Parker ด้วย”

 

Zendaya พบรักกับ Tom Holland ในกองถ่าย Spider-Man หลังถ่ายทำภาคแรกด้วยกันเมื่อปี 2016 พวกเขาเปิดตัวคบหากันอย่างเป็นทางการในปี 2021 หลังจากนั้นจึงได้หมั้นหมายกันในปี 2025 โดยช่วงที่ผ่านมาสไตลิสต์คู่ใจของ Zendaya ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าทั้งสองได้เข้าพิธีวิวาห์กันไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีภาพงานแต่งงานของพวกเขาเล็ดลอดออกมาให้สื่อเห็นแต่อย่างใด

 

ภาพ: Carlos Alvarez/Getty Images

อ้างอิง: https://people.com/zendaya-praises-husband-tom-holland-for-being-so-committed-to-spider-man-12011502

The post Zendaya ชื่นชม Tom Holland ที่ทุ่มเทกับบท Spider-Man appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิ้ง ชัญญา ร่วมแสดงใน Kung Fu Soccer ภาพยนตร์ภาคแยกของ Shaolin Soccer https://thestandard.co/chanya-mcclory-kung-fu-soccer-spin-off/ Thu, 09 Jul 2026 12:08:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1228951 ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ Kung Fu Soccer ที่ นิ้ง ชัญญา โพสต์บนอินสตาแกรม

อีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองสำหรับ Kung Fu Soccer ภาพยนต […]

The post นิ้ง ชัญญา ร่วมแสดงใน Kung Fu Soccer ภาพยนตร์ภาคแยกของ Shaolin Soccer appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ Kung Fu Soccer ที่ นิ้ง ชัญญา โพสต์บนอินสตาแกรม

อีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองสำหรับ Kung Fu Soccer ภาพยนตร์ภาคแยกของ Shaolin Soccer ที่เคยสร้างความสำเร็จเมื่อปี 2001 จะกลับมาด้วยการเล่าเรื่องในมุมมองใหม่ พร้อมนักแสดงชาวไทยอย่าง นิ้ง ชัญญา ที่จะมาร่วมแสดงในโปรเจกต์นี้

 

โดย Kung Fu Soccer เป็นผลงานจากผู้กำกับมากฝีมือ Chow Sing Chi ที่กลับมานั่งแท่นผู้กำกับในรอบ 7 ปี พร้อมนักแสดงนำ อาทิ Zhang Xiaofei, Dilraba และ Lay Zhang Yixing พร้อมทัพนักแสดงรับเชิญอีกหลากหลายประเทศ โดย นิ้ง ชัญญา ก็จะเป็นหนึ่งในนักแสดงชาวไทยที่จะปรากฏตัวในโปรเจกต์นี้

 

ซึ่งเธอได้โพสต์ภาพโปสเตอร์และข้อความผ่านแพลตฟอร์มอินสตาแกรมว่า “ในที่สุดทั้งโลกก็จะได้รู้ว่าทำไมฉันถึงอินกับฟุตบอลมากขนาดนี้ 3 ปีแห่งการรอคอย ทั้งบาดเจ็บที่ข้อเท้าและหัวเข่า ในที่สุดก็ได้บทนี้มาแล้วค่ะ เจอกันที่สนามนะ เรียก ชัญญา เสี้ยวลิ้มยี่ ได้เลยค่ะ” โดยหลังจากโพสต์ของเธอก็ได้รับคำชื่นชมมากมายจากแฟนๆ และเพื่อนนักแสดงที่เธอสามารถคว้าบทบาทในโปรเจกต์ใหญ่ครั้งนี้ได้

 

Kung Fu Soccer เป็นภาพยนตร์แอ็กชันคอมเมดี้ที่เป็นการร่วมทุนสร้างระหว่างจีนและฮ่องกง ที่เป็นเรื่องราวภาคแยกของ Shaolin Soccer ภาพยนตร์ระดับตำนานซึ่งเป็นการกลับมาในรอบ 25 ปี ว่าด้วยเรื่องฟุตบอลที่มีกังฟูมาเกี่ยวข้อง โดยจะเล่าผ่านมุมมองของ Emei ทีมฟุตบอลหญิงม้ามืดที่จะนำศิลปะการต่อสู้แบบกังฟูมาประยุกต์ใช้ในเกมการแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์ ซึ่งมีกำหนดการฉายในวันที่ 6 สิงหาคมนี้

 

สำหรับ นิ้ง ชัญญา เป็นนักแสดงมากฝีมือที่ฝากผลงานการแสดงไว้มากมาย ซึ่งหลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอในบทบาทของ ยูริ ในเรื่อง เด็กใหม่ (Girl From Nowhere) ซีซัน 2 รวมถึง The Deadline ในบทบาท เอย และ บทบาท น้ำ ในเรื่อง เคว้ง ซึ่งแต่ละบทบาทของเธอนั้นพิสูจน์ฝีมือการแสดงของเธอมาแล้วไม่น้อย ต้องรอติดตามกันว่าเธอจะปรากฏตัวด้วยบทบาทใดในภาพยนตร์เรื่องนี้

 

ภาพ: chanyamcclory / Instagram

 

อ้างอิง: https://www.instagram.com/p/DacuZu2Tpiq/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==

The post นิ้ง ชัญญา ร่วมแสดงใน Kung Fu Soccer ภาพยนตร์ภาคแยกของ Shaolin Soccer appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ วง 4EVE เตรียมประกบคู่ในภาพยนตร์ LION HEART https://thestandard.co/paearak-punch-4eve-lion-heart/ Wed, 08 Jul 2026 06:17:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1228160 ภาพ เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ 4EVE ในพิธีบวงสรวงภาพยนตร์ LION HEART

อีกหนึ่งโปรเจกต์น่าจับตามองสำหรับ LION HEART (Working T […]

The post เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ วง 4EVE เตรียมประกบคู่ในภาพยนตร์ LION HEART appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ 4EVE ในพิธีบวงสรวงภาพยนตร์ LION HEART

อีกหนึ่งโปรเจกต์น่าจับตามองสำหรับ LION HEART (Working Title) ภาพยนตร์ที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของวัฒนธรรมการเชิดสิงโต นำแสดงโดย เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ ทิพานัน จากวง 4EVE ที่เพิ่งจัดพิธีบวงสรวงไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือระหว่าง คาร์แมนไลน์ และ M STUDIO โดยมี JungKa Studio รับหน้าที่ผลิต และได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง เอส คมกฤษ ผู้เคยฝากผลงานประทับใจผู้ชมมาแล้วจาก เพื่อนสนิท, หนูหิ่น เดอะมูฟวี่, สายลับจับบ้านเล็ก และ อนงค์ โดยครั้งนี้เขาพร้อมนำเสนออีกแง่มุมของชีวิตที่เต็มไปด้วยความผูกพัน ความฝัน และพลังแห่งแรงบันดาลใจ ผ่านโลกของการเชิดสิงโต

 

ซึ่งนอกจากนักแสดงนำอย่าง เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ ทิพานัน แล้ว ยังเสริมทัพด้วยทีมนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ หยวน กวินรัฏฐ์, เจ็ท ภัทร์ไพบูลย์ จากวง ATLAS, ลูลู่ ดวงฤดี (ลูลู่ โปงลางสะออน) และ เอิร์ธ ณัฐนันท์ ที่จะมาสร้างสีสันและเติมเต็มความสนุกให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

 

อย่างไรก็ตาม LION HEART ยังถือเป็นชื่ออย่างไม่เป็นทางการและอยู่ในระหว่างกระบวนการถ่ายทำ เพื่อที่จะถ่ายทอดความสมจริงในการเชิดสิงโต นักแสดงทุกคนต้องเข้ารับการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ทั้งการเรียนรู้กลไกการเชิดสิงโต จดจำลีลาท่าทาง การเคลื่อนไหวของร่างกาย ตลอดจนเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ก่อนส่งต่อเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจสู่สายตาผู้ชม

 

สำหรับ พั้นช์ ทิพานัน เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปวง 4EVE ที่ฝากผลงานเพลงฮิตไว้มากมาย ซึ่งเธอกำลังก้าวสู่พาร์ตของการเป็นนักแสดงพร้อมโปรเจกต์ที่น่าจับตามอง รวมถึงเป็นการประกบคู่กันครั้งแรกกับ เป้ อารักษ์ ศิลปินและนักแสดงมากฝีมือ ที่มีผลงานในวงการมาอย่างยาวนาน การร่วมงานกันในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่แฟนๆ จะได้พบกับบทบาทใหม่ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและจะถ่ายทอดออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ในปี 2027

 

ภาพ: M STUDIO

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1JWDMwebBs/

The post เป้ อารักษ์ และ พั้นช์ วง 4EVE เตรียมประกบคู่ในภาพยนตร์ LION HEART appeared first on THE STANDARD.

]]>
โยชิ รินรดา รับบทนำในภาพยนตร์ ‘รินรดา THE INFLUENCER’ ปักวันฉาย 20 ส.ค. นี้ https://thestandard.co/rinrada-the-influencer-yoshi-film/ Fri, 03 Jul 2026 08:44:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1226338 โปสเตอร์ภาพยนตร์ รินรดา THE INFLUENCER แสดง โยชิ รินรดา

เป็นที่น่าจับตามองสำหรับ รินรดา THE INFLUENCER ภาพยนตร์ […]

The post โยชิ รินรดา รับบทนำในภาพยนตร์ ‘รินรดา THE INFLUENCER’ ปักวันฉาย 20 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปสเตอร์ภาพยนตร์ รินรดา THE INFLUENCER แสดง โยชิ รินรดา

เป็นที่น่าจับตามองสำหรับ รินรดา THE INFLUENCER ภาพยนตร์แนวไซเบอร์-ระทึกขวัญ ที่คว้าตัว โยชิ รินรดา นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์สาวมารับบทนำในเรื่องราวสุดเข้มข้น พร้อมปล่อยโปสเตอร์แรกอย่างเป็นทางการ เตรียมปักวันฉาย 20 สิงหาคมนี้

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นผลงานล่าสุดจาก THAM STUDIO19 ผู้สร้าง คน ทรง ผี และ หม่อม รวมทั้งยังมีผลงานการนำเข้าภาพยนตร์สยองขวัญเอเชียอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดผ่านฝีมือการกำกับของ อาร์ม อาทิตย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เคยเปิดตัวพร้อม Official Pilot เมื่อช่วงเดือนตุลาคมในปี 2025 และเป็นที่น่าจับตามองของแฟนหนัง โดยนอกจากนักแสดงนำอย่าง โยชิ รินรดา ยังร่วมกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง กระทิง ขุนณรงค์, นีน่า ณัฐชา อีกทั้งยังเป็นการรวมอินฟลูเอนเซอร์และแอดมินเพจชื่อดังอีกมากมายมาเสริมทัพความเข้มข้นในโปรเจกต์นี้

 

รินรดา THE INFLUENCER เป็นเรื่องราวของ รินรดา อินฟลูเอนเซอร์ขวัญใจวัยรุ่น ที่ตัดสินใจจบชีวิตลงหลังจากชาวเน็ตร้อยพ่อพันแม่ที่โจมตีเธออย่างหนัก ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโลกหลังความตาย พร้อมโอกาสเพียงแค่ 49 วัน ในการกลับมายังโลกมนุษย์เพื่อสะสางทุกอย่างที่ค้างคา โดยมี ฮันน่า (นีน่า ณัฐชา) เด็กสาวลึกลับที่ตามติดมาจากปรโลกคอยคุมกฎของเวลา และ ปอ (กระทิง ขุนณรงค์) ชายหนุ่มขายบะหมี่เกี๊ยวแสนธรรมดาที่ต่อสู้ให้รินรดาพ้นจากชะตากรรมของการเป็นสัตว์นรกที่คนในโลกโซเชียลร่วมสร้างมันขึ้นมา

 

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง นอกจากเนื้อเรื่องที่เป็นการตีแผ่และเสียดสีสังคมในโลกโซเชียลแล้ว ยังได้ โยชิ รินรดา ที่โลดแล่นอยู่ในวงการอินฟลูเอนเซอร์จริงๆ มาถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนี้ พร้อมทัพนักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์อีกมากมายที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสความระทึกขวัญใน รินรดา THE INFLUENCER ซึ่งจะเข้าฉาย 20 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

ภาพ: THAM STUDIO19

 

อ้างอิง: https://www.instagram.com/p/DaRtlrSC165/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==

The post โยชิ รินรดา รับบทนำในภาพยนตร์ ‘รินรดา THE INFLUENCER’ ปักวันฉาย 20 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีตหัวหน้าทีมแคสติ้งภาพยนตร์ 007 คิดว่า Jacob Elordi และ Callum Turner ไม่ควรได้เป็น James Bond คนต่อไป https://thestandard.co/jacob-elordi-callum-turner-james-bond/ Thu, 02 Jul 2026 11:59:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1226107 ภาพ Jacob Elordi และ Callum Turner สองนักแสดงชายที่ถูกพูดถึงในบท James Bond

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักแสดงชายดาวรุ่งหลายคนถูกคาดเดาว่า […]

The post อดีตหัวหน้าทีมแคสติ้งภาพยนตร์ 007 คิดว่า Jacob Elordi และ Callum Turner ไม่ควรได้เป็น James Bond คนต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ Jacob Elordi และ Callum Turner สองนักแสดงชายที่ถูกพูดถึงในบท James Bond

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักแสดงชายดาวรุ่งหลายคนถูกคาดเดาว่าพวกเขาจะได้มารับบท James Bond ต่อจาก Daniel Craig ที่ปิดฉากภาพยนตร์ 007 ในเวอร์ชันของเขาไปเมื่อปี 2021 ตั้งแต่ Idris Elba มาจนถึง Aaron Taylor-Johnson จนกระทั่งภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือนมานี้ที่คอหนังเริ่มคาดหมายกันว่า บทสายลับ 007 อาจตกไปอยู่ที่ Jacob Elordi หรือ Callum Turner

 

แม้ว่าหลายคนจะอยากเห็น Jacob Elordi และ Callum Turner สวมบทเป็นสายลับสุดเนี้ยบ แต่สำหรับ Debbie McWilliams อดีตหัวหน้าทีมแคสติงแฟรนไชส์ภาพยนตร์ 007 ที่ทำงานนี้มานานมากกว่า 40 ปี และยังมีผลงานที่โด่งดังอย่าง Game of Thrones และ The Crown กลับไม่เห็นด้วย โดยล่าสุดเธอให้สัมภาษณ์ผ่าน The Independent ถึงประเด็นดังกล่าวว่า

 

“ฉันไม่อยากเห็นพวกเขาคนไหนมารับบท James Bond ทั้งนั้น

 

“มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ James Bond จะต้องดูลึกลับและเป็นปริศนา ฉันจึงไม่อยากเห็นบุคคลเหล่านั้นมารับบทนี้เพราะเรารู้เรื่องราวของพวกเขามากมายเหลือเกิน เราอยากรู้เรื่องส่วนตัวของผู้รับบทนี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่สายลับเป็น เราไม่อยากรู้ว่าพวกเขาไปชอปปิงที่ไหน หรือว่าพ่อแม่ของพวกเขาเป็นใคร อาศัยอยู่ที่ไหน เราไม่เคยต้องการเห็นพวกเขาตอนอยู่ที่บ้าน นั่นคือองค์ประกอบที่จำเป็นมาก”

 

Debbie McWilliams กล่าวต่อว่า “เขาได้รับคำสั่งให้ฆ่า และเราต้องสามารถเชื่อได้ว่าเขาทำแบบนั้นได้ ถ้าคนดูไม่เชื่อ งั้นคุณก็สูญเสียผู้ชมไปแล้ว”

 

Debbie McWilliams เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแคสติงบท James Bond ทั้ง Timothy Dalton, Pierce Brosnan และ Daniel Craig ซึ่งเธอได้เกษียณตัวเองจากโปรเจกต์ก่อนที่ Amazon จะซื้อแฟรนไชส์ไป โดยเธอเผยอีกว่า เธอต้องการให้เจ้าของบท James Bond เป็นนักแสดงที่ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไรนัก และภาพยนตร์ก็ควรที่จะให้ตัวละครนี้เป็นผู้ชายต่อไป

 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง: https://www.nme.com/news/film/jacob-elordi-and-callum-turner-shouldnt-be-the-next-james-bond-says-former-007-casting-boss-3954260

The post อดีตหัวหน้าทีมแคสติ้งภาพยนตร์ 007 คิดว่า Jacob Elordi และ Callum Turner ไม่ควรได้เป็น James Bond คนต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>