Art & Design – THE STANDARD https://thestandard.co/category/culture/art-design/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 24 May 2026 08:37:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 7 THINGS WE LOVE ABOUT LOUIS VUITTON ART WORLD COLLABS เมื่อโลกศิลปะมาเจอโลกลักชัวรี https://thestandard.co/louis-vuitton-art-collabs/ Sun, 24 May 2026 08:37:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1210467 ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง

Louis Vuitton ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ลักชัวรีที่ยืนหยัดผ่ […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT LOUIS VUITTON ART WORLD COLLABS เมื่อโลกศิลปะมาเจอโลกลักชัวรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง

Louis Vuitton ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ลักชัวรีที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา ยังเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มองเห็น “ศิลปะ” เป็นส่วนหนึ่งของ DNA มาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคของ Marc Jacobs ที่เข้ามารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ในช่วงปลายยุค 90s เขาคือผู้ที่เปิดประตูให้ Louis Vuitton ก้าวเข้าสู่บทสนทนาใหม่ของวงการแฟชั่น ผ่านการดึงศิลปินระดับโลกจากหลากหลายแขนงเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับแบรนด์อย่างจริงจัง คงไม่มีใครลืมคอลเล็กชัน Stephen Sprouse ในปี 2000 ไปได้ ที่เขานำเอาลายกราฟิตีมาใช้แทนลายโมโนแกรมดั้งเดิมของ Louis Vuitton การกระทำครั้งนี้ทำให้ Louis Vuitton เป็นพื้นที่ที่ศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัยหลอมรวมกันได้อย่างลงตัว

 

 

ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ Louis Vuitton ยังคงเดินหน้าสร้างบทสนทนากับโลกศิลปะอย่างต่อเนื่อง ผ่านทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า Exhibition ไปจนถึงโชว์รันเวย์ที่เต็มไปด้วยการอ้างอิงถึงศิลปินชื่อดังจากหลากหลายยุค ตั้งแต่ Takashi Murakami, Yayoi Kusama, Richard Prince ไปจนถึงการตีความ Pop Culture และ Street Art ในรูปแบบใหม่อยู่เสมอ สะท้อนให้เห็นว่า Louis Vuitton ไม่เคยมองศิลปะเป็นเพียงแรงบันดาลใจชั่วคราว แต่คือรากฐานสำคัญที่ช่วยผลักดันให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับโลกยุคใหม่ได้อยู่เสมอ

 

และนี่คือ 7 คอลลาบอเรชันที่ทำให้ Louis Vuitton กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นที่ผูกพันกับโลกศิลปะได้อย่างทรงพลังที่สุดในอุตสาหกรรมแฟชั่นยุคปัจจุบัน

 

STEPHEN SPROUSE

 

ย้อนกลับไปในปี 2000 โปรเจกต์ระหว่าง Louis Vuitton และ Stephen Sprouse ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ไปตลอดกาล Marc Jacobs ตัดสินใจนำศิลปิน และ ดีไซเนอร์สายพังก์อย่าง Stephen Sprouse เข้ามารีมิกซ์ลายโมโนแกรมอันเป็นสัญลักษณ์คลาสสิกของแบรนด์ด้วยกราฟฟิตีตัวอักษรนีออนที่ดูดิบ สด และ แหวกขนบ ในเวลานั้นถือเป็นสิ่งที่กล้าหาญมาก เพราะโลก ลักชัวรี ยังเต็มไปด้วยภาพลักษณ์ที่ เนี้ยบ และ เข้าถึงยาก แต่ Louis Vuitton กลับเลือกให้กระเป๋าหรูถูกพ่นลายเหมือนกำแพงข้างถนน ผลลัพธ์คือคอลเล็กชันที่กลายเป็นไอคอนิกทันที และ ยังถูกนำกลับมาทำใหม่อีกครั้งหลัง Stephen เสียชีวิต คอลลาบอเรชันครั้งนี้กลายเป็น Blueprint สำคัญที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นเริ่มหันมาจับมือกับศิลปินร่วมสมัยมากขึ้นในยุคต่อมา หลายคนถึงมองว่า ถ้าไม่มี Stephen Sprouse เราอาจไม่ได้เห็น Louis Vuitton ในเวอร์ชันแบบปัจจุบันนี้ก็เป็นไปได้

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 1

 

YAYOI KUSAMA

 

หนึ่งในคอลลาบอเรชันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Louis Vuitton คงหนีไม่พ้นการร่วมงานกับ Yayoi Kusama ศิลปินหญิงระดับตำนานจากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องลายจุด Polka Dot และ โลกแห่ง Infinity โปรเจกต์แรกเปิดตัวในปี 2012 ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2023 พร้อมกระแสความนิยมระดับโลก ร้าน Louis Vuitton ทั่วโลกถูกแปลงโฉมด้วย installation ขนาดยักษ์ ทั้งหุ่น Kusama ลายจุดบนตึก และการตกแต่งร้านตามแนวคิดของศิลปินที่กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ งานของ Kusama ไม่ได้ถูกนำมาแค่ “ตกแต่ง” สินค้า แต่ถูกหลอมรวมเข้ากับภาพลักษณ์ของ Louis Vuitton อย่างสมบูรณ์ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ไปจนถึงน้ำหอม ล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลศิลปะของเธอ คอลเล็กชันนี้ตอกย้ำว่า Louis Vuitton เข้าใจวิธีเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับศิลปะระดับโลกอย่างแท้จริง

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 2

 

TAKASHI MURAKAMI

 

คอลลาบอเรชันที่นิยามโปรเจกต์ระหว่าง Louis Vuitton และ Takashi Murakami คือคำตอบนั้น Murakami นำลายโมโนแกรมแบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ด้วยสีสันสดใส คาแรกเตอร์ดอกไม้ยิ้ม และ Aesthetic แบบ Anime Pop Art ที่เต็มไปด้วยพลังของวัฒนธรรมญี่ปุ่นร่วมสมัย ผลลัพธ์คือกระเป๋าโมโนแกรมหลากสีที่กลายเป็น It Bag ของยุค 2000s ทันที กระแสความสำเร็จของคอลเล็กชันนี้สร้างปรากฏการณ์อย่างมาก ไม่เคยมีการต่อแถวรอเพื่อเข้าร้านของ Louis Vuitton มาก่อน จนกระทั่งคอลลาบอเรชันนี้เกิดขึ้น สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้สำคัญ ไม่ใช่แค่ยอดขายมหาศาล แต่คือการทำให้ Louis Vuitton กลายเป็นแบรนด์ที่เชื่อมต่อกับ Pop Culture ได้อย่างยอดเยี่ยม Murakami เปลี่ยนภาพจำของสินค้าลักชัวรีให้สนุก สด และเข้าถึงได้มากขึ้น และจนถึงทุกวันนี้ หลายคนยังมองว่าคอลเล็กชันนี้คือหนึ่งคอลลาบอเรชันที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่นยุคใหม่

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 3

 

JEFF KOONS

 

หากพูดถึงหนึ่งใน โปรเจกต์ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการ แฟชั่น และ ศิลปะมากที่สุดของ Louis Vuitton ชื่อของ Jeff Koons “Masters” คือสิ่งที่หลายคนยังจดจำได้จนถึงทุกวันนี้ โปรเจกต์ นี้เปิดตัวในปี 2017 โดย Jeff Koons นำผลงานระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินระดับโลกอย่าง Da Vinci, Van Gogh, Rubens และ Fragonard มาพิมพ์ลงบนกระเป๋ารุ่นไอคอนิกของแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Speedy, Neverfull และ Keepall หลายคนอาจมองว่าคอลเล็กชันนี้ค่อนข้าง controversial แต่ในอีกมุม โปรเจกต์นี้สะท้อนแนวคิดของ Louis Vuitton ได้อย่างชัดเจน ว่าแฟชั่นไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากโลกศิลปะ และ สินค้าลักชัวรีก็สามารถเป็นพื้นที่ให้คนเข้าถึงงานอาร์ตได้ในรูปแบบใหม่เช่นกัน

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 4

 

RICHARD PRINCE

 

ในปี 2008 Louis Vuitton ร่วมงานกับ Richard Prince ศิลปินสาย Contemporary Art ผ่านคอลเล็กชัน Spring/Summer 2008 ที่กลายเป็นหนึ่งในโชว์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของยุคนั้น Richard นำภาพวาดแบบสีน้ำและข้อความที่ดูเหมือนถูกเขียนทับด้วยลายมือ มาผสมเข้ากับกระเป๋าและเสื้อผ้าของ Louis Vuitton โชว์ครั้งนั้นยังเต็มไปด้วยบรรยากาศ Installation Art มากกว่างานแฟชั่นทั่วไป ทั้งฉาก แสง และ มู้ด ของโชว์ล้วนให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีร่วมสมัย คอลลาบอเรชันนี้ไม่ได้เน้นการขายเชิงพาณิชย์แบบตรงไปตรงมา แต่กลับเน้นการสร้างบทสนทนาระหว่างแฟชั่นกับ contemporary art อย่างจริงจัง และเป็นอีกครั้งที่ Louis Vuitton พิสูจน์ว่าแบรนด์สามารถขยับตัวเองไปอยู่ในพื้นที่เดียวกับโลกศิลปะชั้นสูงได้อย่างแนบเนียน

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 5

 

ARTYCAPUCINES

 

ต่างจากคอลลาบอเรชันแบบดั้งเดิมที่มักร่วมงานกับศิลปินเพียงคนเดียว โปรเจกต์ Artycapucines คือการที่ Louis Vuitton เปิดพื้นที่ให้ศิลปินร่วมสมัยจากทั่วโลกเข้ามาตีความกระเป๋า Capucines รุ่นไอคอนิกในแบบของตัวเอง เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2019 และกลายเป็นโปรเจกต์ประจำปีที่หลายคนรอคอย เพราะในแต่ละปีจะมีศิลปินระดับโลกหลากหลายแขนงเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Alex Israel, Tschabalala Self, Ugo Rondinone หรือ Park Seo-Bo สิ่งที่ทำให้ Artycapucines น่าสนใจ คือการเปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถเปลี่ยนกระเป๋าให้กลายเป็นงานศิลปะสามมิติได้อย่างเต็มที่ บางใบถูกปัก บางใบถูกเพนต์ บางใบใช้เทคนิคที่แทบเป็นงานประติมากรรมมากกว่างานแฟชั่น Louis Vuitton ยังคงเชื่อในพลังของความคิดสร้างสรรค์และการเชื่อมโยงโลกแฟชั่นเข้ากับศิลปะร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 6

 

KEITH HARING

 

โชว์ Cruise 2027 ล่าสุดของ Louis Vuitton คือการหยิบโลกของ Keith Haring ศิลปินผู้เปลี่ยนงานสตรีทอาร์ตให้กลายเป็นภาษาสากลของ Pop Culture เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชัน แม้จะไม่ได้เป็นคอลลาบอเรชันแบบเต็มรูปแบบ แต่กลิ่นอายของเส้นกราฟิก สีสัน และ Visual Language ที่ชวนให้นึกถึงผลงานของ Keith ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านทั้งลายพิมพ์ ซิลูเอต และ บรรยากาศของโชว์ทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจคือ Louis Vuitton ไม่ได้ทำให้มันดูเป็น Nostalgia แบบย้อนยุค แต่กลับทำให้ Pop Art ดูร่วมสมัย และ เชื่อมโยงกับ แฟชั่น ยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว งานของ Keith เองเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ พลังของคนรุ่นใหม่ และ วัฒนธรรมเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับทิศทางของ Louis Vuitton ในคอลเล็กชันนี้ที่ผสมผสานผ่านงานดีไซน์ที่มีทิศทาง และ กลิ่นอายสตรีทมากขึ้น

 

ภาพรวมคอลเล็กชัน Louis Vuitton ที่ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง 7

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT LOUIS VUITTON ART WORLD COLLABS เมื่อโลกศิลปะมาเจอโลกลักชัวรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE FRICK COLLECTION ทำความรู้จักสถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก https://thestandard.co/frick-collection-louis-vuitton-cruise/ Mon, 18 May 2026 13:09:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1208631 ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027

ก่อนที่เราจะได้ชมแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 ซ […]

The post THE FRICK COLLECTION ทำความรู้จักสถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027

ก่อนที่เราจะได้ชมแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 ซึ่งจะจัดเช้าวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมตามเวลาประเทศไทย ทาง THE STANDARD POP ก็จะมาเล่าถึงสถานที่จัดงานในครั้งนี้ ณ พิพิธภัณฑ์ The Frick Collection ซึ่งเป็นแหล่งรวมคอลเล็กชันงานวิจิตรศิลป์และศิลปะการตกแต่งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งแต่งานชิ้นโบแดงจากยุคเรเนสซองส์ ไปจนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20

 

โดย The Frick Collection ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1935 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่นักอุตสาหกรรมนาม Henry Clay Frick มอบหมายให้บริษัทสถาปัตยกรรม Carrére and Hastings สร้างแมนชั่นแห่งหนึ่งขึ้นเมื่อปี 1913 และเขียนพินัยกรรมถึงวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนแปลงอาคารดังกล่าวให้กลายเป็นพื้นที่แหล่งทรัพยากรแห่งการเรียนรู้สำหรับสาธารณชน เพื่อเป้าหมายในการผลักดันและพัฒนาการศึกษาด้านวิจิตรศิลป์และส่งเสริมความรู้ทั่วไปในศิลปะแขนงพื้นที่ใกล้เคียงกันเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง

 

หลังจากที่ Henry Clay Frick เสียชีวิตในปี 1919 จึงมีการก่อตั้ง Board of Trustees เพื่อทำตามเจตนารมณ์ของเขาโดยเฉพาะ และเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปี 1931 สถาปนิกนาม John Russell Pope ก็ได้รับหน้าที่ในการเริ่มต้นขยายพื้นที่และดัดแปลงแมนชั่นธรรมดาหลังนี้ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ในที่สุด ซึ่งเขาได้แบ่งพื้นที่ชั้นล่างออกเป็นหลายแกลเลอรี, สร้างโซน Program Space, ห้องโถงทางเข้า และสวนกลางบ้านอันงดงาม

 

นอกจากนั้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เขายังออกแบบห้องสมุด Frick Art Research Library ที่ก่อตั้งโดยลูกสาวของ Henry Clay Frick อย่าง Helen Clay Frick จนเสร็จสมบูรณ์และเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งหมดในปี 1935 หลังจากนั้นจึงได้มีการขยายพิพิธภัณฑ์ด้วยการสร้างชั้น 2 พร้อมกับเปิดตัวสวน 70th Street Garden ในปี 1977 และเปิดโซนแกลเลอรี Portico Gallery ตามมาในปี 2011

 

พิพิธภัณฑ์ The Frick Collection จัดแสดงคอลเล็กชันงานศิลปะจำนวนมากกว่า 1,800 ชิ้น โดยจำนวนน้อยกว่าครึ่งเป็นมรดกตกทอดจาก Henry Clay Frick ส่วนงานที่เหลือก็มาจากทั้งการเข้าซื้อหรือประมูล และได้รับการบริจาค ตลอดช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมานี้ ทางองค์กรเดินหน้าขยายพิพิธภัณฑ์ด้วยการเข้าซื้องานศิลปะต่างๆ จากคอลเล็กชันส่วนตัวของนักสะสมชั้นนำ ทั้งนาฬิกา, เครื่องเคลือบดินเผาชั้นสูงของ Meissen และ Du Paquier, เครื่องถ้วยของฝรั่งเศส, เหรียญสลักภาพเสมือนของยุโรป และภาพวาดอีกมากมาย

 

ช่วงระหว่างปี 2021-25 พิพิธภัณฑ์ The Frick Collection ได้เข้าสู่โครงการการบูรณะครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างอาคารทั้งหมดให้ทันสมัยและขยายพื้นที่สำหรับการจัดแสดงงานศิลปะและรองรับผู้เข้าชมที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยการที่ Louis Vuitton จะได้จัดแฟชั่นโชว์ Cruise 2027 ก็มีการเซ็นสัญญาด้านการเป็นสปอนเซอร์ชิปด้วยการจัดฟรีอีเวนต์ที่พิพิธภัณฑ์ในทุกวันศุกร์แรกของทุกเดือน ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปี 2027 โดยเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน และทางแบรนด์จะเป็นผู้สนับสนุนหลักสำหรับการจัดนิทรรศการใหญ่ของ The Frick Collection ทั้งหมด 3 งาน เริ่มต้นด้วยงาน Siena, the Art of Bronze: 1450 to 1500 ที่จะเปิดแสดงในเดือนตุลาคมนี้

 

ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 1ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 2ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 3ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 4ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 5ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 6ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 7ภาพพิพิธภัณฑ์ The Frick Collection สถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 8

 

ภาพ: Joseph Coscia Jr. / The Frick Collection

 

อ้างอิง: https://www.frick.org/about/history

The post THE FRICK COLLECTION ทำความรู้จักสถานที่จัดแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2027 ณ มหานครนิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
RIMOWA จัดงานประกาศรางวัล RIMOWA Design Prize 2026 ครั้งที่ 4 ณ กรุงเบอร์ลิน https://thestandard.co/rimowa-design-prize-berlin/ Thu, 14 May 2026 07:19:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1207145 งานประกาศรางวัล RIMOWA Design Prize 2026 ครั้งที่ 4 ณ กรุงเบอร์ลิน

RIMOWA มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะงาน RIMOWA Design Prize 202 […]

The post RIMOWA จัดงานประกาศรางวัล RIMOWA Design Prize 2026 ครั้งที่ 4 ณ กรุงเบอร์ลิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานประกาศรางวัล RIMOWA Design Prize 2026 ครั้งที่ 4 ณ กรุงเบอร์ลิน

RIMOWA มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะงาน RIMOWA Design Prize 2026 ที่จัดขึ้น ณ Kulturforum แห่งกรุงเบอร์ลิน ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่มีการจัดงานนี้ขึ้น โดย Rimowa มีเป้าหมายสนับสนุนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในเยอรมนีบ้านเกิดของแบรนด์ ให้คิดค้นนวัตยกรรมเพื่อความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ และ มอบรางวัลให้เจ้าของโปรเจกต์ที่ผสมผสานงานดีไซน์ที่ใช้งานได้จริงเข้ากับสังคม (social) และ เทคโนโลยี ได้ดีเยี่ยมที่สุด

 

ในพิธีประกาศรางวัล ผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายทั้งหมด 7 คน ได้พรีเซนต์ผลงานของพวกเขาต่อหน้าคณะกรรมการโดยมีผู้บริหารแห่ง Rimowa อย่าง Beatrice Monguidi และ ประธาน Alexandre Arnault ทายาทคนที่ 3 ของตระกูลเป็นผู้สนับสนุนการตัดสินใจ โดยสุดท้ายแล้วผู้ที่ทำผลงานออกตรงตามเกณฑ์ด้านครีเอทีฟ, แนวโน้มเศรษฐกิจโลก, ความคิดสร้างสรรค์เชิงประดิษฐ์ และแนวคิดเรื่องชีวิตยืนยาว ก็คือ Samuel Nagal และ Paul Feiler จากมหาวิทยาลัย Schwäbisch Gmünd University of Design

 

ทั้งสองนำเสนอโปรเจกต์ ‘Nura’ อุปกรณ์คล้ายสายรัดข้อมือ ที่แปลงภาษามือออกมาเป็นคำพูดผ่านการใช้ เซ็นเซอร์ EMG ที่บันทึกและจดจำกล้ามเนื้อบริเวณปลายแขน อุปกรณ์ชิ้นนี้มาพร้อมกับกล้องที่วิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าเพื่อให้การแปลภาษามือมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายของโปรเจกต์ Nura ก็คือการช่วยส่งเสริมการสื่อสารระหว่างผู้พิการทางการได้ยินกับบุคคลทั่วไป โดยผู้ชนะได้รับเงินรางวัลทั้งหมด 20,000 ยูโร หรือมากกว่า 757,000 บาท

 

ส่วนรางวัลพิเศษจำนวน 10,000 ยูโร ทางงานได้มอบให้กับ Niklas Henning จากมหาวิทยาลัย Magdeburg-Stendal University of Applied Sciences สำหรับโปรเจกต์ ‘Paludi Harvester’ ระบบเก็บเกี่ยวที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่พรุด้วยน้ำพร้อมกับใช้งานทางการเกษตรได้ นอกจากนั้น Rimowa Design Prize ยังมอบรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันที่เหลือในจำนวน 5,000 ยูโรสำหรับโปรเจกต์อันสร้างสรรค์ของพวกเขาด้วย

 

ภาพ: RIMOWA

The post RIMOWA จัดงานประกาศรางวัล RIMOWA Design Prize 2026 ครั้งที่ 4 ณ กรุงเบอร์ลิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dian Suci เป็นศิลปินอินโดนีเซียคนแรกที่ชนะรางวัล Max Mara Art Prize for Women https://thestandard.co/dian-suci-max-mara-art-prize/ Wed, 13 May 2026 11:30:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1206858 ภาพเหมือนของ Dian Suci ศิลปินผู้คว้ารางวัล Max Mara Art Prize for Women

ศิลปินผู้ที่ชนะรางวัล Max Mara Art Prize for Women 2026 […]

The post Dian Suci เป็นศิลปินอินโดนีเซียคนแรกที่ชนะรางวัล Max Mara Art Prize for Women appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเหมือนของ Dian Suci ศิลปินผู้คว้ารางวัล Max Mara Art Prize for Women

ศิลปินผู้ที่ชนะรางวัล Max Mara Art Prize for Women 2026 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเวนิส คือ Dian Suci และเธอก็ขึ้นแท่นเป็นหญิงชาวอินโดนีเซียคนแรกที่ได้รางวัลนี้ไปครอบครอง นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งการประกาศรางวัลดังกล่าวมานาน 2 ทศวรรษ

 

Dian Siuci เกิดเมื่อปี 1985 และอาศัยอยู่ที่เมืองยอกยาการ์ตาเป็นหลัก เธอเป็นที่รู้จักในเล่าเรื่องจุดตัดระหว่างสังคมและพลังอำนาจทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวโยงกับอิทธิพลที่ผู้หญิงได้รับจากการเมืองในประเทศ ลัทธิอำนาจนิยม ฟาสซิสต์ และระบบชายเป็นใหญ่ โดยถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ตรงของตัวเองในฐานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวออกมาเป็นงานศิลปะและมีเดียหลากหลายแขนง ทั้งศิลปะการจัดวาง จิตรกรรม ประติมากรรม และวิดิโอ

 

ผลงานที่ทำให้ Dian Suci สามารถคว้ารางวัล Max Mara Art Prize for Women ในปีนี้ไปได้ ก็คือ Crafting Spirit: Cultural Dialogues in Heritage and Practice อันเป็นโปรเจกต์ที่เธอสำรวจประเด็นเรื่องการปะทะกันของงานฝีมือที่รังสรรค์ขึ้นด้วยความเชื่อและความศรัทธาในศาสนากับระบบทุนนิยม ผ่านการศึกษาข้อมูลเชิงเปรียบเทียบระหว่างอิตาลีกับอินโดนีเซียอย่างลึกซึ้ง การวิจัยของเธอมีเป้าหมายเพื่อทดสอบว่าจิตวิญญาณจะยังสามารถอยู่อย่างยั่งยืนและคงทนในฐานะพลังแห่งการฟื้นฟูวัฒนธรรมได้หรือไม่และอย่างไร ภายใต้ระบบที่ถูกแทรกซึมด้วยไดนามิกของการตลาด ความอยุติธรรม และการกดขี่

 

จากชัยชนะในครั้งนี้ Dian Suci จะได้รับทุนในการเดินทางไปใช้เวลาอยู่ที่อิตาลีนาน 6 เดือน เริ่มต้นด้วยการไปพำนักอยู่ที่ Assisi เมืองแห่งคณะนักบวช Franciscanism ที่เธอจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของนักบวชในที่แห่งนั้น ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังกรุงโรมเพื่อร่วมพิธีมิสซาพิเศษที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ตามมาด้วยการย้ายไปเมือง Lecce เพื่อเข้าโปรแกรมฝึกฝนงานฝีมือ และประวัติศาสตร์เปเปอร์มาเช่ที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับเธอโดยเฉพาะ หลังจากนั้นเธอจะได้ไปที่กรุงฟลอเรนซ์เพื่อศึกษาเทคนิคงานฝีมือโบราณและพัฒนาสกิลด้านศิลปะเฉพาะตัวของที่แห่งนั้นอีกหลายแขนง

 

การประกาศรางวัลนี้เกิดขึ้นระหว่างพิธีเปิดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ 2026 Venice Art Biennale ที่ซึ่งภัณฑารักษ์และประธานคณะกรรมการอย่าง Cecilia Alemani, Elia Maramotti ตัวแทนครอบครัวและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Max Mara และแกลเลอรี่ Collezione Maramotti, Sara Piccinini ผู้อำนวยการแห่ง Collezione Maramotti และ Venus Lau ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Museum MACAN ต่างก็มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า

 

Max Mara เริ่มต้นจัดตั้งการมอบรางวัล Max Mara Art Prize for Women เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2005 เพื่อสนับสนุนและโปรโมตศิลปินไฟแรงที่เส้นทางอาชีพกำลังรุ่งโรจน์ พร้อมกับส่งเสริมให้ศิลปินเหล่านั้นได้มีเวลาและพื้นที่ในการสร้างสรรค์โปรเจกต์อันยิ่งใหญ่ของพวกเขา โดยนี่คือปีแรกที่ผู้ชนะรางวัลจะได้เดินทางไปต่างประเทศ หลังจากที่ทางองค์กรร่วมมือกับ Whitechapel Gallery แห่งกรุงลอนดอนมา 20 ปี

 

ภาพ: Ma

 

อ้างอิง https://wwd.com/eye/lifestyle/max-mara-art-prize-for-women-2026-venice-biennale-dian-suci-1238944819/

The post Dian Suci เป็นศิลปินอินโดนีเซียคนแรกที่ชนะรางวัล Max Mara Art Prize for Women appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jongjin Park ศิลปินเซรามิกจากเกาหลีใต้ชนะรางวัล LOEWE Craft Prize 2026 https://thestandard.co/jongjin-park-loewe-craft-prize-2026/ Wed, 13 May 2026 05:56:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1206647 Jongjin Park ศิลปินเซรามิกชาวเกาหลีใต้พร้อมผลงาน Strata of Illusion ที่ได้รับรางวัล LOEWE Craft Prize 2026

LOEWE และ มูลนิธิศิลปะ และ งานฝีมือของแบรนด์เดินทางไปยั […]

The post Jongjin Park ศิลปินเซรามิกจากเกาหลีใต้ชนะรางวัล LOEWE Craft Prize 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jongjin Park ศิลปินเซรามิกชาวเกาหลีใต้พร้อมผลงาน Strata of Illusion ที่ได้รับรางวัล LOEWE Craft Prize 2026

LOEWE และ มูลนิธิศิลปะ และ งานฝีมือของแบรนด์เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ เพื่อจัดงานประกาศรางวัลประจำปี LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026 และ จากผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย ผู้ชนะได้แก่ Jongjin Park ศิลปินเซรามิกจากเกาหลีใต้

 

โดยผลงานที่คว้ารางวัลนี้ชื่อว่า Strata of Illusion ที่เป็นการใช้เทคนิคจากแผ่นกระดาษหลายชั้นเคลือบด้วยพอร์ซเลน และบิดให้มีลักษณะคล้ายเก้าอี้ ผลงานของ Jongjin Park ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาสถาปัตยกรรม การออกแบบ และภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเซรามิกและการผสมผสานเทคนิคจากหลากหลายสาขา เช่น การเป่าแก้ว และการเย็บเล่มหนังสือ

 

ซึ่งในงานมี GISELLE วง aespa แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ LOEWE และเพื่อนร่วมชาติเกาหลีใต้มาเป็นคนประกาศและมอบถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000 ยูโร รวมทั้งในงานยังมีสองดีไซเนอร์ Jack McCollough และ Lazaro Hernandez และตัวแทนจากประเทศไทยทั้ง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, เต ตะวัน และภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน บินมาร่วมงานด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีสองรางวัลพิเศษ Special Mention ได้แก่ ผลงานที่ชื่อว่า Frafra Tapestry พรมถักพื้นบ้านจาก Baba Tree Master Weavers × Álvaro Catalán de Ocón และผลงานสร้อยคอทองคำและเครื่องถม Collier จาก Graziano Visintin ศิลปินชาวอิตาลี

 

ส่วนผลงานทั้งหมดของผู้ชนะและผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายจากศิลปิน 19 ประเทศจะจัดแสดงอยู่ที่ National Gallery Singapore จนถึงวันที่ 14 มิถุนายนนี้

 

ภาพ: LOEWE

The post Jongjin Park ศิลปินเซรามิกจากเกาหลีใต้ชนะรางวัล LOEWE Craft Prize 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หูฟัง SHOKZ เปิดตัว นาย-ณภัทร เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทย https://thestandard.co/shokz-naphat-thailand-ambassador/ Sun, 10 May 2026 03:19:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1205544 นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในงานเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ SHOKZ

SHOKZ แบรนด์หูฟัง Open-Ear ระดับโลก จัดงาน SHOKZ Brand […]

The post หูฟัง SHOKZ เปิดตัว นาย-ณภัทร เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในงานเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ SHOKZ

SHOKZ แบรนด์หูฟัง Open-Ear ระดับโลก จัดงาน SHOKZ Brand Ambassador Launch Event พร้อมเปิดตัวให้นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างเต็มพลังไปพร้อมกัน

 

แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่อย่าง นาย ณภัทร ยังมาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบแอ็กทีฟภายในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ แพสชันที่มีต่อการวิ่ง รวมทั้งการดูแลตัวเองอย่างสมดุลทั้งกายและใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการวิ่งในสนามระดับโลก Berlin Marathon 2026 และ Chicago Marathon 2026

 

นอกจากนี้ SHOKZ ยังเผยโฉมหูฟังรุ่นไฮไลต์ถึง 3 แบบที่งานนี้ด้วย โดยเริ่มจาก OpenRun Pro 2 หูฟังรุ่นเด่นสำหรับสายออกกำลังกายและคนรักกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ ตามมาด้วย OpenFit Pro หูฟังรุ่นพรีเมียมสำหรับคนเมืองที่ต้องการหูฟังคู่ใจตลอดทั้งวัน ช่วยลดเสียงรบกวน มีความเรียบหรู น้ำหนักเบา ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

 

ปิดท้ายด้วย OpenDots หูฟังรุ่นคลิปออนที่ถูกออกแบบมาเป็นแฟชั่นไอเท็มที่ใส่แมตช์ได้กับแฟชั่นทุกลุค แต่ยังคงมีระบบเสียงที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากใช้หูฟังในวันสบายๆ ฟังเพลงเพื่อความเพลิดเพลิน ไปออกกำลังกายเบาๆ หรือไปแฮงก์เอาต์กับเพื่อนก็ได้เช่นเดียวกัน

 

ภาพ: SHOKZ

The post หูฟัง SHOKZ เปิดตัว นาย-ณภัทร เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kendall Jenner มาร่วมงาน Met Gala เป็นครั้งที่ 12 ในลุคของ GapStudio https://thestandard.co/kendall-jenner-met-gala-gapstudio/ Tue, 05 May 2026 01:19:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1203735 เคนดัลล์ เจนเนอร์ ในชุดจาก GapStudio กำลังเดินพรมแดงงาน Met Gala

Kendall Jenner เป็นอีกหนึ่งซูเปอร์โมเดลแห่งยุคที่แทบจะไ […]

The post Kendall Jenner มาร่วมงาน Met Gala เป็นครั้งที่ 12 ในลุคของ GapStudio appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคนดัลล์ เจนเนอร์ ในชุดจาก GapStudio กำลังเดินพรมแดงงาน Met Gala

Kendall Jenner เป็นอีกหนึ่งซูเปอร์โมเดลแห่งยุคที่แทบจะไม่เคยพลาดการมาร่วมงาน Met Gala โดยในปีนี้เธอก็ได้มาในลุค GapStudio ดีไซน์ โดย Zac Posen ที่มาร่วมเดินพรมสีเขียวอ่อนด้วย ณ พิพิธภัณฑ์ Metropolitian Museum of Art (MET)

 

โดยสำหรับชุดเดรสของ Kendall Jenner ทาง Zac Posen ได้รับแรงบันดาลใจจากงานประติมากรรมที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ Winged Victory of Samothrace ที่อยู่พิพิธภัณฑ์ Lourve ของกรุงปารีส ซึ่งสะท้อนเรื่องราวความแข็งแกร่งของผู้หญิงและการมีเสรีภาพด้านความเคลื่อนไหว

 

ก่อนหน้านี้ทาง Kendall Jenner ก็เคยมางาน Met Gala มาแล้ว 11 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2014 ที่เธอมากับ TopShop และหลังจากนั้นก็มาทุกปี ยกเว้นปี 2020 ที่งานต้องยกเลิกไปเพราะสถานการณ์โควิด

 

The post Kendall Jenner มาร่วมงาน Met Gala เป็นครั้งที่ 12 ในลุคของ GapStudio appeared first on THE STANDARD.

]]>
JISOO มางาน Met Gala ครั้งแรกในลุค Dior และเครื่องประดับ Cartier https://thestandard.co/jisoo-met-gala-dior-cartier-debut/ Tue, 05 May 2026 00:31:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1203709 JISOO สวมชุด Dior และเครื่องประดับ Cartier ในงาน Met Gala

ไม่ทำให้ผิดหวังกับการมา Met Gala ครั้งแรกสำหรับ JISOO โ […]

The post JISOO มางาน Met Gala ครั้งแรกในลุค Dior และเครื่องประดับ Cartier appeared first on THE STANDARD.

]]>
JISOO สวมชุด Dior และเครื่องประดับ Cartier ในงาน Met Gala

ไม่ทำให้ผิดหวังกับการมา Met Gala ครั้งแรกสำหรับ JISOO โดยเธอมาในลุคสั่งตัดพิเศษสีชมพูปักเหลื่อมของ Dior ดีไซน์โดย Jonathan Anderson พร้อมใส่สร้อยคอวินเทจของ Cartier

 

โดยในช่วง Livestream บนพรมสีเขียวอ่อน ทาง JISOO ก็ได้พูดคุยกับ Ashley Graham และ Cara Delevingne พร้อมเผยว่าเธอก็รู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวลเล็กน้อย โดยเธอใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงในการเตรียมตัวเพื่อค่ำคืนสำคัญ ซึ่ง BLACKPINK ทั้ง 4 สมาชิกก็ได้มางานนี้ครั้งแรก

 

ต้องติดตามกันดูต่อไปว่า JISOO จะไปร่วมงานใหญ่ต่อไปของ Dior ไหมกับแฟชั่นโชว์ Cruise 2027 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ณ พิพิธภัณฑ์ LACMA ที่ลอสแอนเจลิส

 

The post JISOO มางาน Met Gala ครั้งแรกในลุค Dior และเครื่องประดับ Cartier appeared first on THE STANDARD.

]]>
JENNIE และ Beats ร่วมงานกันอีกครั้งกับหูฟัง Beats Solo 4 รุ่น Onyx Black https://thestandard.co/jennie-beats-solo-4-onyx-black/ Wed, 22 Apr 2026 04:35:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1199845 หูฟัง Beats Solo 4 รุ่น Onyx Black สีดำสนิท พร้อมดีเทลริบบิ้นซิกเนเจอร์ ออกแบบร่วมกับ JENNIE

จากความสำเร็จของการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกันครั้งก่อนๆ โดยเฉ […]

The post JENNIE และ Beats ร่วมงานกันอีกครั้งกับหูฟัง Beats Solo 4 รุ่น Onyx Black appeared first on THE STANDARD.

]]>
หูฟัง Beats Solo 4 รุ่น Onyx Black สีดำสนิท พร้อมดีเทลริบบิ้นซิกเนเจอร์ ออกแบบร่วมกับ JENNIE

จากความสำเร็จของการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกันครั้งก่อนๆ โดยเฉพาะล่าสุดที่แฟนๆ เข้าไปซื้อ โปรดักต์ ของ Beats และ JENNIE ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Apple จนสามารถ Sold Out ภายใน 24 ชั่วโมง ล่าสุดทั้งสองกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งสำหรับหูฟัง Beats Solo 4 เอดิชันพิเศษรุ่น Onyx Black ที่สะท้อนความสง่างามแบบคลาสสิกของ JENNIE ออกมาอย่างลงตัว

 

หูฟัง Onyx Black ถ่ายทอดการเติบโตและเส้นทางแห่งการค้นพบตัวเองของ JENNIE โดยหูฟังที่คุมโทนด้วยสีดำล้วนรุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีเทลริบบิ้นสีดำซิกเนเจอร์บนหูทั้งสองข้างที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นตัวศิลปินโดยเฉพาะ และยังคงมาพร้อมกับส่วนรองรับหูผู้สวมใส่ที่ให้สัมผัสอ่อนนุ่มจาก UltraPlush เช่นเคย นอกจากนั้นหูฟังยังมีสัญลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงของ JENNIE ประดับอยู่บนนั้น และส่วนของกล่องก็มาในโทนสีดำแมตชิงกับโปรดักต์ด้านใน

 

JENNIE พูดถึงการเปิดตัวหูฟัง Onyx Black ว่า

 

“เรารู้กันอยู่แล้วว่าโปรดักต์แรกที่ฉันทำกับ Beats เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เท่านั้น ฉันต้องการสร้างบางอย่างที่ให้ความรู้สึกทั้งมีพลังและมีความเป็นตัวฉัน และฉันก็ตื่นเต้นกับทุกคนที่จะได้สัมผัสแชปเตอร์ต่อไปของฉันผ่านหูฟังไร้สายชิ้นนี้”

 

เมื่อปีที่แล้ว JENNIE จับมือ Beats เปิดตัวหูฟัง Ruby Red Beats Solo 4 ที่มาพร้อมกับโทนสีแดงทั้งหมดเพื่อล้อไปกับคอนเซปต์ Ruby ชื่ออัลบั้มชุดแรกของเธอ โดยสำหรับโปรดักต์ใหม่นี้พวกเขาจะเฉลิมฉลองการเปิดตัว Onyx Black Solo 4 ด้วยการเปิดป๊อปอัปสโตร์ในย่านซองซูแห่งกรุงโซลในวันที่ 24 เมษายนนี้ ที่มาพร้อมกับกิจกรรมให้แฟนๆ ได้ร่วมสนุกกันมากมาย และยังมีงานอีเวนต์พิเศษที่ Studio7 ใน Emquatier ที่ประเทศไทยด้วย

 

ภาพ: Beats

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/4/beats-blackpink-jennie-onyx-black-solo-4-special-edition-new-music-teaser-headphones-release-info

The post JENNIE และ Beats ร่วมงานกันอีกครั้งกับหูฟัง Beats Solo 4 รุ่น Onyx Black appeared first on THE STANDARD.

]]>
IKEA เปิดตัวเก้าอี้เป่าลมรุ่นล่าสุดที่งาน Milan Design Week 2026 https://thestandard.co/ikea-inflatable-chair-milan-design-week/ Wed, 22 Apr 2026 03:18:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1199799 เก้าอี้เป่าลมสีเขียวมรกต หุ้มผ้าดีไซน์ใหม่จาก IKEA ที่เปิดตัวในงาน Milan Design Week 2026

IKEA สร้างความประหลาดใจที่งาน Milan Design Week 2026 ด้ […]

The post IKEA เปิดตัวเก้าอี้เป่าลมรุ่นล่าสุดที่งาน Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก้าอี้เป่าลมสีเขียวมรกต หุ้มผ้าดีไซน์ใหม่จาก IKEA ที่เปิดตัวในงาน Milan Design Week 2026

IKEA สร้างความประหลาดใจที่งาน Milan Design Week 2026 ด้วยการเปิดตัวเก้าอี้เป่าลมที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างและระบบใหม่ โดยยกให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้เป็นโปรดักต์ชูโรงจากคอลเล็กชัน IKEA PS 2026 ที่กำลังจะจัดจำหน่าย และ เป็นดั่งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่างานดีไซน์ต้นทุนต่ำสามารถนำไปสู่ยุคแห่งการตระหนักเรื่องความยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง

 

เก้าอี้เป่าลมรุ่นใหม่ตัวนี้ได้รับการออกแบบโดย Mikael Axellson ซึ่งเขาได้ใช้จินตนาการด้วยการหันมาใช้โครงสร้างที่ผสมผสานรูปแบบการเป่าลมอันคุ้นเคยเข้ากับโครงเหล็กกล้าคาร์บอน และห่อหุ้มด้วยผ้าสีเขียวมรกตที่ตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน ซึ่งแตกต่างจากงานดีไซน์จากช่วงยุค 1990 ที่เคยใช้พลาสติกทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการก้าวข้ามคำวิจารณ์ในเรื่องของความทนทานและความสะดวกสบายในการใช้งานที่ได้รับมาอย่างยาวนาน แต่ยังคงรักษาคุณสมบัติ น้ำหนัก เบา อันเป็นหัวใจสำคัญของเฟอร์นิเจอร์เป่าลมเอาไว้

 

ภายในของเก้าอี้เป่าลมตัวนี้ใช้งานด้วยระบบ Air Chamber และรองรับสรีระร่างกายของผู้ใช้งาน ซึ่งล้วนช่วยให้โครงสร้างมีความเสถียรมากกว่าเวอร์ชันที่ผ่านมา และการใช้ผ้าเป็นตัวห่อหุ้มเฟอร์นิเจอร์ ก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความลื่นและเสียงรบกวนได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น IKEA ยังตัดสินใจเลือกใช้ระบบสูบลมด้วยเท้าแทนระบบไฟฟ้าเพื่อเป็นการลดต้นทุนและสร้างความยั่งยืนให้กับโปรดักต์ของพวกเขา โดย Mikael Axellson เผยว่า

 

“ระบบสูบลมด้วยไฟฟ้าคงทำให้เฟอร์นิเจอร์ใช้งานได้รวดเร็วและง่ายกว่าเล็กน้อย แต่มันจะทำให้ราคาสูงขึ้น และเมื่อเก้าอี้พร้อมใช้งานแล้ว มันก็จะทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้เรา”

 

คอลเล็กชันนี้เป็นเอดิชันที่ 10 ของ IKEA PS ที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 1995 ภายใต้เป้าหมายในการท้าทายงานดีไซน์ระดับ High-End ดั้งเดิม ด้วยการนำไอเดียต่างๆ มาทดลอง ดัดแปลง และปรับให้เข้ากับการอยู่อาศัยในยุคโมเดิร์นสำหรับคนหมู่มาก โดย IKEA PS 2026 จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมนี้

 

ภาพ: IKEA

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/4/ikea-ps-2026-collection-inflatable-furniture-milan-design-week

The post IKEA เปิดตัวเก้าอี้เป่าลมรุ่นล่าสุดที่งาน Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Colors Culture x Siriraj เตรียมเปิดพรีออเดอร์สินค้าที่ระลึก 23 เมษายนนี้ ชวนแฟนๆ ร่วมทำบุญผ่านของที่ระลึก และการบริจาค เนื่องในโอกาสวันเกิดพีพี กฤษฏ์ https://thestandard.co/colors-culture-siriraj-pp-krit-charity/ Tue, 21 Apr 2026 11:37:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1199668 ภาพสินค้าที่ระลึกคอลเลกชัน Colors Culture x ศิริราช พร้อมช่องทางการบริจาคในแคมเปญวันเกิด พีพี กฤษฏ์

หลังจากเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ทาง PP KRIT ENTERTAINM […]

The post Colors Culture x Siriraj เตรียมเปิดพรีออเดอร์สินค้าที่ระลึก 23 เมษายนนี้ ชวนแฟนๆ ร่วมทำบุญผ่านของที่ระลึก และการบริจาค เนื่องในโอกาสวันเกิดพีพี กฤษฏ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสินค้าที่ระลึกคอลเลกชัน Colors Culture x ศิริราช พร้อมช่องทางการบริจาคในแคมเปญวันเกิด พีพี กฤษฏ์

หลังจากเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ทาง PP KRIT ENTERTAINMENT ได้ประกาศงดรับของขวัญวันเกิดประจำปี 2026 ของ พีพี กฤษฏ์ พร้อมเชิญชวนแฟนๆ ร่วมส่งต่อความรักและพลังสนับสนุนกลับคืนสู่สังคม

 

ล่าสุด แคมเปญดังกล่าวเตรียมเปิดให้แฟนๆ ได้ร่วมสนับสนุนอย่างเป็นทางการด้วยการ พรีออเดอร์ของที่ระลึกในวันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยรายได้จะนำไปสมทบ กองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ ชั้น 3-5 โรงพยาบาลศิริราช เพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่การรักษาที่ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรม รวมถึงรองรับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผ่าตัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

 

สำหรับของที่ระลึกในแคมเปญนี้ เป็นคอลเลกชันพิเศษจาก Colors Culture ที่จัดทำร่วมกับศิริราช โดยจะเปิดพรีออเดอร์ทั้งหมด 3 รายการ ได้แก่

 

  • บริจาค 2,500 บาท ได้รับ Chubby Heart Canvas Tote Bag 1 ใบ
  • บริจาค 1,990 บาท ได้รับ Chubby Heart Graphic Oversized T-Shirt 1 ตัว
  • บริจาค 990 บาท ได้รับ Chubby Heart Mirror Keychain 1 ชิ้น

 

แฟนๆ ที่ต้องการร่วมสนับสนุนผ่านการขอรับของที่ระลึก สามารถสั่งพรีออเดอร์ได้ทางเว็บไซต์ Siriraj Give ที่https://sirirajgive.org/th โดยจะเปิดรับพรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 23-30 เมษายน 2569 และของที่ระลึกมีกำหนดจัดส่ง ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

 

นอกจากการร่วมสนับสนุนผ่านของที่ระลึกแล้ว แฟนๆ ยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ได้ผ่าน ช่องทางการบริจาคโดยตรง เนื่องในโอกาสวันเกิดของพีพี กฤษฏ์ เพื่อสมทบทุนให้กับ กองทุนห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการส่งต่อความตั้งใจดีๆ ให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยอย่างแท้จริง

 

ภาพสินค้าที่ระลึกคอลเลกชัน Colors Culture x ศิริราช พร้อมช่องทางการบริจาคในแคมเปญวันเกิด พีพี กฤษฏ์ 1

 

ช่องทางการบริจาค สำหรับแคมเปญ PP Krit Charity Campaign

 

สามารถสแกน QR Code ในภาพ (ชื่อบัญชี: ศิริราชมูลนิธิ)

 

e-Donation (ข้อมูลการบริจาคถูกส่งเข้ากรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ)

 

ทั้งนี้ การบริจาคในแคมเปญดังกล่าวสามารถ ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

แคมเปญนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งความหมายพิเศษในช่วงวันเกิดของพีพี กฤษฏ์ ที่เปลี่ยนจากการรับของขวัญ มาเป็นการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมกัน “ให้” ในรูปแบบที่มีคุณค่ามากกว่าเดิม ทั้งผ่านการสนับสนุนของที่ระลึกและการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช

 

แฟนๆ ที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์พิเศษนี้ เตรียมพบกันได้ในวันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. พร้อมกัน และร่วมส่งต่อความรัก ความห่วงใย และคำอวยพรดีๆ ให้กับพีพีในปีนี้ไปด้วยกัน

 

#PPKritt #PPKritEntertainment #ColorsCulturexSiriraj

#ศิริราชมูลนิธิ #โรงพยาบาลศิริราช #SirirajHospital

#งานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษศิริราช

The post Colors Culture x Siriraj เตรียมเปิดพรีออเดอร์สินค้าที่ระลึก 23 เมษายนนี้ ชวนแฟนๆ ร่วมทำบุญผ่านของที่ระลึก และการบริจาค เนื่องในโอกาสวันเกิดพีพี กฤษฏ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LOUIS VUITTON OBJETS NOMADES คอลเล็กชันงานดีไซน์ที่ Milan Design Week 2026 https://thestandard.co/louis-vuitton-objets-nomades-milan-design-week/ Tue, 21 Apr 2026 08:55:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1199629 ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026

Louis Vuitton จัดแสดงคอลเล็กกชัน Objets Nomades ใหม่ล่า […]

The post LOUIS VUITTON OBJETS NOMADES คอลเล็กชันงานดีไซน์ที่ Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026

Louis Vuitton จัดแสดงคอลเล็กกชัน Objets Nomades ใหม่ล่าสุด ภายในงาน Milan Design Week 2026 ณ Palazzo Serbelloni ของเมืองมิลาน โดยนำเสนอผลงานร่วมกับกระเป๋าเดินทางอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ภายใต้การจัดวางในพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ใช้โทนสีโดดเด่น ถ่ายทอดพัฒนาการของแบรนด์ตั้งแต่ยุค Art Deco จนถึงปัจจุบัน

 

พื้นที่จัดแสดงจะถูกแบ่งออกเป็นห้องๆ เริ่มต้นที่ห้อง Giangaleazzo ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Pierre Legrain บุคคลสำคัญแห่งยุคศิลปะ Art Deco โดยนำเสนอเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และสิ่งทอที่อ้างอิงจากหนังสือของเขา จัดแสดงควบคู่กับวัตถุสำคัญจากคลัง Louis Vuitton Heritage เช่น กระเป๋าเดินทางยุคแรก อุปกรณ์การเดินทาง และภาพประกอบศิลปิน ในบรรยากาศที่จำลองกลิ่นอายการเดินทางด้วยรถไฟในช่วงทศวรรษ 1920

 

ขณะที่ห้อง Gabrio และ Napoleonica นำเสนอผลงานจากคอลเล็กชัน Objets Nomades และ Pierre Legrain Homage ผ่านการจัดวางที่เน้นการใช้สี พื้นผิว และรูปทรงเรขาคณิต รวมถึงการนำเฟอร์นิเจอร์ไอคอนิกกลับมาผลิตใหม่

 

การจัดแสดงยังขยายไปยังห้อง Beauharnais และ Parini ซึ่งนำเสนอผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Charlotte Perriand และ Pierre Legrain ผ่านลวดลายเรขาคณิตและโทนสีที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เทียนหอม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์โดยนักออกแบบร่วมสมัย เช่น Marc Newson, Patrick Jouin และ Cristian Mohaded

 

ถัดมาคือห้อง Boudoir และโถงใหญ่จัดแสดงผลงานใหม่ อาทิ ตู้ Kaléidoscope เตียงเด็กดีไซน์พิเศษ และ Stella Armchair จาก Raw Edges ซึ่งเน้นการทดลองวัสดุและรูปทรง

 

นอกจากนี้ บริเวณลานภายใน Palazzo Serbelloni ยังจัดแสดงผลงานพรมขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานของ Pierre Legrain โดยพัฒนาร่วมกับ Accademia di Belle Arti di Brera เชื่อมโยงแนวคิดระหว่างศิลปะ Art Deco และการออกแบบร่วมสมัย พร้อมกันนี้ยังมีร้านหนังสือป๊อปอัพ Louis Vuitton เปิดให้ผู้เข้าชมเลือกชมสิ่งพิมพ์จาก Louis Vuitton Editions รวมถึงคู่มือท่องเที่ยว หนังสือแฟชั่น และหนังสือด้านการเดินทางของแบรนด์อีกด้วย

 

ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 1ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 2ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 3ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 4ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 5ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 6ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 7ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 8ภาพรวมบรรยากาศคอลเล็กชัน Louis Vuitton Objets Nomades ที่ Milan Design Week 2026 9

 

ภาพ: Louis Vuitton

The post LOUIS VUITTON OBJETS NOMADES คอลเล็กชันงานดีไซน์ที่ Milan Design Week 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emma Chamberlain ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านกับแบรนด์ West Elm https://thestandard.co/emma-chamberlain-west-elm-furniture-design/ Mon, 06 Apr 2026 02:30:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1195024 ภาพคอลเล็กชันเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ Emma Chamberlain ร่วมดีไซน์กับแบรนด์ West Elm

การออกแบบของตกแต่งภายในบ้านกลายเป็นอีกหนึ่งสายงานที่ Em […]

The post Emma Chamberlain ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านกับแบรนด์ West Elm appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพคอลเล็กชันเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ Emma Chamberlain ร่วมดีไซน์กับแบรนด์ West Elm

การออกแบบของตกแต่งภายในบ้านกลายเป็นอีกหนึ่งสายงานที่ Emma Chamberlain มีโอกาสลงมือทำอย่างเต็มตัว โดยล่าสุดเธอได้ร่วมดีไซน์ของตกแต่งบ้านหลากหลายหมวดหมู่กับทาง West Elm แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่โด่งดังในเรื่องการรังสรรค์งานสไตล์ร่วมสมัย

 

สำหรับคอลเล็กชันพิเศษนี้ Emma Chamberlain จับมือกับทีมออกแบบภายในของ West Elm ในการพัฒนาและออกแบบเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงข้าวของใช้ในบ้านจำนวน 150 ชิ้น โดยโฟกัสกับเฟอร์นิเจอร์ ไฟ และการออกแบบสิ่งทอสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กเป็นหลัก

 

แรงบันดาลใจในการดีไซน์คอลเล็กชันนี้ก็คือความหลงใหลที่ Emma Chamberlain มีต่อความเป็นวินเทจ และการตกแต่งบ้านกับงานดีไซน์สไตล์ Mid-Century Modern อันเป็นที่นิยมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เธอเก็บสะสมเอาไว้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผสมผสานกับงานดีไซน์ที่แอบแฝงความเป็นตัว Emma Chamberlain เอาไว้อย่างแยบยล ไม่ว่าจะเป็นลายกราฟิกที่นำมาจากรอยสักของเธอ หรือสิ่งที่เธอโปรดปรานอย่างใบโคลเวอร์, แอปเปิ้ล และประภาคาร ที่ล้วนปรากฏอยู่บนสิ่งทอและของตกแต่งต่างๆ ในคอลเล็กชันนี้

 

Emma Chamberlain เผยผ่าน Hypebeast ว่า “ฉันค่อยๆ เก็บสะสมงานศิลปะและสิ่งของวินเทจมาหลายปี เมื่อเจอสิ่งที่ชอบฉันจะรู้ทันที มันเหมือนกับการตกหลุมรักแต่แรกเจอ หรือเจอเนื้อคู่อะไรแบบนั้น”

 

เธอยังอธิบายถึงอิทธิพลที่สิ่งเหล่านั้นส่งผลต่อการทำคอลเล็กชันของตัวเองด้วยว่า “ฉันคิดว่านั่นคือหัวใจสำคัญในการทำให้บ้านดูไร้ซึ่งกาลเวลา การแต่งเติมบ้านด้วยสิ่งของที่ทำให้คุณยิ้มได้น่ะ”

 

“ปรัชญาแห่งการตกแต่งบ้านของฉันง่ายนิดเดียว ฉันเชื่อว่าบ้านควรเชื้อเชิญให้คุณเข้าไปอาศัยอยู่ โทนสีควรดึงดูดคุณ สิ่งของต่างๆ ต้องดูเข้าถึงง่ายและทำให้สบายใจ ทุกที่นั่งควรทำให้คุณรู้สึกอยากแช่ตัวอยู่ตรงนั้นอีกสักหน่อย และของทุกชิ้นต้องใช้งานได้มากพอๆ กับเสน่ห์ที่มันมี สร้างบ้านที่ไม่ได้ดูสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ต้องเป็นบ้านที่ทำให้รู้สึกถึงความงดงามนั้นด้วย” Emma Chamberlain กล่าว

 

ภาพ: West Elm

 

อ้างอิง: https://hypebeast.com/2026/3/emma-chamberlain-west-elm-collection-news-launch

The post Emma Chamberlain ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านกับแบรนด์ West Elm appeared first on THE STANDARD.

]]>
Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในปี 2025 กับยอดกว่า 9 ล้านคน https://thestandard.co/louvre-museum-visitors-2025/ Fri, 03 Apr 2026 11:08:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1194524 พิพิธภัณฑ์ Louvre พีระมิดแก้วส่องสว่างในยามค่ำคืน

Louvre มิวเซียมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั […]

The post Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในปี 2025 กับยอดกว่า 9 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพิธภัณฑ์ Louvre พีระมิดแก้วส่องสว่างในยามค่ำคืน

Louvre มิวเซียมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครองตำแหน่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าเยี่ยมชมมากที่สุดอีกครั้งในปี 2025 ด้วยยอดคนเข้าชมตลอดปีจำนวนมากกว่า 9 ล้านคน โดยพิพิธภัณฑ์ Louvre เป็นจุดแลนด์มาร์กที่ยังคงดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและชาวปารีเซียงที่หลงใหลในงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง ในฐานะแหล่งรวมงานศิลปะชิ้นสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ศิลป์ที่จัดแสดงอย่างถาวร อย่างเช่นภาพ Mona Lisa ของ Leonardo da Vinci เป็นต้น

 

2025 เป็นปีที่แวดวงพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ 100 แห่งมีผู้เยี่ยมชมตลอดปีรวมกันทั้งหมด 200 ล้านราย นับว่าหลุดพ้นจากความซบเซาเมื่อช่วงยุคโควิด แม้ว่าจะยังคงมีจำนวนน้อยกว่าปี 2019 ที่พีกสุดที่ตัวเลข 230 ล้านราย โดยนอกจาก Louvre แล้ว อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ The Metropolitan Museum of Art แห่งมหานครนิวยอร์ก ที่มีคนเข้าชมประมาณ 6 ล้านราย ด้วยผลพวงจากการเปิดโซน Michael C. Rockefeller Wing ใหม่อีกครั้ง หลังได้รับการบูรณะปรับปรุง

 

จากตัวเลขสถิติของปี 2025 ยังพบสัญญาณที่บ่งบอกความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในเอเชีย โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ National Museum of Korea แห่งกรุงโซล มีผู้เข้าชมสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 70% ในจำนวนทั้งหมด 6.5 ล้านคน นับเป็นตัวเลขที่สูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ในตะวันตกที่ยังคงเผชิญความท้าทายในการลดช่องว่างระหว่างจำนวนผู้เข้าชมปัจจุบันและยอดผู้เข้าชมก่อนปี 2020

 

ทางด้านอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ British Museum มีผู้เข้าชมทั้งหมด 6.4 ล้านคนในปี 2025 ส่วน Tate Modern ยังคงมีจำนวนผู้เข้าชมน้อยกว่าปี 2019 ถึง 26% ในขณะที่ National Gallery of Art แห่งวอชิงตัน ดี.ซี. มีคนเข้าเยี่ยมชมสูงขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงผลลัพธ์ที่คละกันไปในแต่ละพิพิธภัณฑ์

 

 

อ้างอิง

https://hypebeast.com/2026/3/louvre-leads-2025-museum-visitor-rankings-as-asia-surges

 

 

The post Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในปี 2025 กับยอดกว่า 9 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
JOOPITER นำโครงกระดูก ‘Trey’ ไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์อายุ 66 ล้านปีออกประมูล https://thestandard.co/joopiter-triceratops-trey-dinosaur-auction/ Sun, 08 Mar 2026 07:51:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1185549 ภาพโครงกระดูกไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์ ‘Trey’ บนแพลตฟอร์ม JOOPITER

ก้าวไปอีกระดับขั้นของการประมูล สำหรับ JOOPITER เว็บไซต์ […]

The post JOOPITER นำโครงกระดูก ‘Trey’ ไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์อายุ 66 ล้านปีออกประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโครงกระดูกไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์ ‘Trey’ บนแพลตฟอร์ม JOOPITER

ก้าวไปอีกระดับขั้นของการประมูล สำหรับ JOOPITER เว็บไซต์ประมูลออนไลน์ของ Pharrell Williams ที่ตั้งใจเจาะตลาดกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ โดยครั้งนี้องค์กรได้ผสมผสานวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ากับยุคดึกดำบรรพ์ ด้วยการนำโครงกระดูกไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์ (Triceratops) อายุ 66 ล้านปีออกประมูลในแพลตฟอร์ม

 

กระดูกไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์ตัวนี้ได้รับการขนานนามว่า ‘Trey’ โดย Trey ได้รับการขุดค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1993 ในพื้นที่ใกล้เมือง Lusk แห่งรัฐไวโอมิง อันเป็นแหล่งขุดไดโนเสาร์สำคัญของอเมริกาโดยนักบรรพชีวิตวิทยาชื่อดังอย่าง Allen Graffham กับ Lee Campbell และนับเป็นการค้นพบฟอสซิลยุค Late Maastrichtian ครั้งสำคัญเนื่องด้วยสภาพของกระดูกที่ค่อนข้างสมบูรณ์ หลังจากนั้น Trey ก็ถูกส่งไปบูรณะซ่อมแซมอย่างพิถีพิถันที่เยอรมนี ก่อนที่จะได้กลับมายังสหรัฐอเมริกาในปี 1995 เพื่อจัดแสดงในพิธีเปิดศูนย์ Wyoming Dinosaur Center

 

‘Trey’ จัดแสดงอยู่ที่ศูนย์แห่งนั้นมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้มันก็กำลังจะมีบ้านหลังใหม่ผ่านการประมูลโดย JOOPITER ซึ่ง John Auebach ซีอีโอขององค์กรพูดถึงการประมูลครั้งนี้ว่า

 

“การค้นพบบางอย่างที่อยู่เหนือหมวดหมู่ไหนๆ ช่วยย้ำเตือนว่ากาลเวลามันช่างยาวนานเพียงใด ทาง JOOPITER ภูมิใจนำเสนอชิ้นส่วนจากประวัติศาสตร์ที่ใช้เวลาหลายล้านปีในการสรรค์สร้างอย่างแท้จริง”

 

การประมูล Trey จะเริ่มต้นพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 17 มีนาคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 เดือนเดียวกัน โดยมีการเปิดให้รับชมโครงกระดูกของจริงที่สิงคโปร์ผ่านการนัดหมายอย่างเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ที่สนใจตลอดช่วงเดือนนี้ ซึ่ง Trey นับเป็นไดโนเสาร์ที่ค้นพบโดย Allen Graffman เพียงตัวเดียวที่ถูกนำออกประมูลในเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่การค้นพบอื่นๆ ของเขาถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ อย่างถาวร

 

ภาพ JOOPITER

 

อ้างอิง https://hypeart.com/2026/3/joopiter-triceratops-skeleton-trey-auction-announcement-info

The post JOOPITER นำโครงกระดูก ‘Trey’ ไดโนเสาร์ไทรเซราทอปส์อายุ 66 ล้านปีออกประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
RM วง BTS จะเป็นภัณฑารักษ์ให้กับนิทรรศการศิลปะที่ซานฟรานซิสโกเดือนตุลาคมนี้ https://thestandard.co/rm-bts-art-curator-san-francisco/ Sat, 21 Feb 2026 05:25:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1180567 RM วง BTS ขณะเดินทางเข้าร่วมงาน Bottega Veneta

RM ลีดเดอร์วง BTS เตรียมเข้าสู่วงการศิลปะระดับโลกอย่างเ […]

The post RM วง BTS จะเป็นภัณฑารักษ์ให้กับนิทรรศการศิลปะที่ซานฟรานซิสโกเดือนตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
RM วง BTS ขณะเดินทางเข้าร่วมงาน Bottega Veneta

RM ลีดเดอร์วง BTS เตรียมเข้าสู่วงการศิลปะระดับโลกอย่างเต็มตัว เมื่อเขากำลังจะได้ทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ให้กับหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนืออย่างพิพิธภัณฑ์ San Francisco Museum of Modern Art (SFMOMA) ที่ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย สำหรับนิทรรศการพิเศษ RM x SFMOMA ที่จะเริ่มจัดแสดงในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ ไปจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ปี 2027

 

เป็นที่รู้กันดีว่า RM มีความหลงใหลในงานศิลปะอยู่แล้ว โดยเขามักจะแชร์ภาพที่ไปเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์หรืออีเวนต์จัดแสดงงานศิลปะต่างๆ มาโดยตลอด อีกทั้งเขายังเป็นนักสะสมตัวยง โดยสำหรับนิทรรศการ RM x SFMOMA จะนำเสนอผลงานศิลปะแนวโมเดิร์นและผลงานร่วมสมัยจำนวนกว่า 200 ชิ้นที่ RM ทำหน้าที่เป็นผู้คัดสรรร่วมกับ América Marisa Castillo และ Hyoeun Kim จาก SFMOMA ซึ่งรวมไปถึงชิ้นงานจากคอลเล็กชันส่วนตัวของ RM และคอลเล็กชันที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ SFMOMA อย่างถาวรอยู่แล้ว

 

หนึ่งในศิลปินสัญชาติเกาหลีเจ้าของผลงานในคอลเล็กชันของ RM ก็คือ Yun Hyong Keon ผู้รังสรรค์ปกอัลบั้ม Indigo ของเขา นอกจากนั้นนิทรรศการนี้ยังนำเสนองานศิลปะของศิลปินเกาหลีอีกมากมาย ทั้ง Park Re Hyun, Kwon Ok Yon, Kim Yun Shin, To Sang Bong และ Chang Uc Chin เป็นต้น โดย RM กล่าวถึงนิทรรศการ RM x SFMOMA ว่า

 

“เราอาศัยอยู่ในยุคที่ถูกจำกัดด้วยขอบเขต ซึ่งนิทรรศการที่ SFMOMA นี้จะเป็นการสะท้อนขอบเขตเหล่านั้น ระหว่างตะวันออกกับตะวันตก, เกาหลีกับอเมริกา, ความโมเดิร์นกับความร่วมสมัย และความเป็นปัจเจกกับความเป็นสากล ผมไม่อยากไปจำกัดความว่าคุณจะต้องมองงานเหล่านี้ในรูปแบบใด ไม่ว่าจะด้วยความสงสัยใคร่รู้หรือเพื่อการศึกษา มุมมองเหล่านั้นได้รับการต้อนรับทั้งหมด ความหวังอย่างเดียวของผมก็คือการที่นิทรรศการนี้จะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่สามารถสร้างสะพานอันมั่นคงให้กับหลายคนได้”

 

ภาพ: Jacopo Raule/Getty Images for Bottega Veneta

 

อ้างอิง: https://www.allkpop.com/article/2026/02/bts-rm-to-curate-major-art-exhibition-at-sfmoma-set-for-october-2026

The post RM วง BTS จะเป็นภัณฑารักษ์ให้กับนิทรรศการศิลปะที่ซานฟรานซิสโกเดือนตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘EM DISTRICT’ ต่อยอด ‘Academic Program’ ปี 2 เปิดพื้นที่ให้นิสิต–นักศึกษา ตีโจทย์ความยั่งยืนผ่านงานดีไซน์ใน ‘BKKDW2026’ [Advertorial] https://thestandard.co/em-district-academic-program/ Fri, 06 Feb 2026 05:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1174179 'EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

รู้หรือไม่ว่า Asphalt Art หรือ ศิลปะบนทางม้าลาย โปรเจกต […]

The post ‘EM DISTRICT’ ต่อยอด ‘Academic Program’ ปี 2 เปิดพื้นที่ให้นิสิต–นักศึกษา ตีโจทย์ความยั่งยืนผ่านงานดีไซน์ใน ‘BKKDW2026’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
'EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

รู้หรือไม่ว่า Asphalt Art หรือ ศิลปะบนทางม้าลาย โปรเจกต์ที่ปลุกปั้นโดย Bloomberg Philanthropies ที่เปลี่ยนการตีเส้นถนนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นงานศิลปะเพื่อสร้าง Visual Environment ให้คนขับรถรู้สึกว่านี่คือพื้นที่ของคนเดินเท้า จากการสำรวจผลงานที่ทำไปแล้วกว่า 50 เมืองในสหรัฐอเมริกาและยุโรป พบว่าช่วยลดอุบัติเหตุกับคนเดินถนนได้ถึง 50%

 

นี่คือตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า งานศิลปะและการออกแบบเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนได้จริง และเป็นสิ่งที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ตั้งใจส่งสารที่ว่านี้ไปถึงคนเมืองผ่านการจัดงาน ‘Bangkok Design Week’ หรือ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

 

‘Bangkok Design Week 2026’ ปีนี้จึงกลับมาภายใต้ธีม ‘Design S/O/S’ ที่ไม่เพียงตั้งคำถามว่า ‘การออกแบบจะช่วยเมือง ธุรกิจ และผู้คนได้อย่างไร? แต่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า การออกแบบคือเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเมือง และเปิดโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจและผู้คนได้จริงท่ามกลางวิกฤตการณ์รอบด้าน

 

เครื่องมือที่จะนำไปสู่ ‘ทางรอด’ ถูกมองผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ‘Creative Talent’ การแสดงศักยภาพและต่อยอดไอเดียของนักสร้างสรรค์ทั้งรุ่นใหม่และศิลปินมากประสบการณ์ ‘Design Business’ เชื่อมโยงงานออกแบบกับโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือระดับนานาชาติ และ ‘The District’ ใช้การออกแบบเป็นพลังในการปลุกย่านและเศรษฐกิจให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

EM DISTRICT ในฐานะ Art District ของย่านสุขุมวิทและกรุงเทพฯ คือหนึ่งในองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการปลุกย่านและเศรษฐกิจระดับพื้นที่ จึงจับมือกับ CEA ต่อ ยอดโครงการ Academic Program เป็นปีที่ 2 โดยปีนี้เปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาหลากหลายสาขาวิชา ได้มาร่วมปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์และตีความ ‘Something to Stay ___ On’ ในแบบฉบับของพวกเขาเอง ให้กลายเป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวและความยั่งยืนของเมืองในแบบฉบับของตัวเอง 

 

EM DISTRICT: Art District ใจกลางเมือง

 

สุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด เอ็ม ดิสทริค เล่าถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังความร่วมมือกับ CEA ที่ให้มากกว่าการสนับสนุนพื้นที่แต่ยังร่วม Co-Program นำความเชี่ยวชาญ ทีมงานที่คร่ำหวอดในงานออกแบบ และ Know How มาช่วยขัดเกลาและคัดเลือกผลงาน 17 ชิ้น จาก 10 มหาวิทยาลัย มาจัดแสดงในพื้นที่ของ EM DISTRICT

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

“เราตั้งใจสร้าง EM DISTRICT ให้เป็นพื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับทุกคน และมุ่งมั่นที่จะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนความคิด และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ มากกว่าการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ เรายังต้องการให้คนทั่วไปเห็นว่าศิลปะสามารถหลอมรวมเข้ากับทุกศาสตร์ได้อย่างไร”

 

เอ็ม ดิสทริค เป็นศูนย์การค้าแรกในประเทศไทยที่นำผลงานศิลปะและประติมากรรมมาตกแต่งภายในศูนย์การค้า รวมทั้งการจัดสรรพื้นที่ภายในศูนย์การค้าเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะต่างๆ อาทิ The Golden Year of Friendship – Panda Installation งานจัดแสดงประติมากรรมแพนด้า กว่า 3,000 ตัว เพื่อเฉลิมฉลองตรุษจีนและความสัมพันธ์ระหว่างไทย–จีน หรืองาน “EM DISTRICT EMPRESSION 2025: IMAGINE SUKHUMVIT-THE ART PEOPLE MEET-UP” ที่จับมือกับ บมจ.แสนสิริ จัดแสดงผลงานศิลปะจาก 88 ศิลปินที่ได้รับคัดเลือกทั่วพื้นที่ศูนย์การค้า

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

เรียนรู้ผ่าน Real Sector โจทย์จริง (ซ้อม) เจ็บจริง

 

“สิ่งที่เราทำอยู่เดิมถึงจะเกี่ยวกับศิลปะ แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยทำตั้งแต่ต้นน้ำ การเริ่มต้น Academic Program ทำให้เราได้ใช้ศักยภาพที่เรามี และทีม ART IN THE MALL โดย ไซม่อน นิโคลัส พิลลาร์ด Creative & Art Director ผู้มีส่วนสำคัญในการออกแบบและดีไซน์การตกแต่งศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่งของ เอ็ม ดิสทริค ได้นำ Knowhow มาช่วยขัดเกลาแนวคิดและการทำงานของน้องๆ ให้เกิดขึ้นได้จริง”

 

“ปีนี้เราเห็นความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถผสมผสานงานดีไซน์เข้ากับโจทย์ ประสบการณ์ และความเชื่อของพวกเขา เราอยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นเสมือนพื้นที่ขัดเกลาก่อนลงสนามจริง ต้องเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การตีโจทย์จากสิ่งที่ตนเองกำลังอินอยู่ หรือมีประสบการณ์ ออกมาเป็นชิ้นงานที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ การทำงานมันเต็มไปด้วยข้อจำกัด และยังต้องสร้างงานภายใต้บัดเจทที่กำหนด พวกเขาจะได้เห็นมิติการทำงานที่กว้างขึ้น”

 

สุธาวดี บอกว่า ภายใต้การตีโจทย์ที่เป็นปัจเจก ผลงานนั้นๆ จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม และสามารถต่อยอดการใช้งานได้ในอนาคต ถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ผ่านแนวคิดและสุนทรียศาสตร์ ที่สำคัญต้องใช้วัสดุที่ยั่งยืนหรือวัสดุรีไซเคิลในการผลิตชิ้นงาน กว่าจะออกมาเป็น 17 ชิ้นงานที่ทุกคนได้เห็น ต้องผ่านกระบวนการทำงานคัดเลือกที่เข้มข้น เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์ที่สุดก่อนจัดแสดงจริง

 

“เรื่องที่เราให้ความสำคัญมากๆ คือ ทุกชิ้นงานต้องปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ พอเป็น Public Display ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ชมงานด้วย การเลือกพื้นที่จัดแสดง เรามองเรื่องความปลอดภัยและความเหมาะสมของขนาดชิ้นงาน อย่างชิ้นงานที่จัดแสดงตรงทางเชื่อมรถไฟฟ้า เป็นจุดที่คนเดินผ่านตลอดทั้งวัน ต้องเป็นงานที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย ไม่คม แข็งแรง ไม่ล้ม”

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

ตัวอย่างผลงานที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ ‘Something to Stay Rooted On’ ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เอาหัวใจของ ‘เทศกาลร่มบ่อสร้าง’ มาสื่อถึงการปกป้องและการให้ร่มเงา ผสานเข้ากับ “เสียงฝนจาก Rainstick” เพื่อสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์และประสาทสัมผัส ช่วยให้จิตใจค่อย ๆ สงบลง พร้อมทั้งเชื่อมโยงวิถีคนเมืองเข้ากับกลิ่นอายของภาคเหนือ ด้วยวัสดุรีไซเคิลเข้ากับสัญลักษณ์ ‘ตาแหลว’ บรรยากาศที่ผ่อนคลายยังสะท้อนให้เห็นว่า ความสงบไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไปแสวงหาธรรมชาติที่ห่างไกล แต่เกิดขึ้นได้ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวและความน่าตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

หรือ เอ้กอีเอ้กเอ้ก ‘Something to Rise For’ จากทีมนักศึกษามัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หยิบเอาตัวอักษร “กอไก่” จุดเริ่มต้นของพยัญชนะไทย และ “ไก่” เองก็เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นวันใหม่ มาเป็นตัวแทนของพลังแห่งการเริ่มต้นและกำลังใจ สำหรับคนทำงานทุกคน ที่ต้อง “ก้าวหน้า” ไปข้างหน้า “ก้าวข้าม” อุปสรรค “ก้าวฝัน” ด้วยความหวัง “ก้าวทำ” อย่างตั้งใจ และไม่ลืม “กำลังใจ” ที่อยู่ในทุกก้าวของชีวิต นำเสนอผ่านประติมากรรม ‘ไก่เงิน-ไก่ทอง’ พร้อมกิมมิก Interactive ให้ผู้เข้าชมหยิบ ‘ไข่คำทำนาย’ ที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ เพื่อสื่อว่าในทุกการเริ่มต้นใหม่… ความหวังสามารถเติบโตและเบ่งบานได้เสมอในใจของทุกคน

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

และ ‘Something to Stay Local’ ผลงานจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ ที่ได้แรงบันดาลใจการใช้ชีวิตของผู้คนผ่านลวดลายของเหล็กดัดที่สามารถพบได้บริเวณชุมชนจากย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นผนัง หน้าต่าง บานประตู ลวดลายประดับ จึงนำไม้แขวนเสื้อและเศษพรมเหลือทิ้งมาถักทอให้กลายเป็นเฟรม ไม่เพียงสะท้อนถึงความประณีต ความพอเพียง และการสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน แต่ยังสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของสถาปัตยกรรมในแต่ละพื้นที่ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนไทยได้เช่นกัน 

 

จุดเชื่อมต่อโอกาสและอนาคตของนักออกแบบรุ่นใหม่

 

สุธาวดี เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเล็กๆ ที่ช่วยกระเพื่อมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในสังคม ทำให้คนเมืองหันกลับมามองว่าจริงๆ แล้ว ในชีวิตของเราทุกคนรายล้อมไปด้วยงานศิลปะ

 

“เราไม่ได้มองศิลปะเป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่เรามอง ‘ศิลปะคือวัฒนธรรม และวัฒนธรรมก็คือศิลปะ’ การสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์คือ DNA และทิศทางหลักที่เราจะปักหมุดให้พื้นที่ใจกลางเมืองแห่งนี้ เป็นหมุดหมายทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ เพราะเราเชื่อว่าพื้นที่ใจกลางเมืองเป็นพื้นที่ที่เปล่งเสียงได้ดังที่สุด”

 

“เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นที่จับตามองของคนทั้งโลกผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เราอยากสร้าง Vibe ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ตีความได้ และสนุกไปกับมัน โดยเฉพาะการร่วมมือกับ CEA ในครั้งนี้ การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยของ คือการสร้างโอกาสให้ศักยภาพของเด็กไทยไปได้ไกลกว่าเดิม”

 

“ความสำเร็จของงานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดแรงผลักดันจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นิสิต นักศึกษาที่ส่งผลงานเข้าประกวด อาจารย์มหาลัยฯ ที่ช่วยโค้ชชิ่ง หรือแม้รุ่นพี่ที่เคยประกวด แม้ว่าสเกลงานปีนี้จะใหญ่ขึ้น แต่การทำงานกลับราบรื่น”

 

EM DISTRICT' ต่อยอด 'Academic Program

 

พิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เสริมว่า “ความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้ คือการที่น้องๆ ได้ทำงานร่วมกับ Real Sector มันช่วยทลายขีดจำกัดของการเรียนรู้แบบเดิมๆ เพราะในห้องเรียนอาจจำลองไอเดียได้เพียงระดับหนึ่ง แต่การลงมือทำงานจริงจะสร้างกระบวนการและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ มันคือการสร้าง Portfolio เพื่อเปิดประตูบานต่อไปให้กับพวกเขา”  

 

“สิ่งสำคัญคือการได้พื้นที่จัดแสดงใจกลางสุขุมวิท การที่ EM DISTRICT สนับสนุนพื้นที่สามารถเชื่อมโยงคนจำนวนมากและสร้างการมีส่วนร่วมกับงานได้จริง น้องๆ ก็สามารถดู Reaction ว่าคนที่มาดูงานมีส่วนร่วมกับผลงานของพวกเขาไหม”

 

พิชิต ยังบอกด้วยว่า งานศิลปะเหล่านี้ก็จะเข้าไปเติมเต็มให้ EM DISTRICT กลายเป็น ‘Third Place’ ที่มีชีวิตชีวา เป็นพื้นที่ที่ผู้คนอยากออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างมีความหมายจริงๆ

 

เมื่อถามถึงก้าวต่อไปของ EM DISTRICT สุธาวดี บอกว่า สิ่งที่จะยังคงอยู่และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือ ‘Vibing’

 

“เราไม่ได้นิยามความสนุกแค่เพียงชั่วคราว แต่เราต้องการสร้าง ‘สีสัน’ และ ‘ประสบการณ์ใหม่’ ทำให้ทุกคนเดินเข้ามาแล้วมีรอยยิ้มกลับไป การทำให้ทุกคนมีความสุขเมื่ออยู่กับเรา ความสุขที่ไม่ได้มาจากการช้อปปิ้งหรือการทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่คือการได้เสพงานศิลป์รอบตัวแล้วรู้สึกดี คือพันธกิจที่เรายึดถือเสมอมาเราพร้อมจะเป็นพื้นที่ที่สนับสนุนคนทุกช่วงวัย เพราะเราเชื่อว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ตราบใดที่คุณมี ‘หัวใจของความเป็นศิลปิน’ เรายินดีที่จะผลักดันและเติบโตไปพร้อม

The post ‘EM DISTRICT’ ต่อยอด ‘Academic Program’ ปี 2 เปิดพื้นที่ให้นิสิต–นักศึกษา ตีโจทย์ความยั่งยืนผ่านงานดีไซน์ใน ‘BKKDW2026’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
CASETiFY แต่งตั้งให้ G-DRAGON เป็น Global iCon คนแรกของแบรนด์ https://thestandard.co/casetify-g-dragon-first-global-icon/ Tue, 20 Jan 2026 12:55:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1167418 CASETiFY แต่งตั้งให้ G-DRAGON เป็น Global iCon คนแรกของแบรนด์

CASETiFY ประกาศแต่งตั้งให้ G-DRAGON ขึ้นเป็น Global iCO […]

The post CASETiFY แต่งตั้งให้ G-DRAGON เป็น Global iCon คนแรกของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CASETiFY แต่งตั้งให้ G-DRAGON เป็น Global iCon คนแรกของแบรนด์

CASETiFY ประกาศแต่งตั้งให้ G-DRAGON ขึ้นเป็น Global iCON คนแรกของแบรนด์ พร้อมเปิดฉากการเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี โดย G-DRAGON จะไม่เพียงปรากฏตัวในแคมเปญต่างๆ เท่านั้น แต่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและภาพลักษณ์ของแบรนด์ตลอดทั้งปี ในฐานะศิลปินผู้มีอิทธิพลระดับโลก

 

โดยแคมเปญฉลองครบรอบ 15 ปีครั้งนี้มาในแนวคิด “CHROMATIC: FORMS & HUES” ที่ถ่ายทอดสองมุมมองของความคิดสร้างสรรค์ โดยในวันที่ 26 มกราคม CASETiFY จะเปิดตัว “CHROMATIC: FORMS” นำโดย Alloy Ripple Case เคสอะลูมิเนียมดีไซน์โดดเด่นในไลน์ Ripple พร้อมอุปกรณ์เสริมสีเมทัลดีไซน์ใหม่ อาทิ Metal Charms สายสะพาย Metal Cross-body Chain แบบ 2-in-1 และ Custom Metal Charm Cubes สำหรับการปรับแต่งในแบบของตัวเอง

 

พร้อมกันนี้ “CHROMATIC: HUES” จะเปิดตัวเฉดสีใหม่จำนวน 5 สี สำหรับคอลเล็กชัน Ripple ถ่ายทอดพลังของสีสันและการแสดงออกทางสไตล์ที่หลากหลาย

 

Wesley Ng ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง CASETiFY กล่าวว่า “G-DRAGON ในฐานะ Global iCON คนแรก ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CASETiFY ในปีที่เราครบรอบ 15 ปี เขาไม่เพียงช่วยขยายการรับรู้ของแบรนด์ในวงกว้าง แต่ยังมีบทบาทในการร่วมกำหนดทิศทางความคิดสร้างสรรค์ของเรา เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีคือพื้นที่สำหรับการแสดงตัวตนของแต่ละคน”

 

ภาพ: CASETiFY

The post CASETiFY แต่งตั้งให้ G-DRAGON เป็น Global iCon คนแรกของแบรนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก https://thestandard.co/life/art-sg-2026-singapore-art-week-guide/ Tue, 06 Jan 2026 05:41:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1161841 ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก

ART SG 2026 กลับมาแล้วในปีที่ 4 พร้อมยกระดับให้เป็นจุดห […]

The post ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก

ART SG 2026 กลับมาแล้วในปีที่ 4 พร้อมยกระดับให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของคนรักศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลก ปีนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นครั้งแรกที่จับมือกับ S.E.A. Focus จัดงานร่วมกันในพื้นที่เดียวที่ Marina Bay Sands ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Singapore Art Week ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 มกราคม 2569

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 1

 

งานนี้รวมแกลเลอรีชั้นนำถึง 106 แห่งจากกว่า 30 ประเทศ ครอบคลุมทั้งศิลปินระดับโลก ศิลปินเอเชีย และศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเลยมองว่านี่ถือเป็นโอกาสดี ที่คนไทยสายอาร์ตจะได้สัมผัสภาพรวมวงการศิลปะร่วมสมัยในทริปเดียว

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 2

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 3

 

ไฮไลต์ปีนี้คือการเปิดตัว S.E.A. Focus ภายใต้แนวคิด “The Humane Agency” ที่เน้นบทบาทของศิลปินในฐานะผู้ขับเคลื่อนความเห็นอกเห็นใจและมนุษยธรรม ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการแสดง Performance Art ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ART SG ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Rockbund Art Museum จากเซี่ยงไฮ้ ผลงานเด่นจาก UBS Art Collection รวมถึงการจัดตั้ง ART SG FUTURES Prize เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่อีกด้วย

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 4

 

ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก 5

 

สำหรับคนไทยที่ชอบงานศิลปะ งานนี้ไม่ใช่แค่งานแฟร์ธรรมดา แต่คือประสบการณ์ครบครัน ทั้งการชมงาน ซื้อสะสม เรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายศิลปะระดับนานาชาติ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ สิงคโปร์จะกลายเป็นเมืองศิลปะทั่วทั้งประเทศ ใครสนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ www.artsg.com/tickets

The post ทริปสิงคโปร์ต้นปีต้องมีงานนี้ ART SG 2026 รวมงานศิลปะระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ https://thestandard.co/from-penfolds-to-the-world/ Wed, 17 Dec 2025 08:50:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1152805 FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ

เกือบ 180 ปีที่ยืนหยัดในการสร้างสรรค์แบรนด์ผ่านคุณภาพ ม […]

The post FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ

เกือบ 180 ปีที่ยืนหยัดในการสร้างสรรค์แบรนด์ผ่านคุณภาพ มาตรฐาน และศิลปะชั้นสูงใน The Art of Blending เรื่องราวทั้งหมดได้ถูกหยิบยกขึ้นมาบอกเล่าผ่านกิมมิกใหม่ล่าสุดที่ไม่เพียงแต่น่าสนใจ แต่ยังแสนเก๋และเชื้อเชิญให้ผู้ที่สัญจรไปมาอดสะดุดตาเหลียวมองเป็นไม่ได้ สำหรับ ‘FROM PENFOLDS TO THE WORLD’

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD คือป๊อปอัพล่าสุดของ Penfolds ที่จัดขึ้น ณ ยังชั้น M ศูนย์การค้า EmSphere โดยเปิดให้เยี่ยมชมได้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 ถึง 4 มกราคม 2026 ภายใต้คอนเซปท์ของ การหยิบเอาแรงบันดาลใจจาก ‘ไปรษณีย์ยุคคลาสสิก’ มาเล่นเป็นกิมมิกและธีมหลักในการนำเสนอป๊อปอัพครั้งนี้

 

ทั้งยังเป็นการเล่นกับ Core Values ของแบรนด์ ในเชิงการหยิบเรื่องราว มรดกแห่ง Art of Blending ของไวน์จากในอดีตและประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน สานต่อสู่ปัจจุบัน และเดินหน้าต่อไปสู่อนาคตด้วยท่วงท่าที่สง่างาม เคารพรากเหง้า ขณะเดียวกันก็ ‘นำเสนอได้หวือหวา’ ด้วยการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 1

 

ค้นพบความพิเศษของ FROM PENFOLDS TO THE WORLD ผ่านการเบลนด์กิมมิกไปรษณีย์ยุคคลาสสิกมาผสมผสาน

 

ความพิเศษของป๊อปอัพ FROM PENFOLDS TO THE WORLD คือการจำลองการตกแต่ง กิจกรรม และเรื่องราวที่นำเสนอออกมาผ่านเรื่องราวของไปรษณีย์ในยุคคลาสสิก

 

เริ่มต้นตั้งแต่ฉากของตัวป๊อปอัพที่ใช้ทั้งสีแดงซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสีที่โดดเด่นของแบรนด์ Penfolds เท่านั้น เพราะยังเป็นสีที่ไปรษณีย์ส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้กันอีกด้วย (เนื่องจากเป็นสีที่โดดเด่นและสะดุดตา โดยที่มีเรื่องเล่ากันว่า เดิมทีสีตู้ไปรษณีย์มักใช้เป็นสีเขียว แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อความโดดเด่น และมองเห็นได้ง่าย)

 

การตกแต่งป๊อปอัพที่จำลองระบบท่อลมสำหรับส่งพัสดุระหว่างคลังอย่าง Pneumatic tubes เป็นท่อสีแดงฉานขนาดยักษ์ พร้อมตู้คอนเทนเนอร์ ภายใต้แนวคิดที่ทำการไปรษณีย์ Penfolds (Penfolds Postal Service)

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 2

 

ไล่เรียงไปจนถึงการใส่ใจในดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างเช่น ชุดของพนักงานประจำป๊อปอัพที่ใช้เป็นแจ็กเก็ตชวนให้นึกถึงบุรุษไปรษณีย์ พนักงานส่งจดหมาย

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 3

 

หรือแม้แต่ป้ายส่งของขวัญเฉพาะตัวระหว่างเช็กอิน (Personalised Shipping Label) ที่ใช้วิธีการปรินท์แบบสดๆ หน้างาน โดยจำลองเอาดีเทลของการจ่าหน้าพัสดุมาเป็นลูกเล่น โดยที่ตัวป้ายนี้ยังมีไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมป๊อปอัพใช้เป็นไอเทมปลดล็อก ‘พัสดุปริศนา’ ที่ตู้จดหมายอัตโนมัติภายในป๊อปอัพอีกด้วย

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 4

 

ภายในงาน คุณยังสามารถเก็บความทรงจำสุดประทับใจได้ที่โฟโต้บูธ พร้อมตกแต่งภาพของตนเองให้เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างด้วยสติ๊กเกอร์ธีมไปรษณีย์สุดน่ารักได้อีกต่างหาก

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 5

 

Grange Immersive Room ห้องจัดแสดงแบบ multi-sensory showcase สุดครีเอทที่ขอเตือนว่าห้ามพลาดเป็นอันขาด!

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานและป๊อปอัพ FROM PENFOLDS TO THE WORLD คือ Grange Immersive Room หรือห้องจัดแสดงแบบ multi-sensory showcase

 

ห้องแห่งนี้จะทำหน้าที่พาผู้ร่วมงานดำดิ่งสู่เรื่องราวของ Penfolds Grange ไวน์ระดับตำนานของแบรนด์ พร้อมเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากคอลเลกชั่นระดับโลกของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Bin 389 Cabernet Sauvignon Shiraz, FWT 585 Cabernet Sauvignon Merlot Petit Verdot, Bin 600 California Cabernet Sauvignon Shiraz และ Champagne Cuvée Brut NV เป็นต้น

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 6

 

โดยมาพร้อมกับคอลเลกชันสุดลิมิเต็ด ภายใต้บรรจุภัณฑ์สุดพิเศษที่ถูกดีไซน์เป็นกล่องของขวัญที่หน้าตาละม้ายคล้ายตู้คอนเทนเนอร์สีแดงที่น่าสะสม

 

 

ภายในป๊อปอัพยังยังมีบริการปรับแต่งของขวัญเฉพาะบุคคล (Personalised Gifting Options) สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

 

และสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าภายในงาน ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับพวงกุญแจ Penfolds Carabiner Charm รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งมีเฉพาะในป็อปอัพนี้เท่านั้น

 

สำหรับ From Penfolds to the World สเปซแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของขวัญเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพให้กับงานฝีมือและความผูกพันธ์ โดยเฉพาะ The Art of Blending และการส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ทั้งหมดล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสร้างความประทับใจให้กับช่วงเทศกาลนี้โดยเฉพาะ

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 8

 

พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายที่ป๊อปอัพตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมมาสเตอร์ คลาสของ Penfolds ซึ่งนำเสนอไวน์พรีเมี่ยม 4 รุ่นจาก Penfolds Collection ครอบคลุมไวน์จากทั้ง ออสเตรเลีย แคลิฟอร์เนีย และฝรั่งเศส ได้แก่ Bin 389 Cabernet Sauvignon Shiraz, Bin 600 Calfomia Cabernet Sauvignon Shiraz, FWT 585 Cabemet Sauvignon Merlot Petit Verdot w Champagne Covee Brut NV เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกับการผลิตไวน์ของแบรนด์ ที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยไร่องุ่น หรือพื้นที่ ทำให้สามารถคัดสรรองุ่นคุณภาพดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกได้

 

FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ 9

 

ป๊อปอัพ From Penfolds to the World เปิดให้บริการทุกวัน ที่ชั้น M ศูนย์การค้า EmSphere ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 มกราคม 2026

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.penfolds.com

The post FROM PENFOLDS TO THE WORLD ป๊อปอัพสุดเก๋ส่งท้ายปีของ Penfolds ที่ขอจ่าหน้าซอง ส่งของขวัญจากความประทับใจถึงโลกทั้งใบ appeared first on THE STANDARD.

]]>