×

4 เหตุผล กับการตอบคำถามว่า ทำไม Upbit ถึงเป็น Exchange คุณภาพและเชื่อถือได้ของเหล่านักเทรด

27.01.2022
  • LOADING...
Upbit

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • การเลือก Exchange ดีมีคุณภาพส่งผลต่อนักลงทุนมหาศาล ตั้งแต่ระบบการซื้อขายที่เสถียร สามารถซื้อขายได้ในช่วงตลาดผันผวนรุนแรง นักลงทุนไม่ต้องมานั่งลุ้นจนเหงื่อตกว่าธุรกรรมนั้นจะสำเร็จหรือไม่ ความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มที่สามารถดูแลสินทรัพย์ของเราได้โดยไม่ชิงหนีหาย
  • เว็บไซต์ CoinMarketCap ซึ่งเป็นเว็บจัดอันดับคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกอ้างอิงมากที่สุด เคยจัดอันดับให้เครือ Upbit อยู่ในอันดับ 2 ด้านการมีวอลุ่มการเทรดรายวันสูงที่สุดจาก Exchange ทั้งหมด 306 แห่งทั่วโลก แม้จะมีขึ้นลงบ้างตามปริมาณการเทรดรายวัน แต่โดยรวมแล้วมักติดอันดับอยู่ใน Top 5
  • ปัจจุบัน Upbit Thailand มีเหรียญในกระดานมากถึง 94 เหรียญ ใน 113 คู่เทรด โดยคัดเลือกเหรียญที่มีพื้นฐานดีเป็นหลัก มีวอลุ่มทั่วโลกสูง ตรวจสอบประวัติผู้พัฒนาได้

อย่างที่ทราบกันดีว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเฟื่องฟูมากในประเทศไทย และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีกในปีนี้ จากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยว่า จำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีทั้งหมดกว่า 1.4 ล้านบัญชี น้อยกว่าบัญชีในหลักทรัพย์เกือบเท่าตัว แต่กลับมีอัตราการขยายตัวสูงอยู่ที่ 27.6% ต่อเดือน ขณะที่บัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มีอัตราการเติบโตเพียง 2.9% ต่อเดือนเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า ตลาดคริปโตในไทยมีแนวโน้มขยายมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

แน่นอนว่าเหตุผลการเข้าสู่โลกคริปโตของแต่ละคนต่างกันออกไป บางคนเข้ามาเพื่อเทรดเหรียญ บางคนเข้ามาเพื่อซื้อขาย NFT เล่น GameFi หรือมีใจรักสนุกอยากท่องใน Metaverse แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใด ก้าวแรกในคริปโตย่อมเริ่มต้นที่ Exchange

 

การเลือก Exchange ที่ดีมีคุณภาพนั้นส่งผลต่อนักลงทุนมหาศาล ตั้งแต่การซื้อขายที่เสถียร สามารถซื้อขายได้ในช่วงตลาดผันผวนรุนแรง นักลงทุนไม่ต้องมานั่งลุ้นจนเหงื่อตกว่าธุรกรรมนั้นจะสำเร็จหรือไม่ ความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มที่สามารถดูแลสินทรัพย์ของเราได้โดยไม่ชิงหนีหาย นั่นยังไม่รวมถึงบรรดาเหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีที่คอยแต่หาช่องโหว่โจมตีอยู่ตลอดเวลา เชื่อเถอะว่าปัญหากวนใจเหล่านี้ทำให้คุณว้าวุ่นและนอนไม่หลับได้เลย ในบรรดา Exchange ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. มี Exchange หนึ่งที่เราอยากแนะนำให้รู้จักคือ ‘Upbit’ แพลตฟอร์มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีสัญชาติเกาหลีใต้ที่เพิ่งเปิดให้บริการในไทยได้ครบ 1 ปี

 

แม้คนไทยจะไม่ค่อยรู้จัก Upbit แต่ในเกาหลีใต้และในระดับโลก แพลตฟอร์มนี้น่าเชื่อถือ ได้รับความนิยมสูง และมีทีมงานที่คร่ำหวอดในวงการ FinTech มาอย่างเนิ่นนาน

 

และนี่คือ 4 เหตุผลที่ว่าทำไม Upbit ถึงเป็น Exchange ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ของเหล่านักเทรด

 

1. ความแข็งแกร่งที่มาจากประสบการณ์

Upbit ก่อตั้งในปี 2017 โดยชายหนุ่ม 2 คน Chi Hyung Song และ Kim Hyoung Nyon ก่อนจะมาเป็น Upbit ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการเปิดบริษัท FinTech ของตนเองในปี 2012 และใช้ชื่อว่า ‘Dunamu’ ซึ่งแปลว่า ต้นไม้สองต้น (เป็นตัวแทน ‘การเงิน’ และ ‘อินเทอร์เน็ต’) พัฒนาแอปเทรดหุ้น ‘StockPlus’ ขึ้นมาจนได้รับความนิยมที่สุดในเกาหลี โดยมีผู้ร่วมลงทุนเป็นบริษัทที่เราคุ้นหูกันดีอย่าง Kakao ตามด้วย Daum Financial Services, Qualcomm Ventures และ Woori Technology Investment ในภายหลัง

 

หลังสะสมประสบการณ์ เรียนรู้และพัฒนาธุรกิจจนเชี่ยวชาญ จึงหันมาจับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี เพราะมองว่านี่คือเทรนด์การเงินในอนาคต และรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ให้การสนับสนุน Upbit จึงถูกพัฒนาขึ้นและเปิดตัวในปี 2017 จากนั้นก็ขยับขยายสาขาไปยังต่างประเทศในปี 2018 เริ่มจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย ปัจจุบันกลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในเกาหลี ไม่ใช่แค่ยูนิคอร์น แต่เป็น เดคาคอร์น (Decacorn) ซึ่งเป็นคำใช้เรียกสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง

 

สิ่งที่ทำให้ Upbit เติบโตจนประสบความสำเร็จคือความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้บริโภคที่มอบให้ พวกเขารู้ว่าควรจัดการกับภัยไซเบอร์อย่างไร ด้วยการผ่านร้อนผ่านหนาวในโลก FinTech มาเป็น 10 ปี นอกจากนี้ยังคงเป็น Exchange ไม่กี่แห่งที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมรับผิดชอบทรัพย์สินของนักลงทุนเมื่อเกิดปัญหา ขณะที่ Exchange ส่วนใหญ่ต้องปิดตัวลงทันทีเมื่อถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

Upbit

 

2. แพลตฟอร์มแข็งแกร่ง รองรับวอลุ่มการเทรดรายวันระดับท็อปโลก

คนเล่นคริปโตคงทราบดีถึงปัญหาไม้เบื่อไม้เมาในหลาย Exchange ที่มักเกิดการสะดุดหรือล้มเหลวในการทำธุรกรรมช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน ชี้เป็นชี้ตายสินทรัพย์ในกระเป๋าของนักเทรด

 

Upbit

กราฟแสดงข้อมูลวอลุ่มการเทรด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564

 

เว็บไซต์ CoinMarketCap ซึ่งเป็นเว็บจัดอันดับคริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกอ้างอิงมากที่สุด เคยจัดอันดับให้เครือ Upbit อยู่ในอันดับ 2 ด้านการมีวอลุ่มการเทรดรายวันสูงที่สุดจาก Exchange ทั้งหมด 306 แห่งทั่วโลก แม้จะมีขึ้นลงตามปริมาณการเทรดรายวัน แต่โดยรวมแล้วมักติดอันดับอยู่ใน Top 5 โดย Upbit Korea เคยทำสถิติปริมาณการเทรดได้สูงที่สุด 3.78 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 (อ้างอิงจาก CoinGecko) ซึ่งนั่นชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มและศักยภาพรับรองวอลุ่มการเทรดได้สูง นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาแพลตฟอร์มค้างในช่วงที่ตลาดมียอดการเทรดพุ่งแรงแบบที่เคยประสบปัญหากับแพลตฟอร์มอื่น

 

3. โปร่งใสและให้ข้อมูลอย่างจริงใจ 

ประสบการณ์ในการให้บริการมาหลายปีทำให้ Upbit เข้าใจนักลงทุนว่านักลงทุนต้องการอะไร การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง และสิ่งที่นักลงทุนต้องการคือข้อมูลที่โปร่งใสและจริงใจกับตนมากที่สุด เพื่อที่จะได้ประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

 

แพลตฟอร์ม Upbit สามารถให้นักเทรดดูข้อมูลได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นประวัติการเทรด แสดงข้อมูลสัดส่วนกำไร/ขาดทุน (Profit/Loss Ratio หรือ P/L Ratio) ของทุกเหรียญทันทีที่ลงทุน ซึ่งต่างจากบางแพลตฟอร์มที่เลือกแสดงเพียงภาพรวมของพอร์ตเท่านั้น

 

นอกจากนี้ยังแจกแจงค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมทุกรายการ และยังให้ข้อมูลพื้นฐาน มี Whitepaper พร้อมเชื่อมโยงกับบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น Twitter เสร็จสรรพ นักเทรดจึงติดตามได้ครบในทีเดียว

 

Upbit

 

4. คัดเฉพาะเหรียญพื้นฐานดีให้นักลงทุน

ในโลกคริปโตเคอร์เรนซีที่มีเหรียญให้เลือกมากเป็นหมื่นเป็นแสนเหรียญ แต่จะมีเพียงไม่กี่เหรียญเท่านั้นที่แต่ละ Exchange เลือกลิสต์ขึ้นกระดานเทรด ซึ่งแต่ละ Exchange จะมีเกณฑ์ในการคัดเลือกเหรียญแตกต่างกันไป โดยทั่วไปศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีจะต้องมีเกณฑ์การคัดเลือกเหรียญ (Listing Rules) ตามกฎของสำนักงาน ก.ล.ต. และความเข้มงวดตามนโยบายของบริษัท สำหรับ Upbit ใช้การคัดเลือกโดยเน้นไปที่เหรียญพื้นฐานดีเป็นหลัก อาทิเช่น

 

  • เหรียญต้องมีวอลุ่มการเทรดสูงจากทั่วโลก เพื่อลดความเสี่ยงจากการปั่นราคาอย่างไม่เป็นธรรมโดยนักลงทุนรายใหญ่
  • เหรียญต้องมีรูปแบบการใช้งาน (Use Case) ชัดเจน
  • สามารถตรวจสอบประวัติเครือข่ายผู้พัฒนาเหรียญได้อย่างโปร่งใส
  • Upbit จะไม่นำเหรียญที่เกี่ยวกับ Upbit โดยตรงมาเทรดในกระดาน

 

นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าตลาดซื้อขายมีความเป็นกลาง และ ‘ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน’ แน่นอน

 

ปัจจุบัน Upbit กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดในโลก ได้รับมาตรฐาน ISO 27001, ISO 27017, ISO 27018 ซึ่งเป็นมาตรฐานการันตีด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในข้อมูล

 

นอกจากนี้ยังมีเหรียญเทรดในกระดานมากกว่า 94 เหรียญใน 113 คู่เทรด โดยยังมี UBCI ที่เป็นดัชนีวัดผล แบ่งเป็นธีมต่างๆ อย่าง Smart Contracts, IoT, NFT, Collectibles, DeFi ฯลฯ เพื่อให้นักเทรดได้กระจายความเสี่ยงตามความสนใจ

 

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากลองใช้ Upbit สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ https://upbit.one/7u03/thestandard3

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising