WWDC – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 10 Jun 2025 05:45:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 Apple เปิดตัวงาน WWDC 2025 ด้วยคลิปโปรโมต F1 The Movie https://thestandard.co/apple-wwdc-2025-f1-the-movie/ Tue, 10 Jun 2025 05:45:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1083579 Apple WWDC 2025

งาน WWDC 2025 ซึ่งเป็นงานประชุมประจำปีของบริษัท Apple เ […]

The post Apple เปิดตัวงาน WWDC 2025 ด้วยคลิปโปรโมต F1 The Movie appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple WWDC 2025

งาน WWDC 2025 ซึ่งเป็นงานประชุมประจำปีของบริษัท Apple เพื่อแสดงสินค้า ซอฟต์แวร์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยในปีนี้เริ่มต้นด้วยวิดีโอที่น่าสนใจของ Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่กำลังขับรถ F1 อยู่บนหลังคาของ Apple Park

 

แม้เนื้อหาวิดีโอจะเป็นการปั่นแบบสนุกสนาน แต่คลิปวิดีโอนี้ก็เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ซึ่ง Apple ตั้งใจเปิดงานด้วยวิดีโอนี้เพื่อโปรโมตภาพยนตร์ F1 The Movie ที่ผลิตโดย Apple ซึ่งกำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้

 

The post Apple เปิดตัวงาน WWDC 2025 ด้วยคลิปโปรโมต F1 The Movie appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Vision Pro: จากเวทมนตร์สู่ความว่างเปล่า ความหวังที่ริบหรี่ของ Apple ในโลกแห่งเทคโนโลยี AR https://thestandard.co/apple-vision-pro-magic-to-nothing/ Tue, 09 Jul 2024 05:39:12 +0000 https://thestandard.co/?p=955329

Kevin Roose ผู้เป็นคอลัมนิสต์ด้านเทคโนโลยีของ The New Y […]

The post Apple Vision Pro: จากเวทมนตร์สู่ความว่างเปล่า ความหวังที่ริบหรี่ของ Apple ในโลกแห่งเทคโนโลยี AR appeared first on THE STANDARD.

]]>

Kevin Roose ผู้เป็นคอลัมนิสต์ด้านเทคโนโลยีของ The New York Times ออกมาเขียนบทความที่ระบุว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเขามีโอกาสได้ลองใช้ Apple Vision Pro เป็นครั้งแรก มันให้ความรู้สึกเหมือนเวทมนตร์ จนหลงรักชุดหูฟัง ‘Spatial Computing’ ราคา 3,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.27 แสนบาท) นี้ แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่ามันมีไว้เพื่ออะไรกันแน่

 

เขาพกมันไปทุกที่ ทนต่อสายตาแปลกๆ จากเพื่อนร่วมงาน คนแปลกหน้าในร้านกาแฟ และผู้โดยสารบนเครื่องบิน แต่ความตื่นเต้นก็จางหายไป ทุกวันนี้เขาแทบไม่ได้ใช้ Vision Pro เลย นานๆ ครั้งจะหยิบมาใช้เขียนงานหรือดูภาพยนตร์บนเตียงตอนภรรยาหลับ

 

Apple ยังไม่เปิดเผยยอดขายอย่างเป็นทางการ แต่จากการประเมินของนักวิเคราะห์บ่งชี้ว่า Vision Pro อาจไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดไว้ ผู้ใช้หลายคนขอคืนเงินและมีการขายต่อในราคาเพียง 2,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 90,000 บาท) บนเว็บไซต์ขายของมือสอง

 

เมื่อสอบถามเพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของ Vision Pro ที่ส่วนใหญ่เป็นนักข่าวและคนทำงานด้านเทคโนโลยีพบว่า มีน้อยคนนักที่ยังคงใช้งานอยู่

 

ในงานประชุมนักพัฒนาระดับโลก (WWDC) ประจำปี Apple ประกาศฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับ Vision Pro เช่น visionOS เวอร์ชันใหม่ การควบคุมด้วยท่าทาง และการแปลงรูปภาพเก่าเป็น ‘Spatial Photos’ แบบ 3 มิติ แต่ก็เป็นเพียงการปรับปรุงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ใช่การยกเครื่องครั้งใหญ่อย่างที่แฟนๆ หลายคนคาดหวังไว้ 

 

อีกทั้ง Vision Pro ยังถูกบดบังรัศมีด้วยโครงการใหม่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั่นคือ Generative AI หรือ ‘Apple Intelligence’ ซึ่งบริษัทกำลังผลักดันให้เข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ รวมถึง Siri เวอร์ชันใหม่ที่จะเปิดตัวบน iPhone ในปีนี้

 

เขามองปัญหาหลักของ Vision Pro นั่นคือราคาที่สูงเกินไป ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้แว่นตายังมีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้สวมใส่ไม่สบายเป็นเวลานาน แบตเตอรี่ภายนอกก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา และยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น การใช้งานในที่มืดหรือแสงน้อย การป้อนข้อความ และโหมด Guest ที่ยุ่งยาก

 

นอกจากปัญหาฮาร์ดแวร์แล้ว Vision Pro ยังขาดแอปพลิเคชันที่น่าสนใจ ไม่มีแอป YouTube, Netflix, Spotify และ Instagram ทำให้ประสบการณ์ในการใช้งานไม่ดีเท่าที่ควร

 

Apple ยังล่าช้าในการอัปเดตเนื้อหาสำหรับ Vision Pro เช่น วิดีโอ Immersive ที่ถ่ายทำด้วยกล้อง 3 มิติพิเศษ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ด้วย Vision Pro แต่หลังจากที่ดูวิดีโอเหล่านี้จนหมดแล้ว สิ่งที่เหลือให้ดูก็คือเนื้อหา 2 มิติแบบเดียวกับที่ดูบนทีวีหรือ iPad

 

ส่วนตัวของ Kevin Roose ยังคงคิดว่า Vision Pro เป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง แต่ถ้า Apple ต้องการให้ Vision Pro ดึงดูดคนหมู่มาก ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น ลดราคา แก้ไขข้อบกพร่อง ปรับปรุงจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ และปล่อยเนื้อหา Immersive มากขึ้น

 

ที่สำคัญที่สุดคือ Apple ต้องหาและสนับสนุนแอปพลิเคชันที่เป็น ‘Killer App’ ซึ่งเป็นแอปใหม่ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของ Vision Pro ได้อย่างเต็มที่ และเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้คนซื้อ

 

Vision Pro ยังใหม่อยู่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ก็ใช้เวลาหนึ่งหรือสองรุ่นกว่าจะประสบความสำเร็จ (Apple Watch ก็เคยล้มเหลวในตอนเปิดตัว จนกระทั่ง Apple ค้นพบว่าการติดตามสุขภาพเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ) Apple กล่าวหลายครั้งว่า พวกเขามองว่า Vision Pro เป็นการทดลองในช่วงแรก ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ

 

แต่เขากังวลว่า Vision Pro อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย เพราะมันไม่ใช่โครงการใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของ Apple (ตอนนี้คือ AI ซึ่ง Wall Street กำลังเรียกร้องและผู้ใช้หลายคนตื่นเต้น) และไม่ใช่ผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับ Apple เช่น iPhone หรือ iPad

 

เพื่อให้ Vision Pro สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ Apple จำเป็นต้องให้ความรักและวิสัยทัศน์กับมันมากขึ้น Apple ต้องตอบคำถามพื้นฐานให้ดีกว่านี้ เช่น อุปกรณ์นี้มีไว้เพื่ออะไร? มันจะปรับปรุงชีวิตของฉันหรือทำให้มี Productivity มากกว่าสิ่งอื่นๆ ที่สามารถซื้อได้ในราคา 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.23 แสนบาท) ได้อย่างไร? รวมถึงสามารถทำอะไรกับมันได้บ้างที่ไม่สามารถทำได้บนแล็ปท็อปหรือทีวีจอใหญ่?

 

ถ้า Apple ยังไม่ขยับตัวครั้งใหญ่ Vision Pro อาจต้องเผชิญกับการถูกลืมเลือน และชาว Vision Bros ก็อาจกลายเป็นเหล่า Google Glassholes แห่งปี 2024 กลุ่มเกรียนกล้าหาญแต่โง่เขลา ที่เดิมพันกับเทคโนโลยีล้ำยุคชิ้นใหม่ และพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่า ราวกับนักพนันที่หมดตัวในคาสิโนแห่งนวัตกรรม

 

ภาพ: Wang Gang / Feature China / Future Publishing via Getty Images

อ้างอิง:

The post Apple Vision Pro: จากเวทมนตร์สู่ความว่างเปล่า ความหวังที่ริบหรี่ของ Apple ในโลกแห่งเทคโนโลยี AR appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 เหตุผลที่ควรอัปเกรดไปใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence https://thestandard.co/life/apple-intelligence-5-reasons-to-use/ Wed, 12 Jun 2024 10:58:35 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=944444 Apple Intelligence

AI ที่แปลว่าApple Intelligence มีดีอย่างไร   สิ้นส […]

The post 5 เหตุผลที่ควรอัปเกรดไปใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Intelligence

AI ที่แปลว่าApple Intelligence มีดีอย่างไร

 

สิ้นสุดการรอคอย เมื่อ Apple ประกาศเปิดตัว AI ของตัวเองในงาน WWDC แต่ AI ที่ว่าไม่ได้มาจากคำว่า Artificial Intelligence แต่มันมาจากคำว่า‘Apple Intelligence’ ต้องบอกเลยว่าเปิดตัวครั้งนี้สาวก Apple น่าจะตื่นเต้นกันไม่น้อย เพราะมีหลายฟีเจอร์ที่จะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เหมือนมีผู้ช่วยในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน แถม Apple Intelligenceยังใส่ใจความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยจะประมวลผลภายในเครื่อง ไม่มีการอัปขึ้น Cloud แต่ถ้าต้องการประมวลผลหนักๆ จะส่งข้อมูลที่จำเป็นขึ้น Cloud ส่วนตัว Apple จะไม่มีการเก็บข้อมูลไว้ แถมผู้ใช้งานคนอื่นจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ด้วย

 

 

แต่ต้องบอกก่อนว่า Apple Intelligenceจะใช้งานได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการ iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia อุปกรณ์ของใครที่อาจจะรุ่นเก่า ไม่รองรับ แล้วกำลังตัดสินใจว่าจะอัปเกรดดีไหม วันนี้เราเลยจะมาสรุป 5 เหตุผลที่ควรอัปเกรดไปใช้อุปกรณ์ที่รองรับApple Intelligence 

 

Apple Intelligence

 

คุณจะกลายเป็นคนที่สื่อสารได้ดีขึ้น

 

เชื่อว่าความสามารถแรกที่คนอยากจะหันมาใช้เจ้า Apple Intelligenceคือ การเป็นผู้ช่วยด้านการสื่อสาร ทั้งร่างอีเมล ตรวจคำผิด และสรุปเนื้อหาได้ ในด้านการสื่อสาร AI ตัวนี้ยังสามารถช่วยตรวจสอบข้อความสำคัญ Priority Message ไม่ให้เราตกหล่นอีกด้วย และสุดท้ายเอาใจคนทำงาน มันสามารถบันทึกเสียง ถอดเสียง และสรุปเนื้อหา ผ่านการโทรได้ เรียกได้ว่าทำงานเหมือนมีเลขาอีกคนเลย

 

Apple Intelligence

 

กลายเป็นคนสร้างภาพเก่ง! ด้วย Image Playground

 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้การสนทนาเห็นภาพมากขึ้นนั่นก็คือ Image Playground มันคือการประมวลผลและสร้างภาพขึ้นมา เผื่อว่าคุยกับเพื่อนแล้วอยากได้ภาพเพื่ออธิบาย ก็แค่โยนโจทย์ไป เดี๋ยวก็ได้ภาพเพื่อไปใช้งานต่อทันที 

 

 

ทำให้บทสนทนามีอรรถรสด้วย Genmoji

 

อีกขั้นของการสื่ออารมณ์ระหว่างสนทนา ปกติถ้าอยากจะสื่ออารมณ์ด้วยวิธีการพิมพ์ เรามักจะใช้อีโมจิเป็นตัวแทนในการสื่อสาร แต่ในบางอารมณ์อีโมจิที่มีก็ยังไม่ตอบโจทย์ เขาจึงปล่อยฟีเจอร์ Genmoji รู้สึกแบบไหน สร้างอีโมจิแบบนั้นได้เลย

 

Apple Intelligence

 

ลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากรูปได้แล้ว

 

ฟีเจอร์นี้อาจจะดูไม่ได้ใหม่มาก แต่อย่างน้อยก็มาแล้ว นั่นคือฟีเจอร์ Clean Up ที่ช่วยลบสิ่งที่คุณไม่อยากให้อยู่ในรูปออกจากรูป 

 

 

ได้ผู้ช่วยอย่าง Siri ที่ปรับลุคใหม่ แถมมีเพื่อนเป็น ChatGPT

 

ถึงแม้จะมี AI แต่ Siri ก็ไม่ทิ้งเราไปไหน แถมยังปรับลุคให้ดูทันสมัยขึ้น มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น แถมมันเรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมเรามากขึ้นอีกด้วย แต่สิ่งที่น่ารักคือ ถ้า Siri รู้สึกว่า ChatGPT มีคำแนะนำที่น่าสนใจ มันจะเสนอให้เราเรียกใช้ ChatGPT ทันที

ใครที่สนใจและอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ apple.com

 

ภาพ: Apple

The post 5 เหตุผลที่ควรอัปเกรดไปใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Apple Intelligence appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดตัว ‘Apple Intelligence’ สรุปฟีเจอร์ไฮไลต์ในงาน WWDC 2024 | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-11062024-3/ Tue, 11 Jun 2024 06:31:49 +0000 https://thestandard.co/?p=943832

สรุปประเด็นไฮไลต์ของงาน WWDC 2024 จากค่าย Apple ที่ประก […]

The post ชมคลิป: เปิดตัว ‘Apple Intelligence’ สรุปฟีเจอร์ไฮไลต์ในงาน WWDC 2024 | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

สรุปประเด็นไฮไลต์ของงาน WWDC 2024 จากค่าย Apple ที่ประกาศนำ Apple Intelligence มาใช้เป็นระบบอัจฉริยะส่วนบุคคลในทุกอุปกรณ์ จะน่าสนใจอย่างไร ติดตามได้จากไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เปิดตัว ‘Apple Intelligence’ สรุปฟีเจอร์ไฮไลต์ในงาน WWDC 2024 | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
WWDC 2024 กว่าจะพูดคำว่า AI ยากเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง แถมเลี่ยงบาลีด้วยการพูดว่าเป็นการเปิดตัว Apple Intelligence แทน https://thestandard.co/wwdc-2024-ai-apple-intelligence/ Tue, 11 Jun 2024 01:50:24 +0000 https://thestandard.co/?p=943693

จบลงไปแล้วสำหรับ Keynote ในงาน WWDC 2024 ซึ่งหลายคนตั้ง […]

The post WWDC 2024 กว่าจะพูดคำว่า AI ยากเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง แถมเลี่ยงบาลีด้วยการพูดว่าเป็นการเปิดตัว Apple Intelligence แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>

จบลงไปแล้วสำหรับ Keynote ในงาน WWDC 2024 ซึ่งหลายคนตั้งตารอว่า Apple จะหยิบยกเรื่อง AI ที่กำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงในแวดวงยักษ์ไอทีขึ้นมาพูดหรือไม่ หลังจากที่รายอื่นๆ พูดเรื่องนี้ไปหมดแล้ว

 

แน่นอน Apple ย่อมไม่พลาดที่จะพูดเรื่องนี้ แต่กว่าที่ ทิม คุก ผู้เป็นซีอีโอจะยอมพูดคำว่า AI อย่างจริงจังก็ผ่านไปร่วม 1 ชั่วโมง ซึ่งยากเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง ในขณะที่การนำเสนอซอฟต์แวร์อื่นๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็น iOS 18, iPadOS 18 หรือ macOS Sequoia แทบจะไม่พูดคำนี้ แต่เลี่ยงบาลีไปใช้คำว่า ‘แมชชีนเลิร์นนิง’ แทน

 

แต่ในที่สุด Apple ก็เทเวลาให้กว่า 40 นาทีสำหรับนำเสนอ AI ของตัวเองที่ตั้งชื่ออย่างเก๋ๆ ว่า ‘Apple Intelligence’ ซึ่ง THE STANDARD WEALTH จะมาสรุปให้ฟังว่ามีอะไรที่ ‘ว้าว’ และสมกับการรอคอยจากยักษ์ใหญ่แบบ Apple หรือไม่

 

ประเด็นไฮไลต์ของงาน Apple ครั้งนี้คือการประกาศชัดว่า Apple Intelligence จะถูกนำมาใช้เป็นระบบอัจฉริยะส่วนบุคคลสำหรับ iPhone, iPad และ Mac ที่จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ iOS, iPadOS และ macOS ในทุกส่วน เพื่อทำความเข้าใจภาษา สร้างรูปภาพ และทำสิ่งต่างๆ ข้ามไปมาระหว่างแอป รวมทั้งพิจารณาถึงบริบทเฉพาะตัวบุคคลเพื่อให้สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ทิมเน้นย้ำว่า การนำ AI มาใช้ในมุมมองของบริษัทนั้นจะต้องตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวและความเฉพาะเจาะจงในระดับบุคคล ทำให้บริษัทไม่อยากใช้คำว่า Artificial Intelligence (AI) เพราะพวกเขาให้เหตุผลว่า “นี่มันคืออีกขั้นของ AI และมันคือ Personalized Intelligence” ที่เข้าใจชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานมากกว่าเมื่อเทียบกับ AI ตัวอื่นที่มีอยู่ในตลาด ณ ขณะนี้ เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นจะมีความฉลาดล้ำหน้า แต่มันยังขาดเสน่ห์ในเรื่องความเข้าใจพฤติกรรมที่คนแต่ละคนมีแตกต่างกันออกไป

 

โดยฟีเจอร์หลักๆ มีดังนี้

 

Priority Notification: การแจ้งเตือนที่ดึงข้อมูลสำคัญที่สุดขึ้นมาแสดง ในขณะที่ Apple Intelligence จะช่วยสแกนและสรุปการแจ้งเตือนยาวๆ เพื่อแสดงใจความหลักของข้อความไว้บนหน้าจอล็อก

 

Writing Tools: Rewrite ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจกับงานเขียนของตน เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เลือกสิ่งที่ตนเขียนหลากหลายเวอร์ชันเพื่อปรับโทนให้เหมาะกับผู้อ่านและงานที่ทำอยู่ หรือ Proofread ที่ช่วยตรวจสอบไวยากรณ์ คำที่เลือกใช้ และโครงสร้างประโยค พร้อมเสนอแนะสิ่งที่ควรแก้ โดยฟีเจอร์นี้จะถูกรวมอยู่ในแอปพลิเคชันของ Apple และผู้ให้บริการแอปต่างๆ

 

การสั่งงานแบบ Cross Application: Apple Intelligence ทำให้ Siri สามารถทำสิ่งใหม่ๆ ได้หลายอย่าง ทั้งในแอปของ Apple และแอปของบริษัทอื่น หรือกระทั่งทำข้ามไปมาระหว่างแอปได้ เช่น ผู้ใช้สามารถพูดว่า “แสดงบทความเกี่ยวกับจิ้งหรีดจาก Reading List ขึ้นมาหน่อย” หรือ “ส่งภาพบาร์บีคิวเมื่อวันเสาร์ไปให้ Malia” Siri ก็จัดการให้ได้

 

Imagen Playground: ให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพครีเอทีฟจากอัลบั้มรูปภาพ (Photo Library) ได้ในไม่กี่วินาที โดยเลือกจาก 3 สไตล์ที่มีให้ ได้แก่ Animation, Illustration หรือ Sketch

 

และแน่นอนว่า Apple จะละเลยการพูดถึงการรักษาความเป็นส่วนตัวไปไม่ได้ โดยทิมเอ่ยถึงประเด็นนี้หลายครั้ง ซึ่ง Apple แถลงว่าฟีเจอร์ AI ส่วนใหญ่สามารถประมวลผลได้บนอุปกรณ์ (On-Device AI) แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีชิป A17 Pro ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีแค่ใน iPhone 15 Pro กับ 15 Pro Max หรือชิป M Series (M1, M2, M3 และ M4) ที่อยู่ในหลายผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีชิปรุ่นเก่าหรืองานประเภทซับซ้อนก็ยังสามารถเข้าถึง AI ได้ด้วย Private Cloud เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งาน

 

“เราอยากทำให้การเข้าถึงคลาวด์ด้วย iPhone ของคุณปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น” เครก เฟเดอริงกิ รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ Apple กล่าว

 

นอกจากนี้ Apple ยังประกาศความร่วมมือกับ OpenAI ที่จะนำโมเดล GPT-4o เข้ามาใช้กับ Siri อีกด้วย ซึ่งการใช้งานจะมาในรูปแบบทางอ้อมที่ผู้ใช้จะไม่ได้คุยกับ ChatGPT โดยตรง แต่คุยผ่าน Siri และจะถูกถามความสมัครใจการใช้งานเมื่อ Siri เห็นควรว่าต้องปรึกษา ChatGPT

 

สุดท้ายนี้ ทุกอย่างที่ Apple ประกาศออกมายังไม่เปิดให้ใช้บริการ ณ ปัจจุบัน แต่จะมาอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น iPhone หรือ Apple Watch เป็นประจำมาหลายปีติดต่อกัน

 

ภาพ: Apple

อ้างอิง:

The post WWDC 2024 กว่าจะพูดคำว่า AI ยากเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วง แถมเลี่ยงบาลีด้วยการพูดว่าเป็นการเปิดตัว Apple Intelligence แทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาวก iPhone มีลุ้น! นักวิเคราะห์ชี้ Apple อาจเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใน iOS 18 แถมสั่งให้ Siri เล่าข่าวให้ฟังได้ ในงาน WWDC24 https://thestandard.co/apple-may-launch-ai-features-in-ios-18/ Sun, 09 Jun 2024 03:37:28 +0000 https://thestandard.co/?p=943012

งาน WWDC24 ใกล้เข้ามาแล้ว ในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 11 มิถุ […]

The post สาวก iPhone มีลุ้น! นักวิเคราะห์ชี้ Apple อาจเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใน iOS 18 แถมสั่งให้ Siri เล่าข่าวให้ฟังได้ ในงาน WWDC24 appeared first on THE STANDARD.

]]>

งาน WWDC24 ใกล้เข้ามาแล้ว ในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 11 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย จับตาทิศทางของ Tim Cook ซีอีโอของ Apple และสิ่งที่คาดว่าจะเปิดตัวในงาน โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ๆ จาก AI 

 

สำนักข่าว CNN รายงานว่า งาน WWDC24 หรือ Worldwide Developers Conference ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2024 ภายในงานคาดว่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่สุดในรอบหลายปี เพราะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา Apple ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ รอบด้าน

 

โดยเฉพาะการสูญเสียมูลค่าการตลาดอันดับสองให้กับ NVIDIA ไป ทั้งหมดมาจากแรงกดดันของตลาดจีน และการเจอค่าปรับจากสหภาพยุโรปในประเด็นละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สิ่งที่นักลงทุนคาดหวังภายในงานคือทิศทางการลงทุน AI ที่ Tim Cook เคยประกาศเอาไว้เมื่อต้นปีว่าจะทุ่มเงินพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ Apple หลายรายการให้เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

 

พร้อมย้ำว่า เรามอง AI เป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างการเติบโตให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา และเชื่อว่า Apple มีข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากในตลาด

 

นอกจากนี้ ภายในงานอาจเปิดตัว iOS 18, iPadOS 18, watchOS 11, macOS 15, tvOS 18 และ visionOS ที่อาจมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ AI เช่น การเพิ่มคุณสมบัติของ Siri ที่จะผสานกับ OpenAI ทำให้สามารถสั่งให้ Siri ทำงานได้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น การเรียกคืนรูปภาพที่ถ่ายเมื่อหลายปีก่อน หรือตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพอากาศ ไปจนถึงการรายงานข่าวต่างๆ

 

นักวิเคราะห์บางคนคาดว่า Apple จะเปิดตัวเครื่องมือ AI ในหลายๆ ฟังก์ชัน เช่น Apple Maps, iMovie และ iPhoto จากนี้ AI จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Apple มากขึ้น และนี่คือสิ่งที่พวกเราคาดหวัง 

 

ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่า Apple อยู่ระหว่างหาโอกาสเข้าไปเป็นพันธมิตรกับ OpenAI และ Google เพื่อขับเคลื่อนเครื่องมือ AI เพื่อกระตุ้นยอดขายของ iPhone ให้เติบโตขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่าความเร็วที่โลกกำลังนำ AI มาใช้นั้นเป็นตัวเร่งให้ Apple ต้องเร่งพัฒนาสมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยให้เร็วที่สุด

 

อีกด้านหนึ่งก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่างๆ หากจับมือกับ OpenAI เพราะตอนนี้ OpenAI ยังเจอปัญหากับการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวทางการทำงาน เห็นได้จากกลุ่มพนักงาน OpenAI ที่ออกมาเรียกร้องให้บริษัทมีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงร้ายแรงของ AI

 

แน่นอนว่าหาก Apple นำ AI มาใช้จะต้องให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และต้องมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ 

 

อ้างอิง:

The post สาวก iPhone มีลุ้น! นักวิเคราะห์ชี้ Apple อาจเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใน iOS 18 แถมสั่งให้ Siri เล่าข่าวให้ฟังได้ ในงาน WWDC24 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาแล้วแฟนบอยจ๋า ‘MacBook Air ชิป M2’ ที่อยากได้ แต่ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท คาดวางขายได้ ก.ค. นี้ https://thestandard.co/wwdc-2022-macbook-air-m2/ Tue, 07 Jun 2022 02:11:17 +0000 https://thestandard.co/?p=638689 MacBook Air ชิป M2

ในที่สุดความหวังของเหล่าแฟนบอยก็เป็นความจริงเสียที เมื่ […]

The post มาแล้วแฟนบอยจ๋า ‘MacBook Air ชิป M2’ ที่อยากได้ แต่ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท คาดวางขายได้ ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MacBook Air ชิป M2

ในที่สุดความหวังของเหล่าแฟนบอยก็เป็นความจริงเสียที เมื่อในงาน WWDC 2022 ทาง Apple ได้เปิดตัวสินค้าที่ทุกคนรอคอยอย่าง ‘MacBook Air ชิป M2’ ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่อีกเพียบ

 

Apple บรรยายว่า MacBook Air โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบใน 4 สีสวยงาม พร้อมด้วยจอภาพ Liquid Retina ขนาด 13.6 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น, กล้อง HD 1080p, การชาร์จแบบ MagSafe และอีกมากมาย 

 

จะเรียกว่าน่าตกใจได้ไหม (ก็อาจจะได้อยู่) เพราะราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 43,900 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 10,000 บาท จากเครื่องที่ใช้ชิป M1 ที่มีราคาเริ่มต้น 32,900 บาท

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ขณะเดียวกันก็มีการเปิดตัวชิป M2 มาอยู่ใน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ด้วยเช่นกัน และมาพร้อมหน่วยความจำแบบรวมขนาดสูงสุด 24 GB ที่รวดเร็ว, การเร่งความเร็ว ProRes และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง

 

MacBook Pro ซึ่งเป็น Mac ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ก็เปิดตัวด้วยราคาที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยมีราคาเริ่มต้น 46,900 บาท แพงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าที่ใช้ชิป M1 ที่มีราคาเปิดตัว 42,900 บาท

 

กระนั้นราคาที่เพิ่มขึ้น Apple ก็เคลมว่ามาพร้อมกับขุมพลังความแรงที่เพิ่มขึ้นจากชิป M2 ที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีแบบ 5 นาโนเมตร ทำให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่อยู่ในชั้นแนวหน้าของวงการให้ก้าวล้ำไปไกลยิ่งกว่าชิป M1 ด้วย CPU ที่เร็วขึ้น 18%, GPU ที่ทรงพลังขึ้น 35% และ Neural Engine ที่เร็วขึ้น 40% นอกจากนี้ยังมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงขึ้น 50% เมื่อเทียบกับชิป M1 

 

รายงานจาก Bloomberg ชี้ว่า การเปิดตัวครั้งนี้ช่วยรีเฟรชผลิตภัณฑ์ที่เบาและบางอย่างไม่เคยมีมาก่อนเมื่อ สตีฟ จ็อบส์ ของ Apple เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่บางลง ขณะที่ข้อดีของการเปิดตัวเมื่อปลายปี 2021 ตัวเครื่องมีหน้าจอ 13.6 นิ้ว เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 13.3 นิ้ว และเช่นเดียวกับ MacBook Pro กล้องความละเอียด 1080p ที่มีความละเอียดเป็น 2 เท่าของรุ่นก่อนหน้า

 

การยกเครื่อง MacBook Air ครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2018 เมื่อ Apple ได้เพิ่มจอภาพ Retina แต่โดยรวมแล้วอุปกรณ์ดังกล่าวดูคล้ายกับรุ่นปี 2010 ซึ่งก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นการออกแบบใหม่ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของแล็ปท็อป เมื่อ MacBook Air เปิดตัวครั้งแรกโดย สตีฟ จ็อบส์ ที่ได้ดึงแล็ปท็อปบางเฉียบออกจากซอง

 

เดิมที Apple ตั้งใจที่จะเปิดตัว MacBook Air ที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2021 แต่ก็ต้องล่าช้าด้วยอุปสรรคด้านซัพพลายเชน ปัญหาการขาดแคลนชิป และความท้าทายด้านการออกแบบภายใน กระนั้นปัญหาด้านซัพพลายเชนยังมีต่อไป ทำให้คาดว่า MacBook Air รุ่นใหม่นี้อาจได้เริ่มขายในเดือนกรกฎาคม

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac สร้างยอดขายเพียงเศษเสี้ยวของยอดขายที่ iPhone ทำให้กับ Apple แต่ก็เป็นผลงานที่แข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 11% ของรายได้ในไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมากกว่า iPad และอุปกรณ์สวมใส่และเครื่องใช้ในบ้านของ Apple

 

ด้าน CNBC ระบุว่า MacBook Air เป็นแล็ปท็อปที่ขายดีที่สุดของ Apple และการออกแบบใหม่นี้น่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย Mac ได้ในไตรมาสที่จะมาถึง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สายผลิตภัณฑ์ Mac เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยการจัดส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 28% ในปี 2021 เทียบกับไม่ถึง 15% สำหรับตลาดทั้งหมด ตามการประมาณการของ Canalys

 

โดยรวมแล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac ของ Apple มียอดขายเพิ่มขึ้นทั้งเนื่องจากการระบาดใหญ่บีบให้ผู้คนซื้อแล็ปท็อปเพื่อทำงานหรือไปโรงเรียนจากที่บ้าน และเนื่องจาก Apple ได้เปลี่ยนให้คอมพิวเตอร์ใช้ชิปของตัวเองแทน Intel ซึ่งทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตามถึงความสามารถใหม่นี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับแฟนๆ ของ Apple และแม้ว่าจะมีเซอร์ไพรส์สำคัญๆ 2-3 อย่างในงานก็ตาม หุ้นกลับเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ราคาซื้อขายอยู่ที่ 145.38 ดอลลาร์ ณ เวลา 15.28 น. ในนิวยอร์ก ขณะที่ภาพรวมหุ้นของ Apple ลดลง 18% ในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในวงกว้าง

 

MacBook Air ชิป M2 MacBook Air ชิป M2 MacBook Air ชิป M2 MacBook Air ชิป M2 MacBook Air ชิป M2

 

ภาพ: Courtesy of Apple

อ้างอิง:

The post มาแล้วแฟนบอยจ๋า ‘MacBook Air ชิป M2’ ที่อยากได้ แต่ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท คาดวางขายได้ ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple เตรียมยกเครื่อง iOS 16 ที่หน้าจอล็อกจะรองรับ ‘Always-on’ แถมอาจได้เห็น ‘MacBook Air’ ที่มาพร้อมชิป M2 ในงาน WWDC 2022 ด้วย https://thestandard.co/apple-wwdc-2022/ Wed, 01 Jun 2022 04:22:07 +0000 https://thestandard.co/?p=636433 Apple

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับงานใหญ่ประจำปีของ Apple อย่าง WWDC […]

The post Apple เตรียมยกเครื่อง iOS 16 ที่หน้าจอล็อกจะรองรับ ‘Always-on’ แถมอาจได้เห็น ‘MacBook Air’ ที่มาพร้อมชิป M2 ในงาน WWDC 2022 ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับงานใหญ่ประจำปีของ Apple อย่าง WWDC 2022 ที่จะจัดในวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่ง Apple กำลังนำการอัปเดตใหม่ๆ สำหรับ iPhone และ iPad ด้วยซอฟต์แวร์ที่กำลังจะออกอย่าง iOS 16 และ iPadOS 16 แถมอาจได้เห็น ‘MacBook Air’ รุ่นใหม่ ด้วย

 

การประชุม Worldwide Developers Conference ประจำปีของ Apple Inc. หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ WWDC ถือเป็นงานที่บริษัทกำหนดกลยุทธ์ซอฟต์แวร์สำหรับปีหน้า

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า ระบบปฏิบัติการมือถือรุ่นถัดไปของ Apple นั่นคือ iOS 16 มีชื่อรหัสว่า ‘Sydney’ อัปเกรดที่สำคัญพอสมควร มันจะเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงในระบบปฏิบัติการ รวมถึงการอัปเดตการแจ้งเตือน การทำงานหลายอย่างพร้อมกันของ iPad และแอปข้อความและสุขภาพ

 

การปรับโฉมนี้ยังรวมถึงส่วนหนึ่งของอินเทอร์เฟซอย่าง ‘หน้าจอล็อก’ ซึ่งรวมถึงวอลล์เปเปอร์ที่มีความสามารถเหมือนวิดเจ็ต โดยจะรองรับฟังก์ชัน Always-on หรือหน้าจอแบบติดตลอดเวลา ซึ่งเดิมที Apple วางแผนไว้สำหรับ iPhone 13 โดยฟังก์ชันจะทำให้ iPhone ลดอัตราเฟรมลงอย่างมากในหน้าจอล็อกและแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว

 

โดยโหมด Always-on นั้นจะมีเฉพาะ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max คุณสมบัติอื่นๆ ของ iPhone 14 Pro ได้แก่ กล้องหน้าใหม่และคัตเอาท์ Face ID, ชิป A16 และกล้องหลัง 48 เมกะพิกเซล นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ในการส่งข้อความฉุกเฉินผ่านเครือข่ายดาวเทียม

 

แม้ว่าแอป Health จะไม่ขยายไปยัง iPad และ Mac แต่จะได้รับคุณสมบัติใหม่มากมายที่ใช้งานได้กับ iPhone และ Apple Watch โดย Apple ยังทำการปรับปรุงที่สำคัญสำหรับ watchOS ที่ส่งผลต่อการใช้งาน จะมีการเปลี่ยนแปลงในหน้าปัดนาฬิกาและการเพิ่มโหมดพลังงานต่ำ

 

รายงานยังระบุด้วยว่า Apple จะเพิ่มตัวเลือก Multitasking ของ iPad ใหม่ ปีที่แล้ว Apple เปิดให้ 2 แอปสามารถทำงานเคียงข้างกันได้ง่ายมากขึ้น แต่บางคนที่ต้องการใช้งาน iPad ให้มากขึ้น ต่างปรารถนาให้มีตัวเลือกในการเรียกใช้แอปในหน้าต่างมากขึ้น เช่น การทำงานบน Mac

 

โดยปกติแล้ว Apple จะประกาศซอฟต์แวร์ใหม่ในงานนี้ จากนั้นจึงเผยแพร่ในรุ่นเบตาให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้ ก่อนที่จะเผยแพร่เวอร์ชันสุดท้ายให้กับผู้ใช้ทุกคนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

 

Bloomberg ยังเผยด้วยว่า หากมีฮาร์ดแวร์ใดๆ ที่จะเปิดตัวในงาน WWDC ก็น่าจะอยู่ที่ฝั่ง Mac อย่าง MacBook Air รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป M2 โดยมีรายงานว่าพนักงานของ Apple ใช้ MacBook Air รุ่นต่อไปกับแอปของตนมากขึ้น นั่นเป็นสัญญาณว่า Mac ใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว

 

โฆษกของ Apple ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที ซึ่งสิ่งที่เราทำได้คือลุ้นในวันที่ 6 มิถุนายนเพียงอย่างเดียว

 

อ้างอิง:

The post Apple เตรียมยกเครื่อง iOS 16 ที่หน้าจอล็อกจะรองรับ ‘Always-on’ แถมอาจได้เห็น ‘MacBook Air’ ที่มาพร้อมชิป M2 ในงาน WWDC 2022 ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ยกเครื่อง FaceTime ใช้ MacBook คุม iPad ได้’ สรุป Apple WWDC 2021 มีอะไรใหม่บ้าง? https://thestandard.co/apple-wwdc-2021-2/ Tue, 08 Jun 2021 06:30:21 +0000 https://thestandard.co/?p=497607 Apple WWDC 2021

จบลงไปแล้วสำหรับงาน Apple WWDC 2021 ซึ่งปีนี้ตัวงานยังค […]

The post ‘ยกเครื่อง FaceTime ใช้ MacBook คุม iPad ได้’ สรุป Apple WWDC 2021 มีอะไรใหม่บ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple WWDC 2021

จบลงไปแล้วสำหรับงาน Apple WWDC 2021 ซึ่งปีนี้ตัวงานยังคงจัดแบบปิดหรือ Virtual เช่นเคยตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยที่ตัวงานปีนี้ Apple ยังคงประกาศอัปเดตและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะมาในทุกๆ ระบบปฏิบัติการในแต่ละผลิตภัณฑ์ออกมาอัดแน่น จุใจ ไม่ต่างจากทุกปี

 

ส่วนจะมีอะไรใหม่และเด็ด ฟีเจอร์ไหนน่าสนใจและน่าใช้งานเป็นพิเศษ อุปกรณ์รุ่นไหนบ้างที่จะได้รับการอัปเดต THE STANDARD ได้สรุปข้อมูลออกมาให้คุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

‘iOS15’ ยกเครื่อง FaceTime ใหม่เอี่ยมฆ่า Zoom เพิ่มโหมด Focus สร้าง ‘Work Life Balance’ ง่ายด้วยตัวเอง

 

  • FaceTime – จะถูกพัฒนาให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นในด้านการใช้งาน (Natural, Comfortable, Lifelike) โดยนำ Spatial Audio เข้ามาผสมผสานเพื่อช่วยให้การสนทนามีความรู้สึกเหมือนคุยในโลกจริงๆ แบบ Face to Face กันมากขึ้น ปรับตำแหน่งเสียงให้ออกมาตามตำแหน่งของกรอบวิดีโอที่ผู้ใช้งานแต่ละรายที่ FaceTime คุยกับเรา, มี Sound Isolation นำ Machine Learning มาปรับให้เสียงของผู้ใช้งานชัดเจนมากขึ้น ลดเสียงรบกวนรอบตัว, ปรับ Grid View เวลาสนทนาแบบกลุ่ม แล้วป๊อปอัพคู่สนทนาแต่ละคนให้ชัดขึ้นเพื่อให้เป็นมิตรกับการใช้งาน FaceTime สนทนาแบบกลุ่มมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังนำ Portrait Mode เข้ามาใช้เพื่อเบลอภาพด้านหลังของเราเวลาใช้ FaceTime แล้วเน้นที่ตัวเราอย่างเดียว ลดการรบกวนสายตาเวลาสนทนาแบบวิดีโอ
  • FaceTime Link ส่งลิงก์หรือตั้งปฏิทินเวลาจะแชตแบบวิดีโอกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ ได้แล้ว แถมผู้ใช้งานคนอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้ใช้อุปกรณ์ของ Apple ก็สามารถใช้งาน FaceTime ได้ผ่านหน้าเบราว์เซอร์ผ่านการคลิกลิงก์ 
  • SharePlay ฟังเพลงกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ (Apple Music) ดูหนังหรือดูซีรีส์ด้วยกัน และแชร์หน้าจอของเราให้กับผู้ใช้งานคนอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple สามารถมีปฏิสัมพันธ์ มีรีแอ็กไปพร้อมๆ กันเวลาดูหรือเสพคอนเทนต์ต่างๆ แล้วอยู่ไกลกันแต่อยากสนุกไปกับเพื่อนๆ, คนรัก, ครอบครัว
  • Messenger ใช้ Shared with you สามารถส่งบทความต่างๆ ที่น่าสนใจให้กับเพื่อนผู้ใช้งานอุปกรณ์อื่นของเราได้ เช่น ผ่านเบราว์เซอร์ของ Safari หรือแชร์เพลงที่เราอยากให้เพื่อนฟังบน Apple Music, ภาพที่เราอยากแชร์ให้กับเพื่อนผู้ใช้งานคนอื่นๆ ซึ่งจะมีการจัดหน้าอินเทอร์เฟซสำหรับภาพที่มีคนแชร์กับเราโดยเฉพาะ ประโยชน์ก็คือช่วยเพิ่มช่องทางและเนื้อหาในการสนทนา แลกเปลี่ยนประเด็นที่น่าสนใจระหว่างกันได้ด้วยลูกเล่นและทางเลือกที่หลากหลาย
  • Focus ช่วยให้ปรับ Notification ที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับโหมดไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้ มีการสรุปการแจ้งเตือนแบบ Notification Summary เพื่อให้คนเข้าใจและจัดลำดับความสำคัญในสิ่งต่างๆ ที่แจ้งเตือนได้ โดย Apple นิยามว่าเป็นการ Drawing Boundaries ในการสร้างเส้นแบ่งให้กับสิ่งต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุลในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์, สร้างโหมดสำหรับ Personal Work หรือ Sleep หรือปรับแต่งเอง เพื่อให้เลือกได้ว่าเราจะเลือกการแจ้งเตือนใดสำหรับโหมดแต่ละโหมด เช่น ผ่าน อีเมล, ปฏิทิน, LINE หรือ Slack แบ่งตามเวลา ซึ่งการตั้งโหมดโฟกัสแต่ละโหมดก็จะแบ่งอัตโนมัติซิงก์ในอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ด้วย

  • Live Text ดึง Text ข้อความออกมาจากภาพถ่าย แล้วนำมาวางในเมล Note ฯลฯ ได้ทันทีเพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำงาน และยังสามารถกดโทรได้ทันทีกรณีเป็นเบอร์โทรศัพท์ เข้าใจมากถึง 7 ภาษา (อังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมัน, สเปน และโปรตุเกส) ทำงานได้ใน iPhone, iPad, Mac โดยที่ทั้งหมดเป็นการทำงานผ่าน Neural Network
  • Spotlight ค้นหาภาพถ่ายต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้นด้วยการใช้คำค้นหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับภาพนั้นๆ
  • Photos Memories มีการ Generate เพลงของ Apple Music ผ่าน Memories ของภาพต่างๆ แบบ Personalized ให้ซิงก์กับภาพถ่ายวิดีโอมากมายที่รวมอยู่ใน Memories เพื่อเพิ่มความอินเทอร์แอ็กทีฟกว่าเดิม
  • Wallet เพิ่มฟีเจอร์ Keys มาให้กับตัว Wallet เพื่อเปลี่ยน iPhone เป็นกุญแจในการเข้าหรือปลดล็อกสิ่งต่างๆ ทั้งกุญแจสำหรับเข้าออฟฟิศ, กุญแจรถ กุญแจคีย์การ์ดโรงแรมหรือกุญแจเข้าบ้าน (แต่ทั้งนี้ทั้งน้ัน ตอนนี้ Apple ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์บางรายในการใช้ฟีเจอร์นี้ (หมายความว่าไม่ได้ใช้ได้ทุกประเทศ หรือทุกอุปกรณ์ที่กล่าวมาข้างต้น)
  • Weather เปลี่ยนเลย์เอาต์การรายงานสภาพภูมิอากาศด้วยกราฟิกแบบใหม่ๆ และ Animated Backgroud ที่จะเปลี่ยนแปลงอิงไปตามสภาพอากาศ ณ ตอนนั้นๆ ด้วย
  • Apple Maps เพิ่มรายละเอียดเชิงลึกกับสถานที่ที่เป็นเชิงพาณิชย์ หรือแลนด์มาร์กมากขึ้น (เฉพาะบางเมืองในบางประเทศเท่านั้น) ทั้งด้านกราฟิกภาพสามมิติ โมเดลสถานที่ต่างๆ และตัวข้อมูล และยังให้ข้อมูลเชิงลึกบนถนน ทั้งทางแยก เลนถนน เพื่อเพิ่มความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางผ่านการขับรถ

 

 

  • อุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดต: iPhone 12, iPhone 12 mini, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone X, iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone 7, iPhone 7 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE (1st Generation), iPhone SE (2nd Generation), iPod touch (7th Generation)

 

 

‘AirPods’ ลดเสียงรบกวนเวลาสนทนา พอทำหายก็หาเจอง่ายขึ้น

 

  • Conversation Boost ปรับเสียงรบกวนสิ่งแวดล้อม (Noise Ambience) ได้แล้วทั้งแบบอัตโนมัติและปรับแต่งด้วยตัวเองบน AirPods Pro เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานได้ยินเสียงสนทนาจากคู่สนทนาชัดเจนมากขึ้น 
  • Annouce Notification ปรับการแจ้งเตือนต่างๆ ผ่านเสียงของ Siri
  • Find My เวลา AirPods หาย จะเพิ่มความสามารถในการค้นหาให้ละเอียดมากขึ้น เวลาที่เข้าใกล้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงการแจ้งเตือนในระดับที่ต่างออกไป

 

 

  • Spatial Audio ตอนนี้ใช้ AirPods Pro และ AirPods Max ฟัง Spatial Audio ได้เแล้วใน Apple Tv และยังฟังแบบ Dolby Atmos กับเพลงต่างๆ ที่รองรับใน Apple Music ได้

 

 

‘iPadOS 15’ เพิ่ม Widgets หลากหลายแบบจุใจ ใช้ Note เมนชันและติดแท็กคนอื่นได้แล้ว

 

  • เริ่มจาก Widgets ที่จะมีการปรับเพิ่ม Widgets บนหน้า Home ให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงตัวเลย์เอาต์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งหน้าจอได้อิสระตามต้องการ และเพิ่มความสะดวกในการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ
  • เพิ่ม App Library ในการจัดหมวดหมู่แอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นระเบียบกว่าเดิม
  • Multitasking ปรับให้ผู้ใช้งานสามาถรออกแบบการทำงานในโหมด Multitasking หรือเปิดหลายแอปฯ บนหน้าจอเดียวได้หลากรูปแบบมากขึ้น และง่ายกว่าเดิม เลือกเปิดใช้งานได้จากด้านบนของจอว่าจะใช้งานแบ่งจอ Multitasking แบบไหน
  • Note สามารถ Mention ผู้ใช้งานคนอื่นๆ ได้เวลาต้องทำงานในไฟล์ร่วมกัน หรือติด Tag ใน Note นั้นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่หรือค้นหา, Quick Noter เพิ่มวิธีการเรียกใช้แอปฯ จดบันทึกได้ง่ายขึ้นผ่านการใช้ Apple Pencil ลากบริเวณมุมจอขึ้นมาแล้วจดอะไรก็ตามที่ต้องการได้ทันที ไม่ว่าจะเปิดใช้งานแอปฯ ไหนอยู่ มีฟีเจอร์การแปลภาษาที่ถูกอัปเกรดให้สามารถแปลภาษาบน Text ในแอปฯ ต่างๆ หรือแปลจาก Text บนภาพก็ได้ด้วย (ลากคลุม Text ก็แปลได้เหมือนใช้ Google Translate บน Extension)
  • Swift Playgrounds ที่จะช่วยให้เราสามารถทดลองเขียนโค้ด พัฒนาและสร้างแอปฯ ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

 

 

 

  • อุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดต: iPad Pro 12.9-inch (5th Generation), iPad Pro 11-inch (3rd Generation), iPad Pro 12.9-inch (4th Generation), iPad Pro 11-inch (2nd Generation), iPad Pro 12.9-inch (3rd Generation), iPad Pro 11-inch (1st Generation), iPad Pro 12.9-inch (2nd Generation), iPad Pro 12.9-inch (1st Generation), iPad Pro 10.5-inch, iPad Pro 9.7-inch, iPad (8th Generation), iPad (7th Generation), iPad (6th Generation), iPad (5th Generation), iPad mini (5th Generation), iPad mini 4, iPad Air (4th Generation), iPad Air (3rd Generation) และ iPad Air 2

 

 

‘WatchOS 8’ ตรวจข้อมูลการหายใจตอนนอนละเอียดขึ้น เพิ่มหน้าปัดเป็นรูปถ่าย Portrait ได้แล้วนะ

 

  • Breathe Mode เพิ่มอนิเมชันกราฟิกให้สวยขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำสมาธิผ่านลมหายใจด้วยจังหวะที่ช้าลงและนานขึ้น
  • Reflect โหมดการทำสมาธิอีกรูปแบบที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานโฟกัสได้ดีกว่าเดิม ผ่อนคลาย มีกราฟิกแอนิเมชันขึ้นแบบอินเทอร์แอ็กทีฟระหว่างใช้งานเหมือน Breathe Mode
  • Respiratory Rate ให้รายละเอียดข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายใจในระหว่างนอนหลับและใช้งาน Sleep Tracking โดยมีการเพิ่มข้อมูลการตรวจจับอัตราการหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือดแบบละเอียดตอนที่เราหลับด้วย
  • มีการเพิ่มหน้าปัดหน้าฬิกา Watch Face รูปแบบใหม่ๆ เช่น หน้าปัดรูปภาพ Portrait จาก iPhone เพื่อเพิ่มทางเลือกการแต่งหน้าปัด Apple Watch ให้หลากหลาย ไม่จำเจ มีความเป็น Personalized เฉพาะตัวสุดๆ
  • เพิ่มความสามารถในหน้า Message ให้สามารถพิมพ์ข้อความ Scribble หรือเขียนตัวอักษรจากหน้าจอ Watch ได้ดีกว่าเดิมในการแชตกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ

 

 

  • อุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดต: Apple Watch Series 3, Apple Watch Series 4,​ Apple Watch Series 5, Apple Watch SE, Apple Watch Series 6 (ไม่ใช่ทุกฟีเจอร์จะรองรับในทุกอุปกรณ์ เช่น การวัดระดับออกซิเจนในเลือด โดยจำเป็นจะต้องใช้ iPhone 6s ในระบบปฏิบัติการ iOS 14 หรือใหม่กว่านั้นในการอัปเดต WatchOS 8)

 

 

‘Home’ ยกระดับบ้านอัจฉริยะเข้าไปอีกสเตป ควบคุมทุกอย่างผ่านระบบนิเวศ Apple

 

  • ใช้ Wallet เป็นกุญแจบ้าน (Home Keys) เปิดประตูเข้าออกบ้านได้ (ภายใต้แบรนด์พาร์ตเนอร์ผู้พัฒนาระบบประตูที่ทำงานร่วมกับ Apple และรองรับเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น)
  • สั่งการ Siri บน HomePod Mini ในการเปิดดูคอนเทนต์บน Apple TV ได้ และยังสามารถใช้ Shared Play ในการดู Apple TV บนจอโทรทัศน์ไปพร้อมๆ กับเพื่อนผู้ใช้งานคนอื่นๆ ได้

 

 

  • ใช้  HomePod Mini เชื่อมต่อเป็นลำโพงให้กับ Apple TV 4K ได้เพื่อเพิ่มไดนามิกเสียงเวลาเสพคอนเทนต์ให้เต็มอิ่มขึ้น
  • เพิ่มการตั้งค่ากล้องวงจรปิดต่างๆ ในบ้านให้เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของ HomeKit เพื่อให้เราสามารถเรียกดูภาพจากล้องแบบเรียลไทม์บน Apple TV และจอโทรทัศน์ได้เลย

 

‘macOS Monterey’ ควบคุมการใช้งานทุกอุปกรณ์ด้วย ‘Universal Control’ แบบไม่มีอะไรมากั้น

 

  • ใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ที่ Apple ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ทั้ง FaceTime, Message, Shared Play, Shared with you, Note และ Focus เหมือนๆ กับที่ตั้งค่าไว้ใน iOS เลย ซึ่งทั้งหมดจะซิงก์เชื่อมต่อกันแบบอัตโนมัติ
  • Universal Control ช่วยเพิ่มความ Seamless ในการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ บนระบบนิเวศของ Apple ให้มีความลื่นไหล ไร้รอยต่อมากขึ้นผ่านการควบคุมจากอุปกรณ์เดียว เช่น เลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์บน MacBook ทะลุไปยังจอ iPad ที่วางอยู่ใกล้ๆ กันเพื่อควบคุม iPad และใช้คีย์บอรด์บน iPad ในการใช้งานต่างๆ ได้ทันทีแบบไม่มีอะไรมากั้น ควบคุมได้มากกว่า 2 อุปกรณ์ภายใต้ความสามารถนี้ (เช่น iMac, MacBook และ iPad) แถมยังลากไฟล์ข้ามอุปกรณ์มาวางในโปรแกรมที่รองรับได้อีกด้วย เช่น ลากไฟล์ภาพจาก iPad มาวางบน Keynote ใน Mac และไปวางต่อใน Final Cut บน iMac
  • AirPlay to Mac แชร์ไฟล์หรือคอนเทนต์เพลง ซีรีส์ต่างๆ เล่นบน Mac ได้
  • Shortcut เพื่อเพิ่มทางลัดในการเปิดใช้งานแอปฯ หรือโปรแกรมต่างๆ ได้แบบที่ปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง
  • มีการปรับดีไซน์อินเทอร์เฟซของ Safari ใหม่ให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม เช่น การปรับโฉมหน้า Tab ให้ดูดี สี Tab Bar กลืนไปกับพื้นหลังเว็บ และสมูท User Friendly กว่าเดิม แบ่ง Tab Group แยกตามเว็บไซต์และประเภทการเข้าใช้งานได้เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการใช้

 

 

  • อุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดต: iMac Late 2015 และใหม่กว่านั้น, Mac Pro Late 2013 และใหม่กว่านั้น, iMac Pro 2017 และใหม่กว่านั้น, Mac mini Late 2014 และใหม่กว่านั้น, MacBook Air Early 2015 และใหม่กว่านั้น, MacBook Early 2016 และใหม่กว่านั้น, MacBook Pro Early 2015 และใหม่กว่านั้น

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ‘ยกเครื่อง FaceTime ใช้ MacBook คุม iPad ได้’ สรุป Apple WWDC 2021 มีอะไรใหม่บ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
มีอะไรใหม่ในงาน Apple WWDC 2021 https://thestandard.co/apple-wwdc-2021/ Tue, 08 Jun 2021 05:54:14 +0000 https://thestandard.co/?p=497581 Apple WWDC 2021

ไม่เป็นอย่างที่คิดสำหรับงาน WWDC 2021 ของ Apple ที่จัดข […]

The post มีอะไรใหม่ในงาน Apple WWDC 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple WWDC 2021

ไม่เป็นอย่างที่คิดสำหรับงาน WWDC 2021 ของ Apple ที่จัดขึ้นเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย เพราะรอบนี้เป็นการปล่อยซอฟต์แวร์หรือความสามารถใหม่ๆ ของอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple มากกว่าที่จะเป็นการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ตามที่ได้ยินข่าวหนาหูมาก่อนหน้านี้ว่า เราอาจจะมีโอกาสได้เห็น MacBook Pro รุ่นใหม่จากงานนี้ 

 

และเหล่านี้คือสิ่งที่คุณจะได้พบในจักรวาล Apple นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post มีอะไรใหม่ในงาน Apple WWDC 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
WWDC มีอะไรใหม่บ้าง เปิดตัว iOS 14 ฟีเจอร์ใหม่เด็ดแค่ไหน watchOS 7 ตรวจจับการนอนหลับได้แล้ว! https://thestandard.co/wwdc-launch-update/ Tue, 23 Jun 2020 05:54:44 +0000 https://thestandard.co/?p=374157

น่าจะเป็นปีแรกๆ ที่ Apple จัดงานคีย์โน้ต WWDC 2020 หรือ […]

The post WWDC มีอะไรใหม่บ้าง เปิดตัว iOS 14 ฟีเจอร์ใหม่เด็ดแค่ไหน watchOS 7 ตรวจจับการนอนหลับได้แล้ว! appeared first on THE STANDARD.

]]>

น่าจะเป็นปีแรกๆ ที่ Apple จัดงานคีย์โน้ต WWDC 2020 หรืองานประชุมสำหรับนักพัฒนาครั้งที่ 31 ขึ้นที่ Apple Park โดยไร้ผู้เข้าร่วมชมงานในฮอลล์แบบสดๆ แต่ใช้วิธีการถ่ายทำในสตูดิโอแทน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่ได้สร้างผลกระทบไปทั่วโลก

 

ปีนี้ Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ออกมาอีกตามเคย ประกอบด้วย iOS 14, iPadOS 14, watchOS 7 และ macOS Big Sur ส่วนแต่ละระบบปฏิบัติการที่เปิดตัวใหม่นี้จะมีของเล่นใหม่ๆ ฟีเจอร์เด็ดๆ เจ๋งๆ อะไรบ้าง THE STANDARD ได้สรุปเอาไว้ให้คุณแล้ว

 

 

iOS 14 จุดขายคือ ‘Widgets’ เพิ่มความสะดวกจัดการและปรับแต่งหน้าโฮม

เชื่อว่าหน้าโฮมใน iPhone ที่ไม่เป็นระเบียบเอาเสียเลยน่าจะเป็นปัญหาหนักใจที่ใครหลายคนแก้ไม่ตก โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่มีแอปพลิเคชันในเครื่องเต็มไปหมด ที่ทำให้แต่ละครั้งอาจจะลืมไปด้วยซ้ำว่าเราเคยดาวน์โหลดแอปฯ นี้มาไว้ในเครื่องของเรา

 

แต่ปัญหาทั้งหมดกำลังจะได้รับการคลี่คลาย เพราะใน iOS 14 ทาง Apple ได้พัฒนาฟีเจอร์ ‘App Library’ ที่เปรียบเสมือนสารานุกรมในการจัดการหมวดหมู่แอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นระบบระเบียบตามประเภท รวมถึงสามารถค้นหาและเรียกใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วยอินเทอร์เฟซที่ดีงาม

 

 

ตามมาด้วย ‘Widgets’ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน iPhone สามารปรับแต่งหน้าโฮมด้วย Widgets จากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ตามต้องการ เพื่อความคล่องตัวและความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งตัว Widget ที่เราเห็นในตัวอย่างแล้วรู้สึกว่าน่าจะมีประโยชน์มากๆ และใช้งานได้จริงแน่นอนคือ ‘Smart Stack’ ที่สามารถเปลี่ยนหน้า Widget ต่างๆ ไปได้เรื่อยๆ ตามการใช้งานภายใน Widget เพียงอันเดียว

 

 

ส่วน ‘Picture in Picture’ คือฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้เราสามารถดูวิดีโอต่างๆ ไปพร้อมๆ กับการใช้งาน iPhone ได้ตามปกติ โดยสามารถเลื่อนหน้าต่างของวิดีโอที่เราดูย้ายไปส่วนใดของจอก็ได้ตามที่ต้องการ (เหมือนที่เราดู Netflix ใน Android แล้วกลับมาหน้าโฮม หน้าต่างวิดีโอที่เราดูยังคงเปิดอยู่ แต่ย่อส่วนเล็กลง)

 

ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ Siri เองก็ถูกปรับแต่งหน้าตาการใช้งาน UI เช่นกัน เพื่อให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม โดยเมื่อเราเรียกใช้งานมัน Siri จะไม่ปรากฏขึ้นทั้งจอ iPhone แล้ว แต่จะโผล่มาในรูปโฉมไอคอนของมันที่บริเวณด้านล่างจอ แล้วช่วยให้การออกคำสั่งต่างๆ ทำงานได้ง่าย สะดวก และเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่คล่องตัวขึ้น แถมยังสามารถอัดข้อความแบบเสียงแล้วส่งออกไปยังผู้รับได้อีกด้วย (Apple เคลมว่า Siri ถูกเรียกใช้งานไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านคำสั่งในแต่ละเดือน)

 

 

และถึงเราจะมี Google Translate แล้ว แต่ดูเหมือนว่า Apple ก็ไม่ยี่หระเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาได้เปิดตัวแอปฯ ใหม่ นั่นคือ ‘Translate’ ง่ายๆ ตรงตัว เพื่อช่วยแปลภาษาต่างๆ ทั้งในรูปแบบตัวอักษรและข้อความเสียง แถมยังทำงานแบบออฟไลน์ได้ด้วย ซึ่งจะเริ่มต้นครอบคลุม 11 ภาษาในช่วงแรก ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อาหรับ, โปรตุเกสและรัสเซีย

 

ตามมาติดๆ ด้วย Messages ที่สามารถ Pinned ผู้ใช้งานที่เราติดต่อผ่าน Messages บ่อยๆ ได้แล้ว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ส่วน Memoji จะมีการเพิ่มทรงผมและหัวใหม่ๆ มากกว่า 20 รูปแบบ มีหน้ากากอนามัยให้ใส่ สัญลักษณ์บางอย่างที่บ่งบอกอาชีพ หรือปรับอายุ (ริ้วรอยความเหี่ยวย่นบนใบหน้า) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ สะท้อนความเป็นตัวตนของตัวเองได้เหมือนมากขึ้น (เพิ่มสติกเกอร์ใหม่ 3 รูปแบบคือ ท่ากอด ชนมือกับเพื่อน และปิดปาก) นอกจากนี้ในการแชตบน Messages แบบกลุ่มยังเพิ่มฟีเจอร์การ Replies และ Mention เพื่อเพิ่มความชัดเจนในบทสนทนาของผู้ใช้งานได้ดีกว่าเก่า

 

Maps ใน iOS 14 จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ในการนำทางเข้าไป ที่เห็นชัดๆ คือ การนำทางด้วยพาหนะแบบจักรยาน หรือ Cycling Directions หรือ EV Routing ที่ช่วยแสดงพิกัดจุดชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าระหว่างเส้นทางการเดินทางให้กับผู้ใช้งาน แต่น่าเสียดายที่ฟีเจอร์บน Maps เหล่านี้ยังรองรับการใช้งานครอบคลุมเฉพาะในบางประเทศและบางพื้นที่เท่านั้น

 

อีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจคือการเปลี่ยน iPhone (ทั้ง iOS 13 และ iOS 14) ให้กลายเป็นกุญแจรีโมตรถยนต์ BMW (รองรับใน Series 5 ที่วางจำหน่ายในปี 2021) โดยในกรณีที่ทำ iPhone เครื่องที่แปลงเป็น CarKey หายก็สามารถตัด iPhone เครื่องนั้นออกจากการเป็นกุญแจรถเวอร์ชันดิจิทัลได้ผ่าน iCloud

 

 

ที่ดูจะน่าสนใจไม่แพ้กันคือ ‘App Clips’ เพราะช่วยให้ต่อไปเราไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่ามีโอกาสใช้งานน้อยและต้องเปลืองพื้นที่ในเครื่องมาติดใน iPhone ไว้ทุกครั้ง โดยเป็นวิธีการเรียกใช้งานแอปฯ แบบชั่วคราว เน้นความคล่องตัว รวดเร็ว และสะดวก ผ่านเทคโนโลยี NFC และ QR Code

 

ส่วนอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือการปรับอินเทอร์เฟซ ‘สายเรียกเข้า’ ให้เป็นแถบบาร์ขนาดเล็กบริเวณด้านบนของจอในเวลาที่เรากำลังใช้งาน iPhone หรือเปิดแอปพลิเคชันอื่นๆ อยู่

 

 

iPadOS 14 เปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษร ปรับอินเทอร์เฟซให้น่าใช้ขึ้น

Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple เริ่มต้นเซกชันการแนะนำ iPadOS 14 ด้วยการชี้ให้เห็นว่า Apple และเหล่านักพัฒนาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานบนแท็บเล็ตเครื่องนี้มากแค่ไหน โดยทุกวันนี้มีแอปพลิเคชันมากถึง 1 ล้านแอปบน App Store ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อ iPad โดยเฉพาะ (Designed for iPad)

 

ที่เหมือนกับ iOS 14 คือการ Widgets ที่ถูกปรับดีไซน์แบบใหม่ให้น่าใช้งานมากขึ้น ขณะที่ Sidebar ก็ถูกออกแบบใหม่ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆ สะดวกมากกว่าที่เคย เช่น การจัดการย้ายภาพไปยังอัลบั้มต่างๆ ผ่าน Sidebar หรือการใช้งานใน Files ที่ทำได้ดี และจัดการสิ่งต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้น

 

 

ปรับแต่งอินเทอร์เฟซสายเรียกเข้าไม่ให้กินพื้นที่ทั้งหน้า iPad โดยจะปรับเป็นแถบบาร์เล็กๆ บริเวณด้านบนจอแทนเพื่อลดการรบกวนการใช้งานในด้านต่างๆ ของผู้ใช้ให้น้อยที่สุด (สามารถเลื่อนแถบสายเรียกเข้าขึ้นบริเวณด้านบนของจอได้)

 

ขณะที่ Search ก็ได้ถูกปรับดีไซน์ใหม่ให้สามารถเรียกใช้งานได้ในทุกหน้า ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าโฮมเท่านั้น และยังถูกปรับแต่งด้วยแนวคิดแบบ ‘Universal Design’ ให้สามารถ Lauch แอปต่างๆ ได้ทันที หรือแม้แต่การเสิร์ชสิ่งต่างๆ ภายในแอปที่ฉลาดมากๆ ไม่ว่าจะ Messages, Mail หรือ Files เพื่อทำให้การใช้งาน iPad ฉลาดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

ส่วนการใช้งานคู่กับ Apple pencil มีการสาธิตให้เห็นว่า เมื่อเราวาดรูปอะไรก็ตามด้วย Apple Pencil มันจะสามารถเปลี่ยนรูปทรงจากเส้นสายไม่เป็นระบบระเบียบของเราให้กลายเป็น Shape ที่คลีนและเข้าที่เข้าทาง แถมยังเปลี่ยนลายมือให้กลายตัวอักษรได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย

 

 

AirPods Software สลับอุปกรณ์ใช้งานสะดวก ‘Spatial Audio’ แสดงผลเสียงตามทิศทางจริงได้ละเอียด

Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ Automatic Switching เพื่อให้การใช้งาน AirPods สามารถสลับอุปกรณ์การใช้งานระหว่างกันได้แบบอัตโนมัติ โดยทุกครั้งที่มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ AirPods เปิดเล่นเพลง คอนเทนต์ หรือสายเรียกเข้า เจ้า AirPods ก็จะสามารถสลับการใช้งานไป-มาจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้ทันที

 

 

นอกจากนี้ยังมี ‘Spatial Audio’ ที่มาใน AirPods Pro ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์ในการรับชมคอนเทนต์หนังได้แบบดื่มด่ำมากยิ่งขึ้น จำลองแหล่งกำเนิดของเสียงจากทิศทางต่างๆ เพื่อช่วยเพิ่มความสมจริงในแง่ของประสบการณ์การรับฟังผ่าน AirPods Pro

 

ที่เจ๋งคือ Spatial Audio ยังช่วยให้เวลาที่เราใส่ AirPods Pro แล้วหันหัวไปทางไหน การแสดงผลเสียงในหูฟังก็จะเคลื่อนไปยังทิศทางนั้นๆ ด้วย (ทำงานผ่านการจับการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ต้นทางและ AirPods Pro)

 

 

watchOS 7 หน้าปัดหลากหลาย แชร์ต่อให้เพื่อนได้ พร้อมฟีเจอร์วัดคุณภาพการนอนหลับ

หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว App Store เพื่อให้นักพัฒนาเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ เฉพาะกับการใช้งานบน Apple Watch มาตั้งแต่ใน watchOS 6 ปัจจุบันมีการเปิดเผยจำนวนแอปฯ ที่รองรับการใช้งานบน Apple Watch ว่ามีสูงถึงกว่า 20,000 แอปฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนใน watchOS 7 จะมีการเพิ่มหน้าปัดนาฬิการูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมาตามธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ (มีหน้าปัดสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเด็กๆ ด้วย) โดยเปิดให้นักพัฒนาสามารถออกแบบ ดีไซน์หน้าปัดของตัวเองขึ้นมาได้อีกต่างหาก รวมถึงยังสามารถแชร์หน้าปัดนาฬิกาให้กับเพื่อนผู้ใช้งานคนอื่นๆ ผ่าน ‘Face Sharing’ ได้อีก

 

 

ที่ถูกใจผู้เขียนเป็นพิเศษคือฟีเจอร์การตรวจจับคุณภาพในการนอนหลับ Tracking Sleep หลังจากที่ปล่อยให้เรารอคอยมานานแสนนาน (และจ่ายเงินดาวน์โหลดแอปฯ ตรวจจับการนอนหลับมาแล้ว) โดยสามารถตรวจจับการนอนได้ในแต่ละคืนผ่านเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวและแมชชีน เลิร์นนิง ทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Wind Down ที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมบนอุปกรณ์ของ Apple ให้เตรียมพร้อมกับการเข้านอน 

 

และเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 watchOS 7 ยังมีฟีเจอร์ Automatic Detection ที่ช่วยตรวจจับการล้างมือ และระยะเวลาที่เหมาะสมด้วยการนับเวลาถอยหลัง ซึ่งจะทำงานสัมพันธ์กับตัว Haptic ที่จะสั่นเตือนเราเบาๆ 

 

 

macOS Big Sur ปรับดีไซน์แบบใหม่ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานกว่าที่เคย

ปรับดีไซน์ใหม่ๆ บนเลย์เอาต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Control Center (รวมรวมการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในปุ่มเดียว Wi-Fi, เสียงหรือแสงสว่างหน้าจอ ฯลฯ) ตลอดจนแถบ Side bar หรือ Tool bar รวมถึงไอคอนของแอปฯ ต่างๆ บนอินเทอร์เฟซใน macOS Big Sur เพื่อความสวยงาม ลดความซับซ้อน ทำให้คลีน ใช้งานได้ง่าย และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น

 

และเช่นกันกับ iOS 14 และ iPad OS 14 เพราะ macOS Big Sur จะมาพร้อมกับ Widgets ที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลายตามความชื่นชอบ

 

ส่วน Safari ที่ Apple เคลมว่าเป็นเว็บเบราเซอร์ที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลก และเร็วกว่า Google Chrome ถึง 50% ก็ถูกปรับให้หันมาเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้งานมากกว่าเก่า ปรับหน้า Start Page และ Tab แบบใหม่ เพื่อให้สะดวกกับการใช้งาน และรู้ใจผู้ใช้ (แนะนำหน้าเว็บไซต์แบบ Favorite และเว็บที่เราเข้าไปเยือนบ่อยๆ)

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post WWDC มีอะไรใหม่บ้าง เปิดตัว iOS 14 ฟีเจอร์ใหม่เด็ดแค่ไหน watchOS 7 ตรวจจับการนอนหลับได้แล้ว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple เปิดตัว iOS 14 เพิ่ม ‘Widgets’ ช่วยปรับแต่งดีไซน์หน้าโฮม และ App Clips ใช้งานแอปฯ แบบไม่ต้องโหลด https://thestandard.co/apple-launched-ios-14/ Tue, 23 Jun 2020 02:37:06 +0000 https://thestandard.co/?p=374061

ในงาน WWDC 2020 ที่จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน […]

The post Apple เปิดตัว iOS 14 เพิ่ม ‘Widgets’ ช่วยปรับแต่งดีไซน์หน้าโฮม และ App Clips ใช้งานแอปฯ แบบไม่ต้องโหลด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในงาน WWDC 2020 ที่จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ออกมาพร้อมกันถึง 4 แพลตฟอร์ม โดยเราได้สรุปความน่าสนใจของ iOS 14 มาให้คุณได้อัปเดตไปพร้อมๆ กันว่า OS ใหม่บน iPhone ของคุณมีอะไรเจ๋งๆ และน่าสนใจบ้าง

 

เริ่มต้นที่ ‘App Library’ ที่เปรียบเสมือนสารานุกรมในการจัดการหมวดหมู่แอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นระบบระเบียบตามประเภทของตัวแอปฯ ตามมาด้วย ‘Widgets’ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน iPhone สามารถปรับแต่งหน้าโฮมด้วย Widgets จากแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ตามต้องการเพื่อความคล่องตัวและความสะดวกในการใช้งาน 

 

ส่วน ‘Picture in Picture’ คือฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้เราสามารถดูวิดีโอต่างๆ ไปพร้อมๆ กับการใช้งานแอปฯ อื่นๆ ของ iPhone ได้ตามปกติ ขณะที่ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ Siri ก็ถูกปรับแต่งหน้าตาการใช้งาน UI เช่นกัน เพื่อให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม (เมื่อเราเรียกใช้งานมัน Siri จะไม่ปรากฏขึ้นทั้งจอ iPhone แล้ว แต่จะโผล่มาในรูปโฉมไอคอนของมันที่บริเวณด้านล่างจอ) 

 

Apple ยังส่งแอปฯ ใหม่อย่าง ‘Translate’ มาประชันกับ Google Translate อีกด้วย เพื่อช่วยแปลภาษาต่างๆ ทั้งในรูปแบบตัวอักษรและข้อความเสียง โดยจะเริ่มต้นการใช้งานครอบคลุม 11 ภาษาในช่วงแรก ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, สเปน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อาหรับ, โปรตุเกส และรัสเซีย

 

ฝั่ง Messages ก็สามารถ Pinned ผู้ใช้งานที่เราติดต่อผ่าน Messages บ่อยๆ ได้แล้ว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ส่วน Memoji จะมีการเพิ่มทรงผมและหัวใหม่ๆ มากกว่า 20 รูปแบบ มีหน้ากากอนามัยให้ใส่ สัญลักษณ์บางอย่างที่บ่งบอกอาชีพ หรือปรับอายุ (ริ้วรอยความเหี่ยวย่นบนใบหน้า) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ สะท้อนความเป็นตัวตนของตัวเองได้เหมือนมากขึ้น 

 

Maps ใน iOS จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ในการนำทางเข้าไป ที่เห็นชัดๆ คือการนำทางด้วยพาหนะแบบจักรยาน หรือ Cycling Directions หรือ EV Routing ที่ช่วยแสดงพิกัดจุดชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าระหว่างเส้นทางการเดินทางให้กับผู้ใช้งาน โดยอีกหนึ่งลูกเล่นที่หวือหวาพอสมควรคือการเปลี่ยน iPhone (ทั้ง iOS 13 และ iOS 14) ให้เป็นกุญแจรีโมตรถยนต์ BMW (รองรับใน Series 5 ที่วางจำหน่ายในปี 2021) 

 

และไม้เด็ดที่ดูจะน่าสนใจมากเป็นพิเศษและอาจจะถูกใจผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยคือ ‘App Clips’ เพราะช่วยให้ต่อไปไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่ามีโอกาสใช้งานน้อยและต้องเปลืองพื้นที่ในเครื่องมาติดใน iPhone ไว้ทุกครั้ง โดยเป็นวิธีการเรียกใช้งานแอปฯ แบบชั่วคราวผ่านเทคโนโลยี NFC และ QR Code

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Apple เปิดตัว iOS 14 เพิ่ม ‘Widgets’ ช่วยปรับแต่งดีไซน์หน้าโฮม และ App Clips ใช้งานแอปฯ แบบไม่ต้องโหลด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple ประกาศจัดงาน WWDC 2020 แบบออนไลน์ บริจาค 1 ล้านดอลลาร์ชดเชยให้องค์กรท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ https://thestandard.co/wwdc2020-kicks-off-in-june-with-an-all-new-online-format/ Sat, 14 Mar 2020 06:39:58 +0000 https://thestandard.co/?p=341279

Apple ประกาศว่าจะยังคงจัดงานประชุมสำหรับนักพัฒนาประจำปี […]

The post Apple ประกาศจัดงาน WWDC 2020 แบบออนไลน์ บริจาค 1 ล้านดอลลาร์ชดเชยให้องค์กรท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Apple ประกาศว่าจะยังคงจัดงานประชุมสำหรับนักพัฒนาประจำปี หรือ Worldwide Developers Conference ประจำปี 2020 (WWDC 2020) ตามกำหนดการเดิมในเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยจะเปลี่ยนรูปแบบงานมาเป็นการจัดแบบ ‘ออนไลน์’ เท่านั้นผ่านคีย์โน้ตและเซสชันต่างๆ

 

สำหรับงาน WWDC 2020 ที่จะจัดขึ้นในปีนี้ได้จัดเป็นปีที่ 31 แล้ว โดยภายในงานจะมีการอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ของบริการและซอฟต์แวร์ต่างๆ เช่น iOS, iPadOS, macOS, watchOS และ tvOS รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้รับชมได้มีส่วนร่วมกับวิศวกรของ Apple ระหว่างที่พวกเขากำลังพัฒนาประสบการณ์การใช้แอปพลิเคชันที่ยกระดับชีวิตของลูกค้า Apple ทั่วโลก 

 

ฟิล ชิลเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ Apple กล่าวว่า “เราจะจัดงาน WWDC 2020 ในเดือนมิถุนายนนี้ในรูปแบบที่ล้ำสมัยเพื่อนักพัฒนานับล้านคนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการนำชุมชนนักพัฒนามารวมตัวกันด้วยประสบการณ์แบบใหม่

 

“เนื่องจากสถานการณ์ด้านสุขภาพในปัจจุบันทำให้เราต้องจัดงาน WWDC 2020 ในรูปแบบใหม่ที่นำเสนอกิจกรรมทั้งหมดผ่านคีย์โน้ตและเซสชันออนไลน์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมให้กับชุมชนนักพัฒนาของเราทั่วโลก เราจะแบ่งปันรายละเอียดทั้งหมดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” 

 

นอกจากนี้เนื่องจากตัวงานอีเวนต์ WWDC 2020 ที่เดิมต้องจัดแบบออฟไลน์มีอันต้องยกเลิกลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 Apple จึงได้ประกาศว่าจะมอบเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 31.7 ล้านบาท ให้กับองค์กรท้องถิ่นในซานโฮเซเพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post Apple ประกาศจัดงาน WWDC 2020 แบบออนไลน์ บริจาค 1 ล้านดอลลาร์ชดเชยให้องค์กรท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาร์กโหมด iOS 13 บ๊ายบาย iTunes สรุปงาน WWDC 2019 มีอะไรใหม่บ้าง? https://thestandard.co/wwdc-2019-ios-13/ Tue, 04 Jun 2019 11:22:15 +0000 https://thestandard.co/?p=258228

งาน WWDC 2019 (The Apple Worldwide Developers Conferenc […]

The post ดาร์กโหมด iOS 13 บ๊ายบาย iTunes สรุปงาน WWDC 2019 มีอะไรใหม่บ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>

งาน WWDC 2019 (The Apple Worldwide Developers Conference) ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 มิถุนายน 2019 ที่หอประชุม McEnery เมืองซันโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และเช่นเคย Apple ยังคงเปิดตัวซอฟต์แวร์ และระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก

 

THE STANDARD สรุปไฮไลต์เด็ดจากงาน WWDC 2019 ว่ามีอะไรใหม่บ้าง ส่วนจะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่คุณจะตัดสิน

 

iOS 13 ดาร์กโหมด เข้มขรึมดุดัน

  • 97% ของผู้ใช้งาน iOS 12 รู้สึกพึงพอใจในระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้ แถมทิม คุกยังเคลมอีกว่า iOS 12 มีผู้ใช้งานมากถึง 85% มากกว่า Android 9 ที่มีผู้ใช้แค่ 10% เท่านั้น
  • ระบบปฏิบัติการ iOS 13 ถูกพัฒนาขึ้นให้การทำงานด้านต่างๆ เน้นประสิทธิภาพด้านความเร็วเป็นหลัก เช่น ปลดล็อกด้วยใบหน้า Face ID เร็วกว่าเดิม 30% หรือเปิดใช้งานแอปฯ ได้เร็วกว่าเดิม 2 เท่าตัว
  • ‘Dark Mode’ หลังชิมลางเปิดตัวการใช้งานดาร์กโหมดใน macOS Mojave ไปก่อนแล้ว มาครั้งนี้ Apple จึงเปิดตัวดาร์กโหมดใน iOS 13 ด้วย เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เต็มตาเต็มอารมณ์ และดูเข้มขรึมขึ้นให้กับผู้ใช้งาน iPhone
  • Maps เวอร์ชันใหม่ที่ให้ข้อมูลแผนที่ได้ละเอียดกว่าเก่า เปิดตัวการใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกาภายในปี 2019 นี้ และเฉพาะบางประเทศในปีหน้า รวมถึงรองรับการใช้งานในโหมด 3D ที่ช่วยให้เห็นภาพแบบ 3 มิติของสถานที่และถนนหนทาง (คล้ายๆ กับ Street View)
  • Sign in with Apple เป็นระบบ API ที่ให้นักพัฒนาแอปฯ เพิ่มการล็อกอินเข้าใช้งานระบบหรือแอปฯ ต่างๆ ด้วยระบบของ Apple ได้ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมข้อมูลส่วนตัวที่ผู้ใช้งานจะแชร์กับผู้พัฒนาแอปฯ เจ้าอื่นๆ

 

https://www.youtube.com/watch?v=3x7_w9Oz8lQ

 

  • Memoji เวอร์ชันใหม่ที่ปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง พร้อมสร้างเป็นชุดสติกเกอร์ส่วนตัวขึ้นมาใช้งานในแบบฉบับของผู้ใช้แต่ละคน
  • Photo & Video เพิ่มโหมดและหน้าตาการปรับแต่งภาพหรือวิดีโอให้ครอบคลุมและหลากหลาย พร้อมพรีวิวอัลบั้มภาพถ่าย และวิดีโอในเครื่องได้ละเอียดกว่าเดิม
  • Siri ทำงานได้ฉลาดกว่าเดิม เช่น Announce Messages อ่านข้อความที่ส่งเข้ามาในเครื่องได้, Audio Sharing ฟังเพลงผ่าน AirPods ก็สามารถแชร์เพลงที่ฟังอยู่ให้เพื่อนฟังได้ด้วย, ใช้เทคโนโลยี Machine Learning Neural TTS พัฒนาลักษณะการพูดของผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ Siri ให้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติกว่าเวอร์ชันก่อน

 

iPadOS ระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อ iPad โดยเฉพาะ

  • เปิดตัว iPadOS ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานกับ iPad โดยเฉพาะ พร้อมความสามารถในการทำงานในสเกลระดับแล็ปท็อปขนาดย่อมๆ
  • หลักๆ ที่เห็นคือเน้นโหมดการทำงานแบบ Multitasking สลับแอปฯ และหน้าต่างการใช้งานไปมาได้อย่างไหลลื่น เร็วและคล่องตัวกว่าเดิม รวมถึงฟีเจอร์การทำงานแบบ Split View เพื่อแยกการทำงานบนแอปฯ ต่างๆ แบบแบ่งหน้าจอได้สะดวกกับผู้ใช้
  • หน้าตา Home Screen แบบใหม่ เพิ่ม Widget จาก Feed หรือแอปฯ ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง
  • เพิ่มความสามารถในการใช้งานของ Apple Pencil ให้ดีกว่าเดิม

 

macOS Catalina ปิดตำนาน iTunes!

  • หลังจากที่มีข่าวลือเล็ดลอดมาสักระยะว่า Apple จะปิดให้บริการ iTunes ในที่สุดก็มีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการบนเวที WWDC 2019 แล้วว่า Apple จะยกเลิกการให้บริการบน iTunes ลงจริง พร้อมแซวตัวเองว่าก่อนหน้านี้ iTunes ดูเหมือนจะอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ที่ไม่เป็นระบบระเบียบเอาเสียเลย
  • เมื่อปิด iTunes ลง Apple จะแยกฟีเจอร์การใช้งานออกเป็น 3 โปรแกรมย่อยแทน ได้แก่ Apple Music, Apple Podcasts และ Apple TV ส่วนหน้า Sync ข้อมูลบน iPhone จะถูกแยกไปอยู่ในส่วน Finder บนแทบเดสก์ท็อปด้านบนของจอ
  • Sidecar ใช้ iPad เป็นจอแสดงผลตัวที่สองต่อจากเครื่อง Mac ได้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการทำงานต่างๆ (ใช้ iPad และ Apple Pencil เป็นเมาส์ปากกาได้เลย)
  • Find My ฟีเจอร์ที่ผสมผสาน Find My iPhone และ Find My friends เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้สามารถค้นหาตำแหน่งของอุปกรณ์ของคุณได้เวลาที่มันหายหรือถูกขโมยไป ผ่านการส่งสัญญาณ Bluetooth ระหว่างอุปกรณ์ แม้ตัวเครื่องจะอยู่ในโหมดออฟไลน์ก็ตาม

 

watchOS 6 หน้าปัดใหม่กับแอปพลิเคชันของตัวเอง

  • เปิดตัวกราฟิกหน้าปัดนาฬิกาโฉมใหม่ของระบบปฏิบัติการ watchOS บนนาฬิกา Apple Watch มากถึง 5 รูปแบบที่ต่างกัน เช่น หน้าปัดกราฟิก Gradient, หน้าปัดกราฟิกตัวเลขขนาดยักษ์, หน้าปัดแบบแคลิฟอร์เนีย (California Dial) และหน้าปัดแสงอาทิตย์ (Solar Face) เป็นต้น
  • ฟีเจอร์ Audiobooks App ช่วยให้ฟังเนื้อหาจาก Apple Books ได้ทันที พร้อมอัดเสียงด้วยแอปฯ Voice Memos และเครื่องคิดเลขที่สามารถคำนวณการจ่ายทิปหรือหารค่ามื้ออาหารกับเพื่อนๆ
  • เปิด API ใหม่ๆ ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันใหม่ๆ ขึ้นมาใช้งานกับ Apple Watch โดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องมีแอปฯ คู่ขนานบน iPhone อีก เท่ากับว่ากำลังจะมี App Store เวอร์ชัน Apple Watch ที่ดาวน์โหลดแอปฯ บนข้อมือได้ทันที
  • ส่วนการใช้งานด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ก็เปิดตัว Activity Trends เพื่อให้เห็นพฤติกรรมและกระตุ้นการออกกำลังกายของผู้สวมใส่ Apple Watch
  • Loud Environment เตือนผู้ใส่เมื่ออยู่ในสถาพแวดล้อมที่มีระดับเสียงที่ดัง และเป็นอันตรายต่อสุขภาพและประสาทการได้ยิน (ยืนยันว่าไม่มีการบันทึกข้อมูลเสียงของผู้ใช้แน่นอน)
  • Cycle Tracking ช่วยแทร็กและติดตามข้อมูลรอบเดือนในแต่ละเดือนของผู้สวมใส่ที่เป็นสุภาพสตรี (รองรับการใช้งานบนแอปฯ Health ของ iPhone ด้วย)

 

Photo: gettyimages

 

Mac Pro รุ่นใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ถูกแซวว่าเหมือนเครื่องขูดชีส!

  • Mac Pro รุ่นใหม่ ทรงประสิทธิภาพมากกว่าเดิม สเปกสูงสุดมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel Xeon W Processor 28-Core (2.5GHz Intel Xeon W 28 Cores 56 Threads, Turbo Boost สูงสุด 4.4GHz, 66.5MB Cache รองรับหน่วยความจำ 2TB 2933MHz Memory), การ์ดจอ AMD Radeon Pro Vega II Duo (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.apple.com/mac-pro/specs/)

 

https://www.youtube.com/watch?v=wl4Hg23RQHQ

 

  • ที่ดูจะโดนค่อนขอดเป็นพิเศษคือดีไซน์ตัวเครื่องพร้อมรูระบายอากาศแบบตะแกรง 3 มิติ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าออกแบบมาละม้ายคล้ายเครื่องขูดชีสเสียเหลือเกิน! สนนราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 5,999 เหรียญสหรัฐ หรือ 189,000 บาท
  • หน้าจอ Pro Display XDR พร้อมหน้าจอ LCD วัสดุ Standard Glass ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียดระดับ Retina6K สนนราคาเริ่มต้น 4,999 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 157,000 บาท (ราคาจำหน่ายในต่างประเทศ) ส่วนวัสดุ Nano-texture Glass เริ่มต้น 5,999 เหรียญสหรัฐ หรือ 189,000 บาท
  • ขาตั้ง Pro Stand ต้องซื้อแยกในราคา 999 เหรียญสหรัฐ หรือราว 32,000 บาท เช่นเดียวกันกับแขนยึด VESA Mount Adapter ราคา 199 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,200 บาท เบ็ดเสร็จต้องจ่ายประมาณ 38,200 บาท
  • สินค้าทั้งหมดมีกำหนดการวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ราวเดือนกันยายน-ธันวาคม)

 

Photo: gettyimages

 

ฟีเจอร์ใหม่ tvOS พร้อมปล่อยตัวอย่างออริจินัลคอนเทนต์เรื่องแรกอย่างเป็นทางการ ฯลฯ

  • Multi-user Support คือฟีเจอร์ใหม่สำหรับ tvOS ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานแต่ละคนมีลิสต์แนะนำคอนเทนต์ซีรีส์ หนังหรือเพลง (Apple Music) แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ Personalized ได้ตรงกับความชื่นชอบของผู้ใช้งานแต่ละคนให้ได้มากที่สุด
  • ทิม คุก ยังเปิดตัวอย่างของออริจินัลคอนเทนต์ซีรีส์ไซไฟอวกาศ ‘For All Mankind’ ที่จะออกอากาศฉายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนแพลตฟอร์ม TV+ อีกด้วย
  • ส่วน Apple Arcade แพลตฟอร์มรวมเกม Arcade จาก Apple ที่เปิดตัวตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ก็มีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะรองรับการใช้งานคู่กับจอยคอนโทรลเลอร์อย่าง Xbox One S และ PlayStation DUALSHOCK 4

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ดาร์กโหมด iOS 13 บ๊ายบาย iTunes สรุปงาน WWDC 2019 มีอะไรใหม่บ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลือ Apple เตรียมปล่อย iOS 12 เพิ่มฟีเจอร์ลดอาการเสพติดมือถือ https://thestandard.co/apple-ios-12-digital-health-iphone-time-used-rumor/ https://thestandard.co/apple-ios-12-digital-health-iphone-time-used-rumor/#respond Fri, 01 Jun 2018 09:16:48 +0000 https://thestandard.co/?p=94633

อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับสาวกไอโฟนที่รู้สึกว่าตัวเองติดมือถ […]

The post ลือ Apple เตรียมปล่อย iOS 12 เพิ่มฟีเจอร์ลดอาการเสพติดมือถือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับสาวกไอโฟนที่รู้สึกว่าตัวเองติดมือถือมากเกินไป เพราะล่าสุดมีรายงานว่า Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งจะช่วยลดอาการติดมือถือของผู้ใช้ และเตรียมเปิดตัวในสัปดาห์หน้าในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC)

 

โดย Mark Gurman ผู้สื่อข่าวจาก Bloomberg รายงานว่า Apple จะแนะนำฟีเจอร์ Digital Health initiative ซึ่งประกอบไปด้วยชุดเครื่องมือต่างๆ ที่จะบอกว่าผู้ใช้กำลังใช้เวลากับสมาร์ทไปมากเท่าไรแล้ว รวมทั้งยังจะบอกเวลาที่ใช้งานแอปพลิเคชันแต่ละตัวด้วย

 

ฟีเจอร์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับฟีเจอร์ในระบบแอนดรอยด์ที่ Google เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งจะมีระบบจับเวลาแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้งานสามารถตั้งเวลาเพื่อจำกัดการใช้แอปพลิเคชันบางตัวที่ต้องการได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ ‘Shush’ ซึ่งจะเปิดโหมด ‘ห้ามรบกวน’ เมื่อโทรศัพท์ถูกวางคว่ำหน้า

 

Bloomberg ยังรายงานด้วยว่าในงาน WWDC ครั้งนี้ Apple จะยังไม่น่ามีแผนปล่อยอุปกรณ์ตัวใหม่อื่นๆ ออกมาแต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ช่วงสัปดาห์หน้าคงต้องลองจับตาดูว่า Apple จะมีไม้เด็ดอะไรให้สาวกได้ร้องว้าวกันหรือไม่

 

อ้างอิง:

The post ลือ Apple เตรียมปล่อย iOS 12 เพิ่มฟีเจอร์ลดอาการเสพติดมือถือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/apple-ios-12-digital-health-iphone-time-used-rumor/feed/ 0
Apple ประกาศวางจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ HomePod 9 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/apple-homepod/ https://thestandard.co/apple-homepod/#respond Wed, 24 Jan 2018 05:41:10 +0000 https://thestandard.co/?p=64609

23 ม.ค. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา บริษ […]

The post Apple ประกาศวางจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ HomePod 9 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

23 ม.ค. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท Apple ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเตรียมวางจำหน่ายลำโพงอัจริยะ HomePod ในวันศุกร์ที่ 9 ก.พ. นี้ (วางจำหน่ายในบางประเทศก่อน) เป็นต้นไป โดยจะเริ่มเปิดให้ลูกค้าในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียสั่งจองล่วงหน้าทางเว็บไซต์ออนไลน์ในวันศุกร์ที่ 26 ม.ค. นี้ ก่อนที่จะวางจำหน่ายในฝรั่งเศสและเยอรมนีช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นไป

 

HomePod คือลำโพงอัจฉริยะ 7 นิ้วหุ้มด้วยผ้าแบบ 3 มิติ ขับเคลื่อนด้วยชิป A8 เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน WWDC ครั้งที่ 28 เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สร้างขึ้นภายใต้คอนเซปต์ 3 ประการ ได้แก่

  • Rock The House เสียงต้องดี – ใช้ชุดลำโพงทวีตเตอร์ 7 แพ็ก วูฟเฟอร์ 4 นิ้ว และปรับเบสแบบอัตโนมัติ
  • Spatial Awareness โดดเด่น สวยงาม วางไว้ที่ไหนก็ได้ – มีฟีเจอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อมจากตำแหน่งที่ตั้ง Pod เพื่อให้ผู้ใช้ได้ฟังเพลงที่มีคุณภาพเสียงยอดเยี่ยมที่สุดในทุกๆ จุดของมุมห้อง
  • Musicologist ตัวช่วยให้พบเพลงที่ใช่ – ทำงานร่วมกับ Apple Music เพื่อหาเพลงที่คุณชอบจาก 40 ล้านเพลง 2 ล้านศิลปิน ผ่านการตอบสนองโดยไมโครโฟน 6 ทิศทางที่ Siri จะคอยรับฟังคำสั่งของคุณ และยังถามไถ่เรื่องราวต่างๆ รวมถึงเป็นผู้ช่วยในการควบคุมคำสั่งของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน เช่น การสั่งเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ และโทรทัศน์ และยังได้รับการการันตีถึงความปลอดภัยในการไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้งานอีกด้วย

 

“HomePod คือประสบการณ์ทางดนตรีที่แปลกใหม่และสุดอัศจรรย์จาก Apple มันคือการนำเทคโนโลยีเสียงขั้นสูงอย่าง ทวีตเตอร์ beam-forming, วูฟเฟอร์ขั้นเทพ และเทคโนโลยีการรับรู้ตำแหน่งที่ตั้ง (ปรับคุณภาพเสียงตามสภาพแวดล้อม) ผสมผสานเข้ากับคลังเพลง Apple และปัญญาประดิษฐ์ Siri เวอร์ชันล่าสุด พวกเราตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับผู้คนที่จะนำ HomePod ไปใช้ในบ้าน อพาร์ตเมนต์ และที่ทำงาน” ฟิลิป ชิลเลอร์ (Philip Schiller) รองประธานฝ่ายการตลาดทั่วโลกบริษัท Apple กล่าว

 

HomePod มีให้เลือกทั้งสีขาวและเทาสเปซเกรย์ สนนราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 349 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 11,080 บาท โดยกระบวนการวางจำหน่ายล่าช้าจากเป้าหมายที่วางไว้ในตอนต้นมากพอสมควร

 

แต่สำหรับตลาดแมสโดยทั่วไป ปัญหาสำคัญของ HomePod อาจจะอยู่ที่ราคาวางจำหน่ายซึ่งสูงถึงเกือบเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับลำโพงอัจฉริยะคู่แข่งเจ้าสำคัญที่มาก่อนอย่าง Amazon Echo ราคา 179 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,700 บาท แต่ก็ยังถือว่าถูกอยู่ดีเมื่อเทียบกับ Google Home Max ลำโพงอัจฉริยะโดย Google ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สนนราคาอยู่ที่ 399 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 12,700 บาท

 

อ้างอิง:

  • Apple

The post Apple ประกาศวางจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ HomePod 9 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/apple-homepod/feed/ 0
นักพัฒนาแอปฯ ที่อายุมากที่สุดในโลก https://thestandard.co/masako-application-developer/ https://thestandard.co/masako-application-developer/#respond Wed, 09 Aug 2017 06:57:10 +0000 https://thestandard.co/?p=19472

The post นักพัฒนาแอปฯ ที่อายุมากที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post นักพัฒนาแอปฯ ที่อายุมากที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/masako-application-developer/feed/ 0