World Cup 2018 Features Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/world-cup-2018-features/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 Jun 2018 19:51:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 การตลาดฟุตบอลยุคใหม่ทำป็อกบาสนใจทรงผมมากกว่าเกมในสนามหรือไม่ https://thestandard.co/paul-pogba-haircuts-marketing/ https://thestandard.co/paul-pogba-haircuts-marketing/#respond Thu, 21 Jun 2018 12:32:55 +0000 https://thestandard.co/?p=99782

นับตั้งแต่วันที่ พอล ป็อกบา (Paul Pogba) ตัดสินใจย้ายกล […]

The post การตลาดฟุตบอลยุคใหม่ทำป็อกบาสนใจทรงผมมากกว่าเกมในสนามหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับตั้งแต่วันที่ พอล ป็อกบา (Paul Pogba) ตัดสินใจย้ายกลับจากยูเวนตุสมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้งเมื่อปี 2016 ด้วยค่าตัวที่แพงเป็นสถิติโลกในช่วงเวลาดังกล่าวราว 89.3 ล้านปอนด์ เขาก็ไม่เคยทำผลงานใกล้เคียงกับสมัยที่ยังค้าแข้งในลีกอิตาลีได้อีกเลย

 

ถ้ายึดแค่สถิติเชิงตัวเลข ผลงานของป็อกบาอาจไม่ได้แย่จนต้องเบือนหน้าหนี ลงเล่นในลีกให้ปีศาจแดงไป 57 นัดใน 2 ฤดูกาล ยิงรวม 11 ลูก จ่ายให้เพื่อนทำประตูอีก 14 ลูก ไม่เลวเลยสำหรับนักเตะในตำแหน่งกระดูกสันหลังขับเคลื่อนทีม

 

แต่ถ้าพูดถึงจังหวะทีเด็ดทีขาด การเป็นความหวังให้ทีมหรือสมาธิที่มีต่อเกมแล้ว ดูเหมือนกองกลางเลือดน้ำหอมผู้เพียบพร้อมไปด้วยลูกเล่นแพรวพราวจะสอบตกแบบไม่น่าให้อภัย โดยเฉพาะการถูกครหาว่าสนใจเรื่องนอกสนามมากกว่าโฟกัสเกมลูกหนังบนฟลอร์หญ้า

 

ไม่ว่าจะเป็นการขยันอัปโพสต์โซเชียลมีเดียอวดไลฟ์สไตล์หรูหราในแต่ละวัน หรือทรงผมที่เปลี่ยนใหม่เรียกได้ว่าแทบจะทุกนัด จนเคยถูกแฟนบอลในไทยล้อว่าเป็นกองกลางตัวตัดผมมาแล้ว!

 

ล่าสุดมีข่าวว่าป็อกบาลงทุนพา อัลเหม็ด อัลซานาวี (Ahmed Alsanawi) ช่างตัดผมฝีมือดีวัย 26 ปี บินไกลจากลอนดอนมาพำนักในรัสเซียชั่วคราวเพื่อคอยให้บริการตัดผมของเขาและเพื่อนๆ ในทีมชาติฝรั่งเศสก่อนลงแข่งกันเลยทีเดียว

 

Photo: AFP

 

สมาธิจะไขว้เขวหากสนใจแฟชั่นมากกว่าเกมในสนาม

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (Sir Alex Ferguson) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในตำนานผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในโลกลูกหนัง แถมยังเป็น ‘บรมครู’ ที่นักฟุตบอลหรือแม้แต่ตัวผู้จัดการทีมด้วยกันเองก็เคารพและยึดถือแนวทางการทำงานเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต

 

ระเบียบวินัยคือหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่อดีตผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ปลูกฝังให้กับลูกศิษย์นักฟุตบอลเยาวชนของเขาทุกคนค่อยๆ ซึมซับ หนึ่งในเรื่องที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดคือการสั่งให้นักฟุตบอลเยาวชนทุกคนในทีมสวมแค่รองเท้าสตั๊ดฟุตบอลสีดำเรียบๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันการเบี่ยงเบนสมาธิของนักฟุตบอลวัยกำลังห้าวและอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

 

จอห์น โอเชีย (John O’Shea) ลูกศิษย์ชาวไอร์แลนด์ได้ยืนยันถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยบอกว่า “การเป็นนักฟุตบอลเยาวชนค่อนข้างมีข้อจำกัดพอสมควร เด็กๆ จะถูกบังคับให้ใส่แค่รองเท้าสตั๊ดสีดำเท่านั้น จนกระทั่งพวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในชุดสำรองหรือทีมชุดใหญ่ แต่ถ้าคุณใส่สตั๊ดสีฉูดฉาดและเล่นได้แย่ขึ้นเมื่อไรละก็ คุณจะถูกหมายหัวแน่นอน”

 

เล่ากันว่าสาเหตุที่เซอร์อเล็กซ์ไม่อยากให้นักฟุตบอลหนุ่มอายุน้อยใส่รองเท้าสตั๊ดสีฉูดฉาดเพราะไม่อยากให้เด็กๆ สนใจเรื่องนอกสนามก่อนวัยอันควร อยากให้โฟกัสกับเกมฟุตบอลและสมถะ

 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันนี้แบรนด์กีฬาได้ผลิตรองเท้าสตั๊ดหรืออุกรณ์กีฬาให้มีความหลากหลายมากขึ้น เน้นดีไซน์สีสันและแฟชั่นที่หวือหวา ส่วนกฎและระเบียบข้อบังคับที่ขรัวเฒ่าวัย 76 ปีเคยวางไว้ก็ค่อยๆ เลือนลางหายไปในที่สุด

 

Photo: AFP

 

การตลาดฟุตบอลยุคใหม่ที่เปลี่ยนนักฟุตบอลให้กลายเป็น ‘แบรนด์เนม’

พอเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าและเข้ามามีบทบาทกับผู้คนมากขึ้น เซเลบริตีหรือคนดังก็มีช่องทางปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ ของพวกเขาได้ใกช้ชิดกว่าที่เคย ต่างจากในอดีตที่กว่าเราจะได้รู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวของนักกีฬา นักฟุตอบอลคนโปรดทั้งทีก็ต้องติดตามจากหน้าหนังสือพิมพ์อย่างเดียว

 

การมีเครื่องมือโซเชียลมีเดียอยู่ในมือทำให้นักฟุตบอลแต่ละคนสามารถเพิ่มคะแนนความนิยมและฐานแฟนคลับได้ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องไปพึ่งพาสื่อกระแสหลักเหมือนในวันวาน ที่สำคัญเมื่อพวกเขาหรือเธอเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักขึ้นมา โอกาสการถูกจ้างให้เป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ต่างๆ ก็จะเพิ่มสูงตามไปด้วย

 

Digiday เคยออกมาเปิดเผยว่านักฟุตบอลอย่างแกเร็ธ เบล (Gareth Bale), อเล็กซิส ซานเชซ  (Alexis Sánchez) และเนย์มาร์ (Neymar) ต่างถูกบริษัทสื่อ Dugout ว่าจ้างให้โพสต์คอนเทนต์ขึ้นช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น โดยทุกๆ การโพสต์เนื้อหาใดๆ ก็ตาม พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่ง 50% จากรายรับของ Dugout

 

ที่น่าสนใจคือบริษัทให้ข้อมูลด้านการตลาด Edelman ได้จัดทำผลการศึกษานักกีฬาที่มีอิทธิพลต่อผลิตภัณฑ์ในหมวดกรูมมิ่งและไลฟสไตล์โดยพบว่า เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) และคริสเตียโน โรนัลโด คือ 2 นักฟุตบอลที่มีอิทธิพลสูงสุด (เบ็คแฮมแขวนสตั๊ดไปแล้ว) รองลงมาเป็นป็อกบา, เมซุต โอซิล (Mesut Özil) และดาวิด ลุยซ์ (David Luiz)

Photo: Edelman graph

 

นอกจากชื่อเสียงจากฐานแฟนคลับ คะแนนความนิยมที่เพิ่มขึ้น และโอกาสการรับงานและเงินจากสปอนเซอร์แล้ว สิ่งเหล่านี้ยังเป็นสะพานเชื่อมพวกเขาไปสู่การสร้างแบรนด์ขึ้นมาโดยใช้ตัวเองเป็นที่ตั้ง

 

เควิน การ์ดเนอร์ (Kelvyn Gardner) กรรมการผู้จัดการสมาคม LIMA (Licensing Industry Merchandisers) เคยบอกไว้ว่านักฟุตบอลและนักกีฬาหน้าใหม่ในวงการควรจะเปิดเผยตัวตนความเป็นตัวเองออกมา เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยนำไปสู่การสร้างแบรนด์กีฬาที่แท้จริงได้

 

“นักฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ควรจะถูกปล่อยให้แสดงความเป็นตัวเองออกมาได้ เพราะมันจะช่วยให้เกิดการสร้างแบรนด์ที่แท้จริงในวงการกีฬา

”ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่ประสบความสำเร็จในด้านการค้ามากที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน การสร้าง (แบรนด์) ขึ้นจากหลักการตามธรรมเนียมเดิมๆ เหล่านั้นจะช่วยให้แบรนด์ได้รับความนิยมและเติบโตได้มากขึ้น หากพวกเขา (นักฟุตบอล) ยังยึดติดอยู่กับรากฐานที่แท้จริงของฟุตบอล”

 

Photo: AFP

 

ป็อกบาคลั่งทรงผมจนไม่มีสมาธิกับเกมในสนาม?

กองกลางผิวสีเลือดน้ำหอมชื่นชอบการตัดผม และการเปลี่ยนลุคก่อนลงสนามในแต่ละนัดเป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่งแฟนบอลได้เมนชันปรึกษาเขาบนทวิตเตอร์ว่า “ผมพยายามจะตัดผมให้เหมือนคุณ แต่แฟนของผมกลับเกลียดผม”

 

ป็อกบาจึงตอบเชิงแหย่แบบทีเล่นทีจริงไว้ว่า “ผมนายนะอย่าได้แคร์คนอื่น แต่เปลี่ยนแฟนซะ ?”

 

ไม่ใช่แค่แฟนบอลทีมตรงข้ามเท่านั้นที่ตั้งแง่วิจารณ์ป็อกบาอย่างหนักในประเด็นการเปลี่ยนทรงผมจนเสียสมาธิกับเกมฟุตบอล แต่แฟนบอลสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรวมถึงแฟนเลส เบลอส์บางกลุ่มเองก็ต่อว่าเขาในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน

 

แกรี เนวิลล์ (Gary Neville) ตำนานลูกหนังเมืองผู้ดีรุ่นพี่เคยแสดงทรรศนะและความหวังดีต่อป็อกบาในช่วงที่เขากำลังฟอร์มตกจนถูกเยาวชนอย่าง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (Scott McTominay) เบียดเป็นตัวสำรองในสโมรว่า “ผมชอบเขานะ ผมคิดว่าเขาคือนักเตะที่ดีคนหนึ่งเลย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับป็อกบาคือเขาไม่ได้พยายามช่วยตัวเองมากพอ

 

“ถ้าคุณฉลาดมากพอ คุณต้องไม่สนใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นหากมันไม่เป็นไปตามที่คุณต้องการ แต่ป็อกบากลับไม่ทำแบบนั้น เขามีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องทำ และต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาจริงจังกับฟุตบอลจริงๆ

 

“การมาสนามในวันนี้ (แมตช์ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้) ด้วยผมสีฟ้า ถ้าทีมชนะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาเมื่อไรละก็ พอลจะถูกพูดถึงไปตลอด มันน่าขันสุดๆ”


โชคดีที่ป็อกบาโชว์ฟอร์มเก่งช่วยให้ทีมพลิกเอาชนะคู่ปรับเรือใบสีฟ้าไปด้วยสกอร์ 3-2 เขาจึงไม่ถูกวิจารณ์มากนัก แต่เมื่อไรก็ตามที่เจ้าตัวเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และช่วยทีมให้เอาชนะไม่ได้ เขาก็มักจะถูกวิจารณ์และด่าทอเสียๆ หายๆ เหมือนที่แกรี เนวิลล์ เคยเตือนไว้ทันที

 

จะบอกว่าป็อกบาคือต้นตำรับไอคอนลูกหนังที่โดดเด่นด้านทรงผมก็อาจจะไม่ถูกต้องสักเท่าไร เพราะในสมัยก่อนเบ็คแฮมก็เป็นหนึ่งใน Influencer ด้านกรูมมิ่งสำหรับผู้ชายเหมือนกัน ไม่ว่าจะตัดผมเปลี่ยนทรงเมื่อไร ก็พร้อมจะมีแฟนๆ ทำตามไอดอลลูกหนังอังกฤษคนนี้เสมอ

 

เช่นเดียวกับโรนัลโด ตำนานศูนย์หน้าบราซิลที่เคยตัดผมทรงขัดใจแม่ในช่วงลงแข่งฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และพาบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปีนั้นมาแล้ว

 

แต่ความแตกต่างระหว่างป็อกบาและโรนัลโด เบ็คแฮม คือรุ่นพี่ทีมชาติบราซิลและทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวงการลูกหนัง กวาดโทรฟีและพาสโมสรต้นสังกัดโบยบินมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังพิสูจน์ให้แฟนๆ ในสนามได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการก้มหน้าก้มตาพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง จนได้ใจแฟนบอลและถูกมองข้ามเรื่องแฟชั่นและทรงผมที่เปลี่ยนอยู่บ่อยๆ ในที่สุด

 

ล่าสุดป็อกบาได้ออกมาตอบโต้คำแนะนำจากแกรี เนวิลล์ หรือแฟนบอลคนอื่นๆ ที่วิจารณ์เขาเรื่องทรงผม โดยให้สัมภาษณ์กับ Bleacher Report ไว้ว่า “ผมไม่ค่อยสนใจอยากฟังอะไรเท่าไร ฟุตบอลไม่ได้วัดกันที่รูปลักษณ์ภายนอกของตัวนักฟุตบอลเท่านั้น แต่วัดกันในสนาม ผมเคารพความเห็นของทุกคน

 

“และถ้าพวกเขาไม่ชอบทรงผมของผม ก็ไม่จำเป็นต้องมองมัน ก็แค่นั้น”

 

แมตช์ล่าสุดในนามทีมชาติ ป็อกบาช่วยให้ทัพตราไก่เอาชนะออสเตรเลียไปได้ฉิวเฉียด 2-1 และในวันนี้ (21 มิ.ย.) ฝรั่งเศสก็มีคิวจะเจอกับทีมชาติเปรูในเวลา 22.00 น. พอดี

 

Photo: Reuters

 

น่าสนใจว่าป็อกบาจะทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสทำผลงานในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้หรือไม่

 

ไม่ผิดที่ป็อกบาจะเปลี่ยนทรงผมใหม่ในทุกๆ เกมที่ลงเล่นเพราะนั่นก็คือการสร้างแบรนด์และเกมการตลาดรูปแบบหนึ่ง แต่หากเจ้าตัวยังไม่สามารถทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ ลุ่มๆ ดอนๆ เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็คงจะสลัดข้อครหาว่าเป็นกองกลางตัวตัดผมออกไปไม่หลุดเสียที แม้ศักยภาพส่วนตัวจะดีพอทำให้มิดฟิลด์วัย 25 ปีไปไกลได้ถึงระดับโลกก็ตาม

 

นี่คือทางแยกที่ป็อกบาต้องเลือกเอาว่าอยากจะพัฒนาฝีเท้าให้ได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับตำนานจอมทัพทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง ซีเนดีน ซีดาน (Zinedine Zidane) และมิเชล พลาตินี (Michel Platini) หรืออยากเป็นแค่หุ่นโชว์แบรนด์เสื้อผ้าและทรงผมที่มีสนามฟุตบอลเป็นรันเวย์…

อ้างอิง:

The post การตลาดฟุตบอลยุคใหม่ทำป็อกบาสนใจทรงผมมากกว่าเกมในสนามหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/paul-pogba-haircuts-marketing/feed/ 0
เบื้องหลังชัยชนะของเม็กซิโกที่เคลือบประเด็นการเหยียดเพศของกลุ่มคนรักชอบเพศเดียวกัน https://thestandard.co/fifa18worldcup-behind-mexico-win-over-germany/ https://thestandard.co/fifa18worldcup-behind-mexico-win-over-germany/#respond Tue, 19 Jun 2018 12:35:11 +0000 https://thestandard.co/?p=99158

    แมตช์การแข่งขันระหว่างทีมชาติเยอรมนีและเม […]

The post เบื้องหลังชัยชนะของเม็กซิโกที่เคลือบประเด็นการเหยียดเพศของกลุ่มคนรักชอบเพศเดียวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

แมตช์การแข่งขันระหว่างทีมชาติเยอรมนีและเม็กซิโกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 มิ.ย.) ประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดคือการรวมพลังฮึดสู้คว่ำแชมป์เก่าไป 1-0 ของทัพจังโก้ ซึ่งเป็นการคว้าชัยครั้งแรกในรอบ 33 ปี (เม็กซิโกชนะเยอรมนีครั้งล่าสุดได้ในปี 1985 สมัยที่เป็นเยอรมนีตะวันตก)

 

 

นอกจากจะชนะทีมเต็งแชมป์ไปเหนือความคาดหมายแล้วที่เม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโกยังเกิด ‘แผ่นดินไหวเทียม’ อีกด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่แฟนบอลกระโดดดีใจกันสนั่นเมือง

 

 

แต่ในเรื่องน่ายินดีก็ยังมีเรื่อง ‘ไม่น่ารัก’ ปะปนมาให้แฟนบอลเม็กซิโกส่วนใหญ่ต้องเสียชื่อเสียงตามไปด้วย เมื่อแฟนบอลบางกลุ่มในสนามลุจนีกี สเตเดียม ในกรุงมอสโก ไปตะโกนใส่มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี ในช่วงที่เขากำลังจะเตะบอลเปิดเกมว่า ‘Puto!’ ซ้ำไปซ้ำมา (คำว่า Puto มีความหมายสแลงว่าโสเภณีชาย)

 

 

ไม่มีใครล่วงรู้จิตใจกลุ่มแฟนบอลนิสัยไม่น่าคบหากลุ่มดังกล่าวได้เลยว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ จึงได้ตะโกนถ้อยคำเกลียดกลัวกลุ่มคนรักชอบเพศเดียวกัน (Homophobia) ออกมาแบบนั้น

 

เช่นเดียวกัน แม้นอยเออร์อาจไม่ทราบว่าเสียงตะโกนที่ด่าตนหมายถึงอะไร แต่แฟนบอลและคนที่เข้าใจภาษาสเปนจำนวนไม่น้อยย่อมทราบดี

 

ฮาเวียร์ รุยซ์ การ์ลินโด หัวหน้าทีมเชียร์ของเม็กซิโกในมอสโก ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ‘คำเชียร์’ ที่แฟนบอลตะโกนออกไปอาจตีความได้ในหลายแง่มุม แต่ก็เชื่อว่าแฟนบอลจากประเทศของตนไม่ควรจะแสดงท่าทีเกลียดกลัวคนรักชอบเพศเดียวกันในลักษณะนั้น

 

“มันอาจจะไม่ได้เป็นการเหยียดหยามใครคนใดคนหนึ่ง เราถูกร้องขอหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้ทำเช่นนั้น และพวกเราก็ควรจะเคารพด้วย”

 

ด้านฮูเลียนา ฮิมิเนซ ฮามาริโญ ได้เขียนอธิบายไว้อย่างน่าสนใจไว้ว่า Puto ที่แฟนบอลเม็กซิโกใช้ตะโกนใส่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามยามเตะลูกนิ่งก็เพื่อเป็นการเล่นหลักจิตวิทยาบั่นทอนความรู้สึกความเป็นชายของพวกเขา และยังคล้ายเป็นคำยั่วยุให้ผู้รักษาประตูคนนั้นถูกถล่มประตู (แฝงความหมายสแลงแบบไม่น่าให้อภัย)

 

จนถึงตอนนี้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ที่ตอนนี้ได้ยื่นเรื่องเข้ามาสอบสวนการกระทำและการตะโกนถ้อยคำเหยียดเพศของแฟนบอลเม็กซิโกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุว่า “เราจะแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบเพิ่มเติมภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากกระบวนการสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ ณ ขณะนี้ จึงโปรดเข้าใจด้วยว่าเรายังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมได้”

 

 

แฟนบอลเม็กซิโกเป็นที่โจษจันและขึ้นชื่อเป็นอย่างมากในการใช้ถ้อยคำเหยียดเพศตะโกนใส่คู่แข่ง โดยฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนอเมริกาเหนือ สมาคมฟุตบอลเม็กซิโก หรือ FMF (The Mexican Football Federation) ถูกฟีฟ่าเตือนไปแล้วทั้งสิ้น 2 ครั้ง และถูกสั่งปรับเงินไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการดูหมิ่นคู่แข่งและเหยียดเพศ

 

จะบอกว่าแฟนบอลเม็กซิโกเป็นแฟนบอลเพียงประเทศเดียวที่มีปัญหาการใช้ถ้อยคำเหยียดเพศก็ไม่ถูก เพราะแฟนบอลทีมในแถบอเมริกาใต้ก็มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนๆ กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาร์เจนตินาและชิลี

 

 

สำหรับมาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมของแฟนบอลในสนามกับฟุตบอลโลก 2018 หนนี้ ฟีฟ่าได้ใช้วิธีส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คนเข้าไปเป็นสายสืบนั่งสังเกตการณ์ในสนามและคอยรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟีฟ่าแต่เพียงผู้เดียวเพื่อดำเนินการลงโทษตามลำดับขั้นตอน

 

นับจนถึงตอนนี้ (19 มิ.ย.) แม้ฟุตบอลโลกเพิ่งแข่งไปได้แค่ 14 แมตช์ 5 วันเท่านั้น แต่เราก็ได้เห็นพฤติกรรมการเหยียดเพศที่ไม่น่ารักออกมาแล้ว และฟีฟ่าก็คงต้องเร่งหามาตรการจัดการให้ได้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นเกมกีฬาที่สวยงามและเปิดกว้างให้สำหรับคนทั่วโลก หลากชาติพันธ์ุ และทุกเพศสภาพ ก็จะกลายเป็นพื้นที่แสดงความเกลียดชังที่ไม่สร้างสรรค์อีกต่อไป

 

 

ความกังวลที่เกิดขึ้นตั้งแต่บอลยังไม่ถูกเขี่ยในนัดเปิดสนาม

ศัตรูตัวฉกาจที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลมานานนอกจากการเหยียดผิวก็หนีไม่พ้นการเหยียดเพศสภาพ

 

มีความกังวลจากองค์กรต่างๆ และแฟนบอลกลุ่ม LGBT จำนวนไม่น้อยที่ลังเล ไม่กล้าเดินทางมาฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียในปีนี้ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและอาจจะถูกเป็นเป้าโจมตี

 

เริ่มตั้งแต่อเล็กซานเดอร์ อกาพอฟ ประธานสหพันธ์กีฬา LGBT รัสเซีย ที่เคยให้สัมภาษณ์ในช่วงก่อนที่มหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกจะเริ่มแข่งขันกันไว้ว่า “ส่ิงที่ผมต้องการจะย้ำคือแฟนบอลกลุ่ม LGBT รู้สึกไม่ปลอดภัยในรัสเซีย โดยเฉพาะในสนามฟุตบอล

 

“หลายคนรู้สึกว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันมีแนวทางดำเนินงานที่เป็นทางการ แต่กลับไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นเลย ไม่มีแม้แต่มาตรการหรือการการันตีความปลอดภัยสำหรับแฟนบอล แม้กระทั่งการยอมรับอย่างเปิดเผยในชุมชนคนฟุตบอล”

 

สาเหตุที่กลุ่มคนรักเพศเดียวกันถูกต่อต้านมากในประเทศรัสเซีย เพราะการเป็น LGBT เคยถูกพิจารณาว่าเป็นอาการป่วยทางจิต ขณะที่อัตราการทำร้ายร่างกายและการก่อเหตุอาชญากรรมกับกลุ่ม LGBT ก็สูงพอสมควร

 

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือองค์กรต่างๆ ได้จัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับแฟนบอลกลุ่ม LGBT เพื่อให้ได้มารวมตัวกันเชียร์ฟุตบอลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว รวมถึงการถูกคุกคามจากแฟนบอลเจ้าถิ่น

 

แต่ปรากฏว่าเจ้าของสถานที่กลับบีบให้กลุ่มผู้จัดงานต้องออกจากสถานที่และฉีกสัญญาของพวกเขาไป…

 

เอเลนา บีโลคูโรวา นักเคลื่อนไหวและนักจัดกิจกรรมเพื่อสังคมเล่าว่า “พวกเขาขอให้เราออกจากสถานที่ได้หยาบคายมาก ตัดระบบไฟฟ้าลงทั้งหมดโดยไม่อธิบายอะไรกับเราทั้งสิ้น”

 

เพราะฟุตบอลไม่ใช่กีฬาของผู้ชาย ไม่ใช่กิจกรรมต้องห้ามสำหรับผู้หญิง และไม่ใช่บริเวณห้ามเข้าสำหรับกลุ่มคนรักชอบเพศเดียวกัน หรือ LGBT แต่ฟุตบอลคือกีฬาของคนทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีเชื้อชาติไหน สีผิวอะไร หรือมีรสนิยมทางเพศแบบใดก็ตาม…

อ้างอิง:

The post เบื้องหลังชัยชนะของเม็กซิโกที่เคลือบประเด็นการเหยียดเพศของกลุ่มคนรักชอบเพศเดียวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/fifa18worldcup-behind-mexico-win-over-germany/feed/ 0
Vámonos! แฟนบอลอาร์เจนตินาลั่นกลองรบหน้าสนาม ก่อนดวลแข้งไอซ์แลนด์ https://thestandard.co/fifa18worldcup-argentina-fans-vamonos/ https://thestandard.co/fifa18worldcup-argentina-fans-vamonos/#respond Sat, 16 Jun 2018 13:43:38 +0000 https://thestandard.co/?p=98488

ท้องฟ้าสีขาว พร้อมเมฆเปิดโล่ง เมื่อเรามองลงมาด้านล่างผ่ […]

The post Vámonos! แฟนบอลอาร์เจนตินาลั่นกลองรบหน้าสนาม ก่อนดวลแข้งไอซ์แลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท้องฟ้าสีขาว พร้อมเมฆเปิดโล่ง เมื่อเรามองลงมาด้านล่างผ่านขอบสนามสปาร์ตัก สเตเดียม ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ทัพกองเชียร์อินทรีฟ้าขาวทยอยเดินทางเข้าสู่สนามฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้พวกเขามาพร้อมกับความคาดหวังให้นักเตะหลักของทีม ‘ลิโอเนล เมสซี’ ศูนย์หน้าความหวังของทีมวัย 31 ปี พาทีมสู่ชัยชนะในเกมแรกกับทีมน้องใหม่ในศึกฟุตบอลโลก และชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ‘ไอซ์แลนด์’

 

Vámonos! หรือ ลุยกันเถอะ! เป็นคำพูดปิดท้ายทุกบทสัมภาษณ์ที่แฟนบอลชาวอาร์เจนตินาได้ตอบคำถามบรรดาสื่อมวลชน ด้วยความเชื่อมั่นว่าเมสซีจะเป็นผู้ทำสกอร์ในวันนี้ พร้อมกับการคว้าชัยเหนือไอซ์แลนด์ในเกมแรก

 

 

ฝั่งของไอซ์แลนด์ในวันนี้ก็ไม่น้อยหน้า ยกทัพใหญ่มาพร้อมกับธงชาติสีน้ำเงินตัดแดงทั้งบนบ่าและบนใบหน้า เจ้าของท่าเชียร์ Viking Thunder Clap ที่ประกาศศักดามาแล้วบนเวทียูโร 2016 ประเทศฝรั่งเศส มาพร้อมกับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่ประเทศรัสเซีย

 

พวกเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ยอมรับในศักยภาพและขุมกำลังในเกมรุกของอินทรีฟ้าขาว แต่พวกเขาได้ผ่านสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มาแล้ว ตั้งแต่การผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ทัวร์นาเมนต์ยูโร จนการเดินทางมาถึงฟุตบอลโลกครั้งนี้ และเชื่อว่าวันนี้พวกเขาจะทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกครั้ง

 

The post Vámonos! แฟนบอลอาร์เจนตินาลั่นกลองรบหน้าสนาม ก่อนดวลแข้งไอซ์แลนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/fifa18worldcup-argentina-fans-vamonos/feed/ 0
World Cup Diary Day 3: Lost in Time สำรวจพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของรัสเซีย https://thestandard.co/world-cup-diary-day-3-lost-in-time/ https://thestandard.co/world-cup-diary-day-3-lost-in-time/#respond Sat, 16 Jun 2018 04:42:44 +0000 https://thestandard.co/?p=98387

เป็นเช้าที่เงียบสงบ เพราะจำได้ว่าเสียงสุดท้ายก่อนจะหลับ […]

The post World Cup Diary Day 3: Lost in Time สำรวจพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของรัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นเช้าที่เงียบสงบ เพราะจำได้ว่าเสียงสุดท้ายก่อนจะหลับตาลงนอนที่ทะลุหน้าต่างห้องพักออกมาถึงเตียง คือเสียงแตรรถยนต์ และเสียงการเฉลิมฉลองชัยนัดเแรกของฟุตบอลโลก 2018 ที่เจ้าภาพฟุตบอลโลก ‘รัสเซีย’ เอาชนะซาอุดีอาระเบียไป 5-0

 

15 มิถุนายน THE STANDARD วางแผนเดินหน้าออกสำรวจจัตุรัสแดง สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเพื่อปักธงอย่างเป็นทางการในด้านของการท่องเที่ยว หลังจาก 14 มิถุนายนที่ผ่านมา เราได้ปักธง ‘ฟุตบอลโลก’ อย่างเป็นทางการที่สนามลุจนีกี สเตเดียม ไปแล้ว

 

ระหว่างการเดินทาง เรามีความรู้สึกว่าทั้งเมืองเงียบเหงาราวกับผู้คนที่ส่งเสียงยันตี 1 เมื่อคืนที่ผ่านมายังคงชาร์จแบตอยู่บนเตียง เพื่อเตรียมพร้อมออกมาส่งเสียงเชียร์กันใหม่

 

ช่วงเช้าแห่งความเงียบเหงาทำให้เรานึกไปถึงคำพูดในวันแรกของฟุตบอลโลก 2018  แฟนบอลรัสเซียคู่หนึ่งได้บอกกับเราว่า “ชอบฟุตบอลโลกนะ เป็นช่วงวันหยุดที่ดี”  ทำให้เราเริ่มจะพอจับความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ของกรุงมอสโกได้ว่า อาจจะคล้ายกับวันหยุดช่วงสงกรานต์ของบ้านเรา ต่างกันตรงที่ ‘ไม่มีน้ำ’ และเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินถือธงชาติตามถนน

 

ผู้ถือธงชาติเหล่านั้นได้นำทีม THE STANDARD มาถึงจัตุรัสแดงในที่สุด สถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำหน้าที่ต้อนรับแฟนบอลจำนวนหลายพันคนที่เดินทางเข้ามาถึงกรุงมอสโกในฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

THE STANDARD เดินทางมาถึงด้านหน้า ก่อนจะพบว่าวันนี้จัตุรัสแดงปิดเนื่องจากมีคอนเสิร์ตเป็นวันสุดท้ายพอดี ทีมงานจึงตัดสินใจเดินทางเข้าไปใน State Historical Museum พิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมวัตถุโบราณทางประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซีย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงการล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ

 

 

500 รูปีหรือประมาน 258 บาท คือราคาพิเศษที่เจ้าหน้าที่สาวผมทองพร้อมกับรอยยิ้มเชิญให้เราเข้ามาสำรวจความเป็นมาของพื้นที่ที่เรายืนอยู่ในปัจจุบัน โดยภาพแรกที่เราได้พบเห็นในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ คือรถยนต์พร้อมกับภาพของวลาดีมีร์ เลนิน นักปฏิวัติรัสเซียผู้มีบทบาทสำคัญในปี 1917 รถยนต์คันนี้คือ Rolls Royces ที่เลนินใช้สำหรับเดินทางไปทั่วมอสโกหลังจากการปฏิวัติ

 

 

เดินต่อเข้าไปในอาคารที่เป็นเอกลักษณ์ของจัตุรัสแดง เราได้พบกับห้องโถงขนาดใหญ่ที่เมื่อเงยหน้าขึ้นไปถึงกับอ้าปากค้าง เพราะภาพที่เห็นคือภาพวาดชื่อ ‘Genealogical Tree of Russian Monarchs’ หรือจิตรกรรมต้นไม้ราชวงศ์รัสเซีย วาดโดยศิลปินรัสเซียที่มีชื่อว่า F. Toropov ในปี ค.ศ. 1883 ทำให้อดไม่ได้ที่จะยกกล้อง DSLR ของ Nikon ผู้สนับสนุนการรายงานข่าวของทีมงานในครั้งนี้ ขึ้นมาเก็บความทรงจำครั้งนี้ไว้ให้นานที่สุดผ่านอุปกรณ์ที่ล้ำสมัย

 

 

เดินลึกเข้าไปจากจุดเริ่มต้น พิพิธภัณฑ์อาจต้องการสื่อสารให้เราพบเห็นอดีตที่ใกล้กับปัจจุบันมากที่สุด ก่อนจะย้อนไปสู่จุดเริ่มต้น ห้องแรกที่เราพบคือ หลักฐานของยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทั้งอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่ยุคหินในพื้นที่ของประเทศรัสเซีย ก่อนจะเริ่มพัฒนาไปตามระยะท้าวที่เราก้าวเดิน

 

 

ตลอดการเดินทางเราพบความเจริญรุ่งเรืองของประเทศรัสเซีย ผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ ‘กำแพงด้านภาษา’ เนื่องจาก ป้ายตามจุดต่างๆ มีภาษาอังกฤษน้อยมาก ทำให้ผู้คนที่เยี่ยมชมซึ่งไม่เข้าใจภาษารัสเซียอาจต้องทำการบ้านเพิ่มด้วยตนเอง

 

จบการเดินทางตลอดนิทรรศการทั้ง 35 ห้อง เราได้พบกับความยิ่งใหญ่ และความสวยงามของวัฒนธรรมรัสเซีย โดยเฉพาะในยุคสมัยของจักรพรรดิปีเตอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย หรือ ‘ปีเตอร์มหาราช’ ที่มีพระราชกรณียกิจนำนโยบายปฏิรูปสร้างประเทศรัสเซียให้เป็นรัฐที่ทันสมัยตามแบบอย่างของประเทศทางยุโรปตะวันตก

 

 

ภายในห้องนิทรรศการที่ 29  ‘Everyday Life of the Nobility in the first quarter of the 19th Century’ ถูกตกแต่งภายในห้องด้วยสไตล์นีโอคลาสสิก ให้เหมือนกับบ้านของขุนนางหรือ Nobleman’s House ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายในอาณาจักรของรัสเซีย ซึ่งตรงกับช่วงเวลาการปฏิรูปของปีเตอร์มหาราช

 

 

จบการเดินชมทั้งพิพิธภัณฑ์ แม้ความรู้ที่ได้รับจะไม่เพียงพอต่อการกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซีย แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงทางความคิดของทีมงานคือความเข้าใจในจุดเริ่มต้นบางช่วงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อย

 

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่เราได้พบเจอในพิพิธภัณฑ์นั้นก็ไม่ต่างจากประสบการณ์การเดินทางของทุกคนที่มาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เพราะเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่าน สิ่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่และไม่เปลี่ยนแปลง คือประสบการณ์ที่เราได้รับในวันนี้ที่จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป

The post World Cup Diary Day 3: Lost in Time สำรวจพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของรัสเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cup-diary-day-3-lost-in-time/feed/ 0