Workpoint Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/workpoint/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 18 May 2026 08:51:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สรุปผลงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 นนกุล ชานน และ โบว์ เมลดา คว้านักแสดงนำชาย-หญิงยอดเยี่ยม https://thestandard.co/nataraj-awards-nonkul-bow-win/ Mon, 18 May 2026 08:48:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1208475 สรุปผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 นนกุล ชานน และ โบว์ เมลดา คว้านักแสดงนำยอดเยี่ยม

กลับมาอีกครั้งสำหรับงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ท […]

The post สรุปผลงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 นนกุล ชานน และ โบว์ เมลดา คว้านักแสดงนำชาย-หญิงยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 นนกุล ชานน และ โบว์ เมลดา คว้านักแสดงนำยอดเยี่ยม

กลับมาอีกครั้งสำหรับงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 ที่มอบให้แก่ผลงานทางวิทยุ โทรทัศน์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ออกอากาศในปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ Emsphere

 

 
 

โดยรางวัลในปีนี้ประกอบด้วย 6 สาขา รวมทั้งหมด 36 รางวัล ไม่ว่าจะเป็นประเภท ละคร, ข่าว รวมถึง ซีรีส์ทั้งในรูปแบบ Long Form ที่มีจำนวน 13 ตอนขึ้นไป และ ซีรีส์รูปแบบ Short Form จำนวนไม่เกิน 12 ตอน ไปจนถึงงานเบื้องหลังและรายการวิทยุ

 

THE STANDARD POP ขอแสดงความยินดีกับทุกรางวัล และนี่คือสรุปผลรางวัลทั้งหมดในปีนี้

 

รางวัลเกียรติยศแห่งปี

 

รางวัลเกียรติยศด้านวิทยุ

 

  • ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร (ระย้า รถไฟดนตรี)

 

รางวัลเกียรติยศด้านโทรทัศน์

 

  • จาฤก กัลย์จาฤก

 

รางวัลด้านละครและซีรีส์ ประเภท Long Form (13 ตอนขึ้นไป)

 

ละครยอดเยี่ยม

 

  • เกิด / แก่ / เจ็บ / โต จากช่อง ไทยพีบีเอส

 

ผู้กำกับยอดเยี่ยม

 

  • แจ๋ว ยุทธนา จาก คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ จากช่อง 3

 

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

 

  • โบว์ มลดา จาก คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ จากช่อง 3

 

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

 

  • นนกุล ชานน จาก Mouse ออกอากาศช่อง TrueID

 

นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

 

  • นก สินจัย จาก ทายาทหมายเลข 1 จากช่อง one31

 

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

 

  • อ่ำ อัมรินทร์ จาก สายรัก สายเลือด ออกอากาศช่อง 3

 

บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม

 

  • เกิด / แก่ / เจ็บ / โต โดย ศุภฤกษ์ นิงสานนท์ และ จิราพร แซ่ลี้ จากช่องไทยพีบีเอส

 

รางวัลละครและซีรีส์ Short Form (ไม่เกิน 12 ตอน)

 

รางวัลละครยอดเยี่ยม

 

  • เรื่อง สงคราม ส่งด่วน ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม

 

  • ณฐพล บุญประกอบ จาก สงคราม ส่งด่วน ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

 

  • เจนเย่ เมธิกา จาก สงคราม ส่งด่วน ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

 

  • ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ จาก สงคราม ส่งด่วน ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

 

  • โดนัท มนัสนันท์ จาก สาธุ๒ ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

 

  • ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ จาก สงคราม ส่งด่วน ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม

 

  • เรื่อง สงคราม ส่งด่วน ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลองค์ประกอบละครยอดเยี่ยม

 

รางวัลเพลงละครยอดเยี่ยม

 

  • เพลง เลิกกั๊กแล้วรักก่อน (RED FLAG) โดย ชยภัค ตันประยูร จากละครเรื่อง GELBOYS สถานะกั๊กใจ ออกอากาศทางช่อง one31 และ iQIYI

 

รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

 

  • คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ โดย สุรัตน์ จงดา และ กิจจา ลาโพธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3

 

รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม

 

  • สงคราม ส่งด่วน โดย ปนายุ คุณวัลลี และ นัฏฐพล ทิมเมือง ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม

 

  • สงคราม ส่งด่วน โดย Jaji ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

 

  • สงคราม ส่งด่วน โดย ศราวุธ แก้วน้ำเย็น ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกยอดเยี่ยม

 

  • สาธุ๒ โดย บริษัท ฉายา พิกเจอร์ จำกัด และ บริษัท ฮิวแมน ฟาร์ม วีเอฟเอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด ออกอากาศทาง Netflix

 

รางวัลด้านวิทยุ

 

รางวัลรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม

 

  • รายการ Green Morning Show บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ออกอากาศทางสถานีวิทยุ GREEN WAVE 106.5 FM

 

รางวัลรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม

 

  • รายการ MusicGuru มิวสิคกูรู บริษัท ชาเนส มิวสิค โปรดักชั่น จำกัด ออกอากาศทาง ส.ทร. FM 106 MHz

 

รางวัลผู้จัดรายการข่าวและสาระยอดเยี่ยม

 

  • อรอุมา เกษตรพืชผล จากรายการ 92.5 อาสาช่วยประชาชน สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ออกอากาศทาง FM 92.5 MHz

 

รางวัลผู้จัดรายการเพลงและบันเทิงยอดเยี่ยม

 

  • ธเนส สุขวัฒน์ จากรายการ MusicGuru มิวสิคกูรู บริษัท ชาเนส มิวสิค โปรดักชั่น จำกัด ออกอากาศทางส.ทร. FM 106 MHz

 

รางวัลด้านข่าว

 

รางวัลรายการข่าวยอดเยี่ยม

 

  • รายการ ทันโลก กับ Thai PBS ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส

 

รางวัลรายการฮาร์ดทอล์กยอดเยี่ยม

 

  • รายการ คุยให้คิด ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส

 

รางวัลผู้ประกาศข่าวชายยอดเยี่ยม

 

  • ภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ จากรายการ ไทยรัฐนิวส์โชว์ ออกอากาศทาง ไทยรัฐทีวี

 

รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงยอดเยี่ยม

 

  • ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ จากรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ ออกอากาศทาง ช่อง 3

 

รางวัลสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม

 

  • สกู๊ปข่าว SEE TRUE นรกเมียวดี ตอน ชะตาชีวิตเหยื่อค้ามนุษย์ จากรายการ SEE TRUE #อะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด ออกอากาศทาง ไทยรัฐทีวี

 

รางวัลด้านรายการโทรทัศน์

 

รางวัลเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม

 

  • รายการ Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group SEASON 2 ออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์

 

รางวัลวาไรตี้ยอดเยี่ยม

 

  • รายการ SUPER 100 อัจฉริยะเกินร้อย ออกอากาศทาง ช่องเวิร์คพอยท์

 

รางวัลทอล์กโชว์ยอดเยี่ยม

 

  • รายการ Perspective (เปอร์สเปกทีฟ) ออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD

 

รางวัลพิธีกรยอดเยี่ยม

 

  • หนุ่ม กรรชัย จากรายการ โหนกระแส ออกอากาศทาง ช่อง 3

 

รางวัลรายการกีฬายอดเยี่ยม

 

  • รายการ 4 ซีรีส์กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2025 ออกอากาศทาง ช่อง 7HD

 

รางวัลสารคดียอดเยี่ยม

 

  • รายการ WILD Survival (ไวด์ เซอไววอล) ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส

 

รางวัลรายการสำหรับเยาวชนยอดเยี่ยม

 

  • รายการ SUPER 10 อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว ออกอากาศทาง ช่องเวิร์คพอยท์

 

ภาพ: one31

 

The post สรุปผลงานประกาศรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 17 นนกุล ชานน และ โบว์ เมลดา คว้านักแสดงนำชาย-หญิงยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
RAP IS NOW x สงคราม ส่งด่วน การกลับมา ‘รันวงการ’ ในสงครามแรปแบบ ‘THE FAST WAR’ https://thestandard.co/rapisnow-the-fast-war/ Thu, 26 Jun 2025 07:40:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1089532 rapisnow-the-fast-war

เรียกเสียงฮือฮาได้แบบทันทีทันควันนับตั้งแต่ประกาศสงคราม […]

The post RAP IS NOW x สงคราม ส่งด่วน การกลับมา ‘รันวงการ’ ในสงครามแรปแบบ ‘THE FAST WAR’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
rapisnow-the-fast-war

เรียกเสียงฮือฮาได้แบบทันทีทันควันนับตั้งแต่ประกาศสงครามแรปด่วน สำหรับการกลับมาของ RAP IS NOW ทีมผู้สร้างรายการแรปแบตเทิลระดับตำนาน THE WAR IS ON โดยหลังจากหยุดพักกิจกรรมไปนานหลายปี ล่าสุด RAP IS NOW เตรียมประกาศสงครามแรปด่วน THE FAST WAR ⚡ ให้แรปเปอร์หัวแถวทั้งวงการที่สนใจเข้าร่วมเตรียมส่งคลิปด่วนภายใน 24 ชั่วโมง (เท่านั้น) ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายนนี้สำหรับรอบ Online Audition โดยผู้ที่ถูกเลือกจะได้เข้าแบตเทิลแบบวันเดียวจบในวันพฤหัสที่ 17 กรกฎาคมนี้ ที่ BLAQ LYTE BLOQ at Seenspace ทองหล่อ 13 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น RAP IS NOW ยังบอกอีกว่านี่เป็นเพียงประกาศแรก RAP IS NOW แจ้งว่าให้รอติดตามกติกาการส่งคลิปออดิชันและรายละเอียดของบัตรเข้างานเร็วๆ นี้

 

RAP IS NOW THE FAST WAR แรปด่วนแบตเทิล

 

สำหรับ RAP IS NOW คือการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนในวงการฮิปฮอปอันเดอร์กราวด์ในเมืองไทย ถือกำเนิดขึ้นในปี 2552 โดยเริ่มต้นจากปาร์ตี้เล็กๆ ของกลุ่มพี่น้องในแวดวง ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญคือการสร้างรายการแรปแบตเทิลที่ดึงดูดแรปเปอร์จากทั่วทั้งประเทศมาเจอกันใน THE WAR IS ON ด้วยกติกาที่เรียบง่ายทว่าดุดันด้วยการผลัดกัน ‘ดิส’ (ด่า) ใส่กันแบบสดๆ แบบไม่ต้องสนสี่สนแปดใดๆ เพื่อหาคนชนะภายใน 2 ยกจากแรงโหวตของผู้ชม 

 

RAP IS NOW ก่อตั้งโดย โจ้-ศวิชญ์ สุวรรณกุล aka PHENOMENYX และกลุ่มเพื่อนที่ค่อยๆ ขยับขยายตัวอย่าง หลุยส์-ธชา คงคาเขตร aka 1-Flow, เอ็ม-จีรังกูล เกตุทอง aka NAZESUS, ต้าร์-สักกพิช มากคุณ aka ARTISTRYX, ด้อด-ปวิตรี ประวิตร สวนสัน aka dDimple, ฟลุ๊ค-พลกฤต ศรีสมุทร aka FLUKERALWAYSON และ ฮอคกี้-เดชาธร บำรุงเมือง aka HOCKHACKER 

RAP IS NOW ได้สร้างทั้งเวทีโชว์ศักยภาพไปพร้อมกับแจ้งเกิดแรปเปอร์รุ่นใหม่ขึ้นมารันวงการมากมาย ขอเริ่มจากแชมป์แต่ละซีซัน MC-KING, Repaze, OAK, STAGE-N ไปจนถึงลิสต์ที่ทุกคนรู้จักดีอย่าง YOUNGOHM, Maiyarap, DARKFACE, BLACKSHEEP, P-HOT,  TORDED, KQ, KENNOI และอีกมากมายที่ถ้าจะให้ครบหมดคงไล่ชื่อกันจนเหนื่อยหอบ  

 

RAP IS NOW THE FAST WAR แรปด่วนแบตเทิล

 

ไม่เพียงเท่านั้น RAP IS NOW ยังเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการยกระดับวงการฮิปฮอปของเมืองไทยให้เติบโตและแข็งแรงอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยหลังจากประกาศสิ้นสุด THE WAR IS ON, TWIO (The War is Over) ไว้ที่ซีซัน 4 เหล่า ‘RINCREW’ (นามเรียกขานทีมงานสร้างสรรค์ RAP IS NOW) ได้ต่อยอดรายการไปในระดับเมนสตรีมมากขึ้นผ่านรายการ THE RAPPER ซีซัน 1-4 สร้างและออกอากาศทางช่อง Workpoint 23

 

RAP IS NOW THE FAST WAR แรปด่วนแบตเทิล

 

ต่อมาทีม RAP IS NOW ยังร่วมจับมือกับร่วมกับพันธมิตรในวงการฮิปฮอปได้ก่อตั้งค่ายเพลง YUPP! เพื่อผลักดันศิลปินแรปให้เติบโตอย่างโดดเด่นในวงกว้างมากขึ้น โดยศิลปินของค่ายทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น MILLI, 

MAIYARAP, AUTTA, LAZYLOXY, BLACKSHEEP, BEN BIZZY, NAMEMT, GALCHANIE, FLOWER.FAR, DEASY, KRISTA SHIM ฯลฯ 

 

อ้างอิง:

 

 

The post RAP IS NOW x สงคราม ส่งด่วน การกลับมา ‘รันวงการ’ ในสงครามแรปแบบ ‘THE FAST WAR’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Workpoint ประกาศยุติสัญญา กันต์ กันตถาวร ยกเลิกทุกงาน https://thestandard.co/workpoint-terminates-contract-kan-kantathavorn/ Wed, 16 Oct 2024 12:26:19 +0000 https://thestandard.co/?p=996784 Workpoint กันต์ กันตถาวร

วันนี้ (16 ตุลาคม) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ในเครือ […]

The post Workpoint ประกาศยุติสัญญา กันต์ กันตถาวร ยกเลิกทุกงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Workpoint กันต์ กันตถาวร
วันนี้ (16 ตุลาคม) บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ในเครือบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ออกประกาศโดยมีรายละเอียดระบุว่า บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ในฐานะต้นสังกัดของ กันต์ กันตถาวร ขอแจ้งยุติสัญญาการเป็นพิธีกรและศิลปินในสังกัดของ กันต์ กันตถาวร และจะมีการแจ้งเป็นหนังสือยุติสัญญาไปยังศิลปินต่อไป

The post Workpoint ประกาศยุติสัญญา กันต์ กันตถาวร ยกเลิกทุกงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนาคตซีรีส์วาย 2567 ปีแห่งการฟาดฟันของคนทำคอนเทนต์ https://thestandard.co/the-future-of-y-series-2024/ Tue, 09 Jan 2024 06:44:46 +0000 https://thestandard.co/?p=885697

ในยุคที่ซีรีส์วายล้นตลาด สิ่งที่ยังคงสร้างความตื่นเต้นไ […]

The post อนาคตซีรีส์วาย 2567 ปีแห่งการฟาดฟันของคนทำคอนเทนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่ซีรีส์วายล้นตลาด สิ่งที่ยังคงสร้างความตื่นเต้นได้เสมอมาและเสมอไปก็คือการประกาศไลน์อัพซีรีส์จากค่ายต่างๆ ที่มักจะมีพล็อตเรื่องและแนวทางใหม่ๆ มาให้ได้เห็นกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะปี 2567 ที่บรรดาค่ายซีรีส์ต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองมาสู้กันแบบหมัดต่อหมัด เรียกได้ว่าเป็นปีที่เราน่าจะได้เห็นซีรีส์จากหลายๆ ผู้จัดออกมาขับเคี่ยวกันในตลาดอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว

 

หลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นเทรนด์และการขยับขยายของวงการมากขึ้นเรื่อยๆ ซีรีส์วายไม่ได้แข่งกันขายแค่คู่นักแสดงอีกต่อไป แต่วงการนี้ยังแข่งกันงัดเอาพล็อตเรื่องสนุกๆ มาประชันกันเพื่อหวังจะสร้างความโดดเด่นในสนามนี้ให้ได้

 

ในขณะที่ค่ายซีรีส์กำลังเตรียมตัวออกหมัดฮุกกันอย่างขันแข็ง จากการสำรวจซีรีส์วายที่ออกอากาศและน่าจะจัดทำในปีนี้กว่า 80 เรื่อง มีแนวโน้มว่าเราน่าจะได้เห็นตัวละครนำเป็นทั้งนักเรียน, พนักงานออฟฟิศ, คนตาบอด, พญานาค, ครุฑ, นางเงือก, แวมไพร์, มนุษย์ต่างดาว, ลูกพระยา, หม่อมหลวง, หมอผี, หมอคน, ตำรวจ, โจร, มาเฟีย, ผี, นักล่าผี, นักกีฬา และผู้กำกับ ฯลฯ จนอาจกล่าวได้ว่านี่คืออีกหนึ่งปีที่ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับการทำความรู้จักความหลากหลายจากคาแรกเตอร์เหล่านี้อย่างแน่นอน

 

การฟาดฟันของตลาดซีรีส์วายในปีนี้น่าจะสนุกและเต็มไปด้วยหมัดมวยเด็ดๆ มากกว่าปีที่แล้วมา ดังนั้น THE STANDARD POP จึงขอมัดรวมท่าไม้ตายจากหลายๆ ค่ายมาสรุปเป็นการคาดการณ์ภาพรวมของซีรีส์วายในปีนี้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ตื่นเต้นกันก่อนที่การแข่งขันแมตช์จริงจะเริ่มต้นขึ้น

 

 

เกรท-อิน, ต่อ-เจเจ และ เคน-ไบร์ท หมัดเด็ดเจ้าของเสียงฮือฮาทั่วสนามแข่ง

 

ถ้าเป็นสนามมวยจริงๆ ท่าไม้ตายหรือหมัดเด็ดน่าจะต้องมาช่วงท้ายๆ ของการแข่งขัน แต่ด้วยความที่สนามวายปีนี้ดุเดือดยิ่งกว่าปีไหนๆ ผู้เขียนจึงขอหยิบท่าไม้ตายของ 3 ค่ายยักษ์อย่าง GMMTV, one31 และ TV Thunder มาเล่าให้อ่านเป็นอย่างแรก

 

ในบรรดาซีรีส์ที่เปิดตัวมาในทุกๆ ปี ซีรีส์ที่ได้รับเสียงฮือฮามากที่สุดมักจะเป็นซีรีส์ที่ได้นักแสดงดีๆ มาประกบคู่กัน อย่างปีก่อนที่ นนกุล-ชานน สันตินธรกุล เข้ามารับบท พ่อจอม ใน หอมกลิ่นความรัก ร่วมกับ ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ ก็กลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างล้นหลามมาแล้ว โดยปีนี้เอง 3 ค่ายใหญ่ที่เราพูดถึงไปข้างต้นก็มีโปรเจกต์ซีรีส์ที่ดึงนักแสดงชั้นนำของวงการมารับบทคู่กันในรูปแบบนี้ด้วย

 

เริ่มต้นกันที่ค่าย GMMTV ที่ปีนี้ได้เซ็นสัญญากับ เกรท-สพล อัศวมั่นคง และ อิน-สาริน รณเกียรติ ไปหมาดๆ ก็ถือโอกาสนำนักแสดงมากฝีมือทั้งสองคนนี้มาเล่นซีรีส์คู่กันใน วันดีวิทยา Wandee Goodday ตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆ จนทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นไฮไลต์ที่น่าจะตามองเป็นอันดับต้นๆ ในงานประกาศไลน์อัพ GMMTV2024 UP&ABOVE PART1 เลยทีเดียว

 

 

ทางด้าน one31 เองก็มีโปรเจกต์ การุณยฆาต ที่ได้ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มารับบทนำคู่กันครั้งแรกเช่นกัน โดยนิยายต้นฉบับของเรื่องนี้เป็นผลงานของนักเขียนชื่อดัง Sammon เจ้าของนิยาย Triage และ พฤติการณ์ที่ตาย ที่เคยถูกสร้างเป็นซีรีส์ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้โปรเจกต์นี้ได้รับการจับจ้องจากแฟนๆ ตั้งแต่นักเขียนประกาศขายลิขสิทธิ์ไป จนได้ไลน์อัพนักแสดงที่แน่นอนว่าเป็น ต่อ-เจเจ ก็ยิ่งทำให้กระแสของโปรเจกต์นี้กระพือมากขึ้นไปอีก โดยหลังจาก one31 ปล่อยตัวอย่างสั้นๆ ของโปรเจกต์นี้แทรกไปกับละครเรื่องอื่นในโปรเจกต์ oneD Original แฮชแท็ก #การุณยฆาต ก็ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 บน X ในทันทีแบบไม่ต้องสงสัย พร้อมความตื่นเต้นของแฟนๆ ซีรีส์วายที่เข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างล้นหลาม

 

 

อีกหนึ่งเรื่องที่มีนักแสดงหลักน่าจับตาไม่แพ้กัน ก็คือ The Fridge ย้อนเวลาเป็น ข้ามเวลาตาย ซีรีส์จากนิยายของภาคินัย นักเขียนนิยายสยองขวัญชื่อดังที่หันมาจับปากกาเขียนนิยายแฟนตาซีข้ามเวลา โดยผู้จัด TV Thunder ก็ได้หยิบเรื่องนี้มาสร้างสรรค์ พร้อมแคสติ้งนักแสดงอย่าง เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค และ ไบร์ท-รพีพงศ์ ทับสุวรรณ มารับบทคู่กัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการโคจรมาเจอกันที่น่าสนใจและน่าจับตามากๆ 

 

ในฐานะคนที่ติดตามวงการวายมาโดยตลอด การวนมาเจอกันของนักแสดงทั้ง 6 คนจาก 3 เรื่องนี้นับเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ทั้งในเชิงของการแสดง คุณภาพ และกระแสไวรัล ฯลฯ และยังทำให้รู้สึกสะใจอย่างสุดเหวี่ยง เพราะเรากำลังจะได้เห็นการขับเคี่ยวกันในเชิงการแสดงที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน

 

การต่อสู้ของซีรีส์แวมไพร์ในจักรวาลวาย

 

หนึ่งในท่าทีที่น่าสนใจของวงการซีรีส์วายในปีนี้คือการปะทะกันของซีรีส์แวมไพร์ที่มีถึง 4 เรื่องจาก 4 ค่าย คือ My Golden Blood เลือดนายลมหายใจฉัน จาก GMMTV, The Vampire Project จาก Studio Wabi Sabi, 1000 YEARS OLD อายุมั่นขวัญยืน จาก Feelgood Bangkok ร่วมกับ h8 studio และ OMG Vampire แวมไพร์ ไวน์แดง จาก Workpoint ร่วมกับ VERY GREAT COMPANY LIMITED ที่ต่างก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ

 

อย่างซีรีส์เรื่อง My Golden Blood เลือดนายลมหายใจฉัน จากค่ายยักษ์ GMMTV ก็มีความน่าสนใจด้วยคู่นักแสดงอย่าง จอส-เวอาห์ แสงเงิน ที่เข้ามารับบทในซีรีส์วายเป็นครั้งแรก ร่วมกับ ฟลุ๊ค-กวิน แคสกี้ อีกหนึ่งนักแสดงดาวรุ่งของค่าย ในขณะที่เนื้อหาของเรื่องจะเน้นไปที่การล่ามนุษย์ผู้มี ‘เลือดสีทอง’ เพื่อช่วงชิงพลังในหมู่แวมไพร์

 

ทางด้านซีรีส์จากอีกหนึ่งค่ายดังอย่าง Studio Wabi Sabi ที่ตอนนี้ยังใช้ชื่อว่า The Vampire Project นั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะได้พระเอกของเรื่องอย่าง บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย มารับหน้าที่เจ้าของโปรเจกต์ร่วมด้วย โดยเรื่องนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเขียนบท ซึ่งเนื้อหาคร่าวๆ จะเกี่ยวกับคนขายของเก่าและพิพิธภัณฑ์ลึกลับที่เก็บซ่อนความลับของเหล่าแวมไพร์เอาไว้ 

 

 

Workpoint และ VERY GREAT COMPANY เองก็เข้ามาสู้ในสนามแวมไพร์ด้วยเช่นกัน โดยส่งซีรีส์เรื่อง OMG Vampire แวมไพร์ ไวน์แดง ที่ได้นักแสดงมากผลงาน แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ ซำทองไหล และ หล่ง ซื่อ ลี มารับบทนำ เล่าเรื่องราวของแวมไพร์ที่หลับไป 100 ปี ก่อนจะตื่นมาพบว่าโลกในปัจจุบันถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ส่วน 1000 YEARS OLD อายุมั่นขวัญยืน ซีรีส์ชื่อน่ารักจาก Feelgood Bangkok ร่วมกับ h8 studio นั้น แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอะไรมากมาย แต่เรื่องนี้ก็ได้ผู้กำกับ แชมป์-วีรชิต ทองจิลา ที่เคยฝากฝีมือไว้ใน เพราะเราคู่กัน 2gether The Series ซีรีส์ในตำนานที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากทั่วโลก จึงนับว่า 1000 YEARS OLD อายุมั่นขวัญยืน เป็นซีรีส์ที่น่าจับตาอยู่ไม่น้อย

 

 

จริงๆ แล้วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื้อหาเกี่ยวกับแวมไพร์มีการพูดถึงอยู่บ้างจากกลุ่มผู้จัด แม้จะเป็นการพูดแบบผ่านๆ ด้วยข้อจำกัด ทั้งขนาดของตลาด ทุนทรัพย์ และความยากของการเขียนบท แต่ในเวลาไม่ถึง 2 ปี เรากลับได้เห็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นของโปรเจกต์แวมไพร์เหล่านี้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกก้าวที่น่าสนใจของวงการ และหากผู้จัดสามารถทำผลงานออกมาได้ดีทั้งในแง่ของโปรดักชันและเนื้อหา มวยยกนี้ก็น่าจะเป็นการต่อสู้ที่สูสีและน่าสนุกจนนั่งไม่ติด

 

เตรียมตัวปะทะตัวละครสายแฟนตาซีในปี 2567

 

นอกจากแวมไพร์แล้ว ปีนี้บรรดาผู้จัดยังมีคาแรกเตอร์สายแฟนตาซีตัวอื่นๆ มานำเสนอตลอดทั้งปี มัดรวมมาตั้งแต่บรรดาสัตว์ในตำนานไปจนถึงคนที่มีพลังวิเศษ ซึ่งถือเป็นการปะทะกันที่ดุเดือด และนับเป็นจุดเด่นหลักๆ ของคอนเทนต์วายในปีนี้เลยก็ว่าได้

 

เริ่มจากซีรีส์ที่ออกฉายมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (2566) ที่มีมาให้เห็นถึง 3 เรื่องจาก 3 ค่ายเลยก็คือ Pit Babe พิษเบ๊บ ซีรีส์แฟนตาซีอ้างอิง Omegaverse จากค่าย CHANGE2561 ของฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่เล่าเรื่องราวของโลกที่คนเกิดมาพร้อมลักษณะพิเศษและความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนกัน ล้อไปกับฉากหลังของวงการแข่งรถที่ดุเดือดทั้งบนสนามและโต๊ะเจรจา จนกลายเป็นกระแสมากๆ ในช่วงนี้เลยทีเดียว 

 

 

ต่อด้วยอีกหนึ่งซีรีส์จาก GMMTV อย่าง Cherry Magic 30 ยังซิง ซีรีส์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากมังงะของ โทโยตะ ยู สร้างสรรค์เป็นเวอร์ชันไทย โดยบอกเล่าเรื่องราวของ อชิ พนักงานออฟฟิศที่ยังโสดยังซิง จนวันเกิดอายุ 30 ปี อชิก็มีพลังวิเศษสามารถได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นขึ้นมาได้เสียอย่างนั้น นอกจากนี้ซีรีส์นี้ยังเป็นการวนมาร่วมงานกันอีกครั้งของคู่นักแสดง เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ในรอบหลายปีอีกด้วย

 

ส่วนซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่เข้าฉายมาตั้งแต่ปีก่อนอย่าง The Sign ลางสังหรณ์ จากค่าย Idol Factory เจ้าของผลงาน ทฤษฎีสีชมพู GAP The series ที่เคยปลุกปั้นคู่นักแสดง ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ และ เบคกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง จนดังเป็นพลุแตกไปแล้ว ก็หันมาลงทุนกับงานแฟนตาซีเต็มตัว โดย The Sign ลางสังหรณ์ เป็นเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานครุฑยุดนาคผสมผสานกับพล็อตเรื่องสืบสวนสอบสวนที่ลุ้นระทึก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผลงานปล่อยของของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งมีชีวิตในตำนานที่เราจะได้เห็นแน่ๆ ในปีนี้ก็คือเงือกจากซีรีส์ เพียงนาวา Lover Merman ของค่าย GO2 Infinity ที่ปล่อยไพล็อตออกมาให้ชมเป็นน้ำจิ้มแล้วเรียบร้อย 

 

 

ข้ามจากฟากฝั่งความเชื่อมาที่เชิง (เกือบๆ จะ) วิทยาศาสตร์เล็กน้อย กับเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวจากซีรีส์ Wuju Bakery (우주빵집) จากผู้จัดอย่าง Be On Cloud ที่ล่าสุด (22 ธันวาคม 2566) แอ็กเคานต์ X ของ STUDIO ON SATURN OFFICIAL ต้นสังกัด เจฟ ซาเตอร์ ก็ได้โพสต์ความเคลื่อนไหวของซีรีส์เรื่องนี้ว่าน่าจะพร้อมให้แฟนๆ ได้ชมกันช่วงปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

 

ต่อด้วยอีกหนึ่งทฤษฎี (เกือบจะ) วิทยาศาสตร์ อย่างเรื่องราวของ Time Traveller เองก็กำลังจะมีให้เห็นถึง 5 เรื่อง คือ ภพเธอ และ 2 Worlds โลกสองใบ ใจดวงเดียว จาก Mandee Work, Time The Series ไทม์ ผ่าน เวลา จาก M Flow Entertainment, Reverse 4 You ดาวบริวาร จากกันตนา และ The Fridge ย้อนเวลาเป็น ข้ามเวลาตาย จาก TV Thunder ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะมีเงื่อนไขของเวลาและการย้อนเวลาที่แตกต่างกันออกไป สำหรับใครที่ชอบเนื้อหาแนวนี้รับรองว่าในปีนี้มีมาให้ดูแบบจุใจแน่นอน

 

 

ได้เวลาลงสนาม Girl’s Love เต็มตัว

 

นอกจากกระแส Boy’s Love (BL) ที่พุ่งสูงมาสักพักใหญ่ ปีนี้เรากำลังจะได้เห็นความคึกคักของซีรีส์ Girl’s Love (GL) กันมากขึ้น เนื่องจากกระแสและผู้ชมที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก ทฤษฎีสีชมพู GAP The series และ Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก ในปีที่แล้ว ทำให้ผู้จัดวายทั้งเก่าและใหม่หันมาสนใจและมองหาคอนเทนต์ฝั่ง GL มาเสิร์ฟผู้ชมมากมาย

 

โดยในปีนี้ทาง GMMTV ที่ทำแต่ซีรีส์ BL มาตลอดก็มีแพลนสร้างและออกอากาศซีรีส์ GL ถึง 2 เรื่องคือโปรเจกต์ 23.5 องศาที่โลกเอียง และ Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก ในขณะที่ Studio Wabi Sabi เองก็มีแพลนจะทำ GL เรื่องแรกของค่ายในชื่อ Sunshine in the Wind ยามทิวาพัดผ่าน ส่วนทาง Y.Entertainment ก็กำลังจะเริ่มทำ About Galaxy มูลค่าดาวล้านดวง อยู่เช่นกัน

 

 

ผู้จัดฟากฝั่งละครและทีวีเก่าเองก็เรียงแถวเข้าสู้ในสนาม GL ไม่แพ้กัน โดยช่อง 3 กำลังจะเริ่มถ่ายทำซีรีส์ The Secret of Us ใจซ่อนรัก ที่ได้สองนักแสดงสาวดาวรุ่ง หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง และ ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ มารับบทนำ ในขณะที่ ThaiPBS ก็ส่ง หม่อมเป็ดสวรรค์ ลงสนาม พร้อมเนื้อหาพีเรียดที่ได้แรงบันดาลใจจากหน้าเล็กๆ ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเล่นเพื่อนหรือการมีความรักระหว่างหญิงกับหญิงในราชสำนัก 

 

ฝั่งของกันตนา ปีนี้กำลังจะมีซีรีส์แนวแฟนตาซีย้อนเวลาในชื่อ Reverse 4 You ดาวบริวาร ที่ปล่อยไพล็อตออกมาแล้วเรียบร้อย ตามมาด้วย TV Thunder ที่มีโปรเจกต์ GL ในชื่อ หยดฝนกลิ่นสนิม ซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่กำลังเร่งหาตัวนักแสดงกันอยู่ เช่นเดียวกับ Un-Trovert ปลดล็อคหัวใจยัยคนซึน ของผู้จัด น้ำฝน-กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ ที่อยู่ในขั้นตอนการเตรียมตัวนักแสดงให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำ

 

 

ด้านค่าย Idol Factory ค่ายที่เรียกได้ว่าเติบโตมาจาก GL ในปีนี้ก็กำลังเดินหน้าโปรเจกต์ ปิ่นภักดิ์ ซีรีส์พีเรียดของ ฟรีน-เบคกี้ อย่างขันแข็ง พร้อมทยอยปล่อยสปอยล์ออกมาให้แฟนคลับได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ

 

การมาถึงของกระแสและคอนเทนต์ GL เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจและน่าจับตามากๆ ในปีนี้ ซึ่งหากกระแสยังไม่ตก เราน่าจะได้เห็นการสร้างสรรค์และความน่าสนใจใหม่ๆ จากฝั่ง GL อย่างต่อเนื่องแน่นอน

 

 

ไฮไลต์หมัดหนักอื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของปีนี้ไม่ใช่แค่เนื้อหาเชิงแฟนตาซีเท่านั้น แต่ยังมีการมาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัวของซีรีส์วายแนว Horror-Thriller ที่กำลังฉายและมีแผนจะออกฉายในปีนี้หลายเรื่อง 

 

เริ่มต้นตั้งแต่ซีรีส์ที่เริ่มออกฉายไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วอย่าง ศพกระซิบ The Whisperer หนึ่งในซีรีส์สยองขวัญจากปลายปากกาของภาคินัย ที่ผู้จัด Fix Entertainment นำมาสร้างเป็นผลงานสุดหลอนข้ามปี ออกอากาศชนกับซีรีส์ Shadow เงา / ล่า / ตาย จาก Viu Original ที่เล่าเรื่องราวความลับในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง พร้อมบาทหลวงปริศนาในโรงเรียนที่พยามเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้

 

 

ส่วนเรื่องที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้างสรรค์ ณ ตอนนี้ ได้แก่ บ้านหลอน ON SALE | Peaceful Property ซีรีส์ Horror ผสมคอเมดี้จาก GMMTV, เขมจิราต้องรอด Spirit Reborn ซีรีส์เกี่ยวกับไสยศาสตร์จาก Tumi Tuma และ ใครในกระจก ซีรีส์จากนิยาย Horror-Thriller ที่ถ่ายทำเสร็จไปตั้งแต่ปีก่อน

 

นอกจาก Horror-Thriller แล้ว ปีนี้เรายังจะได้เห็นซีรีส์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากต่างประเทศเช่นเดียวกับ Cherry Magic 30 ยังซิง อีกหลายเรื่อง เช่น My Love Mix-Up! เขียนรักด้วยยางลบ, Ossan’s Love, Kiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ และ Addicted Heroin รักร้ายนายเสพติด ส่วนสายพีเรียดที่กำลังรอคอยซีรีส์เรื่องใหม่ ปีหน้าก็น่าจะได้เริ่มเห็นเค้าลางของงานพีเรียดที่มากกว่าปีก่อน เช่น เดือนพราง THE HIDDEN MOON, ฟ้ากั้นแดน Wall of Dawn และ หม่อมเป็ดสวรรค์ ฯลฯ

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือการสรุปภาพรวมคร่าวๆ ของคอนเทนต์ซีรีส์วาย ที่ทำให้เราได้เห็นความกล้าในการลงทุนกับเนื้อหาใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งนับเป็นอีกก้าวที่พัฒนาขึ้นและออกจากกรอบเดิมๆ ในขณะเดียวกันเรายังมั่นใจได้มากขึ้นในระดับหนึ่งว่าปีนี้วงการวายไทยน่าจะมีผลงานดีๆ ออกมาให้เราได้เสพอย่างมากมายแน่นอน

 

อ้างอิง:

The post อนาคตซีรีส์วาย 2567 ปีแห่งการฟาดฟันของคนทำคอนเทนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุลเนอร์แมน STAND ALONE ทอล์กโชว์เปี่ยมอารมณ์ขันของ อุล ภาคภูมิ ที่แอบซ่อนความเศร้าไว้ใต้เสียงหัวเราะ https://thestandard.co/spotlight-aunnerman-standalone/ Wed, 22 Nov 2023 07:30:42 +0000 https://thestandard.co/?p=868444

เสร็จสิ้นลงอย่างน่าประทับใจสำหรับ อุลเนอร์แมน STAND ALO […]

The post อุลเนอร์แมน STAND ALONE ทอล์กโชว์เปี่ยมอารมณ์ขันของ อุล ภาคภูมิ ที่แอบซ่อนความเศร้าไว้ใต้เสียงหัวเราะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เสร็จสิ้นลงอย่างน่าประทับใจสำหรับ อุลเนอร์แมน STAND ALONE ทอล์กโชว์ครั้งแรกของ อุล-ภาคภูมิ จงมั่นวัฒนา นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างโคตรคูล และ Workpoint โดย THE STANDARD POP ได้รับเกียรติให้มาร่วมชมทอล์กโชว์ครั้งนี้ในรอบเวลา 14.00 น. 

 

 

ย้อนกลับไปในครั้งแรกๆ ที่เรารู้จักชื่อของ อุล ภาคภูมิ เห็นจะเป็นช่วงที่เขารับหน้าที่พิธีกรรายการ VICTORY BNK48 ที่ออกอากาศในช่วงปี 2561 ร่วมกับ โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ซึ่งทั้งคู่ต่างร่วมกันสร้างสีสันและความสนุกสนานในฐานะพิธีกรรายการได้เป็นอย่างดี 

 

หลังจากนั้นเราก็ได้เริ่มรู้จักกับอุลมากยิ่งขึ้นผ่านรายการ ตลก 6 ฉาก และรายการออนไลน์ทางช่องโคตรคูลที่เขามาร่วมสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการรับ-ส่งมุกตลกที่เข้าขากันดีระหว่างโอ๊ต, ดีเจอาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์ และอุล รวมถึงรายการใหม่ของเขาอย่าง ยาระบายอ่อน ๆ ที่คอยรับฟังเรื่องราวจากทางบ้าน พร้อมแนะนำหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง และพอดแคสต์หลากหลายแบบให้ผู้ฟังได้ติดตาม 

 

 

มาถึงทอล์กโชว์ครั้งแรกของเขาอย่างอุลเนอร์แมน STAND ALONE ตลอดระยะเวลาร่วม 2 ชั่วโมง นอกจากความตลกขบขันที่อุลตระเตรียมมามอบเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมเป็นอย่างดีแล้ว เขายังพาเราไปสำรวจช่วงเวลาสำคัญต่างๆ ในชีวิตของเขาไปพร้อมกันอีกด้วย

 

 

อุลเนอร์แมน STAND ALONE เปิดม่านการแสดงด้วย VTR ข้อความที่บอกกฎระเบียบในการรับชมให้ทุกคนทราบ พร้อมหยอดมุกแซวอุลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการห้ามกินช็อกโกแลตระหว่างรับชม ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้ตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนที่อุลจะปรากฏตัวพร้อมทักทายหยอกล้อแขกและผองเพื่อนอย่างเป็นกันเอง 

 

ในพาร์ตนี้มีช่วงหนึ่งที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษ อุลสารภาพกับผู้ชมตามตรงว่าเขายังคงตื่นเต้นและประหม่ากับการยืนพูดต่อหน้าผู้ชมนับร้อย ก่อนจะเล่าต่อว่าเขาได้รับคำแนะนำจากพิธีกรรุ่นพี่อย่าง น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ในการทำให้เวทีเป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากที่เขาเล่าถึงที่มาของทอล์กโชว์ครั้งนี้และสร้างเสียงหัวเราะเป็นระยะๆ มีช่วงหนึ่งที่เขากล่าวกับน้าเน็กบนเวทีว่า “เวทีเป็นของผมแล้วน้า” ซึ่งช่วงที่เขาพูดประโยคนั้น เราเชื่ออย่างสนิทใจว่า ณ ตอนนี้เวทีนี้เป็นของเขาแล้วจริงๆ

 

 

หลังจากเกริ่นนำกันมาสักพัก อุลก็เริ่มพาทุกคนไปสำรวจเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญๆ ในชีวิตของเขา ตั้งแต่เส้นทางการเข้ามาเป็นพิธีกรรายการ Workpoint ความผิดพลาดในการรับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการข่าว จนนำมาสู่การเป็นส่วนหนึ่งของรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ซึ่งเขาต้องเผชิญกับคอมเมนต์ในแง่ลบมากมายจนสูญเสียความมั่นใจ ไปจนถึงการค้นพบว่าตัวเองเป็นหลานของ ‘คุณตา’ (ปัญญา นิรันดร์กุล ผู้บริหารของ Workpoint) ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงานที่สร้างเสียงหัวเราะแก่ผู้ชมได้ตลอดทั้งโชว์ 

 

หรือจะเป็นการได้โคจรมาเจอกับโอ๊ต อีกหนึ่งบุคคลสำคัญในชีวิตของอุลที่เป็นทั้งต้นแบบและที่ปรึกษาในเรื่องต่างๆ พร้อมเล่าเบื้องหลังการเข้าถือหุ้นบริษัทโคตรคูลของ Workpoint ที่มีเขาเป็นตัวแปรสำคัญ ก่อนที่บอสใหญ่ของโคตรคูลอย่างโอ๊ตจะขึ้นมาปรากฏตัวเล็กๆ น้อยๆ บนเวที ซึ่งแสดงให้เราเห็นถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นของทั้งคู่อย่างชัดเจน 

 

 

รวมถึงแง่มุมส่วนตัวของอุลอย่าง ‘ความรัก’ ที่มีทั้งช่วงเวลาแห่งความสุข ช่วงเวลาที่จมอยู่กับความเศร้า การหาวิธีฮีลใจให้กลับมารักตัวเองอีกครั้ง ไปจนถึงการพบกับความรักครั้งใหม่ที่เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจใครคนนั้น แต่ในท้ายที่สุดเขาก็กลับมายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง 

 

นอกจากเรื่องเล่าเปี่ยมอารมณ์ขันที่สร้างเสียงหัวเราะได้อย่างไม่ขาดสาย อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เข้ามาช่วยแต่งแต้มสีสันให้ทอล์กโชว์ครั้งนี้ คือฉากหลังและแสงบนเวทีที่ปรับเปลี่ยนไปตามประเด็นที่อุลกำลังบอกเล่า อย่างเช่นในพาร์ตที่พูดถึงการทำงานใน Workpoint เราก็จะได้เห็นอาคาร Workpoint อยู่ด้านหลัง หรือช่วงที่เล่าถึงความรัก ฉากหลังก็จะเปลี่ยนสีไปตามอารมณ์ของอุลที่มีทั้งสดใสและหมองหม่น ซึ่งช่วยเสริมให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึง ‘อารมณ์’ ของเขาในช่วงเวลาต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น 

 

 

หลังจากทอล์กโชว์อุลเนอร์แมน STAND ALONE ครั้งนี้สิ้นสุดลง อย่างหนึ่งที่เราสัมผัสได้อย่างชัดเจนภายใต้เรื่องราวเปี่ยมอารมณ์ขัน เห็นจะเป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่เผชิญกับ ‘ความผิดพลาด’ มาหลายครั้ง ทั้งแง่มุมของการทำงานหรือความรักก็ตาม 

 

แต่อีกหนึ่งประเด็นที่ชัดเจนไม่แพ้กัน คือเรื่องราวของชายที่ไม่เคย ‘หยุดเดิน’ กับเส้นทางที่เขาเลือกเดิน และพร้อมจะลงมือทำหน้าที่ของตัวเองอย่าง ‘เต็มที่’ เสมอ แม้ว่าบทบาทที่เขาได้รับจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม 

 

ซึ่งแม้ว่าตลอดการเดินทางของอุลจะต้องเจอกับความผิดพลาดมาบ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนว่าการไม่หยุดเดินและทำทุกบทบาทอย่างเต็มที่เสมอ ก็ได้พาให้เขาก้าวขึ้นมายืนอยู่บนทอล์กโชว์ครั้งแรกของตัวเอง เวทีที่เขาไม่ได้ยืนอยู่แบบ STAND ALONE อย่างที่ชื่องานระบุไว้ แต่เป็นเวทีที่เนืองแน่นไปด้วยเพื่อนสนิทมิตรสหายและแฟนๆ มากหน้าหลายตาที่ชื่นชมในทุกผลงานของเขา และได้เดินทางมาร่วมยินดีและลุกขึ้นปรบมือให้เขาในวันสำคัญครั้งนี้อย่างกึกก้อง

 

 

ภาพ: Workpoint

The post อุลเนอร์แมน STAND ALONE ทอล์กโชว์เปี่ยมอารมณ์ขันของ อุล ภาคภูมิ ที่แอบซ่อนความเศร้าไว้ใต้เสียงหัวเราะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิเคราะห์ว่าทำไม ‘เวิร์คพอยท์’ ถึงเลือกจับมือกับโคตรคูลและเมเจอร์ พร้อมกันในจังหวะเดียวถึง 2 ดีล น่านน้ำใหม่ของการสร้างรายได้ในอนาคต https://thestandard.co/why-workpoint-khotkool-major/ Tue, 14 Nov 2023 10:39:59 +0000 https://thestandard.co/?p=865643 วิเคราะห์ว่าทำไม ‘เวิร์คพอยท์’ ถึงเลือกจับมือกับ โคตรคูล และ เมเจอร์

ถึงวันนี้ ‘เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์’ ซึ่งอยู่ในแวด […]

The post วิเคราะห์ว่าทำไม ‘เวิร์คพอยท์’ ถึงเลือกจับมือกับโคตรคูลและเมเจอร์ พร้อมกันในจังหวะเดียวถึง 2 ดีล น่านน้ำใหม่ของการสร้างรายได้ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิเคราะห์ว่าทำไม ‘เวิร์คพอยท์’ ถึงเลือกจับมือกับ โคตรคูล และ เมเจอร์

ถึงวันนี้ ‘เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์’ ซึ่งอยู่ในแวดวงของธุรกิจบันเทิงมานานกว่า 34 ปี ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการผลิตรายการทีวี รับจัดอีเวนต์ และคอนเสิร์ต ทำให้มีรายได้เติบโตขึ้น แต่ถ้าเทียบในอดีตอาจไม่หวือหวามากนัก

 

ต้องยอมรับว่าธุรกิจทีวีต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งพฤติกรรมคนดูทีวีน้อยลง และเริ่มหันไปดูคอนเทนต์ในช่องทางสตรีมมิงแทน 

 

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เมื่อไม่นานมานี้ ‘เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์’ ออกมาเคลื่อนไหวลงทุนพร้อมกันในจังหวะเดียวถึง 2 ดีล เริ่มจากการให้บริษัทย่อยเข้าถือหุ้น 49% ในบริษัท โคตรคูล จำกัด ที่ประกอบธุรกิจผลิตและออกอากาศรายการผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ด้วยวงเงินไม่เกิน 216 ล้านบาท

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

รวมถึงการจับมือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตั้งบริษัทร่วมทุน ‘คาร์แมน ไลน์ สตูดิโอ’ เพื่อผลิตภาพยนตร์ร่วมกัน ด้วยการถือหุ้นฝ่ายละ 50%

 

“สัญญาณทั้งหมดสะท้อนถึงการ Diversify ธุรกิจหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดที่ตัวเองมีความเชี่ยวชาญมานาน อย่างธุรกิจการผลิตสื่อ”

 

สยาม ติยานนท์ นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในภาวะที่อุตสาหกรรมสื่อกำลังชะลอตัว เวิร์คพอยท์พยายามขยายช่องทางการหารายได้ นอกเหนือจากสื่อทีวีดิจิทัลที่เป็นธุรกิจหลัก ซึ่งมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวในมุมของบริษัทคือต้องการหาโอกาสใหม่ๆ อยู่แล้ว 

 

ที่สำคัญการขยายธุรกิจไปในอุตสาหกรรมสื่อที่เวิร์คพอยท์เองก็มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยต่อยอดและเสริมทัพธุรกิจได้อย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้โฆษณาของสื่อดิจิทัลค่อนข้างชะลอตัวและไม่มีความแน่นอน

 

ขณะเดียวกันการจับมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เพื่อร่วมกันผลิตภาพยนตร์ เราก็เห็นแล้วว่าช่องทีวีดิจิทัลหลายๆ ช่องเริ่มหารายได้จากช่องทางด้านนี้มากขึ้น อย่าง BEC จับมือ ‘เอ็ม สตูดิโอ’ ร่วมผลิตภาพยนตร์ไทยเรื่อง ธี่หยด ก็เป็นลักษณะคล้ายๆ กัน

 

อีกด้านหนึ่งก็เป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ เนื่องจากการทำภาพยนตร์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่หลายคนมองว่าเป็นโอกาสในการหารายได้เพิ่ม 

 

เนื่องจากกระแสภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ถล่มทลาย อย่าง สัปเหร่อ และ ธี่หยด ทำให้ทีวีดิจิทัลรายอื่นๆ เห็นโอกาส มองในแง่ของนักลงทุน ถ้าภาพยนตร์ออกมาเรื่องหนึ่งแล้วจังหวะได้ ก็จะช่วยสร้างกำไรได้มากพอสมควร

 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในลักษณะนี้คาดหวังรายได้ค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะการทำธุรกิจโดยเฉพาะภาพยนตร์ เราก็ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจะสำเร็จบ้าง แน่นอนว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง

 

ด้าน ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จำกัด หรือ MI GROUP วิเคราะห์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ปัจจุบันเวิร์คพอยท์คงหวังพึ่งรายได้จากโฆษณาโดยตรงยากแล้วเหมือนกับทุกช่อง แต่ช่องทางที่สร้างรายได้และเป็นกระแสได้ดีคือคอนเทนต์ เห็นได้จากการประสบความสำเร็จของรายการ ร้องข้ามกำแพง ที่เวิร์คพอยท์ส่งไปขายในต่างประเทศภายใต้ชื่อว่า The Wall Duet ก็ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี

 

ขณะที่การลงทุนจับมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตั้งบริษัทร่วมทุน ‘คาร์แมน ไลน์ สตูดิโอ’ เวิร์คพอยท์ยังคงบทบาทในความเป็นผู้ถือหุ้น แต่ไม่ได้ลงไปบริหารจัดการเอง ซึ่งยังปล่อยให้ครีเอเตอร์เป็นคนดำเนินงาน 

 

สุดท้ายอนาคตจะมีกลยุทธ์การเติบโตในรูปแบบไหนต้องรอดูอีกครั้ง หรือการให้บริษัทย่อยเข้าถือหุ้นในบริษัท โคตรคูล เพื่อผลิตและออกอากาศรายการผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นหลัก ในอนาคตคงหวังนำไปต่อยอดในตลาดต่างประเทศด้วย เพราะในช่วงระยะหลังจะเริ่มเห็นเวิร์คพอยท์เริ่มเข้าไปโฟกัสในตลาดอาเซียน

 

ถ้ามองในฐานะนักลงทุน เวิร์คพอยท์เป็นบริษัทมหาชน ในทุกๆ ไตรมาสต้องออกไปชี้แจงกับผู้ถือหุ้น จำเป็นต้องมีความชัดเจนในแง่ของการเติบโตทั้งรายได้และกำไร เพราะวันนี้ธุรกิจสื่ออยู่ในช่วงขาลง ฉะนั้นปัจจัยที่เวิร์คพอยท์หันมาโฟกัสเรื่องคอนเทนต์ ก็เป็นการทำให้ผู้ถือหุ้นมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทกำลังเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ดูมีความหวัง

 

เรียกได้ว่าการลงทุนดังกล่าวไม่ใช่ความเคลื่อนไหวครั้งแรก เพราะจะเห็นว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เวิร์คพอยท์พยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้หลากหลาย เห็นได้จากปี 2565 เวิร์คพอยท์จับมือกับเซ็ปเป้ ผู้ผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำคาแรกเตอร์ครูเพ็ญศรี จากซิตคอม หกฉากครับจารย์ ของเวิร์คพอยท์มาพัฒนาเป็นสินค้าลูกอม ซึ่งเซ็ปเป้นั้นเป็นผู้ผลิตและดูแลในส่วนของช่องทางการจำหน่าย ขณะที่เวิร์คพอยท์ดูเรื่องการทำตลาด ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองถนัดอยู่แล้ว 

 

ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้หลักของ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ Media หรือขายเวลาโฆษณาทีวีและออนไลน์ มีสัดส่วน 80% และกลุ่ม Non-Media สัดส่วน 20% ที่ประกอบไปด้วย การรับจ้างจัดงาน, คอนเสิร์ต, ละครเวที และการขายสินค้าอื่นๆ

 

ปี 2563 บริษัทมีรายได้รวม 2,336 ล้านบาท

ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,312 ล้านบาท

ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,510 ล้านบาท

ส่วนรายได้ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 มีรายได้รวม 1,905 ล้านบาท

The post วิเคราะห์ว่าทำไม ‘เวิร์คพอยท์’ ถึงเลือกจับมือกับโคตรคูลและเมเจอร์ พร้อมกันในจังหวะเดียวถึง 2 ดีล น่านน้ำใหม่ของการสร้างรายได้ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ถึงเบื้องหลังการให้เวิร์คพอยท์เข้ามาถือหุ้น 49% ด้วยมูลค่า 216 ล้านบาทใน ‘โคตรคูล’ ที่วางฝันอยากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต https://thestandard.co/behind-workpoint-share-khotkool/ Sun, 12 Nov 2023 09:17:54 +0000 https://thestandard.co/?p=864831

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในข่าวที่เรียกเสียงฮือฮาได้เป็ […]

The post คุยกับ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ถึงเบื้องหลังการให้เวิร์คพอยท์เข้ามาถือหุ้น 49% ด้วยมูลค่า 216 ล้านบาทใน ‘โคตรคูล’ ที่วางฝันอยากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในข่าวที่เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ของไทยคือ การที่บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ได้ให้บริษัทย่อยเข้าถือหุ้น 49% ด้วยวงเงินไม่เกิน 216 ล้านบาทในบริษัท โคตรคูล จำกัด ที่ประกอบธุรกิจผลิตและออกอากาศรายการผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นหลัก

 

เหตุผลที่ทำให้ผู้คนสนใจเป็นอย่างมากเพราะโคตรคูลคือบริษัทที่ก่อตั้งและถือหุ้น 100% โดย โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ติดตัวคือความขี้เล่น ประกอบกับมุกตลก และเสียงร้องเพราะๆ ที่หลายคนชื่นชอบ

 

จากศิลปินที่ครั้งหนึ่งเกือบจะหันหลังให้กับวงการ จนมาปั้นบริษัทที่วันนี้มีมูลค่าหลักร้อยล้าน จนแม้แต่เวิร์คพอยท์ หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการ สนใจเข้ามาถือหุ้น ทำไมต้องเป็นเวิร์คพอยท์ และหลังจากนี้ความเป็นโคตรคูลจะเปลี่ยนไปหรือไม่ นี่คือคำถามหลักที่ THE STANDARD WEALTH ได้พูดคุยกับ โอ๊ต ปราโมทย์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โอ๊ต ปราโมทย์ เล่าว่า โคตรคูลก่อตั้งมาได้ 6 ปีแล้ว โดยมีช่องหลักใน YouTube อย่าง ‘โคตรคูล’ ที่มีผู้ติดตาม 3.03 ล้าน ทำ 6-7 รายการ และ ‘โคตรคูล LIVE’ มีผู้ติดตาม 2.69 แสนคน ทำอยู่ 4 รายการด้วยกัน

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้โคตรคูลถูกทาบทามในการลงทุนธุรกิจมาจากการติด 1 ใน 50 สุดยอดองค์กรในฝันของคนรุ่นใหม่ จากการสำรวจของ WorkVenture ทำให้มีผู้สนใจอยากเข้ามาร่วมทุนไม่น้อยกว่า 10 ราย 

 

“ตอนที่เราเริ่มทำเราไม่มีความฝันเลย โดยเริ่มจากพนักงาน 1-2 คน ทำแบบมวยวัดเลย ไม่ได้มีความรู้เรื่องธุรกิจ มีแต่อยากทำคอนเทนต์ที่เราอยากทำ” โอ๊ตเล่า “จนวันหนึ่งเราเดินเข้าออฟฟิศแล้วพบว่าเราจำชื่อพนักงานบางคนไม่ได้เพราะมีทั้งหมด 50 คนแล้ว เลยมองว่าองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว และเป็น Pain Point ที่ต้องรีบแก้”

 

เหตุที่บอกว่าเป็น Pain Point เพราะโอ๊ตยังต้องรับหน้าที่ส่วนใหญ่ในการบริการ ไล่ตั้งแต่การเป็น HR รวมไปถึงเรื่องต่างๆ ขณะที่บัญชียังต้องใช้บริษัทนอกทำ ดังนั้นจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับองค์กร เพื่อทำให้เดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแรงและยั่งยืน

 

“ที่เลือกเวิร์คพอยท์เพราะนอกจากได้มีโอกาสทำงานร่วมกันหลายครั้งแล้ว ยังได้ปรึกษากับพี่กร (ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล เวิร์คพอยท์) ในหลายๆ เรื่อง จึงมองว่าเวิร์คพอยท์นี่แหละที่เหมาะจะมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน”

 

ตามเอกสารที่แจ้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ เวิร์คพอยท์ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพธุรกิจรายการต่างๆ ในช่องทางออนไลน์ และเพิ่มความหลากหลายของการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย

 

ไม่แปลกที่เวิร์คพอยท์จะมองอย่างนั้น เพราะแม้วันนี้เม็ดเงินโฆษณาหลักๆ จะยังอยู่ที่สื่อทีวีที่คิดเป็นตัวเลขนับหมื่นล้านบาท แต่ในอนาคตถูกมองว่าเม็ดเงินส่วนนี้กำลังจะลดน้อยลงไปเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และการเข้ามาของสื่อดิจิทัล

 

อ้างอิงข้อมูลของ Nielsen ระบุว่า เม็ดเงินโฆษณาของสื่อทีวีในปี 2565 คิดเป็นมูลค่า 62,680 ล้านบาท ขณะที่สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ประเมินว่า ในปี 2566 แพลตฟอร์มและสื่อดิจิทัลในประเทศไทยมีมูลค่าการใช้จ่ายด้านโฆษณามากถึง 28,999 ล้านบาท โดยตัวเลขที่เติบโตขึ้นจากปี 2565 อยู่ที่ 13%

 

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ มูลค่าการใช้จ่ายด้านโฆษณากลับเติบโตเป็นเลขสองหลัก ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจต่างๆ ให้ความสนใจกับธุรกิจออนไลน์มากขึ้น

 

“เวิร์คพอยท์จะเข้ามาเติมเต็มในระบบหลังบ้าน เราเองก็ยังต้องการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ รวมถึงเส้นทางการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต ขณะที่เวิร์คพอยท์ก็ต้องการเรียนรู้ด้านโลกออนไลน์ จังหวะการตัดต่อ และเรื่องคน”

 

โอ๊ต ปราโมทย์ ย้ำว่า แม้เวิร์คพอยท์จะเข้ามาถือหุ้น แต่ DNA ของโคตรคูลจะยังไม่เปลี่ยนแปลง “เพราะผมยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และทางเวิร์คพอยท์เองก็ไม่ได้ต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการพูดคุยในเรื่องของการวางแผนธุรกิจในด้านต่างๆ ต่อไป”

 

จากวันนั้นจนถึงวันนี้โอ๊ตบอกว่า สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่าโคตรคูลนั้นประสบความสำเร็จ เมื่อมองจากคอนเทนต์ที่คนดู รวมไปถึงรายได้ที่เกิดขึ้น 

 

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงรายได้และกำไรของบริษัท โคตรคูล จำกัด ไว้ดังนี้

 

  • ปี 2561 รายได้ 29,413,562.16 บาท กำไร 4,212,416.97 บาท
  • ปี 2562 รายได้ 29,650,490.34 บาท กำไร 4,655,268.73 บาท
  • ปี 2563 รายได้ 37,416,525.63 บาท กำไร 2,517,415.17 บาท
  • ปี 2564 รายได้ 80,222,271.10 บาท กำไร 6,079,140.46 บาท
  • ปี 2565 รายได้ 112,461,003.70 บาท กำไร 18,186,874.23 บาท

 

“เราไม่คิดว่าบริษัทที่เริ่มจาก 0 ทำแบบมวยวัด จะเติบโตจนมีรายได้ 100 ล้าน และถูกตีมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งผมตกใจมาก” โอ๊ตกล่าวติดหัวเราะ พร้อมเสริมด้วยคำพูดที่จริงจังว่า “ตลอด 6 ปีผมมองว่าโคตรคูลเป็นเหมือนผ้าใบสีขาวที่ได้ลงสีสันต่างๆ ลงไปจนคนดูชอบ และอีกอย่างคือการที่ได้เห็นน้องๆ ในทีมได้เติบโตและเก่งขึ้น เป็นเรื่องที่ดีใจมากๆ ซึ่งความท้าทายต่อไปคือการทำให้โคตรคูลสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

 

ท้ายนี้ โอ๊ต ปราโมทย์ ระบุว่า จะไม่ทิ้งบทบาทของการเป็นศิลปินและร้องเพลง โดยจะทำควบคู่ไปกับการบริหารโคตรคูล ซึ่งในปีหน้าเตรียมปล่อยเพลงใหม่ 4 เพลงที่อัดไว้หมดแล้ว “ผมเลิกร้องเพลงไม่ได้หรอก เพราะไม่อย่างนั้นผมจะเป็นบ้า”

The post คุยกับ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ถึงเบื้องหลังการให้เวิร์คพอยท์เข้ามาถือหุ้น 49% ด้วยมูลค่า 216 ล้านบาทใน ‘โคตรคูล’ ที่วางฝันอยากจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายการต่อไปนี้สามารถรับชมได้ทุกวัย แต่อาจมีเนื้อหาคุกคามทางเพศที่ถูกทำให้เป็นมุกตลกทั่วไป? https://thestandard.co/mind-4eve-sexual-harassment-case/ Thu, 26 Jan 2023 08:49:52 +0000 https://thestandard.co/?p=742319

เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา แอ็กเคานต์แฟนคลับของ มาย […]

The post รายการต่อไปนี้สามารถรับชมได้ทุกวัย แต่อาจมีเนื้อหาคุกคามทางเพศที่ถูกทำให้เป็นมุกตลกทั่วไป? appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา แอ็กเคานต์แฟนคลับของ มายด์ 4EVE (อาทิตยา ตรีบุดารักษ์) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงค่าย Workpoint จากกรณีที่พิธีกรรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าว เล่นมุกเชิงคุกคามทางเพศกับมายด์ในช่วงการแสดงละครสามช่า

 

“บ้านเบสในฐานะแฟนคลับและคนทั่วไปรู้สึกไม่สบายใจกับภาพที่เห็นเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตัวศิลปินมายด์ 4EVE เป็นเหยื่อที่ถูกกระทำจากพฤติกรรมดังกล่าวชัดเจน ไม่ว่าการแสดงจะเป็นจากตัวบทหรือนอกบทก็ตาม และขอแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนการ Sexual Harassment (การคุกคามทางเพศ) ทุกรูปแบบ”

 

นอกจากนี้ในเนื้อหายังยกคำพูดของมายด์จากรายการ POP LIVE – 4EVE ‘วัดปะหล่ะ?’ ว่าเสียง ‘เด็กรุ่นใหม่’ ดังแค่ไหน? เมื่อปี 2564 ที่เธอเคยพูดไว้ว่า “รู้สึกว่าเรื่อง Sexual Harassment ยังคงมีมาเนิ่นนานและยังคงมีเหมือนเรื่องปกติ ก็เลยรู้สึกว่าควรจะถูกปรับเปลี่ยนบ้างได้แล้ว เพราะมันมีมานานมากๆ และทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม”

 

 

ย้อนไปที่ต้นเรื่อง มายด์ได้ปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญเพื่อโปรโมตละครเรื่องใหม่ นางนาค สะใภ้พระโขนง ที่เธอเล่นคู่กับ เก้า จิรายุ เนื้อเรื่องเวอร์ชันนี้เริ่มต้นในช่วงเวลาที่นางนาคถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับหมื่นไวพลานุภาพ ซึ่งคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ปู้ยี่ปู้ยำเธออย่างไรก็ได้ โดยมีพ่อของเธอสนับสนุน นางนาคจึงหนีตามพี่มาก ชายคนรักไปอยู่ที่บ้าน แต่ก็ต้องมาเจอกับความเกลียดชังจากผู้หญิงด้วยกันอย่างแม่ผัวของเธอ สมทบด้วย สายหยุด หญิงสาวที่ถูกจองตัวให้แต่งงานกับมากอยู่ก่อนแล้ว

 

เรื่องตลกร้ายคือตัวละครนางนาคเพิ่งจะรอดพ้นจากหมื่นไวพลานุภาพที่พยายามใช้อำนาจและกำลังปลุกปล้ำเธอได้ไม่เท่าไร การแสดงในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าว กลับลดทอนให้พฤติกรรมฉวยโอกาสคล้ายๆ กันนั้นเป็นแค่มุกขำขันไปได้

 

“คิดว่าสวยนักเหรอ บอกให้นะ ตายแล้วเกิดใหม่ซะ ผู้หญิงอย่างเธอมันก็แค่หมากฝรั่งที่ผู้ชายเขาเคี้ยวๆ แล้วคายทิ้ง” บอล เชิญยิ้ม ในบทบาทคู่อริของนางนาคพูดประโยคดังกล่าว พร้อมทำท่าทางดมผมและจับไหล่ของมายด์ไปด้วย ทั้งเขาและรายการบันเทิงช่อง Workpoint จึงถูกวิจารณ์ว่าเล่นมุกไม่ให้เกียรติแขกรับเชิญอีกครั้ง

ดราม่าเล่นเกินบทบาทเคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าว กรณีที่ โหน่ง ชะชะช่า จูบนักแสดงตลกชายวัย 10 ขวบจนร้องไห้ตัวสั่นในรายการ ภายหลังทั้งคู่ได้ออกมาชี้แจงและปรับความเข้าใจกัน แต่ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยโจมตีเด็กว่าไม่เหมาะจะอยู่ในวงการตลกที่ใครๆ ก็ต้องมีสปิริตเล่นนอกบทแบบนี้ได้ บางคอมเมนต์ลามไปเล่นมุกล้อเลียนเพศสภาพต่อไปอีก

 

สำหรับกรณีของมายด์ ตอนนี้ทางรายการเลือกลบคลิปที่เป็นประเด็นออกไปแล้วจากการถูกวิจารณ์ ขณะเดียวกันก็มีผู้ชมอีกกลุ่มใหญ่ๆ กล่าวว่านักแสดงแค่สร้างเสียงหัวเราะให้คนดู คนอื่นๆ ที่เคยถูกเล่นแบบนี้ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

 

อีกอย่างคือคนดูไม่ควรถามก่อนว่าเจ้าตัวรู้สึกไม่ดีจริงไหม เหมือนดราม่าเมื่อไม่นานมานี้ที่ ลูกเกด เมทินี ออกมาให้สัมภาษณ์บอกว่าเธอเป็นคน ‘ยินยอม’ ให้บอล เชิญยิ้มถ่ายคลิปเอาหน้าซุกรักแร้ โดยทุกอย่างคือคอนเทนต์ที่เตี๊ยมกันหลังกล้องมาก่อน

 

จริงอยู่ว่าอารมณ์ขันสากลของมนุษย์สัมพันธ์กับความทะลึ่งหยาบโลน แต่มุกตลกเชิงลวนลามไม่ได้เวิร์กเหมือนเดิมอีกแล้วใน พ.ศ. นี้ ยิ่งถ้ามีเรื่องอายุ หน้าที่การงาน ฯลฯ เข้ามาเกี่ยวข้องจนทำให้ฝ่ายที่โดนกระทำต้องตามน้ำไปโดยปริยาย สภาวะยินยอมโดยจำยอมแบบนี้เองที่ทำให้มุกตลกน่าอึดอัดเลยเถิดไปเป็นการคุกคามขึ้นมาจริงๆ

 

แล้วทุกวันนี้การคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ผู้ถูกกระทำยังเป็นฝ่ายต้องกลัวว่าตัวเองจะโดนตำหนิถ้าออกมาพูดอะไร ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ไอดอลและบุคคลสาธารณะเจออยู่ตลอดด้วยซ้ำ แต่มุกลวนลามที่ลดทอนความรุนแรงลง กลับปรากฏอยู่ในรายการบันเทิงที่จัดเรตติ้ง ‘ทุกเพศทุกวัย’ นั่นก็เหมือนชี้นำให้ผู้รับสารคุ้นเคยกับพฤติกรรมลักษณะนี้แบบอ้อมๆ ไปด้วย ฉะนั้นเราจึงควรมองไปไกลกว่าแค่ความยินยอมของผู้ถูกกระทำ ประเด็นสำคัญกว่านั้นคือการเรียกร้องให้สื่อและบุคคลบันเทิงในจอหยุดเล่นมุกประเภทนี้ไปเสียที เพราะผู้ชมทนเห็นสื่อรายงานข่าวอาชญากรรมคุกคามทางเพศซ้ำๆ ซากๆ ควบคู่ไปกับการผลิตซ้ำมุกตลกคุกคามทางเพศซ้ำๆ ซากๆ มามากพอแล้ว

 

คุยกับ ‘ตาออม 4EVE’ ไอดอลกับปัญหา Sexual Harassment | workpointTODAY

 

 

อ้างอิง:

The post รายการต่อไปนี้สามารถรับชมได้ทุกวัย แต่อาจมีเนื้อหาคุกคามทางเพศที่ถูกทำให้เป็นมุกตลกทั่วไป? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อง 4EVE และ Workpoint ถูกแฮ็ก เปลี่ยนชื่อเป็น Tesla พร้อมโพสต์คลิป อีลอน มัสก์ https://thestandard.co/4eve-and-workpoint-hacked/ Mon, 26 Dec 2022 05:51:02 +0000 https://thestandard.co/?p=728599 ช่อง 4EVE

ล่าสุดช่อง YouTube ของ 4EVE และ Workpoint ถูกแฮกเกอร์ป่ […]

The post ช่อง 4EVE และ Workpoint ถูกแฮ็ก เปลี่ยนชื่อเป็น Tesla พร้อมโพสต์คลิป อีลอน มัสก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อง 4EVE

ล่าสุดช่อง YouTube ของ 4EVE และ Workpoint ถูกแฮกเกอร์ป่วน เปลี่ยนชื่อช่องเป็น ‘Tesla’ พร้อมโพสต์คลิป อีลอน มัสก์ กำลังพูดเรื่องบิทคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซี

 

เมื่อเช้าของวันนี้ (26 ธันวาคม) ชาแนล YouTube ของ 4EVE ถูกแฮกเกอร์เปลี่ยนชื่อช่องเป็น Tesla -(Twitter) พร้อมซ่อนคลิปทั้งหมด และโพสต์คลิปชื่อ Elon Musk: I’m resigning as Ceo of Twitter | What will happen to Bitcoin? The future of Crypto? คลิป อีลอน มัสก์ พูดเรื่องการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี พร้อมซ่อนคลิปอื่นๆ ทั้งหมดในหน้าโฮมไว้

 

ส่วนชาแนลของ Workpoint ถูกแฮ็กในลักษณะเดียวกัน โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Tesla และเปลี่ยน URL เป็น https://www.youtube.com/@TeslaOfficially ซึ่งล่าสุดทาง YouTube ก็ได้แบนช่องนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

The post ช่อง 4EVE และ Workpoint ถูกแฮ็ก เปลี่ยนชื่อเป็น Tesla พร้อมโพสต์คลิป อีลอน มัสก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกะปมสาเหตุ MAJOR ทุ่ม ‘พันล้าน’ ถือหุ้น 5% ใน TKN และ WORK พร้อมเล็งซื้อเพิ่มเป็นไม่เกิน 10% https://thestandard.co/major-group-invest-in-tkn-work-shares/ Fri, 18 Mar 2022 10:15:30 +0000 https://thestandard.co/?p=607316 MAJOR

แกะรอย MAJOR หลังขยับลงทุนครั้งใหญ่ ทุ่มเงินกว่า 1 พันล […]

The post แกะปมสาเหตุ MAJOR ทุ่ม ‘พันล้าน’ ถือหุ้น 5% ใน TKN และ WORK พร้อมเล็งซื้อเพิ่มเป็นไม่เกิน 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
MAJOR

แกะรอย MAJOR หลังขยับลงทุนครั้งใหญ่ ทุ่มเงินกว่า 1 พันล้านบาท เข้าถือหุ้นใน TKN และ WORK ราว 5% พร้อมเล็งซื้อเพิ่มเป็นไม่เกิน 10% หวังต่อยอดธุรกิจหลัก เพิ่มช่องทางหารายได้ หลังจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทเผชิญพิษโควิดทำรายได้ทรุดหนักจนพลิกขาดทุน โบรกมองธุรกิจปีนี้เริ่มกลับมาสดใส

 

บมจ.เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป หรือ MAJOR ถือเป็นผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์ในระบบมัลติเพล็กซ์รายใหญ่ในประเทศไทย นอกจากธุรกิจโรงภาพยนตร์แล้ว MAJOR ยังให้บริการในธุรกิจโบว์ลิ่ง, คาราโอเกะ, ลานสเกตน้ำแข็ง, ธุรกิจพื้นที่เช่าและศูนย์การค้า, ธุรกิจการสร้างและการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมทั้งธุรกิจบริการสื่อโฆษณาและศูนย์สุขภาพอีกด้วย

 

MAJOR ประสบปัญหารายได้ลดและขาดทุนจากการดำเนินงานตั้งแต่โควิดระบาด เนื่องจากไม่สามารถเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ได้ แถมภาพยนตร์หลายเรื่องต้องเลื่อนฉายออกไป ขณะที่ลูกค้าเองก็ไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ

 

ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ MAJOR จำเป็นต้องหาช่องทางอื่นเพื่อเสริมสร้างรายได้ พร้อมกับลดความเสี่ยงธุรกิจด้วยการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถต่อยอดกับธุรกิจในปัจจุบันได้

 

ทุ่มกว่า 1 พันล้านซื้อหุ้น WORK-TKN

ล่าสุด MAJOR ได้ประกาศเข้าซื้อหุ้น บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ หรือ WORK จำนวน 22.1 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.0049 % ของหุ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการทยอยซื้อผ่านตลาดหุ้นในช่วงราคาระหว่าง 22.41-25.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 23.66 บาทต่อหุ้น มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 523 ล้านบาท ทำให้ MAJOR ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ของ WORK ทันที

 

ก่อนจะเข้าซื้อหุ้น WORK ไม่นาน MAJOR ได้เข้าถือหุ้น บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN จำนวน 69 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นการทยอยซื้อหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน โดยมีช่วงราคาระหว่าง 7.06-8.26 บาทต่อหุ้น คิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 7.82 บาทต่อหุ้น และคิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 540 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน MAJOR ถือหุ้นใน TKN แล้วเท่ากับ 5 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ TKN ทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 4 ในบริษัทนี้ด้วย

 

MAJOR มีเป้าหมายจะซื้อสะสมทั้ง WORK และ TKN เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในทั้ง 2 บริษัทให้มากขึ้น แต่จะไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยบริษัทจะไม่เข้าไปบริหารจัดการต่อโครงสร้างของทั้ง 2 บริษัท หรือกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ทาง MAJOR ยังระบุด้วยว่า การถือหุ้นใน WORK ก็เพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจ และเป็นการต่อยอดอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงด้านการผลิตคอนเทนต์มากขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างโอกาสในการลงทุนและการพัฒนากระบวนการดำเนินงาน

 

ส่วนการเข้าถือหุ้นใน TKN ก็เพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจและขยายความสามารถทางการแข่งขันของบริษัท โดยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายป๊อปคอร์นสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มช่องทางรายได้สื่อในการประชาสัมพันธ์ทางด้านการตลาดให้กับ TKN ในอนาคต

 

ทั้งนี้ MAJOR มีเป้าหมายในการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย รวมถึงการสร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรอบด้าน ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

 

ขายหุ้น SF เพิ่มสภาพคล่อง

MAJOR รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 3,010 ล้านบาท ลดลง 20% เมื่อเทียบกับปี 2563 และขาดทุนจากการดำเนินงาน 1,758 ล้านบาท ลดลง 36% จากปีก่อน แต่สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ 1,581.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 400% จากที่ขาดทุน 527.40 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งนับเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบหลายปีที่ MAJOR ไม่เคยขาดทุนเลย

 

อย่างไรก็ดี การพลิกกลับมามีกำไรดังกล่าว สาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษ เพราะเป็นการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนใน บมจ.สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ SF ออกไป ดังนั้นหากไม่นับรวมรายการนี้ MAJOR จะขาดทุนทันทีราว 710 ล้านบาท

 

โดยเมื่อช่วงกลางปีก่อน MAJOR ได้ขายหุ้น SF จำนวน 647.16 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 30.36 % ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ SF ให้แก่บริษัท เซ็นทรัลเวิลด์ จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในราคาหุ้นละ 12 บาท รวมเป็นเงินกว่า 7.76 พันล้านบาท ทำให้มีกระแสเงินสดจำนวนมาก

 

ขายป๊อปคอร์นเดลิเวอรีหารายได้เสริม

MAJOR พยายามสร้างรายได้เพิ่มจากธุรกิจอาหาร เช่น ป๊อปคอร์นแบบเดลิเวอรี และการจำหน่ายป๊อปคอร์นกึ่งสำเร็จรูปในห้างค้าปลีกต่างๆ จนรายได้จากส่วนอาหารเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 786 ล้านบาท แต่อาจจะไม่เพียงพอต่อการประคองบริษัท เพราะธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังประสบปัญหาจากการระบาดของโควิดทำให้มีรายได้ลดลง และยังไม่มีแนวโน้มที่จะบวกในเร็ววัน

 

เมื่อพิจารณาแยกรายธุรกิจจะเห็นว่าธุรกิจโรงภาพยนตร์รายได้ปีก่อนลดลง 16% คิดเป็นมูลค่า 1,470 ล้านบาท และธุรกิจโฆษณารายได้ลดลง 49% คิดเป็นมูลค่า 294 ล้านบาท นั่นเป็นสาเหตุให้ MAJOR จำเป็นต้องมองหาธุรกิจที่น่าสนใจ และเข้าไปลงทุนเพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ MAJOR ระบุว่า บริษัทคาดผลประกอบการปี 2565 นี้ จะฟื้นตัวขึ้นจากสถานการณ์ต่างๆ ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นทั้งในด้านการเข้าชมภาพยนตร์ และอัตราการใช้บริการโรงภาพยนตร์ที่จะเปิดเพิ่มขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโควิด ไม่ได้รุนแรง โดยปัจจุบันที่มีการเปิดให้บริการราว 75% คาดว่าจะทยอยดีขึ้นต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกันในปีนี้ก็จะมีภาพยนตร์ทำเงินหลายเรื่องทยอยเข้าฉาย เช่น The Batman, Fantastic Beasts, Doctor Strange นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ไทยที่จะเข้าฉายอีกจำนวนมาก และมองว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีพันธมิตรเข้ามาร่วมดำเนินการทำให้ภาพยนตร์ไทยเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมไปถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง Disney+ ก็เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร มีการเข้ามาซื้อโฆษณาจากทางบริษัทด้วย จึงมั่นใจว่าปีนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์จะมีปรับเปลี่ยนในทิศทางที่ดีขึ้น

 

เขาระบุว่า ในปีนี้ MAJOR ยังมีความร่วมมือกับพันธมิตรในการทำภาพยนตร์ที่จะฉายในประเทศจีน คาดว่าจะสามารถฉายได้ในปีนี้ โดยในประเทศจีนนั้นมีจอโรงภาพยนตร์กว่า 8 หมื่นจอ หากเข้าฉายได้ราว 5 พันจอ ก็มองว่าจะสามารถทำรายได้ในระดับที่ดี และสร้างรายได้ให้แก่บริษัทด้วย

 

นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากการขายสินค้าผ่านเดลิเวอรี รวมไปถึงในไตรมาส 1 นี้ บริษัทจะนำป๊อปคอร์นเข้าไปจำหน่ายในร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่จะทำให้รายได้เพิ่มจากธุรกิจจำหน่ายป๊อปคอร์นในปีนี้ และจะมีการขยายจอภาพยนตร์เพิ่มอีกราว 20-30 จอในหัวเมืองต่างจังหวัด จากปัจจุบันมีโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 833 โรง ใน 177 สาขารวมทั้งในและต่างประเทศ

 

ปรับตัวหันกระจายรายได้

หากวิเคราะห์ให้ดีการเข้าไปลงทุนถือหุ้น WORK และ TKN ครั้งนี้สะท้อนว่า MAJOR เริ่มปรับตัวได้ในวิกฤตโควิด และเริ่มมองเห็นวิธีสร้างรายได้มาประคองธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ฟื้นลำบากในเวลานี้ ด้วยการกระจายความเสี่ยงเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจอื่นๆ ให้มากขึ้นนั่นเอง

 

โบรกมองแนวโน้มปีนี้สดใส

นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2565 ของ MAJOR คาดฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่รอคิวเข้าฉายอีกมาก ส่วนธุรกิจขายป๊อปคอร์นที่กลับมาขายหน้าโรงได้แล้ว และแผนในการขยายธุรกิจเพิ่มเติมโดยจะวางจำหน่ายป๊อปคอร์นในการขายผ่านร้านค้าสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven จะเป็นอีกแรงหนุนช่วยให้รายได้ธุรกิจป๊อปคอร์นเติบโตต่อเนื่อง ประเมินกำไรปีนี้ที่ 793 ล้านบาท

 

เขามองว่า MAJOR ยังมีกระแสเงินสดอยู่ในระดับสูง หลังจากขาย SF ทำให้มีสภาพคล่องสูงขึ้นมาก และมีความพร้อมสำหรับการนำเงินไปลงทุนต่อยอดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจเพิ่มเติม บวกกับการนำเงินบางส่วนไปคืนหนี้ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง จึงถือเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน โดยมีคำแนะนำ ‘ซื้อ’ ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 25.00 บาท

 

ด้าน กรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ภายหลังจากที่ MAJOR เข้าซื้อหุ้น WORK และ TKN แล้ว MAJOR ยังมีกระแสเงินสดสุทธิเหลืออีกมากกว่า 500 ล้านบาทที่ยังสามารถนำไปลงทุนเพิ่มเติมได้อีก โดยในเบื้องต้นประเมินว่าการลงทุนใน WORK จะสามารถซินเนอร์จีและต่อยอดธุรกิจได้มาก เพราะสามารถจับมือกันผลิตภาพยนตร์ร่วมกันได้ และ WORK ยังให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลสูง

 

ขณะที่การลงทุนในTKN ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลจะต่ำกว่าเพียง 2-3% ต่อปี แต่สามารถต่อยอดด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มได้ ส่วน TKN เองก็จะมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตามประเมินว่ากว่าผลประกอบการของ MAJOR จะฟื้นตัวกลับมาเต็มที่จะต้องใช้เวลา 1-1.5 ปี โดยในปีนี้ประเมินกำไรจากการดำเนินงานจะดีขึ้นมาที่ 933 ล้านบาท จึงมีคำแนะนำซื้อที่ราคาเหมาะสม 24 บาทต่อหุ้น

 

สำหรับในรอบสัปดาห์นี้(14-17 มีนาคม) ราคาหุ้น MAJOR ปรับตัวสูงขึ้น 3.10% มายืนที่ 19.90 บาท โดยสามารถปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดของสัปดาห์ได้ที่ 20.10 บาท

 

ส่วนความเคลื่อนไหวของหุ้น MAJOR ล่าสุดสำหรับการซื้อขายรอบเช้าวันนี้ (18 มีนาคม) ราคาปรับตัวลดลง 1.01% ปิดที่ 19.70 บาท ลดลง 0.20 บาท

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post แกะปมสาเหตุ MAJOR ทุ่ม ‘พันล้าน’ ถือหุ้น 5% ใน TKN และ WORK พร้อมเล็งซื้อเพิ่มเป็นไม่เกิน 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Workpoint จับมือ SCB 10X เปิดตัวแอปฯ T-POP เชื่อมแฟนคลับ-ศิลปิน เตรียมต่อยอดให้รองรับการทำ NFT ในอนาคต https://thestandard.co/workpoint-with-scb-10x-launching-t-pop-application/ Mon, 11 Oct 2021 07:15:05 +0000 https://thestandard.co/?p=546999 T-POP

เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (Workpoint Entertainment) […]

The post Workpoint จับมือ SCB 10X เปิดตัวแอปฯ T-POP เชื่อมแฟนคลับ-ศิลปิน เตรียมต่อยอดให้รองรับการทำ NFT ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
T-POP

เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (Workpoint Entertainment) และเอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือร่วมลงทุนใน ‘ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น (TPOP Incorporation)’ เพื่อรุกตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชันภายใต้ชื่อ ‘T-POP’ เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนคลับจากทั่วโลกได้ใกล้ชิดกับศิลปินไทยคนโปรดแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ผสานเข้ากับฟังก์ชันด้านเทคโนโลยีทางการเงิน โดยตั้งเป้ามียอดดาวน์โหลด 1 แสนครั้ง และยอดฟรีโหวตศิลปินบนแอปฯ กว่า 5 แสนโหวต ภายในสิ้นปีนี้

 

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัล บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ที่มีต่อรายการ T-POP STAGE ซึ่งเป็นเสมือนศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เหล่าวัยรุ่นชาวไทยได้มีพื้นที่ในการโชว์ศักยภาพ ความสามารถ และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนผลักดันวงการเพลงไทยให้ออกสู่ตลาดโลก 

 

นอกจากนี้รายการ T-POP STAGE ยังติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับต้นๆ ของโลกและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำเรื่องความยอดนิยมของรายการและวงการ T-POP ในกลุ่มแฟนคลับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเรายังเล็งเห็นว่าตลาดกลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ 

 

Workpoint จึงร่วมมือกับ SCB 10X ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อการพลิกโฉมให้กับวงการอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในการต่อยอด ร่วมลงทุนในบริษัท ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น (TPOP Incorporation) และให้การสนับสนุนการพัฒนาแอปฯ T-POP ให้สามารถเชื่อมโลกของศิลปินไทยและแฟนคลับจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย ผสานเข้ากับฟังก์ชันในด้านเทคโนโลยีทางการเงินที่จัดเตรียมขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานแอปฯ เช่น ติดตามผลงานและข่าวสารต่างๆ เพิ่มช่องทางแก่ศิลปินไทยให้สามารถสร้างรายได้จากผลงานได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ในการสนับสนุนผลงานแก่เหล่าแฟนคลับจากทั่วทุกมุมโลก ไม่จำกัดเพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น

 

เดชพล แหลมวิไล Head of Strategic Partnership บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ กล่าวว่า SCB 10X มุ่งเน้นการสร้างขีดความสามารถใหม่ทางด้านเทคโนโลยี ผ่านการลงทุนในบริษัทเทคคอมพานีที่มีศักยภาพทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็น New S-Curve ของประเทศ ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมที่บริษัทสนใจที่จะเข้าไปศึกษาเพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจคือ ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ (Digital Lifestyle) และ Digital Content ซึ่งเล็งเห็นว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมดนตรีที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน จากยอดรับฟังและดาวน์โหลดเพลงผ่านช่องทางสตรีมมิงต่างๆ บนโลกออนไลน์

 

“SCB 10X จึงได้จับมือกับทาง Workpoint เพื่อเข้าไปลงทุนในบริษัท ทีป๊อป อินคอร์ปอเรชั่น โดยเราได้นำเอาจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญในนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินของ SCB 10X มาผสานเข้ากับความเป็นผู้นำของ Workpoint ในด้านการผลิตและสร้างสรรค์สื่อบันเทิงชั้นนำของเมืองไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาแอปฯ T-POP เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้เรายังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบชำระเงิน (Payment Gateway) ให้กับแอปฯ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยตั้งเป้ายอดดาวน์โหลดแอปฯ 1 แสนครั้ง และยอดฟรีโหวตศิลปินบนแอปฯ T-POP กว่า 5 แสนโหวต ภายในสิ้นปี 2564 ก่อนต่อยอดสู่การวางรากฐานระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีนวัตกรรมการเงินแห่งโลกอนาคตเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อไปในอนาคต โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถรองรับการทำ NFT (Non Fungible Token) ซึ่งแผนงานดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SCB 10X ในเรื่องการพัฒนาระบบนิเวศด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย” เดชพลกล่าว

The post Workpoint จับมือ SCB 10X เปิดตัวแอปฯ T-POP เชื่อมแฟนคลับ-ศิลปิน เตรียมต่อยอดให้รองรับการทำ NFT ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ คว้าสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม จากรางวัลนาฏราช ผลักดัน พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ คุ้มครองสิทธิ https://thestandard.co/news-received-nataraj-awards/ Thu, 16 Sep 2021 04:53:51 +0000 https://thestandard.co/?p=537194 ‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ คว้าสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม จากรางวัลนาฏราช ผลักดัน พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ คุ้มครองสิทธิ

การประกาศผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 12 ประจำปี 2563 ประเภท […]

The post ‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ คว้าสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม จากรางวัลนาฏราช ผลักดัน พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ คุ้มครองสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ คว้าสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม จากรางวัลนาฏราช ผลักดัน พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ คุ้มครองสิทธิ

การประกาศผลรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 12 ประจำปี 2563 ประเภทสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม กับผลงาน ‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ โดย พรทิพย์ โม่งใหญ่ สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์

 

สำหรับผลงานสกู๊ปสารคดีเชิงข่าวชุด ‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ เป็นสารคดีเชิงข่าวที่มุ่งนำเสนอครอบครัวผู้เสียหายที่สมาชิกในครอบครัวถูกบังคับให้สูญหายจากการปฏิบัติหน้าของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการจัดการปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ช่วงหลังโศกนาฏกรรมกรือเซะ มีหลายครอบครัวที่ผู้ชายถูกต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบ และถูกเจ้าหน้าที่รัฐนำตัวไปตั้งแต่ปี 2547-2548 

 

จนถึงปัจจุบันนี้สมาชิกครอบครัวพวกเขายังไม่กลับมา และไม่รู้ว่ายังมีชีวิตหรือไม่ ทีมข่าวใช้เวลาในการเก็บข้อมูลครอบครัวผู้สูญเสียในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ 3 เดือน และลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ พูดคุย สร้างความไว้ใจ รับฟังเสียงเพื่อเป็นกระบอกเสียงจากความเงียบ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่าพวกเขายังมีตัวตน และสังคมรับรู้ถึงมรดกแห่งความสูญเสียที่มีแต่ความหวาดกลัว ความเสียใจ และทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพื่อเป็นบทเรียนจากอดีตมาสู่ปัญหาความการอุ้มหายในปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวของ สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวที่ตามหาน้องชาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

 

วัตถุประสงค์ของสารคดีชุด ‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ เป็นสารคดีที่ต้องการสะท้อนข้อเท็จจริง สู่การผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการบังคับให้สูญหาย ซึ่งจะเป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิพลเมืองไม่ให้เกิดการคลุมถุงดำหรืออุ้มหายอีก 

 

นอกจากนี้สารคดีดังกล่าวยังได้รับรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประเภท ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวโทรทัศน์ ดีเด่น ความยาวไม่เกิน 20 นาที จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย อีกด้วย

 

โดยในขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการบังคับสูญหาย ในหลายร่างจากการเสนอของหลายภาคส่วน อยู่ระหว่างการพิจาณาในขั้นตอนการรับหลักการวาระ 1 และคาดว่าจะมีการลงมติในวันนี้ (16 กันยายน)

 

ภาพ: ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

The post ‘สูญสิ้น สูญหาย แต่ไม่สิ้นหวัง’ คว้าสกู๊ปข่าวยอดเยี่ยม จากรางวัลนาฏราช ผลักดัน พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ คุ้มครองสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
4EVE กับเดบิวต์ซิงเกิล Oohlala! 7 สาวคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมซัดกระแส T-POP ให้สนุกยิ่งขึ้น https://thestandard.co/4eve-oohlala/ Wed, 13 Jan 2021 12:10:12 +0000 https://thestandard.co/?p=442682 4EVE

นับเป็นหนึ่งความน่าสนใจในปีนี้กับการเปิดตัว 4EVE (โฟร์อ […]

The post 4EVE กับเดบิวต์ซิงเกิล Oohlala! 7 สาวคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมซัดกระแส T-POP ให้สนุกยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
4EVE

นับเป็นหนึ่งความน่าสนใจในปีนี้กับการเปิดตัว 4EVE (โฟร์อีฟ) เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่จาก XOXO Entertainment ภายใต้การดูแลของ Workpoint Entertainment นำเสนอความสนุกใหม่ให้กับวงการดนตรีด้วยงานเพลง T-POP ปลุกให้วงการกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง และเดบิวต์ซิงเกิลที่ชื่อ Oohlala! ของพวกเธอ ก็ดูเหมือนจะสามารถสร้างรสชาติใหม่ให้เราได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

Oohlala! คือเดบิวต์ซิงเกิลในฐานะศิลปินของ 7 สาว 4EVE (โฟร์อีฟ) ซึ่งเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปที่มีจุดเริ่มต้นจากรายการประกวดของ Workpoint TV ช่อง 23 เฟ้นหาสมาชิกจากผู้เข้าประกวด 20 คน กลายมาเป็น 7 สาวคาแรกเตอร์โดดเด่น และต้องยอมรับเรื่องหนึ่งจริงๆ ว่า นี่เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มีพลังงานของสมาชิกที่ดี แตกต่าง และล้วนมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองแบบสุดๆ ซึ่งหลายๆ คนเองก็เป็นสมาชิกที่เราอาจเคยคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเธอจากผลงานอื่นๆ มาแล้ว เช่น อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ ที่เติบโตมาจากหลายๆ บทบาท ทั้งรายการ The Voice Kids Thailand เมื่อปี 2014, เล่นละครเวที แฟนจ๋า เดอะมิวสิคัล หรือล่าสุดอย่างบท ใกล้รุ่งวัยเด็ก ในละครเรื่อง วาสนารัก ทางช่อง 3

 

ส่วนอีกคนที่อาจคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเราก็คือ มายด์-อาทิตยา ตรีบุดารักษ์ ที่เคยผ่านผลงานทั้ง สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล และบังลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล รอบรีสเตจมาแล้ว ในฐานะหมู่มวล และเธอดูจะมีสกิลทั้งร้องทั้งเต้นติดตัวมาอยู่แล้ว จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้แสดงศักยภาพเต็มๆ ของตัวเองสักครั้ง

 

4EVE

จากซ้ายไปขวา อ๊ะอาย, มายด์, ตาออม, แฮนน่า, ฝ้าย, โจริญ และพั้นช์

 

และอีก 5 สาวก็ไล่เรียงมาตั้งแต่ ตาออม-เบญญาภา อุ่นจิตร สาวเท่ที่ลุคโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในวง และยังมีสกิลการแรปและเต้นที่น่าสนใจ, แฮนน่า โรสเซ็นบรูม สาวสวยที่ใช้ชีวิตเติบโตมาทั้งในกรุงเทพฯ และสปป.ลาว, พั้นช์-ทิพานัน นิลสยาม สาวคนเก่งที่มีผู้ติดตามใน TikTok กว่า 8.8 แสนคน, ฝ้าย-ณัฐธยาน์ บุตรธุระ อีกหนึ่งสาวเท่เต้นแข็งแรง และโจริญ คัมภีรพันธุ์ สาววัย 21 ปีจากจังหวัดเชียงใหม่ที่สวยสะดุดตา ทั้งยังมีมูฟเมนต์ที่น่ามอง

 

สิ่งที่โดดเด่นของเกิร์ลกรุ๊ปวงนี้คือคาแรกเตอร์และความสามารถที่ค่อนข้างโดดเด่นกันทุกคน ถ้าหากใครได้ติดตามรายการ 4EVE Girl Group Star มาก่อนหน้านี้ จะพบว่าพวกเธอฝึกซ้อมอย่างหนัก และสามารถทำโชว์ออกมาได้อย่างน่าสนใจในทุกๆ วีค ทั้งยังกรุ่นกลิ่นการนำเสนอแบบวงเกิร์ลกรุ๊ปแบบเกาหลีใต้ที่มีคอนเทนต์ต่างๆ ที่ทำให้เห็นมิติความเป็นศิลปินและความเป็นสตาร์ในตัวพวกเธอ ที่ไม่ใช่แค่มีความสามารถ แต่ยังทำให้ผู้ชมหลงรักและอยากเชียร์พวกเธอได้ไม่ยากเลย ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พวกเธอจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาซัดอุตสาหกรรมเพลงได้แน่นอน

 

เพลง Oohlala! ของ 4EVE นั้นได้ทีม Jam Factory Thailand by PHAT55 และ Freshment มาร่วมดูแลตัวเพลง ซึ่งทีมหลังนี้นำทีมโดย แต๊บ-ธนพล มหธร หรือแต๊บ AF5 ที่ก่อนหน้านี้เขาเองก็ร่วมผลิตเพลงให้กับรายการนี้ด้วย โดยเนื้อหาในเพลงนี้เล่าเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จ้องตากันไปมาแล้วยังไม่ได้สายสัมพันธ์ของคนสองคน และพวกเธอ 4EVE ก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนเข้าไปทำความรู้จักกับเธออย่างไม่ต้องเขินอาย มีเสน่ห์ของความเป็นหญิงที่ดูน่ารักซุกซน ทั้งยังมีความเซ็กซี่ขี้เล่นเติมเข้าไปตัดเลี่ยน

 

อีกสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือมิวสิกวิดีโอที่ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจจากทีม Bad 3rothers พวกเขาเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามายกระดับโปรดักชันให้ดูดีขึ้นกว่าเอ็มวีเพลงไทยที่เคยเห็นกันมา และแม้วงการเพลงไทยจะเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นการสร้างกระแสเพลง T-POP ให้กลับมาอีกครั้งจากวงแนวนี้ที่เกิดใหม่มากมายในช่วงที่ผ่านมา แต่กับ 4EVE ที่ปล่อยเพลงนี้ออกมา น่าจะเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ของ T-POP ได้ดี และ 4EVE ก็เป็น 7 สาว 7 คาแรกเตอร์ที่น่าจับตามองที่สุดในชั่วโมงนี้ทั้งสกิลการร้องการเต้น และเสน่ห์ท่วมจอของพวกเธอ

 

ฟังเพลง Oohlala! ของ 4EVE ได้ที่นี่

 

 

และติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเธอได้ที่ https://www.facebook.com/4EVEofficial 

 

 

 

ภาพ: 4EVE Official

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post 4EVE กับเดบิวต์ซิงเกิล Oohlala! 7 สาวคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมซัดกระแส T-POP ให้สนุกยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยพีบีเอส’ มอบรางวัลสื่อมวลชนภัยพิบัติ ปี 2563 ชี้บทบาทสื่อมีความสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ https://thestandard.co/thaipbs-disaster-media-award-for-2020/ Thu, 05 Nov 2020 07:59:16 +0000 https://thestandard.co/?p=417511 ‘ไทยพีบีเอส’ มอบรางวัลสื่อมวลชนภัยพิบัติ ปี 2563 ชี้บทบาทสื่อมีความสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณ […]

The post ‘ไทยพีบีเอส’ มอบรางวัลสื่อมวลชนภัยพิบัติ ปี 2563 ชี้บทบาทสื่อมีความสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยพีบีเอส’ มอบรางวัลสื่อมวลชนภัยพิบัติ ปี 2563 ชี้บทบาทสื่อมีความสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ กำหนดจัดงาน D-Day วันพัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ เพื่อรำลึกถึงวันตระหนักรู้ภัยสึนามิโลก (World Tsunami Awareness Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายนของทุกปี ขณะเดียวกันยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือในการรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้และตื่นรู้เกี่ยวกับโควิด-19 รวมถึงมุ่งเน้นให้เกิดการสื่อสารด้านภัยพิบัติอย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยมี รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. เป็นประธาน

 

 

รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเผยถึงความเป็นมาของการจัดงานนี้ว่า จากความสำเร็จของการลงพื้นที่รายงานข่าวอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยเมื่อปี 2554 ของโต๊ะข่าวด้านภัยพิบัติประจำสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำมาสู่การพัฒนาบุคลากรสื่อสารมวลชนด้านการรายงานข่าวภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2560 พัฒนาสู่การเป็นศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ เพื่อมุ่งเน้นรวบรวมองค์ความรู้ที่สำคัญ เนื่องจากบทบาทของสื่อมวลชนในการรับมือภัยพิบัติ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนในการเตรียมตัวและเฝ้าระวัง ลดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิต เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมไทย

 

รศ.ดร.วิลาสินี กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ มีแนวทางการทำงานเชิงรุก ทั้งการรายงานข่าวสารด้านภัยพิบัติ ข่าวสถานการณ์ในทุกช่องทาง ทั้งออนแอร์, ออนไลน์ และออนกราวด์ นอกจากภารกิจการรายงานข่าวสาร ยังรวมถึงการทำงานกับเยาวชน เพื่อให้รู้เท่าทันภัยพิบัติ, การทำงานด้านเครือข่ายสร้างนักสื่อสารด้านภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดต่างๆ, สร้างเครือข่ายระดับลุ่มน้ำ จากการทำงานจุดเล็กๆ สู่ความร่วมมือระดับประเทศ เช่น การร่างปฏิญญาอันดามัน ในการทำงานร่วมกันของสื่อมวลชน เพื่อรายงานข่าวภัยพิบัติสู่ประชาชน

 

รศ.ดร.วิลาสินี กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุผลของการพัฒนาที่ก้าวไกลในทุกด้าน นำมาสู่การครบรอบการก่อตั้งศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ปีที่ 3 ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ และไทยพีบีเอส ยังพร้อมที่จะดำเนินตามพันธกิจ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการสื่อสารมวลชนในประเทศไปสู่ระดับอาเซียน ภายใต้แนวความคิดพัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ 

 

ทั้งนี้ ปีนี้ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ได้จัดมอบรางวัลให้แก่สื่อมวลชน โดย กิตติ สิงหาปัด ผู้ประกาศข่าวผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อ ได้รับรางวัลในฐานะสื่อมวลชนผู้อุทิศทุ่มเทชีวิตการทำงานสื่อสารด้านภัยพิบัติ (Lifetime Achievement on Disaster News Coverage)

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับรางวัล สื่อมวลชนดีเด่นด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2563 ประเภทอื่นๆ ดังต่อไปนี้ 

 

  1. รางวัลหน่วยงานสร้างสรรค์การพัฒนาเยาวชนนักสื่อสารด้านภัยพิบัติ
  • พล.ร.ต. ศุภชัย ธนสารสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ
  • ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4

 

  1. รางวัลศิลปินผู้อุทิศผลงานเพื่อการสื่อสารด้านภัยพิบัติ
  • พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา 

 

  1. รางวัลผู้ร่วมพัฒนาสังคมตระหนักรู้ และรับมือภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
  • Fomm (ASIA).CO.,LTD 

 

  1. รางวัลผู้นำดีเด่นด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 
  • นท พนายางกูร

 

รวมถึงจัดมอบรางวัล สื่อมวลชนดีเด่นด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม 2 ประเภท ได้แก่ ผู้สื่อข่าวดีเด่นและสื่อออนไลน์ดีเด่น ดังต่อไปนี้

 

รางวัล สื่อมวลชนด้านภัยพิบัติสึนามิ Outstanding Award on Disaster News Coverage 2020 (Members of Media)

  • มนตรี อุดมพงษ์ ข่าวสามมิติ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3HD
  • ธัญญารัตน์ ถาม่อย สถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD
  • จิราพร คำภาพันธ์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
  • รัชตะ ไทยตระกูลพาณิช สถานีโทรทัศน์ช่อง one31 
  • พรรษนันท์ ช่างคิด สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น 16
  • ธนภัทร ติรางกูล สถานีโทรทัศน์ Workpoint TV ช่อง 23

 

รางวัล สื่อมวลชนด้านภัยพิบัติสึนามิ Outstanding Award on Disaster News Coverage 2020 (Members of New Media)

  • เวิร์คพอยท์ ทูเดย์ (Workpoint Today)
  • THE STANDARD
  • เอ็มไทย (MThai)
  • อีจัน (EJAN)
  • ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป (Three-Wheel Uncle)

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ‘ไทยพีบีเอส’ มอบรางวัลสื่อมวลชนภัยพิบัติ ปี 2563 ชี้บทบาทสื่อมีความสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับมือเพื่อรอด! MONO x GRAMMY, RS x WORK ทีวีดิจิทัลมุ่งสร้างพันธมิตรรับมือเม็ดเงินโฆษณาหด-ต้นทุนสูง https://thestandard.co/market-focus-digital-tv/ Thu, 14 Nov 2019 12:09:19 +0000 https://thestandard.co/?p=304062

เกิดอะไรขึ้น: ภาพรวมผลการดำเนินงาน 3Q62 ของหุ้นกลุ่มทีว […]

The post จับมือเพื่อรอด! MONO x GRAMMY, RS x WORK ทีวีดิจิทัลมุ่งสร้างพันธมิตรรับมือเม็ดเงินโฆษณาหด-ต้นทุนสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

ภาพรวมผลการดำเนินงาน 3Q62 ของหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลพบว่ายังหดตัวต่อเนื่อง สาเหตุจากเม็ดเงินโฆษณาที่หดตัว และต้นทุนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และแม้ภาครัฐจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายคืนใบอนุญาตฯ ได้ และมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถชดเชยกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการถูก Disruption จากสื่อออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ

 

ดังนั้นทางรอดของผู้ประกอบการจึงมิใช่การลดต้นทุนดังที่เห็นเท่านั้น แต่เริ่มจะเห็นการ Synergy ร่วมมือกันมากขึ้น เช่น การร่วมมือกันระหว่าง บมจ. โมโน เทคโนโลยี (MONO) กับ บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ที่ประกาศเป็นพันธมิตรร่วมกันเมื่อ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อผลิตคอนเทนต์เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะสร้างศิลปินใหม่ และผลิตซีรีส์ร่วมกันปีละ 6-8 เรื่อง โดยใช้นักแสดงจาก GRAMMY และ MONO รวมไปถึงการนำคอนเทนต์อย่าง ช่องโมโน 29, ช่องต่างประเทศ, พรีเมียมซีรีส์, ซีรีส์ไทย, ละครรีรัน, เพลง, คาราโอเกะ ไปอยู่ในแพลตฟอร์มของ 3BB TV รองรับกลุ่มลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกว่า 1.5 ล้านราย

 

นอกจากนี้ยังเห็นการรุกไปยังช่องทางอื่นเพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดมากขึ้น เช่น บมจ. อาร์เอส (RS) ประกาศจับมือกับ บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา เป้าหมายเพื่อต่อยอดธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (Multi-Platform Commerce: MPC) ของ RS ด้วยการเปิดช่องทางขายสินค้าใหม่ ภายใต้ชื่อ Wellness Shop ซึ่งจำหน่ายสินค้าของ RS และพันธมิตรผ่านช่อง Workpoint ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ของ RS ให้เติบโตก้าวกระโดด ขณะที่ WORK เองจะได้รับส่วนแบ่ง 30% ของยอดขายสินค้าจากช่องทาง Wellness Shop

 

กระทบอย่างไร:

แม้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะมีการจับมือกันมากขึ้น แต่ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นสื่อทีวีดิจิทัลยังไม่ได้ตอบสนองเชิงบวก เนื่องจากนักลงทุนยังคงให้น้ำหนักผลประกอบการในระยะสั้นมากกว่า Synergy ที่คาดจะเกิดขึ้นในระยะกลาง-ยาว 

 

โดยล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (14 พฤศจิกายน) ภาพรวมราคาหุ้นสื่อทีวีดิจิทัลมีดังนี้ 

  • RS อยู่ที่ 14.70 บาท ลดลง 0.7% YTD
  • MONO อยู่ที่ 1.30 บาท ลดลง 23.5% YTD
  • WORK อยู่ที่ 16.70 บาท ลดลง 28.3% YTD 
  • ยกเว้น GRAMMY อยู่ที่ 10.20 บาท เพิ่มขึ้น 70% YTD

 

มุมมองระยะสั้น: 

SCBS มองว่าการร่วมมือกันระหว่าง MONO กับ GRAMMY เป็นการนำจุดแข็งที่มีคนละด้านมาช่วยกันต่อยอดธุรกิจให้ยังอยู่รอดได้ กล่าวคือ GRAMMY มีจุดแข็งที่ผลิตคอนเทนต์ได้หลากหลาย มีศิลปินที่ได้รับความนิยมทุกยุคทุกสมัย ขณะที่ MONO ซึ่งมีจุดเด่นด้านมีคลังคอนเทนต์หนังดังจากต่างประเทศ คาดได้ประโยชน์จากมี GRAMMY มาช่วยเติมเต็มคลังคอนเทนต์ไทยที่ยังขาดไปเพื่อขยายฐานผู้ชมได้มากขึ้น

 

ขณะที่ความร่วมมือกันระหว่าง RS และ WORK นั้น มองว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองบริษัท เนื่องจากธุรกิจ MPC ของ RS ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก และมีอัตรากำไรสุทธิดีกว่าธุรกิจสื่อ ดังนั้นการขยายฐานลูกค้าและช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ ทำให้ RS มีฐานข้อมูล Big Data ของลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น ส่งผลให้นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า ช่วยให้ทำการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนนำไปต่อยอดคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจ MPC ได้ ส่วน WORK จะมีรายได้เพิ่มจากการนำแพลตฟอร์มช่อง Workpoint TV ที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นค่าออกอากาศ แต่จะได้รับส่วนแบ่ง 30% ของยอดขายสินค้าจากช่องทาง Wellness Shop หนุนรายได้ให้มีความมั่นคงมากขึ้น

 

มุมมองระยะยาว:

แม้ SCBS มีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการสื่อทีวีฯ มีแนวโน้มเปลี่ยนจาก ‘คู่แข่งหรือศัตรู’ มาเป็น ‘พันธมิตร’ กันมากขึ้น โดยคาดหวังว่าการร่วมมือกันจะทำให้บริษัทเติบโตหรืออยู่รอดในธุรกิจได้ยาวนานกว่าอยู่ตัวคนเดียว รวมถึงยังเป็นการผนึกกำลังเพื่อต่อสู้กับปัญหา Digital Disruption 

 

แต่ระยะยาวคาดภาพรวมอุตสาหกรรมทีวียังเติบโตได้จำกัด เพราะพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป และความต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ยังทำให้เม็ดเงินโฆษณาไหลไปในสื่อนอกบ้านและสื่อออนไลน์ จึงต้องติดตามว่าแผนในระยะยาวผู้ประกอบการจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร

 

ข้อมูลพื้นฐาน:

บมจ. โมโน เทคโนโลยี (MONO) ประกอบธุรกิจหลักในการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อออกอากาศและขายโฆษณาในสถานีโทรทัศน์ของบริษัท ซึ่งออกอากาศในระบบดิจิทัล

 

บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ดำเนินธุรกิจบันเทิงครบวงจร ได้แก่ ธุรกิจเพลง ธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง และร่วมลงทุนในธุรกิจอื่น

 

บมจ. อาร์เอส (RS) ประกอบธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (Multi-Platform Commerce: MPC), ธุรกิจสื่อโทรทัศน์-สื่อวิทยุ และธุรกิจเพลงครบวงจร

 

บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ดำเนินธุรกิจรายการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ช่องทางออนไลน์ และการจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ ธุรกิจการรับจ้างจัดงานกิจกรรมแบบครบวงจร ธุรกิจละครเวทีและคอนเสิร์ต และธุรกิจขายสินค้าและบริการ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post จับมือเพื่อรอด! MONO x GRAMMY, RS x WORK ทีวีดิจิทัลมุ่งสร้างพันธมิตรรับมือเม็ดเงินโฆษณาหด-ต้นทุนสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แข่งดุ! ไตรมาส 3 ‘เวิร์คพอยท์’ กำไรลด 69% ธุรกิจทีวี-การจัดคอนเสิร์ตและละครเวที เป็นเหตุ https://thestandard.co/workpoint-q3-2562/ Wed, 13 Nov 2019 04:01:30 +0000 https://thestandard.co/?p=303276 workpoint

บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ […]

The post แข่งดุ! ไตรมาส 3 ‘เวิร์คพอยท์’ กำไรลด 69% ธุรกิจทีวี-การจัดคอนเสิร์ตและละครเวที เป็นเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
workpoint

บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 43.82 ล้านบาท ลดลง 97.91 ล้านบาท หรือ 69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 141.54 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมตามงบการเงิน 703.59 ล้านบาท ลดลง 303.52 ล้านบาท หรือ 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,007.11 ล้านบาท โดยจำแนกแต่ละธุรกิจได้ดังนี้

 

‘ธุรกิจรายการโทรทัศน์’ มีรายได้ 558.35 ล้านบาท ลดลง 27% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 769.78 ล้านบาท การลดลงของรายได้เกิดจากช่องเวิร์คพอยท์เป็นหลัก เนื่องจากเจอสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น และสภาวะเศรษฐกิจ 

 

‘ธุรกิจรับจ้างจัดงาน’ มีรายได้ 34.87 ล้านบาท ลดลง 6.68 ล้านบาท หรือ 16% ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 41.55 ล้านบาท เนื่องจากการจัดงานลดลง 1 งาน จาก 8 งานในปีก่อน เหลือ 7 งานในปีนี้

 

‘ธุรกิจการจัดคอนเสิร์ตและละครเวที’ มีรายได้ 39.54 ล้านบาท ลดลง 122.40 ล้านบาท หรือ 76% ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 161.94 ล้านบาท เนื่องจากการจัดคอนเสิร์ตและละครเวทีลดลง 1 งาน จาก 5 งานในปีก่อน เหลือ 4 งานในปีนี้ ซึ่งมีคอนเสิร์ตใหญ่ 1 คอนเสิร์ต ได้แก่ Wanna One World Tour in Bangkok

 

‘ธุรกิจขายสินค้าและบริการอื่น’ มีรายได้ 70.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.36 ล้านบาท หรือ 122% ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 30.40 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายสินค้าผ่านทางรายการ 1346 Hello Shops เป็นหลัก 

 

ในภาพรวมมีต้นทุนผลิต 451.67 ล้านบาท ลดลง 156.96 ล้านบาท หรือ 26% เนื่องจากต้นทุนธุรกิจรายการโทรทัศน์ลดลงจากการบริหารต้นทุนการผลิต และค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ทีวีดิจิทัล ตามคำสั่งของ คสช. 4/2562 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 และมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ 203.39 ล้านบาทลดลง 7.22 ล้านบาท 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post แข่งดุ! ไตรมาส 3 ‘เวิร์คพอยท์’ กำไรลด 69% ธุรกิจทีวี-การจัดคอนเสิร์ตและละครเวที เป็นเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดผัง Workpoint ปี 2020 ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชม https://thestandard.co/workpoint-2020/ Thu, 17 Oct 2019 12:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=296337 Workpoint

ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน Workpoint TV ถือเป็นช่องโทรทัศน์ท […]

The post เปิดผัง Workpoint ปี 2020 ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Workpoint

ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน Workpoint TV ถือเป็นช่องโทรทัศน์ที่แข็งแรงมากๆ ในยุคดิจิทัลนี้ โดยเฉพาะคอนเทนต์วาไรตี้ที่ทางบ้านนี้ถนัดและทำมาตลอด ตั้งแต่ความสำเร็จของรายการอย่าง ไมค์ทองคำ หรือ The Mask Singer ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก หรือแม้แต่กระแส ‘หลวงปู่เค็ม’ เองก็มาจากคอนเทนต์ของรายการในช่อง และในปี 2020 นี้ เวิร์คพอยท์ก็เตรียมไม้เด็ดมาสู้ในสนามรบดิจิทัลทีวีอีกเพียบ อีกทั้งยังคงแต่งเติมความคิดสร้างสรรค์ลงไปในคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ -ว่าแต่ปีหน้าเวิร์คพอยท์ทีวีจะมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ดูกันบ้าง 

 

ยืนหยัดคู่คนไทยมากว่า 3 ทศวรรษ เมื่อวานนี้ (16 ตุลาคม) เวิร์คพอยท์ได้ฤกษ์เปิดตัวคอนเทนต์ใหม่ของพวกเขาในปี 2020 ที่จะครอบคลุมทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ และอีเวนต์มากมายที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งการขยับเนื้อขยับตัวในปีหน้านี้ พวกเขาตั้งใจให้ทุกๆ คอนเทนต์ของพวกเขากลายเป็นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชม เริ่มต้นจากการพารายการใหม่จำนวนกว่า 20 รายการมาลงจอตลอดปี ทั้งรายการเดิมที่มีอยู่แต่เปิดตัวซีซันใหม่ เช่น รายการมวย 10 Fight 10 และ The Rapper 2020 ที่จะกลับมาเขย่าวงการเพลงอีกครั้ง รวมไปถึงการแตกย่อยรายการเดิมที่มีอยู่ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ เช่น รายการ ไมค์ทองคำเพชรตัดเพชร เป็นต้น

 

หนึ่งความน่าสนใจที่สุดของช่องเวิร์คพอยท์ในปีหน้าที่ซื้อลิขสิทธิ์รายการ The Fans จากช่อง SBS ของประเทศเกาหลีใต้มาผลิตในชื่อ Fan Wars ดาวปั้นดาว ที่จะจับเอาศิลปินมีชื่อต่างๆ มาเทรนศิลปินรุ่นใหม่เพื่อที่จะปั้นเป็นศิลปินชื่อดังคนต่อไปผ่านการให้ผู้ชมเป็นผู้โหวตเลือก ซึ่ง ณ เวลานี้เรายังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมาก แต่ก็เชื่อว่าหากเวิร์คพอยท์สามารถปั้นรายการนี้ให้อยู่ติดจอไปได้ เช่นเดียวกับที่เคยทำ I Can See Your Voice หรือ The Mask Singer จนโด่งดังในระดับกระแสนิยมก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

 

นอกจากนี้เวิร์คพอยท์ยังตั้งใจสร้างฐานแฟนให้กว้างขวางขึ้น และพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์ที่แทบจะอยู่กับผู้ชมตลอด 24 ชั่วโมง พวกเขาจึงจะใช้วิธีต่อยอดคอนเทนต์ทีวีไปสู่ออนไลน์ที่จะการันตีความเป็น King of Variety ด้วย Online Creative Content ขับเคลื่อนคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ ไม่หยุดนิ่ง เสิร์ฟทั้งความบันเทิงและข่าวสารออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉียบคม ฉับไว 

 

นอกจากนี้เวิร์คพอยท์ยังหวังต่อยอดไปยังอีเวนต์ที่จะได้เข้าถึงผู้ชมตัวเป็นๆ ในภายภาคหน้า ซึ่งได้ความร่วมมือจาก BEX (บริษัท กรุงเทพ เอ็กซิบิชั่น จำกัด) พร้อมทำหน้าที่ Marketing Consultant สร้างสรรค์งานกิจกรรมการตลาดต่างๆ ทุกรูปแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Never Say Never’ 

 

งานนี้ต้องรอดูว่าต่อไปว่าเมื่อช่องระดับท็อปอย่างเวิร์คพอยท์เดินหน้าเร็วต่อเนื่อง ช่องใหญ่อื่นๆ จะมีไม้เด็ดอะไรมาต่อสู้เพื่อชิงความนิยมจากคนดูในช่วงปี 2020 ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เปิดผัง Workpoint ปี 2020 ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชม appeared first on THE STANDARD.

]]>
RS จับมือ Workpoint ลุยธุรกิจ MPC ตั้งเป้ารายได้โตพันล้านบาท ปี ‘64 https://thestandard.co/market-focus-rs-workpoint/ Wed, 16 Oct 2019 09:46:30 +0000 https://thestandard.co/?p=295833

เกิดอะไรขึ้น:   วานนี้ (15 ตุลาคม) บมจ. อาร์เ […]

The post RS จับมือ Workpoint ลุยธุรกิจ MPC ตั้งเป้ารายได้โตพันล้านบาท ปี ‘64 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:  

วานนี้ (15 ตุลาคม) บมจ. อาร์เอส (RS) เปิดเผยว่า ได้มีการร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ผู้ให้บริการช่องทีวีดิจิทัล Workpoint ช่อง 23 นับเป็นพันธมิตรรายล่าสุดที่มีการร่วมมือกันสร้าง Synergy ทางธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (Multi-Platform Commerce: MPC) หลังจากที่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 RS ได้ร่วมมือกับช่องไทยรัฐทีวีไปแล้ว สำหรับความร่วมมือระหว่าง RS และ WORK จะเป็นการเปิดช่องทางการขายสินค้าใหม่ ภายใต้ชื่อ Wellness Shop ซึ่งจะจำหน่ายสินค้าของ บจ. ไลฟ์สตาร์ (RS ถือหุ้น 99.99%) และสินค้าของพันธมิตร ผ่านทางช่อง Workpoint ในรูปแบบการขายทางโทรศัพท์ (Telesales) และ LINE Official @rsmall โดยผู้บริหาร RS คาดรายได้จากความร่วมมือครั้งนี้ราว 500 ล้านบาทสำหรับปี 2563 และ 1,000 ล้านบาทสำหรับปี 2564 ตลอดจนสามารถเพิ่มฐานข้อมูล Big Data ของลูกค้ากลุ่มใหม่ได้

 

กระทบอย่างไร:

วานนี้ราคาหุ้น RS ตอบสนองต่อประเด็นบวกดังกล่าว โดยราคาหุ้นปิดที่ 15.80 บาท จากราคาปิดวันทำการก่อนหน้า (11 ตุลาคม) ที่ 15.40 บาท หรือเพิ่มขึ้น 2.60% DoD ขณะที่วันนี้ (16 ตุลาคม) ราคาทรงตัวจากวันก่อนหน้า

 

สำหรับราคาหุ้น WORK วานนี้ไม่ได้ตอบสนองในเชิงบวกมากนัก กล่าวคือ ราคาหุ้นวานนี้ปิดที่ 19.30 บาท จากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 19.40 บาท หรือลดลง 0.52% DoD ขณะที่วันนี้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น และขึ้นไปทำจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ 20.20 บาท เพิ่มขึ้น 4.66% DoD

 

มุมมองระยะสั้น: 

การร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ RS สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ของธุรกิจ MPC ได้มากขึ้นจากการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าผ่านช่อง Workpoint ซึ่งคาดว่ารายได้ธุรกิจ MPC ของ RS จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากเริ่มออกอากาศวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ จากการสอบถามกับ RS ระบุว่าไม่ต้องจ่ายค่าออกอากาศให้แก่ WORK แต่จะจ่ายส่วนแบ่ง 30% ของยอดขายสินค้าจากช่องทาง Wellness Shop แทน ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ให้แก่ WORK เช่นกัน 

 

มุมมองระยะยาว: 

SCBS มองว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ RS ในระยะยาว เนื่องจากสามารถเพิ่มฐานข้อมูล Big Data ของลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งทำให้ RS สามารถนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ RS สามารถทำการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนนำไปต่อยอดในการคิดค้นและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจ MPC ได้ โดยปัจจุบัน RS มีฐานข้อมูลลูกค้าธุรกิจ MPC ทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านราย ทั้งนี้ต้องติดตามกระแสตอบรับจากการขายสินค้าช่องทางใหม่ของ RS ตลอดจนติดตามความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยหนุนให้รายได้ของ RS เติบโตอย่างยั่งยืน 

 

ข้อมูลพื้นฐาน: 

บมจ. อาร์เอส (RS) ดำเนิน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

1. ธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง ดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนตัว และเครื่องประดับ ภายใต้แบรนด์ Magique, Clear Expert, Revive และ S.O.M.

2. ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ และธุรกิจสื่อวิทยุ ได้แก่ ช่อง 8, สบายดีทีวี, ช่อง 2, Series Channel, เพลินทีวี และ FM 93.0 MHz ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

3. ธุรกิจเพลงครบวงจรทั้งในส่วนของการบริหารศิลปิน การบริหารคอนเทนต์เพลง และการวางกลยุทธ์สื่อและการตลาด

 

บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ดำเนิน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่1. ธุรกิจรายการโทรทัศน์ ประกอบด้วย โทรทัศน์ระบบดิจิทัล ช่องทางออนไลน์ และการจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์

1. ธุรกิจการรับจ้างจัดงาน ให้บริการด้านการจัดงานกิจกรรมแบบครบวงจรทั้งภาครัฐและเอกชน

2. ธุรกิจละครเวทีและคอนเสิร์ต

3. ธุรกิจขายสินค้าและบริการ ได้แก่ ธุรกิจขายสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ Let Me In BEAUTY และ Me Vio และธุรกิจการให้ใช้บริการสถานที่

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post RS จับมือ Workpoint ลุยธุรกิจ MPC ตั้งเป้ารายได้โตพันล้านบาท ปี ‘64 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาร์เอส จับมือ เวิร์คพอยท์ ขายสินค้า ‘ไลฟ์สตาร์’ ผ่านหน้าจอ เริ่ม 1 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/rs-workpoint-wellness-shop/ Tue, 15 Oct 2019 08:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=295496 RS WORKPOINT

ที่ผ่านมา ‘อาร์เอส’ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสื่อสู่ธุรกิจพาณิช […]

The post อาร์เอส จับมือ เวิร์คพอยท์ ขายสินค้า ‘ไลฟ์สตาร์’ ผ่านหน้าจอ เริ่ม 1 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
RS WORKPOINT

ที่ผ่านมา ‘อาร์เอส’ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสื่อสู่ธุรกิจพาณิชย์อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นการเริ่มต้น ‘ยุคใหม่’ ภายใต้ Business Model ใหม่ ด้วยธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง Multi-platform Commerce (MPC) โดยต่อยอดจากธุรกิจสื่อดั้งเดิมอย่างมิวสิกสู่ธุรกิจสื่อที่แข็งแรงและมีความชำนาญ

 

MPC ถือเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของอาร์เอสเลยก็ว่าได้ จากข้อมูลที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ในช่วงไตรมาส 2 ธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทางก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจหลักด้วยยอดขาย 542.0 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60.2% รองลงมาธุรกิจสื่อ 262.5 ล้านบาท สัดส่วน 29.1% สุดท้ายธุรกิจเพลงและอื่นๆ 96.0 ล้านบาท สัดส่วน 10.7%

 

การเติบโตของ MPC นอกจากใช้สื่อที่มีภายใต้อาร์เอสแล้ว ยังเลือก Synergy กับรายอื่นๆ ซึ่งล่าสุดได้จับมือกับ ‘เวิร์คพอยท์’ เปิดช่องทางขายสินค้าใหม่ ภายใต้ชื่อ Wellness Shop จำหน่ายสินค้าของ ‘ไลฟ์สตาร์’ ซึ่งเป็นสินค้าในเครืออาร์เอส รวมถึงสินค้าของพาร์ตเนอร์ โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ในหลายช่วงเวลาตลอดทั้งวัน โดยจำหน่ายสินค้าผ่านทางช่องทางเทเลเซลและ LINE@

 

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจใหม่กับทีวีดิจิทัลอย่างช่องเวิร์คพอยท์ของ ปัญญา นิรันดร์กุล จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ รวมทั้งเพิ่มฐานข้อมูล Big Data ลูกค้าให้มากขึ้น และต่อยอดธุรกิจแบบ Win Win ทั้งคู่”

 

ปัจจุบันธุรกิจ MPC ของอาร์เอสที่มีอยู่ประมาณ 2 ล้านคน ส่วนเวิร์คพอยท์ที่ผ่านมาได้พัฒนาคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทั้งวาไรตี้ เกม รวมทั้งการพัฒนาระบบช้อปปิ้งออนไลน์ จนมีฐานลูกค้ากว่า 5 แสนคน

 

ทั้งนี้จากการประเมินรายได้จากการร่วมธุรกิจกับช่องเวิร์คพอยท์ในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท และปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนอาร์เอสวางเป้าหมายรายได้ให้เติบโตถึง 1 หมื่นล้านในปี 2565

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post อาร์เอส จับมือ เวิร์คพอยท์ ขายสินค้า ‘ไลฟ์สตาร์’ ผ่านหน้าจอ เริ่ม 1 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวด 5 ให้ช่อง 7 Workpoint และ SpringNews รวม 1,055 ล้านบาท https://thestandard.co/refund-digital-tv-license-fees/ Fri, 27 Sep 2019 08:37:49 +0000 https://thestandard.co/?p=290894

สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่าวันนี้ (27 ก.ย.) ได้ดำเนินการค […]

The post กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวด 5 ให้ช่อง 7 Workpoint และ SpringNews รวม 1,055 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่าวันนี้ (27 ก.ย.) ได้ดำเนินการคืนเงินค่าธรรมเนียมให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลงวดที่ 5 ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2562 ให้กับช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลลงทั้ง 3 ประกอบด้วย ช่อง 7, ช่อง Workpoint TV และช่อง SpringNews จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,055.66 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เผยว่า จำนวนเงินดังกล่าวแบ่งเป็นการคืนให้กับ 

  1. บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด (ช่อง SpringNews 19): 234,972,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  2. บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7): 398,040,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) 
  3. บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด (ช่อง Workpiont TV): 422,650,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

 

ทั้งนี้ การคืนเงินดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ที่ 4/2562) เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ 11 เมษายน 2562 ข้อ 12 (1) (1.1) (ข) และข้อ 15 

 

โดยมาตรการดังกล่าวกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกเงินคืนคลื่นความถี่ตามคำสั่งดังกล่าว ได้รับการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน โดย ‘ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สองงวดสุดท้าย’ (งวดที่ 5 และงวดที่ 6) ตามประกาศ กสทช. เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. 2556 สำหรับผู้รับใบอนุญาตที่ได้ชำระค่าธรรมเนียมเกินไปจากงวดที่ได้รับการยกเว้น ให้สำนักงาน กสทช. จ่ายเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวคืน 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

ภาพ: กสทช.

The post กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวด 5 ให้ช่อง 7 Workpoint และ SpringNews รวม 1,055 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>