WeTV Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/wetv/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 03 Apr 2026 11:05:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อัพ-ภูมิ ส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘Love of Silom รักแห่งสีลม’ เริ่มตอนแรก 24 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/love-silom-series-uppoompat-poompuripan/ Fri, 03 Apr 2026 11:05:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1194521 อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ ในภาพโปรโมตซีรีส์ Love of Silom รักแห่งสีลม

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ Love of Silom รักแห่งสีลม ซีรีส์ […]

The post อัพ-ภูมิ ส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘Love of Silom รักแห่งสีลม’ เริ่มตอนแรก 24 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ ในภาพโปรโมตซีรีส์ Love of Silom รักแห่งสีลม

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ Love of Silom รักแห่งสีลม ซีรีส์ Boys’ Love ที่เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ ผลงานจาก WeTV Original เตรียมออกอากาศตอนแรก 24 เมษายนนี้

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือการผลิตโดย Insight Entertainment และ YYDS Entertainment ที่ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง เป๊ปซี่ บัญชร มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน ผลงานจากปลายปากกาของ Violet Rain

 

ซึ่ง Love of Silom รักแห่งสีลม เป็นเรื่องราวของ กฤษฏ์ (อัพ ภูมิพัฒน์) นายตำรวจผู้เคยผิดหวังจากความรักในอดีต ได้มาพบกับ วายุ (ภูมิ ภูริพันธ์) หนุ่มพนักงานเอนเตอร์เทนที่ต้องเลี้ยงลูกของพี่สาวเพียงลำพัง การช่วยเหลือกันในคืนหนึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มาพร้อมกับอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน สะท้อนถึงสีสันของชีวิตพร้อมเสน่ห์ผ่านฉากหลังย่านสีลม

 

สำหรับโปรเจกต์นี้ เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ หลังจากเคยประกบคู่กันในซีรีส์เรื่อง MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ทั้งยังเป็นการกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ เป๊ปซี่ บัญชร อีกครั้งด้วยเช่นกัน ติดตามชม Love of Silom รักแห่งสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 20:00 น. ทาง WeTV เริ่มตอนแรก 24 เมษายนนี้

 

ภาพ: LoveofSilom / X

 

อ้างอิง: https://youtu.be/DhJ_6uej4mo?si=E5kY7tJ5IfGgZ2YE

 

The post อัพ-ภูมิ ส่งซีรีส์เรื่องใหม่ ‘Love of Silom รักแห่งสีลม’ เริ่มตอนแรก 24 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Never Forget Your Enemy ซีรีส์ BL สัญชาติเกาหลี จากการร่วมมือระหว่างไทยกับเกาหลี https://thestandard.co/never-forget-your-enemy-thai-korean/ Thu, 05 Mar 2026 01:31:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1184387 ภาพโปรโมตซีรีส์ Never Forget Your Enemy ซีรีส์ BL เกาหลี ที่ร่วมมือกับไทย

WeTV แพลตฟอร์มตรีมมิ่งชั้นนำ เปิดตัวก้าวใหม่กับ WeTV Or […]

The post Never Forget Your Enemy ซีรีส์ BL สัญชาติเกาหลี จากการร่วมมือระหว่างไทยกับเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปรโมตซีรีส์ Never Forget Your Enemy ซีรีส์ BL เกาหลี ที่ร่วมมือกับไทย

WeTV แพลตฟอร์มตรีมมิ่งชั้นนำ เปิดตัวก้าวใหม่กับ WeTV Original เรื่องล่าสุด Never Forget Your Enemy ยังไงก็ใช่นาย ซีรีส์ Boys’ Love สัญชาติเกาหลีภายใต้การอำนวยการสร้างโดย YYDS Entertainment และสตูดิโอเกาหลีชั้นนำ Studio Coffee Break พร้อมปล่อยเทรลเลอร์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

 

โปรเจกต์นี้เป็นการร่วมงานระหว่างค่ายผู้ผลิตมากฝีมือจากไทยอย่าง YYDS Entertainment ที่เคยสร้างสรรค์ผลงานมาแล้วมากมาย อาทิ ซีรีส์เรื่อง หอมกลิ่นความรัก และ MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน ในขณะที่ทางฝั่งเกาหลี ก็เป็นการร่วมงานกับ Studio Coffee Break ผู้สร้างซีรีส์สุดฮิต Love for Love’s Sake ย้อนกลับไปตกหลุมรัก มาแล้วเช่นกัน

 

สำหรับ Never Forget Your Enemy ยังไงก็ใช่นาย บอกเล่าเรื่องราวของ คีฮานึล (Hwang Jun Su) ประสบอุบัติเหตุทำให้สูญเสียความทรงจำในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และคนแรกที่เขาพบกลับเป็น ยอแซบย็อก (Lee Ja Woon) ศัตรูเก่าสมัยเรียนที่ยืนยันว่าทั้งสองคือคนรักกัน ท่ามกลางช่องว่างของความทรงจำ และความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ ความจริงบางอย่างจึงค่อยๆ ถูกเปิดเผย

 

ติดตามชมบทสรุปของเรื่องราวในครั้งนี้ทุกวันอังคาร – พุธ เวลา 17:00 น. ทาง WeTV ที่เดียวเท่านั้น เริ่มตอนแรก 17 มีนาคมนี้

 

ภาพ: WeTVth

The post Never Forget Your Enemy ซีรีส์ BL สัญชาติเกาหลี จากการร่วมมือระหว่างไทยกับเกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จูเนียร์-มาร์ค เปิดโมเมนต์เบื้องหลังก่อนดูซีรีส์เรื่องใหม่ใน My Romance Scammer Special https://thestandard.co/junior-mark-romance-scammer-special/ Wed, 28 Jan 2026 01:27:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1170347 จูเนียร์ ปณชัย และ มาร์ค จิรันธนิน ในเบื้องหลังซีรีส์ My Romance Scammer Special

อีกไม่นานเกินรอสำหรับซีรีส์ My Romance Scammer รักจริง […]

The post จูเนียร์-มาร์ค เปิดโมเมนต์เบื้องหลังก่อนดูซีรีส์เรื่องใหม่ใน My Romance Scammer Special appeared first on THE STANDARD.

]]>
จูเนียร์ ปณชัย และ มาร์ค จิรันธนิน ในเบื้องหลังซีรีส์ My Romance Scammer Special

อีกไม่นานเกินรอสำหรับซีรีส์ My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง ซีรีส์ Boys’ Love จาก GMMTV ที่เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ 2 หนุ่มพาร์ตเนอร์ จูเนียร์ ปณชัย และมาร์ค จิรันธนิน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ชมจึงมีการเปิดโมเมนต์เบื้องหลังซีรีส์พร้อมพูดคุยกับเหล่านักแสดงในอีพีพิเศษ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา

 

โดยภายในตอนพิเศษนี้จะเล่าถึงภูมิหลังของตัวละคร เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในซีรีส์ รวมถึงโมเมนต์เบื้องหลังที่เกิดขึ้นกว่าที่ซีรีส์เรื่องนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งบรรยากาศของการทำงานเรียกว่าเป็นไปอย่างกันเองเนื่องจากความสนิทสนมของนักแสดง รวมถึงตัวผู้กำกับอย่าง นิว ศิวัจน์ ก็เป็นที่คุ้นเคยของเหล่านักแสดงเนื่องจากเคยร่วมงานกันมาแล้วเช่นกัน

 

ซึ่งนอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ชมแล้ว นักแสดงนำอย่าง จูเนียร์ ปณชัย ยังฝากถึงสิ่งที่แฟนๆ ที่จะได้เจอในซีรีส์เรื่องนี้อีกด้วยว่า “เราจะได้เห็นมุมมองต่างๆ ของความรัก ว่าจริงๆ แล้วไม่ว่าเราจะเป็นใครก็สามารถที่จะเรียนรู้ที่จะรักและให้อภัยกันได้ เพราะคนคนหนึ่งแม้จะทำผิดพลาด แต่เขาอาจมีเหตุผลจำเป็นบางอย่างที่ต้องทำ ทุกตัวละครในเรื่องนี้ก็มีเหตุผลในการกระทำของตัวเองเช่นกัน”

 

สำหรับ My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง เป็นเรื่องราวของ ไป๋ (มาร์ค จิรันธนิน) และ นอร์ธ (ปูน มิตรภักดี) หลานชายเจ้าสัวว่าที่เจ้าของอาณาจักรแสนล้าน ที่โดนสองสแกมเมอร์ อย่าง ยู (โอห์ม ฐิติวัฒน์) และ ทิม (จูเนียร์ ปณชัย) หลอกแต่งงานเพื่อสินสมรส เรื่องราวการแต่งงานที่วุ่นวาย จึงมาพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหลอกลวงของมิจฉาชีพในคราบเจ้าบ่าว บทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร พบกันทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังที่ WeTV เริ่มตอนแรก 1 กุมภาพันธ์นี้

 

ภาพ: MyRomanceSeries / X

 

อ้างอิง: https://youtu.be/mh0Ca6VnOj0?si=b_DEJn7-UDrwMnX0

The post จูเนียร์-มาร์ค เปิดโมเมนต์เบื้องหลังก่อนดูซีรีส์เรื่องใหม่ใน My Romance Scammer Special appeared first on THE STANDARD.

]]>
SBS เปิดเวที Veiled Cup รายการดวลเสียงร้องที่มี 3 ตัวแทนคนไทยจากรายการ Veiled Musician Thailand https://thestandard.co/sbs-veiled-cup-thai-musician/ Tue, 13 Jan 2026 08:38:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1164633 SBS เปิดเวที Veiled Cup รายการดวลเสียงร้องที่มี 3 ตัวแทนคนไทยจากรายการ Veiled Musician Thailand

Veiled Cup รายการแข่งร้องเพลงจากช่อง SBS ประเทศเกาหลีใต […]

The post SBS เปิดเวที Veiled Cup รายการดวลเสียงร้องที่มี 3 ตัวแทนคนไทยจากรายการ Veiled Musician Thailand appeared first on THE STANDARD.

]]>
SBS เปิดเวที Veiled Cup รายการดวลเสียงร้องที่มี 3 ตัวแทนคนไทยจากรายการ Veiled Musician Thailand

Veiled Cup รายการแข่งร้องเพลงจากช่อง SBS ประเทศเกาหลีใต้ ที่รวมตัวท็อปโวคอลถึง 9 ชาติ ผ่านตัวแทนของแต่ละประเทศ ออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยตัวแทนประเทศไทยมาจากผู้ชนะ 3 อันดับแรกจากรายการ Veiled Musician Thailand ที่ออกอากาศไปเมื่อ 9 มกราคม 2026 ทาง WeTV

 

โดยรายการ Veiled Cup เป็นรายการแข่งขันร้องเพลงที่วัดกันด้วยความสามารถ แบบไม่จำกัดเรื่องรูปลักษณ์ เพศ หรืออายุ ที่รวบรวมนักร้องตัวแทนจากหลายประเทศในเอเชีย ผ่านรายการ Veiled Musician ของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม มองโกเลีย และลาว เพื่อพาผู้ชนะ 3 อันดับแรกมาร่วมแข่งขันต่อในประเทศเกาหลีใต้เฟ้นหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว

 

Veiled Musician Thailand

 

สำหรับ Veiled Musician Thailand ผู้ชนะที่เป็นตัวแทนประเทศไทยหลังจากเปิดเผยตัวตนก็ทำเอาเซอร์ไพรส์ทั้งกรรมการและผู้ชมด้วยประวัติของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นอันดับ 3 อย่าง นัตตี้ ณรรลฌา ที่เคยเข้าประกวด The Star 10 หรืออันดับ 2 ท็อปซี่ ธนพัฒน์ ผู้เข้าแข่งขันรายการ The Voice Pride และ แพรวา ทัตพิชา ผู้คว้าอันดับที่ 1 ของรายการด้วยอายุเพียง 19 ปี ก็เคยปรากฏตัวในรายการ The Golden Song มาแล้ว

 

นอกจากนี้ภายในรายการยังเต็มไปด้วยโชว์จากผู้เข้าแข่งขันมากความสามารถ และเซอร์ไพรส์พิเศษกับการปรากฏตัวของ นิว นภัสสร อดีตนักร้องดูโอ้ที่รู้จักกันในชื่อ นิวจิ๋ว ก็มาร่วมการแข่งขันในรายการนี้ด้วยตัวเองอีกด้วย เรียกว่าเป็นรายการที่เปิดพื้นที่แสดงความสามารถให้กับคนไทย ที่มาพร้อมความสนุกสนานจากคณะกรรมการหลัก และกรรมการพิเศษ Tiffany Young ผู้เป็นหนึ่งในกรรมการหลักของรายการ Veiled Cup ก็มาร่วมคัดเลือกตัวแทนเพื่อไปแข่งขันที่ประเทศเกาหลีด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: WeTV Thailand

อ้างอิง:

The post SBS เปิดเวที Veiled Cup รายการดวลเสียงร้องที่มี 3 ตัวแทนคนไทยจากรายการ Veiled Musician Thailand appeared first on THE STANDARD.

]]>
Veiled Musician Thailand รายการร้องเพลงจากเกาหลี จะออกอากาศทาง WeTV 9 ม.ค. 2026 https://thestandard.co/veiled-musician-thailand-wetv/ Sun, 28 Dec 2025 08:00:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1159459 Veiled Musician Thailand รายการร้องเพลงจากเกาหลี จะออกอากาศทาง WeTV 9 ม.ค. 2026

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา Veiled Musician Thailan […]

The post Veiled Musician Thailand รายการร้องเพลงจากเกาหลี จะออกอากาศทาง WeTV 9 ม.ค. 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Veiled Musician Thailand รายการร้องเพลงจากเกาหลี จะออกอากาศทาง WeTV 9 ม.ค. 2026

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา Veiled Musician Thailand รายการร้องเพลงจากประเทศเกาหลีใต้ ประกาศวันออนแอร์เป็นของขวัญให้กับแฟนๆ ผ่านทางแพลตฟอร์ม X โดยจะออกอากาศ 5 ตอนรวด ในวันที่ 9 มกราคม 2026 ทาง WeTV

 

โดย Veiled Musician Thailand เป็นรายการที่แฟนๆ ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจากประกาศเปิดตัวพิธีกรรายการอย่าง ดีเจนุ้ย ที่มาพร้อมกับกรรมการหลัก นำโดย เอก จากวง Season Five, สงกรานต์ รังสรรค์, แก้ม วิชญาณี และคริส พีรวัส ทั้งยังเรียกเสียงฮือฮามากขึ้นด้วยการเปิดตัวกรรมการพิเศษอย่าง นุนิว ชวรินทร์ และ Tiffany Young เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025

 

สำหรับรายการ Veiled Musician Thailand คือการแข่งขันร้องเพลงด้วยความสามารถโดยที่ไม่จำกัดเรื่องรูปลักษณ์ เพศ หรืออายุ เพื่อหาตัวแทนจากประเทศไทย ไปร่วมแข่งขันต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกับผู้ชนะอีกหลายประเทศในระดับโกลบอล

 

ภาพ: vmth_official / X

 

อ้างอิง: https://x.com/vmth_official/status/2004054502660624432?s=20

The post Veiled Musician Thailand รายการร้องเพลงจากเกาหลี จะออกอากาศทาง WeTV 9 ม.ค. 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เต้ย พงศกร และภูมิ ชวัลวัฒน์ ก้าวสู่บทบาทใหม่ใน Akina The Series https://thestandard.co/toey-phoom-new-roles-akina/ Fri, 26 Dec 2025 05:42:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1158474 เต้ย พงศกร และภูมิ ชวัลวัฒน์ ก้าวสู่บทบาทใหม่ใน Akina The Series

Tailai Entertainment ประกาศต้อนรับ เต้ย พงศกร และภูมิ ช […]

The post เต้ย พงศกร และภูมิ ชวัลวัฒน์ ก้าวสู่บทบาทใหม่ใน Akina The Series appeared first on THE STANDARD.

]]>
เต้ย พงศกร และภูมิ ชวัลวัฒน์ ก้าวสู่บทบาทใหม่ใน Akina The Series

Tailai Entertainment ประกาศต้อนรับ เต้ย พงศกร และภูมิ ชวัลวัฒน์ ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในโปรเจกต์ Akina The Series ซีรีส์ Boys’ Love ที่ร่วมงานกับ WeTV เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

โดย Akina The Series เป็นผลงานต่อเนื่องจากทีมผู้สร้าง Top Form the Series ซึ่งโปรเจกต์นี้ไม่ใช่การทำภาคต่อ แต่เป็นการต่อยอดจักรวาล Top Universe พร้อมเปิดตัว 2 นักแสดงนำ บูม รวีวิชญ์ และเต้ย พงศกร รวมถึงเปิดตัววิดีโอคอนเซปต์ ที่มาพร้อมเงาดำของบุคคลที่ 3 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ที่งาน WeTV Always More 2026 การเปิดตัวหนุ่ม ภูมิ ชวัลวัฒน์ ในครั้งนี้จึงทำให้แฟนๆ รอลุ้นกันว่าเขาจะใช่เงาดำในวิดีโอคอนเซปต์ดังกล่าวหรือไม่

 

สำหรับ เต้ย พงศกร เป็นนักแสดงที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาจากบทบาทพระเอกของทางช่อง 3 ที่ฝากผลงานมาแล้วมากมาย รวมถึงผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างเรื่อง วิมานหนาม ในบทบาท เสก และในส่วนของ ภูมิ ชวัลวัฒน์ เคยร่วมแข่งขันในรายการเซอร์ไววัล Starlight Boys ที่ประเทศเกาหลี อีกทั้งยังเคยมีผลงานการแสดงละครเรื่อง เว้าวอนรัก ในบทบาท แดนสรวง มาแล้ว

 

ภาพ: TaiLai_ENT / X

 

อ้างอิง: https://x.com/Tailai_ENT/status/2004054539805311147?s=20

The post เต้ย พงศกร และภูมิ ชวัลวัฒน์ ก้าวสู่บทบาทใหม่ใน Akina The Series appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลิกจ่ายแพง! 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด https://thestandard.co/9-tips-save-streaming-costs/ Sat, 20 Dec 2025 12:54:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1156552 เลิกจ่ายแพง 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด

เคยเป็นไหม? เรื่องนั้นก็กำลังฮิต เรื่องนี้เพื่อนก็ป้ายย […]

The post เลิกจ่ายแพง! 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลิกจ่ายแพง 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด

เคยเป็นไหม? เรื่องนั้นก็กำลังฮิต เรื่องนี้เพื่อนก็ป้ายยา ซีรีส์เกาหลีเข้าใหม่ อนิเมะเรื่องดังก็มา พอรู้ตัวอีกทีเราก็กดสมัครแอปดูหนังไปแล้ว 3-4 เจ้าพร้อมกัน

 

แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ตอนสิ้นเดือน พอเห็นเงินคงเหลือในบัญชีแล้วถึงกับช็อก เพราะ ‘เงินหายไปไหนหมด?’ คำตอบก็คือ มันละลายไปกับค่าสมาชิกรายเดือนที่เราจ่ายทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

 

เพื่อให้เรายังมีความสุขกับความบันเทิงได้โดยไม่ต้องกุมขมับเรื่องค่าใช้จ่าย ลองนำ 9 วิธีบริหารจัดการค่าสตรีมมิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้ดู รับรองว่าช่วยเซฟเงินได้จริง

 

1. สลับหมุนเวียนบริการสตรีมมิ่ง

 

อย่าสมัครทุกแอปพร้อมกัน นี่คือเทคนิคที่ประหยัดเงินได้มากที่สุด แทนที่จะสมัครทุกแอปพร้อมกัน ให้ใช้วิธี ‘ดูทีละเจ้า’ เลือกสมัครเฉพาะแอปที่มีคอนเทนต์ที่เราอยากดูที่สุดในตอนนั้น

 

เมื่อดูจบครบแล้วให้ยกเลิกหรือพักการเป็นสมาชิกไว้ก่อน แล้วค่อยย้ายไปสมัครแอปอื่นที่มีเรื่องใหม่รออยู่ การทำแบบนี้จะทำให้เสียเงินแค่เดือนละแอปเดียว แทนที่จะต้องจ่ายพร้อมกันหลายแอป

 

เคล็ดลับ: ตั้งการแจ้งเตือนในปฏิทินเพื่อยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บเงินรอบถัดไป

 

2. เลือกแผนแบบกลุ่มหรือครอบครัว

 

การเป็น Lone Wolf หรือฉายเดี่ยว มักจะแพงเสมอในโลกสตรีมมิ่ง หากมีสมาชิกในบ้านหรือกลุ่มเพื่อนที่ไว้ใจได้ การหารค่าสมาชิกคือทางออกที่คุ้มค่าที่สุด

 

แผน Family ของหลายๆ ค่ายเมื่อนำมาหารเฉลี่ยรายหัวแล้ว มักจะมีราคาถูกกว่าการสมัครแยกคนเดียวเกินครึ่ง

 

ดังนั้นลองสำรวจดูว่าคนรอบข้างใช้แอปไหนอยู่บ้าง แล้วรวมกลุ่มกันเพื่อแชร์ค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ตรวจสอบเงื่อนไขของแอปให้ดี บางแอปเคร่งครัดเรื่องที่อยู่ (ต้องอยู่บ้านเดียวกัน) บางแอปยืดหยุ่นกว่า ควรทำให้ถูกต้องตามกฎเพื่อป้องกันบัญชีถูกระงับ

 

Apple Music (เฉพาะเพลง)

 

แบบเดี่ยว (Individual): ราคา 139 บาท/เดือน

 

แบบครอบครัว (Family) – ได้สูงสุด 6 คน: ราคา 219 บาท/เดือน

 

ตกคนละ: ประมาณ 37 บาท

 

ประหยัดกว่าแบบเดี่ยว: 102 บาทต่อคน/เดือน

 

3. สมัครรายปีแทนรายเดือน

 

ถ้ามีแอปไหนที่มั่นใจแล้วว่าเป็น ‘แอปสามัญประจำบ้าน’ ที่ต้องเปิดดูแทบทุกวัน หรือมีรายการที่ต้องติดตามยาวๆ ตลอดทั้งปี

 

การยอมจ่ายเงินก้อนเพื่อสมัครแผนรายปีมักจะมาพร้อมส่วนลดที่คำนวณออกมาแล้วประหยัดกว่าการจ่ายทีละเดือนไปเรื่อยๆ อาจจะประหยัดลงไปประมาณ 15-20% เลย

 

WeTV VIP

 

แบบรายเดือน

 

ราคา: 129 บาท/เดือน รวม 1 ปี จ่ายประมาณ: 1,548 บาท

 

แบบรายปี – คุ้มกว่ามาก

 

ราคาปกติในแอป: ประมาณ 1200 บาท/ปี (เหมือนดูฟรี 5 เดือน)

 

ราคาโปรโมชั่น (ผ่านค่ายมือถือ AIS/True/Dtac): มักจะอยู่ที่ 599 บาท/ปี (เหมือนดูฟรี 7 เดือน)

 

4. ใช้ประโยชน์จากการทดลองใช้ฟรี

 

อย่ามองข้ามปุ่ม Free Trial หรือทดลองใช้ฟรี แพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้เราเข้าไปลองใช้งานก่อน 7 วัน หรือ 1 เดือน ช่วงเวลานี้เหมาะมากที่เราจะเข้าไปสำรวจว่ามีหนังที่ชอบไหม หรือใช้ดูเรื่องสั้นๆ ให้จบ

 

แต่กฎเหล็กคือ ทันทีที่กดสมัครทดลองใช้ ให้ตั้งนาฬิกาปลุกหรือแจ้งเตือนในปฏิทิน ไว้ก่อนวันหมดเขต 1 วัน เพื่อกดยกเลิกได้ทันท่วงทีหากเรารู้สึกว่าแอปนี้ยังไม่ตอบโจทย์

 

เหมาะสำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอีกครั้ง (ใครมีหลายอีเมล ลองเปลี่ยนอีเมลที่ใช้ล็อกอินก็จะได้สิทธิลองฟรีหลายครั้งนะ)

 

5. ดาวน์เกรดแพ็กเกจให้เหมาะกับการใช้งาน

 

ลองถามตัวเองดูว่า เราจำเป็นต้องดูความคมชัดระดับ 4K บนหน้าจอมือถือเล็กๆ หรือไม่ หรือเราดูคนเดียวแต่กลับสมัครแพ็กเกจที่ดูพร้อมกันได้ 4 จอหรือเปล่า?

 

การลดระดับแพ็กเกจลงมาเป็นระดับมาตรฐาน หรือแพ็กเกจสำหรับมือถือ จะช่วยลดรายจ่ายส่วนเกินที่ไม่จำเป็นออกไปได้ทันที ถ้าส่วนใหญ่แล้วเราดูคนเดียวบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต

 

Netflix (ประเทศไทย)

 

1. แพ็กเกจ Mobile – 99 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 480p-High ดูได้ทีละ 1 จอ และ ไม่สามารถ ดูบนทีวีหรือคอมพิวเตอร์ได้ (Cast ขึ้นจอไม่ได้)

 

2. แพ็กเกจ Basic – 169 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 720p ดูได้ทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ ทีวี และคอมพิวเตอร์ ดูได้ทีละ 1 จอเท่านั้น

 

3. แพ็กเกจ Standard – 349 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 1080p ภาพคมชัดมาตรฐาน ดูได้พร้อมกัน 2 จอ

 

4. แพ็กเกจ Premium – 419 บาท/เดือน

 

ความคมชัด 4K HDR (Ultra HD) ดูได้พร้อมกัน 4 จอ

 

6. สมัครสตรีมมิ่งผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

 

ลองเช็กโปรโมชั่นกับค่ายมือถือหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านของเรา บ่อยครั้งที่แพ็กเกจรายเดือนที่เราใช้อยู่ อาจจะมีสิทธิ์ดูแอปสตรีมมิ่งฟรีแถมมาให้ หรือมีส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่า การใช้สิทธิ์ตรงนี้ช่วยให้เราไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าสมาชิกเต็มจำนวน

 

iQIYI

 

สมัครเองโดยตรง (ผ่านแอป/เว็บ)

 

Premium VIP (4 จอ / 4K) รายเดือน: 199 บาท / รายปี: 2,000 บาท

 

สมัครผ่านค่ายมือถือ (AIS / True / Dtac) – คุ้มกว่า

 

Premium ราคาโปรโมชั่นมักอยู่ที่ 119 บาท/เดือน และ 1,200 บาท/ปี

 

7. พิจารณาแผนที่มีโฆษณาคั่น

 

แอปสตรีมมิ่งบางเจ้ามีตัวเลือกแผนที่ราคาถูกลงหรือฟรี แต่จะมีโฆษณาคั่น หากเราไม่ได้กังวลเรื่องโฆษณา นี่เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

 

8. คอยเฝ้าโปรโมชั่นและดีลพิเศษ

 

แอปสตรีมมิ่งก็เหมือนสินค้าทั่วไปที่มีช่วงลดราคา โดยเฉพาะช่วงเทศกาลอย่าง 12.12, Payday

 

หรือแม้แต่ข้อเสนอพิเศษทางอีเมลเพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับไปใช้บริการ การรอจังหวะดีๆ เหล่านี้จะทำให้เราได้ราคาที่ถูกลงกว่าปกติมาก

 

Spotify

 

โปรโมชั่น Premium Individual 3 เดือน 149 บาท จากปกติเดือนละ 149 บาท (หารเฉลี่ยตกเดือนละ 49 บาท) หมดเขต 31 ธันวาคม 2025

 

9. หมั่นตรวจสอบและยกเลิกบริการที่ไม่ได้ใช้

 

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด คือการตรวจสอบสมาชิกรายเดือนตัวเองเป็นประจำ เพื่อดูว่าเราจ่ายเงินไปกับแอปไหนบ้าง

 

หากพบว่าแอปไหนที่ไม่ได้กดเข้าไปดูเลยตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา นั่นคือสัญญาณเตือนว่ามัน ‘ไม่คุ้ม’ อีกต่อไป ให้รีบกดยกเลิกทันที

 

จำไว้ว่าเราสามารถกลับมาสมัครใหม่ได้เสมอเมื่อมีหนังที่อยากดู อย่าปล่อยให้มันตัดเงินเราเล่นๆ ไปเรื่อยๆ

 

สุดท้ายแล้ว ‘ความบันเทิง’ ไม่ควรเป็นภาระ การประหยัดค่าสมาชิกไม่ได้แปลว่าเราต้องอดดูสิ่งที่ชอบ แต่แปลว่าเรารู้จักเลือก ‘จ่าย’ ให้กับสิ่งที่ ‘ใช่’ ในเวลาที่เหมาะสม เพราะอิสระทางการเงินที่แท้จริง เริ่มต้นจากการอุดรอยรั่วเล็กๆ เหล่านี้… เพื่อให้เงินทุกบาทที่ประหยัดได้ กลายเป็นตั๋วพาเราไปหาความสุขที่ใหญ่กว่าเดิม

 

หมายเหตุ: ราคาและโปรโมชั่นแต่ละสตรีมมิ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

ภาพ: Catherine Falls Commercial

อ้างอิง:

 

The post เลิกจ่ายแพง! 9 เทคนิคประหยัดค่าสตรีมมิ่งให้อยู่หมัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปลวเพลิงคู่ มินิซีรีส์จีนของ เจมส์ ศุภมงคล และเกาหมินรุ่ย เตรียมฉาย 22 ธันวาคมนี้ https://thestandard.co/lie-yan-james-koh-gao/ Sat, 20 Dec 2025 03:00:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1156429 เปลวเพลิงคู่ มินิซีรีส์จีนของ เจมส์ ศุภมงคล และ เกาหมินรุ่ย เตรียมฉาย 22 ธันวาคมนี้

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับมินิซีรีส์จีนเรื่อง เปลวเพลิงคู่ น […]

The post เปลวเพลิงคู่ มินิซีรีส์จีนของ เจมส์ ศุภมงคล และเกาหมินรุ่ย เตรียมฉาย 22 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปลวเพลิงคู่ มินิซีรีส์จีนของ เจมส์ ศุภมงคล และ เกาหมินรุ่ย เตรียมฉาย 22 ธันวาคมนี้

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับมินิซีรีส์จีนเรื่อง เปลวเพลิงคู่ นำแสดงโดยนักแสดงชาวไทย เจมส์ ศุภมงคล จากค่ายดูมันดิ ประกบคู่กับ เกาหมินรุ่ย หรือ Koh Gao ประกาศออนแอร์ครบทั้ง 50 ตอน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2025 ทาง Tencent Video (WeTV)

 

โดย เปลวเพลิงคู่ เป็นมินิซีรีส์ที่สร้างจากนิยายจีนบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพี่ชายที่จะกลับมาตามหาน้องชาย หลังจากเกิดเหตุการณ์ล้างครอบครัว พร้อมกับการตามหาความจริงที่จะสามารถคลี่คลายเรื่องทุกอย่างได้ รวมถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องที่จะจบลงด้วยการเข้าใจผิดหรือคลี่คลายไปด้วยดี

 

นอกจากนี้ เปลวเพลิงคู่ ยังเคยจัดงาน Movie Screening รับชมซีรีส์ก่อนใครครั้งแรกร่วมกับนักแสดงมาแล้ว เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ Co-Event Hall ชั้น 5, Union Mall Bangkok ซึ่งเรียกว่าเป็นผลงานที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะเป็นการร่วมงานกันของนักแสดงจากไทยและจีนแล้ว ยังเป็นการกลับมาในฐานะนักแสดงอีกครั้งของหนุ่ม เจมส์ ศุภมงคล อีกด้วย

 

ภาพ: kerdomundi / X

 

อ้างอิง: https://x.com/DomundiTV/status/2001487829017465002?s=20

The post เปลวเพลิงคู่ มินิซีรีส์จีนของ เจมส์ ศุภมงคล และเกาหมินรุ่ย เตรียมฉาย 22 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการเดตของไทย ติดอันดับ 1 รายการวาไรตี้ระดับโกลบอลบน WeTV https://thestandard.co/love-x-thai-show-wetv/ Thu, 18 Dec 2025 11:29:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1156233 รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการเดตของไทย ติดอันดับ 1 รายการวาไรตี้ระดับโกลบอลบน WeTV

กระแสแรงตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ออกอากาศสำหรับ รักไร้ขอบเขต […]

The post รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการเดตของไทย ติดอันดับ 1 รายการวาไรตี้ระดับโกลบอลบน WeTV appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการเดตของไทย ติดอันดับ 1 รายการวาไรตี้ระดับโกลบอลบน WeTV

กระแสแรงตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ออกอากาศสำหรับ รักไร้ขอบเขต LOVE (X) Dating Reality show แรกจาก WeTV จนมีผู้ชมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของชาร์ตวาไรตี้ระดับโกลบอล พร้อมครองอันดับสูงสุดในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น ไทย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน รวมถึงภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ LOVE (X) ก็ขึ้นติดอันดับรายการวาไรตี้ยอดนิยมบน WeTV

 

โดย รักไร้ขอบเขต LOVE (X) เป็นรายการ Dating Reality Show ที่นำคนโสด 12 คนมาใช้ชีวิตร่วมกัน สำรวจความรู้สึกของตัวเอง เพื่อค้นหาความหมายของคำว่า ‘รัก’ ในแบบที่เป็นตัวตนของแต่ละคนอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้ WeTV ยังเดินหน้าโปรเจกต์พิเศษ LOVE (X) MINI SERIES มินิซีรีส์จำนวน 6 เรื่อง ที่เปิดโอกาสให้แฟนๆ มีส่วนร่วมในการโหวตเลือกผู้เข้าร่วมรายการที่ชื่นชอบ เพื่อร่วมแสดงใน Spin-off Series ของ WeTV อีกด้วย

 

สามารถติดตามชมความรักแบบไร้ขอบเขตทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 น. รวมถึงมินิซีรีส์ทั้ง 6 เรื่องได้ทาง WeTV เท่านั้น

 

ภาพ: WeTV

The post รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการเดตของไทย ติดอันดับ 1 รายการวาไรตี้ระดับโกลบอลบน WeTV appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก้า-เจนเย่ ส่งท้าย รับ(รัก)ออกแบบ ด้วยตอนพิเศษ LOVE DESIGN THE FINAL SKETCH https://thestandard.co/kao-janeyeh-final-love-design-the-final-sketch/ Mon, 24 Nov 2025 12:33:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1146952 เก้า-เจนเย่ ส่งท้าย รับ(รัก)ออกแบบ ด้วยตอนพิเศษ LOVE DESIGN THE FINAL SKETCH

จบลงอย่างอบอุ่นสำหรับซีรีส์ รับ(รัก)ออกแบบ ที่มียอดเทรน […]

The post เก้า-เจนเย่ ส่งท้าย รับ(รัก)ออกแบบ ด้วยตอนพิเศษ LOVE DESIGN THE FINAL SKETCH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เก้า-เจนเย่ ส่งท้าย รับ(รัก)ออกแบบ ด้วยตอนพิเศษ LOVE DESIGN THE FINAL SKETCH

จบลงอย่างอบอุ่นสำหรับซีรีส์ รับ(รัก)ออกแบบ ที่มียอดเทรนด์ X ตอนสุดท้าย ติดอันดับ 1 ทั้งในประเทศไทยและอีกหลายประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเอาใจแฟนๆ ที่ยังไม่มูฟออน จึงส่งตอนพิเศษ LOVE DESIGN THE FINAL SKETCH ให้แฟนซีรีส์รับชมส่งท้ายในวันที่ 5 ธันวาคมนี้

 

นอกจากความสนุกที่การันตีด้วยยอดเทรนด์อันดับ 1 แล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังเป็น Girls’ Love เรื่องแรกของ 2 นักแสดงมากฝีมือ เก้า สุภัสสรา และ เจนเย่ เมธิกา ทำให้กลายเป็นซีรีส์ Girls’ Love อีกหนึ่งเรื่องที่เสียงตอบรับอย่างล้นหลามทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับ รับ(รัก)ออกแบบ ตอนพิเศษ จะจัดฉายแบบ Live Streaming ให้รับชมทั่วโลก พร้อมทั้งมีรอบฉายพิเศษ ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema, Central World ในวันที่ 5 ธันวาคม 2025

 

รับ(รัก)ออกแบบ เป็นเรื่องราวของ ออกแบบ (เก้า สุภัสสรา) สถาปนิกสาวต้องกลับจากญี่ปุ่นมาช่วยบริษัทครอบครัวที่ใกล้จะล้มละลาย เพื่อคว้าโปรเจกต์สำคัญจึงทำการรวมทีมขึ้นใหม่และต้องพาตัว ริน (เจนเย่ เมธิกา) สถาปนิกอินดี้ ดีกรีระดับประเทศมาร่วมงานให้ได้ ระหว่างฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อให้โปรเจกต์สำเร็จ ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน สามารถรับชมย้อนหลังทาง WeTV

 

ภาพ: lovedesignth / X

อ้างอิง:

The post เก้า-เจนเย่ ส่งท้าย รับ(รัก)ออกแบบ ด้วยตอนพิเศษ LOVE DESIGN THE FINAL SKETCH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบร์ท-นนกุล กลับมาคลายความคิดถึงใน หอมกลิ่นความรัก Special EP https://thestandard.co/bright-nonkul-return-special-ep/ Mon, 24 Nov 2025 12:09:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1146936 หอมกลิ่นความรัก

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ หอมกลิ่นความรัก I Feel You Linger […]

The post ไบร์ท-นนกุล กลับมาคลายความคิดถึงใน หอมกลิ่นความรัก Special EP appeared first on THE STANDARD.

]]>
หอมกลิ่นความรัก

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ หอมกลิ่นความรัก I Feel You Linger In The Air หนึ่งในซีรีส์ที่ครองใจผู้ชมตลอดมาแม้จะผ่านไปเกือบ 2 ปี นำโดย ไบร์ท รพีพงศ์ และ นนกุล ชานน หลังจากเคยลงจอให้แฟนๆ ได้รับชมตอนพิเศษนี้ครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อปี 2023 ณ สยามภาวลัย เธียเตอร์ เพื่อคลายความคิดถึง WeTV พา Special EP. คำอธิษฐานของความคิดถึง กลับมาอีกครั้งพร้อมออนแอร์ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้

 

หอมกลิ่นความรัก เป็นซีรีส์วายพีเรียดเล่าเรื่องราวการเดินทางข้ามเวลาของ จอม (นนกุล ชานน) สถาปนิกหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ย้อนเวลาไปในช่วง พ.ศ. 2470 และพบกับชายที่เคยฝันถึง คุณใหญ่ (ไบร์ท รพีพงศ์) เจ้าของเรือนที่ตนรีโนเวตอยู่ จอมต้องค่อยๆ ปรับตัวกับบริบทที่ไม่คุ้นชิน ไปพร้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคุณใหญ่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น การกลับมาในตอนพิเศษนี้จึงถึงคราวของคุณใหญ่ที่ข้ามเวลามาในยุคปัจจุบัน ต้องปรับตัวและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนรักอย่างจอมบ้าง

 

ด้วยเนื้อเรื่องแบบย้อนยุค ตีแผ่ความรักในยุคสมัยที่ไม่เป็นใจ รวมถึงซีรีส์เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ที่มาจากนิยายชื่อดัง พร้อมด้วยทัพนักแสดงมากฝีมือทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังคงถูกพูดถึง และครองใจผู้ชมอยู่เสมอ การกลับมาพร้อมตอนพิเศษครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่แฟนๆ รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ สามารถรับชม หอมกลิ่นความรัก Special EP ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2025 ทาง WeTV

 

ภาพ: Dee Hub House

อ้างอิง:

The post ไบร์ท-นนกุล กลับมาคลายความคิดถึงใน หอมกลิ่นความรัก Special EP appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador https://thestandard.co/wetv-always-more-2026/ Thu, 06 Nov 2025 12:11:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1140452 สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador

WeTV แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังจากประเทศจีน ประกาศเปิดตัว […]

The post สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador

WeTV แพลตฟอร์มสตรีมมิงชื่อดังจากประเทศจีน ประกาศเปิดตัว Ding Yuxi (ติงอวี่ซี) ขึ้นแท่น Global Ambassador ในงานใหญ่ส่งท้ายปี WeTV Always More 2026 พร้อมประกาศไลน์อัปคอนเทนต์ทั้งฝั่งไทยและจีน งานนี้ซีรีส์ Boy’s และ Girl’s Love ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง

 

งานแถลงข่าวในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ยูเนียนฮอลล์ 1 ศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์ พร้อมยกทัพเหล่าศิลปินดาราร่วมเดินพรมส้ม ก่อนเข้าสู่การอัปเดตคอนเทนต์ซีรีส์ที่น่าจับตามองตลอดปี 2026 นี้

 

ภายในงานประกาศไลน์อัป ติงอวี่ซี นักแสดงผู้เป็นโกลบอลแอมบาสเดอร์ของสตรีมมิ่งยังเผยความรู้สึกในการร่วมงานกับ WeTV ว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและหวังว่าจะได้เป็นสะพานเชื่อมให้แฟนๆ ในจีนและแฟนๆ ทั่วโลกได้รู้จักและเข้าใจกันมากขึ้นผ่านคอนเทนต์ที่หลากหลายบน WeTV ทั้งยังฝากให้รอติดตามผลงานใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภูผาอิงนที (Fight For Love) ที่กำลังออกอากาศอยู่และ Escape to Your Heart ที่จะออกอากาศบน WeTV ในอนาคต

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 1

ติงอวี่ซี / WeTV

 

จากนั้นถึงเวลากับ 12 ไลน์อัปคอนเทนต์ จาก WeTV Always More 2026 ประเดิมด้วย WeTV Exclusive ที่จะเริ่มกันตั้งแต่ปลายปี 2025 รักไร้ขอบเขต LOVE (X) รายการ Dating Reality Show เฟ้นหาคนโสดทั้ง 12 คน มาใช้ชีวิตร่วมกัน ตามหาความรักแบบไร้ขอบเขต โดยมี 4 LOVE (X)PERT คริส หอวัง, รัศมีแข, ธามไท และเจนเย่ เมธิกา มาเป็น ผู้สังเกตการณ์ความรักประจำรายการ

 

ต่อกันที่ฝั่งซีรีส์ ประเดิมด้วย Girl’s Love อย่าง Love For Hire รับจ้าง(เลิก)รัก นำแสดงโดย เอนจอย ธิดารัตน์ และ จูน ณัณณิริณ กับบทบาทที่ต่างออกไปจากเดิม ด้วยเนื้อเรื่องเล่าถึงผู้หญิงที่มีอาชีพรับจ้างให้คนเลิกรัก แต่สุดท้ายดันแพ้หัวใจตัวเอง ก่อนส่งไม้ต่อให้กับ Frozen Valentine ปิ๊งรักคุณพี่เย็นชา ซีรีส์ที่สร้างจากนิยายยูริชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย นัตตี้ นัทธมณ และ ญี่ปุ่น ภูริชญา

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 2

รักไร้ขอบเขต LOVE (X) / WeTV

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 3

Love For Hire รับจ้าง(เลิก)รัก / WeTV

 

มาถึงซีรีส์ฝั่ง Boy’s Love ที่ยังคงอัดแน่นจากหลากหลายค่าย หลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Be My Player Two ซอโซ่ล่ามธีร์ ซีรีส์แนว E-Sport ที่สร้างมาจากนิยายดัง และได้รับความร่วมมือจากเกมฮิตอย่าง RoV ทั้งยังเป็นการกลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้งของ แม็กกี้ รชต และ บาส หัสณัฐ

 

มาต่อกันที่ Police in Love ที่รักสารวัตรเธียร์ ซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ นำแสดงโดย หยิ่น อานันท์ และวอร์ วนรัตน์ กับบทบาทตำรวจหนุ่ม 2 คน ที่ต้องแต่งงานเพื่อแก้เคล็ด ก่อนไปต่อกับอีกหนึ่งซีรีส์เกี่ยวกับความรักระหว่างตำรวจกับหนุ่มบาร์โฮสผ่านฉากหลังย่านสีลม Love of Silom รักแห่งสีลม ที่เป็นการกลับมาร่วมงานกันของ อัพ ภูมิพัฒน์ และ ภูมิ ภูริพันธ์ อีกด้วย

 

ปิดท้ายด้วย Magic Lover Series พ่อมดลุ้นรัก ซีรีส์แฟนตาซีที่มาพร้อม 3 คู่นักแสดงสุดฮ็อต เก่ง หฤษฎ์, น้ำปิง นภัสกร, โทมัส ธีร์ทัศน์, ก้อง ก้องภพ, จิมมี่ กานต์ และโอม ธนกฤต การันตีความสนุกด้วยยอดรับชม Pilot ทะลุ 4 ล้านวิว

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 4
Be My Player Two ซอโซ่ล่ามธีร์ / WeTV

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 5

Magic Lover Series พ่อมดลุ้นรัก / WeTV

 

นอกจากนี้ฝั่งซีรีส์ Boy’s Love ยังมีอีกหลายเรื่องให้รับชม ไม่ว่าจะเป็น My Romance Scammer รักจริงหลังแต่ง นำแสดงโดย โอม ฐิติวัฒน์, ปูน มิตรภักดี จูเนียร์ ปณชัย และ มาร์ค จิรันธนิน หรือซีรีส์เรื่องที่ 3 ของ ฟอร์ด ฐิติพงศ์ และ พีท วสุธร อย่าง Yesterday รอยรักวันวาน

 

ในส่วนของซีรีส์ภาคต่ออย่าง Fourever You เพราะรักนำทาง Part 2 ก็จะกลับมาเช่นกัน ทั้งยังมีซีรีส์ที่เป็นผลงานต่อเนื่องจากทีมผู้สร้าง Top Form the Series อย่าง Akina รวมถึง Never Forget Your Enemy ซีรีส์ WeTV ORIGINAL สัญชาติเกาหลีเรื่องแรก ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อนักแสดงในเร็วๆ นี้

 

เท่านั้นยังไม่พอ WeTV ยังคงนำเสนอคอนเทนต์หลากหลายทั้งจีน ไทย รวมถึงเกาหลี และญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ อนิเมะ และรายการวาไรตี้ต่างๆ พร้อมเตรียมเติมคลังซีรีส์จีนเกรด S+ ผลงานจากนักแสดงแถวหน้าของประเทศจีน อาทิ ไป๋ลู่, ตี๋ลี่เร่อปา, ติงอวี่ซี, เมิ่งจื่ออี้, ซ่งเวยหลง, โจวอี้หราน และจางหลิงเฮ่อ พร้อมเดินหน้าสู่ปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่ต่อไป

 

สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador 6

WeTV Always More 2026

 

ภาพ: WeTV

The post สรุปไลน์อัป WeTV Always More 2026 พร้อมเปิดตัว Ding Yuxi ในฐานะ Global Ambassador appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shine the series การเมือง และเรื่องรักของ ‘ชาย’ ในยุคเปลี่ยนผ่าน https://thestandard.co/shine-series-political-drama/ Wed, 20 Aug 2025 10:18:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1109380 shine-series-political-gay-drama

ความวุ่นวายทางการเมืองของไทย และปัญหาชายแดนกัมพูชา ทำให […]

The post Shine the series การเมือง และเรื่องรักของ ‘ชาย’ ในยุคเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
shine-series-political-gay-drama

ความวุ่นวายทางการเมืองของไทย และปัญหาชายแดนกัมพูชา ทำให้เราแทบจะลืมโปรเจกต์ดีๆ ในช่วงฮันนีมูนของรัฐบาลชุดนี้ในการผลักดันซีรีส์วายและยูริของไทยไปเลย อย่างเมื่อปลายปีที่แล้วก็มี ปิ่นภักดิ์ ซีรีส์ยูริที่ประสบความสำเร็จไปพอสมควร มาปีนี้ก็ถึงเวลาของซีรีส์ฟอร์มใหญ่ Shine The Series ที่ทำออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรส์เพราะได้ก้าวข้ามความเป็นซีรีส์วายสู่ซีรีส์เกย์ที่ใส่มิติทางการเมือง วัฒนธรรม และตัวตนของความเป็นไทยร่วมสมัยในยุคเปลี่ยนผ่าน เมื่อมนุษย์ขึ้นเหยียบดวงจันทร์ แต่บนโลกใบเดิม สังคมในประเทศเล็กๆ อย่างเมืองไทยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

Shine The Series พาเราเข้าไปทำความรู้จักชีวิตของชายหนุ่ม 4 คนในยุคเปลี่ยนผ่านตอนที่นีล อาร์มสตรองเพิ่งเหยียบดวงจันทร์ในปี 1969 ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เพิ่งมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และผ่านการเลือกตั้งปี พ. ศ. 2512 มาหมาดๆ

 

ตฤณ (อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) ดอกเตอร์หนุ่มด้านเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่งกลับจากฝรั่งเศส เขากลับมาพร้อมกับปมในใจที่ปล่อยให้แฟนสาวต้องตายเพราะออกไปประท้วงทวงความยุติธรรมให้สังคม ตฤณพกความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม โดยกำลังจะรับตำแหน่งระดับสูงในแวดวงราชการ พร้อมๆ กับถูกตั้งคำถามจากฝ่ายคัดค้านโครงการใหญ่ของกองทัพ จนเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำคือความถูกต้องหรือเปล่า เขาได้พบกับ ธันวา (มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง) นักร้องหนุ่มฮิปปี้ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง แต่มีความบาดหมางกับพ่ออย่างรุนแรง ธันวาฝากรอยจูบไว้กับตฤณจนเขาเริ่มสงสัยในความเป็นชายของตัวเอง

 

ขณะที่ ณรัน (ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี) นักข่าวสายลุยกำลังพยายามเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลโครงการของรัฐบาล ทำให้เขาได้เข้าไปพัวพันกับ ไกรเลิศ (สน-ยุกต์ ส่งไพศาล) นายทหารระดับสูงผู้ต้องเก็บซ่อนรสนิยมทางเพศของตัวเองเอาไว้ ชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขาคือคอลัมนิสต์ที่ใช้นามแฝงว่าใกล้รุ่ง และกำลังโต้คารมผ่านปลายปากกากับสรัสวดีซึ่งก็นามแฝงของณรัน ทั้งคู่นัดเจอกัน และแล้วความพุ่งพล่านของอารมณ์ก็ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึง

 

เรื่องราวชีวิตของชายหนุ่มทั้ง 4 คนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมและยุคสมัยจะเป็นอย่างไรต้องรอติดตาม

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

บอกตรงๆ ว่า Shine The Series อีพีแรกชงออกมาอย่างเข้มข้นด้วยบรรยากาศทางการเมืองและสังคมจนแอบหวั่นๆ ว่าถ้าตึงไปแบบนี้ตลอดทั้งเรื่องคนดูน่าจะไม่ไหว แต่ก็พอจะเข้าใจว่าคือการปูพื้นตัวละครแต่ละตัวที่แตกต่างกันทั้งบทบาทและอุดมการณ์ ทั้งยังเป็นลายเซ็นของค่ายนี้ที่มักกำกับอารมณ์คนดูผ่าน Mood & Tone น่าค้นหา และดาร์กดำพอประมาณ

 

แต่ละตัวละครถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อสื่อสารความตั้งใจของผู้สร้างตั้งแต่การตั้งชื่อ Shine แปลความหมายตรงตัวคือเปล่งประกาย และยังพ้องเสียงกับภาษาไทยว่า ‘ชาย’ กับการตั้งคำถามถึงความเป็นชายผ่านบทบาทของตัวละครเกินครึ่งว่านิยามคำนี้ไว้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นตฤณที่ใช้ชีวิตจริงจัง อยู่ในกรอบและผ่านความสัมพันธ์กับผู้หญิงมาตลอดแต่หวั่นไหวกับฮิปปี้หนุ่มอย่างธันวา ที่น่าสนใจคือทั้งคู่ยืนอยู่คนละฟากแนวคิดและการใช้ชีวิต ขณะที่ไกรเลิศคือตัวละครที่มีมิติและสะท้อนแก่นหลักของเรื่องไว้มากที่สุดทั้งหน้าที่การงานที่ต้องรับใช้ชาติ และชีวิตส่วนตัวในฐานะสามีผู้ไม่มีใจให้ภรรยาเพราะรสนิยมทางเพศ ไหนจะความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ในงานที่ทำ เรียกว่าไกรเลิศคือเดอะแบกตัวจริงของยุค 2512 ส่วน ณรัน นักข่าวผู้มีอุดมการณ์ผู้ไม่เคยตั้งคำถามกับความแหนงหน่ายต่อแฟนสาวลูกคุณหนูอย่างดาว (ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์) แต่กลับถูกดึงดูดโดยศัตรูที่เขาตั้งใจจะเปิดโปงอย่างไกรเลิศ กลายเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างความรักและหน้าที่ที่น่าจะทวีความเข้มข้นในตอนต่อ ๆ ไป

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

การวางคาแรกเตอร์ให้สองคู่หลักของเรื่องอยู่คนละฟากทางความคิดกลายเป็นเรื่องโรแมนติกแบบหวานๆ ขมๆ ที่มีเสน่ห์ในอีพีต่อมา ทั้งความรักโรแมนติก (ที่ยัง) ใสๆ ระหว่างตฤณและธันวา โดยมี วิคเตอร์ (ปีเตอร์ เดอร์รี่) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเริ่มก้าวเข้ามาในความสัมพันธ์ครั้งนี้ ขณะที่ฟากไกรเลิศกับณรันออกไปแนวดุดันไม่เกรงใจใครแต่ก็ได้อารมณ์โรแมนติกแบบวินเทจในยุคที่โลกนี้ยังไม่มีทินเดอร์ หวนให้คิดถึงเสน่ห์ของการเขียนและความตื่นเต้นที่ไม่รู้ว่าคู่สนทนาผ่านปลายปากกาหน้าตาเป็นอย่างไร ที่สำคัญเคมีของนักแสดงอย่างสนและยูโรก็คือโดนใจแบบสุดๆ เรียกว่าได้ว่าเราสนใจ Shine The Series เพราะพลังดาราของมาย-อาโป แต่กลับหลงเสน่ห์สน-ยูโรแบบไม่ทันตั้งตัว

 

อย่างไรก็ตามความท้าทายของ Shine The Series คือจะสร้างสมดุลอย่างไรให้สารเครียด ๆ เรื่องการเมืองสอดรับไปกับเรื่องรักโรแมนติกจนตรึงผู้ชมให้ติดตามกระทั่งตอนจบ ต้องรอติดตาม…

 

ต้องยอมรับในความกล้าของ Be On Cloud ที่หยิบเอาช่วงเวลาสร้างสารตั้งต้นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ของไทยมาเล่า (การก้าวขึ้นมามีอำนาจของจอมพลถนอม กิตติขจรนำไปสู่เหตุการณ์ 14 และ 16 ตุลาฯ) ก้าวข้ามอาหาร ขนม ผ้า หรือนานาสรรพสิ่งไทยแท้ที่กลายเป็นนิยามคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ จนไม่มีพื้นที่ให้ความเป็นไทยร่วมสมัยได้ Shine ในแบบที่ควรจะเป็น แม้จะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่ก็คือสร้างตัวตนและสะท้อนความเป็นไทยที่ไม่สมบูรณ์แบบและยังวนลูปซ้ำไปซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

นอกจากนี้ยังได้เห็นพลังสร้างสรรค์ผ่านโปรดักชันชั้นเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการจัดแสงเพื่อช่วยสื่อสารทั้งความขัดแย้งในโลกของตฤณที่ดูเคร่งขรึมตลอดเวลา ขณะที่โลกของธันวาเต็มไปด้วยสีสันสว่างไสว หรือการให้แสงแสดงความแตกต่างของชนชั้นอย่างฉากในโรงแรมแกรนด์ พาราดิโซที่ส่องให้เห็นตัวละครทุกคน ขณะที่แสงไฟส่องสว่างบนถนนกับวับแวมแทบไม่เห็นชนชั้นล่างจนเหมือนพวกเขาไร้ตัวตน รวมถึงเพลง Far Side of the Moon ของ Slot Machine ที่ใช้ประกอบได้อย่างลงตัวทั้งคุณภาพทางดนตรีและความหมาย จนพูดได้ว่าโปรดักชันไทยคุณภาพดีไม่อายใครก็ว่าได้

 

Shine The Series ทุกวันเสาร์ เวลา 22:00 น. ทางแอปพลิเคชัน WeTV และช่อง 7HD

 

 

The post Shine the series การเมือง และเรื่องรักของ ‘ชาย’ ในยุคเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจเรื่องไม่ Shine ที่ซ่อนในความ Shine ของมาย-อาโป https://thestandard.co/hidden-side-of-mile-apo/ Sat, 09 Aug 2025 05:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1105387 มาย-อาโป

“ความ Shine ไม่ได้มาจากแสงสว่างเพียงอย่างเดียว  แต […]

The post สำรวจเรื่องไม่ Shine ที่ซ่อนในความ Shine ของมาย-อาโป appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาย-อาโป

“ความ Shine ไม่ได้มาจากแสงสว่างเพียงอย่างเดียว 

แต่ความ Shine จะเด่นชัดขึ้น…เมื่อถูกห้อมล้อมด้วยเงามืด” 

 

ถ้าพูดถึงซีรีส์ที่สะท้อนสังคม หยิบยกประเด็นการเมือง จุดประกายความหวัง รวมถึงตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ก็คงไม่พ้น Shine The Series ที่เพิ่งเปิดตัวให้รับชมได้ทุกวันเสาร์ ทางช่อง WeTV และช่อง 7HD 

 

THE STANDARD POP ชวน มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ มาร่วมหาคำตอบผ่านบทสัมภาษณ์ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ต ทั้งเบื้องหลังซีรีส์และการแสดง (Shine On Stage) และเจาะลึกถึงตัวตนความ Shine และเงามืดของมาย-อาโป (Shine & Shadow) 

 

เมื่ออ่านบทสัมภาษณ์จบ คุณอาจสะท้อนเห็นมุมใหม่ในตัวเอง และพบว่า…มนุษย์ไม่ได้มีแค่ด้านที่เปล่งประกาย แต่ยังมีเงามืดบางอย่างที่กำลังกดทับความ Shine ของเราโดยที่ไม่รู้ตัว 

 

 

🔹Part 1: Shine On Stage (เบื้องหลังซีรีส์และการแสดง)

 

ในมุมของมาย-อาโป ซีรีส์เกย์ กับ ซีรีส์วายทั่วไป แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร

 

อาโป: ส่วนตัวไม่รู้ว่าแตกต่างกันอย่างไร ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นวาย ซีรีส์ Boy Love นี่เข้าใจ แต่วายยังไม่แน่ใจนิยามจริงๆ แต่ Boy Love ก็ตรงตัวเลย Boy ก็คือเด็กๆ นี่แหละครับ

 

มาย: ผมว่ามันก็แค่นิยามของผู้ชมที่มากำกับ มันเหมือนในตอนแรกที่มีคนกลุ่มหนึ่งมาบอกว่า นี่คือซีรีส์วาย มันก็เลยเรียกติดปากกันมาแค่นั้นเอง แต่จริงๆ แล้วมันก็คือผู้ชายกับผู้ชายที่มีความชอบซึ่งกันและกัน มีความรักซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องนี้ (Shine The Series) เราอาจจะไม่ได้นิยามว่า Boy Love เพราะคำว่า Boy มันคือเด็ก แต่ตัววัยวุฒิของนักแสดงก็ไม่ได้เด็กแล้ว อายุ 30 ต้นๆ กันแล้ว (หัวเราะ) แถมเนื้อเรื่องมันมีความเข้มข้น มีความซับซ้อน ผมชอบเปรียบเทียบว่าวายที่มีความซับซ้อน มันมีรสชาติที่ให้เราได้จินตนาการเยอะกว่าก็เหมือนเรื่องนี้แหละครับ งั้น Boy Love, Gay, Man Love หรือว่าวายจริงๆ ก็คืออันเดียวกัน ก็ไม่ผิดอะไรก็ไม่แปลกอะไร จริงๆ มันเป็นเรื่องที่เขาก็เรียกกัน แต่ซีรีส์เรื่องนี้น่าจะสนุกนะครับ

 

อาโป: โปว่ามันคือการนิยาม เพื่อให้เห็นภาพชัดอย่างตรงไปตรงมา เพราะว่าคำว่า Shine ที่เขียนแบบไทยมันแปลว่า ‘ผู้ชาย’ อยู่แล้ว และเรื่องนี้มันมีแต่ผู้ชาย แล้วผู้ชายเขารักกัน เราก็เรียกตรงๆ ไปเลยว่า มันคือเกย์

 

 

ความยาก-ง่ายของการแสดงในบริบทยุค 2512 ( Bangkok 1969) มีการทำการบ้านกับบริบทสังคม และแนวคิดของตัวละครอย่างไร และทำการบ้านกันหนักแค่ไหน

 

อาโป: ทุกตัวละครจะมี 3 สิ่งที่ต้องรู้เลยคือ 1.เศรษฐกิจ  2.สิ่งแวดล้อม 3.การเมือง ที่จะเป็นตัวบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนยุคนั้น

 

อย่างแรก ‘เศรษฐกิจ’ เงินสะพัดของยุคนี้กับยุคนั้นค่อนข้างต่างกัน การใช้สอยในยุคนั้นไม่สามารถที่จะเปิดโซเชียลขึ้นมาแล้วช็อปได้เลย ยุคนั้นจำเป็นต้องไปดู ต้องไปสัมผัส นี่คือความแตกต่างที่ทำให้บุคลิกภาพของคนเปลี่ยนไป 

 

‘สภาพสังคม’ ในยุคนั้นมันไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะฉะนั้นสภาพแวดล้อมในสังคมคนก็จะพูดคุยกันเป็นส่วนใหญ่ สังเกตไหมว่าอินโทรเวิร์ตถูกใช้กันหมู่มากในยุคนี้ เพราะว่าทุกคนเขาอยู่กับตัวเอง อยู่กับโทรศัพท์ อยู่กับคนในโทรศัพท์กันเป็นส่วนใหญ่ แต่ ณ ยุค 1969 หรือ พ.ศ.2512 มันน้อย มันเลยทำให้ผู้คนเขาไม่ได้นิยามว่าจะเป็น ‘อินโทรเวิร์ต’ หรือ ‘เอกซ์โทรเวิร์ต’ แต่ทุกคนคือ ‘มนุษย์’ มันไม่ได้จำกัดความ ทุกคนเหมือนกัน มันมีการติดต่อสื่อสารคนละแบบ 

 

‘การเมือง’ การเมืองยุคนี้กับยุคนั้นก็ไม่เหมือนกัน การเมืองยุคนี้ค่อนข้างอิสระกว่ายุคนั้นในหลายๆ ทาง เรามีการแสดงความคิดเห็นได้ในหลากหลายรูปแบบ การยอมรับความหลากหลายมันไม่เหมือนกัน ทำให้บุคลิกภาพคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 

 

คิดว่า 3 ข้อนี้มันทำให้ง่ายต่อการเข้าใจหลัก เพราะสมมติอย่างวันนี้โปแต่งตัวใส่เสื้อแจ็คเกตหนังกลับ ใส่กางเกงสีบานเย็นชมพูมา ถ้าในยุคก่อนคนอาจจะมองว่า ทำไมถึงแต่งตัวไม่เหมือนชาวบ้าน แต่พอในยุคนี้ความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดี เราควรจะยอมรับในสิ่งที่เป็น ที่เราชอบความสดใสอะไรแบบนี้ โปคิดว่า 3 ข้อหลักๆ นี้ สามารถบอกบริบทได้ในทุกๆ ตัวละครที่เราไปเล่น โดยเฉพาะการเล่นพีเรียดแบบนี้ 

 

 

เราเลยนำหลักพวกนี้มาปรับใช้เป็นตัวละครของ ‘ตฤณ’ ใช่ไหม

 

อาโป: ใช่ เป็นตัวละครและบุคลิกภาพของตฤณ ของคนที่เขาเรียนมาเยอะ แล้วก็รู้สึกว่าทุกสิ่งมันเปลี่ยนแปลงได้ แค่มันยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย แล้วมันจะต้องทำอย่างไร อย่างถ้าเป็นคนแบบตฤณที่อยากทำให้ประเทศดีขึ้น อยากทำให้สังคมดีขึ้นถ้ามาในยุคนี้มันเคยเกิดขึ้นแล้ว แล้วมันเป็นไปได้ เขาก็จะสู้อีกแบบหนึ่ง แต่ในยุคนั้นเขาก็สู้อีกแบบหนึ่ง

 

มาย: ในพาร์ตของผม ผมใช้วิธีการทำงานที่เหมือนการใช้ชีวิตเลยครับ ผมจะมองวิธีการทำงานเริ่มจาก Top Down และ Bottom Up ขึ้นไป 

 

Top Down คือเรามองจากภาพกว้าง หรือมองจากจุดหมายลงมาให้เห็นถึงรากของตัวละคร หรือบางทีมอง Bottom Up ขึ้นไปก็คือมองตัวละครว่าจริงๆ แล้วมันมีความรู้สึกอย่างไรเพื่อไปสู่เป้าหมายของตัวมันเอง มันมีวิธีการมอง 2 อย่าง แล้วมารวมกับบท บทมาอย่างไรเราก็ต้องมาเบลนด์ให้เข้ากับวิธีการมองต่างๆ แต่ว่าเรื่องนี้มันจะมีเทคนิคในการทำตัวละครของผมเพิ่มเติมคือ พอเรารู้ Side story ที่เป็นแบ็กกราวด์ที่อาจจะไม่ได้เล่าในเรื่อง เราทำตรงนั้นละเอียดหน่อย เพื่อให้ละเอียดในการเล่นให้ถึงขีดสุดเท่าที่เราทำได้ เราเตรียมไปโดยที่เราอาจจะไม่ต้องไปปรึกษาผู้กำกับก็ไปเล่นตรงนั้นเลย แต่วงเล็บคือยังอยู่ในกรอบของที่เคยคุยกับผู้กำกับไว้ ก็คือครูหนิงที่เป็นคนพัฒนาบทกับพี่ปอนด์มาบางส่วน 

 

ยกตัวอย่างเช่น กีตาร์ มันใช้กีตาร์ตรงยุคจริงหมด เขาอยากให้ทุกอย่างตรงยุคหมด เราก็ใช้กีตาร์สะสมของเรา แต่ว่าเรารู้สึกว่าความเป็นฮิปปี้ในยุคนั้นจริงๆ เส้นทางมันมาจากความอยากจะเกิดอิสระ อยากมีความแตกต่าง เทรนด์หลักของฮิปปี้ในยุคนั้นที่ไม่ได้ถูกเล่าในเรื่องนี้มันคือ ไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) ฮิปปี้มีการตีความหลากหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่ลุคที่เราเห็นภาพกันจะเป็นแบบที่ธันวาเป็นนั่นแหละ แต่ภายใต้ลุคนั้นเทรนด์หลักในสมัยก่อนที่จะไปเจอสมัยของ จอห์น เลนนอน ในประมาณปี 1972 – 1973 ประมาณนั้น ถ้าย้อนกลับไปจากยุคนั้นมันคือ ไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) ผมก็เลยเอาความไซเคเดลิกร็อก (Psychedelic rock) มาทำใส่กีตาร์ให้มันเห็นภาพมากขึ้น หรือแม้กระทั่งพวกประวัติศาสตร์ต่างๆ ก็เอามาใส่ เพราะมันคือวิธีการคิดบางอย่าง ต่อให้ธันวาจะเป็นตัวนั้น 100% หรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ตัวละครตัวนี้ในยุคนั้นเป็นลุคแบบนี้มันมีเทรนด์อยู่ 

 

บางคนอาจจะมีความสับสนแต่ส่วนตัวเราทำละเอียด จริงๆ แล้วยุคที่เห็น จอห์น เลนนอน มาเป็นเหมือนผู้นำของฮิปปี้มันคือในช่วง 70s ต้น – ปลายๆ แล้วนะ ช่วงเวลามันหลังจากเรื่องนี้ ผมก็จะไม่เลือกชอยส์นั้น ผมก็จะเลือกที่เป็นตระกูลวูดสต็อก (Woodstock) ถ้าคนรู้จักคอนเสิร์ตวูดสต็อก (Woodstock) ก็จะรู้จักฮิปปี้มาจากตรงนั้นเป็นหลัก ผมเลยเข้าใจว่าคนยุคนั้นที่เห็นภาพพวกนี้ เหมือนเราอยากจะไปปลายทาง แล้วปลายทางมันคืออะไร อันนี้เป็นตัวอย่างในการทำงานนะครับ แล้วก็แตกออกมาเป็นเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ผมว่าการทำ Pre-Production ต้องลึกที่สุดเท่าที่ทำได้ภายใต้กรอบของทีมที่ต้องการ และภายใต้กรอบของจินตนาการที่เราจะจินตนาการถึง เพราะถ้าเราเอาที่ทุกคนว่าตรงกันหมดอย่างเดียว แล้วไม่ได้ใส่จินตนาการของเรามันคงแข็ง มันไม่ใช่งานศิลปะ อันนี้เราต้องอย่าลืมว่ามันคืองานศิลปะกึ่งคอมเมอร์เชียล (Commercial) อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็ยังเป็นศิลปะ

 

อาโป: โปว่าเสน่ห์ความ Shine ของแต่ละคนคือ ทุกคนจะเล่าชีวิตของตัวเองในแบบของตัวเอง อันนี้ถึงเรียกว่า Shine เพราะพอเราเอาเส้นทางทั้งหมดมาสร้าง เรายังเล่าชีวิตตัวเองได้เลย เราก็ต้องเล่าชีวิตตัวละครได้แบบนั้น สมมติโปกับพี่มายเล่นตัวละครเดียวกันการเล่ามันก็คนละแบบ

 

มาย: ใช่ ประมาณนั้น หรือพฤติกรรมที่เป็นเนเจอร์ก็ไม่เหมือนกัน ต่อให้ปรึกษาตีความเหมือนกันเป๊ะ จังหวะเดินหรืออะไรต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน พวกนี้สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้หมดตามคาแรกเตอร์ที่เราคุยกันกับทีม เรื่องนี้ผมตั้งใจให้หุ่นไม่ได้ลีนมาก เพราะผมว่าในยุคนั้นคนที่ฮิปปี้มีความสุขในไทย เขาไม่เข้าฟิตเนสหรอก คงติดเผละนิดนึงอะ เราก็ยอม เราตีความตัวละครมันเป็นแบบนั้น เราจะยัดภายใน 3-4 เดือน ไล่ให้มันลีนเหมือนสมัยคินน์ (ตัวละครจาก KinnPorsche The Series) ก็ได้ แต่เราก็ไม่ได้เลือกชอยส์นั้น มันอาจจะสวยในภาพการมองแต่ว่าสำหรับงานศิลปะที่เราสร้าง เราไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น มันอยู่นอกเหนือจากที่เราจินตนาการไว้

 

ย้อนกลับไปถึงเป้าหมายตัวละครที่พูดไว้ อยากรู้ว่าเป้าหมายตัวละครของ ‘ตฤณ’ และ ‘ธันวา’ คืออะไร

 

อาโป: เป้าหมายของตัวละครตฤณคือการทำให้โลกดีขึ้น การทำให้ประเทศดีขึ้น อยากทำให้ที่ที่เขาอยู่ดีขึ้น ดีขึ้นหมายความว่าทุกคนมีสิทธิเป็นของตัวเอง ทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะในยุคนั้นมันเกิดขึ้นที่เมืองอื่นๆ ของประเทศอื่นๆ แต่มันยังไม่ได้เกิดขึ้นในไทย

 

มาย: (หัวเราะ) ถ้าตัวธันวามันคือ Seize the day ทำทุกวันให้มีความสุข หรือที่เขาเรียกว่า ‘สุขนิยม’ คำอาจโบราณนิดนึง ทำทุกอย่างให้ Seize the moment ให้ทุกโมเมนต์มีความสุขก็พอ ธันวาดูเหมือนคนไม่มีเป้าหมาย แต่ว่าการใช้ชีวิตคือให้มีความสุขนั่นคือเป้าหมาย เวลาแสดงเราก็จะเลือกอันนั้น วงเล็บภายใต้แบ็กกราวน์หลายๆ อย่างที่ต้องไปดูในเรื่อง เพราะแค่สุขนิยมก็คงไม่พอที่จะทำให้ตัวละครมันน่าสนใจ ตัวธันวามันมีความเข้าใจความเป็นมนุษย์ค่อนข้างสูง มันใช้ชีวิตมาถึงในวัย 20 กว่าๆ มันเข้าใจอยู่แล้วแหละ เพียงแต่ว่าใน โมเมนต์ที่เราเลือกในเรื่องนี้มันใช้คำว่า Seize the day หรือ Seize the moment เพราะว่ามันอาจจะมีปมบางอย่าง ความต้องการบางอย่าง หรืออาจจะผ่านเรื่องราวที่ไปเกี่ยวข้องกับตัวละครอื่นๆ พูดได้ไหมล่ะถ้าพูดก็ติดสปอยล์อะ (หัวเราะ) เอาเป็นว่าเป้าหมายมันคือใช้ชีวิตให้มันมีความสุขในทุกๆ วัน (หัวเราะ) 

 

 

ตัวละคร ‘ธันวา ฉัตรบดี’ และ ‘ตฤณ สุวรรณภาสน์’ มีความเหมือนและแตกต่างกับตัวเองอย่างไร

 

มาย: ให้เหมือนประมาณ 70% คงเหมือนตรงที่ชอบดนตรีเหมือนกัน เหมือนที่ในมุมของการเข้าไปหาความสุข มีวิธีการบางอย่างเหมือนกัน แต่อาจจะไม่ใช่ประเภทเอกซ์โทรเวิร์ตที่สามารถดึงคนอื่นเข้ามาในโลกของเราเป็นเวลานานได้ เราต้องการการชาร์จแบตบางอย่าง ต้องการ Critical thinking กับตัวเอง เราเป็นเหมือนสไนเปอร์ ปั้ง! แต่ธันวา เจ้านั่นเป็นเหมือนปืนกลมากกว่าในการใช้ชีวิต วิธีการหรือความสุขที่ต้องการ ความชอบ ภายนอกบางอย่างที่มีความคล้ายกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันที่สุดก็คือชอบอิสระเหมือนกัน อุ๊ย! อยากเล่าละเอียดจังเลย (หัวเราะ)

 

อาโป: จริงๆ ก็คล้ายนะ โปอยากทำให้ที่ที่โปอยู่มันดีขึ้น ทั้งตัวเรา คนใกล้ตัว ครอบครัว ที่ทำงาน อุตสาหกรรม สังคม หรือประเทศที่เราอยู่ เราอยากให้มันดีขึ้น มันเป็นสิ่งที่ตัวละครก็คิดเหมือนกันว่ามันดีขึ้นได้ มันเปลี่ยนแปลงได้ เป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการอาจจะไม่เหมือนกัน 

 

อย่างตัวละครพอเขาเรียนมาเยอะ เขาไม่ได้ผ่านโลกความเป็นจริงมาเยอะมาก มันเลยทำให้เขาไม่สามารถที่จะปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ได้ แต่ในส่วนตัวเอง โปคิดว่าเราโชคดีที่ได้ทำงาน ได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่หลากหลาย อย่างเช่น ได้เจอพี่มาย ได้ไปออกกองต่างๆ ได้ไปต่างประเทศ  หรือการได้เจอ THE STANDARD บุคลิกภาพ สังคม แต่ละที่ที่ไปมันไม่เหมือนกัน มันทำให้เห็นสังคมในหลายๆ รูปแบบ ได้เห็นโลกแห่งความเป็นจริง อย่างล่าสุดที่เพิ่งไปมาที่เห็นชัดเลยคือไปลอสแอนเจลิส,  ไมอามี, นิวยอร์ก, เบลเยียม มันเลยทำให้ในระยะเวลา 1-2 อาทิตย์นี้ มันเห็นคนในสังคมที่แตกต่างกันอย่างรวดเร็ว จากสถานที่ที่อยู่ สังคมต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทุกสิ่งทุกอย่าง เลยทำให้คนคิดและเป็นแบบนี้ แปลว่าพอเราได้เจอโลกความเป็นจริง มันไม่มีผิดมีถูกหรอก เราต้องออกไปเจอโลกแห่งความเป็นจริง วิธีการเลยต่างกับตัวละคร 

 

จริงๆ โชคดีมากที่วันนี้ได้มีแฟนๆ ในหลากหลายที่ โปก็อยากให้พวกเขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ผ่านผลงาน ผ่านบทสัมภาษณ์ ผ่านสิ่งต่างๆ กิจวัตรของเรา สิ่งที่เราทำ แค่เราทำตัวบ้าๆ บอๆ สนุกสนาน เขาก็รู้สึกว่ามันเติมเต็มความสุขของพวกเขา อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

 

มาย: ก็คล้ายๆ กับธันวา เรื่องสุขนิยมแหละ ตัวละครไม่ได้โฟกัสแต่ตัวเอง เพราะว่าสุดท้ายจะอินโทรเวิร์ตหรือเอกซ์โทรเวิร์ตอะไรก็ตาม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ตัวเราก็ Sharing is Caring พูดเหมือนใน THE STANDARD ตลอดที่บอกมา ความสุขง่ายๆ คือการเห็นคนอื่นมีความสุข มันก็เป็นวิธีหนึ่งที่ง่าย แต่ว่าจะทำให้เขามีความสุขด้วยวิธีอย่างไรก็แล้วแต่วิธีการ หรือจังหวะของแต่ละคน ธันวาก็เป็นสไตล์นั้น

 

ตัวละคร ‘ธันวา ฉัตรบดี’ และ ‘ตฤณ สุวรรณภาสน์’  ได้เปลี่ยนแปลงความคิด หรือมุมมองใหม่ๆ ของมาย-อาโป บ้างไหม แล้วได้นำกลับมาใช้กับตัวเองอย่างไรบ้าง 

 

อาโป: มีนะครับ ในหลายๆ ครั้งที่โปได้รับบทต่างๆ เราก็จะเข้าไปค้นหาตัวละครแล้วก็กลับมาดูกับตัวเองว่าการที่เราทำสิ่งต่างๆ มันคล้ายกับสิ่งที่ตัวละครทำไหม ตอนที่เราเล่นเป็นตัวละครมันเห็นตอนจบ เราก็รู้ว่าพฤติกรรมอย่างนี้ ถ้าเขาทำแบบนี้ก็จะส่งผลไปตอนจบแบบนี้ เพราะเขามีนิสัยแบบนี้ เราก็มาถามตัวเองว่าแล้วเราล่ะ มีพฤติกรรมที่คล้ายกับตัวละครไหม ถ้าตอนจบมันเป็นแบบนั้น เราควรจะปรับเปลี่ยนนิสัย มันก็เป็นพัฒนาการ แต่หลากหลายตัวละครที่ได้รับมามันเป็นตัวละครที่มันเติบโตในเชิงวิธีคิด ทางด้านร่างกาย หรือทุกๆ สิ่ง แต่พอมาเรื่อง Shine มันมีหลายๆ อย่างในตัวละครที่ทำให้เรารู้สึกว่าอันนี้เราไม่ได้เป็น ยกตัวอย่างเช่น สู้จนไม่ลืมหูลืมตา มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า อ๋อ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราปรับตัว คล้ายขนมเปียกปูนเวลาจิ้มมันยวบเลยเนาะ ซึ่งเราไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราพร้อมปรับตัว โปพยายามจะเป็นน้ำ สามารถเข้าได้กับทุกภาชนะ โปว่าในเรื่อง Shine มันก็ทำให้เราเห็นในมุมที่ไม่เวิร์คบ้าง ในบางจังหวะของตัวละคร เราก็กลับมาสะท้อนกับตัวเองบ้าง มันก็น่าสนใจในอีกแบบ

 

มาย: ผมว่าความเจ๋งของการเป็นนักแสดง ซึ่งเราเพิ่งได้มาอยู่จริงๆ จังๆ ประมาณ 4-5 ปีนี้ ทุกครั้งที่เราจะทำอะไรจริงจังในฐานะนักแสดง มันมีการทำ Pre-Production ตรงนี้แหละที่เราต้องเข้าไปในตัวละคร สำรวจตัวละคร มันคือการจินตนาการหรือทำตัวละครขึ้นมา ในระหว่างที่ทำตัวเราเป็นคนทำเอง เราก็จะเห็นว่าถ้าทำอย่างนี้มันก็ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ หรืออย่างนี้มันดีกว่า ทุกครั้งเราเรียนรู้ตัวเขาก็เหมือนเราได้เรียนรู้ไปในทางเดียวกัน ตอบคำถามนี้ว่าได้มุมมองที่หลากหลายมากๆ ในการเลือกตัดสินใจหรือแม้กระทั่งตอนที่เราแสดงเอง สุดท้ายแล้วจิตใต้สำนึกของเราก็จะมีความรู้สึกตัวที่หลงเหลืออยู่ว่า การแสดงออกแบบนี้ของตัวละคร การฟาดกีตาร์ ลึกๆ แล้วรู้สึกว่าอารมณ์นั้น จังหวะนั้น มันได้เรียนรู้ตัวเองไปในตัว ซึ่งก็เรียนรู้มาตลอดกับตัวธันวา

 

มาย-อาโป

 

สามารถสปอยล์สักเรื่องได้ไหม

 

มาย: คนที่บอกว่าเข้าใจชีวิตหรือว่าปล่อยวาง จริงๆ เขาอาจจะเป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยในตัวเองก็ได้ เขาแค่มีเหตุผลให้กับตัวเอง (ยิ้ม)

 

อาโป: ตฤณคือหนึ่งในคนที่เชื่อว่ามีคนอีกมากมายที่เชื่ออย่างหนักแน่นว่าโลกต้องเป็นแบบนี้ ทำแบบถูกต้อง แต่มันมีอีกหลายตัวละครที่ทำให้ตฤณรู้สึกว่ามันไม่ใช่ โลกมันเป็นอีกแบบ โลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นแบบนี้ ไอ้น้อง ไอ้หนุ่ม ลองดู ลองสิ่งใหม่ๆ ดู เพราะพระจันทร์ไม่ได้มีด้านเดียว อีกด้านที่มืดไม่ได้หมายความว่าไม่มี แต่แค่คุณไม่ได้ลองสำรวจมัน

 

มีฉากหรือช่วงไหนในซีรีส์ที่รู้สึกว่า “อิน” เป็นพิเศษบ้างไหม เพราะอะไร

 

อาโป: ช่วงที่โปอินเป็นพิเศษมันเป็นช่วงที่เขาได้ค้นพบความจริง และตื่นรู้จากสิ่งต่างๆ เป็นภาวะที่เขาลงไปจุดต่ำสุดแล้วเขาก็ตื่นรู้ เป็นพาร์ตที่ชอบที่สุด และอยากให้ทุกคนรอดู เชื่อว่าทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนกับเขา

 

มาย: ยังไงดี (หัวเราะ) ในฐานะนักแสดงเราต้องเข้าใจและรู้สึกก่อนที่จะแสดงออกมาก็อินหมดอยู่แล้ว แต่ถ้าแบ่งเป็นฉากๆ พูดยาก เพราะเราแปลกนิดนึง เราดูเป็นแค่คนสุขนิยม ดูแบนๆ ในนิยาม แต่จริงๆ เลเยอร์ในความคิดของธันวาลึกมากๆ ถ้าไปดูในเรื่องจนจบจะเข้าใจว่าลึกอย่างไร ลึกจนถึงสุดโต่งเท่าที่ผมจะใช้เรื่องจิตใต้สำนึกภายในมาช่วยได้ด้วยซ้ำในการทำการบ้าน แต่ในตอนแสดงเราก็เข้าไปในตัวละครตอนนั้น ตัวธันวาเลยลึกมากๆ

 

 

ในอนาคต มาย-อาโป อยาก shine ในบทบาทงานแสดงประเภทไหนมากที่สุดมาย: เลือกเป็นสักบทบาทยาก แต่ผมอยากทำงานคราฟต์ ไม่ได้อยากจะเลือกงานที่บทมาก่อน 2 วัน แล้วรีบเล่นเลย จริงๆ ก็ทำได้มันก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงาน แต่ถ้าเราเลือกได้ก็คงคล้ายๆ Shine, คินน์พอร์ช หรือ แมนสรวง ในยุคที่ผ่านมา มันมีเวลาในการทำ Pre-Production ให้เราได้ตกตระกอน เพราะเราก็อยากสร้างงานศิลปะที่มีคุณภาพ มีคุณค่ากับเราที่ผ่านไป 5 ปี 10 ปี แล้วรู้สึกว่าไม่เขิน รู้สึกว่าไม่ทำร้ายสังคม ซึ่งบริบทพวกนี้มันก็ไม่ได้ง่ายที่อยากได้แล้วก็ได้เลย ก็ใช้ประสบการณ์ในการไปถึงตรงนั้นมากเหมือนกัน สุดท้ายอยากทำงานคราฟต์ในทุกๆ งานถ้าเลือกได้

 

อาโป: โปอยากเล่นละครเพลง อย่าง The Greatest Showman หรือ La La Land โปชอบตรงที่เวลาสื่อสาร เราสื่อสารผ่านการพูด การตีความหรือว่าความสนุกเพลิดเพลิน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนที่ดู แต่พอเป็นละครเพลงมันมีซาวด์มาให้ด้วย งั้นแปลว่าคนดูจะรู้สึกตามสิ่งที่ตัวละครอยากถ่ายทอดจริงๆ สมมติว่าตัวละครหนึ่งร้องเพลง เช่น Far Side Of The Moon 

 

On the Far Side Of The Moon (อาโปร้องเพลง Far Side Of The Moon) ถ้าเป็นออริจินัลก็จะรู้สึกสบาย กว้างไกล แต่ถ้าเราอยากให้เขารู้สึกเหงาจังเลย On the Far Side Of The Moon (อาโปร้องเพลงด้วยอารมณ์เศร้า เหงา) คนดูก็จะรู้สึกตามเพราะว่ามันมีซาวด์มาให้แล้ว มันไม่ได้เป็นเรื่องของการตีความแล้ว มันเป็นเรื่องของการพาเข้าไปอยู่กับตัวละคร แบบที่ผู้กำกับอยากให้เป็นจริงๆ ส่วนตัวโปเป็นคนชอบฟัง Ambient ฟังออร์เคสตรา เพลงบรรเลง แล้วทำไมถึงชอบฟัง

 

มาย: ขี้เกียจจำเนื้อ (ทั้ง 2 คนหัวเราะ)

 

อาโป: อันนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว (หัวเราะ) โปรู้สึกว่าโปอยากจินตนาการ อยากมีพื้นที่จินตนาการ พอมันเป็นเพลงที่มีคนร้องมันเหมือนเขาบังคับให้เราไปตามเขา แต่บางทีเราไม่ได้อยากไปตามเขา เรามีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง เรามีความเชื่ออีกแบบหนึ่ง การฟัง Ambient หรือการฟัง Score เราก็จะไปของเราตามจินตนาการ ตามประสบการณ์ที่เราผ่านมา

 

มาย: ขอเสริมต่อ (ยิ้ม) ถ้าเลือกได้ผมอยากเล่นหนังผีมากเลย กับเล่นอัตชีวประวัติ ผมอยากเล่นหนังที่ไปเข้าใจใครสักคน เข้าไปในหัวสมองของคนนั้น แล้วจะได้เห็นและได้สำรวจ การไปเป็นใครสักคนมันยากอยู่แล้ว แต่การที่เราจะถ่ายทอดตัวเขาในแบบของเรา ตัวเราเองก็ได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะ และเราก็ได้เอามันออกมาทำให้คนอื่นได้เห็นในมุมมองบางอย่างที่อาจจะแตกต่างออกไป หรือไม่ก็เป็นหนังผี อยากมีคนมาขี่คอ (หัวเราะ) 

 

แล้วอัตชีวประวัติอยากเล่นเป็นใคร

 

มาย: ถ้าเมืองนอกก็อยากเล่นเป็น ปาโบล เอสโกบาร์ ถ้าเมืองไทยที่คิดออกก็คงจะ เสก โลโซ (ทั้ง 2 คนหัวเราะ) จริงๆ ใครก็ได้ครับ

 

Part 2 Shine & Shadow (เจาะลึกถึงตัวตนความ Shine และเงามืด)

 

 

คำว่า Shine ในความหมายของมาย-อาโป คืออะไร

 

อาโป: ในมุมของโปมันคือความเปล่งประกาย ในแบบของตัวเอง แล้วถ้าถามว่าตัวเองคือใคร เราตอบไม่ได้นะ เราต้องสะสมประสบการณ์รวมถึงค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ 

 

มาย: เราเห็นเป็นจุดเล็กๆ ที่มันสว่างขึ้นมาจากสักที่หนึ่ง ถ้าขยายความอาจจะเป็นเหมือนเสียงๆ หนึ่งที่ตะโกนออกมาจากคนมากมาย หรือเศษหินที่บังเอิญสะท้อนกับแสง แล้วเราเห็นและเดินเข้าไปหามัน มันไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งวูบวาบใหญ่โต มันอาจจะคล้ายๆ เรื่องนี้ด้วยมั้งที่คาแรกเตอร์แต่ละตัวมันมีมุมในแบบของตัวเอง พอมารวมกัน มุมนี้ก็อาจจะเห็นแสงของคนนี้ มุมนี้ก็อาจจะแสงจากอีกคาแรกเตอร์หนึ่ง แต่พอมารวมกันเป็นเรื่อง Shine The Series มันก็คงเห็นบริบทที่หลากหลายมาก

 

 

ถ้า ‘ชาย’ คือแสงที่เปล่งประกาย…ในมุมกลับกัน มุมมืดหรือบาดแผลของ มาย-อาโป คืออะไร

 

มาย: ถ้าไม่มีก็คงจะไม่ใช่คน มีตอนเด็กๆ ล้มแล้วเข่าเป็นแผล ผ่าตัดเข่านี่ไงยังเป็นรอยแผลอยู่เลย (ทั้ง 2 คนหัวเราะ) 

 

มุมมืดมีอยู่แล้วครับ แต่โชคดีที่รู้ว่ามุมมืดของตัวเองรุนแรงและลึกขนาดไหน ในแบบของเราที่เราเข้าใจ แล้วก็จัดการและควบคุมมันได้ ไม่ให้มุมพวกนั้นมันแลบออกมาทำร้ายคนรอบตัวหรือว่าตัวเราเอง ถ้าจะบอกฉันเป็นคนดีหรือฉันเข้าใจทุกอย่างคงไม่ใช่ มันยังมีมุมบางอย่างที่เราก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง แต่โชคที่เรายังพอจะมีสติที่จะจัดการมันได้ 

 

อาโป: มุมมืดของโปคือการไม่ยอมรับตัวเองในมุมต่างๆ พอเห็นมันเราก็รู้สึกว่า อ๋อ สิ่งนี้มันทำร้ายตัวเราและคนรอบข้าง และอาจจะไปทำร้ายคนอื่นด้วย แต่เมื่อโปยอมรับตัวเองในมุมต่างๆ ยอมรับว่าเรามีพฤติกรรมในมุมแบบนี้ เรามีนิสัยแบบนี้ เราทำแบบนี้ พอเรายอมรับว่าเราเป็น และเราแก้ไขมันก็เลยทำให้ Shine ขึ้นมา

 

มาย: แวะขายของ (หัวเราะ)

 

อาโป: ทุกๆ ครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจะรู้สึกว่ามันยากจัง มันเหนื่อยจัง ทำไมเราทำไม่ได้ แต่พอเราทำไปนานๆ มันก็เกิดการปรับเปลี่ยน เส้นสมองมันก็สร้างเส้นใหม่ขึ้นมา แต่ทั้งหมดนี้มันเกิดจากการที่เราจะต้องรับฟัง เปิดใจ ถ่อมตัว กับสิ่งนั้นๆ คนนั้นๆ ต้องยอมรับก่อน คิดว่าอันนี้มันคือมุมมืดที่สุด

 

แล้วตอนนี้เราผ่านมันมาได้หรือยัง 

 

อาโป: จริงๆ มันกลับมาได้ตลอด มันเหมือนกับขี้ไคล ขี้ฟันที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมาตอนไหน แต่พอเรากลับบ้านไปตอนเย็นแล้วเราแปรงฟันถึงรู้ว่ามันมีอยู่ มันต้องทำตลอด มันไม่มีทางที่ทำเสร็จแล้วก็ไป เขาถึงบอกว่ามันต้อง

 

มาย: ถูขี้ไคล

 

อาโป: (หัวเราะ) ถูขี้ไคลทุกวัน เขาเรียกว่าฝึกกับมันไปทุกวัน

 

มาย: ผมมีมุมมองอีกอย่าง พอโปพูดเรื่องนี้มา ในส่วนตัวผมคิดว่ามันสามารถควบคุมและจัดการมุมมืดตรงนั้นให้มันเป็นจุดแข็งได้ มุมมืดคือสิ่งที่ตัวเราชอบ สันดานเราชอบ อาจจะไม่ดีกับใครสักคน แต่ถ้าเราควบคุมมันได้ เคยได้ยินเรื่องปีชงไหม ที่ต้องไปแก้ชง บางปีชงผมไม่แก้นะ เพราะผมเชื่อว่าอะไรที่มันรุนแรง มันจะทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นมันรุนแรง ไปไกลกว่าเดิม มันเหมือนเราควบคุมมุมมืดเราได้ก็อาจจะเปลี่ยนจุดนั้นมาเป็นจุดแข็ง 

 

ปีชงเท่าที่ผมเข้าใจมันไม่ได้หมายถึงไม่ดีนะ มันคือการเห็นมุมมองว่าปีนั้นจะเกิดอะไรขึ้นรุนแรง ดีแรง แย่แรง หรืออาจจะแย่แรงสุดๆ อันนี้ก็ต้องจัดการมัน แต่เรามีมุมมองกับอะไรที่มันไม่ดีว่าเรายังมองเห็นโอกาสในนั้นนะ เหมือนเรื่องมุมมืด แต่บางคนถ้าจัดการเลยก็ดี เพราะคงอันตรายถ้าเราเอามุมมืดมาใช้ สมมติเรารู้ว่าตัวเองเป็นคนอารมณ์รุนแรงมาก ก็เลือกไม่ใช้เลยก็ได้ หรือจะเลือกใช้กับการแสดงก็ได้

 

อาโป: อย่างโป โปเป็นคนไม่แน่ใจในตัวเองว่าเราจะควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ไหม สมมติถ้ามันออกมาบ้างมันอาจจะไม่เวิร์ค โปเลยรู้สึกว่ามันคือมุมมืดแล้วเราจะต้องจัดการมัน

 

 

เคยมีช่วงที่รู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่ Shine’ บ้างไหม ผ่านมาได้อย่างไร

 

อาโป: ตอนที่รู้สึกไม่ Shine คือตอนที่เราไม่ยอมรับ สมมติตอนนั้นเราเลิกกับคนที่เราคุย เรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน แต่เราเลิกคุยกัน มันก็เศร้า ผิดหวัง เสียใจ เจ็บปวด ท้อแท้ สิ้นหวัง แต่ว่าในตอนที่เกิดขึ้นเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเป็นอะไร เคยไหมที่อกหัก อกหักคือนิยามที่กว้างมากที่ครอบคลุมพวกนี้อยู่ เพียงแค่อกหักฟังเพลงเศร้า มันแค่นี้เอง แต่พอเราผ่านจุดนั้นมาแล้วเรามองกลับไปว่าเราผ่านจุดนั้นมาได้ไง ตอนที่เราผ่านจุดนั้นเราเริ่มค่อยๆ ยอมรับ และแยกมันเป็นส่วนๆ ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเรา เราเป็นอะไรอยู่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วมันจะต้องไปอย่างไรต่อ บางคนอาจจะไม่สามารถวิเคราะห์มันด้วยสมองได้มันก็ต้องเขียนออกมา แล้วมันจะได้เป็นข้อย่อยๆ แบบสั้นๆ เมื่อเสร็จแล้วมันจะค่อยๆ ดีขึ้น คิดว่าช่วงจังหวะนี้มันคือจังหวะที่เราไม่ Shine เลย เพราะเราไม่ยอมรับว่าเราเป็นอะไรอยู่ พอเราไม่ยอมรับมันไม่สามารถข้ามช่วงเวลาต่างๆ มาได้ โอเคเวลาเราดีใจ เรามีความสุข มันง่าย มันมีพลัง มัน Shine แต่ตอนที่ไม่ Shine ทำอย่างไร เป็นการมองสะท้อนตัวเองอยู่เสมอ แล้วถามว่าชีวิตนี้เรายังเสียใจ เรายังผิดหวังไหม มันมีทุกวันกับทุกๆ เรื่อง อย่างถ้าวันนี้เราตื่นสายแค่นี้เราก็เจ็บปวด เฮิร์ตแล้วนะ คิดว่ามันต้องจัดการไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน

 

มาย: อุ๊ย เยอะแยะ (หัวเราะ) มันมีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องแบ่งให้มันชัดว่าเป็นเรื่องภายนอกหรือภายในของเรา ถ้าภายนอกมันจัดการไม่ยากหรอกก็ดูแลตัวเองให้มันดีขึ้น เวลาใครมาบอกว่าเราดูหมองจังเลย กระขึ้นหรือเปล่าพักผ่อนไม่ดี ก็ไปหาหมอให้เขาเช็คสักหน่อย วิธีการเยอะแยะ ภายนอกเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ภายในของเรานานๆ ทีจะโผล่มา เวลามันโผล่มาก็ต้องจัดการให้มันได้ เห็นด้วยกับโปว่าการที่ยอมรับมันคือสิ่งที่จะทำให้ความไม่ Shine ตรงนั้นมันหายไป ส่วนของผมมันคือการที่เรารู้สึกยึดติดกับอะไรบางอย่าง ไม่ปล่อยวาง ปล่อยไม่เป็น วางไม่เป็น มันทำให้เกิดความทุกข์

 

อาโป: เคยไหมเวลาดีใจแล้วหน้าตาเปล่งปลั่ง ทั้งๆ ที่อยู่ในวันเดียวกันนะ แต่พอเราเริ่มเครียดหน้าเราก็จะหมองลง ถ้าดีใจมันก็จะเปล่งปลั่งอีก มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับการพักผ่อนหรือการบำรุงหน้า แต่มันมาจากข้างใน

 

มาย: สุดท้ายอะไรก็ตาม ถ้ามันมีปัญหาสุดโต่งคิดอะไรไม่ออกจริงๆ มันก็ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ หรือคุยกับตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป

 

 

ถ้าพูดถึง “ความ Shine” ที่ยังซ่อนอยู่ หรือยังไม่เคยได้แสดงออกมาเลยมีไหม และคืออะไร แล้วอะไรคือสิ่งที่รู้สึกว่ายังกดทับความชายนั้นของตัวเอง

 

อาโป: สำหรับโปคิดว่ามีอีกเยอะเลยนะ การที่โปมาถึงวันนี้แบบนี้ โปก็คิดว่ายังมีมุมต่างๆ ที่ยัง Shine ในรูปแบบต่างๆ ได้นะ อย่างเช่น โปไม่ได้เป็นคนชอบร้องเพลงนะ แต่พอได้ไปเล่นคอนเสิร์ต ได้ร้องเพลง โปรู้สึกว่าเราสามารถ Shine ที่หมายถึงการมีความสุขกับการทำสิ่งนั้นได้ เราสามารถ Shine ในแบบนี้ได้ หรือการไปร่วมงานต่างๆ ที่รู้สึกว่าเราทำได้หรอ แต่พอได้ทำก็รู้สึกได้ Shine การที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ มันทำให้ Shine ในมุมต่างๆ ได้ เราแค่ต้องลองทำแล้วก็ยอมรับ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ต้องยอมรับก่อนว่าเราทำไม่ได้ แล้วเราลองหรือยัง

 

มาย: อีกเยอะเลยครับ มาถึงตรงนี้คนก็คงตีความว่า Shine คือสิ่งที่มีเสน่ห์ อะไรที่รู้สึกว่ามีเสน่ห์ ผมว่าการเติบโตไปด้วยกันกับคนที่รักเราและเรารัก มันเป็นสิ่งที่ควรมีควบคู่อยู่กับการมีเสน่ห์ ผิดพลาดบ้าง ถูกต้องบ้าง เจอเรื่องใหม่ๆ พร้อมกันบ้าง มันคือเสน่ห์ของการใช้ชีวิต ซึ่งตรงนั้นแหละที่เราจะได้ลองสำรวจไปด้วยกัน ทั้งกับคนที่อยู่ใกล้ตัว แฟนคลับ หรือคนอื่นที่จะเจอในอนาคต ซึ่งตัวตนที่ผิดพลาดหรือตัวตนที่เป็นจุดแข็งของคนนั้น ล้วนรวมกันทำให้เป็นคนนั้น รวมถึงตัวผมด้วย การโตไปด้วยกันมันคงรอ Shine ไปเรื่อยๆ ในความคิดผมถ้าเปรียบเป็นเงิน มันไม่สวยเราก็แค่ขัดให้มันสวยขึ้น มันคงไม่ใช่มือหนึ่งอีกต่อไป แต่มันสวยในแบบของมันที่มีริ้วรอยนิดๆ หน่อยๆ

 

 

ถ้ามีใครสักคนที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่และกำลังรู้สึกว่า ตัวเองยังไม่ Shine เพราะต้องแบกรับความคาดหวังหรือความกดดันจากคนรอบข้างอยู่ตอนนี้ มาย-อาโปอยากบอกอะไรกับเขาบ้าง

 

มาย: Life is life สุดท้ายชีวิตก็เป็นของเรา เราไม่ได้เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลกหรอกในความหมายนี้ แต่อย่าลืมว่าอย่างน้อยตัวเองก็เป็นคนตัดสินใจในทุกๆ วัน ชีวิตก็คือชีวิต คิดแค่นี้เลยครับ

 

อาโป: ลองย้อนกลับไปอ่านข้อที่ถามว่า มีช่วงเวลาที่ไม่ Shine ไหม เราต้องยอมรับตัวเอง เข้าใจตัวเอง เราถึงจะรู้สึก Shine หรืออย่างเช่น เรื่องเพื่อนร่วมงานไม่ดีเลย แต่เราถามตัวเองหรือยังว่า เรายอมรับไหมว่าการที่เพื่อนร่วมงานไม่ดี เขาเป็นของเขาแบบนี้แหละ

 

 

ถ้ามาย-อาโปต้องเลือกร้องเพลงหรือทำเพลงสักเพลงที่บอกเล่าเรื่องราว ‘ชาย’ ในตัวเอง เพลงนั้นจะเป็นเพลงอะไร และเพราะอะไร

 

มาย: ขายของเลยแล้วกันนะ (หัวเราะ) จริงๆ ถ้าเลือกเป็นตัวเราก็คงลองไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าแบบจับต้องได้ที่ให้ทุกคนที่อ่านอยู่ไปได้เลยก็เหมือนเพลงในเซ็ตลิสต์นี้ของ Shine The Series ที่เป็น Original Soundtrack เพลงที่ชื่อ Dawn ซึ่งจริงๆ เราต้องได้ร้องอีกเพลงหนึ่งที่เขาอยากให้ร้อง มันเป็นเพลงสนุกสนาน แต่ว่าตัวตน รสนิยม และความคิดเรามันตรงกับเพลงนี้มากๆ ก็เลยเลือกที่จะเอาเพลงนี้มาร้อง ถ่ายทอดออกไปในแบบของเรา Dawn ที่แปลว่ารุ่งอรุณมันก็เป็นเพลงที่น่าจะทำให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องของทุกอย่างมันจะดีขึ้น อย่างที่บอกอะไรที่มันแย่ๆ สุดท้ายมันก็จะผ่านไป แต่ความ Shine มันมีความหลากหลาย มันจบที่เพลงๆ เดียวไม่ได้

 

อาโป: โปอยากทำเพลงและซาวด์ที่ให้กำลังใจผู้คน อย่างเพลงที่โปชอบเพลงหนึ่งก็คือ Far Side Of The Moon มันขึ้นท่อนแรกว่า 

 

‘Never question it then you’ll never know 

On the far side of the moon 

Where the unknown hums a song that’s just for you’

‘ถ้าไม่ตั้งคำถามก็ไม่มีวันได้รู้

ด้านที่อีกไกลของพระจันทร์ 

มันคือที่ซึ่งใครสักคนกำลังบรรเลงเพลงที่เขียนมาเพื่อเธอคนเดียว’

 

มาย: ประมาณว่าถ้าไม่เคยลองก็ไม่รู้ ไม่เคยผิดพลาดก็ไม่โต ไม่ได้ลงมือทำ ไม่ได้ออกจาก comfort zone เราจะโตได้อย่างไร แค่คิดคงไม่ได้ แค่กลัวเสียใจก็ไม่ได้มีความสุขหรอก ก็จงอยู่ในจินตนาการต่อไป Far Side Of The Moon คือเรื่องพวกนั้น ลองไปในที่ที่ใหม่ที่ไม่เคยไป แล้วเราจะเติบโต

 

อาโป: อย่าเชื่อตัวเองถ้าเกิดยังไม่เคยไป

 

มาย: ไม่ลองไม่รู้อะ ชอบแซวว่า พี่มายกินกบ (อาโปหัวเราะ) ลองกินดูดิมันอร่อยนะ

 

อาโป: (หัวเราะ) เคยกินแล้วมันเหมือนไก่ แต่กินอึ่งนี่ไม่แน่ใจ

 

มาย: อร่อยๆๆ (หัวเราะ)

 

The post สำรวจเรื่องไม่ Shine ที่ซ่อนในความ Shine ของมาย-อาโป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวซีรีส์ ‘Shine’ Original Gay Series เรื่องแรกจาก Be On Cloud https://thestandard.co/shine-series-be-on-cloud-launch-2025/ Thu, 12 Jun 2025 10:31:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1084420 นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE

WE LOVE. WE FIGHT. WE SHINE   เมื่อพวกเรามีความรัก […]

The post เปิดตัวซีรีส์ ‘Shine’ Original Gay Series เรื่องแรกจาก Be On Cloud appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE

WE LOVE. WE FIGHT. WE SHINE

 

เมื่อพวกเรามีความรัก พวกเรามีการต่อสู้ เมื่อนั้นพวกเราจะ Shine ได้อย่างภาคภูมิ

 

กลับมาสมการรอคอยกับ Shine ออริจินัลเกย์ซีรีส์จากค่าย Be On Cloud ที่มีงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ณ centralwOrld LIVE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

 

นำแสดงโดย อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง, นก-สินจัย เปล่งพานิช, สน-ยุกต์ ส่งไพศาล,กบ-พิมลรัตน์ พิศลยบุตร, โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, สีน้ำ รักษ์ภู, ปาน-ธนพร แวกประยูร, ติว-ดิษยา กรกชมาศ, ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, ถา-สถาพร นาควิไลโรจน์, เจเจ-ปฏิภาณ เฟื่องฟูนุวัฒน์, ฟูไอซ์-ธนวัตร ชินวัตร, บั๊ม-ภวัต อรรคเดชสกุล, มีโอ-เอเธนส์ วีรพัฒนกุล, ปีเตอร์ เดรี่ย์, คานธี วสุวิชย์กิต และ ปอ-อรรณพ ทองบริสุทธิ์ กำกับโดย ปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช, หนิง-พันพัสสา ธูปเทียน และ จีน-คำขวัญ ดวงมณี

 

Shine จะพาเรากลับสู่ยุค Bangkok 1969 หรือในปี 2512 บอกเล่าถึงประเด็นในยุคนั้นที่หลากหลาย ทั้งเสียดสีประเด็นการเมือง การตั้งคำถามจากเลนส์ของนักศึกษา การต่อต้านนายทุน การรับวัฒนธรรมใหม่ๆ และจุดเปลี่ยนทางจิตใจของมนุษยชาติอย่างเรื่อง ‘มนุษย์เหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก’ ที่ปรากฏอยู่ในตัวอย่างซีรีส์ เหตุการณ์ที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนทำให้ผู้คนมีความหวังกับสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งนั่นอาจเป็นที่มาของการตั้งคำถามให้กับซีรีส์เรื่องนี้ว่า

 

“แสงสว่างและความหวังของพวกคุณคืออะไร”

 

นอกจาก Shine ที่แปลว่าแสงสว่าง คำนี้ยังสามารถอ่านเป็นคำว่า ‘ชาย’ ในภาษาไทยได้อีกด้วย ซึ่งอาจตีความเพิ่มเติมได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้กำลังตั้งคำถามและตอบคำถามกับสังคมในขณะเดียวกันในเรื่องของ ‘ผู้ชายทุกคนเคยถูกคาดหวังว่าต้องเป็นอย่างไร และรู้สึกกดดันขนาดไหนกับความหวังที่ต้องแบกรับ’ ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็อาจจะกำลังตั้งคำถามกับทุกคนในสังคมเรื่องการถูกคาดหวังและความกดดันที่ต้องแบกรับ จนกดทับความ Shine ในตัวเอง

 

“Welcome to the far side of the moon.

 

สามารถรับชมซีรีส์ Shine ได้ทุกวันเสาร์ ทางช่อง WeTV และช่อง 7HD เริ่มอีพีแรก วันที่ 2 สิงหาคม 2568

 

นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE นักแสดงและทีมงานซีรีส์ Shine เปิดตัวที่ CentralwOrld LIVE

The post เปิดตัวซีรีส์ ‘Shine’ Original Gay Series เรื่องแรกจาก Be On Cloud appeared first on THE STANDARD.

]]>
LISA เตรียมปรากฏตัวในฐานะ ‘เมนเทอร์พิเศษ’ รายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4 https://thestandard.co/lisa-special-mentor-chuang-asia-season2-ep4/ Fri, 21 Feb 2025 09:31:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1044499 LISA จาก BLACKPINK ปรากฏตัวในฐานะเมนเทอร์พิเศษรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4

ยังคงส่งเซอร์ไพรส์และความตื่นตาให้แก่ผู้ชมอย่างต่อเนื่อ […]

The post LISA เตรียมปรากฏตัวในฐานะ ‘เมนเทอร์พิเศษ’ รายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
LISA จาก BLACKPINK ปรากฏตัวในฐานะเมนเทอร์พิเศษรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4

ยังคงส่งเซอร์ไพรส์และความตื่นตาให้แก่ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายการเซอร์ไววัลที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในเวลานี้อย่าง CHUANG ASIA SEASON 2 ที่ปล่อยตัวอย่างเอพิโสดที่ 4 พร้อมเมนเทอร์รับเชิญพิเศษอย่าง LISA (ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล) ศิลปินระดับโลกสัญชาติไทย สมาชิกวง BLACKPINK ที่จะมาช่วยให้คำแนะนำและมอบภารกิจให้แก่เหล่าเทรนนีในรายการอย่างสุดพิเศษ

 

LISA จาก BLACKPINK ปรากฏตัวในฐานะเมนเทอร์พิเศษรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4

 

ในเอพิโสดที่ 4 เหล่าเทรนนีจะต้องแนะนำตัวพร้อมแสดงทักษะที่มีออกมาให้ LISA เห็น โดยจะเลือกเทรนนีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอประทับใจและชนะในภารกิจนี้ไป ซึ่ง LISA ก็จะให้คำแนะนำและเทคนิคต่างๆ แก่เหล่าเทรนนีอย่างเป็นกันเองด้วยเช่นกัน

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

นอกจากความพิเศษอย่างการปรากฏตัวของ LISA ในเอพิโสดที่ 4 แล้ว การแข่งขันอันดุเดือดของเทรนนีในการขึ้นสเตจต่อหน้าผู้ชมครั้งแรกก็จะยังคงดำเนินต่อจากเอพิโสดที่ผ่านมา ที่ในเวลานี้ยังเหลือการแสดงของเหล่าเทรนนีที่น่าจับตามองอีกหลายทีมที่ยังไม่ได้ออกอากาศ 

 

 

ร่วมส่งกำลังใจเชียร์เทรนนีที่ชื่นชอบและรอติดตามรับชมความสามารถของเหล่าเทรนนีทั้ง 60 คนได้ในการแข่งขันเซอร์ไววัลไอดอลสุดร้อนแรง CHUANG ASIA SEASON 2 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.50 น. ทางช่อง 3 และรับชมย้อนหลังแบบ Full Version ได้ทาง WeTV

 

รับชมตัวอย่างรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4 ได้ที่: https://youtu.be/kFEZdn6XD00?si=k7Ojrr46p7fKJTBZ

The post LISA เตรียมปรากฏตัวในฐานะ ‘เมนเทอร์พิเศษ’ รายการ CHUANG ASIA SEASON 2 EP.4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
WeTV เปิดกลยุทธ์ปี 2024 ปั้น CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) เป็นอีกรายการเรือธงบุกเอเชีย ตอบโจทย์ความต้องการคอนเทนต์แนวไอดอลเซอร์ไววัล [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/wetv-2024-strategy-chuang-asia/ Fri, 19 Jan 2024 10:00:09 +0000 https://thestandard.co/?p=888304

ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดวิดีโอสตรีมมิง WeTV […]

The post WeTV เปิดกลยุทธ์ปี 2024 ปั้น CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) เป็นอีกรายการเรือธงบุกเอเชีย ตอบโจทย์ความต้องการคอนเทนต์แนวไอดอลเซอร์ไววัล [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดวิดีโอสตรีมมิง WeTV ตัดสินใจปั้น CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) ให้เป็นหนึ่งในคอนเทนต์เรือธงของปีนี้ หลังเห็นความต้องการคอนเทนต์แนวไอดอลเซอร์ไววัลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากทั่วเอเชีย

 

โดยรายการ CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) จะเริ่มออกอากาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2024 เป็นรายการไอดอลรูปแบบใหม่ ตั้งแต่คอนเซปต์ที่เน้นความหลากหลาย (Diversity) ไปถึงโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ นั่นคือ Joint Production ผ่านการร่วมลงทุนกับบริษัทความบันเทิงชั้นนำต่างๆ ในเอเชีย เช่น Have Fun Media, RYCE Entertainment, one31, GMMTV, และ 4Venture ในเครือ 411 Entertainment

 

THE STANDARD มีโอกาสสัมภาษณ์ เจฟฟ์ ฮาน รองประธาน Tencent Video เกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมวิดีโอสตรีมมิงในปีนี้ พร้อมเจาะกลยุทธ์ WeTV ในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในไทยและเอเชีย ผ่านการเดินหมากครั้งสำคัญคือการเปิดตัว CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย)

 

 

วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตอุตสาหกรรมวิดีโอสตรีมมิง

 

เจฟฟ์ ฮาน รองประธาน Tencent Video มองว่า อุตสาหกรรมวิดีโอสตรีมมิงหรือ Over-the-Top (OTT) ทั่วโลกยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอีกสูงมาก เห็นได้จากจำนวนผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันในตลาดนี้ที่เข้มข้นอย่างยิ่ง

 

โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย ซึ่ง เจฟฟ์ ฮาน ก็มองว่ายังมีศักยภาพที่จะขยายตัวอีกมาก เนื่องจาก Tencent Video และ WeTV ยังเห็นความต้องการคอนเทนต์ต่างๆ จากผู้ใช้ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

 

การประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับการศึกษาของ Grand View Research บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยการตลาดระดับโลก ซึ่งคาดว่าตลาดวิดีโอสตรีมมิง (Video Streaming) ทั่วโลกจะขยายตัวแตะระดับ 4.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

 

“ตลาด OTT มีการแข่งขันสูงมากทั่วโลก แต่กลยุทธ์ของเราคือการแข่งกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการมีคลังคอนเทนต์ขนาดใหญ่ (Rich Library) และการเปิดตัวคอนเทนต์จากจีน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากให้ต่อเนื่อง รวมไปถึงเติมเต็มความต้องการของผู้ชมในแต่ละประเทศ ด้วยการจัดหาคอนเทนต์ท้องถิ่น (Local Content) พร้อมทั้งจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง” เจฟฟ์ ฮานกล่าว

 

“เพื่อรักษาความต้องการเหล่านี้จากผู้ชมชาวไทย เราตั้งมั่นว่าจะส่งมอบคอนเทนต์ที่มีคุณภาพต่อไปในตลาดประเทศไทย เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้ชาวไทย”

 

 

เปิดเทรนด์ดีมานด์ผู้ใช้งานในประเทศไทย

 

WeTV ประเทศไทยเปิดเผยว่า เห็นกระแสความนิยมของคอนเทนต์จีนและศิลปินจีนกำลังได้รับความนิยมจากกลุ่ม Gen X, Y และ Z เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีส่วนทำให้ WeTV มีจำนวนผู้ใช้งาน MAU (Monthly-Active User) ที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% และมีการเติบโตของรายได้จากการให้บริการสมาชิกแบบ Subscription เพิ่มขึ้น 40% 

 

โดย WeTV ประเทศไทยมีรายได้จากการสมัครสมาชิกแบบ Subscription เติบโตขึ้นถึง 62% มียอดการดาวน์โหลด 45 ล้านครั้ง ส่งผลให้ WeTV เป็นผู้นำอันดับหนึ่งของแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานแบบรับชมโฆษณา (Advertising Video on Demand – AVOD) และผู้นำอันดับ 2 ในส่วนผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิก (Subscription Video on Demand – SVOD)

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าคนไทยนิยมรับชมคอนเทนต์ของ WeTV ผ่านอุปกรณ์ Home Entertainment มากขึ้น โดยมีสัดส่วนเติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

 

 

CHUANG ASIA รวมความแตกต่าง เชื่อมโยงคนทุกกลุ่ม กลยุทธ์รุกเอเชีย

 

WeTV ประเทศไทยยังเปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2024 จะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยง Ecosystem ผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ กลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งาน เพื่อเชื่อมบริการจากโลกออนไลน์สู่โลกออฟไลน์แบบครบวงจร และสร้างคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่ง และกลยุทธ์ด้านออริจินัลคอนเทนต์ หรือ WeTV ORIGINAL ที่จะเน้นการนำเสนอออริจินัลคอนเทนต์ที่มีความหลากหลายส่งตรงจาก Tencent Video โดยมีรายการไอดอลเซอร์ไววัล CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) เป็นคอนเทนต์เรือธงในการทำตลาด

 

โดย เจฟฟ์ ฮาน รองประธาน Tencent Video กล่าวว่า หลังจาก Tencent Video ประเทศจีน ประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำรายการ CHUANG (ช่วง) มาแล้ว 4 ซีซัน และได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วเอเชียอย่างมาก ทั้งไทย, เวียดนาม, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย และอินเดีย

 

Tencent Video จึงมีความต้องการขยายความสำเร็จไปยังตลาดอื่น โดยเลือก ‘ไทย’ เป็นประเทศแรกนอกจีนในการทำเมกะโปรเจกต์นี้

 

“เรานึกถึง ‘ไทย’ เนื่องจากเป็นประเทศที่โอบรับความหลากหลาย และเปิดใจให้กับวงเกิร์ลกรุ๊ป ซึ่งยังถือว่ามีน้อยในตลาด” เจฟฟ์ ฮานกล่าว

 

 

โดยรองประธาน Tencent Video กล่าวอีกว่า ลักษณะพิเศษของรายการ CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) ที่แตกต่างไปจากรายการอื่นๆ ก่อนหน้านี้ คือ ‘ความหลากหลาย’ (Diversity) และการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคน (Inclusive)

 

“ในเวทีนี้เราจะเปิดกว้าง ต้อนรับผู้เข้าร่วมทุกคน และจะให้เวทีพวกเธอได้แสดงตัวตนของตัวเอง และเปล่งประกายตามสโลแกนของรายการในซีซันนี้คือ It’s Our Time”

 

CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) รายการใหม่ที่มาพร้อมโมเดลธุรกิจแบบ Joint Production

 

จากกระแสความนิยมของรายการ รายการ CHUANG (ช่วง) ผลิตโดย Tencent Video ประเทศจีน ส่งให้รายการ CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ Have Fun Media, RYCE Entertainment, one31, GMMTV, และ 4Venture ในเครือ 411 Entertainment ที่เข้าร่วมเสริมความแข็งแกร่งในด้านการผลิตรายการ และการพัฒนาศักยภาพศิลปินที่ได้เดบิวต์ภายใต้มาตรฐานระดับโลก 

 

“อาจเรียกได้ว่า CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) เป็นรายการแรกที่เราลองทำงานกับพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ ไม่ใช่แค่ในแง่ของการลงทุน หรือการโฆษณาเท่านั้น แต่เรายังร่วมกันผลิตรายการด้วย ตัวอย่างเช่น RYCE Entertainment นำโดย แจ็คสัน หวัง และ แดริล เค ก็มารับหน้าที่ดูแลการเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มแรกจากรายการ” เจฟฟ์ ฮาน กล่าว

 

 

เป้าหมายปี 2024 และความคาดหวังต่อ CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย)

 

รองประธาน Tencent Video เราหวังว่า CHUANG ASIA จะสร้างอิทธิพลทั่วเอเชีย และอาจนำไปสู่การทำซีซันที่ 2 และ 3 และต่อๆ ไปได้ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ในตลาดอื่นๆ ด้วย

 

“เราค่อนข้างมั่นใจว่าในปี 2024 ทั้งแง่ของรายได้และผลการดำเนิน (Performance) ของเราจะดีขึ้นมากกว่าปีนี้อย่างมาก เนื่องจากเรามีรายการและซีรีส์อีก ‘มากมาย’ ที่เตรียมจะออกมาในปีนี้ รวมไปถึง CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย)” เจฟฟ์ ฮาน กล่าว

 

ทั้งนี้ รายการ CHAUNG ASIA (ช่วง เอเชีย) จะเริ่มออกอากาศวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2024 รับชมพร้อมกันทั่วโลกได้ทางแอปพลิเคชัน WeTV และช่อง one31 รวมทั้งยังเตรียมออกอากาศทางช่องโทรทัศน์อื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย และอีกจุดขายที่สำคัญ แฟนๆ สามารถมีส่วนร่วมด้วยการโหวตบนแพลตฟอร์ม WeTV ได้ที่ https://bit.ly/CHUANGAsia2024 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของรายการได้ที่โซเชียลมีเดีย WeTV Thailand และ CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) ทุกช่องทาง 

The post WeTV เปิดกลยุทธ์ปี 2024 ปั้น CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย) เป็นอีกรายการเรือธงบุกเอเชีย ตอบโจทย์ความต้องการคอนเทนต์แนวไอดอลเซอร์ไววัล [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผยโฉม 70 เทรนนีจากรายการเซอร์ไววัล CHUANG ASIA THAILAND พร้อมรับชมเอพิโสดแรก 3 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/chuang-asia-thailand/ Mon, 15 Jan 2024 08:56:45 +0000 https://thestandard.co/?p=887944 CHUANG ASIA THAILAND

เผยโฉมหน้าพร้อมภาพโปรไฟล์ของเหล่าเทรนนีทั้ง 70 คนจากหลา […]

The post เผยโฉม 70 เทรนนีจากรายการเซอร์ไววัล CHUANG ASIA THAILAND พร้อมรับชมเอพิโสดแรก 3 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHUANG ASIA THAILAND

เผยโฉมหน้าพร้อมภาพโปรไฟล์ของเหล่าเทรนนีทั้ง 70 คนจากหลากหลายประเทศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ CHUANG ASIA THAILAND รายการแข่งขันเพื่อค้นหาเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ที่จะเติบโตทั้งในระดับประเทศและระดับเอเชีย

 

หลังเปิดตัวเทรนนีสัญชาติไทยในรายการออกมาก่อนหน้านี้แล้วในงานแถลงข่าวรายการ รวมถึงการเปิดตัวเทรนนีทั้ง 70 คนในงาน Amazing Thailand Countdown 2024 ณ ICONSIAM พร้อมเผยเพลงธีมของรายการอย่าง Summer Dream เป็นครั้งแรกไปแล้ว 

 

และวันนี้ (15 มกราคม) ช่องทางโซเชียลมีเดียของ CHUANG ASIA THAILAND ได้ปล่อยรูปโปรไฟล์ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 70 คนออกมาอย่างเป็นทางการ โดยมีเทรนนีมากมายที่น่าจับตา รวมถึงหลากหลายสัญชาติ เช่น ไทย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยรับชมโฉมหน้าเทรนนีทั้ง 70 คนในรายการ CHUANG ASIA THAILAND ได้ที่ Facebook: CHUANG ASIA และ X (Twitter): @CHUANGASIA

 

สามารถรอติดตามรับชมความสามารถของเหล่าเทรนนีทั้ง 70 คน กับการแข่งขันเซอร์ไววัลไอดอลสุดร้อนแรงในรายการ CHUANG ASIA THAILAND เอพิโสดแรก ได้ในวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2024 เวลา 21.00 น. ทาง WeTV และช่อง one31

The post เผยโฉม 70 เทรนนีจากรายการเซอร์ไววัล CHUANG ASIA THAILAND พร้อมรับชมเอพิโสดแรก 3 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพงานแถลงข่าว CHUANG ASIA THAILAND 2024 https://thestandard.co/chuang-asia-thailand-2024/ Thu, 21 Dec 2023 10:16:31 +0000 https://thestandard.co/?p=879625 CHUANG ASIA THAILAND 2024

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวรายการเซอร์ไววัล CHUANG ASIA THAI […]

The post ประมวลภาพงานแถลงข่าว CHUANG ASIA THAILAND 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
CHUANG ASIA THAILAND 2024

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวรายการเซอร์ไววัล CHUANG ASIA THAILAND กับการเปิดกองเพื่อถ่ายทำเป็นวันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวเมนเทอร์ของรายการ แจ็คสัน หวัง, ไมค์ พิรัชต์, เจฟ ซาเตอร์, เตนล์ ชิตพล และ เนเน่ พรนับพัน ณ The Pinnacle Hall ชั้น 8 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

 

ภายในงานแถลงข่าวนอกจากจะมีการเปิดตัวเมนเทอร์ที่เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้อย่าง แจ็คสัน หวัง, ไมค์ พิรัชต์, เจฟ ซาเตอร์ และ เนเน่ พรนับพัน พร้อมเผยความรู้สึกของเหล่าเมนเทอร์แล้ว ยังมีการเผยโฉมเหล่าเด็กฝึกสัญชาติไทยที่ผ่านเข้ารอบในรายการเป็นครั้งแรกให้แฟนๆ ได้เฝ้ารอติดตามชมความสามารถและทักษะของพวกเขาในรายการต่อไปด้วยเช่นกัน

 

สามารถรอรับชมการแข่งขันเซอร์ไววัลไอดอลสุดร้อนแรงในรายการ CHUANG ASIA THAILAND ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ทาง WeTV และช่อง one31

 

The post ประมวลภาพงานแถลงข่าว CHUANG ASIA THAILAND 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอนเทนต์ไทยฮอต! เพราะอะไรบริการวิดีโอสตรีมมิงจึงหันมาสร้างคอนเทนต์ไทย? https://thestandard.co/video-streaming-service-thai-content-creating/ Thu, 19 Oct 2023 03:36:30 +0000 https://thestandard.co/?p=856314 วิดีโอสตรีมมิงคอนเทนต์ไทย

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเรียกได้เป็นยุคเปลี่ยนผ่านของหลายสิ่ […]

The post คอนเทนต์ไทยฮอต! เพราะอะไรบริการวิดีโอสตรีมมิงจึงหันมาสร้างคอนเทนต์ไทย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิดีโอสตรีมมิงคอนเทนต์ไทย

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเรียกได้เป็นยุคเปลี่ยนผ่านของหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะวงการสื่อ ที่เราได้เห็นสื่อแบบดั้งเดิมเริ่มล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่สื่อทรงอิทธิพลอย่างโทรทัศน์ที่เริ่มมีข่าวลดต้นทุนการผลิตลง และดูเหมือนบริการสตรีมมิงจะกลายเป็นของสามัญประจำบ้านเข้ามาแทนที่ จนเกิดปรากฏการณ์สร้างคอนเทนต์ไทยในแทบทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น

 

ในปี 2565 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน มีจำนวนผู้ชมวิดีโอสตรีมมิง หรือ Over-The-Top (OTT) มากกว่า 200 ล้านคน เฉลี่ยในการเข้าชมประมาณ 48.6 ชั่วโมงต่อเดือนต่อคน และผู้ชมทั้งหมดมีการชมคอนเทนต์ประมาณ 97 พันล้านชั่วโมงต่อเดือน โดยคาดการณ์กันว่าปี 2566 อุตสาหกรรม OTT จะมีมูลค่าประมาณ 3.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 14% เลยทีเดียว แน่นอนว่านี่คือตลาดที่หอมหวาน ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน จึงทำให้ OTT หลายเจ้าหันมาผลิต Original Content ของตัวเองเพื่อกำหนดทิศทางคอนเทนต์แบบที่หาดูที่อื่นไม่ได้แน่นอน

 

วิดีโอสตรีมมิงคอนเทนต์ไทย

HUNGER คนหิว เกมกระหาย

ภาพ: Netflix

 

ข้อดีอย่างแรกของการทำ Original Content คือการได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ขยายไปสู่กิจกรรมทางการตลาดและการหารายได้ในทางอื่นด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Disney ที่พัฒนาคอนเทนต์ของตัวเองไปสู่ของที่ระลึกและธีมพาร์ก สร้างรายได้มหาศาล สิ่งนี้คือสิ่งที่ Netflix เคยฝันถึง และเพิ่งประสบความสำเร็จจาก Squid Game (2021) ที่ตอนนี้แตกไลน์ไปเป็น Squid Game The Challenge รายการเรียลิตี้โชว์ เงินรางวัลสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 165 ล้านบาท และกำลังจะสตรีมมิงในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ รวมทั้งกำลังจะเปิดร้านค้าปลีกภายใต้ชื่อ ‘Netflix House’ ที่ขายอาหาร เสื้อผ้า ไปจนถึงลองฝ่าด่านใน Squid Game ที่สหรัฐอเมริกาในปี 2025 ก่อนขยายไปทั่วโลก

 

อย่างต่อมาคือการสร้าง Original Content ท้องถิ่น คือการเข้าสู่ตลาดระดับแมสได้มากยิ่งขึ้น และยังมีโอกาสขยายไปสู่สมาชิกในประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย ตัวอย่างความสำเร็จของคอนเทนต์ไทยในระดับโลกที่เห็นชัดๆ ก็คือซีรีส์เรื่อง เด็กใหม่ ทาง Netflix ที่ติดอันดับผู้ชมมากที่สุดในหลายประเทศ แม้จะเคยเป๋ๆ ไปกับซีรีส์เรื่อง เคว้ง แต่ในที่สุดโปรเจกต์ ‘ทีไทย ทีมันส์’ ของ Netflix ที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้วก็เล็งเข้าเป้าอยู่หลายเรื่อง อย่างเช่นซีรีส์ DELETE ที่ขึ้นอันดับสูงสุดที่อันดับ 6 บนชาร์ต Netflix Top 10 ในหมวดรายการทีวีภาษาต่างประเทศ และติด Netflix Top 10 ในอีก 29 ประเทศทั่วโลก, HUNGER คนหิว เกมกระหาย ติดอันดับ 1 จาก 53 ประเทศทั่วโลกในหมวดหมู่ภาพยนตร์ Netflix บนเว็บไซต์ FlixPatrol เป็นต้น

 

วิดีโอสตรีมมิงคอนเทนต์ไทย 

CHUANG ASIA

ภาพ: WeTV

 

ขณะที่ WeTV ผลิตคอนเทนต์ไทยมาแล้ว 15 เรื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ออริจินัลซีรีส์เรื่อง เมียหลวง ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยการครองอันดับ 1 ในหลายพื้นที่ ทั้งไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยซีรีส์ ค่อยๆ รัก Step By Step และกำลังจะมีโปรเจกต์ปิดท้ายปลายปีกับ เด็กฝึกหน้าใส เติมหัวใจนายหญิง (Intern In My Heart) ว่าด้วยเรื่องราวรักต่างวัยของดีไซเนอร์สาวใหญ่ (คริส หอวัง) กับเด็กฝึกงานสุดหล่อ (บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ) ออกอากาศพร้อมกันกับประเทศจีน ส่วนในปีหน้าก็กำลังจะมีรายการ CHUANG ASIA รายการไอดอลเซอร์ไวเวอร์ชื่อดังจาก Tencent Video ที่ได้ แจ็คสัน หวัง มารับหน้าที่ Lead Mentor ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 

ทางด้านของ Viu ก็เจาะกลุ่มตลาดระดับแมสมานานแล้วด้วยซีรีส์พากย์เสียงท้องถิ่นทั้งภาษาอีสานและภาษาเหนือ โดยในปีนี้เปิดไลน์อัพซีรีส์ออริจินัลไทยอย่าง Love Me Again อีกครั้ง ฉันรักเธอ, Return Man ยอดรัก นักทวงคืน, Get Rich เปิด | โรงเรียน | ปล้น และที่กำลังจะตามมาคือ SHADOW เงา / ล่า / ตาย รวมทั้ง Close Friend โคตรแฟน 3 Soju Bomb! ที่ใช้นักแสดงรุ่นใหม่ในสังกัดของ Viu จากโปรเจกต์ Viu Talent มาร่วมแสดง และที่น่าตื่นเต้นคือการประกาศรีเมกซีรีส์ Reborn Rich ในเวอร์ชันไทย

 

วิดีโอสตรีมมิงคอนเทนต์ไทย

My Undercover Chef มือปราบกระทะรั่ว

ภาพ: Prime Video

 

ขณะที่ HBO GO เปิดตัว MarkKim + Chef รายการที่ติดตาม หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส คู่รักซูเปอร์สตาร์ ไปเรียนรู้การทำอาหารกับเหล่าเซเลบริตี้เชฟชื่อดังของไทยจำนวน 10 ตอนไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และเพิ่งเปิดตัวซีรีส์เรียลิตี้ Deane’s Dynasty ของ ลิเดีย และ แมทธิว ดีน กับเรื่องราวดราม่าและชีวิตครอบครัวของพวกเขา

 

ทางด้าน Prime Video ก็สร้างความฮือฮาด้วยการปล่อยภาพแรกของ Congrats My Ex! ลุ้นรักป่วน ก๊วนแฟนเก่า การร่วมงานกันระหว่าง ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ เบลล่า-ราณี แคมเปน พร้อมกับเปิดโปรเจกต์ ‘แกะกล่องไทยบันเทิง’ สตรีมคอนเทนต์ไทย 13 รายการ ตลอด 13 สัปดาห์ ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ ละคร และคอนเสิร์ต โดยเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Kitty the Killer ไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

วิดีโอสตรีมมิงคอนเทนต์ไทย

The Office Games ร้อยเล่มเกมส์ออฟฟิศ

ภาพ: Prime Video

 

ที่น่าสนใจคือในจำนวนนี้มีผลงานของ BEC Studio บริษัทโปรดักชันในเครือช่อง 3 ที่หันมาผลิตผลงานแบบ Exclusive ป้อนให้กับแพลตฟอร์ม คือละครเรื่อง The Office Games ร้อยเล่มเกมส์ออฟฟิศ สะท้อนชีวิตมนุษย์ออฟฟิศที่พยายามดิ้นรนไปสู่ความสำเร็จ นำแสดงโดย มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และ นนกุล-ชานน สันตินธรกุล และละคร My Undercover Chef มือปราบกระทะรั่ว เรื่องราวของมือปราบหัวร้อนที่ถูกพักงาน จึงแฝงตัวเป็นเด็กเสิร์ฟเพื่อจับนักค้ายาเสพติดแต่จับพลัดจับผลูต้องพัฒนาชุมชนเป็นย่าน Street Food นำแสดงโดย เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ นับเป็นการเดินเกมตามแผนธุรกิจใหม่ตามที่ประกาศว่าจะหารายได้ทางอื่นนอกเหนือจากสถานีโทรทัศน์อีกด้วย

 

ว่ากันตามจริง เรื่องโปรดักชันด้านบันเทิงของไทยถือว่าดีในภูมิภาคเอเชีย อาจจะมีปัญหาเรื่องบทและการตอบรับของคนดูในท้องถิ่นอยู่บ้าง เพราะหากอยากได้งานยอดนิยมระดับแมสก็อาจจะลดความซับซ้อนของบทลง แต่เมื่อการเข้ามาแข่งขันเรื่องคอนเทนต์ไทยของแพลตฟอร์มต่างๆ สิ่งที่น่าจะได้เห็นต่อไปในอนาคตคือผลงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น เฉพาะกลุ่มมากขึ้น ก็น่าจะสร้างมิติใหม่ให้วงการบันเทิงไทยได้ไม่น้อยทีเดียว ติดอยู่เรื่องเดียวคือทุกคนมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมง…แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปดูหมดกันล่ะเนี่ย

 

อ้างอิง:

The post คอนเทนต์ไทยฮอต! เพราะอะไรบริการวิดีโอสตรีมมิงจึงหันมาสร้างคอนเทนต์ไทย? appeared first on THE STANDARD.

]]>