United Kingdom – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 19 Jan 2026 03:10:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึดกรีนแลนด์ ยุโรปตอบโต้อย่างไร? https://thestandard.co/trump-threatens-tariffs-greenland-europe/ Mon, 19 Jan 2026 03:10:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1166624 ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึด **กรีนแลนด์** ยุโรปตอบโต้อย่างไร?

8 ชาติยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เ […]

The post ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึดกรีนแลนด์ ยุโรปตอบโต้อย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึด **กรีนแลนด์** ยุโรปตอบโต้อย่างไร?

8 ชาติยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วม ตอบโต้ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่เขาประกาศจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ในอัตราใหม่ต่อทั้ง 8 ประเทศเหล่านี้ หากคัดค้านความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์

 

โดยทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษีสำหรับสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ จากทั้ง 8 ประเทศ เริ่มต้นที่ 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน

 

แถลงการณ์ร่วมของทั้ง 8 ชาติยุโรป ระบุว่าจะ “ยืนหยัดอย่างเต็มที่ ในความสามัคคีกับเดนมาร์กและประชาชนกรีนแลนด์” และ “พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาบนพื้นฐานหลักการอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน”

 

ขณะที่ชี้ว่า “การคุกคามด้านภาษี ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแถบแอตแลนติก และอาจนำไปสู่ความตกต่ำอย่างอันตราย” พร้อมทั้งยืนยันการร่วมมือกันเพื่อตอบโต้และรักษาอธิปไตย

 

“เราจะยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวและประสานงานกันในการตอบโต้ เรามุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยของเรา”

 

ทั้งนี้ สมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ จัดประชุมฉุกเฉินในวันอาทิตย์ (18 มกราคม) เพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบสนองต่อภัยคุกคามของทรัมป์

 

โดย เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ตอบโต้ในโพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ (17 มกราคม) กล่าวว่า จุดยืนของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับกรีนแลนด์นั้นชัดเจน คือ “กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก” และ “อนาคตของกรีนแลนด์เป็นเรื่องของชาวกรีนแลนด์และชาวเดนมาร์ก”

 

ขณะที่เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับทั้งผู้นำยุโรป, เลขาธิการ NATO และประธานาธิบดีทรัมป์ วานนี้ และเน้นย้ำจุดยืนว่า “ความมั่นคงของกรีนแลนด์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับสมาชิก NATO ทุกประเทศ แต่การเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศพันธมิตรที่มุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงร่วมกันของประเทศสมาชิกนาโตนั้นเป็นเรื่องที่ผิด”

 

ด้าน อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ก็ตอบโต้ในโพสต์บน X เช่นกัน โดยกล่าวว่า “สหภาพยุโรปยืนหยัดอย่างเต็มที่เคียงข้างเดนมาร์กและประชาชนชาวกรีนแลนด์ การเจรจายังคงเป็นสิ่งสำคัญ และเรามุ่งมั่นที่จะต่อยอดจากกระบวนการที่เริ่มต้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างราชอาณาจักรเดนมาร์กและสหรัฐฯ”

 

“ภาษีจะบ่อนทำลายความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและเสี่ยงต่อการตกต่ำอย่างอันตราย ยุโรปจะยังคงรวมเป็นหนึ่งเดียว ประสานงานกัน และมุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยของตนต่อไป”

 

ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่งของเดนมาร์ก ตอบโต้ผ่าน Facebook ว่า “เดนมาร์กต้องการความร่วมมือ และไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องการความขัดแย้ง” และเธอยินดีกับข้อความที่สอดคล้องกันจากส่วนอื่นๆ ของทวีป พร้อมยืนยันว่า “ยุโรปจะไม่ยอมถูกข่มขู่”

 

“ยิ่งไปกว่านั้น เราต้องยืนหยัดอย่างมั่นคงในคุณค่าพื้นฐานที่สร้างประชาคมยุโรปขึ้นมา” เธอกล่าว

 

ภาพ : REUTERS/Marko Djurica

อ้างอิง :

The post ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศขวางยึดกรีนแลนด์ ยุโรปตอบโต้อย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gawdland เป็นตัวแทนไทยลงแข่ง RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซัน 3 https://thestandard.co/gawdland-drag-race-uk-world/ Wed, 14 Jan 2026 07:05:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1165110 Gawdland เป็นตัวแทนไทยลงแข่ง RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซัน 3

Gawdland แดร็กควีนจากรายการ Drag Race Thailand ซีซัน 3 […]

The post Gawdland เป็นตัวแทนไทยลงแข่ง RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซัน 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gawdland เป็นตัวแทนไทยลงแข่ง RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซัน 3

Gawdland แดร็กควีนจากรายการ Drag Race Thailand ซีซัน 3 เป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งรายการ RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซั่น 3 ที่เตรียมออกอากาศในวันที่ 27 มกราคมนี้ทางช่อง BBC Three

 

การร่วมเข้าแข่งขันครั้งนี้ Gawdland ถือว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทยคนที่ 2 ต่อจาก Panginal Heals ที่เคยลงแข่ง RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซั่นแรกเมื่อปี 2022 โดยผ่านเข้ารอบถึงตอนที่ 4 จาก 6 ทั้งหมดของซีซั่น

 

และสำหรับ Gawdland หรือธราเทพ ทวีผล เริ่มต้นอาชีพแดร็กควีนมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และฝึกฝนทั้งการแสดงและการนำเสนอตัวตนจนเริ่มมาเป็นแดร็กควีนประจำที่ร้าน Bipolar ที่สีลมซอย 2 ก่อนจะกลายมาเป็นร้าน EDT และอีกที่หนึ่งคือร้าน House of Heals ของ Pangina Heals

 

จุดเด่นของ Gawdland คือเรื่องการแสดงที่เผ็ดร้อน และแฟชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยและแบรนด์แฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น Mugler, Schiapparelli, John Galliano พร้อมกับได้รับคำปรึกษาด้านแฟชั่นจาก Art Araya เป็นการส่วนตัว

 

ผลงานที่ผ่านมา นอกจากโชว์ตามไนท์คลับแล้ว Gawdland ยังเคยได้ร่วมถ่ายเอ็มวี Got Me Started ของ Troye Sivan ที่บินมาถ่ายทำในกรุงเทพฯ ร่วมกับเพื่อนๆ แดร็กควีนคนอื่น

 

รายการ RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ถือเป็นซีรีส์แยกมาจาก RuPaul’s Drag Race UK ที่เป็นการร่วมเหล่าแดร็กควีนจากหลากหลายประเทศมาแข่งกับอดีตผู้เข้าแข่งขันซีซั่นก่อน ๆ และสำหรับซีซั่น 3 นี้มีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 10 คน พร้อมกับตัวแทนจาก 8 ประเทศแฟรนไชส์ Drag Race ทั้ง อังกฤษ, แคนาดา, เยอรมนี, เม็กซิโก, สวีเดน, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา และไทย

 

โดยตอนแรกของรายการจะออกอากาศทางฟรีทีวีในสหราชอาณาจักรทั้ง BBC Three และ BBC iPlayer ในวันที่ 27 มกราคม 2026 และรับชมได้ทั่วโลกทางแพลตฟอร์ม WOW Presents Plus

 

ภาพ: Gawdland / Instagram

The post Gawdland เป็นตัวแทนไทยลงแข่ง RuPaul’s Drag Race UK Versus The World ซีซัน 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาสั่งระงับขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ Prince Group https://thestandard.co/cambodia-halts-prince-group/ Wed, 14 Jan 2026 04:58:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1165039 กัมพูชาสั่งระงับขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ Prince Group

หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา ออกแถล […]

The post กัมพูชาสั่งระงับขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ Prince Group appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาสั่งระงับขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ Prince Group

หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ระงับการขายโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านในโครงการจัดสรร 4 แห่งในกรุงพนมเปญ และอีก 1 แห่งในเมืองสีหนุวิลล์ ที่มีความที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Prince Group โดยถือเป็นการดำเนินการหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการกัมพูชาจับกุมและส่งตัวเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทกลับไปดำเนินคดียังประเทศจีน

 

การสั่งระงับการขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ถือเป็นความเสียหายล่าสุดสำหรับ Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นตัวแทนของ “หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย” หลังจากที่เฉินถูกตั้งข้อหาและฟ้องริบทรัพย์เป็นบิตคอยน์มูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัทของเขาถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา

 

โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) ยังได้สั่งชำระบัญชีธนาคาร Prince Bank หนึ่งในธุรกิจของบริษัทเพื่อให้ยุติการดำเนินกิจการ

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า บุคคลที่ลงนามในสัญญาซื้อขายหน่วยที่อยู่อาศัยในโครงการทั้ง 5 แห่งนั้น มีหน้าที่ต้องดำเนินการซื้อขายให้เสร็จสมบูรณ์ โดยผู้ที่ชำระเงินเต็มจำนวนแล้วมีสิทธิ์ที่จะขายทรัพย์สินของตนได้ หลังจากจดทะเบียนกรรมสิทธิ์กับรัฐบาลแล้ว

 

อ้างอิง :

 

The post กัมพูชาสั่งระงับขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ Prince Group appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมกัมพูชาถึงส่งตัว ‘เฉินจื้อ’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ให้จีนในเวลานี้ https://thestandard.co/cambodia-chen-zhi-scammer-china/ Thu, 08 Jan 2026 04:02:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1162656 ทำไมกัมพูชาถึงส่งตัว ‘ เฉินจื้อ’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ให้ จีนในเวลานี้

ทางการกัมพูชาได้ส่งตัว เฉินจื้อ นักธุรกิจมหาเศรษฐี ผู้ถ […]

The post ทำไมกัมพูชาถึงส่งตัว ‘เฉินจื้อ’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ให้จีนในเวลานี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมกัมพูชาถึงส่งตัว ‘ เฉินจื้อ’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ให้ จีนในเวลานี้

ทางการกัมพูชาได้ส่งตัว เฉินจื้อ นักธุรกิจมหาเศรษฐี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ที่บงการอยู่เบื้องหลัง เครือข่ายต้มตุ๋นคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก ซึ่งใช้แรงงานทาสที่ถูกหลอกมาทำงานในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ (Scam Centers) เพื่อหลอกเหยื่อทั่วโลก ไปยังประเทศจีน หลังจากเขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับชาวจีนอีก 2 คนคือ สวี่จี้เหลียง และเส้าจี้ฮุย

 

ปัจจัยทางกฎหมายที่สำคัญที่เอื้อให้เกิดการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนคือ การที่ เฉินจื้อ ถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 เดิมที เฉินจื้อ ได้สละสัญชาติจีน เพื่อมาถือสัญชาติกัมพูชาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งการสูญเสียสัญชาติกัมพูชา ทำให้เขาไม่มีสถานะคุ้มครองในฐานะพลเมืองของกัมพูชาอีกต่อไป

 

การส่งตัวมหาเศรษฐีที่มีความใกล้ชิดกับชนชั้นนำกัมพูชามาอย่างยาวนานเช่นนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ และมีเหตุผลเบื้องหลังที่สำคัญ ได้แก่

 

(1) แรงกดดันจากมหาอำนาจ

 

การจับกุมและการส่งตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นผลสรุปของ ‘การสืบสวนสอบสวนร่วม’ (Joint Investigation) กับหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ และประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินมานานหลายเดือน

 

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และอังกฤษเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) ต่อ เฉินจื้อ และเครือข่ายบริษัท Prince Group อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2025 กัมพูชาจึงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หากกัมพูชายังคงปกป้องเขาต่อไป อาจเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหรือถูกเพ่งเล็งเรื่องการฟอกเงินระดับประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่พึ่งพาระบบการเงินโลก

 

ประกอบกับการมี ‘ปฏิบัติการกวาดล้าง’ ตามใบสั่งของรัฐบาลจีน ที่ต้องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในแถบอาเซียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเมียนมาและกัมพูชา จีนจึงกดดันให้รัฐบาลอาเซียนร่วมมือส่งตัวผู้บงการใหญ่กลับไปรับโทษ การส่งตัวเฉินจื้อให้จีน ถือเป็นการแสดงความสวามิภักดิ์และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับ ‘พี่ใหญ่จีน’ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักทางเศรษฐกิจของกัมพูชา

 

(2) การตัดความเสี่ยงของชนชั้นนำ

 

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ เฉินจื้อ จะเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในกัมพูชา แต่เมื่อคดีความขยายวงกว้าง จนกลายเป็น ‘คดีฉ้อโกงคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ เขาจึงกลายเป็นภาระ มากกว่าที่จะเป็นสินทรัพย์ การเพิกถอนสัญชาติและส่งตัวเขาออกไป คือ ‘การตัดวงจร’ ความเชื่อมโยง เพื่อป้องกันไม่ให้การสืบสวนสาวมาถึงตัวละครสำคัญอื่นๆ ในกัมพูชา

 

(3) การกอบกู้ภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ

 

ที่ผ่านมา กัมพูชาถูก UN และสื่อทั่วโลกจับตามองในฐานะศูนย์กลางเครือข่ายการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การจับกุมตัวผู้บงการรายใหญ่อย่างเฉินจื้อคือ ‘การสร้างภาพลักษณ์’ ให้โลกรู้ว่ากัมพูชาเริ่มเอาจริงกับการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติธุรกิจเหล่านี้จะยังคงครองสัดส่วนอย่างมากในเศรษฐกิจของกัมพูชาก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post ทำไมกัมพูชาถึงส่งตัว ‘เฉินจื้อ’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ให้จีนในเวลานี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดฉากคดีลอบสังหารสกริปาล สหราชอาณาจักรชี้ ‘ปูติน’ อยู่เบื้องหลัง บงการวางยาพิษโนวีชอก คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ https://thestandard.co/uk-blames-putin-skripal-novichok/ Fri, 05 Dec 2025 05:25:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1151627 ปิดฉากคดีลอบสังหาร สกริปาล สหราชอาณาจักร ชี้ ‘ปูติน’ อยู่เบื้องหลัง บงการวางยาพิษ โนวีชอก คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์

คณะไต่สวนสหราชอาณาจักรสรุปคดีพยายามลอบสังหาร เซอร์เกย์ […]

The post ปิดฉากคดีลอบสังหารสกริปาล สหราชอาณาจักรชี้ ‘ปูติน’ อยู่เบื้องหลัง บงการวางยาพิษโนวีชอก คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดฉากคดีลอบสังหาร สกริปาล สหราชอาณาจักร ชี้ ‘ปูติน’ อยู่เบื้องหลัง บงการวางยาพิษ โนวีชอก คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์

คณะไต่สวนสหราชอาณาจักรสรุปคดีพยายามลอบสังหาร เซอร์เกย์ สกริปาล (Sergei Skripal) สายลับสองหน้าชาวรัสเซียในปี 2018 ซึ่งเป็นเหตุให้หญิงผู้บริสุทธิ์รายหนึ่งเสียชีวิตว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย อยู่เบื้องหลัง และเป็นผู้บงการสั่งให้วางยาพิษอย่าง ‘โนวีชอก’ (Novichok)

 

คณะไต่สวนสหราชอาณาจักรออกมาสรุปเบื้องหลังความพยายามลอบสังหาร สกริปาล และยูเลีย สกริปาล (Yulia Skripal) บุตรสาวในปี 2018 ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้ ดอว์น สเตอร์เจส (Dawn Sturgess) หญิงวัย 44 ปี เสียชีวิต หลังฉีดโนวีชอก ยาพิษทำลายประสาทที่บรรจุใน ‘ขวดน้ำหอม’ เข้าที่มือโดยตรง

 

แอนโทนี ฮิวจ์ส (Anthony Hughes) ประธานคณะไต่สวน และอดีตผู้พิพากษาศาลสูงสุดอังกฤษระบุว่า เขามั่นใจว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซีย (GRU) เป็นผู้ลอบสังหารสกริปาล ที่ตัดสินใจแปรพักตร์เข้าหาสหราชอาณาจักร โดยมีข้อแลกเปลี่ยน คือ การแลกข้อมูลลับของรัสเซีย ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากผู้นำระดับสูง โดยจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากปูติน

 

“ผมสรุปได้ว่า การลอบสังหารสกริปาลต้องได้รับการอนุมัติจากระดับสูงสุด คือ ประธานาธิบดีปูติน” ฮิวจ์สย้ำว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารในครั้งนี้ ต้องแสดงความรับผิดชอบทางศีลธรรม และการโจมตีของรัสเซีย คือ การแสดงอำนาจอย่างเปิดเผย เพื่อให้เกิดผลทางการเมืองทั้งภายในและต่างประเทศ

 

ด้าน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรระบุว่า ผลสรุปของคณะไต่สวนดังกล่าวคือเครื่องเตือนใจว่า รัสเซียไม่เห็นค่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ และทางการจะยืนหยัดต่อสู้กับระบอบอันโหดร้ายของปูตินต่อไป

 

นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรหน่วยข่าวกรองรัสเซีย และเรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรมาเข้าพบ พร้อมวิจารณ์ว่า มอสโกพยายามก่อปฏิบัติการก่อกวนประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

อนึ่ง ครอบครัวของสเตอร์เจสแสดงความคิดเห็นว่า ผลสรุปของทางการให้คำตอบถึงเหตุลอบสังหารบางส่วน แต่ยังเหลือคำถามและข้อสงสัยอีกมาก โดย สแตน สเตอร์เจส (Stan Sturgess) บิดาของสเตอร์เจสกล่าวกับ The Guardian ว่า เขารู้สึกพอใจที่คณะไต่สวนระบุว่า ลูกสาวของเขาไม่ใช่ผู้กระทำผิด แต่ก็แสดงความกังวลว่า สหราชอาณาจักรอาจไม่ได้เรียนรู้อะไร เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมเช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

 

ย้อนกลับไปในปี 2018 สกรีปาลและยูเลียถูกพบว่า หมดสติในม้านั่งสวนสาธารณะที่เมืองซอลส์บรี โดยผู้ก่อเหตุใช้วิธีทาโนวีชอกบนมือจับประตูบ้าน ทำให้ทั้งคู่ได้รับพิษรุนแรง หากแต่รอดชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่สเตอร์เจสเก็บโนวีชอกที่อำพรางด้วยขวดน้ำหอมในถังขยะ และฉีดบนฝ่ามือ จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ภาพ: Vyacheslav Prokofyev / Reuters

อ้างอิง:

The post ปิดฉากคดีลอบสังหารสกริปาล สหราชอาณาจักรชี้ ‘ปูติน’ อยู่เบื้องหลัง บงการวางยาพิษโนวีชอก คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจเสน่ห์ Selfridges ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก https://thestandard.co/life/selfridges-uk-global-lifestyle/ Mon, 01 Dec 2025 08:55:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1150256

The Standard Life ได้ร่วมเดินทางไปเปิดประสบการณ์สุดเอ็ก […]

The post สำรวจเสน่ห์ Selfridges ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

The Standard Life ได้ร่วมเดินทางไปเปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับกลุ่มเซ็นทรัลและ Turkish Airlines สู่หนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเมื่อการช็อปปิ้งกลายเป็นศิลปะของการใช้ชีวิต และประสบการณ์มีค่ามากกว่าสิ่งของ Selfridges แห่งสหราชอาณาจักรจึงกลายเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบของจุดหมายนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร

 

ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ห้าง Selfridges ไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราในกรุงลอนดอน แต่ยังพิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้ารางวัล ‘ห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในโลก’ ถึง 4 ครั้งจากเวที Global Department Store Summit นับตั้งแต่ Harry Gordon Selfridge วางรากฐานในปี 1909 ด้วยแนวคิดปฏิวัติที่ว่า ‘ห้างคือโรงละครแห่งประสบการณ์’ ปรัชญานี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงวันนี้ ผ่านการผสมผสานศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรมเข้าไว้ในทุกพื้นที่

 

โดยเฉพาะคริสต์มาสปีนี้ที่ Selfridges ใช้เวลาถึง 2 ปีในการวางแผนความร่วมมือกับ Disney เพื่อเนรมิตทุกสาขาให้กลายเป็นโลกเทพนิยายที่ผู้คนสัมผัสได้จริง นี่คือส่วนหนึ่งของบรรยากาศการไปเยือน Selfridges ที่ The Standard Life จะพาคุณไปสำรวจเสน่ห์ของห้างระดับโลกใน 2 เมืองหลักที่สำคัญของอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์และลอนดอนกันเลย

 


Selfridges Manchester สัมผัสความหรูหราที่มีชีวิตชีวา

 

ทริปนี้เริ่มต้นที่เมืองแมนเชสเตอร์ ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมและนวัตกรรมของภาคเหนืออังกฤษ ก่อนจะบินต่อไปลอนดอน เราได้มีโอกาสแวะสำรวจ Selfridges Manchester Exchange Square (ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2002) สิ่งแรกที่รู้สึกได้เมื่อก้าวเข้ามาคือไวบ์ของเมืองที่ถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบพื้นที่ ที่นี่ไม่ได้มีแค่แบรนด์มากมายที่วางจำหน่ายเท่านั้น แต่เป็นการผสานแฟชั่น ศิลปะ และไลฟ์สไตล์รวมเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้รู้สึกว่าที่นี่มีเสน่ห์ เดินง่าย ช้อปปิ้งสนุก เต็มไปด้วยความเป็นตัวของตัวเองที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแมนเชสเตอร์ได้อย่างลงตัว

 

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 1

 

 

เราตื่นเต้นกับ Jellycat General Store ร้านสุดน่ารักที่รวบรวมคอลเล็กชันตุ๊กตา Jellycat หลากหลายแบบให้เลือกจุใจ ด้านอาหารก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งภัตตาคารอิตาเลียนระดับพรีเมียม San Carlo Bottega และร้านชาเขียวมัทฉะสุดเก๋ The Matcha Kyoto ที่ผสมผสานรสชาติดั้งเดิมกับความร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ อย่าลืมแวะไปเติมความฟินด้วยมัทฉะที่ชงกันให้เห็นสดๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและชาร์จพลังระหว่างช้อปปิ้งได้ดีทีเดียว

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 2

 

Personal Shopping Lounge ห้องลับสำหรับคนพิเศษ

หนึ่งในไฮไลต์ที่เรามีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสคือ Personal Shopping Lounge ห้องรับรองส่วนตัวที่หรูหราจนต้องบอกว่าประทับใจมาก ที่นี่มีทีมสไตลิสต์มืออาชีพคอยให้คำแนะนำแบบ one-on-one พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลจาก San Carlo Bottega ระหว่างที่เลือกช็อปปิ้ง บรรยากาศเป็นส่วนตัวและเป็นกันเองมาก ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมเซเลบริตี้และบุคคลสำคัญถึงแวะเวียนมาใช้บริการที่นี่เป็นประจำ เหล่าบรรดานักเตะดังๆ ทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกก็แวะเวียนมากันประจำเลยนะ นอกจากการเลือกเสื้อผ้าแนวแฟชั่นแล้ว ก็ยังมีมาสเตอร์คลาสจากผู้เชี่ยวชาญแบรนด์ดังอย่าง Tom Ford และการค้นหากลิ่นหอมในฝันกับผู้เชี่ยวชาญจาก Olfactory อีกด้วยสำหรับสายบิวตี้ ทีม Beauty Concierge ของแบรนด์ระดับโลกอย่าง SUQQU, Hourglass, Pat McGrath Labs และ Victoria Beckham Beauty ก็พร้อมให้คำปรึกษาด้านความงามแบบเฉพาะบุคคล ทำให้รู้สึกว่าทุกคนได้รับการดูแลอย่างพิเศษจริงๆ บอกเลยว่าบริการเหล่านี้สาวๆ ชอบแน่นอน

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 3

 

 

Selfridges Manchester Trafford ห้างหรูในบรรยากาศครอบครัว


ขับรถไม่กี่นาทีจากใจกลางเมือง ก็จะเจอ Selfridges Manchester Trafford ใน The Trafford Centre ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1998 พอได้ไปเดินเยี่ยมชมสาขานี้รู้สึกว่าให้ฟีลอบอุ่นและเป็นกันเองมากกว่า เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคนที่อยากช็อปแบบชิลล์ๆ ใครที่เป็นสาย foodie เรื่องกินไม่มีพลาด ที่นี่มีร้านอาหารให้ลิ้มลองมากมาย มีทั้งอาหารญี่ปุ่นสไตล์สตรีตจาก YO!, ชานมไข่มุกจาก Mooboo หรือบาร์แชมเปญของ San Carlo สำหรับบรรยากาศหรูหรา เราแอบเห็นมีร้านอาหารไทยด้วยนะ!
ส่วนพิกัดไฮไลต์ที่ต้องแวะคือ Jellycat General Store ที่รวบรวมตุ๊กตา Jellycat หนึ่งในคอลเล็กชันที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร น่ารักจนต้านทานไม่ไหว อยากจะละลายเงินปอนด์

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 4

 

นอกจากนี้ยังตื่นตาตื่นใจกับคอลเลกชันจากแบรนด์ระดับโลกที่ร่วมมือกับ Disney สร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษ อาทิ รองเท้าส้นสูงจาก Christian Louboutin ที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าแก้วของ Cinderella, กระเป๋า Tabby และ Kisslock จาก Coach ประดับลาย Mickey Mouse อย่างมีสไตล์ บอกเลยว่าละลานตาไปหมด ส่วนคนรักสวยรักงามก็มีอาณาจักรความงามกับบิวตี้ฮอลล์ที่ครบครัน รวบรวมแบรนด์อย่าง Armani Beauty, Charlotte Tilbury, GHD, Refy และ YSL พร้อมบริการ The Makeover เซสชันแต่งหน้าโดยทีม Beauty Concierge หรือ The Glow Up บริการปรับลุคครบวงจรจากเมกอัพ สกินแคร์ ไปจนถึงทำผม รวมถึงบริการจาก Face Gym และซาลอน Andrew Collinge ด้วย บอกเลยว่าเข้าไปแบบโทรมๆ สามารถเดินกลับออกมาแบบสวยเริ่ดได้เลย

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 5

 


มุ่งสู่ Selfridges ลอนดอน ตื่นตากับปราสาทดิสนีย์ที่โผล่กลางถนนออกซ์ฟอร์ด!

 

สำรวจเสน่ห์ของ Selfridges ที่แมนเชสเตอร์ก็คิดว่าฟินแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าไฮไลต์ที่แท้จริงรออยู่ที่ลอนดอน! เมื่อมายืนอยู่หน้า Oxford Street เราก็เห็นรูปทรงปราสาทสูง 11 เมตรโผล่ขึ้นมาอย่างตระการตา นี่คือผลงานความร่วมมือระหว่าง Selfridges และ Disney ที่ใช้เวลาวางแผนถึง 2 ปี! ทีมงาน Selfridges เล่าว่าปราสาทได้แรงบันดาลใจจาก Sleeping Beauty Castle ใน Disneyland Paris มีการประดับด้วยดาว 40 ดวง เรือ Jolly Roger จาก Peter Pan และรถม้าของ Cinderella ที่ล้อมรอบด้วยแสงไฟยาวกว่า 100 เมตรสุดอลังการ (โดยเฉพาะยามค่ำคืน) ต้องบอกว่านี่คือการติดตั้งขนาดใหญ่ที่สุดบนอาคารนี้ในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ และมันก็คุ้มค่าทุกการรอคอยจริงๆ

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 6

 

ไลต์โชว์ที่ห้ามพลาด ทุก 15 นาที ตั้งแต่ 5 โมงเย็น

 

ถ้าคุณมาถึง Selfridges ลอนดอนในช่วง 17:00-21:00 น. อย่าเพิ่งรีบเข้าห้างนะ เราแนะนำให้หยุดยืนรอที่บริเวณ Queen of Time นาฬิกาประวัติศาสตร์หน้าห้าง เพราะทุกๆ 15 นาที จะมีโชว์แสงสีเสียงที่สวยงามจนต้องอ้าปากค้างและลืมความหนาวไปเลย! สิ่งที่เราเลิฟที่สุดคือเมื่อเพลง Cinderella ที่ Disney แต่งขึ้นเป็นพิเศษดังขึ้น Tinkerbell จะเริ่มร่ายมนตร์โปรยผงวิเศษไปรอบๆ นาฬิกา แล้วแสงไฟจะระยิบระยับไล่เรียงไปทั่วทั้งห้าง ดาวบางดวงส่องประกายเหมือนดอกไม้ไฟ สีสันเปลี่ยนไปตลอด 1 นาทีเต็ม บรรยากาศมหัศจรรย์จนทำให้คนที่ผ่านไปมาต่างหยุดยืนมองพร้อมๆ กัน บางคนถ่ายรูป บางคนถ่ายวิดีโอ เมื่อเราหันไปมองรอบๆ ก็เห็นทุกคนล้วนมีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าเหมือนกันหมด ช่างเป็นโมเมนต์ที่ประทับใจมากจริงๆ

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 7

 


วินโดว์ดิสเพลย์ 12 บาน ผสานงานศิลป์ที่ทำด้วยมือทั้งหมด

 

หลังชมไลต์โชว์จนพอใจ ก็ถึงเวลาเดินชมวินโดว์ดิสเพลย์ทั้ง 12 บานในยามค่ำคืนที่ทาง Selfridges ใช้เวลาผลิตตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังจากออกแบบในเดือนกุมภาพันธ์ และติดตั้งถึง 2-3 สัปดาห์เต็ม สิ่งที่ทำให้ประทับใจมากที่สุดคืองานทุกชิ้นวาดด้วยมือและแกะสลักด้วยมือทั้งหมด เห็นแล้วรู้สึกถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดจนต้องอดร้องว้าวไม่ได้เลย!

 

หน้าต่าง Tinkerbell โดดเด่นที่สุด เพราะนี่คือครั้งแรกที่ Disney Imagineers สร้างเทคโนโลยีพิเศษให้ผู้ชมสามารถโต้ตอบกับ Tinkerbell ได้จริงๆ นอกสวนสนุก เธอบินผ่านหน้าต่างพร้อมโปรยผงวิเศษในห้องเด็กของครอบครัว Darling น่ารักจนอยากกระโดดเข้าไปในฉากเลย

หน้าต่าง Evil Queen
มีกระจกวิเศษที่ทำร่วมกับ Disney Imagineers เป็นครั้งแรกนอกสวนสนุกเช่นกัน และแอปเปิ้ลที่เป่าแก้วด้วยมือจนแทบไม่เชื่อว่าไม่ใช่ของจริง

หน้าต่าง Cinderella
จัดเต็มด้วยฉากแปลงร่างรถม้าฟักทอง มีช่วงจัดแสดงรองเท้าแก้ว และที่น่ารักคือมีเครื่องแต่งกายพิเศษให้กับตัวละครหนูด้วย

 

หน้าต่าง Lady and the Tramp เพิ่มพื้นผิวสัมผัสด้วยขนและปลอกคอที่ประดับเลื่อมด้วยมือ ต่างจากตัวละครที่มักถูกทาสีเรียบๆ ใน Disneyland รู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันในทุกจุด

หน้าต่าง Pinocchio
มีของเล่นที่ต้องหาให้ตรงยุคเดียวกับภาพยนตร์ เครื่องมือช่างทำขึ้นเฉพาะโดยช่างไม้ และนาฬิกาสร้างจากภาพอ้างอิงในภาพยนตร์

หน้าต่าง Flying to Never Neverland
เป็นหน้าต่างที่ใหญ่ที่สุด มีฉากกรุงลอนดอนที่วาดด้วยมือทั้งหมด สถานที่สำคัญของลอนดอนทำจากกระดาษโดยผู้ผลิตเดียวกับหน้าต่าง Mary Poppins เลยนะ

 

 

สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 8 สำรวจเสน่ห์ **Selfridges** ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 9

 


RESELFRIDGES ความยั่งยืนที่ลงมือทำจริง

 

อีกสิ่งที่ทำให้ประทับใจคือ Selfridges ไม่ได้แค่พูดถึงความยั่งยืน แต่ทำให้เกิดขึ้นจริงผ่าน RESELFRIDGES ซึ่งเป็นพื้นที่ถาวรในทุกสาขาและบน Selfridges.com ที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการช็อปปิ้งแบบใส่ใจโลกไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นบริการให้เช่าสินค้า (Rental) สำหรับคนที่อยากลองของใหม่โดยไม่ต้องซื้อ, บริการซ่อมแซม (Repair) จาก SOJO, Sneakers ER และ The Handbag Clinic เพื่อให้ของรักยืนอายุยาวขึ้น, การขายต่อ (Resell) และสินค้ามือสอง (Pre-loved) คัดสรรคุณภาพดีจาก Vintage Threads และ We Are Cow รวมถึงบริการเติมสินค้า (Refill) ที่ช่วยลดขยะพลาสติก นี่คือการนำแนวคิด “Circular Shopping” หรือการช็อปปิ้งแบบหมุนเวียนมาใช้จริง ทำให้เราสามารถเลือกช็อปได้อย่างมีสไตล์โดยไม่ทิ้งโลกไว้ข้างหลัง การที่ Selfridges ยกเลิกขนสัตว์ตั้งแต่ปี 2005 และถอดผลิตภัณฑ์ที่มีพลาสติกกลิตเตอร์ออกในปี 2021 ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจริงจังกับเรื่องนี้มานานแล้ว

 

 

The post สำรวจเสน่ห์ Selfridges ในอังกฤษ ที่มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย https://thestandard.co/flood-management-prepare-prevent-respond/ Thu, 27 Nov 2025 08:06:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1148485 โมเดล จัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย

น้ำท่วมหรืออุทกภัย ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลก […]

The post โมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โมเดล จัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย

น้ำท่วมหรืออุทกภัย ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายมิติ ทั้งต่อชีวิตของผู้คน สภาพสังคม และภาวะเศรษฐกิจ และยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในยุคปัจจุบัน จากผลกระทบภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้เกิดมหาอุทกภัยมากขึ้นในหลายจุดของโลก และล่าสุดคือประเทศไทย ที่กำลังเกิดน้ำท่วมครั้งประวัติการณ์ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

ที่ผ่านมา มีหลายประเทศเผชิญกับภาวะน้ำท่วมบ่อยครั้ง จนทำให้ต้องมีการกำหนดนโยบายหรือแผนบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม (Flood Risk Management Plan) ในขณะที่โมเดลจัดการน้ำท่วมแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะภูมิประเทศ งบประมาณ เทคโนโลยี และโครงสร้างการปกครอง

 

THE STANDARD จะพาไปสำรวจโมเดลการจัดการน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพของบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและเสี่ยงเกิดน้ำท่วมได้ง่าย จึงทำให้ต้องมีโครงการบริหารจัดการน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับอังกฤษ ที่เผชิญน้ำท่วมบ่อยครั้งจนทำให้ต้องมีกรอบยุทธศาสตร์รับมือความเสี่ยงจากน้ำท่วม ขณะที่ญี่ปุ่นก็มีแผนรับมือปัญหาน้ำท่วมที่เน้นการกระจายอำนาจและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

 

โดยแผนบริหารจัดการน้ำท่วมที่ดี ทำให้วันนี้ประชาชนในประเทศเหล่านี้ สามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวอันตรายจากภาวะน้ำท่วม

 


 

โมเดล จัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย 1

 

สิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นเบื้องหลังความสำเร็จในแผนบริหารจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ คือโครงการที่เรียกว่า The Delta Programme ซึ่งเป็นกรอบนโยบายระดับชาติที่วางแนวทางป้องกันน้ำท่วม รับประกันแหล่งน้ำจืด และเตรียมรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระยะยาว โดยมีแผนล่วงหน้าไปอีกครึ่งศตวรรษข้างหน้า และบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกลาง ทางการท้องถิ่น องค์กรบริหารจัดการน้ำ และสถาบันวิจัยต่างๆ

 

โดยแผนดำเนินงานที่สำคัญภายใต้โครงการ The Delta Programme อาทิ โครงการเสริมความแข็งแรงของแนวคันกันน้ำและประตูน้ำ, โครงการ Room for the River ขยายพื้นที่รับน้ำตามแนวแม่น้ำ, การใช้พื้นที่ชุ่มน้ำและระบบนิเวศชายฝั่งเป็นพื้นที่กันชนตามธรรมชาติ และการกำหนดนโยบายเชิงพื้นที่และการวางผังเมือง โดยกำหนดเงื่อนไขและข้อบังคับในการก่อสร้างใหม่ เช่น ระดับพื้นต้องยกสูงขึ้น, มีพื้นที่ซึมซับน้ำ และพื้นที่กักเก็บน้ำในยามฉุกเฉิน

 

โมเดล จัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย 2

 

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง ทั้งในอังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ทำให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องกำหนดระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ จนเกิดเป็นกรอบยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ชื่อว่า ‘การจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่งแห่งชาติ (Flood and Coastal Erosion Risk Management: FCERM)’ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมในปัจจุบัน

 

โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ อาทิ การใช้แนวทางรับมือตามธรรมชาติ (Nature-based Solutions) เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ การสร้างพื้นที่รับน้ำธรรมชาติ, การวางผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านน้ำและชายฝั่ง, การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ เช่น ระบบเตือนภัยน้ำท่วม การแจ้งเตือนชายฝั่ง การรับมือฉุกเฉิน การอพยพ การวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด, การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมและระบบน้ำอย่างต่อเนื่อง, ความร่วมมือบูรณาการทั้งภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน ธุรกิจ และภาคประชาสังคม ตลอดจนการใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมเพื่อวางแผนระยะยาว

 

โมเดล จัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย 3

 

แผนรับมือภัยพิบัติของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงภัยจากน้ำท่วม จะใช้การตัดสินใจแบบกระจายอำนาจ และเน้นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยใช้ระบบข้อมูลแบบบูรณาการ และมุ่งเน้นไปที่การป้องกันปัญหา

 

โดยรัฐบาลท้องถิ่นจะบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินขนาดเล็ก ในขณะที่รัฐบาลกลางจะบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติ ซึ่งทั้งสองประเทศจะทำงานภายใต้กรอบการทำงานเดียวกันเพื่อให้มั่นใจว่าการประสานงานจะราบรื่น

 

ขณะที่ยังมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยในการช่วยป้องกันปัญหา ​​เช่น แบบจำลองเมืองเสมือนจริงเพื่อประเมินและคาดการณ์ความเสี่ยง

 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ เช่น J-Alert ซึ่งสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ภายในไม่กี่วินาทีผ่านหลากหลายช่องทาง ตั้งแต่ลำโพง โทรทัศน์ วิทยุ อีเมล และโทรศัพท์มือถือ

 

อ้างอิง:

The post โมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องโมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย https://thestandard.co/international-flood-model-prepare-prevent/ Wed, 26 Nov 2025 08:29:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1147932 ส่อง โมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย

น้ำท่วมหรืออุทกภัย ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลก […]

The post ส่องโมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่อง โมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย

น้ำท่วมหรืออุทกภัย ถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายมิติ ทั้งต่อชีวิตของผู้คน สภาพสังคม และภาวะเศรษฐกิจ และยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในยุคปัจจุบัน จากผลกระทบภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้เกิดมหาอุทกภัยมากขึ้นในหลายจุดของโลก และล่าสุดคือประเทศไทย ที่กำลังเกิดน้ำท่วมครั้งประวัติการณ์ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

ที่ผ่านมา มีหลายประเทศเผชิญกับภาวะน้ำท่วมบ่อยครั้ง จนทำให้ต้องมีการกำหนดนโยบายหรือแผนบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม (Flood Risk Management Plan) ในขณะที่โมเดลจัดการน้ำท่วมแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะภูมิประเทศ งบประมาณ เทคโนโลยี และโครงสร้างการปกครอง

 

THE STANDARD จะพาไปสำรวจโมเดลการจัดการน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพของบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและเสี่ยงเกิดน้ำท่วมได้ง่าย ตลอดจนอังกฤษ และญี่ปุ่นที่เผชิญกับน้ำท่วมบ่อยครั้ง แต่ด้วยแผนบริหารจัดการที่ดี ทำให้วันนี้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวอันตรายจากภาวะน้ำท่วม

 

The Delta Programme แผนจัดการน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์

 

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศพื้นที่ราบลุ่มหลายส่วนอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและแม่น้ำ ทำให้การบริหารจัดการน้ำกลายเป็นภารกิจระดับชาติที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีความเชื่อมโยงในหลายมิติ ทั้งด้านวิศวกรรม นโยบาย และการวางผังเมือง

 

สิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นเบื้องหลังความสำเร็จในแผนบริหารจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ คือโครงการที่เรียกว่า The Delta Programme ซึ่งเป็นกรอบนโยบายระดับชาติที่วางแนวทางป้องกันน้ำท่วม รับประกันแหล่งน้ำจืด และเตรียมรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระยะยาว โดยมีแผนล่วงหน้าไปอีกครึ่งศตวรรษข้างหน้า และบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกลาง ทางการท้องถิ่น องค์กรบริหารจัดการน้ำ และสถาบันวิจัยต่างๆ

 

ที่มาของ The Delta Programme ต้องย้อนไปถึงเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ ปี 1953 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 1,800 คน และทำให้พื้นที่กว้างใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ

 

หลังเหตุการณ์นั้น เนเธอร์แลนด์เริ่มโครงการวิศวกรรมขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า Delta Works เพื่อปิดช่องทะเลและเสริมคันกั้นน้ำ ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นกรอบบูรณาการ ในชื่อโครงการ Delta Programme ซึ่งผสมผสานมาตรการบริหารจัดการน้ำ ทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศ และการวางผังเมืองเข้าด้วยกัน

 

The Delta Programme มีภารกิจหลักที่มุ่งเน้นอยู่ 3 ด้าน ได้แก่

 

1.ความปลอดภัยจากน้ำท่วม (Flood safety) โดยเน้นการคงระดับการป้องกันจากทะเลและแม่น้ำ ให้สอดคล้องกับความเสี่ยง เช่น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและปริมาณฝนตกหนักที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ

 

2.การจัดหาน้ำจืด (Freshwater supply) เน้นการวางแผนสำรองน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยปรับสมดุลการใช้น้ำระหว่างภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อรับมือกับความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝน

 

3.การปรับตัวเชิงพื้นที่ (Spatial adaptation) หรือการวางแผนเชิงพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม และภัยแล้ง ภายใต้แนวคิด ‘การพัฒนาเมืองที่นำโดยการจัดการน้ำ’ ซึ่งทำให้โครงการก่อสร้าง และการพัฒนาพื้นที่ใหม่ๆ คำนึงถึงความสามารถในการสำรองและระบายน้ำ เช่น การทำพื้นที่กักเก็บชั่วคราว พื้นที่ชุ่มน้ำ และโครงการขยายพื้นที่รับน้ำ

 

The Delta Programme เป็นแผนงานที่มีการจัดทำเป็นรายปี โดยนำเสนอต่อรัฐสภา ควบคู่ไปกับงบประมาณของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ขณะที่แนวทางดำเนินงาน สามารถปรับเปลี่ยนไปตามข้อมูลวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ และสถานการณ์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป

 

โดยแผนดำเนินงานและมาตรการที่สำคัญภายใต้โครงการ The Delta Programme อาทิ

 

  • โครงการปรับปรุงและเสริมความแข็งแรงของแนวคันกันน้ำและประตูน้ำ เพื่อรองรับระดับน้ำที่สูงขึ้นในอนาคต

 

  • Room for the River ขยายพื้นที่รับน้ำตามแนวแม่น้ำ โดยการปรับระดับพื้นที่ริมฝั่ง ขุดคูน้ำข้างลำคลอง, สร้างช่องบายพาส, ยก/ย้ายถนนและคันกั้นน้ำบางส่วน เพื่อให้แม่น้ำมีที่ว่างเมื่อระดับน้ำสูงขึ้น โดยผสมผสานการปรับสภาพภูมิทัศน์เข้ากับการป้องกันน้ำในเชิงวิศวกรรม

 

  • โครงสร้างด้านระบบนิเวศและธรรมชาติ โดยใช้พื้นที่ชุ่มน้ำและระบบนิเวศชายฝั่งเป็น ‘บัฟเฟอร์’ หรือพื้นที่กันชนตามธรรมชาติเพื่อชะลอคลื่นและเก็บกักน้ำฝน

 

  • นโยบายเชิงพื้นที่และการวางผังเมือง โดยกำหนดเงื่อนไขและข้อบังคับในการก่อสร้างใหม่ เช่น ระดับพื้นต้องยกสูงขึ้น, มีพื้นที่ซึมซับน้ำ และพื้นที่กักเก็บน้ำในยามฉุกเฉิน

 

ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ลงทุนหลายพันล้านยูโรต่อปีในโครงการจัดการน้ำ ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น รวมถึงโครงการย่อยอีกหลายร้อยโครงการทั่วประเทศ

 

โดยการลงทุนโครงการเหล่านี้ถือเป็นการรับประกันความมั่นคงพื้นฐานของเศรษฐกิจและสังคม เพราะหากไม่มีระบบป้องกันและจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงต่อการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตประชาชนอาจเพิ่มสูงแบบทวีคูณ

 

ยุทธศาสตร์จัดการน้ำท่วมของ UK ในยุคโลกรวน

 

สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมหลากหลายรูปแบบ ทั้งน้ำจากแม่น้ำ น้ำทะเลหนุน ฝนตกหนัก น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

 

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง ทั้งในอังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ทำให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องกำหนดระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ จนเกิดเป็นกรอบยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ชื่อว่า ‘การจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่งแห่งชาติ (Flood and Coastal Erosion Risk Management : FCERM)’ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมในปัจจุบัน

 

โดยยุทธศาสตร์นี้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดการน้ำท่วมและน้ำปี 2010 (Flood and Water Management Act 2010) ซึ่งมีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2020 เพื่อรองรับผลกระทบจากภาวะโลกรวนที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

 

สำหรับยุทธศาสตร์ FCERM มีการกำหนดบทบาทของหน่วยงานหลักอย่างชัดเจน โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม (Environment Agency) รับหน้าที่เป็นผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่งทั่วอังกฤษ มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยงระดับประเทศ ออกแบบมาตรฐานความปลอดภัย และจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น คันกันน้ำและประตูน้ำ

 

ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่น เช่น Lead Local Flood Authorities (LLFAs), สภาท้องถิ่น บริษัทน้ำ และคณะกรรมการด้านการระบายน้ำ ต่างมีหน้าที่ดูแลระบบระบายน้ำ น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และทางน้ำขนาดเล็ก รวมถึงการวางผังเมืองที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ซึ่งโครงสร้างการทำงานแบบหลายภาคส่วนเช่นนี้ ทำให้การบริหารจัดการน้ำท่วมของอังกฤษ มีการบูรณาการทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

 

สำหรับแนวทางปฏิบัติที่สำคัญของยุทธศาสตร์ FCERM ได้แก่

 

  • การใช้แนวทางรับมือตามธรรมชาติ (Nature-based Solutions) เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ การสร้างพื้นที่รับน้ำธรรมชาติ การเปิดพื้นที่น้ำท่วมหลากตามฤดูกาล และการออกแบบพื้นที่สีเขียวและพื้นที่น้ำภายในเมือง เพื่อช่วยชะลอน้ำ ลดระดับน้ำสูงสุด และเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำในระบบนิเวศตามธรรมชาติ โดยแนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการ ‘กันน้ำออก’ มาเป็นการ ‘อยู่กับน้ำอย่างปลอดภัย’

 

  • การวางผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านน้ำและชายฝั่ง โดยหน่วยงานท้องถิ่นต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านน้ำทุกครั้งที่มีการอนุมัติการพัฒนาโครงการก่อสร้างใหม่ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

 

  • การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ เช่น ระบบเตือนภัยน้ำท่วม, การแจ้งเตือนชายฝั่ง, การรับมือฉุกเฉิน การอพยพ การวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานท้องถิ่นได้ร่วมกันพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วมที่มีความแม่นยำสูงขึ้น โดยใช้ข้อมูลสภาพอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และแบบจำลองน้ำลุ่มน้ำ ซึ่งช่วยให้ประชาชนและหน่วยบริการฉุกเฉินมีเวลาเตรียมตัวก่อนน้ำท่วม อีกทั้งยังกระตุ้นให้เกิดแผนรับมือน้ำท่วมในระดับครัวเรือนและธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ที่รัฐไม่เพียงต้องป้องกัน แต่ยังต้อง ‘เสริมภูมิคุ้มกัน’ ให้ประชาชนสามารถรับมือและฟื้นตัวได้เร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม

 

  • การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมและระบบน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยหลายพื้นที่ในอังกฤษมีโครงสร้างป้องกันน้ำทะเล แม่น้ำ และชายฝั่งจำนวนมาก การดูแลให้เขื่อน ประตูน้ำ ระบบระบายน้ำทำงานได้ดีจึงเป็นหัวใจของความปลอดภัยในระยะยาว

 

  • ความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ใช่เพียงรัฐหรือหน่วยงานเดียว แต่รวมหน่วยงานท้องถิ่น ผู้จัดการน้ำ บริษัทน้ำ ผู้วางผังเมือง เกษตรกร ชุมชน ธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อให้การจัดการน้ำเป็นงานร่วม มีการแบ่งบทบาทและรับผิดชอบที่ชัดเจน

 

  • การใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมเพื่อวางแผนระยะยาว ประเมินความเสี่ยง และออกแบบมาตรการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ทั้งนี้ ระหว่างปี 2015-2021 รัฐบาลอังกฤษ ได้ทุ่มงบประมาณราว 2.6 พันล้านปอนด์เพื่อป้องกันน้ำท่วมและกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้สามารถช่วยปกป้องบ้านเรือนกว่า 300,000 หลัง

 

ช่วงระหว่างปี 2021-2027 รัฐบาลยังเพิ่มงบประมาณเป็น 5.2 พันล้านปอนด์เพื่อยกระดับโครงการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว โดยตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐมองการป้องกันน้ำท่วมเป็น ‘การลงทุนด้านความมั่นคงสาธารณะ’ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายระยะสั้น เพราะน้ำท่วมหนึ่งครั้งอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่างบป้องกันหลายปีรวมกัน

 

แผนรับมือน้ำท่วมญี่ปุ่น กระจายอำนาจ-ร่วมมือบูรณาการ

 

สำหรับแผนรับมือภัยพิบัติของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงภัยจากน้ำท่วม จะใช้การตัดสินใจแบบกระจายอำนาจ และเน้นความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยใช้ระบบข้อมูลแบบบูรณาการ และมุ่งเน้นไปที่การป้องกันปัญหา

 

โดยรัฐบาลท้องถิ่นจะบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินขนาดเล็ก ในขณะที่รัฐบาลกลางจะบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติ ซึ่งทั้งสองประเทศจะทำงานภายใต้กรอบการทำงานเดียวกันเพื่อให้มั่นใจว่าการประสานงานจะราบรื่น

 

ขณะที่ยังมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยในการช่วยป้องกันปัญหา ​​เช่น แบบจำลองเมืองเสมือนจริงเพื่อประเมินและคาดการณ์ความเสี่ยง

 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ เช่น J-Alert ซึ่งสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ภายในไม่กี่วินาทีผ่านหลากหลายช่องทาง ตั้งแต่ลำโพง โทรทัศน์ วิทยุ อีเมล และโทรศัพท์มือถือ

 

ซึ่งการเตือนภัยล่วงหน้าที่ครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อออกอย่างน้อย 24 ชั่วโมงล่วงหน้า สามารถลดความเสียหายจากภัยพิบัติได้ 30% และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามาตรการเชิงรุกสามารถช่วยชีวิตและลดความสูญเสียให้น้อยที่สุดได้อย่างไร

 

อีกแนวทางที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยมีการจัดฝึกซ้อมและมีโครงการต่างๆ ในโรงเรียน ที่จะช่วยให้รู้วิธีรับมือกับเหตุฉุกเฉินรวมถึงน้ำท่วม

 

ภาพ: Ana Fernandez/SOPA Images/LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post ส่องโมเดลจัดการน้ำท่วมต่างประเทศ ‘เตรียมพร้อม ป้องกัน รับมือ’ อย่างไร ไม่ให้ภัยพิบัติเลวร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dua Lipa เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการอัปราคาบัตรคอนเสิร์ต https://thestandard.co/dua-lipa-concert-ticket-price-appeal/ Wed, 19 Nov 2025 07:39:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1145006 Dua Lipa เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการอัปราคาบัตรคอนเสิร์ต

การขายบัตรคอนเสิร์ตต่อในราคาที่สูงกว่าราคาหน้าตั๋วกำลัง […]

The post Dua Lipa เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการอัปราคาบัตรคอนเสิร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dua Lipa เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการอัปราคาบัตรคอนเสิร์ต

การขายบัตรคอนเสิร์ตต่อในราคาที่สูงกว่าราคาหน้าตั๋วกำลังจะถูกแบนในสหราชอาณาจักร หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ศิลปินในสหราชอาณาจักรหลายคนร่วมลงนามในจดหมายปิดผนึกถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการอัปราคาบัตรขายต่อที่สูงกว่าราคาจริง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบการจำหน่ายตั๋ว ปกป้องแฟนๆ จากการถูกเอาเปรียบ ตลอดจนการทำให้ประชาชนเข้าถึงศิลปะได้อย่างกว้างขวางและเท่าเทียมมากขึ้น

 

ศิลปินที่ร่วมลงนามจดหมายปิดผนึกครั้งนี้มีทั้ง Dua Lipa, Coldplay, Sam Fender, The Cure, Radiohead และอีกมากมาย ซึ่งหลังจากที่พวกเขาร่วมลงนามแล้ว ก็มีรายงานว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังจะเตรียมเผยแผนแก้ไขปัญหานี้กับเว็บไซต์รีเซลล์บัตรต่างๆ โดยการแสดงคอนเสิร์ต ละครเวที การเดี่ยวไมโครโฟน (Stand-up Comedy) หรือการแข่งขันกีฬา จะยังคงขายต่อตั๋วได้ หากผู้ขายไม่สะดวกไปงานแล้ว แต่จะไม่สามารถอัพราคาได้ เพราะราคาจะถูกจำกัดไว้ที่ราคาเดิม และค่าธรรมเนียมต่างๆ จะถูกปรับให้ลดน้อยที่สุด

 

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้คนในสหราชอาณาจักรและทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาบัตรคอนเสิร์ตที่ถูกอัปราคา อย่างเช่น คอนเสิร์ต The Eras Tour ของ Taylor Swift หรือคอนเสิร์ตรียูเนียนของ Oasis ที่บัตรถูกนำมาขายต่อในราคาหลายพันปอนด์ ซึ่งความต้องการบัตรคอนเสิร์ตของวงระดับตำนานนี้ก็ถึงขั้นทำให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันและการตลาดของสหราชอาณาจักรต้องสอบสวนเว็บไซต์ Ticketmaster เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากความต้องการบัตรที่มากขึ้น ราคาบัตรก็สูงขึ้นแบบไม่มีเพดานนั่นเอง

 

ภาพ: Marcelo Hernandez/Getty Images

อ้างอิง:

The post Dua Lipa เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการอัปราคาบัตรคอนเสิร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ ขู่ฟ้อง BBC เรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์ หากไม่ลบสารคดีตัดต่อคำปราศรัย ภายใน 14 พ.ย. https://thestandard.co/trump-threatens-legal-action-bbc/ Tue, 11 Nov 2025 04:05:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1141940 ทรัมป์ ขู่ฟ้อง BBC เรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์ หากไม่ลบสารคดีตัดต่อคำปราศรัย ภายใน 14 พ.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ดำเนินการทางกฎหมายต่อสำนั […]

The post ทรัมป์ ขู่ฟ้อง BBC เรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์ หากไม่ลบสารคดีตัดต่อคำปราศรัย ภายใน 14 พ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ ขู่ฟ้อง BBC เรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์ หากไม่ลบสารคดีตัดต่อคำปราศรัย ภายใน 14 พ.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ดำเนินการทางกฎหมายต่อสำนักข่าว BBC ของอังกฤษ หลังจากที่ผู้บริหารของ BBC ออกมายอมรับและแสดงความขอโทษต่อ กรณีสารคดีข่าว Panorama ซึ่งมีการตัดต่อคำปราศรัยของทรัมป์ ก่อนเกิดเหตุจลาจลบุกรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 จนทำให้ดูเหมือนว่าทรัมป์กำลังกระตุ้นกลุ่มผู้สนับสนุนเขาให้บุกไปยังรัฐสภา

 

โดยทีมทนายความของทรัมป์ ได้ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว BBC ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่

 

1.ขอให้เพิกถอนสารคดีฉบับดังกล่าวโดยสมบูรณ์และเป็นธรรม รวมถึงข้อความเท็จ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น ทำให้เข้าใจผิด และยุยงปลุกปั่นอื่นๆ ทั้งหมดเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ ในลักษณะที่เห็นได้ชัดเช่นเดียวกับที่เผยแพร่ครั้งแรก

 

2.ขอให้ขออภัยในทันทีสำหรับข้อความเท็จ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น ทำให้เข้าใจผิด และยุยงปลุกปั่นเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์

 

3.ให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ประธานาธิบดีทรัมป์อย่างเหมาะสม

 

ทีมทนายของทรัมป์ เรียกการตัดต่อคำปราศรัยที่เกิดขึ้นว่า “เป็นเท็จ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น และยุยงปลุกปั่น” และระบุว่าทรัมป์ “ได้รับความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงอย่างมหาศาล”

 

ขณะที่จดหมายยังระบุข้อความเตือนอย่างชัดเจนว่า “หาก BBC ไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 เวลา 17.00 น. ตามเวลา EST ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากบังคับใช้สิทธิตามกฎหมายและตามหลักความเป็นธรรม ซึ่งสิทธิเหล่านี้สงวนไว้โดยชัดแจ้งและไม่สามารถสละสิทธิ์ได้ รวมถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 1,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ)”

 

BBC ในฐานะสถานีโทรทัศน์สาธารณะของอังกฤษ ได้ออกอากาศสารคดีข่าว Panorama ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 โดยเนื้อหาที่กลายเป็นประเด็น คือข้อความปราศรัยของทรัมป์ ที่พูดห่างกัน 54 นาที แต่ถูกตัดต่อให้เหลือเพียงสองประโยค ซึ่งทำให้ดูเหมือนทรัมป์กำลังบอกกลุ่มผู้สนับสนุนว่า “พวกเขาจะเดินไปที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ และจะสู้สุดใจ”

 

ภายหลังการกล่าวปราศรัยของทรัมป์ ผู้สนับสนุนเขาหลายพันคนได้เดินทางไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ โดยมีบางคนเข้าไปในอาคารและทะเลาะวิวาทกับตำรวจเพื่อพยายามหยุดการนับคะแนนเลือกตั้ง ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 5 คนจากเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น ในช่วงเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน

 

ด้าน ซามีร์ ชาห์ ประธาน BBC ได้ออกมาขอโทษต่อ “ความผิดพลาดในการตัดสินใจ” เกี่ยวกับการตัดต่อดังกล่าว ขณะที่ทิม เดวี ผู้อำนวยการใหญ่ BBC และเดโบราห์ เทอร์เนส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายข่าว ได้ลาออกเมื่อคืนวันอาทิตย์ (9 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมา หลังจากที่หนังสือพิมพ์ The Telegraph ได้เผยแพร่บันทึกข้อความภายในที่เขียนโดยไมเคิล เพรสคอตต์ อดีตที่ปรึกษาของ BBC ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สารคดี Panoram ว่า ‘ทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด’ เนื่องจากการตัดต่อคำปราศรัยของทรัมป์ ที่ทำให้ดูเหมือนกับว่าเขากำลังยุยงให้ผู้คนบุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ

 

ด้านทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social โดยขอบคุณ The Telegraph และระบุว่า “บุคคลสำคัญของ BBC รวมถึงทิม เดวี ผู้บริหารระดับสูง ต่างลาออก/ไล่ออก เพราะพวกเขาถูกจับได้ว่า ‘แอบตัดต่อ’ คำปราศรัยที่ยอดเยี่ยม (สมบูรณ์แบบ!) ของผมเมื่อวันที่ 6 มกราคม”

 

“ขอบคุณ The Telegraph ที่เปิดโปง ‘นักข่าว’ คอร์รัปชันเหล่านี้ พวกเขาเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ที่พยายามสร้างสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรมให้กับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมาจากต่างประเทศ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นพันธมิตรอันดับหนึ่งของเรา ช่างเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับประชาธิปไตยจริงๆ!”

 

จริงๆ แล้วทรัมป์ พูดว่าอะไร?

 

ก่อนที่ผู้สนับสนุนจะก่อเหตุบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ทรัมป์ได้กล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในกรุงวอชิงตัน โดยยืนยันความเชื่อว่าเขาชนะการเลือกตั้งปี 2020 และไบเดนได้ขโมยชัยชนะของเขาไป

 

ตลอดคำปราศรัยของเขา มีการใช้คำว่า “สู้” หลายครั้ง รวมถึงในประโยคที่ว่า “เราสู้สุดใจ และถ้าคุณไม่สู้สุดใจ คุณจะไม่มีประเทศอีกต่อไป”

 

นอกจากนี้ เขาได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นหลักฐานการทุจริตในการเลือกตั้ง แม้ว่าศาลจะปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ และยังเรียกร้องให้ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีของเขาในขณะนั้น ช่วยเขาด้วยการไม่ยอมรับผลคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เพนซ์ไม่ได้ทำ

 

ขณะที่ทรัมป์ ยังปราศรัยว่า “เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ร้ายแรงต่อประชาธิปไตยของเรา”

 

“และหลังจากนี้ เราจะเดินลงไป และผมจะอยู่ที่นั่นกับคุณ เราจะเดินลงไปที่อาคารรัฐสภา และเราจะส่งเสียงเชียร์สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชายหญิงผู้กล้าหาญของเรา และเราคงจะไม่ส่งเสียงเชียร์พวกเขามากนัก เพราะพวกคุณจะไม่มีวันนำประเทศของเรากลับคืนมาด้วยความอ่อนแอ พวกคุณต้องแสดงความแข็งแกร่งและคุณต้องเข้มแข็ง เรามาเรียกร้องให้รัฐสภาทำในสิ่งที่ถูกต้อง และนับเฉพาะผู้เลือกตั้งที่ถูกตั้งข้อหาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น”

 

ภาพ: REUTERS/Jack Taylor

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ ขู่ฟ้อง BBC เรียกค่าเสียหาย 1 พันล้านดอลลาร์ หากไม่ลบสารคดีตัดต่อคำปราศรัย ภายใน 14 พ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 https://thestandard.co/thestandard-economicforum-2025-7/ Thu, 06 Nov 2025 02:51:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1140163 ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025

วานนี้ (5 พฤศจิกายน) เอกอัครราชทูตจาก 10 ประเทศ ผู้แทนร […]

The post ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025

วานนี้ (5 พฤศจิกายน) เอกอัครราชทูตจาก 10 ประเทศ ผู้แทนระดับสูงจากสถานทูตหลายประเทศและองค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ที่พารากอนฮอลล์ โดยร่วมฟังเซสชั่นที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ Thailand’s Next Frontier : A National Economic Vision ในช่วงเข้า

 

โดยเอกอัครราชทูตที่ร่วมงานประกอบด้วย

 

  • H.E. Ping Kitnikone เอกอัครราชทูตแคนาดา
  • H.E. Patricio Powell เอกอัครราชทูตชิลี
  • H.E. Zhang Jianwei เอกอัครราชทูตจีน
  • H.E. Hala Youssef เอกอัครราชทูตอียิปต์
  • H.E. Eeva Kristiina Kuvaja-Xanthopoulos เอกอัครราชทูตฟินแลนด์
  • H.E. Jean-Claude Poimboeuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส
  • H.E. Abdulrahman Alsuhaibani เอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย
  • H.E. Anna Hammargren เอกอัครราชทูตสวีเดน
  • H.E. Mark Gooding เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร
  • H.E. Robert F. Godec เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ

 

นอกจากนี้ยังมี Javier Alfredo De Cicco อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินา, Andrew Egan รองทูตออสเตรเลีย, Johannes Kerner ที่ปรึกษาทูตฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี และ Shane Rice ผู้ช่วยทูตฝ่ายเศรษฐกิจสถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ ตลอดจนผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ร่วมงานด้วยเช่นกัน

 

นอกจากสถานทูตแล้ว Melinda Good ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา และ Tammi Sharpe ผู้แทน UNHCR ประจำประเทศไทย ก็มาร่วมฟังเซสชันเช้าด้วย

 

โดยหลังจากนายกฯ ลงจากเวที ยังได้ร่วมถ่ายภาพกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศบริเวณแบคดร็อปหน้างานอีกด้วย

 

ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 1
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 2
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 3
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 4
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 5
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 6
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 7
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 8
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 9
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 10
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 11
ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 12

The post ทูต 10 ประเทศ ผู้แทนสถานทูต และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมฟังวิสัยทัศน์นายกฯ งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท. ปักธง ‘New Thailand’ สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ https://thestandard.co/new-thailand-quality-tourism-growth/ Thu, 06 Nov 2025 00:52:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1140095 ททท. New Thailand

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเอเชีย ผู้ว่าการ ททท. ชี้ตลาดร […]

The post ททท. ปักธง ‘New Thailand’ สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ททท. New Thailand

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเอเชีย ผู้ว่าการ ททท. ชี้ตลาดระยะไกลคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ เผยตัวเลขนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มเกิน 1.1 ล้านคนในปีหน้า พร้อมเปิดกลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการตลาดแบบ Low Impact Quality และการสร้างมาตรฐาน ‘Trusted Thailand’ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่น

 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมและแนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยขณะนี้ กำลังแสดงสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ แม้ตัวเลขภาพรวมนักท่องเที่ยวในปี 2568 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 33.4 ล้านคน จะเป็นตัวเลขที่ยังต้องให้กำลังใจคนทำทุกภาคส่วน เพราะสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยความเสี่ยงจากตลาดระยะใกล้ แต่ตลาดระยะไกล มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

 

ผู้ว่าการ ททท. ยอมรับว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ตัวเลขรายได้รวม จากตลาดต่างประเทศในปี 2568 อาจมีแนวโน้ม ติดลบประมาณ 4-5% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากความท้าทายด้านภาพลักษณ์ เช่น ปัญหาสแกมเมอร์ และ ความปลอดภัย ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ตลาดคุณภาพได้เข้ามาช่วยประคองสถานการณ์อย่างเห็นได้ชัด

 

ททท. ปักธง New Thailand สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ 1

 

“เราเห็นการเติบโตของตลาดระยะไกลในระดับ เลขสองหลัก โดยช่วง 1 มกราคมถึง 21 ตุลาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางเข้าไทยแล้วถึง 5.7 ล้านคน หรือเติบโตที่ 12.44%” ฐาปนีย์กล่าว พร้อมเสริมว่า การเติบโตนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะจากตลาดยุโรป ซึ่งคาดการณ์ว่าสิ้นปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยรวม 8.4 ล้านคน คิดเป็นการเติบโต 15% จากปี 2567 และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 63,740 บาทต่อทริป

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดสหราชอาณาจักร (UK) ได้รับการเน้นย้ำว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสุด โดยคาดว่าในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยว UK จะสูงกว่า 1.1 ล้านคน หรือเติบโต 17% ซึ่งเป็นการทำลายสถิติปี 2562 (ก่อนโควิด) ที่มีจำนวน 946,774 คน พร้อมทั้งมีรายได้รวมเกินกว่า 70,000 ล้านบาท ในปี 2569 ซึ่งเป็นผลจากการที่ ททท. ได้ปรับกลยุทธ์สู่ ‘Value over Volume’ อย่างชัดเจน

 

กลยุทธ์เชิงรุกปี 69 ปักธง Health & Wellness และ Aviation Hub

 

สำหรับปี 2569 ททท. คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 34.90 ล้านคน , รายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 2.79 ล้านล้านบาท , วันพักเฉลี่ย 14-21 วัน และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว 65,000 – 80,000 บาทต่อทริป โดยโฟกัสไปที่ ‘คุณภาพของนักท่องเที่ยว’ มากกว่าจำนวน ซึ่งสะท้อนแนวทางเศรษฐกิจมหภาคของรัฐบาล ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศผ่าน เศรษฐกิจคุณภาพสูง (High-Value Economy)

 

ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตของรายได้ 8-10% ในปี 2569 ททท. ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกที่สำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

 

ททท. ปักธง New Thailand สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ 2

 

1. ยกระดับสู่ Total Wellbeing และ Medical Tourism

 

หัวใจหลักของการทำตลาดโลกคือแนวคิด ‘Sense of Siam: A Journey to Total Wellbeing’ ที่ถูกนำไปใช้ในงาน WTM 2025 โดยเป็นการเชื่อมโยงความเป็นไทยเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5

 

“ในปีหน้า เราจะเดินหน้าผนวก Medical Tourism เข้าไปกับ Health & Wellness อย่างเต็มรูปแบบ” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว และเสริมว่า “เนื่องจากเราเห็นการเติบโตที่สูงมากในกลุ่ม High-Value โดยเฉพาะการรักษาเฉพาะทาง อาทิ การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่า 100,000 บาท ต่อคนอย่างแน่นอน ททท.จึงต้องทำงานร่วมกับโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐาน JCI และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์”

 

ททท. ปักธง New Thailand สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ 3

 

2. ผลักดัน New Aviation Hub และเที่ยวบินใหม่

 

ททท. มุ่งเน้นการเจรจากับพันธมิตรสายการบินเพื่อเพิ่มความถี่เที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ (Inauguration Flight) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

 

โดยปัจจุบัน ได้เจรจาสำเร็จแล้วหลายราย เช่น Virgin Atlantic (ลอนดอน-ภูเก็ต), Norse Atlantic (แมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯ) และ Arkia (เทลอาวีฟ-กรุงเทพฯ) ได้ประกาศเปิดเส้นทางบินใหม่

 

รวมถึงการทำการตลาดสนามบินรอง ซึ่งททท.ได้ผลักดันให้สายการบินจากตะวันออกกลางและยุโรป เช่น Etihad, Emirates, Qatar ใช้ประโยชน์จากศักยภาพของสนามบินรอง เช่น กระบี่ ซึ่งยังมี Slot Capacity ให้ใช้ได้อีกประมาณ 30 – 40% โดยกระบี่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็น ‘Eco Luxury/Wellness’ และ ‘Eco Romance’ รวมถึง เชียงใหม่ และ อู่ตะเภา เพื่อกระจายการลงจอดและเพิ่มรายได้

 

ททท. ปักธง New Thailand สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ 4

 

3. สร้างมาตรฐาน ‘Trusted Thailand’ และ ‘Soft Power’

 

เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นที่สูญเสียไป ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. จะเปิดตัวตราสัญลักษณ์ ‘Trusted Thailand’ ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ โดยมุ่งเน้นมาตรฐานความปลอดภัย เช่น กล้อง CCTV, การเข้าถึงบริการ (Accessibility), และความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคและโลก

 

นอกจากนี้ ททท. ยังคงใช้กลยุทธ์ Soft Power โดยเตรียมเปิดตัว ‘ลิซ่า’ เป็น Amazing Thailand Ambassador ในเดือนมกราคม 2569 เพื่อสร้างแรงดึงดูดระดับโลก พร้อมไปกับการผลักดันเส้นทางใหม่ในเมืองรอง ภายใต้โครงการ ‘Off the beaten track’ และการยกระดับเทศกาลประเพณี (Festival Events) ให้มีความยิ่งใหญ่และเหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน เช่น งานลอยกระทงและปีใหม่

 

“สมการใหม่ที่เราย้ำเตือนกับทุกภาคส่วนของ New Thailand คือ การที่คนไทยต้องมี ซื่อสัตย์ ปลอดภัย ได้คุณภาพ และได้ประสบการณ์ ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม นี่คือสิ่งที่ ททท. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันผลักดัน เพราะการท่องเที่ยวต้องเป็นเรื่องของทุกคน” ฐาปนีย์กล่าวสรุป

 

คาดปี 68 ต่างชาติเที่ยวไทย 33.4 ล้านคน รายได้รวม 2.66 ล้านล้านบาท

 

ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ในปี 2568 นี้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกลับมาฟื้นตัวได้กว่า 90% ของระดับก่อนโควิด โดยคาดว่าจะปิดปี 2568 ด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 33.4 ล้านคน สร้างรายได้รวม ประมาณ 2.66 ล้านล้านบาท

 

“เรากลับมาเกือบเท่ากับปี 2562 แล้ว ตลาดยุโรปฟื้นตัวเร็วมาก โดยเฉพาะอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และรัสเซีย ถือเป็น 4 ตลาดหลักของยุโรปที่เรายังรักษาได้ดี” ผู้ว่าฯ ททท. กล่าว

The post ททท. ปักธง ‘New Thailand’ สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ คาดการณ์รายได้ปี 69 โต 8-10% พร้อมผนึก Medical Tourism และเปิดเส้นทางบินใหม่ ชดเชยความท้าทายตลาดใกล้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาสั่งปิดคาสิโน 5 แห่ง ต้องสงสัยสแกมเมอร์ รวม 4 แห่ง โยง Prince Group https://thestandard.co/cambodia-shuts-scam-casinos-prince-group/ Mon, 03 Nov 2025 08:45:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1139192 กัมพูชาสั่งปิดคาสิโน 5 แห่ง ต้องสงสัยสแกมเมอร์ รวม 4 แห่ง โยง Prince Group

สำนักข่าวท้องถิ่นของกัมพูชารายงานว่า เลขาธิการคณะกรรมกา […]

The post กัมพูชาสั่งปิดคาสิโน 5 แห่ง ต้องสงสัยสแกมเมอร์ รวม 4 แห่ง โยง Prince Group appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาสั่งปิดคาสิโน 5 แห่ง ต้องสงสัยสแกมเมอร์ รวม 4 แห่ง โยง Prince Group

สำนักข่าวท้องถิ่นของกัมพูชารายงานว่า เลขาธิการคณะกรรมการบริหารการพนันเชิงพาณิชย์แห่งกัมพูชา (CGMC) ได้สั่งระงับใบอนุญาตการพนันของคาสิโน 5 แห่ง โดยระบุเหตุผลว่า “ต้องสงสัยลักลอบกระทำการฉ้อโกงทางออนไลน์” ในจำนวนนี้รวมถึงคาสิโน 4 แห่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทจินเป่ย (Jin Bei Group) ที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

 

และคาสิโน Silver Star ในเมืองบาเวต ซึ่งถูกระงับใบอนุญาตตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม หลัง CGMC ประสานงานกับคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกัมพูชา (CCTC) บุกเข้าตรวจค้นศูนย์สแกมในพื้นที่ดังกล่าว และสามารถจับกุมชาวต่างชาติ 23 คน รวมถึงชาวไต้หวัน 2 คน และชาวมาเลเซีย 1 คน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหัวหน้า

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ได้มีคำสั่งปิดคาสิโนทั้ง 4 แห่งของ Jin Bei Group วานนี้ (2 พฤศจิกายน) เพียงไม่นานหลังจากสั่งปิดคาสิโน Silver Star
ซึ่งคาสิโนทั้ง 4 แห่ง ของ Jin Bei Group ที่ถูกระงับใบอนุญาต ได้แก่

 

  • คาสิโน Jin Bei Group ที่ดำเนินการโดย the Jin Bei Group Co., Ltd
  • คาสิโน the Jin Bei ที่ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตของ Cambodian Heng Sin Real Estate Co., Ltd
  • คาสิโน G.C. ที่ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตของ G.C. Media Co., Ltd
  • คาสิโน Jin Bei 4 ที่ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตของ G.C. Media Co., Ltd.

 

สำหรับ Jin Bei Group ถือเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจคาสิโนและสถานบันเทิงในกัมพูชา ซึ่งทางการสหรัฐฯ ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับ Prince Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา นำโดยเฉินจื้อ ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท ที่ถูกทางการสหรัฐฯ​และสหราชอาณาจักร คว่ำบาตรและฟ้องริบทรัพย์มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จากการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ

 

ขณะที่นักวิเคราะห์และสื่อมวลชนต่างชาติ ยังเชื่อมโยงการดำเนินงานคาสิโนของ Jin Bei Group กับซาร์ โสคา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าเขาเป็นผู้ถือหุ้นในคาสิโน แต่ทางการกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

 

อ้างอิง :

The post กัมพูชาสั่งปิดคาสิโน 5 แห่ง ต้องสงสัยสแกมเมอร์ รวม 4 แห่ง โยง Prince Group appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้คนบนรถไฟในอังกฤษ บาดเจ็บสาหัส 9 คน จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน https://thestandard.co/uk-train-knife-attack-arrests/ Sun, 02 Nov 2025 03:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1138785 มีด

เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้คนบนรถไฟที่กำลังเดินทางในเ […]

The post เหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้คนบนรถไฟในอังกฤษ บาดเจ็บสาหัส 9 คน จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มีด

เกิดเหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้คนบนรถไฟที่กำลังเดินทางในเขตแคมบริดจ์เชียร์ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสมากถึง 9 คน เบื้องต้น ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ขณะนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แน่ชัด

 

เหตุเกิดขณะที่ขบวนรถไฟจากดอนคาสเตอร์ มุ่งหน้าสู่สถานี ลอนดอน คิงส์ ครอส ช่วงเวลา 18:25 น. พยานผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า เห็นชายคนหนึ่งวิ่งหนีไปตามตู้โดยสารโดยมีเลือดออกที่บริเวณแขน พร้อมตะโกนว่า “พวกเขามีมีด วิ่งเร็วเข้า”

 

ทางด้าน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ‘เหตุการณ์เลวร้าย’ ที่เกิดขึ้นในแคมบริดจ์เชียร์นั้น ‘น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง’ และเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

 

ตำรวจแคมบริดจ์เชียร์ประกาศให้เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ร้ายแรง และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้ายจะเข้าสนับสนุนการสอบสวนด้วย ขณะนี้ทางการอังกฤษยังไม่มีการระบุตัวตนของผู้เคราะห์ร้าย รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกจับกุมทั้งสองคนแต่อย่างใด

 

ภาพ: Chris Radburn / PA Images via Getty Images

อ้างอิง:

The post เหตุคนร้ายใช้มีดไล่แทงผู้คนบนรถไฟในอังกฤษ บาดเจ็บสาหัส 9 คน จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 THINGS WE LOVE ABOUT UNIQLO AND JW Anderson คอลเล็กชัน คอลลาบอเรชันยอดนิยมที่หลายคนหลงรัก https://thestandard.co/7-things-uniqlo-jw-anderson/ Sun, 19 Oct 2025 13:00:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1132262 COVER - 7 Things UNIQLO JW Anderson Collab

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์แฟชั่นที่ช่วยสร้างการพูดถึง […]

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT UNIQLO AND JW Anderson คอลเล็กชัน คอลลาบอเรชันยอดนิยมที่หลายคนหลงรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - 7 Things UNIQLO JW Anderson Collab

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์แฟชั่นที่ช่วยสร้างการพูดถึงเป็นวงกว้าง คงไม่พ้นคอลเล็กชั่นคอลลาโบเรชั่น ที่มักจับคู่แบรนด์แมสคู่กับดีไซเนอร์ชื่อดัง ซึ่งคอลเล็กชั่นเหล่านี้มักถูกตั้งคำถามถึงการมีอยู่และความยั่งยืนในการร่วมงาน บ้างก็มองว่าเป็นแค่กลยุทธ์ชั่วคราวเพื่อเรียกยอดขายเท่านั้น แต่ UNIQLO and JW Anderson คอลเล็กชั่นคอลลาโบเรชั่นร่วมกับดีไซเนอร์ Jonathan Anderson กลายเป็นกรณีศึกษาที่คนกลับรอคอยแทบทุกซีซั่น ซึ่งความพิเศษของการร่วมงานกันครั้งนี้คือการนำจุดเด่นของทั้งสองมาใช้ได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี เมื่อความเป็นอังกฤษมาผสมแนวคิด LifeWear ที่ใช้งานได้จริง

 

หลังจากความสำเร็จในคอลเล็กชั่นแรก ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าต่อยอดคอลลาโบเรชั่นนี้อย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นคอลลาโบเรชั่นประจำของ UNIQLO การผสมผสานที่ต่างกันแต่ลงตัวส่งให้คอลเล็กชั่นได้รับความนิยมอย่างสูง และต่อยอดมาเรื่อยๆ จวบจนปัจจุบัน วันนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนไปลงดีเทลเกี่ยวกับคอลเล็กชั่น UNIQLO and JW Anderson กันมากขึ้น

 

SPECIAL COLLABORATION PROJECT

 

UNIQLO มีแนวทางในการร่วมมือกับดีไซเนอร์และแบรนด์อื่นๆ ในซีรีส์ “Special Collaboration” เพื่อเสริมภาพลักษณ์และเติมความสดใหม่ให้กับไลน์หลักที่มีประจำอยู่แล้ว การที่ JW Anderson กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกเรียกว่าคอลาบอเรชั่นพิเศษหมายถึงว่า การร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่งานครั้งเดียวจบ แต่เป็นพันธกิจระยะยาวที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ UNIQLO ในการยกระดับไอเท็มเบสิกให้มีมิติเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องใช้งานได้จริง การถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคอลาบอเรชั่นช่วยสร้างความคาดหวังให้กับแฟนของแบรนด์ ไม่ใช่เพียงแค่ออกไอเท็มแบบลิมิเต็ด แต่เป็นการสื่อสารต่อเนื่องว่า Jonathan Anderson คือครีเอทีฟพาร์ตเนอร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อ UNIQLO

 

CONTENT_01

 


 

FIRST COLLECTION

 

คอลเล็กชั่นแรกของ UNIQLO and JW Anderson เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2017 เริ่มวางจำหน่ายในเดือนกันยายนของปีนั้น คอลเล็กชั่นนี้ประกอบไปด้วยไอเท็มกว่า 33 ชิ้น มีไอเท็มสำคัญอย่าง trench coat ที่บุซับในลาย tartan, เสื้อแจ็กเก็ตผ้า wool blend, เสื้อถัก fair isle, เสื้อเชิ้ตลาย Oxford, กระเป๋าทรงโท้ตบุด้วยลวดลาย tartan รวมถึงการผสมผสาน DNA ของแบรนด์ JW Anderson ความสดใส สนุกและขี้เล่นลงบนเสื้อผ้าเบสิกสไตล์ UNIQLO ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ที่หลายคนหลงรักตั้งแต่แรก โครงสร้างที่เรียบง่ายแต่แฝงดีเทล รายละเอียดลวดลาย และการเลือกผ้าคุณภาพสูง ตามแนวคิดที่ Jonathan เคยกล่าวว่าเขาเชื่อมั่นในการสร้าง “Wardrobe which is universal and quirky”

 

CONTENT_02

 


 

ICONIC CAMPAIGNS

 

ภาพแคมเปญของ UNIQLO and JW Anderson มักถูกหยิบยกให้เป็นตัวอย่างของการสร้างมู้ดแอนด์โทนที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่มุมมองสินค้าธรรมดา แต่เป็นการเล่าเรื่องในบริบท “อังกฤษ” ผ่านท้องถนน, สถาปัตยกรรม, แสงไฟ และองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ โดยมักใช้โทนสีเย็น ธรรมชาติเบา ๆ และคอนทราสต์นุ่ม ๆ ที่ให้ความรู้สึกทั้งคลาสสิกและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งภาพแคมเปญส่วนใหญ่ของคอลเล็กชั่นนี้มักเน้นการถ่ายภาพในเมืองอังกฤษ สถานที่ที่สื่อถึง heritage เช่น อาคารอิฐ, ถนนกรวด หรือวิวทะเลอังกฤษ รวมถึงการจัดองค์ประกอบที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง แตกต่างจากแคมเปญแฟชั่นทั่วไปที่มุ่งเน้นโชว์ชุดเพียงอย่างเดียว ในคอลาบอเรชั่นนี้ ภาพมักมีเรื่องราว มีบรรยากาศ และเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ทั้งสองให้พูดด้วยภาพเดียวก็จดจำได้ว่านี่คือคอลเล็กชั่น UNIQLO and JW Anderson ซึ่ง Jonathan เคยกล่าวถึงเรื่องการทำงานกับทีมภาพและ styling ว่าเป็นกระบวนการทำงานร่วมกันเพื่อให้แคมเปญสะท้อนเสียงของทั้งสองแบรนด์ ทั้งความเป็น UNIQLO ในแง่การใช้งานได้จริง และความเป็น JW Anderson ในเรื่องรายละเอียดและเสน่ห์แบบอังกฤษ

 

CONTENT_03

 


 

FALL/WINTER 2025 COLLECTION

 

สำหรับ Fall/Winter 2025 นี้ Jonathan Anderson ยังคงยึดแนวคิด “British Winter Wardrobe” โดยใช้ไอเท็มคลาสสิกอย่าง เสื้อเชิ้ต Oxford, Outerwear แบบ Field jacket, แจ็กเก็ต PUFFTECH Utility, เสื้อถัก หลากหลายเนื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็น ผ้าคอตตอน ผ้าวูล ผ้า Souffle Yarn และลวดลายผ้าเชิ้ตสก็อตต์ มาผสมผสานกับเฉดสีอุ่น เช่น สีแดงสด มัสตาร์ด สีฟ้าและเฉดน้ำตาล ความน่าสนใจคือการผสมผสานสี Statement เข้ามาในชุดพื้นฐาน เช่น เสื้อถักโทนเลือดส้ม (blood orange) หรือ เสื้อนิตทรงโปโลเพื่อให้คอลเล็กชั่นดูมีชีวิตชีวาแต่ไม่หลุดจากโทนฤดูหนาว โดยรวมแล้วนั้นคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2025 จาก UNIQLO and JW Anderson คือการอัปเดตตู้เสื้อผ้าหน้าหนาวสไตล์อังกฤษที่สนุกและเล่นได้มากขึ้น มีสีสันและสามารถเล่นเลเยอร์เลือกชิ้นมิกซ์แอนด์แมตช์ได้

 

CONTENT_04

 


 

OXFORD BOXY SHIRT

 

ในคอลเล็กชัน Fall/Winter 25 ไอเท็ม Oxford Boxy Shirt ผ้า Cotton-Rayon ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ หลังจากได้รับความนิยมอย่างสูงในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 25 จนกลายเป็นไอเท็มที่ทั้งสองนำมาทำใหม่ ผ่านการใช้สีและลวดลายใหม่ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายให้สามารถนำไปใช้สร้างลุคมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ อีกหนึ่งจุดเด่นของ Oxford Boxy Shirt คอลเล็กชั่นนี้ ไม่ใช่แค่เชิ้ตลายทั่วไป แต่เป็นลายทางแบบ Oversized กลิ่นอาย Preppy ที่มาในทั้งโทนสีเบจธรรมชาติผสมแดง สีเทาผสมส้ม และก็สีฟ้า พร้อมยังมีดีเทลโลโก้ JW Anderson อยู่ตรงด้านล่างของเสื้อด้วย

 

CONTENT_05

 


 

KNITWEAR SELECTIONS

 

เสื้อถัก (Knitwear) เป็นไอเท็มที่ถูกเน้นมากใน Fall/Winter 2025 โดยเฉพาะ Gradient knits, Intarsia Designs และ Knit Polos ที่ใช้โทนสีสดผสมกับสีกลางสร้างบาลานซ์ในการเล่นเฉดสี ซึ่งเสื้อถักในคอลเล็กชั่นนี้ถือว่าหลากหลายมาก ตั้งแต่เรียบง่ายสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน ไปจนถึงสีสดและลายถักพิเศษที่สามารถกลายเป็นชิ้น statement ได้ด้วยเช่นกัน โดยเทคนิคการถักของคอลเล็กชั่นนี้ประกอบด้วยกันหลายแบบทั้งแบบการไล่เฉด การเล่นกับลวดลาย รวมถึงเทคนิคการถักที่ต่างกันแต่มารวมไว้บนเสื้อตัวเดียว แถมเนื้อผ้าก็มีให้เลือกทั้งแบบ Smooth Cotton 100% ในสเวตเตอร์ Polo, ผ้าผสม Acrylic-Nylon และ Wool ในสเวตเตอร์ Ribbed Crew Neck, ผ้า Wool 100% ในสเวตเตอร์ลาย Herringbone และก็ผ้า Soufflé Yarn ในสเวตเตอร์ไล่สี ซึ่งพูดได้ว่าทุกชิ้นล้วนแทรกความสนุก ขี้เล่น แต่อยู่ในบริบทที่สามารถใช้งานได้จริง นำไปมิกซ์แอนด์แมตช์สร้างลุคเรียบๆ สบายๆ ไปจนถึงลุคเก๋ชวนมองได้ด้วยเช่นกัน

 

CONTENT_06

 


 

MUST HAVE ACCESSORIES

 

ใน Fall/Winter 2025 กลุ่มแอ็กเซสซอรีของ UNIQLO and JW Anderson ถูกให้ความสำคัญไม่น้อย มีไอเท็มหลายอย่างในคอลเล็กชันนี้ อาทิ กระเป๋าทรงโท้ตผ้าคานวาสที่ใช้สีที่สอดคล้องกับเฉดสีของเสื้อถัก ทำให้สามารถแมตช์ให้เข้าคอลเล็กชันได้ง่าย หมวกแก็ปผ้า Corduroy สีมัสตาร์ดหรือสีน้ำเงินที่ช่วยให้ลุคฤดูหนาวไม่ดูหนักเกินไป แถมยังแอบเก๋เป็นกิมมิกเล็กๆ ที่ช่วยส่งให้ลุคดูสนุกมากขึ้นด้วย ถุงเท้าแบบ Heattech ไอเท็มเล็กๆ ที่แอบได้รับความนิยมเป็นอย่างมากไม่แพ้เสื้อผ้า ซึ่งในคอลเล็กชันนี้มีหลายสไตล์ และมีสีสันที่หลากหลาย เข้ากับธีมฤดูหนาวของคอลเล็กชัน แอ็กเซสซอรีเหล่านี้ไม่ใช่ของแถมแต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ของคอลเล็กชันนี้อย่างแท้จริง เป็นไอเท็มที่ช่วยเติมเต็มให้คอลเล็กชันนี้สมบูรณ์มากขึ้น

 

CONTENT_07

 

The post 7 THINGS WE LOVE ABOUT UNIQLO AND JW Anderson คอลเล็กชัน คอลลาบอเรชันยอดนิยมที่หลายคนหลงรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาร้องสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ให้ดำเนินคดี ‘เฉิน จื้อ’ แห่ง Prince Group อย่างเป็นธรรม ชี้หลักฐานต้องมากพอ และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย https://thestandard.co/cambodia-requests-chen-zhi-prosecution/ Thu, 16 Oct 2025 03:23:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1131221 กัมพูชาร้อง สหรัฐฯ และ สหราชอาณาจักร ให้ดำเนินคดี ‘เฉิน จื้อ’ แห่ง Prince Group อย่างเป็นธรรม ชี้หลักฐานต้องมากพอ และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

วันนี้ (16 ตุลาคม) รัฐบาลกัมพูชาเรียกร้องสหรัฐอเมริกาแล […]

The post กัมพูชาร้องสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ให้ดำเนินคดี ‘เฉิน จื้อ’ แห่ง Prince Group อย่างเป็นธรรม ชี้หลักฐานต้องมากพอ และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชาร้อง สหรัฐฯ และ สหราชอาณาจักร ให้ดำเนินคดี ‘เฉิน จื้อ’ แห่ง Prince Group อย่างเป็นธรรม ชี้หลักฐานต้องมากพอ และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

วันนี้ (16 ตุลาคม) รัฐบาลกัมพูชาเรียกร้องสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ให้แสดง ‘ความเป็นธรรม’ ต่อการดำเนินคดีและคว่ำบาตร Prince Group และ เฉิน จื้อ (Chen Zhi) เจ้าของบริษัท หรือนักธุรกิจเชื้อสายจีน-กัมพูชาวัย 38 ปี ชี้ต้องมีหลักฐานมากพอ และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

 

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตร เฉิน จื้อ เจ้าของบริษัท Prince Group ในข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายสแกมเมอร์รายใหญ่ในกัมพูชา ซึ่งหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนทางออนไลน์ ฟอกเงิน และบังคับใช้แรงงานในศูนย์สแกมเมอร์ราว 10 แห่ง

 

มาตรการดังกล่าวส่งผลให้สหรัฐฯ ฟ้องยึดทรัพย์เจ้าของบริษัท Prince Group ด้วยสกุลเงินดิจิทัลบิตคอยน์ราว 127,271 บิตคอยน์ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงิน 4.8 แสนล้านบาท) ทำให้ปรากฏการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการริบทรัพย์ทางดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตามล่าสุด ทางการกัมพูชาออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ดำเนินคดีกับ เฉิน จื้อ อย่างเป็นธรรม โดย ทัช สุขะ (Touch Sokhak) โฆษกกระทรวงมหาดไทยระบุว่า Prince Group ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายของกัมพูชาทั้งหมด และไม่ได้มีการให้อภิสิทธิ์เหนือกว่าบริษัทอื่นอย่างใด

 

“เราไม่ได้ปกป้องบุคคลที่ละเมิดกฎหมาย”

 

“ผมไม่มีอะไรจะแสดงความเห็นมากนักกับความพยายามดำเนินคดีของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในการจับกุมตัว เฉิน จื้อ แต่อย่างแรก เราหวังว่า ทั้งสองประเทศจะมีข้อโต้แย้งและหลักฐานที่เพียงพอในการเอาผิดเขา” โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชากล่าว พร้อมระบุว่า ทางการยินดีให้ความร่วมมือในการสอบสวน

 

อนึ่ง Fresh News สื่อกัมพูชาได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ทางการได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยอาชญากรรมทางไซเบอร์มากกว่า 75 ราย รวมทั้งสิ้น 20 สัญชาติใน 4 เดือนสุดท้ายของปี 2025

 

อ้างอิง:

The post กัมพูชาร้องสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ให้ดำเนินคดี ‘เฉิน จื้อ’ แห่ง Prince Group อย่างเป็นธรรม ชี้หลักฐานต้องมากพอ และทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Global Witness แฉ อัลกอริทึม TikTok ชวนเด็ก 13 ปี ดูเนื้อหาลามก แม้เปิดโหมดจำกัดเนื้อหา https://thestandard.co/tiktok-algorithm-explicit-content-minor/ Tue, 07 Oct 2025 02:44:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1127385 TikTok อัลกอริทึม

Global Witness องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในสหราชอาณาจักร รา […]

The post Global Witness แฉ อัลกอริทึม TikTok ชวนเด็ก 13 ปี ดูเนื้อหาลามก แม้เปิดโหมดจำกัดเนื้อหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
TikTok อัลกอริทึม

Global Witness องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในสหราชอาณาจักร รายงานว่า ได้พบรายงานว่าแพลตฟอร์ม TikTok มีการแนะนำคำค้นหาเชิงลามกให้กับผู้ใช้งานวัยรุ่นอายุเพียง 13 ปี ผ่านระบบ ‘คำค้นหาแนะนำ’ ซึ่งแม้จะเปิดใช้งานในโหมดจำกัด ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

 

โดยการเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรและอเมริกา กำลังเดินหน้าผลักดันกฎหมายควบคุมความปลอดภัยบนช่องทางออนไลน์สำหรับเด็กอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่อง การยืนยันอายุผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นประเด็นที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันให้ปรับตัวอย่างหนัก

 

อีกทั้ง ผลการตรวจสอบพบว่า แม้บัญชีผู้ใช้งานใหม่ที่ระบุอายุเพียง 13 ปีจะใช้งานได้ไม่นาน TikTok ก็ยังแสดงคำแนะนำการค้นหาที่มีลักษณะเชิงทางเพศอย่างชัดเจน ซึ่งการทดสอบใน 3 จาก 7 บัญชี หลังจากตั้งค่าบัญชีเสร็จ และปัดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง ผู้ใช้งานก็จะเห็นเนื้อหาลามกปรากฏบนหน้าจอ

 

Global Witness ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ TikTok ปล่อยให้เยาวชนเห็นเนื้อหาลามกเท่านั้น แต่ระบบอัลกอริทึมกลับมีบทบาทในการชี้นำให้เข้าใกล้เนื้อหาดังกล่าวอย่างจงใจ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบแนะนำเนื้อหาในแพลตฟอร์ม

 

นับว่าแรงกดดันยิ่งเพิ่มขึ้น หลังสหราชอาณาจักรประกาศใช้กฎหมาย Online Safety Act ซึ่งมุ่งคุ้มครองเด็กหรือเยาวชนบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

มาร์ก สตีเฟนส์ ทนายความด้านสื่อชื่อดัง แสดงความเห็นว่า ผลการตรวจสอบดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมาย ตามบทบัญญัติใน Online Safety Act ซึ่งกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องควบคุมเนื้อหาที่เผยแพร่ และใช้ระบบยืนยันอายุเพื่อป้องกันเด็กจากสื่อลามกหรือเนื้อหาที่เป็นอันตราย

 

โฆษกของ TikTok ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าบริษัทได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมลบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายออกจากระบบ และปรับปรุงระบบคำแนะนำการค้นหาให้รัดกุมมากขึ้น และยืนยันว่า TikTok มีฟีเจอร์และการตั้งค่ามากกว่า 50 รายการ เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยของผู้ใช้งานวัยรุ่น และบริษัทสามารถลบวิดีโอที่ละเมิดนโยบายได้มากถึง 9 ใน 10 คลิปก่อนที่ผู้ใช้งานจะได้เห็นด้วยซ้ำ

 

สอดคล้องกับรายงานความโปร่งใสของ TikTok ประจำไตรมาสแรกปี 2025 พบว่า ราว 30% ของเนื้อหาที่ถูกลบออกจากแพลตฟอร์มทั่วโลกมีลักษณะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่อ่อนไหวและไม่เหมาะสม

 

นอกจากนี้ TikTok ยังใช้เทคโนโลยีตรวจจับอายุ เพื่อลบบัญชีผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 13 ปีออกจากระบบเฉลี่ย 6 ล้านบัญชีต่อเดือน พร้อมฝึกอบรมทีมผู้ตรวจสอบเนื้อหาให้สามารถระบุพฤติกรรมหรือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าผู้ใช้อาจยังไม่ถึงเกณฑ์อายุที่กำหนด และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังเปิดตัวฟีเจอร์ guided meditation เพื่อดูแลผู้ใช้วัยรุ่น โดยการช่วยลดการใช้งานหน้าจอ และระบบปิดการแจ้งเตือนในช่วงเวลาดึก เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานพักผ่อนอย่างเพียงพอ

 

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ TikTok เท่านั้นที่ถูกจับตามองเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนบนโลกออนไลน์ แต่รวมถึง YouTube ที่เพิ่งเปิดระบบ AI ตรวจจับอายุของผู้ใช้และปรับมาตรการความปลอดภัยอัตโนมัติตามช่วงวัย ขณะที่ Instagram ได้ตั้งค่าให้บัญชีของผู้ใช้งานวัยรุ่นเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

 

สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ให้แสดงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน และสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ที่สังคมกำลังให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน

 

ภาพ: Camilo Concha / shutterstock

อ้างอิง:

The post Global Witness แฉ อัลกอริทึม TikTok ชวนเด็ก 13 ปี ดูเนื้อหาลามก แม้เปิดโหมดจำกัดเนื้อหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดลิสต์ประเทศที่รับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/countries-recognize-palestine/ Mon, 22 Sep 2025 08:10:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1121486

หลายประเทศโดยเฉพาะในซีกโลกตะวันตก เช่น สหราชอาณาจักร, ฝ […]

The post เปิดลิสต์ประเทศที่รับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลายประเทศโดยเฉพาะในซีกโลกตะวันตก เช่น สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, แคนาดา และโปรตุเกส ต่างประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งแสดงจุดยืนสนับสนุน ‘แนวทางสองรัฐ’ (Two State Solution) ในการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ เคียงข้างกับรัฐอิสราเอล 

 

มีบางประเทศที่มีการ ‘กำหนดเงื่อนไขบางอย่างเพิ่มเติม’ เช่น อันดอร์รา และเบลเยียม ที่ประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ แต่สถานะทางกฎหมาย หรือผลลัพธ์ทางการทูต จะพัฒนาเต็มรูปแบบ ก็ต่อเมื่อมีการปล่อยตัวประกัน มีการปลดอาวุธกับฮามาส และการจัดตั้งรัฐบาลปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระจากฮามาส 

 

ทำให้ขณะนี้มีอย่างน้อย 158 จากทั้งหมด 193 ประเทศ หรือคิดเป็นกว่า 80% ของประเทศสมาชิกสหประชาชาติได้ประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์แล้ว ซึ่งถือว่า ได้รับ ‘การยอมรับ’ จากประชาคมโลกในสัดส่วนที่สูงมาก 

 

การรับรองรัฐปาเลสไตน์ระลอกล่าสุดนี้ ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นเพียงประเทศเดียว จากทั้งหมด 5 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ยังคัดค้าน และไม่รับรองสถานะดังกล่าว  

 

โดย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลชี้ว่า การรับรองรัฐปาเลสไตน์ถือเป็นการ ‘ให้รางวัล’ กับกลุ่มฮามาส พร้อมเน้นย้ำว่า การก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ “จะไม่มีทางเกิดขึ้น”

 

อัปเดตและเผยแพร่ล่าสุด: 24 กันยายน 2025

 


 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

 

อ้างอิง:

The post เปิดลิสต์ประเทศที่รับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อังกฤษเตรียมประกาศรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์วันนี้ https://thestandard.co/uk-recognition-palestinian-state/ Sun, 21 Sep 2025 03:26:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1121128

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีส […]

The post นายกฯ อังกฤษเตรียมประกาศรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เตรียมที่จะประกาศการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ในแถลงการณ์ที่จะเผยแพร่ช่วงบ่ายวันนี้ (21 กันยายน)

 

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สตาร์เมอร์ กล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า สหราชอาณาจักรจะเปลี่ยนจุดยืนในเดือนกันยายน เว้นแต่อิสราเอลจะบรรลุเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงการตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และการยึดมั่นในข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางแบบสองรัฐ (Two-State Solution)

 

โดยการรับรองรัฐปาเลสไตน์ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายต่างประเทศของสหราชอาณาจักร หลังจากที่รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา มองว่าการรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพ

 

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากรัฐบาลอิสราเอล ตลอดจนครอบครัวของตัวประกัน และฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางส่วน

 

ก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล เคยกล่าวว่าความเคลื่อนไหวในการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ถือเป็นการ “ให้รางวัลตอบแทนต่อการก่อการร้าย”

 

ขณะที่มาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีของปาเลสไตน์ ซึ่งไปเยือนสหราชอาณาจักรและพบกับสตาร์เมอร์เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีท่าทียินดีต่อการให้คำมั่นสัญญาในการรับรองรัฐปาเลสไตน์ของสหราชอาณาจักร โดยเขาและสตาร์เมอร์ เห็นพ้องกันว่ากลุ่มฮามาสจะไม่มีบทบาทในการปกครองปาเลสไตน์ในอนาคต

 

ปัจจุบันปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับจากประมาณ 75% ของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด 193 ประเทศ แต่ไม่มีการตกลงเรื่องพรมแดนในระดับนานาชาติ ขณะที่การไม่มีเมืองหลวงและไม่มีกองทัพ ทำให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงสัญลักษณ์

 

ภาพ: Leon Neal/Pool via REUTERS

 

อ้างอิง:

The post นายกฯ อังกฤษเตรียมประกาศรับรองความเป็นรัฐของปาเลสไตน์วันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ทุบสถิติ Madonna ด้วยการเป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มขึ้นอันดับ 1 มากที่สุดในอังกฤษ https://thestandard.co/swift-madonna-uk/ Tue, 18 Feb 2025 00:46:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1043050 swift-madonna-uk

Taylor Swift ทำลายสถิติของ Madonna ด้วยการเป็นศิลปินหญิ […]

The post Taylor Swift ทุบสถิติ Madonna ด้วยการเป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มขึ้นอันดับ 1 มากที่สุดในอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
swift-madonna-uk

Taylor Swift ทำลายสถิติของ Madonna ด้วยการเป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มครองอันดับ 1 บนชาร์ตมากที่สุดในอังกฤษ โดยเธอมีอัลบั้มที่เคยครองอันดับ 1 ถึง 13 อัลบั้ม ซึ่งอัลบั้มล่าสุดที่ทำสถิตินี้ได้ก็คือ Lover (Live From Paris)

 

ก่อนหน้านี้เธอเคยมีอัลบั้มครองอันดับ 1 มาแล้ว 12 อัลบั้ม ได้แก่ Red, 1989, reputation, Lover, folklore, evermore, Fearless (Taylor’s Version), Red (Taylor’s Version), Midnights, Speak Now, 1989 (Taylor’s Version), The Tortured Poets Department (2024) และอัลบั้มล่าสุด Lover (Live From Paris)

 

เธอจึงกลายเป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มอันดับ 1 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาร์ตเพลง ของสหราชอาณาจักร ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบรวมกับศิลปินคนอื่นๆ เธอมีอัลบั้มฮิตเท่ากันกับ Elvis Presley กับสถิติ 13 อัลบั้ม และเธอจะเป็นรองวง Rolling Stones ที่มี 14 อัลบั้ม และรองจากอันดับ 1 อีก 2 ศิลปิน ได้แก่ The Beatles และ Robbie Williams ที่ทำสถิติไปทั้งหมด 15 อัลบั้ม

 

นอกจากนี้ Lover (Live From Paris) ยังสร้างสถิติสำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อัลบั้มแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ด้วยยอดขายจริงตั้งแต่อัลบั้ม reputation เมื่อปี 2017 และยังเป็นอัลบั้มที่มียอดขายรวมรายสัปดาห์สูงสุดสำหรับอัลบั้มที่ขึ้นอันดับ 1 จนถึงช่วงนี้ของปี 2025 เช่นเดียวกันกับสถิติการเป็นอัลบั้มไลฟ์ที่มียอดขายสัปดาห์แรกสูงที่สุดในสหราชอาณาจักรในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ Symphonica ของ George Michael เคยทำไว้ในปี 2014 และยังทำลายสถิติยอดขายแผ่นเสียงฉบับไลฟ์ที่สูงที่สุดในช่วงการวางขายสัปดาห์แรกสำหรับศตวรรษนี้เช่นกัน

 

ภาพ: Kevin Winter / Getty Images for iHeartMedia

 

อ้างอิง:

The post Taylor Swift ทุบสถิติ Madonna ด้วยการเป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มขึ้นอันดับ 1 มากที่สุดในอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>