ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและสตรี […]
The post Pizzagate, UFO และละครการเมือง เกิดอะไรขึ้นในการไต่สวน ‘ปมเอปสตีน’ ของ ฮิลลารี คลินตัน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและสตรีหมายเลขหนึ่ง ให้การปม ‘เอปสตีนไฟล์’ ต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาคองเกรสแบบปิดลับ โดยยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรล่วงละเมิดทางเพศเยาวชนและค้ามนุษย์ พร้อมวิจารณ์กระบวนการว่า เป็นเพียง ‘ละครการเมือง’ เท่านั้น
“เราไม่มีอะไรต้องปิดบัง เราเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารทั้งหมดมาโดยตลอด เราเชื่อว่า ความโปร่งใสคือวิธีจัดการปัญหาที่ดีที่สุด” ฮิลลารีให้สัมภาษณ์กับสื่อ พร้อมโจมตีพรรครีพับลิกันว่า เหตุการณ์วันนี้เกิดขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกับเอปสตีน
ฮิลลารีเกี่ยวข้องอะไรกับเอปสตีนไฟล์ แล้วเกิดอะไรขึ้นในการให้การแบบปิดลับ? THE STANDARD สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้
การเข้าให้การของสองสามีภรรยาตระกูลคลินตัน เป็นผลสืบเนื่องมาจากหมายเรียกของ เจมส์ คอเมอร์ (James Comer) ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกัน ที่พยายามขยายผลจากข้อมูลมหาศาลใน ‘เอปสตีนไฟล์’ โดยพุ่งเป้าไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลคลินตันกับเอปสตีนใน 2 ประเด็นหลัก
1. เส้นทางการเงินและการเข้าถึงทำเนียบขาว รายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้งสหรัฐฯ (FEC) พบว่า เอปสตีนเคยบริจาคเงินให้พรรคเดโมแครตในช่วงทศวรรษ 1990 และในปี 2006 เขายังได้บริจาคเงินส่วนตัวจำนวน 2.5 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 8.9 แสนบาท) ให้แก่มูลนิธิคลินตัน (Clinton Foundation)
นอกจากนี้ บันทึกผู้เยี่ยมเยือนยังเผยให้เห็นว่า เอปสตีนเคยเดินทางเข้า-ออกทำเนียบขาวหลายครั้งในช่วงที่ บิล คลินตัน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
2. ปมความสัมพันธ์ส่วนตัวและการใช้เครื่องบินส่วนตัว นอกจากรูปภาพจำนวนมากของอดีตประธานาธิบดีที่ปรากฏในเอปสตีนไฟล์ พรรครีพับลิกันยังระบุว่า บิลเคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนหลายครั้ง
อย่างไรก็ดี ในส่วนของฮิลลารี กลับไม่มีข้อมูลในเอปสตีนไฟล์ หรือผู้เสียหายรายใดเชื่อมโยงถึงเธอ ทำให้โฆษกส่วนตัวของเธอตั้งคำถามว่า การเรียกสอบปากคำครั้งนี้อาจมี ‘แรงจูงใจทางการเมือง’ มากกว่าการหาความจริงในคดี ขณะที่รีพับลิกันชี้แจงว่า การให้การของตระกูลคลินตันสำคัญในการทำความเข้าใจว่า เอปสตีนสร้างเครือข่ายได้อย่างไร
เดิมที ทีมกฎหมายของตระกูลคลินตันพยายามหลีกเลี่ยงการให้ปากคำแบบตัวต่อตัว โดยยื่นข้อเสนอขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษรแทน แต่เมื่อสภาคองเกรสขู่ว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการลงมติ ‘หมิ่นอำนาจรัฐสภา’ (Contempt of Congress) ซึ่งมีโทษถึงจำคุก ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเข้าให้การแบบปิดลับเพื่อยุติปัญหาทางกฎหมายในที่สุด
ภาพ: Shannon Stapleton / Reuters
อ้างอิง:
The post Pizzagate, UFO และละครการเมือง เกิดอะไรขึ้นในการไต่สวน ‘ปมเอปสตีน’ ของ ฮิลลารี คลินตัน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จุดกระแสในโลก […]
The post โอบามาดับทฤษฎี Area 51 ชี้ ‘เอเลี่ยน’ มีจริง แต่ไม่เคยพบตอนเป็นผู้นำสหรัฐฯ ย้ำโอกาสมาเยือนโลกต่ำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จุดกระแสในโลกออนไลน์ปม ‘เอเลี่ยน’ หลังตอบคำถามในรายการพอดแคสต์ว่า เอเลี่ยนมีจริง แต่ไม่เคยเห็น ขณะที่ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตอนดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ สหรัฐฯ ไม่เคยติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวนอกโลกจริงๆ ดับทฤษฎีสมคบคิด Area 51
โอบามาออกมาโพสต์ข้อความทาง Instagram ชี้แจงกรณีให้สัมภาษณ์กับรายการพอดแคสต์ของ ไบรอัน โคเฮน ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังตอบคำถามในรอบสปีดราวด์ว่า เอเลี่ยนมีจริง แต่เขาไม่เคยเห็น ไม่มีฐานลับใต้ดิน มนุษย์ต่างดาวไม่ได้ถูกกักตัวไว้ที่ Area 51 ยกเว้นจะมีแผนสมคบคิดขนาดใหญ่ที่ปิดบังแม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
“ผมพยายามตอบให้เข้ากับบรรยากาศของช่วงสปีดราวด์ของรายการ แต่เมื่อมันได้รับความสนใจ ผมขอชี้แจงให้ชัดเจน
“ในเชิงสถิติ จักรวาลกว้างใหญ่มาก โอกาสที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่อื่นจึงมีสูง แต่ระยะห่างระหว่างระบบสุริยะต่างๆ ไกลมาก โอกาสที่มนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจึงต่ำ และระหว่างที่ผมเป็นประธานาธิบดี ผมไม่เห็นหลักฐานใดๆ ว่า สหรัฐฯ ติดต่อจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก จริงๆ นะครับ!” โอบามาโพสต์คลิปวิดีโอในรายการ พร้อมด้วยแคปชันอธิบาย
ในอดีต โอบามาเคยกล่าวในปี 2021 ว่า ตอนดำรงตำแหน่ง เขาพยายามหาคำตอบเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลก โดยอ้างทฤษฎีสมคบคิดอย่าง Area 51 ฐานทัพในรัฐเนวาดาที่ถูกลือว่า เป็นที่เก็บเทคโนโลยีล้ำสมัยและสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก
“ตอนผมเข้ารับตำแหน่ง ผมถามว่า ‘มีห้องแล็บที่ไหนที่เราเก็บตัวอย่างเอเลียนและยานอวกาศหรือไม่?’ และพวกเขาก็ไปตรวจสอบเล็กน้อย คำตอบคือไม่มี” โอบามากล่าวในปี 2021
อนึ่ง The Washington Post ตั้งข้อสังเกตว่า ปกติแล้ว หากผู้นำพูดถึงสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ก็มักได้รับความสนใจในหน้าการเมืองอเมริกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ นักวิเคราะห์การเมือง ฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่ฝ่ายสนับสนุนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ แต่กลับเลือกที่จะสนใจประเด็นอื่นในพอดแคสต์ เช่น โอบามาตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ปมโพสต์รูปตัดต่อของตน และ มิเชล โอบามา อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งเป็นลิงว่า เป็นเรื่องตลก แต่ไม่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งผู้นำประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักการเมืองและเจ้าหน้าแคปิตอลฮิลล์ให้คำอธิบายว่า เรื่องเหนือธรรมชาติในสหรัฐฯ กลายเป็นเรื่องปกติในสหรัฐฯ ไปแล้ว นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา หลัง The New York Times และสื่ออื่นๆ รายงานเกี่ยวกับโครงการลับของรัฐบาลที่ศึกษาปรากฏการณ์ประหลาด
ขณะที่หน่วยงานรัฐยังเผยแพร่วิดีโอวัตถุบินแปลกประหลาด และบัญญัติคำว่า ปรากฏการณ์ทางอวกาศที่ไม่สามารถระบุได้ (Unidentified Aerial Phenomena: UAP) แทนคำว่า UFO (Unidentified Flying Object) ขณะที่ผลสำรวจของ YouGov ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ชี้ว่า ชาวอเมริกัน 56% เชื่อว่า เอเลี่ยนมีอยู่จริง
ครั้งหนึ่ง บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยตอบคำถามในรายการ The Late Late Show with James Corden ในปี 2022 ว่า การพูดถึงประเด็นดังกล่าวเป็นคำถามที่ชอบธรรมแล้ว
แฟ้มภาพ: Kyle Mazza / Reuters
อ้างอิง:
The post โอบามาดับทฤษฎี Area 51 ชี้ ‘เอเลี่ยน’ มีจริง แต่ไม่เคยพบตอนเป็นผู้นำสหรัฐฯ ย้ำโอกาสมาเยือนโลกต่ำ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ข่าวเกี่ยวกับชีวิตนอกโลกได้รับความส […]
The post มนุษย์เคยติดต่อกับชีวิตนอกโลกหรือยัง? นักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญให้คำตอบในงาน ‘The Search for E.T.’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ข่าวเกี่ยวกับชีวิตนอกโลกได้รับความสนใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพบดาวเคราะห์คล้ายโลกในระบบดาวอื่น หรือการที่หน่วยงานอย่าง NASA เริ่มการศึกษา UAP หรือ UFO อย่างจริงจัง
แต่คำถามสำคัญคือ มนุษย์เคยพบหลักฐานที่ชัดเจนของชีวิตต่างดาว หรือเคยติดต่อกับเอเลี่ยนที่ทรงภูมิได้หรือยัง?
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT จัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ ‘The Search for E.T. ภารกิจตามล่าหาสิ่งมีชีวิตต่างดาว’ โดยมีนักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูลและตอบคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับปริศนาของการหาชีวิตนอกโลก

ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัยด้านดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของ NARIT ระบุว่า “ในปัจจุบันมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมากกว่า 5,000 ดวงที่ยืนยันการค้นพบแล้ว โดยนักวิจัยของ NARIT มีส่วนในการพบถึง 13 ดวง แต่จำนวนดังกล่าวยังเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงจำนวนดาวฤกษ์หลายล้านล้านดวงข้างนอกนั้น”
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการพบดาวเคราะห์ดวงไหนที่มีสภาพคล้ายโลก หรือสัญญาณและร่องรอยชีวภาพที่บ่งชี้ถึงชีวิตบนดาวเหล่านี้ แต่นักดาราศาสตร์ยังคงศึกษาและตรวจดูข้อมูลที่กล้องโทรทรรศน์ต่างๆ สำรวจ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของบรรยากาศ หรือการดูคลื่นวิทยุที่อาจมาจากสัญญาณของเทคโนโลยีนอกโลก
ด้าน ศ.ดร.ไมเคิล การ์เรตต์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และหัวหน้าคณะกรรมการ IAA SETI ได้ตอบคำถามยอดฮิตอย่าง ‘เอเลี่ยนเคยมาโลกของเราตั้งนานแล้ว’ ไว้ว่า “ผมไม่คิดว่ามีหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่ามีชีวิตทรงภูมินอกโลกเคยมาโลกของเรา ไม่ว่าจะวันนี้ หรือในอดีตเมื่อนานแล้วก็ตาม
“คุณลองดูวัตถุต่างๆ ในระบบสุริยะ เช่น ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพลูโต มันไม่มีหลักฐานเลยว่าเอเลี่ยนเคยไปเยือนดาวเหล่านี้มาก่อน ร่องรอยของเทคโนโลยีที่เราพบบนดาวเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์เราส่งไปทั้งนั้น”
เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่รัฐบาล หรืออาจมีหน่วยงานใด พยายามปิดบังข้อมูลไม่ให้นักดาราศาสตร์สำรวจเรื่องไหนเป็นพิเศษ ที่อาจเกี่ยวข้องกับความลับหรือความมั่นคงได้ นักดาราศาสตร์ทั้งสองกล่าวไปในทางเดียวกันว่า โอกาสปกปิดข้อมูลนั้นเป็นไปได้น้อยมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโซเชียลมีเดียได้ และความเป็นไปได้คือ นักดาราศาสตร์ที่ค้นพบจะเผยแพร่ข้อมูล เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันตรวจสอบและสืบดูสัญญาณดังกล่าวว่ามาจากชีวิตนอกโลกหรือไม่
ศ.ดร.การ์เรตต์ กล่าวถึงเหตุผลที่นักดาราศาสตร์ใช้คลื่นวิทยุในการตรวจหาสัญญาณจากชีวิตทรงภูมิว่า “คลื่นวิทยุนั้นสามารถทะลุผ่านกระจก และกำแพงบางๆ ได้ ดังนั้นมันจึงเป็นช่วงคลื่นที่เหมาะสำหรับการส่งข้อมูลระยะไกล และกาแล็กซีนั้นกว้างใหญ่ แถมเต็มไปด้วยฝุ่นต่างๆ กระจายอยู่ทั่ว แต่คลื่นวิทยุแทบไม่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นหรือระยะทางที่ห่างไกลเช่นนี้ โดยคลื่นจากเทคโนโลยีต่างดาวและคลื่นจากวัตถุในธรรมชาตินั้นแตกต่างกัน ทำให้เราสามารถตรวจหาสัญญาณที่อาจมาจากชีวิตในระบบดาวอื่นได้”
สำหรับประเด็นความเชื่อมโยงระหว่าง UFO หรือ UAP กับชีวิตนอกโลก ศ.ดร.การ์เรตต์ ระบุว่า “ไม่มีหลักฐานเลยว่า UAP ที่มีมาจากนอกโลก ผมคิดว่ามีผู้คนที่พยายามใช้ข้อมูลเหล่านี้ (การเชื่อมโยงว่า UAP เป็นเทคโนโลยีของชีวิตต่างดาว) เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือคนที่พยายามหาเงินจากเรื่องนี้ ผมคิดว่า UAP เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเท่านั้น
“เราต้องทำความเข้าใจว่าท้องฟ้าในปัจจุบันต่างจากอดีตเมื่อ 50 ปีที่แล้ว มันมีหลายสิ่งหลายอย่างอยู่บนนั้น ซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์ด้านความมั่นคงของแต่ละประเทศ ที่คอยสอดส่องและรักษาความปลอดภัยให้กับชาตินั้นๆ ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดและกลายเป็นข่าวลวงที่แพร่กระจายไปได้”
ดร.มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการ NARIT เสริมในงานเสวนาว่า “เมื่อพูดถึงคำว่า UFO เรานึกถึงจานบิน นึกถึงเอเลี่ยน แต่แท้จริงแล้วความหมายของ UFO คือวัตถุลอยฟ้าที่เราไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ซึ่งการที่หลายหน่วยงานเปลี่ยนคำเรียกเป็น UAP เพื่อลดโอกาสเข้าใจผิดได้ และเป็นการสนับสนุนให้ผู้ที่พบเห็นวัตถุปริศนาต่างๆ ในการรายงานข้อมูลเข้ามา เพื่อโอกาสในการศึกษาสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง
“ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้ว วัตถุส่วนมากที่ถูกรายงานมาจะได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มาจากนอกโลก แต่เราก็อยากทราบอยู่ดีว่ามันคืออะไร และใครจะไปรู้ว่าอาจมีบางอย่างที่มาจากต่างดาวจริงๆ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้ข้อมูลเหล่านี้หล่นหายไปโดยไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบ”
การยืนยันว่าชีวิตนอกโลกมีจริงถือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มาก จึงต้องอาศัยหลักฐานที่ใหญ่ยิ่งไม่แพ้กัน และแม้ความน่าจะเป็นอาจมีอยู่มากมาย แต่ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่น อาจด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยี ระยะเวลาที่สำรวจ หรือเพียงแค่ชีวิตทรงภูมินั้นดำรงอยู่ในคนละช่วงเวลากับเรา ต่างล้วนเป็นเหตุผลที่มีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น
ภาพปก: Unidentified Flying Object. Concept of old photo. 3D illustration imitating old photography of UFO. (ktsdesign via ShutterStock)
The post มนุษย์เคยติดต่อกับชีวิตนอกโลกหรือยัง? นักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญให้คำตอบในงาน ‘The Search for E.T.’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานผลการศึกษาที่ยืนย […]
The post เพนตากอนชี้ ไม่พบหลักฐาน UFO มาจากนอกโลก ส่วนวัตถุปริศนาช่วงทศวรรษ 1950-1960 อาจเป็นเพียงการทดสอบลับทางทหาร appeared first on THE STANDARD.
]]>
กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานผลการศึกษาที่ยืนยันว่า “ไม่มีหลักฐาน” ที่แสดงว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญกับมนุษย์ต่างดาว ส่วนการพบเห็นวัตถุปริศนา หรือ UFO ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 นั้นเกิดจากการทดสอบเครื่องบินสอดแนมและเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงของสหรัฐฯ พร้อมทั้งระบุด้วยว่า UFO ที่พบเห็นกันโดยส่วนใหญ่นั้นเป็นวัตถุธรรมดาจากโลก
รายงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการตรวจสอบ UFO หรือที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า UAP (Unidentified Anomalous Phenomena: ปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้) ซึ่งรวมถึงการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) และการไต่สวนสาธารณะในสภาคองเกรส
โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ทีมงานตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ด้วยแนวทางที่เปิดกว้าง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่พบหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาว
“การสืบสวนทั้งหมดในทุกระดับของชั้นความลับสรุปได้ว่า การพบเห็น UFO ส่วนใหญ่เป็นวัตถุและปรากฏการณ์ธรรมดา และเป็นผลมาจากการจำแนกผิด” แพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
รายงานดังกล่าวซึ่งออกโดยสำนักงาน All-domain Anomaly Resolution Office (AARO) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวของประชาชนได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมสมัยนิยม หรือป๊อปคัลเจอร์ โดยหนึ่งในนั้นคือความเชื่อที่ว่ารัฐบาลค้นพบยานอวกาศและร่างมนุษย์ต่างดาว และสมคบคิดดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวแบบลับๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดความไว้วางใจในรัฐบาลสหรัฐฯ
“รายการโทรทัศน์ หนังสือ ภาพยนตร์ และคอนเทนต์ทางอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับ UAP นั้นมีอิทธิพลต่อความสนใจของประชาชน และส่งเสริมความเชื่อเหล่านี้ในประชากรบางกลุ่ม” รายงานของเพนตากอนที่ยื่นต่อรัฐสภาเมื่อวันศุกร์ระบุ
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เพนตากอนยอมรับว่าผลการศึกษาดังกล่าวจะไม่หยุดยั้งความเชื่อของประชาชนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว
จากการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดย Gallup ในปี 2021 พบว่า ชาวอเมริกันมากกว่า 40% เชื่อว่ายานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 33% ในเวลาเพียง 2 ปี
ขณะที่ข้อมูลของ AARO ระบุว่า ยังคงมีรายงานการพบเห็น UAP ในอัตรา 50-100 ครั้งต่อเดือน ควบคู่ไปกับข่าวลือเกี่ยวกับการปิดบังของรัฐบาล
AARO ระบุว่าจะยังคงติดตามตรวจสอบการพบเห็นวัตถุปริศนาและข่าวลือต่างๆ ต่อไป และจะออกรายงานเพิ่มเติมในภายหลัง
AARO ตรวจสอบเอกสารสำคัญและเอกสารลับ และทบทวนรายงานการสืบสวนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลทั้งหมดย้อนหลังไปถึงปี 1945
ทีมงานได้สืบค้นข่าวลือเกี่ยวกับยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว และพบว่าบันทึกเกี่ยวกับ UFO ที่รั่วไหลออกมาเมื่อปี 1961 นั้นไม่น่าเชื่อถือ และตัวอย่าง ‘ยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว’ ที่เก็บรวบรวมโดยองค์กรสืบสวน UAP แห่งหนึ่งไม่ได้ทำจากวัสดุจากนอกโลก แต่ถูกสร้างขึ้นจากแมกนีเซียม สังกะสี และบิสมัท
ขณะที่รายงานเกี่ยวกับ UFO มากกว่าครึ่งหนึ่งที่ถูกตรวจสอบในขณะนั้นระบุว่าเป็นเที่ยวบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ ตามการประเมินของสำนักข่าวกรองกลาง (CIA)
นอกจากนี้ รายงานของ AARO ระบุว่า โครงการวิจัยลับหลายโครงการเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเครื่องบินที่มีลักษณะเป็นทรงกลม หรือรูปทรงจานรอง ซึ่งตรงกับภาพยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวในจินตนาการของคนส่วนใหญ่ เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิด VZ-9AV Avrocar ของแคนาดา ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง
ทั้งนี้ นับเป็นเวลาหลายทศวรรษที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินโครงการวิจัย UAP หลายโครงการ อย่างไรก็ตาม การวิจัยส่วนใหญ่ถูกเก็บเป็นความลับ
ภาพ: Charles Phelps Cushing / ClassicStock / Getty Images
อ้างอิง:
The post เพนตากอนชี้ ไม่พบหลักฐาน UFO มาจากนอกโลก ส่วนวัตถุปริศนาช่วงทศวรรษ 1950-1960 อาจเป็นเพียงการทดสอบลับทางทหาร appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปี 2023 เป็นอีกปีที่มีกิจกรรมด้านอวกาศเกิดขึ้นในหลายด้า […]
The post NASA เผยผลศึกษา UFO – นานาประเทศมุ่งสู่ดวงจันทร์ – งานไทยไปอวกาศ สรุปไฮไลต์เด่นสำรวจอวกาศปี 2023 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปี 2023 เป็นอีกปีที่มีกิจกรรมด้านอวกาศเกิดขึ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบใหม่ ภารกิจสำรวจอวกาศ และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ จากทั้งภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงสถาบันการศึกษานานาประเทศ ที่เข้ามามีบทบาทกับเรื่องราวด้านอวกาศอย่างเห็นได้ชัด
THE STANDARD ชวนย้อนดูเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงหนึ่งคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์สีครามดวงนี้ กับรายละเอียดการค้นพบ ภารกิจสำรวจ และประเด็นน่าสนใจด้านอวกาศตลอดปี 2023

ปี 2023 มีภารกิจสำรวจอวกาศที่น่าสนใจอยู่หลากหลายภารกิจ แต่หนึ่งในเป้าหมายยอดนิยมจากนานาประเทศคือการส่งยานไปดวงจันทร์ ที่เราได้เห็น ‘Chandrayaan-3’ ของอินเดีย, ‘Luna-25’ ของรัสเซีย รวมถึง ‘Hakuto-R’ และ ‘SLIM’ ของญี่ปุ่น มุ่งหน้าไปลงจอด ณ ดาวบริวารธรรมชาติหนึ่งเดียวของโลก
การลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ของ Chandrayaan-3 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2023 ทำให้อินเดียกลายเป็นชาติที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ต่อจากสหรัฐอเมริกา โซเวียต และจีน ที่นำยานไปลงจอดบนดวงจันทร์อย่างนุ่มนวลได้สำเร็จ ในขณะที่ Luna-25 ของรัสเซีย กับ Hakuto-R ของญี่ปุ่น ได้สูญเสียการติดต่อกับโลกก่อนจะลงจอดบนพื้นผิว
นอกจากยานสำรวจแบบไม่มีมนุษย์ควบคุมแล้ว NASA ยังได้ประกาศชื่อ 4 นักบินอวกาศที่จะเดินทางไปกับ ‘Artemis 2’ ภารกิจเดินทางกลับสู่ดวงจันทร์อีกครั้งของมนุษยชาติ โดยประกอบด้วย รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman) เป็นผู้บัญชาการภารกิจ, วิกเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover) ทำหน้าที่เป็นนักบิน, คริสตินา คอช (Christina Koch) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Payload และ เจเรมี ฮันเซน (Jeremy Hansen) เป็นผู้เชี่ยวชาญภารกิจ โดยมีกำหนดออกเดินทางในช่วงปลายปี 2024 ที่กำลังมาถึง

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของภารกิจสำรวจอวกาศโดยมนุษย์ เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 20 เมษายน เมื่อบริษัท SpaceX ได้ทดสอบการขึ้นบินของยาน Starship และบูสเตอร์ Super Heavy พร้อมกันเป็นครั้งแรก โดยทำลายสถิติของจรวด N1 ที่ยืนมานานกว่าครึ่งศตวรรษลง กลายเป็นจรวดที่ทรงพลังที่สุดในโลก
แม้การทดสอบครั้งแรกจะจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ SpaceX ยังได้ทดสอบปล่อย Starship ขึ้นบินอีกครั้งในวันที่ 18 พฤศจิกายน โดยรอบนี้ตัวยานเดินทางไปแตะความสูงมากสุดที่ระดับ 148 กิโลเมตรจากพื้นดิน กลายเป็น Starship ลำแรกที่เดินทางเหนือ Kármán Line ไปถึงอวกาศได้สำเร็จ ก่อนถูกสั่งทำลายอย่างปลอดภัย เนื่องจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นประมาณ 8 นาทีหลังจากขึ้นบิน
SpaceX ระบุว่า การทดสอบทั้งสองครั้งประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม พวกเขายังต้องพัฒนาและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ในการทดสอบทั้งสองครั้ง โดย Starship ได้ถูกเลือกโดย NASA ให้ทำหน้าที่เป็นยานพานักบินอวกาศของภารกิจ Artemis 3 เดินทางไปลงดวงจันทร์ในช่วงปลายปี 2025 อีกด้วย

ปี 2023 มีการทำลายสถิติจำนวนมนุษย์ที่อยู่ในอวกาศพร้อมกันมากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม โดยในช่วงเวลาหนึ่งมีผู้คนมากถึง 20 คนที่ไม่ได้อยู่บนโลกของเรา ประกอบด้วย
นอกจากนี้ ในวันที่ 30 พฤษภาคมยังมีการทำลายสถิติจำนวนมนุษย์ที่อยู่ในวงโคจรพร้อมกันมากที่สุดด้วยจำนวนรวม 17 คน จากการเดินทางขึ้นสู่อวกาศของ 3 ลูกเรือในภารกิจ Shenzhou 16 ที่มุ่งหน้าไปยังสถานีอวกาศเทียนกงของจีนในวันดังกล่าว
ในปี 2023 แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) กลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่อยู่ในอวกาศนานกว่า 1 ปี โดยใช้เวลาไปทั้งสิ้น 370 วันบนสถานีอวกาศนานาชาติ เช่นเดียวกับ เซอร์เกย์ โปรโคปีเยฟ (Sergey Prokopyev) และ ดมิทรี เปเตลิน (Dmitry Petelin) เพื่อนร่วมภารกิจ Soyuz MS-22 ที่เดินทางกลับโลกเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ได้ประกาศจัดงานแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยรายงานการศึกษา UAP หรือปรากฏการณ์ลึกลับที่ไม่สามารถระบุได้ และเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็น UFO เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา
รายงานดังกล่าวได้รวบรวมรายละเอียดการพบ UAP ผ่านหลักฐานรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ NASA สามารถศึกษาและวิเคราะห์ UAP ในแง่มุมวิทยาศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงาน 16 คน เมื่อเดือนตุลาคม 2022 เพื่อมาศึกษาและรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด ก่อนเปิดรายงานฉบับเต็มเมื่อเดือนกันยายนของปี 2023
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวไม่มีการระบุว่าการพบ UAP นั้นมีต้นกำเนิดมาจากนอกโลก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวการนำสิ่งที่อ้างว่าเป็น ‘ซากมนุษย์ต่างดาว’ มาเปิดในรัฐสภาเม็กซิโก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ทาง NASA ยังได้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย UAP คนแรกเพื่อมาศึกษาที่มาของ UAP เหล่านี้แบบจริงจัง ผ่านแนวทางที่คณะทำงานข้างต้นได้ให้ข้อเสนอแนะ เช่น การใช้ AI และ Machine Learning เข้ามามีส่วนในการตรวจหา UAP รวมถึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถรายงานการพบเห็น UAP ได้ เป็นต้น

ปี 2023 ยังมีภารกิจการสำรวจระบบสุริยะที่น่าสนใจเกิดขึ้นหลายครั้ง เริ่มจากองค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ส่งยาน JUICE มุ่งหน้าไปสำรวจดวงจันทร์แกนีมีด คัลลิสโต และยูโรปา ของดาวพฤหัสบดี โดยออกเดินทางจากโลกเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีกำหนดเดินทางไปถึงในปี 2031
ถัดมา ESA ยังได้ส่งยาน Euclid ไปศึกษาสสารและพลังงานมืดในเอกภพเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ตามด้วยภารกิจ Aditya-L1 ของอินเดีย ที่ทาง ISRO ได้ส่งเพื่อเดินทางไปศึกษาดวงอาทิตย์จากวงโคจรรอบโลกเมื่อวันที่ 2 กันยายน
ด้าน NASA ได้มีการส่งยาน Psyche มุ่งหน้าไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย 16 Psyche ซึ่งถือเป็นดาวเคราะห์น้อยแบบโลหะดวงแรกที่จะได้รับการศึกษาในระยะใกล้ โดยออกเดินทางเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม และมีกำหนดเข้าสู่วงโคจรในเดือนสิงหาคม 2029
นอกจากภารกิจส่งยานเดินทางไปสำรวจเป้าหมายต่างๆ ในระบบสุริยะแล้ว ปีนี้ยังมีภารกิจ OSIRIS-REx ของ NASA ที่นำตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูกลับมาสู่โลกได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 24 กันยายน ก่อนที่ตัวยานจะมุ่งหน้าออกไปพร้อมภารกิจใหม่ในชื่อ OSIRIS-APEX เพื่อไปศึกษาดาวเคราะห์น้อย 99942 Apophis เป็นลำดับถัดไป
ถัดมาในวันที่ 1 พฤศจิกายน ยาน Lucy ของ NASA ได้บินผ่านดาวเคราะห์น้อย 152830 Dinkinesh ระหว่างทางไปศึกษาดาวเคราะห์น้อยกลุ่มโทรจันในวงโคจรเดียวกันกับดาวพฤหัสบดี โดยพบว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีดวงจันทร์บริวารหนึ่งดวงที่โคจรอยู่รอบกันในบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อย

นอกจากความสำเร็จของภารกิจการสำรวจอวกาศในระดับโลก ปี 2023 ยังมีการค้นพบที่น่าสนใจ การทดลอง และงานที่เกี่ยวข้องกับด้านอวกาศเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก เช่นกันกับในประเทศไทย
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือการส่งดาวเทียม THEOS-2 ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยที่ดาวเทียมกำลังอยู่ในช่วงการปรับค่าคุณภาพของภาพถ่าย ก่อนเริ่มให้บริการข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2024
นอกจากดาวเทียม THEOS-2 ยังมีดาวเทียม THEOS-2A ที่ทีมวิศวกรดาวเทียมของไทยได้ร่วมออกแบบและพัฒนา พร้อมกับรับการถ่ายทอดองค์ความรู้กลับมา โดย GISTDA เน้นเป้าหมายการสร้างคนให้มีศักยภาพในการสร้างเทคโนโลยีระดับอวกาศในประเทศไทย ซึ่ง THEOS-2A มีกำหนดออกเดินทางขึ้นสู่วงโคจรในช่วงต้นปี 2024
ด้านเยาวชนไทยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในนาม CUHAR หรือ Chulalongkorn University High Altitude Research Club ได้ส่งจรวดความเร็วเสียง CURSR-II เข้าร่วมแข่งขันรายการ Spaceport America Cup 2023 พร้อมกับคว้าลำดับที่ 7 ในการแข่งขันประเภท 30,000 ฟุต โดยใช้เชื้อเพลิงประเภท COTS หรือ Commercial Off-The-Shelf เมื่อเดือนกรกฎาคม
ถัดมาในช่วงปลายเดือนตุลาคม ทีมกาแล็กติก 4 ตัวแทนนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) คว้ารางวัลอันดับ 3 จากรายการแข่งขัน Kibo Robot Programming Challenge ครั้งที่ 4 เป็นการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee หรือหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศของ NASA บนสถานีอวกาศนานาชาติ ในขณะที่ต้นปี 2024 จะมีการส่ง 3 แนวคิดการทดลองของเยาวชนไทยให้กับนักบินอวกาศญี่ปุ่นได้ทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ ภายใต้โครงการ Asian Try Zero-G
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยไทยที่น่าสนใจ อาทิ การทดสอบ ‘ไข่น้ำ’ ในสภาวะแรงโน้มถ่วงสูง เพื่อดูการตอบสนองของพืชในสภาวะแรงโน้มถ่วง 20 g ที่อาจมีผลต่อการเตรียมความยั่งยืนทางอาหารบนโลก เช่นเดียวกับภารกิจสำรวจอวกาศในอนาคต ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกของประเทศไทยที่ได้ไปดำเนินการที่ ESA และเป็นความร่วมมือครั้งแรกของ ESA กับหน่วยงานวิจัยนอกเครือข่ายและสหภาพยุโรป
อีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจคือ การศึกษาผลึกเหลว หรือ Liquid Crystal ในสภาวะไร้น้ำหนัก ที่คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังพัฒนาการทดลองเพื่อให้พร้อมส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ โดยถือเป็นการทดลองแรกของไทยที่ได้รับความร่วมมือจาก NASA และจะถูกส่งไปทดลองในห้องแล็บของฝั่งสหรัฐอเมริกาบนสถานีอวกาศนานาชาติในปีหน้า
ด้านสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT ได้เปิดให้บริการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น เพื่อให้บริการดาราศาสตร์แก่ประชาชนทั่วไป และการศึกษาท้องฟ้าสำหรับนักดาราศาสตร์หรือผู้ที่สนใจ โดยถือเป็นหอดูดาวภูมิภาคแห่งที่ 4 ของ NARIT ต่อจากจังหวัดนครราชสีมา สงขลา และฉะเชิงเทรา
จะเห็นได้ว่าตลอดทั้งปี 2023 มีเรื่องราวอวกาศที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย และในปี 2024 ที่กำลังมาถึง จะมีสิ่งที่น่าติดตาม ปรากฏการณ์น่ารับชม รวมถึงภารกิจสำรวจอวกาศครั้งสำคัญ ซึ่งถูกวางแผนไว้ให้เกิดขึ้นในปีที่กำลังมาถึง
รอติดตามเรื่องราวอวกาศในปี 2024 ที่น่าติดตามได้ทาง THE STANDARD
ภาพ: Pallava Bagla / SpaceX / Handout / Anadolu Agency / Win McNamee / Paul Hennessy / Getty Images
The post NASA เผยผลศึกษา UFO – นานาประเทศมุ่งสู่ดวงจันทร์ – งานไทยไปอวกาศ สรุปไฮไลต์เด่นสำรวจอวกาศปี 2023 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประเด็นการค้นหาและยืนยันการมีอยู่ของ UFO หรือมนุษย์ต่าง […]
The post ชมคลิป: เปิดรายงาน NASA ไขปริศนา UFO – เม็กซิโกโชว์ซากเอเลี่ยน ของจริงหรือลวงโลก? | GLOBAL FOCUS #39 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ประเด็นการค้นหาและยืนยันการมีอยู่ของ UFO หรือมนุษย์ต่างดาว กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (National Aeronautics and Space Administration) หรือ NASA ของสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานผลการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับ UAP (Unidentified Anomalous Phenomena) ปรากฏการณ์ลึกลับที่ไม่สามารถอธิบายได้ โดยระบุผลการค้นพบจนถึงตอนนี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าการพบเจอ UAP ตามที่มีรายงานมากมายจากทั่วโลกนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตจากต่างดาว
คำตอบที่ได้จาก NASA แม้จะทำให้ปริศนาการมีอยู่ของ UFO นั้นยังเป็นสิ่งที่ลึกลับและไร้ข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความพยายามในการค้นหาคำตอบและยืนยันสิ่งที่หลายคนเชื่อว่ามีอยู่หรือมีโอกาสที่จะมีอยู่จริง เนื่องจากดวงดาวและกาแล็กซีนั้นมีมากมายมหาศาลเกินจินตนาการ
ขณะเดียวกันในเม็กซิโก ข่าวของ UFO ก็กลายเป็นประเด็นใหญ่ไปทั่วประเทศ หลัง ไฮเม เมาซาน ผู้สื่อข่าวชาวเม็กซิกัน ได้นำร่างของสิ่งมีชีวิตที่อ้างว่าเป็นซากมัมมี่ของมนุษย์ต่างดาวอายุนับพันปีถึงสองร่าง มาแสดงให้เห็นกันกลางที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งสร้างความฮือฮาอย่างมาก แต่ก็ก่อให้เกิดข้อสงสัยมากเช่นกันว่า สิ่งที่นำมาแสดงนั้นเป็นมนุษย์ต่างดาว ‘ของจริง’ หรือแค่สิ่ง ‘ลวงโลก’
โดยแม้ว่าเมาซานจะยืนยันว่าร่างเอเลี่ยนทั้งสองนี้มีการพิสูจน์แล้ว ทั้ง DNA ที่ไม่เคยพบมาก่อนบนโลก แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เชื่อและตั้งข้อสงสัยอย่างมากถึงการทดสอบตามหลักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งตัวของเมาซานเองก็เคยถูกเปิดโปงเรื่องการค้นพบร่างเอเลี่ยนในเปรูเมื่อปี 2017 ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงร่างของมัมมี่เด็กเท่านั้น
The post ชมคลิป: เปิดรายงาน NASA ไขปริศนา UFO – เม็กซิโกโชว์ซากเอเลี่ยน ของจริงหรือลวงโลก? | GLOBAL FOCUS #39 appeared first on THE STANDARD.
]]>
NASA ได้เปิดเผยรายงานการศึกษา UAP หรือปรากฏการณ์ลึกลับท […]
The post สรุปรายงาน UFO ของ NASA ไม่พบหลักฐานว่ามาจากนอกโลก แต่ยังตั้งทีมศึกษาหาที่มาแบบจริงจัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
NASA ได้เปิดเผยรายงานการศึกษา UAP หรือปรากฏการณ์ลึกลับที่ไม่สามารถระบุได้ และเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็น UFO โดยบทสรุปการค้นพบคือยังไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่า การพบเจอ UAP ทั้งหมดจะมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตต่างดาว แต่ได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย UAP คนแรกเพื่อมาศึกษาเพิ่มเติม
บิล เนลสัน ผู้อำนวยการของ NASA เปิดเผยว่า “การค้นคว้าเป็นดีเอ็นเอของพวกเราที่ NASA และต้องขอบคุณคณะศึกษาที่มอบข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้ NASA ได้ศึกษาและวิเคราะห์ UAP ได้ดีขึ้นในอนาคตข้างหน้า” โดยในรายงานฉบับนี้มีการแนะนำทั้งการใช้ AI และ Machine Learning เข้ามามีส่วนในการตรวจหา UAP รวมถึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถรายงานการพบเห็น UAP ได้เช่นกัน
“NASA จะทำงานนี้อย่างโปร่งใส เพื่อผลประโยชน์องค์รวมของมนุษยชาติ” ผู้อำนวยการ NASA กล่าวเพิ่ม และเน้นย้ำข้อดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในระหว่างการแถลงข่าว
ทั้งนี้ คณะทำงานทั้ง 16 คนที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาทำงานอย่างปลอดอิทธิพลหรือการรบกวนจาก NASA เมื่อเดือนตุลาคม 2022 ได้แนะนำให้ NASA ใช้ความชำนาญเชิงเทคโนโลยี ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล และการร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน รวมแหล่งข้อมูลแบบเปิดสาธารณะเพื่อช่วยให้การศึกษา UAP มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่นกันกับการใช้อุปกรณ์สำรวจโลกต่างๆ มาช่วยค้นหาและทำความเข้าใจ UAP เพิ่มเติม
สำหรับประเด็นการพบซากของสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นชีวิตต่างดาวที่ถูกนำมาเปิดเผยในรัฐสภาเม็กซิโก เป็นกรณีและเหตุการณ์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงานแถลงข่าววันนี้ โดย NASA ได้กำหนดวันแถลงข่าวและแจ้งกับสื่อมวลชนตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 12 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย หรือก่อนหน้าที่มีข่าวการเปิดซากสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นชีวิตนอกโลกขึ้น
แม้ข้อมูลในวันนี้จะไม่มีการพบเอเลี่ยนหรือชีวิตต่างดาว แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการโอบรับข้อมูลการรายงาน UAP จากแหล่งต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียดสูง และเดินหน้าสู่การตามหาคำตอบที่ว่า UAP มีที่มาจากไหน และธรรมชาติของมันคืออะไรกันแน่
ภาพ: Win McNamee / Getty Images
อ้างอิง:
The post สรุปรายงาน UFO ของ NASA ไม่พบหลักฐานว่ามาจากนอกโลก แต่ยังตั้งทีมศึกษาหาที่มาแบบจริงจัง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 14 กันยายน NASA จะเผยแพร่ราย […]
The post NASA เตรียมเปิดข้อมูลรายงานการพบ ‘UFO’ ฉบับเต็ม สามทุ่มคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 14 กันยายน NASA จะเผยแพร่รายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับการพบ UAP หรือปรากฏการณ์ลึกลับที่ไม่สามารถระบุได้ หรือที่นิยามอย่างกว้างขวางว่า UFO ออกสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก
คณะศึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งโดย NASA เมื่อปี 2022 โดยรวมผู้เชี่ยวชาญจากแขนงต่างๆ 16 คน มาร่วมกันศึกษาวิธีที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อมูล UAP จากมุมมองเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อกำหนดแนวทางในการทำความเข้าใจ UAP ทั้งหลายได้ดีขึ้นในอนาคตข้างหน้า
นอกจากการเปิดเผยข้อมูลแล้ว NASA ยังได้จัดงานแถลงข่าวจากสำนักงานใหญ่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เพื่อสรุปข้อมูลการค้นพบและตอบคำถามจากนักข่าว โดยมี บิล เนลสัน ผู้อำนวยการของ NASA ร่วมในงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย
ข้อมูลจากการรายงานชุดนี้จะรวมถึงเนื้อหาวิธีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้ NASA และหน่วยงานอวกาศจากนานาประเทศนำไปปรับใช้ เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติและที่มาของ UAP ชนิดต่างๆ
ทั้งนี้ UAP ในนิยามของ NASA หมายถึงวัตถุบนท้องฟ้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอากาศยานหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจากมุมมองเชิงวิทยาศาสตร์ โดยปัจจุบันมีข้อมูลภาพถ่ายความละเอียดสูงของ UAP อยู่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ยากที่จะด่วนสรุปว่าวัตถุเหล่านี้คืออะไรกันแน่
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลรายงานของ NASA ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยสิ่งที่อ้างว่าเป็น ‘ซากชีวิตต่างดาว’ จากการไต่สวนข้อมูลด้าน UFO ครั้งแรกโดยรัฐสภาเม็กซิโก และมีความเป็นไปได้น้อยมากที่รายงาน UAP ของ NASA ในค่ำคืนนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับชีวิตนอกโลก หรือมีต้นกำเนิดจากดาวเคราะห์ดวงอื่น
แฟ้มภาพ: Zhukova Valentyna / Shutterstock
อ้างอิง:
The post NASA เตรียมเปิดข้อมูลรายงานการพบ ‘UFO’ ฉบับเต็ม สามทุ่มคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
UFO หรือวัตถุลึกลับบนท้องฟ้า เป็นปริศนาที่มนุษย์ถกเถียง […]
The post ชมคลิป: อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ เผย UFO มีจริง แต่รัฐบาลปิดบัง | KEY MESSAGES #93 appeared first on THE STANDARD.
]]>
UFO หรือวัตถุลึกลับบนท้องฟ้า เป็นปริศนาที่มนุษย์ถกเถียงกันมาอย่างเนิ่นนานว่ามีจริงหรือไม่?
ล่าสุดคณะอนุกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้ไต่สวนอดีตนักบินขับไล่ของกองทัพเรือ 2 นาย และอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ถึงการพบปรากฏการณ์ประหลาดทางอากาศ และการพบวัตถุปริศนาที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ชัดเจน
การไต่สวนนี้กินเวลากว่า 2 ชั่วโมง ผู้ให้การระบุตรงกันว่าในช่วงปี 2004 พวกเขาพบวัตถุบินได้ปริศนาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน วัตถุที่ว่าไม่มีใบพัด ไม่มีท่อไอเสีย มองไม่เห็นเครื่องยนต์ ซ้ำยังเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและมีทิศทางการบินที่แปลกประหลาด
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาพูดเรื่องนี้อย่างจริงจังสะท้อนให้เห็นถึงอะไรบ้าง ตกลงแล้ว UFO มีจริงไหม และหากมีจริง มนุษย์ควรทำอย่างไรต่อไป
เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์
ตัดต่อ: ธนวัฒน์ กางกรณ์
The post ชมคลิป: อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ เผย UFO มีจริง แต่รัฐบาลปิดบัง | KEY MESSAGES #93 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย สภาคองเกรสได […]
The post สภาคองเกรสเปิดไต่สวน ปมรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบังข้อมูล UFO appeared first on THE STANDARD.
]]>
เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย สภาคองเกรสได้เปิดการไต่สวนแบบสาธารณะเกี่ยวกับปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP (Unidentified Anomalous Phenomena) หรือ UFO (Unidentified Flying Object) ตามที่ใช้กันแพร่หลายในสาธารณะ ที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยของสาธารณะ และความโปร่งใสของรัฐบาล
นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้หลุดมาจากฉากในภาพยนตร์ไซไฟ และแน่นอนว่าการไต่สวนดังกล่าวย่อมได้รับความสนใจจากสาธารณะเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะความสงสัยที่ว่าทางรัฐบาลมียานของ ‘เอเลี่ยน’ อยู่ในครอบครองจริงหรือไม่ เนื่องจาก เดวิด กรัสช์ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองผู้ออกมาเปิดโปงเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเชิญมาเป็นพยานผู้ให้การในวันนี้
นอกจากนี้ ยังมี ไรอัน เกรฟส์ และ เดวิด เฟรเวอร์ สองอดีตนักบินกองทัพเรือผู้อ้างว่าตนเองได้เคยพบเจอ UAP ในระหว่างการฝึกบิน ขึ้นให้การต่อหน้าสมาชิกสภาคองเกรส โดยเป็นการไต่สวนครั้งแรก หลังจากเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2023 NASA ได้จัดประชุมแบบสาธารณะเพื่อเปิดเผยผลการศึกษา UAP จากคณะผู้เชี่ยวชาญเป็นครั้งแรก
สำหรับผู้ที่คาดหวังถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก หรือเอเลี่ยนตัวเขียวแบบที่คุ้นตาผ่านภาพยนตร์ต่างๆ อาจต้องผิดหวัง เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับชีวิตจากต่างดาวในการให้การครั้งนี้ แต่มีการพูดถึงความพยายามในการปกปิดข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เช่น การเก็บกู้ซากของ UAP และพยายามทำวิศวกรรมย้อนรอยมานานหลายทศวรรษ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุปริศนาดังกล่าว
ส.ส. เวอร์จิเนีย ฟ็อกซ์ หนึ่งในคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามกรัสช์ว่าการกล่าวรายงานของ ฌอน เคิร์กแพทริค ผู้อำนวยการ AARO ของเพนตากอน ผู้ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีหลักฐานของชีวิตทรงภูมิจากต่างดาวว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก่อนที่เจ้าตัวจะตอบกลับว่า “นั่นไม่เป็นความจริง” พร้อมกับระบุเพิ่มเติมในการตอบคำถามอื่นว่าสหรัฐฯ เคยมีความพยายามในการบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของ UAP แต่ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมจากสิ่งที่เขาได้เคยแถลงออกสู่สาธารณะไปก่อนหน้านี้
ด้านเกรฟส์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่าการพบเห็น UAP ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักบินในกองทัพและพลเรือน ส่วนเฟรเวอร์ได้เห็นด้วยกับคำถามที่ว่า UAP อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยระบุว่า “เทคโนโลยีที่เราพบเห็นนั้นก้าวล้ำไปกว่าทุกสิ่งที่พวกเรามี” และอ้างว่ามีความเป็นไปได้ที่ UAP เหล่านี้มีความสนใจในสหรัฐฯ เนื่องจากความสามารถทางนิวเคลียร์ และต้องการทดสอบช่องโหว่ในระบบป้องกันทางอากาศของประเทศ
อย่างไรก็ตาม กรัสช์ถูกเพ่งเล็งจากการให้การที่ไม่มีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ของ UAP อย่างที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไปก่อนหน้านี้ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ แต่หลายฝ่ายมองว่าเพราะนี่คือการขึ้นให้การภายใต้คำสาบานต่อสภาคองเกรส ที่การให้ความเท็จอาจนำไปสู่การจับกุมได้
ในเวลาเดียวกัน เพนตากอนได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่อ้างถึงความพยายามปกปิดข้อมูล โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมได้แถลงว่า “ไม่มีข้อมูลที่มีความเชื่อถือสามารถสนับสนุนการอ้างถึงวัตถุจากนอกโลก หรือความพยายามในการทำวิศวกรรมย้อนรอย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน”
ด้าน ส.ส. โรเบิร์ต การ์เซีย ได้เน้นย้ำถึงการต้องใช้วิทยาศาสตร์มาช่วยหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องของ UAP โดยระบุว่า “ผมเชื่อในการตามรอยข้อเท็จจริง และเน้นย้ำการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำข้อมูลออกมาให้ได้มากที่สุด ความโปร่งใสเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล เราอาศัยอยู่ในกาแล็กซีที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ”
หลังจากนี้คณะกรรมาธิการได้ระบุว่าจะมีการไต่สวนแบบลับเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลบางส่วนที่ไม่อาจระบุได้ต่อสาธารณะ ซึ่งความสำคัญจากการไต่สวนครั้งนี้อาจไม่ใช่การค้นพบยานเอเลี่ยนอยู่ใต้ถุนฐานทัพลับของสหรัฐฯ แต่คือการต้องการความน่าเชื่อถือและโปร่งใสจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะแม้แต่ ส.ส. และ ส.ว. ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในชั้นความลับของกองทัพได้ ดังเช่นในรายงานข้อมูลการพบ UAP ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การไต่สวนขึ้น
ส่วนเรื่องของชีวิตนอกโลกนั้น เรามีความน่าจะเป็นอยู่มากมายจากโอกาสการพบดาวเคราะห์ได้ถึงล้านล้านดวงทั่วเอกภพ แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่มีนับจนถึงวินาทีนี้ ยังไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ถึงชีวิตหรือร่องรอยของชีวิตต่างดาว ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ภาพ: Drew Angerer / Getty Images
อ้างอิง:
The post สภาคองเกรสเปิดไต่สวน ปมรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบังข้อมูล UFO appeared first on THE STANDARD.
]]>
อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 3 นาย เข้าให้การต่อสภาคองเก […]
The post อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ให้การคองเกรสปมพบ UFO หนุนรัฐบาลโปร่งใส เตือนปัญหาความมั่นคงระดับชาติ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 3 นาย เข้าให้การต่อสภาคองเกรสวานนี้ (26 กรกฎาคม) ในการไต่สวนเกี่ยวกับกรณีการพบเห็น UFO (Unidentified Flying Object) หรือวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ ซึ่งทางการสหรัฐฯ ใช้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า UAP (Unidentified Aerial Phenomena) หรือปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้
โดยอดีตเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย เชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯ นั้นมีการดำเนินโครงการลับเกี่ยวกับ UAP มานานหลายทศวรรษ และยังมีความลับอีกหลายอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชน พร้อมผลักดันให้มีระบบรายงานข้อมูล UAP ที่โปร่งใส และเตือนว่าการขัดขวางการสืบที่มา UAP อาจนำมาซึ่งปัญหาการบินและภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติ
หนึ่งในอดีตเจ้าหน้าที่คือ เดวิด กรัสช์ (David Grusch) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ให้การกับคณะอนุกรรมการผู้ทำการไต่สวนว่าเขา ‘แน่ใจ’ ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ครอบครอง UAP โดยอ้างว่าเขาได้สัมภาษณ์พยาน 40 คนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา
ในจำนวนบุคคลที่เขาสัมภาษณ์ยังรวมถึงผู้ที่เปิดเผยว่าได้เก็บกู้สารชีวภาพที่ไม่ใช่ของมนุษย์จากซาก UAP ที่ตกลงบนพื้นโลก โดยเขายังเผยว่ามีเพื่อนร่วมงานหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บจาก UAP
นอกจากนี้ กรัสช์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการสืบสวนเรื่อง UAP จนถึงช่วงต้นปีที่ผ่านมา เปิดเผยว่าเขาได้นำทีมเจ้าหน้าที่เพนตากอนในการวิเคราะห์รายงานการพบเห็น UAP หลายต่อหลายครั้ง และได้รับแจ้งเกี่ยวกับโครงการของเพนตากอนที่มีมานานหลายทศวรรษ ในการพยายามเก็บรวบรวมซากชิ้นส่วนและสร้าง UAP ที่พังจากการตกขึ้นมาใหม่ ซึ่งโครงการเหล่านี้ ‘อยู่เหนือการกำกับดูแลของรัฐสภา’ และงบประมาณที่มาจาก ‘การยักยอก’
อย่างไรก็ตาม โฆษกเพนตากอนให้สัมภาษณ์กับ NBC News โดยปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของกรัสช์ว่าไม่เป็นความจริง
อดีตเจ้าหน้าที่อีก 2 นายที่เข้าให้การคือ ไรอัน เกรฟส์ (Ryan Graves) อดีตนักบิน F-18 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเปิดเผยเรื่องการพบเจอ UAP ระหว่างการฝึก
อีกรายคือ เดวิด ฟราเวอร์ (David Fravor) อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรือ ที่เผยว่าเขาและเพื่อนนักบินอีก 3 นาย เคยพบวัตถุบินไม่ทราบที่มารูปทรงไข่ขนาดใหญ่ลอยอยู่ใต้เครื่องบินรบของเขาระหว่างทำการบินอยู่นอกชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2004
โดยฟราเวอร์ระบุว่าวัตถุบินดังกล่าวไม่มีใบพัด ปีกเครื่องบิน หรือท่อไอเสีย และได้บินเข้าใกล้เครื่องบินของเขา ก่อนจะหายไปและปรากฏอีกครั้งในไม่กี่วินาทีต่อมา โดยอยู่ห่างไปเกือบ 100 กิโลเมตร ซึ่งเขาได้นำเครื่องบินกลับไปยังเรือบรรทุกเครื่องบิน และแจ้งเพื่อนนักบินที่กำลังจะนำเครื่องขึ้นจนสามารถบันทึกวิดีโอไว้ได้ โดยเขาเชื่อว่าสิ่งที่พบนั้นมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าที่มนุษย์โลกมีไม่น้อยกว่า 10-20 ปี
การไต่สวนเรื่อง UAP ของคองเกรสมีขึ้นท่ามกลางการเรียกร้องของบรรดา ส.ส. ที่ต้องการให้กองทัพและหน่วยข่าวกรองเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ UAP ให้มากขึ้น โดยอ้างถึงภัยคุกคามความมั่นคงของชาติที่อาจเกิดขึ้นจากวัตถุปริศนาทั้งในน่านฟ้าของสหรัฐฯ หรือพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะที่ ส.ส. และผู้ที่อ้างว่าเคยพบเห็น UAP หลายคน ผลักดันให้รัฐบาลกลางสร้างช่องทางในการสื่อสารข้อมูลเรื่อง UAP ทั้งต่อสาธารณชนและกองทัพ และชี้ว่ากองทัพควรสร้างกระบวนการรายงานเรื่องการพบเห็น UAP ที่ปลอดภัยและโปร่งใส
อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ทั้ง 3 นาย ได้ให้ความเห็นต่อคองเกรสว่า ระบบการรายงานเรื่อง UAP ในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบการเผชิญหน้าของ UAP และชี้ว่าความอัปยศและความกลัวต่อผลกระทบจากการรายงานเรื่องการพบ UAP ทำให้นักบินและเจ้าหน้าที่หลายรายที่เคยเจอ UAP เลือกที่จะเงียบ ซึ่งส่งผลขัดขวางความพยายามในการสืบหาที่มาของ UAP และยังเป็นปัญหาด้านความปลอดภัย ในขณะที่องค์การบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ก็ยังไม่มีกลไกให้นักบินรายงานเกี่ยวกับการพบ UAP
“ถ้าทุกคนสามารถเห็นข้อมูลจากเซ็นเซอร์และวิดีโอที่ผมเห็น การสนทนาระดับชาติของเราจะเปลี่ยนไป ผมขอให้เราละทิ้งความอัปยศและจัดการกับปัญหาด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในหัวข้อนี้ หาก UAP เป็นโดรนจากต่างประเทศ ก็เป็นปัญหาความมั่นคงของชาติที่เร่งด่วน หากเป็นเรื่องอื่นก็เป็นปัญหาสำหรับวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าในกรณีใด วัตถุที่ไม่ปรากฏที่มาเป็นปัญหาต่อความปลอดภัยในการบิน ชาวอเมริกันสมควรได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนท้องฟ้าของเรา”
โดยอุปสรรคเหล่านี้ทำให้เกรฟส์ต้องการผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับนักบินผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ UAP และสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ UAP โดยกองทัพและหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น
ภาพ: Tom Williams / CQ-Roll Call, Inc via Getty Images
อ้างอิง:
The post อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ ให้การคองเกรสปมพบ UFO หนุนรัฐบาลโปร่งใส เตือนปัญหาความมั่นคงระดับชาติ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปริศนาวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้หรือ UFO (Unidentified […]
The post ชมคลิป: NASA จัดประชุม UFO ต่อสาธารณะครั้งแรก ไขปริศนาสิ่งมีชีวิตนอกโลก Global Focus EP.23 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปริศนาวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้หรือ UFO (Unidentified Flying Object) เป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกรวมถึงชาวไทยให้ความสนใจมาตลอด ว่านอกจากสรรพชีวิตบนโลกของเราแล้ว ในอวกาศที่สุดแสนจะกว้างใหญ่และมีดวงดาวนับล้านๆ ดวงนี้ จะมีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาอยู่จริงหรือไม่?
คำตอบของคำถามนี้ยังเป็นสิ่งที่ยากแก่การยืนยันหรือพิสูจน์ โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NASA ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่อง UFO (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น Unidentified Anomalous Phenomena: UAP) มีการจัดการประชุมสาธารณะด้าน UFO ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อคลายข้อสงสัยในหลายประเด็น แต่ ‘บางเรื่อง’ ก็ยังยากจะอธิบาย
ดร.ฌอน เคิร์กแพทริก ผู้อำนวยการสำนักงาน All-Domain Anomaly Resolution Office (AARO) หน่วยงานด้าน UFO ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สร้างความฮือฮาในการประชุมนี้ ด้วยการเปิดภาพวัตถุลึกลับที่มีลักษณะคล้ายโลหะทรงกลม บินอยู่เหนือทะเลทรายในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุปริศนาที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอะไร และมีที่มาจากในโลกนี้หรือมาจากต่างดาว
ขณะที่ AARO เผยว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับ UFO มากถึง 50-100 ครั้งต่อเดือน แต่มีการพบเห็นเพียงประมาณ 2-5% เท่านั้นที่ไม่สามารถอธิบายได้
อย่างไรก็ตาม นอกจากความน่าสนใจของ UFO และชีวิตต่างดาวที่เป็นปริศนาดำมืด ยังคงมีการศึกษาค้นคว้าด้านอวกาศที่น่าสนใจอีกมากมายให้มนุษย์ได้เรียนรู้ และสามารถต่อยอดเพื่อนำมาซึ่งองค์ความรู้ในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ และสร้างคุณประโยชน์มหาศาลให้แก่มวลมนุษยชาติในอนาคตได้
The post ชมคลิป: NASA จัดประชุม UFO ต่อสาธารณะครั้งแรก ไขปริศนาสิ่งมีชีวิตนอกโลก Global Focus EP.23 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ภารกิจกู้ซากบอลลูนสอดแนมจากจีน ร […]
The post สหรัฐฯ ปิดฉากภารกิจกู้ซากบอลลูนจีนและวัตถุลอยฟ้าอื่นๆ แล้ว เตรียมวิเคราะห์ข้อมูลต่อ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ภารกิจกู้ซากบอลลูนสอดแนมจากจีน รวมถึงวัตถุลอยฟ้าอื่นๆ ที่ถูกกองทัพยิงตกใกล้กับรัฐอะแลสกาและบริเวณทะเลสาบฮูรอนได้เสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลของ ‘ไส้ใน’ บอลลูนสอดแนมจีน ซึ่งมีรายงานว่าพบเซ็นเซอร์หลายตัวที่คาดว่าใช้เพื่อรวบรวมข่าวกรองด้วย
กองบัญชาการเหนือของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า เศษซากบอลลูนจีนซึ่งถูกเครื่องบินรบยิงตกลงมาเมื่อช่วงต้นเดือน ขณะนี้กำลังถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการของ FBI ในรัฐเวอร์จิเนียเพื่อทำการวิเคราะห์ต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถเก็บกู้วัสดุจากซากบอลลูนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดมาด้วย
จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เรียนรู้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับบอลลูนสอดแนมจีน หลังจากที่ได้เฝ้าสังเกตการลอยตัวของบอลลูนเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ อยู่หลายวัน ก่อนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะมีคำสั่งยิง และสำหรับการเก็บกู้ซากครั้งนี้จะทำให้สหรัฐฯ ได้เรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเติมจากการศึกษาไส้ในของบอลลูนว่ามันทำงานอย่างไร และมีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้พบบอลลูนดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีรายงานยืนยันว่าวัตถุดังกล่าวเป็นบอลลูนของจีน ซึ่งเคลื่อนผ่านพื้นที่สำคัญของประเทศหลายแห่ง และหนึ่งในนั้นคือฐานทัพอากาศมัลม์สตรอมในรัฐมอนทานา ก่อนที่ในท้ายที่สุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ กองทัพสหรัฐฯ จะตัดสินใจส่งเครื่องบินรบ F-22 ยิงบอลลูนสอดแนมขณะลอยอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งรัฐเซาท์แคโรไลนา เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อประชาชนบนภาคพื้นดิน ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับวัตถุลอยฟ้าปริศนาอีก 2 ชิ้นที่กล่าวไปข้างต้นนั้น สหรัฐฯ ระบุว่าทางการไม่พบซากของมัน โดยแถลงการณ์ระบุว่า “กองทัพสหรัฐฯ รวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลกลาง และหน่วยงานพันธมิตรของแคนาดา ได้ทำการค้นหาอย่างเป็นระบบในแต่ละพื้นที่โดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย เช่น การค้นหาจากภาพทางอากาศ เซ็นเซอร์พื้นผิว การตรวจสอบพื้นผิว และการสแกนใต้ผิวดิน แต่ก็ไม่พบเศษซากวัตถุดังกล่าว”
ภาพ: Reuters
อ้างอิง:
The post สหรัฐฯ ปิดฉากภารกิจกู้ซากบอลลูนจีนและวัตถุลอยฟ้าอื่นๆ แล้ว เตรียมวิเคราะห์ข้อมูลต่อ appeared first on THE STANDARD.
]]>
NASA ประกาศว่ากำลังรวบรวมทีมนักวิจัยอิสระภายในฤดูใบไม้ร […]
The post ‘NASA’ กำลังจัดตั้งทีมนักวิจัยเพื่อศึกษาเรื่อง UFO และมนุษย์ต่างดาว โดยย้ำว่าตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานถึงการมีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.
]]>
NASA ประกาศว่ากำลังรวบรวมทีมนักวิจัยอิสระภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ เพื่อศึกษาการพบเห็นปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่ปรากฏชื่อหรือ UAP ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ได้รับการปรับปรุงในปัจจุบันเพื่อใช้เรียกแทน UFO
NASA กล่าวว่ามีแผนที่จะศึกษาการพบเห็นเหล่านี้จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเน้นว่า ‘ไม่มีหลักฐานว่า UAP มีต้นกำเนิดจากนอกโลก’
ทีมวิจัยซึ่งนำโดย เดวิด สเปอร์เกล นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์สังกัดภายใต้คณะกรรมการภารกิจวิทยาศาสตร์ของ NASA จะพยายามระบุข้อมูลที่มีอยู่ใน UAP และหาวิธีที่จะเก็บข้อมูล UAP ได้ดีที่สุดในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
NASA ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อจำกัดในการพบเห็นทำให้ยากที่จะหาข้อสรุปเชิงตรรกะว่า UAP มาจากไหน นักวิจัยจะพยายามหาข้อสรุปด้วยว่า ‘NASA สามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อขับเคลื่อนความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ของ UAP ได้อย่างไร’
การศึกษาการพบเห็น UAP นั้นสอดคล้องกับความสนใจของหน่วยงานอวกาศ แม้ว่ามนุษย์ต่างดาวไม่น่าจะเป็นที่มาของ UAP ก็ตาม การแยกแยะระหว่าง UAP ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือบางทีเทคโนโลยีบางอย่าง มีความสำคัญต่อเป้าหมายที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของ NASA นั่นก็คือ ‘การปกป้องความปลอดภัยทางอากาศ’
แม้ว่า NASA จะเป็นที่รู้จักในด้านความพยายามในการสำรวจอวกาศ แต่ A ตัวแรกใน NASA นั้นย่อมาจากวิชาการบิน “วิธีที่เราคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ NASA สอดคล้องกับหลักการเปิดกว้าง ความโปร่งใส และความสมบูรณ์ทางวิทยาศาสตร์” โทมัส ซูร์บูเชน ผู้ดูแลระบบร่วมด้านวิทยาศาสตร์ของ NASA กล่าว
ข่าวของการศึกษานี้เกิดขึ้นหลังจากหลายปีของการโฆษณาและการพบเห็น UAP ในสื่อ เมื่อปี 2017 รายงานของ The New York Times เปิดเผยว่า Pentagon มีโปรแกรมลับที่เรียกว่า Advanced Aerospace Threat Identification Program (AATIP) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้ทำการตรวจสอบการพบเห็น UAP ที่มักทำโดยนักบินทหาร
กระแสความสนใจจากฝ่ายนิติบัญญัติและสื่อต่างๆ เริ่มผุดขึ้น และในปี 2020 กระทรวงกลาโหมได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่ปรากฏชื่อหรือ UAPTF ภายในกองทัพเรือ เพื่อให้เข้าใจถึงต้นกำเนิดของ UAP มากขึ้น
ในขณะที่ NASA ยังไม่ได้เข้าร่วมการอภิปราย UAP อย่างเป็นทางการ บิล เนลสัน ผู้ดูแลระบบของ NASA ได้แสดงความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับการพบเห็นเหล่านี้ แม้จะบอกเป็นนัยว่าอาจมีคำอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นอยู่นอกโลก “ผมได้พูดคุยกับนักบินเหล่านั้นแล้ว พวกเขารู้ว่าพวกเขาเห็นอะไรบางอย่าง และเรดาร์ของพวกเขาก็ล็อกไว้” เนลสันกล่าวระหว่างเสวนาที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย “และพวกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร และเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร เราหวังว่าจะไม่ใช่ศัตรูบนโลกที่มีเทคโนโลยีแบบนั้น แต่มันเป็นอะไรบางอย่าง”
ในเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว Pentagon ได้เผยแพร่รายงานของตนเองเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่เป็นไปได้ของ UAP โดยระบุคำอธิบายที่เป็นไปได้ห้าประการสำหรับสิ่งที่นักบินเห็นบนท้องฟ้า ในขณะที่คำอธิบายหลายๆ อย่างมีความเบาบางมากกว่า เช่น ความยุ่งเหยิงในอากาศ และปรากฏการณ์บรรยากาศตามธรรมชาติ Pentagon ยังระบุการจัดประเภท ‘อื่นๆ’ ครั้งที่ 5 สำหรับเหตุการณ์และการพบเห็นที่ไม่สามารถอธิบายได้
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม คณะอนุกรรมการของคณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการพิจารณาคดีเพื่อตรวจสอบหน่วยปฏิบัติการ UAP ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สภาคองเกรสจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับ UFO ในรอบกว่า 50 ปี
ในระหว่างการพิจารณาคดี สกอตต์ เบรย์ รองผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกองทัพเรือสหรัฐฯ อ้างว่าหน่วยปฏิบัติการ UAP ได้รวบรวมรายงานการพบเห็น UAP จำนวนทั้งสิ้น 400 ฉบับ นอกจากนี้ เขายังนำเสนอวิดีโอ UAP สองรายการ โดยหนึ่งในนั้นมีความยาวเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งแสดงให้เห็นวัตถุทรงกลมขนาดเล็กที่เคลื่อนที่ผ่านกล้องอย่างรวดเร็ว เบรย์ใช้เป็นตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่านักบินจะได้รับรายละเอียดเพียงเล็กน้อยในระหว่างการพบเห็น UAP ในบางครั้ง
อย่างไรก็ตาม เบรย์ยังโต้แย้งว่ามนุษย์ต่างดาวไม่ใช่คำตอบ “เมื่อพูดถึงวัสดุที่เรามี นั่นไม่ใช่วัสดุของเรา โดยเราตรวจพบว่าการเล็ดลอดเข้ามาภายใน UAP Task Force ไม่มีสิ่งที่จะบ่งชี้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีต้นกำเนิดจากพื้นดิน”
ปีที่แล้วระหว่างการแถลงข่าว เนลสันกล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับซูร์บูเชนเกี่ยวกับ NASA ที่อาจตามหา UAP ผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ซูร์บูเชนยืนยันในงานแถลงข่าวว่า แรงผลักดันให้เกิดการศึกษานี้เกิดขึ้นจากความสนใจทั้งหมดที่ความพยายามศึกษา UAP ของ Pentagon ได้รับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากประกาศการศึกษาในวันนี้ ซูร์บูเชนยังตั้งข้อสังเกตว่า UAP เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและการต่อต้านข่าวกรอง สองที่ที่ไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตของ NASA “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราทำเพื่อเลี้ยงชีพ” ซูร์บูเชนกล่าว “และเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ที่ NASA โดยนั่นคือสิ่งที่คนอื่นทำเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ในฐานะประเทศชาติ ในฐานะรัฐบาล เห็นได้ชัดว่ามีหลายสิ่งที่สำคัญที่นี่ และมีเพียงไม่กี่คนที่ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีขั้นสูง”
ทีมวิจัยอาจเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้ในบางจุด แม้ว่าจุดโฟกัสจะอยู่ที่ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ “ผมไม่มีใบอนุญาต และเราต้องการให้สิ่งนี้เป็นการศึกษาแบบเปิด” สเปอร์เกลกล่าวระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ “ดังนั้นสิ่งที่เราต้องพึ่งพาคือ สมาชิกบางคนของคณะกรรมการ จะได้รับความรู้ความเข้าใจที่เราสามารถทำได้ ซึ่งอาจช่วยได้ แต่ส่วนใหญ่ผมคิดว่าเราจะพยายามดูว่าเราเรียนรู้อะไรจากข้อมูลที่เป็นสาธารณะได้”
NASA กล่าวว่าการศึกษาจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือนจึงจะเสร็จสมบูรณ์
โดยซูร์บูเชนคิดว่าข้อมูลที่ NASA รวบรวมจากการสังเกตการณ์ท้องฟ้ายามค่ำคืนเพื่อหาดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นอันตราย หรือจากการสังเกตโลกจากอวกาศอาจเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจ UAP ให้ดีขึ้น “เราสามารถใช้ชุดข้อมูลที่มีอยู่ และใช้วิธีการเพื่อค้นหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราวได้หรือไม่ โดยการจัดแนวแบบนั้น บางครั้งซ้อนทับกันกับการพบเห็นอื่นๆ เหล่านี้หรือไม่” เขากล่าว
แม้ว่า NASA จะเน้นย้ำว่าไม่มีหลักฐานว่า UAP มีลักษณะเป็นมนุษย์ต่างดาว แต่ซูร์บูเชนไม่ได้ปิดประตูความเป็นไปได้ดังกล่าว “หากผู้คนถามผมว่าผมมีหลักฐานที่ไม่สามารถหักล้างได้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดในปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้หรือไม่ ผมจะสรรหาคำตอบที่ยอมรับได้ในฐานะนักวิทยาศาสตร์” ซูร์บูเชนกล่าว
ภาพ: Ursatii / Shutterstock
อ้างอิง:
The post ‘NASA’ กำลังจัดตั้งทีมนักวิจัยเพื่อศึกษาเรื่อง UFO และมนุษย์ต่างดาว โดยย้ำว่าตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานถึงการมีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (10 มิถุนายน) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาต […]
The post NASA เตรียมเริ่มต้นศึกษา UFO หลังได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (10 มิถุนายน) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ NASA ประกาศเตรียมเริ่มต้นศึกษาจานบินอวกาศของมนุษย์ต่างดาว (Unidentified Flying Objects: UFO) หรือปรากฏการณ์ใดๆ กลางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ (Unidentified Aerial Phenomena: UAP) ด้วยการรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และวิเคราะห์หลักฐานงานวิจัย เพื่อพัฒนาความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นได้มากยิ่งขึ้น
ด้าน โทมัส เซอร์บูเชน หัวหน้าหน่วยด้านวิทยาศาสตร์ของ NASA เผยว่า เราไม่กลัวความเสี่ยงที่อาจกระทบกับชื่อเสียง เราเชื่อว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปรากฏการณ์เหล่านี้ คือขอบเขตของข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบและคัดกรอง
ในขณะที่ยานสำรวจของ NASA สำรวจระบบสุริยะ เพื่อค้นหาฟอสซิลของจุลินทรีย์ในสมัยโบราณ ประกอบกับนักดาราศาสตร์เองก็กำลังมองหาสิ่งที่เปรียบเสมือนเป็นหลักฐานของร่องรอยบางอย่างบนดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกล เพื่อหาสัญญาณของอารยธรรม รวมถึงความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มีระดับสติปัญญา โดยนับเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานของ NASA จะตรวจสอบปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้บนท้องฟ้าของโลกใบนี้อย่างจริงจัง
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา NASA ได้รับข้อเรียกร้องให้ค้นหาคำตอบของปรากฏการณ์เหล่านี้ที่ไม่สามารถระบุหรืออธิบายได้ ก่อนที่แนวคิดเหล่านี้จะค่อยๆ เริ่มเป็นที่สนใจของสาธารณชนมากยิ่งขึ้น และจากรายงานหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ พบว่า มีการพบเหตุวัตถุหรือปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถระบุได้ถึง 144 เหตุการณ์เมื่อปี 2021 ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุปหรือฟันธงว่ามีความเกี่ยวโยงกับมนุษย์ต่างดาวหรือยาน UFO หรือไม่แต่อย่างใด
โดยทีมศึกษาของ NASA กลุ่มนี้จะไม่ขึ้นกับกลุ่มด้านความมั่นคงของเพนตากอน เบื้องต้นคาดว่าการศึกษาดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาราว 9 เดือน และใช้งบประมาณไม่เกิน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ เป็นการศึกษาแบบเปิด ทั้งยังไม่มีการใช้ข้อมูลทางการทหารที่เป็นความลับของทางการสหรัฐฯ อีกด้วย
NASA เผยว่า ทีมศึกษาจะนำโดย เดวิด สเปอร์เจล นักดาราศาสตร์และนักฟิสิกส์ ประธานมูลนิธิ Simons Foundation เพื่อการพัฒนาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งสเปอร์เจลคาดว่า การศึกษาในครั้งนี้อาจช่วยค้นหาคำตอบที่ใครหลายคนสงสัยเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งจักรวาลนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เข้าใจ และรอให้เราค้นหาคำตอบอีกมากมาย
แฟ้มภาพ: Joe Raedle / Getty Images
อ้างอิง:
The post NASA เตรียมเริ่มต้นศึกษา UFO หลังได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกิดเรื่องน่าพิศวงบนน่านฟ้าเหนือทะเลทรายอันเวิ้งว้างในร […]
The post นักบินอเมริกันพบ UFO บนน่านฟ้าแอริโซนา appeared first on THE STANDARD.
]]>
เกิดเรื่องน่าพิศวงบนน่านฟ้าเหนือทะเลทรายอันเวิ้งว้างในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐฯ เมื่อนักบิน 2 คนของ 2 สายการบินสังเกตเห็น UFO (วัตถุบินที่กำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้) ในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในบันทึกการสนทนาทางวิทยุสื่อสารระหว่างนักบินกับหอควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) มีนักบินคนหนึ่งของสายการบิน Learjet ได้แจ้งต่อศูนย์ควบคุมการบินในเมืองแอลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโกว่า “มีใครบินอยู่เหนือศีรษะเราเมื่อสัก 30 วินาทีก่อนไหม?”
“ไม่มี” ศูนย์ควบคุมการบินตอบ
“โอเค ถ้าอย่างนั้นคงจะเป็นบางสิ่งที่บินข้ามเราไป” นักบินพูด
“UFO!” เสียงจากใครบางคนตอบผ่านวิทยุสื่อสารอย่างรวดเร็ว
“ใช่แล้ว” นักบินตอบแกมหัวเราะเบาๆ
ต่อมาไม่กี่นาที ศูนย์ควบคุมการบินของ FAA ได้แจ้งเตือนเครื่องบินสายการบิน American Airlines เที่ยวบิน 1095 ที่กำลังบินผ่านบริเวณนั้น
“American 1095 โปรดแจ้งให้เราทราบด้วย ถ้ามีบางอย่างบินอยู่เหนือคุณในระยะทาง 15 ไมล์ข้างหน้า” ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศแจ้งผ่านวิทยุ
“แจ้งให้คุณทราบ ถ้ามีบางสิ่งบินผ่านหรือ?” นักบิน American Airlines ถามย้ำ
“ยืนยัน American 1095” ศูนย์ควบคุมฯ ตอบกลับ “เราได้รับรายงานจากเครื่องบินที่บินอยู่ข้างหน้าคุณว่ามีบางสิ่งที่บินข้ามพวกเขาไป เรายังไม่ทราบเป้าหมายแน่ชัด เพราะฉะนั้น แค่แจ้งให้เราทราบก็พอว่าเห็นอะไรบินอยู่เหนือคุณไหม”
“รับทราบครับ” นักบินตอบ
จากนั้นไม่นาน นักบิน American Airlines ได้แจ้งไปยังศูนย์ควบคุมฯ ว่าพบวัตถุลึกลับเช่นกัน
“นี่ American 1095 เอง มีบางอย่างเพิ่งจะบินข้ามหัวเราไป” นักบินพูด “ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่อย่างน้อยน่าจะบินเหนือเราสัก 2-3 พันฟุต และใช่ครับ มันบินข้ามหัวเราพอดีเลยและเคลื่อนที่สวนทางกับเรา”

หลังมีการเผยแพร่บันทึกสนทนา โฆษกของ FAA ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าวัตถุลึกลับที่นักบิน 2 คนเห็นคืออะไร เพียงแต่บอกว่ามันอาจไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุที่มาจากนอกโลกเสมอไป
“เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานอื่นๆ และมีการบริหารจัดการเส้นทางการบินของเครื่องบินพลเรือนและทหารทุกประเภทที่บินอยู่ในบริเวณนั้นทุกๆ วัน รวมถึงบอลลูนตรวจสภาพอากาศด้วย” โฆษก FAA กล่าว
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ควบคุมการบินไม่สามาถยืนยันได้ว่ามีเครื่องบินลำอื่นที่บินในบริเวณดังกล่าวในตอนนั้น แต่นักบินเชื่อว่าวัตถุลึกลับที่เห็นไม่น่าจะใช่บอลลูนตรวจสภาพอากาศ
อ้างอิง:
The post นักบินอเมริกันพบ UFO บนน่านฟ้าแอริโซนา appeared first on THE STANDARD.
]]>The post UFO บุกโลกมนุษย์!? appeared first on THE STANDARD.
]]>The post UFO บุกโลกมนุษย์!? appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหร […]
The post วัตถุประหลาดคล้าย UFO ลอยเหนือท้องฟ้า! แท้จริงแล้วคือจรวด SpaceX appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียต้องตกอกตกใจไปตามๆ กัน เมื่อแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าแล้วพบวัตถุประหลาดที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวกำลังพุ่งตรงออกไปยังนอกโลก
ทันทีที่เห็นปรากฏการณ์สุดพิลึกนี้ ผู้คนก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปและคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนนำมาแชร์บนโลกออนไลน์จนได้รับการพูดถึงเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนก็ตีความแบบติดตลกว่าวัตถุดังกล่าวอาจจะเป็นยานพาหนะของผู้มาเยือนจากนอกโลกก็ได้!
ที่สุดแล้วปริศนาดังกล่าวก็ได้รับการเฉลย เพราะวัตถุในลำแสงสีขาวที่พุ่งตรงออกไปยังนอกโลกคือ ‘จรวด Falcon 9’ จากบริษัท SpaceX ที่ถูกปล่อยออกจากฐานทัพอากาศแวนเดอร์เบิร์ก (Vandenberg) รัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อไปปฏิบัติภารกิจครั้งที่ 18 (ของปี 2017) ส่งท้ายปีในคืนดังกล่าว ด้วยการลำเลียงดาวเทียมอิริเดียม-4 (ชุดที่ 4) จำนวน 10 ดวงเข้าสู่วงโคจรเครือข่ายดาวเทียม ‘อิริเดียม เน็กซ์’ นั่นเอง
ด้านอีลอน มัสก์ ซีอีโอบริษัท SpaceX ที่เห็นกระแสฮือฮาบนโซเชียลมีเดียก็ได้ทียียวนกวนประสาทผู้พบเห็นลำแสงดังกล่าวด้วยการทวีตข้อความพร้อมคลิปว่า ‘นิวเคลียร์ เอเลี่ยน UFO จากเกาหลีเหนือ’
The post วัตถุประหลาดคล้าย UFO ลอยเหนือท้องฟ้า! แท้จริงแล้วคือจรวด SpaceX appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เผยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เคย […]
The post เผยข้อมูล เพนตากอน เคยทุ่มงบประมาณหลายล้าน เพื่อค้นหา UFO และมนุษย์ต่างดาว appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เผยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เคยอนุมัติงบประมาณราว 22 ล้านเหรียญสหรัฐ (716 ล้านบาท) ระหว่างปี 2007-2012 เพื่อดำเนินโครงการตรวจสอบ UFO สิ่งลี้ลับที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่กี่นายเท่านั้นที่รู้เรื่องโครงการดังกล่าว

นายแฮร์รี รีด (Harry Reid) อดีตสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตออกมายอมรับว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้อนุมัติโครงการดังกล่าว พร้อมทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ (@SenetorReid) ระบุว่า “พวกเราไม่รู้คำตอบของคำถามเหล่านั้น แต่พวกเรามีหลักฐานมากมายที่สนับสนุนคำถามเหล่านั้น (ที่เกี่ยวข้องกับ UFO) นี่คือเรื่องของวิทยาศาสตร์และความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ถ้าเราไม่เป็นผู้นำในการค้นหาคำตอบของคำถามเหล่านั้น ชาติมหาอำนาจอื่นก็จะทำ”
The truth is out there. ?
Seriously. https://t.co/ytafycaZqe
— Senator Harry Reid (@SenatorReid) 16 ธันวาคม 2560
ถึงแม้จะมีรายงานว่า โครงการตรวจสอบและวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและ UFO จะปิดตัวลงไปเมื่อปี 2012 เนื่องมาจากการตัดลดงบประมาณ แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อีกจำนวนมากที่จะเดินหน้าสานต่อ และค้นหาคำตอบที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่าวดาวและยาน UFO ต่อไป นอกเหนือจากหน้าที่ที่พวกเขาต้องปฏิบัติในแต่ละวัน

ในขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ประจำสภาคองเกรสสหรัฐฯ เผยว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปเพื่อทำการวิจัยเพื่อยืนยันการดำรงอยู่ของ UFO แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นไปเพื่อตรวจเช็กความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของบรรดาชาติมหาอำนาจคู่แข่งของสหรัฐฯ ว่าก้าวล้ำนำหน้าสหรัฐฯ ไปแล้วหรือไม่
Photo: AFP
อ้างอิง:
The post เผยข้อมูล เพนตากอน เคยทุ่มงบประมาณหลายล้าน เพื่อค้นหา UFO และมนุษย์ต่างดาว appeared first on THE STANDARD.
]]>