UEFA Europa League Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/uefa-europa-league/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 06 Mar 2026 05:52:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นัดชิงทั้ง 9 ของสเปอร์ส ไม่ใช่เพื่อแชมป์ แต่เพื่อหนีตกชั้น! https://thestandard.co/spurs-nine-games-relegation-survival/ Fri, 06 Mar 2026 05:52:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1184958 นักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แสดงความผิดหวังหลังพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ทีมอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น

ในขณะที่คู่แข่งร่วมแดนลอนดอนเหนือกำลังขยับเข้าใกล้ความส […]

The post นัดชิงทั้ง 9 ของสเปอร์ส ไม่ใช่เพื่อแชมป์ แต่เพื่อหนีตกชั้น! appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แสดงความผิดหวังหลังพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ทีมอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น

ในขณะที่คู่แข่งร่วมแดนลอนดอนเหนือกำลังขยับเข้าใกล้ความสำเร็จอันหอมหวานที่รอคอยกว่า 22 ปี ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติเหนือวิกฤติหลังความพ่ายแพ้อันเลวร้ายถูกคริสตัล พาเลซ บุกมาหักคอคาบ้าน 3-1

 

นี่เป็นความพ่ายแพ้นัดที่ 3 ติดต่อกันของพวกเขาภายใต้การนำทีมของ อิกอร์ ทูดอร์ โค้ชคนใหม่ และสเปอร์สไม่รู้จักคำว่าชนะเป็นเกมที่ 11 ติดต่อกัน

 

สำหรับทีมที่มองว่าตัวเองคือ ‘Big Six’ นี่มันไม่ใช่แล้ว

 

สิ่งที่ใช่และเป็นความจริงสำหรับสเปอร์สคือพวกเขากำลังเผชิญความเสี่ยงในระดับสูงสุดต่อการตกชั้นไปสู่เดอะ แชมเปียนชิพ ในฤดูกาลหน้า

 

คำถามคือทีมเบอร์นี้ตกต่ำมาไกลถึงขนาดนี้ได้อย่างไร และพวกเขายังเหลือความหวังอีกมากน้อยแค่ไหนในการที่จะอยู่รอด

 

ในวงการฟุตบอลมีคำพูดหนึ่งที่เป็นสัจธรรม

 

“ไม่มีทีมฟุตบอลใดที่ดีและแย่ภายในเวลาข้ามวัน”

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับสเปอร์สในเวลานี้นั้น หากเรามองย้อนกลับไปให้ดีจะพบว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจขนาดนั้น เพราะนี่ไม่ใช่ฤดูกาลแรกที่พวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพของ ‘ทีมหนีตกชั้น’ ในทางตรงกันข้าม นี่เป็นฤดูกาลที่ 2 แล้วที่โหมด Survival ถูกเปิดใช้งาน

 

ย้อนกลับไปในฤดูกาลที่แล้วทีมดังลอนดอนภายใต้การนำของแอนจ์ ปอสเตโคกลู ทำผลงานในระดับสวิงสวาย เพราะในขณะที่พวกเขาทำได้ดีในรายการฟุตบอลถ้วยยุโรป ยูเอฟา ยูโรปา ลีก ซึ่งสุดท้ายเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์แรกของสโมสรได้นับตั้งแต่ปี 2008 อุดปากแฟนบอลร่วมเมืองบางทีมที่ชอบเหน็บว่า ‘Spursy’ ได้

 

แต่ในลีกสเปอร์สกลับต้องกระเสือกกระสนอย่างหนักเพื่อดิ้นรนหนีการตกชั้น

 

มองจากขุมกำลังภายในทีมแล้ว ในสายตาและความรู้สึกของนักวิเคราะห์เห็นว่าการที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอาจเป็นเรื่องของ ‘อุบัติเหตุทางเกมฟุตบอล’ ที่บางครั้งก็เกิดขึ้นได้กับทีมใหญ่

 

การได้แชมป์แรกในรอบหลายปีหลังพยายามมายาวนาน อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่พาสเปอร์สกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

 

นักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แสดงความผิดหวังหลังพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ทีมอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น 1

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กลับเป็นการตอกย้ำและซ้ำเติมชาว Lily Whites ว่าความสำเร็จอย่างแชมป์ยูโรปา ลีก ต่างหากที่เป็นภาพลวงตา

 

ความจริงที่โหดร้ายคือสเปอร์ส อย่าว่าแต่จะเป็นทีมที่จะประสบความสำเร็จหรือลุ้นติดอันดับไปฟุตบอลยุโรปเลย พวกเขาอาจจะไม่ดีพอที่จะอยู่รอดด้วยซ้ำไป

 

การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการปลดปอสเตโคกลู พ้นจากตำแหน่งทั้งๆ ที่พาทีมคว้าแชมป์ได้และดึงหนึ่งในกุนซือเครดิตดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกอย่างโธมัส แฟรงค์ ไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ดูแย่นักในภาพด้านนอก

 

แฟรงค์เองก็พาทีมทำผลงานได้พอใช้ในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล พอมองเห็นความหวังอยู่บ้าง

 

แต่ปัญหาเริ่มก่อตัวอย่างช้าๆ เมื่อผลงานของสเปอร์สค่อยๆ ตกลงอย่างน่าใจหาย ผลงานส่วนตัวของนักเตะระดับสตาร์หลายคนในทีมย่ำแย่อย่างยากจะเชื่อ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘รอยร้าว’ ระหว่างแฟรงค์และลูกทีมเริ่มปริแตกออกมาให้เห็น

 

โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนจะมีการปลดโค้ชชาวเดนมาร์กที่บอบช้ำกับการทำงาน ผลงานนั้นเข้าขั้นสาหัส ไม่ชนะใครติดต่อกันยาวนานถึง 8 นัด และมีกระแสข่าวปัญหาความขัดแย้งภายในทีมรุนแรงขึ้น

 

ฝ่ายบริหารของสโมสรตัดสินใจที่จะขอเดิมพันกับโค้ชที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญในการพาทีมหนีตกชั้นเป็นพิเศษอย่าง อิกอร์ ทูดอร์ เข้ามาแทนที่

 

น่าเศร้าที่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เป็นไปในทางที่ดีเลย สเปอร์สแพ้ 3 นัดติดต่อกันให้กับทีมจากลอนดอนทั้งหมด ตั้งแต่อาร์เซนอล (หมดรูป), ฟูแลม และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมากับคริสตัล พาเลซ

 

เกมที่เหมือนจะดีอยู่แล้วเมื่อได้ประตูออกนำไปก่อนจากโดมินิก โซลังกี แต่สุดท้ายใบแดงของมิคกี ฟาน เดอ เฟนที่นำไปสู่จุดโทษก็นำหายนะมาสู่ทีม

 

สเปอร์สอยู่ในอันดับที่ 16 ของตาราง มีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงแค่ 1 แต้ม และยังไม่ชนะใครเลยตั้งแต่เข้าปี 2026 เป็นต้นมา

 

นักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แสดงความผิดหวังหลังพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ทีมอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น 2

 

ดังนั้นไม่ต้องถามแล้วว่าสเปอร์สมีโอกาสตกชั้นหรือไม่? เพราะทิศทางและแนวโน้มค่อนข้างชัดเจน เช่นกันกับหายนะในทางการเงินถ้าตกชั้นที่จะสั่นสะเทือนสโมสรอย่างรุนแรงเพราะรายได้จะหายไปถึงปีละ 250 ล้านปอนด์

 

คำถามที่น่าสนใจกว่าคือพวกเขายังมีโอกาสจะรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้หรือไม่?

 

ด้วยใจเป็นกลาง เมื่อมองไปที่เกมพรีเมียร์ลีก 9 นัดที่เหลือของฤดูกาลแล้ว มือก็ยกขึ้นมาทาบอกเบาๆ

 

1. ลิเวอร์พูล (A)

 

2. น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (H)

 

3. ซันเดอร์แลนด์ (A)

 

4. ไบรตัน (H)

 

5. วูล์ฟส (A)

 

6. แอสตัน วิลลา (A)

 

7. ลีดส์ (H)

 

8. เชลซี (A)

 

9. เอฟเวอร์ตัน (H)

 

นี่คือโปรแกรมที่เหลือในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ซึ่งเวลานี้บอกได้เต็มปากว่าสำคัญกว่าการลงเล่นในรอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่จะเจอกับแอตเลติโก มาดริด ในรอบ 16 ทีม

 

ถึงแม้สถานการณ์นั้นคล้ายคลึงกับในฤดูกาลที่แล้วอยู่บ้าง แต่ความหนักหนาและวี่แววแล้วบอกได้ว่าตอนนี้หนักกว่าปีกลายเยอะมาก ไม่ว่าจะด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่ถือว่าเอาเรื่อง ต้องเจอทีมที่ลุ้นไปแชมเปียนส์ ลีก 3 ทีมอย่างลิเวอร์พูล, แอสตัน วิลลา และเชลซี โดยเป็นเกมเยือนทั้งหมด

 

เจอทีมหนีตกชั้นด้วยกันอย่างฟอเรสต์ และลีดส์ ซึ่งจะเป็นเกมสำคัญยิ่งยวดสำหรับสเปอร์สในช่วงปลายฤดูกาลนี้ และยังมีทีมที่ผลงานดี ซันเดอร์แลนด์, ไบรตัน และเอฟเวอร์ตัน รวมถึงวูล์ฟส ที่โอกาสรอดตกชั้นอาจจะน้อยแต่ตอนนี้พวกเขากลับมาเป็นทีมที่เริ่มดีอีกครั้ง

 

มองจากสภาพของสเปอร์สในเวลานี้แล้วหนักใจ

 

3 นัดที่ผ่านมาภายใต้การนำของทูดอร์มองไม่เห็นแววว่าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร เมื่อทีมยังไม่กลับมาเล่นอย่างเป็นระบบ ไม่มีระเบียบ เต็มไปด้วยจุดบกพร่อง ขาดความเข้าใจในทีม ไม่ได้ต่างจากวันที่แฟรงค์ยังอยู่ หรืออาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ

 

เพราะทูดอร์มาพร้อมกับระบบและวิธีการเล่นในแบบของตัวเอง และพยายามจะให้ทีมเล่นในแนวทางดังกล่าว แต่การจะมาปรับหรือเปลี่ยนอะไรให้สลับซับซ้อนในช่วงเวลานี้ ในสถานการณ์นี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องสักเท่าไรนัก

 

สิ่งที่คนจะพาทีมหนีตกชั้นทำ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำให้ทีมเล่นเกมรับได้เหนียวที่สุด แพ้ยากที่สุด และใช้โอกาสที่มีให้ดีที่สุด

 

สำคัญไม่แพ้กันคือความเข้าใจในธรรมชาติของเกมฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งถ้ามองแบบนี้แล้วมันเป็นงานในแบบของคนอย่าง แซม อัลลาร์ไดซ์ หรือฌอน ไดช์ ที่ก็ว่างงานเหมือนกัน ถนัดกว่า แต่พวกเขาไม่ได้ถูกเลือกมาทำงานนี้

 

สเปอร์สยังอยู่ในสภาวะ ‘ขาดผู้นำ’ อย่างสิ้นเชิง หลังการจากไปของซนฮึงมิน

 

นักเตะอย่างคริสเตียน โรเมโร, มิคกี ฟาน เดอ ฟาน หรือแม้แต่ชูเอา ปาลินญา แม้จะเป็นนักเตะที่แกร่งแต่พวกเขาไม่สามารถแสดงความเป็นผู้นำของทีมที่จะรวมทุกคนเป็นหนึ่งเดียวได้

 

ขณะที่เกมรุกก็ฝากผีฝากไข้อะไรไม่ได้เลย ชาบี ซิโมนส์ เพลย์เมกเกอร์ความหวังค่าตัวแพงจากแอร์เบ ไลป์ซิก กลายเป็นเด็กน้อยไม่ประสาโลกในเกมระดับพรีเมียร์ลีก โดยที่ริชาร์ลิสัน, แรนดัล โคโล มัวนี หรือมาทิส เทล ก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไร คนเดียวที่พอจะไหวคือโดมินิก โซลังกีเท่านั้น

 

 

นักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แสดงความผิดหวังหลังพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ทีมอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น 3

 

สเปอร์สจะรอดหรือไม่หลังจากนี้อยู่ที่ความสามารถของทูดอร์ที่จะหาทางเปลี่ยนแปลงทีมในระยะเวลาอันสั้นมากๆ ได้อย่างไร

 

ในสถานการณ์ที่พวกเขาต้องลงเล่นเกมที่เปรียบเสมือน ‘นัดชิง’ ถึง 9 นัดนับจากนี้ในพรีเมียร์ลีก

 

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่เรื่องของระบบวิธีการเล่น เพราะปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสเปอร์สอาจจะเป็นเรื่องของ Mindset และทัศนคติในการเล่นของนักเตะในทีม

 

โดยที่หากมองในภาพใหญ่กว่านั้นคือมันเป็นเรื่องของ Culture วัฒนธรรมในที่ทำงานที่เป็นปัญหาสำหรับสเปอร์สมาตลอด แม้แต่กุนซือผู้พิสูจน์ตัวเองด้วยความสำเร็จมามากมายอย่างโชเซ มูรินโญ หรืออันโตนิโอ คอนเต ก็ไม่ไหวที่จะช่วยให้พวกเขาเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็อยู่ไม่ได้ ไปไม่รอด

 

โดยที่หน่วยเหนือ เมื่อไม่มีหัวเรือใหญ่อย่างดาเนียล เลวี ที่ประกาศวางมือหลังอยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 25 ปี ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีจากยุคก่อน

 

โดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุนกับทีม (Investment) ซึ่งก็ถูกมองว่าไม่กล้าลงทุน ไม่เสี่ยง ลงทุนกับทีมแค่พอถูไถ ตัวผู้เล่นที่ได้ก็เป็นระดับเกรดเหมือนดี แต่ก็ไม่ดี และเป็นแบบนี้มายาวนาน จนเห็นได้ชัดผ่านผลงานใน 2 ฤดูกาลหลังว่าขุมกำลังของพวกเขาแย่แค่ไหน

 

แต่การวิเคราะห์ วิจารณ์ ถอดบทเรียนอะไรมันเป็นเรื่องที่เอาไว้คุยกันทีหลังได้

 

สำหรับสเปอร์สไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้ว

 

ความจริงอีกด้านคือการหนีตกชั้นก็ไม่ถึงกับเป็นเรื่องใหม่เสียทีเดียว อย่างที่บอกปีกลายก็เคยหนีตกชั้นมาแล้ว

 

หรือในฤดูกาล 1997/98 สเปอร์สก็เคยฉายหนังเรื่อง ‘The Great Escape’ ในแบบของเขาเช่นกัน

 

เพียงแต่ในวันนั้นพวกเขามีฮีโร่อย่าง เยอร์เกน คลินส์มันน์ ยอดศูนย์หน้าในตำนานที่ตัดสินใจกลับมาทีมเก่าอีกครั้งและสามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จอย่างน่าประทับใจ

 

เขียนถึงตรงนี้ หันกลับไปมองชื่อในทีมสเปอร์สอีกที

 

มีใครจะทำแบบคลินส์มันน์ได้บ้างไหม?

 

ไม่แน่ใจเท่าไร

 

The post นัดชิงทั้ง 9 ของสเปอร์ส ไม่ใช่เพื่อแชมป์ แต่เพื่อหนีตกชั้น! appeared first on THE STANDARD.

]]>
รูเบน อโมริม ยังได้ไปต่อกับแมนฯ ยูไนเต็ด หรือจริงๆ ควรจะพอแค่นี้? https://thestandard.co/ruben-amorim-man-united-future/ Thu, 22 May 2025 10:01:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1077187

“ผมไม่มีอะไรจะพูดถึงเรื่องอนาคตของผม”​ รูเบน อโมริม เปิ […]

The post รูเบน อโมริม ยังได้ไปต่อกับแมนฯ ยูไนเต็ด หรือจริงๆ ควรจะพอแค่นี้? appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ผมไม่มีอะไรจะพูดถึงเรื่องอนาคตของผม”​ รูเบน อโมริม เปิดหัวการแถลงข่าวหลังจบเกมที่น่าผิดหวังที่ซานมาเมส เมื่อแมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ต่อท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ในศึกนัดชิงชนะเลิศยูฟ่ายูโรปาลีก 

 

ก่อนเกม แมนฯ ยูไนเต็ด หวังว่าอย่างน้อยการได้แชมป์รายการนี้ไม่เพียงจะเยียวยาฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของสโมสร แต่ยังอาจจะช่วยประคับประคองความหวังของการก่อร่างสร้างทีมใหม่ในฤดูกาลหน้า

 

แต่ตลอด 90 นาทีเศษที่สนามของทีมแอธเลติกบิลเบา – หนึ่งในทีมที่พลพรรคอสูรแดงจัดการบุกมาถล่มอย่างเกรียงไกร – กลับไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าพวกเขาคู่ควรกับการเป็นผู้ชนะเลย 

 

ถึงแม้ว่าสเปอร์สเองก็ไม่ได้เล่นดีเด่อะไรเลยก็ตาม และมันเป็นหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศที่คุณภาพเลวร้ายที่สุดสำหรับผู้ชมทั่วโลก แต่ขั้นต่ำที่สุด แอนจ์ ปอสเตโคกลู ก็ทำตามคำพูดที่ทุกคนเคยขบขันกับเขาเอาไว้ว่า “ผมจะพาทีมได้แชมป์เสมอในปีที่ 2”

 

แล้วอโมริม ผู้ที่ถูกคาดหวังว่าจะพาแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสู่หนทางที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง เขาทำอะไรลงไป?

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในขณะที่เสียงจากบอร์ดบริหารของโอลด์แทรฟฟอร์ดพร้อมจะวางใจให้กุนซือคนหนุ่มชาวโปรตุเกสทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า

 

แต่คำถามเริ่มมาแล้วว่า หรือควรจะแยกทางกันแค่ตรงนี้ดีไหม?

 

 

บนความพ่ายแพ้ต่อท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ในศึกยูโรปาลีกรอบชิงชนะเลิศนั้นไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ในเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกของแฟนฟุตบอล Red Army ทั่วโลกหลายสิบล้านคนเพียงเท่านั้น

 

แน่นอนว่านี่เป็นฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษตามประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของสโมสร ที่ไม่เพียงแค่จบฤดูกาลด้วยมือเปล่า แต่อันดับในตารางคะแนนยังหล่นลงไปไกลถึงที่ 16 ในปัจจุบันด้วยจำนวนแต้มที่หากเป็นในอีกหลายฤดูกาลอยู่ในกลุ่มลุ้นหนีตกชั้นด้วย

 

แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแมนฯ ยูไนเต็ด คือผลกระทบจากผลงานในสนามฤดูกาลนี้กำลังจะส่งผลต่อเนื่องถึงอนาคตของสโมสรในระยะยาว ที่อาจจะทำให้งานของ รูเบน อโมริม ยากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าในฤดูกาลหน้า 

 

ใช่ อโมริมยังได้ ‘ไปต่อ’ 

 

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ที่ว่าไปต่อนี้จะไปอีกนานสักแค่ไหน?

 

สัญญาณเรื่องอนาคตของอโมริม นั้นมีเค้าความชัดเจนตั้งแต่ก่อนที่เกมนัดชิงชนะเลิศยูโรปาลีก ที่เมืองบิลเบา ประเทศสเปน จะเริ่มขึ้น

 

ข้อความนั้นชัดเจน “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นรูเบน อโมริมจะได้ทำงานของเขาต่อไป”

 

กล่าวคือบอร์ดบริหารของสโมสรซึ่งนำโดยเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ แห่ง INEOS เจ้าของร่วมสโมสรและ โอมาร์ เบอร์ราดา ซีอีโอของสโมสรที่ทำหน้าที่ในการบริหารกิจการของสโมสรในภาพรวมทั้งเรื่องในและนอกสนามยังคงพร้อมสนับสนุนอโมริมอย่างเต็มที่

 

การสนับสนุนนั้นอยู่บนหลักการและเหตุผลว่า กุนซือชาวโปรตุกีสสมควรจะได้โอกาสและเวลาในการทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการสนับสนุนด้วยการปรับกำลังทัพเพื่อสู้ศึกใหม่ในฤดูกาลหน้าซึ่งมีการวางแผนการเสริมทัพผู้เล่นมาสักระยะแล้ว หลังจากที่ในช่วงตลาดฤดูหนาวเสริมทัพด้วยผู้เล่นวิงแบ็กอย่าง แพทริก ดอร์กู เพียงแค่คนเดียว

 

เพราะการเข้ามารับงานกลางทางบนเงื่อนไขและสถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างเห็นใจในความจำเป็นและจำใจ

 

หลายครั้งที่อโมริมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและจริงใจที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของสโมสรแห่งนี้ที่ตกอยู่ในสภาพตกต่ำอย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆ ที่เมื่อ 12 ปีที่แล้วพวกเขาเพิ่งเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก – แชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 มากที่สุดของเกาะอังกฤษ – ในฤดูกาลสุดท้ายของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

 

แต่เวลานี้อันดับหล่นไปไกลใกล้กับโซนตกชั้น

 

สถิติที่ทำให้หลายคนตกใจคือนับตั้งแต่เข้าปี 2025 เป็นต้นมา ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาแมนฯ ยูไนเต็ด ของอโมริม เก็บได้เพียงแค่ 9 คะแนนเท่านั้น

 

9 คะแนนในรอบ 5 เดือน ไม่น่าใช่ผลงานของโคตรทีมอย่างแมนฯ​ ยูไนเต็ด

 

และในชัยชนะ 6 นัดในพรีเมียร์ลีกในยุคของเขา 3 ในนั้นเป็นการชนะ 3 ทีมที่ตกชั้นอย่าง เลสเตอร์, อิปสวิช และเซาแธมป์ตัน

 

“น่าอับอาย” น่าจะเป็นคำพูดที่สะท้อนความรู้สึกและความจริงได้ชัดเจน

 

 

ปัญหาของทีมปีศาจแดงใต้การนำของอโมริมนั้นเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เมื่อระบบและปรัชญาการเล่นของเขาไม่เข้ากันเลยกับผู้เล่นที่สโมสรมีอยู่ในเวลานี้

 

ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามในการค้นหาคำตอบ ซึ่งมีผู้เล่นบางรายที่ทำได้ดี ยกระดับตัวเองขึ้นมาได้พอสมควร เช่น มัตไธส์ เดอ ลิกต์, แฮร์รี แม็กไกวร์, คาเซมิโร แต่ปัญหาใหญ่คือผู้เล่นอีกส่วนใหญ่ยังทำผลงานได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น

 

เรื่องนี้ให้ความยุติธรรมกับอโมริมแล้วก็เข้าใจได้ เพราะการเข้ามากลางทางและหวังจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

 

เพียงแต่หากมองถึงระยะเวลาเกินครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา ผลงานของกุนซือไฟแรงก็ชวนให้ตั้งคำถามเช่นกันว่าผ่านมาตั้งหลายเดือน ไม่สามารถทำให้ทีมเล่นในแบบที่ต้องการได้แม้แต่น้อยเลยหรือ

 

ในเกมนัดชิงชนะเลิศกับสเปอร์ส ซึ่งเป็นเกมสำคัญที่มีเดิมพันมากกว่าแค่เรื่องของความสำเร็จ เพราะเกี่ยวพันกับอนาคตการวางแผนงานของสโมสรที่หวังพึ่งรายได้มหาศาลจากโอกาสในการกลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอีกครั้งในฤดูกาลหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเล่นได้อย่างน่าผิดหวัง

 

พูดเป็นภาษาไทยง่ายๆ คือ ‘No Bay’ 

 

‘ไม่เอาอ่าว’

 

อโมริม ยังไม่สามารถทำให้ทีมเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในเกมรุก ไม่มีทรงบอลที่ชัดเจน เกมรับยังเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง และไม่สามารถปลุกใจอังเดร โอนานา ผู้รักษาประตูของทีมให้กลับมามั่นใจอีกครั้งได้

 

ด้วยระยะเวลาที่มีอย่างน้อยขี้เหร่ที่สุดทีมก็ควรจะมีสัญญาณที่ดีให้เห็นบ้าง แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่คือไม่มีอะไรที่ดีขึ้นทั้งนั้น

 

และข้ออ้างเรื่องเวลานั้นยิ่งทำให้อโมริมดูแย่ เพราะกุนซือคนอื่นที่เข้ามากลางทางอย่าง วิตอร์ เปไรรา สามารถเปลี่ยนแปลงวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ให้กลายเป็นทีมที่เล่นได้ดีอีกครั้งภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

 

เช่นเดียวกันกับ เดวิด มอยส์ ที่กลับมากอบกู้และเปลี่ยนแปลงเอฟเวอร์ตันให้กลับมาเป็นทีมที่มั่นใจได้อีกครั้ง

 

สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความคลางแคลงใจว่าหากให้โอกาสอโมริมทำงานต่อ ทุกอย่างจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้งจริงๆ ใช่ไหม?

 

 

อย่าลืมว่าฤดูกาลแห่งความน่าผิดหวังนี้กำลังจะปิดฉากลง และนั่นคือสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งทีมจำเป็นต้องวางแผนว่าจะปรับทัพและเสริมทีมในจุดใดบ้าง 

 

ลำพังเพียงจุดที่ต้องการปรับทัพก็แทบทุกจุดของทีมแล้ว ซึ่งแม้จะมีสัญญาณที่ดีอยู่บ้างกับนักเตะบางรายที่ดูมีท่าทีต้องการย้ายมาเล่นในโอลด์แทรฟฟอร์ด อย่าง มาเตอุส คุนญา กองหน้าอเนกประสงค์ตัวเก่งของวูล์ฟส และ มีเลียม ดีแลป หัวหอกดาวรุ่งจากอิปสวิช

 

แต่การที่แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ไปแชมเปียนส์ลีกและไม่ได้ไปรายการยุโรปใดๆ อีกทำให้ส่งผลกระทบมหาศาลต่อรายรับของสโมสรที่ขาดรายได้หลัก ‘ร้อยล้านปอนด์’ โดยที่การจบอันดับ 16 (หรือดีที่สุดที่เป็นไปได้ในฤดูกาลนี้คือ 14) จะทำให้เงินรางวัลของพรีเมียร์ลีกตามระบบ Merit System น้อยกว่าทีมที่จบในกลุ่มหัวตารางมาก

 

ไม่นับรายได้เงินจากสปอนเซอร์ที่จะลดลงตามเงื่อนไข โดยเฉพาะ Adidas สปอนเซอร์ชุดแข่งที่มีรายงานว่าหากไม่ได้เล่นแชมเปียนส์ลีก รายรับจะลดลงจากที่ตกลงไว้ปีละ 90 ล้านปอนด์ลงอีกราวปีละ 10 ล้านปอนด์

 

ไม่ได้หมายความว่าแมนฯ​ ยูไนเต็ด ไม่มีเงิน เพราะพวกเขายังคงเป็นหนึ่งในสโมสรระดับท็อปของโลกที่ทำรายได้มากที่สุด พวกเขายังมีเงินอยู่แต่มันน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ และรายรับนั้นอาจไม่เพียงพอที่จะ ‘โปะ’ งบบัญชีของสโมสรที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎ Profit and Sustainability Rules (PSR) 

 

นั่นหมายถึงการจะขยับซื้อผู้เล่นเป็นไปได้ยากขึ้น ต้องเลือกอย่างรอบคอบมากขึ้น  ไม่นับแรงดึงดูดผู้เล่นชั้นดีที่จะยากขึ้นไปอีกจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่

 

การ ‘ขายทำทุน’ มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นที่ยังพอมีราคาอย่าง ค็อบบี เมนู และ อเลฮานโดร การ์นาโช สองสตาร์ดาวรุ่งจากอะคาเดมีที่นอกจากจะทำเงินได้สูงยังโปะกลับมาในส่วนของ PSR ได้ครบทุกปอนด์ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการเดินบัญชีมาก

 

คำถามคือเมื่อเป็นแบบนี้แล้วพวกเขายังมั่นใจที่จะซื้อผู้เล่นเพื่อสนองต่อระบบการเล่นแบบ ‘หลังสาม’ ของอโมริมจริงๆ ใช่ไหม?

 

เพราะระบบการเล่นของเขาแตกต่าง ผู้เล่นที่เหมาะสมกับระบบนี้อาจไม่เหมาะสมกับระบบอื่นก็ได้ ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายใหญ่ในโอลด์แทรฟฟอร์ดอีกครั้งในอนาคตซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้สูง

 

หากเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือตอนนี้แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือเงินก้นกระปุกอีกไม่มากนัก พวกเขาไม่สามารถลงทุนเรื่อยเปื่อยและผิดพลาดโดยไม่แคร์ได้เหมือนเดิมอีก การลงทุนทุกอย่างมีเป้าหมายเพื่อการทำให้ทีมกลับมาดีขึ้นอีกครั้งโดยเร็วที่สุด

 

 

ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า บอร์ดจะให้อโมริมไปต่อในแผนงานของเขา แต่คำถามคืออโมริมจะพาทีมไปต่อได้ไกลแค่ไหน

 

และยังมั่นใจใช่ไหมว่าเขาคือคนที่ ‘ใช่’ จริงๆ

 

ทีมในแบบของอโมริมหน้าตาเป็นแบบไหนมองเห็นชัดแล้วใช่ไหม? และรู้ใช่ไหมว่ากว่าจะมีทีมที่เขาฝันจริงๆ มันต้องใช้เวลาและการลงทุนอีกมากมายมหาศาลแค่ไหน ไม่ใช่ทุกอย่างจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายดายด้วยการโละผู้เล่น 20 คนและเติมผู้เล่นใหม่เข้ามาอีก 20 คน

 

ต่อให้ในเกม Football Manager ก็เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้

 

หากมีสักช่วงเวลาของความไม่แน่ใจ บางทีการหันหน้ามาคุยกันสักนิดเพื่อทบทวนความรู้สึกระหว่างกันก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

 

เช็กความรู้สึกกันและกันอีกครั้งว่า พร้อมจะไปต่อด้วยกันจริงๆ ใช่ไหม

 

หรือบางทีเราควรจะพอกันเพียงเท่านี้ แยกทางและต่างเริ่มต้นกันใหม่ เพราะตัวของอโมริมเองก็เปิดช่องว่า “หากคิดว่าเขาไม่ใช่ ก็พร้อมจะไปทันทีโดยไม่สนเรื่องเงินชดเชยด้วย”

 

มีหลายสิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด ควรคิดและทบทวนให้ดี

The post รูเบน อโมริม ยังได้ไปต่อกับแมนฯ ยูไนเต็ด หรือจริงๆ ควรจะพอแค่นี้? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซนฮึงมิน สานฝัน! คว้าแชมป์แรกกับสเปอร์ส ที่รอคอยมา 10 ปี https://thestandard.co/son-trophy-spurs-2025/ Thu, 22 May 2025 02:16:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1076959 ซนฮึงมิน ชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก พร้อมน้ำตาแห่งความดีใจในสนามซานมาเมส

สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน สำหรับ ซนฮึงมิน กัปตันทีมท็อตแ […]

The post ซนฮึงมิน สานฝัน! คว้าแชมป์แรกกับสเปอร์ส ที่รอคอยมา 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซนฮึงมิน ชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก พร้อมน้ำตาแห่งความดีใจในสนามซานมาเมส

สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน สำหรับ ซนฮึงมิน กัปตันทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ วัย 32 ปี ที่คว้าแชมป์ใบแรกในสีเสื้อไก่เดือยทองได้สำเร็จ หลังเฉือนชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2024/25

 

ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่หลังจบเกม ขณะทีมกำลังฉลองชัยชนะ ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากแฟนบอลที่รอคอยช่วงเวลาแบบนี้มาแสนนาน

 

จากวันที่อกหักในนัดชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2019 สู่วันนี้ที่เขาได้ชูถ้วยในฐานะผู้นำทีม และหัวใจของท็อตแนม ฮอตสเปอร์

 

ซนฮึงมิน ชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก พร้อมน้ำตาแห่งความดีใจในสนามซานมาเมส

The post ซนฮึงมิน สานฝัน! คว้าแชมป์แรกกับสเปอร์ส ที่รอคอยมา 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สเปอร์สปลดล็อก! ฉลองแชมป์ยูโรปาลีก พร้อมตั๋ว UCL ฤดูกาลหน้า https://thestandard.co/tottenham-europa-league-champion-ucl-qualify-2025/ Thu, 22 May 2025 01:55:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1076944 นักเตะสเปอร์สชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก 2025 ฉลองชัยชนะเหนือแมนฯ ยูไนเต็ด

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานด้วยการคว้าแช […]

The post สเปอร์สปลดล็อก! ฉลองแชมป์ยูโรปาลีก พร้อมตั๋ว UCL ฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเตะสเปอร์สชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก 2025 ฉลองชัยชนะเหนือแมนฯ ยูไนเต็ด

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก 2024/25 หลังเฉือนชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ

 

เบรนแนน จอห์นสัน ผู้รับบทฮีโร่ด้วยประตูชัยในครึ่งแรกบอกว่า “ผมดีใจสุดๆ ตอนนี้เลย ฤดูกาลนี้มันไม่ได้ดีเลย แต่ตอนนี้ไม่มีใครในทีมสนแล้ว ทีมนี้ไม่ได้แชมป์มา 17 ปี มันมีความหมายมาก แฟนบอลโดนล้อ เราก็โดนวิจารณ์มาตลอดว่าทำไม่ได้เสียที แต่ตอนนี้เราทำได้แล้ว”

 

ขณะที่ อังเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือชาวออสเตรเลียที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมฤดูกาลแรก และสามารถพาไก่เดือยทองปลดล็อกความสำเร็จได้ทันที เปิดเผยว่า “ผมยังรู้สึกไม่อยากเชื่อเลย…ผมรู้ดีว่านี่มีความหมายแค่ไหนสำหรับสโมสรแห่งนี้ ยิ่งเวลาผ่านไปโดยไม่มีแชมป์ มันก็ยิ่งยากที่จะหลุดพ้นจากวงจรนั้น

 

“ผมสัมผัสได้ถึงความกดดันและความประหม่าในสโมสร เรามีกลุ่มนักเตะที่อายุน้อยมาก และผมหวังว่าการได้ลิ้มรสความสำเร็จครั้งนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันในตัวพวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกเปลี่ยนไปเกี่ยวกับตัวเอง และที่สำคัญที่สุด มันคือชัยชนะเพื่อแฟนบอล”

 

แม้ปัจจุบันสเปอร์สยังอยู่ในโซนท้ายตารางอันดับ 17 ของพรีเมียร์ลีก แต่การคว้าแชมป์ยูโรปาลีกในครั้งนี้ ทำให้พวกเขาได้สิทธิ์ไปลุยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้าโดยอัตโนมัติ

 

นักเตะสเปอร์สชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก 2025 ฉลองชัยชนะเหนือแมนฯ ยูไนเต็ด นักเตะสเปอร์สชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก 2025 ฉลองชัยชนะเหนือแมนฯ ยูไนเต็ด นักเตะสเปอร์สชูถ้วยแชมป์ยูโรปาลีก 2025 ฉลองชัยชนะเหนือแมนฯ ยูไนเต็ด

The post สเปอร์สปลดล็อก! ฉลองแชมป์ยูโรปาลีก พร้อมตั๋ว UCL ฤดูกาลหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
All-English Finals: ศึกสายเลือดอังกฤษบนเวทียุโรป https://thestandard.co/europa-league-2025-final-spurs-vs-man-utd/ Wed, 21 May 2025 01:56:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1076546 นักเตะสเปอร์สและแมนยูลงสนามที่เมืองบิลเบา

คืนนี้ที่เมืองบิลเบาจะกลายเป็นสมรภูมิระหว่างท็อตแนม ฮอต […]

The post All-English Finals: ศึกสายเลือดอังกฤษบนเวทียุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเตะสเปอร์สและแมนยูลงสนามที่เมืองบิลเบา

คืนนี้ที่เมืองบิลเบาจะกลายเป็นสมรภูมิระหว่างท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2024/25

 

แต่การดวลกันเองของทีมอังกฤษในรอบชิงถ้วยยุโรปไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และทั้งสองทีมก็เคยมีประสบการณ์ตรงกับแมตช์แบบนี้มาแล้วเช่นกัน

 

ส่วนคืนนี้ใครจะได้ครองบัลลังก์ยูโรปา พร้อมตั๋วลุยแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า มารอลุ้นไปพร้อมกัน

 

นักเตะสเปอร์สและแมนยูลงสนามที่เมืองบิลเบา นักเตะสเปอร์สและแมนยูลงสนามที่เมืองบิลเบา

The post All-English Finals: ศึกสายเลือดอังกฤษบนเวทียุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุปรอบชิงฯ 3 ถ้วยยุโรป ฤดูกาล 2024/25 https://thestandard.co/european-football-2024-25-wrap-up/ Fri, 09 May 2025 02:23:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1072661 ฟุตบอลยุโรป

🏆 3 ถ้วย 6 ทีม ฟุตบอลยุโรปฤดูกาล 2024/25 เดินทางถึงบทสร […]

The post บทสรุปรอบชิงฯ 3 ถ้วยยุโรป ฤดูกาล 2024/25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลยุโรป

🏆 3 ถ้วย 6 ทีม ฟุตบอลยุโรปฤดูกาล 2024/25 เดินทางถึงบทสรุปสุดท้าย!

 

เริ่มที่ถ้วยใบใหญ่ที่สุด ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ปีนี้เป็นการพบกันระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมพลังหนุ่มที่เล่นเพื่อกันและกันภายใต้การนำของ หลุยส์ เอ็นริเก ที่หวังคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร จะดวลกับอินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่จากอิตาลี ที่กำลังมองหาถ้วยบิ๊กเอียร์อีกครั้ง หลังรอคอยมายาวนานถึง 15 ปี

 

ต่อกันที่ยูฟ่ายูโรปาลีก

เป็นการเจอกันของสองทีมจากอังกฤษเมื่อ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ภายใต้การคุมทีมของ อังเก ปอสเตโคกลู ทะลุเข้าสู่รอบชิงฯ ฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี จะพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ รูเบน อโมริม 

 

ทั้งสองทีมต่างเจอฤดูกาลที่หนักหนาในพรีเมียร์ลีก แต่เกมนี้เดิมพันสูง เพราะผู้ชนะจะไม่ได้แค่แชมป์ แต่ยังคว้าตั๋วลุยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกซีซันหน้าไปครอง แม้จะจบฤดูกาลในอันดับเลขสองหลักก็ตาม

 

และปิดท้ายที่ยูฟ่ายูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีก

ซึ่งรอบชิงชนะเลิศปีนี้จะเป็นการพบกันของเรอัล เบติส จากสเปน และโดดเด่นภายใต้เกมรุกที่นำโดยอันโทนี พบกับเชลซี ยุคที่เต็มไปด้วยพลังหนุ่ม ที่หวังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทัพสิงห์บลูส์ เพราะหากคว้าแชมป์ถ้วยนี้ได้สำเร็จ พวกเขาจะกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ยุโรปทั้ง 3 รายการของยูฟ่าแบบครบถ้วน

 

ผลบอลยุโรป

The post บทสรุปรอบชิงฯ 3 ถ้วยยุโรป ฤดูกาล 2024/25 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนยู-สเปอร์ส-เชลซี ฟอร์มแรงรอบรองฯ โอกาสเข้าชิงยูโรปา-คอนเฟอเรนซ์ลีกสูง https://thestandard.co/english-clubs-european-semifinals-strong-performance/ Fri, 02 May 2025 03:15:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1070408 นักเตะแมนยู สเปอร์ส และเชลซี ฉลองชัยชนะในรอบรองชนะเลิศนัดแรกรายการ ยุโรปา และคอนเฟอเรนซ์ลีก

3 สโมสรอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แ […]

The post แมนยู-สเปอร์ส-เชลซี ฟอร์มแรงรอบรองฯ โอกาสเข้าชิงยูโรปา-คอนเฟอเรนซ์ลีกสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักเตะแมนยู สเปอร์ส และเชลซี ฉลองชัยชนะในรอบรองชนะเลิศนัดแรกรายการ ยุโรปา และคอนเฟอเรนซ์ลีก

3 สโมสรอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และเชลซี ต่างโชว์ผลงานรอบรองชนะเลิศนัดแรกในเวทียุโรปได้อย่างยอดเยี่ยม มีลุ้นเข้ารอบชิงทั้ง 2 ถ้วยรองรายการยุโรป

 

โดย แมนฯ ยูไนเต็ด บุกถล่มแอธเลติก บิลเบา 3-0 ในยูโรปาลีก ทำให้ Opta ประเมินโอกาสเข้าชิงไว้สูงถึง 97% ส่วนสเปอร์สเปิดบ้านชนะโบโดกลิมต์ 3-1 มีโอกาสเข้าชิง 91% ซึ่งถ้าทั้งคู่เจอกันในรอบชิง จะเป็นครั้งที่ 6 ที่ทีมอังกฤษจะดวลกันเองในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรป

 

ฝั่งเชลซี ในคอนเฟอเรนซ์ลีก บุกอัดเยอร์การ์เดนส์ 4-1 โดย นิโคลัส แจ็คสัน ซัดสองประตูในครึ่งหลัง ทำให้พวกเขาจ่อเข้าสู่รอบชิง และมีโอกาสเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ยุโรปครบทั้ง 3 รายการ (UCL, UEL, UECL)

 

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลยังมีลุ้นเห็นทีมอังกฤษเข้าชิงครบทั้ง 3 รายการ แต่ต้องลุ้นอาร์เซนอลที่ตกเป็นรอง หลังพ่ายปารีส แซงต์ แชร์กแมง 0-1 ในเกมแชมเปียนส์ลีกนัดแรก โดยพวกเขาจำเป็นต้องบุกไปเก็บชัยชนะในเกมที่ 2 ถึงปาร์ค เดส์ แพรงซ์ ให้ได้เท่านั้น

 

นักเตะแมนยู สเปอร์ส และเชลซี ฉลองชัยชนะในรอบรองชนะเลิศนัดแรกรายการยุโรปา และคอนเฟอเรนซ์ลีก

The post แมนยู-สเปอร์ส-เชลซี ฟอร์มแรงรอบรองฯ โอกาสเข้าชิงยูโรปา-คอนเฟอเรนซ์ลีกสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่านสถานการณ์แมนฯ ยูไนเต็ด โปรแกรม 10 นัดสุดท้าย และโอกาสในพื้นที่บอลยุโรป https://thestandard.co/manutd-final-10-matches/ Mon, 10 Mar 2025 12:32:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1050607 manutd-final-10-matches

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินอยู่บนเส้นทางของผลงานที่ไ […]

The post อ่านสถานการณ์แมนฯ ยูไนเต็ด โปรแกรม 10 นัดสุดท้าย และโอกาสในพื้นที่บอลยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
manutd-final-10-matches

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินอยู่บนเส้นทางของผลงานที่ไม่แน่นอนในฤดูกาล 2024/25 โดยปัจจุบันรั้งอยู่อันดับ 14 ของตารางคะแนน มี 34 แต้ม หลังผ่านมา 28 นัด ห่างจากทีมโซนหนีตกชั้น 17 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากในฤดูกาลนี้

 

อย่างไรก็ตาม ในทางทฤษฎีปีศาจแดงยังไม่หมดโอกาสลุ้นตั๋วยุโรป ทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ยูโรปาลีก และยูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีก เพียงแต่พวกเขาต้องทำผลงานให้สมบูรณ์แบบในช่วง 10 นัดสุดท้าย พร้อมภาวนาให้คู่แข่งในกลุ่มท็อป 10 สะดุดให้ได้มากที่สุด

 

อีกหนึ่งเส้นทางที่ดูเป็นไปได้มากกว่าคือยูโรปาลีก ซึ่งพวกเขายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ (อยู่รอบ 16 ทีม) หากสามารถคว้าถ้วยนี้ได้ นั่นหมายถึงตั๋วสู่แชมเปียนส์ลีกแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องพึ่งอันดับในลีก ซึ่งอาจเป็นทางออกที่ง่ายกว่าการเร่งเครื่องโกยแต้มในช่วงท้ายฤดูกาล

 

ขณะเดียวกันโปรแกรม 10 นัดสุดท้ายของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้ง่ายเลย โดยเฉพาะ 5 เกมสำคัญที่ต้องเจอกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, เชลซี และแอสตัน วิลลา ซึ่งล้วนเป็นแมตช์ที่อาจเป็นตัวตัดสินชะตากรรมบนอันดับตารางคะแนนของพวกเขาในฤดูกาลนี้

 

นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ รูเบน อโมริม และลูกทีมทุกคน ต้องพิสูจน์ตัวเอง เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลคืนมาอีกครั้งในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล!

 


 

อ่านสถานการณ์แมนฯ ยูไนเต็ด โปรแกรม 10 นัดสุดท้าย

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post อ่านสถานการณ์แมนฯ ยูไนเต็ด โปรแกรม 10 นัดสุดท้าย และโอกาสในพื้นที่บอลยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชเซ มูรินโญ แกล้งหลับกลางโต๊ะแถลงข่าว หลังนักข่าวถามนานร่วมนาที https://thestandard.co/mourinho-fakes-sleep-press-con/ Fri, 07 Mar 2025 03:58:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1049513

ยังคงสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ โชเซ มูรินโญ กุนซื […]

The post โชเซ มูรินโญ แกล้งหลับกลางโต๊ะแถลงข่าว หลังนักข่าวถามนานร่วมนาที appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยังคงสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมเก๋าของเฟเนร์บาห์เช หลังแสดงท่าทางเหนื่อยหน่ายและ ‘แกล้งหลับ’ ระหว่างการแถลงข่าว หลังเกมที่เฟเนร์บาห์เชเปิดบ้านพ่ายต่อเรนเจอร์ส 1-3 ในศึกยูฟ่ายูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดแรก) เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งในนักข่าวใช้เวลากว่า 45 วินาทีตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกนักเตะในแนวรับของมูรินโญ ซึ่งระหว่างรอคำแปล กุนซือเจ้าของฉายา The Special One แสดงอาการเบื่อหน่าย ถอนหายใจ ก่อนจะหลับตาแล้วทำท่าพยักหน้าเหมือนกำลังจะหลับ

 

กระทั่งเมื่อได้รับคำแปลครบถ้วน มูรินโญตอบกลับอย่างสั้นๆ ว่า “นี่มันเยอะไปสำหรับหัวของผม ผมเหนื่อยกับ 90 นาทีข้างสนาม ไม่ได้มีแรงเหลือมาฟังอะไรแบบนี้หรอก มันเหนื่อยเกินไปแล้ว” แล้วหลังจากนั้นมูรินโญก็ตอบคำถามตามปกติ

 

ทั้งนี้ เฟเนร์บาห์เชจะลงเล่นนัดที่ 2 กับเรนเจอร์สที่ไอบร็อกซ์ สกอตแลนด์ ในวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม เวลา 03.00 น.

 

อ้างอิง:

The post โชเซ มูรินโญ แกล้งหลับกลางโต๊ะแถลงข่าว หลังนักข่าวถามนานร่วมนาที appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงตามหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีก https://thestandard.co/man-united-still-seeks-europa-win/ Fri, 25 Oct 2024 05:55:40 +0000 https://thestandard.co/?p=999966

ผ่านมา 3 นัด ยังควานหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีกไม่เจอ สำห […]

The post แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงตามหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผ่านมา 3 นัด ยังควานหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีกไม่เจอ สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริก เทน ฮาก หลังลงเล่นไปแล้ว 3 เกม ผลลัพธ์ลงเอยที่เสมอทั้ง 3 เกม ทำให้ตอนนี้มี 3 แต้ม รั้งอันดับ 21 ของตาราง และห่างจากโซนจ่าฝูง 6 แต้ม

 

5 นัดที่เหลือในยูโรปาลีกของทัพปีศาจแดง

 

  • 🇬🇷 พีเอโอเค ซาโลนิก้า (เหย้า)
  • 🇳🇴 โบโดกลิมต์ (เหย้า)
  • 🇨🇿 วิคตอเรีย พัลเซน (เยือน)
  • 🏴󠁧󠁢󠁳󠁣󠁴󠁿 เรนเจอร์ส (เหย้า)
  • 🇷🇴 เอฟซีเอสบี (เยือน)

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงตามหาชัยชนะนัดแรกในยูโรปาลีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะระดับตำนานของศึกยูโร https://thestandard.co/cristiano-ronaldo-euro-tournament-legend/ Wed, 12 Jun 2024 14:28:17 +0000 https://thestandard.co/?p=944526 คริสเตียโน โรนัลโด

อีกเพียงไม่กี่วัน ศึกยูโร 2024 ที่เยอรมนี กำลังจะเปิดสั […]

The post คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะระดับตำนานของศึกยูโร appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริสเตียโน โรนัลโด

อีกเพียงไม่กี่วัน ศึกยูโร 2024 ที่เยอรมนี กำลังจะเปิดสังเวียนฟาดแข้งอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนไปถึงวันนั้น THE STANDARD SPORT ขอพาแฟนบอลไปอุ่นเครื่องกับข้อมูลน่าสนใจของ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะวัย 39 ปีของทีมชาติโปรตุเกส ที่กำลังทำสถิติลงเล่นในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นครั้งที่ 6

 

เพื่อย้อนดูว่าแข้งซูเปอร์สตาร์รายนี้สร้างสถิติอะไรที่น่าสนใจในทัวร์นาเมนต์นี้บ้าง?

 

คริสเตียโน โรนัลโด คริสเตียโน โรนัลโด คริสเตียโน โรนัลโด

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะระดับตำนานของศึกยูโร appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 เสื้อฟุตบอลยูโรสุดงามในความทรงจำ https://thestandard.co/10-beautiful-euro-football-shirt/ Fri, 07 Jun 2024 06:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=942328 เสื้อฟุตบอล

ฟุตบอลยูโร 16 ครั้งที่ผ่านมา สร้างความทรงจำที่งดงามมากม […]

The post 10 เสื้อฟุตบอลยูโรสุดงามในความทรงจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสื้อฟุตบอล

ฟุตบอลยูโร 16 ครั้งที่ผ่านมา สร้างความทรงจำที่งดงามมากมายแก่ผู้ชมและแฟนบอล ทั้งเรื่องราวดุจปาฏิหาริย์ นักฟุตบอลชื่อดัง และตำนานยอดทีมแห่งยุโรป

 

แต่อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันคือ เสื้อแข่งสุดสวยของทีมฟุตบอลทีมชาติต่างๆ ที่มักจะมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม งดงาม และเป็นที่จดจำของแฟนบอลมาจนถึงปัจจุบัน

 

และนี่คือ 10 เสื้อแข่งขันที่ THE STANDARD SPORT เชื่อว่างดงาม และอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คน

 

เสื้อฟุตบอล เสื้อฟุตบอล เสื้อฟุตบอล เสื้อฟุตบอล เสื้อฟุตบอล เสื้อฟุตบอล

 

The post 10 เสื้อฟุตบอลยูโรสุดงามในความทรงจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติอังกฤษ เปิดเผยรายชื่อนักเตะชุดยูโร 2024 ทั้ง 26 คน https://thestandard.co/england-squad-euro-2024-announced/ Fri, 07 Jun 2024 05:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=942360 ทีมชาติอังกฤษ

หลังจากมีการตัดชื่อ เจมส์ แมดดิสัน ไปได้เพียงแค่ราว 24 […]

The post ทีมชาติอังกฤษ เปิดเผยรายชื่อนักเตะชุดยูโร 2024 ทั้ง 26 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมชาติอังกฤษ

หลังจากมีการตัดชื่อ เจมส์ แมดดิสัน ไปได้เพียงแค่ราว 24 ชั่วโมง เมื่อคืนที่ผ่านมา (6 มิถุนายน) แกเร็ธ เซาธ์เกต ประกาศรายชื่อ ทีมชาติอังกฤษ ทั้ง 26 คนออกมาแล้ว

 

โดยผู้จัดการทีมชาติอังกฤษตัดสินใจตัดชื่อของ แฮร์รี แม็กไกวร์ กับ แจ็ค กรีลิช รวมถึง 2 ผู้เล่นจากลิเวอร์พูลอย่าง เคอร์ติส โจนส์ กับ จาเรลล์ ควานซาห์ และ จาร์รัด แบรนธ์เวต กับ เจมส์ แทรฟฟอร์ด ออกจากทีม

 

นั่นทำให้ทีมชาติอังกฤษชุดนี้จะมี จูด เบลลิงแฮม, แฮร์รี เคน และ บูกาโย ซากา เป็นแกนหลักในแนวรุก โดยแดนกลางจะมีชื่อของ ค็อบบี ไมนู และ ดีแคลน ไรซ์ คอยประสานงานกันด้วย

 

และนี่คือรายชื่อนักเตะทั้ง 26 คนของทีมชาติอังกฤษ

 

ทีมชาติอังกฤษ

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post ทีมชาติอังกฤษ เปิดเผยรายชื่อนักเตะชุดยูโร 2024 ทั้ง 26 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อังกฤษมีโอกาสคว้าแชมป์ยูโร 2024 สูงสุด จากการคำนวณของซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ https://thestandard.co/supercomputer-predicts-england-euro-champions/ Thu, 06 Jun 2024 10:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=942200

จากการคำนวณของของซูเปอร์คอมพิวเตอร์จาก Opta เปิดเผยว่า […]

The post อังกฤษมีโอกาสคว้าแชมป์ยูโร 2024 สูงสุด จากการคำนวณของซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากการคำนวณของของซูเปอร์คอมพิวเตอร์จาก Opta เปิดเผยว่า อังกฤษ รองแชมป์เก่าจากยูโร 2020 มีโอกาสคว้าแชมป์ ยูโร 2024 สูงสุดที่ 19.9% ขณะที่ฝรั่งเศสมีโอกาสสูงสุดรองลงมา ขณะที่อิตาลีแชมป์เก่า มีโอกาสคว้าแชมป์ 5% เป็นลำดับที่ 7 จากการคำนวณทั้งหมด

 

แล้วคุณล่ะคิดว่าใครจะก้าวขึ้นเป็นแชมป์ยูโรในครั้งนี้?

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

The post อังกฤษมีโอกาสคว้าแชมป์ยูโร 2024 สูงสุด จากการคำนวณของซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 โค้ชอิตาลีในนัดชิงชนะเลิศของ 3 ถ้วยฟุตบอลยุโรป https://thestandard.co/3-italian-coaches-3-european-cups/ Fri, 24 May 2024 07:48:35 +0000 https://thestandard.co/?p=937175

จาน ปิเอโร กัสเปรินี พิสูจน์ตัวเองในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอล […]

The post 3 โค้ชอิตาลีในนัดชิงชนะเลิศของ 3 ถ้วยฟุตบอลยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>

จาน ปิเอโร กัสเปรินี พิสูจน์ตัวเองในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่ายูโรปาลีกแล้วว่า เขาเป็นโค้ชมือดีคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอิตาลี ด้วยการหยุดสถิติไร้พ่ายตลอดฤดูกาลของไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ไว้ที่ 51 นัด หลังพาอตาลันตาเอาชนะไปได้ 3-0

 

หลังจากนี้จะมีโค้ชอิตาลีอีก 2 คนที่ต้องทำหน้าที่ในฟุตบอลสโมสรยุโรปอีก 2 รายการ ได้แก่ วินเซนโซ อิตาเลียโน หัวหน้าโค้ชฟิออเรนตินา ที่พาทีมเข้าชิงยูฟ่ายูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีกได้ในปีนี้ พบกับโอลิมเปียกอส

 

และ คาร์โล ‘ดอน’ อันเชล็อตติ ยอดกุนซือแห่งวงการฟุตบอลยุโรป ที่จะต้องพาเรอัล มาดริด ลงทำศึกนัดชิงชนะเลิศกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

 

แล้วปีนี้โค้ชจากอิตาลีจะพากันครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลสโมสรยุโรปได้ทั้งหมดหรือไม่?

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post 3 โค้ชอิตาลีในนัดชิงชนะเลิศของ 3 ถ้วยฟุตบอลยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภารกิจล่า 3 แชมป์ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จบลงแล้ว https://thestandard.co/bayer-04-leverkusen-3-champs-mission-ended/ Thu, 23 May 2024 02:37:28 +0000 https://thestandard.co/?p=936671 Bayer 04 Leverkusen

ความพ่ายแพ้เกมแรกของ ชาบี อลอนโซ เกิดขึ้นในนัดชิงยูฟ่าย […]

The post ภารกิจล่า 3 แชมป์ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จบลงแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bayer 04 Leverkusen

ความพ่ายแพ้เกมแรกของ ชาบี อลอนโซ เกิดขึ้นในนัดชิงยูฟ่ายูโรปาลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่พวกเขาพ่ายต่ออตาลันตา 0-3

 

หมายความว่าพวกเขาพลาดการคว้าแชมป์ที่ 2 ของฤดูกาลนี้ไปเรียบร้อยแล้ว และส่งผลให้เส้นทางการคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลเดียวจบลงด้วย

 

Bayer 04 Leverkusen

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post ภารกิจล่า 3 แชมป์ของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จบลงแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อตาลันตาฉลองแชมป์ยูโรปาลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร https://thestandard.co/atalanta-bc-celebrate-first-uefa-europa-champ/ Thu, 23 May 2024 01:20:55 +0000 https://thestandard.co/?p=936642 Atalanta BC

หลังจาก อตาลันตา สามารถเอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 3-0 ใ […]

The post อตาลันตาฉลองแชมป์ยูโรปาลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Atalanta BC

หลังจาก อตาลันตา สามารถเอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 3-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศรายการยูฟ่ายูโรปาลีก 2023/24 ได้เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

ส่งผลให้ทีมของ จาน ปิเอโร กัสเปรินี สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูโรปาลีกมาครองเป็นสมัยแรก นอกจากนั้นยังนับเป็นถ้วยระดับยุโรปใบแรกของในประวัติศาสตร์ของสโมสรอตาลันตาอีกด้วย

 

และเป็นถ้วยรางวัลใบแรกในอาชีพการคุมทีมของ จาน ปิเอโร กัสเปรินี ด้วยเช่นกัน

 

อีกทั้งยังเป็นทีมแรกในฤดูกาล 2023/24 ที่เอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซนได้ พร้อมหยุดสถิติไร้พ่ายของทัพห้างขายยาที่จำนวน 51 เกม

 

ขณะที่ อเดโมลา ลุคแมน ผู้ยิงแฮตทริกได้ในเกมนี้ ทำสถิติเป็นนักเตะที่ยิงแฮตทริกในรอบชิงชนะเลิศบนรายการใหญ่ของยูฟ่าในรอบ 49 ปี นับตั้งแต่ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เคยยิงแฮตทริกให้โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ชนะทเวนเต้ 5-1 ในยูฟ่าคัพปี 1975

 

Atalanta BC Atalanta BC Atalanta BC

The post อตาลันตาฉลองแชมป์ยูโรปาลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เสนอสักฟรีให้แฟนบอล เพื่อฉลองแชมป์บุนเดสลีกา https://thestandard.co/leverkusen-offer-fans-tattoos/ Sat, 11 May 2024 02:56:19 +0000 https://thestandard.co/?p=932245 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

ทีมของ ชาบี อลอนโซ ยังไม่แพ้ใครในทุกรายการที่ลงแข่งขัน […]

The post ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เสนอสักฟรีให้แฟนบอล เพื่อฉลองแชมป์บุนเดสลีกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

ทีมของ ชาบี อลอนโซ ยังไม่แพ้ใครในทุกรายการที่ลงแข่งขัน และยังอยู่ในเส้นทางการคว้าทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาลนี้ หลังสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่ายูโรปาลีกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 

เลเวอร์คูเซนยืดสถิติไร้พ่ายของพวกเขาในฤดูกาลนี้เพิ่มเป็น 49 นัด หลังจากพลิกกลับมาเสมอกับ อาแอส โรมา 2-2 ทำให้ผลรวม 2 นัดผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 4-2

 

จากฤดูกาลอันแสนพิเศษนี้ ทำให้ทีม ‘ห้างยา’ เสนอการบันทึกความทรงจำให้แฟนบอลผ่านรอยสักแบบฟรีๆ 

 

เลเวอร์คูเซนกล่าวถึงข้อเสนอดังกล่าวว่า เป็นกิจกรรมพิเศษเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลอันแสนพิเศษ โดยแถลงการณ์ว่า “ไบเออร์ 04 ขอมอบโอกาสให้แฟนๆ เลือกรอยสักของไบเออร์ 04 ได้ฟรีจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล

 

“จองการนัดหมายของคุณตอนนี้ เพื่อเนรมิตฤดูกาลอันยอดเยี่ยมนี้บนผิวของคุณ”

 

หลังจากคว้าแชมป์บุนเดสลีกาเป็นครั้งแรก เลเวอร์คูเซนก็ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยเดเอฟเบ โพคาล ด้วย โดยพวกเขาจะชิงชนะเลิศกับไกเซอร์สเลาเทิร์นในคืนวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เวลา 01.00 น.

 

อ้างอิง:

 

The post ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เสนอสักฟรีให้แฟนบอล เพื่อฉลองแชมป์บุนเดสลีกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘2 เปอร์เซ็นต์’ ที่แตกต่างระหว่างลิเวอร์พูลกับเหล่า Kopites https://thestandard.co/2-percent-liverpool-kopites/ Thu, 11 Apr 2024 05:53:40 +0000 https://thestandard.co/?p=921820 ลิเวอร์พูล

หนึ่งในเสน่ห์ของเกมยุโรปในแอนฟิลด์คือบรรยากาศแบบ Europe […]

The post ‘2 เปอร์เซ็นต์’ ที่แตกต่างระหว่างลิเวอร์พูลกับเหล่า Kopites appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิเวอร์พูล

หนึ่งในเสน่ห์ของเกมยุโรปในแอนฟิลด์คือบรรยากาศแบบ European Nights ที่เหล่า Kopites แฟนบอลตัวยงของสโมสร จะโบกสะบัดธงขนาดใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศปลุกเร้าให้กำลังใจขุนพลในชุดแดงเพลิงที่กำลังจะลงสนาม

 

แต่ในเกมยูฟ่ายูโรปาลีกที่ลิเวอร์พูลจะต้อนรับการมาเยือนของอตาลันตาในคืนนี้จะแตกต่างออกไป เพราะจะไม่มีธงใดๆ ที่ชูขึ้นและโบกสะบัดในแอนฟิลด์

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

โดยปกติแล้วสนามแอนฟิลด์ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของบรรยากาศการเชียร์ที่ทรงพลัง บทเพลง You’ll Never Walk Alone ทั้งในช่วงก่อนเริ่มเกมการแข่งขันและก่อนที่เสียงนกหวีดสุดท้ายจะจบลง

 

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างดูสวยงามขึ้นไปอีกคือ บรรดาธงขนาดใหญ่หลากหลายลวดลายที่เชิดชูเหล่าวีรบุรุษของแฟนๆ ซึ่งจะโบกสะบัดปลิวไสวบนอัฒจันทร์ฝั่งค็อปเอนด์ (Kop End) ในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขัน โดยเฉพาะในเกมสโมสรยุโรปที่ตะวันลับฟ้าไปแล้ว ธงเหล่านี้ยิ่งทำให้บรรยากาศเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลังมากยิ่งขึ้น

 

แต่คืนนี้เหล่า Kopites ประกาศชัดเจน จะไม่มีธงผืนใดในสนามแอนฟิลด์!

 

 

สาเหตุที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจไม่สนับสนุนสโมสรอย่างที่เคยทำมาตลอด เกิดจากความไม่พอใจต่อนโยบายการขึ้นค่าตั๋วปี (Season Ticket ตั๋วสำหรับชมเกมในบ้านทุกนัดตลอดฤดูกาล) ของสโมสรและค่าตั๋วเข้าชมของสมาชิกสโมสรอีก 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการขึ้นค่าตั๋วปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่ปีกลายมีการประกาศขึ้นค่าตั๋วเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ด้วยจำนวน 2 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน

 

เหตุผลของสโมสรคือ เรื่องของต้นทุนการปฏิบัติการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสโมสรได้พยายามตรึงราคาค่าตั๋วเข้าชมของแฟนบอลเอาไว้เป็นระยะเวลาถึง 6 ปี

 

“การขึ้นค่าตั๋วเป็นผลจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นของสโมสรอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาต้นทุนการปฏิบัติการเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้สโมสรไม่เคยขึ้นราคาค่าตั๋วนานถึง 6 ปี และเพิ่งจะมีการขึ้นจำนวน 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 2 ปีก่อนสำหรับตั๋วปีและตั๋วธรรมดา” แถลงการณ์จากลิเวอร์พูล

 

สโมสรยังบอกด้วยว่า สำหรับตั๋วเยาวชน (Junior Ticket) ไม่มีการขึ้นราคามาเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันแล้ว

 

ลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นสโมสรเดียวที่มีการขึ้นค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน เพราะหลายสโมสรก็มีการขึ้นค่าตั๋วเช่นกัน โดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีการขึ้นค่าตั๋วปีถึง 5 เปอร์เซ็นต์

 

ส่วนอาร์เซนอล ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรที่ค่าตั๋วปีแพงที่สุดของอังกฤษ ปีนี้ขึ้นค่าตั๋วอีก 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เช่นเดียวกัน โดยปีกลายได้ขยับขึ้นไปแล้วถึง 5 เปอร์เซ็นต์ รวมแล้ว 2 ปีอาร์เซนอลขึ้นค่าตั๋วถึง 11 เปอร์เซ็นต์

 

จากคำชี้แจงของสโมสร เมื่อมาดูถึงรายรับของสโมสรในวันที่มีเกมการแข่งขัน (Matchday Revenue) ในฤดูกาล 2022/23 ลิเวอร์พูลมีรายรับจากส่วนนี้ที่ 80 ล้านปอนด์ ลดลงจากฤดูกาล 2021/22 มา 7 ล้านปอนด์ โดยมีเหตุผลจากการที่สโมสรตกรอบในฟุตบอลถ้วยทั้งในประเทศและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอย่างรวดเร็ว

 

ขณะที่การขึ้นค่าตั๋วปี 2 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะทำรายได้ให้แก่สโมสรอีกราว 2 ล้านปอนด์ด้วยกัน

 

แต่ 2 เปอร์เซ็นต์ตรงนี้เป็นสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลมองว่าพวกเขารับไม่ได้

 

กลุ่ม Spion Kop 1906 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มแฟนบอลลิเวอร์พูล ได้ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของพวกเขาว่า “พวกเราผิดหวังกับการตัดสินใจของสโมสรในเรื่องราคาตั๋วปีสำหรับฤดูกาล 2024/25 เพื่อเป็นการตอบโต้ จะไม่มีธงบนอัฒจันทร์เดอะค็อปในเกมคืนวันพฤหัสบดีนี้”

 

กลุ่มดังกล่าวยังยืนยันว่า เรื่องนี้ได้มีการหารือร่วมกันกับแฟนบอลกลุ่มอื่นๆ แล้วที่จะแสดงจุดยืนร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากการกระทำของสโมสรที่ไม่ได้มีการปรึกษาหารือหรือรับฟังเสียงของแฟนบอลเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

“ยังมีโอกาสสำหรับสโมสรที่จะพูดคุยกันด้วยดีกับคณะบอร์ดของแฟนบอลในการประชุมวันเสาร์นี้ ซึ่งจนกว่าจะถึงจุดนั้น พวกเราอยากฝากข้อความถึงเพียงข้อความเดียว อย่าขึ้นค่าตั๋ว!”

 

อย่างไรก็ดี ทางกลุ่มยืนยันว่าในเกมพรีเมียร์ลีกที่จะพบกับคริสตัล พาเลซ ในวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายนนี้ จะมีธงรำลึกถึงผู้จากไปในเหตุโศกนาฏกรรมที่สนามฮิลส์โบโรห์ ซึ่งมีแฟนบอลเสียชีวิตถึง 97 คนจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยในเกมเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ลิเวอร์พูลพบกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในวันที่ 15 เมษายน 1989

 

 

ประเด็นเรื่องการขึ้นราคาค่าตั๋วเข้าชมฟุตบอลเป็นการต่อสู้มาโดยตลอดระหว่างสโมสรกับแฟนฟุตบอล

 

ในทางหนึ่งแล้ว สโมสรต้องการให้แฟนฟุตบอลเข้ามาชมและเชียร์กันเต็มสนาม ซึ่งภาครัฐเองก็อยากให้แฟนบอลได้เข้าชมเกมที่สนามด้วย โดยเฉพาะการพาเด็กๆ มาเชียร์ถึงขอบสนาม จะเป็นการปลูกฝังสิ่งดีๆ หลายอย่าง รวมถึงการสืบสานขนบธรรมเนียมเกมฟุตบอลของอังกฤษด้วย

 

แต่สำหรับแฟนฟุตบอลในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การไปชมเกมฟุตบอลที่สนามนัดหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องลงทุนสูงมาก เพราะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร ค่าสินค้าที่ระลึก ค่าใช้จ่ายหลักอย่างค่าตั๋วฟุตบอลก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่ทุกครอบครัวที่จะสามารถจ่ายได้ไหว

 

ในเมืองลิเวอร์พูลที่ประชากรไม่ได้มีรายได้เฉลี่ยสูงนัก การขึ้นค่าตั๋วของสโมสรหมายถึงการที่สโมสรมาขูดรีดจากแฟนฟุตบอล ทั้งๆ ที่สโมสรมีรายได้จำนวนมากมายมหาศาลจากช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ไปจนถึงรายได้จากการค้าและการทำธุรกิจอื่นๆ เช่น สปอนเซอร์ที่มีมากมายทั่วโลก

 

ที่ผ่านมากลุ่มแฟนบอลลิเวอร์พูลได้เคยประท้วงใหญ่มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2016 ที่มีการเดินออกจากสนามในนาทีที่ 77 ของการแข่งขัน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การยกเลิกการขึ้นค่าตั๋วอีก 6 ปีติดต่อกัน (รวมถึงในช่วงโควิดด้วย)

 

อย่างไรก็ตาม มีการมองกันว่าประเด็นจริงๆ ของเรื่องนี้อาจจะไม่ได้อยู่ที่เรื่องของค่าตั๋วเข้าชมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสโมสรระบุว่า 2 เปอร์เซ็นต์นั้นเท่ากับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยจากเดิมแค่นัดละ 1 ปอนด์

 

หรือคิดรวมทั้งฤดูกาลไม่เกิน 20 ปอนด์

 

ประเด็นความไม่พอใจจริงๆ อยู่ที่สโมสรไม่รับฟังเสียงของแฟนฟุตบอลก่อนจะประกาศการตัดสินใจใดๆ ซึ่งนั่นทำให้มีการแสดงพลังเพื่อตอบโต้และเรียกร้องถึงการประชุมร่วมกัน เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน

 

เพราะสำหรับสโมสรอย่างลิเวอร์พูล สายใยและความสัมพันธ์คือสิ่งสำคัญกว่าอื่นใด

 

ตรงนี้ก็ต้องดูว่า Fenway Sports Group ในฐานะเจ้าของสโมสร จะแก้ไขรอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรอีกที

 

อ้างอิง:

The post ‘2 เปอร์เซ็นต์’ ที่แตกต่างระหว่างลิเวอร์พูลกับเหล่า Kopites appeared first on THE STANDARD.

]]>
คล็อปป์พลาดแชมป์เอฟเอคัพ หลังพ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด https://thestandard.co/liverpool-and-the-remaining-trophy/ Mon, 18 Mar 2024 05:25:24 +0000 https://thestandard.co/?p=912356

เจอร์เกน คล็อปป์ กับทีมลิเวอร์พูลของเขา ต้องหยุดเส้นทาง […]

The post คล็อปป์พลาดแชมป์เอฟเอคัพ หลังพ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจอร์เกน คล็อปป์ กับทีมลิเวอร์พูลของเขา ต้องหยุดเส้นทางการลุ้นแชมป์ 4 รายการในฤดูกาลสั่งลานายใหญ่ชาวเยอรมันรายนี้ลงในที่สุด หลังบุกไปพ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์แทรฟฟอร์ด ในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 3-4

 

นั่นทำให้เส้นทางที่เหลือของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้เหลือการลุ้นอีก 2 แชมป์เพื่อครองตำแหน่งทริปเปิลแชมป์ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะทำได้

 

แล้วสุดท้ายลิเวอร์พูลจะไปจบที่กี่แชมป์ในฤดูกาลนี้?

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post คล็อปป์พลาดแชมป์เอฟเอคัพ หลังพ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>