ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ttb/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 06 Aug 2026 06:05:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ttb reserve เปิด WE Program ปั้นทายาทธุรกิจรุ่นสองสานต่อความมั่งคั่ง ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าแตะ 11,000 ราย ดัน AUM เติบโต 10% ต่อปีในอีก 3-5 ปีข้างหน้า https://thestandard.co/ttb-reserve-we-program-business-heirs-wealth/ Thu, 06 Aug 2026 06:05:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1238804 ภาพผู้บริหาร ttb และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดหลักสูตร WE Program สำหรับทายาทธุรกิจ

ttb เดินหน้ากลยุทธ์ Wealth Empowerment ผ่านบริการ ttb r […]

The post ttb reserve เปิด WE Program ปั้นทายาทธุรกิจรุ่นสองสานต่อความมั่งคั่ง ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าแตะ 11,000 ราย ดัน AUM เติบโต 10% ต่อปีในอีก 3-5 ปีข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหาร ttb และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดหลักสูตร WE Program สำหรับทายาทธุรกิจ

ttb เดินหน้ากลยุทธ์ Wealth Empowerment ผ่านบริการ ttb reserve เปิดตัวหลักสูตร WE Program รุ่นที่ 2 ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หวังเชื่อมช่องว่างทางความคิดระหว่าง Wealth รุ่นที่ 1 ที่เน้นรักษาความมั่งคั่ง กับรุ่นที่ 2 ที่พร้อมต่อยอดความเติบโต หวังขยายฐานลูกค้า Wealth รวมเป็น 11,000 รายในปี 2569 และ AUM เติบโต 10% ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

 

 
 

ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า ลูกค้ากลุ่ม Wealth รุ่นที่ 1 และทายาทรุ่นที่ 2 มีเป้าหมายชีวิต และนิยามความมั่งคั่งที่แตกต่างกัน โดยรุ่นพ่อแม่ในฐานะผู้ก่อตั้งและเจ้าของธุรกิจ ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่ง ไม่ชอบการลงทุนที่มีความเสี่ยง เพื่อให้สามารถส่งต่อสินทรัพย์และกิจการให้คนรุ่นหลังได้อย่างราบรื่น

 

ในขณะที่ทายาทรุ่นที่ 2 มีความกล้าได้กล้าเสีย พร้อมพิสูจน์ศักยภาพตัวเองเพื่อพาธุรกิจเติบโต เพื่อให้การส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 มีความมั่นคง ไม่สะดุดระหว่างทาง การเตรียมความพร้อมทายาทให้มีทักษะการบริหารธุรกิจและการเงินจึงสำคัญ

 

การจัด WE Program รุ่นที่ 2 จึงถูกออกแบบหลักสูตรให้เป็นมากกว่าพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจผ่านการสร้าง Quality Network เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมือในระยะยาว

 

โดยเป็นหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สำหรับผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ 41 คน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ครอบคลุมการเสริมวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ การพัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการสื่อสาร การสร้าง Personal Brand กลยุทธ์การตลาดและนวัตกรรมทางธุรกิจ

 

ตลอดจนการวางแผนส่งต่อธุรกิจและการบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่ายทางธุรกิจและต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน โดยผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับวุฒิบัตรร่วมจากทีทีบีและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ความมั่งคั่งที่มากกว่าผลตอบแทน

 

ท่ามกลางธุรกิจ Wealth Management ที่แข่งขันอย่างดุเดือด การที่จะทำให้ลูกค้าย้ายสินทรัพย์ทั้งหมดที่ฝากอยู่กับธนาคารอื่น มาอยู่ภายใต้การบริหารของ ttb เป็นเรื่องยาก เพราะโดยปกติกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งมักจะกระจายความเสี่ยงแบ่งสินทรัพย์ฝากในหลายธนาคาร การที่ลูกค้าจะตัดสินใจย้ายสินทรัพย์ก้อนใหญ่ จึงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและธนาคาร ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้างความเชื่อใจและทำความรู้จักความต้องการของลูกค้าแต่ละคน

 

จุดเด่นของ ttb คือต่อยอดการบริหารความมั่งคั่งให้สิทธิประโยชน์ลูกค้าที่เหนือกว่าผลตอบแทน นอกจากจะมี WE Program ที่ช่วยเตรียมความพร้อม ความรู้เรื่องการเงินและการบริหารธุรกิจสำหรับทายาทรุ่นสองแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพบริการด้วยการอบรม Relationship manager ให้มีทักษะการวางแผนการลงทุนเชิงลึก สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้

 

ทั้งนี้กลยุทธ์การแข่งขันดึงดูดลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยสูง ธนาคารมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ยั่งยืน เนื่องจากดอกเบี้ยมีการปรับขึ้นลงตามทิศทางดอกเบี้ยโลก ทำให้พอครบกำหนดระยะเวลาฝาก ลูกค้าก็จะถอนเงินออก ย้ายไปฝากที่อื่น ซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่า

 

ด้วยเหตุนี้ธนาคารจึงเน้นออกแบบผลิตภัณฑ์การลงทุนให้มีความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง เช่น ประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะยาว US Multi Asset Index Principal Protect 15/5 เน้นคุ้มครองเงินต้น 100% พร้อมเชื่อมโยงผลตอบแทนดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ และบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ FCD e-Saving ที่ให้ดอกเบี้ยสูง และเชื่อมกับบัตรเดบิต ttb world pass ทำให้สามารถใช้จ่ายตัดสกุลเงินต่างประเทศจากบัญชีได้โดยตรง ไม่ต้องแปลงสกุลเงิน ทั้งนี้ ttb ในฐานะผู้บริหารจัดการการลงทุน มองว่าธนาคารต้องพยายามช่วยเหลือลูกค้าให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม

 

ขยายฐานลูกค้า Wealth 11,000 ราย ตั้งเป้า AUM โต 10% ต่อปี

 

ปัจจุบัน ttb มีกลุ่มลูกค้า Private Banking ซึ่งมีสินทรัพย์ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 5,600 ราย เติบโตขึ้นจากระดับ 4,800 รายในปีก่อน ส่วนใหญ่ 60%-70% เป็นเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูง อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

 

และมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) กว่า 400,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม ซึ่งครอบคลุมทั้งการวางแผนการเงิน การเตรียมผู้นำรุ่นใหม่และการส่งต่อธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืน

 

โดยในปี 2569 ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า Wealth รวมเป็น 11,000 ราย และในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าคาดว่า AUM จะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อย 10% ต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมให้ถึง 40% (จากปัจจุบันที่ 32%) ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา ttb พยายามจูงใจลูกค้าให้เปลี่ยนผ่านการลงทุนจากในผลิตภัณฑ์เงินฝากไปสู่การลงทุนที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งกองทุนในและต่างประเทศ รวมถึงบัญชี FCD

 

The post ttb reserve เปิด WE Program ปั้นทายาทธุรกิจรุ่นสองสานต่อความมั่งคั่ง ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าแตะ 11,000 ราย ดัน AUM เติบโต 10% ต่อปีในอีก 3-5 ปีข้างหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
SME ไทยพยายามเต็มที่แต่ไปไม่สุด คำตอบอาจไม่ใช่ที่ความพยายาม แต่อยู่ที่ ‘เครื่องมือบริหาร’ ttb จึงออกแบบ ttb business one แพลตฟอร์มที่มุ่งเป็น ‘Digital CFO’ ให้ธุรกิจไทย https://thestandard.co/ttb-business-one-digital-cfo-sme/ Tue, 04 Aug 2026 09:00:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1237692 ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ

ภาพของ SME ไทยในวันนี้สะท้อนความย้อนแย้งอย่างชัดเจน แม้ […]

The post SME ไทยพยายามเต็มที่แต่ไปไม่สุด คำตอบอาจไม่ใช่ที่ความพยายาม แต่อยู่ที่ ‘เครื่องมือบริหาร’ ttb จึงออกแบบ ttb business one แพลตฟอร์มที่มุ่งเป็น ‘Digital CFO’ ให้ธุรกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ

ภาพของ SME ไทยในวันนี้สะท้อนความย้อนแย้งอย่างชัดเจน แม้ผู้ประกอบการกว่าร้อยละ 87 ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลโดยการนำเครื่องมือต่างๆ มาใช้ในธุรกิจ แต่ผลลัพธ์กลับยังไม่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างที่คาดหวัง

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าธุรกิจ “พยายามมากพอหรือยัง” แต่อาจเป็นว่า “เครื่องมือบริหารที่ใช้ ช่วยให้ธุรกิจไปได้ไกลแค่ไหน”

 

ttb จึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ttb business one ธนาคารดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจและ SME ที่ช่วยเชื่อมโยงทุกธุรกรรมการเงินเข้าด้วยกันให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้ครบ จบ ในระบบเดียว

 

THE STANDARD WEALTH ได้พูดคุยกับผู้บริหาร 3 ท่านจาก 3 กลุ่มงานหลักที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มนี้

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 1

 

เมื่อ ‘จุดล็อก’ ของ SME ไทยไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน

 

แม้ SME จะเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นราวร้อยละ 90 ของธุรกิจทั้งประเทศ และทำให้เกิดการจ้างแรงงานกว่า 13.6 ล้านคน หรือร้อยละ 70.4 ของกำลังแรงงาน แต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพียง 1 ใน 3 ของ GDP สวนทางกับขนาดและจำนวนที่มีอยู่

 

ผลสำรวจชุดเดียวกันชี้ให้เห็น 5 จุดล็อกที่ฉุดรั้งการเติบโต ได้แก่ ได้แก่ 1) การมุ่งแก้ปัญหาระยะสั้นมากกว่าการวางแผนระยะยาว 2) การใช้ดิจิทัลและ AI เพียงในระดับพื้นฐาน 3) การขาดการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ 4) การเติบโตของยอดขายที่ไม่สอดคล้องกับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ 5) การขาดทิศทางหรือแผนที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

 

กนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี

มองว่า ธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น SME หรือองค์กรขนาดใหญ่ ต่างเผชิญความท้าทายสำคัญอยู่ 3 ด้านหลัก

 

หนึ่งคือเรื่องสภาพคล่อง โดยเฉพาะ SME ที่ “รับเงินช้า แต่ต้องจ่ายเร็ว” ส่งสินค้าไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ขณะที่รายจ่ายในการดำเนินงานยังเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวัน รวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อที่ยังมีข้อจำกัดอยู่ในหลายด้าน

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 2

 

สองคือประสิทธิภาพในการบริหารงานและเงิน หลายธุรกิจยังพึ่งพากระบวนการทำงานแบบ manual ทั้งการจัดการภายใน การใช้เงินสดหรือเช็ค รวมถึงการทำธุรกรรมที่ยังต้องไปสาขา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความคุ้นชิน และการขาดเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น

และสามคือข้อมูลที่กระจัดกระจาย เมื่อมีการทำงานผ่านหลายระบบ ทั้งการรับ-จ่ายเงิน และการอนุมัติภายในองค์กร ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมต่อกัน และเจ้าของธุรกิจจึงไม่สามารถมองภาพรวมได้ทันเวลาส่งผลให้การตัดสินใจอาจไม่ทันจังหวะของธุรกิจ

 

จากโจทย์เหล่านี้ ทีมบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาบริการทางการเงิน แต่ต่อยอดไปสู่การสร้าง Industry Solution ที่ตอบโจทย์ในแต่ละอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ ทีทีบี ร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ทั้งระบบ POS ที่เชื่อมกับ QR และเครื่อง EDC ในที่เดียว ช่วยลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูลซ้ำ ไม่ต้องเสียเวลามากมายไปกับการกระทบยอดสิ้นวัน รวบรวมข้อมูลทางการเงินทั้งหมดเข้าสู่ ttb business one เพื่อให้เรียกดูและบริหารจัดการได้ในที่เดียว และเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 3

 

อีกหนึ่งจุดที่กนกพรให้ความสำคัญ คือการทำให้ “จุดเริ่มต้น” ของการใช้บริการธนาคารสำหรับธุรกิจ

อย่างการเปิดบัญชีนิติบุคคล เกิดขึ้นได้อย่างคล่องตัวและไม่สะดุด บริการ Digital Onboarding สำหรับลูกค้านิติบุคคลจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดบัญชีหรือสมัครบริการได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา ทำให้กระบวนการที่เคยใช้เวลา ถูกย้ายมาอยู่บนช่องทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องสะดุดกับขั้นตอนแบบเดิม

 

“เมื่อธุรกิจรวมการบริหารจัดการทางการเงินไว้บนระบบเดียว ผ่านบัญชีทีทีบีและ ttb business one ผู้ประกอบการจะสามารถบริหารงานและเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจและแหล่งเงินทุนได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น” กนกพรกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและขยายการค้าออกสู่ต่างประเทศ ความท้าทายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสภาพคล่องหรือประสิทธิภาพการบริหารภายในอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และความซับซ้อนของธุรกรรมระหว่างประเทศ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องบริหารควบคู่กันไป

 

ปลดล็อกการค้าโลก ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้น

 

ในส่วนธุรกิจระหว่างประเทศ บุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี ชี้ว่า ผู้ประกอบการในวันนี้ต้องเผชิญแรงกดดันมากกว่าที่เคย ทั้งจากมาตรการทางการค้า (Tariff) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่ส่งผลให้ต้นทุนซัพพลายเชนปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับปรับรูปแบบการทำธุรกรรม

ไปสู่การใช้ “หลายสกุลเงิน” มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการซื้อขาย 

 

อีกหนึ่งความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดในปีนี้ คือความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวมากกว่าร้อยละ 10 ตั้งแต่ต้นปี “โจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรับ-จ่ายเงิน แต่คือการบริหารต้นทุน และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”

 

บุษรัตน์อธิบายว่าหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งมีความเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเงินบาทมากกว่า และช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้แม่นยำขึ้น และเพื่อตอบโจทย์นี้ ธุรกิจจึงไม่จำเป็นต้องเปิดหลายบัญชีแยกกันอีกต่อไป 

แต่สามารถบริหารหลายสกุลเงินได้ในบัญชีเดียวผ่าน บัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน ทีทีบี (ttb multi-currency account) ที่รองรับธุรกรรมได้ถึง 11 สกุลเงินหลัก ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขาย-รับ-จ่าย ทั้งในและต่างประเทศ ช่วยให้จัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัว พร้อมตอบโจทย์ทุกจังหวะของธุรกิจ

 

ที่ ttb ธุรกรรมการเงินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เคยแยกเป็นหลายขั้นตอนถูกเชื่อมต่อให้อยู่ในที่เดียวผ่าน ttb business one ตั้งแต่การโอนเงินไปให้คู่ค้าต่างประเทศที่รองรับถึง 24 สกุลเงินครอบคลุมกว่า 240 ประเทศทั่วโลก การบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงสินเชื่อเพื่อการค้าที่รองรับทั้งสกุลเงินบาท ดอลลาร์ และสกุลท้องถิ่น อย่างเช่นสกุลเงินหยวน ที่เรามีบริการ Yuan Full Pay ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมกับคู่ค้าจีนโดยเฉพาะ ช่วยให้การบริหารสกุลเงินหยวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้การจัดการธุรกรรมในแต่ละวันเป็นไปอย่างคล่องตัว

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 4

 

“โจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ไม่ใช่แค่การรับ-จ่ายเงิน แต่คือการบริหารต้นทุน และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อผู้ประกอบการเห็นภาพรวมการเงินครบในที่เดียว การตัดสินใจเรื่องนำเข้าส่งออก หรือการตั้งราคาจะไม่ต้องพึ่งการคาดเดา เพราะมีข้อมูลจริงรองรับทุกก้าว” บุษรัตน์กล่าว

 

ความซับซ้อนของธุรกรรมระหว่างประเทศจึงไม่ได้เป็นอุปสรรคเหมือนในอดีตแต่กลายเป็นอีกหนึ่งโอกาส

สำหรับธุรกิจที่มีเครื่องมือรองรับอย่างเหมาะสม

 

แต่การทำให้การบริหารธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย ไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงอย่างเดียว หากต้องอาศัยเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ธุรกรรม และกระบวนการทำงานทั้งหมดไว้ในระบบเดียว ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาแพลตฟอร์ม ttb business one

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 5

 

เบื้องหลังแพลตฟอร์มที่เปลี่ยน ‘หลายระบบ’ ให้เป็นภาพเดียวของธุรกิจ

 

ในวันที่ธุรกิจต้องรับมือกับความซับซ้อนทั้งในและต่างประเทศ โจทย์ของธุรกิจในวันนี้จึงไม่ได้อยู่แค่การมี “เครื่องมือ” แต่คือการมีระบบที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันได้จริง

 

รัชกร ชยาภิรัต ประธานกลุ่มเทคโนโลยี ทีทีบี เล่าว่า แนวคิดในการพัฒนา ttb business one จึงเริ่มจากการทำความเข้าใจ Pain Point ของลูกค้า ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาเป็นลำดับ

 

ระยะแรกคือการทำให้ผู้ใช้งาน “เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย” และลดการพึ่งพาการทำธุรกรรมที่สาขา โดยออกแบบให้รองรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ SME ไปจนถึงองค์กรข้ามชาติ เครื่องมือจึงถูกพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้ง Mobile Banking สำหรับ SME ที่ต้องการความรวดเร็วและ Internet Banking สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีปริมาณและความซับซ้อนของธุรกรรมมากกว่า โดยทั้งสองระบบสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ

 

ในระยะถัดมาคือการรวมทุกธุรกรรมให้อยู่บนระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมในประเทศ ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ ซัพพลายเชน และธุรกรรมระหว่างประเทศ เพื่อลดข้อจำกัดเดิมที่ลูกค้าต้องสลับใช้งานหลายระบบ และมองข้อมูลแบบแยกส่วน

 

ttb business one จึงถูกออกแบบให้ใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ บริษัทสามารถจัดการธุรกรรมจำนวนมากได้เอง และอนุมัติรายการผ่านมือถือได้ทันที พร้อมเสริมความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Biometrics

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 6

 

รัชกร อธิบายว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ถูกพัฒนาแบบแยกส่วน แต่เป็น “แพลตฟอร์มกลาง” ที่เชื่อมต่อโซลูชันต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยทุกฟีเจอร์ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งในด้านความสะดวก การเชื่อมต่อข้อมูล

และความสามารถในการรองรับการเติบโตของธุรกิจ

 

ttb business one คือ Unity Platform ที่ทำให้ทุกทีมสามารถร่วมพัฒนาโซลูชันไปด้วยกันได้

โดยไม่ต้องแยกระบบออกจากกัน โดยเบื้องหลังแนวคิดนี้มาจากการทำงานของทีม ttb spark ที่ใช้แนวทาง Agile ผสานการทำงานของทีมพัฒนาธุรกิจ บริหารผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และ UX/UI

 

โดยทีทีบีพัฒนาระบบขึ้นด้วยทีมงานภายในธนาคารเอง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และย่อศักยภาพของระบบระดับองค์กรใหญ่ให้สามารถใช้งานได้บนแพลตฟอร์มเดียวกันสำหรับธุรกิจทุกขนาด

 

จาก ‘แพลตฟอร์มเดียว’ สู่ ‘Digital CFO’ ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI

 

เมื่อธุรกรรมทั้งหมดถูกรวมไว้ในระบบเดียว ขั้นถัดไปจึงไม่ใช่แค่การ “มองเห็นข้อมูล”

แต่คือการ “นำข้อมูลไปใช้” เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ

 

รัชกรอธิบายว่าระยะที่สามของ ttb business one คือการต่อยอดข้อมูลธุรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

เมื่อธุรกิจทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ระบบจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ครบทั้งรายรับ รายจ่าย

วงเงินสินเชื่อ และข้อมูลคู่ค้า ก่อนนำมาวิเคราะห์เป็น Insight ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นในแต่ละช่วงเวลา

 

ข้อมูลเหล่านี้ถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่เสมือน Digital CFO ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ ผ่านแดชบอร์ดที่ช่วยสรุปภาพรวมการเงิน ตั้งแต่การคาดการณ์กระแสเงินสดล่วงหน้า การแจ้งเตือนเมื่อแนวโน้มสภาพคล่องเริ่มตึงตัว ไปจนถึงการแนะนำการใช้วงเงินอย่างเหมาะสม

 

เครื่องมืออย่าง Smart Dashboard, Consolidated Report, Group Company View และ Credit Dashboard ที่รวมวงเงินสินเชื่อทั้งหมดไว้ในที่เดียว ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นทั้งวงเงินรวม วงเงินที่ใช้ไป

และวงเงินคงเหลือได้อย่างชัดเจน ทำให้การวางแผนเงินทุนหมุนเวียน ไม่ใช่การคาดการณ์จากประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตัดสินใจบนข้อมูลจริง

 

ในระยะถัดไป ทีทีบีเตรียมนำ AI เข้ามาเสริมศักยภาพของแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น ทั้งการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน การเปรียบเทียบอัตรากำไรกับธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมถึงการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทิศทางนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ SME ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ด้าน Digital และ AI การสร้างเครือข่ายพันธมิตร หรือที่ปรึกษาที่ช่วยให้มองภาพธุรกิจได้ชัดขึ้น

 

“เมื่อธุรกิจจัดการการเงินได้อย่างเป็นระบบ ลดความซับซ้อน และเข้าถึงข้อมูลเพื่อตัดสินใจได้จากที่เดียว

การเงินจะเลิกเป็นอุปสรรค และกลายเป็นพลังที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคง” รัชกรทิ้งท้าย

 

ภาพแพลตฟอร์ม ttb business one ที่เป็น Digital CFO ช่วย SME ไทยบริหารธุรกิจ 7

 

ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การแก้โจทย์ของ SME ในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงแหล่งเงินทุน หรือเครื่องมือทางการเงินเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างโซลูชันทางธุรกิจ ความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ และเทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นการตัดสินใจที่แม่นยำ

 

ผลสำรวจ SME Insight 2026 ชี้ว่าธุรกิจที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มักมีจุดร่วมสำคัญ 3 ประการ

คือ แนวคิดที่พร้อมเปลี่ยนผ่าน การใช้ดิจิทัลและ AI อย่างเต็มศักยภาพ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

 

คำถามจึงไม่ใช่ว่า SME ไทย “พยายามมากพอหรือยัง” เพราะคำตอบปรากฏชัดอยู่แล้ว

แต่อยู่ที่ว่าเครื่องมือบริหารที่มีอยู่ในมือสามารถเปลี่ยนความพยายามนั้น ให้กลายเป็นการเติบโตได้จริงมากแค่ไหน และนั่นคือโจทย์ที่ ttb business one กำลังเดินหน้าพิสูจน์

The post SME ไทยพยายามเต็มที่แต่ไปไม่สุด คำตอบอาจไม่ใช่ที่ความพยายาม แต่อยู่ที่ ‘เครื่องมือบริหาร’ ttb จึงออกแบบ ttb business one แพลตฟอร์มที่มุ่งเป็น ‘Digital CFO’ ให้ธุรกิจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดความงาม 7.5 หมื่นล้าน โตช้าลง แต่ ‘หัตถการ’ กระแสแรง วัยทำงานยอมจ่าย 1–3 หมื่นบาท คลินิกใหญ่ผงาดรับดีมานด์ https://thestandard.co/beauty-market-procedures-working-age-clinics/ Sat, 27 Jun 2026 05:20:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1223651 ภาพกราฟิกแสดงข้อมูลตลาดความงามและหัตถการ โดยมีรูปผู้บริหารประกอบ

ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ภาพจำของตลาดศัลยกรรมและเสริมความงาม […]

The post ตลาดความงาม 7.5 หมื่นล้าน โตช้าลง แต่ ‘หัตถการ’ กระแสแรง วัยทำงานยอมจ่าย 1–3 หมื่นบาท คลินิกใหญ่ผงาดรับดีมานด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อมูลตลาดความงามและหัตถการ โดยมีรูปผู้บริหารประกอบ

ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ภาพจำของตลาดศัลยกรรมและเสริมความงามไทยจะสดใสมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเสริมความงามตามย่านธุรกิจใจกลางเมืองหรือร้านเล็กๆ ในย่านชานเมือง ผู้หญิงไทยไม่เคยคิดหยุดสวยและการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น ‘สินค้าฟุ่มเฟือย’ กลายเป็นบริการที่คนจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นการลงทุนในตนเอง

 

สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี รายงานว่า ภาพรวมตัวเลขปีที่ผ่านมา ตลาดศัลยกรรมและเสริมความงามไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท เติบโตเพียง 2.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งช้ากว่าช่วง 2–3 ปีก่อนหน้าที่เคยเห็นการเติบโตในระดับราว 4% ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่าตัวเลขยอดขายเพียงอย่างเดียว เพราะมันเชื่อมโยงกับการปรับโครงสร้างของดีมานด์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

 

เช่นเดียวกับผลสำรวจจาก Health & Wellness Survey ปี 2024 รายงานว่า คลินิกขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขา และโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการเครื่องยกกระชับราคาสูง พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ โดยเฉพาะวัยทำงานยินดีจ่ายในการทำหัตถการระดับ 1-3 หมื่นบาทขึ้นไป

 

รัตมา กำธรเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายด้านธุรกิจ บริษัท วอนเทค เอเชีย จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เซ็กเมนต์นี้ยังคงความแข็งแกร่งคือการปรับนิยามของผู้บริโภคบางกลุ่ม ที่ไม่มองบริการความงามเป็นเพียงการเติมความสวยตามแฟชั่น

 

แต่เป็นการลงทุนในตัวเอง เพื่อผลตอบแทนเชิงสังคมและเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มโอกาสทางอาชีพ การเสริมความมั่นใจในหน้าที่การงาน และการรักษาภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่วัดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้โดยตรง แต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก และกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้มักพร้อมจ่ายแม้ในสภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน เพราะมองเห็นผลประโยชน์ระยะยาว

 

ที่ผ่านมาผู้ขับเคลื่อนหลักของตลาดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยทำงาน แต่ปัจจุบันผู้หญิงกลุ่มนี้เริ่มชะลอการใช้จ่ายบางประเภทของบริการความงาม แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้ชายกลับเริ่มหันมาใส่ใจการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีศักยภาพทางการเงินและมีความต้องการดูแลตนเอง จึงทำให้โครงสร้างตลาดเปลี่ยน

 

อีกปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจของผู้บริโภคคือการเข้าถึงข้อมูลที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรีวิวจากผู้ใช้จริง บทความทางการแพทย์ หรือการให้ข้อมูลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ความชัดเจนทางข้อมูลช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อไม่แน่นอน ผู้บริโภคมองหาความแน่นอนและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ก่อนจะลงทุนบริการที่มีมูลค่าสูง

 

เมื่อมองลึกลงไปในประเภทบริการ พบว่ากลุ่ม non-surgical หรือบริการที่ไม่ต้องผ่าตัดได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว ฟื้นตัวเร็ว ความเสี่ยงต่ำ และสามารถกลับไปทำงานได้ทันที บริการประเภทนี้จึงได้รับการยอมรับในวงกว้าง

 

จึงเป็นโอกาสให้ WONTECH ASIA, THAILAND ผู้ผลิตนำเข้าเทคโนโลยีเวชศาสตร์ความงามจากเกาหลีใต้ ที่เพิ่งเข้ามาทำการตลาดในไทยกว่า 2 ปี มีผลประกอบการสะสมกว่า 1,000 ล้านบาท พอร์ตการขายเติบโต 39% และสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดในเซ็กเมนต์เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นความถี่วิทยุได้ประมาณ 40%

 

นอกจากนี้ยังตอกย้ำว่าบางเซ็กเมนต์ยังคงเติบโตแม้ภาพรวมจะชะลอตัว ยกตัวอย่างหมวด Oligio Series ที่สามารถสร้างสถิติการยิงชอตได้ 150 ล้านชอตและมียอดติดตั้งกว่า 1,000 เครื่องทั่วประเทศ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการขยายเครือข่ายคลินิกอย่างรวดเร็ว โดยรายได้จากไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 39% ของรายได้รวมบริษัท

 

แม้ตลาดยังมีโอกาสโตสูง แต่ผู้ประกอบการทั้งคลินิกและผู้ผลิตเทคโนโลยีจำเป็นต้องปรับตัวทั้งในเชิงผลิตภัณฑ์ บริการ และการสื่อสารกับผู้บริโภค คลินิกอาจต้องพัฒนาข้อเสนอที่ยืดหยุ่น เช่น แพ็กเกจหรือช่องทางผ่อนชำระ ให้เข้าถึงกลุ่มวัยทำงานที่กำลังซื้อผันผวนได้ง่ายขึ้น

 

ขณะเดียวกันการลงทุนในฝึกอบรมบุคลากร การรับรองคุณภาพ และการสื่อสารข้อมูลเชิงวิชาการที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มเป้าหมายด้วยเช่นกัน

The post ตลาดความงาม 7.5 หมื่นล้าน โตช้าลง แต่ ‘หัตถการ’ กระแสแรง วัยทำงานยอมจ่าย 1–3 หมื่นบาท คลินิกใหญ่ผงาดรับดีมานด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
TTB ร่วมทุน MBK ปั้น ‘ทีทีบี ลีสซิ่ง’ รุกตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่น Top 3 ดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้าน มองทุนต่างชาติบุกตลาดลีสซิ่งไทย หากขาด ‘พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น’ รอดยาก https://thestandard.co/ttb-mbk-form-leasing-venture/ Fri, 15 May 2026 05:03:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1207434 ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด

ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสู […]

The post TTB ร่วมทุน MBK ปั้น ‘ทีทีบี ลีสซิ่ง’ รุกตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่น Top 3 ดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้าน มองทุนต่างชาติบุกตลาดลีสซิ่งไทย หากขาด ‘พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น’ รอดยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด

ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยที่มีมูลค่าสินเชื่อรวมราว 90,000 ล้านบาทต่อปี ล่าสุด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ได้ร่วมทุนกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK ผ่านบริษัท ทีทีบี คอนซูมเมอร์ จำกัด และบริษัท เอ็มบีเค เอฟไอเอ็นบี โฮลดิ้ง จำกัด จัดตั้ง บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด เพื่อรุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์

 

 
 

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่า การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของฝั่ง MBK ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าฐานรากมายาวนานเกือบ 20 ปี มาผสานกับ TTB ที่มีจุดเด่นด้านข้อมูล (Data) เทคโนโลยี บรรษัทภิบาล และที่สำคัญคือ ‘ต้นทุนทางการเงิน’ (Cost of Fund) ที่ต่ำกว่าในฐานะบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์

 

บริษัทวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็น Top 3 ของตลาดภายในปี 2572 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะต้องชิงส่วนแบ่งการตลาดให้ได้ราว 10% เพื่อขยับจากอันดับ 6 เดิมของ MBK ขึ้นไปแข่งกับผู้นำตลาดอันดับ 1 และ 2 ที่ครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ราว 20-25% สำหรับเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อคงค้าง วางเป้าหมายปีแรกไว้ที่ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 9,000-10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา มียอดคำขอสินเชื่อแล้วเกือบ 3,000 ราย และอนุมัติไปแล้วประมาณ 2,000 ราย

 

สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะแรกจะโฟกัสที่ ‘สินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่’ เป็นหลัก โดยยังไม่ขยายเข้าสู่ตลาดจำนำทะเบียนรถที่เริ่มอิ่มตัว ส่วนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) บริษัทยังมองว่ามีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาชาร์จแบตเตอรี่และเงินดาวน์ที่สูงถึง 20% ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลักที่ต้องใช้รถทำมาหากิน จึงเน้นไปที่รถจักรยานยนต์สันดาปขนาดเล็ก แต่ก็พร้อมปรับตัวหากโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV เปลี่ยนแปลงไป

 

ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด 1

ข้อมูลยอดขายภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย

 

ชู Data & AI ดึงลูกค้าเข้าระบบ คุม NPL ต่ำกว่า 5%

 

ปัจจุบันความเข้มงวดของสถาบันการเงินทำให้อัตราการซื้อรถด้วย ‘เงินสด’ ในตลาดเพิ่มขึ้นจาก 20-25% เป็น 25-30% ซึ่งบริษัทประเมินว่าลูกค้ากลุ่มนี้อาจถูกผลักออกไปใช้เงินกู้นอกระบบ ทีทีบี ลีสซิ่ง จึงนำเทคโนโลยี AI และ Data เข้ามาใช้ประมวลผลประวัติการชำระเงินจากเครดิตบูโรมาทำ Credit Scoring เพื่อประเมินความเสี่ยงและแยกกลุ่มลูกค้าให้แม่นยำขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อในระบบได้

 

กลยุทธ์การแข่งขันจะไม่ใช้การหั่นราคา แต่จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงและประเภทผลิตภัณฑ์ โดยเป็นไปตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนดสำหรับรถทั่วไป ด้วยโมเดลการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ 5% ซึ่งการที่มีธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ttb เข้ามาร่วมกันดำเนินธุรกิจ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในการบริหารจัดการทั้งในส่วนของการขยายพอร์ต การควบคุมคุณภาพพอร์ต และการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

 

ภาพผู้บริหาร TTB และ MBK ร่วมแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด 2

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด

 

เมื่อถูกถามในประเด็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแก้กฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว โดยเปิดกว้างให้ 8 ธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงบางส่วนในภาคธุรกิจการเงิน สามารถให้ต่างชาติลงทุนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยทวีความรุนแรงขึ้นจากเม็ดเงินทุนข้ามชาติ

 

มงคล ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ ระบุว่า ภาพการแข่งขันนี้ว่า ทีทีบี ลีสซิ่ง ไม่ได้มีความกังวลต่อการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติ เนื่องจากตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์เกี่ยวพันกับ ‘กลุ่มเปราะบาง’ สูงมาก ผู้กู้ส่วนใหญ่ใช้รถเพื่อประกอบอาชีพแบบวันต่อวัน เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือไรเดอร์เดลิเวอรี

 

“กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เปราะบางมากๆ ถ้าไม่เข้าใจเขา โอกาสเป็นหนี้เสียจะสูงมาก การที่ต่างชาติจะเข้ามา เขาต้องมีพาร์ตเนอร์ที่เป็น Local Partner ท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคคนไทย เข้าใจพฤติกรรมของวินมอเตอร์ไซค์ ไม่สามารถเข้ามาลุยด้วยตัวเองได้ง่ายๆ” มงคลกล่าว

The post TTB ร่วมทุน MBK ปั้น ‘ทีทีบี ลีสซิ่ง’ รุกตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่น Top 3 ดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 1 หมื่นล้าน มองทุนต่างชาติบุกตลาดลีสซิ่งไทย หากขาด ‘พาร์ตเนอร์ท้องถิ่น’ รอดยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 หุ้นแบงก์ ‘TTB – KKP – TISCO – LHFG’ เผยกำไรไตรมาส 1/69 เติบโตเทียบปีก่อนทั้งหมด https://thestandard.co/ttb-kkp-tisco-lhfg-q1-profit/ Mon, 20 Apr 2026 07:36:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1199130 โลโก้ธนาคาร TTB, KKP, TISCO, LHFG บนพื้นหลังพร้อมข้อความ '4 หุ้นแบงก์เผยงบ Q1/69 กำไรโตทั้งหมด ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง'

กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BA […]

The post 4 หุ้นแบงก์ ‘TTB – KKP – TISCO – LHFG’ เผยกำไรไตรมาส 1/69 เติบโตเทียบปีก่อนทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ธนาคาร TTB, KKP, TISCO, LHFG บนพื้นหลังพร้อมข้อความ '4 หุ้นแบงก์เผยงบ Q1/69 กำไรโตทั้งหมด ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง'

กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) ดูเหมือนจะเป็นไตรมาสที่ดีของหลายบริษัท หลังจาก 4 หุ้นแบงก์อย่าง TTB, KKP, TISCO และ LHFG รายงานกำไรออกมาเติบโตทั้งหมด เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

 

 
 

แม้ว่าแต่ละแบงก์จะมีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่ทั้ง 4 บริษัทต่างมีรายได้ดอกเบี้ยลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นขาลง สวนทางกับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

KKP กำไรฟื้นตัวแรง 84%

 

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 1,955 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 84.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้น 64.7% หนุนโดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ธุรกิจบริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของ Dime! รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน และกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน

 

นอกจากนี้ KKP ยังมีผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 52.3% ตามปริมาณรถยึดที่ลดลง รวมถึงการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 12.9% สะท้อนถึงคุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ยังทรงตัวได้ที่ 4.6% จากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับลดลง 5.2% ตามกลยุทธ์การคัดกรองสินเชื่อคุณภาพสูงก็ตาม

 

TTB กำไรยังโตได้ 1.4% แม้ดอกเบี้ยลงเร็วกว่าคาด

 

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ทำกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ได้ 5,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% YoY ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินอย่างเหมาะสม ทำให้ NIM ทรงตัวอยู่ที่ 3.02% แม้บริษัทจะมองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเร็วกว่าคาด

 

ขณะเดียวกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของ TTB เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 37.4% YoY จากกำไรเครื่องมือทางการเงินและค่าธรรมเนียมหลัก เช่น แบงก์แอสชัวรันส์ กองทุนรวม และบัตรเครดิต นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ส่งผลให้การตั้งสำรองฯ (ECL) ลดลง 12.8% YoY แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมผ่าน Management Overlay เพื่อรองรับความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้วก็ตาม

 

TISCO เผยกำไร 1.7 พันล้านบาท NIM เพิ่มขึ้นแตะ 4.95%

 

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY โดยได้รับอานิสงส์หลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.4% ตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ NIM ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.95% จาก 4.83% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยก็เติบโต 27.2% จากการฟื้นตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ

 

อย่างไรก็ตาม TISCO ได้ตั้งสำรองฯ (ECL) เพิ่มขึ้นเป็น 775 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100.9% YoY คิดเป็น 1.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน ทั้งนี้ NPL ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.11% จาก 2.28% เมื่อสิ้นปี 2568 และมี Coverage Ratio สูงถึง 191.4%

 

LHFG กำไรพุ่ง 47.9% ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองลดลง

 

บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG ทำกำไรสุทธิในไตรมาสแรกได้ 842.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9% YoY ปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 95.5% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน (FVTPL) และกำไรจากเงินลงทุน

 

ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโต 5.9% YoY เป็นผลมาจากการที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปรับตัวลดลงถึง 10.2% สำหรับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) มี NIM อยู่ที่ระดับ 1.85% ด้านคุณภาพสินทรัพย์ LHFG มีหนี้เสีย (NPL) หรือสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม ลดลงมาอยู่ที่ 2.30% จาก 2.44% ในปี 2568 ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของกลุ่มลดลง 1.7% YoY มาอยู่ที่ 189 ล้านบาท ขณะที่ LH Bank มี Coverage Ratio อยู่ที่ 160.21% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน

 

ภาพ: UNIKYLUCKK / Shutterstock

The post 4 หุ้นแบงก์ ‘TTB – KKP – TISCO – LHFG’ เผยกำไรไตรมาส 1/69 เติบโตเทียบปีก่อนทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปันบุญ โดย ทีทีบี คว้ารางวัล Future Trends Awards 2026 https://thestandard.co/punboon-future-trends-awards-2026/ Wed, 18 Mar 2026 03:55:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1188615 ปันบุญ โดย ทีทีบี รับ รางวัล Future Trends Awards 2026 ผู้นำโซลูชันการบริจาค

ทีทีบีมุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าทางสังคมมาโดย […]

The post ปันบุญ โดย ทีทีบี คว้ารางวัล Future Trends Awards 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปันบุญ โดย ทีทีบี รับ รางวัล Future Trends Awards 2026 ผู้นำโซลูชันการบริจาค

ทีทีบีมุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าทางสังคมมาโดยตลอด ภายใต้กรอบแนวคิด B+ESG ล่าสุด “ปันบุญ โดย ทีทีบี” คว้ารางวัล The Better World Corporate Awards: Leading of Social Product จากเวที Future Trends Awards 2026 ที่มอบให้กับองค์กรที่นำนวัตกรรมมาใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสังคมอย่างแท้จริง สะท้อนความสำเร็จของโซลูชันด้านสังคม ที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ปันบุญ โดย ทีทีบี รับ รางวัล Future Trends Awards 2026 ผู้นำโซลูชันการบริจาค 2

 

ปันบุญ โดย ทีทีบี โดดเด่นในฐานะผู้นำด้านโซลูชันการระดมทุนและบริหารจัดการการบริจาค เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย มีการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถร่วมบริจาคและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

 

นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี เชื่อมั่นว่า “ธุรกิจและความยั่งยืนต้องเติบโตไปด้วยกัน” และหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ธนาคารมองเห็น คือ องค์กรสาธารณกุศลจำนวนมากยังมีข้อจำกัดในการระดมทุน ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องมือดิจิทัล ช่องทางการสื่อสาร หรือทรัพยากรด้านการตลาด ส่งผลให้การเข้าถึงผู้บริจาคกลุ่มใหม่ยังไม่ทั่วถึง ทั้งที่ความต้องการความช่วยเหลือทางสังคมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ปันบุญ โดย ทีทีบี” จึงเป็นโซลูชันการระดมทุนและบริหารจัดการการบริจาคแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่กลางของพลังการให้ในสังคมไทยใช้งานง่าย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเชื่อมต่อกับระบบบริจาค e-Donation ของกรมสรรพากร ทำให้ข้อมูลการบริจาคถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริจาค พร้อมลดภาระงานด้านเอกสารให้แก่มูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศล

 

ปันบุญ โดย ทีทีบี รับ รางวัล Future Trends Awards 2026 ผู้นำโซลูชันการบริจาค 1

 

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 2561 ปันบุญ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลเข้าร่วมแล้วกว่า 650 แห่ง และมียอดเงินบริจาครวมกว่า 1,300 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของสังคมไทยต่อระบบการบริจาคที่โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

 

ในปี 2568 ปันบุญ ได้ต่อยอดบทบาทด้านการช่วยเหลือสังคมผ่านการริเริ่ม “โครงการ Circle of boon วัฏจักรพลังการแบ่งปัน” เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลท้องถิ่นที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งด้านการรักษาโรคร้ายแรง เครื่องมือผ่าตัด และอุปกรณ์เฉพาะทาง โดยสามารถระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลท้องถิ่นกว่า 6 แห่ง ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพของผู้ป่วยในพื้นที่ ตลอดปี 2568 โครงการ Circle of boon ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริจาคเงินให้โรงพยาบาล องค์กรสาธารณกุศล และภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ให้แก่ผู้บริจาค https://www.punboon.org/circleofboon

 

“ปันบุญ โดย ทีทีบี” เสริมพลังการให้ สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทุกภาคส่วน

 

  • ผู้บริจาค บริจาคได้ง่าย เลือกโครงการตามความสนใจ มีช่องทางการบริจาคที่หลากหลาย ไม่ต้องกังวลเรื่องใบเสร็จ และช่วยให้การยื่นภาษีสะดวกยิ่งขึ้น
  • องค์กรสาธารกุศล เพิ่มโอกาสในการระดมทุน เข้าถึงผู้บริจาครายใหม่ ลดภาระการจัดการเอกสาร พร้อมรายงานเชิงวิเคราะห์ที่นำไปพัฒนาโครงการในอนาคตได้
  • ภาคธุรกิจ ปันบุญถูกพัฒนาเป็น CSR Solution ที่ช่วยให้การทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นระบบ ลดภาระการบริหารจัดการ และเพิ่มความโปร่งใสในการบริจาคให้แก่องค์กรภาคธุรกิจ https://www.punboon.org/raise-funding

 

ความสำเร็จทั้งหมดตอกย้ำว่า ปันบุญ ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มการบริจาค แต่คือ นวัตกรรมเพื่อสังคม ที่เชื่อมโยงผู้มีจิตศรัทธาเข้ากับองค์กรที่ต้องการความช่วยเหลือ สร้างระบบนิเวศของการให้ที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนในระยะยาว

 

สำหรับองค์กรที่สนใจเข้าร่วม “ปันบุญ โดย ทีทีบี” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต โทร. 0 2643 7000 วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ 08:00 – 20:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร

 

มูลนิธิ / องค์กรสาธารณกุศล

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มที่ช่วยขยายพลังการให้ และยกระดับการระดมทุนอย่างยั่งยืน

https://www.punboon.org

 

โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ร่วมเติมเต็มโอกาสในการรักษาผ่านโครงการ Circle of boon

https://www.punboon.org/circleofboon

 

องค์กรธุรกิจ ยกระดับการทำ CSR ให้สร้างผลลัพธ์เชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

https://www.punboon.org/raise-funding

 


 

#ปันบุญ #punboonbyttb

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

 

The post ปันบุญ โดย ทีทีบี คว้ารางวัล Future Trends Awards 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลัง ‘Empower Your REAL Change’ ยุทธศาสตร์ ทีทีบี ที่ขอ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของคนไทย [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/empower-your-real-change/ Fri, 13 Mar 2026 12:23:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1187229 ผู้บริหาร ทีทีบี นำเสนอวิสัยทัศน์ ‘Empower Your REAL Change’ และกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินคนไทย

ทีทีบี ประกาศทิศทางธุรกิจ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘Empower […]

The post เบื้องหลัง ‘Empower Your REAL Change’ ยุทธศาสตร์ ทีทีบี ที่ขอ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของคนไทย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บริหาร ทีทีบี นำเสนอวิสัยทัศน์ ‘Empower Your REAL Change’ และกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินคนไทย

ทีทีบี ประกาศทิศทางธุรกิจ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด ‘Empower Your REAL Change’ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับการช่วยเหลือลูกหนี้ สร้างการเติบโตต่อยอดลูกค้าบน Ecosystem ที่เชี่ยวชาญทั้ง 6 กลุ่มและพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลให้ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ที่คาดหวังบริการที่สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น

 

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกผันผวนจากความไม่สงบ เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากจากการเปลี่ยนแปลงของดิจิทัล ความท้าทายเหล่านี้สะท้อนว่าระบบการเงินไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ธนาคารจึงต้องปรับบทบาทจากผู้ให้สินเชื่อมาเป็นพลังสำคัญ (Enabler) ที่ช่วยเสริมศักยภาพ (Empower) ให้ลูกค้าสามารถยกระดับชีวิตทางการเงินผ่านบริการที่สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น

 

ภายใต้แนวคิด Empower Your REAL Change ทีทีบีกำหนดทิศทาง ปี 2569 ผ่านกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’

 

ยกที่ 1 คือ ยกระดับการช่วยเหลือลูกหนี้และสนับสนุนลูกค้า

 

โดยธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกค้าด้วยระบบการคิดดอกเบี้ยที่เป็นธรรมมากขึ้นผ่านกลไก Risk-based Pricing ให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมมากขึ้น พร้อมช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านการสนับสนุนการให้สินเชื่อเพื่อคู่ค้าภาครัฐและผนึกกำลังกับพันธมิตร

 

ผู้บริหาร ทีทีบี นำเสนอวิสัยทัศน์ ‘Empower Your REAL Change’ และกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินคนไทย 1

 

ยกที่ 2 คือ ยกระดับการเติบโต และต่อยอดบนธุรกิจที่เชี่ยวชาญ

 

โดยต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ทีทีบีมีความเชี่ยวชาญทั้ง 6 Ecosystem ในปีนี้ได้มุ่งสร้างการเติบโตผ่านธุรกิจใหม่ในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน และลูกค้า Wealth พร้อมรองรับการเติบโตของลูกค้าเริ่มสร้างความมั่งคั่ง (Mass Affluent) ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในระบบเศรษฐกิจไทย

 

ยกที่ 3 คือ ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่ใช่และรู้ใจลูกค้า

 

ผ่านแนวคิด Humanized Digital Banking ซึ่งมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยใช้ Data และ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินแบบไร้รอยต่อ พร้อมออกแบบบริการทางการเงินให้สะดวก ปลอดภัย และเฉพาะบุคคลมากขึ้น

 

“กลยุทธ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาโซลูชันและประสบการณ์ทางการเงิน แต่เป็นการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถเติบโตไปพร้อมกับธนาคาร และยกระดับชีวิตทางการเงินของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง” ปิติกล่าว

 

เร่งช่วยลูกหนี้รายย่อย สนับสนุนการเติบโตของลูกค้า ควบคู่กับสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินอย่างยั่งยืน

 

ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า การช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยยังคงเป็นภารกิจสำคัญของธนาคาร โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทีทีบีเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้าผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการรวบหนี้ และโครงการผ่อนดี มีรางวัล ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วรวม 3,143 ล้านบาท และล่าสุดทีทีบีริเริ่มแนวทางการพิจารณาการคิดดอกเบี้ยใหม่ (Risk-based Pricing) โดยนำร่องกับสินเชื่อบุคคล ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีผู้สนใจและได้รับอนุมัติรวมเป็นวงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน และมีแผนต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์สินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต

 

นอกจากการช่วยลดภาระหนี้ ทีทีบีให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินในระยะยาวให้กับลูกค้าผ่านโครงการโค้ชปลดหนี้ และการตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ (ttb financial health check) เพื่อช่วยให้ลูกค้าตระหนักถึงสถานะทางการเงินของตนเอง และสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ผู้บริหาร ทีทีบี นำเสนอวิสัยทัศน์ ‘Empower Your REAL Change’ และกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินคนไทย 2

 

ทีทีบียังเดินหน้าสร้างการเติบโตให้กับลูกค้าทุก Ecosystem ครอบคลุมตลอดทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนมีรถ, คนมีบ้าน, มนุษย์เงินเดือน, ลูกค้า Mass Affluent และกลุ่มลูกค้า Wealth สำหรับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของธนาคาร โดยในปีนี้ทีทีบีเตรียมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อรถยนต์ผ่านการเปิดตัวธุรกิจใหม่ ttb leasing เพื่อขยายบริการสินเชื่อไปยังตลาดรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ของประเทศไทย

 

ขณะเดียวกันธนาคารได้ยกระดับ Wealth Ecosystem ผ่านการเสริมศักยภาพโซลูชันด้านการลงทุนที่แตกต่าง ครบวงจรกับธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ ttb wealth securities เพื่อรองรับการเติบโตของกลุ่มลูกค้า Wealth ที่ต้องการโซลูชันทางการเงินที่ครบครัน เพื่อสร้างและส่งต่อความมั่งคั่งสร้าง Ecosystem ลูกค้าธุรกิจให้เติบโต หนุน SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 3.3 ล้านราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 35% ของ GDP แต่ SME จำนวนมากยังประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และยังต้องเผชิญความท้าทายด้านการค้าโลก ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกีดกันทางการค้า ไปจนถึงข้อกำกับใหม่ ๆ ที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับการดำเนินธุรกิจ

 

ด้วยเหตุนี้ ทีทีบีจึงเดินหน้ายกระดับ SME / Mid-Corp Ecosystem โดยร่วมพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น ความร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai ที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ประกอบการร้านอาหารกับแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

นอกจากนั้น ธนาคารยังได้พัฒนา ttb total e-GP solutions เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการคู่ค้าภาครัฐสามารถเข้าถึงวงเงินสินเชื่อได้มากขึ้น เสริมด้วยเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องและความมั่นคงในการเติบโต โดยในปี 2568 มีสัดส่วนของสินเชื่อซัพพลายเชน 17% ของสินเชื่อ SME ทั้งหมด โตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา

 

ผู้บริหาร ทีทีบี นำเสนอวิสัยทัศน์ ‘Empower Your REAL Change’ และกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินคนไทย 3

 

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ทีทีบีมี Total International Solutions ที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารธุรกรรมระหว่างประเทศได้ครบวงจร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะสกุลเงินหยวนที่มีโซลูชันรองรับแบบครบวงจร นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนาแพลตฟอร์ม ttb business one ซึ่งทำหน้าที่เสมือน Digital CFO สำหรับ SME ช่วยผู้ประกอบการบริหารธุรกรรมทางการเงินและมีรายงานทางการเงินที่ช่วยวางแผนธุรกิจได้ในแพลตฟอร์มเดียวทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่ใช่ และรู้ใจลูกค้ายุคใหม่

 

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ครั้งนี้ คือ ยกระดับประสบการณ์ทางการเงินภายใต้แนวคิด Humanized Digital Banking ที่นำ Data และ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรม เพื่อสามารถส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ให้สะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเฉพาะบุคคลมากขึ้น ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการใช้บริการที่สาขา ttb contact center และบนแอป ทีทีบี ทัช อย่างไร้รอยต่อในทุกช่องทางตั้งแต่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ การให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินรายบุคคล ไปจนถึงการดูแลลูกค้าทุก Ecosystem อย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนั้น ทีทีบียังให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนไปพร้อมกันภายใต้กรอบ B+ESG ซึ่งสะท้อนผลสำเร็จจากการครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ด้านการเงินที่เป็นธรรม Fair Finance Thailand และได้รับคะแนนอยู่ในระดับ Top 10% ของการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA)

 

“สำหรับทีทีบีการเป็นธนาคารไม่ได้หมายถึงเพียงการให้บริการทางการเงิน แต่คือการเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนและส่งเสริมศักยภาพให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อผู้คน สังคม และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และนี่คือหัวใจของความเชื่อ Make REAL Change ที่ทีทีบียึดถือมาโดยตลอด” ปิติกล่าวสรุป

 

ผู้บริหาร ทีทีบี นำเสนอวิสัยทัศน์ ‘Empower Your REAL Change’ และกลยุทธ์ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อยกระดับชีวิตทางการเงินคนไทย 5

The post เบื้องหลัง ‘Empower Your REAL Change’ ยุทธศาสตร์ ทีทีบี ที่ขอ ‘ยกระดับ 3+’ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของคนไทย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีทีบี ผนึก LINE MAN Wongnai ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio ยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทย ด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร เชื่อมโยงทุกระบบตั้งแต่การขายหน้าร้าน หลังบ้าน บัญชี การเงิน ไปจนถึงการเสริมทักษะดิจิทัล พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน https://thestandard.co/ttb-digital-thai-restaurants/ Thu, 12 Mar 2026 03:00:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1186261 ภาพสื่อถึงความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio ในการยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม (F& […]

The post ทีทีบี ผนึก LINE MAN Wongnai ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio ยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทย ด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร เชื่อมโยงทุกระบบตั้งแต่การขายหน้าร้าน หลังบ้าน บัญชี การเงิน ไปจนถึงการเสริมทักษะดิจิทัล พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสื่อถึงความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio ในการยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ไม่ยากนักเมื่อเทียบกับหลายอุตสาหกรรม

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นการเปิดร้านอาหารใหม่จำนวนมากในแต่ละปี แต่อีกด้านหนึ่ง อัตราการปิดตัวของร้านอาหารก็สูงไม่แพ้กัน สะท้อนให้เห็นว่าการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงแค่ จะเปิดร้านอาหารอย่างไรให้สำเร็จ แต่คือ ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องวางแผนธุรกิจอย่างไร? ต้องมองหาระบบปฏิบัติการร้านที่ช่วยเสริมศักยภาพ และช่วยสร้างโอกาสเติบโตให้ธุรกิจได้ในระยะยาว

 

จากบริบทดังกล่าว ทีทีบี จึงจับมือกับ LINE MAN Wongnai ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio พัฒนาโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในปี 2026 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากระบบที่เริ่มวางรากฐานไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

 

เดินหน้าพัฒนาโซลูชันครบวงจร ดันร้านอาหารไทยกว่า 2.6 แสนร้านโตยั่งยืน

 

นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย โดยมีฐานร้านค้า F&B และค้าปลีกทั่วประเทศรวมกว่า 260,000 ร้าน สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

 

ภาพสื่อถึงความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio ในการยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร 1

นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี

 

ในปีที่ผ่านมา ทีทีบี ได้ร่วมกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหารไทย ผ่านการเชื่อมต่อระบบ POS เข้ากับ ttb QR และเครื่องรับบัตร EDC แบบไร้รอยต่อ

 

ประโยชน์สำคัญคือช่วยให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินได้ทุกรูปแบบ พร้อมลดภาระการจัดการเงินสด โดยข้อมูลยอดขายจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องรับชำระเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้พนักงานไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดความผิดพลาด เช่น เงินขาดหรือเงินเกิน อีกทั้งเมื่อมีการชำระเงิน ระบบจะตัดยอดที่ POS ทันที ช่วยลดความเสี่ยงการทุจริต และทำให้การกระทบยอดหลังปิดร้านเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สำหรับก้าวต่อไปในปี 2026 ทีทีบีมุ่งขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อแก้โจทย์ที่ลึกขึ้นของผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยหนึ่งในคำถามสำคัญที่เจ้าของร้านมักเผชิญหลังปิดร้านในแต่ละวันคือ ขายไปแล้วเหลือกำไรเท่าไร จะหาเงินหมุนเวียนจากที่ไหน และจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้

 

จากคำถามเหล่านี้ จึงนำไปสู่ความร่วมมือของ 4 พันธมิตร ได้แก่ ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยแนวคิด Power×3 ซึ่งเป็นการนำโซลูชันดิจิทัลมายกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในอีก 3 มิติ

มิติแรกคือ Power of Automation เพื่อลดงานแมนนวลและเพิ่มความแม่นยำ โดยทีทีบีเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลรายการเดินบัญชีธนาคารเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ FlowAccount ได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ร้านค้าสามารถบันทึกบัญชี เห็นกำไรขาดทุน และบริหารกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน

 

จากเดิมที่ร้านอาหารกว่า 80% ยังทำบัญชีด้วยมือ ระบบดังกล่าวจะช่วยให้การบันทึกบัญชีเป็นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าของร้านเห็นตัวเลขกำไร–ขาดทุนที่แท้จริง และสามารถบริหารเงินสดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

มิติที่สองคือ Power of Growth ซึ่งมุ่งเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจให้กลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยทีทีบีจะนำข้อมูลยอดขายจริงจากระบบ POS ผสานกับข้อมูลรับเงินผ่านบัญชีทีทีบี มาใช้ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารรับรองรายได้หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันเหมือนในอดีต

 

ทั้งนี้ แม้ร้านอาหารจะมีรายรับเข้ามาทุกวัน แต่ธุรกิจมักเผชิญรายจ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่สอดคล้องกับรายรับรายวัน เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงปัจจัยตามฤดูกาลที่ทำให้ยอดขายผันผวน นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมมือกับพันธมิตรซัพพลายเออร์วัตถุดิบชั้นนำ (Food Supplier Partner) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดด้านวัตถุดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้

 

มิติที่สามคือ Power of AI ที่มุ่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ โดยทีทีบีได้ร่วมมือกับ Skooldio เพื่อจัดทำหลักสูตรพิเศษสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และต่อยอดสู่การทำแคมเปญการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

 

นางกนกพรย้ำว่า ทีทีบีต้องการเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินให้กับระบบนิเวศร้านอาหารไทย โดยเชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่การขายหน้าร้าน การรับชำระเงิน ไปจนถึงบัญชีธนาคารให้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจชัดเจนขึ้น และเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น อันจะช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

 

ภาพสื่อถึงความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio ในการยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร 2

นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai

 

แก้ Pain Point ร้านอาหาร ผนึกกำลัง 3 ยักษ์ใหญ่ ปั้น POS สู่ระบบบริหารจัดการครบวงจร

 

ด้านนายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายร้านอาหารในปี 2025 ช่วงไตรมาส 2 มีหลายร้านเริ่มกังวลเกี่ยวกับยอดขายที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4

 

อีกประเด็นสำคัญคือ อัตราการรอดชีวิตของร้านอาหารยังอยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีร้านเปิดใหม่จำนวนมาก แต่อัตราการปิดตัวก็สูงเช่นกัน โดยสถิติพบว่าร้านอาหารเปิดใหม่กว่า 50% จะปิดตัวลงภายในปีแรก ซึ่งเป็นปัญหาที่ LINE MAN Wongnai ต้องการเข้ามาช่วยแก้ไข

 

จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม พบว่า นอกเหนือจากระบบจัดการร้านค้าและการรับชำระเงินแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รองลงมาคือความสนใจด้านการทำบัญชี ซึ่งมีสัดส่วนถึง 29% ซึ่งปัจจุบันระบบ Wongnai POS มีมูลค่าธุรกรรมผ่านระบบสูงถึง 176,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนว่าร้านอาหารจำนวนมากในประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินและบัญชีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

 

ความร่วมมือระหว่างทีทีบี, FlowAccount และ Skooldio ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการยกระดับ Wongnai POS ให้กลายเป็น “ระบบปฏิบัติการของร้านอาหาร” ที่เชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่หน้าร้าน หลังร้าน ไปจนถึงระบบการเงินและบัญชีไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

 

เมื่อร้านค้าใช้งานระบบร่วมกัน ยอดขายจาก Wongnai POS จะถูกส่งเข้าสู่ระบบบัญชีของ FlowAccount โดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น ปิดบัญชีได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ทีทีบีสามารถใช้ข้อมูลธุรกรรมดังกล่าวประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้ ลดขั้นตอนเอกสารและภาระการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน

 

ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารขนาดเล็กอย่างร้านข้าวแกง เมื่อเชื่อมต่อระบบ Wongnai POS, FlowAccount, Skooldio และทีทีบีเข้าด้วยกัน หลังปิดร้านในแต่ละวัน ระบบจะสรุปบัญชีให้อัตโนมัติ งบการเงินพร้อมใช้งาน และสามารถนำไปใช้เพื่อขอสินเชื่อได้

 

“เป้าหมายของเราคือทำให้เจ้าของร้านอาหารสามารถเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ รู้ตัวเลขธุรกิจของตัวเอง ควบคุมต้นทุนได้ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพื่อให้มีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการทำอาหารที่ดีและการดูแลลูกค้า”

 

ขณะที่ นายกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FlowAccount กล่าวว่า การทำบัญชีถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจร้านอาหาร การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount จะช่วยให้เจ้าของร้านเข้าใจตัวเลขของธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น เห็นต้นทุน ค่าแรงพนักงาน และภาพรวมกำไร–ขาดทุนได้อย่างเป็นระบบ

 

ระบบยังสามารถจัดทำงบการเงินและบริหารจัดการภาษีได้ในที่เดียว พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ เช่น การนำเข้าข้อมูลยอดขายจาก Wongnai POS เพื่อเปิดบิลอัตโนมัติ รวมถึงการดึงรายการเดินบัญชีจากทีทีบี ซึ่งเป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อ Statement เข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ของ FlowAccount ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจ

 

และ ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldio เสริมว่า Skooldio ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับ SME โดยมุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านหลักสูตรออนไลน์ที่เน้นการเรียนรู้จากกรณีใช้งานจริง (Use Case)

 

หลักสูตรดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจธุรกิจของตนเองมากขึ้น สามารถใช้เทคโนโลยีและ AI วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงนำข้อมูลไปต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

พร้อมย้ำว่า เทคโนโลยีจะสร้างประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้จริง ดังนั้น Skooldio จึงมุ่งเน้นการ Upskill ด้าน Digital, Data และ AI เพื่อให้เจ้าของร้านสามารถอ่านข้อมูล วิเคราะห์ และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

 

TTB ตั้งเป้าดันผู้ใช้งานโต 2 เท่า ชูโมเดลใช้ Data นำทางธุรกิจ

 

นางกนกพรกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการจะทยอยพัฒนาเป็นหลายระยะ โดยระยะแรกจะเริ่มจากการเชิญชวนกลุ่มร้านอาหารที่ใช้งาน Wongnai POS มาเปิดบัญชีกับธนาคารทีทีบี เนื่องจากหัวใจสำคัญในการประเมินศักยภาพของธุรกิจคือข้อมูลยอดขายจาก POS และข้อมูลการเดินบัญชี โดยมีการจัดเวิร์กช็อปเพื่อช่วยผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบและเปิดบัญชีธนาคาร

 

ระยะที่สอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการสินเชื่อ โดยนำร่องกับกลุ่มร้านอาหารที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก่อน ในระยะต่อไปจะขยายการให้บริการครอบคลุมร้านอาหารทั้งหมดที่ใช้งานระบบ POS รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันจำนวนผู้ใช้งานให้เติบโตในระดับสองหลัก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในอนาคต

“ทั้งหมดสะท้อนเป้าหมายสำคัญของทั้ง 4 พันธมิตร ที่ไม่ได้ต้องการเพียงให้ร้านอาหารขายดีเท่านั้น แต่อยากช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้ง่ายขึ้นอย่างครบวงจร พร้อมเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน

 

ภาพสื่อถึงความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio ในการยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร 3

The post ทีทีบี ผนึก LINE MAN Wongnai ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio ยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทย ด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร เชื่อมโยงทุกระบบตั้งแต่การขายหน้าร้าน หลังบ้าน บัญชี การเงิน ไปจนถึงการเสริมทักษะดิจิทัล พร้อมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีทีบี x พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ชี้โจทย์ใหญ่สังคมอายุยืน เปิดตัว 99 Wealth Protection Series วางแผนการเงินดูแลตลอดชีวิต https://thestandard.co/ttb-prudential-wealth-protection-life-plan/ Tue, 10 Mar 2026 09:55:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1186153 ภาพประกอบแนวคิดการวางแผนการเงินสำหรับสังคมสูงวัย 99 Wealth Protection Series ของทีทีบีและพรูเด็นเชียลประกันชีวิต

ประชากรในประเทศไทยกำลังมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้นอย่างต่ […]

The post ทีทีบี x พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ชี้โจทย์ใหญ่สังคมอายุยืน เปิดตัว 99 Wealth Protection Series วางแผนการเงินดูแลตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแนวคิดการวางแผนการเงินสำหรับสังคมสูงวัย 99 Wealth Protection Series ของทีทีบีและพรูเด็นเชียลประกันชีวิต

ประชากรในประเทศไทยกำลังมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ครอบคลุม ซึ่งทำให้การมีอายุยืนยาวกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมยุคใหม่

 

แต่แม้อายุจะยืนขึ้น แต่ครอบครัวคนไทยเล็กลงและการสนับสนุนทางการเงินลดลง ทำให้คนไทยเสี่ยงมีอายุยืนกว่าเงินออมในภาวะสังคมสูงวัยของประเทศ

 

สังคมสูงวัยสร้างผลกระทบต่อระบบการเงิน เพราะช่วงเกษียณที่ยาวนานขึ้น ทำให้ต้องพึ่งพาเงินออมนานขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่สูง รวมถึงเศรษฐกิจผันผวน ปัญหาสุขภาพจึงเป็น “แรงกระแทกทางการเงิน” ที่ซับซ้อน การวางแผนการเงินแบบเดิมจึงไม่เพียงพอต่อความเสี่ยงเหล่านี้

 

3 ความเสี่ยงใหญ่ของชีวิตการเงินคนไทยยุคใหม่

 

โครงสร้างชีวิตและการเงินคนไทยปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงขึ้นตามเวลา โดยสรุปเป็น 3 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของการวางแผนการเงินยุคใหม่

 

1) Longevity Risk อยู่ยาวกว่าที่เงินรองรับได้

 

อายุขัยของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2583 อายุขัยเฉลี่ยจาก 78 ปี จะเพิ่มเป็น 81 ปี ส่งผลให้ช่วงหลังเกษียณยาวนานกว่าที่เคย เงินออมที่สะสมไว้จึงต้องรองรับการใช้ชีวิตไปอีกหลายสิบปี
หากการวางแผนไม่สอดคล้องกับอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น เงินออมอาจหมดก่อนชีวิตจะสิ้นสุด

 

2) Health Cost Shock เหตุการณ์เดียวที่เปลี่ยนฐานะการเงินได้

 

โรคร้ายแรงและค่ารักษาที่สูงขึ้นทำให้สุขภาพกลายเป็นความเสี่ยงทางการเงินได้ คนไทยกว่า 80% ไม่มีเงินสำรองพอรับมือโรคร้ายแรง การป่วยเพียงครั้งเดียว อาจทำให้เงินเก็บที่สะสมมานานหายไป หรือทำให้แผนการเงินที่วางไว้พังลงในทันที

 

3) Wealth Transfer Risk ส่งต่อทรัพย์สินได้ไม่เต็มตามเจตนา

 

สำหรับผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง แต่รวมถึงการส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพ หากขาดการวางแผนที่เหมาะสม ทั้งด้านภาระภาษี ค่าใช้จ่าย และความซับซ้อนทางกฎหมาย อาจลดทอนทั้งมูลค่าและเป้าหมายของการส่งต่อ รวมถึงนำไปสู่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว

 

“เงินก้อน” ทำไมจึงไม่เพียงพออีกต่อไปในโลกที่ชีวิตยืนยาวขึ้น

 

การวางแผนการเงินในอดีตเน้นที่ “เงินก้อน” แต่ปัจจุบันชีวิตที่ยืนยาวขึ้นทำให้ต้องบริหาร “กระแสเงิน” เพราะเงินก้อนใหญ่อาจไม่พอรองรับค่าใช้จ่ายสูงขึ้น (เช่น ค่ารักษาพยาบาล การเกษียณ) และสินทรัพย์มูลค่าสูงอาจขาดสภาพคล่อง ความมั่นคงทางการเงินยุคใหม่จึงต้องสร้างโครงสร้างที่ยืดหยุ่น มีเงินที่ใช้งานได้จริงและไหลเข้ามาสม่ำเสมอตลอดช่วงชีวิต

 

ความต้องการทางการเงินที่แตกต่างในแต่ละช่วงชีวิต

 

แม้ทุกคนต้องเผชิญความเสี่ยงจากอายุที่ยืนยาว รูปแบบชีวิต ภาระ และเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน ทำให้การวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดียวได้

 

1) คนโสดและครอบครัวที่ไม่มีลูก

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสัดส่วนการเป็นโสดของคนไทยมากขึ้นจากปี 2560 -2566 ถึง 13% ต้องพึ่งพาตนเองทางการเงินตลอดชีวิต จึงต้องมีรายได้หลังเกษียณที่ต่อเนื่อง พร้อมบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและความเป็นอิสระในระยะยาว

 

2) หัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับมือกับความไม่แน่นอน

 

ความเสี่ยงของเสาหลักกระทบทั้งครอบครัว เหตุไม่คาดคิดหรือปัญหาสุขภาพอาจทำให้รายได้สะดุด การวางแผนจึงต้องรองรับความต่อเนื่องของชีวิตและภาระระยะยาว แม้ในวันที่เสาหลักไม่พร้อม

 

3) กลุ่มมั่งคั่งสูง

 

เมื่อทรัพย์สินเติบโต ความท้าทายคือการบริหารและส่งต่ออย่างมีระบบ หากขาดการวางแผน โครงสร้าง ภาษี และความซับซ้อนอาจลดทอนมูลค่าและสร้างปัญหาในครอบครัว

 

การจัดการชีวิตยืนยาวต้องคิดเป็นระบบ

 

ความเสี่ยงทางการเงินเป็นเรื่องตลอดชีวิต การวางแผนการเงินแบบแยกส่วน (ออม ลงทุน ประกัน) ไม่ตอบโจทย์ชีวิตที่ยืนยาวอีกต่อไป แต่ต้องการการจัดการที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกัน เพราะความเสี่ยงต่างๆ (สุขภาพ รายได้ ทรัพย์สิน) ส่งผลกระทบถึงกัน การจัดการชีวิตที่ยืนยาวจึงต้องมองผ่าน 3 องค์ประกอบหลักที่ต้องประสานกัน

 

1) รายได้ที่ต่อเนื่อง (Wealth Income) ความมั่นคงที่แท้จริงคือการมีรายได้ต่อเนื่อง เพียงพอต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาวจนถึงวัยเกษียณ

 

2) เกราะรองรับความไม่แน่นอน (Wealth Protection) เหตุการณ์ไม่คาดคิดด้านสุขภาพกระทบแผนการเงินอย่างรุนแรง การมีโครงสร้างคุ้มครองที่เหมาะสมจึงสำคัญในการปกป้องเงินทุนจากเหตุการณ์ที่อาจส่งผลระยะยาว

 

3) การส่งต่ออย่างมีทิศทาง (Wealth Transfer) ชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ทำให้การส่งต่อทรัพย์สินต้องออกแบบล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษามูลค่า ลดภาระ และถ่ายทอดเจตนารมณ์สู่คนรุ่นถัดไป

 

ทีทีบี ร่วมมือกับ พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ออกแบบ “Lifetime Protection” กับแนวคิด 99 Wealth Protection Series

 

ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทำให้สถาบันการเงินต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายผลิตภัณฑ์เป็น “ผู้ออกแบบระบบการวางแผนทางการเงินตลอดช่วงชีวิต” ผ่านแนวคิด Lifetime Protection ซึ่งมองการเงินเป็นกระบวนการต่อเนื่อง

 

“ทีทีบี” เป็น 1 ในสถาบันการเงินที่ประกาศชัดถึงบทบาทการเป็นผู้นำด้าน financial well-being โดยพยายามเชื่อมโยงการวางแผนการเงิน การคุ้มครองความเสี่ยง และการส่งต่อทรัพย์สินเข้าไว้ในภาพเดียวกัน ผ่านความร่วมมือกับ พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต พัฒนาแนวคิด 99 Wealth Protection Series ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ยืนยาวและซับซ้อนมากขึ้น

 

แนวคิดนี้เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ โดยใช้ตรรกะเชิงระบบการเงินโลก เชื่อมโยงรายได้ที่ต่อเนื่อง (Wealth Income) เกราะคุ้มครองความไม่แน่นอน (Wealth Protection) และการส่งต่อทรัพย์สิน (Wealth Transfer) ประกันชีวิตจึงยกระดับเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมทางการเงินที่ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงตลอดช่วงชีวิต (วัยทำงาน เกษียณ และส่งต่อความมั่งคั่ง)

 

99 Wealth Protection Series สะท้อนการเปลี่ยนจากออมเงินด้วยประกันชีวิตระยะสั้น สู่การคุ้มครองตลอดชีวิต เพื่อรับมือกับความท้าทายสังคมปัจจุบัน เช่น อายุยืนยาว โครงสร้างครอบครัว และความเสี่ยงทางการเงินที่ซับซ้อน

 

ออกแบบเส้นทางการเงินตลอดชีวิต ด้วย 99 Wealth Protection Series

 

ภายใต้แนวคิด Lifetime Protection กับ 99 Wealth Protection Series ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ยืนยาว ซับซ้อนของคนไทยปัจจุบัน ด้วยโครงสร้างคุ้มครองตามช่วงชีวิต ทั้งสร้างรายได้ระยะยาว รับมือความเสี่ยงสุขภาพ และวางแผนส่งต่อทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ

 

ซีรีส์นี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการแตกต่างกันของแต่ละกลุ่ม ได้แก่

 

  • ทีทีบี อินฟินิตี เวลธ์ 99/9 สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ต่อเนื่องเสมือน Passive Income เพื่อดูแลชีวิตหลังเกษียณ พร้อมการันตีเงินคืนทุกปี 9.9%* คุ้มครองชีวิตระหว่างทาง ช่วยให้ลูกค้ามีรายได้ประจำทุกปี รองรับค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงชีวิต ทั้งการดูแลตัวเอง สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ที่เลือกได้อย่างมั่นใจ
  • ทีทีบี ส่งต่อความมั่งคั่ง 99/5 และ ทีทีบี แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค 99/10 สำหรับ กลุ่มที่ต้องการสร้างหลักประกันให้ชีวิต ครอบครัวยังดำเนินต่อได้ แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด พร้อมทั้ง ทีทีบี แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค 99/10 ยังมาพร้อมกับความคุ้มครอง 5 โรคร้ายแรง** และโอกาสรับเงินปันผล (ถ้ามี) ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 11 เป็นต้นไป อีกด้วย
  • ทีทีบี อัลติเมท เลกาซี่ 99/3 และ 99/1 สำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ที่ต้องการส่งต่อทรัพย์สินอย่างมีทิศทาง ลดภาระภาษีมรดก และลดความซับซ้อนในการจัดการทรัพย์สินในอนาคต

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนกรอบคิดการเงินที่เป็นระบบ เชื่อมโยง Wealth Income, Wealth Protection และ Wealth Transfer เพื่อรองรับชีวิตที่ยืนยาวและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละช่วงเวลา

 

สิทธิพิเศษช่วงโปรโมชัน สำหรับผู้เริ่มวางแผนวันนี้กับ 99 Wealth Protection Series

 

เพื่อสนับสนุนให้การวางแผนการเงินเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ttb มอบ สิทธิพิเศษในช่วงโปรโมชัน 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 สำหรับลูกค้าที่สมัครผลิตภัณฑ์ใน 99 Wealth Protection Series ได้แก่

 

  • รับเงินคืนสูงสุด 10% เมื่อชำระเบี้ยฯ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • รับคะแนน WOW Point และ Exclusive Point สำหรับลูกค้า ttb reserve
  • รับของสมนาคุณมูลค่าสูง เช่น iPhone 17 Pro Max, iPhone 17, AirPods Pro 3 และ Central Gift Card เมื่อชำระเบี้ยฯ ตั้งแต่ระดับที่กำหนด
  • ลูกค้าที่ชำระเบี้ยฯ ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป รับ WOW Point สูงสุด 60,000 คะแนน
  • สิทธิ์ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต ttb reserve พร้อมรับคะแนนสะสมเพิ่มสูงสุด X6

 

สิทธิพิเศษนี้สะท้อนแนวคิด ที่ว่าการวางแผนการเงินที่ดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้

 

นอกจากนี้ ลูกค้ายังมีโอกาสรับสิทธิประโยชน์สมาชิก PRULegacy ทั้งด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์กว่า 30 รายการ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การวางแผนทางการเงินของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น อาทิ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Health and Wellness และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ 22 สาขาทั่วประเทศ e-Voucher สำหรับรับประทานอาหารที่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ บริการห้องรับรองสนามบินที่ Coral Lounge ใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ และบริการรถลีมูซีนสำหรับรับหรือส่งที่สนามบินใน 9 จังหวัด เป็นต้น

 

ชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ต้องการการออกแบบทางการเงินที่ยืนยาวกว่าเดิม

 

เมื่อชีวิตยืนยาวขึ้น การวางแผนการเงินต้องครอบคลุมทั้งชีวิต ไม่ใช่แค่ช่วงปลาย เพื่อความมั่นคงและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้จริง 99 Wealth Protection Series จึงเปลี่ยนบทบาทสถาบันการเงินจากผู้ขายผลิตภัณฑ์ เป็นผู้ออกแบบการวางแผนทางการเงินที่รอบด้าน

 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/link/kol-99-wealth-protection-series หรือขอคำปรึกษาเพื่อออกแบบแผนที่เหมาะกับคุณได้ที่สาขาทีทีบีใกล้บ้านคุณ หรือช่องทางออนไลน์ของธนาคาร

 

*ของทุนประกันภัยของสัญญาประกันชีวิต ตั้งแต่ครบรอบปีกรมธรรม์ที่1 – อายุครบ 98 ปี

 

**ความคุ้มครอง 5โรคร้ายแรง สำหรับผลิตภัณฑ์ทีทีบี แฮปปี้ ไลฟ์ โพรเทค 99/10 ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน ไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งระยะลุกลาม และภาวะโคม่า

 

เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ / การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด

 

  • เงื่อนไขการรับโปรโมชัน สิทธิพิเศษ และรายการส่งเสริมการขาย เป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในกรมธรรม์
  • เงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์สมาชิก PRULegacy เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในกรมธรรม์
  • รับประกันภัยโดย บมจ.พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต(ประเทศไทย)
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตและรับผิดชอบในฐานะนายหน้าเท่านั้น

 

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

The post ทีทีบี x พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ชี้โจทย์ใหญ่สังคมอายุยืน เปิดตัว 99 Wealth Protection Series วางแผนการเงินดูแลตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
TTB มอง GDP ปี 69 โตชะลอเหลือ 1.5% ตั้งเป้าสินเชื่อธุรกิจ โต 1-2% สะท้อนภาพเศรษฐกิจโตชะลอ จับตาสถานการณ์ NPL ใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวบริการโอนเงินหยวน ‘เต็มจำนวน’ หนุนลูกค้า SME ไทยทำการค้าจีน https://thestandard.co/ttb-economic-forecast-yuan-transfer-china/ Thu, 05 Feb 2026 10:14:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1174256 บุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่ม บริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ TTB แถลงข่าวเปิดตัวบริการโอนเงินหยวนเต็มจำนวน

TTB มองภาพรวมเศรษฐกิจปี 69 เติบโตชะลอตตัวลงเหลือ 1.5% ร […]

The post TTB มอง GDP ปี 69 โตชะลอเหลือ 1.5% ตั้งเป้าสินเชื่อธุรกิจ โต 1-2% สะท้อนภาพเศรษฐกิจโตชะลอ จับตาสถานการณ์ NPL ใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวบริการโอนเงินหยวน ‘เต็มจำนวน’ หนุนลูกค้า SME ไทยทำการค้าจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่ม บริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ TTB แถลงข่าวเปิดตัวบริการโอนเงินหยวนเต็มจำนวน

TTB มองภาพรวมเศรษฐกิจปี 69 เติบโตชะลอตตัวลงเหลือ 1.5% ระบุทิศทางพอร์ตสินเชื่อปีนี้สะท้อนของเศรษฐกิจไทยปีนี้ พร้อมจับตา NPL ภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะดอกเบี้ย กำลังซื้อ อีกทั้งยังได้เปิดตัวบริการโอนเงินหยวน ‘เต็มจำนวน’ หนุนลูกค้า SME ไทยทำการค้าจีน

 

ศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคโดยเปรียบเทียบตัวเลข GDP ปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 2.2% และคาดการณ์ปีนี้ที่ระดับ 1.5% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงมีการเติบโตที่ชะลอตัว ดังนั้นทิศทางของพอร์ตสินเชื่อธนาคารจึงเปรียบเสมือนภาพสะท้อนของเศรษฐกิจไทย โดยในปีนี้ TTB ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจไว้ที่ระดับประมาณ 1-2%

 

โดยกลยุทธ์หลักในปีนี้ไม่ใช่การเน้นการเติบโตที่หวือหวา หรือกำหนดตัวเลขเป้าหมายการเติบโตที่สูง และชัดเจนในแต่ละอุตสาหกรรม แต่จะเป็นการ ค่อยๆไป”เน้นความมั่นคงและคุณภาพของสินเชื่อเป็นหลัก

 

แม้ภาพรวมจะเน้นความระมัดระวัง แต่ TTB ยังมองเห็นโอกาสในบางกลุ่มธุรกิจ (Sector) ที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตสวนกระแส โดยกลุ่มที่ธนาคารให้ความสนใจเป็นพิเศษในปีนี้ 4 กลุ่ม ที่มีโอกาสการเติบโต ได้แก่

 

  • กลุ่มสุขภาพ (Healthcare)
  • กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
  • กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม (Tourism & Hotel) ซึ่งเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน
  • กลุ่มพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้า (Energy & EV) รวมถึงซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ

 

เจาะลึกพอร์ตสินเชื่อ ธุรกิจรายใหญ่ยังเป็นแกนหลัก

 

ในแง่ของโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อธุรกิจของ TTB ปัจจุบันมีมูลค่ารวมประมาณ 4.5-4.6 แสนล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนเป็น กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ประมาณ 60-70% และลูกค้าเอสเอ็มอี ประมาณ 30-40% ซึ่งในปี 2569 จะยังรักษาระดับสัดส่วนดังกล่าวนี้ไว้ใกล้เคียงกับของเดิม

 

สาเหตุที่สัดส่วนเอียงไปทางธุรกิจรายใหญ่ เนื่องจากธนาคารเห็นสัญญาณการลงทุน (Investment) จากฝั่งธุรกิจขนาดใหญ่ที่ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่ฝั่ง SME และธุรกิจขนาดกลาง มีการลงทุนยังค่อนข้างชะลอตัวเพื่อรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจและมาตรการภาครัฐ

 

ศรัณย์ยอมรับว่า ธนาคารมีความกังวลต่อกลุ่ม SME มากกว่าในแง่ของความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยง ทำให้ต้องคัดกรองอย่างเข้มข้น

 

อย่างไรก็ตาม TTB ยังคงสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ที่ร่วมมือกับภาครัฐและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวมถึงใช้ประโยชน์จากการลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) เพื่อออกแบบโปรแกรมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยเหลือลูกค้าที่มีศักยภาพในกลุ่มนี้

 

จับตา NPL และภาคอสังหาฯ ยอมรับกังวล ‘กังวลแต่เอาอยู่’

 

เมื่อถูกถามถึงประเด็นหนี้เสีย (NPL) ศรัณย์ ระบุว่า ภาพรวมของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งน่าจะมีความกังวลในประเด็นนี้เหมือนทุกแห่ง แต่จากการติดตามพอร์ตลูกค้ารายตัวอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าสถานการณ์ยังเอาอยู่ โดยตัวเลขการไหลของหนี้จาก Stage 2 ไป Stage 3 ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้มีสัญญาณผิดปกติที่น่าตกใจ

 

สำหรับ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะดอกเบี้ยและกำลังซื้อ TTB ยึดหลักการปล่อยสินเชื่อแบบ Project Finance โดยเน้นดูสัดส่วนการให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) อย่างเคร่งครัด และที่สำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์ของผู้ประกอบการ โดยจะเลือกปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ อยู่ในตลาดมานาน และเป็นลูกค้าเก่าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี ส่วนรายใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ธนาคารจะชะลอการปล่อยสินเชื่อออกไปก่อน

 

มองวาณิชธนกิจ ปี 69 ซบเซา-ตลาดหุ้นกู้ยังไปได้

 

ในส่วนของงานด้านวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ในปี 2569 ศรัณย์ให้ความเห็นว่าธุรกรรม IPO ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดตามภาวะตลาดทุน แต่ธุรกรรมการออกหุ้นกู้ ของภาคเอกชนยังคงมีการเติบโตและเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่ง TTB ได้หันมาโฟกัสในส่วนนี้มากขึ้นเพื่อทดแทนรายได้จากส่วนอื่น

 

ศรัณย์ กล่าวต่อว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกเดินหน้าท่ามกลางความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าที่เข้มข้นขึ้น สะท้อนผ่านดัชนีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ปรับสูงขึ้น แม้ IMF จะปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกดีขึ้นเป็น 2.4% โดยสหรัฐฯ ยังขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชน และจีนเติบโตจากแรงหนุนด้านการส่งออก ซึ่งในเอเชียบทบาทของจีนในด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

สำหรับประเทศไทย แม้ปีที่ผ่านมาได้แรงหนุนจากการเร่งส่งออก แต่ปีนี้ผู้ส่งออกจะเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งแนวโน้มการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตร (Friend-Shoring) กฎด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มขึ้น และความสำคัญของข้อตกลงการค้าทวิภาคี โดยการเปิดตัวบริการโอนเงินหยวนเต็มจำนวนของทีทีบี จึงไม่ใช่เพียงบริการใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

 

เปิดบริการโอนเงินหยวน ‘เต็มจำนวน’ หนุน SME ไทยทำการค้าจีน

 

ด้าน บุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่ม บริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ TTB เปิดเผยว่าในปี 2568 การค้าระหว่างไทยกับจีนมีการเติบโตสูงถึง 26.7% โดยกลุ่มลูกค้า SME มีสัดส่วนการนำเข้าจากจีนสูงถึง 46.7% จากบริบททางการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้ประกอบการไม่มีการเตรียมรับมือทางการเงินที่ดีจะทำให้ ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

บุษรัตน์เปรียบเทียบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในช่วงเดือนมกราคมปีนี้เพียงเดือนเดียวค่าเงินดอลลาร์เทียบกับผันผวนถึง 9% ขณะที่ค่าเงินหยวนเทียบกับเงินบาทมีความผันผวนเพียงแค่ 3% เท่านั้น ดังนั้น การเปลี่ยนจากการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์มาเป็นเงินหยวน จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยบริหารความเสี่ยงและจัดการต้นทุนได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

 

ดังนั้น TTB จึงพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อรองรับการทำธุรกิจระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกอย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารเงิน การทำธุรกรรม ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้การซื้อ-ขาย-รับ-จ่าย โดยเฉพาะกับคู่ค้าจีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ทีทีบีมีโซลูชันที่ตอบโจทย์การค้ากับคู่ค้าจีน เช่น

 

  • บัญชี ttb multi-currency account (MCA) บัญชีเพื่อการบริหารจัดการหลายสกุลเงินในบัญชีเดียว รองรับสูงสุด 11 สกุลเงิน รวมถึงเงินบาท และสกุลเงินหยวน ช่วยลดความยุ่งยากจากการเปิดหลายบัญชี และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารเงินทั้งสกุลหลักและสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศคู่ค้า

 

  • บริการ Trade Finance Solutions รองรับการโอนเงิน การเบิกใช้วงเงินกู้เพื่อการค้าได้ทั้งสกุลเงินหลักและสกุลเงินท้องถิ่นสูงสุด 13 สกุลเงิน รวมถึงสกุลหยวนของจีน
  • ผลิตภัณฑ์บริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินหยวน สะดวกกว่า ด้วย บริการ Single Yuan หยวนราคาเดียวสามารถโอนไปได้ทั้ง Onshore และ Offshore และสามารถบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ผ่าน CNY Pro-rata Forward ที่ผู้ประกอบการสามารถทราบต้นทุนได้แน่นอน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนบริหารจัดการต้นทุน

 

บุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่ม บริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ TTB

บุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่ม บริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ TTB

 

ล่าสุด TTB ได้เปิดตัว ‘บริการโอนเงินหยวนแบบเต็มจำนวน สำหรับลูกค้านิติบุคคล’ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยค่าธรรมเนียมเพียง 300 บาทต่อรายการ โดยมีจุดเด่นคือ คู่ค้าจีนจะได้รับเงินครบเต็มจำนวน ผ่านแพลตฟอร์ม ttb business one จากปกติค่าธรรมเนียมธนาคารต่างประเทศ 1,200 บาทต่อรายการบริการดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนโดยไม่ต้องโอนเผื่อ พร้อมตรวจสอบสถานะการโอนได้แบบเรียลไทม์ สร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

 

บุษรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในยุคที่การค้าระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยง และช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือที่ไม่ซับซ้อน คือปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน ซึ่งทีทีบีพร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

The post TTB มอง GDP ปี 69 โตชะลอเหลือ 1.5% ตั้งเป้าสินเชื่อธุรกิจ โต 1-2% สะท้อนภาพเศรษฐกิจโตชะลอ จับตาสถานการณ์ NPL ใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวบริการโอนเงินหยวน ‘เต็มจำนวน’ หนุนลูกค้า SME ไทยทำการค้าจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะปรากฎการณ์ ‘ttb privilege’ ลอยัลตี้ โปรแกรมใหม่ที่เปลี่ยนทุกผลิตภัณฑ์ที่คุณมีกับทีทีบี เป็นรางวัลชีวิต [Advertorial] https://thestandard.co/ttb-privilege-loyalty-program-for-all-customers-2026/ Mon, 02 Feb 2026 05:01:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1169569 ttb-privilege-loyalty-program-for-all-customers-2026

โลกการเงินแบบดั้งเดิม สิทธิพิเศษระดับพรีเมียมและโปรแกรม […]

The post เจาะปรากฎการณ์ ‘ttb privilege’ ลอยัลตี้ โปรแกรมใหม่ที่เปลี่ยนทุกผลิตภัณฑ์ที่คุณมีกับทีทีบี เป็นรางวัลชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb-privilege-loyalty-program-for-all-customers-2026

โลกการเงินแบบดั้งเดิม สิทธิพิเศษระดับพรีเมียมและโปรแกรมสะสมคะแนนมักถูกสงวนไว้สำหรับลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth) ที่มียอดเงินฝากหรือการลงทุนหลายล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงทุกคนล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ  

 

ข้อมูลจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) (ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568) เผยว่า ผู้ฝากเงินกว่า 98.23%ของประเทศ มีเงินในบัญชีไม่ถึง 1 ล้านบาท ขณะที่กลุ่ม High Net Worth มีเพียง 1.77% ขณะที่ข้อมูล Payment Insight จากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า แม้กลุ่ม High Net Worth จะมีมูลค่าต่อธุรกรรมสูง แต่คนกลุ่มใหญ่คือกลุ่มที่ใช้งาน Mobile Banking มีความถี่ในการสแกนจ่ายรายวัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจฐานราก

 

ทลายกำแพงสิทธิพิเศษ เมื่อโลกการเงินไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่ม Wealth อีกต่อไป 

 

ทีทีบีในฐานะธนาคารที่มีพันธกิจช่วยลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดี จึงเดินหน้าสร้างปรากฎการณ์ใหม่ สวนทางความเชื่อฝังใจว่าบริการระดับพรีเมียมมีไว้สำหรับคนรวยเท่านั้น ด้วยการเป็นธนาคารแรกที่ปฏิวัติรูปแบบการดูแลลูกค้าครั้งใหญ่ มอบสิทธิพิเศษตามระดับสถานะให้กับลูกค้า ‘ทุกคน’ ผ่าน ‘ttb privilege ความสุข ที่คุณทัชได้ ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าบัญชีเงินเดือน สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ไปจนถึงลูกค้าที่ทำธุรกรรมทั่วไป โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ขนาดของสินทรัพย์ แต่เน้นที่ ‘วินัย’ และ ‘พฤติกรรม’ ทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญ

 

เป้าหมายการปฎิวัติรูปแบบการดูแลลูกค้าครั้งใหญ่ของทีทีบี  ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ทางการเงินให้กับฐานลูกค้ากว่า 6 ล้านรายบนแอปพลิเคชัน ttb touch โดยมีเป้าหมายหลักคือ ส่งมอบภารกิจที่เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละคน เป็นภารกิจที่คัดสรรแล้วว่ายิ่งทำชีวิตทางการเงินยิ่งดีขึ้น เมื่อทำภารกิจสำเร็จสามารถนำคะแนน WOW ไปเลือกใช้ได้ตามใจ หลากหลายรูปแบบ หรือจะใช้คะแนนเพื่อเลื่อนระดับสถานะ ttb privilege ให้สูงขึ้นได้ หรือเข้าถึงสถานะได้ง่ายๆ แค่ถือครองผลิตภัณฑ์ของทีทีบีตามที่กำหนด

 

เจาะลึกสิทธิประโยชน์ ‘Loyalty Program ttb privilege’

 

สิทธิประโยชน์ของ ‘ttb privilege’ จะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ สิทธิพิเศษตามระดับสถานะ และ สิทธิพิเศษจากคะแนน WOW

 

  •   ​สิทธิพิเศษตามสถานะ: ยิ่งผูกพัน ยิ่งได้รับ

ทีทีบี ปรับโฉม Loyalty Program ทลายกำแพงโลกการเงินแบบดั้งเดิม มอบสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มตามสถานะ ttb privilege ‘ยิ่งสถานะสูงขึ้น สิทธิพิเศษก็ยิ่งสูงมากขึ้น’ โดยมี 6 ระดับสถานะ ได้แก่ Basic, Bronze, Silver, Gold, Platinum และ Diamond  

 

  • Basic: สถานะเริ่มต้นที่รอให้ลูกค้ามาเลื่อนระดับไปสู่สถานะที่เหนือกว่าได้ด้วยการทำภารกิจพิชิตรางวัลง่ายๆ ให้คุณได้คะแนน สะสม WOW เพื่อเลื่อนระดับได้
  • Bronze: สิทธิพิเศษ ฟรีคูปอง กิน ช้อป ใช้ จากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศทุกเดือน, ฟรีค่าธรรมเนียมบริการต่อภาษีรถยนต์แอป ttb touch ของธนาคาร
  • Silver: สิทธิพิเศษ บริการล้างแอร์ฟรี ล้างรถฟรี รับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี และรับประกันภัยการเดินทางฟรี
  • Gold: สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต ttb reserve ให้ช้อปต่างประเทศได้แบบไม่ต้องถูกชาร์ต FX Rate 2.5%, ส่วนลด Fine Dining สูงสุด 50% และสิทธิ์แลกไมล์การบินไทยที่รวดเร็วกว่า
  • Platinum และ Diamond รับเพิ่มดอกเบี้ยโบนัสพิเศษจากบัญชีโนฟิกซ์ (No Fixed) สิทธิ์ดูหนังระดับ First Class หรือได้รับเชิญเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุด Exclusive

 

ต้องทำยังไงถึงจะได้สถานะพิเศษ 

 

จุดเด่นของวิธีการเลื่อนสถานะ เห็นจะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถ มาใช้เป็นเกณฑ์ในการเลื่อนสถานะได้ เพราะทีทีบีคิดรวมทุกสัญญาที่ผ่อนตรงเวลาและเป็นชื่อผู้กู้หลักสามารถรวมกันได้หมด โดยให้สถานะตั้งแต่ยอดกู้ที่ระบุในสัญญาไม่ใช่ยอดผ่อนคงเหลือที่จะน้อยลงทุกปี 

และความพิเศษอีกเรื่องคือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีสินทรัพย์ระดับเริ่มต้นเพียงแค่ 1 ล้านบาท ก็สามารถรับสิทธิประโยชน์ผ่านสถานะพิเศษได้เช่นกัน ซึ่งยังไม่ค่อยเห็นธนาคารในเมืองไทยที่ดูแลลูกค้าระดับ AUM เริ่มต้นนี้อย่างดี

 

  •   ​สิทธิพิเศษจากคะแนน WOW: เปลี่ยนทุกธุรกรรมให้เป็นรางวัล

นอกจากสิทธิพิเศษตามสถานะ ทีทีบี นำกลยุทธ์การใช้รางวัลแบบใหม่ผ่าน ‘ภารกิจ’ ที่ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch ง่ายๆ อาทิ จ่ายบิลสินเชื้อตรงเวลา ต่อภาษีรถยนต์ เติมเงิน Easy Pass จ่ายบิลสาธารณูปโภค ฝ่ายเงินกับ ME save หรือแม้แต่สมัครพร้อมเพย์

 

เมื่อทำภารกิจสำเร็จจะได้รับคะแนน WOW ที่ให้คุณมีอิสระเลือกใช้ได้ตามใจ ตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น

 

  • Pay with WOW ใช้แทนเงินสด และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น จ่ายบิลสินเชื่อทีทีบี, จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือ เติมเงิน Easy Pass
  • แลกของรางวัลจากร้านค้าชั้นนำที่เข้าร่วมรายการ
  • ใช้เลื่อนสถานะ ttb privilege

 

สำหรับลูกค้า ttb ปัจจุบัน สามารถตรวจสอบสถานะและรับสิทธิพิเศษ ดีๆแบบนี้ ได้แล้วที่ แอปพลิเคชัน ttb touch เมนูสถานะ สิทธิพิเศษและคะแนนสะสม สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้า นี่คือโอกาสที่ดีที่คุณจะสัมผัสกับ ‘ความสุข ที่คุณทัชได้’ กับธนาคารที่เห็นค่าทุกการทำธุรกรรมของคุณ

 

รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.ttbbank.com/link/ttbprivilege/thestandardth

 

อ้างอิง

The post เจาะปรากฎการณ์ ‘ttb privilege’ ลอยัลตี้ โปรแกรมใหม่ที่เปลี่ยนทุกผลิตภัณฑ์ที่คุณมีกับทีทีบี เป็นรางวัลชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้! ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น https://thestandard.co/ttb-helps-81000-debtors/ Wed, 24 Dec 2025 12:40:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1157494 ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้ ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สรุปผลความสำเร็จการดำเนินกลยุ […]

The post ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้! ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้ ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สรุปผลความสำเร็จการดำเนินกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด The MEANINGFUL Change ที่มุ่งสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายอย่างแท้จริงตลอดปี 2568 เพื่อยกระดับบทบาทธนาคารจาก “ผู้ให้สินเชื่อ” สู่ “พันธมิตรทางการเงิน” ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในการแก้ปัญหาหนี้ ให้ความรู้ทางการเงินเพื่อสร้างวินัย และออกแบบชีวิตทางการเงินอย่างยั่งยืน ซึ่งล่าสุดปีนี้ ธนาคารได้ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย และโครงการผ่อนดี…มีรางวัล ไปแล้วกว่า 81,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ตอกย้ำผลลัพธ์ “ปีแห่งการช่วยลูกหนี้” เพื่อให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

 

ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของรายได้ ทีทีบีมีแนวทางการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ลูกหนี้ผ่อนดีมีวินัย ไปจนถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินระยะยาวผ่านการให้ความรู้ทางการเงินและบริการโค้ชปลดหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการแก้หนี้ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้ “รอดวันนี้” เพื่อลดภาระในระยะสั้น แต่ต้องทำให้ลูกค้ามีความรู้ที่ถูกต้อง สามารถกลับมามีชีวิตทางการเงินที่แข็งแรงได้อีกครั้ง ธนาคารจึงเลือกทำหน้าที่ในฐานะ “พันธมิตรทางการเงิน” ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงจังหวะของชีวิต

 

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของแนวคิด The MEANINGFUL Change ในการช่วยเหลือลูกหนี้คือการผลักดันโครงการคุณสู้ เราช่วย โดยเน้นทำการสื่อสารเชิงรุกให้ลูกค้าของทีทีบีที่เผชิญกับภาระหนี้อย่างหนัก แต่ยังอยากจะลุกขึ้นมาสู้เข้าร่วมโครงการมากที่สุด เพื่อช่วยให้พวกเขาปลดหนี้ได้ไวขึ้น และแก้ปัญหาหนี้สะสมเรื้อรังอย่างยั่งยืน ตลอดปี 2568 ได้พิสูจน์ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีลูกค้าสินเชื่อบ้านและรถลงทะเบียนกว่า 71,000 บัญชี จากลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ 267,000 บัญชี หรือคิดเป็น 27% ถือเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราการเข้าร่วมโครงการมากที่สุด ด้วยวงเงินรวมกว่า 37,000 ล้านบาท ครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินเชื่อรถยนต์ 57,000 บัญชี วงเงิน 17,000 ล้านบาท สินเชื่อที่อยู่อาศัย 14,000 บัญชี วงเงิน 20,000 ล้านบาท สามารถช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ลูกค้าได้ถึง 800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ ช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาบ้านและรถไว้เพื่อการดำรงชีพ นับเป็นการแก้หนี้เชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน

 

ทีทีบียังให้ความสำคัญกับการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ควบคู่ไปกับการแก้หนี้ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ารับการตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ (ttb financial health check) แล้วราว 102,000 คน โดยพบว่าลูกค้าเกือบครึ่ง (48%) มีความเสี่ยงด้านการเงิน และมีผู้สนใจเข้าเรียนคอร์สการเงินออนไลน์แล้วมากกว่า 10,000 คน ขณะที่โครงการโค้ชปลดหนี้ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี ปัจจุบันมีโค้ชกว่า 110 คน และให้คำปรึกษาพนักงานเงินเดือนแล้วมากเกือบ 400 เคส พร้อมเริ่มขยายผลไปยังบริษัทพันธมิตร เพื่อป้องกันและแก้หนี้เชิงรุกให้กับมนุษย์เงินเดือนอย่างเป็นระบบ

 

ฐากร กล่าวสรุปทิศทางว่า “The MEANINGFUL Change เป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับคนไทยในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าหากทุกคนมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง เศรษฐกิจไทยก็จะเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนไปพร้อมกัน ทีทีบีจะยังคงเดินหน้าทำหน้าที่พันธมิตรทางการเงินของคนไทยอย่างต่อเนื่องและยึดมั่นในเป้าหมายการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย”

The post ttb เคียงข้างคนไทยสู้หนี้! ชุบชีวิตลูกหนี้ 81,000 บัญชี ให้มีแรงสู้ต่อ ตอกย้ำ “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีทีบี ชู 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark มุ่งสู่ยุค AI Transformation เต็มรูปแบบ ตอกย้ำผู้นำ Humanized Digital Banking https://thestandard.co/ttb-spark-ai-transformation/ Fri, 19 Dec 2025 08:15:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1156292 ทีทีบี ชู 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark มุ่งสู่ยุค AI Transformation เต็มรูปแบบ ตอกย้ำผู้นำ Humanized Digital Banking

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดตัว 3 พลังขับเคลื่อน ttb […]

The post ทีทีบี ชู 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark มุ่งสู่ยุค AI Transformation เต็มรูปแบบ ตอกย้ำผู้นำ Humanized Digital Banking appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีทีบี ชู 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark มุ่งสู่ยุค AI Transformation เต็มรูปแบบ ตอกย้ำผู้นำ Humanized Digital Banking

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดตัว 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าและพนักงานก้าวไปอีกขั้น ตอกย้ำบทบาทธนาคารผู้นำที่ประกาศแนวคิด Humanized Digital Banking หรือดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ ‘เข้าใจคน’ อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สะดวก แต่ต้องเป็นมิตร รู้จัก และรู้ใจลูกค้า พร้อมเดินหน้าสู่ AI Transformation ทั่วทั้งองค์กรในปี 2569 ตั้งเป้าหมายสูงสุด Make REAL Change เพื่อให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

 

3 พลังขับเคลื่อน ttb spark พลิกโฉมการให้บริการ

 

นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่ม งานกลยุทธ์องค์กรและดิจิทัล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ตลอด 3 ปี ทีมดิจิทัล ttb spark มุ่งวางรากฐานองค์กรและโครงสร้างดิจิทัลอย่างแข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อน Digital & Tech Transformation ของธนาคาร พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยดิจิทัลโซลูชันที่จับต้องได้ผ่านแอป ttb touch ที่ครองใจลูกค้ากว่า 5.9 ล้านราย

 

ล่าสุดได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ ttb enterprise สำหรับพนักงานสาขาและ ttb contact center ซึ่งจะเปลี่ยนให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับลูกค้ามีความหมายและเป็นแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) มากขึ้น โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าบนแอป ttb touch เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่รู้จักและรู้ใจอย่างไร้รอยต่อ แม่นยำ และรวดเร็ว (Omni-channel Experience) ถือเป็นการพลิกโฉมการให้บริการ

 

ก้าวต่อไปในปี 2569 ttb spark ยังเดินหน้าพัฒนา Yindee แชตบอทที่นำ Generative AI มาให้บริการบนแอป ttb touch เสมือนเป็นผู้ช่วยบนมือถือ หรือ Virtual Assistant ที่จะช่วยค้นหา ให้คำปรึกษา ตอบคำถาม แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าผ่านแอปตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ยอดบัตรเครดิต-สินเชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก ช่วยลดปริมาณในการติดต่อสอบถามในช่องทางอื่น ๆ เฉลี่ย 10 – 20% โดยมีผู้ใช้บริการ Yindee เฉลี่ยเดือนละกว่า 63,000 ครั้ง และหากลูกค้าต้องการสอบถามข้อมูลเชิงลึก Yindee ยังสามารถพาลูกค้าไปพูดคุยต่อกับพนักงานได้

 

“เราเชื่อมั่นในแนวคิด Humanized Digital Banking – ดิจิทัลแบงก์กิ้งที่เป็นมิตร รู้จัก และรู้ใจ ที่มีภาพของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ซึ่งการที่ Generative AI ก้าวหน้าไปมากจะเปลี่ยนประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับให้จับต้องได้จริง โดยผลสำเร็จที่ผ่านมาของ ttb spark ที่เป็น Catalyst ในการทรานส์ฟอร์มองค์กรถือว่าน่าพอใจ โดยสามารถเปลี่ยนธุรกรรมลูกค้ารายย่อยถึง 93% ให้ทำได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัล ทำให้เกิดการสร้างยอดขายผ่านช่องทางนี้ไปแล้วราว ๆ 50% และยังรักษาคะแนนความพึงพอใจในการใช้บริการได้กว่า 80% โดยคีย์สำคัญมาจาก Purpose ขององค์กร ที่เราต้องการเป็นธนาคารที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และสร้างดิจิทัลโซลูชันที่มีความหมายกับลูกค้า จับต้องได้จริง”

 

ทีทีบี ชู 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark มุ่งสู่ยุค AI Transformation เต็มรูปแบบ ตอกย้ำผู้นำ Humanized Digital Banking 1

 

ttb spark academy ชูกลยุทธ์ “คิด-สร้าง-ใช้” ปั้น AI Talent

 

ในช่วงที่ผ่านมา ttb spark academy เร่งสร้าง Tech & Data Talent เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้กับธนาคาร มุ่งเน้น Build – Groom – Growth เริ่มจากนิสิต นักศึกษาผ่าน Internship Program โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยด้าน Tech & Data เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ให้มีโอกาสได้ค้นพบและทดลองสิ่งที่ชอบผ่านการฝึกงานและการทำเวิร์คชอป และต่อยอดให้ได้ทำงานจริง สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีด้วยใบสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 5,000 ใบ และสามารถบรรจุเป็นพนักงานได้กว่า 40 คน

 

นายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม งาน Data and Analytics ทีเอ็มบีธนชาต ว่า “ก้าวต่อไปของ ttb spark academy จะมุ่งเน้นเรื่อง Growth ยกระดับ Tech & Data Talent ให้มีความสามารถด้าน AI ควบคู่กันไปด้วย โดยเรามอง AI ไม่ได้มาแทนคน แต่จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับคนที่ใช้เป็น

 

กลยุทธ์คือปรับทักษะของพนักงานให้ไปกับโลกใหม่ ซึ่งต้องเรียนรู้ตลอดเวลา โดยให้พนักงาน คิด – สร้าง – ใช้ พนักงานต้องคิดใช้ AI สร้างอิมแพคและตอบโจทย์ลูกค้า เราไม่ได้เน้นการสร้าง AI ใหม่ เพราะทีทีบีไม่ได้อยากทำสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ลูกค้า เราจึงเอา AI ที่มีอยู่ในตลาดมาประยุกต์ใช้ให้มีความหมายกับชีวิตทางการเงินของลูกค้าจริง ๆ เช่น การนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแล้วนำเสนอโซลูชันและสิทธิประโยชน์ในแบบเฉพาะบุคคล รวมทั้งใช้ AI มาเขียน Code เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กร ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ทางช่องทางดิจิทัลให้ลูกค้าได้มากกว่า เร็วกว่า และถูกกว่า”

 

ttb spark tech ยกระดับเทคโนโลยี ติดอาวุธให้พนักงาน

 

ความสำเร็จของ ttb spark tech สะท้อนจากการเติบโตของทีมงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ จนมีทีมงานเกือบ 1,000 คน ภารกิจสำคัญ คือ ยกระดับเทคโนโลยีให้กับแอปพลิเคชันและระบบที่มีอยู่ราว 400 แอปพลิเคชัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity Improvement) และติดอาวุธใหม่ให้กับพนักงาน เพื่อเปลี่ยนบทบาทให้เป็นการให้คำปรึกษาเชิงลึกและการขาย ขณะเดียวกันก็ผลักดันงานบริการทั่วไปเข้าสู่ช่องทางดิจิทัล

 

นายรัชกร ชยาภิรัต ประธานกลุ่ม เทคโนโลยี ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของ ttb spark tech คือ การเป็น Change Agent ในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานของธนาคาร ช่วยให้ธนาคารสามารถใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ในปีหน้าเราจะมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพโมเดลระบบงานขายและการบริการลูกค้า ติดอาวุธเสริมศักยภาพให้กับพนักงานขายด้วยข้อมูลและอินไซต์ของลูกค้า พร้อม Reskill และ Upskill พนักงานให้มีทักษะ AI แห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารส่งมอบนวัตกรรมและบริการที่รวดเร็ว เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น”

 

สำหรับผลงานโดดเด่น ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถของทีม ช่วยให้สามารถพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ทั้งด้านการบริการและการขายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่า พร้อมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้สะดวกและดียิ่งขึ้น ด้วยการทำงานแบบ Agile ช่วยลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว รวมถึงยกระดับการบริการและประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้รวดเร็วและง่ายขึ้น และปรับปรุงระบบบริหารจัดการเคส เพื่อให้การรับ-ส่งเคสรวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า

 

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการในระดับเฉพาะบุคคล (Segment of One) สร้างมาตรฐานใหม่ของ Humanized Digital Banking เพื่อเป้าหมายสูงสุดอย่าง Make REAL Change หรือการช่วยให้ชีวิตทางการเงินของคนไทยดีขึ้นเกิดขึ้นได้จริง

 

#ttbspark #จุดประกายให้ทุกสิ่งเป็นจริงได้ #ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange

The post ทีทีบี ชู 3 พลังขับเคลื่อน ttb spark มุ่งสู่ยุค AI Transformation เต็มรูปแบบ ตอกย้ำผู้นำ Humanized Digital Banking appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6% https://thestandard.co/thai-gdp-forecast-2569-lowest-5-years/ Thu, 11 Dec 2025 10:45:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1153631 ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6%

ttb analytics คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.6% หลังปั […]

The post ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6%

ttb analytics คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.6% หลังปัจจัยหนุนแผ่วลง-ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ฉุดเศรษฐกิจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปี พร้อมชี้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้อง ‘เผชิญกับความจริงมากกว่าปีที่ผ่านมา’

 

วันนี้ (11 ธันวาคม) ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.6% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากปัจจัยชั่วคราวที่เคยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเร่งส่งออกสินค้าจะทยอยหมดลง ขณะที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอื่นที่เคยผลักดันเศรษฐกิจในอดีตก็มีข้อจำกัดในการเติบโต

 

ทั้งนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนต่างชาติจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในปีหน้า แต่เพดานการฟื้นตัวเริ่มจำกัดเช่นกัน จากรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาในระยะหลังเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจน้อย

 

เตือน ‘ภาคส่งออก’ จ่อชะลอจากหลายสาเหตุ

 

ttb analytics กล่าวเตือนว่า ในปี 2569 การชะลอตัวของภาคส่งออกจากหลายสาเหตุ ได้แก่

 

(1) ผลของการเร่งตัวผิดปกติในช่วงต้น (Front-loading) ในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา จึงทำให้ปริมาณสต็อกสินค้าในต่างประเทศค่อนข้างสูง
(2) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ จากผลกระทบของภาษีทรัมป์ที่จะเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2569 และความกังวลจากภาวะฟองสบู่ในการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
(3) ความเสี่ยงจากการถูกตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติมภายใต้ข้อกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงจะถูกสวมสิทธิ (Transshipment Risk) และสินค้าที่สำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Products)
(4) การแข่งขันในสินค้าส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ และตลาดหลักอื่นที่จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากความเสียเปรียบด้านราคา โดยเป็นผลพวงหลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการลดอัตราภาษีสูงเป็นระยะเวลา 1 ปี อีกทั้งจีนยังมีแนวโน้มกระจายการส่งออกไปยังประเทศอื่นมากขึ้นจากกำลังการผลิตที่อยู่ในระดับสูง

 

ห่วง! การใช้จ่ายภาครัฐมีความเสี่ยงจาก ‘ความไม่แน่นอนทางการเมือง’

 

ttb analytics กล่าวต่อว่า แม้มีการส่งสัญญาณเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองคาดว่าจะยังคงอยู่และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะต่อไป ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการภาครัฐจำนวนมากในปีงบประมาณ 2569 แล้ว ยังอาจส่งผลให้การจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 มีความเสี่ยงที่จะล่าช้าออกไปจากช่วงเวลาปกติ

 

นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความพยายามลดการขาดดุลทางการคลัง จะทำให้พื้นที่ทางการคลังที่เหลืออยู่ถูกดึงไปใช้แก้ไขปัญหาแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อประคองภาพเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่

 

จับตา! การบริโภคภาคเอกชนมีข้อจำกัดในการเติบโตมากขึ้น

 

ttb ระบุต่อว่า ส่วนหนึ่งจากเม็ดเงินกระตุ้นการจับจ่ายถูกดึงมาใช้ตั้งแต่ปลายปี 2568 มาจนถึงต้นปี 2569 และอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อประชาชนและเม็ดเงินที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี

 

นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงเกินกว่า 80% ของ GDP มาเป็นระยะเวลายาวนานมากกว่า 10 ปี จะยังคงบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชนต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้แรงซื้อในหมวดสินค้าคงทน (เช่น รถยนต์และที่อยู่อาศัย) อาจยังไม่สามารถกลับสู่ระดับเดิมเหมือนในอดีต

 

คาดกนง.ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในรอบธ.ค.2568

 

ในด้านเสถียรภาพทางการเงิน ttb analytics ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในรอบการประชุมเดือนธันวาคมสู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปี 2568 พร้อมกับการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อลงในปี 2568-2569

 

มองไปข้างหน้า ttb analytics ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอยู่ที่ 0.75-1% ณ สิ้นปี 2569 ซึ่งจะเป็นการปรับนโยบายทางการเงินให้มีความสมดุล (Recalibration) และสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอลงในหลายภาคส่วน จากเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำลง อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ต่ำกว่ากรอบล่างเป้าหมายต่อไป

 

นอกจากนี้ การผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้แก่ภาคครัวเรือนและ SMEs ควบคู่ไปกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้แบบเฉพาะเจาะจงอื่น ๆ เช่น โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ โครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เป็นต้น

The post ttb เตือน GDP ไทยจ่อชะลอต่อเนื่อง คาดปีหน้าโตเพียง 1.6% appeared first on THE STANDARD.

]]>
KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้ https://thestandard.co/ktb-ttb-scb-help-southern-flood/ Mon, 24 Nov 2025 11:55:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1146931 KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในภาคใต้ (รวม 10 จังหวัด […]

The post KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในภาคใต้ (รวม 10 จังหวัด เช่น สงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี) ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและการดำรงชีพของประชาชนและ SME เป็นวงกว้าง ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ กรุงไทย, ทีทีบี , และไทยพาณิชย์ ได้เร่งออกมาตรการทางการเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเต็มที่

 

เอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันทั้งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีพของลูกค้า ประชาชนเป็นวงกว้าง

 

ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครอบคลุมการลดภาระทางการเงิน ทั้งปรับลดค่างวดการผ่อนชำระ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้วงเงินฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

 

มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน

 

1. สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี)

 

2. สินเชื่อบุคคล (Term Loan) ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี

 

3. สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ให้ความช่วยเหลือครอบคลุม ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงิน และสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของลูกค้าที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต

 

KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้ 1

 

มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมบ้าน / กู้ฟื้นฟูกิจการ สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ขอวงเงินเพิ่มเติม หรือลูกค้าใหม่

 

1. สินเชื่อบ้าน Top up สินเชื่อบ้านแลกเงิน และ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)

 

2. สินเชื่อบุคคล (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี

 

3. สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan) ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี

 

ธนาคารกรุงไทย ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์เข้าร่วมมาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารทุกสาขา หรือ สาขาที่มีบัญชีเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111

 

ทีทีบี ออกมาตรการ ‘ตั้งหลัก’

 

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ธนาคารมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และสถานประกอบธุรกิจ ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงได้ออกมาตรการ ‘ตั้งหลัก’ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 2568 – 31 ม.ค. 2569 โดยมีรายละเอียดของมาตรการดังนี้

 

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ เพื่อแบ่งเบาภาระ

 

1. ลูกค้าสินเชื่อบ้าน สามารถขอพักชำระเงินต้นได้ นาน 3 เดือน (ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว) หรือ ขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก (กรณีลูกค้าที่มีบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงินอยู่แล้ว สามารถทำรายการเบิกใช้เงินสดได้ ผ่านตู้ ATM หรือแอป ttb touch ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก โดยต้องลงทะเบียนก่อน)

 

2. ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถขอพักชำระค่างวดได้ นาน 3 เดือน ลูกค้าสินเชื่อบุคคล / บัตรเครดิต สามารถขอพักชำระหนี้ได้ นาน 2 รอบบัญชี โดยยังคิดดอกเบี้ยตามปกติ

 

3. ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อ SME ประเภทสินเชื่อระยะยาว จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อหมุนเวียน จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิม นาน 6 เดือน

 

KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้ 2

 

ช่องทางการติดต่อธนาคาร

 

  • ลูกค้าบุคคล: สอบถามความช่วยเหลือ ติดต่อคุณ Yindee ผ่าน ttb touch หรือ ทีทีบี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 และสาขาของทีทีบี
  • ลูกค้าธุรกิจ: ติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โทร. 0 2643 7000 (วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8:00 – 20:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร

 

มาตรการความคุ้มครอง สำหรับลูกค้าที่มีประกัน

 

ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กรณีเป็นลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) สามารถรับความคุ้มครองได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” แจ้งเคลมผ่าน ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร. 0 2611 4425

 

ลูกค้าประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ บริษัทผู้รับประกันภัย ได้ที่

 

  • ธนชาตประกันภัย โทร. 1519
  • ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร. 1758
  • เมืองไทยประกันภัย โทร. 1484
  • อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292
  • แอลเอ็มจีประกันภัย โทร. 1790
  • แอกซ่าประกันภัย โทร. 0 2118 8111
  • วิริยะประกันภัย โทร. 1557

 

ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย และลูกค้าบัญชี ttb all free ที่ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุจากการคงเงินฝากตามเงื่อนไข ติดต่อ ธนชาตประกันภัย โทร. 1519

 

ลูกค้าธุรกิจที่มีประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ติดต่อ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 สามารถตรวจสอบความคุ้มครองได้ที่ “เมนูประกัน” ในแอป ttb touch

 

ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความช่วยเหลือทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและลูกค้าผู้ประกอบการ SME ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการอย่างเต็มที่

 

โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ ประกอบด้วย

 

1. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

สำหรับลูกค้าปัจจุบัน – สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย
สำหรับลูกค้าใหม่ – สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up)) ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์

 

2. สินเชื่อรถยนต์

สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุดนาน 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)

 

3. สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ (SSME)

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการปัจจุบัน พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย

 

KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้ 3

 

ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร SCB Call Center โทร 02-777-7777 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568

 

ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ธนาคารมีโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน 2) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน 3) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว วงเงินสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท 4) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ สูงสุด 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท

 

ลูกค้าผู้ประกอบการ SME สามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568

The post KTB-TTB-SCB เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหาดใหญ่ และภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ https://thestandard.co/ttb-salary-earners-debt-relief-insight/ Wed, 12 Nov 2025 07:50:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1142112 ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’

ภาพจำของ ‘มนุษย์เงินเดือน’ ในฐานะกลุ่มอาชีพที่มั่นคง มี […]

The post ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’

ภาพจำของ ‘มนุษย์เงินเดือน’ ในฐานะกลุ่มอาชีพที่มั่นคง มีรายได้แน่นอนทุกสิ้นเดือน อาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนความเปราะบางทางการเงินไว้ ในยุคที่ทุกอย่างผันผวน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และภัยคุกคามจากการเลิกจ้างก่อนวัยเกษียณ หรือการที่ AI จะเข้ามาทำงานแทน ความมั่นคงที่เคยเชื่อกลับสั่นคลอน

 

ความท้าทายนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่คือภาพสะท้อนจากข้อมูลจริง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกครั้งสำคัญ จากการทำโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ (ttb financial health check) ให้กับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนในไทยกว่า 96,000 คน ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลจาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)

 

ข้อมูลที่ได้ฉายภาพให้เห็นว่า มนุษย์เงินเดือนกำลังเป็น ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้อย่างแท้จริง

 

นริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ทีเอ็มบีธนชาต ได้ให้มุมมองว่า แม้ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยที่ 87% ของ GDP จะดูเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่น่ากังวลกว่านั้นซ่อนอยู่ในรายละเอียด เมื่อเทียบย้อนหลัง 10 ปี รายได้เฉลี่ยของคนไทยโตขึ้นเพียง 14%

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 1

 

ในขณะที่รายได้โตอย่างเชื่องช้า แต่หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูง 18-24% กลับเติบโตสวนทางไปถึง 200% ในช่วงเวลาเดียวกัน นี่คือความไม่สมดุลที่ชี้ว่าภาระหนี้กำลังเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการหารายได้หลายเท่าตัว

 

ภาพรวมหนี้คนไทย ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต

 

ข้อมูลจาก NCB ยืนยันว่าคนไทยเกือบ 40% หรือราว 25 ล้านคน อยู่ในระบบหนี้ โดยมีหนี้สินเฉลี่ยต่อคนสูงถึง 540,000 บาท และปัญหานี้กำลังหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2561 สัดส่วนคนที่เป็นหนี้เพิ่มขึ้นในทุกช่วงวัยทำงาน

 

กลุ่มวัยสร้างครอบครัว (อายุ 35-60 ปี) คือกลุ่มที่ ‘แบก’ หนี้หนักที่สุด โดยมียอดหนี้เฉลี่ยต่อหัวสูงเกือบ 700,000 บาท น่ากังวลว่า แม้แต่วัยเกษียณ (60 ปีขึ้นไป) ก็ยังมีสัดส่วนการประชากรที่มีหนี้ถึง 38% ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำแล้ว

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 2

 

นริศ ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าตกใจที่สุดในข้อมูล นั่นคือ ‘สินเชื่อส่วนบุคคล’ ซึ่งเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยแพง ได้กลายเป็นหนี้ที่อยู่คู่กับคนไทยแทบ ‘ตลอดชีวิต’

 

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าหนี้ส่วนบุคคลเริ่มก่อตัวตั้งแต่อายุยังน้อย (ราว 45% ของลูกหนี้วัย 20 ปี) และหนี้ประเภทนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงอยู่กับคนไทยไปจนถึงอายุ 80 ปี

 

สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือการ ‘ก่อหนี้ทับถม’ 43% ของลูกหนี้ เริ่มต้นด้วยสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์แรก และเมื่อมีหนี้ก้อนที่สอง ก้อนที่สาม สี่ หรือห้า ก็ยังคงเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลอีก

 

นี่คือวงจรที่คนหนึ่งคนอาจมีสินเชื่อส่วนบุคคลถึง 5 สัญญา สร้างภาระดอกเบี้ยทบต้นจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจ่ายคืนเงินต้นได้หมด

 

เจาะลึก ‘มนุษย์เงินเดือน’ ภูมิคุ้มกันที่บางกว่าที่คิด

 

เมื่อเจาะเข้ามาที่ข้อมูลสุขภาพทางการเงินของมนุษย์เงินเดือน 96,000 คน ภาพก็ยิ่งชัดเจนขึ้น คนกลุ่มนี้คือเสาหลักของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง แม้จะเป็นเพียง 30% ของตลาดแรงงาน แต่พวกเขากลับแบกรับภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถึง 90% ของประเทศ หรือกว่า 2.7 แสนล้านบาท

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 3

 

พวกเขายังเป็น ‘Sandwich Generation’ ที่ต้องดูแลทั้งพ่อแม่สูงวัยและลูกที่กำลังเติบโต ท่ามกลางแรงกดดันทางสังคมและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

 

ผลการสำรวจจาก ttb financial health check ได้ทลายความเชื่อเดิม ๆ เกี่ยวกับมนุษย์เงินเดือนลงอย่างสิ้นเชิง

 

82% ของมนุษย์เงินเดือนมีหนี้ โดย 53% เป็นหนี้ส่วนบุคคลและบัตรเครดิต พฤติกรรมทางการเงินก็น่ากังวล 49% มีหนี้สะสมจากการจ่ายขั้นต่ำหรือผิดนัดชำระ

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 4

 

ที่น่าตกใจที่สุดคือ 65% ของคนที่ ‘ยังจ่ายไหว’ กลับเลือกที่จะจ่ายเพียง ‘ขั้นต่ำ’ นริศ อธิบายว่านี่คือภาวะ ‘หนี้เรื้อรัง’ (Persistent Debt) ที่ทำให้คนติดอยู่ในวงจรหนี้ จ่ายเท่าไหร่ก็ตัดแต่ดอกเบี้ย เงินต้นไม่ลดลงเลย

 

ความเชื่อที่ว่ามนุษย์เงินเดือนบริหารเงินเป็น ก็อาจไม่จริง 51% ใช้ชีวิตแบบ ‘เดือนชนเดือน’ และ 29% ใช้เงินเกินรายได้

 

ความเชื่อที่ว่าพวกเขาเก็บออมเก่ง ก็ถูกทลาย 77% (เกือบ 4 ใน 5) มีเงินออมน้อยกว่า 10% ของรายได้และความเชื่อที่ว่า ‘รายได้สูง’ จะรอด ก็เป็นความเข้าใจที่ผิด ข้อมูลชี้ว่า 32% หรือ 1 ใน 3 ของคนที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือน ยังคงใช้ชีวิตแบบ ‘เดือนชนเดือน’ และ 16% ของกลุ่มรายได้สูงนี้ ใช้จ่ายมากกว่ารายได้ที่หามาได้

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 5

 

นี่สะท้อนว่าปัญหาความไม่มั่นคงทางการเงินเกิดขึ้นกับทุกระดับรายได้

 

ภูมิคุ้มกันที่แท้จริงอย่าง ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ ก็อยู่ในภาวะวิกฤต 70% ของมนุษย์เงินเดือนทั้งหมด (และ 80% ของกลุ่มที่มีหนี้) ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอ 6 เดือน

 

ผลลัพธ์คือ ชีวิตของพวกเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย แค่ ‘สะดุดนิดเดียว’ เช่น ปัญหาสุขภาพ หรือตกงาน ก็อาจล้มลงทั้งระบบได้ 80% ยอมรับว่าไม่มีความคุ้มครองเพียงพอหากป่วยเป็นโรคร้ายที่ต้องใช้เงิน 2 ล้านบาท และ 54% ยืนยันว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวจะเดือดร้อนทางการเงินทันที

 

เมื่อปัจจุบันยังเอาตัวไม่รอด การวางแผนเพื่ออนาคตและการเกษียณจึงกลายเป็นเรื่องไกลตัว

 

ภารกิจ ‘ช่วยแบ่งเบา’ จากความเข้าใจของคนหัวอกเดียวกัน

 

ทีทีบี ตระหนักถึงความน่ากังวลของข้อมูลนี้อย่างลึกซึ้ง ณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ธนาคารเข้าใจภาระที่หนักหน่วงนี้ดี เพราะ “เราต่างก็เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน”

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 6

 

“เราเข้าใจว่าคุณคือเดอะแบก” ณัฐวรรณกล่าว “เราแบกคนข้างหลัง แบกภาระครอบครัว แบกภาระหนี้สิน แบกภาระภาษี เพราะคุณคือเดอะแบก ให้ทีทีบีช่วย ‘แบ่ง’ เพื่อให้ชีวิตคุณ ‘เบา’ ขึ้น”

 

ทีทีบี จึงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทั้ง 4 มิติ โดยณัฐวรรณย้ำว่า สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่หนี้ท่วมแล้ว ลำดับแรกที่ต้องเริ่มไม่ใช่การออม แต่คือ ‘การรอบรู้เรื่องกู้ยืม’ หรือการจัดการหนี้ก่อน

 

ณัฐวรรณ ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ปัญหาหนึ่งคือ ‘ความไม่รู้’ (Financial Literacy) หลายคนไม่ทราบว่าสามารถใช้บ้านหรือรถที่ยังผ่อนไม่หมด มา ‘รวบหนี้’ ดอกเบี้ยแพงได้

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 7

 

ที่น่ากังวลกว่าคือ บางคนรู้ แต่ ‘ไม่กล้า’ เพราะกลัวว่าการเอารถหรือบ้านมาแลกเงินจะทำให้โฉนดหรือเล่มทะเบียน ‘มีตำหนิ’ พวกเขายอมจ่ายดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล 20% ดีกว่าใช้สินทรัพย์ค้ำประกันที่ดอกเบี้ยเพียง 5-10%

 

ทีทีบี จึงออกแบบโซลูชัน ‘แบ่งเบาภาระหนี้’ ที่เข้าใจพฤติกรรมนี้

 

หนึ่งคือ โปรแกรมผ่อนดี มีรางวัล ที่ให้คนผ่อนดีย้ายมารีไฟแนนซ์มาทีทีบี ได้รับสิทธิพิเศษในการรีไฟแนนซ์บ้าน
ณัฐวรรณเทียบให้เห็นว่า คนที่ขยันรีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี จะประหยัดดอกเบี้ยได้เกือบ 5 แสนบาท และปิดหนี้เร็วขึ้น 42 เดือน แต่คนส่วนใหญ่ ‘เหนื่อย ขี้เกียจ หรือลืม’

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 8

 

ทีทีบี จึงมีโซลูชัน ‘ผ่อนแบบชาญฉลาด’ หรือการรีไฟแนนซ์ครั้งสุดท้าย ที่ให้ดอกเบี้ยเรทเดียวตลอดสัญญา โดยมีเงื่อนไขแค่ ‘ผ่อนตรงเวลา’ ภาระดอกเบี้ยในปีที่ 4 จะไม่กระโดดซึ่งช่วยลดความยุ่งยาก ลดค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยโดยรวม หรือรวบหนี้ด้วยบ้าน-รถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ช่วยประหยัดดอกเบี้ยให้ถูกลง ค่างวดลดลง มีเงินเหลือใช้เพิ่มขึ้น

 

สองคือ ‘สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ทีทีบี’ สำหรับพนักงานในองค์กรที่ลงนามข้อตกลง (MOU) กว่า 1,540 แห่ง โซลูชันนี้ช่วยให้พนักงาน 26,577 คน ได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เริ่มต้น 7.99% ต่อปี เพื่อนำไปปิดหนี้ดอกเบี้ยที่อื่น

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 9

 

สร้างภูมิคุ้มกันรอบด้าน สู่ชีวิตการเงินที่ดีขึ้น

 

นอกจากการแก้หนี้ ทีทีบียังช่วย ‘แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย’ และฝึกวินัยในการเก็บออม ด้วยบัญชี ttb all free ที่ฟรีค่าธรรมเนียม และบัญชี ttb ME save ที่ให้ดอกเบี้ยสูง โดยเฉพาะพนักงานบัญชีเงินเดือนทีทีบี ที่ได้ดอกเบี้ยรับดอกเบี้ยสูงกว่าลูกค้าทั่วไป 0.2% ต่อปี ช่วยให้ออมได้มากขึ้นและเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน สามารถถอนได้เมื่อมีเหตุจำเป็น

 

ด้านการ ‘แบ่งเบาความกังวล’ ทีทีบีมอบภูมิคุ้มกันพื้นฐานฟรี เพียงคงเงินในบัญชี ttb all free ไว้ 5,000 บาท ทุกวันตลอดทั้งเดือน จะได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุ เบิกค่ารักษาได้ 3,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวน และความคุ้มครองชีวิต 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท

 

ด้านการ ‘แบ่งเบาภาระภาษีและความเสี่ยง’ ณัฐวรรณ แนะนำให้มองว่าภาษีคือ ‘เครื่องมือในการบังคับออม’ ทีทีบีจึงคัดสรรกองทุน RMF, ThaiESG และประกันที่ตอบโจทย์การลดหย่อนภาษี

 

สุดท้าย ทีทีบี เชื่อว่าการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวต้องเริ่มที่ ‘รากฐาน’ คือความรู้ทางการเงิน ธนาคารจึงเดินหน้าสร้างความรู้ผ่าน fintips เคล็ดลับการเงินบนเว็บไซต์ การเดินสายทำ Financial Health Check ให้กับองค์กรพันธมิตร คอร์สการเงินออนไลน์ บริการ ‘โค้ชปลดหนี้’ (Debt-free Coach) และสัมมนาความรู้ทางการเงินโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ 10

 

“ทีทีบี เชื่อว่าความมั่นคงทางการเงินไม่ใช่เรื่องของรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือการมีเครื่องมือและภูมิคุ้มกันทางการเงินที่รอบด้าน” ณัฐวรรณ กล่าวปิดท้าย

 

สามารถค้นหาโซลูชันและบริการทางการเงินจาก ทีทีบี ได้ที่เว็บไซต์ https://www.ttbbank.com/link/finlit-05

 

ที่มา: ข้อมูลจาก ttb financial health check ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยกว่า 96,000 ราย ระหว่างเดือนส.ค. 66 – ก.พ. 68

 

• กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว • เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกําหนด • บัญชีเงินฝาก ttb all free รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุและคุ้มครองชีวิต เพียงมียอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทั้งเดือน (ให้ความคุ้มครองโดย บมจ. ธนชาตประกันภัย)• ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง / รับประกันชีวิตโดย บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตและรับผิดชอบในฐานะนายหน้าเท่านั้น

The post ttb เปิด Insight ชี้ ‘มนุษย์เงินเดือน’ คือ ‘เดอะแบกตัวจริง’ ของการเงินยุคนี้ พบหนี้ท่วม-ออมไม่พอ พร้อมทางออกช่วย ‘แบ่งเบา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วางแผนการเงินรอบด้าน ส่งลูกเรียนนอกอย่างมีกลยุทธ์ ด้วยโซลูชันทางการเงินจาก ttb reserve [Advertorial] https://thestandard.co/ttb-reserve-international-education-semina/ Tue, 21 Oct 2025 07:00:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1132966

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ปกครองคือ ‘การลงทุนด้า […]

The post วางแผนการเงินรอบด้าน ส่งลูกเรียนนอกอย่างมีกลยุทธ์ ด้วยโซลูชันทางการเงินจาก ttb reserve [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ปกครองคือ ‘การลงทุนด้านการศึกษา’ ให้กับบุตรหลาน โดยเฉพาะการศึกษาต่อต่างประเทศ ประตูแห่งประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ค้นพบตัวตน เพิ่มทักษะชีวิต ต่อยอดเส้นทางอาชีพ ติดอาวุธทางความรู้ และสร้างโอกาสให้บุตรหลานได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและมีคุณภาพระดับสากล เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และความต้องการทักษะใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดแรงงานระดับโลก

 

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ผู้ปกครองต้องเผชิญ การวางแผนทางการเงินที่รอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การลงทุนด้านการศึกษานั้นเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นภาระในระยะยาว

 

ด้วยความเข้าใจในความต้องการนี้ ttb reserve ได้จัดงานสัมมนา “Empowering The Next Generation through International Education” เพื่อเปิดมุมมองและให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก EduSmith และ Skooldio มาให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต พร้อมนำเสนอโซลูชันทางการเงินตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Wealth ที่วางแผนส่งบุตรหลานไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้ปกครองเตรียมความพร้อมรอบด้าน ทั้งในด้านการศึกษาและการจัดการการเงินที่ครอบคลุมทุกมิติ

 

ttb-reserve-international

 

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต ฉายภาพเศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตที่ช้าลงอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่หลังวิกฤตสถานการณ์โควิด-19 (2020) ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4% แต่ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายโดยรวมของคนไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายด้านค่าครองชีพ ด้านสุขภาพ ด้านประกัน และด้านการศึกษา ส่งผลให้ความมั่งคั่งของคนไทยไม่เหมือนเดิม โดยสะท้อนได้จากอัตราการเติบโตของเงินฝากในประเทศที่ลดลง และผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศที่ไม่เพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายในอนาคต

 

นอกจากนี้ สำหรับผู้ปกครองที่มีแผนส่งลูกไปศึกษาต่อต่างประเทศยังต้องเผชิญกับอัตราค่าเล่าเรียนที่มีการเติบโตสูงกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการส่งบุตรหลานเรียนต่อต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีค่าใช้จ่ายโดยรวมในการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีสูงถึง 4 ล้านบาทต่อปี

 

ความพร้อมด้านการศึกษาคือการลงทุนที่สำคัญที่สุด

 

การเตรียมความพร้อมด้านการศึกษา ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดและต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะการเตรียมทุนการศึกษาซึ่งผู้ปกครองควรวางแผนล่วงหน้าผ่านการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศและการออมเงินในสกุลเงินต่างประเทศที่เหมาะสมกับประเทศเป้าหมายที่จะส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อ

 

ttb reserve นำเสนอ ‘โซลูชันการเงินแบบครบวงจรเพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศ’ ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการวางแผนทางการเงินเพื่อการศึกษาต่อต่างประเทศของบุตรหลาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้กังวล ผ่านการจัดการด้วย 3C

 

Cost Saving: วางแผนการศึกษาต่างประเทศ ให้ทุกบาทคุ้มที่สุด ด้วย ‘FCD e-Saving’

 

การลดค่าใช้จ่ายด้วยการลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศที่เหมาะสมกับประเทศที่จะไปเรียน เช่น การลงทุนล่วงหน้าแบบ Target Payment เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้คุณภาพดี สกุล USD หรือ GBP ที่มีอายุคงเหลือสอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับเวลาที่จะไปเรียนและระยะเริ่มลงทุน ช่วยให้สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนที่หลากหลาย

 

และอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงที่เงินบาทแข็ง ได้แก่ การทยอยสะสมเงินทุนการศึกษาล่วงหน้าใน 5 สกุลเงินต่างประเทศผ่านบัญชี FCD e-Saving พร้อมรับดอกเบี้ยสูงสุดถึง 4.0% ต่อปีสำหรับเงินสกุล USD และ 2.60% ต่อปีสำหรับเงินสกุล GBP (สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่ ระยะเวลาโปรโมชัน 1 ต.ค. 68 – 31 ต.ค. 68 และรับดอกเบี้ยพิเศษถึงวันที่ 30 พ.ย. 68) เพื่อช่วยผู้ปกครองวางแผนสะสมทุนการศึกษาล่วงหน้า กระจายความเสี่ยงจากค่าเงิน เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า และบริหารความมั่งคั่งในระยะยาว

 

ปิติเน้นย้ำว่า การเริ่มต้นวางแผนเร็ว จะช่วยลดภาระทางการเงินในอนาคต และทำให้ผู้ปกครองสามารถส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ

 

Convenience & Control: จัดการค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา สะดวก รวดเร็ว ผ่าน ttb touch  

 

ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจ ผ่านแอป ttb touch และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อการศึกษาต่างประเทศโดยเฉพาะ สามารถโอนเงินจากบัญชี FCD e-Saving ของตนเองไปยังบัญชี FCD e-Saving ของบุตรหลานได้ ผ่านแอปตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน สูงสุด 4 ล้านบาท/วัน

 

ด้านการใช้จ่าย บุตรหลานสามารถเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ttb world pass ที่ตัดค่าใช้จ่ายจากบัญชี FCD e-Saving ตามสกุลเงินที่ใช้จ่าย และสกุลเงินต่างประเทศอื่นๆ ก็ยังใช้จ่ายสะดวก โดยตัดจากบัญชี ออลล์ฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม FX Rate 2.5%

 

หากผู้ปกครองมีบัตรเครดิต ttb reserve ยังสามารถออกบัตรเสริมให้บุตรหลานนำไปใช้โดยได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การสะสมคะแนนที่รวดเร็ว และสิทธิประโยชน์อื่นๆ รวมถึงฟรีค่าธรรมเนียม FX Rate 2.5% เช่นกัน 

 

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการใช้จ่ายผ่านแอป ttb touch ที่เห็นรายละเอียดทุกธุรกรรม พร้อมตั้งค่าควบคุมการใช้จ่ายรายหมวดหมู่ได้อีกด้วย

 

ttb-reserve-internationa

 

เคล็ดลับการวางแผนศึกษาต่อต่างประเทศ

 

กิตติประภา จิวะสันติการ กรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์วางแผนศึกษาต่อต่างประเทศ สถาบัน EduSmith เน้นย้ำว่า “ไม่มีสูตรไหนที่ผิดหรือถูก” สำหรับการศึกษาต่อต่างประเทศ จะไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาเลยหรือจะไประดับมหาวิทยาลัยก็ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจภาพรวมของระบบการศึกษาและตัวตนของเด็กแต่ละคนเพื่อหาสิ่งที่เหมาะสม หากพิจารณาระบบการศึกษาของแต่ละประเทศก็จะมีลักษณะเด่นต่างกัน เช่น ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีอิสระทางการศึกษา เลือกหัวข้อการเรียนได้กว้างตามความสนใจ เน้นการค้นหาตัวเอง (Explore) และการมีเรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร (Unique Story) ซึ่งเหมาะกับนักเรียนที่สนใจเรียนรู้แบบรอบด้าน (Well-rounded Student)

 

ขณะที่ระบบของสหราชอาณาจักรจะเน้นความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งและเจาะลึก (In-depth Study) ลงไปในสาขาวิชาที่สนใจตั้งแต่ต้น เหมาะกับเด็กที่แน่วแน่ว่าตนเองต้องการเรียนอะไร

 

แนวคิดสำคัญของการเลือกมหาวิทยาลัย คือการเลือกแบบ “Best Fit” คือต้องเลือกมหาวิทยาลัยและระบบที่ “อยู่แล้วมีความสุข” และสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็น “Best Version” ของตัวเอง สิ่งนี้จึงสำคัญกว่าการยึดติดกับแบรนด์ของมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว

 

ttb-reserve-international

 

ทักษะแห่งอนาคตสำหรับ Generation ใหม่

 

ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง Skooldio ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า ทักษะแห่งอนาคตที่คนรุ่นใหม่ควรเตรียมไว้ สามารถสรุปได้เป็น 3 ประเด็นหลักๆ คือ

 

1) The New Literacies หรือทักษะสมัยใหม่ที่จำเป็น คือ การเข้าใจและรู้เท่าทันเทคโนโลยี เช่น Digital Literacy, Data Literacy และ AI Literacy ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ต้องมี ซึ่งหากเข้าใจและเปิดรับสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความรู้ความสามารถได้

 

2) Enduring Human Skills หรือทักษะมนุษย์ที่ยั่งยืน คือทักษะที่ไม่มีอะไรทดแทนได้และช่วยให้เราใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ถูกแทนที่ด้วย AI ได้ง่ายๆ เช่น Critical Thinking และ Creative Thinking ที่เป็นทักษะอันดับต้นๆ ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพในการใช้ AI ให้กว้างไกลขึ้น รวมถึงการมี Interpersonal Skill และการเรียนรู้แบบ Lifelong Learning ซึ่งช่วยส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ได้ตลอดเวลา 

 

 3) Advanced Technical Skills หรือทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Software Development, UX/UI, Cloud Computing เพราะโลกในอนาคตจะเป็นโลกของผู้สร้าง ทักษะในกลุ่มนี้จะช่วยพัฒนาจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นได้ ซึ่งการศึกษาในระบบของต่างประเทศนั้นช่วยส่งเสริมทักษะเหล่านี้ให้บุตรหลานได้

 

  ttb reserve พร้อมเป็นผู้ช่วยวางแผนทางการเงินให้กับผู้ปกครองเตรียมความพร้อมส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนของท่าน หรือ ttb reserve line 02-010-1428

The post วางแผนการเงินรอบด้าน ส่งลูกเรียนนอกอย่างมีกลยุทธ์ ด้วยโซลูชันทางการเงินจาก ttb reserve [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fitch Ratings หั่นแนวโน้มอันดับเครดิต 5 แบงก์ไทยเป็น ‘ลบ’ https://thestandard.co/fitch-downgrades-5-thai-banks/ Mon, 29 Sep 2025 11:23:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1124430

Fitch Ratings ประกาศหั่นแนวโน้มอันดับเครดิต แบงก์ไทย 5 […]

The post Fitch Ratings หั่นแนวโน้มอันดับเครดิต 5 แบงก์ไทยเป็น ‘ลบ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fitch Ratings ประกาศหั่นแนวโน้มอันดับเครดิต แบงก์ไทย 5 แห่งเป็น ‘ลบ’ (Negative) ได้แก่ EXIM KTB TTB SCBT และ UOBT หลังการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของรัฐบาลไทย เผยอันดับเครดิต BBL, KBank, SCB และ SCBX ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย เหตุพิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของแต่ละธนาคาร

 

วันนี้ (29 กันยายน) ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Ratings: IDRs) เป็น แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ (Negative) จากมีเสถียรภาพ (Stable) และยังคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว สำหรับธนาคารดังต่อไปนี้

 

  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM)
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB)
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (TTB)
  • ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SCBT) และ
  • ธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBT)

 

พร้อมกันนี้ ฟิทช์ยังคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวโดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ สำหรับธนาคารดังต่อไปนี้:

 

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL)
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY)
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBank)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) และ
  • บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX)

 

การประกาศอันดับเครดิตดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายหลังการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของรัฐบาลไทยเป็นแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ (BBB+/Negative) จากเดิมแนวโน้มมีเสถียรภาพ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568

 

เปิดปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

 

ฟิทช์ยังระบุว่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการสนับสนุนของรัฐบาล: แม้อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (Government Support Rating) ของ EXIM, KTB, TTB, BBL, KBank, SCB, และ SCBX จะได้รับการคงอันดับเครดิต

 

แต่อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลมีโอกาสที่จะถูกปรับลดอันดับได้ ในกรณีที่อันดับเครดิตสากลของประเทศไทยถูกปรับลดอันดับ

 

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM, KTB และ TTB มีปัจจัยในการพิจารณาหลักมาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลของแต่ละธนาคาร และการปรับ “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” ของธนาคารทั้งสามแห่ง สะท้อนถึงการปรับลดลงของความสามารถของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนเป็นพิเศษที่นอกเหนือจากการให้การสนับสนุนด้านการดำเนินงานตามปรกติ (extraordinary support)

 

การสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นอาจมีข้อจำกัด: อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น (Shareholder Support Rating) ของ SCBT, UOBT และ BAY ได้รับการคงอันดับเครดิต ในขณะที่การปรับ “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” สำหรับ SCBT และ UOBT

 

สะท้อนว่าอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของทั้งสองธนาคาร อาจถูกจำกัดโดยเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย (Country Ceiling) เนื่องจากหากมีการปรับลดเพดานอันดับเครดิต จะส่งผลให้มีการปรับลดอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเช่นกัน และนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว ทั้งนี้ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาวของ SCBT ไม่ถูกจำกัดโดยเพดานอันดับเครดิต ดังนั้นจึงยังคงมี “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ”

 

สำหรับ BAY อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นของธนาคารไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเพดานอันดับเครดิต และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจึงจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งอันดับของเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย

 

ไม่มีผลต่ออันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน:

 

ฟิทช์คงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) ของ KTB, TTB, UOBT, BBL, BAY, KBank, SCB และ SCBX โดยคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของธนาคารไทยที่ฟิทช์ประเมิน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ ‘bbb’/แนวโน้มมีเสถียรภาพ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตของประเทศไทย

 

และฟิทช์เชื่อว่าคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย ฟิทช์ได้ปรับแนวโน้มของคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของ BBL ที่ ‘bbb+’ เป็น “แนวโน้มเป็นลบ” จากเดิม “แนวโน้มมีเสถียรภาพ” เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ปัจจัยดังกล่าวจะถูกจำกัดโดยอันดับเครดิตของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามการปรับแนวโน้มของคะแนนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร

 

ทั้งนี้ อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ BBL, KBank, SCB และ SCBX พิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของแต่ละธนาคาร ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย

 

สำหรับรายละเอียดของปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของธนาคารแต่ละแห่ง สามารถดูได้จากประกาศอันดับเครดิตครั้งล่าสุด ดังนี้:

 

  • EXIM: “ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตสากลของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 12 กันยายน 2568 (Fitch Affirms Thai EXIM at ‘BBB+’; Outlook Stable)

 

  • KTB และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมน: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารกรุงไทยที่ ‘BBB+’ และ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพและปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินเป็น ‘bbb’” ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 (Fitch Affirms Krung Thai Bank at ‘BBB+’/’AAA(tha)’; Outlook Stable; Upgrades VR to ‘bbb’)

 

  • TTB: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ ธ.ทหารไทยธนชาต ที่ ‘BBB’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘AA+(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 (Fitch Affirms TMBThanachart Bank at ‘BBB’ and ‘AA+(tha); Outlook Stable)

 

  • SCBT: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2568 (Fitch Affirms Standard Chartered Bank (Thai) at ‘A-‘; Outlook Stable)

 

  • UOBT: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารยูโอบี (ไทย) ที่ ‘A-’ และอันดับเครดิตภายในประเทศที่ ‘AAA(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 13 มีนาคม 2568 (Fitch Affirms United Overseas Bank (Thai) at ‘A-‘ and ‘AAA(tha)’; Outlook Stable)

 

  • BAY: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ ‘BBB+’ และ ‘AAA(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 (Fitch Affirms Bank of Ayudhya at ‘BBB+’ and ‘AAA(tha)’; Outlook Stable)

 

  • BBL และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาฮ่องกง: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารกรุงเทพที่ ‘BBB’ และ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 (Fitch Affirms Bangkok Bank at ‘BBB’ and ‘AA+(tha)’; Outlook Stable)

 

  • KBank และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาฮ่องกง: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารกสิกรไทยที่ ‘BBB’ และ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 (Fitch Affirms KASIKORNBANK at ‘BBB’/’AA+(tha)’; Outlook Stable)

 

  • SCB SCBX และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมน: “ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ และ บมจ. เอสซีบี เอกซ์ ที่ ‘BBB’ และ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 (Fitch Affirms SCBX and Siam Commercial Bank at ‘BBB’ and ‘AA+(tha)’; Outlook Stable)

 

เปิดปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

 

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน) ในกรณีที่มีการปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย:

 

•อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล ของ EXIM, KTB, TTB, BBL, KBank, SCB และ SCBX น่าจะถูกปรับลดลง

 

•อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น (Long-Term และ Short-Term IDRs) ของ EXIM, KTB และ TTB น่าจะถูกปรับลด

 

•อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ BBL KBank และ SCB น่าจะถูกปรับลด เนื่องจากจะไม่เป็นอันดับเครดิตที่พิจารณาจากปัจจัยการสนับสนุน (support-driven) อีกต่อไป และคะแนนปัจจัยด้านการระดมเงินทุนและสภาพคล่อง (funding and liquidity) ของธนาคารไม่เข้าเกณฑ์สำหรับตัวเลือกอันดับเครดิตระยะสั้นที่สูงกว่า

 

•อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCBT และ UOBT น่าจะถูกปรับลด

 

สำหรับรายละเอียดของปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออันดับเครดิตของธนาคารแต่ละแห่ง สามารถดูได้จากประกาศอันดับเครดิตครั้งล่าสุด ที่แสดงไว้ด้านบน

 

ปัจจัยที่อาจส่งผลเชิงบวกหรือทำให้ถูกปรับเพิ่มอันดับ (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยร่วมกัน): แนวโน้มอันดับเครดิตของ EXIM, KTB, TTB, SCBT และ UOBT จะถูกปรับกลับเป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” หากแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยได้รับการปรับกลับมาเป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ”
บริษัทย่อยและบริษัทในเครือ: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

 

ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมนที่ ‘BBB+’ และปรับ “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” จาก “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” ทั้งนี้อันดับเครดิตดังกล่าวอยู่ในระดับเดียวกันกับ KTB เนื่องจากธนาคารและสาขาเป็นนิติบุคคลเดียวกัน

 

ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาฮ่องกง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาหมู่เกาะเคย์แมน และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาฮ่องกง โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

 

บริษัทย่อยและบริษัทในเครือ: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

 

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของสาขาในต่างประเทศของ KTB SCB และ KBank จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารแม่ของแต่ละสาขา (ทั้งเชิงบวกหรือเชิงลบ)

 

แหล่งข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับเครดิต

 

แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินอันดับเครดิตมีรายละเอียดเปิดเผยอยู่ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้องของฟิทช์

 

อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น

 

อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM, KTB และ TTB เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย

 

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ SCBT เชื่อมโยงกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ Standard Chartered Bank (Singapore) Limited (A+/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ/a)

 

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT เชื่อมโยงกับอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ United Overseas Bank Limited (AA-/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ/aa-)

 

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ BAY เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ Mitsubishi UFJ Financial Group (A-/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ/a-)

The post Fitch Ratings หั่นแนวโน้มอันดับเครดิต 5 แบงก์ไทยเป็น ‘ลบ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB KBank BAY ttb พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ตามมติ กนง. https://thestandard.co/scb-kbank-bay-ttb-loan-rate-cut/ Thu, 14 Aug 2025 07:50:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1107307 ธนาคาร SCB KBank BAY ttb ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตามมติ กนง.

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ต่างๆ รวมถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) […]

The post SCB KBank BAY ttb พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ตามมติ กนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคาร SCB KBank BAY ttb ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตามมติ กนง.

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ต่างๆ รวมถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (Kbank) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และทีเอ็มบีธนชาต (ttb) แห่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องสำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ และลดภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเปราะบาง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.750% เป็น 6.500% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.925% เป็น 6.675% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.025% เป็น 6.775% ต่อปี 

 

ธนาคารกสิกรไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ M Rate ลง 0.25%

 

จงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้สอดคล้องกับมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.50% ต่อปี

 

ธนาคารทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อลง โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

 

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลด 0.25% จาก 6.97% เหลือ 6.72% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลด 0.25% จาก 6.94% เหลือ 6.69% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลด 0.25% จาก 7.03% เหลือ 6.78% ต่อปี

 

“ตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่แม้จะยังคงขยายตัวได้ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่ยังเผชิญความท้าทายหลายด้านซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อปัญหาเชิงโครงสร้างและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มขึ้นน่าจะเอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของธนาคารที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เช่น ลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังคงเผชิญภาระต้นทุนทางการเงินสูงท่ามกลางรายได้ที่ฟื้นตัวช้า”

 

“ธนาคารเชื่อมั่นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและครัวเรือน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว และธนาคารพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม ช่วยให้ลูกค้าของธนาคารมีความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อต่อยอดการฟื้นตัวและการเติบโตอย่างยั่งยืน”

 

กรุงศรีปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% มีผลวันที่ 18 สิงหาคม 2568

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และเพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ตลอดจนช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระของลูกค้าทั้งในภาคธุรกิจและรายย่อย

 

กรุงศรีปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate หรือ MLR) ปรับลดลงจาก 7.000% เป็น 6.750%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate หรือ MOR) ปรับลดลงจาก 6.975% เป็น 6.725%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate หรือ MRR) ปรับลดลงจาก 7.120% เป็น 6.870%

 

เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กรุงศรีปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ ลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของมาตรการภาษีสหรัฐฯ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง”

 

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในแนวทางที่กรุงศรีได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ สะท้อนถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม

 

ทีทีบี ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกกลุ่ม 0.25% ต่อปี มีผล 15 ส.ค.นี้

 

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกกลุ่ม 0.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2568 สอดคล้องกับมติ กนง. ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจและบรรเทาภาระลูกหนี้ ให้สามารถตั้งรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จากผลกระทบของนโยบายการค้าโลก ปัญหาสภาพคล่องและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มขึ้น 

 

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบี พร้อมอยู่เคียงข้างและให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ลูกค้าทุกกลุ่มในทุกสถานการณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพเศรษฐกิจเปราะบางจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีสหรัฐในช่วงครึ่งปีหลังที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่ายยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวลง เพื่อเป็นการสอดรับกับมติ กนง. ที่ต้องการช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย กระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาไม่ให้ค่าครองชีพของลูกค้าและต้นทุนของธุรกิจยิ่งสูงไปกว่านี้ ทีทีบี จึงได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปีเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2568 

 

นอกจากความช่วยเหลือด้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ธนาคารยังคงตอกย้ำปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้สนับสนุนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มเติมผ่านโปรแกรม “ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล” ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่มีประวัติผ่อนดี ซึ่งถือเป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่สำคัญและยังไม่ค่อยได้รับการช่วยเหลือ โดยโปรแกรมนี้ให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งคนผ่อนดีที่มีบ้าน มีรถ และกลุ่มพนักงานเงินเดือนที่มีสินเชื่อบุคคล ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมนี้เพิ่มขึ้น 

 

ทั้งนี้ ทีทีบี ยังพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนมีความมุ่งมั่นส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนผ่านโซลูชันรวบหนี้ โซลูชันโอนยอดหนี้ โครงการคุณสู้ เราช่วย ควบคู่กับแนะนำการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อการจัดการหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระคืน ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตามเป้าหมายของธนาคารที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต

The post SCB KBank BAY ttb พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ตามมติ กนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กเลย! รวมมาตรการช่วยเหลือจาก ‘แบงก์พาณิชย์’ ช่วยลูกค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมภาคเหนือ https://thestandard.co/banks-disaster-relief/ Mon, 28 Jul 2025 03:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1100814 banks-disaster-relief

ธนาคารต่างๆ รวมถึง ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนา […]

The post เช็กเลย! รวมมาตรการช่วยเหลือจาก ‘แบงก์พาณิชย์’ ช่วยลูกค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
banks-disaster-relief

ธนาคารต่างๆ รวมถึง ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) และธนาคารกสิกรไทย ได้ประกาศใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และอุทกภัยในภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นการลดภาระทางการเงินและเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประสบภัย

 

ธนาคารกรุงไทย

 

ธนาคารกรุงไทยมุ่งเน้นการลดภาระทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

  • มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน:
    • สินเชื่อบ้านและสินเชื่อธุรกิจ SSME: ลดค่างวด 75% เป็นเวลา 1 ปี พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 0% นาน 3 เดือนแรก และคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวม 3 ปี)
    • สินเชื่อส่วนบุคคล: ลดค่างวด 75% เป็นเวลา 1 ปี พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 4.5% ต่อปี (คงที่) นาน 3 ปี
    • สินเชื่อธุรกิจ SME: มาตรการที่ยืดหยุ่น เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย, การลดค่างวด, พักชำระเงินต้น, ชำระเฉพาะดอกเบี้ย, พักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยบางส่วน, การขยายระยะเวลาสัญญา หรือการปรับตารางผ่อนชำระหนี้ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี
  • มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมแซมบ้าน:
    • สินเชื่อบ้าน Top up, สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan): ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือนแรก และคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวม 3 ปี) สำหรับสินเชื่อบ้านจะได้รับฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง
    • สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan): ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
    • สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan): ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นาน 2 ปีแรก หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี

 

ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล, ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ และลูกค้าผู้ประกอบการ SME ทั้งในรูปแบบการพักชำระหนี้และสินเชื่อพิเศษเพื่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการ

  • กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ:
  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย:
        • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน: สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash) พักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน
        • สำหรับลูกค้าใหม่: สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up)) ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอาคารพาณิชย์
      • สินเชื่อรถยนต์: สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)
  • สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ (SSME):
        • สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการปัจจุบัน: พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี
        • สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อใหม่ (ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาทต่อปี):สามารถขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) โดยมีเงื่อนไข ดังนี้: อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี ในช่วง 24 เดือนแรก, ค่าธรรมเนียมการให้สินเชื่อ (Front-End Fee) 1%, ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี, วงเงินสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย (รวมวงเงินจากทุกสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ), ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน, ลูกค้าต้องนำเงินกู้ไปใช้เพื่อฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น ไม่สามารถนำไปชำระหนี้เดิม หรือ Refinance, และต้องยื่นเอกสารแสดงความเสียหายหรือผลกระทบจากสถานการณ์ประกอบการพิจารณา
  • ลูกค้าผู้ประกอบการ SME:
    • ธนาคารมีโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย
      • พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน
      • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน
      • เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว วงเงินสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท
      • วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ สูงสุด 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท

 


 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

 

กรุงศรีออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทั้งบุคคลและธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยฉับพลันจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” และสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน

  • ลูกค้าสินเชื่อบุคคล, สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย:
      • ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
      • พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน
  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME:
      • ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
      • พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน
  • ลูกค้าสินเชื่อกรุงศรี ออโต้:
      • พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์:
    • มาตรการที่ 1: พักชำระหนี้ นานสูงสุด 2 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2 รอบบัญชี ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน 2568 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก
    • มาตรการที่ 2: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว)

 

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb)

 

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เร่งด่วน ที่ครอบคลุม เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันจากอิทธิพลของพายุ “วิภา”

  • มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ เพื่อแบ่งเบาภาระ:
      • ลูกค้าสินเชื่อบ้าน: สามารถขอพักชำระเงินต้นได้ นาน 3 เดือน ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยเท่านั้น หรือขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก กรณีลูกค้าถือบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงินอยู่แล้ว ทำรายการเบิกใช้เงินสดผ่านตู้ ATM หรือแอป ttb touch ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรกได้ทันที
      • ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์: สามารถขอพักชำระค่างวดได้ นาน 3 เดือน
      • ลูกค้าสินเชื่อบุคคล / บัตรเครดิต: สามารถขอพักชำระหนี้ได้ นาน 2 รอบบัญชี
      • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อ SME:
        • ประเภทสินเชื่อระยะยาว: จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นเวลาสูงสุด 6 เดือน
        • ประเภทสินเชื่อหมุนเวียน: จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน
        • ประเภทสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ: จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิม นาน 6 เดือน
      • สำหรับลูกค้า SME ที่ต้องการซ่อมแซมสถานประกอบการ: ไม่ว่าจะเป็นด้วยอุทกภัยหรือสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการเพื่อ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และชำระแบบปลอดเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
  • มาตรการความคุ้มครอง สำหรับลูกค้าที่มีประกัน:
    • ลูกค้าสินเชื่อบ้าน: ที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กรณีเป็นลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) สามารถรับความคุ้มครองได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” หรือลูกค้าที่ซื้อประกันภัยโดยตรงกับธนชาตประกันภัย รับความคุ้มครอง
    • ลูกค้าประกันชีวิต / ประกันภัย: กรณีเป็นลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในชายแดนไทย-กัมพูชา หรือลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
    • ลูกค้าธุรกิจทุกราย: ที่มีประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ประเภทสรรพภัย ประเภทอัคคีภัย ขยายภัยน้ำท่วม กับ ทีทีบี โบรกเกอร์ รับความคุ้มครอง ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ตามกรมธรรม์กำหนด
    • ลูกค้าที่มีประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และประกันภัยรถยนต์: กับ ทีทีบี โบรกเกอร์ รับความคุ้มครอง ตามกรมธรรม์กำหนด

 

ธนาคารกสิกรไทย

 

ธนาคารกสิกรไทยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา และอุทกภัยในภาคเหนือที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ด้วยมาตรการพักชำระเงินต้น ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ย และสินเชื่ออื่น ๆ เพื่อซ่อมแซมบ้านและสถานประกอบการ

  • มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล:
      • สินเชื่อบ้านกสิกรไทย: พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
      • สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน: อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
      • บัตรเครดิตกสิกรไทย สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash: พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
      • สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระ 3 เดือน
  • มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ:
    • วงเงินสินเชื่อเดิม: พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
    • สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ: ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

The post เช็กเลย! รวมมาตรการช่วยเหลือจาก ‘แบงก์พาณิชย์’ ช่วยลูกค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>