Top Gun Maverick Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/top-gun-maverick/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 21 May 2025 00:36:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Tom Cruise เผยว่ากำลังเดินหน้าพัฒนาภาพยนตร์ Top Gun ภาค 3 https://thestandard.co/top-gun-3-tom-cruise-confirmed/ Wed, 21 May 2025 00:36:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1076514 Tom Cruise ขณะให้สัมภาษณ์ถึงการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์ Top Gun ภาค 3

หลังจากที่ภาพยนตร์ Top Gun กลับมาสร้างความประทับใจให้กั […]

The post Tom Cruise เผยว่ากำลังเดินหน้าพัฒนาภาพยนตร์ Top Gun ภาค 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Cruise ขณะให้สัมภาษณ์ถึงการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์ Top Gun ภาค 3

หลังจากที่ภาพยนตร์ Top Gun กลับมาสร้างความประทับใจให้กับคอหนังทั่วโลกกับภาคต่ออย่าง Top Gun: Maverick ในรอบ 36 ปีเมื่อปี 2022 ล่าสุด Tom Cruise ผู้เป็นทั้งนักแสดงนำและหนึ่งในโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้ก็ออกมาเผยว่า เขากำลังเดินหน้าพัฒนาภาพยนตร์ Top Gun ภาค 3 แล้ว

 

ช่วงที่ผ่านมา Tom Cruise กำลังยุ่งอยู่กับการเดินสายโปรโมตผลงานเรื่องล่าสุดของตัวเองอย่าง Mission: Impossible – The Final Reckoning ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของแฟรนไชส์ Mission: Impossible แล้ว โดยเขาเริ่มพูดถึงโปรเจกต์ต่างๆ ที่จะทำในอนาคต รวมไปถึงการสร้าง Top Gun ภาคต่อไปด้วย 

 

Tom Cruise ให้สัมภาษณ์ผ่าน Australia Today ว่า “เรากำลังระดมความคิดและพูดคุยถึงเรื่องราวที่แตกต่างกันหลากหลายเรื่อง ทั้งสิ่งที่เราทำได้และสิ่งที่เป็นไปได้จริง ผมใช้เวลาถึง 35 ปีในการคิดเรื่องการสร้าง Top Gun: Maverick เลยนะ สิ่งที่เราทำกันอยู่ตอนนี้คือการพูดคุยถึงโปรเจกต์ Days of Thunder และ Top Gun: Maverick”

 

Tom Cruise กลับมารับบทเป็นกัปตัน Pete Maverick Mitchell อีกครั้งใน Top Gun: Maverick ที่กำกับโดย Joseph Kosinski โดยภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของตัวละครเอกที่ต้องทำหน้าที่เป็นครูฝึกพิเศษให้กับเหล่านักบินรุ่นใหม่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่รับบทโดยเหล่านักแสดงมาแรงในขณะนั้น เพื่อให้พวกเขาไปทำภารกิจที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ซึ่งตัวหนังก็สามารถทำรายได้มหาศาล และกลายเป็นภาพยนตร์ติดอันดับทำเงินสูงสุดของสหรัฐฯ อีกด้วย

 

ภาพ: Paramount Pictures

อ้างอิง: 

The post Tom Cruise เผยว่ากำลังเดินหน้าพัฒนาภาพยนตร์ Top Gun ภาค 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Val Kilmer นักแสดงชื่อดังจาก Batman Forever และ Top Gun เสียชีวิตในวัย 65 ปี https://thestandard.co/val-kilmer-batman-forever-top-gun-actor-dead-at-65/ Wed, 02 Apr 2025 05:31:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1059664 Val Kilmer นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ Batman Forever และ Top Gun เสียชีวิตในวัย 65 ปี จากโรคปอดบวม

นักแสดงระดับตำนานแห่งวงการฮอลลีวูดอย่าง Val Kilmer เสีย […]

The post Val Kilmer นักแสดงชื่อดังจาก Batman Forever และ Top Gun เสียชีวิตในวัย 65 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Val Kilmer นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ Batman Forever และ Top Gun เสียชีวิตในวัย 65 ปี จากโรคปอดบวม

นักแสดงระดับตำนานแห่งวงการฮอลลีวูดอย่าง Val Kilmer เสียชีวิตแล้วในวัย 65 ปี ด้วยภาวะโรคปอดบวม โดยข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากลูกสาวของเขา Mercedes Kilmer ว่าเขาเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และเธอก็ยังกล่าวว่า เขาเคยเป็นโรคมะเร็งลำคอในช่วงปี 2014 และรับการรักษาจนหายดีจากมะเร็งแล้ว

 

Val Kilmer เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง Batman Forever, Tombstone, Top Gun, Heat, The Saint รวมทั้งบทบาทที่เขาได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดกับการแสดงเป็น Jim Morrison แห่งวง The Doors ซึ่งบทบาทเหล่านี้ก็ทำให้เขาถูกจดจำในฐานะนักแสดงที่มีความสามารถ แสดงยอดเยี่ยม และทำให้ผู้คนทึ่งได้อยู่เสมอ

 

ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาไม่ค่อยปรากฏตัวในสื่อมากนัก แต่เขาก็หันไปโฟกัสกับการทำสารคดีเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวที่มีชื่อว่า ‘Val’ โดยเน้นถ่ายทอดเรื่องราวของการต่อสู้กับโรคมะเร็งลำคอและการสูญเสียเสียงไปจากการรักษาโรคนี้ และสารคดีเรื่องนี้ก็ฉายไปเมื่อปี 2021 ส่วนการแสดงในเรื่อง Top Gun: Maverick เมื่อปี 2022 ก็นับเป็นผลงานการแสดงครั้งสุดท้ายของเขาก่อนจะเสียชีวิต

 

THE STANDARD POP ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปมา ณ ที่นี้

 

ภาพ: Paul Harris / Getty Images

อ้างอิง:

The post Val Kilmer นักแสดงชื่อดังจาก Batman Forever และ Top Gun เสียชีวิตในวัย 65 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ F1 นำแสดงโดย Brad Pitt https://thestandard.co/first-trailer-f1-movie-brad-pitt/ Mon, 08 Jul 2024 08:59:46 +0000 https://thestandard.co/?p=954966 ภาพยนตร์ F1

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา F1 ได้เปิดเผยภ […]

The post เปิดตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ F1 นำแสดงโดย Brad Pitt appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพยนตร์ F1

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา F1 ได้เปิดเผยภาพยนตร์ตัวอย่างแรกของ F1 ภาพยนตร์แข่งรถสูตรหนึ่งจาก Joseph Kosinski ผู้กำกับที่ผ่านการกำกับ ภาพยนตร์ อย่าง Top Gun: Maverick

 

โดยภาพยนตร์ F1 นำแสดงโดย Brad Pitt ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Sonny Hayes อดีตนักแข่ง F1 ที่กลับมาลงแข่งขันกับ APXGP (ทีมที่สร้างขึ้นมาในภาพยนตร์เรื่องนี้) เพื่อชิงความเป็นหนึ่งของการแข่งขันรถยนต์ที่เร็วที่สุด 

 

นอกจากนี้ยังมี Lewis Hamilton แชมป์โลก 7 สมัย เข้ามาร่วมอำนวยการสร้าง รวมถึงภาพยนตร์นี้ยังถ่ายทำระหว่างสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน F1 อีกด้วย 

 

ซึ่งในภาพยนตร์ตัวอย่างมีทั้ง Max Verstappen แชมป์โลกคนปัจจุบัน และ Sergio Pérez เพื่อนร่วมทีมจากเรดบูล ไปจนถึง Guenther Steiner อดีตหัวหน้าทีมฮาส ฟอร์มูลาวัน ปรากฏตัวในภาพยนตร์อีกด้วย 

 

โดยภาพยนตร์ F1 เตรียมเข้าฉายวันที่ 27 มิถุนายน 2025 ในโรงภาพยนตร์ ตามกำหนดการของ Apple TV+ 

 

 

ภาพ: Formula 1

The post เปิดตัวอย่างแรกของภาพยนตร์ F1 นำแสดงโดย Brad Pitt appeared first on THE STANDARD.

]]>
“คุณช่วยชีวิตวงการฮอลลีวูด และช่วยชีวิตธุรกิจโรงภาพยนตร์เอาไว้” Steven Spielberg กล่าวชื่นชม Tom Cruise https://thestandard.co/spielberg-tom-cruise-saved-hollywood/ Sat, 18 Feb 2023 03:10:34 +0000 https://thestandard.co/?p=752081

Steven Spielberg และ Tom Cruise ได้โคจรมาพบกันอีกครั้งใ […]

The post “คุณช่วยชีวิตวงการฮอลลีวูด และช่วยชีวิตธุรกิจโรงภาพยนตร์เอาไว้” Steven Spielberg กล่าวชื่นชม Tom Cruise appeared first on THE STANDARD.

]]>

Steven Spielberg และ Tom Cruise ได้โคจรมาพบกันอีกครั้งในงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันของผู้เข้าชิงออสการ์ปีนี้ ซึ่งผู้กำกับมือฉมังได้กล่าวชื่นชมนักแสดงคนดัง และยกย่องว่า Tom Cruise ได้ช่วยชีวิตอุตสาหกรรมหนังในโรงภาพยนตร์เอาไว้ ด้วยการกลับมาสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ภาคต่อเรื่อง Top Gun: Maverick หลังจากที่เปิดตัวภาคแรกไปตั้งแต่ปี 1986

 

Kartiki Gonsalves ผู้กำกับอีกคนได้แชร์วิดีโอโมเมนต์ที่ Steven Spielberg พูดคุยกับ Tom Cruise ผ่าน Instagram ขณะที่ผู้กำกับและนักแสดงรุ่นใหญ่กำลังกอดทักทายกัน และ Steven Spielberg กล่าวกับ Tom Cruise ว่า “คุณช่วยชีวิตวงการหนังฮอลลีวูด และคุณช่วยชีวิตธุรกิจโรงภาพยนตร์เอาไว้ ผมพูดจริงนะ Top Gun: Maverick อาจช่วยทั้งวงการหนังในโรงภาพยนตร์ได้เลยด้วยซ้ำ”

 

Top Gun: Maverick เป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่ทำเงินจาก Box Office ทั่วโลกได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3.41 หมื่นล้านบาท ตามหลังภาพยนตร์เรื่อง Spider Man: No Way Home ที่ทำเงินได้ 1.48 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง Top Gun: Maverick ขึ้นแท่นเป็นหนังทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อันดับที่ 11 ของโลกไปโดยปริยาย นับเป็นการฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์หลังยุคโควิดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

สำหรับในปีนี้ ภาพยนตร์เรื่อง The Fabelmans ผลงานของ Steven Spielberg และ Top Gun: Maverick ที่นำแสดงโดย Tom Cruise ต่างก็ได้เข้าชิงออสการ์รางวัลใหญ่อย่าง Best Picture กันทั้งคู่ และผู้กำกับที่เป็นผู้ถ่ายคลิปโมเมนต์สุดประทับใจของทั้ง 2 อย่าง Kartiki Gonsalves เอาไว้ ก็มีผลงานที่ได้เข้าชิงออสการ์สาขา Best Documentary Short Film ด้วยเช่นกัน จากสารคดีสั้นเรื่อง Who Can Say No to Baby Elephants!

 

ภาพ: Jim Spellman / WireImage 

อ้างอิง: 

The post “คุณช่วยชีวิตวงการฮอลลีวูด และช่วยชีวิตธุรกิจโรงภาพยนตร์เอาไว้” Steven Spielberg กล่าวชื่นชม Tom Cruise appeared first on THE STANDARD.

]]>
Steven Spielberg กล่าวว่า The Dark Knight ควรเป็นหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Picture https://thestandard.co/the-dark-knight-oscars/ Fri, 27 Jan 2023 04:56:45 +0000 https://thestandard.co/?p=742669 The Dark Knight

หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่ […]

The post Steven Spielberg กล่าวว่า The Dark Knight ควรเป็นหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Picture appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Dark Knight

หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้ ซึ่งมีภาพยนตร์ที่เป็นภาพยนตร์ทำเงินระดับต้นๆ ของโลกในช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่าง Avatar: The Way of Water และ Top Gun: Maverick ที่ได้เข้าชิงรางวัลใหญ่นี้ ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Steven Spielberg ที่ปีนี้ได้เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากผลงานเรื่อง The Fabelmans ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความยินดีถึงประเด็นดังกล่าว ที่เป็นดั่งความสำเร็จครั้งใหม่ของภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ 

 

แต่สำหรับเขาแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight ควรจะได้เป็นภาพยนตร์ภาคต่อฟอร์มยักษ์เรื่องแรกที่ได้ชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

“ผมรู้สึกมีแรงใจจากการที่ภาพยนตร์พวกนั้นได้รับการเสนอชื่อมากเลยละ แต่มันเกิดขึ้นช้าเกินไปสำหรับภาพยนตร์ที่ควรจะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเมื่อหลายปีที่แล้ว นั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight ของ Christopher Nolan ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนั้นจะมีชื่อเข้าชิงรางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในวันนี้อย่างแน่นอน”

 

The Dark Knight เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2008 และยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งการที่ The Dark Knight ไม่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้น ส่งผลให้ทาง Academy เพิ่มจำนวนภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลจาก 5 เป็น 10 เรื่อง อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าจดจำที่สุดของภาพยนตร์คงหนีไม่พ้นการแสดงของ Heath Ledger ผู้รับบทเป็น Joker โดยนักแสดงคนดังเสียชีวิตไปอย่างน่าใจหายก่อนที่จะได้ขึ้นไปรับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมด้วยตัวเอง

 

อ้างอิง: 

The post Steven Spielberg กล่าวว่า The Dark Knight ควรเป็นหนังที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา Best Picture appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reese Witherspoon เผยว่า Top Gun: Maverick สร้างแรงบันดาลใจสำหรับการทำภาพยนตร์ Legally Blonde ภาค 3 https://thestandard.co/reese-witherspoon-legally-blonde-pt-3-inspiration/ Tue, 02 Aug 2022 07:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=661664 Reese Witherspoon

Top Gun: Maverick ภาพยนตร์ภาคต่อของหนังสุดคลาสสิกแห่งปี […]

The post Reese Witherspoon เผยว่า Top Gun: Maverick สร้างแรงบันดาลใจสำหรับการทำภาพยนตร์ Legally Blonde ภาค 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reese Witherspoon

Top Gun: Maverick ภาพยนตร์ภาคต่อของหนังสุดคลาสสิกแห่งปี 1986 ที่นำแสดงโดย Tom Cruise (ทอม ครูซ) ไม่ได้แค่เพียงกอบโกยรายได้ทั่วโลกอย่างมหาศาลเท่านั้น หากแต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน โดยเฉพาะ Reese Witherspoon (รีส วิเธอร์สปูน) ที่มีผลงานสร้างชื่ออย่างภาพยนตร์ Legally Blonde 

 

คล้ายคลึงกับ Tom Cruise ที่แสดงหนังเรื่อง Top Gun ครั้งแรกขณะที่เขามีอายุได้ 24 ปี Reese Witherspoon ก็อยู่ในวัย 25 ปี เมื่อเธอรับบทเป็น Elle Woods นักศึกษาด้านกฎหมายผู้โปรดปรานสีชมพู ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมกับกับสุนัขชิวาวาคู่ใจครั้งแรก โดยล่าสุดเธอพูดคุยกับ USA Today และอัปเดตการสร้างภาพยนตร์ Legally Blonde ภาค 3 ที่ได้รับการพูดคุยกันมาตั้งแต่ปี 2018 

 

Reese Witherspoon กล่าวว่า เธอยังคงตั้งความหวังว่าเธอจะได้กลับมาสวมบท Elle Woods อีกครั้ง และภาพยนตร์ Top Gun: Maverick ก็เป็นอีกแรงผลักดันให้กับทั้งทีมงานและตัวของเธอเอง

 

“ฉันยังคงหวังว่า Legally Blonde ภาค 3 จะเกิดขึ้นในทิศทางที่ใช่ มันเหมือนกับ Top Gun นั่นแหละ พวกเขารอคอยกันมาเนิ่นนานที่จะได้สร้างหนังเรื่องนั้นในอีกเวอร์ชัน และฉันรักความรู้สึกคิดถึงและโหยหาที่พวกเขาใส่มันลงไปในหนังเรื่องนั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันได้สร้างแรงบันดาลใจมหาศาลว่าเราจะทำอย่างไรกับตัวละคร Elle Woods และต้องมั่นใจว่าเรามีหัวใจดั้งเดิมของเรื่องที่สำคัญกับคนดู เช่นเดียวกับเมื่อก่อน

 

“ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวละครเหล่านั้นเป็นเพื่อนของฉัน เพราะฉะนั้นฉันจึงปกป้องพวกเขาเป็นอย่างดี ฉันจะไม่มีทางทำเรื่องราวของพวกเขาในเวอร์ชันที่ต่ำกว่ามาตรฐานหรือปานกลางอย่างแน่นอน”

 

ภาพ: Courtesy of Studio

อ้างอิง:

The post Reese Witherspoon เผยว่า Top Gun: Maverick สร้างแรงบันดาลใจสำหรับการทำภาพยนตร์ Legally Blonde ภาค 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
มีการรายงานว่า Tom Cruise จะทำเงินจากภาพยนตร์ Top Gun: Maverick สูงถึง 3.6 พันล้านบาท! https://thestandard.co/tom-cruise-to-make-100-million-or-more-for-top-gun-maverick-report/ Sat, 23 Jul 2022 02:34:12 +0000 https://thestandard.co/?p=657877 Tom Cruise

Tom Cruise นักแสดงวัย 60 ปี ผู้มีผลงานทำเงินมหาศาลมาแล้ […]

The post มีการรายงานว่า Tom Cruise จะทำเงินจากภาพยนตร์ Top Gun: Maverick สูงถึง 3.6 พันล้านบาท! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tom Cruise

Tom Cruise นักแสดงวัย 60 ปี ผู้มีผลงานทำเงินมหาศาลมาแล้วมากมาย กำลังจะตอกย้ำความเป็นดารามากฝีมือระดับแม่เหล็กอีกครั้ง เพราะมีการคาดการณ์และรายงานข่าวว่า เขาได้รับเงินจากการแสดงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง Top Gun: Maverick สูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 3.6 พันล้านบาทเลยทีเดียว

 

สื่อ Variety เป็นผู้ที่รายงานข่าวดังกล่าวนี้ โดยคาดการณ์ว่า Tom Cruise จะได้รับเงินจากการกลับมาแสดงภาคต่อของ Top Gun ในรอบ 36 ปี เป็นจำนวนทั้งหมด 100 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนดังกล่าวก็มีทั้งค่าตัวนักแสดงที่เขาได้รับล่วงหน้าไปแล้ว ส่วนแบ่งจากการขายตั๋วชมภาพยนตร์ และยังมีเงินที่จะได้รับจากความบันเทิงในครัวเรือนในอนาคตอีกด้วย เมื่อฉายทางแพลตฟอร์มสตรีมมิง

 

ก่อนหน้านี้มีการรายงานจาก Variety เช่นเดียวกันว่า Tom Cruise ตกลงรับค่าตัวล่วงหน้าสำหรับภาพยนตร์ Top Gun: Maverick ในจำนวนที่น้อยกว่าที่เคยเป็นมา นั่นคือ 13 ล้านดอลลาร์ หรือราว 479 ล้านบาท ก่อนที่เขาจะได้รับเงินสูงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ภาพยนตร์ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ และยังคงกวาดเงินจาก Box Office ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพนักแสดงของ Tom Cruise ไปโดยปริยาย นอกจากนั้นยังมีการรายงานอีกว่า Tom Cruise ได้ใช้ข้อตกลงเดียวกันสำหรับภาพยนตร์ Mission: Impossible ที่กำลังจะตามมาอีก 2 ภาค นั่นคือการลดค่าตัวลงเหมือนกัน

 

ภาพ: ​​Steven Paston / PA Images via Getty Images

อ้างอิง: 

The post มีการรายงานว่า Tom Cruise จะทำเงินจากภาพยนตร์ Top Gun: Maverick สูงถึง 3.6 พันล้านบาท! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miles Teller พร้อมกลับมาเล่นภาพยนตร์ภาคต่อ Top Gun อีกครั้งหาก Tom Cruise ต้องการ https://thestandard.co/miles-teller-ready-for-top-gun-once-again-if-tom-cruise-call/ Thu, 14 Jul 2022 10:10:47 +0000 https://thestandard.co/?p=653845 Miles Teller

หลัง Top Gun: Maverick (2022) ขึ้นแท่นภาพยนตร์ทำเงินสูง […]

The post Miles Teller พร้อมกลับมาเล่นภาพยนตร์ภาคต่อ Top Gun อีกครั้งหาก Tom Cruise ต้องการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miles Teller

หลัง Top Gun: Maverick (2022) ขึ้นแท่นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำปีนี้ ด้วยการกวาดรายได้รวมทั่วโลกไปกว่า 1.184 พันล้านดอลลาร์ ล่าสุดหนึ่งในนักแสดงคนสำคัญของเรื่องอย่าง Miles Teller (ไมล์ส เทลเลอร์) ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเขาพร้อมที่จะกลับมาเล่นภาพยนตร์ Top Gun ภาคต่อไป (หากได้สร้าง) ถ้า Tom Cruise (ทอม ครูซ) ผู้เป็นทั้งพระเอกและโปรดิวเซอร์ต้องการ

 

“ผมได้พูดคุยกับเขาไปบ้างแล้วครับ เดี๋ยวเราจะได้เห็นกัน มันคงจะยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ (ถ้าได้กลับมาเล่นภาพยนตร์ Top Gun อีกครั้งในอนาคต) แต่ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับ Tom Cruise นั่นแหละ” Miles Teller กล่าว

 

สำหรับ Top Gun: Maverick เป็นภาพยนตร์แอ็กชันบล็อกบัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้ โดยตัวภาพยนตร์เป็นภาคต่อที่ทิ้งช่วงนานถึง 36 ปีของ Top Gun (1986) ซึ่งแจ้งเกิดยอดนักแสดงขาลุย Tom Cruise ผู้สวมบทเป็นตัวละคร Pete ‘Maverick’ Mitchell นักบินขับไล่ฝีมือฉกาจแห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา

 

ส่วน Miles Teller ใน Top Gun: Maverick เจ้าตัวรับบทเป็นตัวละครใหม่ Bradley ‘Rooster’ Bradshaw ลูกชายของ Nick ‘Goose’ Bradshaw (รับบทโดย Anthony Edwards) เพื่อนร่วมรุ่นและเพื่อนซี้ของพระเอก Pete ‘Maverick’ Mitchell ที่เสียชีวิตระหว่างการฝึกบินอย่างน่าเศร้าในภาพยนตร์ภาคแรก

 

ภาพ: Kevin Winter / Getty Images for Paramount Pictures 

อ้างอิง:

The post Miles Teller พร้อมกลับมาเล่นภาพยนตร์ภาคต่อ Top Gun อีกครั้งหาก Tom Cruise ต้องการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Alpha Industries ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Top Gun: Maverick https://thestandard.co/alpha-industries-top-gun-maverick-collection/ Mon, 30 May 2022 08:32:02 +0000 https://thestandard.co/?p=635624 Alpha Industries

“I feel the need… The need for speed and the jacket!” & […]

The post Alpha Industries ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Top Gun: Maverick appeared first on THE STANDARD.

]]>
Alpha Industries

“I feel the need… The need for speed and the jacket!”

 

ภาพยนตร์ Blockbuster อย่าง Top Gun: Maverick ได้หวนคืนสู่จอเงินอย่างยิ่งใหญ่ มีหรือที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจะไม่ทำเสื้อผ้าที่ล้อไปกับกระแสภาพยนตร์เรื่องนี้ ล่าสุดแบรนด์แฟชั่นที่ทำเสื้อผ้าสไตล์ทหารชื่อว่า Alpha Industries ได้ออกคอลเล็กชันพิเศษเพื่อฉลองการกลับมาของเหล่านักบินเครื่องบินรบ

 

โดยคอลเล็กชันนี้พระเอกหลัก (ที่ไม่ใช่ Tom Cruise) คือเสื้อแจ็กเก็ตรุ่นชื่อว่า CWU 45/P ที่ทางแบรนด์ทำออกมาคล้ายกับที่ Tom Cruise ใส่ในเรื่อง มาพร้อมกับแท็กนักบินสีน้ำเงินแดง และการติดแพทช์หรือตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนการบินจู่โจม Fighter Weapons School ของสหรัฐอเมริกา, ธงชาติ และที่ขาดไม่ได้เลยคือโลโก้ของภาพยนตร์ Top Gun เวอร์ชันต้นฉบับที่ติดอยู่ด้านหน้าอกและด้านหลังของแจ็กเก็ต

 

หรือจะเป็นรุ่นที่เรียบง่ายลงมาอย่างบอมเบอร์แจ็กเก็ตรุ่น MA-1 ที่มีเพียงแค่โลโก้ของภาพยนตร์ Top Gun ที่ทำออกมาในสีดำและสีเขียวทหาร รวมไปถึงเสื้อยืดแขนสั้นสกรีนลายทั้งโลโก้หนัง ตราโรงเรียนการบิน และชื่อ Pete ‘Maverick’ Mitchell ในเสื้อสีดำ สีเทา และสีเขียวให้เราได้เลือกกัน โดยสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 2,100-13,400 บาท พร้อมจัดส่งถึงประเทศไทย

 

สำหรับ Top Gun: Maverick ที่ถึงแม้ว่าจะห่างจาก Top Gun ภาคแรกถึง 36 ปี (1896) แต่ก็ยังได้รับคำชมจากทั้งนักวิจารณ์และผู้ชม พร้อมกวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย โดยรายได้เปิดตัวในอเมริกาเหนือทำไปได้ทั้งหมด 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในต่างประเทศอีก 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าฉายในประเทศจีนและรัสเซียก็ตาม

 

ภาพ: Alpha Industries

อ้างอิง:

The post Alpha Industries ออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Top Gun: Maverick appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top Gun: Maverick การพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปเป็น ‘ที่สุดของที่สุด’ หนังแอ็กชันแห่งปี https://thestandard.co/top-gun-maverick-3/ Wed, 25 May 2022 09:49:51 +0000 https://thestandard.co/?p=633663 Top Gun: Maverick

Top Gun: Maverick นับว่าเป็นการกลับมาสานต่อเรื่องราวอีก […]

The post Top Gun: Maverick การพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปเป็น ‘ที่สุดของที่สุด’ หนังแอ็กชันแห่งปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top Gun: Maverick

Top Gun: Maverick นับว่าเป็นการกลับมาสานต่อเรื่องราวอีกครั้งในรอบ 36 ปีของ Top Gun (1986) หนึ่งในภาพยนตร์สุดคลาสสิกแห่งยุค 80 ที่ได้ Tom Cruise (ทอม ครูซ) นักแสดงขวัญใจคอหนังแอ็กชัน กลับมาสวมบทเป็น Pete ‘Maverick’ Mitchell เช่นเดิม พร้อมด้วย Joseph Kosinski ผู้กำกับที่เคยร่วมงานกับ Tom Cruise มาแล้วใน Oblivion (2013) มารับหน้าที่สานต่อเรื่องราว และ Jerry Bruckheimer ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Top Gun ภาคแรก กลับมาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์

 

Top Gun: Maverick จะบอกเล่าเรื่องราวต่อจากเหตุการณ์ในภาคแรกนาน 30 ปี เมื่อ Pete ‘Maverick’ Mitchell นักบินขับไล่มากฝีมือแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งจากนายพล Tom ‘Iceman’ Kazansky (Val Kilmer) ผู้เป็นอดีตเพื่อนร่วมรบของตนเอง ให้ไปรับหน้าที่เป็นครูฝึกพิเศษของโรงเรียน Top Gun เพื่อฝึกฝนเหล่านักบินระดับท็อปของกองทัพเรือสหรัฐฯ ก่อนที่จะส่งเขาและเธอไปทำภารกิจสุดหินที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะซับซ้อนกว่านั้น เมื่อหนึ่งในนักบินที่ Maverick ต้องฝึกสอนคือ Bradley ‘Rooster’ Bradshaw (Miles Teller) ผู้เป็นลูกชายของ Nick ‘Goose’ Bradshaw (Anthony Edwards) เพื่อนสนิทที่เสียชีวิตระหว่างการฝึกบิน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ Maverick ต้องเผชิญหน้ากับความผิดพลาดในอดีต ไปพร้อมกับการหาวิธีฝึกฝนเหล่านักบินระดับท็อปให้สามารถทำภารกิจสุดหินให้สำเร็จ โดยไม่ให้มีใครต้องสละชีวิต 

 

 

Top Gun ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอ็กชันที่อัดแน่นไปด้วยฉากสุดไอคอนิกที่แฟนๆ ยังคงจดจำได้ดีมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นฉากเปิดเรื่องที่มาพร้อมกับเพลงประกอบอย่าง Danger Zone ของ Kenny Loggins, ฉากแอ็กชันกลางเวหาที่สมจริงและตื่นตาตื่นใจ ไปจนถึงคาแร็กเตอร์สุดเท่ของ Maverick ที่มาพร้อมกับแว่น Ray-Ban เสื้อกั๊ก และมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ฯลฯ 

 

ซึ่งดูเหมือนว่าตัวผู้กำกับ Joseph Kosinski และทีมเขียนบทจะเข้าใจจุดเด่นข้อนี้ดี พวกเขาจึงตัดสินใจนำเสนอเรื่องราวของ Top Gun: Maverick ด้วยความเคารพต้นฉบับที่ Tony Scott ผู้กำกับจากภาคแรกเคยสร้างเอาไว้พอสมควร เช่น คาแร็กเตอร์ของตัวละคร Jake ‘Hangman’ Seresin (Glen Powell) ที่มั่นอกมั่นใจในตัวเองและพร้อมจะปะทะฝีปากกับคนรอบข้าง ก็ชวนให้เราคิดถึงตัวละคร Iceman ที่เป็นคู่กัดกับ Maverick ในภาคแรก ไปจนถึงการใส่มุกตลก ประโยคที่เป็นที่จดจำ และฉากไอคอนิกอีกมากมาย มาสอดแทรกไว้ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง

 

 

ขณะเดียวกันผู้กำกับและทีมเขียนบทก็ไม่ได้หยิบกิมมิกจากภาคแรกมาใช้เท่านั้น แต่พวกเขายังนำประเด็นต่างๆ ของภาคแรกมาต่อยอดเรื่องราวให้มีความร่วมสมัยและชวนติดตามด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการพาผู้ชมไปสำรวจพัฒนาการของ Maverick อย่างลึกถึงแก่น 

 

ทั้งการที่ Maverick ต้องมาเป็นครูฝึกสอนให้กับนักบินระดับท็อปที่ฝีมือดีไม่แพ้ตัวเอง การต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอดีตที่สูญเสีย Goose เพื่อนสนิทของตัวเองไป แถมยังต้องมาเป็นครูฝึกสอนของ Rooster ลูกชายของ Goose ที่ดูจะไม่ลงรอยกันเท่าไรนัก ไปจนถึงการ ‘ยึดติด’ กับการเป็นนักบินขับไล่ ที่แม้อายุอานามของเขาจะเยอะเกินกว่าจะขึ้นไปโฉบเฉี่ยวบนเวหาเหมือนสมัยยังหนุ่ม แต่เขาก็ยังคงเป็นคนมุทะลุ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ขึ้นบินต่อไปเรื่อยๆ แถมนิสัยดื้อรั้น ชอบทำอะไรเกินตัว ยังเป็นเหตุให้เขาพร้อมจะถูกสั่งปลดได้ทุกเมื่ออีกต่างหาก  

 

ซึ่ง Tom Cruise ก็สามารถขุดค้นและนำเสนอทุกแง่มุมความรู้สึกที่ Maverick ต้องเผชิญผ่านทางสีหน้าและแววตา ให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้อย่างอยู่หมัด แม้ว่าจะห่างหายจากบทบาทนี้ไปนานกว่า 30 ปีก็ตาม เรียกได้ว่า Top Gun: Maverick ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เป็นเครื่องยืนยันให้ผู้ชมเห็นว่า Tom Cruise ไม่ได้เป็นนักแสดงที่มีดีแค่การเล่นฉากสตันท์สุดผาดโผนด้วยตัวเองเท่านั้น แต่เขายังเป็นหนึ่งในนักแสดงมากความสามารถที่ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

 

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของภาพยนตร์ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือฉากแอ็กชันกลางเวหาสุดตื่นตาตื่นใจ ที่ตัวผู้กำกับและทีมสร้างสามารถยกระดับความระห่ำจากภาคแรกขึ้นไปอีกหลายเท่า ทั้งฉากการซ้อมรบที่แสดงให้เราเห็นถึงความเก๋าเกมของ Maverick ไปจนถึงฉากการทำภารกิจสุดหินที่ชวนให้เราลุ้นระทึกไปกับทุกตัวละคร ซึ่งในจุดนี้เราต้องขอชื่นชมทางค่ายภาพยนตร์ที่ตัดสินใจไม่ใส่ฉากแอ็กชันสำคัญๆ ลงไปในตัวอย่างมากนัก มันจึงทำให้เรารู้สึกสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจไปกับฉากแอ็กชันที่ภาพยนตร์ประโคมเข้าใส่อย่างเต็มอิ่ม  

 

และอย่างที่ทุกคนทราบดีว่าผู้กำกับและทีมสร้างต้องการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้สมจริงมากที่สุด ไล่เรียงตั้งแต่การนำเครื่องบินรบ F-18 Super Hornet มาใช้ในการถ่ายทำจริง และให้นักแสดงขึ้นไปนั่งด้านหลังของนักบินมากประสบการณ์ พร้อมนำกล้อง IMAX ที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะไปติดตั้งบนเครื่องบิน เพื่อเก็บภาพของนักแสดงและบรรยากาศโดยรอบของเครื่อง F-18 Super Hornet ขณะขึ้นบิน 

 

การลงทุนถ่ายทำจริงทุกอย่างเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลให้ฉากแอ็กชันกลางเวหาดูสมจริงสมจังอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังมอบประสบการณ์ชมภาพยนตร์ในโรงให้เราได้สัมผัสอย่างครบถ้วนทุกมิติ ทั้งการฉายภาพสุดตื่นตาตื่นใจบนจอยักษ์ และระบบเสียงที่มิกซ์มาเป็นอย่างดีเพื่อกระตุ้นความตื่นเต้น ซึ่งเราจะไม่สามารถสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ได้เลยนอกจากการชมในโรงภาพยนตร์เท่านั้น 

 

 

อย่างไรก็ตาม Top Gun: Maverick ก็ยังมีจุดด้อยบางจุดที่เราแอบรู้สึกเสียดายอยู่เช่นกัน นั่นคือพาร์ตความสัมพันธ์ระหว่าง Maverick และ Rooster ที่ตัวภาพยนตร์จะเน้นหนักไปทางฝั่งของ Maverick เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้พาเราไปทำความรู้จักกับ Rooster อย่างลงลึกเท่าไรนัก ทั้งๆ ที่ประเด็นความขัดแย่งระหว่าง Maverick และ Rooster ที่ภาพยนตร์ปูเอาไว้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว มันจึงส่งผลให้เราไม่รู้สึกผูกพันกับตัวละคร Rooster ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญของเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น

 

รวมถึงตัวละครอื่นๆ รอบข้างที่เราคิดว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเหล่านักบินรุ่นใหม่อย่าง Hangman, Natasha ‘Phoenix’ Trace (Monica Barbaro), Robert ‘Bob’ Floyd (Lewis Pullman) ฯลฯ ที่มีคาแร็กเตอร์ค่อนข้างโดดเด่น แต่ภาพยนตร์กลับพาเราไปรู้จักพวกเขาเพียงผิวเผินเท่านั้น ซึ่งเราคิดว่าหากภาพยนตร์สามารถสอดแทรกเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้เข้ามามากกว่านี้อีกสักหน่อย พวกเขาอาจกลายเป็นตัวละครที่มาแย่งซีนตัวละครหลักอย่าง Maverick หรือ Rooster ได้เลยทีเดียว (หากใครที่ได้ชมภาพยนตร์มาแล้ว ก็คงจะได้เห็นการแย่งซีนของ Hangman ที่เท่จนเราต้องปรบมือให้เขาอย่างแน่นอน)

 

 

ในภาพรวมแล้ว Top Gun: Maverick เรียกว่าเป็นการกลับมาโบยบินอีกครั้งของ Maverick ที่สมการรอคอย ทั้งการนำเสนอที่ยังคงเสน่ห์ของ Top Gun ภาคแรกไว้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งขยายเรื่องราวให้มีความร่วมสมัยและลึกซึ้งกินใจมากกว่าเดิม ไปจนถึงฉากแอ็กชันกลางเวหาสุดระห่ำ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการถ่ายทำของทีมสร้างอย่างชัดเจน 

 

ท้ายที่สุด เราขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า Top Gun: Maverick คือภาพยนตร์ที่คุณต้องดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพราะผู้กำกับและทีมสร้างต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์อย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์ชมภาพยนตร์สุดพิเศษแก่ผู้ชม ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนนอกจากโรงภาพยนตร์เท่านั้นจริงๆ 

 

Top Gun: Maverick เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์  

 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

The post Top Gun: Maverick การพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปเป็น ‘ที่สุดของที่สุด’ หนังแอ็กชันแห่งปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้กำกับภาพยนตร์ Top Gun: Maverick เผยสาเหตุทำไม Kelly McGillis และ Meg Ryan ไม่ได้กลับมาแสดงในภาคใหม่ https://thestandard.co/top-gun-maverick-2/ Sun, 22 May 2022 00:14:16 +0000 https://thestandard.co/?p=631855 Kelly McGillis และ Meg Ryan

Joseph Kosinski ผู้กำกับภาพยนตร์ Top Gun: Maverick (202 […]

The post ผู้กำกับภาพยนตร์ Top Gun: Maverick เผยสาเหตุทำไม Kelly McGillis และ Meg Ryan ไม่ได้กลับมาแสดงในภาคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kelly McGillis และ Meg Ryan

Joseph Kosinski ผู้กำกับภาพยนตร์ Top Gun: Maverick (2022) ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ Insider ถึงสาเหตุที่ไม่แคสต์สองนักแสดงหญิงจากภาพยนตร์ภาคแรกอย่าง Kelly McGillis และ Meg Ryan กลับมารับบทเดิมว่า เป็นเพราะตัวละครของพวกเธอไม่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องราวที่จะถูกเล่าในภาพยนตร์ภาคนี้

 

“สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องราวที่เราจะพูดถึงในภาพยนตร์ภาคนี้ ผมไม่ต้องการให้ทุกเส้นเรื่องดูเป็นการเดินย้อนกลับหลัง การแนะนำตัวละครใหม่ๆ มันก็เป็นเรื่องสำคัญนะ” เขากล่าว

 

สำหรับ Top Gun (1986) ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แนวแอ็กชันดราม่าเรื่องโปรดของใครหลายคนที่ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงชื่นชมล้นหลาม พร้อมกวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งยังแจ้งเกิดนักแสดงหนุ่มที่ปัจจุบันกลายเป็นแอ็กชันสตาร์ระดับท็อปอย่าง Tom Cruise อีกด้วย

 

ส่วน Top Gun: Maverick แม้ Kelly McGillis ที่รับบทเป็นหวานใจของ Pete ‘Maverick’ Mitchell และ Meg Ryan ที่รับบทเป็นภรรยาของ Nick ‘Goose’ Bradshaw จะไม่ได้กลับมารับบทเดิมของตัวเอง แต่ตัวภาพยนตร์ก็ได้ทีมนักแสดงหน้าใหม่มากฝีมือ เช่น Miles Teller, Jennifer Connelly และ Ed Harris มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

 

โดยเนื้อหาของภาพยนตร์ภาคนี้จะพาเราไปตามติดชีวิตของกัปตัน Pete ‘Maverick’ Mitchell (รับบทโดย Tom Cruise) นักบินนาวีฝีมือระดับพระกาฬผู้ถูกเรียกตัวกลับมาเป็นครูฝึกให้แก่หน่วยท็อปกันเพื่อทำภารกิจพิเศษ ซึ่งไม่เคยมีนักบินที่ยังมีชีวิตอยู่คนไหนเคยเจอมาก่อน และนั่นก็พาให้เขาได้มาพบกับ Bradley ‘Rooster’ Bradshaw ลูกชายของ Goose เพื่อนซี้ที่เสียชีวิตไปในภาพยนตร์ภาคแรก

 

ภาพ: Paramount Pictures/Archive Photos/Getty Images

อ้างอิง:

The post ผู้กำกับภาพยนตร์ Top Gun: Maverick เผยสาเหตุทำไม Kelly McGillis และ Meg Ryan ไม่ได้กลับมาแสดงในภาคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top Gun: Maverick กับ 5 เกร็ดน่าสนใจ การโบยบินอีกครั้งของหนังคลาสสิกแห่งยุค 80 https://thestandard.co/top-gun-maverick/ Thu, 19 May 2022 09:18:14 +0000 https://thestandard.co/?p=630861 Top Gun Maverick

ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกหนึ่งเรื่องที่คอภาพยนตร์ทั่ […]

The post Top Gun: Maverick กับ 5 เกร็ดน่าสนใจ การโบยบินอีกครั้งของหนังคลาสสิกแห่งยุค 80 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top Gun Maverick

ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกหนึ่งเรื่องที่คอภาพยนตร์ทั่วโลกต่างตั้งตารอ สำหรับ Top Gun: Maverick เรื่องราวภาคต่อของภาพยนตร์แอ็กชันสุดคลาสสิกแห่งยุค 80 อย่าง Top Gun (1986) ที่ยังคงได้ Tom Cruise นักแสดงขาลุย กลับมาสวมบทเป็น Pete ‘Maverick’ Mitchell นักบินขับไล่มือฉมังอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดภาพยนตร์ก็ได้เดินทางไปเข้าฉายในงาน Cannes Film Festival 2022 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับการยืนขึ้นปรบมือจากผู้ชม (Standing Ovation) นานถึง 5 นาที รวมถึง Tom Cruise ยังได้รับรางวัล Palme d’Or กิตติมศักดิ์อีกด้วย 

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสชวนคอภาพยนตร์มาร่วมย้อนชม 5 เกร็ดน่าสนใจของ Top Gun และ Top Gun: Maverick เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนไปร่วมออกบินกับ Tom Cruise พร้อมกัน 25 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

 

Top Gun Maverick

 

1. จากบทความเจาะลึกการฝึกอบรมนักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ สู่จอภาพยนตร์ 

ภาพยนตร์เรื่อง Top Gun ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความชื่อ Top Guns ของนักเขียนนาม Ehud Yonay ที่เผยแพร่ทางนิตยสาร California ในปี 1963 โดยบอกเล่าเรื่องราวของนักบินแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่รู้จักกันในชื่อ Top Gun ณ ศูนย์ฝึกอบรม U.S. Naval Air Station Miramar เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย  

 

Ehud Yonay ได้เข้าไปติดตามเหล่านักบินพร้อมกับการสัมภาษณ์ถึงประสบการณ์การฝึกอบรมอย่างเจาะลึก ทั้งความท้าทายที่ต้องเผชิญขณะขึ้นบินด้วยเครื่องบินรบ F-14 Tomcat และการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา โดยหลังจากได้เข้าไปคลุกคลีอยู่กับนักบินและได้สัมผัสกับศักยภาพของเครื่องบิน F-14 Tomcat Ehud Yonay จึงให้คำจำกัดความของเครื่องบิน F-14 Tomcat ไว้ในบทความว่า มันคือเครื่องบินรบที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่ได้รับการออกแบบโดยทีมงานสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ของ Star Wars

  

หลังจากนั้น Jerry Bruckheimer และ Don Simpson สองโปรดิวเซอร์มือฉมัง ได้หยิบบทความชิ้นนี้มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Top Gun โดยได้ Jim Cash และ Jack Epps Jr. มารับหน้าที่เขียนบท และได้ Tony Scott มาทั่งแท่นผู้กำกับ 

 

โดยบอกเล่าเรื่องราวของ Pete ‘Maverick’ Mitchell (Tom Cruise) และ Nick ‘Goose’ Bradshaw (Anthony Edwards) สองนักบินมากฝีมือแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เดินทางไปเข้าร่วมการฝึกอบรมพิเศษที่รู้จักกันในชื่อ Top Gun ซึ่งจะคัดเลือกนักบินระดับท็อปมาขัดเกลาฝีมือให้เป็นนักบินที่เก่งที่สุด

 

และเป็นจุดที่ทำให้ Maverick ได้มาพบกับ Charlie (Kelly McGillis) หนึ่งในครูฝึกสอนที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกพบ พร้อมทั้งยังต้องขับเคี่ยวฝีมือกับ Tom ‘Iceman’ Kazansky (Val Kilmer) เพื่อแย่งชิงอันดับ 1 ของห้องเรียน เรื่องราวสุดโลดโผนโจนทะยานของ Maverick จึงเริ่มต้นขึ้น 

 


 

Top Gun Maverick

 

2. เบื้องหลังความ ‘สมจริง’ และ ‘ไม่จริง’ ของ Top Gun  

เพื่อให้เรื่องราวของ Top Gun มีความสมจริงมากที่สุด Jerry Bruckheimer และ Don Simpson ได้ตัดสินใจเดินทางไปเสนอโปรเจกต์กับทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขอการสนับสนุนและคำปรึกษาในการถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ตอบรับข้อเสนอและยื่นมือเข้าช่วยเหลือในการถ่ายทำอย่างเต็มที่ 

 

โดยทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่ง Pete ‘Viper’ Pettigrew อดีตผู้ฝึกสอนหลักสูตร Top Gun มาเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยตรวจดูเนื้อหาในส่วนของการซ้อมรบทางอากาศและการใช้ชีวิตประจำวันของนักบินที่เข้ารับการฝึกอบรม 

 

ซึ่งสำหรับใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว จะทราบว่า Goose หนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง ได้เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุระหว่างการฝึก โดยในช่วงการพัฒนาบท ฉากการเสียชีวิตของ Goose จะเกิดขึ้นจากการชนกันของเครื่องบิน แต่ทาง Pete Pettigrew ได้แนะนำให้ทีมสร้างเปลี่ยนสาเหตุการเสียชีวิตของ Goose เพื่อทำให้ฉากอุบัติเหตุดังกล่าวสมจริงมากขึ้น จึงเกิดเป็นฉากที่เราได้เห็นกันในภาพยนตร์ รวมถึงตัวละคร Charlie ที่รับบทโดย Kelly McGillis ยังได้รับแรงบันดาลใจจากบุคคลจริงอย่าง Christine Fox นักวิเคราะห์ฝั่งพลเรือนที่ทำงานใน U.S. Naval Air Station Miramar อีกด้วย 

 

นอกจากนี้ ทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังอนุญาตให้ทางทีมสร้างยืมใช้ยุทโธปกรณ์ต่างๆ สำหรับถ่ายทำ ทั้งเครื่องบิน F-14 Tomcat, VF-114 Aardvarks, VF-213 Black Lions, เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Enterprise ให้ทีมสร้างเข้ามาถ่ายทำใน U.S. Naval Air Station Miramar ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกอบรมหลักสูตร Top Gun ของจริง พร้อมส่งนักบิน F-14 Tomcat มากประสบการณ์มารับหน้าที่ขับเครื่องบินในการถ่ายทำฉากแอ็กชัน โดยการสนับสนุนทั้งหมดของกองทัพเรือสหรัฐฯ คิดเป็นเงินมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้างทั้งหมด 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 

และเพื่อให้ได้ภาพการต่อสู้กลางเวหาที่สมจริง ผู้กำกับ Tony Scott จึงนำกล้องถ่ายทำขึ้นไปติดไว้กับเครื่องบินจำนวน 4 ตัว พร้อมเครื่องติดตั้งที่ผลิตโดย The Grumman Aircraft Co. ติดไว้ในบริเวณที่นั่งคนขับ, ใต้ปีกทั้ง 2 ด้าน และบริเวณท้องของเครื่องบิน รวมถึงใช้เครื่องบิน A-6 Intruder ตามถ่ายภาพกว้างเพื่อให้ได้มุมภาพที่ครบถ้วนรอบด้าน ขณะที่ฉากนักแสดงขับเครื่องบิน ทางทีมสร้างได้สร้างที่นั่งคนขับจำลองขึ้นมาเพื่อถ่ายทำในสตูดิโอ ซึ่งทีมนักแสดงนำจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกฝนและศึกษาขั้นตอนการบินกับนักบินตัวจริง เพื่อที่จะสามารถแสดงกิริยาท่าทางต่างๆ ขณะขึ้นบินให้ออกมาสมจริงที่สุด 

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสมจริงของฉากแอ็กชันสุดผาดโผน Top Gun ก็ยังได้รับคำวิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงอยู่เช่นกัน

 

หนึ่งในนั้นคือเนื้อหาของ Maverick และเหล่านักบินที่ต้องแข่งขันกันทำคะแนนสอบ เพื่อแย่งชิงถ้วยรางวัลที่มอบให้กับนักบินที่ได้คะแนนสูงสุด แต่ความจริงแล้ว การฝึกอบรมหลักสูตร Top Gun ไม่มีการมอบถ้วยรางวัลให้กับนักบิน รวมถึงการถ่ายทำฉากแอ็กชันกลางเวหาที่ถูกวิจารณ์ว่า การขับเครื่องบินเจ็ตในระยะที่ใกล้กันเกินไปและบินในระดับความสูงที่ต่ำเกินไป ไม่ใช่รูปแบบการซ้อมรบที่ใช้ปฏิบัติจริง เนื่องจากอาจเกิดเหตุอันตรายในระหว่างการซ้อมได้

 

แม้ว่า Top Gun จะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความไม่สมจริงในหลายจุด แต่ในท้ายที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงได้รับการยกย่องในแง่ของการออกแบบฉากแอ็กชันกลางเวหาที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมมาจนถึงปัจจุบัน 

 


 

Top Gun Maverick

 

3. ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ที่ส่งให้ Top Gun กลายเป็นภาพยนตร์คลาสสิกแห่งยุค 80 

หลังจากที่ Top Gun ได้ออกทะยานสู่ฟากฟ้าให้ผู้ชมทั่วโลกได้ยลโฉมในปี 1986 ภาพยนตร์ก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างล้นหลาม ด้วยการกวาดรายได้รวมทั่วโลกไปกว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ไม่ใช่แค่การกวาดรายได้อย่างถล่มทลายเท่านั้น ภาพยนตร์ยังส่งให้เพลงที่ถูกนำมาใช้ประกอบภาพยนตร์กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตในปีดังกล่าวไปตามๆ กัน เช่น เพลง Danger Zone ของ Kenny Loggins ซึ่งถูกใช้ในฉากเปิดเรื่องที่สามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 2 บนชาร์ต Billboard ได้สำเร็จ และกลายเป็นเพลงสุดไอคอนิกแห่งยุค 80 ที่ผู้ชมจดจำมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเพลง Take My Breath Away ที่ขับร้องโดยวงดนตรีคลื่นลูกใหม่ ณ ขณะนั้นอย่าง Berlin ก็โด่งดังจนสามารถคว้ารางวัลออสการ์ในสาขา Best Original Song มาได้สำเร็จ รวมถึงอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ของ Top Gun ที่ถูกปล่อยออกมายังได้รับถ้วยแพลทินัมถึง 9 ครั้ง 

 

ไม่เพียงเท่านั้น ความสำเร็จของภาพยนตร์ยังส่งผลในแง่บวกต่อภาพลักษณ์ของกองทัพสหรัฐฯ อีกด้วย โดยหลังจากที่ภาพยนตร์เข้าฉายมีจำนวนคนที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารของกองทัพเรือเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 500% และแม้ว่า Top Gun จะไม่ใช่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯ แต่ด้วยความสำเร็จอย่างล้นหลามของภาพยนตร์ จึงส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ เริ่มเปิดรับและให้การสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์มากขึ้น โดยแลกกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาบทเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกองทัพสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน การได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯ ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับสตูดิโอด้วยเช่นกัน 

 

อีกหนึ่งความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุด คือตัวละครมากเสน่ห์อย่าง Maverick ที่ส่งให้ชื่อของ Tom Cruise กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และทำให้เขามีผลงานภาพยนตร์ออกมาอย่างเนืองแน่น ไม่ว่าจะเป็น Born on the Fourth of July (1989) ผลงานที่ Tom Cruise ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก, Mission: Impossible (1996) กับบทบาทที่ผู้ชมทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีอย่าง Ethan Hunt, Jerry Maguire (1996) หนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าเรื่องเยี่ยมของ Tom Cruise ฯลฯ  

 

และด้วยการออกแบบคาแรกเตอร์สุดเท่ของ Maverick ยังส่งผลให้แว่น Ray-Ban ที่ Maverick ใส่ในภาพยนตร์ มียอดขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไปจนถึงการหยิบภาพยนตร์มาดัดแปลงเป็นวิดีโอเกมให้คอเกมได้เล่นกันอย่างต่อเนื่อง 

 


 

Top Gun Maverick

 

4. Top Gun: Maverick การกลับมาโบยบินอีกครั้งในรอบ 36 ปี

Top Gun: Maverick นับว่าเป็นการกลับมาสานต่อเรื่องราวอีกครั้งในรอบ 36 ปีของ Top Gun โดยค่าย Paramount Pictures ได้เริ่มต้นกระบวนการพัฒนาภาคต่อของ Top Gun อย่างเป็นทางการในปี 2010 พร้อมวางตัวให้ Tony Scott กลับมานั่งแท่นผู้กำกับ แต่แล้วการพัฒนาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อ Tony Scott ได้เสียชีวิตลงในปี 2012 

 

ก่อนที่ในปี 2017 ทางค่าย Paramount Pictures ได้หยิบโปรเจกต์ภาคต่อของ Top Gun กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยได้ Joseph Kosinski ผู้กำกับที่เคยร่วมงานกับ Tom Cruise มาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง Oblivion (2013) มารับหน้าที่สานต่อเรื่องราว และยังคงได้ Jerry Bruckheimer กลับมาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ 

 

ภาพยนตร์ยังได้ Ehren Kruger จาก Dumbo (2019), Eric Warren Singer จาก American Hustle (2013) และ Christopher McQuarrie จาก Mission: Impossible – Fallout (2018) มารับหน้าที่เขียนบทร่วม พร้อมด้วย Claudio Miranda ผู้กำกับภาพเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Life of Pi (2012), Eddie Hamilton มือตัดต่อผู้เคยสร้างความลุ้นระทึกให้กับผู้ชมมาแล้วใน Mission: Impossible – Fallout 

 

รวมถึง Harold Faltermeyer ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบจาก Top Gun ภาคแรก กลับมาประพันธ์ดนตรีประกอบร่วมกับ 2 คอมโพเซอร์มากฝีมืออย่าง Hans Zimmer จาก Dune (2021) และ Lorne Balfe จาก Mission: Impossible – Fallout รวมถึงได้ศิลปินชื่อดังอย่าง Lady Gaga มาร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในชื่อ Hold My Hand 

 

ขณะที่ทีมนักแสดงนำจะยังคงได้ Tom Cruise กลับมารับบทเป็น Maverick และ Val Kilmer กลับมารับบทเป็น Iceman เช่นเดิม พร้อมด้วยทีมนักแสดงชุดใหม่อย่าง Miles Teller จาก Whiplash (2014) มารับบทเป็น Bradley ‘Rooster’ Bradshaw ผู้เป็นลูกชายของ Goose เสริมทัพด้วย Jennifer Connelly จากซีรีส์ Snowpiercer (2020), Monica Barbaro จาก The Good Cop (2018), Ed Harris จาก The Truman Show (1998), Lewis Pullman จากซีรีส์ Catch-22 (2019), Glen Powell จาก Hidden Figures (2016) และ Jon Hamm จาก Baby Driver (2017)

 


 

Top Gun Maverick

 

5. เบื้องหลังความทุ่มเทเพื่อสร้างฉากแอ็กชันกลางเวหาที่สมจริง 

ขึ้นชื่อว่าเป็นภาพยนตร์แอ็กชันที่นำแสดงโดย Tom Cruise ผู้ลงทุนเล่นฉากแอ็กชันสุดผาดโผนด้วยตัวเองเสมอ จึงไม่แปลกนักที่แฟนๆ ทุกคนต่างคาดหวังที่จะได้เห็นความสมจริงสมจังของฉากแอ็กชันกลางเวหาจาก Top Gun: Maverick ซึ่งครั้งนี้ Tom Cruise ก็ยังคงทุ่มสุดตัวเพื่อสร้างฉากแอ็กชันออกมาให้ดีที่สุด

 

สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทางสตูดิโอยังคงได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เช่นเดิม โดย Tom Cruise และทีมนักแสดงนำจะต้องเดินทางไปเข้ารับการฝึกอบรมกับทางกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการถ่ายทำ ทั้งการฝึกฝนร่างกาย วิธีการเอาชีวิตรอดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและต้องดีดตัวออกจากเครื่องบินกลางทะเล ไปจนถึงการฝึกอบรมด้านการบินที่ Tom Cruise เป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบการฝึกอมรมให้กับทีมนักแสดงด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากให้นักแสดงได้ลองนั่งเครื่องบินจริง ไล่ระดับจากเครื่องบินผาดโผน เครื่องบินเจ็ต L-39 ไปจนถึงเครื่องบินรบ F-18 Super Hornet ที่ใช้สำหรับการถ่ายทำจริง เพื่อให้นักแสดงคุ้นชินกับแรง G ที่นักแสดงจะต้องเผชิญระหว่างถ่ายทำ

 

และเพื่อให้ได้ฉากแอ็กชันกลางเวหาที่ตื่นตาตื่นใจ ทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งตัวนักบินมากประสบการณ์มารับหน้าที่ขับเครื่องบิน F-18 Super Hornet และให้นักแสดงนั่งด้านหลังของนักบิน พร้อมกับนำกล้อง IMAX ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ มาติดตั้งไว้บริเวณที่นั่งคนขับจำนวน 6 ตัวเพื่อเก็บภาพของนักแสดงในขณะขึ้นบิน และติดตั้งกล้องอีก 4 ตัวเพื่อเก็บภาพบริเวณรอบตัวเครื่อง

 

รวมถึงนักแสดงยังต้องเรียนรู้วิธีการขับเครื่องบิน เพื่อช่วยให้การแสดงสอดคล้องไปกับท่าทางของนักบินตัวจริง เสมือนว่าพวกเขากำลังขับเครื่องบิน F-18 Super Hornet อยู่จริงๆ นอกจากนี้ ทางกัปตัน Brian Ferguson นักบินที่ปรึกษาแห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการถ่ายทำของทีมนักแสดงไว้ว่า ทุกครั้งที่ผู้ชมเห็นเครื่องบินรบบนหน้าจอ เครื่องบินลำนั้นมีนักแสดงนั่งอยู่แน่นอน

 

รัดเข็มขัดให้พร้อม แล้วมาร่วมโบยบินสู่ฟากฟ้าไปกับ Tom Cruise ใน Top Gun: Maverick วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

อ้างอิง:

The post Top Gun: Maverick กับ 5 เกร็ดน่าสนใจ การโบยบินอีกครั้งของหนังคลาสสิกแห่งยุค 80 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga ปล่อยเพลงใหม่ Hold My Hand ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ Top Gun: Maverick https://thestandard.co/lady-gaga-hold-my-hand/ Tue, 03 May 2022 08:32:48 +0000 https://thestandard.co/?p=624292 Lady Gaga

ถึงแม้ว่า Lady Gaga จะไม่ได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อ […]

The post Lady Gaga ปล่อยเพลงใหม่ Hold My Hand ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ Top Gun: Maverick appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lady Gaga

ถึงแม้ว่า Lady Gaga จะไม่ได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง House of Gucci (2021) ที่เธอนำแสดงเมื่อปีก่อน แต่ล่าสุดเธอก็ได้ไปร้องสำหรับหนังภาคต่อเรื่อง Top Gun: Maverick ของ Tom Cruise กับเพลงที่มีชื่อว่า Hold My Hand

 

Hold My Hand เป็นเพลงแนวบัลลาดป๊อปร็อกที่มีซาวด์สุดยิ่งใหญ่สมกับการประกอบภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ โดย Lady Gaga ก็ได้ร่วมแต่งเนื้อร้องและโปรดิวซ์กับ BloodPop และ Benjamin Rice ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในอัลบั้ม Chromatica ของเธอเมื่อปี 2020 ซึ่งทางนักร้องวัย 36 ปีก็ได้เผยว่า เธอได้ทำเพลงนี้มานานหลายปีและมีความสำคัญต่อชีวิตเธอมาก เพราะเป็นเหมือนจดหมายรักที่เธอเขียนให้มนุษย์และฮีโร่ทุกคนทั่วโลกในช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกติและคนเราต้องห่างไกลกัน

 

สำหรับ Top Gun: Maverick เตรียมฉายที่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ โดยก่อนหน้านั้นก็จะได้ไปจัดเวิลด์พรีเมียร์อย่างยิ่งใหญ่ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเรื่อง Top Gun: Maverick ก็โดนเลื่อนฉายมาแล้วหลายรอบตั้งแต่กลางปี 2019 เพราะในตอนนั้นภาพยนตร์ต้องมีการถ่ายฉากแอ็กชันเพิ่มเติม ก่อนที่จะเลื่อนมาเป็นปี 2020 แต่ก็ดันโดนพิษโควิดจนต้องเลื่อนมาอีกถึงปีนี้ ซึ่งตั้งแต่แรกทาง Paramount Pictures ก็ไม่ยอมขายลิขสิทธิ์หนังให้แพลตฟอร์มสตรีมมิงนำไปฉาย และเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่มีการฉายให้นักวิจารณ์ดูที่งาน CinemaCon ก็ได้รับคำชื่นชมอย่างมหาศาล ส่วนนอกเหนือจาก Lady Gaga ที่มาทำเพลงประกอบให้แล้ว ตัวดนตรีประกอบของเรื่องก็ได้สุดยอดนักแต่งเพลงอย่าง Hans Zimmer มาทำให้ โดยที่เขาก็เพิ่งชนะรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง Dune ไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

 

สามารถฟังเพลง Hold My Hand ได้ที่นี่: 

 

 

ภาพ: Lady Gaga

The post Lady Gaga ปล่อยเพลงใหม่ Hold My Hand ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ Top Gun: Maverick appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top Gun: Maverick ปล่อยตัวอย่างล่าสุด พร้อมประกาศวันฉายใหม่ 26 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/top-gun-maverick-new-teaser/ Wed, 30 Mar 2022 04:15:18 +0000 https://thestandard.co/?p=612023 Top Gun Maverick

หลังจากที่ถูกเลื่อนกำหนดการฉายมาตั้งแต่ปี 2019 ในที่สุด […]

The post Top Gun: Maverick ปล่อยตัวอย่างล่าสุด พร้อมประกาศวันฉายใหม่ 26 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Top Gun Maverick

หลังจากที่ถูกเลื่อนกำหนดการฉายมาตั้งแต่ปี 2019 ในที่สุด Top Gun: Maverick ภาพยนตร์ภาคต่อของ Top Gun (1986) ที่ได้นักแสดงขาลุยอย่าง Tom Cruise กลับมารับบทเป็น Maverick ก็จะได้ออกฉายสู่สายตาผู้ชมเสียที เมื่อล่าสุดทาง Paramount Pictures ได้ปล่อยตัวอย่างล่าสุดของภาพยนตร์ให้ผู้ชมได้อุ่นเครื่อง ก่อนไปร่วมออกบินพร้อมกัน 26 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Top Gun: Maverick จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ Pete “Maverick” Mitchell (Tom Cruise) นักบินนาวีระดับท็อปที่ตัดสินใจกลับมาเป็นนักบินทดสอบและหลีกหนีจากความก้าวหน้าทางการงาน แต่แล้ววันนี้เขาถูกเรียกตัวให้ไปเป็นครูฝึกให้กับหน่วยท็อปกันเพื่อทำภารกิจพิเศษที่ไม่เคยมีนักบินที่ยังมีชีวิตอยู่เคยเห็นมาก่อน และนั่นก็นำพาให้ Maverick ได้มาพบกับ Bradley “Rooster” Bradshaw (Miles Teller) ลูกชายของ Goose เพื่อนของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว

 

ภาพยนตร์จะได้ Joseph Kosinski จาก TRON: Legacy (2010) และ Oblivion (2013) มารับหน้าที่สานต่อเรื่องราวของ Top Gun พร้อมด้วย Ehren Kruger จาก Dumbo (2019), Eric Warren Singer จาก American Hustle (2013) และ Christopher McQuarrie จาก Mission: Impossible – Fallout (2018) มารับหน้าที่เขียนบท รวมถึงยังได้ Jerry Bruckheimer ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Top Gun ภาคแรก กลับมาดูแลในตำแหน่งโปรดิวเซอร์

 

เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือ นำโดย Tom Cruise ที่จะกลับมารับบทเป็น Maverick อีกครั้ง พร้อมด้วย Miles Teller จาก Whiplash (2014), Jennifer Connelly จากซีรีส์ Snowpiercer (2020) และ Ed Harris จาก The Truman Show (1998)

 

Top Gun นับว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอ็กชันดราม่าที่ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมอย่างล้นหลาม โดยภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทความชื่อ Top Guns ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร California ในปี 1983 และหลังจากที่ภาพยนตร์เข้าฉายก็สามารถกวาดรายได้รวมทั่วโลกไปกว่า 357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

รัดเข็มขัดให้พร้อม แล้วไปร่วมออกบินกับ Tom Cruise อีกครั้งใน Top Gun: Maverick 26 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

 

อ้างอิง:

The post Top Gun: Maverick ปล่อยตัวอย่างล่าสุด พร้อมประกาศวันฉายใหม่ 26 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>